พระราชกรณียกิจของ
พระมหากษัตริย์ไทย
น.ส.ธนารัตน์ งามรัตนกุล เลขที่๒๗ ม.๔/๒
คำ นำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์นี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ส31104 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4
โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่องพระราชกรณียกิจของพระมหา
กษัตริย์ไทย
ผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ
ท่าน หากมีข้อเสนอแนะประการใด ผู้จัดทำขอรับไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง
นางสาวธนารัตน์ งามรัตนกุล
29 มกราคม 2565
ก
ส า ร บั ญ หน้า
ก
เรื่อง ข
คำนำ 1
สารบัญ 7
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ข
สมเด็จ ๑๙๙๑ -
พระบรม ๒๐๓๑
ไตรโลก
นาถ
1
ป ร ะ วั ติ
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเป็นพระราชโอรสของสมเด็จ
พระบรมราชาธิราชที่ ๒ และพระราชธิดาของพระมหาธรรม
ราชาที่ ๒ ของกรุงสุโขทัย ในรัชสมัยของพระองค์อาณาจักร
อยุธยาขยายอาณาเขตออกไปได้อย่างกว้างขวางได้เขมร
มะละกาเป็นเมืองขึ้นใน พ.ศ. ๒๐๐๖ ได้เสด็จขึ้นมาประทับที่
เมืองพิษณุโลกเพื่อควบคุมหัวเมืองทางด้านเหนือและทำ
สงครามกับอาณาจักรล้านนาเป็นเวลานานพระองค์ทรงจัด
ระเบียบการปกครองส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อันเป็น
แบบแผนซึ่งใช้กันต่อมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชกรณียกิจที่สำคัญ ได้แก่
พ ร ะ ร า ช ก ร ณี ย กิ จ
ด้ านการบริหารบ้ านเมือง
ที่สำคัญคือ จัดปฏิรูปการปกครองใหม่ให้เหมาะสม
กับสถานการณ์ คือ
แบ่งงานทางการปกครองออกเป็น "ฝ่ายพลเรือน"
และ "ฝ่ายทหาร"
อย่างชัดเจน โดยมี "เจ้าพระยามหาเสนาบดี" ดำรง
ตำแหน่ง สมุหพระกลาโหม มีหน้าที่ดูแลกิจการ
ทหารทั่วอาณาจักร
"เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์" ดำรงตำแหน่ง
สมุหนายก รับผิดชอบงานพลเรือนทั่วอาณาจักร
พร้อมกับดูแลหน่วยงานจตุสดมภ์ จากเดิมที่พื้นฐาน
การปกครอง นับตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย ยังไม่
ได้แยกฝ่ายพลเรือนกับทหารออกจากกันชัดเจน
ทั้งนี้ในยามสงคราม ไพร่ทุกคนจะต้องรับราชการ
ทหารอันเป็นหน้าที่หลัก อันเป็นลักษณะรูปแบบการ
ปกครองของอาณาจักรขนาดเล็กที่ขาดการประสาน
งานระหว่างเมือง
2
การปกครองในส่วนภูมิภาค ได้ยกเลิกระบบการปกครองหัวเมืองต่าง ๆ แต่เดิมที่
แบ่งออกเป็นเมืองลูกหลวง หลานหลวง แล้วระบบการปกครองหัวเมืองเสียใหม่
ดังนี้
