The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อีสานบ้านเฮาบทเพลงที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและธรรมชาติของท้องถิ่นอีสาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anupap ronrueangrit, 2023-01-19 20:40:21

อีสานบ้านเฮาบทเพลงที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและธรรมชาติของท้องถิ่นอีสาน

อีสานบ้านเฮาบทเพลงที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและธรรมชาติของท้องถิ่นอีสาน

อีÿานบ้านเฮา ธรรมชาติและüิถีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน โดย นางÿาüณัฐชา üรรณกุล นางÿาüณัฐนรี ทะคำ นางÿาüÿลิลทิพย์ ทิพย์แก้ü นางÿาüชลณิชา ภูโคกÿูง นางÿาüนลินรัตน์ บุญตา ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ ๔/๓ เÿนอ คุณครูอานุภาพ รณเรืองฤทธิ์ โครงงานฉบับนี้เป็นÿ่üนĀนึ่งของรายüิชาภาþาไทยพื้นฐาน ๒ (ท๓๑๑๐๒) โรงเรียนÿตรีราชินูทิý อำเภอเมือง จังĀüัดอุดรธานี ÿำนักงานเขตพื้นที่การýึกþามัธยมýึกþาอุดรธานี


อีÿานบ้านเฮา ธรรมชาติและüิถีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน โดย นางÿาüณัฐชา üรรณกุลเลขที่ ๑๐ นางÿาüณัฐนรี ทะคำ เลขที่ ๑๑ นางÿาüÿลิลทิพย์ ทิพย์แก้üเลขที่ ๑๙ นางÿาüชลณิชา ภูโคกÿูง เลขที่ ๒๕ นางÿาüนลินรัตน์ บุญตา เลขที่ ๒๖ ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ ๔/๓ เÿนอ คุณครูอานุภาพ รณเรืองฤทธิ์ โครงงานฉบับนี้เป็นÿ่üนĀนึ่งของรายüิชาภาþาไทยพื้นฐาน ๒ (ท๓๑๑๐๒) โรงเรียนÿตรีราชินูทิý อำเภอเมือง จังĀüัดอุดรธานี ÿำนักงานเขตพื้นที่การýึกþามัธยมýึกþาอุดรธานี


ก เรื่อง อีÿานบ้านเฮา ธรรมชาติและüิถีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน ผู้ýึกþาค้นคü้า ๑. นางÿาüณัฐชา üรรณกุล ๒. นางÿาüณัฐนรี ทะคำ ๓. นางÿาüชนากานต์ อินทร์อำคา ๔. นางÿาüÿลิลทิพย์ ทิพย์แก้ü ๕. นางÿาüชลณิชา ภูโคกÿูง ๖. นางÿาüนลินรัตน์ บุญตา คุณครูที่ปรึกþา คุณครูอานุภาพ รณเรืองฤทธิ์ ระดับชั้น ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ ๔/๓ ปีการýึกþา ๒๕๖๕ บทคัดย่อ จากเนื้อเพลงอีÿานบ้านเฮาทำใĀ้มองเĀ็นถึงüัฒนธรรมเเละการดำรงชีüิต ของชาüอีÿานüิถีชีüิตคüามเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ÿ่üนใĀญ่ทำการเกþตรแบบยังชีพ จะเน้นที่การทำนาใช้แรงงานคนและÿัตü์ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามาการดำรงชีüิตแบบเดิม เริ่มจางĀายไปภาคอีÿานจะมีคüามĀลากĀลายและอุดมÿมบูรณ์ของทรัพยากร ทางธรรมชาติอยู่มาก ทั้งป่าไม้และÿัตü์นานาชนิด ชีüิตคüามเป็นอยู่จึงต้องอาýัยและพึ่งพิงธรรมชาติ มีการประดิþฐ์คิดค้นเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ขึ้นมาโดยใช้Āลักการง่าย ๆ แต่มีประÿิทธิภาพÿูง ถึงเเม้ดินเเดนอีÿานจะเเĀ้งเเล้งเเต่คนอีÿานก็ÿามารถที่จะปรับตัü เข้ากับÿิ่งเเüดล้อมได้ มีคüามÿุขกับการใช้ชีüิต มีüิถีชีüิตที่ĀลากĀลายมีüัฒนธรรม ที่โดดเด่นทั้งในด้านดนตรี ด้านประเพณี ด้านอาĀารการกิน ทำใĀ้คนอีÿานมีคüามÿุข เเละผูกพันกับÿิ่งเเüดล้อมที่อุดมÿมบูรณ์เเละเต็มเปรี่ยมไปด้üยüัฒนธรรม


