The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 2566 ฉบับตรวจแก้ครั้งที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wongsakornsrirakaew, 2023-06-01 00:22:34

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 2566 ฉบับตรวจแก้ครั้งที่ 1

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 2566 ฉบับตรวจแก้ครั้งที่ 1

๔๐ วัตถุประสงค ๑. เพื่อใหผูเรียนเขาใจและสามารถใชกระบวนการฟงดูและพูดในการสื่อสารที่ซับซอนและนำไปปฏิบัติ ตามวัตถุประสงคที่กำหนดไวไดถูกตอง ๒. เพื่อใหผูเรียนใชกระบวนการอานและเขียน เพื่อการสื่อสารเบื้องตนไดถูกตอง ๓. เพื่อใหผูเรียนเขาใจและชื่นชมศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย สามารถปฏิบัติไดอยางเหมาะสม ๔. เพื่อใหผูเรียนเขาใจเกี่ยวกับคุณธรรมพื้นฐาน ๘ ประการ และสามารถนําไปใชในชีวิตประจำวันได ๕. เพื่อใหผูเรียนเขาใจ และสามารถปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือได คุณสมบัติของผูเรียน ๑. กลุมเยาวชนอายุตั้งแต ๖ ป ขึ้นไป และคนไทยไมกำหนดอายุในตางประเทศที่สนใจเรียนรูภาษาและ วัฒนธรรมไทย ๒. กลุมชาวตางประเทศที่สนใจเรียนรูภาษาและวัฒนธรรมไทย โครงสรางหลักสูตร เพื่อใหการจัดการศึกษาเปนไปตามหลักการ จุดมุงหมายของหลักสูตรภาษาและวัฒนธรรมไทยสำหรับคน ไทยในตางประเทศ (ระดับ ๒) จึงกำหนดโครงสรางไว ๒ กลุมสาระการเรียนรู ดังนี้ ๑. กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ๒. กลุมสาระการเรียนรูวัฒนธรรมไทย เวลาเรียน หลักสูตรภาษาและวัฒนธรรมไทยสำหรับคนไทยในตางประเทศ (ระดับ ๒) กำหนดระยะเวลาในการ เรียนรู ๙๐ ชั่วโมง การจัดกระบวนการเรียนรู แนวคิดวิธีสอนภาษาตางประเทศมีหลายแนวคิด นำมาประยุกตใชไดดังนี้ (รุงฤดี แผลงศร, ๒๕๖๑: ๓ – ๕) ๑. วิธีสอนแบบตรง (The direct method) ๒. วิธีสอนแบบฟง–พูด (audio–lingual approach) ๓. วิธีสอนแบบธรรมชาติ (The natural method หรือ The natural approach) ๔. วิธีสอนแบบชักชวน (suggestopedia)


๔๑ ๕. วิธีสอนแบบกลุมสัมพันธ (community language learning) ๖. วิธีสอนแบบการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (The communication approach) สื่อการเรียนรู ๑. ใชสื่อการจัดการเรียนรูที่หลากหลาย นอกเหนือจากหนังสือเรียน และแบบฝกหัด ผูสอนสามารถนำสื่อ การเรียนรูอื่นมาใชประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรูไดทั้งใน และนอกหองเรียนที่เหมาะสมกับสถานการณจริง ๒. ใชสื่อเทคโนโลยี ไดแก VCD, CD และเว็บไซต WWW.TEACHTHAI.COM เปนตน การวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผลตามสภาพจริงดวยวิธีการที่หลากหลาย และอิงพัฒนาการการเรียนรูของผูเรียน ดังนี้ การวัดและประเมินผลตามแนวทางของรุงฤดี แผลงศร (๒๕๖๑: ๑๐) โดยแบงขั้นตอนการประเมินผลการ เรียนแบงได ๓ ขั้น ไดแก ๑) ขั้นประเมินผลกอนเรียน ๒) ขั้นประเมินผลระหวางเรียน เชน การสังเกต การซักถาม การตรวจแบบฝกหัด และ๓) ขั้นประเมินผลหลังการเรียน เชน การทำแบบทดสอบ เกณฑการจบหลักสูตร ๑. ผูเรียนตองมีเวลาเรียนไมนอยกวารอยละ ๗๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด ๒. ผูเรียนตองผานเกณฑการประเมินตาง ๆ ครบตามที่หลักสูตรกำหนด หลักฐานการศึกษา ๑. ทะเบียนของผูเรียน ๒. แบบรายงานผูจบหลักสูตร ๓. สัมฤทธิบัตร การใชหลักสูตร ๑. ใชเวลาเรียน ไมต่ำกวา ๖๐ ชั่วโมง ๒. มีเวลาเรียนสัปดาหละ ไมต่ำกวา ๖ ชั่วโมง ๓. ผูเรียนตองผานการทดสอบระดับความรูภาษาไทยเพื่อจัดระดับเขาเรียน นิยามศัพท ภาษาและวัฒนธรรมไทย หมายถึง ความสามารถในการสื่อสาร โดยการฟง ดู พูด อาน และเขียน โดยบูรณาการภาษาและวัฒนธรรมไทยในเรื่องที่เกี่ยวของกับชีวิตประจำวัน


