รายงานระบบสุริยะคุณครู สงบ ดุษฎีธัญลดามียา สุธีมนต์เสนอจัดทำ โดยรายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกษารายชา ดาราศาสตภาคเรียนที่ 2 ปีการกษา 2568ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเยนทยาศาสตและเทคโนโลโรงเรียนเตรียมอุดมกษา ภาคเหอสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมกษาษโลก ตรต
ระบบสุริยะจักรวาล คือระบบดาวแรงโมวงดเหยวตางๆ ใโคจรอวมน การกษาเรื่องระบบสุริยะจึงเป็นพื้นฐานสำ คัญในการความเาใจแหงของโลกในเอกภพ รวมงปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ต่างๆ เดนรายงานฉบับนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อรวบรวมและเสนออลเยวบองประกอบหกของระบบยะ โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ ดวงอาทิตงเนดาวฤกนกลางของระบบ, ดาวเคราะบวารง 8 ดวงที่มีลักษณะแตกต่างกัน, อุกกาบาต ตแงพวกนและโลหะในอวกาศ รวมง ดาวหาง ตชดน้ำ แข็งที่มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ เอใกษาเาใจงกษณะทางกายภาพและความมนของวัตถุเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนดหงเนอางงา อลในรายงานเมจะวยเสมสางความเาใจในชาทยาศาสตและเนประโยชอการนคาหบสนใจ หากอดพลาดประการใด ดขออมบไและขออยมา ณ นางสาว ดามียา สุธีมนต์ผู้ศึกษาก
ขคำ นำสารบัญบท1 ดวงอาต2 ดาวเคราะ3 กกาบาต4 ดาวหางบรรณากรมสารญหากข1-743-4445428-41
บท1ดาวอาตดวงอาทิตย์ เป็นดาวฤกษ์ธรรมดาดวงหง เนหงในดาวฤกราว 100,000 านดวงในกาแกทางางเอกของเรา ดวงอาทิตย์มีอิทธิพลสำ คัญอย่างงอโลกของเรา ทพลอสภาพอากาศ กระแสในมหาสทร ฤกาลและภูมิอากาศ และงใชรงตอไวยการงเคราะแสงประมาณ 4,500 ล้านปีก่อน ดวงอาทิตเมอวจากกมเมฆโมเลลประกอบวยไฮโดรเจนและเยมเนวนใหญ่ ซูเปอร์โนวาที่อยู่ใกล้เคียงได้ปอยคนกระแทกออกมา งมสบกมเมฆโมเลลและเมพงงานใบกลุ่มเมฆโมเลกุล กลุ่มเมฆโมเลกุลเริ่มบดและบเวณาซบางวนบวลงภายใแรงงดของพวกนเอง เอบริเวณใดบริเวณหนึ่งยุบตัวลง มันก็เมหนและอนนจากความนเมน ไฮโดรเจนและเยมวนใหงคงอยู่ในใจกลางของมวลที่ร้อนและหมุนในด าซอนนมากพอจะเมปยาวเคยวนและกลายเนดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะของเรา วนนๆ ของเมฆโมเลลเนวลงจนกลายเนจานรอบดวงอาตดวงใหและกลายเป็นดาวเคราะดาวเคราะอย ดาวหาง และตนๆ ในระบบยะของเราดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกประมาณ 150 านโลเมตร (93 านไม) ระยะทางเยกา หวยดาราศาสต(AU)งเนหวยดระยะทางมาตรฐานหบ กดาราศาสตและกกดาราศาสต1
AU สามารถวัดได้ด้วยความเร็วแสง หรือเวลาโฟตอนของแสงเนทางจากดวงอาตมางโลก แสงใเวลาประมาณแปดนาที 19 วินาทีในการเดินทางจากดวงอาตงโลกรัศมีของดวงอาทิตย์ หรือระยะทางจากนกลางไปงขอบเขตรอบนอกด อประมาณ 700,000 โลเมตร(432,000 ไมล์) ระยะทางดังกล่าวมีขนาด ใหกาศของโลกประมาณ 109 เา ดวงอาตไเยงแศใหญ่กว่าโลกมากเท่านั้น แต่ยังมีมวลมากกากวย ดวงอาตมวลมากกาโลกง 333,000 เา และมวลประมาณ 99.8 เปอร์เซ็นต์ของมวลทั้งหมดในระบบยะงหมดองค์ประกอบ- ดวงอาทิตย์ประกอบด้วยกลุ่มก๊าซที่ลุกโชน งาซเหาปางเนพลาสมาพลาสมาอสถานะของสสารคายกับก๊าซ แต่อนุภาคส่วนใหญ่ แตกตัวเป็นไอออนงหมายความาอภาคเหานวนเกตรอนเมนหอลดลงประมาณสามในของดวงอาตเนไฮโดรเจน งหลอมรวมนอางอเองและสางเยมโดยกระบวนการเยกาวนวเคยเยมประกอบเนเอบงหมดของวนเหอกหงในมวลของดวงอาตดวนเยงเกอย (1.69 เปอเน) ประกอบวยาซและโลหะนๆ ไแเหก กเล ออกเจน กอน มะนแมกเยม คาบอน ออน แคลเยม และโครเยม 1.69 เปอเนอาจเหอนไยญ แมวลของนงคงมวลมากกาโลกง 5,628 เา ดวงอาตไใมวลของแง นไขอบเขตระไายเหอนดาวเคราะนอางโลก แดวงอาตประกอบวยนางๆ ประกอบวยไฮโดรเจนและเยมเอบงหมด าซเหาหาแตกางนในและน และนางๆ ของดวงอาตดจากเปอเนของศงหมดของดวงอาต- ดวงอาตกแทรกมและควบมในระบหงโดยสนามแเหกสนามแเหกกหนดโดยการรวมนของกลไกบอนสามอาง ไแกระแสไฟาวงกลมงานดวงอาตนางๆ ของดวงอาตหนวยความเวางน และความสามารถในการไฟา ของดวงอาตใกเนนตร ของดวงอาตเนสนามแเหกจะวนเนวงเกๆ ใกนว เนสนามแเหกไหลานวจะขยายออกไปไกลกามาก หลายนโลเมตร อนจะกบไปงวตรงาม ดวงาตหนรอบแกนของวเอง เนเยวบโลก ดวงอาตหนทวนเมนากา และใเวลาประมาณ 25 ง 35 นในการหนรอบวเองหงคง- ดวงอาตโคจรตามเมนาการอบนกลางของทางางเอก วงโคจรของดวงอาตอางจากนกลางกาแกระหาง 24,000 ง 26,000 แสง ดวงอาตใเวลาประมาณ 225 ง 250 านในการโคจรรอบนกลางกาแกหงคงการแงแเหกไฟาพงงานของดวงอาตเนทางมางโลกวยความเวแสงในปแบบของการแงแเหกไฟา (EMR)สเปกตม แเหกไฟา อในปของคนความและความยาวคนางนความของคนแสดงงนวนคงคนเดในหวยเวลาหนด คนความยาวคนนมากจะเดหลายคงในหวยเวลาหนด งนงเนคนความง ในทางตรงนาม คนความจะความยาวคนยาวกามากคนแเหกไฟา2
ส่วนใหญ่ที่มาจากดวงอาทิตย์นั้นมองไม่เน คนความงดปอยออกมาจากดวงอาตไแงแกมมารังสีเอกซ์ และ รังสีอัลตราไวโอเลต (รัง) งเนนตรายดจะกดบโดยนบรรยากาศของโลกเอบทั้งหมด รังสียูวีที่มีพลังน้อยกว่าจะเดินทางานนบรรยากาศและอาจใเดอาการวไหไนอกจากดวงอาทิตย์ยังปล่อย รังสีอินฟราเรดออกมาวย งคนความกามาก ความอนวนใหจากดวงอาตมาในรูปของพลังงานอินฟราเรด สเปกตรัมที่มองเนไอระหางนฟราเรดและงงหมดเราในฐานะมษสามารถมองเห็นได้ สีแดงมีความยาวคนยาวด (ใกเยงบนฟราเรด) และวง (ใกเยงบ) นดดวงอาทิตย์เป็นสีขาว ซึ่งหมายความว่างหมดในสเปกตมมองเนไดวงอาตปรากฏเนเหองอมมเนื่องจากแสงสีน้ำ เงินที่ปล่อยออกมามีความยาวคนนกาและกระจายอในนบรรยากาศ งเนกระบวนการเดียวกับที่ทำ ให้ท้องฟ้าปรากฏเป็นสีฟ้า อางไรตาม กดาราศาสตเยกดวงอาตาดาวฤก\"ดาวแคระเหอง\" เองจากของดวงอาตอในวงเหองอมเยวของสเปกตมแเหกไฟาฒนาการของดวงอาตแาดวงอาตจะนงตงหมดบนโลกของเรา แจะไองแสงตลอดไป ดวงอาตอมาแวประมาณ 4.5 นานกระบวนการวเคยวนงอใเดความอนและแสงใงตบนโลกของเรารงอไเนกระบวนการเปยนแปลงองประกอบของดวงอาตอางาๆ เนน ดวงอาตใไฮโดรเจนในแกนกลาง อางอเองานปยาวน วเคยกๆ นาดวงอาตจะหลอมไฮโดรเจนประมาณ 620 านเมตกนใเนเยม ในระยะของดวงอาตแกนกลางประกอบวยไฮโดรเจนประมาณ74 เปอเนในกานานางหา ดวงอาตจะเผาผลาญไฮโดรเจนเอบงหมด และเยมจะกลายเนแหงเอเพงหก ในกานานางหา ดวงอาตจะเปยนจาก \"ดาวแคระเหอง\" เน \" ดาวกแดง \"เอไฮโดรเจนในแกนกลางของดวงอาตกใไปเอบงหมด แกนกลางจะหดวและอนน ใปมาณปยาวนวเคยเมน นนอกของดวงอาตจะขยายวจากพงงานวนเนดวงอาตจะขยายวออกไปประมาณ 200 เาของศจน กนนดาวธและดาวกกดาราศาสตกถกเยงนาวงโคจรของโลกจะขยายออกไปไกลเนเอมของดวงอาตหอไหอโลกของเราจะกกนนโดยดวงอาตวย เอดวงอาตขยายว พงงานจะแกระจายไปวนวกางน งงผลใดาวฤกเนวลงโดยรวม ความเนจะเปยนแสงมองเนของดวงอาตเนแดง งอดาวกแดงในดแกนกลางของดวงอาตจะณหประมาณ 100 าน เคลน (เอบ 100 านองศาเซลเยส หอ180 านฟาเรนไฮ) งเนระบณหในวไปในการดณหเองณหเยมจะเมหลอมรวมวเนคาบอน งเนธาหกกามาก งจะอใเดลมยะและจกรรมนๆ บนดวงอาตอางนแรง งในดจะหดออกจากนนอกงหมดของดวงอาตวงเวลาของดาวกแดงจะนดลง เหอเยงแกนกลางคาบอนของดวงอาตและกลายเน “ ดาวแคระขาว”นจะไสางหอปอยพงงาน3
โครงสร้างของดวงอาทิตย์ดวงอาทิตย์ประกอบด้วยหกชั้น ได้แก่ แนโลก เขตแงเขตพาความอน โฟโตสเยโครโมสเยและโคโรนาแกนกลางของดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่กว่าโลกมากกว่าพันเท่าและ ความหนาแนมากกาตะวมากกา 10 เา เนเตาหลอมขนาดใหอุณหภูมิในแก่นโลกสูงกว่า 15.7 ล้านเคลน (หอ 15.7 านองศาเซลเยส หอ 28 านองศาฟาเรนไฮ) แนโลกแผ่ขยายออกไปประมาณ 25 เปอร์เนของศดวงอาตแกนกลางเนสถานเยวสามารถเดปยาฟิวชันนิวเคลียร์ได้ ชั้นอื่นๆ ของดวงอาตไบความอนจากพงงานวเคยสางนน โปรตอนของอะตอมไฮโดรเจนชนกันอย่างรุนแรงและหลอมรวมหอรวมเาวยนเอสางอะตอมเยมกระบวนการเยกาปยากโPP (โปรตอน-โปรตอน) งปอยพงงานนวนมหาศาล พงงานปอยออกมาในวงหงนาของปยาวนจากดวงอาตนมากกาพงงานปอยออกมาใน การระเดของระเดไฮโดรเจนหลายแสนกระหางปยาวเคยวนแกนกลาง การปลดปอยพงงานสองประเภท ไแโฟตอนและวตโนอภาคเหาพาและเปงแสง ความอน และพงงานของดวงอาตโฟตอนเนอภาคแสงเกดและงแเหกไฟาปแบบนๆ วตโนตรวจบไยากกา และดเนเยงประมาณสองเปอเนของพงงานงหมดของดวงอาตดวงอาตแงงโฟตอนและวตโนไปในกศทางตลอดเวลาเขตแงเขตแงของดวงอาตเมนประมาณ 25 เปอเนของศและแขยายไปงประมาณ 70เปอเนของศในเขตแงความอนจากแกนกลางจะเนลงอางมาก งแเดานเคลน (12 านองศาฟาเรนไฮหอ 7 านองศาเซลเยส) งสองานเคลน (2 านองศาเซลเยส หอ 4 านองศาฟาเรนไฮ) ในเขตแงพงงานจะกายโอนโดยกระบวนการเยกาการแงความอน ในระหางกระบวนการโฟตอนปอยออกมาจากแกนกลางจะเนทางเนระยะทางนๆ จะกดบโดยไอออนอใกเยง งกปอยออกมาจากไอออนน และกดบกคงโดยโฟตอนน โฟตอนหงสามารถเนกระบวนการอไปไเอบ 200,000 ! เขตเปยนาน : ทาโคไคลระหางเขตแงและนดไป อ เขตพาความอน เขตเปยนานเยกาทาโคไคลบเวณเดนจากการหนแตกางน ของดวงอาตการหนแตกางนเดนเอวนางๆ ของตหนวยความเวางน ดวงอาตประกอบวยาซานกระบวนการางๆ นในนางๆ และละดางน วอางเน เนนตรของดวงอาตหนเวกาวมากตราการหนของดวงอาตเปยนแปลงอางรวดเวในทาโคไคลเขตพาความอน ศประมาณ 70เปอเนของดวงอาตโซนพาความอนจะเมนน ในเขตณหของดวงอาตไอนพอจะายโอนพงงานวยการแงความอน แจะายโอนความอนวยการพาความอนานคอมความอนเนเยวบเอดในหอ หองอนในตะเยงลาวา าซอกเาไปในโซนพาความอนของดวงอาตจะไบความอนและ \"เอด\" ออกานนอก ออกจากแกนกลางของดวงอาตานคอมความอน เอาซไปงขอบนอกของโซนพาความอน าซจะเนวลงและงกบไปงฐานของโซนพาความอนเอใความอนกคง4
