คํานํา แบบรายงานนวัตกรรมวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice ฉบับนี้จัดทําขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เผยแพร่ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศของโรงเรียนบ้านตานบ โดยนางสาวศิรินธร สิมมา ตําแหน่ง ครู ได้จัดการ เรียนรู้ด้วยนวัตกรรม “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนมีคุณลักษณะของผู้เรียนในการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21 ในด้าน ทักษะการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ ทักษะการแก้ปัญหา การร่วมมือและสร้างนวัตกรรมหรือองค์ ความรู้ด้วยตนเอง ขอขอบคุณทุกท่าน คณะครู ผู้บริหาร นักเรียน ชุมชนและคณะกรรมการนิเทศติดตาม ที่มีส่วนร่วมในการ ขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรม“จนสําเร็จลุล่วงข้าพเจ้าจะมุ่งมั่นพัฒนาและส่งเสริมให้ นักเรียนมีคุณลักษณะการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน สืบไป ศิรินธร สิมมา
สารบัญ เรื่อง หน้า ความสําคัญของผลงานหรือนวัตกรรม 1 จุดประสงค์และเป้าหมายของการดําเนินงาน 3 กระบวนการผลิตผลงาน 4 ผลการดําเนินงาน 14 ปัจจัยความสําเร็จ 16 บทเรียนที่ได้รับ 17 การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ 18 ภาคผนวก
การนําเสนอนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2 ชื่อผลงาน : “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน ประเภทผลงาน : ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ข้อมูลทั่วไป 1. ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 โรงเรียนบ้านตานบ อําเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ เครือข่าย ท่าตูม 2 2. ชื่อครูผู้สอน : นางสาวศิรินธร สิมมา 3. ผลงานชื่อ : “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน รายละเอียดการนําเสนอนวัตกรรม / วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 1. ความสําคัญของผลงาน นวัตกรรมหรือวิธีปฏิบัติที่นําเสนอ ภาษาเป็นตัวแปรสําคัญในการถ่ายทอดข้อมูลหรือข่าวสารหนึ่งไปสู่แหล่งข่าวสารหนึ่ง นับได้ว่าเป็น สื่อกลางการเชื่อมโลกเข้าด้วยกันซึ่งภาษาที่ถูกยอมรับเป็นภาษาสากล (International Language) คือ ภาษาอังกฤษโดยภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่ใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารประมาณ 25% ของประชากรโลก ทั้งนี้ภาษาอังกฤษมีผู้ใช้เป็นภาษาแม่ประมาณ 328 ล้านคนและมีคนที่ใช้ทั่วโลกประมาณ 1.8 พันล้านคน(ศิตา เยี่ยมขันติถาวร, 2557) อีกทั้งนโยบายและจุดเน้น กระทรวงศึกษาธิการเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ในการ จัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนด้วยตนเอง โดยมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบถักทอความรู้ ทักษะ คุณลักษณะผู้เรียนเข้าด้วยกัน ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง Active Learning มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจและ เรียนรู้อย่างมีความสุขและพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ จากหลักสูตรแกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 มุ่งหวังให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ ดีต่อภาษาต่างประเทศสามารถใช้ภาษาต่างประเทศสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆแสวงหาความรู้ ประกอบ อาชีพและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นรวมทั้งมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอันหลากหลายของ ประชาคมโลกและสามารถถ่ายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกได้อย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งเพื่อให้ ผู้เรียนมีทักษะและความสามารถในการนําความรู้ภาษาต่างประเทศไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจําวันและ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 คือ 3Rs8Cs เพื่อให้ผู้เรียน ได้ก้าวทันสังคมโลกปัจจุบัน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 2 ได้กําหนดนโยบายในการ ขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นโดยมีเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพ 3 สร้างได้แก่สร้าง โอกาส สร้างคุณภาพ และสร้างคุณธรรม จากนโยบายสู่การปฏิบัติ ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุรินทร์เขต 2 ในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา 3 สร้างสู่ความยั่งยืน OQM Model และการ จัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ Active Learning ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้
ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงผ่านสื่อหรือ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนํา กระตุ้น หรืออํานวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น โดยกระบวนการคิดขั้นสูง กล่าวคือ ผู้เรียนมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่าจากสิ่งที่ได้รับจาก กิจกรรมการเรียนรู้ ทําให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความหมายและนําไปใช้ในสถานการณ์อื่นๆได้อย่างมี ประสิทธิภาพ (สถาพร พฤฑฒิกุล, 2558) อย่างไรก็ตาม คนไทยนั้นมีปัญหามากมายในการออกเสียงภาษาอังกฤษ โดยมาจากความแตกต่าง ระหว่างระบบเสียงภาษาอังกฤษกับระบบเสียงภาษาไทย ดังนั้นการที่จะให้ผู้เรียนสามารถออกเสียงได้ถูกต้อง ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษาและป้องกันไม่ให้ผู้เรียนออกเสียงผิดจึงควรทราบพื้นฐานและปลูกฝังลักษณะนิสัยใน การออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจนตั้งแต่เด็กในระยะเริ่มต้นหรือประถมศึกษา( จีรนันท์ เมฆวงษ์ 2545:2) วิธีการ จัดการเรียนรู้ที่นิยมใช้คือการอ่านออกเสียงสะกดคําโฟนิกส์เป็นหลักการถอดรหัสเสียงและการผสมเสียง ตัวอักษร ผู้เรียนจะต้องเข้าใจเสียงของตัวอักษรต่างๆและออกเสียงเหล่านั้นให้ได้อย่างถูกต้อง จึงจะสามารถ ผสมเสียงออกมาเป็นคําได้เช่นคําว่า cat จะสอนให้รู้จักตัว “c” จากเสียงของมันคือเสียง “เคอะ” ตัว “a” เป็นเสียง “แอะ” และตัว “t”เป็นเสียง “เทอะ” และผสมเสียงกันเป็น “เคอะ – แอะ - เทอะ แคท ” (ดวงใจ ตั้งสง่า, 2555-2556 ) ดังนั้นการสอนแบบโฟนิกส์ (Phonics Instruction)จึงเป็นตัวเลือกที่สําคัญที่จะนํามาพัฒนาการออก เสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โฟนิกส์เป็นการสอนอ่านออกเสียงที่ได้รับความนิยมมากในการเรียนภาษาอังกฤษ ในระดับประถมศึกษาและเป็นการปูพื้นฐานความรู้ที่จําเป็นอันนําไปสู่การพัฒนาทักษะทางภาษาในด้านการฟัง การอ่านการพูดและการเขียนในการเรียนระดับชั้นที่สูงขึ้นนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้มักมีสาเหตุมาจาก ปัญหาในการอ่านรวมถึงการขาดความรู้ด้านการถอดรหัสเสียงและความสัมพันธ์ของหน่วยเสียงกับตัวอักษร โดยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์นั้นจะเน้นย้ําให้ผู้เรียนออกเสียงได้ตามหลักการออกเสียง ผู้เรียนก็จะสามารถจดจํา สิ่งที่ปรากฏสอดคล้องกับตัวอักษรและจําความหมายของคําศัพท์ได้(Jonse, S.A. & Deterding, D 2007) มี การศึกษาอย่างละเอียดของ Shaywiz ของมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) พบว่าหลักสูตรโฟนิกส์เป็น ระบบที่ช่วยกระตุ้นเซลล์สมอง ทําให้มีการสร้างเส้นใยสมองใหม่และทําให้เส้นใยสมองเริ่มแตกตัวและเบ่งบาน อย่างถาวร เนื่องจากมีเลือดไปฝึกจิตในสมองส่วนที่รับรู้ภาษามากขึ้น ซึ่งแตกต่างกับสมองของเด็กที่เรียน ภาษาอังกฤษด้วยวิธีอื่น (HIN/National institute of Child health and Human Development, 2004) เช่นเดียวกับ Grant กล่าวว่าการสอนโฟนิกส์ทําให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านสูงกว่าการเรียนการสอน แบบเดิม (Whole language) วิธีการสอนนี้ทําให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับเสียงตัวอักษร การสะกดคําและการ เรียนรู้คําศัพท์ และมีการพัฒนาที่ดีขึ้นในด้านการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ รวมไปถึงสามารถออกเสียง ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง(Grant, M., 2014) ปัจจุบันการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของนักเรียนในโรงเรียนบ้านตานบ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 ส่วนใหญ่มาจากการท่องจํา จากการตรวจสอบการอ่านออกเสียงและการเข้าใจความหมาย คําศัพท์ของนักเรียนพบว่านักเรียนไม่สามารถจดจําคําศัพท์ได้มากเท่าที่ควร อีกทั้งยังไม่สามารถออกเสียง คําศัพท์ได้เพราะไม่รู้เสียงตัวอักษรส่งผลให้ไม่เข้าใจความหมายของคําศัพท์ ยิ่งไปกว่านั้นนักเรียนในระดับ 2
ประถมศึกษาไม่สามารถอ่านคําสระเสียงสั้นง่ายๆได้รวมถึงไม่สามารถวิเคราะห์คําศัพท์ได้ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 โรงเรียนบ้านตานบพบว่ารายวิชาภาษาอังกฤษ อยู่ในระดับต่ํา เนื่องจากขาดทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคํา แต่จะใช้วิธีการจําคําศัพท์เป็นคําๆแล้วเขียนคํา อ่านเป็นภาษาไทยกํากับไว้ทําให้ไม่สามารถอ่านออกเสียงคําศัพท์ที่แตกต่างจากบทเรียนได้ ซึ่งเป็นปัญหาใน การจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติ (o-net) อยู่ ในระดับต่ํากว่าระดับประเทศ ดังนั้น ครูผู้สอนจึงจัดทํา นวัตกรรม “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสาร ภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีพื้นฐานด้านการ อ่านและเป็นประโยชน์ต่อการเรียนในระดับสูงต่อไป 2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดําเนินงาน 1. เพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 โรงเรียนบ้านตานบ 2. เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการบอกความหมายของคําศัพท์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 โรงเรียนบ้านตานบ 3. เพื่อปลูกฝังเจตคติที่ดีในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 โรงเรียนบ้านตานบ เป้าหมาย เป้าหมายเชิงปริมาณ 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 จํานวน 47 คน สามารถแก้ปัญหาการอ่านออกเสียง ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 จํานวน 47 คน สามารถพัฒนาด้านการบอก ความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 จํานวน 47 คน มีเจตคติที่ดีในการเรียนภาษาอังกฤษ เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1. ร้อยละ 80 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 จํานวน 47 คน มีผลสัมฤทธิ์ทางด้าน การอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารที่สูงขึ้น 2. ร้อยละ 80 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 จํานวน 47 คน มีผลสัมฤทธิ์ทางด้านการ บอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษที่สูงขึ้น 3. ร้อยละ 80 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 จํานวน 47 คน มีเจตคติที่ดีในการเรียน ภาษาอังกฤษที่สูงขึ้น 3
ขอบเขตในการดําเนินงาน 1. กลุ่มเป้าหมาย - นักเรียนโรงเรียนบ้านตานบชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 จํานวน 47 คน 2. เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า - วิธีการแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรม 3 กลุ่ม ตามกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน - การพัฒนาการบอกความหมายของคําศัพท์โดยใช้กิจกรรมฝึกฝนด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน - การสร้างเจตคติที่ดีในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน 3. กระบวนการผลิตผลงาน หรือขั้นตอนการดําเนินงาน 3.1 ขั้นวางแผน - ศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อใช้แก้ปัญหาการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ และการบอกความหมาย ของคําศัพท์ - ศึกษาวิธีการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษตามหลักโฟนิกส์ - ศึกษาหลักสูตรแกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้าน ตานบ จุดเน้นและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2 - วิเคราะห์ข้อมูลความรู้พื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 เกี่ยวกับการอ่านออก เสียงภาษาอังกฤษ - รวบรวมคําศัพท์ภาษาอังกฤษตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ ) มาจัดทําเป็นบัตรคํา บัตรภาพ เพื่อฝึกการอ่านออกเสียงและบอก ความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษ - ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ Active Learning ในการขับเคลื่อนการ แก้ปัญหาการอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 โรงเรียนบ้านตานบ - สร้างสื่อนวัตกรรม ดังรายละเอียด วัสดุ / อุปกรณ์ ดังนี้ - กระดาษ ( สีตามต้องการ ) ขนาด 14 x 20 ซม. - สายเคเบิลไทร์ (จํานวน 26 ชิ้น ) - ที่เจาะกระดาษ / แผ่นเคลือบกระดาษ / แผ่นรองตัด / คัดเตอร์ / ไม้บรรทัด - ท่อพีวีซีขนาด 4 หุน 4
- ตัดกระดาษสีตามต้องการ ขนาด 14 x 20 ซม. จํานวนขึ้นอยู่กับจํานวนพยางค์หรือตัวอักษร - เขียนตัวอักษรลงบนกระดาษแต่ละแผ่น แบ่งเป็น 5 ชุด ดังนี้ ชุดที่ 1 คือ พยัญชนะต้น ชุดที่ 2 คือ สระเสียงสั้น ชุดที่ 3 คือ พยัญชนะท้าย ชุดที่ 4 คือ พยางค์ที่ทําให้คําเปลี่ยนความหมายเปลี่ยน ชุดที่ 5 คือ ประโยคฝึกออกเสียงแบบโฟนิกส์ - เคลือบแผ่นกระดาษอักษร และข้อความที่เขียนลงไป เพื่อให้สื่อนวัตกรรมที่ได้มีความคงทน แข็งแรง - เจาะรูด้านบนแผ่นกระดาษทุกแผ่น จํานวน 2 รู ความห่าง 14 ซม. - นํากระดาษที่เตรียมไว้ 5 ชุด ใส่ในสายเคเบิลไทร์ ชุดละ 2 ห่วง - นําท่อพีวีซีที่เตรียมไว้มาแขวนห่วงกระดาษ - นําไปใช้ในการฝึกอ่านสะกดคํา โดยนักเรียนสามารถสลับแผ่นกระดาษที่ประกอบไปด้วย ตัวอักษรที่สามารถสร้างคําได้ตามต้องการ ซึ่งเมื่อเปลี่ยนตัวอักษรในแต่ละตําแหน่ง คําที่ได้ก็ จะเปลี่ยนรูปเสียงและการสะกดรวมทั้งความหมายด้วยเช่นกัน กิจกรรมการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย 3 หน่วย ได้แก่ หน่วยที่ 1 ชุดอักษรภาษาอังกฤษทั้งตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก 3 ชุด ดังนี้ ชุดที่ 1 พยัญชนะเดี่ยวที่เป็นเสียงคําขึ้นต้น B, C, D, E, G, H, I, J, K, L, M, N, P, Q, R, S, T, V, W, X, Y และ Z ชุดที่ 2 สระเสียงสั้น a, e, i, o, และ u ชุดที่ 3 พยัญชนะเดี่ยวที่เป็นเสียงคําลงท้าย b, c, d, f, g, h, I, j, k, l, m, n, o, p, q, r, s, t, v, w, x, y, z หน่วยที่ 2 นําอักษร 3 ชุดจากหน่วยที่ 1 มาสร้างคําเพื่อให้นักเรียนฝึกออกเสียงคําที่มี ความหมายและเรียนรู้ความหมายของคําศัพท์ที่อ่าน เสียงสระ a ประกอบด้วยคํา /rat/ /cat/ /fat/ /hat/ /bat/ /mat/ /nap/ /map/ /sap/ /tap/ /cap/ /pan/ /can/ /man/ /fan/ /van/ /Sam/ /ram/ /yam/ /ham/ /jam/ /bag/ /tag/ /wag/ /rag/ /mad/ /dad/ /bad/ /sad/ เสียงสระ e ประกอบด้วยคํา /pen/ /ten/ /hen/ /den/ /men/ /pet/ /wet/ /jet/ /net/ /vet/ /red/ /ted/ /wed/ /peg/ /leg/ /keg/ /web/ เสียงสระ i ประกอบด้วยคํา /sit/ /pit/ /fit/ /hit/ /kit/ /wig/ /dig/ /pig/ /big/ /pig/ /big/ /rig/ /pin/ /win/ /fin/ /tin/ /bin/ /sip/ /zip/ /lip/ /dip/ /hip/ /lid/ /kid/ /fix/ /mix/ 5