ข กิตติกรรมประกาý ในการýึกþาโครงงานอีÿานบ้านเฮา ธรรมชาติและüิธีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน ÿำเร็จลุล่üงไปได้ ด้üยดีเนื่องจากได้รับคüามกรุณาอย่างÿูงจาก คุณครูอานุภาพ รณเรืองฤทธิ์ ที่ได้ใĀ้คüามอนุเคราะĀ์ โดยใĀ้คำปรึกþา แนะนำ ชี้แนะในการýึกþาค้นคü้า ขั้นตอนüิธีการจัดทำโครงงาน ตลอดจน การปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ด้üยคüามเอาใจใÿ่อย่างยิ่ง คณะผู้จัดทำตระĀนักถึงคüามตั้งใจ และคüามทุ่มเทของคุณครูอย่างแท้จริงจึงขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างÿูงไü้ ณ โอกาÿนี้ ขอกราบขอบพระคุณ บิดา มารดา ผู้ปกครองที่ใĀ้กำลังใจในการýึกþาเล่าเรียนและขอบคุณ ÿมาชิกในกลุ่มทุกคนที่ได้ใĀ้คüามร่üมมือและช่üยเĀลือ ตลอดจนคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ใน การýึกþาในครั้งนี้เป็นอย่างดี คณะผู้จัดทำ ขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างÿูงที่มีÿ่üนร่üมในการÿนับÿนุนและใĀ้คüาม อนุเคราะĀ์ช่üยเĀลือในการýึกþาโครงงานอีÿานบ้านเฮา ธรรมชาติและüิถีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน ในครั้งนี้จนกระทั่งประÿบคüามÿำเร็จลุล่üงไปได้ด้üยดี คณะผู้จัดทำ


ค ÿารบัญ เรื่อง Āน้า บทคัดย่อ...................................................................................................................... ก กิตติกรรมประกาý....................................................................................................... ข ÿารบัญ........................................................................................................................ ข บทที่ ๑ บทนำ............................................................................................................. ๑ ๑.๑ คüามเป็นมาและคüามÿำคัญของปัญĀา..................................................... ๑ ๑.๒ üัตถุประÿงค์ของโครงงาน........................................................................... ๒ ๑.๓ ขอบเขตการýึกþา...................................................................................... ๒ ๑.๔ นิยามýัพท์เฉพาะ........................................................................................ ๒ ๑.๕ ประโยชน์ที่คาดü่าจะได้รับ......................................................................... ๒ บทที่ ๒ เอกÿารที่เกี่ยüข้อง.......................................................................................... ๓ ๒.๑üิถีชีüิตของชาüอีÿาน.................................................................................... ๓ ๒.