โฟโตสเฟียร์โฟโตสเฟียร์คือ \"พื้นผิว\" สีเหลืองสดใสมองเนไของดวงอาตโฟโตสเยความหนาประมาณ 400 โลเมตร(250 ไมล์) และมีอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 6,000K (5,700°C, 10,300°F) สามารถมองเนเสาความอนของเขตการพาความร้อนในโฟโตสเฟียร์ ซึ่งเดือดด ๆ เหอนาวโตงเอด เอมองานกองโทรทรรศงง จะเห็นยอดเสาปรากฏเป็น แกรนูลที่หนาแนอเหอดวงอาตและแกรลดนกลางสาง งเนาซอนที่ลอยขึ้นผ่านเสาความร้อน ขอบสีเข้มของแกรลอาซเนไหลลงตามเสาไปงานางของเขตการพาความอนแม้ว่ายอดเสาความร้อนจะดูเหมือนแกรลขนาดเก แโดยวไปจะขนาดกางกา 1,000 โลเมตร (621 ไม)เสาความร้อนส่วนใหญ่จะอยู่ได้นานประมาณ 8 ง 20 นาอนจะละลายและอวเนเสาใหนอกจากง\"ซูเปอร์แกรนูล\" ที่มีขนาดกว้างได้ถึง 30,000 โลเมตร (18,641 ไม) และคงอไนานง 24 วโมงดบบนดวงอาตดบบนดวงอาตอดดบนดวงอาตอางอเยกน ดบจะเดนเอจกรรมแเหกนแรงในเขตพาความอน ใคอมความอนแตกออกานบนของคอมความอนแตกออก (มองเนไในโฟโตสเย)ณหจะลดลงวคราวเองจากาซอนไสามารถเางเปลวยะกระบวนการสางดบบนดวงอาตใเดการเอมอระหางโคโรนา (นนอกดของดวงอาต) และนในของดวงอาตสสารจากดวงอาตงออกมาจากองเดในปแบบเยกาเปลวยะ การระเดเหามวลมหาศาล ภายในเวลาไนาเปลวยะจะปลดปอยพงงานเยบเาบเนประมาณ 160 นานเมกะนหอประมาณหงในหกของพงงานงหมดดวงอาตปอยออกมาในหงนากมไอออน อะตอม และเกตรอนจะปะนจากเปลวยะและเนทางมางโลกในเวลาประมาณสองน เปลวยะและพวยงจากดวงอาตวนใเด สภาพอากาศในอวกาศงสามารถอใเดการรบกวนบรรยากาศและสนามแเหกของโลก รวมงรบกวน ระบบ ดาวเยมและโทรคมนาคมการนมวลโคโรนาการนมวลโคโรนา (CMEs) เนจกรรมบนดวงอาตกประเภทหงเดจากการเคอนและการรบกวนอางอเองภายในสนามแเหกของดวงอาตโดยวไป CMEs จะอวใกบบเวณดบบนดวงอาตแความมนระหางงสองงไไบการจสาเหของ CMEs งคงอระหางการกษา และสมมฐานาการรบกวนในโฟโตสเยหอโคโรนาไปการระเดของดวงอาตนแรงเหาโพรเนนของดวงอาตโพรเนนของดวงอาตอวงวนสสารของดวงอาตสางสดใส พวกนสามารถระเดเาไปในนโคโรนาของดวงอาตไไกลออกไป ขยายวหลายอยโลเมตรอนากษณะโงและดเยวเหาอาจความงและความกางหลายแสนโลเมตร และคงอไงแไนไปจนงไเอน5
โพรมิเนนซ์ของดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิเนกาโคโรนา และปรากฏเนเนเมกาเอกระทบบดวงอาตวยเหตุนี้จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเส้นใยวัฏจักรสุริยะดวงอาทิตย์ไม่ได้ปล่อยจุดดับและวัตถุงออกมาจากดวงอาตอางอเอง แจะฏกรประมาณ 11 ในระหว่างวัฏจักรสุริยะนี้ ความถี่ของการกาของดวงอาตจะเปยนแปลง ในวงยคงด อาจเดการกาได้หลายครั้งต่อวัน ในช่วงสุริยคติต่ำ สุด อาจเดการกาอยกาหงคงอปดาฏกรยะหนดโดยสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ ซึ่งพันรอบดวงอาตและเอมอนวงสอง กๆ 11 สนามแเหกจะกบศทำ ให้เกิดการรบกวนที่นำ ไปสู่กิจกรรมของดวงอาตและดบ ฏกรยะอาจงผลกระทบอสภาพอากาศของโลก ตัวอย่างเช่น แสงอัลตราไวโอเลตของดวงอาตจะแยกออกเจนในนสตราโตสเยและในโอโซนองนของโลกแงแกงน ในวงยคด จะงลตราไวโอเลตในปมาณอย งหมายความานโอโซนของโลกจะบางลงวคราว ใงลตราไวโอเลตเามาและในบรรยากาศของโลกอนนไมากนนบรรยากาศยะนบรรยากาศยะเนบเวณอนดของดวงอาตประกอบวยโครโมสเยโคโรนา และเขตทรานนเยกาเขตทรานนของดวงอาต(solar transition region) งเอมองสองเาวยน นบรรยากาศของดวงอาตกบดงวยแสงสางปอยออกมาจากโฟโตสเยและแทบจะไสามารถมองเนไโดยปราศจากเคองอเศษ เยงวงเด ปราคา เาน ดวงนทเคอนระหางโลกและดวงอาตและบดงโฟโตสเยนเหางจะมองเนไวยตาเปาโครโมสเยโครโมสเยชมอมแดงความหนาประมาณ 2,000 โลเมตร (1,250 ไม) และเมไปวยไอนของาซอนานางของโครโมสเยงเนดดวงอาตพบบโฟโตสเยดวงอาตจะณหดอประมาณ4,400K (4,100°C, 7,500°F) ณหใโครโมสเยชมณหในโครโมสเยจะเมนตามระบความง และงง 25,000K (25,000°C, 45,000°F) ขอบานนอกของบเวณน โครโมสเยปอยไอนของาซงกไหเยกา spiculesคายบเปลวยะ าซกไหเหางออกมาจากโครโมสเยเหอนวกโชนยาว โดยปกจะเนานนกลางประมาณ 500 โลเมตร (310 ไม) spicules อไเยงประมาณ 15นาแสามารถงไหลายนโลเมตรอนจะบวและสลายไปภาคการเปยนานของดวงอาตภาคการเปยนานของดวงอาต(STR) แยกโครโมสเยออกจากโคโรนาานางของ STR นางๆ ของดวงอาตกควบมและแยกออกจากนเองจากแรงโมวง ความนาซ และกระบวนการแลกเปยนพงงานแตกางน เหอ STR การเคอนและปางของนางๆ จะพลตมากกามาก โดยกควบมโดยแรงแเหกแรงแเหกเหาสามารถใเดปรากฏการยะ เน วงโคจรโคโรนาและลมยะ6
สถานะของฮีเลียมในสองบเวณความแตกางนเนน านางของ STR เยมแตกวเนไอออนบางวนซึ่งหมายความว่าสูญเยเกตรอนไปหงว แงคงเกตรอนเหออหงว รอบ STR เยมจะดบความร้อนมากกว่าเล็กน้อยและญเยเกตรอนวดาย ณหของเยมงงนเอบหงานเคลน (หงล้าน°C หรือ 1.8 ล้าน°F)โคโรนาโคโรนาเป็นชนบรรยากาศนนอกดของดวงอาตกษณะบางเบา และสามารถแขยายออกไปในอวกาศไหลายานโลเมตร าซในโคโรนาเผาไหณหประมาณหงานเคลน (หงาน°C หอ 1.8 าน°F) และเคอนวยความเวประมาณ 145 โลเมตร (90 ไม) อนาอภาคบางวนความเวหดน ง 400โลเมตรอนา(249 ไมอนา) พวกนหดนจากแรงงดของดวงอาตและกลายเนลมยะ ลมยะดจากดวงอาตไปงขอบของระบบยะ อภาคนๆ อวเนวงโคจรโคโรนา วงโคจรโคโรนาอการระเดของอภาคโงกบไปงดบบนดวงอาตอใกเยง ใกวของดวงอาตโคโรนา บเวณเหาเนกาและดกาบเวณนๆ ของดวงอาตและยอมใวนางๆ ของลมยะเคอนเวดบางวนานลมยะลมยะอกระแสอภาคประไฟาอนดงกเหยงออกมาจากนบรรยากาศเองบนของดวงอาตงหมายความากๆ 150 านดวงอาตจะญเยมวลเาบมวลของโลก อางไรตาม แในตราการญเยดวงอาตญเยมวลงหมดจากลมยะเยงประมาณ 0.01 เปอเนเาน ลมยะดไปกศทาง และงคงเคอนวยความเวอไปเนระยะทางประมาณ 10 นานโลเมตร (6 นานไม) อภาคบางวนในลมยะจะเคอนานสนามแเหกโลกเานบรรยากาศเองบนใกวโลก เออภาคเหาชนบนบรรยากาศของโลก อภาคประเหาจะเองแสงางๆ ใเด แสง ออโรรา งเน ปรากฏการแสงหลากนกนในอแสงเหอและแสงใลมยะงสามารถอใเดพายะ ไกวย พาเหาสามารถรบกวนดาวเยมและใระบบไฟาบนโลกมเหลว ลมยะเมเมเฮโอสเยงเนฟองอภาคประขนาดใหอมรอบระบบยะลมยะจะเคอนาลงใกขอบเฮโอสเยณ ขอบเขตทางทฤษเยกา เฮโอพอสขอบเขตแยกสสารและพงงานของระบบยะของเราออกจากสสารในระบบดาวใกเยงและสสารระหางดวงดาวสสารระหางดวงดาวอองางระหางระบบดาว ลมยะงเนทางเนระยะทางหลายนานโลเมตร ไสามารถแขยายออกไปไกลกาสสารระหางดวงดาวไการกษาดวงอาตดวงอาตไไเนวอของการนพบและการนคาทางทยาศาสตเสมอไป เนเวลาหลายนดวงอาตเนกในฒนธรรมางๆ วโลกในฐานะเทพเา เทและญกษแงต7
บท2ดาวเคราะดาวเคราะห์ มีรากศัพมาจากภาษากกโบราณา planēt งแปลา \"พเนจร\" ดความนสยกาสามารถพบได้ในพจนากรม Merriam-Webster งยามาดาวเคราะา \"ตขนาดใหใดๆ โคจรรอบดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะ\" ในพ.ศ. 2549 สหนดาราศาสตสากล (IAU) งเนกมกดาราศาสตหางชื่อวัตถุในระบบสุริยะของเรา ไตกลงนในยามของา \"ดาวเคราะ\" ของตนเอง ยามใหเปยนไปงผลใดาวพโตก \"ลดระบ\" ลงเนดาวเคราะแคระนโงง1. ดาวเคราะนในดาวเคราะดวงแรกจากดวงอาตไแดาวธ ดาวกโลก และดาวงคาร ดาวเคราะนในเหางเยกาดาวเคราะน เพราะนวแง1.1 ดาวธดาวธเนดาวเคราะเกดในระบบยะของเราและอใกดวงอาตมากด ขนาดใหกาดวงนทของโลกเยงเกอย เอมองจากนวของดาวธ ดวงอาตจะปรากฏใหกาดวงอาตเอมองจากโลกงสามเา และแสงอาตจะสางกาดวงอาตงเดเาณหนวของดาวธนงอนและเนด เองจากดาวธอใกดวงอาตมาก ณหในเวลากลางนงอาจงง 800°F (430°C) หากไนบรรยากาศคอยกเบความอนไในเวลากลางน ณหอาจลดลงง-290°F (-180°C)8
แม้จะอยู่ใกล้ดวงอาตแดาวธไใดาวเคราะอนดในระบบยะของเรา แหงนตกเนของดาวศุกร์ที่อยู่ใกล้เคียง เองจากนบรรยากาศหนาแน แดาวธกบเนดาวเคราะอนด โดยโคจรรอบดวงอาทิตย์ทุก 88 วันบนโลก สภาพแวดอมของดาวธไเอนวยองตอางเราก ณหและงดวงอาทิตย์ที่เป็นลักษณะเฉพาะของดาวเคราะดวงาจะนแรงเนกางตจะปบวไขนาดและระยะทางวยศ1,516 ไม(2,440 โลเมตร) ดาวธความกางมากกา 1/3 ของโลกเกอย หากโลกขนาดเาเหยญกเล ดาวธจะขนาดประมาณผลบเบอจากระยะทางเฉย 36 านไม(58 านโลเมตร) ดาวธอางจากดวงอาต0.4 หวยดาราศาสตหงหวยดาราศาสต(อา AU) อระยะทางจากดวงอาตงโลก จากระยะทางแสงอาตใเวลาเนทาง 3.2 นาจากดวงอาตงดาวธวงโคจรและการหนวงโคจรของดาวธกษณะเนปไและความเองนกลางมาก ดาวเคราะโคจรใกดวงอาตมากดง29 านไม(47 านโลเมตร) และไกลจากดวงอาตมากดง 43 านไม(70 านโลเมตร) ดาวธเคอนวยความเวรอบดวงอาตก 88 น เนทางานอวกาศวยความเวเอบ 29 ไม(47 โลเมตร) อนางเวกาดาวเคราะดวงนใด ดาวธหนรอบแกนอางาๆ และหนรอบวเองหงรอบกๆ 59 นบนโลก แเอดาวธเคอนเวดในวงโคจรวงรอบดวงอาต(และอใกดวงอาตมากด) การหนรอบวเองและคงจะไเดนพอมบพระอาตนและพระอาตตกเหอนเดนบนดาวเคราะดวงนๆ วนใหดวงอาตยามเาเหอนจะนและตกในวงเวลานๆ จากบางวนของนวดาว เนเยวบเดนในทางกบนเอพระอาตตกหบวนนๆ ของนว หงนยะของดาวธ (หงรอบกลางน-กลางนเมน) เาบ 176 นบนโลก งมากกาสองบนดาวธเกอย แกนหนของดาวธเยงเยง 2 องศาเยบบระนาบวงโคจรรอบดวงอาตนหมายความาดาวธหนเอบงตรงอางสมรแบบ งไฤกาลเหอนดาวเคราะดวงนๆดวงนทดาวธไดวงนทแหวนดาวธไวงแหวน9
