คำนำ
ในปี พ.ศ. 2553 นายสุวัฒน์ ชานาญกิจ ผู้อานวยการศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพ
ราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้วในขณะน้ัน ได้ริเริ่มดาเนินการจัดทาโครงการบ้านพอเพียง
Model 30 ตารางวา โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ สาธิต
ให้กบั ประชาชนท่ีสนใจได้เขา้ มาศกึ ษาหาความรู้ เพ่อื นาประยุกต์ใช้ในการดาเนนิ ชวี ิตประจาวัน ซ่ึง
จะสามารถทาใหค้ รัวเรือนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดรายจา่ ย เพ่ิมรายได้ให้กับครัวเรือน อีกทั้งยัง
เปน็ การสานสัมพนั ธเ์ สริมสร้างความรกั ความอบอุ่นในครอบครวั ใหม้ ากย่งิ ข้นึ
จากสถานการณข์ องโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 ( Covid-19 ) ได้ส่งผลกระทบต่อ
การดารงชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในกลุ่มของเกษตรกร และผู้ใช้
แรงงาน ฯลฯ ทาใหป้ ระชาชนขาดรายไดไ้ ม่สามารถออกไปประกอบอาชพี ได้ รวมถงึ เครือ่ งอปุ โภค
บริโภคท่ีมีราคาสูงขึ้น ทาให้ประชาชนท่ีขาดรายได้ไม่สามารถซ้ือหาได้ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพ
ราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้ว ได้ตระหนักถึงความสาคัญของปัญหาดังกล่าว โดยเล็งเห็นว่า
ส่ิงที่จาเป็นที่สุด คือการสร้างความม่ันคงทางอาหารให้กับชุมชน จึงได้นาโครงการบ้านพอเพียง
Model 30 ตารางวา กลับมาประยุกต์ใช้ใหม่ภายใต้ช่ือ “สามสิบตารางวาสู้วิกฤติ Covid-19”
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการของการทาเกษตรธรรมชาติ ซง่ึ จะเป็น
โครงการท่ีมีประโยชน์ต่อประชาชน สร้างพื้นฐาน ความพอมี พอกิน พอใช้ เกิดการพ่ึงพาตนเอง
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ตามแนวพระราชดารพิ ระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลท่ี 9) ท่ีจะเป็นทางออกสาคัญท่ีนามาใช้
ในการดาเนินชีวิต เป็นทางออกและนาพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤติได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้าง
ความม่ันคงทางด้านอาหารให้ประชาชน ชุมชน เป็นการลดรายจ่ายประชาชนในภาวะเศรษฐกิจ
ชะลอตวั และสามารถเป็นแหล่งอาหารที่ไรส้ ารพษิ ของประชาชนทุกคนได้เป็นอย่างดี
เมษายน ๒๕๖๓
“เพ่ิมความรู้ เพิ่มผลผลติ เพ่ิมรายได้ เพม่ิ ความสุข”
สำรบญั
เรอ่ื ง หนำ้
ความเป็นมา……………………………………………………………………………………………………… 1
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง…………………………………………………………………………….. 2
แนวพระราชดารขิ องปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง............................................................. 3
Model 30 ตารางวา 4
“สามสบิ ตารางวาสูว้ ิกฤติ Covid-19” ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง........... 5
วัตถุประสงค์.................................................................................................................. 6
เป้าหมาย........................................................................................................................ 6
Model “สามสิบตารางวาสูว้ กิ ฤติ Covid-19” ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 7
แผนปฏิบัติการ “สามสิบตารางวาสู้วิกฤติ Covid-19” ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง.......................................................................................................................... 8
ข้ันตอนการดาเนินการ................................................................................................... 9
ผลทค่ี าดวา่ จะได้รับ....................................................................................................... 12
ภำคผนวก.............................................................................................................. 13
ทาไมตอ้ งเปน็ Model 30 ตารางวา .......................................................................... ๑๔
รู้จกั เกษตรธรรมชาติ...................................................................................................... 1๖
ปฏิทินการปลกู ผกั และผลไม้.......................................................................................... 2๕
โครงการ “สามสบิ ตารางวา สู้วิกฤติโควิด – 19” ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2๘
ผู้เข้าร่วมโครงการ “สามสิบตารางวาสู้วิกฤติ Covid-19” ตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง……………………………………………………………………………………………… ๓๒
ผูจ้ ัดทา........................................................................................................................... 3๖
ภาพประกอบจาก : https://ppornblog.wordpress.com/about/
“เพม่ิ ความรู้ เพิ่มผลผลิต เพมิ่ รายได้ เพ่ิมความสุข”
ความเป็นมา ๑
นายสุวัฒน์ ชานาญกิจ
นายสุวัฒน์ ชานาญกิจ ผู้อานวยการศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณ
ชายแดนสระแกว้ ในขณะน้ัน ไดเ้ ล็งเห็นถงึ ความสาคัญของปญั หาสุขภาพของประชาชนคนไทยท่ี
เพิ่มข้ึน ซ่ึงเห็นได้จากสถิติจานวนของผู้ป่วยมีจานวนมากข้ึนเรื่อย ๆ และอัตราการป่วย จากโรคท่ี
ไม่ติดต่อเพิ่มสูงข้ึน โดยมีสาเหตุสาคัญมาจากการบริโภคอาหารท่ีไม่ถูกสุขลักษณะ อาหารที่มีการ
ปลอมปนสารเคมีเน่ืองจากผลิตทางการเกษตร ซ่ึงส่วนใหญ่มักจะมีการใช้สารกาจัดศัตรูพืชและ
ยังคงตกค้างในผลผลิต ทาให้สารเคมีที่เป็นโทษเหล่านั้น ตกอยู่กับผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แนวทางในการป้องกันปัญหาท่ีเป็นการแก้ที่ต้นเหตุแบบยั่งยืน คือการให้ความรู้แก่ประชาชนและ
การส่งเสริมการปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือน การปลูกผักรับประทานเองแบบผักเกษตร
ธรรมชาติก็เป็นหนทางหน่ึงท่ีจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับสารอาหารท่ีดี มีประโยชน์อย่างแท้จริง
สาหรับประชาชนท่ีไม่เคยปลูกผักเลยก็อาจมีปัญหาอยู่บ้างในการที่จะเริ่มต้นท่ีจะเรียนรู้การปลูก
ผักด้วยตนเอง ดังนัน้ จงึ ไดจ้ ดั ทาโครงการบา้ นพอเพียง Model 30 ตารางวา โดยยึดหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงขึ้น เพื่อส่งเสริมการปลูกและบริโภคผักไร้สารพิษในพ้ืนที่ชุมชนเพื่อลด
สาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ ตลอดจนใช้พ้ืนท่ีว่างเปล่าภายในครัวเรือหรือชุมชนให้เกิดประโยชน์
สงู สุด
ภาพประกอบจาก
http://www.srikoon.ac.th/index.php?name=knowledge&file=readknowledge&id=4
“เพ่มิ ความรู้ เพม่ิ ผลผลิต เพิ่มรายได้ เพ่มิ ความสขุ ”
๒
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
"เศรษฐกิจพอเพียง" (Sufficiency Economy) เป็น "ปรัชญา" ท่ีพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) ได้พระราชทาน
เพ่ือชี้แนะ แนวทางการดาเนินชีวิต และปฏิบัติตนให้แก่ประชาชนทุกระดับทุกสาขาวิชาชีพ
มาโดยตลอด นบั ตง้ั แต่ปี พ.ศ.2517 เป็นต้นมา โดยพระองค์ทรงห่วงใยต่อสถานการณ์และปัญหา
ตา่ ง ๆ ที่เกิดข้นึ และส่งผลกระทบตอ่ การดารงชีวิตอยู่ของคนไทย และสังคมไทยในยุคโลกาภิวัตน์
จนกระทั่งเข้าสู่ ห้วงเวลาท่ีประเทศประสบวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ในปี
พ.ศ. 2540 และภายหลังจากปัญหาวิกฤต พระองค์พระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหา เพ่ือให้
รอดพ้นและสามารถดารงอยู่ได้ภายใต้ กระแสการเปล่ยี นแปลงตา่ งๆ ทรงเตือนทกุ ฝ่ายใหร้ ูจ้ กั คาว่า
"พอเพียง" อย่าทาอะไรเกินตัว ทาอะไรต้องควรรอบคอบ ไม่ประมาท ดารงชีวิตอย่างสมถะและ
สามัคคี ซ่งึ จะนาพาตนเอง และประเทศชาตใิ หร้ อดพ้นภาวะวิกฤตต่าง ๆ และนาไปสู่ความสขุ ได้
"เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นปรัชญาแนวคิดท่ีต้ังอยู่บนพ้ืนฐานของวิถีไทยท้ังในด้าน
การพัฒนา และการบริหาร ให้ดาเนินไปบน "ทางสายกลาง" โดยผู้ปฏิบัติจะต้องมีคุณลักษณะ
ที่เป็นฐานรากคือ มีความรู้ท้ังในด้านความรอบรู้ รอบคอบและความระมัดระวัง และเป็นคนดี
มีคุณธรรม ได้แก่ ความซ่ือสัตย์สุจริต การมีสติปัญญาและความเพียร โดยมีวิธีปฏิบัติที่สาคัญ
3 ประการ คือความพอประมาณ การมีเหตุผลและการสร้างระบบภูมิคุ้มกันในตัวเอง ซ่ึงนาไปสู่
เปา้ หมายเพ่ือใหส้ ามารถดารงอยไู่ ดอ้ ย่างม่นั คง รอดพน้ จากวิกฤตและรองรับการเปลย่ี นแปลงตา่ ง ๆ
“เพมิ่ ความรู้ เพิ่มผลผลติ เพิม่ รายได้ เพ่มิ ความสุข”
๓
แนวพระราชดาริของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
สาหรับแนวพระราชดาริของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลท่ี ๙) มีพระราชดาริครั้งแรก
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันท่ี 18 กรกฎาคม พ.ศ.