๔๒ ชมรมดนตรีไทย หลักการและเหตุผล การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมไทยถือเปนพันธกิจดานหนึ่งของคณะครูอาสาโครงการสอนภาษาไทย และวัฒนธรรมไทยในตางประเทศคณะครุศาสตรจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินงานอยางเปนระบบและ มีการนำไปสูการพัฒนาอยางตอเนื่องมีการสงเสริมใหนำกิจกรรมดานทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมไปสูการปฏิบัติ ตามแนวทางที่กำหนด ดนตรีไทยเปนศิลปะและวัฒนธรรมไทยอยางหนึ่งอันแสดงถึงความเปนชาติไทยอันเปนมรดกภูมิปญญา ของบรรพบุรุษไทยอันสรางสรรคไวและอยูคูกับวิถีชีวิตคนไทยตั้งแตอดีตจวบจนปจจุบันการเรียนดนตรีไทยและ ปฏิบัติดนตรีไทยนอกจากจะชวยใหผูเรียนเกิดสมาธิฝก การควบคุมกลามเนื้อ ฝกการควบคุมจิตใจแลวนั้น ยังทำใหผูเรียนมีจิตใจราเริง มีจิตใจที่เห็นความงามของของศิลปะ เกิดสุนทรียภาพทางดนตรี ซึ่งเปนรากฐานสำคัญในการดำรงชีวิต อีกทั้งยังเปนการสรางความตระหนัก ความรัก เห็นคุณคาของดนตรีไทย วัฒนธรรมไทย ขนบประเพณีอันนำไปสูการธำรงรักษาไวซึ่งศิลปะและวัฒนธรรมไทยสืบไป วัตถุประสงค ๑. เพื่อสงเสริมการเลนดนตรีไทย ๒. เพื่ออนุรักษการเลนดนตรีไทย ตลอดจนขนบประเพณีทางดนตรีไทย ๓. เพื่อปลูกฝงใหเด็กในตางประไดเรียนรูเขาใจถึงการเลนดนตรีไทย ตลอดจนขนบประเพณีทางดนตรี และนำไปสูความเห็นคุณคาในดนตรีไทยและวัฒนธรรมไทย กิจกรรมชมรม ๑. การบรรเลงดนตรีไทย ๑. การขับรองไทย ๒. การบรรเลงดนตรีไทยรวมวง ๓. ประวัติศาสตรดนตรีไทย


๔๓ เนื้อหาสาระ การบรรเลงดนตรีไทย การขับรองไทย การบรรเลงดนตรีไทย รวมวง ประวัติศาสตร ดนตรีไทย ๑. เครื่องดนตรีไทย ประเภทเครื่องดีด ๑. การขับรองเดี่ยว ๑. วงเครื่องสาย ๑. ดนตรีไทยยุคกอน ประวัติศาสตร ๒. เครื่องดนตรีไทย ประเภทเครื่องสี ๒. การขับรองหมู ๒. วงปพาทย ๒. ดนตรีไทยยุคสุโขทัย ๓. เครื่องดนตรีไทย ประเภทเครื่องตี ๓.ว งมโหรี ๓. ดนตรีไทยยุคอยุธยา ๔. เครื่องดนตรีไทย ประเภทเครื่องเปา ๔. วงดนตรีเฉพาะกาล ๔. ดนตรีไทยยุค รัตนโกสินทร ประเภทสมาชิกในชมรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ ๔ - ๖ และนักเรียนมัธยมศึกษาที่มีความสนใจ คุณสมบัติของผูสมัคร นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ ๔ - ๖ และมัธยมศึกษา ที่มีความสนใจในดนตรีไทย


๔๔ ชมรมนาฏศิลป หลักการและเหตุผล ประเทศไทยมีอารยธรรมที่งดงามผานกาลเวลา จนกลายเปนสิ่งที่เรียกวาวัฒนธรรม โดยสิ่งที่ เปนเอกลักษณสรางความโดดเดนแสดงออกซึ่งความวิจิตรตระการตาของลีลาทาทางนั้นคือการแสดงนาฏศิลป สะทอนใหเห็นภูมิปญญาอันเปนมรดกของชาติ จึงสมควรที่จะใหมีการเผยแพร และสืบทอดตอไป ดังนั้นเพื่อเปนการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมวัดไทยลอสแองเจลิสจึงไดดำเนินการจัดการเรียนการสอน นาฏศิลปไทยอยางตอเนื่องใหกับเยาวชนที่ปรารถนาจะรวมสืบสานงานทางดานศิลปวัฒนธรรมเพื่อใหไดมี แหลงเรียนรูทางดานนาฏศิลปไทย จึงไดจัดตั้ง “ชมรมนาฏศิลป” ขึ้นเพื่อเปนการยกระดับคุณคาทางความงาม ของศิลปะไทยสงเสริมและเผยแพรเอกลักษณไทยในตางแดนใหลูกหลานไทยไดเรียนรูอีกทั้งยังเปนเวที แหงการเรียนรูใหเยาวชนไดมีโอกาสแสดงออกทางความสามารถตามความถนัดและความคิดสรางสรรค วัตถุประสงค ๑. เพื่ออนุรักษและสงเสริมนาฏศิลปไทยใหเปนที่แพรหลาย ๒. เพื่อใหเยาวชนไดเกิดความตระหนัก เห็นคุณคาและรักวัฒนธรรมไทย ๓. เพื่อใหเยาวชนไดใชเวลาวางใหเกิดประโยชน มีการพัฒนาบุคลิกภาพ ตลอดจนการพัฒนา ความคิดอยางสรางสรรค ๔. เพื่อสรางเครือขายความรวมมือและมิตรสัมพันธอันดีงามทางวัฒนธรรมใหกับชาวไทยในสหรัฐอเมริกา กิจกรรมชมรม ขั้นตอนการดำเนินงาน ๑. ประชุมคณะกรรมการเพื่อชี้แจงนโยบาย ๒. แตงตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบการดำเนินกิจกรรมตาง ๆ ๓. ดำเนินกิจกรรมตามกิจกรรมที่กำหนด - ฝกฝนทักษะพื้นฐานทางนาฏศิลป - ซอมการแสดงเพื่อแสดงในโอกาสตางๆ ๔. ประเมินผลเพื่อปรับปรุงกิจกรรม ๕. ประเมินผลเพื่อสรุปกิจกรรม ๖. จัดทำรูปเลมรายงาน


๔๕ เนื้อหาสาระ ประกอบดวย ๑. ทารำพื้นฐาน การใชภาษาทา นาฎยศัพท ๒. ระบำเบ็ดเตล็ด และการแสดงพื้นเมือง ๓. รำวงมาตรฐาน ๔. การแสดงประยุกตและจินตลีลา คุณสมบัติของผูสมัครสมาชิกชมรม ๑. ผูสมัครตองเปนนักเรียนในโรงเรียนของวัดไทยลอสแองเจลิส ๒. ผูสมัครตองมีความตั้งใจที่จะเรียนนาฏศิลปไทยดวยความสมัครใจ ๓. ผูสมัครตองเปนผูมีกิริยา มรรยาท เรียบรอย มีศีลธรรม และมีความประพฤติดี และยอมรับฟงคำกลาวตักเตือนจากครูผูดูแลชมรมฯ ๔. ผูสมัครตองปฏิบัติตามกฏระเบียบของชมรมฯ โดยเครงครัด ครูประจำชมรม ๑. ครูประภาวิญากรณ คุณจันทรมี


๔๖ ชมรมศิลปะไทย หลักการและเหตุผล ศิลปะไทยมีลักษณะลวดลายออนชอยงดงามมีความเปนเอกลักษณของชาติอยางเดนชัดอีกทั้งไดถูกนำมา ใชอยางหลากหลายทั้งในงานประติมากรรมและศิลปกรรมรวมทั้งมีการประยุกตใชในขาวของเครื่องใช อยางแพรหลายตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบันเปนสิ่งที่ควรคาแกการทำนุบำรุงรักษาไวและเครื่องสังคโลก เปนอีกตัวอยางหนึ่งของใชลายไทยในขาวของเครื่องใชในชีวิตจริงของชาวไทยตั้งแตสมัยสุโขทัยมีลักษณะงดงาม และทรงคุณคาเปนอยางยิ่ง ชมรมศิลปะไทยไดเล็งเห็นความจำเปนที่เยาวชนรุนหลังควรไดศึกษา และสืบทอดศิลปะไทยเหลานี้ไวสืบไปจึงไดจัดตั้งชมรมศิลปะไทยขึ้น เพื่อใหนักเรียนที่สนใจไดเรียนรู และมีสวนในการสืบทอดศิลปะของชาติ วัตถุประสงค ๑. เพื่อสงเสริมการศึกษาศิลปะลายไทยใหกับนักเรียนที่สนใจ ๒. เพื่ออนุรักษและสืบทอดการใชศิลปะไทยในชีวิตประจำวัน ๓. เพื่อปลูกฝงใหเยาวชนไทยในตางประเทศไดเรียนรูเกี่ยวกับศิลปะไทยและเกิดแรงบันดาลใจ ในการสืบสานตอไป กิจกรรมชมรม ๑. นักเรียนศึกษาลายไทยชนิดตางๆ ๒. นักเรียนศึกษาตัวอยางของจริงจากงานเครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย ๓. นักเรียนฝกออกแบบลายเครื่องสังคโลก ๔. นักเรียนฝกออกแบบงานลายไทยในงานอื่น ๆ เชนฝาผนัง เสาบานเรือน ๕. จัดนิทรรศการผลงานการออกแบบลายไทยของนักเรียน เนื้อหาสาระ ๑.ลายเครื่องสังคโลก ๒.ลายไทยชนิดตาง ๆ ๓.การนำลายไทยมาประยุกตใชในชีวิตประจำวัน


๔๗ ประเภทสมาชิกในชมรม นักเรียนทุกระดับชั้น คุณสมบัติของผูสมัคร นักเรียนทุกระดับชั้นที่มีความสนใจดานศิลปะลายไทย ครูประจำชมรม ๑. ครูไชยวัฒน อารีโรจน


๔๘ บทสวดมนต สำหรับกิจกรรมบนอุโบสถศาลาวัดไทยฯ นักเรียนบูชาพระรัตนตรัย (หันหนาไปทางพระประธาน) อัญชลี, วันทา, อภิวาท (กราบ) Aan cha lee, wan ta, aa pi wad (bowing) อัญชลี, วันทา, อภิวาท (กราบ) Aan cha lee, wan ta, aa pi wad (bowing) อัญชลี, วันทา, อภิวาท (กราบ) Aan cha lee, wan ta, aa pi wad (bowing) คำบูชาพระรัตนตรัย อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อภิปูชยามิ I mi naa sag gaa re na put thag aa pi puu cha yaa mi ขาพเจาบูชาอยางยิ่ง ซึ่งพระพุทธเจา ดวยเครื่องสักการะนี้ Ka pa jaow boo sha yaang ying saung pra put ta jaow duay kreung sa kah ra nee อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อภิปูชยามิ I mi naa sag gaa re na tham mang aa pi pu cha yaa mi ขาพเจาบูชาอยางยิ่ง ซึ่งพระธรรม ดวยเครื่องสักการะนี้ Ka pa jaow boo sha yaang ying saung pra tum duay kreung sa kah ra nee อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อภิปูชยามิ I mi naa sag gaa re na sang kang aa pi pu cha yaa mi ขาพเจาบูชาอยางยิ่ง ซึ่งพระสงฆ ดวยเครื่องสักการะนี้ Ka pa jaow boo sha yaang ying saung pra soeng duay kreung sa ka อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา Aa ra hang sam ma sam put tho pa ka waa พระผูมีพระภาคเจา, เปนอรหันต, ดับเพลิงกิเลส, เพลิงทุกขสิ้นเชิง, ตรัสรูชอบได โดยพระองคเอง Pra phu mee pra paak jaow, pen aa ra hun, dup pleung gi led, pleung tuk sin cheung, tut sa roo chob dai, doy pra ong eng


๔๙ พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ Put thang pa ka wan tang aa pi wa tay mi ขาพเจา, อภิวาทพระผูมีพระภาคเจา, ผูรู, ผูตื่น, ผูเบิกบาน (กราบ) Ka pa jaow, aa pi waa tra pu mee pra pak jaow pu roo, pu tuem pu berk baan (Bowing) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม Sa waag khaa to pa ka wa taa tham mo พระธรรม, เปนธรรมที่พระผูมีพระภาคเจา, ตรัสไวดีแลว Pra tum, pen tum tee pra pu mee pra pak jaow, tat wai dee laew ธัมมัง นะมัสสามิ Tham mang na mas saa mi ขาพเจา, นมัสการพระธรรม (กราบ) Ka pa jaow, na mad sa gaen pra tum (bowing) สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ Su pa ti pan no pa ka wa to saa wa ga sang ko พระสงฆสาวก, ของพระผูมีพระภาคเจา, ปฏิบัติดีแลว Pra soeng sa wok, khong pra pu mee pra pak jaow, pa ti but dee laew สังฆัง นะมามิ Sang kang na maa mi ขาพเจา, นอบนอมพระสงฆ (กราบ) Ka pa jaow, nob norm pra soeng (bowing) คำอาราธนาศีล มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, Ma yang phan tay vi sung rak khan at thaa ya ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, Ti sa ra nay na sa ha pan ja sii laa ni yaa jaa ma ทุติยัมป มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, Thu ti yam pi ma phan tay vi sung rak khan at thaa ya ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, Ti sa ra nay na sa ha pan ja sii laa ni yaa jaa ma


๕๐ ตะติยัมป มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, Ta ti yam pi ma phan tay vi sung rak khan at thaa ya ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ Ti sa ra nay na sa ha pan ja sii laa ni yaa jaa คำสมาทานศีลหา นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ, Na mo tas sa pa ka wa to aa ra ha to sam maa sam put thas saa นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ, Na mo tas sa pa ka wa to aa ra ha to sam maa sam put thas saa นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ, Na mo tas sa pa ka wa to aa ra ha to sam maa sam put thas saa พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, Put thang sa ra nang kat chaa mi ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, Tham mang sa ra nang kat chaa mi สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ, Sang kang sa ra nang kat chaa mi ทุติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, Thu ti yam pi put thang sa ra nang kat chaa mi ทุติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, Thu ti yam pi tham mang sa ra nang kat chaa mi ทุติยัมป สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ, Thu ti yam pi sang kang sa ra nang kat chaa mi ตะติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, Ta ti yam pi put thang sa ra nang kat chaa mi ตะติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, Ta ti yam pi tham mang sa ra nang kat chaa mi ตะติยัมป สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ, Ta ti yam pi sang kung sa ra nang kat chaa mi ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ Pa na ti pa ta way ra ma nee sic ka paa tung sam maa ti ya mi อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ A tin na ta na way ra ma nee sic ka paa tung sa ma ti ya mi กามสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ Ka me su mi cha ja ra way ra ma nee sic ka paa tung sa ma ti ya mi มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ Mu sa wa ta way ra ma nee sic ka paa tung sa ma ti ya mi สุราเมระยะ มัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ Su ra mae ra yaa mud cha pa ma tad ta na way ra ma nee sic ka paa tung sa ma ti ya mi


