ส หงขลา :“ รอยแรงหนิ”
MAGAZINE
สงขลา ธ ร ร ม ช า ติ เ มื อ ง 2 เ ล
สมิหลาเพลินใจ
" สงขลา.. " ตั้งอยู่ฝั่ งตะวันออกของประเทศไทยมาแต่สมัยโบราณ มีชุมชนโบราณและเมืองเก่าแก่ มีโบราณสถาน โบราณ
วัตถุ ขนบธรรมเนียมประเพณี และการละเล่นพื้นเมือง ศิลปพื้นบ้านเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
สงขลาเพิ่งปรากฏเป็นครั้งแรกในบันทึกของพ่อค้าและนักเดินเรือชาวอาหรับ-เปอร์เซีย ระหว่าง ปี พ.ศ.1993-2093 ในนาม
ของเมืองซิงกูร์ หรือซิงกอร่า แต่ในหนังสือประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม ของนายกิโลลาส
แซร์แวส เรียกชื่อเมืองสงขลา ว่า "เมืองสิงขร" จึงมีการสันนิษฐานว่า คำว่า สงขลา เพี้ยนมาจากชื่อ "สิงหลา" (อ่าน สิง-หะ-
ลา) หรือสิงขร เหตุผลที่สงขลามีชื่อว่า สิงหลา แปลว่าเมืองสิงห์ โดยได้ชื่อนี้มาจากพ่อค้าชาวเปอร์เซีย อินเดีย แล่นเรือมา
ค้าขาย ได้เห็นเกาะหนู เกาะแมว เมื่อมองแต่ไกล จะเห็นเป็นรูปสิงห์สองตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมืองสงขลา ชาวอินเดียจึง
เรียกเมืองนี้ว่า สิงหลา ส่วนไทยเรียกว่า เมืองสทิง เมื่อมลายูเข้ามาติดต่อค้าขายกับเมืองสทิง ก็เรียกว่า เมืองสิงหลา แต่ออก
เสียงเพี้ยนเป็นสำเนียงฝรั่งคือ เป็นซิงกอร่า (Singora) ไทยเรียกตามเสียงมลายูและฝรั่งเสียงเพี้ยนเป็นสงขลา อีกเหตุผล
หนึ่งอ้างว่า สงขลาเพี้ยนมาจาก "สิงขร" แปลว่า ภูเขา โดยอ้างว่าเมืองสงขลาตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาแดง ต่อมาได้มีการ
พระราชทานนามเจ้าเมืองสงขลาว่า "วิเชียรคีรี" ซึ่งมีความหมายสอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชวินิจฉัยไว้ว่า "สงขลา" เดิมชื่อสิงหนคร (อ่านว่า สิง-หะ-นะ-คะ-ระ)
เสียงสระอะอยู่ท้าย มลายูไม่ชอบ จึงเปลี่ยนเป็นอา และชาวมลายูพูดลิ้นรัวเร็ว ตัดหะ และ นะ ออก คงเหลือ สิง-คะ-รา แต่ออก
เสียงเป็น ซิงคะรา หรือ สิงโครา จนมีการเรียกเป็น ซิงกอรา
สงขลา เป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวสืบต่อกันตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีการค้นพบหลักฐาน ได้แก่ ขวานหิน ซึ่ง
เป็นเครื่องมือสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่อำเภอสทิงพระ ประวัติ ความเป็นมา และวัฒนธรรมสมัยที่เมืองสทิงพระเจริญ เค บูร
ล์เบท ได้ให้ทัศนะว่า สทิงพระ คือศูนย์กลางของอาณาจักรเซี้ยะโท้หรือเซ็กโท เป็นแหล่งหนึ่งในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับ
วัฒนธรรมอินเดียโดยตรงในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 ศตวรรษ เพราะมีร่อยรอยทางสถาปัตยกรรม
ประติมากรรม ที่แสดงให้เห็นว่าเมืองสทิงพระเป็นศูนย์กลางการปกครองดินแดน รอบ ๆ ทะเลสาบสงขลาในสมัยนั้น
เมืองสงขลาได้พัฒนาเป็นหัวเมืองขนาดใหญ่ ในสมัยกรุงธนบุรี และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อ พ.ศ.2310
ประเทศสยามเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า ได้เกิดก๊กต่าง ๆ ขึ้น เจ้าพระยานคร ซึ่งตั้งตัวเป็นใหญ่ ได้ตั้ง นายวิเถีย
ญาติมาเป็นเจ้าเมือง เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีปราบก๊กเจ้านครได้แต่งตั้งให้ จีนเหยี่ยง แซ่เฮ่า ซึ่งเป็นนายอากรรังนก
เป็นเจ้าเมืองในปี 2318 ได้รับพระราชทินนามเป็น "หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ" (ต้นตระกูล ณ สงขลา) เชื้อสายของ
ตระกูลนี้ได้ปกครองเมืองสงขลาติดต่อกันมาไม่ขาดสายถึง 8 คน (พ.ศ.2318-2444)
จนกระทั่ง ปี พ.ศ.2379 สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) โปรด
เกล้าให้พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) ก่อสร้างป้อมกำแพงเมือง ระหว่างที่ก่อสร้าง ตวนกู อาหมัดสะอัด ชักชวนหัว
เมืองไทรบุรี ปัตตานี และหัวเมืองทั้ง 7 ยกมาตีสงขลา เมื่อปราบปรามขบถเรียบร้อยแล้ว จึงได้สร้างป้อม และ
กำแพงเมืองสงขลาจนเสร็จ และได้จัดให้มีการฝังหลักเมืองและได้ย้ายเมืองสงขลามายังฝั่ งตะวันออกของแหลมสน
"ตำบลบ่อยาง" คือ ในเขตเทศบาลนครสงขลา ปัจจุบัน
ครั้นถึงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการปฏิรูปการปกครอง ได้ทรงจัดตั้งมณฑล