2517 และต่อมาทรงอธบิ ายและเน้นยา้ อกี หลายครงั้
"...การพัฒนาประเทศจาเป็นต้องทาตามลาดับขั้น ต้องสร้างพ้ืนฐาน คือ ความ
พอมีพอกินพอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ท่ีประหยัด
แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พ้ืนฐานมั่นคง พร้อมพอควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อย
เสริมความเจริญ และฐานะเศรษฐกิจข้ันท่ีสูงข้ึนโดยลาดับต่อไป..." พระบรมราโชวาทในพิธี
พระราชทานปรญิ ญาบตั รของมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วนั ท่ี 18 กรกฎาคม 2517
"...คนอ่ืนจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะวา่ เมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่
มีส่ิงท่ีสมัยใหม่ แต่เราอยู่ พอมี พอกิน และขอให้ทุกคน มีความปรารถนาท่ีจะให้เมืองไทย พออยู่
พอกิน มีความสงบ และทางานต้ังจิตอธิษฐาน ต้ังปณิธาน ในทางน้ีที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่
พอกนิ ไมใ่ ช่วา่ จะรุ่งเรอื งอยา่ งยอด แตว่ า่ มีความพออยพู่ อกิน มีความสงบ เปรียบเทยี บกบั ประเทศ
อน่ื ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกนิ นี้ได้ เราก็จะยอดยง่ิ ยวดได้..." พระราชดารัสเนื่องในโอกาสวัน
เฉลมิ พระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิตดาลัย วนั ท่ี 4 ธนั วาคม 2517
"...วิถีทางดาเนินของบ้านเมืองและประชาชนโดยท่ัวไป มีความเปล่ียนแปลงมาตลอด
เน่ืองมาจากความวปิ รติ ผันแปรของวิถแี ห่งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอ่ืน ๆ ของโลก ยากย่งิ ที่
เราหลีกเล่ียงให้พ้นได้ จึงต้องระมัดระวัง ประคับประคองตัวมากข้ึน โดยเฉพาะในเร่ืองการเป็นอยู่
โดยประหยัด เพ่ือที่จะอยู่ให้รอด และก้าวหน้าต่อไปได้โดยสวัสดี...." พระราชดารัสเน่ืองในโอกาส
วันขึ้นปใี หม่ วันท่ี 30 ธันวาคม 2521
“เศรษฐกิจพอเพียง สาคัญว่าต้องรู้จักขั้นตอน ถ้านึกจะทาอะไรให้เร็วเกินไปไม่
พอเพียง ถ้าไม่เร็วช้าไป ก็ไม่พอเพียง ต้องให้ รู้จัก ก้าวหน้าโดยไม่ทาให้คนเดือดร้อน..." พระราช
ดารสั เน่อื งในโอกาสวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา วนั ที่ 4 ธนั วาคม พ.ศ. 2546
ฯลฯ
“เพม่ิ ความรู้ เพ่มิ ผลผลติ เพ่ิมรายได้ เพม่ิ ความสขุ ”
๔
Model 30 ตารางวา
Model 30 ตารางวา เป็นการใช้พ้ืนที่ขนาด 30 ตารางวา ในการปลูกพืชผักต่าง ๆ
ที่เรียนว่าผักสมรม (จานวนไม่ต่ากว่า 21 ชนิด) อาทิ ข่า ตะไคร้ มะกรูด มะนาว กล้วย พริก
ต้นหอม ผักชี กระชาย ผักแพว ผักแขยง กะเพรา โหระพา แมงลัก สะระแหน่ ผักชีฝร่ัง ยี่หร่า
ชะพลู ขมิ้น มะเขือเทศ ถั่วพู มะเขือเปราะ มะเขือพวง และผักตามฤดูกาล เป็นต้น ซ่ึงจะเป็น
การเป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือน ด้วยการน้อมนาหลักของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้
ในการดารงชีวติ และเปน็ การใชพ้ ้นื ท่ีว่างเปล่าบรเิ วณท่อี ยู่อาศยั และภายในชมุ ชนให้เกิดประโยชน์
ทั้งยังก่อให้เกิดความสามัคคีของคนในครอบครัวและชุมชนในการทากิจกรรมร่วมกัน มีผักไร้
สา ร พิ ษไ ว้ รั บป ร ะ ท าน แ ล ะท่ี เ ห ลื อส า ม าร ถ น า ไป แ จ กจ่ า ย หรื อ จ า หน่ า ย เพื่ อ เ พิ่ มร า ย ได้ ใ ห้ กั บ
ครอบครวั อกี ทางหนงึ่ ด้วย
ภาพประกอบจาก : ชดุ นทิ านสระ เลม่ 22 (ครอบครวั พอเพียง )
“......Model 30 ตารางวา เป็นการทากิจกรรมเพื่อสร้างความรัก ความอบอุ่นภายใน
ครอบครัว โดยแบ่งเป็น พอ่ ทา 10 ตารางวาแรก แมท่ า 10 ตารางวาทส่ี อง อีก 10 ตารางวา
ให้ลูกเปน็ คนทา ซึ่งจะทาให้เกิดความร่วมแรง ร่วมใจ ได้ทากิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว เป็น
การเสริมสร้างความรัก ความอบอุ่นในครอบครัวให้มากยิ่งข้ึน ทั้งน้ีไม่จาเป็นต้องทาถึง ๓๐
ตารางวากไ็ ด้ หรอื อาจจะทามากกว่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของท่ีดนิ และความพร้อมของแตล่ ะ
ครอบครวั ......” นายสวุ ัฒน์ ชานาญกิจ ผอู้ านวยการ ศฝช.สระแกว้ 2553
“เพม่ิ ความรู้ เพม่ิ ผลผลติ เพิ่มรายได้ เพ่ิมความสุข”
5
“สามสบิ ตารางวาสู้วกิ ฤติ Covid-19”
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
จากสถานการณ์ของโรคติด เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 Covid-19 ) ได้ส่งผลกระทบต่อ
การดารงชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มอาชพี โดยเฉพาะอย่างย่ิงในกลมุ่ ของ l ผู้ใช้แรงงาน ฯลฯ ทา
ให้ประชาชนขาดรายได้ไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้ รวมถึงเคร่ืองอุปโภคบริโภคที่มีราคา
สูงขึ้น ทาให้ประชาชนท่ีขาดรายได้ไม่สามารถซื้อหาได้ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทย
บริเวณชายแดนสระแก้ว ได้ตระหนักถึงความสาคัญของปัญหาดังกล่าว โดยเล็งเห็นว่าส่ิงที่จาเป็น
ท่ีสุด คือการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน จึงได้นาโครงการบ้านพอเพียง Model 30
ตารางวา กลับมาประยุกต์ใช้ใหม่ภายใต้ชื่อ “สามสิบตารางวาสู้วิกฤติ Covid-19” ตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยใช้กระบวนการของการทาเกษตรธรรมชาติ ซึ่งจะเป็นโครงการ
ท่ีมีประโยชน์ต่อประชาชน สร้างพ้ืนฐาน ความพอมี พอกิน พอใช้ เกิดการพ่ึงพาตนเอง ตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ตามแนวพระราชดารพิ ระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิ
พลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่จะเป็นทางออกสาคัญท่ีนามาใช้ในการ
ดาเนินชีวิต เป็นทางออกและนาพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตได้ อีกท้ังยังเป็นการสร้างความ
มั่นคงทางด้านอาหารให้ประชาชน ชุมชน เป็นการลดรายจ่ายประชาชนในภาวะเศรษฐกิจชะลอ
ตวั และสามารถเป็นแหล่งอาหารท่ีไร้สารพิษของประชาชนทุกคนไดเ้ ปน็ อย่างดี
ภาพประกอบจาก
https://www.thansettakij.com/content/428904
“เพ่ิมความรู้ เพิม่ ผลผลิต เพ่มิ รายได้ เพมิ่ ความสุข”
6
วตั ถปุ ระสงค์
๑) เพือ่ สร้างแปลงตน้ แบบ Model 30 ตารางวา
๒) เพ่ือส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน (ลดรายจ่าย เพ่ิมรายได้
ในครัวเรือน) ในระดับพื้นที่ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เปา้ หมาย
- เชิงปรมิ าณ
มีแหล่งเรียนรู้บ้านพอเพียง Model 30 ตารางวา ในพ้ืนท่ีบริเวณชายแดนท้ัง 3
จงั หวดั ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบรุ ี และจังหวัดตราด โดยครูอาสาสมัคร กศน. ๑ คน/
๕ ครวั เรอื น รวม ๕๐ ครัวเรือน (โดยจะขยายให้ครบทกุ ครวั เรือนครอบคลมุ ในทกุ พื้นที่รบั ผดิ ชอบ)
- เชิงคณุ ภาพ
ผู้เข้าร่วมโครงการ น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติอย่างเป็น
รปู ธรรมและย่ังยืน สามารถลดรายจา่ ย เพิม่ รายได้ใหก้ ับครัวเรอื นได้
ภาพประกอบจาก
https://www.wisdomking.or.th/page/2628
“เพม่ิ ความรู้ เพิม่ ผลผลติ เพมิ่ รายได้ เพมิ่ ความสขุ ”
Model “สามสิบตารางวาสู้วิกฤติ Covid-1
“เพิ่มความรู้ เพ่ิมผลผลิต
7
19” ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๗
เพ่ิมรายได้ เพม่ิ ความสุข”
8
แผนปฏิบัติการ “สามสบิ ตารางวาสู้วกิ ฤติ Covid-19”
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
“สามสบิ ตารางวาสวู้ กิ ฤติ Covid-19” ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ชแ้ี จงวตั ถปุ ระสงค์ ชีแ้ จงวัตถุประสงค์การดาเนนิ งาน
โครงการแก่บคุ ลากร Model 30 ตารางวา ให้บุคลากรทราบ
สารวจความต้องการ ประเมนิ ในรูปแบบของการสมั ภาษณ์
และ จากแบบสอบถามพร้อมท้ังวเิ คราะหผ์ ล
ความพึงพอใจและการยอมรบั
คัดเลือกกลมุ่ เป้าหมาย เทคโนโลยที ีจ่ ะถ่ายทอดสู่กลมุ่ เป้าหมาย
โดยวางแผนรว่ มกบั ผนู้ าชุมชน ภาคี
สรา้ งความร/ู้ ความเข้าใจ เครอื ขา่ ยตา่ ง ๆ
สรา้ งความร้/ู ความเข้าใจ ขน้ั ตอนในการ
ทา Model 30 ตารางวา แก่ประชาชน
ส่งเสริมการดาเนินการ ดาเนนิ งาน การออกแบบกระบวนการ
จดั ทาแปลง Model 30 ตารางวา
ติดตาม เพื่อใหป้ ระชาชนได้ช่วยเหลอื ตนเองโดย
ขยายผล การเพมิ่ ความรู้ประสบการณ์ และทกั ษะ
ในการทาการเกษตร แก่ประชาชนทเี่ ข้า
ร่วมโครงการ
จดั ตั้งทมี งานลงไปใหค้ าแนะนากระตนุ้
การลงมอื ทา จนเกิดเปน็ รูปธรรม
สามารถลดรายจา่ ยภายในครัวเรือนได้
เช่อื มโยงแลกเปล่ียนเรยี นรรู้ ะหวา่ งคน
ในชุมชน สร้างความตระหนกั จนเกิด