เสียงสระ o ประกอบด้วยคํา /hop/ /mop/ /top/ /cop/ /cot/ /dot/ /pot/ /hot/ /dog/ /hog/ /jog/ /log/ /cod/ /pod/ /nod/ /rod/ /Bob/ /cod/ /sob/ /job/ /ox/ /fox/ /box/ เสียงสระ u ประกอบด้วยคํา /sun/ /fun/ /bun/ /run/ /nun/ /cup/ /pup/ /hug/ /rug/ /jug/ /bug/ /mug/ /hut/ /nut/ /cut/ /tub/ /cub/ /rub/ /pub/ /mud/ /pud/ /gum/ /mum/ หน่วยที่ 3 นําคําจากหน่วยที่ 2 มาสร้างเป็นประโยคเพื่อให้นักเรียนฝึกออกเสียง 3.2 ขั้นดําเนินงาน 3.2.1 ศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคลโดยใช้เครื่องมือวัดและประเมินผลการอ่านคําศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อ คัดกรองนักเรียนอ่านไม่ออก 3.2.2 วินิจฉัยปัญหา ค้นหาสาเหตุการอ่านไม่ออก โดยสรุปการวินิจฉัยปัญหาด้านการอ่านออกเสียง การบอกความหมายของคําศัพท์และการมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษได้ดังนี้ 3.2.2.1 ขั้นตอนการคัดกรองเป็นการคัดกรองด้วยวิธีการทดสอบโดยใช้เครื่องมือ วัดและ ประเมินผลการอ่านคําศัพท์ภาษาอังกฤษ เพื่อคัดกรองนักเรียนอ่านไม่ออก 3.2.2.2 วินิจฉัยปัญหา ขั้นตอนนี้จะเป็นการค้นหาสาเหตุโดยสรุปการวินิจฉัยปัญหาด้านการ อ่านออกเสียง การบอกความหมายของคําศัพท์ และการมีเจตคติที่ดีในการเรียนภาษาอังกฤษได้ดังนี้ ปัญหา สาเหตุ 1. ด้านการอ่านออกเสียง ภาษาอังกฤษ 1.นักเรียนยังไม่เข้าใจการเชื่อมโยงตัวอักษรกับหน่วยเสียง 2. นักเรียนจําตัวอักษรภาษาอังกฤษไม่ได้ 3. นักเรียนไม่เข้าใจวิธีการแยกหน่วยเสียงของภาษาอังกฤษ 4. นักเรียนแยะแยะเสียงคําศัพท์ที่ใกล้เคียงกันไม่ได้ 2.ด้านการบอกความหมาย ของคําศัพท์ 1.นักเรียนไม่รู้ความหมายของคําศัพท์ 2.นักเรียนอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก จําคําศัพท์ไม่ได้ 6
3.ด้านเจตคติในการเรียน ภาษาอังกฤษ 1.ผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือในการฝึกนักเรียนทําการบ้าน ฝึกฝนและพัฒนานักเรียนในด้านการอ่านอย่างต่อเนื่องจาก โรงเรียน 2.สื่อในการจัดการเรียนรู้ยังไม่ทันสมัยในการจัดการเรียนรู้ 3. วิธีการสอนของครูยังไม่หลากหลายในการจัดกระบวนการเรียน การสอน ทําให้ผู้เรียนนั้นเกิดความเบื่อหน่ายในการเรียน จากที่ได้วินิจฉัยปัญหาด้านการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ ทําให้คุณครูเข้าใจความแตกต่างของนักเรียน แต่ละบุคคล นักเรียนที่มีปัญหาได้กําหนดสาเหตุของปัญหาไว้ 3 อันดับ ปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาด้านการอ่าน ออกเสียงภาษาอังกฤษมากที่สุดอันดับที่ 1 คือ นักเรียนขาดความรู้และทักษะด้านการเชื่อมโยงอักษรกับหน่วย เสียงภาษาอังกฤษ ปัญหาด้านการบอกความหมายของคําศัพท์อันดับที่ 1 คือ นักเรียนไม่รู้ความหมายของ คําศัพท์และปัญหาด้านเจตคติที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษอันดับที่ 1 ผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือในการฝึก นักเรียนทําการบ้าน ฝึกฝนและพัฒนานักเรียนในด้านการอ่านอย่างต่อเนื่องจากโรงเรียนจากปัญหาดังกล่าวจึง ทําให้ครูหาวิธีการจัดการเรียนการสอนหรือรูปแบบการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน 3.2.2.3 ดําเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยจัดกิจกรรมตามรูปแบบ“Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอน การสอนตามกระบวนการ Active Learning 5 ขั้นตอน เพื่อให้ผู้เรียนมีบทบาทในการแสวงหาความรู้และ เรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์จนเกิดความรู้ มีทั้งหมด 3 กิจกรรม ดังต่อไปนี้ กิจกรรมที่ 1 ชื่อกิจกรรม Pronunciation กิจกรรมนี้เป็นการฝึกจดจําและฝึกอ่าน แบบ CVC คือ consonant, vowel และ consent เป็นการฝึกจําพยัญชนะและเสียงของพยัญชนะ สระเสียงสั้น และเสียงของสระเสียงสั้น พยัญชนะท้ายและการออกเสียงของพยัญชนะท้าย กิจกรรมนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการ อ่านออกเสียงภาษาอังกฤษที่จะทําให้เด็กๆอ่านออกนั่นก็คือการรู้จัก เสียงของพยัญชนะและเสียงของสระเสียง สั้น ต้องเริ่มให้เด็กหัดอ่านออกเสียงพยัญชนะให้ชัดและจําพยัญชนะได้ทุกตัวและเริ่มท่องจําหน่วยเสียงย่อย (phonemic awareness) แต่ละรูปออกเสียงอย่างไรแล้วให้นักเรียนทบทวน หน่วยเสียงของพยัญชนะและ สระจนมั่นใจว่า นักเรียนสามารถฝึกจําสระและพยัญชนะได้ครบทุกตัว เมื่อจําได้แล้วก็จะสามารถสอนอ่านได้ ฝึกจดจําพยัญชนะ เสียงพยัญชนะ สระ และเยงของสระ เมื่อนักเรียนจําได้แล้ว หลังจากนั้นจะเป็นการฝึกอ่าน 7
ออกเสียงเป็นคําและบอกความหมายของคําศัพท์ ในการจําของนักเรียนได้เพิ่มมากขึ้น กระบวนการ Active Learning 1. ขั้นกระตุ้นความ สนใจ - ครูให้นักเรียนฝึ กระบวน พร้อม โดยการให้นักเรียนทําท่าทางประกอบ เมื่อครู พูด “ clap you พูดว่า “clap clap clap” - wash your hand พูดว่า - say Hula Hula เพลง 2.ขั้นสํารวจและค้นหา - ครูได้ถามคําถาม นักเรียนเกี่ยวกับการอ่าน ออกเสียงของพยัญชนะ ต้น สระและพยัญชนะ ท้ายว่าออกเสียงอย่าง – ครูได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ การอ่านออกเสียงของ พยัญชนะ พยัญชนะ ออกเสียงเป็นคําและบอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยเราจะใช้แนวความรู้โดยการใช้สีเข้ามาช่วย ยนได้เพิ่มมากขึ้น กิจกรรมการเรียนรู้ การอ่าน การบอกความหมายของ คําศัพท์ ครูให้นักเรียนฝึกกระตุ้นความสนใจโดยใช้ กระบวนการฝึกสมาธิ การเคาะจังหวะเตรียมความ พร้อม โดยการให้นักเรียนทําท่าทางประกอบ เมื่อครู “ clap your hand” นักเรียนปรบมือพร้อมกับ “clap clap clap” wash your hand นักเรียนทําท่าล้างมือพร้อมกับ พูดว่า “wash wash wash” say Hula นักเรียนเปล่งเสียงออกมาว่า Hula Hula เพลง If you’re happy! ครูสร้างบรรยากาศ กระตุ้นให้นักเรียนอยาก เกิดการเรียนรู้และ กระตุ้นการตื่นตัวของ นักเรียน ครูได้ถามคําถาม นักเรียนเกี่ยวกับการอ่าน ออกเสียงของพยัญชนะ ต้น สระและพยัญชนะ ท้ายว่าออกเสียงอย่างไร รูได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ การอ่านออกเสียงของ พยัญชนะต้น สระ และ พยัญชนะท้าย - ครูได้ถามคําถาม นักเรียน เกี่ยวกับคําที่ อ่านว่ามีความหมาย อย่างไร - ครูได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ ความหมายของคําศัพท์ – ครูจะใช้วิธีการแยกสี ของพยัญชนะต้นสระและ พยัญชนะท้ายเข้ามาช่วย ในการเรียนเพื่อดึงดูด ความสนใจของนักเรียน และจดจําได้ง่าย ครูให้ความรู้กระตุ้นความ สนใจโดยการใช้ทฤษฎี BBL จดจํา โดยเราจะใช้แนวความรู้โดยการใช้สีเข้ามาช่วย เจตคติ ครูสร้างบรรยากาศ กระตุ้นให้นักเรียนอยาก เกิดการเรียนรู้และ ะตุ้นการตื่นตัวของ นักเรียน ครูให้ความรู้กระตุ้นความ สนใจโดยการใช้ทฤษฎี BBL เข้ามาช่วยในการ ดจํา 8
