บริษัท เจเอสอาร์ บเี อสที อลิ าสโตเมอร์ จากดั
สารบญั
หมวด หน้า
หมวดท่ี 1 บททว่ั ไป 1
หมวดท่ี 2 วนั ทำงำน เวลำทำงำน และเวลำพกั 3
หมวดท่ี 3 วนั หยดุ และหลกั เกณฑก์ ำรหยดุ 4
หมวดที่ 4 หลกั เกณฑก์ ำรทำงำนล่วงเวลำและกำรทำงำนในวนั หยดุ 6
หมวดท่ี 5 วนั และสถำนท่ีจ่ำยค่ำจำ้ ง ค่ำล่วงเวลำ และค่ำทำงำนในวนั หยดุ 8
หมวดท่ี 6 วนั ลำและหลกั เกณฑก์ ำรลำ 9
หมวดที่ 7 วนิ ยั และกำรลงโทษ 14
หมวดท่ี 8 กำรร้องทุกข์ 20
หมวดที่ 9 กำรพน้ สภำพพนกั งำน ค่ำชดเชย และค่ำชดเชยพิเศษ 22
หมวดที่ 10 สิทธิในกำรบริหำร 26
หมวดท่ี 1
บทท่วั ไป
ข้อบังคบั เกี่ยวกับกำรทำงำนฉบบั น้ี จดั ทำข้ึนเพื่อรวบรวมนโยบำยทวั่ ไปเก่ียวกบั สภำพกำรจ้ำงของ
พนกั งำนบริษทั ฯ และถือวำ่ ขอ้ บงั คบั เก่ียวกบั กำรทำงำนฉบบั น้ีเป็ นส่วนหน่ึงของสัญญำจำ้ งระหวำ่ งบริษทั ฯ และ
พนกั งำน เพื่อแจง้ ให้พนกั งำนทุกคนทรำบถึงสิทธิและควำมรับผิดชอบของตน และขอ้ กำหนดเง่ือนไขแห่งกำร
วำ่ จำ้ งใหเ้ ป็นพนกั งำนของบริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั
บริษทั ฯ ได้จดั ทำขอ้ บงั คบั เกี่ยวกับกำรทำงำนน้ี ตำมบทบญั ญตั ิแห่งพระรำชบญั ญตั ิคุม้ ครองแรงงำน
พ.ศ.2541 ซ่ึงประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ เล่มท่ี 115 ตอนท่ี 8 ก ลงวนั ท่ี 20 กุมภำพนั ธ์ 2541 และพิจำรณำ
ประกอบนโยบำยกำรจำ้ งของสถำนประกอบกำรโดยทว่ั ไปในประเทศไทย หำกมีกรณีเกิดขอ้ ขดั แยง้ ในเร่ืองใดใน
ขอ้ บงั คบั เกี่ยวกบั กำรทำงำนฉบบั น้ี จะถือปฏิบตั ิตำมกฎหมำยว่ำดว้ ยกำรคุม้ ครองแรงงำนเป็ นหลกั อน่ึง บริษทั ฯ
สงวนสิทธิซ่ึงจะเปล่ียนแปลง แกไ้ ข เพิ่มเติม หรือยกเวน้ ขอ้ ควำมท้งั หมด หรือบำงส่วนในขอ้ บงั คบั เกี่ยวกบั กำร
ทำงำน เพื่อใหส้ อดคลอ้ งกบั กำรเปล่ียนแปลงท่ีจะเกิดข้ึนท้งั ทำงเศรษฐกิจ สังคม หรือกรณีท่ีมีประกำศใชก้ ฎหมำย
ใหม่ เพ่ือให้บริษทั ฯ ไดด้ ำเนินกำรใหถ้ ูกตอ้ งตำมกฎหมำย และเป็ นไปอยำ่ งมีประสิทธิภำพโดยบริษทั ฯ จะปฏิบตั ิ
ตำมกฎหมำยเกี่ยวกบั กำรแกไ้ ขขอ้ บงั คบั เก่ียวกบั กำรทำงำน หรือตำมแนวของคำพพิ ำกษำศำลฎีกำ
ใหใ้ ชค้ ำนิยำมดงั ตอ่ ไปน้ีกบั คำตำ่ งๆ ที่อยใู่ นขอ้ บงั คบั เกี่ยวกบั กำรทำงำนฉบบั น้ี
1. “ข้อบังคับ” หมำยถึง ขอ้ บงั คบั เก่ียวกบั กำรทำงำนของบริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั
2. “บริษทั ฯ” หมำยถึง บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั โดยใหร้ วมถึง ผซู้ ่ึงได้
รับมอบอำนำจใหท้ ำกำรแทนบริษทั ฯหรือผไู้ ดร้ ับมอบหมำยให้
ทำงำนในนำมบริษทั ฯ
สถำนที่ต้งั สำนกั งำน : ต้งั อยเู่ ลขที่ 175 อำคำรสำธรซิต้ีทำวเวอร์ ช้นั 10 ถนนสำธรใต้ แขวงทุ่งมหำเมฆ
เขตสำทร กรุงเทพฯ 10120 โทร. (02) 679-6644-53 โทรสำร (02) 679-6650
สถำนที่ต้งั โรงงำน : ต้งั อยเู่ ลขท่ี 8/1 ถนน ไอ-สอง นิคมอุตสำหกรรมมำบตำพุด อำเภอเมือง จงั หวดั ระยอง
21150 โทร.(038) 949-200 โทรสำร (038) 949-299
ประเภทกิจกำร : อุตสำหกรรมปิ โตรเคมี
3. ผู้บังคับบัญชา หมายถึง พนกั งานที่ได้รับมอบหมายให้มีอานาจหน้าที่ในการควบคุม บงั คบั -
บญั ชาการปฏิบตั งิ านของพนกั งาน ซึ่งได้แก่ พนกั งานในระดบั ตงั้ แตห่ วั หน้างาน หรือตาแหน่งอ่ืนที่เทียบเทา่ ขนึ ้ ไป
โดยมีอานาจหน้าท่ีในการสงั่ การ มอบหมายงานกากบั ควบคมุ การทางานให้เป็ นไปตามนโยบายของบริ ษัทฯ รวม
ตลอดถงึ การมีอานาจให้บาเหน็จหรือสง่ั ลดคา่ จ้างพนกั งานของบริษัทฯ ได้
4. พนักงาน หมายถึง บคุ คลที่ได้รับการวา่ จ้างให้เข้ามาทางานให้แก่บริษัทฯ ภายหลังท่ีได้ผ่านพ้น
ระยะการทดลองงาน โดยแสดงให้เหน็ วา่ เป็นบคุ คลท่ีมีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกบั ตาแหน่งหน้าที่การงาน
มีผลงาน ความประพฤติ ทศั นคตติ อ่ งานและตอ่ บริษัทฯ รวมทงั้ มีสขุ ภาพเป็นที่นา่ พอใจของบริษัทฯ
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 1
5. พนักงานทดลองงาน หมำยถึง บุคคลท่ีไดร้ ับกำรวำ่ จำ้ งใหเ้ ขำ้ มำทำงำนให้แก่บริษทั ฯ โดย
แจง้ ใหท้ รำบวำ่ ใหท้ ดลองงำนและอยใู่ นช่วงของกำรทดลองงำน หรืออยใู่ นช่วงยดื กำรทดลองงำนน้นั ๆ ซ่ึงอำจมี
ระยะยำวส้ันไม่เท่ำกนั ตำมแต่ลกั ษณะและสภำพของงำน โดยบริษทั ฯ มีสิทธิจะบอกเลิกจำ้ ง โดยบอกกล่ำว
ล่วงหน้ำไม่น้อยกว่ำ 1 รอบระยะเวลำกำรจ่ำยค่ำจำ้ ง หรือให้ยืดกำรทดลองงำนออกไปไดต้ ำมควำมเหมำะสม
เม่ือไรก็ไดใ้ นช่วงกำรทดลองงำน หำกปรำกฏวำ่ ผลงำน ควำมประพฤติ ทศั นคติ หรือสุขภำพ หรือมีเหตุอื่นอยำ่ ง
ใดอย่ำงหน่ึงยงั ไม่น่ำเป็ นท่ีพอใจ ท้งั น้ีพนักงำนทดลองงำนจะได้รับสิทธิตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรคุ้มครอง
แรงงำนทุกประกำร
6. พนักงานรายเดือน หมำยถึง บุคคลที่ไดร้ ับกำรวำ่ จำ้ งใหเ้ ขำ้ มำทำงำนให้แก่บริษทั ฯ โดยกำหนด
อตั รำค่ำจ้ำงเป็ นค่ำตอบแทนกำรทำงำนในอตั รำรำยเดือนและมีสิทธิได้รับค่ำจ้ำงในวนั หยุดประจำสัปดำห์
วนั หยดุ ตำมประเพณี วนั หยดุ พกั ผอ่ น ประจำปี วนั ลำป่ วย ลำเพ่ือคลอดบุตร ลำเพ่ือรับรำชกำรทหำร ลำกิจ ลำ
เพื่อทำหมนั ลำเพอื่ กำรสมรส โดยถือระเบียบกำรลำเป็นเกณฑ์
7. พนักงานตามสัญญา หมำยถึง บุคคลที่บริษทั ฯ ตกลงจำ้ งเขำ้ มำทำงำน โดยทำสัญญำเป็ น
หนงั สือ เพอ่ื ใหเ้ ขำ้ มำทำงำน อนั มีลกั ษณะเป็นคร้ังครำวท่ีมีกำหนดกำรสิ้นสุด หรือควำมสำเร็จของงำน หรือเป็ น
งำนท่ีมีลกั ษณะเป็นไปตำมฤดูกำล หรือไดจ้ ำ้ งในช่วงของฤดูกำลน้นั ๆ หรือเป็ นงำนตำมโครงกำรที่มิใช่งำนปกติ
ของธุรกิจ หรือกำรคำ้ ของบริษทั ฯ หรือเป็นงำนโดยทวั่ ๆไป โดยมีวนั เร่ิมตน้ และวนั สิ้นสุดกำรจำ้ ง โดยให้ไดร้ ับ
สิทธิประโยชนต์ ำมที่กฎหมำยวำ่ ดว้ ยกำรคุม้ ครองแรงงำนกำหนดเทำ่ น้นั
8. วนั ทางาน หมำยถึง วนั ท่ีกำหนดใหพ้ นกั งำนมำทำงำนตำมปกติ
9. วนั หยุด หมำยถึงวนั ที่กำหนดใหพ้ นกั งำนหยุดทำงำน เช่น วนั หยดุ ประจำสัปดำห์ วนั หยดุ ตำม
ประเพณี หรือวนั หยดุ พกั ผอ่ นประจำปี
10. วนั ลา หมำยถึงวนั ท่ีพนักงำนลำป่ วย ลำเพ่ือทำหมัน ลำเพื่อกิจธุระอันจำเป็ น ลำเพื่อรับ
รำชกำรทหำร ลำเพื่อฝึ กอบรม หรือพฒั นำควำมรู้ควำมสำมำรถ ลำเพื่อคลอดบุตร ลาเพอ่ื อุปสมบท ลาเพ่อื การ
สมรส
11. ค่าจ้าง หมำยถึงเงินเดือนที่บริษทั ฯ จ่ำยให้แก่พนักงำน เป็ นค่ำตอบแทนในกำรทำงำน ตำม
สญั ญำจำ้ ง สำหรับระยะเวลำกำรทำงำนปกติ ไมร่ วมถึงเงินท่ีบริษทั ฯ จำ่ ยในช่ืออื่นๆ เพอ่ื เป็นค่ำตอบแทนในกำร
ทำงำนตำมวนั และเวลำทำงำนปกติ
12. ค่าจ้างในวนั ทางาน หมำยถึงค่ำจำ้ งที่จ่ำย สำหรับกำรทำงำนเตม็ เวลำกำรทำงำนปกติ
13. การทางานล่วงเวลา หมำยถึงกำรทำงำนเกินจำนวนชวั่ โมงทำงำนปกติในแต่ละวนั ในวนั ทำงำน
หรือวนั หยดุ แลว้ แต่กรณี
14. การทางานในวนั หยดุ หมำยถึง กำรทำงำนตำมเวลำทำงำนปกติในวนั หยดุ
บริษทั ฯ สงวนสิทธิในกำรโยกยำ้ ยตำแหน่งหนำ้ ท่ีและสถำนที่ทำงำน เพ่ือใหพ้ นกั งำนทำงำนตำม
สถำนท่ีต่ำงๆ ท่ีบริษทั ฯ กำหนด ตลอดจนงำนกะต่ำงๆ ไดต้ ำมควำมเหมำะสม ในกรณีที่บริษทั ฯ มีควำม
จำเป็นตอ้ งหยดุ กิจกำรท้งั หมด หรือบำงส่วนเป็นกำรชวั่ ครำว โดยเหตุหน่ึงเหตุใดท่ีมิใช่เหตุสุดวสิ ัย บริษทั ฯ จะ
จ่ำยเงินใหแ้ ก่พนกั งำน ร้อยละ 75 ของค่ำจำ้ งในวนั ทำงำนท่ีลูกจำ้ งไดร้ ับก่อนหยดุ กิจกำร ตลอดระยะเวลำที่
บริษทั ฯ ไมไ่ ดใ้ หพ้ นกั งำนทำงำน ท้งั น้ี บริษทั ฯ จะแจง้ ใหพ้ นกั งำนและพนกั งำนตรวจแรงงำนไดท้ รำบล่วงหนำ้
ก่อนวนั เร่ิมหยดุ กิจกำร
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 2
หมวดท่ี 2
วนั ทางาน เวลาทางาน และเวลาพกั
กำรกำหนดวนั ทำงำน เวลำทำงำน และเวลำพกั ของพนกั งำน ใหเ้ ป็นไปตำมควำมเหมำะสมของ
สภำพกำรบริหำรงำน กำรผลิต กำรจำหน่ำย และกำรใหบ้ ริกำร ของบริษทั ฯ ในบำงลกั ษณะงำน จึงมีควำม
จำเป็นตอ้ งใหพ้ นกั งำนสบั เปลี่ยนหมุนเวยี นกนั ปฏิบตั ิงำนตำมท่ีหวั หนำ้ หน่วยงำน หรือผไู้ ดร้ ับมอบหมำย
จะไดพ้ จิ ำรณำส่ังกำรตำมควำมเหมำะสม ท้งั น้ี พนกั งำนแตล่ ะคน จะปฏิบตั ิงำนปกติไมเ่ กินวนั ละ 8 ชวั่ โมง
ทำงำน และไมเ่ กินสปั ดำห์ละ 48 ชว่ั โมงทำงำน เวน้ แต่เป็ นงำนท่ีมีอนั ตรำยแก่สุขภำพหรือควำมปลอดภยั ใน
กำรทำงำน ที่มีระบบควำมปลอดภยั ต่ำกวำ่ เกณฑม์ ำตรฐำนตำมกฎกระทรวง จะใหท้ ำงำนไมเ่ กินวนั ละหรือ
กะละ 7 ชวั่ โมงทำงำนและไมเ่ กิน 35 ชวั่ โมงตอ่ สัปดำห์ โดยมีรำยละเอียดดงั น้ี
1. วนั ทางาน บริษทั ฯ กำหนดวนั ทำงำนปกติ ดงั น้ี
1.1 พนกั งำนทว่ั ไป ทำงำนสปั ดำห์ละ 5 วนั โดยกำหนดใหท้ ำงำนปกติวนั จนั ทร์ถึงวนั ศุกร์
1.2 พนกั งำนที่ทำงำนกะ บริษทั ฯ กำหนดตำรำงวนั ทำงำนกะตำมท่ีเห็นสมควร โดยจะแจง้ ให้
พนกั งำนทรำบล่วงหนำ้
ยกเวน้ พนกั งำนที่มีเง่ือนไขในกำรวำ่ จำ้ งเป็นพเิ ศษ ก็ใหเ้ ป็ นไปตำมเงื่อนไขแห่งกำรจำ้ งท่ีกำหนดไวใ้ น
สญั ญำน้นั ๆ
2. เวลาทางานปกติ กำหนดใหม้ ีกำรทำงำนปกติ ดงั น้ี
2.1 พนกั งำนที่ทำงำนทวั่ ไป ทำงำนระหวำ่ งเวลำ 08.00-17.00 น. ท้งั น้ี อำจเปล่ียนแปลงเวลำทำงำน
ดงั กล่ำว โดยบริษทั ฯ นำระบบเวลำกำรทำงำนยดื หยนุ่ มำใชแ้ ทนเวลำทำงำนปกติได้ โดยจะใหท้ ำงำนไม่
เกินวนั ละ 8 ชว่ั โมงทำงำน และสปั ดำห์ละไม่เกิน 40 ชว่ั โมงทำงำน โดยไมร่ วมเวลำพกั
2.2 พนกั งำนที่ทำงำนกะ บริษทั ฯ กำหนดเวลำทำงำนปกติไวไ้ มเ่ กินสปั ดำห์ละ 48 ชวั่ โมง โดยเขำ้
ตำมตำรำงวนั ทำงำนกะ กะที่หน่ึงทำงำนระหวำ่ งเวลำ 07.00-19.00 น. และกะท่ีสองทำงำนระหวำ่ งเวลำ
19.00-07.00 น. ท้งั น้ี อำจเปล่ียนแปลงเวลำทำงำนดงั กล่ำวไดต้ ำมควำมจำเป็น และจะแจง้ ใหพ้ นกั งำนทรำบ
เป็นครำวๆ ไป ซ่ึงบริษทั ฯ อำจจะนำระบบเวลำกำรทำงำนยดื หยนุ่ มำใชแ้ ทนเวลำทำงำนปกติได้
3. เวลาพกั ให้มีเวลาพกั สาหรับพนกั งานทว่ั ไปวนั ละ 1 ชวั่ โมง โดยปกตกิ าหนดให้พกั ระหวา่ งเวลา
12.00-13.00 น.