การปฏบิ ัตติ าม
“เพ่ิมความรู้ เพิ่มผลผลิต เพ่ิมรายได้ เพ่มิ ความสุข”
9
ข้ันตอนการดาเนนิ การ
๑. คัดเลอื กประชาชนทเ่ี ข้ารว่ มโครงการ
พิจารณาคดั เลอื กประชาชนเขา้ รว่ ม โครงการฯ ในการดาเนินการ รวม ๕๐ ครัวเรือน
๒. เลอื กพ้นื ท่ี
พน้ื ท่ีท่ีจะสามารถปลูกพืช-ผักได้ดี ควรเป็นพ้ืนท่ที ่ีอยู่ใกล้แหลง่ น้า เช่น บ่อน้าขุด บ่อ
น้าธรรมชาติ แม่น้า คลอง อ่างเก็บน้า เป็นต้น เน่ืองจากพืชผักส่วนใหญ่มีความต้องการน้าสูง
โดยเฉพาะฤดูแล้ง จงึ จาเปน็ ตอ้ งมีน้าเพยี งพอเพื่อใหผ้ กั สามารถเตบิ โตจนถงึ ฤดกู ารเก็บเกยี่ วได้
๓. เตรียมแปลงปลูก
– แปลงปลูกผักมักเตรียมด้วยการยกแปลงสูงประมาณ ๑๐ – ๑๕ เซนติเมตร
กวา้ ง 1 เมตร ความยาวของแปลงตามความต้องการ
– ทาการไถพรวนแปลงทง้ิ ไวป้ ระมาณ 1 สัปดาห์ เพอ่ื ตากแดดฆา่ เชอ้ื โรค
– หวา่ นปยุ๋ หมักหรอื ปุ๋ยคอกทผ่ี ่านกระบวนการหมักแลว้ พร้อมไถกลบแปลง
- สร้างระบบนิเวศในบริเวณใกลเ้ คยี งกนั โดยการปลูกไม้ดอกไมป้ ระดบั หรอื ผักท่ีให้
ดอกเพื่อเรยี กแมลงตัวดีมากาจดั แมลงทท่ี าลายพชื
๔. เตรยี มเมล็ดพันธ์ุ
– เมล็ดพันธผ์ุ กั ทใ่ี ชค้ วรมลี กั ษณะเปน็ เมลด็ พันธุ์ใหม่ อายุเมลด็ พนั ธุ์ไมถ่ ึง 1 ปี
– ทาความสะอาดเมล็ดพันธุ์ รวมถึงคัดแยกเมล็ดพันธ์ุท่ีไม่สมบูรณ์ออกด้วยวิธีนาไป
แชน่ า้ และนาเมล็ดทลี่ อยน้าออก
– เมล็ดพันธุ์ส่วนมาก ก่อนปลูกจะทาการแช่น้าเสียก่อน ซึ่งระยะเวลาในการแช่จะ
แตกต่างกันในแต่ละชนิดผัก หากเมล็ดพันธุ์ท่ีมีเปลือกหนา แข็ง อาจใช้เวลาแช่นาน 2 - 3 วัน
เมล็ดพันธุ์ผักส่วนมากเป็นเมล็ดที่มีเปลือกค่อนข้างบาง ไม่หนา แข็ง ส่วนใหญ่จะใช้เวลา
แชป่ ระมาณ 12 ชั่วโมง – 1 วนั
ภาพประกอบจาก : บ้านการต์ นู ไทย
“เพม่ิ ความรู้ เพิ่มผลผลิต เพมิ่ รายได้ เพ่ิมความสขุ ”
10
4. การปลูก
การปลกู สามารถปลกู ไดห้ ลายวิธตี ามความเหมาะสมของพชื แต่ละชนดิ เช่น
การหว่านเมล็ด เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และนิยมที่สุด ซ่ึงจะหว่านเมล็ดหลัง
การแช่น้าแล้วหรือหว่านเมล็ดแห้งได้ทันที ผักทีนิยมการหว่านเมล็ดมักเป็นพืชที่มีลาต้นขนาดเล็ก
ขนาดทรงพุ่มนอ้ ย เช่น ผักชี ผักบุ้ง เป็นตน้ (อาจใช้วธิ ีการหวา่ นเมล็ดในการเตรียมกล้าผกั ก่อนย้าย
ปลูกในแปลงที่เตรียมไว้กไ็ ด)้
การปลูกด้วยต้นกล้า เป็นวิธีการปลูกด้วยต้นกล้าผักท่ีเตรียมได้จากแปลงเพาะกล้า
ด้วยวิธีการหว่าน วิธีน้ีเป็นวิธีที่ใช้มากที่สุดสาหรับการปลูกผัก โดยมักใช้กับพืชท่ีมีลาต้นใหญ่
ทรงพุ่มกว้าง เน่ืองจากใช้วิธีการหว่านเมล็ดอาจไม่เหมาะสมเพราะไม่สามารถเว้นช่วงห่างของต้น
ให้เหมาะสมกับการเติบโตได้ การหว่านอาจทาให้ต้นเจริญเติบโตไม่ดี หรืออาจต้องถอนต้นทิ้ง
บางส่วนซึ่งทาให้ส้ินเปลืองเมล็ดพันธ์ุเสยี เปล่า ผักทีน่ ิยมปลูกด้วยวิธีน้ี เชน่ กะหล่าปลี ผักกาดขาว
คะนา้ มะเขือ พรกิ เปน็ ตน้
การหยอดเมล็ด เป็นวิธีปลูกที่ใช้สาหรับพืชผักที่ต้องการระยะห่างระหว่างต้นมาก
โดยเฉพาะพืชท่ีเป็นเถาหรือเครือ ต้นกล้าออกไม่มีความแข็งแรง เห่ียว และตายง่ายหากแยกต้น
กล้าปลกู เช่น ถัว่ ฟักยาว แตงกวา ฟกั ทอง ฟัก มะระ เป็นต้น
การฝังปลูกในแปลง เป็นวิธีปลูกที่ใช้กับพืชผักบางชนิดท่ีมีการแยกหน่อ แยกเหง้า
ออกปลูกเพือ่ ขยายจานวนต้นหรือกอ โดยฝังลงหลมุ หรอื แปลงปลกู ได้ทันที เช่น ผักหอม กระเทยี ม
ตะไคร้ ขิง ข่า กระชาย เป็นต้น
การกาหนดหลุมปลูก จะกาหนดภายหลังจากเลือกชนิดผักต่าง ๆ แล้วเพราะว่าผัก
แต่ละชนิดจะใช้ระยะปลูกท่ีต่างกัน เช่น พริก ควรใช้ระยะ 75 X 100 เซนติเมตร ผักบุ้งจะเป็น
5 X 5 เซนติเมตร เปน็ ตน้
5. การดแู ลรกั ษา
- ใช้ฟางหรือเศษใบไมค้ ลุมแปลง เพื่อรักษาความชมุ่ ช้ืนและย่อยสลายเปน็ ปุ๋ยต่อไป
– ในระยะแรกของการปลูกช่วงสัปดาห์แรก ท้ังการปลูกด้วยการใช้เมล็ด การปลูก
ด้วยต้นกล้า และปลูกด้วยการแยกหัวหรือหน่อ จาเป็นต้องมีการให้น้าอย่างสม่าเสมอ อย่างน้อย
วนั ละ 2 ครงั้ เช้า-เย็น จนตน้ กล้าตงั้ ตัวได้
– การให้น้าจะยงั ให้วันละ 2 คร้งั ตลอดจนถึงระยะเก็บเก่ียว แต่อาจให้นา้ ในปรมิ าณ
ท่ีนอ้ ยลง หรือผักบางชนดิ ท่ีอาจเว้นช่วงห่างการให้นา้ เมือ่ ถงึ ระยะก่อนเกบ็ เกยี่ ว
“เพมิ่ ความรู้ เพม่ิ ผลผลติ เพ่มิ รายได้ เพมิ่ ความสขุ ”
11
6. เก็บผลผลติ
พืชผักมักมีระยะการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 120 วัน ส่วนมากจะใช้เวลาประมาณ
40-60 วนั ขึน้ กับชนดิ ของผัก โดยผักกินใบจะมรี ะยะเวลาการเก็บเก่ียวสน้ั กว่าผกั กินดอกและผล
การเก็บเกีย่ วผลผลิตพืชให้มีคุณภาพ ผู้ปลูกพืชจะต้องมีความรูแ้ ละเขา้ ใจถงึ ธรรมชาติ
ของผลผลิตของพืชแต่ละอย่างแต่ละชนิด อายุของผลผลิต ลักษณะรูปร่าง สีสันและขนาดของ
ผลผลิต สภาพดินฟา้ อากาศ และเครอ่ื งมือทใ่ี ชเ้ พือ่ การเกบ็ เก่ียว
หลักการท่ีใช้เพื่อพิจารณาตัดสินใจเก็บเก่ียวผลผลิตพืชนั้นมักจะต้องเกี่ยวข้องกับ
อายุของพืชและการใช้ประสบการณ์ท่ีได้เรียนรู้จากชีวิตประจาวันมาประกอบการตัดสินใจเสมอ
อาทิ
วิธีที่ 1 ใช้การประมาณอายุหลงั จากวนั ปลูกจนถงึ วนั เก็บเก่ยี ว (ภายใต้การเจริญเติบโต
ทเ่ี หมาะสมของพืช) วิธนี ีผ้ ปู้ ลกู พืชควรทีจ่ ะศึกษาถึงอายขุ องพชื ที่ปลูกในแต่ละฤดูกาล วา่ มีช่วงอายุ
ทใี่ ห้ผลผลติ โดยนบั จากวนั ที่ปลกู จนถึงเก็บเกยี่ วไดน้ น้ั ในแต่ละฤดูกาล นานเพียงใด
วิธีที่ 2 ใช้การประมาณอายนุ บั จากวันทีด่ อกผสมเกสรจนถึงวันเกบ็ เกี่ยว วิธคี ่อนขา้ งท่ี
จะยุ่งยากกว่าวิธแี รกเพราะไมท่ ราบว่าพืชแต่ละชนิดจะผสมเกสรเม่ือใด เวลาใด อาจผดิ พลาดได้
วิธีท่ี 3 ใช้การประมาณด้วยสายตา เป็นการประมาณคุณภาพของผลผลิตพืชโดย
อาศัยความชานาญเป็นสาคัญโดยการสังเกตดูการเปล่ียนแปลงไปของส่วนท่ีเป็นผลผลิตของพืชท่ี
ตอ้ งการเกบ็ เกี่ยว เช่น
- ดูการเปล่ียนแปลงของสีผวิ ของผลผลิต (การมีนวล ไม่มนี วล)
- ดูการเปล่ียนแปลงขนาดและสภาพทางกายภาพของผลผลติ (การมเี หล่ียม
ไมม่ เี หล่ยี ม)
- ดูการเปล่ียนแปลงของพชื ในลกั ษณะที่ผดิ ปกติ เชน่ การเห่ียวเฉาของลาต้น
ของมือเกาะ ของใบ เปน็ ตน้
วธิ ีที่ 4 ใชก้ ารประมาณดว้ ยประสาทสัมผสั อนื่ ๆ เช่น
- การชิมรส ดว้ ยการใช้ล้ินสัมผัสกบั เนอ้ื ของผลผลิต
- การฟงั เสยี ง ด้วยการใช้การตี ดีด เคาะ ผล
- การดมกลน่ิ ดว้ ยการใช้จมกู ดมหาความหอมของผลที่สกุ แก่
ภาพประกอบจาก : บา้ นการ์ตูนไทย
“เพ่ิมความรู้ เพิ่มผลผลติ เพ่มิ รายได้ เพิม่ ความสขุ ”
12
ผล ท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ
ชุมชนเข้มแขง็ สร้างงาน
เกิดการแลกเปล่ียนเรียนร้ใู นชมุ ชน
และขยายผล
Model 30 ตารางวา
สขุ ภาพแข็งแรง ลดรายจ่าย เพิม่ รายได้
สานสมั พนั ธ์ภายในครอบครัว
ภาพประกอบจาก : บ้านการ์ตูนไทย, แนวทาง การจัดต้ังและพัฒนากลุ่มอาชีพ กรมพัฒนา
ชุมชน, เครือข่ายประชารัฐ, http://th.gofreedownload.net/, https://www.gotoknow.org
/posts/285166
“เพิ่มความรู้ เพ่ิมผลผลติ เพิ่มรายได้ เพ่ิมความสุข”
13
ภาคผนวก
“เพ่ิมความรู้ เพมิ่ ผลผลติ เพิ่มรายได้ เพม่ิ ความสขุ ”
14
ทาไมต้องเปน็ Model 30 ตารางวา
นายมาโนช ชลารกั ษ์ ผอ.ศฝช.สระแกว้
ประโยชน์และความเหมาะสมกับสถานการณ์ Covid-19
๑. ใหพ้ ื้นทีน่ อ้ ย
๒. ใชน้ ้าน้อย
๓. ใช้งบประมาณในการดาเนินการน้อย
๔. ใหเ้ วลาในการดแู ลรกั ษาพืชเหลา่ นี้น้อยมาก
๕. ไมต่ อ้ งใช้สารเคมใี นการกาจดั ศตั รพู ืชและไม่ใช้ปยุ๋ เคมี
๖. ไม่ต้องกงั วลเก่ยี วกับพวกแมลงศตั รูพืชเรากาจัดได้งา่ ย
๗. ปยุ๋ หมักทใี่ ช้ใชค้ รง้ั เดยี วแตส่ ามารถอยู่ได้นานและปริมาณไม่มาก
๘. ระยะเวลาในการเพาะปลูกใช้ระยะเวลาไม่นาน
๙. สงิ่ ทีไ่ ด้มากกวา่ ท่ีเราลงทุนไปจนประมาณคา่ ไมไ่ ด้
สถานการณ์ Covid-19 (หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๔ มิติ)
สถานการณ์ Covid-19 เกิดขึ้นมาในห้วงเวลาท่ีเรายังต้องใช้ชีวิตตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง จากทางสายกลางทเี่ ปน็ แนวทางปฏิบัติ ใน ๔ มติ ิ ดังน้ี
๑. มิติด้านเศรษฐกิจ จากประชาชนท่ีเคยมีงานทามีรายได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์การ
แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา Covid-19 ทาให้บริษัท ห้างร้าน ต้องหยุดกิจการ
อันกอ่ ให้เกดิ การตกงาน ประชาชนบางกล่มุ ทไี่ ม่มีเงินออม จึงไม่สามารถท่ีจะใช้ชีวิตความเป็นอยู่
อย่างปกตไิ ด้ ทางที่ดีทีส่ ุดคือการหันมาใช้ชวี ติ แบบพอเพียง โดยนาเอาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งมาเปน็ ข้อเตอื นใจในการดารงชีวติ เราตอ้ งอย่แู บบพอมีพอกนิ และพึ่งพาตนเองได้
