The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by naiphak8727, 2022-03-06 22:08:27

วรรณกรรมพื้นบ้าน เรื่องไกรทอง

วรรณกรรมไกรทอง

วรรณกรรมพน้ื บ้านเรื่อง ไกรทอง

นางสาวนัยนภ์ คั หวานชะเอม
รหัสฯ 020 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิภาษาไทย ปี 3

รายงานเล่มนี้เป็นสว่ นหน่ึงของวชิ า
คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพระนคร

การศกึ ษา 2564

คำนำ
รายงานเลม่ น้ีเป็นส่วนหนงึ่ ของวิชาเพือ่ ใช้เป็นสือ่ ประกอบการเรยี นและการนำเสนอภายในรายวิชานี้
ซึ่งในรายงานเล่มน้ีมีเนือ้ หาเกี่ยวกับวรรณคดีเรือ่ งไกรทองเพือ่ ให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรูม้ คี วามเข้าใจในส่วนหน่ึง
วรรณคดไี กรทอง
ผ้จู ัดทำขอผู้ท่ีให้คำแนะนำและปรึกษาสำหรับการทำรายงานเลม่ นี้ผู้จัดทำหวงั ว่ารายงานเล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์แกก่ ารเรยี นการสอนและสามารถนำความรทู้ ไ่ี ปใชใ้ นการเรียนการสอนตอ่ ไป

ผูจ้ ดั ทำ
นัยภคั หวานชะเอม

ความเปน็ มาของวรรณคดเี รือ่ งไกรทอง

ไกรทองมีท่ีมาจากนทิ านพื้นบ้านของเมืองพิจิตร ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันวา่ มีเค้ามาจากเรื่องจริงจึงมีการ
เรียกชื่อสถานทต่ี า่ งๆตามตัวละครในเรือ่ งเช่นทเี่ มอื งพิจติ รเกา่ มตี ำบลชอื่ วงั ชาละวนั และบ้านดงเศรษฐีท่ีจังหวัด
นนทบุรซี ่งึ เชือ่ ว่าเป็นบ้านเกดิ ของไกรทองคอื ตำบลบ้านนายไกร

ตามประวัติโบราณนายไกรทองเดิมชื่อไกลบ้านอยู่ ริมคลองตำบลขุนกองอำเภอบางกรวยจัง ห วัด
นนทบุรีมีอาชีพทำสวนและคุมเรือสินค้านำผลไม้จากสวนนนทบุรีล่องเรือไปขายทางเมืองพิจิตร และได้ถือ
โอกาสไปร่ำเรยี นวชิ าอาคมกับทา่ นพระครวู ัดหน้าพระธาตุเมืองพจิ ติ ร

วนั หน่งึ ท่ีเมืองพจิ ติ รพญาชาละวนั ไดอ้ อกจากถำ้ ใต้บาดาลมาเพราะอยากกินมนุษย์ (ถำ้ ชาละวนั เปน็ ถ้ำ
ใต้น้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นที่อาศยั ของเหล่าจระเขภ้ ายในถ้ำกว้างใหญ่ราวกับเมืองเมือง 1 แยกเป็นห้องใหญ่ห้องเลก็
มากมายในถำ้ มลี กู แกว้ วเิ ศษทสี่ ่องแสงออกมาทำให้ถ้ำสว่างเหมือนเวลากลางวนั ตลอดเวลาจระเขท้ ่ีเข้ามาในถ้ำ
ก็จะกลายเป็นมนุษย์ไม่มีความหิวหรืออยากอาหารใดๆ) เมื่อเห็นนางตะเภาแก้วและนางตะเภาทองลูกสาว
เศรษฐีเมืองพิจิตรกำลังเล่นน้ำอยู่ก็เกิดความเสน่หาจึงคาบนางตะเภาทองไปไว้ถ้ำใต้น้ำฝ่ายเศรษฐีบิดาของ
ตะเภาทองคดิ ว่าลูกสาวเสียชีวิตจึงประกาศให้สินบนแก่ผูท้ ี่ฆ่าชนะมันได้แต่ไมม่ ีผู้ใดทำสำเร็จเมื่อไกรทองมา
เมอื งพจิ ติ รทราบข่าวจงึ ขออาสาและสามารถปราบชาละวันได้สำเรจ็ ดว้ ยหอกสัตตโลหะและวิชาทเ่ี รียนมาจาก
พระอาจารย์และช่วยนางตะเภาทองกลับมาได้เศรษฐีจึงปูบำเหน็จรางวัลโดยยกลูกสาวทั้งสองให้ไกรทองและ
ไกรทองกย็ ังได้นางวิมาลาเมยี ของชาละวันเป็นภรรยาอกี คนจากนน้ั ก็ขน้ึ อาศัยอยู่บนบกสร้างความไม่พอใจให้
นางตะเภาแก้วตะเภาทองจนนางวมิ าลาโมโหกลายร่างเปน็ จระเข้กบั ลงไปยังถำ้ ใตน้ ำ้ ดังเดิม

ประวัติผแู้ ต่ง

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลยั ( รชั กาลที2่ )
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลยั รัชกาลที่ 2 ทรงพระราชสมภพเมื่อพศ 2310 เป็นพระราชโอรสใน
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราชและสมเดจ็ พระอมรนิ ทราบรมราชินี เมอ่ื ได้สถาปนาพระบรม
มะราชจักรีวงศพ์ ระบรมราชชนกทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมใหเ้ ป็นสมเด็จเจา้ ฟ้ากรมหลวงอศิ ร
สุนทรต่อมาไดร้ ับพระราชทานราชาภเิ ษกเป็นกรมพระราชวงั บวรสถานมงคลและเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ
เม่อื พศ 2352 พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ทรงมพี ระอจั ฉรยิ ภาพทางดา้ นศิลปะท้ังประตมิ ากรรม
สถาปตั ยกรรมดนตรีนาฏศิลปแ์ ละวรรณคดที รงมีบทพระราชนพิ นธม์ ากมายเช่นอเิ หนารามเกียรตไ์ิ กรทองคาวี
บทเสภาเรอื่ งขุนชา้ งขุนแผนตอนทำให้องคก์ ารศึกษาวิทยาศาสตร์และวฒั นธรรมแหง่ สหประชาชาติ UNESCO
ประกาศยกย่องพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ทรงเป็นกวีเดน่ ประจำปพี ศ 2511 นับวา่ เป็นกวเี อก
ของโลกคนที่ 3 ทีเ่ ปน็ คนไทยพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั สวรรคตเมื่อพ.ศ 2367 สริ พิ ระชนมายุ
58 พรรษา