เทศาภิบาลขึ้น และได้ส่งพระวิจิตรวรสาสน์ (ปั้ น สุขุม) ลงมาเป็นข้าหลวงพิเศษตรวจราชการเมืองสงขลา ในปี
พ.ศ.2438 เป็นแห่งแรก และในปี พ.ศ.2439 จึงได้จัดตั้งมณฑลนครศรีธรรมราช (พ.ศ.2439-2458) และเป็นที่ตั้ง
ศาลาว่าการภาคใต้ (พ.ศ.2458-2468) นอกจากนี้เมืองสงขลาเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรม
หลวงลพบุรีราเมศวร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สมุหเทศาภิบาลและอุปราชภาคใต้ จนสิ้นสมัยพระบาทสมเด็จพระม
งกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นถึงปี พ.ศ.2475 ได้มีการยุบมณฑลและภาค เปลี่ยนเป็นจังหวัด สงขลาจึงเป็นจังหวัดหนึ่ง
ในภาคใต้จนถึงปัจจุบัน
คำขวัญประจำจังหวัด
"นกน้ำเพลินตา สมิหลาเพลินใจ เมืองใหญ่สองทะเล เสน่ห์
สะพานป๋า ศูนย์การค้าแดนใต้"
Songkhla is worth a visit
1 หาดสมิหลา 2 ยานเมืองเก่าสงขลา
แลนด์มาร์คของจังหวัดสงขลา ที่นักท่อง ความเก่าแก่ของตึก อาคาร และบ้านเรือน ใน
เที่ยวคนใดยังไม่ได้มาเยือนและถ่ายภาพเป็น บริเวณนี้ที่ยังคงอยู่ จะมีถนนที่สำคัญ 3 สาย
ที่ระลึกไว้ ก็เหมือนไม่ได้มาสงขลา ถนนนครนอก ถนนนครใน และ ถนนนางงาม
3 วัดเขาเก้าแสน 4 จุดชมวิวเขาน้อย
ตำนานที่เล่าขานบอกต่อๆ กันมา มีความ จุดชมวิว 360 องศาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งใน
เกี่ยวข้องกับการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ของ จังหวัดสงขลา
จังหวัดนครศรีธรรมราช
5 หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ
แหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์เต็มรูปแบบแห่งแรก
ของภาคใต้
Songkhla is worth a visit
6 7 น้ำตกสวนตูล
น้ำตกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยวิวและบรรยากาศ
ของธรรมชาติ พร้อมด้วยสายน้ำที่เย็นฉ่ำ
8 ของหรอยสงขลา 9 หัวเขาแดง
ของอร่อยที่ต้องลิ้มลอง อหารที่ขึ้นชื่อและเป็นที่
โบราณสถานสำคัญของชาวสงขลา สถานที่
รู้จักเมื่อพูดถึงจังหวัดสงขลา ประวัติศาสตร์ที่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงาม
Let the sea set free.
ปล่อยให้ทะเลปลดปล่อยคุณ
ทะเลสมิหลา
แลนด์มาร์คของจังหวัดสงขลา ที่นักท่อง หาดสมิหลา สามารถสัญจรไปมาได้
เที่ยวคนใดถ้ายังไม่ได้มาเยือนและถ่าย สะดวก ทั้งรถส่วนตัวและรถโดยสาร
ภาพเป็นที่ระลึกไว้ ก็เหมือนไม่ได้มา ขนาดเล็ก ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจากอำเภอ
สงขลา หาดสมิหลามีสัญลักษณ์ที่มีชื่อ หาดใหญ่มากนัก (ประมาณ ๓๐
เสียงคือรูปปั้ นนางเงือกที่มาเยือนที่ครั้ง กิโลเมตร) มีโรงแรมที่พักตั้งอยู่ที่
ก็ยังงามเสมอทั้งที่เธออายุ 50 ปีแล้ว บริเวณแหลมสมิหลา และบริเวณใกล้
(สร้างเมื่อพ.ศ. 2509) ซึ่งจัดเป็นรูปปั้ น เคียง มากมาย มีร้านจำหน่ายอาหาร
คิวทองอันดับต้นๆในโลกก็ว่าได้ เครื่องดื่ม และของที่ระลึก มีกิจกรรม
ทางน้ำมากมาย บานาน่าโบ๊ต เจ็ตสกี
ด้านหลังเป็นเกาะหนูเกาะแมวซึ่งเป็นอีก แล่นเรือใบนอกจากนี้ยังสามารถลง
หนึ่งตำนานน่าสนใจที่คนไทยต้องได้เรียน เล่นน้ำทะเลได้สะดวกเพราะ เป็น
ในวิชาประวัติศาสตร์ ตัวหาดสามารถลง ชายหาดที่ไม่ลาดชัน และจะมี ยามรักษา
เล่นน้ำได้ค่อนข้างปลอดภัยเพราะมีความ การณ์จากเทศบาลเมืองสงขลาคอย
ลาดชันน้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมริม ดูแลรักษาความปลอดภัย
หาดอื่นๆเช่นขี่ม้าชมหาด เล่นว่าว ปิกนิก
ตรงข้ามรูปปั้ นนางเงือกมีร้านขายของที่
ระลึก ร้านอาหาร ห้องอาบน้ำจืดให้บริการ
สงขลา | 6
ประวัติความเป็นมา " หาดสมิหลา"
ตำนานเกาะหนูเกาะแมว มีเรื่องเล่าว่า พ่อค้าชาว
จีนผู้หนึ่งคุมเรือสำเภาเดินทางมาค้าขายระหว่าง
มีหาดทรายขาวสะอาดทิวสนร่มรื่น รูปปั้ นนางเงือกอันเป็น จีนกับสงขลาเป็นประจำ วันหนึ่งพ่อค้าผู้นี้ได้ซื้อ
สัญลักษณ์ของจังหวัดสงขลา และรูปปั้ นหนูแมว รอบบริเวณ หมากับแมวลงเรือไปเมืองจีนด้วย หมากับแมว
อยู่บนเรือนาน ๆ เกิดความเบื่อหน่ายจึงปรึกษา
มีสวนหย่อมไว้ดูร่มรื่นเหมาะเป็นที่นั่งพักผ่อนยามเย็น หน้า หาวิธีการที่จะกลับบ้าน หมากับแมวได้ทราบว่า
หาดมองเห็นเกาะหนู เกาะแมว อันเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของ พ่อค้ามีดวงแก้ววิเศษที่ทำให้ไม่จมน้ำ แมวจึงคิด
อุบายโดยให้หนูไปขโมยแก้ววิเศษของพ่อค้ามา
แหลมสมิหลา และหนูก็ขอหนีขึ้นฝั่ งไปด้วย ทั้งสามว่ายน้ำหนี
เรื่่องเล่าจาก “นางเงือกทอง” นางเงือกทอง เป็นนิยาย
ปรัมปราของไทยโบราณ ซึ่งขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาค ลงจากเรือโดยที่หนูอมดวงแก้วไว้ในปาก
พันธ์) เป็นผู้เล่าไว้ว่า วันดีคืนดีนางเงือกจะมานั่งหวีผมบน
ชายหาดด้วยหวีทองคำ กระทั่งวันหนึ่ง มีชายชาวประมงเดิน
ผ่านมา ทำให้นางเงือกตกใจรีบหนีลงทะเลโดยลืมหวีทองคำไว้ ขณะนั้นหนูนึกขึ้นได้ว่าถ้าถึงฝั่ ง หมากับแมว
คงจะแย่งเอาดวงแก้วไป จึงคิดที่จะหนี ฝ่ายแมว
ชาวประมงเห็นดังนั้น ก็เก็บหวีทองคำไว้ ซึ่งว่ายตามหลังมาก็คิดเช่นกัน จึงว่ายน้ำรี่ไปหา
หนู หนูตกใจว่ายน้ำหนีไม่ทันระวังตัว ดวงแก้ว
และเฝ้าคอยนางเงือกที่หาดนั้นเสมอ แต่นางเงือกก็ไม่เคย วิเศษที่อมไว้จึงตกลงจมหายไปในน้ำ
ปรากฏกายให้เห็นอีกเลย สำหรับรูปปั้ น “นางเงือกทอง” นี้
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2509 ในท่านั่งหวีผม หล่อขึ้นด้วยบรอนซ์ หนูและแมวต่างก็หมดแรงจมน้ำตาย กลายเป็น
รมดำ โดยฝีมือการออกแบบ ปั้ น และหล่อ โดยอาจารย์จิตร เกาะหนูเกาะแมวอยู่ที่อ่าวหน้าเมือง ส่วนหมา
บัวบุศย์ ด้วยเงิน 60,000 บาท (ในสมัยนั้น) โดยใช้เงินจากงบ
ตะเกียกตะกายว่ายน้ำไปจนถึงฝั่ งและสิ้นใจตาย
ประมาณของเทศบาลสงขลา ด้วยความเหน็ดเหนื่อย กลายเป็นหินบริเวณเขา
ตังกวนอยู่ริมอ่าวสงขลา ดวงแก้ววิเศษที่หล่น
จากปากหนูก็แตกละเอียดกลายเป็นหาดทราย
แก้วอยู่ทางด้านเหนือของแหลมสนนั่นเอง
สงขลา | 7
ย่านเมืองเก่าสงขลา
ย่านเมืองเก่าสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง
สงขลา จังหวัดสงขลา เป็นบริเวณที่มีประวัติ
ความเป็นมาและมีอายุยาวนานมากว่า 200 ปี
เลยทีเดียวค่ะ จะเห็นได้จากความเก่าแก่ของตึก
อาคาร และบ้านเรือนในบริเวณนี้ที่ยังคงอยู่
ย่านเมืองเก่านั้นจะมีถนนที่สำคัญ 3 สายด้วย
กัน คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และ ถนน
นางงาม
ในอดีตย่านถนนนครใน ถนนนครนอก และถนน
นางงาม เป็นย่านการค้าที่คึกคัก เพราะเป็นจุด
จอดเรือประมงและเรือสินค้าทั้งไทยและต่างชาติ
ที่มาค้าขายในทะเลสาบสงขลา
ต่อมาการสัญจรทางน้ำลดบทบาทลง ย่านเมือง
เก่าก็ซบเซาตาไปด้วย แต่ก็ยังเหลือบรรยากาศ
เก่าๆ ของอาคารบ้านเรือน และของกินอร่อย ให้
เรามาเดินตามรอยอดีต
ถนนทั้งสามสาย ต่างเต็มไปด้วยร้านรวงเก่า
อาคารบ้านเรือนที่มีอายุยาวนานกว่าร้อยปี ซึ่ง
เป็นการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมจีน
ฮกเกี้ยนและตะวันตกในยุคอาณานิคม
สงขลา | 8
ในอดีตตัวเมืองสงขลาตั้งอยู่ทางฝั่ งตะวันตก แม้ว่าสถาปัตยกรรมของที่นี่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้อยู่ แต่ก็ถูกรวมไปกับ
ของทะเลสาบ เรียกว่า “เมืองสงขลา ฝั่ งแหลม ธุรกิจของในสมัยนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารเก่าแก่ หรือ ร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่น
สน” จนกระทั่งขยายมาทางฝั่ งทิศตะวันออก ส่วนสำคัญที่ทำให้ที่แห่งนี้ยังคงมีเอกลักษณ์และเรื่องราวคงอยู่ ก็คงจะเป็นการเพิ่ม
บริเวณตำบลบ่อยาง เรียกกันว่า “เมืองสงขลา สีสันของตึกราบ้านช่องด้วย ภาพวาดสตรีทอาร์ท ต่างๆ ที่สะท้อนถึงเรื่องราววิถีชีวิต
ฝั่ งบ่อยาง” โดยเริ่มแรกมีถนนสองสายคือ และวัฒนธรรมของคนสงขลา ซึ่งจะอยู่บน ถนนนางงาม นั่นเอง
ถนนนครนอก เป็นถนนเส้นนอกติดกับ
ทะเลสาบสงขลา และถนนนครใน เป็นถนนเส้น ปัจจุบันจังหวัดสงขลากำลังพัฒนาให้ย่าน เมืองเก่ากลายเป็น “ถนนสายศิลปะ” หรือ
ในเมือง ต่อมามีการตัดถนนสายที่สามเรียกว่า Street Art ซึ่งจะมีภาพงานศิลปะบนกำแพง และงานประติมากรรมที่สอดคล้องกับ
ถนนเก้าห้องต่อมาเรียกกันว่า ถนนนางงาม วิถีชีวิต ของชาวเมืองสงขลาดั้งเดิมจัดแสดงอยู่ตามมุม ต่างๆ การได้เดินทอดน่อง
ปัจจุบันถนนนครนอก ถนนนครใน และถนน ไปบนถนนสายนี้ สายนั้นอย่างช้าๆ จึงน่าจะเป็นความอิ่มเอม เปรมใจของคนที่ได้มา
นางงามยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ มีห้อง เยือนสงขลา
แถวไม้แบบจีน ตึกคลาสสิคสไตล์ ชิโนโปรตุกีส
และยังมีอาคารตึกแถวแบบจีนโบราณ ของชาว
จีนฮกเกี้ยน อยู่ปะปนกันทั้งสอง ฟากฝั่ งถนน