๒ เนื้อเพลงอีÿานบ้านเฮา.............................................................................. ๗ ๒.๓ ถอดคüามนัย.............................................................................................. ๗ บทที่ ๓ üิธีดำเนินงาน.................................................................................................. ๙ ๓.๑ ขั้นรüบรüมข้อมูล........................................................................................ ๙ ๓.๒ ขั้นüิเคราะĀ์ข้อมูล....................................................................................... ๙ ๓.๓ ขั้นÿรุป อภิปรายผล และเÿนอแนะ............................................................ ๓.๔ ตารางแÿดงแผนการปฏิบัติงาน………………………………………………………….. ๙ ๙ บทที่ ๔ ผลการüิเคราะĀ์ข้อมูล..................................................................................... ๑๐ ๔.๑ üรรณýิลป์ที่ปรากฏในเพลงอีÿานบ้านเฮา.................................................. ๑๐ ๔.๒ ภาพÿะท้อนÿังคมท้องถิ่นอีÿานที่ปรากฏในเพลงอีÿานบ้านเฮา………......... ๑๓ บทที่ ๕ ÿรุป อภิปรายผล และข้อเÿนอแนะ................................................................. ๑๔ ๕.๑ ÿรุปผล........................................................................................................ ๑๔ ๕.๒ อภิปรายผล................................................................................................. ๑๔ ๕.๓ ข้อเÿนอแนะ............................................................................................... ๑๖ บรรณานุกรม............................................................................................................... ๑๗ ภาคผนüก.................................................................................................................... ๑๘ ภาคผนüก ก ภาพการดำเนินงาน........................................................................ ๑๙ ภาคผนüก ข ประüัติผู้จัดทำ............................................................................... ๒๐


๑ บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ คüามเป็นมาและคüามÿำคัญของปัญĀา ภาคอีÿาน (มาจากภาþาบาลีĀรือภาþาÿันÿกฤต ऐशान aisana แปลü่า “ตะüันออกเฉียงเĀนือ") Āรือ ภาคตะüันออกเฉียงเĀนือ เป็นภูมิภาคĀนึ่งในประเทýไทย ตั้งอยู่บนแอ่ง โคราชและแอ่งÿกลนคร มีแม่น้ำโขงกั้นประเทýลาüทางทิýเĀนือและตะüันออกของภาค ทางทิýใต้มี เทือกเขาÿันกำแพงกั้นประเทýกัมพูชาและภาคตะüันออกของประเทýไทย และมีเทือกเขาเพชรบูรณ์ และเทือกเขาดงพญาเย็นเป็นแนüกั้นทางตะüันตกแยกจากภาคกลาง ภาคอีÿานยังมีเนื้อที่มากที่ÿุดของประเทýไทย ประมาณ ๑๖๘,๘๕๔ ตารางกิโลเมตร Āรือมีเนื้อที่ร้อยละ ๓๓.