ขุนช้างชุนเเผน
ตอน
ขุนเเผนขึ้นเรือน
ขุนช้าง
สารบัญ
1
บทนำ
2
เรื่องย่อของวรรณคดีทั้งหมด
3
เรื่องย่อขุนช้างชุนเเผน
ตอนชุนเเผนขึ้น
เรือนขุนช้าง
4
คุณค่า
ด้านเนื้อหา
ด้านวรรณศิลป์
1
บทนำ
1
บทนำ
ที่มา:ขุนช้างขุนแผนเป็นตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาในเมือง
สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี
ผู้แต่ง: พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(ร.2)
ลักษณะคำประพันธ์: เป็นกลอนสุภาพ เสภาเป็นกลอนขั้น
เล่าเรื่องอย่างเล่านิทานจึงใช้คำมากเพื่อบรรจุข้อความให้
ชัดเจนแก่ผู้ฟัง และมุ่งเอาการขับได้ไพเราะเป็นสำคัญ
2
เนื้เรื่องวรรณคดีทั้งหมด
2
เรื่องย่อขุนช้างขุนเเผน
ขุนช้าง ขุนแผน (พลายแก้ว) และนางวันทอง (พิมพิลา
ไลย) เป็นคนเมืองสุพรรณบุรีเคยเป็นเพื่อนเล่นกันมาและต่าง
เป็นกาพร้าบิดาพลายแก้วกับมารดาอพยพไปอยู่กาญจนบุรี
ต่อมาพลายแก้วมาบวชเณรอยู่วั
ดป่าเลไลย สุพรรณบุรี มี
โอกาสพบกับนางพิมและลักลอบได้เสียกัน ขุนช้างก็หลงรัก
นางพิมเช่นกันแต่ นางพิมรังเกียจ พลายแก้วได้แต่งงานกับ
นางพิมเพียง ๒ วัน ก็ถูกเกณฑ์ไปทัพเชียงใหม่ ขุนช้างออก
อุบาย ให้นางศรีประจันแม่ของนางพิมยกนางพิม(ที่เปลี่ยนชื่อ
เป็นวันทอง)ให้ตน ครั้นพลายแก้วกลับจากสงครามได้เป็น
ขุนแผนสะท้านและได้นางลาวทองมาจากบ้านจอมทอง เกิดหึง
หวงกับนางวันทอง ขุนแผนจึงทิ้งนางวันทองและไปอยู่บ้านที่
กาญจนบุรี ขุนช้างเลยได้นางวันทองเป็น ภรรยา ต่อมานาง
ลาวทองป่วยขุนแผนขอแลก เวรกับขุนช้างเพื่อกลับไปเยี่ยม
นาง
ขุนช้างจึงแกล้งกล่าวโทษว่าขุนแผนหนีเวรต่อพระพัน
วษา ขุนแผนต้องโทษไปตระเวนด่าน นางลาวทองถูกกักตัว
ไว้ในวังขุนแผนจึงออกหาของวิเศษ คือ ดาบฟ้าฟื้น กุมาร
ทอง และม้าสีหมอก เพื่อไปบ้าน ขุนช้างและฉุดนางวันทอง
บังเอิญได้นางแก้วกิริยาเป็นภรรยาอีกคน แล้วจึงพานางวัน
ทองหนีไปอยู่ป่าขุนช้างพาทหารออกตามจับแต่สู้ขุนแผนไม่
ได้ ขุนแผนพานางวันทองซึ่งตั้งครรภ์แก่ไปอาศัยอยู่กับเจ้า
เมืองพิจิตรแล้วขอให้เจ้าเมืองส่งตัวเขาไปสู้คดีที่กรุง
ศรีอยุธยา ขุนแผนชนะคดีได้นางวันทองเป็นภรรยาอย่าง
ถูกต้องแต่ขุนแผนกาเริบใจทูลขอลาวทองคืนมาให้พระพัน
วษาทรงพระพิโรธรับสั่งให้เอาตัวไปจำาคุกขุนช้างจึงฉุดนาง
วันทองที่ตั้งครรภ์แก่ให้ไปอยู่กับตนที่สุพรรณบุรีโดยอ้างว่า
เป็นพระบรมราชโองการ นางคลอดบุตรเป็นชายชื่อพลาย
งาม ขุนช้างมีความพยาบาทขุนแผนจึงลวงพลายงามไปฆ่า
ในป่าแต่ผีพรายของขุนแผนช่วยไว้ได้
นางวันทองจึงให้พลายงามไปอยู่กับย่าที่กาญจนบุรี
พลายงามได้เรียนรู้วิชาอาคมต่างๆ จากตำราของพ่อ
เมื่ออายุ ๑๕ ปี ได้ถวายตัวเข้ารับราชการ เนื่องด้วยเกิด
ศึกเชียงใหม่ครั้งที่ ๒ พลายงามอาสาเป็นแม่ทัพและทูล
ขออภัยโทษขุนแผนผู้บิดาทั้งสองยกทัพไปถึงพิจิตร