สาหรับพนกั งานท่ีทางานกะ ให้ผลดั เปล่ียนหมนุ เวียนกนั ไปพกั ในระหวา่ งชว่ งเวลาทางานกะ รวมแล้วให้
พกั วนั ละหรือกะละ 1 ชวั่ โมง ทงั้ นี ้ให้อยภู่ ายใต้การควบคมุ ดแู ลของผ้บู งั คบั บญั ชา
4. ในกรณีที่มีความจาเป็น ต้องให้พนกั งานทางานตดิ ตอ่ กนั ไป หรือเป็นงานฉกุ เฉินท่ีไมอ่ าจหยดุ
ทาได้ เป็นเหตใุ ห้ไมส่ ามารถใช้เวลาพกั ตามกาหนดในข้อ 3 ได้ บริษทั ฯ จะเปลี่ยนแปลงเวลาพกั ตามความ
เหมาะสมเป็นคราวๆ ไป โดยจะมีเวลาพกั ไมน่ ้อยกวา่ วนั ละ 1 ชวั่ โมง หลงั จากทางานมาแล้วไมเ่ กิน 5
ชวั่ โมง ทงั้ นีบ้ ริษทั ฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงวนั และเวลาทางานของพนกั งานบางสว่ น บางแผนก หรือ
ทงั้ หมดก็ได้ ถ้าเหน็ วา่ การเปล่ียนแปลงนนั้ เป็นการเหมาะสมแก่สถานการณ์ของบริษัทฯ หรือสภาพความ
จาเป็นในการผลติ จาหนา่ ย หรือให้บริการ หรือด้วยเหตจุ าเป็นอ่ืน โดยบริษัทฯ จะได้แจ้งให้พนกั งานทราบ
ลว่ งหน้าเป็นคราวๆ ไป
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 3
หมวดท่ี 3
วนั หยุดและหลกั เกณฑ์การหยุด
1. วนั หยดุ ประจำสัปดำห์
1.1 พนกั งำนทวั่ ไป บริษทั ฯ กำหนดวนั หยดุ ประจำสัปดำห์ คือวนั เสำร์และวนั อำทิตย์
1.2 พนกั งำนที่ทำงำนกะ บริษัทฯ กำหนดให้หมุนเวียนกันหยุดตำมตำรำงวัน
ทำงำนกะ ท้งั น้ี บริษทั ฯ จะตกลงกบั พนักงำนเป็ นกำรล่วงหน้ำว่ำ จะให้วนั ใดเป็ นวนั หยุด
ประจำสัปดำหก์ ไ็ ด้
สำหรับวนั หยุดของพนกั งำนท่ีมีเง่ือนไขในสัญญำจำ้ งเป็นพิเศษ ใหเ้ ป็นไปตำม
เงื่อนไขที่ระบุไวใ้ นสัญญำน้นั ๆ
2. วนั หยดุ ตำมประเพณี บริษทั ฯ กำหนดให้มีวนั หยุดตำมประเพณีปี ละ 14 วนั ทำงำน
โดยรวมวนั แรงงำนแห่งชำติ และพนกั งำนจะไดร้ ับค่ำจำ้ งเท่ำกบั ค่ำจำ้ งในวนั ทำงำนปกติ
สำหรับวนั หยดุ ตำมประเพณีวนั ใดตรงกบั วนั หยดุ ประจำสัปดำห์ ใหเ้ ล่ือนวนั หยดุ ตำมประเพณี
น้นั ไปหยดุ ในวนั ทำงำนถดั ไป
ในกรณีที่บริษทั ฯ ไม่อำจให้พนกั งำนหยุดในวนั หยุดตำมประเพณีวนั ใดก็ตำม
เนื่องจำกลักษณะหรือสภำพของงำนจำเป็ นต้องให้พนักงำนทำงำนในวนั หยุดดังกล่ำวน้ัน
บริษทั ฯ จะกำหนดวนั หยดุ ชดเชยหรือพจิ ำรณำจ่ำยค่ำทำงำนในวนั หยดุ ให้
3. วนั หยดุ พกั ผอ่ นประจำปี
3.1 ในกรณีที่พนกั งำน ทำงำนติดต่อกนั มำแลว้ ครบ 1 ปี บริบูรณ์ มีสิทธิหยดุ พกั ผ่อน
ประจำปี โดยไดร้ ับค่ำจำ้ งเท่ำกบั ค่ำจำ้ งในวนั ทำงำนปกติ ตำมระดบั และอำยงุ ำน ดงั ต่อไปน้ี
3.1.1 อำยงุ ำนครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 5 ปี มีสิทธิหยดุ พกั ผอ่ นปี ละ 9 วนั ทำงำน
3.1.2 อำยุงำนครบ 5 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี มีสิทธิหยุดพกั ผ่อนปี ละ 12 วนั
ทำงำน
3.1.3 อำยงุ ำนครบต้งั แต่ 10 ปี ข้ึนไป มีสิทธิหยดุ พกั ผอ่ นปี ละ 15 วนั ทำงำน
3.2 พนกั งำนท่ีไดห้ ยดุ พกั ผอ่ นประจำปี จะไดร้ ับค่ำจำ้ งเท่ำกบั วนั ทำงำน โดยบริษทั ฯ
จะกำหนดวนั หยดุ ดงั กล่ำว ใหแ้ ก่พนกั งำนเป็นกำรล่วงหนำ้
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 4
3.3 พนกั งำนท่ีมีสิทธิหยุดพกั ผ่อนประจำปี สำมำรถขอหยุดพกั ผ่อนประจำปี โดยแบ่ง
วนั หยดุ ออกเป็นคร้ังๆได้ แต่จะตอ้ งไม่นอ้ ยกวำ่ คร้ังละ 1 วนั
3.4 พนักงำนสำมำรถสะสมสิทธิกำรหยุดพกั ผ่อนประจำปี เพื่อนำไปใช้หยุดพกั ผ่อน
รวมกบั ปี ต่อไปได้ โดยในปี ใดก็ตำม ที่จะใชส้ ิทธิรวมกบั วนั หยดุ สะสมในปี ต่อไป จะรวมหยดุ ได้
ไม่เกิน 15 วนั ต่อปี และในกรณีพนกั งำนขอใชส้ ิทธิในกำรหยดุ พกั ผ่อนแลว้ แต่บริษทั ฯ ไม่อำจให้
ใชส้ ิทธิไดด้ ว้ ยเหตุผลใดๆ กต็ ำม หรือบริษทั ฯ เลิกจำ้ งพนกั งำน โดยพนกั งำนมิไดม้ ีควำมผิดตำม
มำตรำ 119 แห่ง พ.ร.บ.คุม้ ครองแรงงำน พ.ศ.2541 บริษทั ฯ จะจ่ำยค่ำจำ้ งใหแ้ ก่พนกั งำน สำหรับ
วนั หยดุ พกั ผอ่ นประจำปี ในปี ที่เลิกจำ้ ง ตำมส่วนของวนั หยดุ พกั ผอ่ นประจำปี ท่ีพนกั งำนพึงมีสิทธิ
3.5 ในกรณีท่ีพนกั งำน เป็นผเู้ สนอขอหยดุ พกั ผอ่ นประจำปี พนกั งำนตอ้ งยน่ื ใบขอหยดุ
ล่วงหน้ำต่อผูบ้ งั คบั บญั ชำตำมสำยงำน ไม่น้อยกว่ำ 3 วนั และเม่ือได้รับกำรอนุมัติแลว้ จึงจะ
สำมำรถหยดุ งำนได้ ท้งั น้ี ผบู้ งั คบั บญั ชำมีอำนำจใชด้ ุลยพินิจในกำรอนุมตั ิหรือไม่อนุมตั ิตำมควำม
จำเป็น หรือตำมควำมเหมำะสมใหค้ รบตำมสิทธิได้
3.6 ภำยหลงั กำรยืน่ ใบขอลำออกจำกกำรเป็ นพนกั งำน ซ่ึงจะตอ้ งแจง้ ล่วงหน้ำไม่นอ้ ย
กว่ำ 30 วนั ก่อนพน้ จำกตำแหน่งหนำ้ ท่ีกำรงำน บริษทั ฯ สงวนสิทธิในกำรพิจำรณำอนุมตั ิให้ใช้
วนั หยดุ พกั ผอ่ นประจำปี ท้งั น้ีเพื่อพนกั งำนจะไดใ้ ชเ้ วลำใกลก้ ำหนดกำรออกจำกงำนน้นั ทำกำรส่ง
มอบภำรกิจหนำ้ ที่กำรงำน อุปกรณ์เครื่องใช้ ทรัพยส์ ินต่ำงๆ คืนแก่บริษทั ฯ ตลอดจน ทำกำรสอน
งำนหรือใหค้ ำแนะนำปรึกษำในงำนใหแ้ ก่ผมู้ ำปฏิบตั ิหนำ้ ท่ีแทนไดอ้ ยำ่ งเสร็จสมบรู ณ์
3.7 บริษทั ฯ อำจใชส้ ิทธิเปลี่ยนแปลงกำหนดวนั หยดุ พกั ผอ่ นประจำปี และเรียกพนกั งำน
ให้กลบั เขำ้ ทำงำนได้ ถำ้ พิจำรณำแลว้ เห็นว่ำ ในวนั หยุดน้นั มีภำรกิจเร่งด่วนฉุกเฉินเกิดข้ึน หรือ
อำจจะก่อให้เกิดควำมเสียหำยต่อธุรกิจหรือกำรให้บริกำรของบริษทั ฯ โดยบริษทั ฯ จะจดั ให้
พนกั งำนหยุดในวนั อ่ืนเป็ นกำรชดเชยวนั หยุดพกั ผ่อนตำมสิทธิที่เหลืออยู่ หรือจ่ำยค่ำทำงำนใน
วนั หยดุ ใหก้ บั พนกั งำน
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 5
หมวดท่ี 4
หลกั เกณฑ์การทางานล่วงเวลาและการทางานในวนั หยุด
บริษทั ฯ มีนโยบำยที่จะใหพ้ นกั งำนมีระยะเวลำทำงำนในแต่ละวนั ท่ีเหมำะสม และไม่
ประสงคใ์ หม้ ีกำรทำงำนลว่ งเวลำหรือทำงำนในวนั หยดุ เท่ำท่ีอยใู่ นวสิ ยั ท่ีสำมำรถกระทำได้
เพือ่ ใหพ้ นกั งำนมีเวลำพกั ผอ่ นหลงั เวลำกำรทำงำนท่ีเหมำะสม
ในกรณีจำเป็นอนั เกิดจำกงำนท่ีมีลกั ษณะตอ้ งทำติดต่อกนั ไป ถำ้ หยดุ จะเกิดควำมเสียหำย
แก่งำน หรือเป็นงำนฉุกเฉินโดยจะหยดุ เสียมิได้ บริษทั ฯ จะใหพ้ นกั งำนทำงำนเกินจำนวน
ชวั่ โมงทำงำนปกติในแต่ละวนั หรือทำงำนในวนั หยดุ เท่ำที่จำเป็น สำหรับงำนเพอ่ื ประโยชนแ์ ก่
กำรผลิต กำรจำหน่ำย และกำรบริกำร บริษทั ฯ อำจใหพ้ นกั งำนมำทำงำนเกินจำนวนชวั่ โมง
ทำงำนปกติในแต่ละวนั หรือทำงำนในวนั หยดุ หรือทำงำนล่วงเวลำในวนั หยดุ โดยไดร้ ับควำม
ยนิ ยอมจำกพนกั งำนรวมกนั แลว้ ไม่เกิน 36 ชว่ั โมงต่อสัปดำห์ โดยมีหลกั เกณฑด์ งั น้ี
1. ในกรณีท่ีพนกั งำนไดม้ ำทำงำนล่วงเวลำ หรือทำงำนในวนั หยดุ โดยมิไดร้ ับคำสัง่
หรือมิไดร้ ับกำรอนุมตั ิจำกบริษทั ฯ ใหถ้ ูกตอ้ งก่อน บริษทั ฯ จะไม่จ่ำยค่ำล่วงเวลำ หรือค่ำทำงำน
ในวนั หยดุ ให้
2. กำรคำนวณคำ่ ล่วงเวลำ และค่ำทำงำนในวนั หยดุ บริษทั ฯ จะคำนวณตำมเวลำที่
บนั ทึกในบตั รเขำ้ ทำงำน หรือกำรบนั ทึกเวลำเขำ้ ทำงำน ท่ีแสดงวำ่ ในวนั น้นั ๆ พนกั งำนได้
ทำงำนในวนั ดงั กล่ำวมำแลว้ เกินกวำ่ 8 ชว่ั โมงทำงำน แต่ท้งั น้ี จะตอ้ งไม่เกินกวำ่ เวลำท่ีไดร้ ับ
คำสงั่ หรือท่ีไดร้ ับกำรอนุมตั ิ โดยหกั ชว่ั โมงพกั ออกก่อน จึงจะมีสิทธิไดร้ ับค่ำล่วงเวลำหรือค่ำ
ล่วงเวลำในวนั หยดุ ที่มำทำงำน ดงั กล่ำว
3. สำหรับพนกั งำนที่ทำงำนกะถือวำ่ เป็นงำนท่ีมีลกั ษณะตอ้ งทำติดต่อกนั ไป หำก
หยดุ จะเกิดควำมเสียหำยแก่งำนหำกมีกรณีครบกำหนดเวลำกำรทำงำนกะน้นั แลว้ แต่ยงั ไม่มี
พนกั งำนอื่นมำรับช่วงกะ พนกั งำนท่ีปฏิบตั ิงำนอยแู่ ลว้ น้นั จะตอ้ งทำงำนล่วงเวลำต่อไป โดย
หำ้ มมิใหพ้ นกั งำนละทิ้งงำนในหนำ้ ท่ี จนกวำ่ จะมีผมู้ ำรับงำนกะต่อจำกตน หรือไดร้ ับอนุญำต
จำกผบู้ งั คบั บญั ชำ
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ท่ี 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 6
4. พนกั งำนที่ไม่มีสิทธิไดร้ ับค่ำล่วงเวลำ ไดแ้ ก่พนกั งำนดงั ต่อไปน้ี
4.1 พนักงำนที่ไดร้ ับมอบหมำยให้มีอำนำจหน้ำที่ทำกำรแทนนำยจำ้ งสำหรับ
กรณีในกำรจำ้ ง กำรใหบ้ ำเหน็จ หรือกำรเลิกจำ้ ง
4.2 พนักงำนท่ีทำงำนนอกสถำนที่ โดยลกั ษณะหรือสภำพของงำน ไม่อำจ
กำหนดเวลำทำงำนอนั แน่นอนได้
4.3 พนกั งำนท่ีไดร้ ับมอบหมำยให้อยเู่ วรเฝ้ ำดูแลสถำนท่ี หรือทรัพยส์ ิน อนั มิใช่
หนำ้ ท่ีกำรทำงำนตำมปกติของพนกั งำน
4.4 พนักงำนท่ีบริษทั ฯ มอบหมำยให้ปฏิบตั ิงำนเป็ นกะในเวลำใดก็ตำม และ
ทำงำนอยใู่ นกะปกติที่ไดร้ ับมอบหมำยใหม้ ำปฏิบตั ิงำน