๑๗ เทียบได้กับĀนี่งในÿามของพื้นที่ทั้งĀมดของประเทýไทยได้จัดü่าเป็นพื้นที่ ที่ใĀญ่ที่ÿุดในประเทýไทย เทือกเขาที่ÿูงที่ÿุดในภาคอีÿานคือ ยอดภูลมโล ภูĀลüง และภูกระดึง ซึ่ง เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำÿายÿำคัญของชาüอีÿานในĀลายจังĀüัดด้üยกัน เช่น แม่น้ำĀ้üยĀลüง แม่น้ำชี ลำตะคอง แม่น้ำพอง แม่น้ำเลยภาþาĀลักของภาคนี้ คือ ภาþาอีÿานซึ่งเป็นภาþาลาüÿำเนียงĀนึ่ง ÿ่üนภาþาไทยกลางนิยมใช้กันแพร่ĀลายโดยเฉพาะในเมืองใĀญ่ขณะเดียüกันยังมีภาþาเขมรที่ใช้กัน มากในบริเüณอีÿานใต้ นอกจากนี้ มีภาþาถิ่นอื่น ๆ อีกมาก เช่น ภาþาผู้ไท ภาþาโÿ้ ภาþาไทยโคราช ภาþากูย (ÿ่üย) เป็นต้น üิถีชีüิตของชาüอีÿานมีüัฒนธรรม ประเพณีเฉพาะตน มีüิถีชีüิตคüามเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ÿ่üนใĀญ่ทำการเกþตรแบบยังชีพ จะเน้นที่การทำนาใช้แรงงานคนและÿัตü์ การปลูกบ้านจะยกพื้นÿูง รองรับการเลี้ยงÿัตü์และเก็บอุปกรณ์การเกþตร เพราะอาชีพÿ่üนใĀญ่เป็นเกþตรกรและเลี้ยงโค กระบือ อีกทั้งพื้นที่แถบอีÿานเป็นพื้นที่แĀ้งแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เป็นที่มาของประเพณี แĀ่นางแมü ที่เป็นการแĀ่แมüเพื่ออ้อนüอนขอฝนจากพญาแถนผู้ซึ่งÿามารถทำใĀ้ฝนตกต้องโดยปกติ ตามฤดูกาลได้ เพลงอีÿานบ้านเฮา ประพันธ์โดย อาจารย์พงþ์ýักดิ์ จันทรุกขา นักประพันธ์ชาüอุบลราชธานี ได้เขียนออกมาโดยÿะท้อนüิถีชีüิตคüามเป็นอยู่ของชาüอีÿานที่มีคüามเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ทำนาเพื่อ ดำรงชีพแÿดงใĀ้เĀ็นถึงคüามเĀนื่อยยากลำบากและพูดถึงคüามอุดมÿมบูรณ์ในถิ่นอีÿาน ได้มีการÿะท้อนÿภาพÿังคมคüามเป็นอยู่ในอดีตใĀ้ผู้คนได้รับรู้ผ่านเÿียงเพลง โดยมีจุดมุ่งĀมายใĀ้ผู้ที่ ฟังเพลงแล้üĀันมาÿนใจและอนุรักþ์üัฒนธรรมเĀล่านี้ใĀ้คงอยู่ต่อไปไม่เลือนĀาย


๒ ด้üยเĀตุนี้คณะผู้จัดทำได้เล็งเĀ็นคุณค่าทางüรรณýิลป์และüิถีชีüิตท้องถิ่นของชาüอีÿาน และเนื้อĀาบทเพลงนี้เกี่ยüข้องกับคüามเป็นอยู่ของชาüอีÿานที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงมีจุดประÿงค์ที่จะนำบทเพลงนี้มาýึกþาและถ่ายทอดเพื่อจะเป็นประโยชน์ÿำĀรับผู้ที่ÿนใจ ในเรื่องเดียüกันได้ýึกþาเพื่อทราบüิถีชีüิตท้องถิ่นที่ไม่ÿามารถทราบที่ได้นอกจากภาคอีÿาน ๑.๒ üัตถุประÿงค์ของโครงงาน ๑.๒.๑. เพื่อýึกþาคุณค่าด้านüรรณýิลป์ในเพลงอีÿานบ้านเอา ๑.๒.๒. เพื่อýึกþาเกี่ยüกับüิถีชีüิต และคüามเป็นอยู่ของชาüอีÿาน ๑.๓ ขอบเขตการýึกþา ๑.๓.๑. เพลง อีÿานบ้านเฮา ๑.๔ นิยามýัพท์เฉพาะ ๑.๔.๑. อีÿานบ้านเฮา Āมายถึงคüามเป็นเอกลักþณ์ในท้องถิ่นภาคอีÿาน ๑.๔.๒. ธรรมชาติและüิถีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน Āมายถึงธรรมชาติและคüามเป็นอยู่ของคน ในท้องถิ่นภาคอีÿาน ๑.๕ ประโยชน์ที่คาดü่าจะได้รับ ๑.๕.๑. ได้รู้คุณค่าด้านüรรณýิลป์ในเพลงอีÿานบ้านเอา ๑.๕.๒. ได้คüามรู้เกี่ยüกับüิถีชีüิต และคüามเป็นอยู่ของชาüอีÿาน ๑.๕.๓. ได้ทราบถึงÿิ่งที่ผู้ประพันธ์ต้องการที่จะÿื่อในเพลงอีÿานบ้านเฮา


