The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภายใต้หัวข้อสหภาพโซเวียตเรื่องนี้ จัดทำขึ้นโดยสมาชิกภายในกลุ่มโดยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์นี้มี เนื้อหาเกี่ยวกับการก่อตั้งสหภาพโซเวียต ยุคสตาลิน ล้มล้างอิทธิพลสตาลินและการผ่อนปรนในสมัยครุชชอฟ รูปแบบการปกครองและเนื้อหาอื่นๆ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-01-12 05:28:16

สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตThe Union of Soviet Socialist Republics - USSR)

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภายใต้หัวข้อสหภาพโซเวียตเรื่องนี้ จัดทำขึ้นโดยสมาชิกภายในกลุ่มโดยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์นี้มี เนื้อหาเกี่ยวกับการก่อตั้งสหภาพโซเวียต ยุคสตาลิน ล้มล้างอิทธิพลสตาลินและการผ่อนปรนในสมัยครุชชอฟ รูปแบบการปกครองและเนื้อหาอื่นๆ



คำนำ

หนั งสื ออิเล็กทรอนิ กส์ ภายใต้
หัวข้อสหภาพโซเวียตเรื่องนี้ จัดทำขึ้ นโดย
สมาชิกภายในกลุ่มโดยหนั งสื อ
อิเล็กทรอนิ กส์ นี้ มี เนื้ อหาเกี่ยวกับการก่อตั้ง
สหภาพโซเวียต ยุคสตาลิน ล้มล้างอิทธิพล
สตาลินและการผ่อนปรนในสมัยครุ ชชอฟ
รู ปแบบการปกครองและเนื้ อหาอื่นๆ

ทั้งนี้ ข้าพเจ้าและสมาชิกหวัง
เป็นอย่างยิ่งว่า หนั งสื ออิเล็กทรอนิ กส์ เล่มนี้
จะมีประโยชน์ ต่อผู้ศึ กษาค้นคว้าหากผิด
พลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ด้วย

ผู้จัดทำ
นาย สิ ขรี นาทอง ชั้น ม.6/8 เลขที่ 11
นาย รัตนชัย ธวัชชัย ม.6/8 เลขที่ 20

สารบัญ ข

เรื่อง หน้ า

คำนำ ก

สารบัญ ข

ประวัติศาสตร์ความเป็นมา 1-2

ภูมิศาสตร์ 3

รู ปแบบการปกครอง 4

พลังงาน 5

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี 6

บรรณานุกรม 7

ภาคผนวก 8-11

ประวัติศาสตร์ความเป็นมา 1

การปฏิวัติรัสเซีย และการก่อตั้งสหภาพโซเวียต (ค.ศ. 1917–1927)
ดูบทความหลักที่: การปฏิวัติรัสเซีย พ.ศ. 2460, การปฏิวัติเดือน

ตุลาคม และ สงครามกลางเมืองรัสเซีย

วลาดิมีร์ เลนิ นผู้นำการปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. 1917
สหภาพโซเวียตถูกก่อตั้งมาจากการยึดอำนาจของพรรคบอลเชวิก

นำโดยวลาดิมีร์ เลนิ น โดยยึดอำนาจจากจักรพรรดินิ โคลัสที่ 2 เรียกการ
ปฏิวัติครั้งนั้ นว่าการปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. 1917 เกิดขึ้ นในวันที่ 25 ตุลาคม
พ.ศ. 2460 ซึ่งอยู่ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ ง การปฏิวัติครั้งนั้ นส่ ง
ผลให้ รัฐบาลของกษั ตริย์ถูกยกเลิก ระบอบการปกครองโดยกษั ตริย์ถูก
ยกเลิก ก่อเกิดรัฐสั งคมนิ ยมขึ้ นมาแทน และเกิดเหตุการณ์ สั งหารหมู่
ราชวงศ์ โรมานอฟในเวลาต่อมา ผลอื่น ๆ คือ กิจการธนาคารและโรงงาน
ทั้งหมดถูกโอนเป็นของรัฐ และบัญชีส่ วนบุคคลทั้งหมดถูกโอนให้แก่รัฐ
และสหภาพโซเวียตถอนตัวออกจากสงครามโลกครั้งที่ 1