เนอ้ื เร่อื งยอ่

กาลคร้งั หน่ึง มีถ้ำทองเปน็ ทอ่ี ย่อู าศัยของจระเข้ในถำ้ มลี ูกแกว้ วเิ ศษท่ีสอ่ งแสงดูดเวลากลางวนั จระเข้
ทุกตวั ท่ีเข้ามาในถ้ำจะกลายเป็นมนษุ ยม์ ีท้าวรำไพเป็นจระเขเ้ ทา่ ผทู้ รงศลี ไม่กนิ เน้ือมนุษย์และสตั วม์ บี ตุ รชือ่ ทา้ ว
โคจรและทา้ วโคจรมีบุตรช่ือชาลาวนั วันหนงึ่ ท้าวโคจรเกดิ ทะเลาะววิ าทกบั ทา้ วพนั ตาและพญาพันวงั จระเข้ทง้ั
3 ต่อสู้เพ่อื แย่งชงิ ความเปน็ ใหญ่สดุ ทา้ ยทั้งสามก็จบชีวิตลงจากบาดแผลท่ีเกดิ จากการสรู้ บกัน

หลงั จากนน้ั พญาชาละวันบุตรของท้าวโคจรก็ได้ข้ึนเป็นผ้ปู กครองท่านบาดาลโดยไมม่ ใี ครกล้าท้าทาย
อำนาจและไดจ้ ระเข้สาว 2 ตวั เป็นเมยี คือวมิ านกบั เล่ือมลายวรรณ ดว้ ยความลุ่มหลงในอำนาจชาละวนั จงึ มี
นิสยั ดุรา้ ยและต้องการกนิ เน้ือมนุษย์และไม่รกั ษาศลี เหมือนทา้ วรำไพผ้เู ป็นปู่แตอ่ ย่างใดเพราะถอื ว่าตนเป็น
ผูป้ กครองถำ้ มอี ำนาจอยากจะทำอะไรกไ็ ด้

ณเมืองพจิ ิตรมีพี่นอ้ งคู่หน่งึ ชอ่ื ตะเภาแกว้ เปน็ ผู้พแ่ี ละนางตะเภาทองเป็นผ้นู ้องทง้ั สองเป็นบุตรเศรษฐี
วันหน่งึ ทง้ั สองได้ลงไปเล่นนำ้ ในคลองทที่ า่ หน้าบ้านกับบา่ วไพร่ดว้ ยความสนกุ สนานอกี หลายคนในเวลานน้ั เจ้า
ชาละวนั จึงกลายรา่ งเปน็ จระเขย้ กั ษ์นิสยั อนั ธพาลไดอ้ อกจากถ้ำอาละวาดลา่ มนุษย์เป็นเหยอ่ื สร้างความว่นุ วาย
ไปทวั่ เมืองและได้วา่ ยน้ำผา่ นมาเห็นตะเภาทองที่แมน่ ้ำหนา้ บ้านเศรษฐเี กดิ ความลุม่ หลงทนั ทีจึงคาบนางแลว้ ด่ิง
ไปยังถำ้ ทองด้วยความหงึ ลำพอง

เมือ่ นางตะเภาทองฟืน้ ขน้ึ มากต็ กตะลงึ ในความสวยของถำ้ และไดเ้ หน็ พญาชาละวันซงึ่ กลายร่างเป็น
ชายรปู งามเจ้าชายมนั ก็เก่ียวพาราสแี ตน่ างไม่สนใจชาละวนั จงึ ใชเ้ วทมนตส์ ะกดให้นางหลงรักและยอมเปน็
ภรรยาเมยี ของชาละวันคือวมิ าลาและเล่ือมลายวรรณ เหน็ กไ็ มพ่ อใจจึงหงึ หวงแตก่ ห็ ้ามสามีไม่ได้ถ้าเสร็จสี
เสยี ใจมากจงึ ประกาศไปว่าใครท่ีพบศพนางตะเภาทองและสามารถปราบจระเข้ตัวนน้ั ไดจ้ ะยกสมบตั ิของตนเอง

ใหค้ รึ่งนึงและจะให้แต่งงานกับนางตะเภาแกว้ และแลว้ ก็ไดไ้ กรทองหนุ่มรูปหลอ่ จากเมอื งนนทบุรซี ่ึงไดร้ ำ่ เรียน
วิชาปราบจระเข้จากอาจารยค์ งจนมคี วามเกง่ กลา้ ติดอาคมเก่งไดร้ ับอาสาปราบชาละวัน

ก่อนพบเจอเหตุร้ายเจา้ ชาละวันไดน้ อนฟนั ขอชาละวันขาดกระเดน็ จึงได้นำความฝนั ไปบอกกลา่ วกบั ปู่
ทา้ วรำไพเพราะเหตุในความฝันเป็นลางรา้ ยเจา้ ชาละวันตอ้ งจำศีลในถำ้ 7 วันถา้ ออกไปนอกถ้ำจะพบภัยพิบัติ
ถึงชวี ติ วมิ าลาจงึ รบั สง่ั ใหบ้ รวิ ารจระเข้คาบก้อนหนิ มาปิดปากถำ้ มองไว้เพ่ือไม่ใหม้ นษุ ยเ์ ขา้ มาในถ้ำได้