๓ บทที่ ๒ เอกÿารที่เกี่ยüข้อง ในบทนี้ คณะผู้จัดทำได้รüบรüมแนüคิดที่ใช้ýึกþา ตลอดจนงานและบทคüามที่ýึกþาประเด็น ต่าง ๆ ที่เกี่ยüข้องกับการทำโครงงานครั้งนี้ จากการýึกþาเอกÿารที่เกี่ยüข้องพบü่ามีĀลายประเด็น ที่น่าÿนใจคüรที่จะýึกþาค้นคü้าต่อ และนำไปประยุกต์ใช้ในการýึกþาüิเคราะĀ์เพลง อีÿานบ้านเฮา ดังนี้ ๒.๑ üิถีชีüิตของชาüอีÿาน ๒.๑.๑. การทำเกþตร ๒.๑.๒. คüามเป็นอยู่ของคนอีÿาน ๒.๑.๓. อาĀารของภาคอีÿาน ๒.๒ เนื้อเพลงอีÿานบ้านเฮา ๒.๓ ถอดคüามนัย ๒.๑ üิถีชีüิตของชาüอีÿาน ๒.๑.๑. การทำเกþตร ในภาคอีÿานมีลักþณะทำการเกþตรแบบยังชีพ เป็นÿ่üนมาก คือทำการเกþตรเพื่อที่จะนำผลิตผลมาบริโภคในครัüเรือนของตน เช่น ปลุกข้าüไü้กิน, ปลูกฝ้าย ไü้ทอผ้า เลี้ยงไĀมไü้ทอผ้า เป็นต้น การเกþตรÿ่üนใĀญ่จะเน้นที่การทำนาเป็นÿ่üนใĀญ่ ซึ่งการทำนา ยังคงใช้แรงงานจากคนและÿัตü์อยู่ บริเüณปลูกข้าüที่ÿำคัญคือที่รายลุ่มแม่น้ำ เกþตรกรยังมีการใช้ แรงงานไม่เต็มที่ตลอดปี ในช่üงฤดูแล้งเป็นช่üงที่ทำงานไม่เต็มที่มากที่ÿุดเลยต้องย้ายเข้ากรุง เพื่อไปĀางานที่นั้นแทน ปัจจุบันมีการตื่นตัüที่จะปลูกพืชเงินมากขึ้น โดยใช้ที่ดอนĀรือถากถางป่าโคก เพื่อเพราะปลูก ทั้งนี้เพราะตลาดมีคüามต้องการมากขึ้น ดังนั้นภาคอีÿานจึงกลังประÿบปัญĀาป่าไม้ ถูกบุกรุกภาคอีÿานมีการพัฒนาชลประทานมากขึ้น โดยมีการพัฒนาชลประทานแบบอ่างเก็บน้ำมาก ที่ÿุด อ่างเก็บน้ำเล็กๆที่ÿร้างขึ้นมากกü่า ๑๐๐ แĀ่ง แต่ยังไม่เพียงพอต่อคüามต้องการเพราะยังมีพื้นที่ อีกจำนüนมากที่อยู่นอกเขตชลประทาน การปลูกพืชผักในเนื้อเพลงจะมีพืชผักĀลายชนิดที่เป็นÿิ่งที่ ชาüบ้านมักจะปลูกแล้üเก็บมาประกอบอาĀารเพื่อรับประทาน üิถีชีüิตของคนอีÿานมีüัฒนธรรม ประเพณีเฉพาะตน มีüิถีชีüิตคüามเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ÿ่üนใĀญ่ทำการเกþตรแบบยังชีพจะเน้นที่การ ทำนาใช้แรงงานคนและÿัตü์ การปลูกบ้านจะยกพื้นÿูงรองรับการเลี้ยงÿัตü์และเก็บอุปกรณ์การเกþตร ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามาการดำรงชีüิตแบบเดิมเริ่มจางĀายไป ÿมัยก่อนภาคอีÿานจะมีคüาม ĀลากĀลายและอุดมÿมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่มาก ทั้งป่าไม้และÿัตü์นานาชนิด


๔ ชีüิตคüามเป็นอยู่จึงต้องอาýัยและพึ่งพิงธรรมชาติ ภาคอีÿานมีพื้นที่กü้างใĀญ่ พื้นที่ราบในภาคตะüันออกเฉียงเĀนือมักมีทะเลÿาบรูปแอก เป็นจำนüนมาก แต่ทะเลÿาบเĀล่านี้จะมีน้ำเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น เมื่อถึงฤดูร้อนน้ำก็จะเĀือดแĀ้ง ไปĀมด เพราะดินÿ่üนใĀญ่เป็นดินทรายไม่อุ้มน้ำ น้ำจึงซึมผ่านได้เร็üภาคนี้จึงมีปัญĀา เรื่องการขาดแคลนน้ำ และดินขาดคüามอุดมÿมบูรณ์ ทำใĀ้พื้นที่บางแĀ่งไม่ÿามารถใช้ประโยชน์ ในการเกþตรได้อย่างเต็มที่ ด้üยที่มีคüามแĀ้งแล้ง ขาดแคลนน้ำทำใĀ้เกิดคüามเชื่อและประเพณี เกี่ยüข้องกับการขอฝน เช่น งานบุญบั้งไฟ ซึ่งถือü่าเป็นเทýกาลÿำคัญĀรือด้üยเĀตุผล จากคüามÿัมพันธ์ทางประüัติýาÿตร์ ทำใĀ้มีกลุ่มคนĀลายกลุ่มอพยพเข้ามาจากดิน แดนใกล้เคียง มีการÿร้างÿรรค์üัฒนธรรมของกลุ่มขึ้น เช่น การพูดภาþาอีÿาน ภาþาเขมร ภาþาÿ่üย การแÿดงĀมอลำ การร้องกันตรึม เป็นต้น ๒.๑.๒. คüามเป็นอยู่ของคนอีÿาน ภาคอีÿานเป็นภูมิภาคที่มีคüามĀลากĀลายทางเชื้อชาติ เพราะมีพรมแดนอยู่ติด กับĀลายชาติอีกทั้งมีการอพยพของประชาชนจากถิ่นอื่นๆทั้งในและนอกประเทýมาตั้งรกราก อยู่ภาคอีÿานเป็นเüลานาน บüกกับประชากรที่อาýัยอยู่เดิมที่ก็มีคüามĀลากĀลายมาตั้งแต่รุ่น บรรพบุรุþแล้ü ทำใĀ้ยิ่งมีคüามĀลากĀลายมากยิ่งขึ้น ประชากรที่ของภาคอีÿานมีĀลายเผ่าพันธุ์ที่มี มากที่ÿุดก็คงเป็นชาüไทอีÿาน คือชาüคนอีÿานที่พบได้ทั่üไป (ในอดีตคงĀมายถึงชาüอีÿานที่อาýัย อยู่ในเมืองĀรือชุมชนใĀญ่ๆผู้เขียน) และพบมากที่ÿุดในภาคอีÿานเป็นคนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาýัย อยู่ในแผ่นดินอีÿาน ชาüผู้ไท เดิมมาจากคำü่า พุไท Āรือüุไท ซึ่งĀมาย ถึงคนเผ่าไทกลุ่มĀนึ่งที่มีอยู่ใน แคü้นÿิบÿอง üุไท และอาณาจักรล้านช้างมีการเคลื่อนย้ายเข้ามาในภาคอีÿานĀลายครั้ง และจากที่ต่างๆกันและแยกย้ายกันไปอาýัยอยู่ในÿ่üนต่างๆของพื้นดินอีÿาน (ÿ่üนใĀญ่เป็นอีÿาน ตะüันออก) แถบจังĀüัดÿกลนคร นครพนม (ที่เด่นมากคือ ผู้ไทเรณู) และจังĀüัดมุกดาĀาร และชาüอีÿานเผ่าอื่นๆอีกมากมายที่พบ ในเขตภาคอีÿานซึ่งมีüิถีชีüิตและขนบธรรมเนียมประเพณีที่มี เอกลักþณ์เป็นของตนเองที่น่าÿนใจเป็นอย่างยิ่ง ดินแดนอีÿาน มีüัฒนธรรม ประเพณี เฉพาะตนมี üิถีชีüิตคüามเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ท่ามกลางคüามแร้นแค้นชาüอีÿานมีคüามเป็นอยู่เช่นไร ใช้ชีüิตอยู่ เช่นไร ÿร้างýิลปะ üัฒนธรรม ประเพณีเช่นไรขึ้นมา แต่ละจังĀüัด แต่ละÿถานที่อาจมีüิถีชิüิต คüามเป็นอยู่ที่แตกต่างตามลักþณะพื้นที่Āรือธรรมชาิติที่มีอยู่แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งĀมดล้üนคือüิถีชิüิต แĀ่งชาüอีÿาน การÿร้างบ้านของชุมชนในภูมิภาคตะüันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ÿมัยโบราณมักเลือกทำเลที่ตั้งอยู่ ตามที่ราบลุ่มที่มีแม่ÿำคัญๆไĀลผ่าน เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำมูล แม่น้ำชี แม่น้ำÿงคราม ฯลฯ รüมทั้ง อาýัยอยู่ตามริมĀนองบึง ถ้าตอนใดน้ำท่üมถึงก็จะขยับไปตั้งอยู่บนโคกĀรือเนินÿูง ดังนั้นชื่อĀมู่บ้าน ในภาคอีÿานจึงมักข้นต้นด้üยคำü่า “โคก โนน Āนอง” เป็นÿ่üนใĀญ่ลักþณะĀมู่บ้านทาง


๕ ภาคตะüันออกเฉียงเĀนือĀรือภาคอีÿานนั้นมักจะอยู่รüมกันเป็นกระจุก ÿ่üนที่ตั้งบ้านเรือนตามทาง ยาüของลำน้ำนั้นมีน้อย ผิดกับทางภาคกลางที่มักตั้งบ้านเรือนตามทางยาü ทั้งนี้เพราะมีแม่น้ำลำคลอง มากกü่า Āนุ่มÿาüชาüอีÿานเมื่อแต่งงานกันแล้ü ตามปกติฝ่ายชายจะต้องไปอยู่บ้านพ่อตาแม่ยาย ต่อเมื่อมีลูกจึงขยับขยายไปอยู่ที่ใĀม่ เรียกü่า “ออกเฮือน” แล้üĀักล้างถางพงĀาที่ทำนา ดังนั้นที่นาของคนชั้นลูกชั้นĀลานจึงมักไกลออกจากĀมู่บ้านไปทุกที และเมื่อบริเüณเĀมาะÿมจะทำนา Āมดไป เพราะพื้นที่ราบที่มีแĀล่งน้ำจำกัด คนอีÿานชั้นลูกĀลานก็มักชüนกันไปตั้งบ้านใĀม่อีก Āรือถ้าที่ราบในการทำนาบริเüณใดกü้างไกลไปมาลำบาก ก็จะชักชüนกันไปตั้งบ้านใĀม่ใกล้เคียง กับนาของตน ทำใĀ้เกิดการขยายตัüกลายเป็นĀมู่บ้านขึ้น ลักþณะการตั้งถิ่นฐาน ในการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนของคนอีÿานมักเลือกทำเลที่เอื้อ ต่อการยังชีพ ซึ่งมีองค์ประกอบทั่üไปดังนี้ แĀล่งน้ำ นับเป็นÿิ่งÿำคัญอันดับแรกอาจเป็นĀนองน้ำใĀญ่ ĀรือĀ้üย Āรือลำน้ำที่แยกÿาขามาจากแม่น้ำใĀญ่ ที่มีน้ำเฉพาะฤดูฝนÿ่üนมากเป็นที่ราบลุ่มÿามารถ ทำนาเลี้ยงÿัตü์ได้ในบางฤดูเท่านั้นชื่อĀมู่บ้านมักขึ้นต้นด้üยคำü่า “เลิง üัง Ā้üย กุด Āนอง และท่า” เช่น เลิงนกทา üังÿามĀม้อ Ā้üยยาง กุดนาคำ Āนองบัüแดง ฯลฯ บริเüณที่ดอนเป็นโคกĀรือที่ÿูง น้ำท่üมไม่ถึง ÿามารถทำไร่และมีทุ่งĀญ้าเลี้ยงÿัตü์ มีทั้งที่ดอนริมแม่น้ำและที่ดอนตามป่าริมเขา แต่มีน้ำซับไĀลมาบรรจบเป็นĀนองน้ำ ชื่อĀมู่บ้านมักขึ้นต้นด้üนคำü่า “โคก ดอน โพน และโนนอ” เช่น โคกÿมบูรณ์ ดอนÿüรรค์ โพนยางคำ ฯลฯ บริเüณป่าดงเป็นทำเลที่ใช้ปลูกพืชไร่และÿามารถĀา ของป่าได้ÿะดüกมีลำธารไĀลผ่าน เมื่ออพยพมาอยู่กันมากเข้าก็กลายเป็นĀมู่บ้านและมักเรียก ชื่อĀมู่บ้านขึ้นต้นด้üยคำü่า “ดง ป่า และเĀล่า” เช่น โคกýาลา ป่าต้นเปือย เĀล่าอุดม ฯลฯ บริเüณที่ราบลุ่มเป็นพื้นที่เĀมาะในการทำนาข้าü และทุ่งĀญ้าเลี้ยงÿัตü์ในĀน้าแล้งตัüĀมู่บ้านจะตั้งอยู่ บริเüณขอบĀรือแนüของที่ราบติดกับชายป่า แต่น้ำท่üมไม่ถึงในĀน้าฝนบางพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มมีน้ำขัง ตลอดปี เรียกü่า "ป่าบุ่งป่าทาม" เป็นต้น บริเüณป่าละเมาะมักเป็นที่ÿาธารณะÿามารถใช้เลี้ยงÿัตü์ และĀาของป่าเป็นอาĀารได้ ตลอดจนมีÿัตü์เล็กÿัตü์น้อยที่นำมาเป็นอาĀารยังชีพ รüมทั้งÿมุนไพร ใช้รักþาโรค และเป็นÿถานที่ยกเü้นไü้เป็นดอนปู่ตาตามคติคüามเชื่อของüัฒนธรรมกลุ่มไต-ลาü คำü่า “บ้าน”กับ “เฮือน” (คüามĀมายเช่นเดียüกับ “เรือน”) ÿำĀรับคüามเข้าใจของชาüอีÿาน แล้üจะต่างกัน คำü่า “บ้าน” มักจะĀมายถึง “Āมู่บ้าน” มิใช่บ้านเป็นĀลัง ๆ เช่น บ้านโนนÿมบูรณ์ บ้านนาคำแคน Āรือบ้านดงมะไฟ เป็นต้น ÿ่üนคำü่า “ เฮือน” นั้นชาüอีÿานĀมายถึงเรือนที่เป็นĀลัง นอกจากคำü่า “เฮือน” แล้üอีÿานยังมีÿิ่งปลูกÿร้างที่มีลักþณะการใช้ÿอยใกล้เคียงกัน แต่รูปแบบ แตกต่างกันไป เช่น คำ ü่า “โฮง” Āมายถึงที่พักอาýัยใĀญ่กü่า “เฮือน” มักมีĀลายĀ้อง เป็นที่อยู่ ของเจ้าเมืองĀรือเจ้าครองนครในÿมัยโบราณ คำü่า “คุ้ม” Āมายถึง บริเüณที่มี “เฮือน” รüมกันอยู่ Āลาย ๆ Āลัง เป็นĀมู่อยู่ในละแüกเดียüกัน เช่น คุ้มüัดเĀนือ คุ้มüัดใต้ และคุ้มĀนองบัü เป็นต้น คำü่า “ตูบ” Āมายถึง กระท่อมที่ปลูกไü้เป็นที่พักชั่üคราü มุงด้üยĀญ้าĀรือใบไม้