พลายงามได้นางศรีมาลาลูกสาวเจ้าเมืองพิจิตรเป็น
ภรรยาและได้รับชัยชนะตี ได้เมืองเชียงใหม่คุมตัวพระเจ้า
เชียงใหม่และครอบครัวลงมายังกรุงศรีอยุธยาขุนแผนได้
เลื่อนเป็นพระสุรินทรฤาไชยครองเมืองกาญจนบุรีพลาย
งามได้เป็นจมื่นไวยวรนาถและได้รับพระราชทานนาง
สร้อยฟ้าธิดาพระเจ้าเชียงใหม่เป็นภรรยา
พระพันวษารับสั่งให้ประกอบพิธีแต่งงานพร้อมกันกับ
นางศรีมาลาด้วยในงานแต่งนั้นเองพระไวยมีเหตุวิวาท
ทำร้ายขุนช้าง ขุนช้างกราบทูลฟ้องพระพันวษาเมื่อชำระ
ความขุนช้างแพ้คดี ต้องโทษประหารชีวิตนางวันทอง
ขอร้องให้พระไวยทูลขออภัยโทษ พระไวยจำต้องขอเพื่อ
มารดาทั้งที่ใจยัง ขุ่นเคือง หลังจากนั้นพระไวย คิดถึงแม่
จึงลอบไปพาแม่มาไว้ที่บ้านกลางดึก ขุนช้างจึงได้ถวาย
ฎีกา พระพันวษาจึงเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชำระคดีและพระ
พันวษาให้นางวันทองเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะอยู่กับใคร
นางวันทองไม่อาจตอบได้ว่าจะอยู่กับผู้ใดพระพันวษากริ้ว
มากรับสั่งให้นาตัวไปประหารชีวิต
3
เรื่องย่อขุนช้างขุนเเผนตอนขุนเเผนขึ้นเรือนขุนช้าง
3
ตั้งแต่นางลาวทองถูกพรากไป ขุนแผนก็ไม่สนใจผู้ใด
เลยเฝ้าแต่คิดถึงนางลาวทอง ทาให้เกิดความแค้นขุนช้าง
คิดถึงเมื่อครั้งที่ชิง นางวันทองไปก็ไม่เคยว่า กล่าวให้ขุน
ช้างขุ่นเคือง แต่ยังมาทูลยุยงทาให้ต้องพรากจากนางลาว
ทองไปอีก ถ้าไม่ แก้แค้นก็จะไม่หายแค้นเหมือน ดังสุภาษิต
ที่ว่าใครคดก็ให้ต่อต้านหากใครซื่อก็ให้ซื่อตอบจนวันตาย
พรุ่งนี้จะไปสุพรรณบุรีไปลักพานางวันทองมา รุ่งขึ้น
ขุนแผนได้ไปบอก ลา นางทองประศรีจะไปแก้เผ็ดขุนช้าง
โดยจะลักพานางวันทองไปหากขุนช้างตามมาก็จะฆ่าให้
ตาย นางทองประศรีจึงบอกว่าตนไม่เห็นด้วยเพราะ
รังเกียจนางวันทองด้วยเป็นคนรูปงามแต่ใจทราม
วันทองหมองแม้นเหมือนแหวนเพชร แตกเม็ดกระจายสิ้น
เป็นสองสาม จะผูกเรือนก็ไม่รับกับ เรือนงาม แม่จึงห้ามหวงเจ้า
เพราะเจ็บใจขุนแผนก็ตอบนางทองประศรีว่า ที่แม่ว่านั้นก็เป็น
ความจริงแต่เมื่อวันที่ได้ไปถึงสุพรรณหลังกลับจาก ทัพมานั้น
นางวันทองได้เล่าความจริงให้ฟัง แต่ตนกลับโกรธแล้วหุนหัน
มาไม่ยอมฟังจนนางวันทองเสียใจผูกคอตาย อย่างไรก็ตามทุก
วันนี้ก็ยังนึกเมื่อนางลาวทองอยู่ก็ไม่ได้นึกถึงนางวันทองเลย
และขุนช้างกลับมาพรากไปเสียก็อยากลองดีดูสักครั้งขอให้
นางทองประศรี อวยพรให้ด้วยนางทองประศรีฟังแล้วเห็นว่า
ทัดทานขุนแผนไม่ได้ก็อวยชัยให้พรเมื่อเสร็จกิจแล้วให้กลับบ้าน
ขุนแผนรับพรแล้วก็ขึ้นไปแต่งตัว บนหอพระนารายณ์แล้วเป่า
มนต์มหาละลายในน้ำมันจันทน์แล้วทาตัวให้คนเห็นรักใครถึง
ความหลังอยู่
ขึ้นหอพระนารายณ์ระงับจิต ลงหินฝนจันทน์น้ามัน
ทาสอดใส่สนับเพลาม่วงดวงวิหค รอยจีบกลีบกระ
หวัดรัดละไม เสื้อนอกดอกช่อฉลุทอง แหวนถักพระ