รงุ่ เช้าไกรทองเรม่ิ ดงั พธิ บี วงสรวงพร้อมทอ่ งคาถาทำให้เจา้ ชาละวันเกดิ การรอ้ นร่มุ วิมาลาได้แตค่ อย
ปลอบใจใหช้ าละวันอดทนเขา้ ไวแ้ ต่สดุ ทา้ ยชาละวนั กต็ อ้ งออกจากถ้ำแปลงกายเปน็ จระเขข้ ้นึ มาบนผิวนำ้ เพอื่
ตอ่ สู้กับไกรทองการตอ่ สขู้ องคนกับจระเข้จงึ เร่มิ ข้นึ ไกรทองกระโดดข้ึนบนหลังจระเขช้ าละวันอยา่ งรวดเรว็ และ
แทงหอกสตั ตโลหะทำให้อาคมของเขยี้ วเพชรเสือ่ มหอกอาคมได้ท่มิ แทงชาละวันจนบาดเจ็บสาหสั และมันได้รบี
หนีกลับลงไปในถ้ำทนั ทแี ตไ่ กลทองกไ็ ดใ้ ช้เทียนระเบดิ น้ำเปิดทางน้ำตามลงไปทนั ทวี ิมาลาต้องการขอรอ้ งใหป้ ู่
ทา้ วรำไพชว่ ยแตท่ า้ วรำไพกไ็ ม่สามารถช่วยไดเ้ ม่ือมาถึงถำ้ ไกรทองไดพ้ บวิมาลาด้วยความเจ้าชู้จึงเกี้ยวพาราสี
จนนางใจออ่ นยอมเป็นช้จู นนางตกใจวงิ่ หนเี ขา้ ถ้ำไกรทองจงึ ตามหานางไปสวนชาละวันท่ีนอนบาดเจบ็ อยู่ก็รีบ
ออกมาจากท่ีซอ่ นตวั และได้ต่อส้กู บั ไกรทองตอ่ ในถ้ำจนเจา้ ชาละวันสู้ไมไ่ หวในที่สุดกพ็ ลาดท่าถกู แทงจนสิน้ ใจ
ตายตรงนนั้ และไกรทองกไ็ ด้พานางตะเภาทองกบั ข้นึ มาเศรษฐดี ใี จมากท่ลี กู สาวยงั ไม่ตายจึงจดั งานแต่งใหไ้ กร
ทองกบั นางตะเภาแก้วพร้อมมอบสมบัติครึ่งหน่ึงแถมนางตะเภาทองใหอ้ กี คนใจของไกรทองกับนกึ ถึงนางวิ
มาลาจึงไปหาอยู่กินด้วยโดยทำพธิ ีให้นางยังคงเป็นมนุษยแ์ มอ่ อกนอกถ้ำทองนางตะเภาแกว้ ตะเภาทองจับไดว้ า่
สามไี ปหาสู่หนงั จระเขจ้ งึ ไปหาเรอ่ื งกับนางในร่างมนุษย์จนนางวิมาลาทนไม่ไหวกลับร่างเปน็ จระเขแ้ ละไกรทอง
ต้องออกไปห้ามไม่ใหเ้ มียตีกนั และอำลาจากนางวิมาลาด้วยใจอาวรณ์สุดท้ายไกรทองกป็ รับความเข้าใจกับทั้ง
สองฝา่ ยทงั้ มนุษย์และจระเขอ้ ย่อู ย่างสันติ

บทประพันธ์

นิทานพื้นบ้านเรื่องไกรทองเรื่องตอนตน้ ก่อนตอนท่ีทรงพระราชนิพนธเ์ ป็นบทละคร

ท่ีเมอื งพิจติ รมถี ำ้ จระเขอ้ ยู่ในน้ำแหง่ หนง่ึ ในถ้ำมีแกว้ เป็นของวเิ ศษ ในถำ้ ให้สว่างเหมอื นอยกู่ ลางวนั
จระเขต้ วั ใดเข้ามาอย่ใู นถำ้ แล้วก็บันดาลใหก้ ลายเป็นมนษุ ยแ์ ละอม่ิ ทพิ ยไ์ มต่ อ้ งกนิ ผคู้ นหรือบริโภคอาหารอย่าง
ใดเทา้ ระบายเป็นพญาจระเข้อยู่ในถำ้ นะรักษาศลี สจั ก็เป็นค่ะมาชา้ นานเทา่ ใดมบี ุตรชอื่ ท้าวโคจรแต่อยมู่ าทา้ ว
โคจรไปมีเหตุเกิดวิวาทกับจระเข้ร้ายช่ือท้าวแสนตาและพญาพันวงั เลยกัดกันตายทง้ั 3 ตัวจึงเหลอื แต่บุตรของ
ท้าวโคจรช่อื ชาละวนั ทา้ วรำไพเหน็ วา่ ตัวชราแล้วจงึ มอบอำนาจให้แกพ่ ญาชาละวันผเู้ ปน็ หลานปกครองพวก
จระเขบ้ ริวารท้งั ปวงพญาชาละวันมีเมยี หลวงชื่อนางวิมาลาเมียนอ้ ยชื่อนางเล่ยี มลายวรรณอยูใ่ นถ้ำด้วยกนั แต่
พญาชาละวันน้นั ทานชอบกนิ คนตามวสิ ัยจระเข้ไม่ไดร้ กั ษาศลี ของสัจ เหมือนท้าวรำไพผเู้ ป็นปู่อยมู่ าวันหนึง่
พญาชาละวนั อยากกินเน้ือมนุษยจ์ งึ ออกจากถำ้ กลายเป็นจระเข้ว่ายนำ้ มาทางหนา้ เมอื งพจิ ิตรขนาดนัน้ นาง
ตะเภาทองกบั นางตะเภาแกว้ พี่นอ้ งเปน็ ลกู สาวเศรษฐีท่เี มอื งพิจติ รลงเลน่ นำ้ อยู่กับบา่ วไพรพ่ ญาชาละวนั เห็นจงึ
เอานางตะเภาทองนอ้ งรกั เพราะตวั เองอยู่ในถ้ำเคยเปน็ มนษุ ย์จงึ ตรงข้ามเอานางตะเภาทองแล้วพาลงไปในน้ำ
น่งั ตกใจสลบไม่รสู้ กึ สมประดีพญาชาละวนั แกไ้ ขฟื้นขึ้นมาแลว้ พูดจาเกีย้ วนางตะเภาทองเหน็ พญาชาละวนั เป็น
หนุ่มรปู รา่ งสะสวยกน็ ึกรักทงั้ ไมร่ จู้ ะทำอยา่ งไรกย็ อมเป็นเมียชาละวันฝา่ ยนางวมิ าลาเมยี หลวงรวู้ า่ ชาลาวันไป
ได้มนษุ ยม์ าเปน็ เมยี ใหม่จงึ ชวนนางเลืม่ ลายวรรณ ไปดดู ว้ ยกันไปถึงหอ้ งพญาชาละวนั ยงั ไมต่ ่นื นอนเห็นนาง
ตะเภาทองน่งั อยู่คนเดยี วเข้าไปไถถ่ ามตา่ งๆด้วยความหงึ หวงจนเกดิ ทะเลาะด่าวา่ กนั ซ่ึงจรพญาชาละวันต่นื ขนึ้
กก็ ะว่าครูรู้นางทงั้ สามคนตอ้ งเลิกทะเลาะวิวาทกนั

