Small Books Media (สื่อสังเคราะห์ความคิด) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชา ท้องถิ่นของเรา สาระเพิ่มเติม นางสาวทัศนีย์ สิงห์บันดาล ครู ช านาญการ โรงเรียนบ้านสระใหญ่ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ค าน า การจัดท ารายงานพัฒนานวัตกรรมทางด้านการเรียนการสอน เป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) “ 1 ครู 1 นวัตกรรม การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ” นี้ถือว่าเป็นภาระหน้าที่ที่ ส าคัญประการหนึ่งของครูผู้สอน ที่ต้องคิดค้นหาวิธีการ เทคนิค หรือสื่อการสอนใหม่ ๆ มาใช้ในการจัดการ เรียนการสอนในรายวิชาที่รับผิดชอบ เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ตามธรรมชาติ และเต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นไปตามระบบ การท างานที่มีคุณภาพ ผลงานชิ้นนี้คงมีประโยชน์แก่ผู้พบเห็น และจะน าผลงานเผยแพร่ ต่อสาธารณชน ต่อไป นางสาวทัศนีย์ สิงห์บันดาล ครูช านาญการโรงเรียนบ้านสระใหญ่ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด
สารบัญ เรื่อง หน้า นวัตกรรมด้านการจัดเรียนการสอนด้วยวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ 1. ความเป็นมาและความส าคัญ 1 2. วัตถุประสงค์ของนวัตกรรม 5 3. เป้าหมาย 5 4. ล าดับขั้นตอนการด าเนินงาน 5 5. ผลการด าเนินการ 7 6. บทเรียนที่ได้รับ 9 7. ปัจจัยความส าเร็จ 9 8. การเผยแพร่ / การได้รับการยอมรับ /รางวัลที่ได้รับ 9 9. ภาคผนวก 10
แบบรายงาน “1 ครู 1 นวัตกรรม การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)” ประจ าปีการศึกษา 2565 ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ชื่อผลงาน : Small Books Media สื่อสังเคราะห์ความคิด ชื่อผู้น าเสนอผลงาน : นางสาวทัศนีย์ สิงห์บันดาล 1. ความเป็นมาและความส าคัญ ในสังคมปัจจุบัน การจัดการเรียนการสอนไม่ได้อาศัยเพียงหนังสือเรียน ต าราเรียนเพียงอย่างเดียว รวมไปถึงหลักสูตรที่มีการเปลี่ยนแปลงไป การเรียนรู้ต่างๆ การใช้ชีวิตต่างๆ ของผู้เรียนก็มีความแตกต่าง ออกไป ผู้เรียนขาดการคิดวิเคราะห์มากขึ้น ขาดการศึกษาด้วยตนเองมากขึ้น และยังมีสิ่งที่เอื้อให้ผู้เรียน สามารถหาค าตอบแบบไม่ต้องความรู้เพียงแค่คลิ๊กเดียวก็สามารถหาค าตอบได้ โดยที่ไม่ได้มีความรู้และความจ า ในเรื่องนั้นๆ เลย เป็นสาเหตุที่ให้ข้าพเจ้ามีแนวความคิดในการหารูปแบบการใช้สื่อในการจัดการเรียนการสอน โดยที่ผู้เรียนสามารถไปศึกษาได้ย้อนหลัง หรือการระดมความคิดอย่างแท้จริงเพื่อให้มีความรู้ผ่านการสร้าง ชิ้นงานของผู้เรียนน ามาสู่การจ าในเนื้อหาวิชาได้มากขึ้น จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ผ่านมา ผู้เรียนมักไม่ชอบเรียนวิชาสังคม เนื่องจากมีเนื้อหา ค่อนข้างมาก จ ายาก และมีหลายเรื่อง จึงท าให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อนข้างต่ า และหลังจากเรียนไปแล้ว ไม่สามารถจ าเนื้อหาได้เลยเพราะจะไม่กลับไปอ่านซ้ า ครูผู้สอนจึงได้น าเทคโนโลยีมาช่วยสอนมากมายซึ่งเป็น แบบทันสมัย เป็นการผสมผสานการเล่มเกม เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน แต่ในขณะเดียวกันในรายวิชา ที่เป็นสาระเพิ่มเติมเช่น รายวิชาท้องถิ่นของเรา ในหลักสูตรสาระสังคมศึกษานั้น ไม่มีหนังสือเรียนให้กลับไป ทบทวน และยังมีแหล่งค้นคว้าไม่มากนัก จึงต้องมีการหาวิธีการที่ช่วยให้ผู้เรียนสนใจด้วยวิธีที่หลากหลายมาก ขึ้น นอกจากไม่มีหนังสือเรียนแล้วพบว่า ข้อมูลเบื้องจ้นเกี่ยวกับท้องถิ่นหรือเรื่องราวในจังหวัดตราด ส่วนใหญ่ ผู้เรียนไม่สามารถตอบค าถามได้ เช่น จังหวัดตราดมีกี่อ าเภอ อะไรบ้าง สถานที่ท่องเที่ยวที่ส าคัญมีอะไรบ้าง หรือ การเสด็จเยือนของรัชการที่ 5 ที่มาตราด มากี่ครั้ง เป็นต้น ผู้จัดท าจึงได้คิดรูปแบบการใช้สื่อการเรียนรู้ที่ ไม่ได้ยึดติดรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เป็นเป็นการใช้สื่อผสม แยกตามเนื้อหาความยากง่ายของรายวิชา โดยได้ ศึกษาความรู้เกี่ยวสื่อต่างๆ ดังนี้ สื่อและวัสดุอุปกรณ์การสอนเป็นเครื่องมือส าคัญที่จะช่วยให้การเรียนการสอนด าเนินไปด้วยดี การสอนที่มีการใช้วัสดุ อุปกรณ์ประกอบการเรียนนอกจากจะท าให้นักเรียนเห็นความเป็นรูปธรรมของสิ่งที่ครู สอนและเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจของนักเรียนให้เด่นชัดและง่ายขึ้นแล้วการสอนที่มีการใช้วัสดุอุปกรณ์ ประกอบการสอนยังช่วยเพิ่มบรรยากาศของการสอนให้น่าสนใจ เนื่องจากมีการแปรเปลี่ยนสิ่งเร้าหลายๆ อย่าง และครูยังสามารถใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ กระตุ้นให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่าง สนุกสนานอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้เห็นความสามารถของผู้เรียนที่มีความหลากหลาย เช่น การออกแบบสื่อ โดยการสรุปหรือสังเคราะห์เนื้อหาที่ได้เรียนมา ออกมาในรูปแบบต่างๆ ตามความเหมาะสมกับเนื้อหาเรื่อง ต่างๆ สื่อเป็นค าที่มาจากภาษาลาตินว่า “medium” และแปลว่า “ระหว่าง” (between) หมายถึง สิ่งใดก็ ตามที่บรรจุข้อมูลเพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับสามารถสื่อ สารกันได้ตรงตาม วัตถุประสงค์ เมื่อมีการน าสื่อมาใช้ในการ เรียนการสอน -1-
สื่อการสอน (Instructional Media) หมายถึง การน าสื่อมาใช้ในการเรียนการสอนโดยตรง ซึ่งหายถึงการน าวัสดุ เครื่องมือและวิธีการมาเป็นสะพานเชื่อมโยงความรู้ เนื้อหาไปยังผู้เรียนได้ เพื่อท าให้ เกิดความเข้าใจสิ่งที่ถ่ายทอดซึ่งกันและกัน ได้ผลตามจุดมุ่งหมาย สื่อชนิดใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นเทปบันทึก เสียง สไลด์วิทยุโทรทัศน์ วีดีทัศน์ แผนภูมิ ภาพนิ่ง ซึ่งบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียน การสอน สื่อการสอนนับว่าเป็นสิ่งที่มีบทบาทอย่างมากในการเรียนการสอนนับแต่ ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเป็นตัวกลางที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างผู้สอนและ ผู้เรียนด าเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพท าให้ ผู้เรียนมีความเข้าใจความหมายของ เนื้อหาทบเรียนได้ตรงกับที่ผู้สอนต้องการไม่ว่าสื่อนั้นจะเป็นสื่อในรูปแบบ ใดก็ตาม ล้วนแต่เป็นทรัพยากรที่สามารถอ านวยความสะดวกในการเรียนรู้ได้ทั้งสิ้น ค าว่าสื่อการสอนหรือสื่อการเรียนการสอนเมื่อก่อนนี้จะใช้ค าว่าโสตทัศนูปกรณ์ (โสต+ทัศน์+ อุปกรณ์) โดยจะประกอบไปด้วย วัสดุและเครื่องมือ ซึ่งการศึกษาค้นคว้าในทางด้านนี้จะเรียกว่า “โสตทัศน์ ศึกษา”ถ้าจะมีการเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม สื่อจะช่วยให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน บรรลุ จุดมุ่งหมายการเรียนการสอน ดังนี้ 1.จูงใจให้ผู้เรียนมีความตั้งใจและสนใจเรียนมากขึ้น 2.ให้ประสบการณ์แก่ผู้เรียนมีความหมาย 3.ก่อให้เกิดเจตคติที่ดีแจะมีความประทับใจในสิ่งที่เรียน 4.อธิบายเนื้อหาวิชาและทักษะกระบวนการต่างๆได้อย่างชัดเจน 5.เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น การจ าแนกสื่อการเรียนการสอนตามประเภทต่างๆ 1. สื่อการเรียนการสอนจ าแนกตามประสบการณ์ 1.1 ประสบการณ์ตรงและมีความมุ่งหมาย ประสบการณ์ขั้นนี้ เป็นรากฐานส าคัญของ การศึกษาทั้งปวง เป็นประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รับมาจากความเป็นจริงและด้วยตัวเองโดยตรง ผู้รับ ประสบการณ์นี้จะได้เห็น ได้จับ ได้ท า ได้รู้สึก และได้ดมกลิ่นจากของจริง ดังนั้นสื่อการสอนที่ไห้ประสบการณ์ การเรียนรู้ในขั้นนี้ก็คือของจริงหรือความเป็นจริงในชีวิตของคนเรานั่นเอง 1.2. ประสบการณ์จ าลอง เป็นที่ยอมรับกันว่าศาสตร์ต่างๆ ในโลก มีมากเกินกว่าที่จะเรียนรู้ ได้หมดสิ้นจากประสบการณ์ตรงในชีวิต บางกรณีก็อยู่ในอดีต หรือซับซ้อนเร้นลับหรือเป็นอันตรายไม่สะดวก ต่อการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จึงได้มีการจ าลองสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมาเพื่อการศึกษา ของจ าลองบางอย่าง อาจจะเรียนได้ง่ายกว่าและสะดวกกว่า 1.3. ประสบการณ์นาฏการ ประสบการณ์ต่าง ๆ ของคนเรานั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่ สามารถประสบได้ด้วยตนเอง เช่น เหตุการณ์ในอดีต เรื่องราวในวรรณคดี การเรียนในเรื่องที่มีปัญหาเกี่ยวกับ สถานที่ หรือเรื่องธรรมชาติที่เป็นนามธรรม การแสดงละครจะช่วยไปให้เราได้เข้าไปใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด เช่น ฉาก เครื่องแต่งตัว เครื่องมือ หุ่นต่าง ๆ เป็นต้น 1.4. การสาธิต การสาธิตคือ การอธิบายถึงข้อเท็จจริงหรือแบ่งความคิด หรือกระบวนการ ต่าง ๆให้ผู้ฟังแลเห็นไปด้วย เช่น ครูวิทยาศาสตร์เตรียมก๊าซออกซิเจนให้นักเรียนดู ก็เป็นการสาธิต การสาธิตก็ เหมือนกับนาฏการ หรือการศึกษานอกสถานที่ เราถือเป็นสื่อการสอนอย่างหนึ่ง ซึ่งในการสาธิตนี้อาจรวมเอา สิ่งของที่ใช้ประกอบหลายอย่าง นับตั้งแต่ของจริงไปจนถึงตัวหนังสือ หรือค าพูดเข้าไว้ด้วย แต่เราไม่เพ่งเล็งถึง สิ่งเหล่านี้ เราจะให้ความส าคัญกับกระบวนการทั้งหมดที่ผู้เรียนจะต้องเฝ้าสังเกตอยู่โดยตลอด -2-