พิรอดสอดพัน จับประเจียดประจุประจง โพกเอาเทียน
ติดธูปถวายทั้งซ้ายขวา ใครเห็นกายาให้ยวนใจ นุ่งยก
แย่งทองผ่องใส เสื้อสั้นชั้นในล้วนเลขยันต์ ตระพอง
ทับเจียรบาดคาดมั่น สังวาลคั่นเครื่องสลับกับผม
พราย ได้มหาสิทธิโชคสาคัญหมายย"ขุนแผนเรียก
โหงพรายไปด้วยแล้วขี่ม้าสีหมอกไปยังบ้านขุนช้าง
เมื่อไปถึงใกล้ บ้านขุนช้างก็ตัดไม้ ปลูกศาลขึ้น ทาพิธี
เชิญเทวดามาเป็นพยานว่าจะมาทาลายล้างขุนช้าง
เพราะขุนช้างแย่งชิงเมียมา หากที่ กล่าวมานี้เป็นสิ่ง
โกหกขอให้ทาการใดไม่สาเร็จ เมื่อทาพิธีเสร็จก็ขี่ม้ามา
ที่บ้านขุนช้างก็เห็นมีเขื่อนคูรอบบ้าน และผู้คนนั่งยาม
ตามไฟระวังอยู่ และมีผีพรายห้า นางเฝ้ารอบบ้านน
เมื่อเห็นโหงพรายของขุนแผนก็เข้าต่อสู้ กัน ขุนแผน
ถือดาบฟ้าฟื้น แล้วซัดข้าวสารที่ย้อมด้วยว่านอาคม
สาดเข้าไป นางพราย ทั้งห้ารู้ว่าขุนแผนเป็น คนมีวิชา
จึงแปลงกายเป็นคนเข้าไปถาม ขุนแผนก็รู้ว่าพราย
แปลงก็ไม่กลัวบอกว่า ตนคือสามีนางวันทอง ขุนช้าง
ได้ ลักพามาเป็นเมียขอให้นางช่วยเปิดประตูให้ด้วย
นางพรายจึงว่า ขุนช้างเลี้ยงดูพวกตนมา ควรจะ
ทดแทนบุญคุณไม่ควรจะเนรคุณ ขุนแผนจึง ซัด
ข้าวสารไปอีกทาให้เหล่านางพรายก็หนีไป
คุณค่า
ด้านเนื้อหาความรู้: ให้ความรู้ด้านสังคม วัฒนธรรม วิถี
ชีวิตและครอบครัวของคนในสมัยก่อน
ข้อคิด : ๑. ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี เราจึง
ควรมีความกตัญญูต่อบิดามารดาผู้ที่ให้ กำเนิดเรามา
๒. การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสมัยก่อนเด็กผู้ชายจะเรียน
หนังสือที่วัด
๓. วัดเป็นสถานที่ผูกพันกับชีวิตของคนไทยตั้งแต่อดีต
จนถึงปัจจุบัน
๔. ในสมัยก่อนจะมีการมัดจุกโกนจุกและนุ่งโจงกระเบน
ผูกขวัญรับขวัญ
๕. ผู้ชายมีการถวายตัวเข้ารับราชการ
๖. สมัยก่อนจะใช้สมุนไพรรกัษาแผล และมีความเช่ื่อใน
สิ่งศักดิ์สิทธิ์
๗. สมัยก่อนเดินทางโดยเท้า และการขี่ม้า
๘. พ่อแม่ทุกคนรักลูกและ ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อลูก
ได้
ค่านิยม :
ค่านิยมและความเชื่อเกี่ยวกับสตรี สังคมไทยไม่นิยมสตรีเยี่ยง
นางวันทอง คือมีสามีสองคน ในเวลาเดียวกัน แม้โดยแท้จริงแล้ว
การที่มีสามีสองคนนั้นมิใช่เกิดจากความปรารถนาของนางเอง
แต่จุกนี้สังคมกลับมองข้าม เห็นแต่เพียงผิวเผินว่านางน่า
รังเกียจ ในทางตรงกันข้าม ค่านิยมเกี่ยวกับการมีภรรยาหลาย
คนในเวลาเดียวกัน กลับปรากฎในหมู่คนชั้นสูง โดยฌฉพาะ ผู้มี
ยศฐาบรรดาศกัดิ์ของไทย แต่สังคมไม่รังเกียจ กลับนิยมยกย่อง
เพราะค่านิยมก าหนดว่าลักษระเช่นนี้เป็นเครื่องเสริมบารมีและ
ความเป็น บุรุษอาชาไนยให้มากยิ่งขึ้น
ด้ำนวรรณศิลป์
๑. สะท้อนถึงอารมณ์โกรธแค้นและสะเทือนใจ (พิโรธวาทัง) ยิ่งคิด
เดือดดาลทะยานใจ ฉวยได้กระดานชนวนมา ร่างฟ้องท่องเทียบให้
เรียบร้อย ถ้อยค าถี่ถ้วนเป็นหนักหนา...
๒. มีการพรรณนาถึงเรื่องฝันร้าย ...ครั้งนี้น่าจะมีอันตราย ฝันร้าย
สาหัสตัดต ารา พิเคราะห์ดูทั้งยามอัฐกาล ก็บันดาลฤกษ์แรงเป็น
หนักหนา มิรู้ที่จะแถลงแจ้งกิจจา กอดเมียเมินหน้าน ้าตากระเด็น...
๓. ใช้ถ้อยค าเกิดความเศร้าสะเทือนใจสงสารในชะตากรรมของตัว
ละคร(สัลลาปังคพิสัย) ...วันนี้แม่จะลาพ่อพลายแล้ว จะจ าจากลูก
แก้วไปสูญสิ้น พอบ่ายก็จะตายลงถมดิน ผินหน้ามาแม่จะขอชม เกิด
มาไม่เหมือนกับเขาอื่น มิได้ชื่นเชยชิดสนิทสนม... ...
๔. การบรรยายโวหาร (เสาวรจนีย์) ฟ้าขาวดาวเด่นดวงสว่าง จันทร์
กระจ่างทรงกลดหมดมฆสิ้น จึงเซ่นเหล้าข้าวปลาให้พรายกิน เสก
ขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว ๕. การพรรณนาโวหาร (นารีปราโมทย์) จะ
เป็นตายง่ายยากไม่จากรัก จะฟูมฟักเหมือนเมื่ออยู่ในกลางเถื่อน
ขอโทษที่พี่ผิดอย่าบิดเบือน เจ้าเพื่อนเสน่หาจงอาลัย
๖. เชิงเปรียบเทียบ (อุปมาโวหาร) อีวันทองตัวมันเหมือนแก้ว ถ้าตัด
โคนขาดแล้วก็ใบเหี่ยว ใครจะควรสู่สมอยู่กลมเกลียว ให้เด็ดเดี่ยวรู้
กันแต่วันนี
๗. กวีแทรกอารมณ์ขันในการแต่ง (หาสยรส) ขุนช้างเห็นข้าไม่มา
ใกล้ ขัดใจลุกขึ้นทั้งแก้ผ้า แหงนเถ่อเป้อปังยืนจังกา ย่างเท้าก้าวมา
ไม่รู้ตัว ยายจันงันงกยกมือไหว้ นั่นพ่อจะไปไหนพ่อทูนหัว ไม่นุ่งผ่อน
นุ่งผ้าดูน่ากลัว ขุนช้างมองดูตัวก็ตกใจ
วิเคราะห์และวิจำรณ์คุณค่ำด้านวรรณศิลป์
บทเสภาเป็นคำประพันธ์ร้อยกรองซึ่งแต่งเพื่อใช้ขับ เพราะใช้เป็นก
ลอนขับ จึงก าหนดค าไม่แน่นอน มุ่งการขับเสภาเป็นส าคัญ จึงใช้ ค า
๗ ค า ถึง ๙ ค า การส่งสัมผัสนอกเหมือนกับกลอนสุภาพ แต่ไม่บังคับ
หรือห้ามเสียงสูง ต า่ ตามจ านวนค าแต่ละวรรค อยู่ในเกณฑ์กลอน
๗- ๙ ในตอนที่ยกมานี้มีจ านวน ๗ บท ผู้ทรงพระราชนิพนธ์เลือกสรร
ค าที่เข้าใจง่าย สละสลวย และให้ภาพที่ชัดเจนถึงบ้านไทยของผู้มีฐานะ
ดี สมัยก่อนที่ตกแต่งด้วยพรรณไม้ เลี้ยงปลาสวยงามในอ่าง มีเครื่อง
ใช้ประจ าบ้าน โดยได้น าเอาพันธุ์ไม้มาเรียบเรียงค าให้เป็นร้อยกรองที่
มีความ ไพเราะเพราะพริ้ง สอดแทรกเข้าไปในบทประพันธ์ ในบทชม
สวน มีสัมผัสนอกสัมผัสใน มีการเล่นค าอักษรที่มีเสียงสระหรือเสียง