ฝา่ ยเศรษฐีบิดานางตะเภาทองทราบวา่ จระเข้คาบเอาลกู สาวไปสำคญั วา่ นางตะเภาทองตายให้บ่าว
ไพร่เท่ยี วตามหาศพไมพ่ บจงึ บนบานพวกหมอจระเขใ้ หจ้ บั จระเข้ท่ีกินลูกสาวพวกหมอจระเขพ้ ากันอยากได้
สินบนต่างคนต่างพยายามจะจับชาละวนั ไม่รวู้ า่ เปน็ จระเข้ทีม่ เี ข้ยี วแกว้ การรดิ ก็ถกู พญาชาละวันกัดฟดั ฟาดตาย
เสยี เป็นอันมากจนผคู้ นพากนั กลวั ไม่มใี ครกล้าจะรับสนิ บนเศรษฐเี ศรษฐกี ็ขดั ใจจงึ ออกปากบนวา่ ถ้าใครจะพญา
ชาละวันไดจ้ ะยกนางตะเภาแกว้ ลกู สาวคนเลก็ ใหเ้ ป็นเมยี และจะแบ่งทรพั ยส์ มบัติใหค้ ร่งึ หนึง่ นัน้ ก็ลืมไปในแขวง
เมอื งพิจิตรขณะนนั้ ใครทองเปน็ ชาวเมืองนนทบุรคี มุ เรอื สนิ ค้าขายอยูเ่ มืองเมอื งพิจติ รเจา้ ไกรทองเป็นคนรกั
เรยี นวิชาอาคมแต่น้อยเมอ่ื ข้นึ ไปอยู่เมืองพจิ ิตรได้ 18 ปีเวลาวา่ งการค้าขายอตุ สา่ หไ์ ปเลา่ เรยี นวิชากบั พระครทู ่ี
วัดหน้าพระธาตุเสมอไม่ขาดท่านพระครรู กั ใครบ่ อกวิชาอาคมจนชำนาญการได้ยินขา่ วท่เี ศรษฐีบทบาทหาง
จระเข้จะยอมแบ่งสมบัติและยกลูกสาวให้ก็เกดิ คดิ อยากรับอาสาเอาสินบนจะได้ตั้งตนใหเ้ ป็นหลักเปน็ แหลง่
ต่อไปตน้ ไปถามพระครูผ้กู ารอ้อวิชาอาคมความรทู้ ี่ได้เลา่ เรียนไวจ้ ะพอตอ่ สูก้ ับจระเข้ตัวน้ันสำคญั ไดห้ รอื ยงั พระ

ครบู อกว่าวิชาท่ีเรียนน้ันก็พอจะสูจ้ ระเขไ้ ด้อยแู่ ลว้ แตค่ า่ ยาชาวันน้ันมีเข้ยี วๆเปน็ จระเขก้ ายจะฆ่าฟนั ด้วยเครื่อง
ศัสตราวธุ อื่นหาไมต่ ายตอ้ งแทงดว้ ยหอกสตั ตโลหะจึงตายไกรทองไดฟ้ ังก็ยินดจี งึ ขอหอกสัตตโลหะกับปอ้ งกนั ตวั
จากพระครูแล้วไปบอกเศรษฐีว่าจะรบั อาสาจบั พญาชาละวันเศรษฐกี ย็ นิ ยอมทัง้ สองฝา่ ยจึงไปทำสัญญากนั ต่อ
หน้าเจา้ เมอื งกรมเมอื งพิจิตรแลว้ ใกล้ถอดก็ไปต้งั โรงทำพธิ ที หี่ าดทรายรมิ น้ำนา่ นเมืองพิจิตร