ยุคสตาลิน (ค.ศ. 1927–1953)
โจเซฟ สตาลินในปี ค.ศ. 1942

นั บตั้งแต่สตาลินได้ถูกแต่งตั้งเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิ สต์
ในปี ค.ศ. 1922 สตาลินได้ดำเนิ นนโยบายแบบรวมอำนาจ แข็งกร้าว และ
รุ นแรง เขาได้ริเริ่มแผนปฏิรู ป 5 ปี เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจแบบ
สั งคมนิ ยม แผนดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการ
ทหารและเศรษฐกิจ โดยเน้ นการพึ่งตนเองเป็นหลัก นโยบายดังกล่าวได้
ทำให้เกิดการก่อตั้งนารวม (Collective farm) ขึ้ น ส่ งผลให้ชาวนาผู้ถือ
ครองที่ดินอยู่ก่อนเกิดความไม่พอใจ สตาลินจึงสร้างค่ายกักกัน (Gulak)
ขึ้ นเพื่อเป็นสถานที่ในการคุมขังผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับเขา ตลอดการปกครอง
ของสตาลินมีผู้คาดการณ์ ว่ามีนั กโทษเสี ยชีวิตในค่ายกักกันถึง 60 ล้านคน
สตาลินได้ทำการกวาดล้างผู้ต่อต้านครั้งใหญ่ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1930
ซึ่งบุคคลเหล่านั้ นรวมถึงสมาชิกพรรคบอลเชวิคหลาย ๆ คนซึ่งเคยร่วมกับ
เลนิ นในการทำการปฏิวัติรัสเซียปี ค.ศ. 1917 ด้วย

ล้มล้างอิทธิพลสตาลินและการผ่อนปรนในสมัยครุ ชชอฟ (ค.ศ. 1953– 2
1964)

นี กีตา ครุ ชชอฟ
สตาลินถึงแก่อสั ญกรรมในวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 1953 โดยไม่มีผู้

สื บทอดที่ถูกยอมรับโดยร่วมกัน ในตอนแรกเจ้าหน้ าที่ระดับสูงของพรรค
คอมมิวนิ สต์เลือกที่จะปกครองสหภาพโซเวียตร่วมกัน ผ่านระบบตรอยก้าที่
นำโดยเกออร์กี มาเลนคอฟ อย่างไรก็ตาม สิ่ งนี้ ก็ไม่ได้ยั่งยืนเสมอไป และใน
ที่สุด นี กีตา ครุ ชชอฟ ก็ชนะการแข่งขันเพื่อแย่งชิงอำนาจที่ตามมาในช่วง
กลางคริสต์ทษวรรษที่ 1950 ใน ค.ศ. 1956 ครุ ชชอฟได้ประจานโจเซฟ ส
ตาลิน และได้มีการดำเนิ นการเพื่อบรรเทาการควบคุมพรรคและสั งคม ซึ่ง
สิ่ งนี้ ถูกเรียกว่า การล้มล้างอิทธิพลของสตาลิน

ยุคเบรจเนฟ-โคชิกิน (ค.ศ. 1964–1982)
เบรจเนฟและฟอร์ดลงนามในสนธิสั ญญาจำกัดอาวุธทาง

ยุทธศาสตร์ครั้งที่ 1
ในวันที่ 14 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1964 คณะกรรมาธิการเพื่อความมั่นคงแห่งรัฐ
(Committee for State Security หรือ KGB) นำโดย เลโอนิ ด เบรจเนฟ
และ อเล็กซี โคชิกิน ได้เข้าทำรัฐประหารยึดอำนาจจากครุ ชชอฟ โดยครุ
ชชอฟถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่ ง

การปฏิรู ปเปเรสตรอยคา และกลัสนอสต์ (ค.ศ. 1985–1991)
มีฮาอิล กอร์บาชอฟ

เมื่อ มีฮาอิล กอร์บาชอฟได้ขึ้ นครองอำนาจเขาได้ดำเนิ นนโยบาย
ปฏิรู ปการเมืองและเศรษฐกิจในสหภาพโซเวียตที่เรียกว่าแผน "เปเรสตรอย
คา" (Perestroika) ที่ให้เสรีภาพแก่ประชาชนมากขึ้ น เปิดโอกาสให้มีการ
วิพากษ์ วิจารณ์ รัฐบาล ให้เสรีภาพแก่สื่ อมวลชน ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่มีผู้นำ
โซเวียตคนใดทำมาก่อน นอกจากนี้ เขาได้ดำเนิ นโยบายถอนทหารออกจาก
อัฟกานิ สถาน ในปีค.ศ. 1988 การปฏิรู ปของกอร์บาชอฟได้ส่ งผลให้เกิด
กฎหมาย Law on Cooperatives ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้ง
ใหญ่ที่สุดตั้งแต่สมัยเลนิ น กฎหมายนี้ ได้อนุญาตให้ประชาชนมีทรัพย์สิ นส่ วน
บุคคล และดำเนิ นกิจการเอกชนได้ ซึ่งขัดต่อลัทธิมาร์กซ์อย่างสิ้ นเชิง

ภูมิศาสตร์ 3

สหภาพโซเวียตมีพื้นที่ 22,402,200 ตารางกิโลเมตร
(8,649,500 ตารางไมล์) และเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดของโลก
สหภาพโซเวียตมีชายแดนยาวที่สุดในโลกเฉพาะดินแดนรัสเซีย
กว่า 60,000 กิโลเมตร (37,000 ไมล์)

เส้ นรอบวงของโลก สองในสามของเป็นแนวชายฝั่ งมี
ช่องแคบแบริ่งกันระหว่างสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียตมี
ชายแดนติดกับอัฟกานิ สถาน, จีน, สโลวาเกีย, ฟินแลนด์,
ฮังการี, อิหร่าน, มองโกเลีย, เกาหลีเหนื อ, นอร์เวย์, โปแลนด์,
โรมาเนี ย และตุรกี ในช่วง ค.ศ. 1945–1991

ภูเขาที่สูงที่สุดของสหภาพโซเวียตเป็นยอดเขาคอมมิวนิ สต์
(ปัจจุบัน เป็นยอดเขาอิสมาอิล ยัคโซโมนี ) ในทาจิกิสถานที่
7,495 เมตร (24,590 ฟุต) สหภาพโซเวียตยังมีทะเลสาบที่ใหญ่
ที่สุดของโลกที่ทะเลสาบแคสเปียน (ร่วมกับอิหร่าน) และทะเล
สาบไบคาล ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่และลึกที่สุดในโลกซึ่งเป็น
แหล่งน้ำภายในของรัสเซีย

4

การเมืองและรู ปแบบการปกครอง

การเมือง
สหภาพโซเวียตมีชั้นอำนาจสามลำดับ โดยที่สภานิ ติบัญญัติ

เป็นตัวแทนของอภิสภาโซเวียตแห่งสหภาพโซเวียต รัฐบาลเป็นตัวแทน
ของคณะรัฐมนตรี และ พรรคคอมมิวนิ สต์แห่งสหภาพโซเวียต เป็นฝ่าย
กฎหมายและผู้กำหนดนโยบายขั้นสูงสุดในประเทศเท่านั้ น