๕๑ บทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ ทำนองสรภัญญะ (นำ) องคใดพระสัมพุทธ.... /lead/ ong-dai-phra-sam buddh (รับพรอมกัน) สุวิสุทธสันดาน /all/ su wi sud-ta-san darn ตัดมูลกิเลสมาร บมิหมนมิหมองมัว tat-moon-kaa-let-marn bor-mi-mon-mi-mong-mua หนึ่งในพระทัยทาน ก็เบิกบานคือดอกบัว neung-nai-phra-tai-tan ko-berk-baan-keu-dok-bua ราคีบพันพัว สุวคนธะกำจร raa-kee-bor-pan-pua su wa kon-ta kam-jorn องคใดประกอบดวย พระกรุณาดังสาคร ong-dai-pha korb-duay phra-ka ru na-dang-sa korn โปรดหมูประชากร มละโอฆะกันดาร broat-moo-pra cha korn ma-la-oa-ta-gan darn ชี้ทางบรรเทาทุกข และชี้สุขเกษมสานต chee-tang-ban tao-tuk lae-chee-suk-ka sem-sarn ชี้ทางพระนฤพาน อันพนโศกวิโยคภัย chee-tang-phra-na ru parn an-poon-soak-wi yok-pai พรอมเบญจพิธจัก- ษุจรัสวิมลใส prom-ben ja pi ta-jak su ja rat-wi mon-sai เห็นเหตุที่ใกลไกล ก็เจนจบประจักษจริง hen-hay-tee-klay-klai koo-jane-jook pra juk-jing กำจัดน้ำใจหยาบ สันดานบาปแหงชายหญิง kam jat-nam-jai-yarp san-darn-barp-hang-chai-ying สัตวโลกไดพึ่งพิง มละบาปบำเพ็ญบุญ sat-loak-dai-peung-ping mala-barp-bam pen-boon ลูกขอประณตนอม ศิรเกลาบังคมคุณ luk-kor-pra not-norm si ra-klao-bang kom-kunn สัมพุทธการุญ- ย ภาพนั้นนิรันดรฯ sam-pud tha-ka run ya-parp-nan-ni ran dorn


๕๒ บทสวดสรรเสริญพระธรรมคุณ ทำนองสรภัญญะ ธรรมะคือคุณากร tham ma-keu-ku na korn สวนชอบสาธร suan-chorp-sa torn ดุจดวงประทีปชัชวาล dut-duang-pra teep-cha cha-warn แหงองคพระศาสดาจารย hang-ong-pra-sas-sa-da-jan สองสัตวสันดาน song-sat-san darn สวางกระจางใจมล swang-kra jang-jai-mon ธรรมใดนับโดยมรรคผล thamm-dai-nap-doi-mak-phol เปนแปดพึงยล ben-baet-peung-yon และเกานับทั้งนฤพาน lae-koa-kap-tang-na ru parn สมญาโลกอุดรพิสดาร som-ya-loak-uu dorn-pi sa darn อันลึกโอฬาร an-leuk-oh-larn พิสุทธิ์พิเศษสุกใส pi suth-pi set suk-sai อีกธรรมตนทางครรไล eek-thamm-ton-tang-kan-lai นามขนานขานไข nam-ka narn-kan-kai ปฏิบัติปริยัติเปนสอง pa ti pat-pa ri yat-pen-song คือทางดำเนินดุจครอง keu-tang-dam nern-dud-krong ใหลวงลุปอง hai-luang-lu-pong ยังโลกอุดรโดยตรง yang-loak-uu dorn-doay-trong ขาขอโอนออนอุตมงค Kaa-kor-own-on-uud-ta-mong นบธรรมจำนง nop-dhamm-jam nong ดวยจิตและกายวาจาฯ doi-jit-lae-kai-wa ja