เมื่อเจา้ ไกรทองตงั้ พธิ พี ระยาชาลวันอยู่ในถำ้ นอนอยู่กับนางวมิ าลาในคนื นน้ั เกดิ นมิ ิตรฝันว่าไฟไหม้แล้ว
มีเทวดาองค์หนงึ่ ถอื พระขรรค์เข้าไปฟาดฟนั พระยาชาลวันสาวไส้ออกให้แจ้งกากนิ แล้วตัดเอาศีรษะไปพระยา
บาลวันตกใจตื่นขึน้ ไม่สบายใจจงึ เลา่ ความฝนั ใหน้ างวมิ าลาฟังนางวิมาลารู้ว่าเป็นฝันร้ายแนะนำให้ไปแก้ฝันแก่
ท้าวรำไพขอใหเ้ ธอชว่ ยทำนายท้าวรำไพทำนายวา่ ฝนั ร้ายนกั ถา้ ประมาทจะมีศตั รบู ังอาจลงมาทำร้ายจนถงึ ในถ้ำ
ทีอ่ ยใู่ หร้ ะวงั ตัวใหจ้ งดพี ระยาชาลวันจงึ ให้บริวารขนเอาศิลามาถมปดิ ปากถ้ำเสียมิให้ผู้ใดเขา้ ได้หมายจะซ่อนตัว
อย่ใู นจนสน้ิ เคราะห์แล้วจงึ จะออกไปเท่ยี วเตร่ตั้งแต่ก่อน แต่เม่ือเจ้าไกรทองทำพธิ อี ่านอาคมเรียกอำนาจมนต์
บันดาลให้พระยาชาสวันเกิดกลัดกลุ้มในใจจนทนอยู่ในถ้ำไม่ได้ก็ผลุนผลันทำลายกองศิลาที่ปิดปากถ้ำแล้ว
กลายเปน็ จระเข้ว่ายน้ำมายังน่าโรงพิธเี ห็นเจ้าไกรทองลงอยู่ในแพก็ร้วู ่าตัวศัตรูจึงตรากข้ึนเคยแพหมายจะขบ
กดั เสยี ใหต้ าย แต่เตชะวทิ ยาคมช่วยปอ้ งกันเจ้าไกรทองพระยาชาสวนั มิอาจทำร้ายไดก้ ลับถูกเจ้าไกรทองแทง
เจบ็ ปวดเปน็ สาหสั พระยาชาลวนั เห็นวา่ จะไม่ไดก้ ห็ นีกลับลงไปไปบอกความแกท่ ้าวรำไพขอให้ช่วยตอ่ สูศ้ ัตรูห้าว
รำไพไม่เขา้ ด้วยว่าเหตุที่เกิดขน้ึ ท้ังนั้นเพราะพระยาชาลวันไม่อยู่ในศีลในสัจเกี่ยวกัดกันมนุษย์แล้วมิหนำซ้ำไป
สักเอาลูกสาวเขามาเป็นเมียจึงเกิดกรรมเวรเพราะความชั่วของตัวเองพระยาชาสวันเห็นท้าวไฟไมเ่ ข้าด้วยก็
นอ้ ยใจกลับมายังทอี่ ย่ขู องตนมาเล่าความแกน่ างวิมาลาแล้วบอกวา่ แตก่ ่อนเคยมีศัตรูท่ีจะทำร้ายได้เด๋ียวน้ีศัตรู
มฤี ทธ์ิเกิดข้นึ แลว้ คงจะไม่พ้นอนั ตรายเป็นแน่แท้นางวมิ าลาเหน็ พระยาชาลวันถูกแทงเป็นแผลยับไปท่ัวทั้งตัวก็
ตกใจรีบออกมาเรียกพวกบรวิ ารหมายจะให้ช่วยกันไปรักษาพยาบาลขณะนั้นพอเจ้าไกรทองจุดเทียนระเบดิ
น้ำตามลงไปถึงพวกจระเข้บริวารก็พากันหนไี ปยังเหลือ แต่นางวิมาลาอยู่ที่ห้องนอกคนเดียวเจ้าไกรทองฉาย
ข้อมือนางวิมาลาไว้แล้วถามว่าพระยาบาลวันอยู่ที่ไหนนางวิมาลาไมบ่ อกเจ้าไกรทองเน้ือหอกขึ้นจะแทงนาง
ตกใจกร็ ้องขนึ้ พระยาชาลวันอยหู่ อ้ งในไดย้ ินเสียงเมียร้องกถ็ ลันออกมาทง้ั ยังเจ็บอยู่พอเจ้าไกรทองแลเห็นก็รู้ว่า
พระยาชาลวันด้วยมีบาดแผลโลหิตเปอื้ นอยู่ทั้งตัว แตเ่ หน็ รูปทรงเป็นชายโสภาน่ารกั ก็ยนื ตะลึงอยู่ฝ่ายพระยา
ชาลวนั เหน็ เจา้ ไกรทองจับเมียไวโ้ กรธเป็นกำลงั ตรงเข้ารบกับเจา้ ไกรทองตัวตอ่ ตัวนางวมิ าลาก็หนีไปได้รบกนั อยู่
พักหน่ึงพระยาชาลวันสนิ้ กำลงั เจ้าโกรทองจับไดเ้ อาตวั มัดไวแ้ ลว้ เจา้ ไกรทองจงึ นกึ ว่าพระยาชาลวนั นี้แปลงเป็น
มนุษยไ์ ดพ้ รอยจะลกั นางตะเภาทองมาเลี้ยงไว้เปน็ เมยี ตอกกระมงั ท่ีเมอื งพิจติ รจงึ คน้ หาศพนางตะเภาทองไม่ได้
คดิ แล้วจึงเที่ยวกันไปในถ้ำก็พบนางตะเภาทอง แต่นางน้นั ตง้ั แตเ่ ป็นเมียจระเขร้ างควานก็เข้าสงิ กลายเป็นผีดิบ
พูดกับมนุษยไ์ ม่ไดไ้ ด้ แตใ่ ชไ้ ปบอกเจ้าไกรทองจึงพานางตะเภาทองขนึ้ ขพ่ี ระยาชาลวันมาสง่ ตอ่ เจ้าเมอื งกรมการ
เมืองพจิ ิตรเศรษฐผี บู้ ดิ าเหน็ นางตะเภาทองกลายเปน็ ใบรทู้ จ่ี ะแกไ้ ขประการใดจงึ อ้อนวอนเจา้ ไกรทองขอใหช้ ว่ ย

แกไ้ ขใหด้ ว้ ยเจ้าไกรทองบอกวา่ ทน่ี างเปน็ โบนน้ั เพราะรางความของพระยาชาสวนั เข้าทบั ตอ่ พระยาชาลวันตาย
เม่อื ใดจึงจะหายเจ้าเมอื งพิจติ รว่าจระเข้ชาลวนั ตัวน้ีมนั กินผูค้ นเสยี หนักกว่าหนักแล้วจะเอามนั ไว้ทำไมจึงส่ังให้
พวกชาวเมืองฆา่ พระยาขาลวันเสยี แต่พวกชาวเมืองไปทำอย่างไร ๆ พระยาชาสวันกไ็ ม่ตายด้วยอำนาจเขี้ยว
แก้วรักษาตัวอยู่ตอ้ งอ้อนวอนให้เจ้าไกรทองชว่ ยบอกอุบายที่จะฆ่าพระยาชาสวันเจ้าไกรทองให้เอาหอกละตะ
โลหะไปแทงพระยาชาลวันจงึ คายนางตะเภาทองก็หายใหก้ ลับเปน็ ปรกติตั้งแตก่ อ่ นเศรษฐีจงึ ปฤกษากับภรรยา
ว่าเด๋ยี วน้เี จ้าไกรทองกท็ ำการสำเรจ็ ดงั สัญญาจะตอ้ งยกนางตะเภาแกว้ แลแบ่งสมบัติให้เขาแล้วเจ้าไกรทองนี้มี
ฤทธิ์เดชมากคงจะได้มียศศักด์ิต่อไปที่ได้ไว้เป็นลูกเขยก็ดีหนักหนาและนางตะเภาทองนัน้ เขาก็ได้พามาทั้งได้
ชว่ ยแก้ไขให้หายเป็นใบค้ วรจะยกให้เขาเสยี อีกคนหนง่ึ จะไดผ้ ูกพันเจา้ ไกรทองไว้ให้มั่นคงคิดกันดังนี้แล้วจึงยก
นางตะเภาทองกับนางตะเภาแก้วให้เจ้าไกรทองทั้ง ๒ คนเจ้าไกรทองก็ได้ครองสมบัตกิ บั นางทั้ง ๒ อยู่ที่บา้ น
เศรษฐี แตน่ ัน้ มา

อยู่มาเจ้าไกรทองนึกขึ้นถึงนางวิมาลาเมียพระยาชาลวันซึ่งได้ไปเห็นที่ในถ้ำจระเข้คิดรักว่ารูปร่าง
สะสวยหนกั หนานางก็เปน็ ม่ายอยู่จะลองลงไปเก้ียวพานถา้ ปรากฏว่าตวั ปราบพระยาชาลวันแล้วเลยได้เมียด้วย
ก็จะมีชอื่ เสียงในพวกนกั เลงเจ้าชู้คิดดงั นีแ้ ล้วจงึ อุบายลวงนางตะเภาทองตะเภาแก้ววา่ ต้งั แต่ปราบพระยาชาล
วันแลว้ ยังไม่ไดไ้ ปสนองคณุ พระครฯู ผู้เป็นอาจารย์เลยจะขอลาไปปฏิบัติบูชาครสู กั คราวหนง่ึ นางท้งั ๒ พาช่ือก็
ยอมให้ไปเจ้าไกรทองตระเตรยี มตัวออกจากบา้ นมาพอถงึ ทเ่ี ปล่ยี วก็ร่ายมนต์จุดเทยี นระเบดิ แล้วประดานำ้ ลงไป
ยงั จระเขพ้ วกจระเขเ้ ห็นพากนั กลวั รบี หลบหนไี ปฝา่ ยนางวมิ าลาต้งั แต่พระยาขาลวนั ตายกเ็ ฝา้ แต่โศกเศร้าอาโล
ยถึงตัวอยู่ในห้องวันนั้นได้ยินเสยี งพวกจระเขอ้ ือ้ อึงนางออกไปดูก็พอพบเจ้าไกรทอง ๆ ก็เกี้ยวพานนางจึงหนี
เข้าห้องปิดประตูลัน่ ดานเสียเจ้าไกรทองจะเรียกเท่าไรกไ็ ม่เปดิ รับเจ้าไกรทองร่ายมนต์สะเดาะดานเปิดประตู
เข้าไปได้นางก็จนอยู่ในห้องนัน้ เจ้าไกรทองเกี้ยวพานสัญญาว่าจะอยู่เป็นคู่ครองแล้วเป่ามนต์เทพนจานนางวิ
มาลาถกู เสนห่ ก์ ็กลับใจยินยอมเปน็ เมียอยกู่ ับเจ้าไกรทองที่ในตอ่ มาเร่ืองต้นมาตอ่ ตอนทที่ รงพระราชนิพนธ์บท
ละครตรงนี้อนึ่งมีคำเล่ากันมาว่าเหตุที่พระบาทสมเด็จฯ พระพุทธเลิศหล้านภาลยจะทรงพระราชนิพนธ์บท
ละครเรือ่ งไกรทองนั้นเกดิ แต่สนุ ทรภู่กล่าววา่ ทเี่ จ้านายจะทรงแต่งกลอนให้เป็นจำนวนชาวตลาดเหมือนสุนทร
ภู่แต่งนัน้ ไม่ได้จงึ ทรงพระราชนิพนธเ์ รืองไกรทองใหเ้ ห็นว่าแต่งได้เพราะฉนั้นในบทละครเรื่องไกรทองจึงเป็น
อย่างปากชาวตลาดตลอดท้ังเร่อื งกลา่ วกันมาดังนี้

ตอนท่ี 1 นางวมิ าลาตามไกรทองมาจากถำ้

๏ เมื่อน้นั โฉมเจา้ ไกรทองพงศา

สมส่อู ยู่ด้วยวมิ าลา สำราญบานใจ

ลืมสงั เกตเวทมนตท์ ร่ี ่ำเรียน แตเ่ วียนนอนน่ังเจบ็ หลังไหล่

ลืมสองภรรยาแลขา้ ไท อ่ิมไปด้วยทิพโอชา

ร่วมภิรมยช์ มรศสาวศรี กมุ ภีล์ผดิ อยา่ งต่างภาษา

อยเู่ ยน็ เปนศุขทกุ เวลา ถงึ ได้เปนเจ้าพระยากไ็ มป่ าน

ฯ ๖ คำ ฯ

ปีนตลิ่ง

๏ วันเอยวันหน่งึ ให้คดิ คำนงึ ถึงบ้าน

แต่กมู าอยกู่ ช็ า้ นาน สกั กี่วันวารไม่แจง้ ใจ

ด้วยคหุ าสวา่ งอยอู่ ยา่ งน้ัน จะสำคญั วนั คนื ก็ไมไ่ ด้

แต่คิดคเนนกึ ตรกึ ไตร เห็นจะได้สกั เจ็ดวันมา

ปานนน้ี ้องสองคนจะบ่นถึง วันนจี้ งึ สำลกั นกั หนา

ตัวกหู ลงอย่ดู ว้ ยกุมภา จะเสือ่ มเสียวิชาที่เรยี นรู้

อยา่ เลยจะชวนนางขึ้นไป เล้ียงเปนเมียไว้จะดอี ยู่

ให้คนื ฦๅชอ่ื เราว่าเจา้ ชู้ จะมผี ้สู รรเสรญิ สืบไป

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ คดิ พลางทางเรยี กวมิ าลา เข้ามาแล้วแจ้งเถลงไข
พ่ีรักนางพา่ งเพยี งจะกลืนไว้ หมายจะไมจ่ ากกนั คุ้งวันตาย
แตจ่ นใจที่จะอย่ใู นคูหา เวทมนต์เรยี นมาจะเส่ือมหาย
จำเปนจำไปใจเสียดาย ไม่เคยขาดคลาศคลายสกั เวลา
ขอเชิญดวงใจไปดว้ ยพ่ี เปนทีส่ นทิ เสนหา
พีจ่ ะเลย้ี งเจ้าเปนภรรยา แกว้ ตาอย่าละห้อยน้อยใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมอื่ นนั้ วมิ าลานารศี รีใส
ไดฟ้ ังค่งั แคน้ ขัดใจ จงึ ตอบคำไปด้วยโกรธา
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ แตเ่ อยแต่เดมิ ชา่ งแต้มเติมตอ่ ติดประดิษฐว่า
ลว้ นจะรักจะใคร่ให้สญั ญา มิสับปลับกบั ขา้ ฤๅหมอ่ มไกร
สารพัดพูดคลอ่ งเหมือนลอ่ งนำ้ จะมจี ริงสกั คำกห็ าไม่
ลมื แลว้ ฤๅขาทว่ี ่าไว้ จะอย่ดู ว้ ยน้องได้ในถำ้ ทอง
ถ้อยยำคำมน่ั เจา้ พาที มิให้อายกุมภลี ส์ น้ิ ท้งั ผอง
ครัน้ สมใจได้ชมิ ล้มิ ลอง จะทิง้ นอ้ งเสียได้ไม่เอน็ ดู
มหิ นำซำ้ จะพาเอาขึ้นไป จะให้อปั ยศอดสู
จะมาลอ่ ลวงเลน่ เหมือนเชน่ ชู้ สุดรู้ทีน่ อ้ งจะตามไป
ฯ ๘ คำ ฯ