3.ขั้นอภิปรายและลง ข้อสรุป - ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น 3 กลุ่มเล่นเกม การออกเสียง พยัญชนะ หน้าชั้นเรียนโดยจะเป็น เกมการออกเสียงเพื่อนํา พยัญชนะต้นสระและ พยัญชนะท้ายที่ครู กําหนดให้ไปติดไว้ที่หน้า กระดาน - ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น 3 กลุ่ม อ่านคํา ที่นักเรียนชอบที่สุดมา 10 คําที่มีความหมาย และบอกความหมายของ คําศัพท์ที่นักเรียนอ่าน ว่า มีความหมายอย่างไร นักเรียนมีความ สนุกสนานในการเล่นเกม 4.การสร้างผลผลิตของ ความเข้าใจ ครูแจกสื่อการอ่าน Phonics โดยจะแบ่ง ออกเป็น 5 ชุดและจะส่ง ให้นักเรียนออกมาอ่าน หน้าห้องให้เพื่อนฟัง ครูแจกใบงานและ แบบฝึกหัดให้นักเรียนฝึก ทํา เพื่อที่จะวัดว่า นักเรียนสามารถประยุกต์ ความรู้ที่ได้จากการเรียน หรือไม่ สรุปความรู้ที่เรียนแล้ว นํามาประยุกต์ใช้ 5.ขั้นสะท้อนผลผ่าน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับบทเรียนที่ได้เรียนไปแล้วทําใบงานลงในสมุด ส่งคุณครูและทําสื่อเป็นของตนเองคนละ 1 ชิ้น นักเรียนจะได้รับความรู้ที่ คงทน กิจกรรมที่ 2 ชื่อกิจกรรม English consonant and vowel sound กิจกรรมนี้เป็นการฝึก รวมเสียงของตัวอักษรเพื่อสร้างออกมาเป็นคําเช่นคําว่า “cat” แทนที่จะอ่านว่า /เคอะ/ /แอะ/ /เทอะ/ เด็กๆก็จะอ่านรวมออกมาเป็นคําให้ได้ว่า “แค็ท” การสอนพื้นฐานให้กับเด็กๆโดยเริ่มจากการอ่านคําง่ายๆคือ การนําพยัญชนะไปผสมกับสระ เช่น At = /แอะ/ /ถึ/ = แอ็ท Am = /แอม/ /มึ/ = แอ็ม Ap = /แอะ/ /พึ/ = แอ๊พ As = /แอส/ /ซึ/ = แอ็ซ เมื่อเด็กสามารถออกเสียงสระ /a/ ได้อย่างชัดเจนแล้ว ก็สามารถข้ามไปสระต่อไปได้ ซึ่งวิธีที่จะช่วยให้ นักเรียนจดจําได้ง่ายก็คือการทบทวนทุกครั้งที่สอนจบในแต่ละสระ ให้กลับมาทบทวนอีกครั้ง แล้วจึงสอนสระ ตัวต่อไปแล้วกลับมาทบทวนใหม่เรื่อยๆในขั้นตอนนี้เราจะใช้สื่อเข้ามาช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เมื่อ 9
นักเรียนฝึกผสมคําได้คล่องแล้วนั้น นักเรียนก็จะมาเริ่มฝึกบอกความหมายของคําศัพท์ โดยวาดรูปเป็น ภาพประกอบเพื่อสร้างความเพลิดเพลินในการจดจําคําศัพท์ ถ้านักเรียนฝึกขั้นตอนนี้บ่อยๆก็เริ่มที่จะอ่านคล่องและบอกความของคําศัพท์ได้ จะเข้าใจวิธีการในการ อ่านได้ถูกต้อง กระบวนการ Active Learning กิจกรรมการเรียนรู้ การอ่าน การบอกความหมายของ คําศัพท์ เจตคติ 1.ขั้นกระตุ้นความสนใจ - ครูให้นักเรียนฝึกกระตุ้นความสนใจโดยใช้ กระบวนการ Bain gym การฝึกสมาธิ การเคาะ จังหวะ เพลงJolly song ชั่วโมงละ 5 นาที ครูสร้างบรรยากาศ กระตุ้นให้นักเรียนเกิด การเรียนรู้และกระตุ้น การตื่นตัวของนักเรียน 2.ขั้นสํารวจและค้นหา ครูอธิบายและให้ความรู้ แก่นักเรียนเรื่องการนํา พยัญชนะต้นมาผสมกับ สระ และพยัญชนะท้าย และให้ผู้เรียนมีบทบาท และส่วนร่วมในการทํา กิจกรรมในชั่วโมงให้มาก ที่สุดเช่นการติดบัตรคํา ให้นักเรียนอ่าน การ ตอบคําถามในชั่วโมง ครูอธิบายและให้ความรู้ เกี่ยวกับคําที่อยู่ในบัตร ว่าส่วนไหนคือพยัญชนะ ต้น( consonant) ส่วน ไหนคือสระ (vowel) และส่วนไหนคือ พยัญชนะท้ายและการ ออกเสียงของพยัญชนะ ท้าย เพื่อที่นักเรียนจะได้ มีความเข้าใจและรู้ ความหมายของคําศัพท์ ครูให้ความรู้กระตุ้นความ สนใจโดยการใช้ทฤษฎี BBL เข้ามาช่วยในการ จดจํา 3.ขั้นอภิปรายและลง ข้อสรุป ครูให้นักเรียนเล่นเกม words sound โดยการ แจกบัตรคําซึ่งเป็น คําศัพท์ให้นักเรียนคนละ 1 คํา ให้นักเรียนออกมา อ่านให้เพื่อนฟังข้างหน้า ห้องพร้อมติดบัตรคําไว้ บนกระดานแล้วให้วิ่งไป แตะมือเพื่อนคนอื่นวนไป ครูให้นักเรียนอ่านคําที่ ติดไว้บนกระดานทั้งหมด แล้วบอกความหมายของ คําศัพท์ที่ได้อ่าน นักเรียนมีความ สนุกสนานและตื่นเต้นใน การเล่นเกม 10
จนถึงคนสุดท้าย 4.ขั้นสร้างผลผลิตของ ความเข้าใจ ครูและนักเรียนช่วยกัน สรุปความรู้ที่ได้จากการ เล่นเกม words sound และให้นักเรียนได้ซักถาม ปัญหาและอุปสรรคใน การทํากิจกรรมการ เรียนรู้ ครูแจกใบงานและ แบบฝึกหัดให้นักเรียนทํา เพื่อที่จะวัดความรู้ว่า นักเรียนสามารถประยุกต์ ความรู้ที่ได้จากการ เรียนรู้ หรือไม่ สรุปความรู้ที่เรียนแล้ว นํามาประยุกต์ใช้ 5.ขั้นสะท้อนผลผ่าน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับบทเรียนที่ได้เรียนไปแล้วทําใบงานลงในสมุด ส่งคุณครูและทําสื่อเป็นของตัวเองคนละ 1 ชิ้น นักเรียนจะได้รับความรู้ที่ คงทน กิจกรรมที่ 3 ชื่อกิจกรรม Words to Sentences กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เน้นการอ่านและบอกความหมายของคําศัพท์ เป็นกิจกรรมต่อเนื่อง ในกิจกรรมที่ 2 ครูจะให้นักเรียนได้ฝึกผสมคําศัพท์ภาษาอังกฤษ และบอกความหมายของคําศัพท์ แล้วให้ นักเรียนฝึกอ่านประโยค โดยฝึกเชื่อมโยงเสียงระหว่างคําเพื่อพัฒนาทักษะในการอ่านภาษาอังกฤษให้คล่อง และเข้าใจในการอ่าน วันละ 10 ประโยค และก่อนเริ่มเรียนวิชาภาษาอังกฤษให้นักเรียนฝึกอ่านคําวันละ 10 คําเพื่อบอกความหมาย หากนักเรียนอ่านคําผิดหรือบอกความหมายผิด ต้องแก้คําผิดให้ถูกต้องก่อน โดยการ อ่านออกเสียงคํานั้นซ้ําจํานวน 5 ครั้ง และเขียนคําศัพท์พร้อมความหมายลงในสมุด นอกจากนี้ยังเพิ่มเวลาทํา การเรียนซ่อมเสริมในเรื่องการอ่านสะกดคําภาษาอังกฤษและบอกความหมายพร้อมทั้งฝึกใช้ภาษาอังกฤษใน การสื่อสารในกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ กระบวนการ Active Learning กิจกรรมการเรียนรู้ การอ่าน การบอกความหมายของ คําศัพท์ เจตคติ 1. ขั้นกระตุ้นความ สนใจ - ครูให้นักเรียนฝึกกระตุ้นความสนใจโดยใช้ กระบวนการ Brain gym การฝึกสมาธิ การเคาะ จังหวะ เพลงPhonics Song with two Words - ครูสร้างบรรยากาศ กระตุ้นให้นักเรียนเกิด การเรียนรู้และกระตุ้น การตื่นตัวของนักเรียน 2. ขั้นสํารวจและค้นหา - ครูอธิบายและให้ความรู้ เรื่องการเชื่อมเสียง - ครูอธิบายและให้ความรู้ เกี่ยวกับความหมายของ ครูให้ความรู้กระตุ้นความ สนใจโดยการใช้ทฤษฎี 11
ระหว่างคําโดยใช้สื่อการ อ่านโฟนิคส์ ข้อความที่นักเรียนอ่าน และฝึกแต่งประโยคจาก คําศัพท์ที่ได้เรียน BBL เข้ามาช่วยในการ จดจํา 3. ขั้นอภิปรายและลง ข้อสรุป - ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เล่นเกมส์ “Telephone Whisper” โดยให้นักเรียนยืนเป็น แถวตอนลึก และส่ง ตัวแทนคนสุดท้ายของแต่ ละแถววิ่งมาหาครู จากนั้นครูบอกคําศัพท์ กับนักเรียนตัวแทน - นักเรียนวิ่งกลับมาที่ กลุ่มของตนเองแล้ว จากนั้นกระซิบเบาๆกับ เพื่อนที่อยู่ด้านหน้าไป เรื่อยๆ - นักเรียนคนแรกที่ยืนอยู่ หน้ากระดานวิ่งออกไป เขียนคําศัพท์ที่ได้ยิน - นักเรียนกลุ่มใดที่เขียน ได้ถูกต้อง ถือว่าเป็นผู้ ชนะในรอบนั้นไป -ครูกล่าวชมเชยให้ กําลังใจและนําผลงาน ของนักเรียนลงเผยแพร่ ใน www.inskru.com เพื่อเป็นกําลังใจและเป็น สิ่งเร้าให้นักเรียนอยาก เรียนรู้หรือแสดง พฤติกรรมนั้นซ้ําอีก นักเรียนในแต่ละกลุ่ม ระดมความคิดเพื่อบอก ความหมายของประโยค ที่กลุ่มตนเองได้ แล้วพูด ประโยคภาษาอังกฤษนั้น พร้อมกับบอกความหมาย หน้าชั้นให้เพื่อนๆในห้อง ฟังทุกกลุ่ม นักเรียนมีความ สนุกสนานและตื่นเต้นใน การเล่นเกม 4. ขั้นสร้างผลผลิตของ ความเข้าใจ ครูและนักเรียนช่วยกัน สรุปความรู้ที่ได้จากการ ครูให้นักเรียนบอก ความหมายของคําศัพท์ สรุปความรู้ที่เรียนแล้วมา ประยุกต์ใช้ 12