๕๓ บทสวดสรรเสริญพระสังฆคุณ ทำนองสรภัญญะ สงฆใดสาวกศาสดา song-dai-sa vok-sa sa da รับปฏิบัติมา rap-pa ti bat ma แตองคสมเด็จภควันต tae-ong-som-dej-pha-ga-wan เห็นแจงจตุสัจเสร็จบรร- hen-jaeng-ja tu sat-set-ban ลุทางที่อัน lu-tang-tee-an ระงับและดับทุกขภัย ra-ngap-lae-dap-tuk-pai โดยเสด็จพระผูตรัสไตร duay-sa det-phra-poo-trat-trai ปญญาผองใส pan ya-phong-sai สะอาดและปราศมัวหมอง sa-ard-lae-prad-mua-mong เหินหางทางขาศึกปอง hen-hang-tang-ka-seuk-pong บ มิลำพอง bor-mi-lam-pong ดวยกายและวาจาใจ duay-kai-lae-wa-ja-jai เปนเนื้อนาบุญอันไพ- ben-nuea-na-boon-am-pai ศาลแดโลกัย sarn-dae-lo kai และเกิดพิบูลยพูนผล lae-kert-pee boon-poon-phon สมญาเอารสทศพล som-ya-ow-rot-tot-sa-pon มีคุณอนนต mee-khun-a-non อเนกจะนับเหลือตรา aa-nek-ja-nap-leua-tra ขาขอนพหมูพระศรา- kaa-kor-nop-moo-phra-sa-ra พกทรงคุณา- pok-song-ku-na นุคุณประดุจรำพัน nu-khun-pra dut-ram-pan ดวยเดชบุญขาอภิวันท duay-det-boon-ka-aa-pi-wan พระไตรรัตนอัน phra-trai-rat-an อุดมดิเรกนิรัติศัย u-dom-dee-rek-ni-rat-sai จงชวยขจัดโพยภัย jong-chuay-ka-jat-poay-pai อันตรายใดใด an-ta rai-dai-dai จงดับและกลับเสื่อมสูญ jong-dap-lae-glap-seum-soon


๕๔ เพลงสมาธิ นั่งขัดสมาธิใหดี Nung-khud-sa-ma-thi-hai-dee สองมือวางทับกันทันที Song-mue-wang-tub-kan-tan-tee หลับตานั่งตัวตรงชิ ตั้งสติใหดี laab-ta-nung-tua trong-si tung-sa-ti-hai-dee ภาวนาในใจ พุทโธ พุทโธ พุทโธ pa-wa-na-nai-jai put-to put-to put-to เพลง ดั่งดอกไมบาน ลมหายใจเขา Lom-hay-jai-kao ลมหายใจออก Lom-hay-jai-ook ดั่งดอกไมบาน Dung-dok-mai-ban ภูผาใหญกวาง Phu-pha-yai-kwang ดั่งสายน้ำฉ่ำเย็น Dung-say-nam-chum-yen ดั่งนภากาศ Dung-na-pa-ar-kad อันบางเบา An-bang-bao คำแผเมตตา สัพเพ สัตตา sab-pay sab-taa สัตวทั้งหลายที่เปนเพื่อนทุกข sad-tung-lai-tee-pen-puern-took เกิดแกเจ็บตายดวยกันทั้งหมดทั้งสิ้น kerd-kae-jeb-tay-duay-kan-tung-mod-tung-sin อะเวรา โหนตุ aa-ve-ra-hon-tu จงเปนสุขเปนสุขเถิด jong-pen-sook-pen-sook-terd อยาไดมีเวรแกกันและกันเลย yah-dai-mee-ven-kae-kan-lae-kan-loey อัพยาปชฌา โหนตุ up-pa-ya-pud-cha-hon-tu จงเปนสุขเปนสุขเถิด jong-pen-sook-pen-sook-terd อยาไดเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย yaa-dai-beard-bean-sung-kan-lae-kan-loey อะนีฆา โหนตุ Aa-nee-ka-hon-tu จงเปนสุขเปนสุขเถิด jong-pen-sook-pen-sook-terd อยาไดมีความทุกขกายทุกขใจเลย yaa-dai-mee-kham-took-guy-took-jai-loey สุขี อตฺตานัง ปริหรันตุ suu-kee-at-ta-nung-pa-ri-ha-ran-tu จงมีความสุขกายสุขใจ jong-mee-kham-sook-guy-sook-jai รักษาตนใหพนจากทุกขภัยทั้งสิ้นเทอญ rak-sa-ton-hai-poon-jaak-took-phai-tung-sin-tern


๕๕ เพลงที่ใชสำหรับกิจกรรมหนาเสาธงและวันสำคัญตาง ๆ เพลงชาติสหรัฐอเมริกา The Star Spangled Banner Lyrics by Francis Scott Music by John Stafford Smith Oh, say, can you see, by the dawn's ear-ly light, What so pound-ly we hailed at the twi-light's last gleaming, Whose broad stripes and bright stars through the per-i-lous fight, O'er the ram-parts we watched were so gal-lant-ly stream-ing? And the rock-ets' red glare, bombs burst-ing in air, Gave proof through the night that our flag was still there. Oh, say, does that Star - Span-gled Ban-ner yet wave O'er the land of the free and the home of the brave? เพลงชาติไทย เนื้อรอง พระเจนดุริยางค ทำนอง นายพันเอกหลวง สารานุประพันธ ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย Pra thet thai ruam lueat nuea chat chuea thai, เปนประชารัฐ ไผทของไทยทุกสวน Pen pra cha rat, pha thai khong thai thuk suan, อยูดำรงคงไวไดทั้งมวล Yuu dam rong khong wai dai thang muan, ดวยไทยลวนหมาย รักสามัคคี duai thai luan mai, rak sa mak kee, ไทยนี้รักสงบ แตถึงรบไมขลาด thai nee rak sa ngop, tae thueng rop mai khlat, เอกราชจะไมใหใครขมขี่ Ek ka rat cha mai hai khrai khom kee, สละเลือดทุกหยาดเปนชาติพลี Saa la lueat thuk yat pen chat phlee, เถลิงประเทศชาติไทย ทวีมีชัย ชโยฯ Tha loeng pra thet chat thai tha wi, mi chai, chayo!