4.5 พนกั งำนท่ีเดินทำงไปทำงำนในทอ้ งท่ีอื่น นอกจำกทอ้ งท่ีสำหรับกำรทำงำน
ปกติ พนกั งำนไม่มีสิทธิไดร้ ับค่ำล่วงเวลำ หรือค่ำล่วงเวลำในวนั หยดุ ในระหวำ่ งกำรเดินทำง เวน้ แต่
บริษทั ฯ ตกลงจ่ำยค่ำล่วงเวลำ หรือค่ำล่วงเวลำในวนั หยดุ โดยไดร้ ับอนุมตั ิจำกกรรมกำรผจู้ ดั กำร
4.6 งำนอ่ืนๆ ตำมท่ีบริ ษัทฯ จะประกำศให้ทรำบในโอกำสต่อไป ตำมท่ี
กระทรวงแรงงำนและสวสั ดิกำรสงั คม จะไดก้ ำหนดในภำยหลงั
5. กำรทำงำนล่วงเวลำในวนั ทำงำนปกติหำกบริษทั ฯ ส่ังหรืออนุญำตใหพ้ นกั งำนทำงำน
เกินจำนวนชวั่ โมงทำงำนปกติในวนั ทำงำน พนกั งำนจะไดร้ ับค่ำล่วงเวลำ 1.5 เท่ำของอตั รำค่ำจำ้ งต่อ
ชวั่ โมงในวนั ทำงำนปกติ สำหรับเวลำท่ีทำเกิน
6. กำรทำงำนล่วงเวลำในวนั หยดุ หำกบริษทั ฯ ส่ังหรืออนุญำตใหพ้ นกั งำนทำงำนเกิน
จำนวนชวั่ โมงทำงำน (กำหนดตำมเวลำทำงำนในวนั ทำงำนปกติ) ในวนั หยดุ พนกั งำนจะไดร้ ับค่ำ
ล่วงเวลำในวนั หยดุ 3 เท่ำของอตั รำค่ำจำ้ งต่อชว่ั โมงในวนั ทำงำนปกติ
7. กำรทำงำนในวนั หยดุ หำกบริษทั ฯ สั่งหรืออนุญำตใหพ้ นกั งำนมำทำงำนในวนั หยดุ
พนกั งำนจะไดค้ ่ำทำงำนในวนั หยดุ เพ่ิมข้ึนอีก 1 เท่ำของอตั รำค่ำจำ้ งปกติตำมจำนวนชวั่ โมงทำงำน
ในวนั หยดุ
8. หำ้ มมิใหพ้ นกั งำนหญิงที่มีครรภท์ ำงำนล่วงเวลำหรือทำงำนในวนั หยดุ รวมท้งั มิให้
ทำงำนกะระหว่ำงเวลำ 22.00-06.00 น. ท้งั น้ี พนักงำนหญิงท่ีมีครรภ์ มีหน้ำท่ีตอ้ งรำยงำนเป็ น
หนงั สือใหผ้ ูบ้ งั คบั บญั ชำ หรือส่วนบุคคลไดท้ รำบโดยทนั ทีที่ตนเองทรำบว่ำต้งั ครรภ์ เพื่อบริษทั ฯ
จะพจิ ำรณำมอบหมำยหนำ้ ท่ีงำนที่เหมำะสม
9. กำรคำนวณอตั รำค่ำจำ้ งเพื่อประโยชน์ในกำรคำนวณค่ำล่วงเวลำและค่ำทำงำนใน
วนั หยดุ ใหค้ ำนวณอตั รำค่ำจำ้ งปกติต่อชวั่ โมง ดงั น้ี
ค่าจ้างปกตติ ่อช่ัวโมงของพนักงานรายเดือน = เงินเดอื น
8 ชม. × 30 วนั
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ท่ี 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 7
หมวดที่ 5
วนั และสถานทจี่ ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทางานในวนั หยุด
1. บริษทั ฯ จะจ่ำยค่ำจ้ำง ค่ำล่วงเวลำ และค่ำทำงำนในวนั หยุด และเงินพึงได้อื่นๆ ท่ี
พนกั งำนมีสิทธิไดร้ ับ ณ สถำนที่ท่ีพนกั งำนทำงำน หรือโดยโอนเขำ้ บญั ชีธนำคำรของพนกั งำนตำมท่ี
บริษทั ฯ กำหนด ดงั น้ี
1.1 กำหนดจ่ำยค่ำจำ้ ง ทุกวนั ท่ี 25 ของเดือน
1.2 กำหนดจ่ำยค่ำล่วงเวลำ และค่ำทำงำนในวนั หยดุ กำหนดจ่ำยเดือนละคร้ัง พร้อม
กำรจ่ำยค่ำจำ้ งหรือ เงินเดือนในเดือนถดั ไป
2. ในกรณีวนั กำหนดจ่ำยค่ำจำ้ ง ค่ำล่วงเวลำ และค่ำทำงำนในวนั หยดุ ตรงกบั วนั หยดุ ตำม
ประเพณี หรือวนั หยดุ ประจำสัปดำห์ บริษทั ฯ จะจ่ำยเงินต่ำงๆ ดงั กล่ำวในวนั ทำงำนก่อนวนั หยดุ 1 วนั
3. สำหรับเงินไดต้ ่ำงๆ พนกั งำนจะตอ้ งเสียภำษตี ำมกฎหมำย โดยบริษทั ฯ จะหกั ภำษี ณ ที่
จ่ำยส่งสรรพำกรทุกคร้ังที่จ่ำยใหแ้ ก่พนกั งำน โดยคิดคำนวณภำษีจำกหลกั ฐำนท่ีพนกั งำนส่งมอบให้
บริษทั ฯ และหำกปรำกฏวำ่ มีภำษีที่สรรพำกรจะตอ้ งเรียกเกบ็ เพ่ิมเติม พนกั งำนมีหนำ้ ที่ตำมกฎหมำย
ในกำรชำระภำษเี งินไดใ้ นส่วนของพนกั งำนเพิ่มเติม แต่หำกมีเงินภำษีที่จะไดร้ ับคืน พนกั งำนกม็ ีสิทธิ
โดยชอบที่จะไดร้ ับภำษีที่จ่ำยเกินคืนเช่นเดียวกนั โดยกำรขอรับคืนภำษีที่จ่ำยเกิน ใหเ้ ป็นหนำ้ ที่ของ
พนกั งำนท่ีจะตอ้ งดำเนินกำรเอง
4. บริษทั ฯ มีสิทธิและหน้ำท่ี ในกำรหกั เงินค่ำจำ้ ง ค่ำล่วงเวลำ หรือค่ำทำงำนในวนั หยุด
เพอื่ จ่ำยเขำ้ กองทุนประกนั สงั คม หรือเพอื่ ชำระเงินอื่นตำมที่กฎหมำยกำหนด
5. สำหรับกำรหักเงินเพ่ือชำระหน้ีสินที่เป็ นไปเพ่ือสวสั ดิกำร หรือที่เป็ นประโยชน์แก่
พนกั งำนฝ่ ำยเดียว โดยไดร้ ับควำมยินยอมล่วงหนำ้ จำกพนกั งำน หรือเป็ นเงินประกนั กำรทำงำน หรือ
เป็นเงินประกนั ควำมเสียหำย หรือชดใชค้ ่ำเสียหำยใหแ้ ก่บริษทั ฯ ซ่ึงพนกั งำนไดก้ ระทำโดยจงใจ หรือ
ประมำทเลินเล่ออย่ำงร้ำยแรง โดยไดร้ ับควำมยนิ ยอมจำกพนกั งำน หรือเป็ นเงินสะสมตำมขอ้ ตกลง
เกี่ยวกบั กองทุนเงินสะสม โดยบริษทั ฯ จะทำกำรหักไม่เกินร้อยละ 10 ในแต่ละเร่ือง และทุกเรื่อง
รวมกนั จะหกั ไม่เกิน 1 ใน 5 ของเงินที่พนกั งำนมีสิทธิไดร้ ับตำมกำหนดเวลำจ่ำย เวน้ แต่ ไดร้ ับควำม
ยนิ ยอมจำกพนกั งำนใหห้ กั มำกกวำ่ อตั รำดงั กล่ำวขำ้ งตน้ ได้
6. ในกรณีเลิกจำ้ ง บริษทั ฯ จะตอ้ งจ่ำยค่ำจำ้ ง ค่ำล่วงเวลำ ค่ำทำงำนในวนั หยุด และค่ำ
ล่วงเวลำในวนั หยดุ ตำมท่ีพนกั งำนมีสิทธิไดร้ ับ ใหแ้ ก่พนกั งำนภำยใน 3 วนั นบั แต่วนั ที่เลิกจำ้ ง
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 8
หมวดท่ี 6
วนั ลาและหลกั เกณฑ์การลา
กำรลำหยุดไม่ว่ำกรณีใดๆ พนักงำนจะตอ้ งย่ืนใบลำเป็ นหนังสือตำมแบบที่บริษทั ฯ
กำหนด โดยมีหลกั เกณฑก์ ำรขออนุมตั ิกำรลำ ดงั น้ี
1. ตอ้ งยนื่ ใบลำล่วงหนำ้ ตำมขอ้ บงั คบั และระเบียบที่กำหนด เมื่อไดร้ ับกำรอนุมตั ิ
แลว้ จึงจะหยดุ งำนได้
2. ผไู้ ดร้ ับมอบหมำยจะเป็นผมู้ ีอำนำจในกำรอนุมตั ิกำรลำ จึงจะถือว่ำเป็นกำรลำที่
ถกู ตอ้ งสมบูรณ์ ยกเวน้ กรณีเจบ็ ป่ วยกะทนั หนั ใหย้ นื่ ใบลำในวนั แรกท่ีกลบั มำทำงำน
กำรลำที่ไม่ถูกตอ้ งตำมหลกั เกณฑด์ งั กล่ำว หำกมีกำรหยดุ งำน ถือว่ำพนกั งำนผนู้ ้นั ขำดงำน ละ
ทิ้งหนำ้ ท่ี จะไม่ไดร้ ับค่ำจำ้ งในวนั ดงั กล่ำว และมีโทษทำงวนิ ยั ดว้ ย
การลาแบ่งออกเป็ น 8 ประเภท ดงั น้ี
1. กำรลำป่ วย
2. กำรลำเพอื่ คลอดบุตร
3. กำรลำกิจ
4. กำรลำเพื่อรับรำชกำรทหำร
5. กำรลำเพือ่ ทำหมนั
6. กำรลำเพ่ือฝึกอบรม
7. กำรลำเพื่ออุปสมบท
8. กำรลำเพ่อื กำรสมรส
9. กำรลำเพอื่ ดูแลภรรยำคลอดบุตร และบุตรแรกคลอด
1. การลาป่ วย ใหพ้ นกั งำนที่เจบ็ ป่ วยจริงและไม่สำมำรถเดินทำงมำทำงำนได้ หรือมำทำงำน
แลว้ แต่ไม่สำมำรถอยทู่ ำงำนต่อไปจนครบเวลำทำงำนตำมที่กำหนดได้ เพรำะมีอำกำรเจบ็ ป่ วย
ให้มีสิทธิขอลำป่ วยตำมควำมเป็ นจริง โดยได้รับค่ำจ้ำงปี ละไม่เกิน 30 วันทำงำน โดยมี
หลกั เกณฑก์ ำรลำดงั น้ี
1.1 พนกั งำนท่ีเจบ็ ป่ วย และไม่สำมำรถมำทำงำนได้ จะตอ้ งแจง้ ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชำได้
ทรำบโดยเร็วท่ีสุดเท่ำที่จะทำได้ ท้งั น้ีใหท้ ำกำรแจง้ ภำยใน 10.00 น. หรือภำยใน 2 ชว่ั โมงแรก
ในวนั แรกที่หยุดงำน เพื่อมิให้เกิดปัญหำในกำรมอบหมำยงำนใหผ้ ูอ้ ื่นปฏิบตั ิหนำ้ ที่แทน และ
ตอ้ งยื่นใบลำป่ วยภำยในวนั แรกที่กลบั เขำ้ ทำงำน หำกฝ่ ำฝื น ถือว่ำพนักงำนทำผิดข้อบงั คบั
เก่ียวกบั กำรทำงำน
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ท่ี 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 9
1.2 พนกั งำนท่ีลำป่ วยติดต่อกนั 3 วนั ข้ึนไป บริษทั ฯ อำจใหพ้ นักงำนแสดงใบรับรอง
แพทยแ์ ผนปัจจุบนั ช้นั หน่ึง หรือใบรับรองของสถำนพยำบำลรำชกำร หำกพนกั งำนไม่มีใบรับรอง
แพทยแ์ ผนปัจจุบนั ช้นั หน่ึง หรือใบรับรองของสถำนพยำบำลรำชกำร ใหพ้ นกั งำนช้ีแจงเหตุผลให้
บริษทั ฯ ไดท้ รำบและพจิ ำรณำ
1.3 พนกั งำนที่ลำป่ วยเกินกวำ่ ปี ละ 30 วนั ทำงำน บริษทั ฯ จะไม่จ่ำยค่ำจำ้ งในวนั ที่ลำเกิน
30 วนั สำหรับพนกั งำนท่ีเจบ็ ป่ วยอนั เน่ืองจำกกำรทำงำน หรืออนั เน่ืองจำกอุบัติเหตุที่เกิดจำกกำร
ทำงำนใหแ้ ก่บริษทั ฯ หรือเป็นกำรปกป้ องผลประโยชน์ใหแ้ ก่บริษทั ฯ จะไดร้ ับกำรพิจำรณำใหห้ ยดุ
งำนเน่ืองจำกสำเหตุดงั กล่ำวเป็นกรณีพเิ ศษ ตำมท่ีบริษทั ฯ จะพิจำรณำเป็นรำยๆ ไป โดยไดร้ ับค่ำจำ้ ง
หรือไม่ไดร้ ับค่ำจำ้ ง ผูท้ ่ีลำป่ วยเกินกว่ำ 30 วนั ทำงำน บริษทั ฯ ถือว่ำเป็นผูท้ ี่หยอ่ นสมรรถภำพใน
กำรทำงำน ซ่ึงบริษทั ฯ อำจเปลี่ยนตำแหน่งหน้ำที่กำรงำน หรือเลิกจำ้ ง โดยจ่ำยค่ำชดเชยให้ตำม
กฎหมำย
1.4 พนักงำนที่ลำป่ วยโดยมิไดป้ ่ วยจริง หรือใช้สิทธิกำรลำป่ วยไปกระทำกิจธุระท่ีมี
วตั ถุประสงคอ์ ่ืน ถือเป็นกำรลำโดยมิชอบ หำกบริษทั ฯ ไดร้ ับทรำบขอ้ เทจ็ จริงในภำยหลงั จะยกเลิก
กำรอนุญำตให้ลำป่ วย และถือเป็ นกำรขำดงำน ทำงบริษทั ฯ จะงดจ่ำยค่ำจำ้ งให้ในวนั ท่ีลำหยุด
ดงั กล่ำว อีกท้งั ถือเป็นควำมผดิ ทำงวนิ ยั ดว้ ย และบริษทั ฯ สงวนสิทธิที่จะโยกยำ้ ยตำแหน่งหนำ้ ที่กำร
งำน งด หรือระงบั ผลประโยชนใ์ ดๆ ท่ีพนกั งำน พึงมีสิทธิไดร้ ับจำกบริษทั ฯ ตำมระเบียบ หรืออำจ