เล่นเกม Whisper sentences และให้ นักเรียนได้ซักถามปัญหา และอุปสรรคในการทํา กิจกรรมการเรียนรู้ วันละ 10 คําแล้วให้นํา คําศัพท์ที่ได้แต่งเป็น ประโยค เพื่อที่จะได้ ทราบถึงความรู้ว่า นักเรียนสามารถประยุกต์ ความรู้ที่ได้รับ ได้หรือไม่ 5. ขั้นสะท้อนผลผ่าน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับบทเรียนที่ได้เรียนไป แล้วทําใบงานลงใน สมุดส่งครู แล้วให้นักเรียนเขียนประโยคภาษาอังกฤษ และบอกความหมายของข้อความในประโยค พร้อม ออกมาอ่านให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน นักเรียนจะได้รับความรู้ที่ คงทน 3.2.3 ขั้นติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล ในขั้นตอนนี้จะใช้ชุดการทดสอบแบบคัดกรองการอ่านคําศัพท์ภาษาอังกฤษ ผลปรากฏว่าจาก การดําเนินงานนักเรียนจํานวน 47 คนผ่านการทดสอบดังแผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบการสอบของนักเรียน ดังนี้ แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบการสอบก่อน – หลังของนักเรียน จากแผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบการสอบก่อน – หลังของนักเรียน พบว่าการใช้นวัตกรรม “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน ช่วย พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ในระดับดีมาก จากจํานวนร้อยละของนักเรียนที่เพิ่มขึ้น คือร้อยละ 61.70 และ ส่งผลให้นักเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐานของผู้เรียน o-net ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2562 และ 2563 อยู่ที่ร้อยละ 30. 19 และ 35.36 ตามลําดับ ผลปรากฏว่าการใช้กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ นวัตกรรม “Cheer up Reading using phonics พิชิตการอ่านสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยกิจกรรมฝึกฝนโดยใช้ กระบวนการเรียนรู้ Active Learning” ประสบผลสําเร็จและนักเรียนมีเจตคติที่ดีขึ้นในการเรียนการสอน รายวิชาภาษาอังกฤษ 0 5 10 15 20 25 30 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ผลการทดสอบก่อนใช้นวัตกรรม ผลการทดสอบหลังใช้นวัตกรรม คอลัมน์1 13
3.2.4 ขั้นพัฒนา แก้ไข/ปรับปรุง นําผลการประเมินมาปรับปรุงแก้ไข ทบทวนและพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ ถูกต้องและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น 4. ผลการดําเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ 4.1 ผลสําเร็จต่อนักเรียน 4.1.1 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5, และ 6 มีความสามารถในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 4.1.2 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5, และ 6 มีความสารถในการบอกความหมายของคําศัพท์ ได้ถูกต้องเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 4.1.3 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5, และ 6 มีเจตคติที่ดีในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 ดังแผนภูมิแสดงการเปรียบผลการเรียนรู้โดยใช้นวัตกรรม “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสาร ภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน ดังนี้ แผนภูมิแสดงการเปรียบผลทดสอบก่อน – หลังการใช้นวัตกรรม จากผลการทดสอบของนักเรียนก่อน – หลัง การใช้นวัตกรรมได้ผลดังนี้ ผลการทดสอบความรู้ของผู้เรียนก่อนการใช้นวัตกรรมได้ผลดังนี้ นักเรียนจํานวน 47 คน มีผลการทดสอบในระดับดีมาก จํานวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8.51 ผลการทดสอบในระดับดี จํานวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 40.43 ผลการทดสอบในระดับพอใช้ จํานวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 12.77 ผลการทดสอบในระดับปรับปรุง จํานวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 25.53 ผลการทดสอบความรู้ของผู้เรียนหลังการใช้นวัตกรรมได้ผลดังนี้ นักเรียนจํานวน 47 คน มีผลการทดสอบในระดับดีมาก จํานวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 61.70 ผลการทดสอบในระดับดี จํานวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 17.02 ผลการทดสอบในระดับพอใช้ จํานวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 14.89 0 5 10 15 20 25 30 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ผลการทดสอบก่อนใช้นวัตกรรม ผลการทดสอบหลังใช้นวัตกรรม คอลัมน์1 14
ผลการทดสอบในระดับปรับปรุง จํานวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 6.38 สรุปผลการใช้นวัตกรรมแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงการบอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษและ การมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษโดยใช้นวัตกรรม “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสาร ภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน ได้ดังนี้ก่อนการใช้นวัตกรรมนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 จํานวน 47 คน มีผลการทดสอบในระดับดีมากจํานวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8.51 หลังการใช้นวัตกรรมนักเรียนมีการพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงการบอกความหมายของคําศัพท์และมี เจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษดีขึ้นคือนักเรียนมีผลการทดสอบในระดับดีมากจํานวน 29 คน คิดเป็นร้อย ละ 61.70 พบว่าการใช้นวัตกรรม “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการ เรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ในระดับดีมาก 4.2 ผลที่เกิดกับครู คือ จากการทํานวัตกรรมวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice ชื่อ “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน เป็นนวัตกรรมที่ครู สามารถนํามาใช้จัดกระบวนการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และนวัตกรรมนี้สามารถนําไปเผยแพร่ให้คุณครูชั้น อื่นได้นําเอาวิธีการและหลักการในนวัตกรรมนี้ไปแก้ไขปัญหาเด็กอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกและบอกความหมาย ของคําศัพท์ไม่ได้ในแต่ละชั้น ซึ่งจะส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มสูงขึ้น 4.3 ผลที่เกิดกับผู้ปกครอง ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในกิจกรรมการดําเนินงานเมื่อจัดกระบวนการ เสร็จสิ้นเนื่องจากนักเรียนมีความกล้าแสดงออกและมั่นใจในการเรียนมากขึ้นโดยมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนในแต่ละ กิจกรรมที่คุณครูได้ให้นักเรียนทําแบบฝึกความกล้าแสดงออกในหลายกิจกรรมเช่นการนําเสนอภาษาอังกฤษวัน ละคําการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษและร้องเพลงภาษาอังกฤษเป็นต้น 4.4 ผลที่เกิดกับโรงเรียน คือโรงเรียนบ้านตานบเป็นโรงเรียนที่ขับเคลื่อนการสื่อสารภาษาอังกฤษใน โรงเรียนอย่างเข้มข้นโดยใช้นวัตกรรมตาม“Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วย กระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน ตามนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการและ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 2 ส่งผลให้นักเรียนมีผลการทดสอบการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (o-net) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2552 และ 2553 อยู่ที่ร้อยละ 30.19 และ 35.36 ตามลําดับ ประโยชน์ที่ได้รับจากนวัตกรรม จากการฝึกอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษทําให้นักเรียนทราบถึงวิธีการออก เสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมีความหมาย รู้หลักการใช้คําในการอ่านและการ พูดทําให้สามารถนําไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันได้ เช่น 1. มีทักษะในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง 2. มีทักษะในการฟังและบอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษ 15
3. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษ 4. เกิดความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น 5. ปัจจัยความสําเร็จ จากการดําเนินงานพัฒนาการอ่าน ภาษาอังกฤษและบอกความหมายของคําศัพท์เพื่อพัฒนา ทักษะ การสื่อสารชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 โรงเรียนบ้านตานบ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุรินทร์เขต 2 โดยใช้นวัตกรรมวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ชื่อ “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย 3 กิจกรรมคือ กิจกรรมที่ 1 Pronunciation กิจกรรมที่ 2 English consonant and vowel sound กิจกรรม ที่ 3 Words to Sentences โดยการบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้น ข้าพเจ้าได้นําหลักการ และคิดค้นนวัตกรรมขึ้นมา โดยข้าพเจ้าได้รับการสนับสนุนจากบุคคล หน่วยงานและภาคีเครือข่าย ดังนี้ 5.1 ด้านผู้บริหาร 5.1.1 ผู้บริหารกําหนดนโยบายแนวการปฏิบัติแนวการจัดประสบการณ์และดําเนินการอย่างต่อเนื่อง 5.1.2 สนับสนุนการพัฒนางานอย่างเป็นระบบนิเทศกํากับติดตามให้กําลังใจในการดําเนินงานทุกวัน 5.2 ด้านคณะครู หัวหน้าวิชาการและคณะครูทุกคนให้ความช่วยเหลือแนะนํามีเทศกํากับ ติดตาม ให้กําลังใจอย่าง สม่ําเสมอและเป็นแรงขับเคลื่อนในการดําเนินการพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการอ่านออกเสียง ภาษาอังกฤษและบอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร โดยมีการปรึกษา ประชุมและวางแผนการร่วมกิจกรรมสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC มีการสนับสนุนด้านสื่ออุปกรณ์ งบประมาณบางส่วนในการจัดกิจกรรมพัฒนาด้านการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษและบอกความหมายของ คําศัพท์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 เพื่อแก้ไขปัญหาการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษและ บอกความหมายของคําศัพท์เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร และยังมีการนิเทศติดตามประเมินผลทุกภาคเรียน เพื่อนําผลมาถอดบทเรียนและวางแผนร่วมกันในภาคเรียนต่อไปทําให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน 5.3 ด้านการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง การพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง ได้เข้ารับการอบรมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัด ประชุมปฏิบัติการทางวิชาการเป็นประจํา ทําให้ข้าพเจ้ามีการร่วมคิดร่วมทําร่วมพัฒนา และพัฒนาตนเองอย่าง ต่อเนื่อง การทํางานเป็นระบบยิ่งขึ้น งานทุกงานที่ทําได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทุกคนของโรงเรียน จน เป็นวัฒนธรรมขององค์กร ทําให้การพัฒนางานทุกระบบมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย นักเรียนได้รับการพัฒนา ด้านความรู้ความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ 5.4 ด้านนักเรียน 16
5.4.1 นักเรียนให้ความสนใจกระตือรือร้นและให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมด้วยนวัตกรรม “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน 5.12 นักเรียนมีวินัยในการจัดเก็บดูแลรักษาสื่อและนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะ การอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษ 5.5 ด้านผู้ปกครองชุมชน ผู้ปกครองชุมชนและหน่วยงานภายนอกให้ความร่วมมือและช่วยเหลือโรงเรียนในด้านต่างๆเป็นอย่างดี ช่วยเหลือในการระดมทรัพยากรในการจัดการศึกษา ให้ความอนุเคราะห์โรงเรียนในเรื่องแหล่งเรียนรู้ คณะกรรมการกํากับนิเทศติดตามคอยช่วยเหลือให้คําแนะนําให้คําปรึกษาในด้านต่างๆส่งผลให้เกิดการพัฒนา ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น 6. บทเรียนที่ได้รับ การจัดการเรียนรู้ด้วย“Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน ส่งเสริมคุณลักษณะของนักเรียนสู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ 3Rs8Cs ตาม จุดเน้นและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2 โดยมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบทักทอความรู้ ทักษะ คุณลักษณะผู้เรียนเข้าด้วยกันด้วยการลงมือปฏิบัติจริง Active Learning มุ่งเน้นให้นักเรียนสามารถเข้าใจและเรียนรู้อย่างมีความสุขและพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่ สมบูรณ์ จากนโยบายสู่การปฏิบัติของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 2 ในการ ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา 3 สร้างสู่ความยั่งยืน OQM Model ได้แก่ สร้างประการที่หนึ่งคือสร้างโอกาส บทเรียนที่ได้รับในการสร้างโอกาสจากนวัตกรรม “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วย กระบวนการเรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน นี้คือ นักเรียนได้รับการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาให้ เข้าถึงบริการทางการศึกษาได้อย่างเต็มศักยภาพ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้น นักเรียนได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตจากทักษะการฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษและบอกความหมายของคําศัพท์ ได้นําเสนอ ผลงานจากการเรียนรู้ของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ นอกจากนี้นักเรียนยังได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานแก่ผู้ที่ เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ผู้ปกครอง ครูที่มาเยี่ยมชมโรงเรียน สร้างประการที่สองคือ สร้างคุณภาพ จาก นวัตกรรมที่ใช้ ทําให้นักเรียนมีความรู้ตามมาตรฐานของหลักสูตรและได้รับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่าง มีคุณภาพตามกระบวนการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง Active Learning ก่อให้เกิดทักษะการแสวงหา ความรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนได้ด้วยตนเอง สร้างประการที่สามคือสร้างคุณธรรม จากความพยายาม คิดค้นนวัตกรรมการเรียนการสอนและการดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการนิเทศติดตามอย่างเป็นระบบ การได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนทําให้การดําเนินงานประสบผลสําเร็จส่งผลต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทําให้เกิดคุณธรรมกับนักเรียนดังต่อไปนี้ คือ นักเรียนมีความรู้มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีทักษะ ในการทํางานร่วมกัน มีน้ําใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นนักเรียนที่มีคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มีการ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีความภาคภูมิใจและชื่นชมในผลที่เกิดกับนักเรียน ผลแห่งการพัฒนากิจกรรมการ เรียนรู้ทําให้เกิดนวัตกรรม “Hero phonics” พัฒนาการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 17