โดยอาคารหลายหลังมีการปรับปรุงทาสีใหม่ แต่
ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอาคาร
เดินผ่านถนนนางงามก็จะมีซอยเล็ก ซอยน้อย
ก็เลี้ยวเข้าไป จะพบภาพสตรีทอาร์ท แอบซ่อน
อยู่อีกหลายภาพ ใครมีการสร้างสรรค์ท่าทางใน
การโพสต์ท่าให้เข้ากับภาพแบบไหนบ้างก็งัด
ออกมากันตามสะดวก ภาพแต่ละภาพก็จะมีมุม
ที่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพได้
เมืองเก่าสงขลา ใครสะดวกจะเริ่มจากไหน
ก็ สามารถทำได้ เพราะถนนสายหลัก
แต่ละสาย จะมีถนนสายรองคอยเชื่อม
โยงให้การเดินทาง ง่ายขึ้น ไล่มาตั้งแต่
ถนนรามัญ ถนนปัตตานี ถนนยะลา ถนน
พัทลุง หรือถนนนราธิวาส
ส่วนร้านเก๋ๆ คาเฟ่ดีๆ หรือพิพิธภัณฑ์
มักจะรวมตัวกันอยู่ในย่านที่เรียกว่า NAS
(Nakornnai Art Street) ซึ่งคนรุ่นใหม่
รวมตัว กันในนาม “กลุ่มรักษ์นครใน” ได้
ช่วยกันฟื้ นฟู ความน่ารักของเมืองเก่าให้
ปรากฏสู่สายตาคน ในปัจจุบัน รวมถึง
ผลักดันย่านเก่าสงขลาให้ไปสู่ สายตา
นานาชาติในฐานะ “เมืองมรดกโลก”
สงขลา | 9
งานศิลป์ที่ครีเอทในรูปแบบต่างๆนี้ ก็ ซึ่งสตรีทอาร์ตแห่งนี้กำลังกลายเป็น
หวังดึงดูดใจนักท่องเที่ยว เหล่าฮิป จุดขายด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่
เตอร์ได้มาเช็คอิน ถ่ายรูปเก๋ๆ เท่ห์ๆ ของเมืองสงขลา ได้รับความสนใจ
เก็บภาพไว้บันทึกความทรงจำ ว่าครั้ง จากผู้คน และนักท่องเที่ยว หรือ
หนึ่งได้มาเยือนถิ่นนี้ และภาพบาง แม้แต่นิสิตนักศึกษาที่จบการศึกษา
ภาพอาจจะซ่อนตัวอยู่ตามมุมตึก หรือแม้แต่การถ่ายภาพประกอบ
เพราะบางจุดถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็อาจ แต่งงานที่พากันไปถ่ายรูปเพื่อเก็บ
จะเลยผ่านไปแบบไม่รู้ตัวได้ ความ ภาพความประทับใจทุกวัน เนื่องจาก
สนุกก็อยู่ตรงนี้แหละ เป็นสตรีทอาร์ตแห่งแรงของ
จ.สงขลา
ภาพ Street Art ย่านเมืองเก่า
สงขลา ส่วนใหญ่มักสะท้อนเรื่องราว ทั้งนี้ “ถนนนางงาม” เป็นหนึ่งใน
วิถีชีวิตและวัฒนธรรม นับตั้งแต่ภาพ ถนนสายวัฒนธรรม และการท่อง
การดื่มชา ภาพเสวนายามเช้า ภาพวิถี เที่ยวของเมืองสงขลา ซึ่งเป็นถนนที่
ประมง ซึ่งแต่ละภาพก็สื่อให้เห็นถึง อยู่คู่กับย่านเมืองเก่าอีก 2 สาย คือ
ความเรียบง่าย และการอยู่ร่วมกันท่า ถนนนครนอก และถนนนครใน ถนน
มกลางวัฒนธรรมที่หลากหลายแบบ ทั้ง 3 สายมีห้องแถวไม้แบบจีน ตึก
ลงตัว คลาสสิกสไตล์ “ชิโนโปรตุกีส” และ
นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับ
นับเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ชวนหลงใหล บรรยากาศเมืองเก่าแล้ว บนถนนทั้ง
หากได้อัพลงโซเชียลแล้วหละก็ลงได้ 3 สาย ยังมีของกินที่อร่อยๆ ทั้งของ
แบบไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน และจุด ไทย จีน ฝรั่ง ซึ่งล้วนเป็นร้านเก่าแก่ที่
เช็คอินอีกหนึ่งแห่งที่นักท่องเที่ยวไม่ มีชื่อเสียงคู่เมืองสงขลาอีกด้วย
ควรพลาดนั่นก็คือ โรงสีข้าวสีแดง
หับ โห้ หิ้น มีอายุกว่า 100 ปี เป็น สงขลา |10
ประวัติศาสตร์ความเก่าของเมือง
สงขลาที่ควรค่าแก่การมาเยือน
แผนผัง ย่านเมืองเก่า
สงขลา
สงขลา | 11
แผนที่ ถนนเมืองสงขลา
เส้นทางสำหรับเดินทางไปยัง "ย่านเมืองเก่าสงขลา
ไม่ว่าจะมาจากเส้นทางไหนก็สามารถ มุ่งหน้ามายัง
เมืองเก่าสงขลา ได้ง่ายดาย
สงขลา | 12
วัดเขาเก้าแสน
KAO SAEN ROCK
เขาเก้าแสนเป็นตำนานที่เล่าขานบอกต่อๆ กันมา
ตั้งแต่สมัย ใดไม่ปรากฏแน่ชัด มีความเกี่ยวข้อง
เชื่อมโยงกันกับการสร้างพระบรม ธาตุเจดีย์ของ
จังหวัดนครศรีธรรมราช เก้าแสน ชื่อนี้มีเรียกมา
ตั้งแต่ยุคโบราณ เป็นเขาลูกหนึ่งในจังหวัด
สงขลา ที่งอกยื่นไปในทะเล อาจเกิดจากการแข็ง
ตัวของลาวา ซึ่งเป็น แนวคิดทางวิทยาศาสตร์
ส่วนความเชื่อด้านศาสนานั้น คือพระเจ้า เป็นผู้ชี้
หรือกำหนดขึ้นมาให้เกิดภูเขา ที่มาของคำว่า
“เก้าแสน” ตาม ประวัติศาสตร์ และการเล่าขาน
บอกต่อกันมาว่าได้มีนายแรง ซึ่งไม่ ปรากฏหลัก
ฐานว่าเป็นคนชาติใด
บางตำราบอกว่าเป็นชาวชวาเดิน ทางมาจาก
จังหวัดปัตตานี มุ่งหน้าสู่นครศรีธรรมราชเพื่อไป
ทำบุญ ร่วมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระ
ธาตุนครศรีธรรมราช พอเรือ สำเภามาถึง
บริเวณปากอ่าวทะเลสงขลา นายแรงทราบว่า ...................................
พิธีบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุได้เสร็จสิ้นแล้วเลย
เกิดความน้อยใจ ว่าเดินทาง มาไม่สมดังหมาย ทรัพย์สมบัติ“เก้าแสน” ในสมัยนั้นไปวางไว้บนภูเขาลูกนี้ ข่าวนายแรงตัดศีรษะทับสมบัติไว้บนเขาลูกนี้ได้แพร่
กระจายไปตาม หัวเมืองต่างๆ ชาวบ้านทั้งไทยและจีนใน
เลยให้ไพร่พลขนทรัพย์สิน แก้วแหวนเงินทองไป และ นายแรงให้ตัดศีรษะของตนเองวางทับสมบัติเหล่า สมัยนั้นได้แห่กันขึ้นมาบนเขา ลูกนี้เพื่อแสดงความเป็น
นั้น ก่อนตัดศีรษะได้ กล่าวสาปแช่งต่อหน้าไพร่พลว่า ทายาทปู่ทวดนายแรง เพื่อผลักก้อนหินก้อนนี้ แต่ไม่เป็น
วางไว้บนภูเขาลูกนี้และสั่งให้ตัดหัวตัวเองไปวาง “ใครยักยอกทรัพย์สมบัติกูแม้แต่นิด เดียวให้มีอันเป็นไป ผลสำเร็จแม้แต่รายเดียว เขาลูกนี้จึงได้ชื่อว่า “เขาเก้า
ทับสมบัติเหล่านั้น และกลายเป็นปู่โสมเฝ้าสมบัติ นอกจากลูกหลานกูเท่านั้นที่จะมาเอาสมบัติกูได้” สิ้นคำ แสน” และต่อมาชาวบ้านในย่านดังกล่าวได้เรียกเพี้ยนว่า
มาจนทุกวันน สาปนายแรงออกคำสั่งให้ตัดศีรษะไปวางทับสมบัติเหล่า “เก้าเส้ง” และเรียก จนมาถึงทุกวันนี้ ต่อมาทางเมือง
สงขลาได้ย้าย “ชุมชนเก้าเส้ง” ซึ่งหมู่บ้าน เก้าเส้งเดิมนั้น
นั้น ประกอบกับนายแรงเป็นผู้มีพละกำลัง ร่างกายใหญ่ อยู่บริเวณด้านหน้าของเก้าเส้งปัจจุบัน ซึ่งถูกปิดด้วย
ชุมชนด้านหน้า หมู่บ้านเก้าเส้งเดิมเลยกลายเป็น “บ้าน
โต จึงทำให้นายแรง มีศีรษะที่ใหญ่โตเท่ากับก้อนหินดั่งที่ ออกเขา” ในปัจจุบัน
สงขลา | 13
เห็นทุกวันนี้ หลังจากตัดศีรษะวาง ทับบนสมบัติแล้ว
ไพร่พลได้นำห่อข้าวไปสักการะด้านทางขึ้นของหัว นาย
แรงจนกลายเป็นหิน ต่อมาชาวบ้านเรียกหินก้อนนั้นว่า
“หินข้าว ห่อ” มาจนถึงทุกวันน
จุ ด ช ม วิ ว เ ข า น้ อ ย
KHAONOISONGKHLA
“เขาน้อย”
ได้กลายเป็นจุดชมวิว 360 องศาที่สวย
ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา
จุดแรกเช็คอินบนยอดเขาน้อยยังมีสถาน
ที่สำคัญ นั่นคือ พระราชานุสาวรีย์กรม
หลวงลพบุรีราเมศวร์ หรือ สมเด็จพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรม
หลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงเป็นอุปราช
มณฑลปักษ์ใต้ ซึ่งชาวสงขลาได้พร้อมใจ
กันสร้างพระราชานุสาวรีย์พระรูปของ
พระองค์ไว้ ด้วยสำนึกในพระ
มหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงห่วงใย
สุขภาพของชาวสงขลา และได้พระราชทาน
ทรัพย์ส่วนพระองค์สร้าง โรงพยาบาล
สงขลา ซึ่งได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนมา
จนถึงทุกวัน
เขาน้อยอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมบีพีสมิ
หลาบีช มีถนนราดยางขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อ
ชมทัศนียภาพเมืองสงขลา ระยะทางไม่ได้
ไกลมาก แค่เดินหนึ่งหอบใหญ่พอได้เหงื่อ
เชิงเขาด้านทิศตะวันออกจัดเป็นสวน
สุขภาพไว้พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลัง
กาย มีสนามเทนนิส และสถานีออกกำลัง
กายหลายจุด รวมทั้งร้านอาหารทะเล
บรรยากาศชิลล์ด้วย
ส่วนเชิงเขาอีกด้านเป็นสวนเสรี ตกแต่งไม้
ประดับเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ น่าเสียดายผม
ไม่ได้เดินไปชมจุดนี้ บนยอดเขาน้อยเป็น
สถานที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์กรมหลวง
ลพบุรีราเมศวร์ ลมทะเลพัดแรงเย็นสบาย
เห็นวิวหาดสมิหลา เกาะหนู และเกาะแมว
ได้ทั้งหมด ขณะที่อีกมุมเป็นวิวย่านเมือง
เก่าและทะเลสาบสงขลา
สงขลา | 14
หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ
พระชนมพรรษา สงขลา เป็นหอดูดาว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ
ภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช
แห่งที่ 3 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ กุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดเมื่อวันที่ 25