๒. มิติทางสังคม เกิดการเปล่ียนแปลงทางสังคมอย่างเห็นได้ชัด คือ การเว้น
ระยะห่างทางสังคม (SOCIAL DISTANCING) เป็นเหตุการณ์ท่ีไม่เคยเกิดข้ึนมาก่อน เม่ือเกิด
กรณีเช่นนี้ ทาให้ต้องมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ต้องปฏิบัติตามให้ได้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
นอกจากนี้ยังมีผลกระทบในหลายด้าน เช่น ด้านการศึกษา ด้านการจัดการอาชีพแต่ละอาชีพ
ส่ิงที่ดีท่สี ดุ คือการรว่ มมอื ร่วมใจกัน
“เพิ่มความรู้ เพิม่ ผลผลติ เพมิ่ รายได้ เพมิ่ ความสขุ ”
15
๓. มิตดิ า้ นส่ิงแวดล้อม จากการที่รัฐบาลประกาศสถานการณฉ์ ุกเฉินท่วั ราชอาณาจกั ร
ตามพระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) และรัฐบาลได้
ประกาศเคอร์ฟิว (CRUFEW) พร้อมทั้งหลายจังหวัดได้มีการประกาศปิดจังหวัด และให้
ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา Covid-19
ส่งผลให้สภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลับคืนสู่ความปกติสุขอีกคร้ัง ทะเลมีความสวยงาม
สัตว์ป่าออกมาหากินใช้ชีวิตกันได้อย่างอิสระ แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งจากนี้
ต่อไปเมื่อหมดสถานการณ์ของ โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา Covid-19 เราจะต้องกลับไปทบทวน
การรักษาธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมอกี ครงั้
๔. มิติดา้ นวฒั นธรรม เกดิ การเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรมอยา่ งเหน็ ไดช้ ัด ซึ่งหาก
เราใช้ชีวิตโดยไม่ประหยัดอดออมเม่ือเจอสถานการณ์เช่นน้ี เราจะอยู่ด้วยความยากลาบาก
วัฒนธรรมองค์กร สาหรับหน่วยงานจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง Work From Home เป็นส่ิงใหม่
สาหรับหน่วยงานและองค์กร ทุกคนต้องช่วยกัน อย่าโกงเวลาของหน่วยงาน อย่าทาการทุจริต
คอรปั ชนั่ ซึง่ เป็นปัญหาทร่ี ้ายแรงทส่ี ุด
๔ มิติน้ี หากพวกเรามีการเตรียมตัวเตรียมใจมาดีแล้ว จะส่งผลต่อด้านต่าง ๆ ทั้งต่อ
ตวั เองและประเทศชาติ เราทกุ คนจะผ่านประสบการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา Covid-19 ไปได้
และหลังจากผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้ว หลายคนต้องกังวลว่าเศรษฐกิจของประเทศเราจะฟื้นฟูมาได้
หรือไม่ ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะฟ้ืนฟู แต่ถ้าเราใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งแลว้ เราอยู่ได้แนน่ อน
“เพ่มิ ความรู้ เพ่ิมผลผลิต เพมิ่ รายได้ เพ่มิ ความสุข”
16
รูจ้ กั เกษตรธรรมชาติ
เกษตรธรรมชาติ
เกษตรธรรมชาติ คือ การเพาะปลูกโดยเลี่ยนแบบปรากฏการณ์ธรรมชาติโดยผ่านการ
สังเกต ทาไมผักพื้นบ้านสามารถข้ึนได้งอกงามในป่าทง้ั ๆ ทไ่ี ม่มีการใส่ปุ๋ย ทาไมไมม่ ีโรคและแมลง
มารบกวนท้ังๆ ที่ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง เหตุผลเหล่าน้ีล้วนเกิดจากทางานของระบบนิเวศ
ในธรรมชาติ จากหลักเกษตรธรรมชาติของ MOA ประกอบด้วย 3 แนวคิดหลัก (โครงการสวนผัก
คนเมือง : ปลูกผกั ปลกู เมอื ง ปลูกชวี ิต มลู นธิ ิเกษตรกรรมย่ังยืน(ประเทศไทย)) คือ
1) โลกน้ันมชี วี ิต โลกหายใจได้
ซึ่งแนวคิดน้ีอาจจะดูขัดแย้งกับหลักวิทยาศาสตร์ซึ่งอธิบายว่า โลกมี 3 ส่วนหลัก
คือ ดนิ นา้ และอากาศ แต่หลักของเกษตรธรรมชาติเป็นปรัชญาท่ีอธบิ ายว่า โลกนั้นจะหายใจออก
ในฤดูใบไม้ผลิและหายใจออกจนสุดในฤดูร้อน ต้นไม้จึงเกิดความเขียวขจีท่ีสุดในฤดูร้อน และโลก
น้ันจะหายใจเขา้ ในฤดูใบไมร้ ่วง และหายใจเข้าจนสดุ ในฤดูหนาว ต้นไม้จึงผลดั ใบร่วงจนหมดลาต้น
ในฤดหู นาว เปน็ ตน้
อากาศเองก็เปน็ อาหารของต้นไม้เชน่ กัน เพราะมีกา๊ ซไนโตรเจนเป็นองคป์ ระกอบ
ของอากาศเป็นจานวนมาก เพียงแต่ต้องอาศัยแบคทีเรียท่ีอาศัยอยู่ในดินทาการเปล่ียนก๊าซ
ดังกล่าวมาปรุงให้เป็นอาหารให้แก่พืชในรูปของไนเตรด รวมถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ช่วยให้
เพาะปลูกง่ายขึน้ อาทิ หากเกิดฟา้ ผา่ ในแปลงนาใด แปลงนานน้ั จะให้ผลผลติ ขา้ วได้ดี เกษตรกรจึง
มุ่งปลูกข้าวในแปลงนาทันที เน่ืองจากธาตุไนโตรเจนลงมาสู่ดินมากหลังการเกิดฟ้าผ่าเป็นต้น
ดังนั้น เกษตรที่ปลูกล้อตามธรรมชาติย่อมไดเ้ กิดผลผลิตดี
2) เกษตรธรรมชาตเิ นน้ ความสมดุล
โลกปรับตัวให้สมดุลอยู่เสมอ หากทาเกษตรตามสมดุลของธรรมชาติ ผลผลิตก็จะ
สมดุลตามธรรมชาติ ไม่จาเป็นต้องใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยเคมี หรือยาฆ่าแมลงแต่อย่างใด ปัญหาท่ีพบ
ระหว่างทาเกษตรล้วนเกิดจากการฝืนธรรมชาติหรือทาใหก้ ารทางานของธรรมชาติบิดเบี้ยวไปจาก
เดิม อาทิ การถางป่าจนกลายเป็นเขาหัวโล้นเพ่ือไร่มันหรือข้าวโพด ทาให้ต้องใส่ปุ๋ยเพ่ือบารุงพืช
ตลอดเวลา เนื่องจากธาตุอาหารถูกน้าชะล้างได้ง่ายเพราะไม่มีต้นไม้หรือหญ้ายึดหน้าดินไว้ หรือ
การพ้นยาฆ่าแมลงเพื่อฆ่าแมลงศัตรูพืช แต่ยาฆ่าแมลงเองก็ฆ่าแมลงที่เป็นประโยชน์เช่นกัน
เชน่ ตวั หา้ ตัวเบยี น ท่จี ะชว่ ยควบคุมแมลงศัตรพู ืช เปน็ ตน้
“เพิม่ ความรู้ เพ่มิ ผลผลิต เพ่ิมรายได้ เพิ่มความสขุ ”
17
การถอนหญ้าออกจากแปลงจนหมดเป็นเหตุให้แมลงศัตรูพืชเข้ามารบกวน
เนื่องจาก หญ้าเป็นแหล่งที่อยู่ของแมลงทั้งท่ีเป็นศัตรูพืชและแมลงที่เป็นประโยชน์ต่อพืช เช่น
ตัวห้า ตัวเบียน หากลองสังเกตให้ดี จะมีแมลงอยู่ 2 กลุ่ม คอื แมลงทมี่ ักอาศัยอยู่กบั ท่ี และ แมลง
ทไี่ มอ่ ยูก่ ับท่ี โดยทั่วไปแมลงท่อี ยกู่ บั ทีม่ กั เปน็ แมลงศัตรูพชื โดยเกาะกินใบพืชเปน็ อาหาร ส่วนแมลง
ท่ีไม่อย่กู ับทกี่ ค็ อื แมลงกลุ่มตัวห้า ตัวเบียนนนั้ เอง เน่ืองจาก ต้องบินไป บินมาเพอ่ื หาแมลงศัตรูพืช
เป็นอาหาร ซึ่งการควบคุมเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ อย่างมีแมงมุมเข้ามากินแมลง
ศตั รพู ชื หรือ งเู ขา้ มากินหนู เปน็ ตน้
ตัวห้า คือ สัตว์ที่จะเข้าไปกินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหาร เช่น แมลงปอ ด้วงเต่า
มวน แมลงชา้ ง แมลงหางหนบี แมงมุม ไร นก เป็นตน้
ตัวเบยี น คือ สัตวท์ ีจ่ ะเข้าไปเกาะเพ่ือเขา้ ไปกดั กินแมลงศตั รูพชื หรอื เขา้ ไปวางไข่
ในตัวแมลงศัตรูพืชจนทาให้ศัตรูพืชอ่อนแอและตายในท่ีสุด ได้แก่ แตนเบียน หรือ ไส้เดือนฝอย
เป็นตน้
การใส่ปุ๋ยเคมีเองเป็นการฝืนธรรมชาติ ปุ๋ยเคมีจะทาให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์
ตอ่ ดินค่อยๆ ลดลง เน่ืองจากปุ๋ยเคมีจะทาให้ดินจับตัวกันแน่นขึ้นและมีโครงสร้างดินเปลี่ยนแปลง
ไป จนเหลือจุลินทรีย์เพียงไม่กี่ชนิด ทาให้มีปัญหาโรคพืชตามมาภายหลัง การมีจุลินทรีย์
ท่ีหลากหลายจะช่วยควบคุมเช้ือราก่อโรคได้ดี อีกทั้งจุลินทรีย์ท่ีเป็นประโยชน์ต่อพืชมักอยู่ในดิน
ที่สะอาด หากดินมีการปนเปื้อนสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงก็จะทาให้จุลินทรีย์ท่ีเป็นประโยชน์ต่อดิน
ลดลง ไม่เพียงการใชส้ ารเคมสี ังเคราะห์หรือยาฆ่าแมลงเท่าน้นั การใช้เชื้อจุลินทรยี ์เพอื่ ควบคุมโรค
ก็อาจสร้างความไม่สมดุลของธรรมชาติในพื้นท่ีเพาะปลูกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะจุลินทรีย์ที่ไม่อยู่
ในท้องถ่ินของเราหรือจุลินทรีย์ควบคุมโรค ยกตัวอย่างเช่น การใช้เช้ือรา Trichoderma
เพื่อป้องกันโรคพืชด้วยการใช้ควบคุมหรือแย่งอาหารของเช้ือราก่อโรค จนทาให้เช้ือราก่อโรค
ลดจานวนลงและไม่ทาให้เกิดโรคพืช การใช้เช้ือรา Trichoderma เพ่ือป้องกันโรคพืชเป็นวิธีการ
ทางเกษตรอนิ ทรียท์ ม่ี ีประสิทธภิ าพสูง แต่ก็มขี ้อกาจดั ตรงท่ี เชอ้ื รา Trichoderma เองก็ไปควบคุม
การเจริญเติบโตของเช้ือราชนิดอ่ืนๆ ท่ีเป็นประโยชน์เช่นกัน เราจึงมักพบปัญหาว่าทาไมพื้นท่ีของ
เราไม่มีเห็ดข้ึนในพ้ืนท่ี เนื่องจากเห็ดซึ่งเป็นเช้ือราชนิดหน่ึงถูกเช้ือรา Trichoderma ควบคุมไว้
นัน้ เอง ดงั นน้ั ในบางวธิ ีการกม็ ีขอ้ จากดั ในการใช้งาน
“เพม่ิ ความรู้ เพมิ่ ผลผลติ เพม่ิ รายได้ เพ่ิมความสขุ ”
18
3) หลักการชาระล้าง
ตามกฎของธรรมชาติ หากมีส่งิ สกปรกมากไปหรือเกดิ ความไม่สมดลุ ในพนื้ ท่ีตอ้ งมี
การทาความสะอาดพ้ืนที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล อย่างเช่น หากมีเช้ือโรคสะสมในดินมากเกินไป
ก็ต้องมีการทาความสะอาดพื้นที่ของเรา เพ่ือป้องกันปัญหาโรคพืช ซ่ึงสามารถทาได้หลายวิธี
โดยท่ัวไปหากพื้นที่เกษตรมีขนาดใหญ่ด้วยการตากแดดหรือตากลมเพ่ือฆ่าเชื้อโรค เกษตรกร
จะยกแปลงให้สูงเพื่อให้หน้าดินโดนแสงแดดหรือลมให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตามการให้ปุ๋ยมาก
เกินไปก็เป็นโทษได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าปุ๋ยที่เราใส่ไปจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ก็ตาม เพราะการท่ีพืชได้รับ
ธาตุอาหารมากเกินไปจะทาให้พืชมีความอดุ มสมบรู ณ์มากเกนิ ไปจนสร้างสารชวี เคมที ีล่ ่อแมลงหรือ
เชื้อราก่อโรคเข้ามารบกวน ซึ่งเปรียบเสมือนกับคนเราท่ที านอาหารมากเกนิ ไปแตไ่ ม่ออกกาลงั กาย
จนเกดิ ปัญหาโรคอว้ นและโรคภยั อน่ื ๆ ตามมา
“เพิ่มความรู้ เพิ่มผลผลติ เพม่ิ รายได้ เพ่มิ ความสขุ ”
19
พืชที่ปลูกต้องเหมาะสมกบั พ้นื ท่ี
หากเลือกพชื ท้องถนิ่ หรือผักพ้นื บ้านมาปลกู ในพ้ืนท่ี เราแทบจะไมต่ ้องดแู ลหรือจัดการ
มากมายอะไร เช่น ผักไชยาหรือมะละกอกินใบ ทีส่ ามารถเติบโตได้อย่างง่ายดาย ไมต่ ้องใส่ปุย๋ หรือ
น้าหมักเพ่ือบารุงให้ผักไชยาเติบโต เพราะผักไชยาได้ปรับตัวให้ทนต่อสภาพดิน อากาศ อุณหภูมิ
รวมถึงโรคและแมลงท่ีอยู่ในพื้นที่เป็นอย่างดี ซ่ึงจะต่างจากการเพาะปลูกพืชต่างถ่ิน เช่น กะหล่า
คะน้า องุ่น แตงกวา กลับต้องใชเ้ วลาในการดูแลมาก ต้องใส่ปุ๋ยหรือฮอรโ์ มนบารุงเพอื่ ให้พืชเติบโต
และให้ผลผลิตดี มีโรคและแมลงเข้ามารบกวนมาก เนื่องจากโครงสร้างและดารงชีวิตของพืชกลุ่ม
ดังกล่าวไม่ไดถ้ ูกออกแบบใหอ้ ยูไ่ ดใ้ นสภาพแวดลอ้ มต่างถิ่น อย่างคะน้า กะหลา่ หรือ องุ่น เปน็ พืช
ที่ขึ้นได้ดีในเขตอากาศหนาว พอเรานามาปลูกในประเทศไทยซึ่งมีภูมิอากาศที่ร้อน พืชดังกล่าวจึง
ออ่ นแอตอ่ โรคและแมลง เปน็ ต้น
ผกั ไชยาหรอื มะละกอกนิ ใบ
ภาพประกอบจาก : http://loklilub.blogspot.com/2019/08/blog-post_850.html
การจดั การปัญหาโรคและศตั รพู ืชดว้ ยวิธีเกษตรธรรมชาติ
วิธีการเกษตรธรรมชาติจะเน้นที่การป้องกันโรคและแมลงมากกว่าการรักษาโรคหรือ
จดั การศัตรูพชื ซึ่งเป็นการจัดการที่ปลายเหตุ ซ่ึงการป้องกันปัญหาโรคพืช วัชพชื และแมลงศัตรูพืช
จะเน้นที่การบารุงพืชให้แข็งแรง โดยเร่ิมต้ังแต่การปรับปรุงดินไปจนถึงการจัดการระหว่างการ
เพาะปลกู ดงั นี้
“เพ่ิมความรู้ เพ่มิ ผลผลิต เพม่ิ รายได้ เพิม่ ความสุข”
20
การปรับปรุงดินให้มีชวี ิตเป็นวิธีการป้องกันโรคพืชได้ดี หากดินมีความร่วนซุยสามารถ
รักษาความช้ืนได้ดแี ละมีธาตุอาหารเพยี งพอตอ่ การเจริญเติบโตของพืช พชื กจ็ ะแผ่ขยายรากลงดิน
ไปได้ลึก หาธาตุอาหารและน้าได้ดีข้ึน พืชจึงมีความทนทานต่อโรคและแมลง อย่างไรก็ตาม การ
ท่ีดินมีธาตุอาหารมากเกินไปก็ทาให้พืชอ่อนแอต่อโรคและแมลงเช่นกัน เน่ืองจากพืชได้รับอาหาร
เพียงพอจากปุ๋ยที่ถูกใส่ลงไปในแปลงจนพืชไม่จาเป็นต้องปรับตัวให้หาอาหารมาก รากจึงแผ่ขยาย
ไปตามผิวดินหรือหน้าดิน ไม่ขยายรากลงดินให้ลึกข้ึน พอเกิดภัยแล้ง พืชผักท่ีเพาะปลูกจึงมีความ
อ่อนแอต่อภัยแลง้ แมลงและโรคมากขน้ึ
การรดน้าหากมากเกินไปก็เป็นโทษเช่นกัน ในหลักการเกษตรธรรมชาติ เราไม่
จาเป็นต้องรดน้าผ่านท่อหรือน้าประปาซึ่งเสียค่าใช้จ่ายเสมอไป พืชเองก็สามารถดูดน้าที่อยู่ใต้ดิน
มาใชไ้ ด้เหมือนกันซึ่งนา้ จะระเหยข้ึนมาให้พชื ดดู น้าไปใช้ ดังนัน้ ในฤดฝู นเราจึงไมจ่ าเป็นต้องรดน้า
พชื หรือรดน้าเป็นบางครั้ง จากหลกั การดังกล่าวเราจึงสร้างร่องน้ารอบแปลงปลูกเพ่อื ให้น้าฝนไหล
ซมึ และสะสมในช้ันใตด้ นิ หากดินท่เี ราเพาะปลูกเป็นดนิ เหนียว ตอ้ งรดน้าให้ระวงั เพราะน้าอาจขัง
ที่ผวิ ดินจนทาให้เกิดโรครากเน่าและโคนเน่าในพชื หรือเกดิ อาการใบเหลืองได้
ดนิ หวั ใจหลกั ของเกษตรธรรมชาติ
หลักของเกษตรธรรมชาติ เราต้องดึงศักยภาพของดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ซ่งึ ดินท่ีมีชีวิตจะสามารถปรับตัวให้เขา้ กับดินในพื้นท่ีได้ และแนะนาให้เปล่ยี นชนิดพืชที่ปลูกลงดิน
น้นั ๆ เพอื่ ให้พืชชนิดนั้นกับดินปรับตัวเข้าหากนั ความหนาของหน้าดินก็ส่งผลต่อจานวนพชื ท่ีปลูก
ลงแปลงโดยตรง หากช้ันหน้าดนิ หนาหมายความวา่ มีธาตอุ าหารในดินมาก ก็สามารถปลูกผักใชช้ ิด
กันได้ ทางตรงข้าม หากช้ันหน้าดินบาง แสดงว่า ธาตุอาหารในดินน้อย ก็ควรผักให้ห่างกันเพ่ือ
ไม่ให้ผักแย่งอาหารกัน หากทราบวิธีการจัดการดินท่ีดีแล้ว การใส่ปุ๋ยอาจเป็นสิ่งท่ีไม่จาเป็นก็ได้
แตถ่ ้าหากโครงสร้างดนิ ยังไม่ดี ธาตอุ าหารนอ้ ย อาจต้องใส่ป๋ยุ อินทรยี ์ในระยะแรก
ดินท่ีมีชีวิตจะชักชวนให้สัตว์ที่เป็นประโยชน์ต่อดินเข้ามาอยู่อาศัย โดยเฉพาะไส้เดือน
ท่ีชอบอยู่ในดินท่ีร่วนซุย มีความชื้นพอดี มูลของไส้เดือนช่วยทาให้ดินโปร่งและระบายอากาศ
ได้มากขึ้น นอกจากไส้เดือนและแมลงในดินแล้ว จุลินทรีย์ท่ีอาศัยอยู่ในดินเองก็ทาหน้าที่ในการ
ย่อยซากพืชซากสัตว์ได้เองอยู่แล้ว ซึ่งความจริงเราแทบไม่ต้องใส่น้าหมักเพื่อช่วยในการหมักแต่
อย่างใด อย่างไรก็ตาม ผู้ท่ีเป็นเกษตรกรมือใหม่ก็ต้องเผชิญปัญหาดินเสื่อมโทรมและไม่เหมาะสม
อยู่บ่อยคร้ัง อาทิ ดินลูกรัง ดินถม ดินเหนียวเกินไป หรือ ดินทราย ซึ่งทาให้พืชผักที่ปลูกจึงให้ผล
ผลิตได้ไม่ดีนัก หากแปลงปลูกมีขนาดเล็ก ก็สามารถหาซ้ือดินมาใช้เป็นพ้ืนที่เพาะปลูกได้ง่าย
แต่ดินที่ขายตามร้านค้ามักเป็นดินแกลบเผาเป็นหลัก ซ่ึงไม่ใช้ดินที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก
แต่หากพ้ืนที่เพาะปลูกมีขนาดใหญ่ การซ้ือดินเข้ามาถมในพ้ืนที่อาจทาให้เกษตรกรเสียค่าใช้จ่าย
เป็นจานวนมาก การฟ้ืนฟูดินจึงเป็นส่ิงท่ีคนอยากทาเกษตรจาต้องเรียนรู้และนาไปปฏิบัติใช้ใน
พ้ืนที่
“เพมิ่ ความรู้ เพิ่มผลผลติ เพมิ่ รายได้ เพม่ิ ความสุข”
21
การฟืน้ ฟูดนิ เบ้อื งต้น
กรณีพ้ืนที่เพาะปลูกมีขนาดเล็ก ปัญหาดินเหนียวและจับตัวกันแน่นพบได้บ่อย
ในพื้นท่ีเพาะปลูกหลายแห่ง เราสามารถปรับปรุงดินโดยเร่ิมจากขุดหน้าดินให้เป็นร่องลกึ ประมาณ
30 ถึง 50 เซนติเมตร ใส่ใบไม้แห้งพร้อมเหยียบให้แน่น ทับถมใบไม้แห้งให้แน่นจนเกือบเต็มร่อง
ดนิ จากน้นั ทาให้กลบใบไมด้ ้วยดนิ ทถี่ กู ขุดขน้ึ มา แต่ไมต่ ้องเหยียบดินที่กลบใบไม้ให้แน่น เน่ืองจาก
เราตอ้ งการให้ดินกลบจบั ตัวกันหลวมๆ เพื่อสร้างรูพรุนให้อากาศเข้าใบช่วยย่อยสลายใบไม้ทฝ่ี ังตัว
อยู่ใต้ดิน ทิ้งไว้ 2 สัปดาห์จนใบไม้ย่อยสลาย ระหว่างการย่อยสลาย ต้องรดน้าดินท่ีฝังกลบให้ชุ่ม
ชนื้ ทกุ วนั เม่ือใบไม้ย่อยสลายจนหมด ก็สามารถปลูกผักบนพ้ืนทนี่ ้ันได้เลย วิธนี ี้อาศยั การสร้างดิน
ด้วยการหมักจากเศษใบไม้แห้ง ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้เวลาในการปรับปรุงดินน้อย แต่
อาจไม่เหมาะสมต่อการนาไปใช้ในพ้ืนที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ เพราะสิ้นเปลืองทั้งค่าใช้จ่ายและ
แรงงานในการปรับปรงุ ดนิ
กรณีพื้นท่ีเพาะปลูกมีขนาดใหญ่ ข้ันตอนการฟ้ืนฟูดินเร่ิมจากการยกแปลงให้สูง
สว่ นความสูงของแปลงนั้นขึ้นอยกู่ ับว่าดินมีความเหนียวมากแคไ่ หน หากดนิ ในพ้นื ท่ีเปน็ ดินจากก้น
บ่อน้า ซ่ึงดินประเภทน้ีมีความเหนียวมาก ดังน้ัน ต้องยกแปลงให้สูงถึง 10-15 ซม. การยกแปลง
ให้สงู จะชว่ ยให้ดินถกู แสงแดดและลมมากข้นึ จนปรมิ าณนา้ หรือความชนื้ ในดินให้ลดลงและเม็ดดิน
จับตวั กันหลวมข้นึ ในกรณีทพ่ี ื้นที่ไม่เสย่ี งต่อนา้ ทว่ มขงั หรือปรบั ปรงุ ดินในฤดูร้อนอาจไมจ่ าเปน็ ต้อง
ยกแปลงก็ได้ เม่ือยกแปลงเสร็จแล้วให้ทาการปลูกพืชตระกูลถ่ัวเพ่ือเป็นปุ๋ยพืชสดและ
ตรึงไนโตรเจนจากอากาศเพ่ือปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุยมากข้ึน เม่ือพืชตระกูลถ่ัวออกดอก
จนเต็มพื้นที่แล้วให้ทาการตัดให้จนลาต้นติดดินและเหลือแต่รากพืชเหล่านั้นไว้ ต้นพืชท่ีถูกตัด
ให้คลุมแปลงไว้ให้แห้งและย่อยสลายการเป็นปุ๋ยบารุงดิน ปล่อยรากพืชท่ีเหลือในดินให้ย่อยสลาย
จนเกิดเป็นโพรงในดิน จากน้ันสับหน้าดินให้แตกออก แต่ไม่ต้องสับดินให้ลึกมาก หลักจากนั้นเรา
กส็ ามารถนากลา้ ผักมาลงในแปลงท่ผี า่ นการปรบั ปรงุ ได้ และนาฟางคลุมแปลงเพือ่ ป้องกันวัชพืช
แต่หากดินยังจับตัวกันแน่นและแข็งอยู่ให้ปลูกพืชตระกูลถ่ัวซ้าบนแปลงอีกคร้ัง
แตโ่ ดยท่ัวไปแล้วเราจะปลกู พชื ตระกลู ถ่ัวเพือ่ ปรับปรงุ ดินในฤดูฝน เนื่องจากเปน็ ฤดูที่ผกั ใหผ้ ลผลิต
ตา่ และมักเสียหายจากน้าท่วมหรือเม็ดฝนท่ีตกกระทบจนผักเสียหาย พืชตระกูลถั่วท่ีปลูกในฤดูฝน
จะโตได้ดีในฤดูฝนและไม่มีปัญหาวัชพืชเข้ามารบกวน เน่ืองจากพืชตระกูลถ่ัวโตจนวัชพื ชไม่
สามารถเข้ามาแยง่ ชิงแหล่งอาหารได้ พชื ตระกลู ถัว่ ที่เหมาะต่อการปรบั ปรงุ ดิน ได้แก่ ปอเทือง โสน
ถ่ัวพมุ่ หรือถ่วั พร้า ซ่ึงกข็ ้ึนกับสภาพพ้ืนที่ หากพ้นื ท่ีเป็นพน้ื ทร่ี าบลุ่ม เชน่ ภาคกลาง ปอเทือง โสน
ถ่วั พมุ่ จะขนึ้ ไดด้ ี แต่หากเปน็ ภาคเหนืออาจตอ้ งปลูกถว่ั พรา้ แทนเนอ่ื งจากเปน็ พื้นทสี่ ูง หรอื เราอาจ
ปลูกต้นกระเจ๊ียบเพื่อช่วยในพรวนดินให้ลึกข้ึนได้ เน่ืองจากรากของกระเจี๊ยบแดงมีความแข็งแรง
และลงดินได้ลึกกว่าปอเทือง ซ่ึงรากกระเจ๊ียบแดงสามารถลงลึกได้ถึงช้ันดินดาน แต่รากจะย่อย
สลายชา้ กว่าปอเทอื ง หรอื อาจปลกู ถว่ั มะแฮะแทนกไ็ ด้ เพราะรากย่อยเร็วกว่ากระเจย๊ี บแดง
“เพิม่ ความรู้ เพม่ิ ผลผลติ เพิ่มรายได้ เพ่มิ ความสขุ ”
22
ระยะเวลาในการปรบั ปรงุ ดินและการใสป่ ๋ยุ
เป็นคาถามท่ีพบบ่อยคร้ังว่าต้องปรับปรุงดินถึงเม่ือไร หรือ ดูได้อย่างไรว่าธาตุอาหาร
ในดนิ สมบรู ณ์เพียงพอแล้ว จากหลกั เกษตรธรรมชาตทิ ่กี ลา่ วไปในตอนท่ีแล้ว การท่ีดนิ มธี าตอุ าหาร
มากเกินไปก็ส่งผลให้ผักถูกโรคและแมลงเข้ามารบกวน เราสามารถทราบข้อมูลเหล่านี้ได้การปลูก
พืชตระกูลถ่ัวเพ่ือปรับปรุงดินนั้นเอง หากพบว่ารากผักลงไปได้ลึกและผักเองก็โตช้า (หากรากผัก
ต้ืนอาจแปลว่าดินอาจแข็งเกินไป แต่ธาตุอาหารมีเพียงพออยู่ ซ่ึงสามารถแก้ไขได้โดยพรวนดินให้
ลึกข้ึน) หรือถอนรากพืชตระกูลถ่ัวมาดู แล้วพบว่ารากเกิดปมอยู่มาก แสดงว่า ดินยังมีธาตุอาหาร
น้อยอยู่ ต้นถ่ัวจึงต้องสร้างปมเพ่ือหาอาหารเพิ่มขึ้นนั้นเอง และต้องทาการปลูกพืชตระกูลถ่ัวและ
ไถกลบต่อไป
ในทางตรงกันข้าม หากเราพบว่าดินมีตะไคร่น้า หรือรากพืชตระกูลถั่วไม่เกิดปมหรือ
เกดิ นอ้ ยมาก แสดงว่า ดนิ มธี าตุอาหารสมบรู ณพ์ ียงพอแล้ว จงึ ไม่มีความจาเป็นท่ตี ้นถั่วต้องมาสรา้ ง
ปมเพื่อหาอาหารเพิ่มเตมิ นั้นเอง ดังนัน้ จึงไม่มีความจาเปน็ ที่ต้องใสป่ ุ๋ยลงไปเพิ่มเติม และการปลูก
พืชตระกูลถั่วเพ่ือปรับปรุงดินในฤดูฝน นอกจากจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินแล้ว ยังสามารถ
ตรวจสอบปริมาณธาตอุ าหารในดินได้อกี ทางหน่งึ
ในกรณีพื้นที่เป็นดินทรายหรือดินร่วนปนทราย อาจต้องใช้เวลาในการฟ้ืนฟูดินทราย
ท่ีนานกว่าแปลงปลูกที่เป็นดินเหนียว เนื่องจากดินทรายเป็นดินท่ีไม่อุ้มน้าและไม่รักษาความช้ืน
และมีอินทรียวัตถุปริมาณน้อย ส่วนการปรับปรุงดินให้ใช้วิธีเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ แต่ต้องปลูกพืช
ตระกูลถั่วและไถกลบเพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน โดยทั่วไปใช้เวลาในการปรับปรุงดินทรายนานถึง
2-3 ปี
การหมักปุ๋ยจากเศษใบไม้
หากเราเดินเข้าไปในป่าเราจะพบว่าพืชหลายชนิดก็ขึ้นได้ดีท้ัง ๆ ท่ีไม่มีการใส่ปุ๋ยบารุง
แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงคือ พืชในป่าก็ได้ปุ๋ยตามธรรมชาติอยู่แล้วจากเศษใบไม้ท่ีทับถมและย่อย
สลายจนกลายเปน็ ปุ๋ย เราจึงใชก้ ระบวนการธรรมชาตนิ ้ีมาปรบั ใช้ในการทาปุ๋ยหมักนั้นเอง ในความ
เป็นจริงเศษใบไม้สดหรือแห้งเองก็มีจุลินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงไม่มี
ความจาเป็นต้องใช้มูลสัตวห์ รอื น้าหมักเขา้ มาผสมเพื่อให้เกิดการย่อยแต่อยา่ งใด หากกองปยุ๋ มเี ศษ
กิ่งไม้หรือก้านใบไม้ซ่งึ ย่อยสลายยากกว่าใบไม้ ให้แยกออกจากกองปุ๋ย เพราะจะทาให้การหมักปุ๋ย
ช้าลง และหากวสั ดเุ ป็นใบไม้สด ให้ตากวัสดใุ ห้แห้งก่อนนามาหมักเพื่อปอ้ งกันไม่ให้กองปยุ๋ เกดิ การ
เน่าเสีย หากตอ้ งการให้เกดิ การย่อยสลายเร็วข้ึนกส็ ามารถใส่ดินจากกอไผ่หรือน้าหมกั จากข้าวสุก
หรือน้าซาวข้าวกไ็ ด้ ในเรอ่ื งของการเลอื กหัวเช้ือจลุ ินทรยี ์ จลุ ินทรยี ท์ ี่อย่ใู นพื้นทข่ี องเราหรือละแวก
ใกล้เคียงถือว่าเป็นหัวเช้ือท่ีดีท่ีสุด เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์ท่ีอาศัยในพื้นที่และคุ้นเคยกับ
สภาพแวดลอ้ มในพ้ืนท่มี ากที่สุด
“เพ่มิ ความรู้ เพ่มิ ผลผลิต เพม่ิ รายได้ เพ่มิ ความสขุ ”
23
สถานท่ีหมักปุ๋ยต้องไม่มีน้าท่วมขัง ควรอยู่ในท่ีร่ม เนื่องจาก หากกองปุ๋ยอยู่กลางแจ้ง
ก็จะถูกแสงแดดเผาจนกองปุ๋ยแห้ง ทาให้ต้องรดน้าเพื่อให้กองปุ๋ยชุ่มช้ืนอยู่เสมอ เมื่อสถานท่ีทา
กองปุ๋ยเสร็จแล้ว ให้นาเศษใบไม้มากองรวมกันพร้อมเหยียบให้แน่น และรดน้าจนกองปุ๋ยมีความ
ชุม่ ชื้นพอเหมาะ ทิง้ กองปุ๋ยไว้ 2-3 เดือน จนกระบวนการหมกั เสร็จส้ิน อยา่ งไรก็ตามควรกลับกอง
ปุ๋ยอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพ่ือให้เชื้อจุลินทรีย์รับอากาศได้มากขึ้น และ ช่วยให้เศษใบไม้ย่อย
สลายและหมักไดอ้ ย่างท่วั ถงึ ท่ังกอง ทาใหก้ ระบวนการหมักเกิดได้เร็วมากข้นึ ในกรณสี ถานท่ีอยู่ใน
พ้ืนท่ีอากาศหนาว อาจต้องใช้เวลาในการหมักท่ีนานกว่าปกติ อย่างกรณีฟาร์มที่ญ่ีปุ่น ต้องใช้เวลา
ในการหมกั นานถึง 6 เดือน เทยี บกับประเทศไทยอาจเวลาในการหมักเพียงแค่ 2-3 เดอื นเทา่ น้ัน
หลักในการพิจารณาว่ากองปุ๋ยสามารถนามาใช้ได้แล้ว สังเกตได้จากสีกองปุ๋ยนั้นเข้ม
ข้ึน ส่วนมากจะเป็นสีน้าตาลหรือสีดา ความร้อนในกองปุ๋ยหมักจะใกล้เคียงกับความร้อนนอกกอง
ปุ๋ย และมีกลิ่นคล้ายเหมือนดนิ หรือเมื่อโดนน้าก็จะมีกล่ินไอฝนหรือไอดิน และไม่มีกล่ินเหมน็ จาก
ก๊าซไข่เน่าหรือแอมโมเนีย หากกองปุ๋ยมีลักษณะดังที่กล่าวไว้ข้างต้นก็แสดงว่า เราสามารถนาปุ๋ย
หมกั น้ันมาใชไ้ ด้แลว้
การจดั การวัชพชื ตามหลกั เกษตรธรรมชาติ
หญ้าอาจถือเป็นวัชพืชที่นักปลูกทุกท่านอยากจะถอนออกให้หมดแปลง แต่ตามหลัก
เกษตรธรรมชาติ หญ้าอาจเป็นคุณประโยชน์ให้สวนผัก เพราะหญ้าเป็นแหล่งท่ีอยู่ของตัวห้า เช่น
แมลงปอ ด้วงเต่า มวน แมลงช้าง แมลงหางหนีบ ตะขาบ แมงมุม ซึ่งกินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหาร
และตัวเบียน เช่น แตนเบียน ท่ีจะเข้าไปวางไข่ในแมลงศัตรูพืช เราจึงไม่ถอนหญ้าออกจากแปลง
และปล่อยใหห้ ญา้ ข้ึนตามขอบแปลงแทน
โดยท่ัวไปแล้วตัวหญ้าเองอาจไม่ได้แย่งอาหารผักท่ีเราปลูกเสมอไป วัชพืชส่วนใหญ่
รากจะตื้นหากผักของเรามีรากท่ีลึกก็จะไม่มีปัญหาหารแย่งชิงอาหารกับหญ้า แต่ปัญหาของ
วชั พืชจริง ๆ คอื การแขง่ ขันเพ่ือแย่งแสงแดด ท่ีผกั เราไม่โตก็เปน็ เพราะมาจากหญ้าบดบังแสงแดด
จนผักรับแสงแดดไม่เพียงพอ เราจะไม่ตัดหญ้าให้ติดดิน เพราะจะกระตุ้นให้หญ้าแตกกอมากข้ึน
วิธีการจัดการหญ้าคือ ตัดหญ้าให้เหลือตอไว้ 5 ถึง 10 ซม. ซึ่งจะทาให้หญ้าไม่แตกกอ และโตไม่
ทันผักที่เราปลูก เมื่อผักทีเ่ ราปลกู สงู ใหญ่กว่าหญ้าแล้ว หญ้าก็จะไม่เป็นปัญหาตอ่ ผักอีกต่อไป และ
ชว่ ยให้หญ้าท่ีเปน็ ประโยชน์เขา้ มาในแปลงปลูกในอนาคต
ในกรณีท่ีวัชพืชเป็นเถาเลื้อย เช่น ผักบุ้ง ถ้าพื้นที่สวนเป็นไม้ผลหรือไม้ยืนต้น วัชพืช
กลุ่มน้ีจะช่วยพรวนดินให้กับไม้ยืนต้น และไม่แย่งอาหาร เพราะรากไม้ยืนต้นลงไปลึกกว่าวัชพืช
มาก จึงไม่มีความจาเป็นต้องถอนวัชพืชออก แต่หากพื้นท่ีสวนเป็นแปลงผัก อาจต้องใช้วิธีวัชพืช
ถอนจากแปลงอยา่ งเดียว
“เพม่ิ ความรู้ เพม่ิ ผลผลิต เพม่ิ รายได้ เพ่มิ ความสุข”
24
บทสรุปเกษตรธรรมชาติ MOA
เกษตรธรรมชาติเป็นระบบการผลิตให้อาหารท่ีปลอดภัยแก่นักปลูก นักปรุง และ
มคี วามย่งั ยืนเหมาะกับทุกท้องถ่ิน ซ่ึงจะประกอบด้วย 3 แนวคิดหลกั คือ
1) ดนิ เปน็ หัวใจหลักของการเพาะปลูก
2) เรียนรู้การทาเกษตรผา่ นกระบวนการธรรมชาติ และนามาปรบั ใชก้ บั การเพาะปลูก
3) นาหลักการเกษตรย่ังยืน หรือ เกษตรดังเดิมในท้องถ่ินมาปรับใช้ จนนาไปสู่การมี
ผลิตเกษตรท่ีมีความปลอดภัย อนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างความ
สามัคคใี นทอ้ งถน่ิ และชุมชน
“เพิม่ ความรู้ เพม่ิ ผลผลติ เพมิ่ รายได้ เพ่มิ ความสุข”
25
ปฏทิ ินการปลูกผักและผลไม้
ที่มา : https://www.baanlaesuan.com/104632/plant-scoop/veg_calendar
“เพม่ิ ความรู้ เพ่มิ ผลผลติ เพ่มิ รายได้ เพมิ่ ความสุข”
26
ท่มี า : https://www.baanlaesuan.com/104632/plant-scoop/veg_calendar
“เพ่มิ ความรู้ เพิ่มผลผลติ เพิ่มรายได้ เพ่ิมความสขุ ”
27
ท่มี า : https://www.baanlaesuan.com/104632/plant-scoop/veg_calendar
“เพ่มิ ความรู้ เพิ่มผลผลติ เพิ่มรายได้ เพ่ิมความสขุ ”
28
โครงการ “สามสิบตารางวาสู้วิกฤติ Covid-19” ตามหลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. ชอ่ื โครงการ “สามสิบตารางวาสวู้ กิ ฤติ Covid-19” ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
(โครงการยอ่ ย) (โครงการอบรมดา้ นเกษตรธรรมชาตติ ามแนวทางศาสตรพ์ ระราชา)
2. สอดคล้องกบั นโยบายและยุทธศาสตร์ สานกั งาน กศน.
๑. ยุทธศาสตรด์ า้ นความมั่นคง ขอ้
๑.๑ พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ พร้อมทั้งน้อมนา
และเผยแพร่ศาสตรพ์ ระราชา หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง รวมถงึ แนวทางพระราชดาริต่าง ๆ
๓. ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการพฒั นาและเสริมสรา้ งศกั ยภาพทรพั ยากรมนุษย์ ข้อ
๓.๒ พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระยะสั้น ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย
เหมาะสมกับบริบทของพ้นื ที่ และตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนผรู้ ับบรกิ าร
๓.๓ ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอ้ือต่อการเรียนรู้สาหรับ
ทุกคน สามารถเรยี นไดท้ กุ ท่ที ุกเวลา มกี จิ กรรมทีห่ ลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชมุ ชน
๓.๔ เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคี
เครือข่าย ทั้งภาครัฐเอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมท้ังส่งเสริมและสนับสนุนการมี
ส่วนร่วมของชุมชนเพ่ือสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษา
และการเรียนรใู้ ห้กบั ประชาชนอย่างมคี ณุ ภาพ
๓.๕ พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพ่ือประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและ
กลุ่มเป้าหมาย เช่น จัดการศึกษาออนไลน์ กศน. ท้ังในรูปแบบของการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน การพฒั นาทกั ษะชีวิต
ทักษะอาชีพและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ
การจดั การเรียนรู้และใชก้ ารวิจัยอยา่ งงา่ ยเพอื่ สร้างนวัตกรรมใหม่
๓.๙ เตรียมความพร้อมของประชาชนในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมและมี
คณุ ภาพ
3. หลกั การและเหตผุ ล
ในปี พ.ศ. 2553 นายสุวัฒน์ ชานาญกิจ ผู้อานวยการศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทย
บริเวณชายแดนสระแก้วในขณะนั้น ได้เริ่มดาเนินการจัดทาโครงการบ้านพอเพียง Model 30 ตารางวา
โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ สาธิต ให้กับประระชาชนที่สนใจได้เข้ามา
ศึกษาหาความรู้ เพื่อนาประยุกต์ใช้ในการดาเนินชีวิตประจาวัน ซ่ึงจะสามารถทาให้ครัวเรือนสามารถพึ่งพา
ตนเองได้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ใหก้ ับครัวเรือน อีกท้ังยังเป็นการสานสัมพันธ์เสริมสร้างความรัก ความอบอุ่น
ในครอบครัวให้มากยิ่งขึ้น
จากสถานการณ์ของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ได้ส่งผลกระทบต่อการดารงชีวิต
ของประชาชนทุกกล่มุ อาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในกลุ่มของเกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน ฯลฯ ทาใหป้ ระชาชน
ขาดรายได้ไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคท่ีมีราคาสูงขึ้น ทาให้ประชาชน
ท่ีขาดรายได้ไม่สามารถซ้ือหาได้ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้ว ได้ตระหนักถึง
“เพ่มิ ความรู้ เพ่มิ ผลผลติ เพ่ิมรายได้ เพิม่ ความสขุ ”
29
ความสาคัญของปัญหาดังกล่าว โดยเล็งเห็นว่าส่งิ ทจี่ าเป็นท่สี ุด คือการสร้างความมั่นคงทางอาหารใหก้ ับชุมชน
จึงได้นาโครงการบ้านพอเพียง Model 30 ตารางวา กลับมาประยุกต์ใช้ใหม่ภายใต้ชื่อ “สามสิบตารางวา
สู้วิกฤติ Covid-19” ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการของการทาเกษตรธรรมชาติ
ซ่ึงจะเป็นโครงการที่มปี ระโยชนต์ ่อประชาชน สร้างพน้ื ฐาน ความพอมี พอกนิ พอใช้ เกดิ การพ่ึงพาตนเอง ตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดาริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลท่ี 9) ท่ีจะเป็นทางออกสาคัญที่นามาใช้ในการดาเนินชีวิต
เป็นทางออกและนาพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความม่ันคงทางด้านอาหาร
ให้ประชาชน ชุมชน เป็นการลดรายจ่ายประชาชนในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและสามารถเป็นแหล่งอาหาร
ท่ีปลอดสารพิษของประชาชนทุกคนไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
๔. วัตถุประสงค์
๑) เพอ่ื สรา้ งแปลงตน้ แบบ Model 30 ตารางวา
๒) เพ่ือส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน(ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน)
ในระดบั พ้นื ที่ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๕. เป้าหมาย
- เชิงปรมิ าณ
มีแหล่งเรียนรู้บ้านพอเพียง Model 30 ตารางวา ในพ้ืนท่ีบริเวณชายแดนท้ัง 3 จังหวัด
ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด โดยครูอาสาสมัคร กศน. ๑ คน/๕ ครัวเรือน
รวม ๕๐ ครวั เรือน (และจะขยายให้คบทกุ ครัวเรอื ครอบคลมุ พ้นื ที่รบั ผดิ ชอบ)
- เชงิ คุณภาพ
ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ นอ้ มนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสู่การปฏิบัตอิ ยา่ งเปน็ รปู ธรรมและ
ย่งั ยืน สามารถลดรายจ่าย เพ่ิมรายไดใ้ ห้กบั ครัวเรอื นได้
๖. วิธีดาเนินการ วัตถปุ ระสงค์ กล่มุ เปา้ หมาย เป้าหมาย พื้นท่ี ระยะเวลา งบประมาณ
๑๒ คน ดาเนินการ -
กจิ กรรมหลกั ๑๒ คน ศฝช.สระแก้ว เมษายน -
256๓
จัดทาแนวทางการ วางแผนการการ บคุ ลากร ศฝช. ศฝช.สระแกว้ เมษายน
ดาเนินโครงการฯ ดาเนินโครงการฯ สระแกว้ 2563
ชี้แจงสรา้ งความรู้ บคุ ลากร ศฝช.
ความเขา้ ใจเกย่ี วกับ บุคลากรมคี วามรู้ สระแก้ว ๕๐ จงั หวดั พฤษภาคม 80,000
การดาเนินโครงการฯ ความเขา้ ใจในการ ครัวเรือน สระแกว้ 2563 -
ดาเนินตามโครงการ ดาเนินโครงการฯ ประชาชนบรเิ วณ จนั ทบุรี
ชายแดนจังหวดั ๕๐ ตราด พฤษภาคม
นเิ ทศ กากบั ตดิ ตาม เพื่อสร้างแปลง สระแก้ว จันทบรุ ี ครัวเรือน ถึง
ประเมินผล และ ต้นแบบ Model 30 ตราด ศฝช.สระแก้ว
รายงานผลการดาเนิน ตารางวา พ้ืนท่บี ริเวณ ประชาชนบรเิ วณ กันยายน
โครงการฯ ชายแดน ชายแดนจังหวดั 2563
สระแก้ว
เพื่อรบั ทราบผลการ จันทบุรี
ดาเนินงานโครงการฯ ตราด
“เพ่มิ ความรู้ เพิ่มผลผลิต เพิม่ รายได้ เพ่มิ ความสุข”
30
๗. วงเงินงบประมาณท้งั โครงการ
จากงบประมาณรายจ่าย ประจาปีงบประมาณ 256๓ งบดาเนินงาน(พัฒนาคุณภาพการศึกษา)
โครงการอบรมด้านเกษตรธรรมชาติตามแนวทางศาสตร์พระราชา เป็นค่าตอบแทนใช้สอย จานวน ๘
0,000 บาท (แปดหมน่ื บาทถ้วน) ดังน้ี
- ค่าวัสดุ เปน็ เงนิ ๘0,000 บาท
รวมท้งั สนิ้ เปน็ เงนิ จานวน ๘0,000 บาท
๘. แผนการใช้จ่ายงบประมาณ ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4
(ต.ค.-ธ.ค.6๒) (ม.ค.-ม.ี ค.6๓) (เม.ย.-ม.ิ ย.63) (ก.ค.-ก.ย.63)
กจิ กรรมหลกั
- - - -
จัดทาแนวทางการดาเนินงาน
ชแี้ จงสรา้ งความรูค้ วามเขา้ ใจ - - - -
เกยี่ วกับการดาเนินโครงการฯ
ดาเนนิ การตามโครงการ - - ๘0,000 -
ติดตามประเมินผล และรายงานผล
การดาเนินโครงการฯ - - - -
๙. ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการ
- ศูนยฝ์ ึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแกว้
๑๐. เครือขา่ ย
-
๑๑. โครงการท่ีเกยี่ วขอ้ ง
- โครงการอบรมดา้ นเกษตรธรรมชาติตามแนวทางศาสตร์พระราชา
๑๒. ผลลัพธ์ (Outcome)
๑. เกดิ แปลงต้นแบบ Model 30 ตารางวา
๒. ผู้เข้าร่วมโครงการ น้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและ
ยงั่ ยนื สามารถลดรายจา่ ย เพิ่มรายได้ใหก้ ับครัวเรือน
๑๓. ตวั ชีว้ ดั ผลสาเร็จของโครงการ
ตวั ช้วี ดั ผลผลติ (Output)
1. ร้อยละ 80 ของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการฯ มคี วามรูแ้ ละ ทกั ษะการทา Model 30 ตารางวา
2. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมในโครงการฯ สามารถนาความรู้ไปปฏิบัติได้ถูกต้องตามปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียงสกู่ ารปฏบิ ัตอิ ย่างเป็นรปู ธรรมและยั่งยืน สามารถลดรายจ่าย เพ่มิ รายไดใ้ ห้กับครัวเรอื น
“เพมิ่ ความรู้ เพม่ิ ผลผลติ เพ่มิ รายได้ เพิม่ ความสุข”
31
ตัวชว้ี ัดผลลัพธ์ (Outcome)
๑. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการฯ นาความรู้ที่ได้รับไปขยายผลแก่ประชาชนในหมู่บ้าน
อาเภอ จังหวัด หรอื ผู้สนใจใหส้ ามารถนาไปปฏิบัตไิ ด้
๑๔. การตดิ ตามและประเมินผลโครงการ
1. ระหวา่ งดาเนนิ การ(แบบสารวจความพงึ พอใจ)
2. ส้นิ สุดโครงการ (แบบสารวจความพงึ พอใจ/แบบติดตามผลประเมนิ ผล)
ลงชอ่ื ..................................................ผู้เสนอโครงการ
(นายกรินทร์ เฉลมิ วิสตุ มก์ ุล)
ครู
ลงช่ือ..................................................ผู้พจิ ารณาโครงการ
(นางสุวมิ ล ศุภพิมล)
ครู
ลงชื่อ.............................................ผู้เห็นชอบโครงการ
(นางสาวบุณยรัตนน์ ันท์ อารีรอบ)
รองผ้อู านวยการศนู ย์ฝึกและพัฒนาอาชีพ ฯ สระแก้ว
ลงช่อื .............................................ผ้อู นุมตั ิโครงการ
(นายมาโนช ชลารกั ษ)์