รู ปแบบการปกครอง
พระราชวังเครมลิน ที่ตั้งของอภิสภาโซเวียตแห่งสหภาพ

โซเวียต 1982
อภิสภาโซเวียต (ผู้สื บต่อจากรัฐสภาโซเวียต และ คณะกรรมาธิการ
บริหารส่ วนกลาง) เป็นสภารัฐสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโซเวียต
เพียงในนาม[29] ในตอนแรกได้ทำหน้ าที่เป็นสถาบันที่อนุมัติและดำเนิ น
การตัดสิ นใจทั้งหมดที่ทำโดยพรรค อย่างไรก็ตามอำนาจและหน้ าที่ของ
อภิสภาโซเวียตได้ขยายออกไปในปลายคริสต์ทศวรรษ 1950, 1960 และ
1970 รวมถึงการสร้างคอมมิชชั่นและคณะกรรมการของรัฐใหม่ อภิสภา
โ ซ เ วี ย ต ยั ง ไ ด้ รั บ อำ น า จ เ พิ่ ม เ ติม ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร อ นุ มั ติแ ผ น ห้ า ปี แ ล ะ ง บ
ประมาณของรัฐบาลโซเวียต[ อภิสภาโซเวียตเลือกประธานคณะผู้บริหาร
สูงสุดเพื่อใช้อำนาจระหว่างการประชุมใหญ่ โดยปกติแล้วจะจัดขึ้ นปีละ
สองครั้งและแต่งตั้งศาลฎีกาสูงสุด, อัยการสูงสุด และคณะรัฐมนตรี
(ชื่อเดิมคือ สภาคอมมิสซาร์ประชาชน) นำโดยประธาน (นายกรัฐมนตรี)
แ ล ะ ก า ร จั ด ก า ร ร ะ บ บ ร า ช ก า ร ข น า ด ใ ห ญ่ ที่ รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น ก า ร บ ริ ห า ร
เศรษฐกิจและสั งคม โครงสร้างรัฐและพรรคของสาธารณรัฐส่ วนใหญ่
จำลองโครงสร้างของสถาบันกลางแม้ว่าสหพันธ์สาธารณรัฐสั งคมนิ ยม
โซเวียตรัสเซีย จะแตกต่างจากสาธารณรัฐอื่น ๆ

พลังงาน
5





ความจำเป็นในการใช้เชื้อเพลิงลดลงในสหภาพโซเวียต

ตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 ถึงคริสต์ทศวรรษ 1980ต่อค่าเงินรู เบิลของ

ผลิตภัณฑ์ทางสั งคมขั้นต้นและต่อเศษของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การ

ลดลงนี้ ได้เพิ่มขึ้ นอย่างรวดเร็ว แต่ค่อย ๆ ชะลอตัวลงระหว่างปี 1970

ถึงปี 1975 และจากปี 1975 ถึงปี 1980 มีอัตราการเติบโตเพียงร้อยละ

2.6นั กประวัติศาสตร์ David Wilson เชื่อว่าอุตสาหกรรมก๊าซจะคิดเป็น

ร้อยละ 40 ของการผลิตเชื้อเพลิงของสหภาพโซเวียตในช่วงสิ้ น

ศตวรรษ แต่ทฤษฎีของเขาไม่ได้เกิดขึ้ นเนื่ องจากการล่มสลายของ

สหภาพโซเวียต ในทางทฤษฎีสหภาพโซเวียตจะยังคงมีอัตราการเติบโต

ทางเศรษฐกิจ 2 ถึง 2.5 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 1990 จากแหล่งพลังงาน

ในสหภาพโซเวียต อย่างไรก็ตามภาคพลังงานต้องเผชิญกับปัญหาหลาย

ประการรวมทั้งค่าใช้จ่ายทางทหารที่สูงของประเทศและความสั มพันธ์

ที่ไม่เป็นมิตรกับประเทศในโลกที่หนึ่ ง (ก่อนยุคกอร์บาชอฟ)

ในปี 1991 สหภาพโซเวียตมีโครงข่ายท่อส่ งน้ำมันดิบ

82,000 กิโลเมตร (51,000 ไมล์) และก๊าซธรรมชาติอีกประมาณ

206,500 กิโลเมตร (128,300 ไมล์)[67] ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และ

ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม, ก๊าซธรรมชาติ, โลหะ, ไม้, ผลิตภัณฑ์

ทางการเกษตร และอาวุธยุทโธปกรณ์ ทางทหารถูกส่ งออก[68] ในยุค

คริสต์ทศวรรษ 1970 ถึงคริสต์ทศวรรษ 1980 สหภาพโซเวียตได้พึ่งพา

การส่ งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างหนั กเพื่อหารายได้มหาศาล[49] และ

อยู่จุดสูงสุดในปี 1988 สหภาพโซเวียตเป็นกลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่

ที่สุด และเป็นผู้ส่ งออกน้ำมันดิบรายใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก

ซาอุดีอาระเบีย

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี 6

ส ห ภ า พ โ ซ เ วี ย ต ใ ห้ ค ว า ม สำ คั ญ ใ น ด้ า น วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ แ ล ะ
เทคโนโลยีที่ช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ[69] แต่ความ
สำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของสหภาพโซเวียตคือเทคโนโลยีดาวเทียมดวง
แรกของโลกโดยมีการสนั บสนุนจากกองทัพ[51] เลนิ นกล่าวในภาย
หลังว่าสหภาพโซเวียตจะไม่สามารถแซงประเทศที่พัฒนาแล้วถ้ายังมี
เทคโนโลยีที่ล้าหลัง ทำให้หลังเลนิ นเสี ยชีวิตก็มีความพยายามพัฒนา
วิทยาการเป็นจำนวนมากจนเป็นหนึ่ งในประเทศที่มีวิทยาการและ
เทคโนโลยีมากที่สุด ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 สตรีโซเวียตได้รับ
ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาเคมี 40% เมื่อเทียบกับเพียง 5% ที่
ได้รับปริญญาในสหรัฐอเมริกา[70] โดยปี 1989 นั กวิทยาศาสตร์
โซเวียตเป็นหนึ่ งในผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีใน
หลายด้านเช่นฟิสิ กส์ , พลังงาน, สาขาวิชายา, คณิ ตศาสตร์, การเชื่อม
และเทคโนโลยีด้านการทหาร โซเวียตยังคงอยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี
ในด้านเคมี, ชีววิทยา และคอมพิวเตอร์เมื่อเปรียบเทียบกับโลกที่หนึ่ ง
เนื่ องจากการวางแผนและการปกครองของรัฐที่เข้มงวด

โครงการ Project Socrates ภายใต้การบริหารของเร
แกน ระบุว่าสหภาพโซเวียตได้กล่าวถึงการได้มาซึ่งวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีในลักษณะที่แตกต่างอย่างสิ้ นเชิงกับสิ่ งที่สหรัฐกำลังใช้อยู่
ในกรณี ของสหรัฐ การจัดลำดับความสำคัญทางเศรษฐกิจถูกนำมาใช้
เพื่อการวิจัยและพัฒนาในประเทศเป็นวิธีการในการแสวงหา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐ ในทางตรง
กั น ข้ า ม ส ห ภ า พ โ ซ เ วี ย ต ใ ช้ ก ล ยุท ธ์ ใ น ก า ร ค ร อ บ ค ร อ ง แ ล ะ ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์
จ า ก เ ท ค โ น โ ล ยี ทั่ว โ ล ก เ พื่ อ เ พิ่ ม ค ว า ม ไ ด้ เ ป รี ย บ ใ น ก า ร แ ข่ ง ขั น ที่ ไ ด้ ม า
จากเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันสหรัฐจากการได้เปรียบ
ใ น ก า ร แ ข่ ง ขั น

7

บรรณานุกรม

วิกิพีเดีย.(2564).สหภาพโซเวียต.เข้าถึงเมื่อวันที่30พฤศจิกายน2564
เข้าถึงได้จากเว็บไซต์ https://th.wikipedia.org/wiki/

ภาคผนวก 8

1.SALT คืออะไร
1. ชื่อขีปนาวุธชนิ ดใหม่ของสหภาพโซเวียต
2. ระบบการป้องกันการโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกา
3. ข้อตกลงแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีระหว่างจีนและ
สหรัฐอเมริกา
4. การเจรจาลดกำลังอาวุธยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับ
สหภาพโซเวียต

2 . อ ะ ไ ร เ ป็ น ปั จ จั ย สำ คั ญ ที่ ทำ ใ ห้ ส ห ภ า พ โ ซ เ วี ย ต ล่ ม ส ล า ย
1. การแก่งแย่งอำนาจในหมู่ผู้นำของสหภาพโซเวียต
2. การเรียกร้องประชาธิปไตยในสหภาพโซเวียต
3. กฤตการณ์ ทางเศรษฐกิจของสหภาพโซเวียต
4. การเรียกร้องเอกราชของรัฐต่างๆ ในสหภาพโซเวียต