ละติจูด 7 0 9’ 29’’ N 1000 36' 39'' E กรกฎาคม 2562 พร้อมเปิดให้บริการ
บริเวณตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง ประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562
สงขลา จังหวัดสงขลา บนพื้นที่ประมาณ
25 ไร่ เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 25 ด้วยตำแหน่งที่ตั้งในภาคใต้ บริเวณ
กรกฎาคม 2562 นับเป็นศูนย์เรียนรู้ ละติจูด 7 องศาเหนือ ส่งผลให้หอดูดาว
ดาราศาสตร์ที่สำคัญของภาคใต้ แห่งนี้มีจุดเด่นคือ สามารถศึกษาวัตถุใน
สนับสนุนวิชาการดาราศาสตร์แก่ชุมชน ซีกฟ้าใต้ได้ดีกว่าหอดูดาวในภูมิภาคอื่ น
บริการวิชาการทางดาราศาสตร์และงาน และยังสามารถสังเกตการณ์ทาง
วิจัยดาราศาสตร์สำหรับนักเรียน ดาราศาสตร์ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย
นักศึกษา และสถาบันการศึกษาในภาคใต้ ตอนบนได้ เนื่องจากสภาพท้องฟ้าของ
และยังเป็นศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์ ภาคใต้ในเวลานั้น เอื้ออำนวยต่อการ
มุสลิมอย่างครบวงจร สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์มากกว่า
ภูมิภาคอื่ น
ภายในเนื้อที่ 25 ไร่ นั้นสถาบันวิจัย
ดาราศาสตร์ได้ดำเนินการจัดสร้างอาคาร ที่นี่นอกจากเป็นแหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์
ไว้สำหรับให้บริการวิชาการดาราศาสตร์ไว้ เต็มรูปแบบแห่งแรกของภาคใต้ หอดูดาว
3 อาคาร ได้แก่ อาคารอำนวยการ อาคาร ภูมิภาคสงขลายังเป็น "ศูนย์การเรียนรู้
ฉายดาว อาคารหอดูดาว และสิ่งปลูก ดาราศาสตร์มุสลิมแห่งแรกของไทย" มี
สร้างอื่นๆ อาทิ จุดชมวิวที่มีมุมเปิดกว้าง พันธกิจคือร่วมสังเกตการณ์ทาง
มากกว่า 270 องศา ให้สามารถมอง ดาราศาสตร์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการ
ทัศนียภาพของเมืองสงขลาได้ ร้านกาแฟ กำหนดเวลาที่ใช้ในพิธีทางศาสนาอิสลาม
ร้านอาหาร และ ลานดูดาวที่จัดแสดง อันเป็นการสนับสนุนภารกิจของสำนัก
สัญลักษณ์รูปกลุ่มดาวแมงป่อง เป็นต้น จุฬาราชมนตรีอีกด้วย
สงขลา | 15
วัดแหลมพ้อ วัดแหลมพ้อ หรือ วัดพระนอนแหลมพ้อ แห่งนี้ ถือว่าเป็น
วัดเก่าแก่และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จังหวัด
สงขลา เลยค่ะ โดยมีอายุมากว่า 200 ปีแล้วค่ะ ซึ่งจะมี
พระพุทธรูปปางปรินิพพานองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ประดิษฐานอยู่ด้วย รวมถึงที่ตั้งวัดยังอยู่ใกล้กับถนนเชิง
สะพานติณสูลานนท์ค่ะ สามารถมองเห็นองค์พระได้แต่ไกล
เลย
ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตนั้น พระบาทสมเด็จจุลจอมเกล้า ก็เคย
เสด็จทรงประพาสทางน้ำมาขึ้นที่ท่าเรือหน้าวัด ส่วนภายใน
วัดนั้น ก็จะทั้งมีประติมากรรมเก่าแก่ต่างๆ ที่ได้รับการขึ้น
ทะเบียนให้เป็นโบราณสถานสันนิษฐานกันว่าวัดนี้น่าจะสร้าง
ขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นแล้ว โดยมีพระครู
ทิพวาสี ( พรหมแก้ว ) จากวัดท้ายยอ มาดำนินการก่อ
สร้างนั่นเองค่ะ ส่วนสาเหตุที่ชื่อ วัดแหลมพ้อ ก็เพราะใน
บริเวณวัดเป็นแหลมยื่นออกไป และยังมีต้นพ้อขึ้นอยู่เป็น
จำนวนมากเ ลยกลายเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง
นอกจากนี้ ก็จะมีทั้ง ศาลาพระพรหม เจ้าแม่กวนอิม และ
พระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีชื่อว่า สมเด็จเจ้าเกาะยอ ให้เรา
ได้กราบสักการะขอพรกันอีกด้วยค่ะ เป็นอีกสถานที่เที่ยว
บน เกาะยอ แห่ง สงขลา ที่ใครมาเยือนก็จะต้องแวะมาไหว้
พระนอนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่กันทั้งนั้นเลย
สงขลา | 16
ชื่อของน้ำตกสวนตูล เป็นที่รู้จัก น้ำ ต ก ส ว น ตู ล
กันในหมู่ประวัติศาสตร์การสงครา
ทางการเมือง เพราะเคยเป็นเส้นทาง วันหยุด สุดสัปดาห์
เดินทัพของเจ้าเมืองไทรบุรีเมื่อครั้ง เหมาะแก่่่การปิกนิก
เดินทางมาตีเมืองสงขลา ตาม ชวนกันมาเล่นน้ำตก เย็นช่ำ
ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า ในขณะ ผ่อนคลายจากแดดร้อนเมืองไทย
นั้นเจ้าเมืองสงขลาได้ป้อมปืนใหญ่
ต่อสู้ที่วัดเกาะถ้ำ ซึ่งหลังจากเจ้าเมือง
ทั้ง 2 ได้สู้รบกันแล้ว เจ้าเมืองไทรบุรี
ได้ถอยทัพเดินโดยอาศัยเส้นทาง
น้ำตกสวนตูลผ่านบ้านเขาแก้ว
บ้านบางดาน เพื่อเดินทัพต่อไปยัง
คลองสำโรง สำหรับการเกิดขึ้นของ
สวนสัตว์สงขลา เมื่อปี พ.ศ. 2532
คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นได้มีมติให้เปิด
สวนสัตว์สงขลาขึ้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบล
เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งมี
พื้นที่ตั้งอยู่บนภูเขา เนื้อที่ 878 ไร่
พื้นที่ดังกล่าวได้รวมน้ำตกสวนตูลซึ่ง
มีความยาวประมาณหนึ่งกิโลเมตรไว้
เป็นส่วนหนึ่งของสวนสัตว์สงขลาด้วย
โดยบริเวณต้นและกลางของน้ำตก
สวนตูลอยู่ในพื้นที่ของสวนสัตว์
สงขลา ส่วนปลายของน้ำตกเป็นที่ตั้ง
ของค่าย ป.พัน 5 น้ำตกสวนตูล
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักอนุรักษ์เชิง
นิเวศโดยเฉพาะสถาบันการศึกษา
กลุ่มเยาวชน ผู้สูงอายุ กลุ่มนักท่อง
เที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวชม และเรียนรู้
ธรรมชาติ ซึ่งตามเส้นทางของน้ำตก
สวนตูลจะพบแอ่งน้ำใสเย็น โขดหินที่
ลาดชัน สะพานลิง แนวป่าธรรมชาติ
บางส่วนมีทางเดินป่า และศาลาพัก
ผ่อนสำหรับนั่งชมน้ำตก วังหมี น้ำตก
สูง ในช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์
ของทุกๆ ปี น้ำจะไหลเชี่ยวน่าเที่ยวชม
เป็นอย่างยิ่ง
การเดินทาง ใช้ทางเข้าเดียวกับสวน
สัตว์สงขลา เมื่อเข้าไปถึงสามแยกให้
เลี้ยวซ้าย และเดินทางไปเรื่อยจนถึง
เนินลาดต่ำแล้วเลี้ยวขวาตรงที่ลำธาร
เล็กๆ ซึ่งเป็นลำธารที่าจากน้ำตกสวน
ตูล
สงขลา | 17
ของหรอยสงขลา
ไข่ครอบ สงขลา ปักษ์ใต้
“ไข่ครอบ”เป็นภูมิปัญญาโบราณของชาวสงขลาในการ
ถนอมอาหาร เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ส่วนมากมักประกอบ
อาชีพเป็นชาวประมง จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ไข่ขาวเป็นจำนวน
มากในการย้อมแห เพื่อป้องกันการเสียหายของเครื่องมือใน
การทำประมงจากการกัดกร่อนของน้ำทะเล จึงทำให้มีไข่แดงที่
เหลือจากการย้อมแหในแต่ละครั้งเป็นปริมาณมาก การทำไข่
ครอบจึงถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อที่จะสามารถเก็บไข่แดงไว้รับ
ประทานได้นานมากขึ้น จนได้กลายมาเป็นหนึ่งในสินค้า
OTOP ที่ทุกคนห้ามพลาดที่จะลิ้มลอง
ข้าวยำ ปักษ์ใต้
หรอยแรง
หรอย หรอย ขึ้นชื่อว่าเป็นคนใต้คนไหน ลองถ้า
ได้เห็น ข้าวยำปักษ์ใต้ จานนี้เห็นทีต้องมีสำนึก
รักบ้านเกิดกันบ้างล่ะ น้ำลายไหลเลยทีเดียว
ข้าวยำปักษ์ใต้แบบนี้ไม่ใช่มีดีแค่ความอร่อย
เท่านั้นนะ เพราะลองมองดี ๆ อาหารจานนี้กินได้
ไม่อ้วนด้วย ก็เล่นมีแต่ผักเน้น ๆ เสียขนาดนั้น
ประโยชน์เต็ม ๆ
สงขลา | 18
ขนมไข่เตาถ่านโบราณ
ขนมไข่เตาถ่านโบราณ ถือเป็นขนมขึ้นชื่อของเมืองสงขลา
เมื่อได้ลิ้มลองเนื้อสัมผัสของขนม จะมีความหอมหวานนุ่ม
ชุ่มเนยเค็ม ๆ การอบขนมด้วยเตาถ่าน ให้ความกรอบความ
หอมที่แตกต่าง มีเอกลักษณ์อย่างน่าหลงไหล
ลูกชิ้นทอดป้าจวบ
ลูกชิ้นป้าจวบ วชิรา ของทานเล่นที่ไม่ควรพลาด ลูกชิ้นทอด
ป้าจวบย่านตลาดวชิราเจ้าเด็ดเจ้าดังคนต่อคิวซื้อตลอดการัน
ตีความอร่อยขายได้วันละ1000ไม้ต่อวันทีเด็ดของป้าก็คือน้ำ
จิ้ม ทานคู่กับลูกชิ้นทอดร้อนๆ กินแล้วเพลิน
สงขลา | 19
หัวเขาแดง
เมืองสงขลามาแต่ครั้งอดีต ด้วยดินแดนแถบนี้เคย หัวเขาแดงเป็นภูเขาโบราณสถาน สำหรับคนที่ไม่คุ้น
เป็นที่ตั้งของเมืองสงขลาในยุคเริ่มแรก ผ่านวันเวลา อยู่ถิ่นอื่น เขาลูกนี้ตั้งอยู่ปากอ่าวทางเข้าทะเลสาบ