1.5. การศึกษานอกสถานที่ การพานักเรียนไปศึกษานอกสถานที่ เป็นการสร้างเสริม ประสบการณ์ชีวิตเพื่อให้นักเรียนได้เรียนจากแหล่งข้อมูล แหล่งความรู้ที่มีอยู่จริงภายนอกห้องเรียน ดังนั้น การศึกษานอกสถานที่จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่เป็นสื่อกลางให้นักเรียนได้เรียนจากของจริง 1.6. นิทรรศการ นิทรรศการมีความหมายที่กว้างขวาง เพราะหมายถึง การจัดแสดงสิ่งต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชม ดังนั้นนิทรรศการจึงเป็นการรวมสื่อต่าง ๆ มากมายหลายชนิด การจัดนิทรรศการที่ให้ ผู้เรียนมามีส่วนร่วมในการจัด จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีโอกาสคิดสร้างสรรค์มีส่วนร่วม และได้รับข้อมูล ย้อนกลับด้วยตัวของเขาเอง 1.7. โทรทัศน์และภาพยนตร์ โทรทัศน์เป็นสื่อการสอนที่มีบทบาทมากในปัจจุบัน เพราะได้ เห็นทั้งภาพและได้ยินเสียงในเวลาเดียวกัน และยังสามารถแพร่และถ่ายทอดเหตุการณ์ที่ก าลังเกิดขึ้นได้ด้วย นอกจากนั้นโทรทัศน์ยังมีหลายรูปแบบ เช่น โทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งโรงเรียนสามารถน ามาใช้ในการเรียนการสอน ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีโทรทัศน์วงจรปิด ที่เอื้อประโยชน์ต่อการศึกษาอย่างกว้างขวาง ภาพยนตร์เป็นสื่อ ที่จ าลองเหตุการณ์มาให้ผู้ชมหรือผู้เรียนได้ดูและได้ฟังอย่างใกล้เคียงกับความจริง แต่ไม่สามารถถ่ายทอด เหตุการณ์ที่ก าลังเกิดขึ้นได้ ถึงอย่างไรก็ตามภาพยนตร์ก็ยังนับว่าเป็นสื่อที่มีบทบาทมากในการเรียนการสอน เช่นเดียวกันกับโทรทัศน์ 1.8. ภาพนิ่ง การบันทึกเสียง และวิทยุ ภาพนิ่ง ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพวาดซึ่งมีทั้งภาพทึบแสง และโปร่งแสง ภาพทึบแสงคือรูปถ่าย ภาพวาด หรือภาพในสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ส่วนภาพนิ่งโปร่งใสหมายถึงสไลด์ ฟิล์มสตริป ภาพโปร่งใสที่ใช้กับเครื่องฉายวัสดุโปร่งใส เป็นต้น ภาพนิ่งสามารถจ าลองความเป็นจริงมาให้เรา ศึกษาบนจอได้ การบันทึกเสียง ได้แก่ แผ่นเสียงและเครื่องเล่นแผ่นเสียง เทปและเครื่องบันทึกเสียง และเครื่อง ขยายเสียงตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเสียงซึ่งนอกจากจะสามารถน ามาใช้อย่างอิสระในการเรียนการ สอนด้วยแล้ว ยังใช้กับรายการวิทยุและกิจกรรมการศึกษาอื่น ๆ ได้ด้วย ส่วนวิทยุนั้น ปัจจุบันที่ยอมรับกันแล้ว ว่า ช่วยการศึกษาและการเรียนการสอนได้มาก ซึ่งไม่จ ากัดอยู่แต่เพียงวิทยุโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึง วิทยุทั่วไปอีกด้วย 1.9. ทัศนสัญลักษณ์ สื่อการสอนประเภททัศนสัญญลักษณ์นี้ มีมากมายหลายชนิด เช่น แผนภูมิแผนภาพ แผนที่ แผนผัง ภาพโฆษณา การ์ตูน เป็นต้น สื่อเหล่านี้เป็นสื่อที่มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ ส าหรับถ่ายทอดความหมายให้เข้าใจได้รวดเร็วขึ้น 1.10 วจนสัญลักษณ์ สื่อขั้นนี้เป็นสื่อที่จัดว่า เป็นขั้นที่เป็นนามธรรมมากที่สุด ซึ่งได้แก่ ตัวหนังสือหรืออักษร สัญลักษณ์ทางค าพูดที่เป็นเสียงพูด ความเป็นรูปธรรมของสื่อประเภทนี้จะไม่คงเหลืออยู่ เลย อย่างไรก็ดี ถึงแม้สื่อประเภทนี้จะมีลักษณะที่เป็นนามธรรมที่สุดก็ตามเราก็ใช้ประโยชน์จากสื่อประเภทนี้ มาก เพราะต้องใช้ในการสื่อความหมายอยู่ตลอดเวลา 2. สื่อการเรียนการสอนจ าแนกตามคุณสมบัติ 2.1. ทัศนวัสดุ (Visual Materials) เช่น กระดานด า กระดานผ้าส าลี) แผนภูมิ รูปภาพ ฟิล์มสตริป สไลด์ 2.2. โสตวัสดุ (Audio Materisls ) เช่น เครื่องบันทึกเสียง (Tape Recorder) เครื่องรับวิทยุ ห้องปฏิบัติการทางภาษา ระบบขยายเสียง ฯลฯ 2.3. โสตทัศนวัสดุ (Audio Visual Materials) เช่น ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ฯลฯ 2.4. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ (Equipments) เช่น เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องฉายฟิล์มสตริป -3-