หหััววเเมมืือองงชัั้้นนใในน เช่น เมืองราชบุรี นครสวรรค์ นครนายก
เมืองฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี เป็นต้น จัดเป็นเมือง
จัตวา กษัตริย์ได้แต่งตั้งผู้ที่เหมาะสมไปปกครอง แต่สิทธิ
อำนาจทั้งหมด ยังขึ้นอยู่กับกษัตริย์
หัวเมืองชั้นนอก หหรรืืออเมเืมอืองพงพระรยะยามามหาหนานครคร มีการกำหนด
เป็นเมืองเอก โท หรือตรี ตามลำดับความสำคัญ เมือง
ใหญ่อาจจะมีเมืองเล็กขึ้นอยู่ด้วย กษัตริย์ได้แต่งตั้งเจ้า
นายหรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ไปปกครอง มีการจัดการ
ปกครองเหมือนกับราชธานี เช่น เมืองพิษณุโลก สุโขทัย
นครราชสีมา และทวาย จัดเป็นเมือง เอก โท ตรี กษัตริย์
ได้แต่งตั้งราชวงศ์หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไปเป็นเจ้า
เมืองมีอำนาจบังคับบัญชาเป็นสิทธิขาด เป็นผู้แทนองค์
กษัตริย์ มีกรมการปกครองในตำแหน่ง เวียง วัง คลัง นา
เช่นเดียวกับของทางราชธานี
เเมมืือองงปปรระะเเททศศรราาชช ให้เจ้าเมืองปกครองกันเอง เพียงแต่ส่ง
เครื่องราชบรรณาการมาถวายตามกำหนด และเกณฑ์
ผู้คนและทรัพย์สินเพื่อช่วยราชการสงคราม สำหรับการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ให้จัดเป็นหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้าน
ปกครองดูแล ตำบล มีกำนันเป็นหัวหน้า แขวง มีหมื่น
แขวงเป็นหัวหน้า กษัตริย์ยังได้แบ่งการปกครองในภูมิภาค
ออกเป็นหมู่บ้าน ตำบล แขวง และเวียง
3
ตราพระราชกำหนดศักดินา
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ตราพระราชกำหนดศักดินาขึ้น
เป็นกฎเกณฑ์ของสังคม ทำให้มีการแบ่งประชากรออกเป็นหลาย
ชนชั้น
เช่นเดียวกับหน้าที่และสิทธิของแต่ละบุคคล ศักดินาเป็นความ
พยายามจัดระเบียบการปกครองให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น อันเป็น
หลักที่เรียกว่า การรวบเข้าสู่ศูนย์กลาง ทั้งนี้ถึงแม้ว่าศักดินาจะ
เป็นการกำหนดสิทธิในการถือครองที่ดิน แต่ในทางปฏิบัติแล้ว
หมายถึงจำนวนไพร่พลที่สามารถครอบครอง เกณฑ์การปรับไหม
และลำดับการเข้าเฝ้าแทน
ฐานะ/ยศ/ตำแหน่ง ศักดินา (ไร่)
เจ้านาย 15,000 - 100,000
ขุนนาง 400 - 10,000
มหาดเล็ก, ข้าราชการ 25 - 400
ไพร่ 10 - 25
ทาส 5
การแต่งตั้งตำแหน่งข้าราชการให้มีบรรดาศักดิ์ตามลำดับจากต่ำ
สุดไปสูงสุดคือ ทนาย พัน หมื่น ขุน หลวง พระ พระยา และ
เจ้าพระยา มีการกำหนดศักดินา เพื่อเป็นค่าตอบแทนการรับ
ราชการ และได้อาศัยใช้เป็นเกณฑ์กำหนดการมีที่นาและการปรับ
ไหมตามกฎหมาย.
กฎมณเฑียรบาล
ในปี พ.ศ.2001 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ตั้งกฎมณเฑียรบาล
ขึ้นเป็นกฎหมายสำหรับการปกครอง แบ่งออกเป็นสามแผน คือ
1. พระตำราว่าด้วยแบบแผนพระราชพิธีต่าง ๆ
2. พระธรรมนูญว่าด้วยตำแหน่งหน้าที่ราชการต่าง ๆ
3. พระราชกำหนดเป็นข้อบังคับสำหรับพระราชสำนัก
ต ร า ก ฎ ม ณ เ ฑี ย ร บ า ล ว่ า ด้ ว ย ก า ร สื บ ร า ช 4
สันตติวงศ์ พระพุ ทธศักราช 2467
ด้ านการทำศึกสงคราม
เกิดสงครามขึ้นหลายครั้ง ได้แก่
พ.ศ. ๑๙๘๔ แต่งทัพไปตีเมืองมะละกาซึ่งแข็งเมืองเป็นผลสำเร็จ
พ.ศ. ๑๙๘๕ แต่งทัพไปตีเมืองเขมร
พ.ศ. ๑๙๙๘ ศึกกับล้านนาเริ่มจากพระยาเชลียงนำทัพพระเจ้าติโลกราชมาตีเมือง
พิษณุโลกสืบเนื่องจากปัญหาการสถาปนาตำแหน่งพระมหาธรรมราชาแห่งสุโขทัยจน
กลายเป็นชนวนศึกอันยาวนานระหว่างอยุธยาและล้านนาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจึง
ย้ายไปประทับที่พิษณุโลกจนสิ้นรัชกาลและให้พระบรมราชาพระราชโอรสครองอยุธยา
ด้ านวรรณกรรม
ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ
ให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิต แต่งหนังสือมหาชาติคำหลวง
นับว่าเป็นวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่องแรกของกรุง
ศรีอยุธยา และเป็นวรรณคดีชั้นเยี่ยมที่ใช้เป็นแนวทางในการ
ศึกษาภาษา และวรรณคดีของไทย นอกจากนี้ยังมีลิลิตพระลอ
ซึ่งเป็นยอดวรรณคดีประเภทลิลิตของไทย
หนังสือมหาชาติคำหลวง
พิมพ์ ปี พศ.2516
5
6
ป ร ะ วั ติ
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหา
กษัตริย์ไทยองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี เป็นพระราชโอรสใน
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสมเด็จพระ
ศรีสุราลัย ( เจ้าจอมมารดาเรียม ) ประสูติ ณ วันจันทร์
เดือน ๔ แรม ๑๐ คํ่า ปีมะแม ตรงกับวันที่ ๓๑ มีนาคม
พุทธศักราช ๒๓๓๐ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์ชายทับ”
ก่อนขึ้นครองราชย์ทรงได้รับการสถาปนาเป็นกรมหมื่น
เจษฎาบดินทร์กำกับราชการกรมพระคลังและกรมท่าซึ่ง
มีหน้าที่ค้าขายกับต่างประเทศกำกับสำเภาหลวงและ
สำเภาส่วนพระองค์ไปค้าขายกับประเทศจีนเมื่อพระราช
บิดาสวรรคตโดยมิได้มอบราชสมบัติแก่พระราชวงศ์ใดเจ้า
นายและขุนนางชั้นผู้ใหญ่จึงลงความเห็นให้อัญเชิญกรม
หมื่นเจษฎาบดินทร์ขึ้นครองราชย์ตลอดรัชสมัยอัน
ยาวนานถึง ๒๗ ปี
๒๓๖๗
7 -๒๓๙๔
8
พระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกล้าเจ้า
อยู่หัว
พระราชกรณียกิจที่สำคัญในรัชกาลนี้ คือ
การฟื้ นฟู ความเข้ มแข็งมั่นคง
ของประเทศด้ านการทำนุบำรุ ง
พระพุ ทธศาสนา
ได้แก่ การสร้างและปฏิสังขรณ์พระอารามต่าง ๆ การส่งสมณทูตไป
ลั ง ก า ก า ร คั ด ล อ ก ร ว บ ร ว ม พ ร ะ ไ ต ร ปิ ฎ ก
ด้ านการศึกษา
พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ นั่ ง เ ก ล้ า เ จ้ า อ ยู่ หั ว ไ ด้ ท ร ง