Active Learning 5 ขั้นตอน ทําให้ข้าพเจ้ามีเทคนิคและวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพพัฒนาผู้เรียนได้ตาม นโยบายและจุดเน้นของหน่วยงานต้นสังกัด ข้อสังเกต/ ข้อเสนอแนะ และข้อควรระวัง การใช้นวัตกรรม “Hero phonics พัฒนาทักษะการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษและกระบวนการ Active Learning จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อนําไปสอนนักเรียนกลุ่มเล็กหรือรายบุคคล ทั้งนี้ตั้งแต่ระดับ ปฐมวัยและผู้สอนควรใช้เวลานอกชั้นเรียนเพื่อฝึกฝนนักเรียนเพิ่มเติม นวัตกรรม “Hero Phonics พัฒนา ทักษะการอ่านสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยกระบวนการ Active Learning” เพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงและ บอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษนั้น การเตรียมนวัตกรรมจะต้องใช้เวลา ดังนั้นผู้สอนจําเป็นต้องวาง แผนการดําเนินงานให้เป็นระบบเพื่อไม่ให้กระบวนการดําเนินงานติดขัด ทั้งนี้สามารถใช้นวัตกรรมนี้ต่อยอด ไปสู่การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ทักษะการเขียนสะกดคํา การบอกความหมายของคําศัพท์ การ เขียนประโยคและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ตามจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป 7. การเผยแพร่ผลงาน/ การได้รับการยอมรับ/ รางวัลที่ได้รับ 7.1 การเผยแพร่ - ได้นําเสนองานในการประเมินผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตําแหน่งครู ปีการศึกษา 2562 - ได้แลกเปลี่ยนเทคนิคการสอนระหว่างครูผู้สอนต่างระดับชั้นในกลุ่มโรงเรียนบ้านตานบ - ได้นํากระบวนการดําเนินงานเผยแพร่ผ่านเว็บไซค์ www. Inskru.com - ได้เผยแพร่ให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนานักเรียน - ได้เผยแพร่ให้โรงเรียนอื่นและเพื่อนร่วมวิชาชีพที่สนใจได้เข้ามาศึกษาดูงานการสอนโดยใช้ นวัตกรรม “Hero phonics พัฒนาทักษะการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning” 7.2 การได้รับการยอมรับ / รางวัลที่ได้รับ - ได้รับรางวัลครูผู้ฝึกซ้อมนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ (ป.4-6) รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญทอง การแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมครั้งที่ 66 ระดับเครือข่ายโรงเรียน ท่าตูม 2 -ได้รับรางวัลครูผู้ฝึกซ้อมนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทางภาษา Multi skills (ป.1-3) รางวัลรอง ชนะเลิศอันดับ 2 เหรียญทอง การแข่งขันงานศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 66 ระดับเครือข่ายโรงเรียนท่าตูม 2 - ได้รับรางวัลครูผู้ฝึกซ้อมนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน Impromptu Speech รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 เหรียญทอง การแข่งขันงานศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 69 ระดับเครือข่ายโรงเรียนท่าตูม 2 18
ภาคผนวก
กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดําเนินงาน 1. ขั้นวางแผน ศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องซึ่งได้แก่วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านตานบ ตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์หลักการ จุดมุ่งหมาย คุณลักษณะตามวัย ศึกษาโครงสร้างหลักสูตร การจัดกิจกรรมการสอนภาษาอังกฤษ ตามหลักโฟนิกส์ การ เรียนรู้ตามรูปแบบ Active Learning เพื่อนํามาเป็นแนวทางในการสร้างกิจกรรม โดยใช้นวัตกรรม “Hero phonics พัฒนาทักษะการอ่าน สื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ Active Learning” 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 ออกแบบนวัตกรรม 2.2 พิมพ์อักษรภาษาอังกฤษทั้งตัวอักษรพิมพ์เล็ก ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่เคลือบเครื่องเคลือบร้อนเพื่อให้งานมี ความคงทน ป้องกันน้ําและความชื้น 2.3 นํางานที่เคลือบร้อนมาตัดเป็นชิ้นส่วนต่างๆตามที่ได้ออกแบบไว้และนําไปคล้องสายเคเบิ้ลไทร์ทําจน ครบตามจํานวนคําศัพท์และอักษรที่ได้เตรียมไว้ 2.4 นําชุดกิจกรรมมาปรับปรุงตามคําแนะนําจากผู้เชี่ยวชาญ เช่นควรนําไป ใช้ในรูปแบบออนไลน์ได้ เพื่อให้เด็กได้ใช้ในสถานการณ์จริง ปรับเครื่องมือการประเมินผลพัฒนาการให้เป็นพฤติกรรมที่สามารถ ประเมินได้จริง ปรับขนาดของสื่อที่ใช้สอนให้มีขนาดชัดเจนที่สามารถกระตุ้นให้เด็กสนใจ 3. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดําเนินงาน
3.1ขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ Active Learning 5 ขั้นตอน กิจกรรมที่ 1 ชื่อกิจกรรม Pronunciation 1.ขั้นกระตุ้นความสนใจ ด้วยกิจกรรม Brain Gym การเคาะจังหะประกอบเพลง 2. ขั้นสํารวจและค้นหา ครูให้นักเรียนสํารวจปัญหาและให้ความรู้เรื่องการอ่านออกเสียงและบอกความหมาย ของคําศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้กระบวนการ BBL เข้ามาช่วยในการเรียนรู้ 3. ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่มเล่นเกมส์การออกเสีงพยัญชนะหน้า ชั้นเรียน 4. ขั้นสร้างผลผลิตของความเข้าใจ ครูแจกสื่อการอ่านโฟนิกส์ โดยจะแบ่งออกเป็น 5 ชุด ให้นักเรียน ออกมาอ่านหน้าห้องให้เพื่อนฟัง 5. ขั้นสะท้อนผลผ่านชุมชนการเรียนรู้ ผลจากการจัดกิจกรรมที่ 1 นักเรียนรู้และเข้าใจ การอ่านออกเสียงพยัญชนะ สระ ในภาษาอังกฤษและมี ชิ้นงานเป็นของตนเอง ทําให้มีความสนใจ กระตือรือร้นในการเรียน นั่นก็คือการมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน ภาษาอังกฤษ
กิจกรรมที่ 2 ชื่อกิจกรรม English consonant and vowel sound 1. ขั้นกระตุ้นความสนใจ ด้วยกิจกรรม 2. ขั้นสํารวจและค้นหา ครูถามคําถามเกี่ยวกับการอ่านออกเสียงคํา หลักโฟนิกส์ พร้อมกับให้ความรู้เรื่องความหมายของคําศัพท์ 3. ขั้นอภิปรายและงข้อสรุป ครูให้นักเรียนเล่นเกมส์ เรียน 4. ขั้นสร้างผลผลิตของความเข้าใจ ครู ความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้กระบวนการ 5.ขั้นสะท้อนผลผ่านชุมชนแหงการเรียนรู้ ผลจากกิจกรรมขั้นที่ 2 นักเรียนมีความกล้าแสดงออกและสามารถเข้าใจหลักการอ่านออกเสียงและการ บอกความหมาของคําศัพท์ให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน สามารถนําความรู้ที่ได้ มีความสุขในการทํากิจกรรมที่คุณครูสอนในห้องเรียน English consonant and vowel sound ขั้นกระตุ้นความสนใจ ด้วยกิจกรรม Brain Gym การเคาะจังหวะประกอบเพลง ครูถามคําถามเกี่ยวกับการอ่านออกเสียงคํา และให้ความรู้เกี่ยวกับการผสมคําตาม หลักโฟนิกส์ พร้อมกับให้ความรู้เรื่องความหมายของคําศัพท์ ขั้นอภิปรายและงข้อสรุป ครูให้นักเรียนเล่นเกมส์ words sound การอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษหน้าชั้น ขั้นสร้างผลผลิตของความเข้าใจ ครูแจกใบงานและแบบฝึกหัดให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงและบอก ความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้กระบวนการ BBL เข้ามาช่วยในการเรียนรู้ ขั้นสะท้อนผลผ่านชุมชนแหงการเรียนรู้ นักเรียนมีความกล้าแสดงออกและสามารถเข้าใจหลักการอ่านออกเสียงและการ บอกความหมาของคําศัพท์ให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน สามารถนําความรู้ที่ได้มาประยุกต์ทําเป็นชิ้นงานของตัวเอง มีความสุขในการทํากิจกรรมที่คุณครูสอนในห้องเรียน และให้ความรู้เกี่ยวกับการผสมคําตาม การอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษหน้าชั้น รียนฝึกอ่านออกเสียงและบอก นักเรียนมีความกล้าแสดงออกและสามารถเข้าใจหลักการอ่านออกเสียงและการ มาประยุกต์ทําเป็นชิ้นงานของตัวเอง