การก่อตัวดาวพุธก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 4.5 นานอน เอแรงโมวงงาซและนหนวนมารวมนจนกลายเนดาวเคราะห์ดวงเล็กที่อใกดวงอาตด เนเยวบดาวเคราะนนๆ ดาวธแกนกลาง เอโลกเนน และเปลือกโลกแข็งโครงสร้างดาวพุธเป็นดาวเคราะความหนาแนมากเนนบสองรองจากโลก แกนกลางเนโลหะขนาดใหศประมาณ 1,289 ไม(2,074 โลเมตร) งดเนประมาณ 85% ของศดาวเคราะหกฐานาดาวธสภาพหลอมเหลวหอเนของเหลวบางวน เปอกโลกนนอกของดาวธ งเยบไบเปอกโลกนนอก (เยกาเอโลกและเปอกโลก) ความหนาเยงประมาณ 400 โลเมตร (250 ไม)นวนวของดาวธกษณะคายบนวดวงนทของโลก งหมกกาบาตนวนมากเดจากการชนบกกาบาตและดาวหาง หมกกาบาตและงแปลกปลอมบนดาวธไบการงอตามลน กดนตหอกเยนองวงบไปแว งรวมงกเยนเก ดร.สและลน เอกเกการเนแงการชนขนาดใหมาก รวมงแงคาโลส (เนานนกลาง 960 ไมหอ 1,550 โลเมตร) และแงคมานอฟ (เนานนกลาง 190 ไมหอ 306 โลเมตร) เดจากการงชนของดาวเคราะอยบนนวของดาวเคราะในวงแรกของประศาสตระบบยะ แาจะนราบเยบขนาดใหแหาผาบางแงยาวหลายอยไมและงงหงไมแงเหางนเอนในของดาวเคราะเนวลงและหดวลงตลอดหลายนานบงแดาวธอวน นวของดาวธวนใหจะตาลเทาในสายตามษแถบแสงสางเยกา \"งหมกกาบาต\" เดนเอดาวเคราะอยหอดาวหางงชนนว พงงานมหาศาลปอยออกมาจากการงชนเนจะใเดหมขนาดใหบนนน และงบดขนนวนมากภายใดตกกระทบ เศษนบดขบางวนจะกเหยงออกไปไกลจากหมกกาบาต แวตกลงนว อใเดงอภาคขนาดเกของนบดขจะสะอนแสงไกานใหงนงงสางกา สภาพแวดอมในอวกาศ เน การงชนของนและอภาคของลมยะ ใงดลงตามกาลเวลา ณหบนดาวธนงมาก ในเวลากลางน ณหบนนวอาจงง 800องศาฟาเรนไฮ(430 องศาเซลเยส) เองจากดาวธไนบรรยากาศคอยกเบความอน ณหบนนวในเวลากลางนงอาจลดลงเหอ -290 องศาฟาเรนไฮ(-180 องศาเซลเยส) ดาวธอาจแงอวเหอและวใภายในหมกกาบาตก แเฉพาะในบเวณดดถาวรเาน ในดดเหาดาวธอาจณหเนเยงพอจะกษาแงไไแาจะณหงในวนโดนแสงอาตของดาวเคราะตามบรรยากาศแทนจะนบรรยากาศ ดาวธกบนบรรยากาศนอก (exosphere) บาง ประกอบวยอะตอมกลมยะและกกาบาตงชนออกจากนว นบรรยากาศนอกของดาวธประกอบวยออกเจน โซเยม ไฮโดรเจนเยม และโพแทสเยมเนวนให10
แมกนีโตสเฟียร์สนามแม่เหล็กของดาวธการชดเชยเอเยบบเนนตรของดาวธ แาสนามแเหกของดาวธนวจะมีความเข้มเพียง 1% ของโลก แสนามแเหกปยาบสนามแเหกของลมยะ จนบางคงอใเดพายุทอร์นาโดแม่เหกความนแรงง งดพาพลาสมาของลมยะอนและเคอนเวลงนวของดาวเมื่อไอออนกระทบบนว อะตอมประเนกลางจะแตกออกและงนไปบนองาเนวงกาง1.2 ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ดวงสองจากดวงอาตและเนดาวเคราะเอนานอใกโลกด ดาวกเนตองาสางดเนนบสามรองจากดวงอาตและดวงนทดาวกหนาๆ ในศทางตรงนามบดาวเคราะวนใหดาวกโครงสางและขนาดใกเยงบโลก และบางคงกเยกาฝาแฝดนวายของโลก นบรรยากาศหนาบของดาวกกเบความอนไในปรากฏการเอนกระจกนแรง ใดาวกเนดาวเคราะอนดในระบบยะของเรา โดยณหนวงพอจะหลอมละลายตะวไใเมฆหนาบปกคมนวอางอเอง นวของดาวกเขาไฟและเขาดเยวชาวโรนโบราณสามารถมองเนตสางเดดวงบนองาไอางายดาย ไแดวงอาตดวงนทและดาวเคราะสางดาดวง ไแดาวธ ดาวกดาวงคาร ดาวพฤสบและดาวเสาพวกเขางอตเหาตามเทพเาญดของพวกเขาดาวกไบการงอตามเทแงความกและความงามของโรนโบราณ งชาวกกโบราณกในนามอะโฟรไดวนางๆ บนดาวกวนใหงอตามหง ดาวกเนดาวเคราะดวงเยวงอตามเทพเาหง11
ศักยภาพในการดำ รงตระดับความสูงจากพื้นวดาวกนไป 30 ไม(ประมาณ 50 โลเมตร) ณหจะอระหาง 86 ง 158 องศาฟาเรนไฮต์ (30 ถึง 70 องศาเซลเยส) วงณหสามารถรองบงตบนโลกไเน นท“เกตโมไฟล์” และความกดอากาศระบความงงกาวใกเยงบเราพบบนนวโลก บนยอดเมฆของดาวกงถูกพัดพาไปโดยลมดไงง 224 ไมอวโมง (360 โลเมตรอวโมง) เราพบการเปยนแปลงกอางหงปรากฏเป็นเส้นสีดำ คงอกทยาศาสตงไสามารถอบายไาไมเนเหางงคงสภาพเม แามกลางลมแรงระบพาเฮอเคน พวกนงพฤกรรมแปลกๆ ในการดบงลตราไวโอเลตกวย อบายาจะเนไปไมากดงเนไปอภาคขนาดเก ผกแง หอแแสารประกอบทางเคเยกาเหกคลอไรแาจะความเนไปไอยกามาก แกความเนไปไหงกทยาศาสตกษาวทยาดาราศาสตจารณาอ วเหาอาจประกอบวยงตนทในกษณะเยวบดาวกกวทยาดาราศาสตงองเกตานธะปวงแหวนของอะตอมมะน งทราบนาอในนบรรยากาศของดาวกอาจหาเนสารเคอบชดหงวยปกองนทจากกรดลวก สารเคคมางกายประโยชเหางจะดบแสงลตราไวโอเลตอาจเนนตราย และแงออกมาเนแสงมองเนไกวย ยานรวจVenera ของสเยบางสามารถตรวจบอภาคในนบรรยากาศานางของดาวกไจง โดยความยาวประมาณ 1 ไมครอน งขนาดใกเยงบแบคเยบนโลก การนพบเหาไหกฐานใดาเออนนการอของงตในเมฆของดาวกแถามพวกนงน ประกอบบมหาสทรหายไปของดาวกนวเขาไฟนนแรง และประศาสตนโหดายของน วนเนอจาสนใจหบภารจรวจดาวเคราะองแปรปรวนของเรา เหอนาดาวกจะสามารถสอนเราไหลายอางขนาดและระยะทางดาวกโคจรรอบดวงอาตจากระยะทางเฉย 67 านไม(108 านโลเมตร) หอ 0.72 หวยดาราศาสตหงหวยดาราศาสต(อา AU) อระยะทางจากดวงอาตงโลก จากระยะทางแสงแดดใเวลาประมาณหกนาในการเนทางจากดวงอาตงดาวกความใกดของโลกบดาวกนนอบมมอง ดาวเคราะดวงขนาดใหเอบเาโลก เนานนกลางเนนตรอประมาณ 7,521 ไม(12,104 โลเมตร) เยบบ7,926 ไม(12,756 โลเมตร) ของโลก ดาวกเนตสางดบนองายามนจากโลก รองจากดวงนทของเรา งน คนสยโบราณงใความญอางงอดาวกในฒนธรรมของตน แจะดาดาวกเนตสองชด อ ดาวงและดาวง นอมาของกลเดมมอง เองจากวงโคจรของดาวกอใกดวงอาตมากกาดวงอาตของเรา งสองดวงงไเคยางนไกลจากนมากก จากมมองของเรา ชาวปและชาวกกโบราณมองเนดาวกในสองกษณะ อ แรกดในแหงโคจรหง (มองเนในตอนเา) และกแบบหง (ดาวก“ตอนเน” ของณ) เยงแในวงเวลาางนของเออใกโลกดดาวกอางออกไปประมาณ 24 านโลเมตร (ประมาณ 38 านโลเมตร ) แวนใหแวดาวเคราะงสองจะอางนมากกา ระยะางงดระหางดาวกและโลกอประมาณ 162 านไม(261 านโลเมตร)12
วงโคจรและการหมุนการใช้เวลาหนึ่งวันบนดาวศุกร์คงเนประสบการาบสนเยว นอ ายานอวกาศหอดอวกาศของณสามารถปกป้องคุณจากอุณหภูมิในวง 900 องศาฟาเรนไฮ(475 องศาเซลเยส) ไประการหง \"หงน\" ของคุณจะยาวนานถึง 243 วันบนโลก งนานกาหงของดาวกเยก (การเนทางรอบดวงอาตหงคง) งใเวลาเพียง 225 วันบนโลก ประการสอง เองจากดาวกหนามาก การเปยนจากดวงอาตนเนดวงอาทิตย์จึงใช้เวลา 117 วันบนโลก และกอางหง ดวงอาตจะนทางศตะนตกและตกทางศตะนออกเพราะดาวศุกร์หมุนถอยหลังเมื่อเยบบโลก ระหางรอออาคาดหงาณหคงจะวยบรรเทาความหนาวเย็นตามฤดูกาลได้ บนโลกที่แกนหนเยงประมาณ 23 องศา เราจะไมสบฤอนเอวนหงของโลก(ซีกโลก) ได้รับแสงอาทิตย์โดยตรงมากน งเนผลมาจากการเยงงกาว ในฤหนาว การเยงหมายความาแสงอาตจะองตรงอยลง แโชคไกบนดาวกเพราะความเยงเยงเกอยของดาวกอเยงสามองศา งอยเนไปจะใเดฤกาลเนไดดวงนทดาวกเนหงในสองดาวเคราะในระบบยะของเราไดวงนทแดาวบวารเสอน (quasi-satellite)งไบการงออางเนทางการา Zoozveตกนพบเอน11 พฤศกายน พ.ศ. 2545 โดยไบรนสฟณภารจนหาตใกโลก (LONEOS) ของหอดาวโลเวลในเองแฟลกสตาฟ ฐแอโซนา งเนโครงการไบนสบสนจากองการนาซาและนดลงในเอนมภานพ.ศ. 2551 ควาดาวเยม หอบางคงเยกาควาดวงนทอดาวเคราะอยโคจรรอบดวงอาตในขณะอใกดาวเคราะวงโคจรของควาดาวเยมกจะเนปวงมากกาและความเสยรอยกาวงโคจรของดาวเคราะเอเวลาานไป ปางของวงโคจรของควาดาวเยมอาจเปยนแปลงไปและอาจเคอนวออกางจากดาวเคราะตามอลของสหนดาราศาสตสากล (IAU) งเนองกรหางอตในอวกาศ Zoozve เนดาวงบวารดวงแรกไบการระวตนของดาวเคราะขนาดใหนอกจากโลกงดาวงบวารวย รวมงดาวเคราะอยขนาดเกนพบในพ.ศ. 2559 โดยงจากความสาง กทยาศาสตจากองปการบเคอนไอน (JPL) ของNASA ประมาณการาขนาดของ Zoozve ขนาดงแ660 ต (200 เมตร) ง 1,640 ต (500 เมตร) าสนใจอ Zoozve โคจรรอบโลกอนางใกแไไเนยกคามอโลกของเรา ในก 175 างหา Zoozveจะเาใกโลกมากดในค.ศ. 2149 งนจะอางออกไปประมาณ 2.2 านไม(3.5 านโลเมตร) หอประมาณ 9 เาของระยะทางจากโลกงดวงนทแหวนดาวกไวงแหวน13
14การก่อตัวคำ ถามสำ คัญสำ หรับนักทยาศาสตแสวงหางตามกลางดวงดาว: ดาวเคราะเออการออายนกำ เนิดมาอย่างไร? ความคายคงนอางใกดของดาวกและโลกในคแรกเม และชะตากรรมแตกางนอย่างสิ้นเชิงของทั้งสอง อเนกรทดสอบหบกทยาศาสตกษาการอวของดาวเคราะดาวเคราะงสองมีขนาดใกล้เคียงกัน โครงสางภายในคายคงน และเคยมหาสทรในคแรกเม แจนดาวเคราะดวงหนึ่งกลายเป็นนรก ขณะกดวงหงเนดาวเคราะดวงเยวกางตอายออางดมสมรปัจจัยทีทำ ให้ดาวเคราะงสองโคจรไปในเนทางเอบจะตรงนามนน าจะเมนจากจานาซและนหนวน งเนนเดของดาวเคราะเหาน เอ 4.6 นานอน จานรอบดวงอาตของเราไสะสมวเนวลง และรวมวเนดาวเคราะเรากในจน ความเยวบประการอวของดาวกนอาจวยใเราเาใจโลกและดาวเคราะนรอบดาวฤกดวงนๆ ไงนโครงสางหากเราสามารถแงดาวกและโลกออกเนสองวน จากวหงไปงกวหง แวมาวางเยงางน ดาวเคราะงสองจะกษณะคายคงนอางาง ดาวเคราะและดวงแกนกลางเนเหกงกมวยนนอน นบางดอวเนเปอกโลกนนอกเนน บนดาวเคราะงสองน วบางๆ จะเปยนแปลงปาง และบางคงอาจปะเนเขาไฟเอตอบสนองอความอนและแรงนลดลงและไหลลงเองาง บนโลกการเคอนวอางาๆ ของทปางๆ เนเวลาหลายนานไเปยนปางนว งเนกระบวนการเยกา “การเคอนวของแนเปอกโลก” เหการคายคงนอาจเคยเดนบนดาวกในวงแรกของประศาสตจน องประกอบญของกระบวนการอาจงเนอนอ การดว หอการเอนวของ “แนเปอกโลก” ทปหงไปอใกแนหง งอาจอใเดเขาไฟระเดไเอนาการดวเนนตอนแรกในการสางการเคอนวของแนเปอกโลก ยานอวกาศแมกเจลแลนของนาซางนดภารจรวจดาวกเนเวลา 5 ในพ.ศ. 2537 ไรวจนวอนระโดยใเรดาแมกเจลแลนพบเนนเขาไฟนแรง เนนวอนางใหเงกปบปางให(ในแธรทยา) และเอกเขางตระหานเยงรายนวระหางพ.ศ. 2504 ง พ.ศ. 2527 สหภาพโซเยตไงยานรวจหลายไปงดาวกงเนวนหงของโครงการเวเนรา (เวเนรา เนภาษาสเย แปลาดาวก) ยานรวจ 10 สามารถนนวไเจ และงบางใงานไเยงวงนๆ หงจากลงจอด ยานรอดตนานดอไ2 วโมง และนดอไ23นาภาพายายอนยานลงจอดเผยใเนประเทศแงแง ดสว และเมไปวยน และองาาจะเหองมะนเกอย เขาไฟและแรงแปรณฐานเหอนจะลบองรอยของนวดาวกคแรกเอบงหมดแบบลองคอมวเตอนใหงาการพกกบของนวอาจเดนละวนเนระยะเวลานาน อาเฉยของกษณะนวอาจเงเดนเยง 150 านโดยนวเาบางวนปะปนอวย
15ดาวศุกร์มีหุบเขาและภูเขางตระหานเมไปวยเขาไฟบนก กษณะนวของดาว งวนใหงอตามทั้งหญิงสาวที่มีตัวตนจริงและหงสาวในนาน ไแชทาเทอรา นราบงบนเขานขนาดประมาณออสเตรเลียใกล้ขั้วโลกเหนือ และนแดนขนาดใหกานอ อะโฟรไดเทอรา งทอดยาวามเนนตรภูเขาลูกหนึ่งมีความสูง 36,000 ต (11 โลเมตร) งงกายอดเขาเอเวอเรสางเกตอ ดาวกหมอุกกาบาตน้อยที่สุดในบรรดาดาวเคราะนกดวง ยกเนโลกบรรยากาศบรรยากาศของดาวศุกร์เป็นหงในสภาวะดว นวอนดในระบบยะ ยกเนดวงอาตดาวกอนกาดาวเคราะนในดอางดาวธกเผาไหวยาน บรรยากาศวนใหประกอบวยคาบอนไดออกไซงเนาซชดเยวบอใเดภาวะเอนกระจกบนดาวกและโลก โดยเมฆประกอบวยกรดลวก และบนนว คาบอนไดออกไซอนและความนงจะพฤกรรมดกอน แเอนบรรยากาศงน ณหและความนจะเมลดลงแมกโตสเยแาดาวกจะขนาดใกเยงบโลกและแกนกลางเนเหกขนาดใกเยงน แดาวเคราะดวงไสนามแเหกสางนภายในวเอง แดาวกกบงเยกาสนามแเหกเหยวสนามแเหกอนเดจากปมนระหางสนามแเหกของดวงอาตและนบรรยากาศภายนอกของดาวเคราะแสงลตราไวโอเลตจากดวงอาตกระนาซในนบรรยากาศนนอกดของดาวกาซกกระนวยไฟาเหาเยกาไอออน งนบเวณงเยกาไอโอโนสเย(โลกไอโอโนสเยเนน) ลมยะ งเนพาอภาคประไฟาความเวหงานไมอวโมงดมาจากดวงอาตอางอเอง ไพาสนามแเหกของดวงอาตมาวย เอสนามแเหกของดวงอาตปยาบไอโอโนสเยของดาวกกกระนวยไฟานจะสางหอเหยวสนามแเหกนน สนามแเหกเหยวอมดาวเคราะและปางคายหยดตานออกมา หอหางของดาวหาง ขณะลมยะดานดาวกและออกระบบยะ1.3 โลกแาโลกจะเนดาวเคราะขนาดใหเนนบ 5 ในระบบยะ แโลกเนดาวเคราะดวงเยวในระบบยะของเราเหลวอบนนว ขนาดใหกาดาวกเกอย โลกเนดาวเคราะใหดในบรรดาดาวเคราะงดวงอใกดวงอาตมากด งวนประกอบวยนและโลหะ
16ชื่อ Earth มีอายุประมาณ 1,000 ดาวเคราะกดวง ยกเน Earth ไบการงอตามเทพเาและเทพดาของกรีกและโรมัน อย่างไรตาม อ Earth เนภาษาเยอรน งแปลา \"นน\"ศักยภาพในการดำ รงตโลกมีอุณหภูมิที่เหมาะสมอางงและสารเคหลากหลายชดหอเยงงตอางดมสมรโดดเนที่สุดคือโลกของเรามีความเศษตรงนวนใหของโลกกปกคมวยเหลว เองจากณหงกาวใน้ำ เหลวสามารถดำ รงอไเนเวลานาน มหาสทรนกางใหไพศาลของโลกเนดเมนเหมาะสมหบการกำ เนิดสิ่งมีชีวิตเมื่อประมาณ 3.8 นานอน กษณะบางประการของโลกของเราใงตสามารถรงตอไงเปยนแปลงไปเองมาจากผลกระทบอเองจากการเปยนแปลงสภาพอากาศขนาดและระยะทางโลกเนานนกลางเนนตร 7,926 ไม(12,756 โลเมตร) อเนดาวเคราะนนใหดและเนดาวเคราะใหเนนบ 5 ในระบบยะของเรา จากระยะทางเฉย 93 านไม(150 านโลเมตร) โลกอางจากดวงอาตพอหงหวยดาราศาสตเพราะหงหวยดาราศาสต(อา AU) อระยะทางจากดวงอาตงโลก หวยวยใเปยบเยบระยะางของดาวเคราะจากดวงอาตไอางายดายและรวดเว แสงจากดวงอาตจะมางโลกของเราใเวลาประมาณแปดนาวงโคจรและการหนขณะโลกโคจรรอบดวงอาตโลกจะหนรอบวเองหงรอบในเวลา 23.9 วโมง การหนรอบดวงอาตหงคงใเวลา 365.25 น การเมกหงวนของนนอเนความาทายของระบบปนของเรา งบหงเน 365 น เอใปนรายของเราสอดคองบวงโคจรรอบดวงอาตเรางเมกหงนกๆ นนเยกานอกรน และเมเาไปเยกาอกรน แกนหนของโลกเยงม 23.4 องศาบระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาตการเยงใเดฏกรฤกาลในและในบางวงของกโลกเหอจะเยงเาหาดวงอาตและกโลกใจะเยงออก เอดวงอาตองน ความอนจากแสงอาตในกโลกเหอจะมากน งผลใเดฤอน วนกโลกใจะไบความอนโดยตรงอยลง หกเอนอมา สถานการจะกบนเอฤใบไผและฤใบไวงเมนน กโลกงสองจะไบความอนจากดวงอาตในปมาณใกเยงนแหวนโลกไวงแหวนการอวเอระบบยะกบมาอในปแบบจนเอประมาณ 4,500 านอน โลกไอวนเอแรงโมวงงาซและนหนวนเามา จนกลายเนดาวเคราะดวงสามจากดวงอาตเนเยวบดาวเคราะนนๆ โลกแกนกลาง เอโลกเนน และเปอกโลกแง
17ดวงจันทร์โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงเยวในระบบยะของเราดวงนทเยงดวงเยว ดวงนทของเรา เนตสางที่สุดและคุ้นเคยที่สุดบนองายามน ในหลายๆ าน ดวงนทวนญใโลกเนเสอนานนแสนวิเศษ ดวงจันทร์ช่วยกษาเสยรภาพการโคจรของโลก งใสภาพอากาศแปรปรวนอยลงตลอดหลายนผ่านมา บางครั้งโลกอาจดาวเคราะอยหออนนขนาดใหโคจรอวคราว โดยวไปแว ดาวเคราะอยเหล่านี้จะถูกแรงโน้มวงของโลกกไเนเวลาหลายเอนหอหลายอนจะกบมาโคจรรอบดวงอาตดาวเคราะห์น้อยบางดวงจะ \"โคจร\" วมบโลกเนเวลานานในขณะงสองโคจรรอบดวงอาตดวงนทบางดวงเป็นเศษหินที่ถูกแรงโมวงของดาวเคราะบเอาไแดวงนทของเราาจะเดจากการชนนเอหลายนานอน สยโลกงเนดาวเคราะอาอย อนนขนาดใหไงชนเาบดวงนทใวนภายในของโลกเคอนวออกไป เศษนงชนนนรวมวนและอวเนดวงนทของเรา วยศ1,080 ไม(1,738โลเมตร) ดวงนทงเนดวงนทขนาดใหเนนบาในระบบยะของเรา (รองจากแกด ไทน ลสโต และไอโอ) ดวงนทอางจากโลกโดยเฉย 238,855 ไม(384,400 โลเมตร) นหมายความาดาวเคราะขนาดเาโลก 30 ดวงสามารถโคจรระหางโลกบดวงนทไโครงสางโลกประกอบวยนหก 4 น เมจากแกนโลกนในใจกลางดาวเคราะอมรอบวยแกนโลกนนอก เอคมโลก และเปอกโลก แนโลกนในเนทรงกลมบ จากโลหะเหกและกเล ศประมาณ 759 ไม(1,221โลเมตร) ณหงง 9,800 องศาฟาเรนไฮ(5,400 องศาเซลเยส) แนโลกนนอกอมรอบ นความหนาประมาณ 1,400 ไม(2,300 โลเมตร) ประกอบวยของเหลวเหกและกเล ระหางแกนโลกนนอกและเปอกโลกอนแมนเล งเนนหนาด วนผสมของนหลอมเหลวอนและหดความหนาประมาณ2,900 โลเมตร (1,800 ไม) และความเหยวนคายคาราเมล นนอกดอเปอกโลก งกลงไปโดยเฉยประมาณ 30 โลเมตร (19 ไม) บนนน ใองทะเล เปอกโลกจะบางกาและทอดยาวจากนทะเลไปจนงยอดแมนเลประมาณ 5 โลเมตร (3 ไม)นวโลกเขาไฟ เขา และบเขา ธรภาคของโลก งประกอบวยเปอกโลก และเอโลกนบน แงออกเนแนเปอกโลกขนาดใหเคอนอตลอดเวลา แนนไหวเดนเอแนเปอกโลกบดขน เคอนวนบน ชนนจนกลายเนเขา หอแยกออกจากน มหาสทรของโลกงครอบคมนวโลกประมาณ 71% ความกเฉยประมาณ 2.3 ไม(3.6 โลเมตร) และของโลกง 97% เขาไฟเอบงหมดของโลกอนวอใมหาสทรเหาเขาไฟเมานาเคอาในฮาวายความงจากฐานงยอดเขามากกายอดเขาเอเวอเรสแวนใหอใเอกเขายาวดของโลกอใเนน อนมหาสทรอากกและมหาสทรแอตแลนก เอกเขายาวกาเอกเขาแอนส เอกเขาอกและเอกเขามายรวมนงเา
บรรยากาศใกล้พื้นผิวโลกมีชั้นบรรยากาศงประกอบวยไนโตรเจน 78% ออกเจน 21% และาซนๆ 1% เน อากอนคาร์บอนไดออกไซด์ และออน นบรรยากาศงผลกระทบอสภาพอากาศในระยะยาวและสภาพอากาศองนระยะสั้นของโลก และปกองเราจากงเนนตรายวนใหมาจากดวงอาตนอกจากงปกองเราจากอุกกาบาต ซึ่งส่วนใหจะกเผาไหในนบรรยากาศ มองเนเนกกาบาตบนองายามน อนจะงชนพื้นผิวโลกเป็นอุกกาบาตแมกนีโตสเฟียร์การหนอางรวดเวของโลกเราและแกนเหกกเลหลอมเหลวอใเดสนามแเหก งลมยะดเอนใกลายเนปหยดในอวกาศ (ลมยะอกระแสอภาคประกบออกมาจากดวงอาตอางอเอง) เออภาคประจากลมยะดอในสนามแเหกของโลก พวกนจะชนบโมเลลของอากาศเหอวแเหกของโลก โมเลลของอากาศเหาจะเมเปงแสงและอใเดแสงออโรรา หอแสงเหอและแสงใสนามแเหกเนสาเหใเมศไปวโลกเหอไาณจะนไปทางไหน แวแเหกของโลกสามารถเปยนแปลงไใศทางของสนามแเหกเปยนไป นกทางธรทยาบอกกทยาศาสตาการกบศของสนามแเหกเดนโดยเฉยประมาณก 300,000 แวงเวลานไสเสมอมาก เาเราทราบ การกบศของสนามแเหกเนไไอใเดนตรายใดๆ องตบนโลก และการกบศนไาจะเดนอางอยกหงนแเอเดนจง เมศแนวโมจะไปในศทางางๆ มากมายเนเวลาหลายศตวรรษในขณะงเปยนศ และหงจากการเปยนศเสจน เมศงหมดจะไปทางศใแทนจะเนศเหอ1.4 ดาวงคารดาวงคารเนหงในตกรวจมากดในระบบยะของเรา และเนดาวเคราะดวงเยวเรางยานรวจไปรวจนางดาว ภารจของนาซาพบหกฐานมากมายงาดาวงคารเคยความนและนกามาก และนบรรยากาศหนากาเอหลายนานอน18แมกโตสเยจนดาวงคารไสนามแเหกโลก แบเวณเปอกโลกของดาวงคารในกโลกใสนามแเหกง งงาองรอยของสนามแเหกเอ 4 นานอน
19ศักยภาพในการดำ รงตนักวิทยาศาสตร์ไม่ได้คาดหงาจะพบงตเจญเบโตบนดาวงคารในจน แพวกเขางนหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตเคยอเอนานมาแว สยดาวงคารงนกาและปกคมไปวยขนาดและระยะทางวยศ2,106 ไม(3,390 โลเมตร) ดาวงคารขนาดประมาณคงหงของโลก หากโลกขนาดเาเหยญ 5เนดาวงคารจะขนาดประมาณราสเบอจากระยะทางเฉย 142 านไม(228 านโลเมตร) ดาวงคารอางจากดวงอาต1.5 หวยดาราศาสตหงหวยดาราศาสต(อา AU) อระยะทางจากดวงอาตงโลก จากระยะทางแสงอาตใเวลาเนทาง 13 นาจากดวงอาตงดาวงคารวงโคจรและการหนเองจากดาวงคารโคจรรอบดวงอาตดาวงคารงหนรอบวเองหงรอบในเวลา 24.6 วโมง งใกเยงบหงนบนโลก (23.9 วโมง) มาก นบนดาวงคารเยกา ซอลงอมาจาก \"นยะ\" หงบนดาวงคารระยะเวลา 669.6 ซอลงเาบ 687 นบนโลก แกนหนของดาวงคารเยง 25 องศาเยบบระนาบวงโคจรรอบดวงอาตงความคายคงบโลกกประการหง งแกนหนของดาวงคารเยง 23.4 องศา เนเยวบโลก ดาวงคารฤกาลดเจน แฤกาลเหายาวนานกาฤกาลบนโลก เองจากดาวงคารใเวลาโคจรรอบดวงอาตนานกา (เพราะอไกลกา) และแาบนโลก ฤกาลางๆ จะกระจายวอางสเสมอตลอดงโดยนเวลาประมาณ 3 เอน (หอหงในของ) แบนดาวงคาร ฤกาลางๆ จะความยาวแตกางนเองจากวงโคจรของดาวงคารเนปไและกษณะเนวงรอบดวงอาตฤใบไผในกโลกเหอ (ฤใบไวงในกโลกใ) เนฤยาวนานด โดยระยะเวลา 194 น ฤใบไวงในกโลกเหอ (ฤใบไผในกโลกใ) เนฤนด โดยระยะเวลา 142 น ฤหนาวทางเหอ/ฤอนทางใระยะเวลา 154 น และฤอนทางเหอ/ฤหนาวทางใระยะเวลา 178 นดวงนทดาวงคารดวงนทขนาดเกสองดวง อโฟบอสและไดมอสงอาจกดาวเคราะอยบวไพวกนปางคายนฝง เพราะมวลอยเนกาแรงโมวงจะใพวกนเนทรงกลมไดวงนทไบอมาจากาลากรถาของเอเรส เทพเาสงครามของกก โฟบอส ดวงนทดวงในดขนาดใหกา หมกกาบาตนวนมาก และองกบนนว งเคอนวเาหาดาวงคารอางาๆ และจะงชนดาวเคราะดวงหอแตกสลายในกประมาณ 50 านางหา มอสขนาดใหประมาณคงหงของโฟบอส และโคจรอางจากดาวงคารมากกาสองเาคง มอสปางแปลกประหลาดปกคมไปวยนวนกจะเมเมหมกกาบาตบนนว ใเยบเยนกาโฟบอสหมกกาบาต