และเรื่องราวการค้า การพาณิชย์ การศึกสงครามมา สงขลา
ในห้วงเวลาที่ต่างกรรมต่างวาระ อย่างไรก็ตาม ในวัน ราวๆ กลางอยุธยาตรงกับสมัยพระนเรศวร พระ
นี้เขาแดงก็ยังมีคุณค่าในด้านของการเรียนรู้ศึกษา เอกาทศรถ 400 กว่าปีก่อนโน้น ผู้ปกครองสาย
ค้นคว้าเรื่องราวแต่ครั้งอดีตเพื่อเป็นประโยชน์สืบไป ตระกูลสุลต่านสุลัยมาน บรรพชนคนโบราณผู้สร้าง
เมืองสงขลาเก่าเขาหัวแดง ใช้ภูเขาทั้งลูก เพื่อเป็น
ลักฐานทางโบราณคดีที่ยังหลงเหลืออยู่ นอกจาก กำแพงป้อมปราการ ตั้งป้อมและปืนใหญ่ให้กับเมือง
วัดวาอารามแล้ว สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ป้อมปราการ ที่อยู่ด้านหลัง ดังนั้นกรมศิลปากรจึงขึ้นทะเบียน
ต่างๆ ทั้งที่อยู่บนเขาแดงและที่ยังเหลือซากที่ ภูเขาทั้งลูกเป็นโบราณสถานไว้
สมบูรณ์ไว้ให้เห็น อย่างเช่น ป้อมหมายเลข 9 ริมถนน
ถนนสงขลา-ระโนด โบราณสถานเขาน้อย ประวัติเรื่องราวของสุลต่านสุลัยมานนี่มีเสน่ห์
อลังการมาก แต่คนไม่ค่อยรู้ไม่สนใจกัน มันเป็น
และแนวกำแพงเมืองสงขลาที่หัวเขาแดง เจดีย์ ปัญหาของวิธีการเรียนประวัติศาสตร์ของประเทศเรา
สองพี่น้องยอดเขาแดง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีซาก ที่เน้นหลักสูตรท่องจำจากส่วนกลาง และเน้นความ
โบราณสถานอีกหลายแห่งในบริเวณรอบเขาแดงนี้ที่ เป็นเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ไทย
สภาพอาจไม่สมบูรณ์นักด้วยกาลเวลา แต่ก็ยังแสดง อันที่จริงบรรพชนของเราเป็นมอญ ขอม เขมร ลาว
ให้เห็นได้ว่าครั้งหนึ่งเมืองสงขลาในยุคโบราณนั้นเป็น และแขกด้วย อย่างสายตระกูลสุลต่านผู้ครอง
เมืองท่าค้าขายที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง เขาแดงจึงเป็น สงขลา-พัทลุงในช่วงกลางอยุธยา
แหล่งโบราณคดีย้อนอดีตเมืองสงขลาที่มีคุณค่า
อย่างยิ่ง ต่อมาก็ยังมีลูกหลานสืบต่อเป็นผู้ปกครองเมือง
ละแวกนี้ ลงมาเป็นขุนนางราชการสืบมาจน
รัตนโกสินทร์ในปัจจุบันด้วยซ้ำไป มีคนรวบรวมว่า
แตกออกมากกว่า 100 นามสกุล หลักๆ ก็เช่น ณ
พัทลุง ศิริธร สุคนธาภิรมย์ รัตนพันธุ์ ฯลฯ เป็นต้น
สงขลา | 20
เขาแดง แหล่ง หัวเขาแดง อีกหนึ่งโบราณสถานสำคัญของ
โบราณคดี ย้อน ชาวสงขลา สถานที่ประวัติศาสตร์ที่ยังคงไว้
อดีตเมือง ซึ่งความสวยงาม และโบราณวัตถุที่ยัง
สงขลา แสดงให้เห็นถึงช่วงสถานการณ์ที่ยังคงเป็น
ความทรงจำและเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิด
ขึ้น ทิ้งไว้ให้เห็นถึงสิ่งที่เคยก่อและเกิดขึ้นใน
อดีต ซึ่งเหมาะแก่ผู้ที่ชื่นชอบการศึกษาและ
การรับชมโบราณสถานประวัติศาสตร์
สงขลา | 21
เสหน์เมือง
สงขลา
ดั่งเวทมนต์สรรสร้างสตรีทอาร์ต แวะชม
สงขลา | 22 ความงามย่านเมืองเก่า บ่ายคลายร้อนเล่น
น้ำตกที่หุบเขา ต่อทำบุญกราบนมัสการวัด
เขาเก้าแสน นางเหงือกอยู่ที่ทะเลสมิหลา
บรรยากาศงามตาจุดชมวิวเขาน้อย องค์
พระนอนองค์ใหญ่วัดแหลมพ้อย้อนดู
แหล่งโบราณคดีหัวเขาแดง เริ่มหิวอาหาร
ไข่ครอบ พร้อมข้าวยำ ชมจำลองท้องฟ้า
หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ
ขอขอบคุณ
สถานที่
หาดสมิหลา ยานเมืองเก่าสงขลา วัดเขาเก้าแสน จุดชมวิวเขาน้อย หอดูดาว
เฉลิมพระเกียรติ วัดแหลมพ้อ น้ำตกสวนตูล หัวเขาแดง
ขอขอบคุณ
ผศ. เสริมศักดิ์ ขุนพล อาจารย์ประจำวิชาสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการประชาสัมพันธ์
สำหรับความรู้ คำปรึกษา ตลอดจนแนวทางในการผลิตนิตยสาร “สงขลา : หรอยแรงหนิ” เล่มนี้
และสังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิชาเอกนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
ข้อมูลและแหล่งอ้างอิง
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสงขลา
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสงขลา
SONGKHLA PROVINCIAL OFFICE OF TOURISM AND
SPORTS