เครื่องฉายสไลด์ 2.5. กิจกรรมต่าง ๆ (Activities )เช่น นิทรรศการ การสาธิต ทัศนศึกษา ฯลฯ 3. สื่อการเรียนการสอนจ าแนกตามรูปแบบ(Form)Louis Shores ได้แบ่งประเภทสื่อการสอนตามแบบไว้ ดังนี้ 3.1. สิ่งตีพิมพ์ (Printed Materials) เช่น หนังสือแบบเรียน เอกสารการสอน ฯลฯ 3.2 วัสดุกกราฟิก เช่น แผนภูมิ ( Charts) แผนสถิติ (Graph) แผนภาพ (Diagram) ฯลฯ 3.3. วัสดุฉายและเครื่องฉาย (Projected Materials and Equipment) เช่น ภาพยนตร์ สไลด์ ฯลฯ 3.4. วัสดุถ่ายทอดเสียง (Transmission) เช่น วิทยุ เครื่องบันทึกเสียง 4. สื่อการเรียนการสอนตามลักษณะและการใช้ 1. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ (Hardware) 2. วัสดุ (Software) 3. เทคนิคหรือวิธีการ (Techinques or Methods) จากที่มาของการใช้สื่อต่างๆมากมาย หลายรูปแบบนั้น การน าเอาเทคโนโลยีทางการศึกษาไปใช้ใน กระบวนการเรียนการสอนนั้น เมื่อสถานการณ์ของการใช้เปลี่ยนแปลงไป เช่น ชั้นเรียนที่ผู้เรียนเปลี่ยนไป หรือเวลาที่ต่างกัน สิ่งเหล่านี้ มีผลต่อประสิทธิภาพของวิธีการที่ผู้สอนน าไปใช้ในการเรียนการสอนทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับในโลกยุคปัจจุบันที่ผู้เรียนมักอาศัยแต่เทคโนโลยีขาดการสังเคราะห์เนื้อหา ไม่สามารถสรุป เนื้อหา ไม่สามารถบอกใจความส าคัญของเรื่องที่เรียนได้ และยังไม่สามารถอธิบายเรื่องราวให้แก่เพื่อนๆหรือ ผู้อื่นที่สนใจศึกษาในเนื้อหาเดียวกันฟังได้ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ครูผู้สอยควรหันกลับมามองว่าแทนที่เราจะ ใช้แค่เทคโนโลยีที่ทันสมัย สะดวกสบายอย่างเดียวในบริบทของผู้เรียนที่ไม่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี เช่น โรงเรียนไม่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีเพียงพอ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีจอโปรเจคเตอร์ ที่เพียงพอกับทุกห้องเรียน เราจึง ต้องหันกลับมาพิจารณาการใช้สื่อการเรียนการสอนในรูปแบบอื่นที่ไม่ผู้เรียนไม่ต้องใช้เทคโนโลยี ตาครูผู้สอน ต้องจัดเตรียมและวางแผนการจัดการเรียนรู้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจที่ง่ายขึ้น และยังสามารถ สร้างชิ้นงานที่เป็นการสะท้อนความรู้ที่ได้ในการเรียนอีกด้วย และในรายวิชาที่ไม่มีในหนังสือเรียน ยิ่งมีความจ าเป็นที่ต้องมีการสร้างสื่อหรือชิ้นงานขึ้นเพื่อสร้าง ความตระหนักรู้ และเข้าใจแก้ผู้เรียนให้มากขึ้น เพราะจะไม่สามารถกลับไปอ่านหรือทบทวนได้เลย ในการนี้ ผู้จัดท าจึงได้ด าเนินการท านวัตกรรมที่มีชื่อว่า “สื่อสังเคราะห์ความคิด” ขึ้นมา เพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา โดยจะใช้ในรายวิชาท้องถิ่นของเรา ซึ่งเป็นรายวิชาเพิ่มเติมในสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งครูผู้สอนจะต้องมีการจัดเตรียมรูปแบบการสร้างชิ้นงานของผู้เรียนตั้งแต่ แบบง่ายไปจนถึงแบบยาก ตามธรรมชาติของผู้เรียนในแต่ละปีซึ่งมีการใช้แนวความคิดที่เริ่มจากการใช้เทคนิค บันได 6 ขั้น การท าแผนผังความคิด การท าอินโฟกราฟฟิก การระดมความคิด การท าไทม์ไลน์ จนไปถึงการ ท าเป็นหนังสือเล่มเล็ก และตามความเหมาะสมของเนื้อหารายวิชาซึ่งหลังจากการใช้รูปแบบการจัดการเรียน การสอนโดยใช้ สื่อสังเคราะห์ความคิด นี้ไปแล้ว จะเห็นได้ว่าผู้เรียนมีความเข้าใจมากขึ้น สามารถท างานเป็น ระบบกลุ่มได้ ช่วยกันระดมความคิด ช่วยกันสร้างสรรค์ชิ้นงานในรูปแบบต่างๆ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ผู้เรียนยังสามารถน าไปปรับใช้ในการสร้างชิ้นงานในรายวิชาอื่นๆได้อีกด้วย -4-
2. วัตถุประสงค์ของนวัตกรรม 2.1 เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนสังเคราะห์เนื้อหาเรื่องที่เรียนได้ 2.2 ผู้เรียนสามารถตอบค าถามและจ าเนื้อหาได้มากขึ้น จนสามารถถ่ายทอดต่อไปได้ 2.3 ผู้เรียนสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบผลงานและสร้างความภาคภูมิใจในชิ้นงาน ของตนเองได้ 2.4 ผู้เรียนสามารถล าดับเหตุการณ์ของเนื้อรายวิชาได้มากขึ้น 2.5 สามารถน าไปประยุกต์ใช้ในรายวิชาต่างๆได้ 2.6 ค่าทีเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ร้อยละ 20 ของคะแนนก่อนเรียน 3. เป้าหมาย 3.1 เชิงปริมาณ - ผู้เรียนร้อยละ 50 มีค่าทีเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน -ผู้เรียนร้อยละ 60 สามารถสรุปความคิดเป็นแผนผังความคิดได้ 3.2 เชิงคุณภาพ - ผู้เรียนสามารถสร้างชิ้นงานด้วยตนเองได้ - ผู้เรียนสามารถบอกเล่าเรื่องราวให้ผู้อื่นฟังได้ 4. ล าดับขั้นตอนการนด าเนินวิธีการหรือแนวทาง หรือนวัตกรรม (ระบุวิธีปฏิบัติ หรือวิธีการจัด กระบวนการเรียนรู้) - ขั้นตอนการด าเนินงาน 1. วิเคราะห์หลักสูตร 2. ศึกษาเนื้อตามกรอบหลักสูตรท้องถิ่นของจังหวัดตราด 3. จัดท าสื่อการเรียนโดยจัดท าเป็นแม่แบบและรวบรวมเนื้อหาให้ผู้เรียนได้ศึกษาในรูปแบบ หนังสือเล่มเล็ก และรวบรวบเป็น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เพื่อเผยแพร่ต่อไป 4. วิเคราะห์กลุ่มผู้เรียนดูความเหมาะสมของผู้เรียนโดยใช้กระบวนการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ 4.1 วัดความรู้พื้นฐานด้วยการท าแบบทดสอบก่อนเรียน หรือการตอบค าถาม 4.2 น าภาพ หรือบทความ หรือ คลิปวิดีโอ มาให้ผู้เรียนได้ศึกษา 4.3 น าหนังสือเล่มเล็กที่รวบรวมเนื้อหาสาระส าคัญของวิชา มาให้ผู้เรียนศึกษาและ เป็นต้นแบบในการพัฒนาชิ้นงานของผู้เรียนต่อไป 4.3 ให้ผู้เรียนจัดล าดับความคิดด้วยวิธีการที่ง่ายไปหายาก โดยเริ่มจาก แผนผังความคิด ท าเป็น Infografic หนังสือเล่มเล็ก เช่น การระดมสมองกันเป็นกลุ่ม และออกมา น าเสนอเรื่องที่ก าหนด เช่น จังหวัดตราดมีกี่อ าเภอ อะไรบ้าง แต่ละอ าเภอมีกี่ต าบล และในต าบลนนทรีย์ มีกี่ หมู่บ้านอะไรบ้าง จากเนื้อหาใหญ่มาสู่เนื้อหาที่แคบลง และท าเป็นชิ้นงานสรุปออกมา 4.4 ช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้โดยการออกมาน าเสนอหน้าชั้นเรียน 4.5 ท าแบบทดสอบหลังเรียน หรือตอบค าถามด้วยการสุ่ม 4.6 วิเคราะห์ผลที่เกิดกับผู้เรียน / บันทึกหลังสอน 4.7 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับผู้เรียน -5-
4.8 ส ารวจความพึงพอใจผู้เรียน และท าแบบรายงานผล - แผนภูมิระบบการด าเนินงาน -6-
5. ผลการด าเนินการคะแนนก่อนเรยีน คะแนนหลังเรยีน (10) (10) 1 ด.ช.ปฏิภาน ลือกอ้ง 2 -1.6071 33.9292 6 0.1869 51.8687 2 ด.ช.ธีรเดช รักษาสัตย์ 3 -1.1586 38.4141 8 1.0838 60.8385 3 ด.ช.นิลพทัธ์เลขนอก 2 -1.6071 33.9292 7 0.6354 56.3536 4 ด.ช.ปรินทร ปกคลุม 3 -1.1586 38.4141 7 0.6354 56.3536 5 ด.ช.พชิิต สมนาม 2 -1.6071 33.9292 7 0.6354 56.3536 6 ด.ช.วิสิษฎ์สีสร้อยพร้าว 2 -1.6071 33.9292 8 1.0838 60.8385 7 ด.ช.วัชรพล มาสพเหมาะ 3 -1.1586 38.4141 8 1.0838 60.8385 8 ด.ช.ศภุวิชญ์จานเหนือ 6 0.1869 51.8687 8 1.0838 60.8385 9 ด.ช.วีรภัทร ยะลา 5 -0.2616 47.3838 6 0.1869 51.8687 10 ด.ช.อคัรพนธ์กลาโหม 4 -0.7101 42.8989 7 0.6354 56.3536 11 ด.ช.บอล - 3 -1.1586 38.4141 7 0.6354 56.3536 12 ด.ช.สมพร ค ากลาง 5 -0.2616 47.3838 6 0.1869 51.8687 13 ด.ญ.มาริษา องิช านิ 6 0.1869 51.8687 8 1.0838 60.8385 14 ด.ญ.ล้อมเพชร มานะไป 4 -0.7101 42.8989 9 1.5323 65.3233 15 ด.ญ.อานันญา ปกคลุม 3 -1.1586 38.4141 9 1.5323 65.3233 16 ด.ญ.ศรณีเขมารมย์ 3 -1.1586 38.4141 9 1.5323 65.3233 17 ด.ญ.สริตา ไตรพรม 2 -1.6071 33.9292 9 1.5323 65.3233 18 ด.ญ.ศภุิสรา วังครีี 5 -0.2616 47.3838 7 0.6354 56.3536 19 ด.ญ.ปิยณฐัมลูโชติ 4 -0.7101 42.8989 8 1.0838 60.8385 20 ด.ญ.พลิาศลักษณ์การะเกตุ 4 -0.7101 42.8989 8 1.0838 60.8385 21 ด.ญ.อนิทุอร ยุตธิรรม 5 -0.2616 47.3838 7 0.6354 56.3536 22 ด.ญ.อรฤดีมชีัย 4 -0.7101 42.8989 8 1.0838 60.8385 23 ด.ญ.กนกวรรณ มลูโชติ 4 -0.7101 42.8989 7 0.6354 56.3536 24 นางสาวเมษา ตระกลูดษิฐ์ 4 -0.7101 42.8989 6 0.1869 51.8687 25 26 27 28 29 30 31คะแนนทีเฉลี่ย (Average T Score) ของผลสัมฤทธทิ์างการเรียนก่อนเรียน = 41.40คะแนนทีเฉลี่ย (Average T Score) ของผลสัมฤทธทิ์างการเรียนหลังเรียน = 58.60ร้อยละของคะแนนทีเฉลี่ยที่เพมิ่ขนึ้ = 41.52การคา นวณหาคา่มาตรฐานซี ( Z - score) และ หาคะแนนที(T - score )คะแนนกอ่นเรียนและหลงัเรียน รายวิชาทอ้งถนิ่ของเรา ปกีารศกึษา 2565ล าดับที่ชื่อ - สกุล Z -Score T - Score Z -Score T - Score -7-
แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาท้องถิ่นของเรา สาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 ผลจากการใช้สื่อการเรียนรู้หนังสือเล่มเล็กนี้ สามารถให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น และศึกษาง่าย กระตุ้นความสนใจได้ดี ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น เพราะเป็นสื่อใหม่ๆ และมีความสนใจอยากท าชิ้นงานขึ้น เป็นผลงานของตนเอง ท าให้มีผลการทดสอบหลังเรียนสูงขึ้นเป็นไปตามเป้าหมายที่ก าหนดไว้ดังนี้ 5.1 เชิงปริมาณ - ผู้เรียน มีค่าทีเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนร้อยละ 100 -ผู้เรียนร้อยละ 60 สามารถสรุปความคิดเป็นแผนผังความคิดได้ 5. 2 เชิงคุณภาพ - ผู้เรียนสามารถสร้างชิ้นงานด้วยตนเองได้โดยการศึกษาจากหนังสือเล่มเล็ก และมีแนวคิด ที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ต่อไป - ผู้เรียนสามารถบอกเล่าเรื่องราวให้ผู้อื่นฟังได้โดยการสุ่มให้มาเล่าให้น้องๆ ฟังหน้าแถวการ อบรมต้อนเช้า ทั้งนี้ การใช้หนังสือเล่มเล็กและรวบรวมมาไว้ในอีบุ๊คนี้เป็นการเริ่มท าทีละเรื่อง ก็จะพัฒนา และจัดท าเพิ่มจนครบเนื้อหาทั้งหมดตามหลักสูตร และน าไปใช้ในรุ่นต่อๆไป และผลงานของผู้เรียนก็ยัง สามารถเป็นแรงผลักดันให้รุ่นต่อๆไปเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างชิ้นงานอีกด้วย และโรงเรียนก็จะได้มีแหล่ง เรียนรู้ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับจังหวัดตราดเพิ่มเติมอีกด้วย -8-
6. บทเรียนที่ได้รับ ข้อสรุปที่ได้จากผลการด าเนินงาน : นักเรียนได้ศึกษาร่วมกัน มีการปรึกษา หารือกันและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามความสามารถ ของแต่ละบุคคล มีอิสระในการคิด ท าให้นักเรียนต่างช่วยกันสร้างองค์ความรู้ ที่ส าคัญการใช้สื่อที่มี ประสิทธิภาพตามความเหมาะสมกับผู้เรียน สามารถส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น และ ท าให้ผู้เรียนฝึกการสังเคราะห์ การคิด การท างานเป็นทีม มีความคิดสร้างสรรค์ในการที่จะสร้างชิ้นงานของ ผู้เรียนให้สวยงามและตรงตามเวลา การจัดการเรียนรู้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) เน้นให้นักเรียน ร่วมกันเรียนรู้ ช่วยเหลือกันเป็นกลุ่มเล็กๆที่คละความสามารถ และการจัดการเรียนการสอนที่เป็นขั้นตอน นักเรียนได้เรียนรู้และแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมที่หลากหลายและยืดหยุ่น ตลอดจนมี ส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้มากที่สุด ดังนั้นสมาชิกทุกคนในกลุ่มต้องช่วยกันศึกษาเนื้อหา และช่วยกันแสดง ความคิดเห็น ช่วยกันสรุปเนื้อหา จึงท าให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหานั้นๆได้ดียิ่งขึ้น และร่วมกัน ตรวจสอบความเข้าใจกันและกัน มีผลท าให้สมาชิกทุกคนสามารถท างานที่ได้รับมอบหมายส าเร็จในจุดหมาย เดียวกันและได้ชิ้นงานที่ตนเองภูมิใจ 7. ปัจจัยความส าเร็จ 7.1 วิเคราะห์นักเรียนรายบุคคลท าให้ทราบถึงพื้นฐานความรู้ความสนใจ/ความต้องการ/ ความถนัดของผู้เรียน เป็นข้อมูลพื้นฐานในการออกแบบหน่วยการเรียน เพื่อกระตุ้นความใฝ่เรียนของนักเรียน 7.2. การศึกษาหาความรู้และดัดแปลงการผลิตสื่อการสอนให้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน 7.3. การวิเคราะห์หลักสูตรของสถานศึกษาและบูรณาการหลักสูตรท้องถิ่นของจังหวัดตราดให้ สอดคล้องกัน 7.4 ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการคิดวิเคราะห์มีการวางแผนที่ดีและมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ในการท างาน เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานให้ออกมามีสวยงาม 7.5 ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น ในการศึกษาเนื้อหาและมีความสนใจเรื่องเกี่ยวกับจังหวัดของตนเอง ในเรื่องที่ตนเองไม่เคยได้รู้มาก่อน 7.6 มีกรอบและแนวทางในการจัดกิจกรรมและเนื้อหาหลักสูตรท้องถิ่นของจังหวัดตราดที่ครอบคลุม ชัดเจนเข้าใจง่าย 8. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับและ/หรือรางวัลที่ได้รับ ขยายผลให้กับครูผู้สนใจในสถานศึกษาและสถานศึกษาใกล้เคียง น าสู่การปรับใช้ในการจักกิจกรรม การเรียนการสอนในห้องเรียน และเผยแพร่ในรูปแบบ e-book ผ่าน google site ของตนเอง 9. ภาคผนวก (แผนการจัดการเรียนรู้ ร่องรอย หลักฐาน ภาพถ่าย ชิ้นงาน ฯลฯ) -9-
ภาคผนวก (แผนการจัดการเรียนรู้ ร่องรอย หลักฐาน ภาพถ่าย ชิ้นงาน ฯลฯ) -10-