3. ข้อใดคือความหมายที่แท้จริงของสงครามเย็น
1. การแบ่งประเทศพันธมิตรและกลุ่มประเทศอักษะ
2. การต่อสู้ ระหว่างอุดมการณ์ ประชาธิปไตยกับอุดมการณ์

คอมมิวนิ สต์
3. การต่อสู้ และแข่งขันในการสร้างอาวุธนิ วเคลียร์ระหว่าง

สหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต
4. การแบ่งกลุ่มประเทศผู้ฝักใฝ่สหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศผู้

ฝักใฝ่สหภาพโซเวียต

4.หลักการทรู แมน คือแผนการเกี่ยวกับอะไร
1. แผนการทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมากับเมืองนางาซากิ
2. แผนการของสหรัฐอเมริกาที่ใช้ป้องกันการรุ กรานจาก

คอมมิวนิ สต์
3. แผนการของสหรัฐอเมริกาที่ใช้ป้องกันกรีกและตุรกีจาก

คอมมิวนิ สต์
4. ผนการที่สหรัฐอเมริกาใช้ป้องกันเวียดนามใต้จาก

เวียดนามเหนื อ

9

5. การคลี่คลายของสงครามเย็น เป็นผลมาจากเหตุการณ์ ใด
1. การล่มสลายของสหภาพโซเวียต
2. ชัยชนะของสหรัฐอเมริกาต่ออิรักในสงครามอ่าว
เปอร์เซีย
3. การถอนทหารของสหรัฐอเมริกาออกจากอินโดจีน
4. การถอนขีปนาวุธของสหภาพโซเวียตออกจากคิวบา

6.ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดวิกฤตการณ์ สำคัญ
ที่ สุ ด ใ น ข้ อ ใ ด

1. สงครามเย็น
2. การเพิ่มขึ้ นของประชากร
3. ประเทศมหาอำนาจแข่งขันกันหาอาณานิ คม
4. สภาพเศรษฐกิจตกต่ำ

7.ในปัจจุบันเกาหลีเหนื อสร้างความกังวลใจให้
สหรัฐอเมริกาในเรื่องใด

1. การสะสมขีปนาวุธ
2. การรุ กรานเกาหลีใต้
3. การล่าปลาวาฬ
4. การละเมิดสิ ทธิมนุษยชน

8.องค์การสนธิสั ญญาแอตแลนติกเหนื อมีวัตถุประสงค์ที่แท้
จ ริ ง คื อ ข้ อ ใ ด

1. ช่วยเหลือทางด้านการทหารแก่สมาชิก
2. ต่อต้านอำนาจของเยอรมนี
3. ต่อต้านอำนาจของสหภาพโซเวียต
4. ช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจแก่ประเทศสมาชิก

10

9.การทำลายกำแพงเบอร์ลิน ในค.ศ. 1989 แสดงให้เห็น
ถึงเรื่องใด

1. การสิ้ นสุดของสงครามเย็น
2. การขยายตัวของลัทธินาซีใหม่ในเยอรมนี
3. ชัยชนะของเยอรมนี ตะวันตกต่อเยอรมนี ตะวันออก
4. เป็นการใช้นโยบายผ่อนคลายความตึงเครียดของ

ประเทศมหาอำนาจ

1 0 . อ ะ ไ ร คื อ ปั จ จั ย สำ คั ญ ที่ ทำ ใ ห้ ส ห ภ า พ โ ซ เ วี ย ต ล่ ม ส ล า ย
1. การแก่งแยกอำนาจในหมู่ผู้นำของสหภาพโซเวียต
2. การเรียกร้องประชาธิปไตยในสหภาพโซเวียต
3. วิกฤตการณ์ ทางเศรษฐกิจของสหภาพโซเวียต
4. การเรียกร้องเอกราชของรัฐต่างๆในสหภาพโซเวียต

11

เฉลย

1. ตอบข้อ4
2. ตอบข้อ4
3. ตอบข้อ2
4. ตอบข้อ2
5. ตอบข้อ1
6. ตอบข้อ1
7. ตอบข้อ1
8. ตอบข้อ3
9. ตอบข้อ1
10. ตอบข้อ4


Click to View FlipBook Version