ผูอ้ านวยการศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพ ฯ สระแก้ว
“เพมิ่ ความรู้ เพมิ่ ผลผลติ เพ่มิ รายได้ เพ่มิ ความสุข”
ผู้เข้าร่วม
“สามสบิ ตารางวา สู้วกิ ฤตโควดิ – 19
กับ ศนู ยฝ์ กึ และพัฒนาอาชีพราษ
ที่ ผรู้ บั ผดิ ชอบ/พ้ืนที่ ผู้เข้ารว่ มโครงการ
1 นายพรศกั ดิ์ สาราญดี นางสาวไพรินทร์ พินทา
นางสาลี วงศ์วนิ ิจศร
อาเภอคลองหาด นายสมนึก แซอ่ ง้ึ
จงั หวดั สระแก้ว นางวารินทร์ หาผล
นางจาเนียร เจ็กจันทึก
๒ นางสาวนชิ าภา แจม่ จารูญ นายสมโภชน์ ขุนสนทิ
อาเภอโคกสงู นางสาวไพเราะ ขนุ สนิท
จงั หวัดสระแก้ว นางทองพูน ชนิ สา
นางบญุ เรือน กันซ่อื
๓ นายประสิทธิ์ ฝาคา นางเล็ก คา้ จนั
อาเภออรัญประเทศ นายอนันตพร เทพรกั ษา
จังหวัดสระแก้ว นางเฉลา แสงสวา่ ง
นายสุรพงศ์ ช่วงรัศมี
นางจนี จันทอง
นางจาปา กอนเกียน
“เพิ่มความรู้ เพม่ิ ผลผลติ
32
มโครงการ
9” ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแกว้
ทอี่ ยู่
ม. 6 บ้านคลองหาด อาเภอคลองหาด จงั หวดั สระแกว้
ม. 8 บ้านคลองหาด อาเภอคลองหาด จังหวัดสระแกว้
ม. 10 บ้านคลองไกเ่ ถ่ือน อาเภอคลองหาด จังหวัดสระแกว้
ม. 10 บ้านคลองไก่เถื่อน อาเภอคลองหาด จงั หวัดสระแกว้
ม. 10 บา้ นคลองไก่เถือ่ น อาเภอคลองหาด จงั หวดั สระแก้ว
ม. 2 บา้ นดอนไร่ฝ้าย อาเภอโคกสูง จงั หวัดสระแกว้
ม. 2 บ้านดอนไร่ฝ้าย อาเภอโคกสงู จังหวัดสระแก้ว
ม. 2 บ้านดอนไรฝ่ ้าย อาเภอโคกสูง จงั หวัดสระแกว้
ม. 2 บา้ นดอนไร่ฝ้าย อาเภอโคกสงู จังหวดั สระแก้ว
ม. 2 บ้านดอนไร่ฝ้าย อาเภอโคกสงู จงั หวดั สระแก้ว
ม. 4 บ้านผ่านศกึ อาเภออรญั ประเทศ จังหวดั สระแกว้
ม. 4 บ้านผ่านศึก อาเภออรัญประเทศ จงั หวัดสระแกว้
ม. 4 บ้านผ่านศกึ อาเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
ม. 4 บ้านผ่านศกึ อาเภออรัญประเทศ จงั หวัดสระแก้ว
ม. 4 บ้านผ่านศึก อาเภออรญั ประเทศ จงั หวัดสระแก้ว
เพม่ิ รายได้ เพ่ิมความสุข” ๓๒
ผเู้ ข้าร่วม
“สามสบิ ตารางวา ส้วู ิกฤตโควิด – 19
กบั ศูนย์ฝกึ และพัฒนาอาชพี ราษ
ท่ี ผูร้ บั ผดิ ชอบ/พนื้ ที่ ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ
๔ นางสาวสุกญั ญา ประสงคใ์ จ นายสะท้าน มิ่งวิมาร
อาเภอตาพระยา นายไชย วทิ ย์เวทย์
จังหวดั สระแก้ว นายสุทัศน์ หอมประสพ
นางวนั เพญ็ พักน้อย
นางงามเมือง สดุ ทองมน
๕ นายชัยวุฒิ สาอุล นางวันดี โคตรนาม
อาเภอเมืองสระแกว้ นางอัมพร คาพิพฒั น์
อาเภอวฒั นานคร นายจาเนยี ร จันทะพันธ์ุ
จังหวัดสระแกว้ นายปญั ญา ลิม้ กลุ
นางพรสวรรค์ อาจวิชัย
๖ วา่ ที่เรือตรอี ิทธา พรเฉลมิ พงศ์ นายธชั พล ม่ังทอง
อาเภอโป่งนา้ ร้อน นางสาวอารี ดอยทรายทอง
จังหวัดจนั ทบุรี นางสาวปญุ ญสิ า รวยสขุ
นางวลยั บังเกดิ กิจ
นางสมศรี พันชนัง
“เพม่ิ ความรู้ เพ่มิ ผลผลติ
33 ๓๓
มโครงการ
9” ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ษฎรไทยบรเิ วณชายแดนสระแกว้
ท่ีอยู่
ม. 5 บา้ นโคกทหาร อาเภอตาพระยา จังหวดั สระแก้ว
ม. 9 บา้ นรม่ ไทร อาเภอตาพระยา จังหวัดสระแกว้
ม. 9 บา้ นร่มไทร อาเภอตาพระยา จงั หวดั สระแก้ว
ม. 9 บ้านรม่ ไทร อาเภอตาพระยา จังหวดั สระแก้ว
ม. 9 บา้ นรม่ ไทร อาเภอตาพระยา จงั หวดั สระแก้ว
ม. 11 บา้ นท่าแยก อาเภอเมือง จงั หวัดสระแกว้
ม. 11 บา้ นทา่ แยก อาเภอเมอื ง จังหวัดสระแก้ว
ม. 11 บา้ นท่าแยก อาเภอเมือง จงั หวดั สระแก้ว
ม. 10 บา้ นท่าแยก อาเภอเมือง จังหวดั สระแก้ว
ม. 8 บา้ นหนองตะเคยี นบอน อ.วฒั นานคร จังหวัดสระแก้ว
ม. 2 บา้ นหนองตาคง อาเภอโป่งน้ารอ้ น จงั หวัดจันทบรุ ี
ม. 2 บ้านหนองตาคง อาเภอโป่งน้ารอ้ น จังหวัดจนั ทบุรี
ม. 2 บ้านหนองตาคง อาเภอโปง่ น้าร้อน จังหวดั จนั ทบุรี
ม. 2 บา้ นหนองตาคง อาเภอโป่งนา้ ร้อน จังหวัดจันทบรุ ี
ม. 2 บ้านหนองตาคง อาเภอโป่งนา้ ร้อน จังหวดั จนั ทบรุ ี
เพมิ่ รายได้ เพมิ่ ความสุข”
ผูเ้ ขา้ รว่ ม
“สามสบิ ตารางวา สวู้ ิกฤตโควิด – 19
กบั ศูนยฝ์ กึ และพัฒนาอาชพี ราษ
ท่ี ผ้รู บั ผดิ ชอบ/พน้ื ท่ี ผูเ้ ขา้ รว่ มโครงการ
๗ นายอคั รเดช เจริญสุข นางช่อทพิ ย์ วงผาบุตร
อาเภอสอยดาว นางสาวเกสร สาเภา
จังหวดั จนั ทบรุ ี
นายไชยพัฒน์ มีพนั ธ์
๘ นางเพญ็ ศรี ศรวี ไิ ลเลศิ
อาเภอเมอื ง นายเสนาะ จทู ัย
จังหวดั ตราด
นางศรปี ระไพร บุญวีรธรรม
๙ นางสาวสุภาพร สาครเย็น
อาเภอคลองใหญ่ นางยุรี ติงสาโรจน์
จังหวดั ตราด นางสุมารี ขาสม
นายพลนรินทร์ ฉิมมาแก้ว
นางพชิ ยา รตั นวาร
นายศิรพิ งษ์ ศรเี มฆ
นางสาวณัฐสนิ ี อินทรประเสริฐ
นายภูวดล วุฒพิ รประเสริฐ
นายพบิ ูลย์ อศั วโสวัน
นายใช้ อศั วโสวนั
นางฉัตรดาพร พุทธา
“เพิ่มความรู้ เพมิ่ ผลผลิต
34
มโครงการ
9” ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ษฎรไทยบรเิ วณชายแดนสระแกว้
ที่อยู่ ๓๔
ม. 6 บา้ นทรัพย์สมบูรณ์ ตาบลสะตอน อาเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
ม. 6 บา้ นทรพั ย์สมบูรณ์ สะตอน อาเภอสอยดาว จงั หวดั จนั ทบุรี
ม. 5 บา้ นเตาถ่าน ตาบลทงุ่ ขนาน อาเภอสอยดาว จังหวัดจนั ทบุรี
ม. 2 บา้ นสะตอน ตาบลทงุ่ ขนาน อาเภอสอยดาว จังหวดั จนั ทบุรี
ม. 6 บา้ นทุ่งขนานตาบลทงุ่ ขนาน อาเภอสอยดาว จงั หวัดจนั ทบุรี
ม. 3 บ้านทา่ กมุ่ ตาบลท่าก่มุ อาเภอเมอื ง จังหวัดตราด
ม. 3 บา้ นท่ากมุ่ ตาบลท่ากุม่ อาเภอเมือง จังหวัดตราด
ม. 3 บ้านตะกาง ตาบลตะกาง อาเภอเมือง จังหวัดตราด
ม. 4 บ้านขาราก ตาบลชาราก อาเภอเมอื ง จังหวัดตราด
ม. 1 บ้านปลายนา ตาบลชาราก อาเภอเมอื ง จังหวัดตราด
ม.1 บา้ นไม้รูด ตาบลไม้รูด อาเภอคลองใหญ่ จงั หวัดตราด
ม.1 บ้านไมร้ ดู ตาบลไมร้ ดู อาเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
ม.1 บ้านไม้รดู ตาบลไมร้ ูด อาเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
ม.4 บา้ นคลองมะนาว ตาบลไมร้ ูด อาเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
ม.4 บ้านคลองมะนาว ตาบลไม้รดู อาเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
เพม่ิ รายได้ เพิ่มความสขุ ”
ผู้เขา้ รว่ ม
“สามสิบตารางวา สู้วกิ ฤตโควดิ – 19
กบั ศูนย์ฝกึ และพัฒนาอาชพี ราษ
ท่ี ผรู้ ับผิดชอบ/พืน้ ท่ี ผู้เขา้ รว่ มโครงการ
๑๐ นางสาวชชั ฏา จ๋ิวน๊อต นางสาวสมาน ชยั มาศ
นางวารนิ มั่นยืน
อาเภอบอ่ ไร่ นางสมั่น รตั นมูล
นางนิมิต วงพระราม
จงั หวัดตราด นางประมวล สาระวน
“เพ่มิ ความรู้ เพ่มิ ผลผลิต
35
มโครงการ
9” ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ษฎรไทยบรเิ วณชายแดนสระแกว้
ท่อี ยู่
ม. 3 บ้านมะม่วง ตาบลนนทรยี ์ อาเภอบ่อไร่ จงั หวัดตราด
ม. 3 บ้านมะมว่ ง ตาบลนนทรีย์ อาเภอบ่อไร่ จงั หวัดตราด
ม. 3 บา้ นมะมว่ ง ตาบลนนทรยี ์ อาเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
ม. 3 บา้ นมะมว่ ง ตาบลนนทรีย์ อาเภอบอ่ ไร่ จังหวัดตราด
ม. 3 บ้านมะม่วง ตาบลนนทรยี ์ อาเภอบอ่ ไร่ จังหวัดตราด
๓๕
เพิ่มรายได้ เพ่ิมความสขุ ”
36
ที่ปรกึ ษา ผ้อู านวยการศูนยฝ์ กึ และพฒั นาอาชีพฯ สระแกว้
นายมาโนช ชลารกั ษ์ รองผ้อู านวยการศนู ย์ฝกึ และพฒั นาอาชีพฯ สระแก้ว
นางสาวบุณยรตั น์นนั ท์ อารรี อบ ครู ศนู ยฝ์ กึ และพฒั นาอาชีพฯ สระแก้ว
นางสวุ ิมล ศุภพมิ ล ครู ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชพี ฯ สระแก้ว
นางสาวกฤษณา โสภี ครู ศนู ย์ฝกึ และพฒั นาอาชีพฯ สระแก้ว
นายกรินทร์ เฉลิมวสิ ตุ มก์ ุล
ครู ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชพี ฯ สระแก้ว
คณะผ้จู ดั ทา ครู ศนู ย์ฝึกและพฒั นาอาชพี ฯ สระแก้ว
นายกรนิ ทร์ เฉลมิ วิสตุ มก์ ุล ครู ศูนยฝ์ ึกและพฒั นาอาชพี ฯ สระแกว้
นางอาทิตยา ปานทอง ครู ศนู ย์ฝกึ และพฒั นาอาชพี ฯ สระแกว้
นายสมชิด บัวผนั ครผู ้ชู ว่ ย ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพฯ สระแกว้
นางสาวอญั ชลี มีย่ิง ครูผู้ช่วย ศนู ยฝ์ ึกและพฒั นาอาชพี ฯ สระแก้ว
นายนฤรงค์ กันรัมย์ ครูอาสาสมคั ร กศน. ศนู ย์ฝกึ และพฒั นาอาชีพฯ สระแกว้
นางสาวเนตรนภา นพฤทธิ์ ครูอาสาสมคั ร กศน. ศูนย์ฝกึ และพัฒนาอาชีพฯ สระแก้ว
นายพรศักด์ิ สาราญดี ครอู าสาสมัคร กศน. ศูนย์ฝกึ และพฒั นาอาชีพฯ สระแก้ว
นางสาวนชิ าภา แจ่มจารูญ ครอู าสาสมคั ร กศน. ศูนย์ฝกึ และพัฒนาอาชีพฯ สระแก้ว
นายประสทิ ธิ์ ฝาคา ครูอาสาสมคั ร กศน. ศนู ย์ฝึกและพฒั นาอาชพี ฯ สระแก้ว
นางสาวสภุ าพร สาครเย็น ครูอาสาสมัคร กศน. ศนู ย์ฝกึ และพฒั นาอาชพี ฯ สระแก้ว
ว่าที่เรอื ตรีอทิ ธา พรเฉลมิ พงศ์ ครอู าสาสมคั ร กศน. ศนู ย์ฝึกและพฒั นาอาชพี ฯ สระแก้ว
นางเพญ็ ศรี ศรีวิไลเลิศ ครูอาสาสมคั ร กศน. ศนู ย์ฝึกและพฒั นาอาชีพฯ สระแกว้
นางสาวชัชฏา จิ๋วนอ๊ ต ครอู าสาสมคั ร กศน. ศนู ย์ฝกึ และพัฒนาอาชีพฯ สระแกว้
นายอัครเดช เจริญสขุ ครอู าสาสมัคร กศน. ศนู ย์ฝึกและพฒั นาอาชีพฯ สระแกว้
นางสาวสุกัญญา ประสงค์ใจ
นายชยั วฒุ ิ สาอุบล ครู ศนู ยฝ์ กึ และพัฒนาอาชพี ฯ สระแกว้
ออกแบบปก
นายกรินทร์ เฉลมิ วิสตุ ม์กุล
“เพม่ิ ความรู้ เพ่ิมผลผลิต เพ่มิ รายได้ เพิม่ ความสุข”