โอโ้ ลม

๏ เจ้าเอยเจา้ พี่ ไมพ่ อทีจ่ ะพะวงสงไสย
ใชจ่ ะกลา่ วแกล้งแสรง้ ใสใ่ คล้ ส่งิ ไรมิจรงิ ไมเ่ จรจา
พีเ่ ปนมนษุ ยส์ ดุ วไิ สย จะอยู่ในนทีคูหา
น่ีมาไดด้ ว้ ยฤทธวิ ทิ ยา แมน้ ประมาทไม่ช้าจะบรรไลย
ถา้ อย่ไู ด้ไมร่ า้ งห่างหอ้ ง จริงจรงิ นะนอ้ งอย่าสงไสย
จะลดเลีย้ วเบีย้ วบิดตะกดู ไป เหมอื นเจา้ ไม่เมตตาปรานี
นอ้ ยฤๅรักเจ้าสกั เท่าพอ้ ม ยังไม่ยอมพรอ้ มใจไปดว้ ยพ่ี
จะเฝ้าวอนงอนง้อไปไยมี คอ่ ยอยู่จงดีพ่ีขอลา
ฯ ๘ คำ ฯ

๏ สุดเอยสดุ ใจ นอ้ งไม่เบยี่ งบดิ ประดษิ ฐ์ว่า
เจา้ อยา่ พะวงสงกา ตัวข้าไดบ้ อกแต่เดมิ ที

ว่าฝูงกุมภาสิน้ ทั้งผอง อยใู่ นถ้ำทองเกษมศรี
เดชะด้วยฤทธิแ์ กว้ มณี กมุ ภีล์จึงเปนมนษุ ย์ไป
มีธรุ ะจะออกไปนอกถ้ำ ถึงนำ้ กลบั เพศตามวิไสย
นี่และเปนความจนใจ ไปไดฤ้ ๅจะไมไ่ ปตาม
ขา้ กไ็ ด้บอกแล้วแตห่ นหลัง เจ้าก็ไม่หยุดยั้งฟงั ห้าม
ก่นแตเ่ ฝา้ เยา้ ยวนลวนลาม มันเปนความงามหน้าแลว้ คราน้ี
เม่อื ผิดอย่างต่างชาติต่างวิไสย จะอยู่ดว้ ยกันได้ก็ใชท่ ่ี
ไม่ช้าไม่พลันกีว่ นั มี จะมาหนนี อ้ งไปให้ได้อาย
ฯ ๑๐ คำ ฯ

โอโ้ ลมนอก

๏ นอ้ งเอยนอ้ งรัก เจ้าอยา่ พกั กา้ วเฉียงเบ่ยี งบา่ ย

เหน็ แลว้ วา่ สมคั รรักพี่ชาย จึงอบุ ายบิดเบอื นเชือนแช

นอ้ ยฤๅนั่นช้นั เชิงมิดชดิ ปอ้ งปดิ มิดเม้นไม่เหน็ แผล

แสนงอนออ่ นคอทำทอ้ แท้ เรรวนปรวนแปรไมป่ รองดอง

ถา้ เจา้ จะเอออวยไปดว้ ยพี่ จะเสียทไี มถ่ นัดขดั ข้อง

เสมือนหน่ึงรักพเี่ สยี ดายนอ้ ง ถ้ำทองเปนศขุ สนกุ สบาย

ด้วยกมุ ภลี ห์ น่มุ หนมุ่ ประชุมพร้อม บริวารแวดลอ้ มเหลอื หลาย

แต่ลว้ นรูปนิมติ รบดิ เบือนกาย จึงเสียดายเตม็ ทอี ยมู่ ิไป

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ นำ้ เอยน้ำคำ เจ็บอกปิม้ ป้ำน้ำตาไหล
แมน้ มวิ ่าบ้างเลยจะเคยใจ นางจึงตอบคำไปดว้ ยโกรธา
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เจา้ เอยเจ้าไกรทอง ขอโทษเถิดใชน่ ้องจะแกลง้ ว่า
เจา้ อสุ ่าห์ประดาน้ำดำลงมา คน้ ควา้ หานอ้ งท่หี อ้ งใน
เจา้ ก็จุดธูปเทียนเวยี นสอ่ งท่วั หม่อมผวั จะงมมาก็หาไม่
กย็ อ่ มเหน็ ย่อมร้อู ยแู่ กใ่ จ ท่ใี นชวั่ ดีวิมาลา

ไม่เห็นฤๅหนุม่ หนมุ่ ในหอ้ งน้อง มนั ออกซอ้ งเสียนักอย่าพักวา่
ชัว่ จริงเจ้าเอ๋ยชาติกมุ ภา ใครเขา้ มากพ็ ลอยพุดสะรุด
ถงึ เจ้ากเ็ ปนคนไม่พน้ ช่ัว มาเกลอื กกลั้วสตั รีไม่บริสุทธ์ิ
เสยี ชาตญิ าติวงศพ์ งศ์มนุษย์ เปนบรุ ษุ โหดไร้นำ้ ใจพาล
มางงงวยดว้ ยหญิงแพศยา จนหน้าตาหมองคล้ำดำดา้ น
เจา้ เปนคนมนตเ์ วทเชี่ยวชาญ วิชาการมเิ ส่อื มก็จำคลาย

ตอนที่ ๒ ไกรทองตามนางวมิ าลากลับไปถำ้

๏ เมอื่ นนั้ โฉมเจ้าไกรทองหมองศรี

ครน้ั นางวิมาลานารี กลายเปนภมุ ภีลก์ ลับไป

ทง้ั เสยี ดายทง้ั รักเปนหนกั หนา คิดคดิ ขนึ้ มาน้ำตาไหล

ให้ละหอ้ ยละเหี่ยเสยี น้ำใจ เหมอื นบ้าใบ้ไมเ่ ปนสมประดี

ภรรยามาเตอื นให้ไปบ้าน ยงิ่ เดอื ดดาลดุดนั หนั หน้าหนี

ชะนางตัวขยนั ขันส้นิ ที ชา่ งชวนกนั ด่าตวี ิมาลา

เหมือนแกล้งตปี ลาน่าไซ เอออะไรมาคดิ ฤษยา

หวงแหนแสนรา้ ยรามา จะปิดประตูค้าแตข่ ้างเดยี ว

เมอ่ื กี้พม่ี หิ า้ มนางกมุ ภา ทีไ่ หนจะคะระนาคาเขย้ี ว

ทั้งบา่ วไพรไ่ มช่ ่วั ตวั เปนเกลียว น่ีหากคิดนดิ เดียวดอกกระมัง

ว่าพลางทางเดนิ ออกจากสวน หุนหนั ปัน่ ป่วนคลมุ้ คล่ัง

เมียงามตามไปไม่อนิ งั มายังบา้ นพลนั ทันใด

ฯ ๑๒ คำ ฯ เพลง

๏ คร้นั ถงึ จึงข้ึนบนเคหา จะอาบน้ำผลัดผา้ ก็หาไม่
โมโหฮดึ ฮัดขดั ใจ เดนิ ตรงเข้าไปในที่นอน

