The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการเรียนรู้แบบเน้นกระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL

รายวิชาทักษะและเทคนิคการสอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ji0980873785, 2022-03-25 21:47:52

การจัดการเรียนรู้แบบเน้นกระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL

การจัดการเรียนรู้แบบเน้นกระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL

รายวิชาทักษะและเทคนิคการสอน



คำนำ

หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหน่ึงของรายวิชา
ทักษะและเทคนิคการสอน รหัสวิชา 5002614
จัดทาขึ้นเพื่อศึกษาหาความรู้ในเร่ืองรูปแบบการ
จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ แ บ บ เ น้ น ก ร ะ บ ว น ก า ร คิ ด ด้ ว ย
เ ท ค นิ ค KWL โ ด ย เ นื้ อ ห า ป ร ะ ก อ บ ไ ป ด้ ว ย
ความหมาย วัตถุประสงค์ ขั้นตอนของการ
จัดการเรียนรู้ บทบาทของผู้สอน บทบาทของ
ผู้เรียน ประโยชน์ของวิธีการสอน ข้อจากัดของ
การจัดการเรียนรู้แบบเน้นกระบวนการคิดด้วย
เทคนิค KWL และแผนการจัดการเรียนรู้โดย
ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต ์ ใ ช้ ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ แ บ บ เ น้ น
กระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค KWL

คณะผู้จัดทาขอขอบพระคุณอาจารย์
ดร.รัชกร ประสีระเตสัง ที่คอยให้คาแนะนาใน
การจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้และให้คาแนะนา
การจัดทาหนังสือเล่มนี้ คณะผู้จัดทาหวังว่า
หนังสือเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน นักเรียน
นักศึกษา หรือผู้ท่ีสนใจที่กาลังหาข้อมูลเร่ืองนี้
อยู่ หากมีข้อแนะนาหรือมีข้อผิดพลาดประการใด
คณะผูจ้ ัดทาขอนอ้ มรบั ไวแ้ ละขออภยั มา ณ ท่นี ี้



สำรบัญ หนา้

เรือ่ ง ก

คานา
สารบัญ 1
กระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค KWL 3
4
ความหมาย 7
วัตถปุ ระสงค์ 10
การจดั การเรยี นรู้ 11
ข้นั ตอนการจัดการเรยี นรู้ 12
ประโยชน์ 13
ข้อจากัด 14
บทบาทของผสู้ อน 15
บทบาทของผูเ้ รยี น 32
สรปุ การจดั การเรยี นรู้ ค
แผนการจดั การเรยี นรู้
สือ่ /แหล่งเรยี นรู้
บรรณานุกรม

ความหมาย 1

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ

ทิ ศ น า แ ข ม ม ณี ( 2 5 4 8 ) ก ล่ า ว ว่ า ก า ร ส อ บ แ บ บ เ น้ น
กระบวนการคิดของโมเดล หรือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่าน
โ ม เ ด ล KWL แ น ว คิ ด ก า ร ส ร้ า ง อ ง ค ์ ค ว า ม รู้ ด้ ว ย ต น เ อ ง
(Constructivism) เป็นแนวคิดท่ีมีความเช่ือที่ว่าโดยทั่วไปคนเรา
นั้นเกิดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการปรับสมดุลหรือโครงสร้างทาง
สมอง หรือกระบวนการ Accommodationกระบวนการดังกล่าว
เกิดข้ึนเมื่อคนเรารับประสบการณ์ใหม่ แล้วนาประสบการณ์ใหม่
เหล่านั้นไปเช่ือมโยงกับประสบการณ์เดิมที่มีอยู่ หากประสบการณ์
เดิมและประสบการณ์ใหม่มีความสัมพันธ์และสามารถเช่ือมโยงกัน
ไ ด้ ก็ จ ะ เ กิ ด ภ า ว ะ ส ม ดุ ล ท า ง ส ม อ ง ( Equilibrium) ซ่ึ ง ก็ คื อ
กระบวนการเกิดองค์ความรู้ใหม่นั่นเอง ในทางกลับกันหาก
ประสบการณ์เดิมไม่สอดคล้องหรือสัมพันธ์กับประสบการณ์ใหม่
ภาวะในสมองจะเกิดความไม่สมดุล (Disequilibrium) เม่ือสมอง
คนเราเกิดความไม่สมดุลดังกล่าว มักจะเกิดพฤติกรรมสงสัยใคร่รู้
ไม่แน่ใจ ไม่ปักใจเชื่อข้อมูลจากประสบการณ์ใหม่ในทันที ดังนั้น
ธรรมชาติของคนเราจึงพยายามปรับความไม่สมดุลให้กลับเข้าสู่
สภาวะปกติหรือสภาวะสมดุล น่ันก็คือกระบวนการปรับโครงสร้าง
ทางสมองหรอื การสร้างองคค์ วามรู้ขน้ึ ใหม่นัน่ เอง

ความหมาย 2

กระบวนการคิดด้วยเทคนคิ

กระบวนการปรับโครงสร้างทางสมองดังกล่าวสามารถทาได้โดย
ก า ร ค้ น ค ว้ า ห า ค ว า ม รู้ เ พ่ิ ม เ ติ ม สื บ ค้ น ข้ อ มู ล ห รื อ เ พ่ื อ ใ ห้ ไ ด้
ความชัดเจนและความกระจ่างมากขึ้นดังน้ันจะเห็นว่า แนวคิดการ
สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) ของไวก็อทสก้ี
(Vygotsky) ดูจะให้ความสาคัญกับการเชื่อมโยงและสร้าง
ค ว า ม สั ม พั น ธ ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ ส บ ก า ร ณ ์ เ ดิ ม กั บ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ ์ ใ ห ม่
เพื่อสรา้ งองค์ความร้ใู หม่ขน้ึ มา กระบวนการดงั กล่าวสอดคล้องกับ
แนวคิดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านตาราง 3 ช่อง K-W-L
(what I already know/ what I want to know/ what I
have learned) ที่เน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเชื่อมโยง
ประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่อย่างเป็นรูปธรรมและเป็น
ระบบ

K W L

(what I already (what I want to (what I have
know) know) learned)

วัตถปุ ระสงค์ 3

กระบวนการคิดดว้ ยเทคนคิ

1. เป็นการกระตุ้นความอยาก ใคร่ใฝร่ ู้ในสิ่งท่ีผู้เรียนสนใจ
จริง ๆ กระตุ้นให้ค้นคว้าหาคาตอบในเรื่องที่ตนเองสนใจ
และอยากรู้เพ่ิมเติมผ่านการเชื่อมโยงข้อมูล/ประสบการณ์
ระหว่างของเดิมและของใหม่จนก่อเกิดเป็นการสร้างองค์
ความรู้ดว้ ยตนเอง

2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนตัดสินใจ ตกลงใจ และตระหนักในสิ่ง
ท่ีอยากจะเรียนรู้หรือสนใจจริง ๆ และพัฒนาจนกลายเป็น
ข้ อ ค า ถ า ม แ ล ะ ค ว า ม ส ง สั ย ส่ ว น ตั ว ซึ่ ง จ ะ ก ล า ย เ ป็ น
วัตถปุ ระสงคใ์ นการเรียนรู้เรอ่ื งน้นั ตอ่ ไป

3. ช่วยให้ผู้เรียนสามารถตรวจสอบความก้าวหน้าในการ
เรยี น ความเข้าใจในบทเรยี นได้ตลอดเวลา

4. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิดนอกกรอบ ไม่ยึดติดกับ
การคน้ คว้าหาความรู้จากหนงั สือแบบเรียนเพียงอยา่ งเดียว

การจดั การเรยี นรู้ 4

แบบเนน้ กระบวนการคดิ ด้วยเทคนิค

เทคนคิ การเรียนรู้แบบ K-W-L ประกอบด้วย 3 ขัน้ ตอน
ดังน้ี

1. ขั้นรู้ = K (Know) ผู้สอนจะต้องต้ังประเด็น
ผู้สอนจะตั้งประเด็น (หรือหัวข้อบทเรียน) ให้ผู้เรียน
ทุกคนทราบ หลังจากนั้นจึงปล่อยให้ผู้เรียนแต่ละคนได้
คดิ และให้ผเู้ รยี นแต่ละคน (หรือแตล่ ะกลุ่ม) ได้เขยี นสาระ
ต่าง ๆ ท่ีผู้เรียนมีความรู้อยู่แล้วเกี่ยวกับประเด็นท่ีผู้สอน
ตงั้ ไวใ้ นกระดาษทผี่ ้สู อนแจกให้

K W L

(what I already (what I want to (what I have
know) know) learned)

การจัดการเรียนรู้ 5

แบบเน้นกระบวนการคดิ ด้วยเทคนิค

2. ขั้นต้องการเรียน = W (Want) หลังจากท่ี
ผเู้ รยี นบนั ทึกสาระต่าง ๆ ที่ตนเองมีความรูอ้ ยู่แล้วเกย่ี วกบั

ประเด็น (หรือหัวข้อบทเรียน) ท่ีผู้สอนต้ังไว้แล้ว ผู้สอนจะ
ใหผ้ เู้ รียนบนั ทึกถงึ ความต้องการที่เกี่ยวกับสาระหรือข้อมูล

ตา่ ง ๆ ทผี่ เู้ รยี นตอ้ งการจะเรียนรู้เพ่ิมมากย่งิ ขึ้น ซงึ่ อาจจะ
บันทึกเป็ นหัวข้อ ย่อย ๆ ก็ได้ ถ้าเป็ นกิจกรรมกลุ่ม
สามารถให้กลุ่มช่วยกันคิดว่า ต้องการเรียนรู้สิ่งใด
เพ่ิมเติม ในหัวข้อท่ีผู้สอนกาหนดไว้หลังจากน้ัน จะมีการ
จัดการเรียนรู้ตามปกติ ซ่ึงอาจให้ผู้สอนเป็นผู้นาช้ันเรียน
ห รื อ ป ล่ อ ย ใ ห้ ผู้ เ รี ย น ศึ ก ษ า บ ท เ รี ย น แ ต่ เ พี ย ง ล า พั ง จ า ก

สื่อต่างๆ ท่ีผู้สอนจัดไว้ให้ หรืออาจจะให้ผู้เรียนออกไป

คน้ คว้าหาความรู้เกย่ี วกับหัวข้อยอ่ ย ๆ ท่ผี ู้เรียนบันทึกไว้ใน
กระดาษช่อง W

K W L

(what I already (what I want to (what I have
know) know) learned)

การจดั การเรยี นรู้ 6

แบบเนน้ กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนิค

3. ข้ันเรยี นรู้แลว้ = L (Learned) ในขน้ั สดุ ทา้ ยนี้

จะให้ผู้เรียนบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้เรียนได้เรียนรู้

แล้วจากขั้นตอนที่ผ่านมา ลงในกระดาษช่องทาง

ขวามือท่ีเหลือ และให้ผู้เรียนช่วยกันสรุปว่า สิ่งที่
ผู้เรียนรู้แล้ว (K) สิ่งที่ผู้เรียนต้องการเรียน (W)
และส่ิงท่ีผู้เรียนเรียนรู้แล้ว (L) มีความสัมพันธ์กัน
หรอื ไม่ อยา่ งไร และสรปุ ผลความรทู้ ี่ได้

K W L

(what I already (what I want to (what I have
know) know) learned)

ขนั้ ตอนการจดั การเรียนรู้ 7

ของกระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนิค

ทิศนา แขมมณี(2548) กล่าวว่าเทคนิคการเรียนรู้แบบ KWL
ประกอบดว้ ย 3 ขัน้ ตอน ดงั น้ี

1. ขนั้ ร=ู้ K (Know)
ผู้ ส อ น จ ะ ต้ อ ง ต้ั ง ป ร ะ เ ด็ น ( ห รื อ หั ว ข้ อ บ ท เ รี ย น )

ให้ผู้เรียนทุกคนทราบ หลังจากนั้นจึงปล่อยให้ผู้เรียนแต่ละคนได้
คิด และให้ผู้เรียนแต่ละคน (หรือแตล่ ะกลมุ่ ) ได้เขยี นสาระต่าง ๆ ที่
ผู้เรียนมีความรู้อยู่แล้วเก่ียวกับประเด็นท่ีผู้สอนต้ังไว้ในกระดาษท่ี
ผู้สอนแจกให้คอลัมน์“K” เป็นการระบุข้อมูลจากประสบการณ์เดิม
ของผูเ้ รียน ซง่ึ ถอื เป็นส่ิงจาเป็นอยา่ งยงิ่ ในการต่อยอดองค์ความรู้
สาหรับผู้เรียนครูเป็นบุคคลสาคัญในการกระตุ้นให้ผู้เรียนสะท้อน
ข้อมูลจากประสบการณ์เดิมออกมาให้มากที่สุดทั้งนี้เพื่อเป็ น
การตรวจสอบว่าข้อมูลจากประสบการณ์เดิมที่มีอยู่ของผู้เรียน
ถูกต้องและเป็นปัจจุบันหรือไม่ กรณีที่ข้อมูลหรือประสบการณ์เดิม
ของผู้เรียนไม่ถูกต้อง ครูอาจจะนาประเด็นเหล่าน้ีไปใช้เป็ น
ข้อคาถามของช่อง “W คือส่ิงที่ฉันอยากจะรู้” ได้ท้ังน้ีอาจจะใช้ใน
กรณีท่ตี ้องการพิสจู น์ข้อเท็จจรงิ ของข้อมูลจากประสบการณ์เดมิ

ขนั้ ตอนการจดั การเรยี นรู้ 8

ของกระบวนการคิดด้วยเทคนิค

2. ข้นั ตอ้ งการเรยี น = W (Want)
หลังจากที่ผู้เรียนบันทึกสาระต่าง ๆ ที่ตนเองมีความ

รู้อยู่แล้วเก่ียวกับประเด็น (หรือหัวข้อบทเรียน) ท่ีผู้สอนตั้งไว้แล้ว
ผู้สอนจะให้ผู้เรียนบันทึกถึงความต้องการที่เก่ียวกับสาระหรือ
ข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้เรียนต้องการจะเรียนรู้เพ่ิมมากย่ิงขึ้น ซ่ึงอาจจะ
บันทึกเป็นหัวข้อย่อย ๆ ก็ได้ถ้าเป็นกิจกรรมกลุ่ม สามารถให้กลุ่ม
ช่วยกันคิดว่า ต้องการเรียนรู้ส่ิงใดเพิ่มเติม ในหัวข้อท่ีผู้สอน
กาหนดไว้หลังจากน้ัน จะมีการจัดการเรียนรู้ตามปกติซ่ึงอาจให้
ผสู้ อนเป็นผู้นาชน้ั เรยี น หรอื ปลอ่ ยใหผ้ ู้เรียนศึกษาบทเรียนแต่เพียง
ลาพังจากสื่อต่าง ๆ ท่ีผู้สอนจัดไว้ให้หรืออาจจะให้ผู้เรียนออกไป

ค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับหัวข้อย่อย ๆ ท่ีผู้เรียนบันทึกไว้ใน
กระดาษชอ่ ง W

คอลัมน์“W – ส่ิงท่ีฉันอยากจะรู้” น้ีเป็นการระบุในสิ่งที่
ผู้เรียนสนใจและต้องการลงมือปฏิบัติจริงในการสร้างองค์ความรู้

ใหม่ขึ้นมา การส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนรู้จักต้ังคาถามของ
ตัวเองเกี่ยวกับส่ิงที่เรียนทั้งก่อนลงมือทากิจกรรมระหว่างทา
กิจกรรม และหลังการทากิจกรรมการเรียนรู้ถือเป็นสิ่งจาเป็น
อย่างยิ่ง ทักษะเหล่านี้จะกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนลงมือ
ปฏิบัติทากิจกรรมอย่างจริงจัง และยังเป็นรากฐานในการเรียนรู้
ด้วยตนเองอยา่ งมน่ั คงกับผู้เรียนต่อไปอกี ด้วย

ขัน้ ตอนการจดั การเรยี นรู้ 9

ของกระบวนการคิดด้วยเทคนิค

3. ขน้ั เรียนรู้แล้ว = L (Learned)
ในขั้นสุดท้ายน้ีจะให้ผู้เรียนบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้เรียน

ได้เรียนรู้แล้วจากข้ันตอนท่ีผ่านมา ลงในกระดาษช่องทางขวามือท่ี
เหลือ และให้ผู้เรียนช่วยกันสรุปว่า สิ่งที่ผู้เรียนรู้แล้ว (K) ส่ิงที่
ผู้เรียนต้องการเรียน (W) และส่ิงท่ีผู้เรียนเรียนรู้แล้ว (L) มี
ความสมั พันธ์กันหรอื ไม่อย่างไร และสรปุ ผลความรู้ทไี่ ด้

คอลัมน์นี้เป็นการสรุปส่ิงที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ใหม่ ทั้งนี้
ผู้เรียนสามารถใช้ข้อมูลในคอลัมน์น้ีในการตรวจสอบ เปรียบเทียบ

ปริมาณและระดับความลึกซ้ึงขององค์ความรู้ใหม่ท่ีเกิดขึ้นมาโดย

เปรียบเทียบกับคอลัมน์แรก (K คือ ส่ิงท่ีฉันรู้แล้ว) คอลัมน์เป็น
ประโยชน์อย่างยิ่งในการตรวจสอบความก้าวหน้าทางการเรียนรู้
ของผู้เรียน และตรวจสอบได้ว่าสิ่งที่ผู้เรียนต้องการเรียนรู้ใน
คอลมั น์“W คือสง่ิ ที่ฉนั อยากจะรู้” น้ันบรรลุผลหมดทุกประการแล้ว
หรอื ไม่

ประโยชน์ 10

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ

เป็นเครอ่ื งมอื นาทางท่เี ป็นรปู ธรรมในการหา
ค้นควา้ หาความรขู้ องผเู้ รยี น

ช่วยระบุแหล่งทีม่ าของขอ้ มูล หรอื แหล่งเรยี นรู้
ท่ีชัดเจน

สามารถทาการตรวจสอบความนา่ เชอื่ ถือและ
ความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู ไดง้ า่ ยเม่ือทราบแหลง่ ขอ้ มลู

สง่ เสริมการมสี ว่ นร่วมในกระบวนการสร้าง
องค์ความรดู้ ว้ ยตนเอง

ช่วยพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ให้พร้อม
ในระดับทสี่ ูงข้ึน

ข้อจากัด 11

กระบวนการคิดดว้ ยเทคนคิ

ข้อจากดั ของรูปแบบนค้ี อื ครูท่ีจะคอยกระตุน้
ผเู้ รยี นสงั เกตและเก็บข้อมลู รายละเอียดต่าง ๆ
ซึ่งจะเป็นประโยชนต์ ่อการสรปุ บทเรียนและตดิ ตาม
ความก้าวหนา้ ของการสรา้ งองค์ความรู้

ผู้ เ รี ย น ต้ อ ง รู้ จั ก ย อ ม รั บ แ ล ะ เ ปิ ด ใ จ รั บ ฟั ง
ความคิดเห็นของผู้อื่น ภายใต้บรรยากาศ
ของการเคารพ
และใหเ้ กียรตซิ งึ่ กันและกนั

ผเู้ รียนตอ้ งมีประสบการณ์เดิมเพียงพอทจี่ ะ
สามารถนาความรเู้ ดมิ มาประยกุ ต์ใช้กบั ความรู้
ใหม่

การเรียนรู้ต้องอาศัยประสบการณ์เดิมของ
ผู้เรียนเสมอ และความรู้เดิมของผู้มักมีความ
หลากหลายแตกตา่ งกันออกไป

บทบาทผู้สอน 12

แบบเน้นกระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ

1 ขั้นร=ู้ K (Know)
ครูเลือกเรื่องหรือบทความท่ีเหมาะสมกับระดับชั้นและ

ระดับความสามารถในการอ่านตามวัยของนักเรียน กระตุ้นให้
นักเรียนแสดงความคิด โดยใช้คาถามตะล่อมเพ่ือให้นักเรียน
อธิบายเหตุผลและแนะนานักเรียนเก่ียวกับการจัดหมวดหมู่ของ
ขอ้ มูลทีค่ าดว่าจะใช่
2 ข้ันต้องการเรียน = W (Want)

ผู้สอนจะให้ผู้เรียนบันทึกถึงความต้องการที่เก่ียวกับ
สาระหรือข้อมูลต่าง ๆ ท่ีผู้เรียนต้องการจะเรียนรู้เพ่ิมมากย่ิงขึ้น
ซึ่งอาจจะบันทึกเป็ นหัวข้อย่อย ๆ ก็ได้ถ้าเป็ นกิจกรรมกลุ่ม
สามารถให้กลุ่มช่วยกันคิดว่า ต้องการเรียนรู้ส่ิงใดเพิ่มเติม ใน
หัวข้อท่ีผู้สอนกาหนดไว้หลังจากนั้น จะมีการจัดการเรียนรู้
ตามปกติซ่ึงอาจให้ผู้สอนเป็นผู้นาช้ันเรียน หรือปล่อยให้ผู้เรียน
ศึกษาบทเรียนแต่เพียงลาพังจากสื่อต่าง ๆ ที่ผู้สอนจัดไว้ให้หรือ
อาจจะให้ผู้เรียนออกไปค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับหัวข้อย่อย ๆ ท่ี
ผูเ้ รียนบนั ทึกไว้ในกระดาษ
3 ขัน้ เรยี นรแู้ ลว้ = L (Learned)

ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้อภิปรายผลการเรียนรู้ที่
ได้จากการอ่าน ผู้สอนแนะนาแหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมแก่ผู้เรียนใน
สว่ นทน่ี ักเรยี นยังหาคาตอบไม่ได้

บทบาทผ้เู รยี น 13

แบบเนน้ กระบวนการคิดด้วยเทคนคิ

1 ข้นั รู้= K (Know)
ผเู้ รยี นแตล่ ะคนไดค้ ดิ รว่ มกันระดมความคิดภายในกลุ่ม
และผเู้ รียนบันทกึ สาระตา่ ง ๆ ท่ีตนเองมคี วามรอู้ ยู่แล้ว
เกย่ี วกบั ประเดน็ (หรือหวั ข้อบทเรยี น) ทผ่ี ู้สอนตั้งไว้ใน
ช่อง K (what I already know)

2 ขัน้ ตอ้ งการเรยี น = W (Want)
ผู้เรียนอภปิ รายและระดมความคิด เขียนคาถามทีต่ งั้ ไว้
ลงในช่อง W (What I want to knew) อ่านเรอื่ ง
หรอื บทความและตอบคาถามทต่ี ้ังไว้ รวมทัง้ เพ่ิมเตมิ คา
ถามในประเด็นที่ตอ้ งการรู้

3 ขัน้ เรียนรแู้ ลว้ = L (Learned)
ผู้เรียนอภิปราย และเขียนบันทกึ แนวคดิ ความรูท้ ี่พบวา่
นา่ สนใจจากการอ่านลงในช่อง L (What I have
learned) และค้นควา้ เพิ่มเติมคาถามบางคาถามที่ยงั หา
คาตอบไม่ได้จากการอ่านครง้ั น้ี

สรปุ การจัดการเรยี นรู้ 14

แบบเนน้ กระบวนการคดิ ด้วยเทคนิค

การจดั การเรียนรูแ้ บบ KWL ซ่ึงประกอบด้วย 3 ข้นั ตอน ดังน้ี

K ใ น ก ร ะ บ ว น ก า ร KWL ห ม า ย ถึ ง “ Know” เ ป็ น
ข้ันตอนที่นักเรียนตรวจสอบหัวข้อเร่ืองหรือชื่อเร่ืองว่าตนเองมี
ความรู้เกี่ยวกับชื่อเรื่องมากน้อยเพียงใด เป็นการนาความรู้เดิมมา
ใ ช้ เ พ ร า ะ ก า ร เ ชื่ อ ม โ ย ง ค ว า ม รู้ ใ ห ม่ กั บ ค ว า ม รู้ พื้ น ฐ า น แ ล ะ
ประสบการณ์ของนักเรียน เป็นสิ่งสาคัญในการการจัดกิจกรรม
ก่อนอ่าน ซ่ึงเป็ นการเตรียมนักเรียนในการเรียนรู้เนื้อหาใหม่
การบูรณาการระหวา่ งความรู้พ้ืนฐาน และเร่ืองท่ีนักเรียนจะอ่านเป็น
สิง่ ท่ีช่วยใหน้ กั เรียนสรา้ งความหมายของบทอ่านไดด้ ี และผู้อ่านควร
ได้รบั การกระตุ้นความรพู้ ้ืนฐาน ดังน้ัน ข้ันตอนน้ี ทฤษฎีโครงสร้าง
ความรู้ ซึ่งเป็ นทฤษฎีโครงสร้างความรู้ซ่ึงเป็ นทฤษฎีว่าด้วย
หลักการในการนาความรู้พื้นฐาน ความรู้เดิมและประสบการณ์เดิม
มาใชใ้ นการเรยี นการสอนจึงเป็นทฤษฎีเกย่ี วข้องท่ีสาคัญมาก

W ในกระบวนการ KWL หมายถึง “Want to know”
เ ป็ น ขั้ น ต อน ท่ีนั กเ รีย น จ ะ ต้อ งถ าม ตั ว เ อ งว่ า ต้ อ งก าร รู้ อ ะไ ร ใ น เ นื้ อ
เรื่องท่ีจะอ่านบ้าง ซึ่งคาถามที่นักเรียนสร้างข้ึนก่อนอ่านน้ีเป็นการ
ตงั้ เปา้ หมายในการอา่ น และเป็นการคาดหวังว่าจะพบอะไรในบทอ่าน
บา้ ง

L ในกระบวนการ KWL หมายถึง “Learned” เป็น
ขั้นตอนท่ีนักเรียนสารวจว่าตนเองได้เรียนรู้อะไรบ้างจากบทอ่าน
โดยนักเรียนจะหาคาตอบให้กับคาถามท่ีตนเองต้ังไว้ ในขั้นตอน W
และจดบนั ทกึ ส่ิงที่ตนเองเรยี นรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ 15

แบบเนน้ กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนคิ

แผนการจดั การเรยี นรู้
แบบเนน้ กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนคิ KWL

รายวิชาภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน (อ15101) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5

Topic: Sarah’s Hobbies เวลา 1 ชัว่ โมง

สอนวันท…ี่ … เดอื น………………. พ.ศ. ………… ภาคเรยี นที่ 2/2564

1. สาระสาคัญ

ก า ร เ รี ย น รู้ เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร อ่ า น ป ร ะ ก อ บ ไ ป ด้ ว ย ก า ร อ่ า น
จับใจความ และการอ่านตอบคาถาม ถือเป็นทักษะท่ีสาคัญอีกทักษะหนึ่ง
และการอ่าน เร่ือง Sarah’s Hobbies จะทาให้เราได้เรียนรู้จับใจความ
สาคัญ เข้าใจในเน้ือเรื่องที่อ่านแล้ว ยังสามารถเรียนรู้คาศัพท์
และประโยคเกยี่ วกบั เน้อื เรื่องทอี่ ่าน และนาไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง
และมปี ระสิทธภิ าพ

2. ตวั ช้วี ดั

ตัวชี้วัดข้อที่ 4 ตอบคาถามจากการฟงั และอา่ นประโยค
และบทสนทนา และ นิทานงา่ ยๆ (ต 1.1-4)

แผนการจัดการเรยี นรู้ 16

แบบเน้นกระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. เขยี น KWL Chart จากการอ่านเร่ือง Sarah’s

Hobbies ได้

2. บอกความหมายคาศพั ท์ได้
3. ตอบคาถามจากอา่ นเรอ่ื ง Sarah’s Hobbies ได้
4. อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ จากการอ่านได้

แผนการจดั การเรยี นรู้ 17

แบบเนน้ กระบวนการคิดด้วยเทคนิค

สมรรถนะการเรยี นรู้ (C : Competency)
 1. ความสามารถในการส่ือสารกระบวนการปฏบิ ตั ิ

เน้นทกั ษะ การอ่าน .
 2. ความสามารถในการคิด
 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ การทางาน

เป็นกลมุ่ ..
 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A : Attitude)
ม่งุ มัน่ ในการทางาน

แผนการจดั การเรียนรู้ 18

แบบเน้นกระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนิค

5. สาระการเรยี นรู้
Topic : Sarah’s Hobbies
Vocabulary : cooking, jogging, jigsaw

puzzle, etc.
Function : Reading the passage and

answer the question.
Major skill : Reading

Minor skills : Writing, Listening, Speaking
Integration : Learning Area of Social Study

6. สือ่ การเรยี นการสอน
6.1 สมดุ คาศพั ท์ (Pop up)
6.2 Handout 1: Vocabulary
6.3 Handout 2: the passage about Sarah’s

Hobbies
6.4 Worksheet : Read the passage Sarah’s

Hobbies and write KWL chart.

แผนการจัดการเรยี นรู้ 19

แบบเนน้ กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ

7. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (1 ชว่ั โมง)

บทบาทครู บทบาทนกั เรยี น

1. ขั้น K (What you know)

เป็นขั้นของการเตรยี มความรพู้ ื้นฐานก่อนอา่ น

1. ครกู ลา่ วทักทายนักเรยี น 1. นักเรียนกลา่ วทกั ทายนกั เรียน

2 . ค รู ถ า ม นั ก เ รี ย น ก่ อ น เ ข้ า สู่ 2. นักเรยี นตอบคาถามครู

บทเรยี น 3. นักเรียนฟังครูชี้แจงเกี่ยวกับ

3 . ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น เ ก่ี ย ว กั บ บทเรยี นทจ่ี ะเรยี นในคาบน้ี

บทเรียนทจี่ ะเรยี นในคาบน้ี 4. นักเรียนฟังครูอ่านและอธิบาย

4. ค รู อ่ า น แ ล ะ อ ธิ บ า ย ค า สั่ ง คาสง่ั ตาม Handout 1

ตาม Handout 1 5. นักเรียนฟังครูยกตัวอย่างการ

5. ครูยกตัวอยา่ งการออกเสียงและ อ อ ก เ สี ย ง แ ล ะ ค ว า ม ห ม า ย ใ ห้

ค ว า ม ห ม า ย ใ ห้ นั ก เ รี ย น ดู เ ป็ น นักเรยี นดเู ป็นตัวอยา่ ง เชน่

ตวั อย่าง เชน่ - Teacher: cooking แล้วให้

- Teacher: cooking แล้วให้ นักเรียนออกเสยี งตามรอบที่ 1

นักเรยี นออกเสยี งตามรอบที่ 1 - Teacher: cooking แล้วให้

- Teacher: cooking แล้วให้ นกั เรยี นออกเสียงตามรอบท่ี 2

นักเรียนออกเสียงตามรอบท่ี 2 แ ล ะ ฟั ง ค ว า ม ห ม า ย จ า ก ค รู

แ ล ะ ฟั ง ค ว า ม ห ม า ย จ า ก ค รู ใน Handout 1

ใน Handout 1

แผนการจดั การเรียนรู้ 20

แบบเนน้ กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ

1. ขน้ั K (What you know)
เป็นขนั้ ของการเตรียมความรพู้ ื้นฐานกอ่ นอา่ น

(ต่อ)

6. ครูตรวจสอบความเขา้ ใจของ 6. นกั เรยี นทวนคาสงั่ ของครู ใน

นักเรียน โดยการทวนคาสงั่ ใน Handout 1

Handout 1

7. ครูออกเสยี งคาศพั ทแ์ ละ 7. นักเรยี นฟงั ครูออกเสียงคาศพั ท์

ความหมายเกีย่ วกับเร่ือง Sarah’s และความหมายเก่ียวกบั เรือ่ ง

Hobbies เช่น cooking, Sarah’s Hobbies เชน่

jogging, jigsaw puzzle, etc. cooking, jogging, jigsaw

ตาม Handout 1 โดยครูออก puzzle, etc. ตาม Handout 1

เสียงให้นักเรยี นฟงั ทีละคา คาละ 2 โดยครูออกเสียงใหน้ ักเรียนฟงั ทลี ะ

รอบ พรอ้ มกบั ชูสมุดคาศัพท์ (Pop คา คาละ 2 รอบ พรอ้ มกบั ชสู มุด

up) และให้นกั เรยี นออกเสยี งตาม คาศพั ท์ (Pop up) และนกั เรียน

ออกเสยี งตาม

แผนการจัดการเรยี นรู้ 21

แบบเนน้ กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนคิ

1. ขั้น K (What you know)
เป็นขัน้ ของการเตรียมความรพู้ ื้นฐานก่อนอา่ น

(ตอ่ )

8. ครแู บ่งกลุม่ ใหน้ กั เรียน 8. นกั เรยี นแบ่งกลุม่ ออกเป็น 2

ออกเป็น 2 กลมุ่ กลุ่มละ 3-4 คน กลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน

9. ครอู ธิบายการทาใบงาน ใน 9. นกั เรียนฟงั ครอู ธิบายการทาใบ

Worksheet ยกตัวอย่างการทา งาน ใน Worksheet พร้อมทา

การทาใบงาน และตวั อย่างการ ความเข้าใจในตวั อยา่ งการทาการ

เขียนคาตอบลงในตาราง KWL ทาใบงาน และตวั อย่างการเขียน

คาตอบลงในตาราง KWL

10. ครูใหน้ ักเรียนอา่ นหวั ข้อเรื่อง 10. นักเรยี นอ่านหัวข้อเร่อื งของ

ของบทความแล้วถามนกั เรยี นวา่ รู้ บทความพรอ้ มกนั แล้วตอบคาถาม

อะไรบ้างเพื่อทบทวนความรู้ ครูเพื่อทบทวนความรเู้ ดิม จาก

เดิม จากเรื่องที่กาหนดใหแ้ ละให้ เร่ืองท่ีกาหนดใหแ้ ละเขยี นข้อมูล

นกั เรยี นเขยี นข้อมลู ความร้ลู งใน ของตนเองลงในตารางแผนผงั

ตารางแผนผังความคดิ ชอ่ ง (K) ความคดิ ช่อง (K) ในWorksheet

ในWorksheet

แผนการจดั การเรียนรู้ 22

แบบเนน้ กระบวนการคิดด้วยเทคนิค

บทบาทครู บทบาทนกั เรยี น

2. ขน้ั W (What you want to know)
ขั้นการตั้งจดุ มุง่ หมายในการเรียนรู้ โดยการอ่านซ่ึงผสู้ อนจะใช้คาถาม

กระตุ้นผู้เรียน (ตอ่ )

11. ครูให้นักเรียนระดมความคดิ 11. นักเรียนระดมความคดิ เกยี่ วกับ

เกีย่ วกับสงิ่ ทต่ี ้องการรเู้ กย่ี วกับ ส่ิงท่ีต้องการร้เู กี่ยวกับ Sarah’s

Sarah’s Hobbies โดยเขียนไว้ใน Hobbies โดยเขียนไว้ในรูปของ

รปู ของประโยคคาถาม ครู ประโยคคาถาม ฟงั ครูยกตัวอยา่ ง

ยกตัวอยา่ งประโยค เช่น What ประโยค เช่น What are her

are her hobbies? เป็นต้น hobbies? เป็นตน้ หลงั จากนนั้

หลงั จากน้นั เขยี นประโยคลงในช่องท่ี เขียนประโยคลงในชอ่ งที่ 2 ( W )

2 ( W ) ของใบงาน ผู้สอนอธบิ าย ของใบงาน

วา่ คาถามเหลา่ นี้จะเป็นเสมอื น

วตั ถปุ ระสงค์ทผ่ี ู้เรียนต้องการเรยี นรู้

ซ่ึงทา้ ยสุดกต็ ้องตรวจสอบว่าผเู้ รยี น

จะไดค้ าตอบจากบทอา่ นหรือไม่

แผนการจดั การเรียนรู้ 23

แบบเนน้ กระบวนการคิดด้วยเทคนิค

บทบาทครู บทบาทนักเรียน

2. ขัน้ L (What you have learned)

นักเรยี นไดเ้ รยี นรอู้ ะไรบา้ งเก่ียวกับการอา่ น

12. ครูให้นักเรียนในกลุ่มช่วยกันอ่าน 12. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันอ่าน

บทความท่ีเตรียมไว้โดยครูกระตุ้นให้ บทความและทาความเขา้ ใจบทความ

นักเรียนพยายามหาคาตอบในสิ่งที่
ตนเองตงั้ คาถามไวแ้ ลว้ นน้ั

13. ครูให้นักเรยี นเขยี นบนั ทึกขอ้ มูลที่ 13. นักเรียนเขียนบันทึกข้อมูลท่ีเป็น

เป็นความรใู้ หม่ ไดร้ ู้อะไรบา้ งหลงั จาก ความรู้ใหม่ ได้รูอ้ ะไรบ้างหลังจากการ

การอา่ น ลงในช่อง 3 ( L ) ของ อ่าน ลงในช่อง 3 ( L ) ของ ใบ

ใบงาน เมือ่ เสรจ็ แล้วให้นักเรยี นแต่ละ งาน เม่ือเสร็จแล้วนักเรียนแต่ละกลุ่ม

กลมุ่ ช่วยกนั สรุปและอภิปรายแสดง ช่วยกันสรุปและอภิปรายแสดงความ

ความคดิ เห็นว่าได้ความรใู้ หม่อะไรบ้าง คิดเห็นว่าได้ความรู้ใหม่อะไรบ้างจาก

จากการอ่านบทความ การอา่ นบทความ

แผนการจดั การเรยี นรู้ 24

แบบเนน้ กระบวนการคิดด้วยเทคนคิ

8. การวดั และประเมนิ ผล

สงิ่ ทต่ี อ้ งการวดั วิธกี ารวดั เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การวดั
P: (Procedure)
*1. อา่ นจบั ใจความ การตรวจ นักเรยี นอา่ นจบั
เก่ียวกบั เร่ือง ใบงาน ใจความได้
Sarah’s Hobbies Worksheet ถูกต้องตาม
แลว้ ตอบคาถามได้ เกณฑ์ร้อยละ
70%
2. เขยี นตอบคาถามได้ นักเรียน
ถูกตอ้ ง สามารถเขียน
ใหต้ อบคาถาม
การตรวจ Worksheet
ไดถ้ กู ตอ้ ง ตาม
ใบงาน เกณฑร์ ้อยละ
70%

แผนการจัดการเรียนรู้ 25

แบบเน้นกระบวนการคิดดว้ ยเทคนคิ

8. การวัดและประเมนิ ผล

สง่ิ ทตี่ อ้ งการวดั วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การวดั
C: (Competency)
 1. ความสามารถใน นกั เรยี น
สามารถอ่านจับ
การสื่อสารกระบวนการ ใจความและ
เขยี นตอบ
ปฏิบตั เิ น้นทักษะ Worksheet
คาถามได้
การอา่ น .. ถกู ตอ้ ง ตาม
เกณฑร์ ้อยละ
การตรวจ 70%
นกั เรียนคดิ
แบบฝึกหัด วเิ คราะห์การใช้
คาศพั ท์ ประโยค
 2. ความสามารถใน การตรวจ Worksheet
การคดิ การคดิ ใบงาน ได้ตามเกณฑ์
วเิ คราะห์ ร้อยละ 70

แผนการจัดการเรียนรู้ 26

แบบเนน้ กระบวนการคิดด้วยเทคนคิ

8. การวดั และประเมนิ ผล

สงิ่ ทตี่ อ้ งการวดั วิธีการวดั เครื่องมอื วัด เกณฑ์การวดั
C: (Competency) - -
 3. ความสามารถใน -
การแกป้ ัญหา

4. ความสามารถใน แบบประเมนิ แบบประเมิน
การใช้ทักษะชีวิต แบบสงั เกต แบบสงั เกต
การทางานรว่ มกนั .. การปฏบิ ัตงิ าน การปฏบิ ตั ิงาน
ของนักเรยี น ของ นกั เรียน
การสงั เกต

5. ความสามารถใน -- -
การใชเ้ ทคโนโลยี
การสังเกต แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์การ
A: (Attribute) พฤตกิ รรม คณุ ลกั ษณะอนั ประเมิน
คุณลกั ษณะอันพึง พึงประสงค์ มี คณุ ลักษณะอัน
ประสงค์: วนิ ัย พึงประสงค์ มี

มุ่งมัน่ ในการทางาน วนิ ัย ร้อยละ
70%

แผนการจดั การเรยี นรู้ 27

แบบเนน้ กระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค

ระดับคะแนน 2 1 0

ประเดน็ การประเมนิ

อ่านจับใจความสาคญั จับใจความ จบั ใจความ - จับใจความ

ได้ถกู ต้อง ตามข้ัน สาคญั ของเน้อื สาคญั ของ สาคญั ของ

KWL Chart เรื่องทอ่ี ่าน และ เนื้อเรื่องทอี่ ่าน เนือ้ เร่ืองท่อี า่ น
เข้าใจเนื้อเรอื่ ง และเข้าใจได้ ไม่ได้เลย
ไดถ้ ูกต้อง เลก็ นอ้ ย
- ไมเ่ ข้าใจเนอื้ หา

ทอี่ ่าน

ตอบคาถามไดต้ รง - ตอบคาถาม -ตอบคาถาม - ตอบคาถาม

ตามขั้น KWL Chart จากเนือ้ เรอ่ื ง จากเนือ้ เรือ่ ง จากเน้ือเร่ือง

ไดถ้ กู ต้องทุก ไดเ้ ป็นบางขอ้ ไมไ่ ด้เลย

ขอ้

แผนการจัดการเรยี นรู้ 28

แบบเน้นกระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค

8.1 เกณฑ์การให้คะแนนการอา่ น (Major skill: Reading)

หมายเหตุ : เคร่อื งหมาย * หมายถึง ทักษะหลักคือทักษะการ
อ่าน (Major Skill: Reading)

ตามตวั ชว้ี ดั ขอ้ ที่ 4 ตอบคาถามจากการฟงั และอา่ นประโยคและบท
สนทนา และ นทิ านง่ายๆ (ต 1.1-4)
ระดบั คะแนน

2 10

ประเดน็ การประเมนิ

เขยี นตอบคาถามได้ - เขียนประโยค - เขียนประโยค - เขียนประโยค

ถูกตอ้ ง ถูกตอ้ งตามหลกั ไมต่ รงตาม ผดิ หลัก

ไวยากรณ์ หลักไวยากรณ์ ไวยากรณ์ทุก

ทง้ั หมด เลก็ นอ้ ย ประโยค

ตัวพิมพเ์ ล็ก/พิมพ์ - ตวั พิมพเ์ ลก็ / - ตัวพิมพ์ - ใส่ตัวพิมพเ์ ล็ก/

ใหญ่ พิมพใ์ หญ่ เลก็ /พิมพใ์ หญ่ พิมพ์ใหญ่ไมถ่ ูก

ถกู ตอ้ ง ผดิ บ้าง เลย

แผนการจัดการเรียนรู้ 29

แบบเนน้ กระบวนการคิดด้วยเทคนิค

8.3 เกณฑ์การให้คะแนนคณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์ (ดา้ นการมงุ่ มน่ั ในการทางาน)

ระดบั คะแนน

10

ประเด็นการประเมนิ

การเขา้ เรยี นตรงเวลา เข้าเรยี นตามเวลาท่ีครู เข้าเรยี นสาย

กาหนด

สง่ งานตรงเวลา - สง่ งานตามเวลาที่ครู - ส่งงานช้า

กาหนด - งานไมส่ ะอาด

- งานสะอาดเรยี บร้อย เรยี บรอ้ ย

9. อ้างองิ

หนังสือเรียนวิชาพ้ืนฐานภาษาอังกฤษ Say hello 4 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุ ทธศักราช 2551 บริษัท : แม็คเอ็ด
ดูเคช่ัน จากดั

แผนการจัดการเรียนรู้ 30

แบบเนน้ กระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค

10. บนั ทกึ หลงั การสอน
10.1 ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………..………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………..……………………………………………………

10.2 ปัญหา/อุปสรรคในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
………………………………………………………………………………………………………………...………
………………………………..………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………..…...………………………………………………

10.3 ข้อเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………...……………………………………………………

ลงช่อื …….………………………………… (นกั ศกึ ษา)

(คณะผจู้ ดั ทา)

แผนการจดั การเรยี นรู้ 31

แบบเน้นกระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนิค

11. ความคดิ เหน็ ของครพู ี่เลีย้ ง
............................................................................................................................. .............................
............................................................................................................................. .............................
............................................................................................................................. .............................

ลงชือ่ ......................................................

(อาจารย์ ดร. รชั กร ประสรี ะเตสัง)

สอื่ /แหล่งเรยี นรู้ 32

แบบเนน้ กระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค

สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ 33

แบบเนน้ กระบวนการคดิ ด้วยเทคนิค

สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ 34

แบบเนน้ กระบวนการคดิ ด้วยเทคนิค



บรรณำนกุ รม

คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฎบ้านสมเด็จเจา้ พระยา. (2560).
ข้อดีและ ขอ้ ดอ้ ยของการจัดการเรยี นรแู้ บบเน้นกระบวนการคดิ ดว้ ย
เทคนิค KWL. สบื คน้ วนั ที่ 12 มกราคม 2565, จาก
http://nrwpa.blogspot.com/2018/04/blog-post_53.html.

คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยนเรศวร. (2560). บทบาทของครูและ
นกั เรียนใน การจัดการเรียนรู้แบบเน้นกระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ
KWL. สบื คน้ วนั ที่ 12 มกราคม 2565, จาก
http://www.edu.nu.ac.th/researches/admin/upload.

ธัญชนก วงศ์วรรณ. (2561). วัตถปุ ระสงคข์ องการจดั การเรียนรู้แบบ
เน้น กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ KWL. สืบคน้ วันท่ี 12 มกราคม
2565, จาก https://sites.google.com/site/kruthunchanok1.

ดร.พิจตรา ธงพานิช. (2561). ความหมายของการสอนแบบเน้น
กระบวนการคิด ด้วยเทคนิค KWL. สบื ค้นวันท่ี 12 มกราคม 2565,
จาก https://chittaponchuenta.blogspot.com.

วไิ ลวรรณ สวสั ดวิ งศ์. (2547). ขน้ ตั อนของการจดกั ารเรยี นรูแ้บบเนน้
กระบวนการ คิดด้วยเทคนิค KWL. สืบค้นวนั ท่ี 12 มกราคม 2565,
จาก https://nrwpa.blogspot.com/2018/04/blog-post.

สพุ รรณี สุทธรินทร์. (2547). การจดั การเรียนร้แู บบเนน้ กระบวนการ
คิดด้วย เทคนคิ KWL. สืบคน้ วันที่ 12 มกราคม 2565, จาก
https://sites.google.com/site/kruthunchanok1/t




Click to View FlipBook Version