20แหวนดาวอังคารไม่มีวงแหวน อางไรตาม ในก 50 านางหา เอโฟบอสชนดาวงคารหอแตกออก นอาจจะสร้างวงแหวนฝุ่นล้อมรอบดาวงคารไการกอตัวเอระบบยะกบมาอในปแบบจนเอประมาณ 4,500 านอน ดาวงคารไอวนเอแรงโมวงงาซและนหนวนเามาจนกลายเนดาวเคราะดวงจากดวงอาตดาวงคารขนาดประมาณคงหงของโลก และเนเยวบดาวเคราะประเภทเยวนระบบยะ ดาวงคารแกนกลาง นแมนเลน และเปอกโลกแงโครงสางดาวงคารแกนกลางหนาแนอใจกลาง ศระหาง 930 ง 1,300 ไม(1,500 ง 2,100 โลเมตร)ประกอบวยเหก กเล และมะน อมรอบแกนกลางเนนแมนเลนหนา หนาระหาง 770 ง 1,170ไม(1,240 ง 1,880 โลเมตร) และเหอนนนไปเนเปอกโลกประกอบวยเหก แมกเยม อะเยมแคลเยม และโพแทสเยม เปอกโลกความกระหาง 6 ง 30 ไม(10 ง 50 โลเมตร)นวดาวงคารหลายจง ๆ บนนว เราจะเนาง ๆ เน ตาล ทอง และแทน สาเหดาวงคารแดงนเดจากการออกไดหอการเดสมของเหกในน เรโกไล(นของดาวงคาร) และนของดาวงคาร นเหากดนนบรรยากาศ และเอมองจากระยะไกล ดาวเคราะงเหอนเนแดงเยวนใหาสนใจอ แาดาวงคารจะเนานนกลางประมาณคงหงของโลก แนวของดาวงคารกบนเอบเาบนนแงของโลก เขาไฟ หมกกาบาต การเคอนวของเปอกโลก และสภาพบรรยากาศ เน พานไเปยนแปลงประเทศของดาวงคารมาเนเวลาหลายอใเดกษณะประเทศาสนใจดบางวนของระบบยะบรรยากาศดาวงคารนบรรยากาศเบาบาง ประกอบวยาซคาบอนไดออกไซไนโตรเจน และอากอนเนวนใหในสายตาเรา องาจะพาวและเนแดงเองจากนลอยว แทนจะเนานเคยเราเนบนโลก นบรรยากาศเบาบางของดาวงคารไสามารถองนการชนจากตางๆ เน กกาบาต ดาวเคราะอย และดาวหางไมากก ณหบนดาวงคารอาจงง 70 องศาฟาเรนไฮ(20 องศาเซลเยส) หอดง -225องศาฟาเรนไฮ(-153 องศาเซลเยส) และเองจากนบรรยากาศเบาบางมาก ความอนจากดวงอาตงสามารถระเหยออกจากดาวเคราะดวงไอางาย
212. ดาวเคราะห์ชั้นนอกดาวเคราะห์ยักษ์ในระบบยะนนอกไนวแง แาซหนวนอเหอแกน ดาวพฤสบและดาวเสาเนดาวเคราะห์แก๊สยักษ์วนดาวเรสและดาวเนปนเนดาวเคราะแงก2.1 ดาวพฤหัสบดีดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะใหด โดยไบอมาจากราชาแงเทพเาโรนโบราณกยภาพในการรงตสภาพแวดอมของดาวพฤสบอาจไเอนวยองตอางเราก ณหความน และสสารางๆ เนกษณะเฉพาะของดาวเคราะดวงาจะนแรงและนผวนเนกางตจะปบวไแาดาวพฤสบจะเนสถานงตไาจะอายอไแดวงนทหลายดวงของดาวพฤสกบไเนเนน โรปาเนหงในสถานาจะพบงตไมากดในระบบยะของเรา หกฐานของมหาสทรนกางใหใเปอกโลกเนแง งอาจเนนงตอายอไขนาดและระยะทางวยศ43,440.7 ไม(69,911 โลเมตร) ดาวพฤสบความกางมากกาโลกง 11 เา หากโลกขนาดเาผลอน ดาวพฤสบจะขนาดประมาณกบาสเตบอล จากระยะทางเฉย 484 านไม(778 านโลเมตร)ดาวพฤสบอางจากดวงอาต5.2 หวยดาราศาสตหงหวยดาราศาสต(อา AU) อระยะทางจากดวงอาตงโลก จากระยะทางแสงอาตใเวลาเนทาง 43 นาจากดวงอาตงดาวพฤสบนวในฐานะดาวแสกดาวพฤสบงไนวแจง ดาวเคราะวนใหประกอบวยาซและของเหลวหนวน แายานอวกาศจะไลงจอดบนดาวพฤสบแนไสามารถนานไอางปลอดยเนน ความนและณหนแรงภายในดาวพฤสบไบดขหลอมละลาย และระเหยกลายเนไอจากยานอวกาศพยายามนเาดาว
22วงโคจรและการหมุนดาวพฤหัสบดีมีช่วงกลางนนดในระบบยะ หงนบนดาวพฤสบใเวลา 9.9 วโมง (เวลาดาวพฤสบหมุนรอบตัวเองหรือหนรอบวเองหงคง) และดาวพฤสบโคจรรอบดวงอาตครบหงรอบ (หงตามระบบดาวพฤหัสบดี) ใช้เวลาประมาณ 12 โลก (4,333 นโลก) เนนตรของดาวพฤสบเยงเยบบโคจรรอบดวงอาทิตย์เพียง 3 องศา งหมายความาดาวพฤสบหนเอบงตรง และไฤกาลนแรงเาดาวเคราะดวงนดวงนทดาวพฤสบดวงนทขนาดให4 ดวงและดวงนทขนาดเกกมากมาย งอใเดระบบยะขนาดวดาวพฤสบดวงนทบวาร 95 ดวง งไบการบรองอางเนทางการจากสหนดาราศาสตสากล ดวงนทใหดดวง ไแไอโอ โรปา แกด และลสโต ไบการงเกตคงแรกโดยกาเลโอ กาเลกดาราศาสตในค.ศ. 1610 โดยใกองโทรทรรศนแรก ดวงนทงดวงเนกในจนในอดาวบวารกาเลโอ และเนหงในดหมายปลายทางาหลงใหลดในระบบยะของเรา ไอโอเนตเขาไฟปะมากดในระบบยะ แกดเนดวงนทใหดในระบบยะ (ใหกาดาวธเยก) หมกกาบาตขนาดเกเยงไแงบนดาวลสโตงาจกรรมบนนวเยงเกอย มหาสทรในสถานะของเหลวองประกอบของงตอาจอใเปอกโลกแงวของโรปา งเนเาหมายของ ภารจ โรปาคปเปอของนาซางหนดปอยในพ.ศ. 2567แหวนวงแหวนของดาวพฤสบกนพบในพ.ศ. 2522 โดยยานอวกาศวอยเอเจอ1 ของนาซา บเนเองาประหลาดใจ วงแหวนประกอบวยอภาคขนาดเกเม และมองเนไยากยกเนเอกแสงจากดวงอาตองมาจากานหง อลจากยานอวกาศกาเลโองาระบบวงแหวนของดาวพฤสบอาจเดจากนผงงนมาเอกกาบาตระหางดาวเคราะงชนดวงนทขนาดเกดวงในดของดาวเคราะกดวงการอวดาวพฤสบอวนพอมบวนเหอของระบบยะเอประมาณ 4.6 นานอน แรงโมวงงาซและนหนวนมารวมนจนกลายเนดาวแสกดาวพฤสบดบมวลวนใหเหอหงจากการอวของดวงอาตใมวลรวมมากกาตนๆ ในระบบยะมากกาสองเา นจง ดาวพฤสบองประกอบเนเยวบดาวฤกแไไมวลมากพอจะกไหไเอประมาณ 4 นานอน ดาวพฤสบไงอในแหงจนในระบบยะนนอก งเนดาวเคราะบ5 จากดวงอาต
23โครงสร้างองค์ประกอบของดาวพฤสบคายคงบดวงอาตโดยวนใหเนไฮโดรเจนและเยม ในวนกของนบรรยากาศ ความดันและณหจะเมน ใาซไฮโดรเจนดวเนของเหลว ใดาวพฤสบมหาสทรที่ใหญ่ที่สุดในระบบยะ มหาสทรประกอบวยไฮโดรเจนแทนจะเนกทยาศาสตเอาระบความลึกประมาณครึ่งหนึ่งของใจกลางดาวเคราะความนจะงมากจนเกตรอนกบออกจากอะตอมของไฮโดรเจนทำ ให้ของเหลวนำ ไฟาไเหอนโลหะ เอนาการหนอางรวดเวของดาวพฤสบเนวบเคอนกระแสไฟาในบเวณโดยการหนของไฮโดรเจนเหลวจะหาเหอนไดนาโม อใเดสนามแเหกนทรงพงของดาวเคราะกลงไปก แกนกลางของดาวพฤสบงคงเนปศนามายาวนาน กทยาศาสตงทฤษาดาวพฤสบประกอบวยาซไฮโดรเจนและเยมผสมนเนเอเยวนเนวนใหอมรอบแกนกลางขนาดเกเนของแงงประกอบไปวยธาหกกา ไแแง น และโลหะ งอวนจากเศษซากและตขนาดเกหนวนอรอบบเวณนของระบบยะในระยะเมแรกเอ 4 นานอน ยานอวกาศโนของนาซา งดแรงโมวงและสนามแเหกของดาวพฤสบพบอลงาแกนดาวขนาดใหกาคาดไมาก และไใของแง แกบละลายบางวน โดยไการแยกวดเจนจากไฮโดรเจนโลหะอรอบๆ ใกยเยกแกนดาวาเอจาง หอ \"ซ\"บรรยากาศดาวพฤสบบรรยากาศคาย “พรมหลาก” เมไปวยแถบเมฆและพานวนมาก นเมฆประมาณ 3 นประกอบวยแงแอมโมเย แอมโมเยมไฮโดรลไฟและแง/ไอนเนเดจากาซมะนและฟอสฟอสพวยงนมาจากภายในดาว การหนเวมาก (รอบละ ~10 วโมง) ใเดกระแสลมกรดแรง แงเมฆออกเนแถบสาง–ด ดและพาคงอนานเพราะไนแง เน “ดแดงให” อากา 300 และขนาดใหกาโลกหลายเา อลจากยานโนเผยา พาไซโคลนณห–ความหนาแนแตกางระหางนบนและาง และความงกกาคาดไมาก เน ดแดงใหกกา 500 กม. พาเหางผลอแรงโมวงตรวจบไจากปกรบนยาน แถบและโซนของดาวพฤสบความกมากง 3,200 กม. และาซแอมโมเยเคอนตามกระแสลมกรด ความกประมาณ 65 กม. กษณะของแถบสบสาง–ดกบานจากนบน แตกางเหอนนในมหาสทรโลก วดาวพบพาไซโคลนขนาดใหเยงวเนปหลายเหยมอางเสยร พาและกแรงผก–แรงงงใคงแหงอไนานแมกโตสเยแมกโตสเยของดาวพฤสบเนเขตอวกาศกควบมวยสนามแเหกนทรงพง งแรงกาโลก 16–54เา โครงสางขนาดมมา ขยายเาหาดวงอาตไกลง 1–3 านโลเมตร และหางยาวเน 1 นานโลเมตรไปงวงโคจรดาวเสาสนามแเหกหนตามดาวเคราะและกวาดอภาคประใเดงนแรงงผลอดวงนทนในและอาจนตรายอยานอวกาศ นอกจากงใเดแสงเหอวดาวพฤสบงเนหงในแสงเหอสวยดในระบบยะ
242.2 ดาวเสาร์ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะอไกลจากโลกมากดนพบวยตาเปาของมษเนกมางแสยโบราณดาวเคราะห์ดวงนี้ตั้งอตามเทพเาแงการเกษตรและความงงของชาวโรน งเนดาของดาวพฤสบวยกยภาพในการรงตสภาพแวดอมของดาวเสาไเอนวยองตอางเราก ณหความน และสสารางๆ เนกษณะเฉพาะของดาวดวงาจะนแรงและนผวนเนกางตจะปบวไแาดาวเสาจะไาจะเนสถานงตจะอายอไแดวงนทหลายดวงของดาวเสากบไเนเนน ดาวเยมอางเอนเซลาสและไทน งเนงของมหาสทรภายใน อาจรองบงตไขนาดและระยะทางวยเนานนกลางเนนตรประมาณ 74,897 ไม(120,500 โลเมตร) ดาวเสางกางกาโลกง 9 เาหากโลกขนาดเาเหยญ 5 เนดาวเสาจะขนาดประมาณกวอลเลบอล จากระยะทางเฉย 886 านไม(1.4 นานโลเมตร) ดาวเสาอางจากดวงอาต9.5 หวยดาราศาสตหงหวยดาราศาสต(อา AU)อระยะทางจากดวงอาตงโลก จากระยะทางแสงอาตใเวลาเนทาง 80 นาจากดวงอาตงดาวเสาวงโคจรและการหนดาวเสานนดเนนบสองในระบบยะ หงนบนดาวเสาใเวลาเยง 10.7 วโมง (เวลาดาวเสาหนรอบวเองหงคง) และดาวเสาโคจรรอบดวงอาตครบหงรอบ (หงตามระบบดาวเสา) ใเวลาประมาณ 29.4 โลก (10,756 นโลก) แกนของดาวเสาเยง 26.73 องศาเยบบวงโคจรรอบดวงอาตงใกเยงบความเยงของโลก 23.5 องศา งหมายความาดาวเสาฤกาลเนเยวบโลก
25ดวงจันทร์ดาวเสาร์เป็นที่ตั้งของโลกนางและเอกกษมากมาย งแนวของไทนปกคมไปวยหมอก ไปจนงดาวฟีบีที่เต็มไปด้วยหมกกาบาต ดวงนทและดวงของดาวเสาวนบอกเาเองราวางๆ เยวองบระบบดาวเสาร์ ณ วันที่ 8 นายน 2566 ดาวเสาดวงนทโคจรอในวงโคจร 146 ดวง และดวงนทดวงนๆ งคงรอการยืนยันการค้นพบและการงออางเนทางการจากสหนดาราศาสตสากล (IAU) อางอเองแหวนแหวนของดาวเสาประกอบวยนวนของดาวหาง ดาวเคราะอย หอดวงนทแตกสลายอนจะงดาวเสางกกออกจากนวยแรงโมวงนทรงพงของดาวเสาวงแหวนประกอบวยอนแงและนขนาดเกบนานนเคอบวยสนๆ เน น อภาคในวงแหวนวนใหงแเดแงขนาดเกเานไปจนงอนแงขนาดใหเาาน อภาคบางวนขนาดใหเาเขา หากมองจากยอดเมฆของดาวเสาวงแหวนเหาวนใหจะเนขาว และาสนใจอ วงแหวนและวงโคจรรอบดาวเสาวยความเวแตกางน ระบบวงแหวนของดาวเสาทอดยาวจากดาวเสาง 175,000 ไม(282,000 โลเมตร) แความงในแนวงโดยวไปอประมาณ 30 ต (10 เมตร) ในวงแหวนหก วงแหวนงสองเยงตามบวกษรนพบ และอใกนมาก ยกเนองางกาง 2,920 ไม(4,700 โลเมตร) เยกา Cassini Division งแยกวงแหวน A และ B ออกจากน วงแหวนหกอ A, B และ C วนวงแหวน D, E, F และ G ความสางอยกาและเงนพบเอไนานมาเมจากดาวเสาและเคอนออกไปานนอก วงแหวน D, วงแหวน C, วงแหวน B,วงแหวนแคสน, วงแหวน A, วงแหวน F, วงแหวน G และดายอวงแหวน E ไกลออกไปกมาก วงแหวนจางๆ อในวงโคจรของดวงนทของดาวเสาการอวดาวเสาอวนเอระบบยะวนเหออวนเอประมาณ 4,500 านอน เอแรงโมวงงาซและนหนวนเามาจนกลายเนดาวแสกประมาณ 4,000 านอน ดาวเสาไเามาอในแหงจนในระบบยะนนอก งเนดาวเคราะบ6 จากดวงอาตเนเยวบดาวพฤสบดาวเสาประกอบวยไฮโดรเจนและเยมเนวนใหงเนองประกอบหกสองชดเยวบประกอบเนดวงอาตโครงสางเนเยวบดาวพฤสบดาวเสาประกอบวยไฮโดรเจนและเยมเนวนใหใจกลางของดาวเสาประกอบวยแกนโลหะหนาแน เน เหกและกเล อมรอบวยนและสารประกอบนๆ แงววยความนและความอนง นกมวยไฮโดรเจนเหลวภายในนไฮโดรเจนเหลว งคายบแกนของดาวพฤสบแขนาดเกกามาก ยากจะนตนาการ แดาวเสาเนดาวเคราะดวงเยวในระบบยะของเราความหนาแนเฉยกาดาวเคราะาซกดวงอาจลอยอในางอาบไหากงมมาเนอจง
พื้นผิวในฐานะดาวแก๊สยักดาวเสางไนวแจง ดาวเคราะวนใหประกอบวยาซและของเหลวหนวนอยู่ลึกลงไป แม้ว่ายานอวกาศจะไลงจอดบนดาวเสาแนไสามารถนานไอางปลอดยเนนความดันและอุณหภูนแรงภายในดาวเสาจะบดขหลอมละลาย และระเหยเนไอ ยานอวกาศใดๆ พยายามบินเข้าสู่ดาวเสาร์บรรยากาศดาวเสากปกคมวยเมฆเหอนแถบจางๆ กระแสลมกรด และพาดาวเคราะดวงเฉดเหอง ตาลและเทามากมาย ลมในนบรรยากาศเองบนความเวง 1,600 ตอนา(500 เมตรอนา) ในบเวณนตร ในทางตรงนาม ลมพาเฮอเคนงแรงดบนโลกความเวงดประมาณ 360 ตอนา(110 เมตรอนา) และแรงน – แบบเยวบณกเองลงไปใก – งแรงมากจนสามารถดาซใกลายเนของเหลวไวเหอของดาวเสาณกษณะทางบรรยากาศาสนใจ นอกระแสลมกรดหกาน ปแบบหกเหยมกงเกตเนคงแรกในภาพจากยานอวกาศวอยเอเจอ1 และอมาไบการงเกตอางใกดโดยยานอวกาศแคสปหกเหยมขนาดกางประมาณ 20,000 ไม(30,000 โลเมตร) เนกระแสลมกรดแบบคนความเวลม 200 ไมอวโมง (ประมาณ 322 โลเมตรอวโมง) โดยพาหนขนาดใหอตรงกลาง ไกษณะทางสภาพอากาศเนเดนใดในระบบยะกแมกโตสเยสนามแเหกของดาวเสาขนาดเกกาสนามแเหกของดาวพฤสบแงคงพงมากกาสนามแเหกของโลกง 578 เา ดาวเสาวงแหวน และดาวบวารนวนมากวนอภายในแมกโตสเยนกางใหของดาวเสางเนบเวณสนามแเหกของดาวเสาทพลอพฤกรรมของอภาคประไฟามากกาลมยะ แสงออโรราเดนเออภาคประโคจรเานบรรยากาศของดาวเคราะตามแนวเนสนามแเหก บนโลก อภาคประเหามาจากลมยะ ยานแคสแสดงใเนาแสงออโรราของดาวเสาอางอยบางวนคายบของดาวพฤสบและวนใหไไบผลกระทบจากลมยะ แแสงออโรราเหาเดจากการรวมนของอภาคงออกมาจากดวงนทของดาวเสาและตราการหนรวดเวของสนามแเหกของดาวเสาอางไรตาม แสงออโรรา\"ไไเดจากดวงอาต\" เหางไเนเาใจอางองแ26
272.3 ดาวยูเรนัสดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะหนาวเนและลมแรงมาก ดาวเคราะแงกกอมรอบวยวงแหวนจางๆ 13วง และดวงจันทร์ดวงเกก 28 ดวง ดาวเรสหนรอบวเองมเอบ 90 องศาจากระนาบวงโคจรของนความเอียงอันเป็นเอกกษใดาวเรสเหอนหนไปานาง โคจรรอบดวงอาตราวบกบอลกงดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะดวงแรกกนพบวยกองโทรทรรศนกนพบในค.ศ. 1781 โดยลเยม เฮอร์เชล นักดาราศาสตแาในตอนแรกเขาจะดานเนดาวหางหอดาวฤกตาม สองอมา ตไบการยอมบอางกางขวางาเนดาวเคราะดวงใหวนหงเนเพราะการงเกตการของโยนเอเต โบเด กดาราศาสตกยภาพในการรงตสภาพแวดอมของดาวเรสไเอนวยองตอางเราก ณหความน และสสารางๆ เนกษณะเฉพาะของดาวเคราะดวงาจะนแรงและนผวนเนกางตจะปบวไขนาดและระยะทางวยเนานนกลางเนนตร 31,763 ไม(51,118 โลเมตร) ดาวเรสงกางกาโลกงเา หากโลกขนาดเาเหยญกเล ดาวเรสจะขนาดประมาณกซอฟบอล จากระยะทางเฉย 1.8 นานไม(2.9 นานโลเมตร) ดาวเรสอางจากดวงอาตประมาณ 19 หวยดาราศาสตหงหวยดาราศาสต(อา AU)อระยะทางจากดวงอาตงโลก จากระยะทางแสงอาตใเวลาเนทาง 2 วโมง 40 นาจากดวงอาตงดาวเรสการอวดาวเรสอวนเอระบบยะวนเหออวนเอประมาณ 4,500 านอน งเนวงแรงโมวงงาซและนหนวนเามาจนกลายเนดาวแงกเนเยวบดาวเนปน ดาวเรสาจะอวนใกดวงอาตมากน และเคอนวไปงระบบยะนนอกเอประมาณ 4,000 านอน งเนดาวเคราะดวง7จากดวงอาต
28วงโคจรและการหมุนหนึ่งวันบนดาวยูเรนัสใเวลาประมาณ 17 วโมง งเนเวลาดาวเรสหนรอบวเองหงคงหอหนรอบแกนของมัน ดาวยูเรนัสโคจรรอบดวงอาตหงรอบ (หงตามระบบดาวเรส) ใเวลาประมาณ 84 โลก (30,687วันโลก) ดาวยูเรนัสเนดาวเคราะดวงเยวเนนตรเอบงฉากบวงโคจรของน โดยความเยง 97.77องศา ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการชนบตขนาดเาโลกเอนานมาแว ความเยงใดาวเรสฤกาลนแรงดในระบบยะ เอบหงในของกดวงอาตจะองแสงเหอวของดาวเรสโดยตรง ใกคงหงของดาวเคราะตกอในฤหนาวนดดยาวนานง 21 ดาวเรสเนหงในดาวเคราะเยงสองดวงหนไปในศทางตรงนามบดาวเคราะวนใหดาวกเนกดวงหงดวงนทดาวเรสดวงนทกแว 28 ดวง แาดวงนทวนใหโคจรรอบดาวเคราะดวงน ๆ จะใอตามนานเทพเากกหอโรน แดวงนทของดาวเรสความเศษตรงงอตามวละครในผลงานของลเยม เชกสเยและอเกซานเดอโป ดวงนทนในของดาวเรสงหมดเหอนจะประกอบวยแงคงหงและนคงหง องประกอบของดวงนทนนอกงไเนทราบแด แาจะเนดาวเคราะอยกดครองแหวนดาวเรสวงแหวนสองด ระบบวงแหวนนในเาดวนใหประกอบวยวงแหวนแคบเทาเม วงแหวนนนอกสองวง วงในดแดงคายวงแหวนนในวนนๆ ของระบบยะ และวงแหวนนนอกเนเหอนวงแหวน E ของดาวเสาวงแหวนเหาเยงตามบระยะางจากดาวเคราะเมน โดยเยกา ตา, 6, 5,4, ลฟา, เบา, ตา, แกมมา, เดลตา, แลมดา, เอปลอน, และ ว วงแหวนขนาดใหบางวงกอมรอบวยแถบนละเยดโครงสางดาวเรสเนหงในดาวเคราะแงกสองดวงในระบบยะนนอก (กดวงหงอดาวเนปน) มวลของดาวเคราะวนให(80% หอมากกา) ประกอบวยของเหลวอนหนาแนประกอบวยส\"แง\" ไแเทน และแอมโมเย อเหอแกนนขนาดเก ใกแกนโลก ณหของดาวเรสงง 9,000 องศาฟาเรนไฮ(4,982 องศาเซลเยส) ดาวเรสเนานนกลางใหกาดาวเนปนเกอย แมวลอยกาดาวเรสเนดาวเคราะความหนาแนอยเนนบสอง ขณะดาวเสาเนดาวเคราะความหนาแนอยด ดาวเรสาอมเยวจากาซเทนในนบรรยากาศ แสงอาตองานนบรรยากาศและสะอนกบออกมาโดยยอดเมฆของดาวเรส าซเทนดบแสงแดงไใเดแสงาอมเยว
พื้นผิวเนื่องจากเป็นดาวน้ำ แงกดาวเรสงไนวแจง ดาวเคราะวนใหเนของเหลวหนวน แายานอวกาศจะไม่มีที่ลงจอดบนดาวเรส แนไสามารถนานนบรรยากาศไโดยไเยหายเนน ความนและอุณหภูมิที่สูงเกินไปจะลายยานอวกาศโลหะไบรรยากาศชั้นบรรยากาศของดาวเรสประกอบวยไฮโดรเจนและเยมเนวนใหเทนเกอย และและแอมโมเยเกอย าซเทนใดาวเรสานเนเอกกษแายานโวเอเจอ2 จะเนเยงเมฆแยกนไอน ดดใหและดดเกๆ ระหางนานในพ.ศ. 2529 แการงเกตการาดเผยใเนาดาวเรสเมฆแบบไดนากเอเาใกวงต งรวมงณกษณะสางเปยนแปลงอางรวดเววยบรรยากาศของดาวเคราะเรสณหด49K (-224.2 องศาเซลเยส) ใบางนหนาวเนกาดาวเนปนวยความเวลมบนดาวเรสอาจงง 560 ไมอวโมง (900 โลเมตรอวโมง) ลมจะดถอยหงเนนตร โดยดในศทางตรงนามบการหนของดาว แหากเาใกวโลกมากน ลมจะเปยนศทางไปในศทางไปางหา งสอดคองบการหนของดาวเรสแมกโตสเยดาวเรสแมกโตสเยปางดปกและดปกโดยวไปสนามแเหกจะอในแนวเยวบการหนของดาวเคราะแสนามแเหกของดาวเรสกบเยงไป แกนแเหกเยงเอบ 60 องศาจากแกนหนของดาวเคราะและกเยงเบนจากนกลางของดาวเคราะไปหงในสามของศดาวเคราะดาวเรสแสงเหอแแสงเหอไไอในแนวเยวบวของโลก ดาวพฤสบและดาวเสาเองมาจากสนามแเหกไสมลของดาวหางแมกโตสเยอานหงดาวเรส ตรงามบดวงอาตแขยายออกไปอวกาศเนระยะทางหลายานไมเนสนามแเหกของหางกดเยวเองจากการหนานางของดาวเรสจนกลายเนปเกยวยาว2.4 ดาวเนปนดาวเคราะแงกดด หนาวเน และกดพาวยลมเหอเยง อางจากดวงอาตมากกาโลกง30 เา ดาวเนปนเนดาวเคราะดวงเยวในระบบยะมองไเนวยตาเปา ในพ.ศ. 2554 ดาวเนปนไโคจรครบรอบ 165 เนคงแรก บงแการนพบในพ.ศ. 238929
30ดาวเนปจูนอยู่ไกลจากดวงอาตมากจนใเรากาเวลาเยงนบนดาวเคราะเนดวงใหเนเหอนแสงสนธยาที่สลัวๆ แสงนๆ เราเนบนดาวเคราะานเดของเรานสางกาแสงอาตบนดาวเนปนประมาณ 900 เท่าการค้นพบกาเลโอนกดาวเนปนาเนดาวฤกคงระหางการงเกตการวยกองโทรทรรศขนาดเกของเขาในค.ศ. 1612 และ 1613 กา 200 อมา ดาวเคราะแงกดวงกลายเนดาวเคราะดวงแรกนพบโดยการนายทางคตศาสตแทนจะจากการงเกตการบนองาตามปกเองจากดาวเรสไไเคอนตามกดาราศาสตคาดไกคตศาสตชาวฝงเศส แบง โจเซฟ เลอ แวเย งเสนอแหงและมวลของดาวเคราะงไใครกในขณะน งอาจใเดการเปยนแปลงงเกตไบวงโคจรของดาวเรส เลอแวเยงนายของเขาไปงโยนกอตฟด ลเล หอดาวเบอน งพบดาวเนปนในนแรกของการนหาในค.ศ. 1846 บเดนอมา ไทรน ดวงนทใหดของดาวเนปนกนพบเนนกยภาพในการรงตสภาพแวดอมของดาวเนปนไเอนวยองตอางเราก ณหความน และสสารางๆ เนกษณะเฉพาะของดาวเคราะดวงาจะนแรงเนไปและนผวนเนกางตจะปบวไขนาดและระยะทางวยเนานนกลางเนนตร 30,775 ไม(49,528 โลเมตร) ดาวเนปนงกางกาโลกประมาณเาหากโลกขนาดเาเหยญกเล ดาวเนปนจะขนาดประมาณกเบสบอล จากระยะทางเฉย 2.8 นานไม(4.5 นานโลเมตร) ดาวเนปนอางจากดวงอาต30 หวยดาราศาสตหงหวยดาราศาสต(อา AU)อระยะทางจากดวงอาตงโลก จากระยะทางแสงอาตใเวลาเนทาง 4 วโมงจากดวงอาตงดาวเนปนแหวนดาวเนปนวงแหวนหกอางอยาวง ไแลเล เลเวอเยลาสเซลอาราโก และอมวงแหวนเหาอนางใหและอาจอาน วงแหวนนนอกดอางจากดาวประมาณ 39,000ไมภายในวงแหวนนนอกโครงสางโง 4 วนอ Liberté, Egalité, Fraternity และ Courageโครงสางโงเหาดปกเพราะควรกระจายวสเสมอแกบรวมเนอน กทยาศาสตเอาแรงโมวงของดวงนทกาลาเยวยตงวงโงไระบบวงแหวนนนวนมากและกษณะบอน อลวนใหไจากยานวอยเอเจอ2 รวจดาวเนปนใน2532
31วงโคจรและการหมุนหนึ่งวันบนดาวเนปจูนใเวลาประมาณ 16 วโมง (เวลาดาวเนปนหนรอบวเองหงคง) และดาวเนปนโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบหงรอบ (หงตามคเนปน) ใเวลาประมาณ 165 โลก (60,190 นโลก) บางคงดาวเนปจูนก็อยู่ไกลจากดวงอาตมากกาดาวเคราะแคระพโตเยก วงโคจรของดาวพโตกษณะและมากจะนำ พาดาวพลูโตเข้าวงโคจรของดาวเนปนเนระยะเวลา 20 กๆ 248 โลก การเปยนแปลงใดาวพโตอใกดวงอาตมากกาดาวเนปน งเดนคงาดระหางพ.ศ. 2522 ง พ.ศ. 2542 อางไรตามดาวพโตไเคยชนบดาวเนปน เพราะกๆ 3 รอบดาวเนปนโคจรรอบดวงอาตดาวพโตจะโคจรเาใกดวงอาตง 2 รอบ การโคจรๆ เนใตงสองไสามารถโคจรเาใกนไแกนหนของดาวเนปนเยง 28 องศาเยบบระนาบวงโคจรรอบดวงอาตงคายบแกนเยงของดาวงคารและโลก งหมายความาดาวเนปนฤกาลเนเยวบเราบนโลก อางไรตาม เองจากของดาวเนปนยาวนาน ฤกาลงงยาวนานกา 40 ดวงนทดาวเนปนดวงนทก 16 ดวง ดวงนทไทรน งเนดวงนทใหดของดาวเนปน กนพบเอน10 ลาคม ค.ศ. 1846 โดยลเยม ลาสเซลเยง 17 นหงจากโยนกอตฟด ลเล นพบดาวเคราะดวงเองจากดาวเนปนไบการงอตามเทพเาแงองทะเลของชาวโรน ดวงนทของดาวเนปนงไบการงอตามเทพเาแงองทะเลและนางไางๆ ในนานเทพเากก ไทรนเนดวงนทขนาดใหดวงเยวในระบบยะโคจรรอบดาวเคราะในศทางตรงนามบการหนของดาวเคราะ(วงโคจรถอยหง)งงาคงหงไทรนอาจเคยเนตสระดาวเนปนบภาพไไทรนณหเนดมาก โดยณหนวอประมาณ -391 องศาฟาเรนไฮ(-235 องศาเซลเยส) อางไรตาม แจะแงปกคมไทรน ยานวอยเอเจอ2 ไนพบไกเซอนตแงนองาไกลกา 8 โลเมตร นบรรยากาศบางๆ ของไทรนงยานวอยเอเจอนพบเนน กตรวจพบจากโลกหลายคงบแนมา และณหงงนเอยๆ แกทยาศาสตงไทราบสาเหการอวดาวเนปนอวนเอระบบยะวนเหออวนเอประมาณ 4,500 านอน เอแรงโมวงงาซและนหนวนเามาจนกลายเนดาวแงกเนเยวบดาวเรส ดาวเนปนาจะอวนใกดวงอาตมากน และเคอนวไปงระบบยะนนอกเอประมาณ 4,000 านอนโครงสางดาวเนปนเนหงในดาวเคราะแงกสองดวงในระบบยะนนอก (กดวงหงอดาวเรส) มวลของดาวเคราะวนให(80% หอมากกา) ประกอบวยของเหลวอนหนาแนประกอบวยส\"แง\" ไแเทน และแอมโมเย อเหอแกนนขนาดเก ในบรรดาดาวเคราะกดาวเนปนเนดาวเคราะความหนาแนมากด กทยาศาสตเอาอาจมหาสทรอนดอใเมฆเนของดาวเนปน นไเอดพานเพราะแรงนงมหาศาลใงอภายใน
32พื้นผิวดาวเนปจูนไม่มีพื้นผิวแง นบรรยากาศ (งวนใหประกอบวยไฮโดรเจน เยม และเทน) แขยายออกไปจนถึงระดับความลึกมาก อยๆ รวมวนเนและแงละลายนๆ เหอแกนกลางแงและหกกา โดยมวลใกล้เคียงกับโลกบรรยากาศนบรรยากาศของดาวเนปนประกอบวยไฮโดรเจนและเยมเนวนใหโดยาซเทนเยงเกอย ดาวเรส เอนานของดาวเนปน องประกอบคายคงน เทนดบนๆ แสะอนเน ใดาวแงกเหาคายคงน ภาพของดาวเนปนนวนมากไมาจากการนานของยานวอยเอเจอ2ใน1989 แสดงใเนาดาวเนปนเนเมกามาก เองจากมวอยเอเจอไปบแงภาพเอใเผยใเนเมฆและกษณะเนนๆ บนดาวเคราะไดเจนงน เอเยบบภาพดาวเรสพาวและสเสมอยานวอยเอเจอ2 นกไใน1986 กยใน2024 ไประมวลผลภาพใหแสดงใเนาดาวเคราะเหาคายคงนมากกาดไมาก ดาวเนปนเนดาวเคราะลมแรงดในระบบยะของเรา แจะระยะทางไกลและใพงงานจากดวงอาตอย แลมของดาวเนปนกบงแรงกาลมของดาวพฤสบงสามเา และแรงกาลมของโลกงเาเา ลมเหาดพากมาซเทนแแงไปวดาวเคราะวยความเวมากกา1,200 ไมอวโมง (2,000 โลเมตรอวโมง) แแลมแรงดของโลกงความเวเยงประมาณ 250 ไมอวโมง (400 โลเมตรอวโมง) เาน ในพ.ศ. 2532 พาขนาดใหปวงในกโลกใของดาวเนปน งกขนานนามา \"ดดให\" ขนาดใหพอจะครอบคมโลกงใบ พากไหายไปแว แพากใหปรากฏนในวนางๆ ของดาวเคราะดวงแมกโตสเยแกนหกของสนามแเหกของดาวเนปนเยงไปประมาณ 47 องศาเอเยบบแกนหนของดาวเคราะเนเยวบดาวเรส งแกนแเหกเยงประมาณ 60 องศาจากแกนหน แมกโตสเยของดาวเนปนจะเดการเปยนแปลงอางมากในระหางการหนและคงเองจากความไตรงแนวสนามแเหกของดาวเนปนพงมากกาโลกประมาณ 27 เา
333. ดาวเคราะห์แคระดาวเคราะห์แคระ ได้แดาวพโต ดาวส ดาวมามาเฮาเมอา และดาวส งเนดาวเคราะแคระดวงเยวในระบบสุริยะชั้นใน อในแถบดาวเคราะอยหกระหางดาวงคารและดาวพฤสบ3.1 ดาวเคราะแคระสเนตใหดในแถบดาวเคราะอยระหางดาวงคารและดาวพฤสบและเนดาวเคราะแคระเยงดวงเยวอในระบบยะนใน เนสมากคนแรกของแถบดาวเคราะอยกนพบเอเซปเป อาซพบนในค.ศ. 1801 เอยานดอนของนาซาเนทางมางในค.ศ. 2015 สกลายเนดาวเคราะแคระดวงแรกไบการเยมชมจากยานอวกาศ สกเยกาดาวเคราะอยมาหลายแว ขนาดใหกาและแตกางจากดาวเคราะนเอนานมากจนกทยาศาสตดใเนดาวเคราะแคระในพ.ศ. 2549 แาสจะมวล 25%ของแถบดาวเคราะอยงหมด แดาวพโตงมวลมากกาง 14 เากยภาพในการรงตสเนหงในไแงในระบบยะของเรากทยาศาสตองการนหาญญาณงงงต สงดาวเคราะดวงนไนอ บนโลก เนงเนองต งนงเนไปไานองประกอบและสภาพแวดอมนๆ กเกอยอาจเออการรงตเนน หากงตใดอายอบนส าจะเนนทขนาดเกมากคายบแบคเย หากสไงตในจน อาจญญาณงาสเคยงตในอตขนาดและระยะทางวยศ296 ไม(476 โลเมตร) สขนาด 1/13 ของโลก หากโลกขนาดเาเหยญกเล สจะขนาดประมาณเมดน จากระยะทางเฉย 257 านไม(413 านโลเมตร) ดาวสอางจากดวงอาต2.8หวยดาราศาสตหงหวยดาราศาสต(อา AU) อระยะทางจากดวงอาตงโลก จากระยะทางแสงอาตใเวลาเนทาง 22 นาจากดวงอาตงดาวส
34วงโคจรและการหมุนดาวซีรีสใช้เวลา 1,682 นบนโลก หอ 4.6 บนโลกในการโคจรรอบดวงอาตหงคง เองจากดาวสโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดาวสงหนรอบวเองหงรอบก 9 วโมง ใวงกลางนของดาวสนดดวงหงในระบบสุริยะ แกนหมุนของดาวสเยงเยง 4 องศาเยบบระนาบวงโคจรรอบดวงอาตนหมายความาดาวรีสหมุนตั้งตรงเกือบสมรแบบ และไฤกาลเหอนดาวเคราะดวงนเยงมากกาดวงนทดาวสไดวงนทแหวนดาวสไวงแหวนเลยการอวสอวนพอมบวนเหอของระบบยะเอประมาณ 4,500 านอน เอแรงโมวงงาซและนหนวนเามาจนกลายเนดาวเคราะแคระขนาดเก กทยาศาสตอบายาสเน \"ดาวเคราะในระยะเมน\" งหมายความานเมอวแงไสมรแรงโมวงนแงแกงของดาวพฤสบอใกเยงใสไสามารถอวเนดาวเคราะไอางสมรประมาณ 4,000 านอน สไงรกรากอในแหงจนามกลางเศษซากของการอวของดาวเคราะในแถบดาวเคราะอยระหางดาวงคารและดาวพฤสบโครงสางสความคายคงบดาวเคราะน (ดาวธ ดาวกโลก และดาวงคาร) มากกาดาวเคราะอยใกเยงแความหนาแนอยกามาก หงในความคายคงนอนภายใน แนางๆ ของสไไกหนดไอางดเจน สอาจแกนแงและนแมนเลจากแง นจง สอาจประกอบวยมากง 25เปอเนหากเนเนน สมากกาโลก เปอกโลกของสเนนและน เกอสะสมนวนมาก เกอบนสไเหอนเกอแกง (โซเยมคลอไร) แประกอบวยแธาางๆ เน แมกเยมลเฟตบรรยากาศสนบรรยากาศเบาบางมาก และหกฐานาไออไอระเหยอาจเดจากเขาไฟแง หอแงใกนวโลกระเด (เปยนสถานะจากของแงเนาซ)แมกโตสเยกทยาศาสตไดาดาวสจะแมกโตสเย
35พื้นผิวซีรีสเต็มไปด้วยหลุมกกาบาตขนาดเกงอาอยอมากมาย แไหมกกาบาตใดขนาดใหกา 175 ไม(280 กิโลเมตร) เรื่องาประหลาดใจ เพราะดาวเคราะแคระดวงองเคยกดาวเคราะอยขนาดใหงชนมาแล้วหลายครั้งตลอดวงอาย 4.5 นานการไหมกกาบาตอาจเนผลมาจากนแงอในวลักษณะของพื้นผิวอาจเยบเยนนเอเวลาานไป หากแงหอสความหนาแนกา เน เกอ อใพื้นผิวเพียงเล็กน้อย นอกจากงความเนไปไาจกรรมทางความอนใภพในอต เน เขาไฟแง ไลบางหมกกาบาตขนาดใหบางวนไปแว ภายในหมกกาบาตบางแงของดาวส บเวณกจะอในเงาด เนไปไาหากไแสงแดดโดยตรง \"บกความเน\" เหาอาจแงปกคมอเนเวลานาน3.2 ดาวพโตดาวพโตเนโลกเกบอนในแถบไคเปอเมไปวยเขา บเขา และธารแง กนพบใน2473 และเคยกดใเนดาวเคราะดวง9 อนกปบเน “ดาวเคราะแคระ” ใน2549 ตามยามของ IAU เพราะไสามารถกวาดเศษตออกจากวงโคจรไดาวพโตเนานนกลางราว 1,400 ไมเกกาคงสหฐฯ อางดวงอาต3.6 นานไมและบรรยากาศบางๆ ประกอบวยไนโตรเจน เทน และคาบอนมอนอกไซณหเฉย -232°C หนาวเนกาจะงต พโตดวงนท5 ดวง โดย “แครอน” ใหดและขนาดคงหงของพโต จนกเยการะบบดาวเคราะยานวฮอไรนเนยานแรกรวจพโตอางใกดใน2015ขนาดและระยะทางดาวพโตเนานนกลางเนนตรประมาณ 1,477 ไม(2,377 โลเมตร) โดยดาวพโตความกางประมาณ 1/5 ของโลก จากระยะทางเฉยประมาณ 3.7 นานไม(5.9 นานโลเมตร) ดาวพโตอไกลกาโลกงดวงอาตประมาณ 39 เา จากระยะทางแสงอาตใเวลาเนทางจากดวงอาตงดาวพโตประมาณ 5.5 วโมง หากณนอบนนวของดาวพโตตอนเยง ดวงอาตจะความสาง 1/900 ของความสางบนโลก หอประมาณ 300 เาของดวงนทเมดวงของเราในและนใกพระอาตตกบนโลก จะวงเวลาหงแสงบนดาวพโตความสางเาบตอนเยงน
36วงโคจรและการหมุนดาวพลูโตมีวงโคจรที่แตกางจากดาวเคราะน เพราะเนปวงและเยงมาก ใบางวงเาใกดวงอาตเพียง 30 AU และบางวงไกลง 49.3 AU โดยใเวลาง 248 ในการโคจรครบหงรอบ วง2522–2542 ดาวพลูโตเคยอยู่ใกล้ดวงอาตมากกาดาวเนปนวย หงนบนดาวพโตยาวประมาณ 153 วโมง และดาวหนเอียงถึง 57 องศา อีกงหนแบบถอยหงจากตะนออกไปตะนตก คายบดาวกและเรสดวงนทดาวพโตดวงนทก 5 ดวง ไแคารอน กไฮดรา เคอเบอรอส และสกงเอาเดจากการชนคงใหในอต แครอนเนดวงนทใหด ขนาดคงหงของดาวพโต ใงสองกกเยกา “ดาวเคราะ” คารอนโคจรรอบพโตวยคาบ 153 วโมงเาบเวลาพโตหนรอบวเอง งผลใคารอนลอยอเหอดเมบนวพโตเสมอ เพราะอในภาวะไทลอก วนดวงนทกดวงขนาดเกมาก ปางไสเสมอ และไไกอกวยแรงไทล งหนรอบวเองอางสระ ดวงนทเหางอตามวละครในนานกกเยวองบยมโลก เน คารอน พาญญาณามแสกกเทแงราตไฮดรา กกยมโลก เคอเบอรอส ขสามว และสกแแงเขตแดนระหางโลกคนเนบโลกคนตายแหวนไวงแหวนรอบดาวพโตทราบการอวดาวเคราะแคระพโตเนสมากของกมตโคจรอในเขตคายจานอนอกวงโคจรของดาวเนปน เยกาแถบไคเปอนแดนนางไกลเมไปวยดาวเคราะแงขนาดเกบนดวง งอวนในคแรกของระบบยะเอประมาณ 4.5 นานอน ตแงและนเหาเยกาตในแถบไคเปอตทรานเนปน หอพตอยโครงสางดาวพโตเนานนกลางประมาณสองในสามของดวงนทของโลก และอาจแกนนอมรอบวยนแมนเลแง แงาสนใจอางเนเทนและไนโตรเจนปกคมนว เองจากความหนาแนกา มวลของดาวพโตงอประมาณหงในหกของดวงนทของโลกแมกโตสเยไทราบาดาวพโตสนามแเหกหอไแขนาดเกและการหนาๆ งาอยหอไเลย
พื้นผิวพื้นผิวของดาวพลูโตประกอบวยเขา บเขา ราบ และหมกกาบาต ณหบนดาวพโตอาจเนไง -375ถึง -400 องศาฟาเรนไฮ(-226 ง -240 องศาเซลเยส) เขางดของดาวพโตความง 6,500 ง 9,800ฟุต (2 ถึง 3 กิโลเมตร) เขาเหาประกอบวยอนแงขนาดใหบางคงนของาซแงว เน เทนร่องและหุบเขาที่ยาวง 370 ไม(600 โลเมตร) วยเมณสมาสนใจของดาวเคราะแคระอางไกลดวงนี้ หลุมอุกกาบาตขนาดใหง 162 ไม(260 โลเมตร) กระจายอวนบางวนของดาวพโต โดยบางแงองรอยการดเซาะและการถม งงาแรงทางธรทยางอยๆ เคอนวกบนมางดาวพโตราบโดดเนดงเกตเนบนดาวพโตเหอนจะประกอบวยาซไนโตรเจนแแงและไหมกกาบาตราบเหาโครงสางงบอกงการพาความอน (อนของสสารหนเยนนและลง)บรรยากาศดาวพโตนบรรยากาศบางและเบาบาง งจะขยายวเอเาใกดวงอาตมากน และบวลงเอเคอนออกไปไกลน คายบดาวหาง องประกอบหกอโมเลลไนโตรเจน แาจะตรวจพบโมเลลของเทนและคาบอนมอนอกไซวยเนน เอดาวพโตอใกดวงอาตแงบนนวจะระเด (เปยนจากของแงเนาซโดยตรง) และลอยนนบรรยากาศเบาบางวคราว แรงโมวงของดาวพโต (ประมาณ 6% ของโลก) ในบรรยากาศแขยายออกไปในระบความงมากกานบรรยากาศของโลก พโตจะเนลงมากในวงเวลาเนทางไกลจากดวงอาตในและในวงเวลานบรรยากาศวนใหของดาวอาจแงวและตกลงมาเนมะบนนว3.3 เฮาเมอาเฮาเมอาเนดาวเคราะแคระทรงงเนหงในตขนาดใหหนรอบวเองเวดในระบบยะของเราการหนรอบวเองอางรวดเวใปางของเฮาเมอาดเยว ใดาวเคราะแคระดวงเหอนกตบอล37