พิจำรณำใหเ้ ลิกจำ้ งได้
2. การลาเพอื่ คลอดบุตร
2.1 พนกั งำนหญิงท่ีมีครรภ์ มีสิทธิลำเพื่อคลอดบุตรครรภห์ น่ึง รวมถึงวันลำเพื่อตรวจ
ครรภก์ ่อนคลอดบุตรเป็นเวลำไม่เกิน 98 วนั โดยนบั รวมวนั หยดุ ที่มีในระหว่ำงวนั ลำคลอดดงั กล่ำว
ดว้ ย
2.2 ใหพ้ นกั งำนหญิงท่ีลำคลอด มีสิทธิไดร้ ับค่ำจำ้ งเท่ำเวลำที่ลำ ตำมอตั รำค่ำจำ้ งท่ีไดร้ ับ
อยแู่ ต่ไม่เกิน 45 วนั ปฏิทิน เวน้ แต่ พนกั งำนหญิงมีควำมจำเป็นท่ีหลีกเล่ียงมิได้ จะตอ้ งเล้ียงดูบุตรที่
คลอดออกมำดว้ ยตนเอง อำจขอลำคลอดเพิ่มโดยไดร้ ับค่ำจำ้ งอีกไม่เกิน 45 วนั ปฏิทิน
2.3 ถำ้ พนักงำนหญิงมีครรภ์ มีใบรับรองแพทยแ์ ผนปัจจุบนั ช้ันหน่ึงแสดงว่ำไม่อำจ
ทำงำนในหนำ้ ท่ีเดิมได้ ใหม้ ีสิทธิขอใหบ้ ริษทั ฯ เปล่ียนงำนในหนำ้ ที่เป็นกำรชว่ั ครำวก่อนหรือหลงั
คลอดได้ โดยบริษทั ฯ จะพจิ ำรณำเปลี่ยนงำนใหพ้ นกั งำนตำมท่ีเห็นควร
2.4 บริษทั ฯ จะไม่เลิกจำ้ งพนกั งำนหญิง อนั เน่ืองมำจำกสำเหตุกำรมีครรภ์
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ท่ี 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 10
2.5 กำรแทง้ บุตรก่อนต้งั ครรภค์ รบ 28 สัปดำห์ ไม่ถือเป็นกำรลำคลอด ใหถ้ ือเป็นกำรลำ
ป่ วยเนื่องจำกกำรประสบอนั ตรำย แต่ถำ้ เป็ นกำรแทง้ บุตรหลงั ต้งั ครรภเ์ กิน 28 สัปดำห์ ใหถ้ ือเป็น
กำรลำคลอด สำหรับกำรลำเพื่อพบแพทยต์ ำมกำรนดั หมำย หรือกำรลำเพ่ือตรวจเช็คครรภร์ ะหวำ่ ง
ต้งั ครรภ์ โดยไม่มีอำกำรที่จะทำกำรคลอด ไม่ถือเป็นกำรลำคลอด แต่ถือเป็นกำรลำกิจเพ่ือพบแพทย์
ตำมกำรนดั หมำย
3. การลากจิ
3.1 พนักงำนท่ีปฏิบตั ิงำนมำแลว้ ต้งั แต่ 120 วนั ข้ึนไป หำกมีกิจธุระจำเป็ นโดยท่ีไม่
สำมำรถทำกิจดงั กล่ำวในวนั หยดุ ได้ ในกรณีต่ำงๆ เช่น
- ลำเพ่ือไปทำบตั รประจำตวั ประชำชน
- ลำไปติดต่อส่วนรำชกำรต่ำงๆ ที่กฎหมำยกำหนดใหต้ อ้ งไปดำเนินกำรดว้ ย
ตนเอง
- ลำเน่ืองจำกสมำชิกในครอบครัวป่ วยหนกั หรือถึงแก่กรรม
- ลำเพ่อื กำรสมรสของตน หรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกนั
- มีกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน หรือมีกรณีพิเศษ ท่ีมีควำมจำเป็ นตอ้ งขอลำกิจ
ส่วนตวั โดยบริษทั ฯ พิจำรณำอนุญำตเป็นรำยๆ ไป
- ลำเพื่อตรวจเชค็ ครรภร์ ะหวำ่ งต้งั ครรภ์
3.2 ผบู้ งั คบั บญั ชำโดยตรงของพนกั งำนท่ีขอลำกิจ จะพิจำรณำและเสนอควำมเห็นใน
กำรขอลำกิจของผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชำของตน โดยพิจำรณำจำกเหตุผลที่ขอลำ และผลกระทบต่อกำร
ดำเนินงำนของบริษทั ฯ และนำเสนอต่อผบู้ งั คบั บญั ชำตำมสำยงำน เพื่อเสนอขออนุมตั ิจำกผไู้ ดร้ ับ
มอบหมำย
3.3 ในกรณีจำเป็นใหพ้ นกั งำนขอลำกิจโดยไดร้ ับค่ำจำ้ งไม่เกินปี ละ 7 วนั
3.4 ผูข้ อลำกิจ จะตอ้ งยื่นใบลำล่วงหน้ำไม่นอ้ ยกว่ำ 1 วนั และจะเริ่มหยุดงำนไดภ้ ำย
หลงั จำกไดร้ ับอนุญำตแลว้
3.5 กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนจนไม่สำมำรถยน่ื ใบลำขออนุญำตก่อนได้ ใหร้ ีบแจง้ เหตุผล
ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชำทรำบและพิจำรณำโดยเร็วภำยในเวลำ 10.00 น. หรือภำยใน 2 ชว่ั โมงแรกของกำร
ทำงำนกะน้นั ๆ ของวนั แรกที่หยุดงำน และเมื่อกลบั มำทำงำนแลว้ จะตอ้ งยนื่ ใบลำในวนั แรกที่มำ
ทำงำน
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 11
4. การลาเพอ่ื รับราชการทหาร
4.1 ใหพ้ นกั งำนมีสิทธิลำเพื่อรับรำชกำรทหำรในกำรเรียกพล เพอื่ ตรวจสอบ เพื่อ
ฝึกวชิ ำทหำร หรือเพือ่ ทดลองควำมพร่ังพร้อม ตำมกฎหมำยวำ่ ดว้ ยกำรรับรำชกำรทหำร
4.2 ใหพ้ นกั งำนไดร้ ับค่ำจำ้ งเท่ำเวลำท่ีลำ โดยไม่เกินกว่ำระยะเวลำตำมที่กำหนด
ในหมำยเรียก และมีระยะเวลำไม่เกินปี ละ 60 วนั
4.3 ท้งั น้ี พนกั งำนจะตอ้ งยน่ื ใบลำหยุดงำนทนั ทีที่ไดร้ ับหมำยเรียก พร้อมแนบ
สำเนำหมำยเรียก เพื่อขออนุญำตลำ
4.4 หำกพนกั งำนไม่ยน่ื ใบลำใหถ้ ูกตอ้ งตำมระเบียบ จะถือวำ่ เป็นกำรขำดงำน
4.5 กำรลำรับรำชกำรทหำรตำมขอ้ น้ี ไม่ไดห้ มำยควำมถึง กำรลำไปเกณฑท์ หำร
หำกพนักงำนจะตอ้ งไปเป็ นทหำรตำมหมำยเกณฑ์ พนักงำนจะตอ้ งลำออกจำกกำรเป็ น
พนกั งำนของบริษทั ฯ เมื่อพน้ กำหนดกำรเกณฑ์ทหำรแลว้ หำกพร้อมจะทำงำนกบั บริษทั ฯ
อีกคร้ัง ใหร้ ีบกลบั มำสมคั รงำนภำยใน 3 วนั ทำกำร โดยบริษทั ฯ จะพิจำรณำรับเข้ำทำงำน
เป็นรำยๆ ไป ในตำแหน่งหนำ้ ท่ีและอตั รำค่ำจำ้ งที่เหมำะสมท่ีมีวำ่ งในขณะน้นั
4.6 เม่ือพนกั งำนพน้ จำกรับรำชกำรทหำรในกำรเรียกพล เพ่ือตรวจสอบ เพื่อฝึ ก
วชิ ำทหำร หรือเพื่อทดลองควำมพรั่งพร้อมแลว้ ตอ้ งมำรำยงำนตวั เขำ้ ปฏิบตั ิงำนภำยใน 3 วนั
ทำกำร หำกพน้ กำหนด 3 วนั ทำกำร ถือว่ำพนกั งำนไดล้ ะทิ้งหนำ้ ที่กำรงำนนบั แต่วนั แรกท่ี
ไดร้ ับกำรปลดจำกกำรรับรำชกำรทหำร
5. การลาเพอ่ื ทาหมนั
5.1 พนกั งำนมีสิทธิลำเพื่อทำหมนั และลำเนื่องจำกกำรทำหมนั ตำมระยะเวลำที่
แพทยแ์ ผนปัจจุบนั ช้นั หน่ึงกำหนด และออกใบรับรองให้
5.2 บริษทั ฯ ตกลงจ่ำยค่ำจำ้ งใหแ้ ก่พนกั งำนท่ีลำเพ่ือทำหมนั
6. การลาเพอื่ ฝึ กอบรม
บริษทั ฯ จะอนุญำตใหพ้ นกั งำนลำเพือ่ กำรฝึกอบรม หรือพฒั นำควำมรู้ ควำมสำมำรถ ตำม
หลกั เกณฑ์ และวธิ ีกำรท่ีกำหนดในกฎกระทรวง
7. การลาเพอ่ื อปุ สมบท
บริษัทฯ อนุญำตให้พนักงำนลำเพ่ืออุปสมบทในพุทธศำสนำได้ ตำมหลักเกณฑ์
ดงั ต่อไปน้ี
7.1 พนักงำนที่มีอำยุงำนกบั บริษทั ฯ ไม่นอ้ ยกว่ำ 2 ปี บริบูรณ์ มีสิทธิขอลำเพื่อ
อุปสมบทได้ เท่ำกบั ระยะเวลำที่อุปสมบทจริง แต่ไม่เกิน 120 วนั รวมวนั หยุด โดยได้รับค่ำจำ้ ง
ระหวำ่ งกำรลำเพื่ออุปสมบทไม่เกิน 30 วนั รวมวนั หยดุ
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 12
7.2 กำรลำเพ่ืออุปสมบทตำมที่กำหนดไวใ้ นขอ้ 7.1 เมื่อไดล้ ำเพ่ืออุปสมบทแลว้
ไม่วำ่ จะครบ 120 วนั หรือไม่กต็ ำม พนกั งำนจะไม่มีสิทธิลำเพ่ืออุปสมบทไดอ้ ีก
7.3 กำรขอลำเพ่ืออุปสมบท ตอ้ งขอยื่นใบลำต่อผูบ้ งั คบั บญั ชำเป็นกำรล่วงหนำ้
ไม่นอ้ ยกวำ่ 30 วนั ก่อนวนั ท่ีจะอุปสมบท
7.4 กำรนับวนั ลำเพื่ออุปสมบท ให้นบั รวมวนั หยุดต่ำงๆ ท่ีมีในระหว่ำงวนั ลำ
อุปสมบทดว้ ย
7.5 พนักงำนจะหยุดงำนเพื่ออุปสมบทได้ ก็ต่อเม่ือได้รับอนุ ญำตจำก
ผบู้ งั คบั บญั ชำเป็นลำยลกั ษณ์อกั ษรแลว้ เท่ำน้นั มิฉะน้นั จะถือวำ่ พนกั งำนผนู้ ้นั ขำดงำน
7.6 เมื่อลำสิกขำบทแลว้ พนักงำนจะตอ้ งนำหลกั ฐำนแสดงกำรลำสิกขำบทมำ
มอบต่อบริษทั ฯ ภำยใน 7 วนั นบั ต้งั แต่วนั ท่ีเริ่มกลบั เขำ้ ทำงำน หำกนำหลกั ฐำนมำแสดงต่อบริษทั ฯ
ไม่ได้ ใหถ้ ือวำ่ พนกั งำนผนู้ ้นั ขำดงำน
8. การลาเพอื่ การสมรส
8.1 พนกั งำนสำมำรถลำไดก้ ่อนหรือหลงั พธิ ีสมรสไดไ้ ม่เกิน 3 วนั
8.2 กำรลำจะทำไดเ้ พียงคร้ังเดียวตลอดอำยกุ ำรเป็นพนกั งำน
9. การลาเพอ่ื ดูแลภรรยาคลอดบุตร และบุตรแรกคลอด
9.1 พนักงำนชำยสำมำรถลำหยุดงำนเพื่อดูแลภรรยำโดยชอบดว้ ยกฎหมำยคลอด
บุตร และบุตรแรกคลอดไดต้ ิดต่อกนั ไม่เกิน 3 วนั ทำงำน (ไม่นบั รวมวนั หยดุ ) โดยไดร้ ับค่ำจำ้ ง
9.2 วนั ท่ีพนกั งำนชำยขอลำหยดุ งำนจะตอ้ งอย่ใู นช่วงเก่ียวเน่ืองกบั วนั ท่ีภรรยำ
โดยชอบดว้ ยกฎหมำยมีกำหนดคลอดบุตร
9.3 หำกพนกั งำนชำยขอลำหยดุ งำนตำมกำหนดครบแลว้ และมีควำมจำเป็นตอ้ ง
ลำหยุดเพ่ิมเติมอีก พนกั งำนสำมำรถขอใชว้ นั หยุดพกั ผ่อนประจำปี ไดต้ ำมควำมเหมำะสม โดยให้
ขออนุมตั ิไดต้ ำมกำหนดเวลำท่ีผบู้ งั คบั บญั ชำเห็นสมควร
ในกรณีที่พนกั งำน ลำกิจ/ลำป่ วย/ลำหยดุ งำนอื่นๆ หรือขำดงำน รวมกนั ในรอบ 1 ปี เกินกวำ่ 30 วนั
บริษทั ฯ มีสิทธิตดั หรืองดโบนสั ตดั หรืองดสิทธิประโยชน์ หรือไม่ข้ึนเงินเดือนประจำปี หรือใหใ้ น
อตั รำที่นอ้ ยกวำ่ สิทธิท่ีพนกั งำนควรไดร้ ับกไ็ ด้
กำรหยดุ งำนโดยมิไดร้ ับอนุญำต หรือกำรหยดุ งำนท่ีไม่ถูกระเบียบ หำกมีเหตุผลพอสมควร
จะถือว่ำเป็นกำรขำดงำน หำกไม่มีเหตุผลอนั สมควรถือวำ่ เป็นกำรละทิ้งหนำ้ ที่กำรงำน ท้งั กำรขำด
งำนและกำรละทิง้ หนำ้ ที่กำรงำน พนกั งำนจะไม่ไดร้ ับค่ำจำ้ งในวนั ที่ขำดงำน หรือวนั ที่ละทิ้งหนำ้ ที่
กำรงำน และจะตอ้ งถูกลงโทษทำงวินยั ตลอดจนมีผลต่อกำรพิจำรณำข้ึนเงินเดือนประจำปี และ
หรือเงินรำงวลั หรือเงินตอบแทนอ่ืนๆของบริษทั ฯ ดว้ ย
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 13
หมวดที่ 7
วนิ ัยและการลงโทษ
1. บริษทั ฯ มุ่งหวงั ท่ีจะให้พนักงำนทุกคน ประพฤติปฏิบัติตนตำมระเบียบข้อบังคับ
ประกำศ และคำสั่งต่ำงๆ ของบริษทั ฯ และของผบู้ งั คบั บญั ชำ ไม่ประพฤติตนในทำงท่ีจะนำมำซ่ึงควำม
เสื่อมเสียมำสู่บริษทั ฯ และตวั ของพนักงำนเอง เพรำะจะมีผลกระทบต่อควำมเจริญกำ้ วหน้ำของ
พนกั งำนและของบริษทั ฯ กำรมีวินยั ท่ีดีจะมีส่วนช่วยส่งเสริมใหก้ ำรดำเนินกิจกำรของบริษทั ฯ บรรลุ
ถึงวตั ถุประสงคด์ ว้ ยควำมมีระเบียบ เป็นธรรม ถูกตอ้ งตำมกฎหมำย และก่อใหเ้ กิดควำมสงบสุขในกำร
ทำงำนร่วมกนั
2. หำกพนกั งำนผใู้ ดฝ่ ำฝื น หรือหลีกเลี่ยงที่จะปฏิบตั ิตำมระเบียบวินยั หรือฝ่ ำฝื นขอ้ หำ้ มมิ
ให้ปฏิบตั ิ พนักงำนผูน้ ้ันจะตอ้ งได้รับโทษทำงวินัย โดยผูบ้ งั คบั บญั ชำท่ีเกี่ยวขอ้ งตอ้ งพยำยำมใช้
หลกั กำรปกครองในเบ้ืองตน้ เพื่อมิให้เกิดปัญหำกำรลงโทษที่ไม่เป็ นธรรม เวน้ แต่ เป็ นควำมผิดที่มี
ลกั ษณะร้ำยแรง อย่ำงไรก็ดี ก่อนกำรส่ังลงโทษ ผูบ้ งั คบั บญั ชำอำจส่ังพกั งำนเพ่ือกำรสอบสวนก็ได้
โดยจะไดร้ ะบุขอ้ กล่ำวหำ หรือควำมผิด และกำหนดเวลำพกั งำนไม่เกิน 7 วนั เพื่อใหพ้ นกั งำนทรำบ
ก่อนกำรพกั งำน ในระหว่ำงพกั งำนให้จ่ำยค่ำจำ้ ง ในอตั รำไม่เกินร้อยละ 50 กำรพกั งำนกรณีน้ี ให้
กระทำเฉพำะพกั งำนเพื่อกำรสอบสวนเท่ำน้ัน มิให้พกั งำนเพ่ือรอผลคดี ซ่ึงกำรพกั งำนเพื่อกำร
สอบสวนน้ี มิใช่เป็นกำรพกั งำนเพื่อกำรลงโทษ กำรพกั งำนควรกระทำเมื่อปรำกฏว่ำ ถำ้ ใหพ้ นกั งำนมำ
ทำงำนตำมปกติ อำจมีกำรทำลำยหลกั ฐำน อำจมีกำรข่มขู่พยำน อำจทำใหบ้ ริษทั ฯ เสื่อมเสียชื่อเสียง
หรือศรัทธำ หรือควำมไวว้ ำงใจของลูกคำ้ หรือผมู้ ำติดต่อธุรกิจกบั บริษทั ฯ หรืออำจเกิดควำมเสียหำย
ทำงใดทำงหน่ึงต่อบริษทั ฯ
สำหรับมำตรกำรทำงวินัยน้ัน มีส่ิงท่ีพนกั งำนพึงปฏิบตั ิ และมีขอ้ ห้ำมมิให้ประพฤติ
ปฏิบตั ิตำมขอ้ 3 -ขอ้ 39 ดงั น้ี
3. พนกั งำนตอ้ งปฏิบตั ิหนำ้ ท่ีกำรงำนดว้ ยควำมซ่ือสตั ยส์ ุจริต
4. ตอ้ งรักษำไวซ้ ่ึงผลประโยชน์ และควำมลบั ของบริษทั ฯ และลูกคำ้ ตอ้ งสนใจติดตำม
ผลงำนท่ีทำ ตอ้ งรำยงำนเหตุกำรณ์ที่อำจก่อใหเ้ กิดควำมเสียหำย แก่ทรัพยส์ ิน หรือช่ือเสียงของบริษทั ฯ
โดยเร็ว หำกพนกั งำน หรือสมำชิกในครอบครัวของพนกั งำนเป็นโรคติดต่อร้ำยแรง พนกั งำนมีหนำ้ ที่
ตอ้ งรำยงำนใหบ้ ริษทั ฯ ทรำบโดยทนั ที สำหรับกรณีมีกำรเปลี่ยนชื่อ/นำมสกุล ท่ีอยอู่ ำศยั ทำกำรสมรส
หรือหยำ่ ร้ำง มีบุตร หรือไดร้ ับวุฒิบตั ร/ประกำศนียบตั รหรือปริญญำบตั รเพิ่มเติม พนกั งำนจะตอ้ งแจง้
ใหบ้ ริษทั ฯ ทรำบภำยใน 10 วนั นบั จำกวนั ที่มีกำรเปลี่ยนแปลงในเร่ืองดงั กล่ำว
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 14
5. ตอ้ งช่วยกันสร้ำงช่ือเสียง และเกียรติคุณอนั ดีงำมมำสู่กิจกำรของบริษทั ฯ รักษำ
ประโยชนข์ องบริษทั ฯ เสมือนเป็นประโยชนข์ องตวั พนกั งำนเอง
6. ตอ้ งปฏิบตั ิตำมคำสั่ง ของผูบ้ งั คบั บญั ชำ ที่สั่งงำนโดยชอบอยำ่ งเคร่งครัด และพึงมี
สัมมำคำรวะ ต่อผูม้ ีตำแหน่งสูงกว่ำ รวมท้งั ตอ้ งให้ควำมร่วมมือกบั บริษทั ฯ หรือกบั กรรมกำร
สอบสวน ในกำรสอบสวนขอ้ เทจ็ จริง หรือสอบสวนควำมผิดทำงวนิ ยั โดยในกำรใหค้ วำมร่วมมือ
น้นั จะตอ้ งกระทำโดยสุจริต
7. ตอ้ งสนบั สนุนนโยบำยและปฏิบตั ิตำมระเบียบ ขอ้ ตกลง ประกำศ ขอ้ บงั คบั หรือ
หนงั สือเวยี นของบริษทั ฯ โดยเคร่งครัด พนกั งำนจะอำ้ งวำ่ ไม่ทรำบมิได้ จะละเลยไม่นำพำต่อคำส่ัง
ของผบู้ งั คบั บญั ชำ หรือของบริษทั ฯ มิได้
8. ตอ้ งรักษำไวซ้ ่ึงควำมสำมคั คีในระหว่ำงพนักงำนท้งั ในและนอกเวลำทำงำน ไม่
ทะเลำะววิ ำท ด่ำทอ ทำ้ ทำย ข่มขู่ หรือใชก้ ำลงั ทำร้ำยร่ำงกำย
9. ตอ้ งปฏิบตั ิตำมกฎแห่งควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนอยำ่ งเคร่งครัด หำ้ มพนกั งำนซ่ึง
ไม่มีหนำ้ ที่เก่ียวขอ้ งเขำ้ ไปในแผนกหรือหน่วยงำนอื่น หรือในบริเวณซ่ึงไม่ใช่สถำนท่ีทำงำนปกติ
ของตน เวน้ แต่จะไดร้ ับคำสง่ั จำกบริษทั ฯ
10. ตอ้ งยินยอมให้เจำ้ หนำ้ ที่ของบริษทั ฯ ตรวจคน้ ตวั หรือทรัพยส์ ินและส่ิงของต่ำงๆ
เมื่อมีกำรขอตรวจคน้
11. ตอ้ งช่วยกนั ระมดั ระวงั และป้ องกนั ทรัพยส์ ินของบริษทั ฯ โดยมิใหเ้ สียหำยหรือสูญ
หำยไม่ว่ำจำกบุคคลหรือจำกภยั พิบตั ิใดๆ เท่ำที่สำมำรถกระทำไดอ้ ยำ่ งเต็มท่ี รวมท้งั ไม่นำส่ิงของ
ใดๆ ไม่วำ่ อุปกรณ์ หรือทรัพยส์ ินของบริษทั ฯ ไปใชป้ ระโยชน์ส่วนตวั หรือเพ่ือประโยชนข์ องผอู้ ื่น
โดยมิไดร้ ับอนุญำต ตลอดจนตอ้ งช่วยกนั ดูแล ประหยดั กำรใช้วสั ดุอุปกรณ์ เคร่ืองมือเคร่ืองใช้
ไฟฟ้ ำและน้ำประปำ รวมท้ังสิ่งอ่ืนๆ ให้สิ้นเปลืองน้อยท่ีสุดเท่ำที่จำเป็ น นอกจำกน้ันต้อง
ทำกำรศึกษำและทำควำมเขำ้ ใจถึงวิธีใช้ และคำแนะนำในดำ้ นควำมปลอดภยั ของทรัพย์สินของ
บริษทั ฯ ก่อนท่ีจะนำไปใชเ้ สมอ
12. ตอ้ งไม่มำทำงำนสำย ไม่กลบั ก่อนเวลำเลิกงำน ไม่ขำดงำน ไม่ละทิ้งงำนในหนำ้ ที่
ไม่ลำหยุดงำนโดยไม่มีเหตุอันสมควร และห้ำมมิให้พนักงำนออกไปนอกจุดที่มอบหมำยให้
ปฏิบตั ิงำน เวน้ แต่เพอ่ื ธุรกิจของบริษทั ฯ และไดร้ ับอนุญำตจำกผบู้ งั คบั บญั ชำแลว้
13. ตอ้ งไม่ทำงำนดว้ ยควำมประมำทเลินเล่อ ไม่กระทำประกำรใดๆ อนั ไม่สมแก่กำร
ปฏิบตั ิหนำ้ ที่ของพนกั งำนที่ดี เพือ่ ใหง้ ำนลุล่วงไปโดยถกู ตอ้ งและสุจริต
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ท่ี 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 15
14. ตอ้ งไม่ทำงำนใหน้ ำยจำ้ งอื่น หรือตอ้ งไม่ทำกิจอื่นใดท่ีมิใช่กิจของบริษทั ฯ ในชวั่ โมง
ทำงำน หรือภำยในสถำนที่ทำกำรของบริษทั ฯ เวน้ แต่จะไดร้ ับอนุญำตเป็นหนงั สือเป็ นกรณีพิเศษ
เท่ำน้ัน และตอ้ งไม่ทำงำนใดๆ ที่เป็ นกำรแข่งขนั กบั ธุรกิจของบริษทั ฯ และไม่ปฏิบตั ิส่ิงใดๆ อนั
เป็นกำรขดั ต่อผลประโยชนข์ องบริษทั ฯ ไม่วำ่ ท้งั ทำงตรงหรือทำงออ้ ม
15. ตอ้ งไม่โตเ้ ถียง หรือพดู จำประชดประชนั หรือแสดงกริยำวำจำไม่สุภำพ สบประมำท
ดูหม่ินเหยยี ดหยำม ใส่ควำม ลอ้ เลียน กระทบกระแทก กำ้ วร้ำวกล่ำวโทษ กลนั่ แกลง้ หรือกระทำกำร
ใดๆ ใหผ้ อู้ ื่นไดร้ ับควำมอบั อำยขำยหนำ้ หรือยยุ งส่งเสริม หรือแพร่ข่ำวอกศุ ลใหร้ ้ำยผอู้ ่ืน ไม่วำ่ ผนู้ ้นั
จะเป็นลกู คำ้ ผบู้ งั คบั บญั ชำ หรือผมู้ ำติดต่อ หรือพนกั งำนดว้ ยกนั เอง
16. ตอ้ งไม่แจง้ หรือให้ขอ้ ควำมอนั เป็ นเท็จแก่ผูบ้ งั คบั บญั ชำ หรือบริษทั ฯ และไม่ใช้
สิทธิกำรลำผดิ ประเภท หรือใชส้ ิทธิกำรลำโดยไม่สุจริต
17. ตอ้ งไม่ปกปิ ด หรือบิดเบือนควำมจริง เพื่อให้ไดม้ ำซ่ึงประโยชน์ตนหรือผูอ้ ื่น ไม่
ตอกบตั รแทนกนั หรือไม่เซ็นชื่อลงเวลำทำงำนแทนกนั และหำ้ มขดู ลบ ขีดฆ่ำ เพ่ิมเติม หรือแกไ้ ข
ขอ้ ควำมใดๆ ลงในบตั รหรือในเอกสำรใดๆ ของบริษทั ฯ เวน้ แต่จะไดร้ ับมอบหมำยจำกบริษทั ฯ
และพนกั งำนจะตอ้ งรักษำบตั รบนั ทึกเวลำใหอ้ ยใู่ นสภำพเรียบร้อยตลอดเวลำ
18. ตอ้ งไม่เล่นกำรพนนั หรือสนบั สนุนใหม้ ีกำรเล่นกำรพนนั หรือมีหน้ีสินจำกกำรพนนั
หรือถกู จบั กมุ จำกกำรเล่นกำรพนนั
19. ตอ้ งไม่เสพสุรำ หรือสิ่งท่ีมึนเมำ หรือเขำ้ ปฏิบตั ิงำนในขณะที่มีอำกำรมึนเมำ
20. ตอ้ งไม่ขดั ขวำง หรือกระทำกำรใดๆ อนั เป็ นกำรขดั ขวำงกำรปฏิบตั ิงำน ของผูม้ ี
อำนำจหนำ้ ที่ ตอ้ งไม่นำบุคคลภำยนอกเขำ้ มำในที่ทำกำรของบริษทั ฯ โดยมิไดร้ ับอนุญำตจำกบริษทั
ฯ
21. ตอ้ งไม่ประพฤติชว่ั กระทำหรือร่วมกระทำกำรใดๆ อนั เป็นกำรผิดต่อกฎหมำยหรือ
ศลี ธรรมอนั ดีงำม โดยตอ้ งประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อยใู่ นระเบียบและกฎเกณฑข์ องสงั คม
22. ตอ้ งไม่นำและไม่เสพยำเสพติดที่ผิดกฎหมำยทุกชนิด รวมถึงไม่นำอุปกรณ์กำรเสพทุก
ประเภท เขำ้ มำในบริเวณบริษทั ฯ
23. ตอ้ งไม่กระทำผดิ กฎหมำยแพ่งและกฎหมำยอำญำ
24. ตอ้ งไม่ขีดเขียน วำด ติดรูปภำพ หรือแจกจ่ำยเอกสำร ส่ิงตีพิมพ์ ปิ ดประกำศ เอกสำร
หรือบทควำมใดๆ ภำยในบริเวณบริษทั ฯ หรือเพ่ือใหน้ ำเขำ้ มำในบริษทั ฯ โดยมิไดร้ ับอนุญำตเป็น
หนงั สือจำกบริษทั ฯ
25. ตอ้ งไม่สูบบุหร่ีภำยในสถำนที่ทำงำนท่ีมีประกำศหำ้ มของบริษทั ฯ
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 16
26. ตอ้ งไม่จดั ประชุม นดั ชุมนุม ภำยในบริเวณบริษทั ฯ ก่อนไดร้ ับอนุญำตเป็นหนงั สือ
จำกบริษทั ฯ
27. ตอ้ งไม่ทำลำย แกไ้ ข เพิ่มเติมขอ้ ควำม หรือวำดภำพใดๆ ลงในประกำศ หรือเอกสำร
ใดๆ ที่บริษทั ฯ ปิ ดประกำศ
28. ตอ้ งปฏิบตั ิต่อลกู คำ้ หรือผมู้ ำติดต่อดว้ ยกิริยำมำรยำท และอธั ยำศยั อนั ดีงำม
29. ตอ้ งอุทิศตนใหแ้ ก่งำนของบริษทั ฯ ตอ้ งต้งั ใจและเอำใจใส่ในกำรทำงำนตลอดเวลำ
และเต็มกำลงั ควำมสำมำรถ ไม่เฉื่อยงำน ไม่หยอกลอ้ หรือส่งเสียง หรือกระทำกำรใดๆ เป็ นกำร
รบกวนบุคคลอ่ืนในระหวำ่ งเวลำทำงำน ไม่นอน หรือไม่หลบั ในระหวำ่ งเวลำทำกำรของบริษทั ฯ
30. ตอ้ งมำปฏิบตั ิงำนให้ตรงตำมเวลำ ท่ีผบู้ งั คบั บญั ชำ หรือบริษทั ฯ กำหนด และตอ้ ง
สวมใส่ชุดเคร่ืองแบบ ตำมท่ีบริษทั ฯ กำหนดใหเ้ รียบร้อย ก่อนเริ่มปฏิบตั ิงำน และตลอดเวลำทำงำน
31. ตอ้ งปฏิบตั ิหนำ้ ที่ดว้ ยควำมขยนั ขนั แขง็ ไม่ว่ำจะเป็ นงำนในหนำ้ ที่ของตนหรืองำน
พิเศษใดๆ กต็ ำม
32. ตอ้ งปฏิบตั ิงำนดว้ ยควำมรอบคอบ และรอบรู้ ท้งั งำนในหนำ้ ที่ และงำนท่ีเก่ียวขอ้ ง
ตลอดจน ตอ้ งใฝ่ หำควำมรู้เพ่มิ เติมเสมอ
33. ตอ้ งดูแล บำรุงรักษำเคร่ืองมือและอุปกรณ์กำรทำงำน ใหอ้ ยใู่ นสภำพที่ดีเป็นระเบียบ
เรียบร้อยอยเู่ สมอ
34. ตอ้ งช่วยกนั รักษำควำมสะอำด ควำมเป็ นระเบียบเรียบร้อย ตอ้ งทิ้งขยะ หรือพสั ดุ
เหลือใช้ ในสถำนที่ที่บริษทั ฯ จดั เตรียมไวใ้ ห้
35. ต้องช่วยเหลือปฏิบัติงำนพิเศษของบริ ษัทฯ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอย่ำงมี
ประสิทธิภำพ
36. ตอ้ งใหค้ วำมช่วยเหลือแก่เพ่ือนร่วมงำน ในกิจที่มุ่งต่อประโยชน์ของบริษทั ฯ ในทุก
เวลำ และทุกโอกำสท่ีสำมำรถเขำ้ ช่วยเหลือได้
37. ตอ้ งไม่เปิ ดเผยค่ำจำ้ งหรือเงินเดือน อตั รำกำรข้ึนเงินเดือนของตนเองหรือของผอู้ ื่น
จะโดยเจตนำหรือไม่เจตนำกต็ ำม ใหพ้ นกั งำนผไู้ ม่มีหนำ้ ที่เกี่ยวขอ้ งไดท้ รำบ
38. ตอ้ งปฏิบตั ิตำมนโยบำยกำรใชง้ ำนระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงของบริษทั
ฯ ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด อยำ่ งเคร่งครัด โดยจะตอ้ งไม่ปฏิบตั ิในเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงดงั ต่อไปน้ี
38.1 กำรรับ ส่ง แสดง พมิ พ์ หรือเผยแพร่สิ่งหน่ึงสิ่งใดที่เกี่ยวขอ้ งกบั เร่ืองลำมก
อนำจำร กำรดูหมิ่น รังควำญ หลอกลวง กำ้ วร้ำว หรือทำกำรใดๆ ที่ขดั ต่อกฎหมำย หรือขดั ต่อควำม
สงบเรียบร้อยและศลี ธรรมอนั ดีงำมของสังคม
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 17
38.2 กำรเผยแพร่ ประกำศ-โฆษณำชวนเช่ือ ยุยง ส่งเสริม ทำลำย มีผลร้ำยเก่ียวกับ
กำรเมือง หรือ ทำส่ิงใดๆ ที่ไม่ใช่สิทธิและหนำ้ ท่ี ท้งั ของพนกั งำนและบริษทั ฯ
38.3 กำรใช้ทรัพยำกรท่ีไม่ถูกตอ้ ง เช่น กำรส่งจดหมำยลูกโซ่ กำรเล่นเกมส์ ดูหนัง ฟัง
เพลง กำร Chat รวมท้งั กำรสร้ำง Network Traffic
38.4 กำรติดต้งั โปรแกรมโดยไม่ไดร้ ับอนุญำตจำกบริษทั ฯ
38.5 กำรใชเ้ พื่อประโยชนใ์ นเรื่องส่วนตวั หรือเป็นประโยชน์เฉพำะบุคคลหน่ึงบุคคลใด
อนั ไม่เกี่ยวกบั กำรทำงำนในหนำ้ ที่ควำมรับผดิ ชอบ
39. ตอ้ งไม่นำอำวธุ ท่ีมีอนั ตรำยและสิ่งเทียมอำวธุ ปื น เช่น สปำรตำ้ ร์ ปื น ขวำน เขำ้ มำในท่ีทำกำร
ของบริษทั และไม่ทะเลำะววิ ำทกนั
40.ตอ้ งไม่กระทำกำรใดๆ อนั อำจทำให้บริษทั ฯ ไดร้ ับควำมเส่ือมเสียชื่อเสียง หรืออำจไดร้ ับ
ควำมเสียหำย
วินยั ท่ีกล่ำวมำในขอ้ 3 - ขอ้ 40 ขำ้ งตน้ เป็นเพียงแนวทำงโดยสังเขป เพื่อให้พนักงำนได้
ยึดถือและปฏิบตั ิตำม เพื่อควำมเป็ นระเบียบเรียบร้อยภำยในบริษทั ฯ โดยท่ีบริษทั ฯ ไม่สำมำรถ
กำหนดวินัยครอบคลุมกำรปฏิบตั ิงำนของพนักงำนได้ทุกเร่ือง บริษทั ฯ มีสิทธิท่ีจะพิจำรณำใช้
มำตรกำรทำงวนิ ยั สำหรับพนกั งำนผกู้ ระทำผดิ วนิ ยั นอกเหนือจำกที่กำหนดไวใ้ นขอ้ 3 - ขอ้ 40 ตำม
ควำมเหมำะสมเป็นรำยๆ ไปได้
41.กำรกระทำของพนักงำนดังต่อไปน้ีบริษทั ฯ จะถือว่ำเป็ นกำรกระทำควำมผิดวินัยอย่ำง
ร้ำยแรงและบริษทั ฯ มีสิทธิเลิกจำ้ งโดยไม่จ่ำยค่ำชดเชยใดๆ
41.1 ทุจริตต่อหนำ้ ท่ี หรือกระทำควำมผดิ อำญำโดยเจตนำแก่บริษทั ฯ
41.2 จงใจทำใหบ้ ริษทั ฯ ไดร้ ับควำมเสียหำย
41.3 ประมำทเลินเล่อ เป็นเหตุใหบ้ ริษทั ฯ ไดร้ ับควำมเสียหำยอยำ่ งร้ำยแรง
41.4 ฝ่ ำฝื นขอ้ บงั คบั เกี่ยวกบั กำรทำงำน หรือระเบียบเก่ียวกบั กำรทำงำน หรือคำสัง่ อนั
ชอบดว้ ยกฎหมำย และเป็นธรรมของบริษทั ฯ และผบู้ งั คบั บญั ชำไดต้ กั เตือนเป็นหนงั สือแลว้
โดยหนงั สือเตือนมีผลบงั คบั ไม่เกิน 1 ปี นบั แต่วนั ท่ีพนกั งำนไดก้ ระทำผดิ เวน้ แต่กรณี
ร้ำยแรง ผบู้ งั คบั บญั ชำไม่ตอ้ งตกั เตือน
41.5 ละทิ้งหนำ้ ที่เป็นเวลำ 3 วนั ทำงำนติดต่อกนั ไม่ว่ำจะมีวนั หยุดคนั่ หรือไม่กต็ ำม โดย
ไม่มีเหตุอนั สมควร
41.6 ไดร้ ับโทษจำคุกตำมคำพิพำกษำถึงที่สุดใหจ้ ำคุก ในกรณีถำ้ เป็นควำมผิดท่ีไดก้ ระทำ
โดยประมำทหรือควำมผดิ ลหุโทษตอ้ งเป็นกรณีที่เป็นเหตุใหน้ ำยจำ้ งไดร้ ับควำมเสียหำย
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 18
41.7 เสพยำเสพติดทุกชนิดขณะปฏิบตั ิงำน หรือเสพภำยในบริเวณบริษทั หรื ออยู่
ในสภำพมึนเมำ หรือตรวจพบสำรเสพติดในร่ำงกำย รวมถึงนำอุปกรณ์กำรเสพทุก
ประเภทเขำ้ มำในบริเวณบริษทั
การลงโทษทางวนิ ัย
42.หำกพนกั งำนกระทำผิดวินยั จะตอ้ งถูกลงโทษตำมควำมหนกั เบำหรือชนิดของกำรกระทำ
ผิด โดยจะพิจำรณำจำกเจตนำ สภำพแวดลอ้ ม ผลจำกกำรกระทำควำมผิด หรือโอกำสจะเกิดผล
ดงั กล่ำว กำรใหค้ วำมร่วมมือในกำรทำงำน และคุณงำมควำมดีในอดีต ตลอดจนประโยชนท์ ี่บริษทั ฯ
จะไดร้ ับในอนำคตเป็ นรำยๆ ไป โดยพนกั งำนอำจไดร้ ับโทษประกำรใดประกำรหน่ึง หรือหลำย
ประกำรพร้อมกนั โดยไม่ตอ้ งเรียงลำดบั ดงั ต่อไปน้ี
42.1 ตกั เตือนดว้ ยวำจำ
42.2 ตกั เตือนเป็นหนงั สือ
42.3 ตดั เงินรำงวลั และกำรข้ึนเงินเดือนประจำปี /ตดั สิทธิประโยชน์
42.4 พกั งำนโดยไม่จ่ำยค่ำจำ้ ง มี 2 กรณี คือ
42.4.1 กรณีพนกั งำนถูกกล่ำวหำว่ำไดก้ ระทำควำมผดิ และบริษทั ฯ พิจำรณำเห็นสมควร
ใหพ้ กั งำนในระหวำ่ งดำเนินกำรสอบสวนหำขอ้ เทจ็ จริง โดยจะพกั งำนไม่เกิน 7 วนั และใน
ระหว่ำงพกั งำน บริษทั ฯ จะจ่ำยค่ำจำ้ งให้ ร้อยละ 50 และเม่ือปรำกฏภำยหลงั ว่ำพนกั งำนผู้
น้ันไม่มีควำมผิดตำมที่ถูกกล่ำวหำ บริษทั ฯ จะจ่ำยค่ำจำ้ งในส่วนท่ีเหลือให้ถูกตอ้ งตำม
กฎหมำยพร้อมดว้ ยดอกเบ้ียร้อยละ 15 ต่อปี
42.4.2 กรณีพนักงำนกระทำควำมผิด และบริษทั ฯ ได้พิจำรณำลงโทษทำงวินัย เพื่อให้
พนกั งำนปรับปรุงควำมประพฤติ ดว้ ยกำรสั่งพกั งำนโดยไม่จ่ำยค่ำจำ้ งให้
42.5 ปลดออก
42.6 ไล่ออก
43.ใหพ้ นกั งำนในระดบั หวั หนำ้ งำน หรือผบู้ งั คบั บญั ชำช้นั ตน้ หรือผมู้ ีตำแหน่งเทียบเท่ำข้ึนไป
มีอำนำจสั่งลงโทษในควำมผดิ ตำมขอ้ 42.1 ได้
44.ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชำในระดบั ผจู้ ดั กำรฝ่ ำย หรือผมู้ ีตำแหน่งเทียบเท่ำข้ึนไป มีอำนำจสั่งลงโทษ
ไดต้ ำมขอ้ 42.1 - ขอ้ 42.3 ได้
45.ใหก้ รรมกำรผจู้ ดั กำร หรือผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมำยจำกกรรมกำรผจู้ ดั กำร เป็นผู้มีอำนำจใชด้ ุลย
พินิจ ในกำรส่ังลงโทษพนกั งำนคนใด ในระดบั โทษอยำ่ งไรท่ีเห็นสมควร ตำมขอ้ 42.1 - ขอ้ 42.6
รวมท้งั กำรสง่ั ใหช้ ดใชค้ วำมเสียหำยในทำงแพ่ง
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ท่ี 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 19
หมวดท่ี 8
การร้องทุกข์
เพื่อเป็นกำรเสริมสร้ำงควำมสมั พนั ธ์ และควำมเขำ้ ใจอนั ดี ระหว่ำงพนกั งำนกบั บริษทั ฯ
และเพื่อลดหรือขจดั ปัญหำขอ้ ขอ้ งใจ อนั จะส่งผลกระทบต่อขวญั และกำลงั ใจของพนกั งำนใน
กำรทำงำน ตลอดจนเพอ่ื ใหม้ ีกำรวนิ ิจฉยั กำรลงโทษทำงวนิ ยั โดยเที่ยงธรรมและถูกตอ้ ง บริษทั ฯ
ยนิ ดีรับฟังขอ้ คิด และควำมเห็นต่ำงๆ ของพนกั งำนเสมอ
1. ขอบเขตและความหมายของข้อร้องทุกข์
พนักงำนผูท้ ี่ไดร้ ับควำมทุกขจ์ ำกกำรทำงำน หรือจำกกำรปฏิบตั ิท่ีไม่เป็ นธรรม หรือ
ไดร้ ับควำมเดือดร้อนในเรื่องใดกต็ ำม ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กำรทำงำน ให้มีสิทธิร้องทุกขเ์ ป็นหนงั สือ
ได้
2. วธิ กี ารและข้นั ตอนการร้องทกุ ข์
2.1 ใหพ้ นกั งำนท่ีประสงคจ์ ะร้องทุกข์ เสนอรำยงำนผ่ำนผบู้ งั คบั บญั ชำตำมลำดบั ช้นั
ได้ ภำยใน 7 วนั ทำงำน นบั ต้งั แต่วนั ที่ไดร้ ับควำมทุกข์ หรือไดร้ ับควำมไม่เป็นธรรม หรือไดร้ ับ
ควำมเดือดร้อนในเรื่องใดกต็ ำม ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั กำรทำงำน แต่จะใหผ้ อู้ ่ืนร้องทุกขแ์ ทนตนมิได้ ถำ้
มีปัญหำที่ทำให้ยื่นคำร้องทุกข์ตำมสำยกำรบังคับบัญชำมิได้ ให้มีสิทธิ ยื่นคำร้องทุกข์ต่อ
ผูบ้ งั คบั บญั ชำระดบั เหนือข้ึนไป หรือร้องทุกขผ์ ่ำนส่วนทรัพยำกรบุคคลและบริหำร ภำยใน 7
วนั ทำงำน
2.2 ผรู้ ้องทุกขจ์ ะตอ้ งระบุวนั เดือนปี ที่ยน่ื คำร้องทุกข์
2.3 ใหร้ ะบุช่ือ-นำมสกลุ สังกดั ของผรู้ ้องทุกข์ หำกมีหลำยคนที่มีทุกขเ์ หมือนกนั ให้
ระบุชื่อ-นำมสกลุ ของทุกคน
2.4 ตอ้ งกำรร้องทุกขถ์ ึงผใู้ ด
2.5 มีปัญหำที่เป็นทุกข์ ท่ีเป็นประเดน็ อยำ่ งไร
2.6 ให้ระบุรำยละเอียดของเรื่องรำวท่ีเกิดข้ึน โดยให้ระบุว่ำ เก่ียวขอ้ งกบั ใคร ทำ
อะไร ที่ไหน อยำ่ งไร เม่ือไร ควำมเป็นมำ สภำพแวดลอ้ ม และพฤติกรรมอยำ่ งไร
2.7 ใหร้ ะบุจุดประสงคข์ องกำรร้องทุกข์ วำ่ แทจ้ ริง ตอ้ งกำรอะไร เพียงไร
2.8 ใหล้ งนำมผรู้ ้องทุกข์ หำกมีผรู้ ้องทุกขห์ ลำยคนในเร่ืองเดียวกนั ใหล้ งนำมร่วมกนั
ในฉบบั เดียวกนั ได้
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังที่ 3 วนั ท่ี 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 20
3. การสอบสวนและพจิ ารณาข้อร้องทุกข์
3.1 ใหผ้ รู้ ับเร่ืองรำวกำรร้องทุกข์ ทำกำรสอบสวนเร่ืองรำวใหแ้ ลว้ เสร็จภำยใน 15 วนั
3.2 ให้ดำเนินกำรพิจำรณำแกไ้ ขปัญหำท่ีเกิดข้ึน ตำมข้นั ตอนในควำมรับผิดชอบของ
ผรู้ ับเร่ืองร้องทุกขโ์ ดยเร็ว และทำกำรช้ีแจงใหผ้ รู้ ้องทุกขเ์ ป็นที่เขำ้ ใจภำยใน 15 วนั นบั แต่สอบสวน
และพิจำรณำแล้วเสร็จ หำกเป็ นเรื่องท่ีไม่สำมำรถแกไ้ ขปัญหำให้ลุล่วงไปได้ ให้รำยงำนต่อ
ผบู้ งั คบั บญั ชำระดบั สูงข้ึนไปไดท้ รำบ
4. กระบวนการยตุ ขิ ้อร้องทกุ ข์
4.1 ในกรณีพนกั งำนที่ร้องทุกข์ ไดร้ ับคำตอบไม่เป็นที่พอใจใหผ้ ูจ้ ดั กำรส่วนทรัพยำกร
บุคคลและบริหำร ทำบนั ทึกควำมเห็นของพนกั งำนที่ร้องทุกข์ เสนอต่อผบู้ งั คบั บญั ชำตำมลำดบั ช้นั
เพ่ือประมวลผลสรุป พร้อมเสนอควำมเห็นประกอบ
4.2 ใหผ้ มู้ ีอำนำจในกำรวนิ ิจฉยั ขอ้ ร้องทุกขพ์ จิ ำรณำผลสรุป และควำมเห็น โดยอำจเรียก
บุคคลท่ีเกี่ยวขอ้ งมำสอบถำมเพิ่มเติมได้ เพ่ือหำทำงแกไ้ ขปัญหำดว้ ยควำมยตุ ิธรรม เพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ ยตุ ิ
ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกนั ระหว่ำงพนกั งำนกบั บริษทั ฯ โดยพนกั งำนจะทรำบผลกำรพิจำรณำ
อุทธรณ์เร่ืองรำวร้องทุกขภ์ ำยใน 30 วนั นบั แต่มีกำรพิจำรณำวนิ ิจฉยั ตำมขอ้ 3.2
4.3 ใหถ้ ือว่ำกำรวินิจฉยั ขอ้ ร้องทุกขข์ องกรรมกำรผจู้ ดั กำร หรือผไู้ ดร้ ับมอบหมำยจำก
กรรมกำรผจู้ ดั กำรเป็นที่สุด ผเู้ ก่ียวขอ้ งทุกคนตอ้ งปฏิบตั ิตำม
5. การคุ้มครองผู้ร้องทกุ ข์ และผู้เกย่ี วข้อง
5.1 ผูท้ ี่มีทุกข์จำกกำรทำงำน หรือได้รับกำรปฏิบัติที่ไม่เป็ นธรรม หรือได้รับควำม
เดือดร้อนจริง จะไดร้ ับควำมคุม้ ครอง และจะไม่ถูกลงโทษจำกเหตุที่มีกำรร้องทุกขด์ งั กล่ำว
5.2 ผทู้ ี่ร้องทุกขก์ ล่ำวโทษผอู้ ื่น ที่ไม่มีมลู ควำมจริง หรือเพ่ือกำรกลน่ั แกลง้ หรือใส่ควำม
ผอู้ ื่น จะตอ้ งถกู ลงโทษทำงวนิ ยั สถำนหนกั อำจถึงข้นั ถกู เลิกจำ้ ง
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 21
หมวดที่ 9
การพ้นสภาพพนักงาน ค่าชดเชย และค่าชดเชยพเิ ศษ
สภาพการจ้างจะสิ้นสุดลงในกรณดี ังต่อไปนี้
1. การถงึ แก่กรรม
เม่ือพนกั งำนถึงแก่กรรมดว้ ยเหตุใดกต็ ำมในระหวำ่ งที่เป็นพนกั งำนของบริษทั ฯ
2. การลาออก
เพื่อใหเ้ กิดควำมเป็นธรรมกบั ท้งั ฝ่ ำยบริษทั ฯ และพนกั งำน กำรลำออกน้นั พนกั งำนจะตอ้ งยนื่ ใบลำ
ออกล่วงหนำ้ ไม่นอ้ ยกว่ำ 30 วนั ก่อนวนั ถึงกำหนดที่จะลำออก หำกฝ่ ำฝื นระเบียบดงั กล่ำว บริษทั ฯ
สงวนสิทธิในกำรพิจำรณำอนุมตั ิให้ลำออกและหำกพนกั งำนไม่มำปฏิบตั ิงำนให้ครบระยะเวลำวนั
ทำงำนท่ีเหลือ ก่อนถึงกำหนดวนั ท่ีจะลำออก บริษทั ฯ อำจพิจำรณำให้เป็ นกรณีละทิ้งหนำ้ ท่ีโดยไม่มี
เหตุอนั สมควร พนกั งำนจะไดร้ ับโทษทำงวนิ ยั รวมท้งั อำจงดจ่ำยสิทธิประโยชนต์ ่ำงๆ หรือจ่ำยใหเ้ พียง
บำงส่วนกไ็ ด้ หรืออำจดำเนินกำรเรียกร้องค่ำเสียหำยได้
3. การเลกิ จ้าง
3.1 หำกปริมำณธุรกิจของบริษทั ฯ ลดลง หรือบริษทั ฯ มีควำมจำเป็นตอ้ งปรับปรุงองคก์ ร
ยบุ หรือเปล่ียนแปลงหน่วยงำนภำยในบริษทั ฯ หรือมีผรู้ ับช่วงสิทธิ รับโอนสิทธิของบริษทั ฯ ในกิจกำร
บำงส่วนหรือท้งั หมด หรือประสบภำวะเศรษฐกิจถดถอย หรือประสบกำรขำดทุน หรือมีปริมำณคน
มำกกว่ำปริมำณงำน หรือไดบ้ อกกล่ำวเลิกจำ้ งเป็ นกำรล่วงหนำ้ ไม่นอ้ ยกว่ำ 1 รอบระยะเวลำกำรจ่ำย
ค่ำจำ้ ง บริษทั ฯ มีสิทธิจะเลิกจำ้ งพนกั งำนโดยจ่ำยค่ำชดเชยใหต้ ำมกฎหมำยได้
3.2 หำกพนกั งำนมีสุขภำพไม่สมบูรณ์ หรือมีโรคประจำตวั หรือมีโรคเร้ือรัง หรือหย่อน
สมรรถภำพในกำรทำงำนหรือมีวนั ลำป่ วย ลำกิจมำก หรือปฏิบตั ิงำนไดผ้ ลไม่เป็ นที่น่ำพอใจ หรือไม่
สำมำรถปรับปรุง หรือพฒั นำตวั เองให้ปฏิบตั ิงำนในหน้ำท่ีอยำ่ งมีประสิทธิภำพไดห้ รือไม่สำมำรถ
โยกยำ้ ย หรือสบั เปล่ียนใหไ้ ปปฏิบตั ิหนำ้ ท่ีอ่ืนที่เหมำะสมได้ หรือมีหน่วยงำนภำยในบริษทั ฯ ปฏิเสธท่ี
จะรับโอนยำ้ ยไปปฏิบตั ิงำนประจำ หรือมีควำมประพฤติไม่เหมำะสม หรือมีพฤติกำรณ์ไม่น่ำไวว้ ำงใจ
แต่ไม่ถึงกบั มีควำมผิด หรือมีหน้ีสินรุงรัง มีมลทินมวั หมอง หรือกระทำสิ่งท่ีไม่สมควร หรือกระทำ
ควำมผิดตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 583 หรือผลกำรปฏิบตั ิงำนไม่เป็นท่ีน่ำพอใจ
หรือปฏิบตั ิงำนไม่ไดต้ ำมมำตรฐำนท่ีบริษทั ฯ กำหนด บริษทั ฯ มีสิทธิจะเลิกจำ้ ง โดยจ่ำยค่ำชดเชยให้
ตำมกฎหมำยได้
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 22
3.3 พนักงานที่อยู่ในระหว่างการทดลองงาน โดยปรากฏ ผลงาน ความประพฤติ
ทศั นคติต่องาน หรือทศั นคติต่อบริษัทฯ หรือสุขภาพ หรือมีเหตอุ ื่น อย่างใดอย่างหนึ่งไม่เป็ นท่ีน่า
พอใจ บริษัทฯ อาจสงั่ เลิกจ้างก่อนครบระยะทดลองงานที่กาหนดไว้ได้ โดยบอกกล่าวล่วงหน้า 1
งวดการจา่ ยคา่ จ้าง
3.4 พนกั งานท่ีประพฤติปฏิบตั ิฝ่ าฝื น หรือไม่ปฏิบตั ิตามวินยั ในหมวดที่ 7 ข้อ 3 - ข้อ
37 บริษัทฯ มีสิทธิสง่ั เลิกจ้างได้ โดยบริษัทฯ จะจ่ายค่าชดเชยให้ ถ้าความผิดนัน้ ๆ ไม่เข้าเกณฑ์
ตามความผดิ ตามพระราชบญั ญตั ิค้มุ ครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 หรือความผิดทางวินยั
ในหมวดที่ 7 ข้อ 38
3.5 การเกษียณอายุ
3.5.1 พนกั งานประจาที่มีอายุครบ 60 ปี บริบูรณ์ในปี ใด ให้เกษียณอายุและพ้น
สภาพการเป็นพนกั งานในวนั ท่ี 1 มกราคม ของปี ถดั ไป
3.5.2 พนักงานประจาท่ีมีอายุครบเกษียณ ตามข้อ 3.5.1 พนกั งานสามารถย่ืน
แสดงความจานงขอให้ บริษัทฯ พจิ ารณาทาสญั ญาจ้างใหม่เป็นปี ๆ ไป โดย
บริษัทฯ จะพจิ ารณาเป็นราย ๆ ไปโดยให้ เกษียณอายใุ นวนั ที่ 1 มกราคมของปี
ถดั ไป หรือในปี ใดท่ีเหน็ สมควรก็ได้
โดยบริษัทฯ จะจ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมายในทกุ กรณีตามข้อ 3.5 นี ้
3.6 พนกั งานท่ีทางานมานานแต่ไมม่ ีผลงานเป็นที่น่าพอใจ บริษัทฯ มีสิทธิสงั่ เลิกจ้างได้
โดยบริษัทฯ จะจ่ายคา่ ชดเชยให้ตามกฎหมายกาหนด
4. ค่าชดเชย
ในกรณีท่ีบริษัทฯ สง่ั เลิกจ้างพนกั งานผ้มู ีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย บริษัทฯ จะจ่าย
ค่าชดเชย ให้แก่พนกั งาน ตามอตั ราดงั นี ้
4.1 พนกั งานซง่ึ ทางานติดตอ่ กนั ครบหนงึ่ ร้อยยี่สิบวนั แต่ไม่ครบหน่ึงปี โดยรวมวนั หยดุ
วันลา และวันท่ีบริษัทฯ ส่ังให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ จ่ายให้เท่ากับค่าจ้างอัตรา
สดุ ท้ายสาม¬สิบวนั หรือค่าจ้างของการทางานสามสิบวนั สดุ ท้ายสาหรับพนกั งานซงึ่ ได้รับค่าจ้าง
ตามผลงานโดยคานวณเป็ นหน่วย
4.2 พนกั งานทางานติดต่อกันมาครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี โดยรวมวนั หยุด วนั ลา
และวนั ท่ีบริษัทฯ สงั่ ให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ จ่ายให้เท่ากบั ค่าจ้างอตั ราสดุ ท้ายเก้า
สบิ วนั หรือคา่ จ้างของการทางานเก้าสบิ วนั สดุ ท้ายสาหรับพนกั งานซง่ึ ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดย
คานวณเป็นหนว่ ย
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 23
4.3 พนกั งานซงึ่ ทางานตดิ ต่อกนั ครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี โดยรวมวนั หยดุ วนั ลา และ
วนั ที่บริษัทฯ สงั่ ให้หยดุ งานเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ จ่ายให้เท่ากับค่าจ้างอตั ราสดุ ท้ายหน่ึงร้อย
แปดสบิ วนั หรือจา่ ยให้เท่ากบั คา่ จ้างของการทางานหนงึ่ ร้อยแปดสบิ วนั สดุ ท้ายสาหรับพนกั งานซงึ่
ได้รับคา่ จ้างตามผลงานโดยคานวณเป็นหน่วย
4.4 พนกั งานซ่งึ ทางานติดต่อกนั ครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี โดยรวมวนั หยดุ วนั ลา และ
วนั ท่ีบริษัทฯ สงั่ ให้หยดุ งานเพือ่ ประโยชน์ของบริษัทฯ จ่ายให้เท่ากบั ค่าจ้างอตั ราสดุ ท้ายสองร้อยส่ี
สิบวนั หรือจ่ายให้เท่ากบั ค่าจ้างของการทางานสองร้อยสี่สิบวนั สุดท้ายสาหรับพนกั งานซ่งึ ได้รับ
ค่าจ้ างตามผลงานโดยคานวณเป็ นหน่วย
4.5 พนักงานซึ่งทางานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี โดยรวมวันหยุด วันลา
และวนั ท่ีบริษัทฯ สง่ั ให้หยดุ งานเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ จ่ายให้เท่ากบั ค่าจ้างอตั ราสุดท้ายสาม
ร้อยวัน หรือจ่ายให้เท่ากับค่าจ้างของการทางานสามร้ อยวันสุดท้ายสาหรับพนักงานซึ่งได้รับ
คา่ จ้างตามผลงานโดยคานวณเป็นหน่วย
4.6 พนักงานซ่ึงทางานติดต่อกันครบยี่สิบปี ขึน้ ไป โดยรวมวันหยุด วันลา และวันท่ี
บริษัทฯ สง่ั ให้หยดุ งานเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ จ่ายให้เท่ากบั ค่าจ้างอตั ราสุดท้ายส่ีร้อยวนั หรือ
จ่ายให้เท่ากับค่าจ้างของการทางานสี่ร้อยวนั สุดท้ายสาหรับพนกั งานซง่ึ ได้รับค่าจ้างตามผลงาน
โดยคานวณเป็นหนว่ ย
5.ค่าชดเชยพเิ ศษ
5.1 ในกรณีที่บริษัทฯ เลิกจ้ างพนักงานเพราะเหตุท่ีบริษัทฯ ปรับปรุงหน่วยงาน
กระบวนการผลิต การจาหน่าย หรือการบริการ อันเนื่องมาจากการนาเครื่องจักรมาใช้ หรือ
เปล่ียนแปลงเคร่ืองจกั ร หรือเทคโนโลยี ซง่ึ เป็ นเหตใุ ห้ต้องลดจานวนพนกั งาน บริษัทฯ จะแจ้งวนั ที่
จะเลกิ จ้าง เหตผุ ลของการเลิกจ้างและรายช่ือพนกั งาน ต่อพนกั งานตรวจแรงงานและพนกั งานท่ี
จะเลิกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวนั ก่อนวนั ท่ีจะเลิกจ้าง
ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่แจ้งแก่พนกั งานท่ีจะเลิกจ้างทราบล่วงหน้า หรือแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่า หกสิบ
วนั บริษัทฯ จะจ่ายค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่พนกั งานเท่ากบั ค่าจ้างอัตราสดุ ท้าย
หกสิบวนั หรือเทา่ กบั ค่าจ้างของการทางานหกสิบวนั สดุ ท้าย สาหรับพนกั งานซ่ึงได้รับค่าจ้างตาม
ผลงานโดยคานวณเป็ นหน่วย
ในกรณีที่มีการจ่ายค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแล้ว ให้ถือว่าบริษัทฯ ได้ จ่ายสินจ้างแทน
การบอกกล่าวลว่ งหน้าตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์แล้วเช่นกนั
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ท่ี 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 24
5.2 ในกรณีที่บริษัทฯ เลิกจ้างพนกั งานตามข้อ 5.1 และพนกั งานนนั้ ทางานติดต่อกัน
ครบหกปี ขนึ ้ ไปโดยรวมวนั หยดุ วนั ลา และวนั ที่บริษัทฯ สงั่ ให้หยุดงานเพ่ือประโยชน์ของบริษัทฯ
บริษัทฯจะจ่ายค่าชดเชยพเิ ศษเพมิ่ ขนึ ้ จากค่าชดเชยตามข้อ 4.1 - ข้อ 4.5 สาหรับการทางานที่เกิน
หกปี แก่พนกั งานท่ีเลิกจ้างนนั้ ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอตั ราสุดท้ายสิบห้าวนั ต่อการทางานครบหน่ึงปี
หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทางานสิบห้าวนั สดุ ท้ายต่อการทางานครบหนึ่งปี สาหรับพนกั งาน
ซงึ่ ได้รับคา่ จ้างตามผลงานโดยคานวณเป็นหน่วย แตค่ า่ ชดเชยตามข้อนีร้ วมแล้วต้องไม่เกินค่าจ้าง
อัตราสุดท้ายสามร้ อยหกสิบวัน หรือไม่เกินค่าจ้างของการทางานสามร้ อยหกสิบวันสุดท้าย
สาหรับพนกั งานซง่ึ ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคานวณเป็นหน่วย
เพอื่ ประโยชน์ในการคานวณคา่ ชดเชยพเิ ศษ เศษของระยะเวลาทางานที่มากกว่าหนึง่ ร้ อยแปดสิบ
วนั ให้นบั เป็นการทางานครบหนงึ่ ปี
5.3 ในกรณีท่ีบริษัทฯ ย้ายสถานประกอบกิจการไปตงั้ ณ สถานที่อื่น อนั มีผลกระทบ
สาคญั ตอ่ การดารงชีวติ ตามปกติของพนกั งานหรือครอบครัว บริษัทฯ จะแจ้งให้พนกั งานทราบ
ล่วงหน้าไม่น้อยกวา่ สามสบิ วนั ก่อนย้ายสถานประกอบกิจการ ในการนี ้ถ้าพนกั งานไม่ประสงค์จะ
ไปทางานด้วย ให้พนกั งานมีสิทธิบอกเลิกสญั ญาจ้างได้โดยพนกั งานมีสิทธิได้รับคา่ ชดเชยพเิ ศษ
ไม่น้อยกวา่ อตั ราคา่ ชดเชยท่ีพนกั งานพงึ มีสิทธิได้รับตามข้อ 4.1 - ข้อ 4.5 ภายในเจด็ วนั นบั แต่
วนั ที่ลกู จ้างบอกเลิกสญั ญา
5.4 ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่แจ้งให้พนกั งานทราบการย้ายสถานประกอบกิจการล่วงหน้า
ตามข้อ 5.3 บริษัทฯ จะจ่ายค่าชดเชยพเิ ศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เท่ากบั ค่าจ้างอตั รา
สดุ ท้ายสามสิบวนั หรือเทา่ กบั คา่ จ้างของการทางานสามสิบวนั สดุ ท้าย สาหรับพนกั งานซงึ่ ได้รับ
คา่ จ้างตามผลงาน โดยคานวณเป็นหน่วย
5.5 พนกั งานมีสทิ ธิย่ืนคาขอ ให้คณะกรรมการสวสั ดิการแรงงานพจิ ารณาภายใน
สามสบิ วนั นบั แตว่ นั ท่ีบริษัทฯ ย้ายสถานประกอบกิจการว่า เป็นกรณีที่บริษัทฯ ต้องบอกกล่าว
ลว่ งหน้าหรือพนกั งานมีสทิ ธิบอกเลกิ สญั ญาจ้างโดยมีสทิ ธิได้รับคา่ ชดเชยพเิ ศษตามข้อ 5.3
หรือไม่
5.6 คาวนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการสวสั ดกิ ารแรงงานให้เป็นที่สดุ เว้นแตบ่ ริษัทฯ หรือ
พนกั งานจะอทุ ธรณ์คาวินจิ ฉยั ต่อศาลภายในสามสบิ วนั นบั แตว่ นั ท่ีได้รับแจ้งคาวนิ ิจฉยั ในกรณีท่ี
บริษัทฯ เป็นฝ่ ายนาคดีไปส่ศู าล บริษัทฯ ต้องวางเงินต่อศาลตามจานวนที่ต้องจ่ายแก่พนกั งานท่ี
ยื่นคาขอตามข้อ 5.5 จงึ จะฟ้ องคดีได้
5.7 การบอกเลกิ สญั ญาจ้างตามข้อ 5.3 พนกั งานต้องใช้สทิ ธิภายในสามสบิ วนั นบั แต่
วนั ที่บริษัทฯ ย้ายสถานประกอบกิจการ หรือนบั แต่วนั ท่ีคาวินจิ ฉยั ของคณะกรรมการสวสั ดกิ าร
แรงงานหรือคาพพิ ากษาของศาลเป็นที่สดุ
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ท่ี 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 25
หมวดที่ 10
สิทธิในกำรบริหำร
บริษทั ฯ มีสิทธิในกำรบริหำรและกำรจดั กำร โดยมีสิทธิกระทำกำรหรือไม่กระทำกำร กำรริเร่ิม กำร
เปลี่ยนแปลง เพิ่มหรือลดสิทธิประโยชนต์ ่ำงๆ ในส่วนท่ีนอกเหนือจำกท่ีกฎหมำยวำ่ ดว้ ยกำรคุม้ ครอง
แรงงำนกำหนดไว้ ตำมควำมเหมำะสมที่เห็นสมควรได้ และมีสิทธิท่ีจะส่ัง หรือมอบหมำยงำน กำหนด
อำนำจ หน้ำท่ี และควำมรับผิดชอบในกำรวินิจฉัยสั่งกำร หรือในกำรปฏิบตั ิงำนต่ำงๆ เกี่ยวกบั กำร
วำ่ จำ้ ง กำรแต่งต้งั กำรโยกยำ้ ย กำรเลื่อนตำแหน่ง กำรลงโทษ กำรลดตำแหน่ง กำรพกั งำน กำรวินิจฉยั
ขอ้ ร้องทุกข์ กำรให้บำเหน็จ และกำรเลิกจำ้ งได้ ตลอดจนมีสิทธิในกำรสร้ำงงำนใหม่ ยุบงำนเก่ำ
เสริมสร้ำงและรักษำไวซ้ ่ึงประสิทธิภำพในกำรทำงำน กำหนดและเปลี่ยนแปลงวิธีกำรทำงำน กำหนด
ระเบียบ ประกำศ คำสั่ง หนังสือเวียน หรือขอ้ บงั คบั เก่ียวกบั กำรทำงำนในส่วนที่ไม่ขดั ต่อกฎหมำย
แรงงำนได้
ท้งั น้ี หำกมีกรณีกำรเปล่ียนแปลงท่ีมีผลกระทบ เป็ นคุณแก่พนักงำนนอ้ ยกว่ำที่เป็ นอยู่ บริษทั ฯ จะ
จดั ทำหนงั สือขอ้ ตกลง เพือ่ ใหพ้ นกั งำนลงนำมเห็นชอบกำรเปล่ียนแปลงน้นั เป็นลำยลกั ษณ์อกั ษร
จึงประกำศมำเพอ่ื ทรำบและถือปฏิบตั ิโดยทวั่ กนั
ท้งั น้ี ใหม้ ีผลบงั คบั ต้งั แต่วนั ท่ี 1 มกรำคม 2563 เป็นตน้ ไป
ประกำศ ณ วนั ที่ 5 กมุ ภำพนั ธ์ 2563
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั
ลงชื่อ
(นำยอิทธิ ฤทธำภรณ์)
กรรมกำรผจู้ ดั กำร
“สงวนลิขสิทธ์ิ ตำมพระรำชบญั ญตั ิลิขสิทธ์ิ พ.ศ. 2537 ผใู้ ดละเมิด นำไป
ทำซ้ำ หรือดดั แปลงใชก้ บั นิติบุคคลอื่น หรือเผยแพร่ หรือแจกจ่ำย มีโทษปรับ 10,000
บำท ถึง 100,000 บำท ตำมมำตรำ 70”
บริษทั เจเอสอำร์ บีเอสที อิลำสโตเมอร์ จำกดั แกไ้ ขคร้ังท่ี 3 วนั ที่ 1 มกรำคม 2563 หนำ้ 26