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ความเป็นมาของท้องถิ่น (เมืองตราด) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความเป็นมาของท้องถิ่น (เมืองตราด) กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชา ท้องถิ่นของเรา วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565/23 พฤศจิกายน 2565 ครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สิงห์บันดาล 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ส 4.1 เข้าใจความหมายความส าคัญ ของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้ วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรักความภูมิใจ และธ ารงความเป็นไทย 2. ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ ข้อ ๑ บอกประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นได้ ข้อ ๒ อธิบายสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ของท้องถิ่นโดยใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ได้ ข้อ ๓ อธิบายปัจจัยที่มีต่ออิทธิพลการด าเนินชีวิตของประชากรในท้องถิ่นได้ 3. สาระส าคัญ ความหมายของท้องถิ่น ที่ตั้ง ข้อมูลทางกายภาพของจังหวัดตราด ประวัติศาสตร์และที่มา ของจังหวัดตราดจากอดีตจนถึงปัจจุบัน 4. สาระการเรียนรู้ จังหวัดตราดเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ลักษณะของการด าเนินชีวิต การประกอบอาชีพ อาหารและวัฒนธรรมต่างๆ ล้วนแต่มีที่มาและรากฐานดังนั้นการศึกษาในถิ่นก าเนิดถือเป็น การไม่ลืมความเป็นอัตลักษณ์ 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายองค์ประกอบเบื้องต้นของจังหวัดตราดได้ เช่น จังหวัดตราดมีกี่อ าเภอ อะไรบ้าง 2. ค าว่า “ตราด” มาจากค าว่าอะไร และ เอกลักษณ์ประจ าจังหวัดอะไรบ้าง เช่น ตรา สัญลักษณ์ ดอกไม้ประจ าจังหวัด 3. สามารถบอกสถานที่ส าคัญในจังหวัดตราดได้ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการท างาน 7. สมรรถนะส าคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 2.1 ทักษะการส ารวจค้นหา 2.2 ทักษะการวิเคราะห์ 2.3 ทักษะการให้ค าจ ากัดความ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 8. ชิ้นงานหรือภาระงาน - แผนผังความคิด เรื่อง ความรู้เบื้องต้นของจังหวัดตราด - กล่องปริศนา เรื่อง สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตราด - แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน - การน าเสนอหน้าชั้นเรียน 9. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นน า - ครูถามค าถามกระตุ้นความคิดของผู้เรียนว่า ประเทศไทยมีกี่จังหวัด และมีภาคอะไรบ้าง และไร่ล าดับความส าคัญจนมาถึง จังหวัดตราด - ให้นักเรียนตอบค าถามโดยการสุ่มออกมาเขียนหน้ากระดานว่า ตราดมีอ าเภออะไรบ้าง และสรุปเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นของจังหวัดตราด - ให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นการจัดการเรียนรู้ - ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละ 4-5 คน แล้วแจกหนังสือเล่มเล็กให้ผู้เรียนได้ศึกษา เรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาความหมายของชุมชน ท้องถิ่น และความเป็นมาของจังหวัดตราด ตรา ประจ าจังหวัด ดอกไม้ ต้นไม้ประจ าจังหวัด สถานที่ส าคัญ - ให้ผู้เรียนท าสรุปความรู้ที่ได้เป็นแผนผังความคิด และส่งตัวแทนน าสนอหน้าชั้นเรียน - หลังจากน าเสนอทุกกลุ่มแล้ว ครูผู้สอนถามค าถามกระตุ้นความคิด ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป - ขยายความเข้าใจโดยการดูคลิปวิดีโอแนะน าเมืองตราด - ให้ผู้เรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้ - ท าแบบทดสอบหลังเรียน ขั้นที่ 4 ขั้นการวัดและประเมินผล - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจชิ้นงาน - ให้คะแนนการน าเสนอหน้าชั้นเรียน - สังเกตการท างานเป็นกลุ่ม 10. สื่อและแหล่งเรียนรู้ - หนังสือเล่มเล็ก - ห้องสมุด /หนังสือในห้องสมุด - คลิปวิดีโอ - ใบความรู้
11. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน วิธีการ/เครื่องมือ ผลงาน/ชิ้นงาน เกณฑ์การผ่าน K : บอกได้ว่าจังหวัด ตราดมี่กี่อ าเภอ อะไรบ้าง และมีสิ่งส าคัญ สถานที่ ส าคัญอะไรบ้าง - ถามค าถามกระตุ้น ความคิดด้วยการสุ่มถาม - ท าแบบทดสอบก่อน เรียน-หลังเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน - แผนผังความคิด ประเมินตามสภาพจริง P: อธิบายที่มาของ จังหวัดตราดได้และ สามารถถึงสถานที่ส าคัญ ในจังหวัดได้ ให้ระดมความคิดจัดท า แผนผังความคิด แผนผังความคิด ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ A: ผู้เรียนเห็น ความส าคัญของการเรียน เกี่ยวกับจังหวัดตราดและ เห็นคุณค่าของการเรียน วิชาท้องถิ่นของเรา สังเกตการท างานเป็นทีม และพฤติกรรมการ ท างานแต่ละคนโดยใช้ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
1. 6. 2. 7. 7 3. 8. 4. 9. 5. 10. 1. ดบ กค า า ค า ่า น ด ก ุด ก. นเ เ บา ร าเภ เ ่านั น . นบร เ ณ เ นเ นบ ค. ด น ด เ พาะ เน น ัก ณะ า ภ า ร์ . า ัก ณะ ั น รร ระเพณ 2. น เรา นค า า า น เรา า ด ก. นเ ั น รร ั ัด ราด . นเ การ กคร ั ัดน ราด ค. นบร เ ณ คน ราด า ั ่ . บร เ ณเ าเภ เ ราด 3. ระ ากร น นบ ่ น ่ ระก บ า พด าน ด ก. รับ า ะบร การ . เก รกรร ค. ค า า . รับรา การ 4. ค า ่า ราดเพ น า ากค า ่า ะ ร ก. าด . กาด ค. กราด . ก าด 5. ด ก ระ า ั ัด ราดค ะ ร ก. รา พ ์ . ค. ก ณา . เ ก 6. ร ั ร ร ์ .นน ร ์ค ด ก. 23140 . 23100 ค. 23120 . 23000 7. ั ัด ราด บ่ การ กคร เ นก าเภ ก. 5 าเภ . 6 าเภ ค. 7 าเภ . 8 าเภ 8. ดเ น รา ั ัด ราด ก. . ค. . 9. น า กค ก ั ่ นเ าบ ด ก. นน ร ์ . บ่ พ ค. ด่าน ุ พ . น บ น 10. ุดผ่ น น ั ครา – กั พ า (เน น 400) ั ่ นเ าบ ด ก. นน ร ์ . บ่ พ ค. ด่าน ุ พ . น บ น 1 บ รนั ั ด 10 10 คะ นน นักเร น เ กค า บ ก ุดเพ เด 1 23202 3
ผ จ : ผ น ั เก พ กรร ผ เร น นระ ่า เร น ะน กเ าเร น ด น ่ ร กับระดับคะ นน ก ุ่ ...................................... 3 2 1 1 ค า ก เน า 2 ค า ค ด ร า รรค์ 3 การน าเ น ผ าน 4 การน า ระ น์ 5 การ ร ่ เ า ................................................... ผ ............/................./................... ณฑ์ ใ ผ าน ร พ กรร ดค กับรา การ ระเ น บ รณ์ ัดเ น 3 คะ นน ผ าน ร พ กรร ดค กับรา การ ระเ นเ น ่ น ่ 2 คะ นน ผ าน ร พ กรร ดค กับรา การ ระเ นบา ่ น 1 คะ นน ณฑ์ ุณภ พ ุณภ พ 14–15 11–13 8–10 พ ใ าก ่า 8 ุ
พฤ ุ จ : ผ น ั เก พ กรร นักเร น นระ ่า เร น ะน กเ าเร น ด น ่ ร กับระดับคะ นน ................................................... ผ ............./.................../............... ณฑ์ ใ ผ าน ร พ กรร ดค กับรา การ ระเ น บ รณ์ ัดเ น 3 คะ นน ผ าน ร พ กรร ดค กับรา การ ระเ นเ น ่ น ่ 2 คะ นน ผ าน ร พ กรร ดค กับรา การ ระเ นบา ่ น 1 คะ นน ณฑ์ ุณภ พ ุณภ พ 14–15 11–13 8–10 พ ใ าก ่า 8 ุ รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 2 3 4 5 6 กลมุ่ที่ มีส่วนร่วในการแสดง ความคดิเหน็การยอมรับฟังคนอนื่ ท างานตามทไี่ดร้ับ มอบหมาย ความมีน าใจ มีส่วนร่วมในการ ท างานกลมุ่
พฤ ุ จ : ผ น ั เก พ กรร นักเร น นระ ่า เร น ะน กเ าเร น ด น ่ ร กับระดับคะ นน ................................................... ผ ............/.................../................ ณฑ์ ใ ผ าน ร พ กรร ดค กับรา การ ระเ น บ รณ์ ัดเ น 3 คะ นน ผ าน ร พ กรร ดค กับรา การ ระเ นเ น ่ น ่ 2 คะ นน ผ าน ร พ กรร ดค กับรา การ ระเ นบา ่ น 1 คะ นน รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 ด.ช.ปฏิภาน ลือกอ้ง 2 ด.ช.ธีรเดช รักษาสัตย์ 3 ด.ช.นลิพทัธ์เลขนอก 4 ด.ช.ปรินทร ปกคลุม 5 ด.ช.พชิิต สมนาม 6 ด.ช.วิสิษฎ์สีสร้อยพร้าว 7 ด.ช.วัชรพล มาสพเหมาะ 8 ด.ช.ศุภวิชญ์จานเหนอื 9 ด.ช.วีรภัทร ยะลา 10 ด.ช.อคัรพนธ์กลาโหม 11 ด.ช.บอล - 12 ด.ช.สมพร ค ากลาง 13 ด.ญ.มาริษา องิชา นิ 14 ด.ญ.ล้อมเพชร มานะไป 15 ด.ญ.อานนัญา ปกคลุม 16 ด.ญ.ศรณีเขมารมย์ 17 ด.ญ.สริตา ไตรพรม 18 ด.ญ.ศุภิสรา วังคีรี 19 ด.ญ.ปิยณฐัมูลโชติ 20 ด.ญ.พลิาศลักษณ์การะเกตุ 21 ด.ญ.อนิทุอร ยุติธรรม 22 ด.ญ.อรฤดีมีชัย 23 ด.ญ.กนกวรรณ มูลโชติ 24 นางสาวเมษา ตระกลูดิษฐ์ มีส่วนร่วมในการ ท างานกลุ่ม แบบสงัเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล การแสดงความคดิเหน็การยอมรับฟังคนอื่น ที่ชอื่ - นามสกลุ ท างานตามที่ไดร้ับ มอบหมาย ความมีน าใจ
สื่อการสอนที่ใช้ คลิปวิดีโอ
หนังสือในห้องสมุด
หนังสือเล่มเล็กโดยครูทัศนีย์ สิงห์บันดาล
น ามาจัดท าเป็น E-Book และเผยแพร่
ภาพกิจกรรมการเรียนการสอน
ผลงาน/ชิ้นงาน
-25- -
รางวัลที่ได้รับ - ครูผู้ฝึกสอนนักเรียนในการแข่งขันกิจกรรมการอ่านจับใจความด้วยเทคนิคบันได 6 ชั้น ระดับเขตพื้นที่การศึกษาตราด - -
ผู้ฝึกสอนนักเรียนและกรรมการตัดสินในการแข่งขันหนังสือเล่มเล็กระดับเขตพื้นที่