อักษรเดียวกัน ท าให้ไพเราะเสนาะหูเหมาะแก่การขับเสภายิ่งนัก
เป็นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร เพื่อรสชาติทางภาษา เพื่อจูงใจเพื่อ
ความติดใจและ ประทับใจ ท าให้ผู้อ่านสามารถสังเกต จดจ าน าไปใช้
ก่อให้เกิดการใช้ภาษาที่ดี ทั้งการใช้ค า การใช้ประโยค การใช้โวหาร
วิจารณ์คุณค่าด้านเนื้อหาสาระ
ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง
เพื่อไปลักพาตัวนางวันทองเมียรักกลับคืนมานั้น บรรยาย
บรรยากาศบน ชานเรือนของขุนช้าง ซึ่งเป็นคหบดีเมือง
สุพรรณไว้น่าชมยิ่งนัก อ่านแล้วรู้สึกรื่นรมย์ มีไม้ดอกไม้
ประดับที่ปลูกอยู่กลางนอกชานเรือนของขุนช้าง อาทิเช่น
พิกุล ยี่สุ่น ข่อย กุหลาบ มะลิซ้อน เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้
จินตนาการถึงที่อยู่อาศัยของขุนช้าง ซึ่งเป็นเรือนไทยหลัง
ใหญ่ สะท้อนภาพถึงสภาพบ้านเรือนไทยของเศรษฐีไทย
โบราณ ว่ามีรั้วรอบขอบคูแบ่งเป็นชั้น ๆ มีไม้ประดับและเลี้ยง
สัตว์อะไรบ้าง สถาปัตยกรรมอย่างเรือนไทยโบราณนั้นได้แบ่ง
ห้องหอเรือนนอน หอกลาง ชานดอกไม้ และโรงเรือนข้าทาส
เอาไว้เป็นส่วน ที่นอกชานมักใช้ปลูกไม้กระถาง วางอ่างน ้า
ปลูกตะโกดัดและบอนไซ ซึ่งคนแต่ก่อน นิยมปลูกต้นไม้ใส่
กระถางไว้เชยชม
วิจารณ์คุณค่าด้านเนื้อหาวิชาการ
การอ่านวรรณคดีจึงได้ทั้งรสหนังสือ
ความรู้เรื่องพันธุ์ไม้ และยังใช้ส าหรับ
ค้นคว้าทางด้านวิชาการอีกด้วย เช่น
“มะสังดัด” มาอยู่บน เรือนดอกไม้ของขุน
ช้างนั้น แสดงว่าคนไทยเล่น “บอนไซ” มา
เก่าแก่กับพอๆกับคนญี่ปุ่ น “การปลูก
บ้านยกพื้นปล่อยใต้ถุนโล่ง” เนื่องจาก
ป้องกัน น ้าท่วม บางแห้งพื้นที่ลุ่มไม่เหมาะ
ต่อการปลูกพันธุ์ไม้ชนิดที่ไม่สามารถทน
แรงของน ้าเมื่อถึงเวลาน า้ ท่วมได้ ก็ใช้ชาน
เรือนท าสวนกระถาง
วิจารณ์คุณค่าด้านศิลปะ ดนตรี
เนื่องจากเป็นกลอนเสภา ซึ่งมีการขับเสภาในโอ
กาสส าคัญต่าง ๆ เรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นที่มาของ
เพลงไทยเดิมที่ไพเราะจ านวน มาก เช่น เพลงพม่าห้า
ท่อน โดยใช้เนื้อเพลงจากเสภาบทนี้ด้วย “โจนลง
กลางชานร้านดอกไม้ ของขุนช้างปลูกไว้อยู่ดาษดื่น
รวยรสเกสรเมื่อค่อนคืน ชื่นชื่นลมชายสบายใจ”
Thank you