สนับสนุนการศึกษาโดยโปรดเกล้าฯ ให้ผู้มีความ
รู้นำตำราต่างๆ จารึกลงบนศิลาประดับไว้ตาม
ฝาผนังอาคารต่างๆ ของวัดราชโอรสาราม วัด
สุทัศนเทพวราราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่วัด
พระเชตุพนวิมลมังคลาราม ความรู้ต่างๆ
โปรดเกล้าฯ ให้จารึกไว้มีทั้งวิชาอักษรศาสตร์
แพทยศาสตร์ พุทธศาสตร์และโบราณคดี ตำรา
โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ตำรายา ตำราโหร
ศาสตร์ พร้อมกันนั้นก็โปรดเกล้าฯ ให้ปั้นรูปฤาษี
ดัดตน แสดงท่าบำบัดโรคลม กับคำโคลงบอก
ชนิดของลม ตั้งไว้ในศาลารอบเขตพุทธาวาส
เพื่อให้ประชาชนศึกษาความรู้ต่างๆ ได้อย่าง
แพร่หลาย จนอาจเรียกได้ว่า วัดพระเชตุพน
วิมลมังคลาราม เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของ
เ มื อ ง ไ ท ย
ด้ านเสริมสร้ างความมั่นคงของ
ประเทศ
คือ การปราบปรามกบฏทั้งอั้งยีในหัวเมืองชายทะเลกบฏในรัฐมลายูและกบฏ
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ แต่ที่สำคัญ
คื อ ส ง ค ร า ม อ า น า ม ส ย า ม ยุ ท ธ กั บ ญ ว น
9
ด้ านการเมืองการปกครอง
มีการปรับปรุงภาษีอากรใหม่ ยกเลิกภาษีฝิ่นอากรค่านํ้า
แ ล ะ อ า ก ร รั ก ษ า เ ก า ะ
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำกลองใบใหญ่ที่เจ้าพระยาพระคลัง
นำมาถวายไปตั้งไว้ที่ทิมดาบ กรมวังลั่นกุญแจ
พระราชทานนามว่า “วินิจฉัยเภรี” สำหรับให้ประชาชนที่
ต้องการร้องทุกข์ถวายฎีกามาตี แล้วกรมวังก็จะไข
กุญแจให้ เมื่อตีกลองแล้วตำรวจเวรก็จะรับตัวมาสอบ
ถามเรื่องราวแล้วนำความขึ้นกราบบังคมทูล จากนั้นจึง
มอบหมายให้ขุนนางคอยดูแลชำระความ และคอย
สอบถามอยู่เสมอมิให้ขาด ทำให้ขุนนางไม่อาจหลีกเลี่ยง
ต่อหน้าที่ได้ ประชาชนจึงได้รับผลประโยชน์เป็นอย่างมาก
รูปปั้ นฤาษีดัดตน
ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ด้ านเศรษฐกิจ
ก า ร เ ก็ บ ภ า ษี อ า ก ร นี้ ท ร ง ตั้ ง ร ะ บ บ ก า ร เ ก็ บ ภ า ษี โ ด ย ใ ห้
เ อ ก ช น ป ร ะ มู ล รั บ เ ห ม า ผู ก ข า ด ไ ป เ รี ย ก เ ก็ บ ภ า ษี จ า ก ร า ษ ฎ ร
เอง เรียกว่า เจ้าภาษีหรือนายอากร
การค้าขายกับชาวต่างชาติ โดยไทยได้ส่งเรือสินค้า
เข้าไปค้าขายในประเทศต่างๆ มากมาย เนื่องจาก
พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ นั่ ง เ ก ล้ า เ จ้ า อ ยู่ หั ว ท ร ง ส น พ ร ะ ร า ช
ห ฤ ทั ย แ ล ะ เ ชี่ ย ว ช า ญ ก า ร ส่ ง เ รื อ สิ น ค้ า อ อ ก ไ ป ค้ า ข า ย ม า
ตั้งแต่ครั้งดำรงยศเป็นพระเจ้าลูกเธอ กรมหมื่นเจษฎา
บดินทร์ จนสมเด็จพระบรมชนกนาถตรัสเรียกพระองค์ว่า
“ เ จ้ า สั ว ”
รัชสมัยนี้ไทยได้ทำ สนธิสัญญาเบอร์นีย์
กั บ อั ง ก ฤ ษ นั บ เ ป็ น สั ญ ญ า พ า ณิ ช ย์ ไ ม ต รี กั บ ช า ติ ต ะ วั น ต ก
เ ป็ น ค รั้ ง แ ร ก ส่ ว น ก า ร ติ ด ต่ อ ค้ า ข า ย กั บ จี น ยั ง ค ง ดำ เ นิ น ต่ อ
ไป อย่างใกล้ชิดในระบบจิ้มก้องเช่นเดิม
10
11