กิจกรรมที่ 3 ชื่อกิจกรรม words to sentences 1. ขั้นกระตุ้นความสนใจ ด้วยกิจกรรม 2. ขั้นสํารวจและค้นหา ครูเปิดวีดีโอ อธิบาย นิกส์ แล้วให้นักเรียนทําความเข้าใจกับเพื่อนๆในห้องเรียน 3. ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป ครูแบ่งกลุ่มให้นักเรียนเล่นเกมส์ เสียงประโยคภาษาอังกฤษ 4. ขั้นสร้างผลผลิตของความเข้าใจ ครูให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงคําศัพท์พร้อมทั้งบอกความหมายวันละ ภาษาอังกฤษตามรูปภาพ 5. ขั้นสะท้อนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ ผลจากการจัดกิจกรรมที 3 นักเรียนสามารถประยุกต์ความรู้ที่ได้เรียน ทําเป็นชิ้นงา รวมทั้งสามารถสร้างประโยคภาษาอังกฤษจากรูปภาพ และบอกความหมายให้เพื่อนๆในห้องฟัง รวมไปถึงได้ ฝึกคิดและลงมือทําสิ่งต่างๆด้วยตนเองตามความถนัดและศักยภาพ words to sentences ขั้นกระตุ้นความสนใจ ด้วยกิจกรรม Brain Gym การเคาะจังหวะประกอบเพลง ขั้นสํารวจและค้นหา ครูเปิดวีดีโอ อธิบายหลักการเชื่อเสียงระหว่างคําตามหลักการอ่านออกเสียงโฟ ามเข้าใจกับเพื่อนๆในห้องเรียน ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป ครูแบ่งกลุ่มให้นักเรียนเล่นเกมส์ “Telephone Whisper” ขั้นสร้างผลผลิตของความเข้าใจ นักเรียนสรุปความรู้จากการเล่นเกมส์“Telephone Whisper” ให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงคําศัพท์พร้อมทั้งบอกความหมายวันละ 10 คํา แล้วนําคําที่อ่านมาสร้างประโยค ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ นักเรียนสามารถประยุกต์ความรู้ที่ได้เรียน ทําเป็นชิ้นงา สร้างประโยคภาษาอังกฤษจากรูปภาพ และบอกความหมายให้เพื่อนๆในห้องฟัง รวมไปถึงได้ ฝึกคิดและลงมือทําสิ่งต่างๆด้วยตนเองตามความถนัดและศักยภาพ ฝึกทักษะจนถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเคาะจังหวะประกอบเพลง หลักการเชื่อเสียงระหว่างคําตามหลักการอ่านออกเสียงโฟ “Telephone Whisper” ฝึกออก “Telephone Whisper” คํา แล้วนําคําที่อ่านมาสร้างประโยค นักเรียนสามารถประยุกต์ความรู้ที่ได้เรียน ทําเป็นชิ้นงานในรูปแบบต่างๆ ๆ สร้างประโยคภาษาอังกฤษจากรูปภาพ และบอกความหมายให้เพื่อนๆในห้องฟัง รวมไปถึงได้ ฝึกทักษะจนถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง
แบบประเมินเจตคติที่ดีตอการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาการอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 โรงเรียนบ้านตานบ คําชี้แจง ให้นักเรียนทําเครื่องหมาย ลงในช่องระดับความคิดเห็นของแต่ละรายการประเมินโดยมีเกณฑ์ ความหมายดังนี้ ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ ระดับ 3 หมายถึง ปานกลาง ระดับ 4 หมายถึง ดี ระดับ 5 หมายถึง ดีมาก ลําดับ ที่ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 1 2 3 4 5 1. กิจกรรมเข้าใจง่ายและสามารถปฏิบัติได้ 12 10 24 2. กิจกรรมสนุกและมีสาระ 12 8 26 3. กิจกรรมเหมาะสมกับความรู้และความสามารถของ นักเรียน 8 10 28 4. กิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ และบอกความหมายของคําศัพท์ภาษาอังกฤษ 14 32 5. นักเรียนมีโอกาสใช้ภาษาและท่าทางเพื่อสื่อความหมาย 2 16 28 6. มีการให้ความช่วยเหลือและคําแนะนําที่เหมาะสม 4 12 30 7. มีการตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการทํากิจกรรม 10 36 8. นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรม 6 8 32 9. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการอ่านออกเสียง ภาษาอังกฤษและบอกความหมายของคําศัพท์ ภาษาอังกฤษมากขึ้น 7 12 24 10. นักเรียนมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น 6 16 24 11. นักเรียนสามารถนําความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจําวัน 6 8 32 ความคิดเห็นอื่นๆ 1………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เปรียบเทียบผลคะแนนการทดสอบก่อนและหลังเรียน จากการทําแบบทดสอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2, 4, 5 และ 6 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนบ้านตานบมีผลคะแนนการทดสอบก่อนและหลังเรียนแตกต่างกันดังนี้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ชื่อนักเรียน ผลการทดสอบความรู้ คะแนนเต็ม 20 คะแนน คะแนนก่อนเรียน ระดับคุณภาพ คะแนนหลังเรียน ระดับคุณภาพ A 13 ดี 17 ดีมาก B 17 ดีมาก 20 ดีมาก C 4 ปรับปรุง 10 พอใช้ D 6 ปรับปรุง 10 พอใช้ E 6 ปรับปรุง 10 พอใช้ F 17 ดีมาก 20 ดีมาก G 10 พอใช้ 17 ดีมาก H 15 ดี 20 ดีมาก I 13 ดี 20 ดีมาก J 13 ดี 20 ดีมาก K 12 ดี 20 ดีมาก L 13 ดี 20 ดีมาก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ชื่อนักเรียน ผลการทดสอบความรู้ คะแนนเต็ม 20 คะแนน คะแนนก่อนเรียน ระดับคุณภาพ คะแนนหลังเรียน ระดับคุณภาพ AA 5 ปรับปรุง 11 ดี BB 13 ดี 20 ดีมาก CC 8 ดีมาก 20 ดีมาก DD 12 ดี 20 ดีมาก EE 11 พอใช้ 17 ดีมาก FF 3 ปรับปรุง 10 พอใช้ GG 15 ดี 20 ดีมาก HH 7 ปรับปรุง 12 ดี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชื่อนักเรียน ผลการทดสอบความรู้ คะแนนเต็ม 20 คะแนน คะแนนก่อนเรียน ระดับคุณภาพ คะแนนหลังเรียน ระดับคุณภาพ AAAA 2 ปรับปรุง 5 ปรับปรุง BBBB 5 ปรับปรุง 10 พอใช้ CCCC 15 ดี 20 ดีมาก
DDDD 9 ปรับปรุง 12 ดี EEEE 4 ปรับปรุง 6 ปรับปรุง FFFF 14 ดี 20 ดีมาก GGGG 10 พอใช้ 15 ดี HHHH 11 พอใช้ 16 ดีมาก IIII 5 ปรับปรุง 11 พอใช้ JJJJ 12 พอใช้ 20 ดีมาก KKKK 12 พอใช้ 20 ดีมาก LLLL 7 ปรับปรุง 12 ดี MMMM 13 ดี 20 ดีมาก NNNN 11 พอใช้ 20 ดีมาก OOOO 14 ดี 20 ดีมาก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชื่อนักเรียน ผลการทดสอบความรู้ คะแนนเต็ม 20 คะแนน คะแนนก่อนเรียน ระดับคุณภาพ คะแนนหลังเรียน ระดับคุณภาพ AAAAA 2 ปรับปรุง 3 ปรับปรุง BBBBB 12 ดี 16 ดีมาก CCCCC 10 พอใช้ 15 ดี DDDDD 15 ดี 20 ดีมาก EEEEE 6 ปรับปรุง 12 ดี FFFFF 5 ปรับปรุง 11 พอใช้ GGGGG 9 ปรับปรุง 15 ดี HHHHH 14 ดี 20 ดีมาก IIIII 15 ดี 20 ดีมาก JJJJJ 15 ดี 20 ดีมาก KKKKK 13 ดี 20 ดีมาก LLLLL 16 ดีมาก 20 ดีมาก คะแนนก่อนเรียน ระดับคุณภาพ คะแนนหลังรียน ระดับคุณภาพ ค่าเฉลี่ย 11.29 ดี 16.29 ดีมาก เกณฑ์การให้คะแนน คะแนน 16-20 ระดับคุณภาพ ดีมาก คะแนน 12- 15 ระดับคุณภาพ ดี คะแนน 10-11 ระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนน 0-9 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง