The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวในระบบบริการแบบประคับประคอง
(Palliative Care Service) ของกลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำดำ
และเทศบาลเมืองกาพสินธุ์ จังหวัดกาพสินธุ์ ด้วยทุนทางสังคม
(Social Capital)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by info.pr.ksmu, 2022-12-20 03:22:51

การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวในระบบบริการแบบประคับประคอง (Palliative Care Service) ของกลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำดำ และเทศบาลเมืองกาพสินธุ์ จังหวัดกาพสินธุ์ ด้วยทุนทางสังคม (Social Capital)

การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวในระบบบริการแบบประคับประคอง
(Palliative Care Service) ของกลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำดำ
และเทศบาลเมืองกาพสินธุ์ จังหวัดกาพสินธุ์ ด้วยทุนทางสังคม
(Social Capital)

การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวในระบบบริการแบบประคับประคอง (Palliative
Care Service) ของกล่มุ จิตอาสาเมอื งนำ�้ ดำ�และเทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ จงั หวดั กาฬสินธุ์
ด้วยทุนทางสังคม (Social Capital)
ความเปน็ มาของกลุ่มจิตอาสาเมืองน�ำ้ ดำ� เทศบาลเมอื งกาฬสินธ์ุ จงั หวดั กาฬสินธ์ุ

กลุ่มจิตอาสาเมืองนำ้�ดำ� เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพ่ือนหลากหลายอาชีพ
ยาวนานมากกว่า 15 ปีมีความสนใจตรงกันในการทำ�งานจิตอาสาเพื่อส่วนรวม และไม่จำ�กัด
ขอบเขตการทำ�งานอาสาแต่เฉพาะในเขตเมืองกาฬสินธ์ุ ทำ�งานจิตอาสาด้วยการระดมทุน
ผ่านส่ือสังคมออนไลน์และการแสดงดนตรีเปิดหมวกในเขตเมืองกาฬสินธุ์ ระยะแรกเป็นการ
ทำ�งานอาสาในนาม “กลุ่มจิตอาสากาฬสินธุ์” แต่เมื่อพบว่าชื่อที่กลุ่มฯใช้ตรงกับกลุ่มจิตอาสา
อกี กลมุ่ หนงึ่ ทที่ �ำ งานอาสาเชน่ กนั ในจงั หวดั กาฬสนิ ธุ์ จงึ เปลย่ี นชอื่ กลมุ่ เปน็ “กลมุ่ จติ อาสาเมอื ง
น้�ำ ด�ำ ” กระทงั่ ถึงปัจจบุ นั

กลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ�เป็นกลุ่มทางสังคม (Social group) ท่ีมีความสัมพันธ์
ใกลช้ ดิ และเปน็ กลมุ่ แบบเปดิ ทตี่ งั้ ใจเปดิ กวา้ งแกบ่ คุ คลทสี่ มคั รใจท�ำ งานอาสาเพอ่ื สว่ นรวม จ�ำ นวน
สมาชิกจึงมีความเป็นพลวัต แต่กลุ่มขับเคลื่อนการทำ�งานโดยสมาชิกแกนนำ�หลักมีจำ�นวน
15 คน มีอาชีพเป็นนักธุรกิจ ตำ�รวจ และโดยเฉพาะจำ�นวนสมาชิกแกนนำ�มากกว่าคร่ึงเป็น
ข้าราชการของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
โครงการจิตอาสาการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวในระบบบริการแบบประคับ
ประคองของกลมุ่ จิตอาสาเมืองน้�ำ ด�ำ และเทศบาลเมืองกาฬสินธ์ุ

เนื่องจากแกนน�ำ หลักสว่ นใหญ่ของกลุ่มจิตอาสาเมืองนำ�้ ดำ�ท�ำ งานเปน็ ขา้ ราชการ
ของเทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ เกี่ยวขอ้ งกับความอยู่ดมี สี ุขและสุขภาวะของผคู้ นในชุมชนเมือง
กาฬสนิ ธุ์ ทำ�ใหเ้ ห็นความทุกข์ยากของกล่มุ คนเปราะบางในชุมชนเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ โดยเฉพาะ
กลมุ่ คนยากจนในเมืองกาฬสนิ ธุ์ที่ไม่มีแมก้ ระทง่ั เงินซื้อโลงศพ เมอ่ื ปีพ.ศ.2560 กลุ่มจิตอาสา
เมืองน�ำ้ ด�ำ จึงไดร้ เิ ริ่มโครงการ “จุติสุขาวดี” ข้นึ ดงั มีรายละเอียดคือ

โครงการจตุ ิสขุ าวดี มีวัตถปุ ระสงค์เพอื่ ชว่ ยเหลือการจัดงานฌาปนกจิ ศพยากไร้
เป็นการคนื ศกั ดศ์ิ รคี วามเป็นมนุษย์ให้แกก่ ลุม่ คนยากจน คนเปราะบางในชุมชนเมอื งกาฬสนิ ธ1ุ์
ครอบคลุมท้ังสน้ิ 36 ชมุ ชน2

1 เทศบาลฯจดั ตั้งกองทุนฌาปนกจิ ศพผ้สู ูงอายุใหแ้ ก่กล่มุ ผสู้ ูงอายุในชุมชนเมืองกาฬสนิ ธ์ุ เพอ่ื สง่ เสรมิ การออมและการมีสว่ นรว่ มชว่ ยเหลอื กัน
ของกลมุ่ ผสู้ งู อายใุ นชมุ ชน และหากผเู้ สยี ชวี ติ ในชมุ ชนฯทป่ี ระสงคข์ อความชว่ ยเหลอื จากโครงการจตุ สิ ขุ าวดี กลมุ่ อาสาเมอื งน�ำ้ ด�ำ กจ็ ะน�ำ ขอ้ มลู
ของการเปน็ สมาชิกกองทนุ ฌาปนกจิ สงเคราะหด์ ังกลา่ วมาพจิ ารณาประกอบใหก้ ารช่วยเหลือในโครงการฯดว้ ย
2 1. ชุมชนซอยนำ้�ทพิ ย์ 2. ชุมชนกุดยางสามคั คี 3. ชุมชนโพธิ์ไทร 4. ชมุ ชนทา่ สนิ ค้า 5. ชุมชนดอนสวรรค์ 6. ชมุ ชนหน้าโรงเลอื่ ย 7. ชมุ ชน
วดั เหนอื 8. ชมุ ชนโรงง้วิ 9. ชมุ ชนวดั ใต้โพธิ์ค้�ำ 10. ชุมชนหนองล้ินจ่ี 11. ชมุ ชนหนองไชยวาน 12. ชมุ ชนหนองผกั แวน่

1

โดยมเี กณฑก์ ารพจิ ารณาใหค้ วามชว่ ยเหลอื เปน็ 3 ระดบั จากรปู แบบความชว่ ยเหลอื
ท่ีให้ครบถ้วนไปสู่ความช่วยเหลือในกรอบที่ลดลงตามลำ�ดับ แสดงด้วยเกรดเอ เกรดบี
และเกรดซี อธบิ ายไดด้ ังน้ี คอื

เกรดเอ คือ การให้ความช่วยเหลือแบบครบวงจร ได้แก่ การร่วมเป็นเจ้าภาพ
สวดพระอภิธรรม 1 คืน และจัดงานเผาศพ 1 วัน กรณศี พเปน็ ผู้ยากไร้ขาดคนช่วยเหลือ

เกรดบี คือ การให้ความช่วยเหลือบางส่วน โดยสนับสนุนสิ่งของจำ�เป็นในงาน
ฌาปนกิจศพ เช่น โลงศพ โลงเย็น ดอกไม้ประดับ ชุดเชิงบาตร ดอกไม้จันทน์ เหรียญ
โปรยทาน เปน็ ต้น เพอื่ ช่วยลดคา่ ใช้จ่ายบางส่วนใหค้ รอบครัวผเู้ สียชวี ิต โดยครอบครวั ตอ้ ง
รับผิดชอบคา่ บำ�รุงเมรุ ซองปจั จยั ท�ำ บุญดว้ ยตนเอง

เกรดซี คือ การให้ความช่วยเหลอื เฉพาะดอกไมจ้ ันทน์ และเหรยี ญโปรยทาน กรณี
ท่ีศพเปน็ สมาชิกเงนิ ออมในกองทนุ ฌาปนกิจศพผสู้ งู อายุ หรือกองทุนเงินออมวันละบาท3

งบประมาณดำ�เนินการโครงการจุติสุขาวดี มาจากการระดมทุนผ่านทางสื่อ
สังคมออนไลน์ (เฟซบุ๊ก) และอาศัยการประชาสัมพันธ์จาก “การบอกต่อ” ของคนในชุมชน
เมืองกาฬสินธุ์เป็นหลัก รวมท้ังเงินสมทบจากการบริจาคของผู้บริหารเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
และเจ้าหน้าที่เทศบาลฯจำ�นวนหนึ่ง โดยเฉพาะในกรณีท่ียอดเงินจากการระดมทุนไม่บรรลุ
เป้าประสงค์ตามตอ้ งการ

ปีพ.ศ.2561 เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์และกลุ่มจิตอาสาเมืองน�้ำ ดำ�ร่วมเป็นเครือข่าย
การท�ำ งานจิตอาสา เพอื่ สร้างสุขภาวะระยะท้ายของคนในชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ ด้วยการนำ�
โครงการจตุ สิ ขุ าวดี และการรเิ รม่ิ โครงการอาสาสรา้ งสขุ ทป่ี ลายทางชวี ติ ก�ำ หนดในแผนพฒั นา
4 ปขี องเทศบาลฯ ทเี่ ปน็ การท�ำ งานดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั ครอบคลมุ ถงึ การดแู ล
ครอบครัวของผ้ปู ่วยหลงั จากการสญู เสีย (Bereavement care)

การเกิดขึ้นของโครงการอาสาสร้างสุขท่ีปลายทางชีวิตภายหลังจากการดำ�เนิน
โครงการจตุ สิ ขุ าวดมี าเปน็ เวลาหนงึ่ ปเี ตม็ เปน็ ผลจากประสบการณต์ รงในการท�ำ งานโครงการ
จุติสุขาวดี ทำ�ให้กลุ่มฯเห็นความจำ�เป็นของการบรรเทาทุกข์ทรมานทางจิตใจของท้ังผู้ป่วย
ระยะท้ายและครอบครัว ไม่เพียงแต่ความทุกข์ทางกายที่เจ็บป่วยจากโรคคุกคามต่อชีวิต
(Life-threatening illness) ของผูป้ ่วย ทสี่ ำ�คญั กว่าคอื ความทุกข์ทางใจและทางจิตวิญญาณ
ท้ังของผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวที่ส่วนใหญ่ต้องการจะมาเสียชีวิตท่ีบ้าน หรือความรู้สึก
ของผู้ดแู ลหลักในครอบครัว ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของโครงการอาสาสรา้ งสุขท่ปี ลายทางชีวติ

13. ชุมชนตลาดเกา่ 14. ชุมชนคุ้มหว้ ย 15. ชุมชนทงุ่ สระ 16. ชุมชนวัดหอไตรปิฏการาม 17. ชมุ ชนวดั สวา่ งพัฒนา 18. ชมุ ชนวดั สวา่ งคงคา
19. ชมุ ชนรมิ แกง่ ดอนกลาง 20. ชมุ ชนบญุ กวา้ ง 21. ชมุ ชนดอนกลอย 22. ชมุ ชนสขุ สบายใจ 23. ชมุ ชนหวั โนนโก 24. ชมุ ชน ก.ส.ส. 25. ชมุ ชนสง
เปลอื ยใน 26. ชมุ ชนสงเปลอื ยกลาง 27. ชมุ ชนสงเปลอื ยนอก 28. ชมุ ชนหนา้ โรงซอ่ ม ร.พ.ช. 29. ชมุ ชนวดั ปา่ ทงุ่ ศรเี มอื ง 30. ชมุ ชนทงุ่ ศรเี มอื งพฒั นา
31. ชมุ ชนทงุ่ ศรเี มอื งกลาง 32. ชมุ ชนทงุ่ มน 33. ชมุ ชนหวั ค-ู หนองเรอื พฒั นา 34. ชมุ ชนเกษตรสมบรู ณ์ 35. ชมุ ชนหาดล�ำ ดวน 36. ชมุ ชนดงปอ
3 เป็นสวสั ดกิ ารประเภทหน่งึ ที่จดั ต้ังโดยเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

2

โครงการอาสาสร้างสุขท่ีปลายทางชีวิต (โครงการจุติสุขาวดีระยะที่ 2) มี
วัตถุประสงค์เพ่ือเตรียมความพร้อมของผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวให้สามารถเผชิญ
กับความทุกข์ด้วยความเข้าใจ ยอมรับ คลายความห่วงกังวล ท่ีจะนำ�ผู้ป่วยระยะท้าย
ไปสู่ “การตายดี (Good death)” และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการฟ้ืนคืน
“ความกรุณา ความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล” ต่อกันในชุมชน การดำ�เนินการในโครงการสร้าง
สุขท่ีปลายทางชีวิต ให้ความสำ�คัญไปที่การเยี่ยมผู้ป่วยระยะท้าย ท้ังท่ีบ้านผู้ป่วยและที่
โรงพยาบาลกาฬสินธุ์4 มีเป้าหมายในการดูแลทางจิตใจและจิตวิญญาณ ทั้งผู้ป่วย
ระยะท้ายและครอบครัว เพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตระยะท้ายที่ดีของผู้ป่วยและครอบครัว
และเม่ือเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ร่วมเป็นเครือข่ายการทำ�งานกับกลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ�แล้ว
จงึ เรียกชอ่ื โครงการฯวา่ “โครงการจตุ สิ ขุ าวดี สรา้ งสขุ ท่ีปลายทางชีวติ ”

โครงการจุติสุขาวดี สร้างสุขที่ปลายทางชีวิต นับต้ังแต่โครงการจิตอาสาการ
ดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวในระบบบริการแบบประคับประคองของกลุ่มจิตอาสาเมือง
น�้ำ ด�ำ เปน็ โครงการท�ำ งานรว่ มเครอื ขา่ ยกบั เทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธุ์ในฐานะเครอื ขา่ ยการท�ำ งาน
แรกและเป็นเครือข่ายหลักของกลุ่มฯ ทำ�ให้การทำ�งานของกลุ่มฯมีความคล่องตัว เป็นระบบ
และเปดิ โอกาสต่อการท�ำ งานกว้างขวางให้กบั กล่มุ ฯ สบื เน่ืองจากวัฒนธรรมการท�ำ งานท่ผี ่าน
มาของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ใหค้ วามสำ�คญั กับการมสี ่วนร่วมของชมุ ชนฯ จงึ สร้างปจั จยั เอื้อ
ให้งานของกลุม่ ฯสัมฤทธ์ิผลได้โดยง่าย งานโครงการ “จุตสิ ุขาวดี สรา้ งสขุ ทป่ี ลายทางชวี ิต”
สอดคลอ้ งกบั ความหมายของการดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั ในระบบบรกิ ารแบบประคบั
ประคองตามหลักวิชาการ ที่ยึดมั่นกับความต้องการ ความปรารถนาของผู้ป่วยระยะท้าย
และครอบครวั เปน็ ส�ำ คญั (Patient-centered care) ครอบคลมุ ความตอ้ งการของผปู้ ว่ ย ทงั้ มติ ิ
จติ สงั คมและเศรษฐกจิ (Psychosocial And Socioeconomic need of Patients) ซงึ่ เปน็ การ
ดูแลสุขภาวะของผปู้ ว่ ยระยะท้ายแบบองคร์ วม (Holistic care)

“ความหมายของการดแู ลรกั ษาแบบประคับประคอง (Palliative care) คือ การดแู ลที่
มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตของท้ังผู้ป่วยและครอบครัวซ่ึงเผชิญหน้ากับโรคคุกคามต่อชีวิต
(Life-threatening illness) ไมว่ า่ โรคใด เปน็ การดแู ลรกั ษาอาการทท่ี �ำ ใหท้ กุ ขท์ รมาน ทง้ั อาการ
เจ็บปว่ ยทางกาย ปญั หาทางจิตใจ สงั คม และจติ วิญญาณแบบองค์รวม และควรใหก้ ารรกั ษา
ดังกล่าวตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่เร่ิมวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคระยะสุดท้าย (Terminal illness)
จนกระทั่งผ้ปู ว่ ยเสียชีวติ รวมถงึ การดแู ลครอบครัวของผปู้ ่วยหลงั จากการสญู เสีย ซึ่งสะท้อน
มติ กิ ารสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ การใหค้ วามส�ำ คญั ตอ่ การดแู ลสขุ ภาวะองคร์ วมทงั้ กาย ใจ จติ วญิ ญาณ
และสังคมที่แวดล้อมและมีผลต่อสุขภาวะของผู้ป่วย ของการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบ
ประคบั ประคองทม่ี ลี กั ษณะเฉพาะจากการดแู ลผู้ป่วยทัว่ ไป”

องคก์ ารอนามัยโลก, (2002)

4 หนงึ่ ในเครือข่ายการท�ำ งานหลกั ในโครงการฯของกลุ่มจติ อาสาเมืองน�้ำ ด�ำ

3

งบประมาณการด�ำ เนนิ การโครงการ “จตุ สิ ขุ าวดี สรา้ งสขุ ทป่ี ลายทางชวี ติ ” เนอ่ื งจาก
ขอ้ จ�ำ กดั ในเรอ่ื งระเบยี บการเงนิ ในขอ้ บญั ญตั ขิ องกฎหมายองคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ดงั นนั้
กลุ่มฯ จึงบริหารจัดการงบประมาณโครงการท้ังสองดังกล่าว แยกจากกัน ดังรายละเอียดคือ

- โครงการจุติสุขาวดี ยังคงใช้งบประมาณจากการระดมทุนท้ังในและนอกพื้นที่
เมืองกาฬสนิ ธุ์

- โครงการสรา้ งสขุ ทป่ี ลายทางชวี ติ ใชง้ บประมาณจากแผนพฒั นาสปี่ ขี องเทศบาล
เมอื งกาฬสนิ ธ์ุ เปน็ งบเกย่ี วกบั การอบรมแกนน�ำ จติ อาสาดแู ลผปู้ ว่ ยระยะสดุ ทา้ ย
ตามโครงการจตุ สิ ขุ าวดี สรา้ งสขุ ทป่ี ลายทางชวี ติ มแี ผนการใชง้ บประมาณในเรอื่ ง
การพฒั นาศกั ยภาพของจติ อาสาและเครอื ขา่ ยการท�ำ งาน (การฝกึ อบรมและการ
ศกึ ษาดงู าน) และเรื่องการพัฒนางานศกึ ษาวจิ ัย เพ่ือเปน็ โอกาสตอ่ การต่อยอด
พัฒนางานของกลุ่มฯและเครอื ข่าย

เครือขา่ ยการท�ำ งาน
หลักการทำ�งานหน่ึงของกลุ่มจิตอาสาเมืองนำ้�ดำ�ในโครงการจุติสุขาวดี สร้างสุขท่ี

ปลายทางชวี ิตคอื การทำ�งานเป็นเครือขา่ ย (Networking) เน่อื งจากการดแู ลผู้ป่วยระยะทา้ ย
และครอบครวั เปน็ การดแู ลแบบองคร์ วม จงึ ตอ้ งกาการประสานความรว่ มมอื จากภาคเี ครอื ขา่ ยใน
ชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธุ์ ทมี่ ที รพั ยากร ศกั ยภาพแตกตา่ งหลากหลาย เพอื่ ใหค้ รอบคลมุ สขุ ภาพใน
ทกุ มติ ิ ทงั้ สขุ ภาพทางกาย จติ ใจ จติ วญิ ญาณ และสงั คม โดยเครอื ขา่ ยท�ำ งานมเี ปา้ หมายรว่ มกนั
เพ่ือคุณภาพชีวิตระยะท้ายท่ีดีทั้งของผู้ป่วยและครอบครัว เครือข่ายจิตอาสาน้ี เป็นการระดม
ทนุ ในชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธุ์ ทงั้ ในรปู แบบความสามารถ ความถนดั หรอื ทรพั ยากรทหี่ ลากหลาย
ของภาคีเครือข่ายต่างๆ โดยรวมหน่วยงานภาครัฐท่ีมีบทบาทหน้าท่ีเก่ียวข้องโดยตรงในการ
ดูแลสุขภาวะในด้านต่างๆ ของผู้ป่วยและครอบครัวเข้ามาร่วมทำ�งานจิตอาสา นอกเหนือไป
จากบทบาทหนา้ ทปี่ ระจ�ำ ทม่ี ี หรอื เปน็ การขยายการท�ำ งานเพอื่ เปดิ โอกาสตอ่ การเขา้ ถงึ บรกิ าร
ทางสงั คมของหนว่ ยงานรัฐท่ีเกีย่ วข้องเหลา่ นั้น

เครอื ขา่ ยจติ อาสาเพื่อดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั ประกอบดว้ ยองคก์ รสมาชกิ
เครือขา่ ย 2 ประเภท คือ 1) เครือข่ายทม่ี บี ทบาทหลักในการทำ�งานดแู ลผ้ปู ว่ ยระยะทา้ ยและ
ครอบครัวร่วมกับกลุ่มฯ ได้แก่ เทศบาลเมืองกาฬสินธ์ุ วัดและพระสงฆ์ และอาสาสมัครจาก
หนว่ ยงานภาครฐั ทม่ี บี ทบาทในการดแู ลสขุ ภาพของผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยตามหนา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบ ไดแ้ ก่
หนว่ ยดแู ลแบบประคบั ประคองของโรงพยาบาลและหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู เิ ครอื ขา่ ย อาสาสมคั ร
สาธารณสขุ (อสม.)/ประธานชุมชน5 และ 2) เครอื ข่ายทมี่ บี ทบาทรองในการสนับสนุนใหง้ าน
ของกลุ่มฯบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ ตามศกั ยภาพของแตล่ ะองคก์ รเครือข่าย ไดแ้ ก่ อาสาสมคั รจาก

5 มกั เปน็ บุคคลเดียวกนั โดยแสดงบทบาท หนา้ ท่ีในสองต�ำ แหนง่ งาน

4

สำ�นักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ อาสาสมัครจากภาคธุรกิจ
เอกชน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนในเมืองกาฬสินธุ์ และอาสาสมัครจากชุมชนใน
เทศบาลเมอื งกาฬสินธุ์ ดงั อธิบายรายละเอียด คอื

1. เครอื ขา่ ยหลกั คอื ภาคพี นั ธมติ รทม่ี บี ทบาทหลกั ในการท�ำ งานดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ย
และครอบครวั ร่วมกับกล่มุ ฯ ไดแ้ ก่

1.1 เทศบาลเมืองกาฬสินธ์ุ ประกอบด้วย หน่วยบริการปฐมภูมิของเทศบาลฯ
(ศูนย์บริการสุขภาพซอยนำ้�ทิพย์ และศูนย์บริการสุขภาพชุมชนดงปอ) อาสา
สมัครสาธารณสุข (อสม.) ในสังกัดหน่วยบริการปฐมภูมิของเทศบาลฯ
และกู้ชีพกู้ภัย 1132 โดยที่ผู้บริหารเทศบาลฯมีบทบาทในการสนับสนุนงบ
ประมาณ สถานที่ในการจดั เกบ็ สตอ็ กวสั ดอุ ปุ กรณ์ในโครงการจตุ สิ ขุ าวดี (โลงศพ
ถงั ออกซเิ จน ฯลฯ) และสนบั สนุนให้เกิดความยดื หยนุ่ เร่อื งเวลาท�ำ งาน เพอื่ ไป
ทำ�งานจิตอาสา ในส่วนของอาสาสมัครในหน่วยบริการปฐมภูมิของเทศบาลฯ
และอาสาสมคั รสาธารณสขุ ไดช้ ว่ ยคดั กรองผยู้ น่ื ขอความชว่ ยเหลอื ตามเกณฑ์
การพจิ ารณาให้ความชว่ ยเหลอื 3 ระดบั ในโครงการจตุ ิสุขาวดีและสง่ ต่อขอ้ มูล
ผู้ป่วยให้เข้าถึงการบริการของกลุ่มฯ ให้ความรู้เร่ืองการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
และประชาสัมพันธ์เชิงป้องกันเรื่องการเตรียมความพร้อมเม่ือเผชิญความตาย
และช่วยเตรียมความพร้อมการลงเยี่ยมบ้านผู้ป่วยของกลุ่มฯ ในขณะที่
อาสาสมคั รในหนว่ ย “กชู้ พี กภู้ ยั 1132” ของเทศบาลฯ6 ซงึ่ เปน็ หนว่ ยบรกิ ารภยั พบิ ตั ิ
ตา่ งๆ ในเขตเทศบาลฯตลอด 24 ชวั่ โมง ได้ใหบ้ ริการรบั -สง่ ผปู้ ่วย ทัง้ ทบ่ี ้าน
และท่ีโรงพยาบาล ใหบ้ รกิ ารไปรบั ศพมายงั วดั เพอ่ื ประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา
อ�ำ นวยความสะดวกครอบครวั ผปู้ ว่ ยในการด�ำ เนนิ การเรอ่ื งเอกสารตา่ งๆ ทจ่ี �ำ เปน็
ทง้ั ในพธิ กี ารศพและการเขา้ รบั การรกั ษาที่โรงพยาบาล และชว่ ยใหผ้ ปู้ ว่ ยระยะ
ทา้ ยและครอบครวั ทอ่ี าจ “ตกหลน่ ” จากการรบั รกู้ ารบรกิ ารของกลมุ่ ฯ ไดเ้ ขา้ ถงึ
บริการ ซ่ึงเกิดจากการปฏิบัติงานช่วยเหลือภัยพิบัติในพื้นท่ี “ชายขอบ”
ของเมอื งกาฬสินธุ์ ท่เี ปน็ การช่วยประชาสมั พนั ธง์ านของกลมุ่ ฯไปพรอ้ มกนั

1.2 วัดและพระสงฆ์ เช่น วัดป่าพุทธมงคล วัดโพธิ์ชัยหลุบใน ฯลฯ บทบาท
เป็นแกนน�ำ กลุ่มจิตอาสาเมอื งนำ�้ ดำ� ให้การดูแลผูป้ ่วยและครอบครวั ด้านจติ ใจ
และจิตวิญญาณ ช่วยขยายผลการทำ�งานของกลุ่มฯทั้งในชุมชนใกล้เคียง
ที่ได้รับทราบข่าวการทำ�งานของกลุ่มฯ และขยายผลไปในกลุ่มพระที่เจ็บป่วย
ระยะทา้ ย การขยายงานตอ่ ยอดดงั กลา่ ว มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ คลายทกุ ขจ์ ากความ
เจ็บป่วยและความตายทง้ั ของผปู้ ่วยระยะท้ายและครอบครัว รวมถงึ พระสงฆ์

6 เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์จัดต้ังเพ่ิมเติมจากงานสายด่วน 1669 ที่เทศบาลฯมีอยู่แล้ว แต่ไม่ครอบคลุมในงานบริการของโครงการจุติสุขาวดี
สร้างสุขทป่ี ลายทางชวี ิต เนือ่ งจากมีขอ้ จำ�กดั ในข้อกฎหมายเรอ่ื งการว่งิ รถข้ามจังหวัดในระยะไกลไม่ได้

5

อาพาธระยะท้ายในเขตรายรอบอำาเภอเมืองกาฬสินธ์ุให้เป็นจริงในทางปฏิบัติ7
นอกจากน้ี งานจิตอาสาของกลุ่มฯยังได้ช่วย “จุดประกาย” ให้พระสงฆ์
หลายรูปในชุมชนเมืองกาฬสินธุ์และชุมชนใกล้เคียงมีความสนใจ ต้องการเข้า
รว่ มเป็นสมาชกิ ของกลุ่มฯ
1.3 อาสาสมัครจากหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย
ระยะท้ายตามหน้าท่ีรับผิดชอบ ได้แก่ หน่วยดูแลแบบประคับประคองของ
โรงพยาบาลกาฬสินธ์ุ หน่วยบริการปฐมภูมิและอาสาสมัครสาธารณสุขเครือ
ขา่ ย ชว่ ยคดั กรองและสง่ ตอ่ ผปู้ ว่ ยใหเ้ ขา้ ถงึ บรกิ ารในโครงการของกลมุ่ ฯ เตรยี ม
ความพร้อมการเยี่ยมที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล และให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์
การทำางานของกลมุ่ ฯ
1.4 องค์กรสาธารณกุศล เช่น มูลนิธิสว่างกาฬสินธ์ุ มูลนิธิคุณธรรมสงเคราะห์
เตก็ กา่ จสี งิ่ เกาะ สมาคมเมตตาธรรมทพิ ยสถาน ฯลฯ ชว่ ยรบั ศพ (เสรมิ กชู้ พี กภู้ ยั
1132 ของเทศบาลฯ) และจดั หาโลงศพให้ยมื
2. เครือขา่ ยรอง คือ ภาคีพันธมติ รที่มบี ทบาทรองในการสนบั สนนุ ให้งานของกลมุ่ ฯ
บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ ตามศักยภาพของแตล่ ะองคก์ รเครือขา่ ย ไดแ้ ก่
2.1 อาสาสมคั รจากสาำ นกั งานพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ยจ์ งั หวดั กาฬสนิ ธุ์
ช่วยหนุนเสริมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวให้ครอบคลุมสุขภาวะใน
ด้านต่างๆ เช่น การชว่ ยเหลอื คา่ ซอ่ มแซมบ้าน การพัฒนาอาชพี ของครอบครัวผู้ป่วยระยะท้าย
เป็นต้น
2.2 อาสาสมคั รจากภาคธุรกิจเอกชน เชน่ รา้ นขายอะไหล่ยนต์ ตลาดสด ฯลฯ ช่วย
บรจิ าคเงนิ ช่วยเหลืองานของกลมุ่ ฯ หรือจดั หาอปุ กรณ์ สิ่งของตา่ งๆ ตามทีก่ ลมุ่ ฯต้องการ
2.3 อาสาสมคั รปอ้ งกนั ภยั ฝา่ ยพลเรอื นในเมอื งกาฬสนิ ธุ์ ชว่ ยอาำ นวยความสะดวกใน
งานศพและบรกิ ารอื่น ๆ ของกลมุ่ ฯ
2.4 ชมุ ชนในเทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธุ์ เชน่ แมค่ า้ ในตลาด โรงเรยี นผสู้ งู อายุ ทเี่ ทศบาลฯ
จดั ตงั้ ขน้ึ นกั เรยี นจติ อาสา ฯลฯ ชว่ ยบรจิ าคเงนิ ชว่ ยเหลอื งานโครงการฯของกลมุ่ ฯ พบั ดอกไมจ้ นั ทน์
ผลิตส่ือ เลน่ ดนตรี หรือเสริ ฟ์ น้าำ ในงานศพ เปน็ ตน้
การรว่ มทาำ งานจติ อาสาเพอื่ ดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั ในลกั ษณะเครอื ขา่ ยใน
ชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธุ์ มกี ารทาำ งานทเี่ คารพตอ่ การตดั สนิ ใจตามบทบาทหนา้ ทท่ี ี่ไดร้ บั มอบหมาย
ทเี่ ปน็ ไปตามความถนดั ของแต่ละฝา่ ย กลมุ่ ฯและเครือข่ายทาำ งานหลกั มักใช้โอกาสพูดคยุ อย่าง
ไมเ่ ปน็ ทางการอยเู่ ปน็ ประจาำ จากการพบปะจากการทาำ งานอน่ื ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง หรอื ภายหลงั จาก
ปฏิบัติงานเสร็จสนิ้

7 มกี ารจัดอบรมการดแู ลพระอาพาธระยะทา้ ยให้กับพระคลิ านธรรมในเขตอำาเภอเมืองกาฬสินธแ์ุ ละพ้ืนที่ใกล้เคยี ง เม่ือตุลาคม 2563

6

ภาพแสดงเครือข่ายหลักและเครือข่ายรองที่มีบทบาทในการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
และครอบครัวของกล่มุ จิตอาสาเมืองนำา้ ดาำ
รูปแบบการทำางาน หลักการทำางาน ลักษณะการให้บริการ และกระบวนการปฏิบัติงาน
การดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั ของกลมุ่ จติ อาสาเมอื งนา้ำ ดาำ เทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ
และเครอื ข่าย
รูปแบบการทำางาน

กลุ่มจิตอาสาเมืองนำ้าดำาเป็นกลุ่มไม่เป็นทางการ (Informal group) การรวมกลุ่มมี
ความสัมพันธ์เหนียวแน่นท่ีพัฒนามาจากมิตรภาพยาวนานจากการทำากิจกรรมอาสาร่วมกัน
มีโครงสร้างแบบง่าย การบริหารจัดการกลุ่มฯไม่ซับซ้อน มีกฎระเบียบหลวมๆท่ีสร้างขึ้น
และทราบกนั เองในกลุม่ ฯ และจดั แบ่งหน้าทตี่ ามความสามารถ ความถนัด โดยมี “ผปู้ ระสาน
งานกลุ่มฯ” เป็นแกนหลักในทีมทำางานหลัก หรือ “ทีมกลาง” ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ทีมย่อย
ตามหนา้ ท่ี ได้ดังนี้

7

1. ทีมนำ� มีหน้าที่วางแผนการทำ�งาน ประสานการทำ�งานกับเครือข่าย
และแก้ปัญหา อุปสรรคการทำ�งานในภาพรวม

2. ทีมขับเคล่ือน มีหน้าที่ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผน แก้ไขปัญหาการทำ�งาน
เฉพาะหน้า รวบรวมและส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวท่ีเป็น
ประโยชน์ต่อการทำ�งาน และช่วยเพิ่มโอกาสต่อการเข้าถึงของผู้ป่วย
และครอบครวั ในการใชบ้ รกิ ารของกลมุ่ ฯ ทช่ี ว่ ยประชาสมั พนั ธก์ ารท�ำ งานของ
กลุ่มฯไปดว้ ย

3. ทีมสนับสนุน มีหน้าท่ีสรุปข้อมูลที่จำ�เป็นในการทำ�งาน ท้ังข้อมูลผู้ป่วย
ระยะทา้ ยและครอบครวั จากพน้ื ทกี่ ารท�ำ งานที่ไดจ้ ากทมี ขบั เคลอ่ื น และขอ้ มลู
จากชอ่ งทางสอื่ สงั คมออนไลนข์ องกลมุ่ ฯ ประสานงานปลกี ยอ่ ยตา่ ง ๆ เพอื่ ใหง้ าน
สามารถขับเคล่ือนและสัมฤทธิ์ตามความปรารถนา ความต้องการเฉพาะของ
ผ้ปู ่วยระยะท้ายและครอบครัวแตล่ ะราย

หลกั การทำ�งาน
1. หลักการท�ำ งานเป็นทมี (Teamwork) เน้นการปรกึ ษาหารือและการตัดสินใจรว่ ม

กนั ทุกคนในทีมมีความเทา่ เทียมกนั การจดั แบ่งหน้าทีร่ ับผิดชอบตามความถนดั เป็นการรับรู้
และเขา้ ใจกนั ในกลมุ่ ฯ และเมอ่ื เขา้ รว่ มท�ำ งานแบบเครอื ขา่ ยกบั เทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธุ์ กลมุ่ ฯยงั
คงมอี สิ ระในการท�ำ งานและมคี วามยดื หยนุ่ สอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะงานทต่ี อ้ งการความยดื หยนุ่ สงู

2. หลกั การท�ำ งานทเี่ นน้ ความโปรง่ ใส สามารถตรวจสอบได้ (Transparency) เนน้ ความ
รบั ผดิ ชอบ (Accountability) เคารพในสทิ ธแิ ละการตดั สนิ ใจของผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั
และเน้นการมีส่วนร่วม Participation) ของคนในชมุ ชนเมอื งกาฬสินธุ์ ทีเ่ ปน็ องค์ประกอบของ
การท�ำ งานของหลกั ธรรมาภิบาล (Good Governance)

3. หลักการทำ�งานบนฐานของ “ความรู้” กลุ่มฯให้ความสำ�คัญกับความรู้พื้นฐานใน
การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายท่ีต้องการการดูแลเฉพาะ และความรู้ในเร่ืองการสื่อสารเพ่ือลด
ผลกระทบทางจิตใจ สร้างความสัมพันธ์อันดีและความไว้เน้ือเช่ือใจกับผู้ป่วยระยะท้าย
และครอบครวั กลมุ่ ฯจงึ ประสานวทิ ยากรผ้เู ชี่ยวชาญ จัดการฝกึ อบรมเชงิ ปฏิบัติการเพ่อื เสรมิ
ความรเู้ ร่อื งดงั กลา่ ว ให้กบั สมาชิกกล่มุ ฯ เครอื ข่ายการท�ำ งานหลกั ท่ีมีบทบาทหนา้ ทเ่ี ก่ยี วข้อง
กับการดูแลสุขภาพของชุมชนเมืองกาฬสินธ์ุ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเมืองกาฬสินธ์ุ
ที่สนใจเขา้ ร่วมอบรมด้วย ทีมท�ำ งานหลกั ยังมแี ผนการศกึ ษาดูงานเพอื่ เรยี นรทู้ กั ษะการทำ�งาน
จากการปฏบิ ตั ทิ ดี่ ี (Bฺ est practice) ในงานดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั ในทต่ี า่ งๆ อยอู่ ยา่ ง
ตอ่ เน่ือง นอกจากนี้ สิ่งท่ที มี ทำ�งานหลกั ทำ�เปน็ ประจำ�ภายหลงั จากการเสร็จสิ้นการทำ�งานทุก
ครั้งคือ “การถอดบทเรยี น” การทำ�งานของกลุ่มฯ

8

บทเรียนการทำ�งานท่ีทบทวีคูณ ผ่านวันเวลาลองผิดลองถูกเหล่าน้ี ไม่เพียงช่วย
พฒั นาความรู้ ทักษะการทำ�งานในภาคสนามจรงิ ให้ “แหลมคม เขา้ เปา้ (ประสงค์)” ขึ้น แต่ยัง
เปน็ เสมอื น “น�ำ้ หลอ่ เลยี้ ง” เสรมิ พลงั แรงใจและสรา้ งสมั พนั ธ์ใกลช้ ดิ ขน้ึ ของกลมุ่ ฯและเครอื ขา่ ย
4. หลกั การทำ�งานเป็นเครอื ข่าย (Networking) ดังท่ีกล่าวแลว้ ข้างตน้
ลักษณะการใหบ้ ริการ

การท�ำ งานในโครงการจตุ สิ ุขาวดี สร้างสุขที่ปลายทางชีวติ ของกลมุ่ จติ อาสาเมอื งน�้ำ ด�ำ
มลี กั ษณะท่ีโดดเดน่ คอื เปน็ การใหก้ ารดแู ลและสนบั สนนุ เพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการทางจติ ใจ
และสงั คม (Psychosocial need) ของผู้ป่วยระยะทา้ ยและครอบครัว ทเ่ี ปน็ การดูแลสุขภาพ
ในมิติสังคม (Social Aspect of Care) และเคารพความต้องการของผู้ป่วยเป็นส�ำ คัญ งาน
ของกลุม่ ฯจึงทำ�หนา้ ทีเ่ สริมพลงั และเปน็ แรงสนบั สนุนทางสงั คม (Social support) การทำ�งาน
ให้บริการในโครงการจุติสุขาวดี สร้างสุขท่ีปลายทางชีวิตของกลุ่มฯให้ความสำ�คัญกับเรื่อง
ของ “เวลา” และไม่ยึดติดกับวิธีคิดแบบเดิม เน่ืองจากเข้าใจข้อจำ�กัดของผู้ป่วยระยะท้าย
และครอบครวั จงึ มงุ่ เปา้ ไปทคี่ วามปรารถนา ความประสงคข์ องผปู้ ว่ ยเปน็ ส�ำ คญั ลกั ษณะการ
ให้บริการของกลุ่มจติ อาสาเมอื งนำ้�ด�ำ และเครือข่าย มี 2 ลักษณะ คือ

1. การบริการที่เป็นเรื่องของ “การดูแล” ด้วยการให้ความเป็นเพ่ือน เสมือนเป็น
คนในครอบครัว (being with) อาทิเช่น การอยู่เป็นเพื่อนในยามท่ีผู้ป่วยระยะ
ทา้ ยหรอื ผดู้ แู ลในครอบครวั ตอ้ งการก�ำ ลงั ใจ การรบั ฟงั ความในใจทผ่ี ปู้ ว่ ยไมก่ ลา้
หรอื ไมต่ อ้ งการเปดิ เผยกบั คนในครอบครวั การพดู คยุ กบั ผดู้ แู ลหลกั ในครอบครวั
เพ่ือคลายความกงั วลและบรรเทาความรสู้ ึกโดดเด่ียว เป็นตน้

2. การบรกิ ารท่ีเป็นเรื่องของ “การสนับสนุน” ด้วยการจดั หาบรกิ ารเพื่อตอบสนอง
ความตอ้ งการทางจติ ใจและสงั คมของผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั (doing for)
อาทิเชน่ การช่วยค้นหาความตอ้ งการหรือความปรารถนาครัง้ สุดทา้ ยของผปู้ ว่ ย
การท�ำ ความฝันหรือภารกจิ “คัง่ ค้าง” สุดทา้ ยทีผ่ ูป้ ว่ ยหรือครอบครวั มี เป็นการ
ดูแลสุขภาวะทางจิตวิญญาณให้ผู้ป่วย เช่น การประสานทนายเพื่อจัดการเร่ือง
ทรัพยส์ นิ มรดก เป็นต้น

ลักษณะบริการที่ให้แก่ผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวของกลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ�
เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และเครอื ข่าย เปน็ บริการทที่ ง้ั ใหก้ ารดแู ลและสนบั สนนุ ความต้องการ
ทางจิตใจและสังคมของผ้ปู ว่ ยและครอบครัวไปพร้อมกัน มหี ลกั ในการทำ�งานใหค้ วามเคารพใน
สิทธขิ์ องผปู้ ว่ ย น�ำ ไปส่ศู กั ด์ศิ รี “การตายดี” ท่ีผู้ป่วยตดั สินใจเลอื กดว้ ยตนเอง

9

กระบวนการปฏิบัติงาน
ขั้นตอนที่ 1 พยาบาลจากหน่วยดูแลแบบประคับประคองของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์
หรือพยาบาลจากศูนย์บริการสุขภาพของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ หรือพยาบาลจากศูนย์บริการ
สุขภาพชุมชนซอยน้ำ�ทิพย์และศูนย์บริการสุขภาพชุมชนดงปอในสังกัดเทศบาลฯ หรือ อสม.
/ประธานชมุ ชนในเขตเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ แจง้ ขอ้ มลู ผปู้ ว่ ยตดิ เตยี ง ผปู้ ว่ ยเรอื้ รงั หรอื ผปู้ ว่ ยระยะทา้ ย
(โครงการสร้างสุขทปี่ ลายทางชีวติ ) หรือผู้เสยี ชวี ติ (โครงการจุตสิ ุขาวด)ี ผา่ นทางสื่อออนไลน์
(แอปพลเิ คชน่ั ไลน)์
ขัน้ ตอนท่ี 2 ผู้ประสานงานกลุ่มจิตอาสา ทวนสอบความครบถ้วนของขอ้ มลู โดยครา่ ว
ทั้งข้อมูลท่ีเก่ียวกับผู้ป่วย ท้ังช่ือ-นามสกุล ประวัติการรักษา-โรคท่ีเป็น ประวัติครอบครัว
และผู้ดูแลหลัก และปัญหาหรือความตอ้ งการท่ีมี เม่อื ไดข้ อ้ มูลครบถ้วนชดั เจนแล้ว ผู้ประสานฯ
จึงสรุปข้อมูลเคส (case8) ท่ีได้รับ และสื่อสารแลกเปลี่ยนให้ทีมท�ำ งานหลักทุกคนได้รับทราบ
ลงในไลน์กลุม่ ฯ
ขั้นตอนที่ 3 ประชุมหารือ ทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์กลุ่มฯ เพ่ือวิเคราะห์และ
ประเมินสถานการณ์เคสในประเด็นต่างๆ เช่น ข้อพึงระวังเรื่องการส่ือสารกับผู้ป่วยระยะท้าย
และครอบครวั ฯลฯ
ขัน้ ตอนที่ 4 ทมี กลางตดั สินใจรว่ มกนั โดยคร่าวเกยี่ วกบั แนวทางในการให้บรกิ ารเคส
การตัดสนิ ใจของทมี ฯ ยึดประโยชน์ของเคสเป็นสำ�คัญ โดยมีข้อมูลเชิงประจกั ษ์ในพ้นื ท่ีจากทมี
ขบั เคล่ือน ประกอบการตัดสนิ ใจ
ขนั้ ตอนท่ี 5 ผูป้ ระสานงานกลุม่ ฯประสานงานไปยังเครือข่ายหลักและเครอื ข่ายรองที่
เก่ียวข้องในการดูแลเคสหน่ึงๆ และทีมสนับสนุนประสานหน่วยบริการสาธารณสุขเครือข่ายท่ี
เก่ยี วข้อง นดั หมายลงเยี่ยม หรอื ปฏิบัตงิ านที่เก่ยี วขอ้ ง
ขน้ั ตอนท่ี 6 ภายหลงั เสรจ็ สนิ้ งาน กลมุ่ ฯและเครอื ขา่ ยการท�ำ งานรว่ มแลกเปลย่ี นสรปุ
บทเรียนการทำ�งาน
ขน้ั ตอนที่ 7 ทมี สนบั สนนุ สอื่ สารสรปุ การท�ำ งานของกลมุ่ ฯและเครอื ขา่ ยใหก้ บั สาธารณะ
รับทราบ และช้ีแจงตัวเลขรายรับ-รายจ่ายในส่ือออนไลน์ของกลุ่มฯ (กรณีที่มีการระดมทุนใน
โครงการจุตสิ ขุ าวดี)

8 หมายถึง ผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั ที่กลุ่มจิตอาสาเมืองนำ�้ ดำ�และเครอื ขา่ ยให้บรกิ าร

10

ภาพแสดงกระบวนการปฏิบัติงานการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวของกลุ่ม
จติ อาสาเมอื งนา้ำ ดาำ เทศบาลเมืองกาฬสนิ ธ์ุและเครอื ข่าย

ชอ่ งทางการรบั ข้อมลู เคส มี 2 ช่องทางหลกั คือ
1. การรับขอ มูลจากหนว� ยปฐมภมู ิ หรอื ผนู ําชมุ ชน/อสม. หรือกูชพี กภู ยั 1132 ใน

สงั กดั ของเทศบาลเมืองกาฬสนิ ธ์ุ เปนกรณีของผู้ป่วยระยะท้ายท่กี ลบั มารกั ษา
ตวั บ้านเกิดทตี่ นมีเครอื ญาติหรอื เพ่ือนฝงู หรอื ผูป้ ว่ ยหรือผู้เสยี ชีวติ ย้ายมาจาก
ท่ีอื่นๆ ไม่ผ่านระบบส่งต่อของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ถูกค้นพบโดยผู้นำาชุมชน
หรืออสม.ในชุมชน
2. การรับขอ มูลจากโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เปน็ กรณขี องผปู้ ว่ ยทอี่ าการเข้าสู่ระยะ
สุดท้ายของชีวิต และต้องจำาหน่ายกลับบ้าน จากการวินิจฉัยของแพทย์ โดย
พยาบาลเครือข่ายในหน่วยดูแลแบบประคับประคองของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ประสานไปท่ผี ูป้ ระสานงานกลุ่มฯและเครอื ข่าย พรอ้ มกบั ประสานการสง่ ต่อไป
ยังหน่วยปฐมภูมิเครือข่ายของโรงพยาบาลฯ (หากบ้านของผู้ป่วยอยู่ในเขตท่ี
หน่วยปฐมภมู ิเครือข่ายฯ นน้ั รับผิดชอบดูแลตามระบบบริการสขุ ภาพทางการ)
เพื่อให้ประสานความรว่ มมอื ในการดูแลผู้ปว่ ยและครอบครวั ที่บ้าน

11

กระบวนการปฏิบัติงานการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวของกลุ่มจิตอาสา
เมืองน้ำ�ดำ�และเครือข่าย มีความยืดหยุ่น แต่ผู้ปฏิบัติงานที่เก่ียวข้องทั้งหมดในการดูแลผู้ป่วย
ระยะทา้ ยและครอบครวั ในเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ ตา่ งเขา้ ใจตรงกนั รบู้ ทบาท หนา้ ทแ่ี ละมคี วามรบั ผดิ ชอบ
อยา่ งแขง็ ขนั มีก�ำ ลังใจท่ีดี มคี วามภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมท่ีไดท้ ำ�งานบริการดังกลา่ ว
ผลลัพธ์ (Output) และผลกระทบ (Outcome) จากการดูแลผู้ป่วยและครอบครัวแบบ
ประคับประคองของกลุม่ จติ อาสาเมอื งนำ�้ ด�ำ เทศบาลเมืองกาฬสินธุแ์ ละเครอื ขา่ ย
ผลลัพธ์

จากการดำ�เนินโครงการ “จุติสุขาวดี สร้างสุขท่ีปลายทางชีวิต” เป็นระยะเวลารวม
2 ปเี ตม็ (ปี พศ.2560-พศ.2562) พบว่า โครงการฯบรรลวุ ตั ถุประสงคร์ ่วมกันของทกุ ฝา่ ยงาน
ในเครอื ข่าย คอื ผ้ปู ว่ ยและครอบครัวในเขตเทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธ์ุได้รบั การดูแลแบบประคบั
ประคอง เพ่ือให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดีในระยะท้ายของชีวิต จำ�นวนมากถึงประมาณ 200
ครวั เรอื น สอดคลอ้ งและครอบคลมุ องคป์ ระกอบทกุ มติ ขิ องการวดั คณุ ภาพชวี ติ (Quality Of Life
: QOL) ขององค์การอนามยั โลก ท่ีประกอบดว้ ย ด้านกายภาพ (Physical domain) ดา้ นจิตใจ
(Psychological domain) ด้านความสัมพันธ์กับสังคม (Social relationships) และด้าน
ส่งิ แวดลอ้ ม (Environment) การดูแลผูป้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั อยา่ งไมเ่ ป็นทางการของ
กลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ� เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์และเครือข่าย มีบทบาทสำ�คัญในการการ
ตอบสนองทางจติ ใจและทางสงั คมของผปู้ ว่ ยและครอบครวั ชว่ ยใหผ้ ปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั
ผา่ นพน้ ความทกุ ขท์ างจติ ใจ ชว่ ยประคบั ประคองชว่ งเวลาความทกุ ขย์ ากของชวี ติ ทงั้ ของผปู้ ว่ ย
และคนในครอบครัว กลุ่มฯ และเครือข่ายยังดูแลครอบคลุมถึงความเดือดร้อนของชีวิต
ขนั้ พน้ื ฐาน ทง้ั อาหารการกนิ อาชพี และรายไดข้ องครอบครวั การคอยถามขา่ วคราวและการไป
เยี่ยมเยียนเสริมกำ�ลังใจ การแสดงความจริงใจ ความเป็นลูกเป็นหลาน เป็นเพ่ือนช่วยให้
ผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั สามารถเผชญิ หนา้ กบั ความเปน็ จรงิ ของชวี ติ ได้ โดยค�ำ กลา่ วทส่ี รปุ
ได้จากผูป้ ่วยระยะท้ายและครอบครวั ไดแ้ ก่ “เห็นคุณค่าตน” “ไม่โดดเด่ียว” “เบาใจ” “ไว้ใจ
มเี พ่อื นพ่ึงพาได้” “มั่นใจ ปลอดภยั ” และ “ไม่ติดค้างในใจ”

การให้บรกิ ารของโครงการจตุ สิ ขุ าวดี สรา้ งสขุ ท่ีปลายทางชวี ิต ไมเ่ พยี งสร้างความ
พงึ พอใจให้แก่ผ้คู นในชมุ ชนเมืองกาฬสินธ์ุ (กองสวัสดิการสงั คม เทศบาลเมอื งกาฬสินธ์ุ, 2562)
แตย่ งั ขยายชอื่ เสยี งไปยงั ชมุ ชนใกลเ้ คยี งนอกเขตเทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธุ์ ทต่ี อ้ งการให้โครงการ
การใหบ้ รกิ ารดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั ในลกั ษณะดงั กลา่ ว เกดิ ขนึ้ ในชมุ ชนของตนดว้ ย

12

ผลกระทบ
การปฏิบัติงานของกลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ� เทศบาลเมืองกาฬสินธ์ุและเครือข่าย

ได้ส่งผลกระทบต่อเน่ืองตลอดทั้งองคาพยพที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่ผู้ป่วยและครอบครัว กลุ่ม
จิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ�และเครือข่ายเอง เทศบาลเมืองกาฬสินธ์ุในฐานะเครือข่ายหลักที่สำ�คัญ
และชุมชนในเขตอ�ำ เภอเมอื งกาฬสินธุ์ ดังนี้คอื

1. ผ้ปู ว่ ยระยะทา้ ยและผู้ดูแลหลักในครอบครวั
1.1 ผู้ป่วยและผู้ดูแลหลักในครอบครัวเกิดการเรียนรู้ ท่ีส่งผลให้เกิดการ

ปรับเปลี่ยนทัศนคติ วิธีคิดและพฤติกรรม เกี่ยวกับเรื่องความเจ็บป่วยและเรื่องความตาย
เนื่องจากการทำ�งานให้บริการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวของกลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ�
และเครือข่าย ช่วยให้ผู้ป่วยเกิดอาการสุขสบายใจในวาระท้าย ผู้ป่วยและผู้ดูแลหลักเข้าใจ
สถานการณ์ของโรค เอื้อไปสู่การยอมรับความตายและการเตรียมตัวตายได้ การเรียนรู้
จากประสบการณ์ตรงจากการได้รับบริการการดูแลของกลุ่มฯและเครือข่าย ทำ�ให้ผู้ป่วย
และครอบครวั เข้าใจวา่ การใหค้ วามสำ�คญั กับความปรารถนา ความต้องการของตน เปน็ เร่ือง
สำ�คัญต่อความสงบในจิตใจและการฟ้ืนฟูอาการทางกายภาพของผู้ป่วย รวมทั้งการดูแลความ
เจบ็ ปว่ ยและเรอ่ื งความตายเปน็ เรอ่ื งของความเชอื่ มนั่ ความวางใจในเพอื่ น และเรอื่ งของความ
เก้อื กลู ช่วยเหลือกันและกนั

1.2 การเข้าถึงการดูแลสุขภาวะระยะท้ายของผู้ป่วย โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ
จากฐานะทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างย่ิงผู้ป่วยและครอบครัวท่ีมีฐานะยากจน ซ่ึงเป็นกลุ่ม
เปราะบางของชุมชน รวมถึงการสร้างทางเลือกการตายที่บ้านให้เกิดเป็นจริง รูปแบบองค์กร
ชมุ ชนอยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ (Informal community organization) ของกลมุ่ จติ อาสาเมอื งน�้ำ ด�ำ
และเทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธซุ์ งึ่ เปน็ เครอื ขา่ ยหลกั เปน็ การจดั การโดยชมุ ชนและเพอื่ ชมุ ชน ถอื เปน็
“สวัสดิการชุมชน (Community welfare)” เพื่อคุณภาพชีวิตระยะท้าย โดย “ไม่ทิ้งใครไว้
ขา้ งหลงั ” อยา่ งเปน็ จรงิ ในทางปฏบิ ตั ชว่ ยกคู้ นื ศกั ดศ์ิ รคี วามเปน็ มนษุ ย์ คนื สทิ ธ์ิในการ “ตายด”ี
และช่วยลดความเหล่ือมล�ำ้ ดา้ นสุขภาพในชมุ ชนไดอ้ กี ทางหนงึ่

1.3 การบม่ เพาะ “จติ อาสา จิตสำ�นึกสาธารณะ” ให้เกิดขนึ้ ในครอบครวั ผู้ปว่ ย
ระยะท้าย ครอบครัวผู้ป่วยจำ�นวนมากที่เคยได้รับบริการจากกลุ่มฯและเครือข่าย กลับมา
ตอบแทนดว้ ยความเตม็ ใจ มีสว่ นในงานของกลมุ่ ฯ ไดแ้ ก่ การลงแรงช่วยเหลอื งาน การบริจาค
เงนิ สงิ่ ของตา่ ง ๆ และการแบง่ ปนั ประสบการณท์ ดี่ จี ากการไดร้ บั บรกิ ารของกลมุ่ ฯและเครอื ขา่ ย

2. กล่มุ จิตอาสาเมอื งน้ำ�ด�ำ และเครอื ขา่ ย
2.1 มคี วามสัมพนั ธ์แบบเพ่อื น ใหค้ วามไวว้ างใจกัน และยอมรบั ในความสามารถ

ของกนั และกนั ระหวา่ งกลมุ่ จติ อาสาฯและเครอื ขา่ ย การไดม้ ีโอกาสท�ำ งานรว่ มกนั ไดแ้ ลกเปลย่ี น
เรียนรู้ผ่านวันเวลา ทำ�ให้เกิดความเข้าใจกันมากข้ึน เคารพในความต่าง ให้เกียรติและวางใจ
ใหอ้ ภยั ตอ่ กนั ไดม้ ากขน้ึ เกดิ ความเขา้ ใจและเหน็ ความส�ำ คญั ของการท�ำ งานทตี่ อ้ งพง่ึ พาอาศยั กนั
ยอมรับเปน็ ทีมทำ�งาน โดยมีเปา้ หมายร่วมอยทู่ ผ่ี ้ปู ่วยระยะทา้ ยและครอบครัว

13

2.2 มีความมั่นใจ เข้าใจในความรู้เร่ืองการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัว
และเห็นประโยชน์ท่ีเกิดจากการทำ�งานอาสาดังกล่าว จากประสบการณ์การทำ�งานที่ผ่านการ
ลองผดิ ลองถกู ท�ำ ใหส้ มาชกิ กลมุ่ ฯและเครอื ขา่ ยมีโอกาส “ยอ้ นคดิ ชวี ติ ตน” เกดิ การปรบั เปลยี่ น
ทศั นคติ มมุ มองในการด�ำ เนนิ ชวี ติ (Self-growth) และน�ำ ความรู้ ประสบการณท์ ่ีได้ ทง้ั จากการ
อบรมและการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ จากการท�ำ งาน ไปปรบั ใช้ในชวี ติ ตน กบั คนใกลช้ ดิ และครอบครวั
โดยทส่ี มาชกิ กลุม่ ฯและเครอื ขา่ ยบางคน สามารถปรับเปลี่ยนตนเองเปน็ คนจติ ใจเยน็ ขนึ้ รบั ฟงั
และเข้าใจคนใกล้ชดิ ในครอบครัว ท�ำ ให้ความสัมพันธ์ในครอบครวั ดีขึ้น และยังขยับไปสู่การพดู
คยุ เร่ืองความตายกนั ในครอบครัว

2.3 การขยายสมาชิกจิตอาสาและเครือข่ายความร่วมมือในการทำ�งาน
การทำ�งานดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวของกลุ่มจิตอาสาเมืองนำ้�ดำ� เทศบาลเมือง
กาฬสินธุ์ และเครือข่ายได้เปิดพื้นท่ีสาธารณะ (Public space) ของความร่วมมือในการ
รวบรวมความสามารถ ความถนัดของทุกภาคส่วนในชุมชนเมืองกาฬสินธ์ุ มา “ร่วมด้วยช่วย
กัน” อาทิเช่น กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็ก กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด
เทศบาลฯ กลมุ่ ผู้สงู อายุในโรงเรียนหรอื ชมรมผู้สงู อายุ กลมุ่ เยาวชนจิตอาสาในโรงเรยี นต่างๆ
ที่พระแกนนำ�ของกลุ่มฯได้มีโอกาสเข้าไปอบรมธรรมในโรงเรียน เป็นต้น เข้ามาช่วยคิด
ช่วยบริจาคเงิน ส่ิงของต่างๆ หรือช่วยลงแรงช่วยเหลือในงานต่างๆ โดยท่ีคนในชุมชนเมือง
กาฬสนิ ธมุ์ คี วามสนใจ ตอ้ งการเขา้ รบั การอบรมความรเู้ รอื่ งการดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและสมคั ร
เป็นสมาชิกอาสาของกลุ่มฯ นอกจากนการต่อยอดการฝึกอบรมพระคิลานธรรมในเขตอำ�เภอ
เมอื งกาฬสนิ ธแ์ุ ละอ�ำ เภอใกลเ้ คยี ง ถอื เปน็ การท�ำ งานสนบั สนนุ เตรยี มความพรอ้ มกลไกทางการ
ของภาครัฐในพ้ืนที่ให้เป็นจริงในภาคปฏิบัติ และยังช่วยขยายงานการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
ท่ี ใ น ปั จ จุ บั น ยั ง ค ง มี ปั ญ ห า ข อ ง ก า ร ต อ บ ส น อ ง ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร จำ � เ ป็ น เ ฉ พ า ะ ข อ ง ผู้ ป่ ว ย
และครอบครัว ทง้ั ในดา้ นปรมิ าณและคุณภาพของงานดังกล่าว

3. เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
ผบู้ รหิ ารและเจา้ หนา้ ทเ่ี ทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธุ์ เปน็ ทง้ั คนกลมุ่ แรกๆและคนกลมุ่ ทา้ ยๆ

ที่ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ หรือสนับสนุนแรงงานช่วยเหลือ เมื่อมีความจำ�เป็นเร่งด่วนในการ
ระดมทนุ บรจิ าคเพือ่ การทำ�งานของกลมุ่ ฯและเครือขา่ ย ซึ่งถอื ปฏิบตั มิ านบั แต่กอ่ นทเี่ ทศบาลฯ
และกลุ่มฯจะเป็นเครือข่ายกันอย่างเป็นทางการ จนเกิดเป็นวัฒนธรรมการบริจาคเงิน หรือ
สิ่งของ ท่ีเป็นการทำ�บุญเน่ืองในโอกาสวันเกิด นอกจากน้ี จากการทำ�งานเชิงรุกของกลุ่มฯ
และเครือข่ายได้ต่อยอดและสร้างแรงกระเพื่อมในการทำ�งานภาพรวมของเทศบาลฯเพ่ือดูแล
ทุกข์สขุ ของคนกาฬสนิ ธุ์ใหค้ รอบคลุมครบถว้ น จนเป็นทีม่ าของ “กู้ชีพกู้ภัย 1132” ที่มบี ทบาท
หนา้ ทส่ี �ำ คญั ประการหนงึ่ ในการสนบั สนนุ การท�ำ งานหลกั ของกลมุ่ จติ อาสาเมอื งน�ำ้ ด�ำ เรอื่ งการ
รับส่งผู้ป่วยระหว่างบ้านและโรงพยาบาล การรับส่งศพจากบ้านไปยังวัด และการแห่ศพเพ่ือ
เตรยี มฌาปนกจิ

14

4. ชุมชนในอ�ำ เภอเมืองกาฬสินธุ์
4.1 เกิดวัฒนธรรม “ความตายพูดได้ และการเตรียมความพร้อมในการตาย”

และการท�ำ ใหค้ วามตอ้ งการ “ตายทบ่ี า้ น” เปน็ ไปไดจ้ รงิ ในชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธุ์ มกี ารพดู คยุ เรอ่ื ง
ความตาย ความต้องการปรารถนาในเรื่องการดูแลรักษา หรือการจัดงานศพเม่ือระยะท้าย
ของชีวิตมาถึง ระหว่างบตุ รสาวกบั แม่ ระหว่างเพอ่ื นๆ ระหว่างกล่มุ จติ อาสาด้วยกนั เอง ฯลฯ
ทั้งในบ้าน บนโต๊ะระหว่างมื้ออาหารของคนชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ ฯลฯ การรู้จัก ต้องการมี
หรอื ถามหา “สมดุ เบาใจ” ทเี่ ปน็ ของตนเอง โดยทเี่ กดิ ขนึ้ จากการเปดิ โอกาสใหก้ บั กลมุ่ ประชาชน
ทว่ั ไปในเมอื งกาฬสนิ ธเุ์ ขา้ รบั การฝกึ อบรมในเรอื่ งการดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและเรอื่ ง “พนิ ยั กรรม
ชวี ิต หรอื สมดุ เบาใจ”9 การปฏิบตั ิงานต่อเนื่องจริงจังของกลมุ่ ฯยาวนานถึง 2 ปีเต็ม รวมทัง้
การเผยแพร่ความรู้ ขยายความเข้าใจเก่ียวกับเรื่องดังกล่าวไปในวงกว้างของอสม.สมาชิก
ของกลมุ่ ฯ ทกี่ ระจายอยู่ในพนื้ ทต่ี า่ งๆ นอกจากนย้ี งั มสี ว่ นตอ่ การชว่ ยลดรายจา่ ยของครอบครวั
ในการดแู ลรกั ษาระยะทา้ ยของผปู้ ว่ ย

การทำ�งานดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวของกลุ่มฯและเครือข่าย ช่วยทำ�ให้
ความตอ้ งการเสยี ชวี ติ ทบ่ี า้ นของผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยในชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธป์ุ รากฏเปน็ จรงิ ไมต่ อ้ ง
หว่ งกงั วลเรอื่ งความรู้ในการดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ย อปุ สรรคเรอ่ื งการเดนิ ทางและการเคลอ่ื นยา้ ย
ผปู้ ว่ ย เรอ่ื งการประสานเครอื ขา่ ยงานสาธารณสขุ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง หรอื เรอื่ งการจดั การดแู ลพธิ กี รรม
งานศพของผู้ตาย ตลอดถึงการดูแลจิตใจของคนในครอบครัวผู้ตายจากความโศกเศร้าในการ
สญู เสยี ผูต้ าย โดยเฉพาะผูด้ แู ลหลัก

4.2 เปดิ โอกาส เปิดพืน้ ที่ (Public space) ของการแสดงน�้ำ ใจ การพึง่ พาอาศัย
กันระหว่างคนในชุมชนเมืองกาฬสินธ์ุ ท่ีเป็นการร้ือฟ้ืนวัฒนธรรมความเก้ือกูลท่ีมีอยู่เดิม
กลบั คนื มาในชมุ ชนฯ การ “ไมเ่ พกิ เฉย” ตอ่ ความทกุ ขข์ องเพอื่ นรว่ มชมุ ชนฯ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ
ทกุ ขข์ องกลมุ่ คนยากจน คนเปราะบางในชมุ ชนฯ การปฏบิ ตั งิ านของกลมุ่ ฯไดส้ รา้ งบทเรยี นรแู้ ก่
“ผู้รับ (ผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัว)” และคนในชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ ให้ตระหนักในคุณค่า
ความสามารถของตนเอง และเห็นประโยชน์ของการพ่ึงพาอาศัย การเกื้อกูลกันและกันใน
ชมุ ชนฯ ท�ำ ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงความสมั พนั ธท์ ด่ี ขี นึ้ ของคนในชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ หรอื การ
ชว่ ยเหลอื กนั เองมากขน้ึ ของคนในชมุ ชนฯ โดยไมร่ อรบั การชว่ ยเหลอื จากกลมุ่ ฯแตเ่ พยี งฝา่ ยเดยี ว
ดังในระยะแรกของการดำ�เนินโครงการฯ แสดงถึงความรู้สึกของการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ
กันและกันในชุมชน (Social ownership) ท่ีเป็นเรื่องการพัฒนาชุมชน (Community
development)

4.3 มีแนวโน้มการเป็น “ชุมชนกรุณา (Compassionate communities)” ท่ี
มีรากฐานมาจากการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองของกลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ�
เทศบาลเมอื งกาฬสินธแ์ุ ละเครือขา่ ย แนวคิด “ชมุ ชนกรณุ า (Compassionate communities
approach) มีหัวใจสำ�คัญอยู่ท่ีการมองชุมชนเป็นแหล่งทรัพยากรในการดูแลชีวิตและการตาย
ด้วยเหตนุ ี้ การเอ้ือตอ่ ชีวิตท่ดี ีและการตายอย่างสงบในชุมชนจึงจำ�เปน็ ต้องสรา้ งความรว่ มมอื

9 เปน็ หนงั สือแสดงเจตนาปฏเิ สธการรักษา (living will) ตามบทบญั ญัตใิ นมาตรา 12 ของพรบ.สขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ..2550

15

ของภาคีภาคส่วนต่างๆ ของชุมชนกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย เพราะการตาย
เป็นเรื่องของทุกคน และสุขภาพท่ีดีเป็นเรื่องท่ีทุกคนในชุมชนควรมีส่วนรับผิดชอบ
(Kellehear A., 2005) แนวคิดชุมชนกรุณามีคุณลักษณะสำ�คัญ อาทิ มีนโยบาย
และการวางแผนชุมชนในการจัดบริการการดูแลแบบประคับประคองของหน่วยงาน
ปกครองส่วนท้องถิ่น และสนับสนุนให้สถาบันทางสังคมอ่ืนๆ นอกเหนือจากโรงพยาบาล
หรือสถานบริการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง มีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
และครอบครวั (เชน่ โรงเรยี น วดั องคก์ รธรุ กจิ เอกชนในชมุ ชน ฯลฯ) จดั ใหม้ บี รกิ ารสขุ ภาพแบบ
ประคบั ประคองอยา่ งทว่ั ถงึ และเผยแพร่ใหป้ ระชาชนไดเ้ ขา้ ถงึ ไดง้ า่ ย หรอื สนบั สนนุ การมอี ยแู่ ละ
อำ�นวยความสะดวกการจัดบริการการดูแลแบบประคับประคองให้กับกลุ่มเปราะบางในชุมชน
เป็นต้น ดังตัวอย่างชุมชนกรุณาในรูปแบบเครือข่ายเพ่ือนบ้าน (Neighborhood Network)
ระหวา่ งหนว่ ยงานการแพทย กองทนุ ไมแ่ สวงหาก�ำ ไร และหนว่ ยงานดา้ นกฎหมาย ในเมอื งคาลกิ ตุ
(Kozhikode) รัฐเกรละ (Kelara) ประเทศอนิ เดีย10

การทำ�งานการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะสุดท้ายและครอบครัวแบบประคับประคอง
ของกลุ่มจติ อาสาเมืองนำ้�ด�ำ พร้อมกบั นโยบายสนับสนนุ งบประมาณต่อเนือ่ ง 4 ปขี องเทศบาล
เมืองกาฬสินธ์ุ และการทำ�งานร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคส่วนอื่นๆในชุมชนเมืองกาฬสินธ์ุ
ที่นอกเหนือจากเครือข่ายสาธารณสุขท่ีมีหน้าท่ีโดยตรงแล้ว เช่น วัด องค์กรธุรกิจเอกชน
องค์กรสาธารณกุศล คนในชุมชนเอง ฯลฯ เป็นการมองสุขภาวะแบบองค์รวม ที่ไม่
แยกผปู้ ว่ ย (ความตาย) ออกจากชมุ ชน (คนมชี วี ติ ) โดยมหี ลกั การใหค้ วามส�ำ คญั กบั ความกรณุ า
ความเกอ้ื กลู รว่ มกนั รบั ผดิ ชอบตอ่ ความทกุ ขย์ ากของเพอ่ื นรว่ มชมุ ชนฯ กลมุ่ ฯและเครอื ขา่ ยจงึ
รว่ มกนั จดั บรกิ ารท่ีใหค้ วามส�ำ คญั ตอ่ การเขา้ ถงึ และความทวั่ ถงึ โดยเฉพาะแกก่ ลมุ่ คนเปราะบาง
ในชุมชน จึงสรปุ ไดว้ ่า ชมุ ชนเมืองกาฬสนิ ธ์ุได้ก่อร่าง “ชมุ ชนกรณุ า”

ผลกระทบเชิงบวกท่ีเกิดข้ึนจากการให้บริการการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัว
ในชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ของกลุ่มจิตอาสาเมืองนำ้�ดำ� เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์และเครือข่าย ทั้ง
ต่อผู้ป่วยและครอบครัว กลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ�และเครือข่าย เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์และ
ชุมชนเมืองกาฬสินธ์ุ เป็นการพัฒนาศักยภาพชุมชน (Community building) สร้างทุน
มนษุ ย์ (human capital) ทงั้ การปรบั เปลยี่ นทศั นคตแิ ละพฤตกิ รรมตอ่ เรอื่ งความตายไปในเชิง
ป้องกนั การมีความรแู้ ละทักษะในการดแู ลผ้ปู ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครัว การรว่ มกันลดความ
เหลอ่ื มล�ำ้ ในการเขา้ ถงึ คณุ ภาพชวี ติ ระยะทา้ ยของกลมุ่ คนเปราะบางในชมุ ชน และรว่ มกนั สรา้ ง
ชุมชนกรณุ า ท่ีเป็นชุมชนแหง่ ความเหน็ อกเห็นใจ เพอ่ื สุขภาวะที่ดขี องทกุ คนในชมุ ชน

10 www.compassionatekozhikode.in

16

การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวในระบบบริการแบบประคับประคองของกลุ่ม
จิตอาสาเมอื งน้ำ�ด�ำ เทศบาลเมืองกาฬสนิ ธ์ุ และเครอื ขา่ ย ด้วยทนุ ทางสังคม

กลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ�เป็นการรวมตัวกัน (Mutuality) ของกลุ่มเพื่อนอย่าง
ไม่เป็นทางการ (Informal group) ที่มีใจรักและสนใจในการทำ�งานเพ่ือประโยชน์ส่วนรวม
ถือเป็น “ทุนทางสังคมเดิม” ของกลุ่มฯ โดยเร่ิมต้นจากโครงการจุติสุขาวดีท่ีมีเป้าหมาย
ร่วมกัน (Shared value) เพ่ือช่วยเหลืองานศพของกลุ่มคนยากจนในชุมชนฯ ซ่ึงถือเป็น
การบริการทางสังคมอย่างไม่เป็นทางการ (Informal social service) ในการทำ�งาน
กล่มุ ฯประชุมหารอื แลกเปล่ยี นเรยี นรรู้ ะหวา่ งกนั อย่เู สมอๆ เรียนรูถ้ กู -ผิด นำ�ทั้งข้อดี หรือขอ้
ผิดพลาดจากการทำ�งานมาทบทวนและปรับเปลี่ยนการทำ�งานให้รอบคอบ รัดกุมต่อเนื่อง
เนื่องจากกลุ่มฯมีหลักการท่ียึดมั่นมาโดยตลอดคือ ความซ่ือสัตย์ โปร่งใสต่อความตั้งใจของ
ผบู้ รจิ าคเงนิ ในโครงการฯ ดงั เชน่ เกณฑก์ ารพจิ ารณาใหค้ วามชว่ ยเหลอื แกผ่ ขู้ อรบั การชว่ ยเหลอื
ในโครงการจตุ สิ ขุ าวดี ทแี่ บง่ เปน็ เกรดเอ เกรดบี และเกรดซี ซงึ่ เกดิ ขนึ้ จากพฒั นาการการเรยี น
รู้ในการท�ำ งานของกลุ่มฯ

การเกิดขึ้นของโครงการอาสาสร้างสุขที่ปลายทางชีวิตภายหลังจากการ
ดำ�เนินโครงการจุติสุขาวดีมา 1 ปีเต็ม ที่เป็นโครงการสืบเน่ืองจากการเห็นช่องว่างจาก
ประสบการณ์ตรงในการทำ�งานโครงการจุติสุขาวดี กลุ่มฯจึงเห็นพ้องกันท่ีจะดำ�เนินการ
บรรเทาทุกข์ทรมานทางจิตใจของท้ังผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัว ซ่ึงเป็นเป้าหมาย
หลักของโครงการอาสาสร้างสุขท่ีปลายทางชีวิต และเนื่องจากปริมาณงานท่ีเพิ่มมากข้ึน
ประกอบกับความมุ่งม่ันตั้งใจของกลุ่มฯท่ีต้องการให้งานท้ังสองโครงการฯบรรลุเป้าหมาย
ที่วางไว้ กลุ่มฯจึงพัฒนาต่อยอดทุนทางสังคมเดิมท่ีมี ด้วยการเร่ิมพัฒนาความสัมพันธ์
แบบเครือข่ายกับเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งมีฐานทุนทางสังคมของความสัมพันธ์ที่ดี
อยู่แล้ว และกลุ่มฯ ได้ขยายความสัมพันธ์ในลักษณะเครือข่ายต่อเน่ือง ด้วยการระดมองค์กร
ต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ ท่ีปฏิบัติงานเก่ียวข้องกับการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
และครอบครวั สอดคลอ้ งกับงานของกลมุ่ ฯ ทง้ั เครือข่ายหลักดา้ นสาธารณสุขท่ีมีหนา้ ที่โดยตรง
วัด และองค์กรสาธารณกุศล และเครือข่ายรองที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของกลุ่มฯ
โดยยึดมั่นกับความต้องการ ความปรารถนาของผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวเป็นสำ�คัญ
(Patient-centered care) สอดรับกับการดูแลสุขภาวะของผู้ป่วยระยะท้ายแบบองค์รวม ที่
ครอบคลมุ ความตอ้ งการของผู้ป่วย ท้งั มติ จิ ิตสงั คมและเศรษฐกิจ (Psychosocial and socio-
economic need of patients)

เครือข่ายการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวในชุมชนเมืองกาฬสินธุ์น้ี มีจุดมุ่ง
หมายร่วมกัน (Shared value) เพื่อคุณภาพชีวิตระยะท้ายที่ดีของผู้ป่วย ที่จะนำ�ไปสู่การ
ยอมรับในความตาย ซึ่งเปน็ สิทธ์ิในการตายดี (Good death) ของบุคคล และเพอื่ คุณภาพชีวติ
ในด้านจติ ใจของคนในครอบครวั ผูป้ ่วยระยะทา้ ยดว้ ย เครือข่ายฯ มีหลกั ในการทำ�งานรว่ มกนั
(Shared norms) ที่เคารพในบทบาท หน้าท่ีตามความสามารถ ความถนัดของแต่ละฝ่าย
เติมเต็มความต่างของแต่ละฝ่ายในการทำ�งาน ท่ีช่วยสร้างความเข้มแข็งในการทำ�งาน

17

ของเครือข่ายฯและมีความสัมพันธ์ในลักษณะท่ีทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน (Equality) ต่างฝ่ายต่าง
แลกเปล่ียนข้อมูล ความเห็น เพื่อประโยชน์ของการบรรลุจุดมุ่งหมายร่วมในการทำ�งาน
สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องเครือข่าย และเกี่ยวข้องโดยตรงกับแนวคิดทุนทางสังคมท่ีมี
“เครือข่าย (Network)” เป็นองค์ประกอบสำ�คัญประการหนึ่ง การได้ทำ�งานร่วมกันของก
ลุ่มฯและเครือข่ายต่างๆ ในชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ ก่อให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ใกล้ชิดขึ้น
ได้เรียนรู้จักกันและคุ้นเคยกันมากขึ้น ให้เกียรติ นับถือ ไว้วางใจ (Trust) ยอมรับในความ
สามารถและรว่ มมอื กนั จนเหน็ ความส�ำ คญั ของการท�ำ งานทต่ี อ้ งพงึ่ พาอาศยั กนั (Reciprocity)
กลุ่มจิตอาสาเมืองนำ้�ดำ�ได้พัฒนาทุนทางสังคมด้วยการสร้างความสัมพันธ์จากการทำ�งาน
ในลกั ษณะเครอื ขา่ ยจติ อาสา (Volunteer network) เปน็ เสมอื น “สะพาน (Bridge)” ทเี่ ชอ่ื มโยง
ความต้องการของผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัว ด้วยการระดมทรัพยากรต่างๆ ทั้งความคิด
แรงงาน หรือทุนทรัพย์ ที่เครือข่ายต่างๆ มี แสดงบทบาทเป็นแรงสนับสนุนทางสังคม
(Social support) ท�ำ หน้าทที่ ้ังให้ “การดูแล (Care)” และให้ “การสนบั สนุน (Support)” เพื่อ
ช่วยเสรมิ พลัง (Empower) แก่ผู้ปว่ ยระยะทา้ ยและครอบครัว

เปน็ ระยะเวลาถงึ 2 ปเี ตม็ 11 ในการท�ำ งานดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั กลมุ่ ฯ
และเครอื ข่ายได้สะสมและขยายทนุ ทางสงั คมตอ่ เนอ่ื ง (Collective social capital) ทั้งกบั
ครอบครัวที่เคยได้รับการบริการจากกลุ่มฯ พระสงฆ์ เพ่ือนร่วมงานในเทศบาลเมืองกาฬสินธ์ุ
และชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ ดงั เชน่ การแปรเปลย่ี นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกลมุ่ ฯและครอบครวั ผปู้ ว่ ย
จาก “คนแปลกหนา้ ” เปน็ “คนคนุ้ เคย” เปน็ เสมอื นลกู หลาน คนในครอบครวั เดยี วกนั เปน็ เพอ่ื น
ท่ีพึ่งพาอาศัยได้และไม่ทอดทิ้งกัน ในอีกด้านหนึ่งความต้องการ “ตอบแทน” ของครอบครัว
ผู้ป่วยท่ีเคยได้รับการบริการจากกลุ่มฯ ด้วยการช่วยเหลือกลุ่มฯตามความสามารถและโอกาส
ทมี่ ี ทช่ี ว่ ยเปิดพน้ื ทสรา้ งความเชื่อมนั่ ในตนเองใหก้ บั “คนธรรมดา” เหลา่ นี้ ไดเ้ รียนรวู้ า่ ตนมี
คณุ คา่ มคี วามสามารถชว่ ยเหลอื เพอ่ื นรว่ มชมุ ชนได้ ท�ำ ใหเ้ กดิ ความมน่ั ใจในตน และคอ่ ยๆพฒั นา
เป็นความสมั พนั ธแ์ บบเท่าเทยี ม โดยทคี่ รอบครวั เหล่านี้ไม่เป็นเพยี ง “ผู้รับ” แต่ยังสามารถเปน็
“ผู้ ให้” ซึ่งเป็นเรื่องของ “ความสัมพันธ์แบบสองทาง (Reciprocal way)” และเรื่อง
ของการพัฒนา “ความรู้สึกผูกพัน เป็นหน่ึงของชุมชน (Community engagement)”
ความตอ้ งการเป็นสมาชกิ กลุ่มฯของคนในชุมชนเมืองกาฬสินธ์ุ รวมทั้งพระสงฆ์ หรือวฒั นธรรม
การทำ�บุญวันเกิดของเจ้าหน้าท่ีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ที่ร่วมกันเก้ือหนุนงานของกลุ่มจิตอาสา
เมอื งน�ำ้ ด�ำ เปน็ ประจ�ำ หรอื ความกระตอื รอื รน้ ของเพอ่ื นบา้ นในชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธท์ุ ชี่ ว่ ยเหลอื
เกอื้ กลู กนั เมอื่ เพอ่ื นรว่ มชมุ ชนประสบกบั ความทกุ ข์ใจจากความเจบ็ ปว่ ย ความตาย และมคี วาม
โศกเศรา้ เปน็ ตน้ สะทอ้ นการเปน็ หนุ้ สว่ นทางสงั คม (Social partnership) ทคี่ นในชมุ ชนเมอื ง
กาฬสนิ ธมุ์ ตี อ่ กนั และการมอี ยขู่ องทนุ ทางสงั คมในชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ กลา่ วไดว้ า่ กลมุ่ จติ อาสา
เมอื งน�้ำ ด�ำ ไดส้ รา้ ง “อตั ลกั ษณ์ (Identity)” ขององคก์ รชมุ ชน (Community organization) ในรปู
เครอื ขา่ ย ที่ให้บริการการดูแลผูป้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครัวของชมุ ชนเมอื งกาฬสินธ์ุ เกดิ ข้ึน
จากทนุ ทางสงั คมของชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ และเปน็ ของคนในเมอื งกาฬสนิ ธทุ์ กุ คน (Ownership)

11 ระหว่างปีพ.ศ.2560-2562

18

สะทอ้ นความส�ำ คญั ของการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนในระบบสขุ ภาพและการดแู ลสขุ ภาพเชงิ ปอ้ งกนั
Health protection) ของชุมชนเมืองกาฬสนิ ธุ์ สอดคล้องกับการประกาศขององค์การอนามัย
โลกที่สนับสนนุ การใหค้ วามส�ำ คญั แก่ท้องถ่นิ และบรบิ ทของท้องถิ่นในระบบบริการสขุ ภาพแบบ
ประคบั ประคอง (WHO, 1990)

ปัจจยั ทุนทางสังคมสำ�คญั โดยสรปุ ได้แก่ ความสมั พันธแ์ บบรวมกลมุ่ (Mutuality)
และแบบเครอื ขา่ ย (Networking) เปา้ ประสงค/์ จดุ มงุ่ หมายรว่ มหรอื บรรทดั ฐานรว่ ม (Shared
value or shared norms) ความไวว้ างใจ (Trust) และการต่างตอบแทนหรอื การพงึ่ พาอาศยั
กัน (Reciprocity) ท่สี ามารถอธิบายโครงสร้างทางสงั คม (Social structure) ดว้ ย “เครอื่ งมอื
ทุนทางสังคม” (Social capital as a tool) เหล่าน้ีคือความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างกลุ่ม
เพอ่ื นๆ ในกลมุ่ จติ อาสาเมอื งน�ำ้ ด�ำ การพฒั นาความสมั พนั ธ์ใกลช้ ดิ จากการท�ำ งานการดแู ลผปู้ ว่ ย
ระยะทา้ ยและครอบครวั กบั เพอื่ นในเครอื ขา่ ยไปพรอ้ มๆ กบั การพฒั นาความสมั พนั ธเ์ สมอื นคนใน
ครอบครัวเดียวกัน หรือความสัมพันธ์แบบเพ่ือนกับครอบครัวผู้รับบริการของกลุ่มฯ ท่ีค่อยๆ
สร้างความไว้วางใจต่อกัน และนำ�ไปสู่การถ้อยทีถ้อยอาศัย พ่ึงพากันและกัน ลดทอนความ
สัมพันธ์เชิงอำ�นาจท่ีอาจเคยมีระหว่างกัน โดยเฉพาะระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐกับประชาชน
ทั่วไป ดังกรณีที่กลุ่มฯได้รับการยอมรับจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลกาฬสินธ์ุ ให้
มีบทบาทร่วม (ไม่ทางการ) ในการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชนฯ ความไว้วางใจและการต่าง
ตอบแทนจากการท�ำ งานทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั ความทกุ ขท์ รมานจากความเจบ็ ปว่ ยและความตายเชน่ นี้
อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นสำ�คัญให้เกิดความไว้วางใจและการมีส่วนร่วมได้ โดยง่าย เพราะความ
ทกุ ขจ์ ากความเจบ็ ปว่ ยและความตายเปน็ เรอื่ งปกตสิ ามญั ของทกุ ชวี ติ ตวั อยา่ งของอสม.สมาชกิ
ของกลุ่มจิตอาสาเมืองนำ้�ดำ� ที่แม้จะมีหน้าท่ีเกี่ยวข้องโดยตรงกับงานสุขภาพและต้องพบกับ
ความทุกข์จากการเจ็บป่วยของผู้ป่วยและครอบครัวหลากหลายกรณี แต่การได้มาร่วมท�ำ งาน
กับผู้ป่วยระยะท้าย ทำ�ให้ได้บทเรียนรู้ (self-growth) เกิดการเติบโตทางความคิด ได้ข้อคิด
เร่อื งสัจธรรมความจริงของชีวติ ปรับเปลย่ี นทัศนคตใิ นการด�ำ เนนิ ชวี ติ ของตน12 เปน็ ต้น การ
รักษาปจั จัยทุนทางสังคมให้คงอยู่อยา่ งยั่งยืนในชมุ ชนเมอื งกาฬสนิ ธเุ์ ช่นนี้ จะสามารถขยายผล
ต่อยอดการพฒั นาชมุ ชนในดา้ นอ่นื ๆ เพื่อคุณภาพชวี ติ ครบทุกด้านของคนทงั้ ชุมชนฯ รว่ มกนั

การดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยและครอบครวั แบบประคับประคองของกลมุ่ จติ อาสา เมอื ง
นำ�้ ด�ำ เทศบาลเมืองกาฬสนิ ธแุ์ ละเครอื ขา่ ยภาคส่วนตา่ งๆ ในชมุ ชนเมืองกาฬสินธ์ุ สอดรบั กบั
แนวคิดความย่ังยืนในมิติสุขภาพและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ของสังคม
ในระบบสขุ ภาพในกฎบตั รออตตาวา (Ottawa Charter, 1986) และแนวคดิ ปจั จยั สงั คมก�ำ หนด
สุขภาพ (Social determinants of health : SDH) ขององค์การอนามยั โลก (2005) ทีม่ ุ่งเน้น
การลดความเหลื่อมล้ำ�ทางด้านสุขภาพ งานจิตอาสาของกลุ่มฯและเครือข่าย มีส่วนต่อการ
ลดความเหลื่อมล้ำ�ในการบริการสุขภาพระยะท้ายของชุมชนเมืองกาฬสินธ์ุ ท้ังการสร้างความ
ตระหนักรู้ใน “คณุ คา่ (Purpose of value)” ท่ีเกิดขึ้นจากการได้มีสว่ นรว่ ม (Participation)
และการไดเ้ ปน็ เจา้ ของ (Sense of belonging) งานทที่ �ำ เพอื่ บรรเทาทกุ ขข์ องเพอื่ นรว่ มชมุ ชนฯ

12 สัมภาษณเ์ มอื่ 22 สงิ หาคม 2563

19

ถือเป็นการปฏิบัติการของคนในชุมชนฯ (Community action) บนฐาน “ทุนทางสังคม” ที่
กลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำ�ดำ�ได้ริเร่ิมข้ึน และยังเป็นการสร้างทุนมนุษย์ (Human capital) ท่ี
มีความรู้และทักษะในการดูแลกันและกัน เม่ือต้องเผชิญความทุกข์จากความเจ็บป่วย
ความตายและความโศกเศรา้ จากการสญู เสยี ทเ่ี ปน็ ทนุ ทางสงั คมส�ำ คญั ของชมุ ชนฯ สรา้ งความ
พร้อมของทรัพยากรชุมชนฯในเร่ืองดังกล่าวจากทุนท่ีมีอยู่ในชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นการ
พง่ึ ตนเองเรอื่ งสขุ ภาพระยะทา้ ยของชมุ ชนฯ เปน็ “สวสั ดกิ ารชมุ ชน (Community welfare)” ทเี่ กดิ
จากการร่วมออกแบบและร่วมลงมือทำ�โดยคนในชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ ประการสำ�คัญคือ
การสร้างผลกระทบเชิงบวกในการปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของคนในชุมชน
เมืองกาฬสินธ์ุ ให้กลับมาดูแลกันและกัน มีความเก้ือกูล เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน
ท่ีจะค่อยๆ สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนเมืองกาฬสินธ์ุก้าวไปสู่ “ความเป็นชุมชนกรุณา
(Compassionate communities)” ท้ังเพื่อการได้ใช้ชีวิตท่ีมีสุข (Good living) และการได้
เผชญิ ความตายท่สี งบ (Good death) ของคนในชุมชนฯ สอดรับกับแนวคิดการพัฒนาชุมชน
(Community Development) ในภาวะการณ์ปัจจุบัน ที่มีความจำ�เป็นต้องให้ความสำ�คัญกับ
เรอื่ งการมสี ว่ นร่วมของชมุ ชน (Participation) ความเท่าเทียมเปน็ ธรรม (Equality) และความ
ยุติธรรมในสังคม (Social justice)
ปัญหา อุปสรรคในการทำ�งานของกลุ่มจิตอาสาเมืองนำ้�ดำ� เทศบาลเมืองกาฬสินธ์ุ
และเครอื ข่าย

1. ความมงุ่ มน่ั (commitment) ในการขบั เคลอื่ นการท�ำ งานของสมาชกิ กลมุ่ ฯ บางคน
ในบางชว่ งเวลา ทีอ่ าจทำ�ให้การท�ำ งานในภาพรวมของกล่มุ ฯ ไมเ่ ปน็ ไปตามแผนที่วางไว้

2. การให้บริการท่ียังไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายในชุมชน ดังกรณีของ
กลุ่มคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี ซ่ึงอาจขาดความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
แบบประคับประคอง ทำ�ให้ผู้ป่วยและครอบครัวในกลุ่มดังกล่าวยังอาจเข้าไม่ถึงบริการของ
กลุ่มฯ และเครอื ข่าย

3. การขาดแผนการท�ำ งานรองรบั ความเสยี่ ง หรอื ความไม่แน่นอนท่ีเกดิ ขน้ึ ดงั กรณี
ภยั พบิ ตั จิ ากการแพรร่ ะบาดของเชอื้ ไวรสั โคโรนา่ 2019 ทท่ี �ำ ใหง้ านของกลมุ่ ฯแทบหยดุ ชะงกั ลง
จงึ จ�ำ เปน็ ตอ้ งสรา้ งความยดื หยนุ่ ของการปฏบิ ตั งิ านในภาวะความไมแ่ นน่ อนทมี่ มี ากขน้ึ ในอนาคต

20

ประมวลภาพถ่ายกจิ กรรมจตุ ิสุขาวดี
21

ประมวลภาพถา่ ยกจิ กรรมสรา้ งสุข
22


Click to View FlipBook Version