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ช้า

๏ ทมุ่ ทอดตัวตนลงบนเตยี ง เอนเอียงแอบอิงพงิ หมอน

คิดถงึ วิมาลาย่งิ อาวรณ์ ทกุ ข์รอ้ นรำ่ ไรไปมา
ใหผ้ ุดลกุ ผดุ นง่ั คลัง่ เคลมิ้ จิตร สำคัญคิดว่าอยู่ในคหู า

งวยงงหลงเรียกวิมาลา ขน้ึ มานง่ั น่ดี ้วยพี่ชาย
สัพยอกหยอกยดุ ฉดุ หมอนข้าง นึกว่านางพลางพลอดกอดกา่ ย
ประคองข้นึ อมุ้ แอบเปนแยบคาย แยม้ ยิ้มพรมิ้ พรายสบายใจ

นั่งพินิจพศิ ดรู ู้ว่าหมอน ก็กลบั กลิง้ นงิ่ นอนถอนใจใหญ่
เอาผา้ ห่มคล่ีคลมุ ตัวไว้ เหมือนป่วยเจ็บจบั ไข้ครวญคราง
ไดย้ ินเสยี งแมวไล่ตะครบุ หนู ชะเง้อชะแงแ้ ลดูตามนา่ ตา่ ง
เหลือบแลเหน็ เงาเสาหอกลาง นึกวา่ นางวิมาลายาใจ
ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย

๏ จงึ ลุกจากเตยี งเมียงออกมา แยม้ ยิ้มพยกั หน้าแลว้ ปราไส
พดู พลางทางหลงลบู ไล้ กอดเสาเขา้ ไวท้ ัง้ สองมอื
ครน้ั รู้วา่ มใิ ชก่ ็ไดค้ ดิ เอะ๊ ผดิ แล้วเราเสาดอกฤๅ

ทำแก้ขวยฉวยผา้ มากระพอื แลดูขอ่ื วา่ จะผูกคอตาย
เหน็ เมยี มาฉุดชิงยง่ิ ขึง้ โกรธ แกลง้ โขยดยกตนี ขนึ้ ปนี ป่าย

เคืองขดั วัดเหวย่ี งวุ่นวาย เดินชายเชือนออกมานอกชาน
แวว่ เสยี งไก่ขนั สำคัญว่า วิมาลามาเรยี กก็ร้องขาน
แลหาแห่งใดไม่พบพาน งุน่ ง่านอยคู่ นเดยี วเทีย่ วมอง
ฯ ๘ คำ ฯ เพลง

๏ เมื่อนน้ั นวลนางภรรยาทง้ั สอง
เห็นเจ้าไกรวปิ ริตผดิ ทำนอง คอ่ ยยอ่ งตามมาแลว้ ว่าไป
ฯ ๒ คำ ฯ

เย้ย

๏ ชชิ ะหม่อมผัวตัวขยัน เปนไรนน่ั กริ ิยาเหมอื นบ้าใบ้

เมื่อกกี้ อดเสาเข้าทำไม พดู อะไรเลอื่ นเป้อื นเหมอื นลเมอ
แล้วฉวยผา้ มาจะผูกคอตาย ทำตะเกียกตะกายเกอ้ เก้อ

ไม่อดสผู คู้ นบ่นเพอ้ คลง่ั ไคลไ้ หลเล่อลืมตน
อยา่ สงไสยไมผ่ ดิ ปากว่า จะเปนบา้ เทีย่ วเดินกลางถนน
เสยี แรงเรืองฤทธิเดชเวทมนต์ ฝงู คนเขาจะกลมุ้ รมุ ลอ้
ฯ ๖ คำ ฯ

(บทจำอวดแทรก)
๏ คร้นั ถงึ จึงพงั พาบกราบไหว้ เอาอ้อยขวน้ั มาใหห้ า้ หกข้อ
(บทนาง)
จงออกไปวดั วาหาท่านขรวั รักษาตัวรดน้ำมนต์เสียสักหมอ้

จับมงคลใส่สวมกรวมคอ แตพ่ อส่างสระปะทะปะทัง
(บทจำอวดแทรก)

ลองกินดสู กั ทีแม้นมิพอ จะต้องเลน่ มะละกอกบั แกงฟกั
(บทนาง)

ฤๅไปอยสู่ ู่สมนางจรเข้ ถูกเสน่หย์ าแฝดของเขาขลงั
น่าจะเปนเชน่ นน้ั ดอกกระมงั ฤๅกลดั กล้มุ คลมุ้ คลั่งปะรงั ควาน
(บทจำอวดแทรก)
ฤๅลงไปในท้องคลองเลน่ จอ้ งเต ให้เมียจรเข้ขน้ึ ข่ีหลงั
(บทนาง)

ชรอยผีทอ้ งเลวในเหวถ้ำ เข้าประจำผัวขา้ มาถึงบ้าน
จะเสียผพี ลีบัดปัดกะบาน กวาดเขา้ เปลอื กเข้าสารสง่ ไป
(บทจำอวดแทรก)
ชรอยผพี ระประแดงแขวงปากน้ำ เข้าประจำเจ้าประคณุ จงึ งนุ่ ง่าน
(บทนาง)
ว่าพลางหัวเราะเยาะเย้ย ยังหาเคยพบเหน็ เช่นนไี้ ม่
เอามอื ตอี กทำตกใจ ย่วั เยา้ เจา้ ไกรไปมา
(บทจำอวด)
แกงหมปู ทู เลเทเสยี สิน้ มางมกนิ กบเขียดไมเ่ กลยี ดฤๅ
ชา่ งไม่อายพวกลาวชาวอัตปอื ตบมอื หวั เราะเฮฮ


Click to View FlipBook Version