๕๖ เพลงฉันเปนคนไทย เนื้อรอง ศ.ประภาศรี สีหอำไพ ทำนอง พันเอกชูชาติ พิทักษกร ฉันเปนคนไทย chan-pen-kon-thai ฉันเกิดอาศัยอยูในชาติอื่น chan-kued-aa-sai-yoo-nai-chart-aern พอฉันโตวันโตคืน por-chan-toe-waan-toe-kuen คนอื่นเขาถามวาฉันเปนใคร kon-aern-kao-taam-waa-chan-pen-kai ผิวเหลืองหนาสวย pew-luerng-naa-suay ตัวเล็กเอวบางรางไมโตใหญ tua-lek-eaw-bang-rang-mai-toe-yai ขาวก็ไมเชิง ดำก็ไมใช kao-kor-mai-churng dam-kor-mai-chai ทาทางน้ำใจ เขาวาฉันเปนคนดี ta-tang-nam-jai kao-waa-chan-pen-kon-dee สายเลือดฉันเปนคนไทย sai-luerd-chan-pen-kon-thai ถึงอยูแสนไกลบานเกิดปฐพี turng-yoo-san-klai-ban-kued-pat-ta-pee ถึงอยูบนผืนดินไหน turng-yoo-bon-puern-din-nai ฉันเปนคนไทย หยิ่งในศักดิ์ศรี chan-pen-kon-thai ying-nai-sak-see ชาติ ศาสน กษัตริย จงรักยิ่งชีวี chart-sart-ka-sat jong-rak-ying-chee-wee สรางคุณงามความดี sang-kun-ngam-kwam-dee สมที่เปนพุทธศาสนิกชนฯ som-tee-pen-put-ta-sart-sa-nik-ka-chon คำปฏิญาณตน เราคนไทย / ใจกตัญู / รูคุณชาติ / ศาสนา / พระมหากษัตริย / เรานักเรียน / จะตองไมประพฤติตน / ใหเปนที่เดือดรอน / แกตนเองและผูอื่น Rao-kon-thai / jai-kaa-tan-yoo / ro-kun-chat / sat-sa-na / pra-ma-ha-ka-sat / Rao-nak-rein / ja-tong-mai-pra-pruet-ton / hai-pen-tee-duerd-ron / kae-ton-aeng-lae-poo-aern


๕๗ เพลงสรรเสริญพระบารมี คำรอง : สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ ทำนอง : พระเจนดุริยางวงค (ปติ วาทยะกร) ขาวรพุทธเจา เอามโนและศิระกราน Kha Wo ra Phut tha Chao Ao Ma no Lae Si ra Kran นบพระภูมิบาลบุญดิเรก Nop Phra Phum mi Ban Bun ya Di rek เอกบรมจักริน Ek Bo rom ma Chak krin พระสยามินทร พระยศยิ่งยง Phra Sa ya min Phra Yot sa Ying Yong เย็นศิระเพราะพระบริบาล Yen Si ra Phro Phra Bo ri Ban ผลพระคุณ ธ รักษา Phon Phra Khun Tha Rak sa ปวงประชาเปนสุขศานต Puang Pra cha Pen Suk San ขอบันดาล ธ ประสงคใด Kho Bandan Tha Prasong Dai จงสฤษดิ์ดัง Chong Sa rit Dang หวังวรหฤทัย ดุจถวายชัย ชโย Wang Wo ra Ha rue thai Dut Cha Tha wai Chai Chayo! เพลงสดุดีมหาราชา คำรอง : นายชาลี อินทรวิจิตร, นายสุรัฐ พุกกะเวส ทำนอง : นายสมาน กาญจนะผลิน ขอเดชะองคพระประมุขภูมิพล kor-de-cha-ong-phra-pra-mook-poo-mi-pon มิ่งขวัญ ปวงชนประชาชาติไทย ming-kwan-puang chon-pra-cha-chart-thai มหาราช ขัตติยะ ภูวไนย ma-ha-rat kat-ti-ya poo-wa-nai ดุจรมโพธิ์รมไทรของปวงประชา doot-rom-po-rom-sai-kong-puang-pra-cha


๕๘ ขอเดชะองคสมเด็จพระราชินี kor-de-cha-ong-som-det-phra-ra-chi-nee คูบุญ บารมีจักรีเกริกฟา koo-boon-ba-ra-mee jak-kree-krerk-fa องคสมเด็จ พระเจาอยูหัว มหาราชา ong-som-det phra-jao-yoo-hua ma-ha-ra-ja ขาพระพุทธเจาขอสดุดี ka-phra-put-ta-jao-kor-sa-du-dee อาองคพระสยมบรมราชันขวัญหลา aa-aong-phra-sa-yom-bor-rom-ra-chan-kwan-laa เปลงบุญญาสมสงาบารมี pleng-boon-ya som-sa-nga-baa-raa-mee ผองขาพระพุทธเจา นอมเกลาขออัญชุลี pong-ka-phra-put-ta-joa nom-klao-kor-an-chu-lee สดุดีมหาราชา สดุดีมหาราชินี (ซ้ำ) sa-du-dee-ma ha-ra-cha sa-du-dee-ma-ha-ra-chi-nee (repeat) เพลงมารชโรงเรียนวัดไทยลอสแองเจลิส เนื้อรอง อำไพพรรณ พิพัฒนวัฒนารมย ทำนอง สุรพล แสงเอก โรงเรียนวัดไทยลอสแองเจลิส เปนเพื่อนคิดบำรุงรักหลักศาสนา พุทธรรมโอบเอื้อเพื่อชีวา ศูนยรวมศรัทธา ภาษา วัฒนธรรม เราคนไทย รักชาติ ศาสน กษัตรยใตรมฉัตรสุขกายใจชื่นฉ่ำ แมอยูแดนแควนใดใจนอมนำ รวมกันทำความดีทวีคูณ ลูกหลานไทยใกลไกลรวมใจรัก รวมสมัครเทิดไทยไมสิ้นสูญ พัฒนาชาติไทยใหเพิ่มพูน รวมเกื้อกูลดวยน้ำใจผองไทยเอย..


๕๙ เพลงโรงเรียนวัดไทยลอสแองเจลิส เนื้อรอง ศ.ประภาศรี สีหอำไพ พวกเราเดนดังกวาใคร วัดไทยวัดแรกตั้งมา หนึ่งในอเมริกา ศาสนาพุทธเลิศเกริกไกร (สรอย)* นอย นอย หนอย ทำไมเปนอยางนั้น พวกเราเดนดังกวาใคร วัดไทยลอสแองเจลิส เด็กไทยชอบมาโรงเรียน วัดไทยลอสแองเจลิส (สรอย)*นอย นอย หนอย ทำไมเปนอยางนั้น สรางวัดสรางเยาวชน ผูคนไหลหลากทั่วทิศ ทองเที่ยวรายการยอดฮิต ชีวิตชาวไทยแอลเอ (สรอย)***นอย นอย หนอย ทำไมเปนอยางนั้น สืบสานสืบการศึกษา ศาสนาพุทธไมหักเห ประเพณีดั้งเดิมพื้นเพ เสนหแหงยิ้มสยาม (สรอย)****นอย นอย หนอย ทำไมเปนอยางนั้น พลังพระธรรมจักร บงเอกลักษณไทยงาม โบสถไทยรุงเรืองอาราม สวางงดงามกวาใคร (สรอย)*****นอย นอย หนอย ทำไมเปนอยางนั้น พระนรเทพประธาน ตระการพิสุทธิ์สดใส พลังรักสายเลือดไทย โปรดไดคุมครองปองกัน (สรอย)******นอย นอย หนอย ทำไมเปนอยางนั้น เขมแข็งรวมแรงพิทักษ ย.ยักษแยกเขี้ยวยิงฟน ศัตรูไมกลาประจัน แข็งขันยักษใหญใจดี (สรอย)*******นอย นอย หนอย ทำไมเปนอยางนั้น พลังจิตครูอาสา(จุฬาฯ) อาสาสมัครมากมี ภาษาและประเพณี ดนตรีนาฏศิลปไทย (สรอย)********นอย นอย หนอย ทำไมเปนอยางนั้น ดิ่งดอง ดิ่งดอง ดิ่งดอง ดิ่งดอง เทิดธรรมอำไพ ศักดิ์ศรีโรงเรียนวัดไทย ลอสแองเจลิส แอลเอ


๖๐ คณะผูจัดทำ ที่ปรึกษา พระราชธรรมวิเทศ พระวิเทศกิตติคุณ พระวิเทศธรรมวงศ พระสังฆรักษเยือนศรัณย จนฺทโชโต พระครูวชิรชยาทร พระมหาดุสิต ญาณภูสิโต พระณัฐพงษ ปฺญาวชิโร คณะผูจัดทำ นางสาวจิตติภา ศัพทเสน นายไชยวัฒน อารีโรจน นางสาวสายน้ำฟา นอยวัน นางสาวณัฐณิชา มณีพฤกษ นายประจักษ นอยเหนื่อย นายวงศกร ศรีระแกว นางสาวประภาวิญากรณ คุณจันทรมี


๖๑


Click to View FlipBook Version