38ศักยภาพในการดำ รงตเฮาเมอาเป็นพื้นที่ที่หนาวเนมากและเหอนจะไสภาพแวดอมเหมาะสมอการรงตขนาดและระยะทางเฮาเมอามีเส้นผ่านศูนกลางประมาณ 1,080 ไม(ประมาณ 1,740 โลเมตร) กางประมาณ 1/7 ของโลก หากโลกมีขนาดเท่ากับเหยญยกเล เฮาเมอาจะขนาดใหเาบเมดงา จากระยะทางเฉย 4 นานไม(6.5นานโลเมตร) เฮาเมอาอางจากดวงอาต43 หวยดาราศาสตหงหวยดาราศาสต(อา AU) อระยะทางจากดวงอาตงโลก จากระยะทางแสงอาตใเวลาเนทาง 6 วโมงจากดวงอาตงเฮาเมอาการโคจรและการหนเฮาเมอาใเวลา 285 โลกในการโคจรรอบดวงอาตหงคง เฮาเมอาโคจรรอบดวงอาตโดยใเวลาหนรอบวเอง 1 รอบก 4 วโมง ในเนหงในตขนาดใหหนรอบวเองเวดในระบบยะของเราเนไปไตขนาดใหจะงชน Haumea เอหลายนานอน และใเดการหนของ Haumea และสางดวงนทของ Haumea นมาดวงนทเฮาเมอาดวงนทกอสองดวง อ นามากา (Namaka) งเนดวงนทนใน และอากา (Hi'iaka) งเนดวงนทนนอก งสองดวงกนพบในพ.ศ. 2548 และงอตามดาในนานของเฮาเมอา อากาเนเทมครองเกาะฮาวายและเทแงกเนลา นามากาเนญญาณแงในนานของฮาวายแหวนเฮาเมอาเนตในแถบไคเปอนแรกกาวงแหวน กทยาศาสตประกาศการนพบใน2017 หงจากงเกตดาวเคราะแคระดวงเคอนานหาดาวฤกดวงหงการอวดาวเคราะแคระเฮาเมอาเนสมากของกมตโคจรอในเขตคายจานอนอกวงโคจรของดาวเนปน เยกาแถบไคเปอนแดนนางไกลเมไปวยดาวเคราะแงขนาดเกบนดวง งอวนในคแรกของระบบยะเอประมาณ 4.5 นานอน ตแงและนเหาเยกาตในแถบไคเปอตทรานเนปน หอดาวพตอยโครงสางกดาราศาสตเอาเฮาเมอาประกอบวยนนแงเคอบอ
39บรรยากาศเรารู้เพียงเล็กน้อยมากเยวบบรรยากาศของ Haumeaแมกนีโตสเฟียร์นักวิทยาศาสตร์ไม่คิดาเฮาเมอาจะแมกโตสเย3.4 ดาวเคราะแคระมามาดาวเคราะแคระมามาวมบดาวพโต เฮาเมอา และส งอในแถบไคเปองเนบเวณปางคายโดท ประกอบวยตแงเหอวงโคจรของดาวเนปนกยภาพในการรงตนวของมามาเคนเนมาก งนงไาจะเนไปไงตจะรงอนไขนาดและระยะทางวยศประมาณ 444 ไม(715 โลเมตร) ดวงนทมามาขนาด 1/9 ของโลก หากโลกขนาดเาเหยญกเล ดวงนทมามาจะขนาดประมาณเมดสตาด จากระยะทางเฉย 4,253,000,000 ไม(6,847,000,000 โลเมตร) มามาอางจากดวงอาต45.8 หวยดาราศาสตหงหวยดาราศาสต(อาAU) อระยะทางจากดวงอาตงโลก จากระยะทางแสงแดดใเวลาเนทางจากดวงอาตงมามาใเวลา6 วโมง 20 นาวงโคจรและการหนมามาใเวลา 305 โลกในการโคจรรอบดวงอาตหงคง เองจากมามาโคจรรอบดวงอาตงองหนรอบวเองหงคงก 22 วโมงคง ใความยาวของนใกเยงบโลกและดาวงคาร
40ดวงจันทร์มาคีมาคีมีดวงจันทร์วคราวดวงหง อ S/2015 (136472) 1 และอเนา MK 2 ดวงนทสวกามามามากกว่า 1,300 เท่า เราเน MK 2 อางออกไปจากดาวเคราะแคระดวงประมาณ 13,000 ไมและศของดวงนทประมาณ 50 ไม(80 โลเมตร)แหวนไวงแหวนพบรอบๆ Makemakeการอวดาวเคราะแคระมามาเนสมากของกมตโคจรอในเขตคายจานอนอกวงโคจรของดาวเนปน เยกาแถบไคเปอนแดนนางไกลเมไปวยดาวเคราะแงขนาดเกบนดวง งอวนในคแรกของระบบยะเอประมาณ 4.5 นานอน ตแงและนเหาเยกาตในแถบไคเปอตทรานเนปน หอดาวพตอยโครงสางกทยาศาสตเยงเกอยเยวบโครงสางของมามานวเราไสามารถมองเนรายละเยดนวของดาวมามาไมากกจากระยะไกล แเหอนานวของดาวจะตาลแดง คายบดาวพโต กทยาศาสตงตรวจพบเทนและเทนแงวบนนวของดาววย นจงเดเทนแงวขนาดเนานนกลางคงว (1 เซนเมตร) อาจตกลงบนนวเนของดาวมามาบรรยากาศมามาอาจสางนบรรยากาศบางมาก งวนใหประกอบวยไนโตรเจน ใกบดใกดวงอาตดแมกโตสเยกทยาศาสตไทราบา Makemake แมกโตสเยหอไ
กยภาพในการรงตนวของดาวสณหมาก เองจากอไกลจากดวงอาตอางง ความหนาวเนดวใไาเนไปไอางงจะงตอายอขนาดและระยะทางเนานนตรประมาณ 2,400 โลเมตร หอราว 1/5 ของขนาดโลก ขนาดเกกาดวงนทของโลกเยงเกอย หากเปยบโลกเาเหยญกเล สจะขนาดเาเมดาวโพดวระยะทางจากดวงอาตอางจากดวงอาตเฉย 68 AU (1 AU อระยะโลก–ดวงอาต) ระยะเยบเาประมาณ 10 นานโลเมตร แสงอาตองใเวลามากกา 9 วโมง เอเนทางงนวของสวงโคจรใเวลา 557 โลก ในการโคจรรอบดวงอาตครบหงรอบ วงโคจรเยงและอนอกระนาบดาวเคราะหกของระบบยะ เนทางโคจรยาวและไกลเนกาแถบไคเปองเนแหงของตไอนอกวงโคจรเนปนการหนรอบวเองสหนรอบวเอง ก 25.9 วโมง ความยาวนใกเยงบโลก ใวงกลางน–กลางนคายปแบบบนโลกดวงนทสดวงนทดวงเกอ สโนเย สโนเยโคจรรอบสในระยะเอบเนวงกลม ใเวลา ประมาณ 16 นการดวงนทวยใกดาราศาสตนวณมวลของสอางแนอลกใเปยบเยบมวลและณสมบดาวพโต41อีริสอีริสเป็นหนึ่งในดาวเคราะแคระใหดในระบบยะของเรา ขนาดใกเยงบดาวพโต แอางจากดวงอาทิตย์มากกว่าสามเา
42คือ วัตถุจำ พวกดาวเคราะอยขนาดเกกา 1 โลเมตร เยกา \"สะเดดาว\" (Meteoroids) เอสะเดดาวตกลงสู่โลกและเยดบบรรยากาศจนเดความอนและกดไฟ มองเนเนทางยาวในเวลากลางนเยกา\"ดาวตก\" หรือ \"ผีพุ่งใ\" (Meteor หอ Shooting star) ดาวตกมองเนวนมากขนาดประมาณเดทราย แเคอนวยความเวงประมาณ 40 - 70 โลเมตร/นางเยดบอากาศจนอนมากจนเผาไหหมดอนจะตกงนวโลก อางไรตามาสะเดดาวขนาดใหตกลงมาจะเผาไหไหมด เหอนวนตกางบนนวโลกงเยกา \"กกาบาต\" (Meteorite) และหมเดจากการงชนเยกา \"หมกกาบาต\" (Meteor crator)การแงประเภทของกกาบาตใเยวบการแงประเภทดาวเคราะอย เพราะกกาบาตอนวนของดาวเคราะอย งแงตามองประกอบทางเคไง- C-type (Carbonaceous chondrite) กกาบาตคาบอนคเองจากองประกอบเนคาบอนนวนมากกทยาศาสตเอา กกาบาตประเภทเนพาหะเอตมาโลก- S-type (Stone) กกาบาตน องประกอบเนกา- M-type (Metal) กกาบาตโลหะ องประกอบเนเหกและเลกกาบาตวนใหเดจากสะเดของดาวเคราะอย อางไรตามงกกาบาตบนนโลกเดจากดวงนทและดาวงคาร งเดนเองจากแรงระเดงเดจากดาวเคราะอยขนาดใหงชนดวงนทหอดาวงคาร แรงระเดใสะเดดาวกระเนนอวกาศแวองลอยไปในอวกาศ เอโลกโคจรานเามา แรงโมวงของโลกงดใสะเดดาวนตกลงมา และากกาบาตนตกลงบนนวขาวเนแนแง กทยาศาสตจะตามไปเบไาย งเนภาพ2 เนกกาบาตจากดาวงคารเบไวโลกใในพ.ศ.2539 ไการนพบกกาบาต ALH84001 งเนสะเดดาวงคารตกลงบนแนแงของทปแอนตากก เอมาองวยกองลทรรศเกตรอนแวพบตปางเหอนงต งแสดงในภาพ3กทยาศาสตบางคนเอาเนฟอสลนทบนดาวงคาร แกทยาศาสตบางคนเอาเนนทบนโลกของเรา งมาอายอภายหงจากกกาบาตอบนนโลกแว อางไรตามงไอสปแดบท3กกาบาต
ดาวหาง (Comet) เป็นตพวกแงงดเดมาจากขอบของระบบยะ กดาราศาสตงสมมฐานาดาวหางมีกำ เนิดมาจากเมฆออท (Oort's cloud) งเนผกแงอขอบของระบบยะ เอแรงภายนอกมากระทำ เช่น ซูเปอโนวา (Supernova) หอดาวฤกระเด ดาวหางจะหดออกจากนเดและกแรงโมถ่วงของดวงอาทิตย์ดึงดมาเนบวาร วงโคจรของดาวหางงยาวไกลและความมาก ไอในระนาบยเองจากเมฆออทกษณะเนทรงกลมอมดวงอาตดาวหางงเคอนเาดวงอาตไจากกศทางกดาราศาสตแงดาวหางออกเน 2 ประเภท อ ดาวหางวงโคจรคาบยาว และดาวหางวงโคจรคาบน ตอนแรกดาวหางวงโคจรคาบยาวเองจากเนทางมาจากขอบของระบบยะ แเอเามางอาณาบเวณดาวเคราะแรงโมวงของดาวเคราะทพลใวงโคจรของดาวหางเกลง หอกลายมาเนดวงนทโคจรรอบดาวเคราะเยเอง งเน โฟสและมอส ดวงนทขนาดเกของดาวงคาร ภาพ1 แสดงใเนขนาดของวงโคจรของดาวหางงความแตกางน ดาวหางไฮยาทาเกะ (Hyakutake) เนดาวหางวงโคจรคาบยาวโคจรรอบดวงอาตใเวลานานกา 10,000 ดาวหางลเล(Halley) เนดาวหางคาบวงโคจรคาบนโคจรรอบดวงอาตใเวลา 76 วนดาวหางเทมเล 1 (Tempel 1) คาบโคจรรอบดวงอาตเยง 5.5 ภาพ2 แสดงใเนง ทพลของแรงโมวงของดาวเคราะงใดาวหางวงโคจรรอบดวงอาตเกลงดาวหางเนตขนาดเกของระบบยะ วเคยสของดาวหางขนาดประมาณ 1 - 10 โลเมตร องประกอบหกเนแงปะปนบเศษนและสสารนๆ งดาวหางกวาดชนขณะโคจรรอบดวงอาตเรางเปยบดาวหางเนอนแงสกปรก อางไรตาม ดาวหางเนพาหะลพจากดาวดวงหงไปดาวกดวงหง ดาวหางเนงสางและลาย ดาวหางใโลกในมหาสทรและงตมาบนโลก แดาวหางเคยงชนโลกจนใงตบางชดญนไปแวหลายรอบ (รอบละประมาณหงอยาน) คงาดอไดโนเสาญนเอ 65 านแว43บท4ดาวหางเอดาวหางอางจากดวงอาตนเนเยงอนแงไหางเยกา \"วเคยส\" (Nucleus) งประกอบวยแง คาบอนไดออกไซเทน แอมโมเย โดยเปอกแงอมอเอดาวหางโคจรเาใกดวงอาตแงเหาจะระเดเนแส
44เอดาวหางอางจากดวงอาตนเนเยงอนแงไหางเยกา \"วเคยส\" (Nucleus) งประกอบวยแง คาบอนไดออกไซเทน แอมโมเย โดยเปอกแงอมอเอดาวหางโคจรเาใกดวงอาตแงเหาจะระเดเนแส านนเาหาแสงอาตจะแสประลอยออกมาอมวเคยสเยกา\"โคมา\" (Coma) งอาจขนาดหลายอยหลายนโลเมตร ลมยะหออภาคพงงานงจากดวงอาตปะทะโคมา อเดอภาคขนาดเกปวไปทางานหงกลายเน \"หาง\" (Tail) ยาวบานโลเมตร หางของดาวหาง2ชดอ หางแสและหางน \"หางแส\" (Ion tail) กษะเนเนตรงไปทางศตรงนามบดวงอาตาเดจากแสของดาวหางไบพงงานดวงอาตแวคายประออกมา \"หางน\" (Dust tail) เดจากมวลของดาวหางนออกมาจากวเคยส มวลเหาโมเมนมงเคอนโงไปตามศทางดาวหางโคจร เอดาวหางโคจรรอบดวงอาตจะญเยมวลไปเอยๆ จนกระงหมดดวง
45บรรณากรม1. กระทรวงกษาการ. (2561). อทยาศาสตระบธยมกษาตอนน. กงเทพฯ: โรงมการกษา.2. ยฒแสงยา. (2559). ดาราศาสตเองนหบเยาวชน. กงเทพฯ: เดเคน.3. สมาคมดาราศาสตไทย. (2563). ระบบยะและตในอวกาศ. กงเทพฯ: สมาคมดาราศาสตไทย.4. นภดล ภการ. (2562). กอวกาศและการเดดาวเคราะ. เยงให: กมมหาทยายเยงให.5. องการรวจอวกาศสหฐฯ. (2564). รายงานอลดาวเคราะและยานรวจในระบบยะ. แปลโดย สถานทยาศาสตแงประเทศไทย. กงเทพฯ: สวทช.6. สถานยดาราศาสตแงชา. (2560). องเกตการองาหบเมน. เยงให: สดร.7. นการเยทยาศาสตโลกและดาราศาสต( Learning Center for Earth Science andAstronomy )8. National Aeronautics and Space Administration หอ องการบหารการนและอวกาศแงชา(NASA)