๖ ชาüอีÿานมีคüามเชื่อในการÿร้างเรือนใĀ้ด้านกü้างĀันไปทางทิýตะüันออกและตะüันตก ใĀ้ด้านยาüĀันไปทางทิýเĀนือและใต้ ซึ่งเป็นลักþณะที่เรียกü่า üางเรือนแบบ “ล่องตาเü็น” (ตามตะüัน) เพราะถือกันü่าĀากÿร้างเรือน ใĀ้ “ขüางตาเü็น” แล้üจะ “ขะลำ” คือเป็นอัปมงคล ทำใĀ้ผู้อยู่ไม่มีคüามÿุขบริเüณรอบ ๆ เรือนอีÿานไม่นิยมทำรั้ü เพราะเป็นÿังคมเครือญาติมักทำยุ้งข้าü ไü้ใกล้เรือน บางแĀ่งทำเพิงต่อจากยุ้งข้าüมีเÿารับมุงด้üยĀญ้าĀรือแป้นไม้ เพื่อเป็นที่ติดตั้งครก กระเดื่องไü้ตำข้าü ÿ่üนใต้ถุนบ้านซึ่งเป็นบริเüณที่มีการใช้ÿอยมากที่ÿุด จะมีการตั้งĀูกไü้ทอผ้า ทอเÿื่อ แคร่ไü้นั่งเลี้ยงลูกĀลาน นอกจากนั้นแล้üใต้ถุนยังใช้เก็บไĀĀมักปลาร้า และÿามารถกั้นเป็นคอกÿัตü์เลี้ยง ใช้เก็บเครื่องมือเกþตรกรรมตลอดจนใช้จอดเกüียน ๒.๑.๓.อาĀารของภาคอีÿาน Āากจะกล่าüถึงอาĀารการกินของคนอีÿาน Āลายคนคงรู้จักคุ้นเคยและได้ลิ้มชิมรÿ กันมาบ้างแล้ü ชาüอีÿานมีüิถีการดำเนินชีüิตที่เรียบง่ายเช่นเดียüกับการที่รับประทานอาĀาร อย่างง่ายๆ มักจะรับประทานได้ทุกอย่าง เพื่อการดำรงชีüิตอยู่ใĀ้ÿอดคล้องกับธรรมชาติ ของภาคอีÿาน ชาüอีÿานจึงรู้จักแÿüงĀาÿิ่งต่างๆ ที่ ÿามารถรับประทานได้ในท้องถิ่น มาดัดแปลง เป็นอาĀารรับประทาน อาĀารอีÿานเป็นอาĀารที่มีคüามแตกต่าง จากอาĀารของภาคอื่น ๆ และเข้ากับüิถีการดำเนินชีüิตที่เรียบง่ายของชาüอีÿาน อาĀารของชาüอีÿานในแต่ละมื้อ จะเป็นอาĀารง่ายๆเพียง ๒-๓ จาน ซึ่งทุกมื้อจะต้องมีผักเป็นÿ่üนประกอบĀลักพüกเนื้อÿ่üนใĀญ่ จะเป็นเนื้อปลา Āรือเนื้อüัüเนื้อคüาย คüามพึงพอใจในรÿชาติอาĀารของชาüอีÿานนั้นไม่มีตายตัü แล้üแต่คüามชอบของบุคคล แต่อาĀารพื้นบ้านอีÿานÿ่üนใĀญ่แล้üจะออกรÿชาติไปทางเผ็ด เค็ม และเปรี้ยüเครื่องปรุงอาĀารอีÿานที่ÿำคัญและแทบขาดไม่ได้เลย คือ ปลาร้า ซึ่งที่เกิดจากภูมิปัญญา ด้านการถนอมอาĀารของบรรพบุรุþของชาüอีÿาน ถ้าจะกล่าüü่าชาüอีÿานทุกครัüเรือนต้องมีปลาร้า ไü้ประจำครัüก็คงไม่ผิด ปลาร้าใช้เป็นÿ่üนประกอบĀลักของ อาĀารได้ทุกประเภท เĀมือนกับที่ชาü ไทยภาคกลางใช้น้ำปลาลักþณะการปรุงอาĀารพื้นเมืองอีÿานลาบ เป็นอาĀารประเภทยำที่มีเนื้อ มาÿับละเอียดĀรือĀั่นเป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ ปรุงรÿด้üย น้ำปลาร้า พริก ข้าüคั่ü ต้นĀอม ผักชี รับประทานกับผักพื้นเมือง นิยมใช้กับเนื้อปลาĀมูüัüคüายและไก่ก้อย เป็นอาĀารประเภทยำที่จะนำ เนื้อย่างมาĀั่นเป็นชิ้น ๆผÿมกับผักพื้นเมืองนิยมใช้กับเนื้อปลา Āมูüัü คüายและไก่ ทานกับผักÿด นานาชนิด ÿ่า เป็นอาĀารประเภทยำ ที่นำĀนังĀมู เนื้อĀมูย่างÿับมาผÿมกับĀัüปลี üุ้นเÿ้น แซ Āรือ แซ่ เป็นอาĀารประเภทยำที่นำเนื้อÿดมาปรุงนิยมใช้กับเนื้อüัüและĀมู คล้ายๆลาบ แต่มักใÿ่ เลือดÿด ๆ ด้üยกินกับผักÿดตามชอบคนโบราณนิยมกินเพราะเชื่อü่าเป็นยาชูกำลัง ปัจจุบันได้รับ คüามนิยมเฉพาะในชนบทที่Ā่างไกลอ่อมเป็นอาĀารประเภทแกงแต่มีน้ำน้อยมีผัก พื้นเมืองĀลายชนิด นิยมใช้กับเนื้อ ไก่และปลาĀรือเนื้อกบเนื้อเขียดĀรือเนื้อÿัตü์อื่น ๆแต่เน้นที่ปริมาณผัก


๗ ซึ่งในบทเพลงอีÿานบ้านเฮา ก็ได้อธิบายüิถีชีüิตและคüามเป็นอยู่ของชาüอีÿานนั้นเราอาจรับรู้ มาจากĀลายๆแĀล่งเพลงก็เป็นอีกทางĀนึ่งที่ÿื่อÿารใĀ้ได้รับรู้กันชัดเจนบ้าง คลุมเครือบ้าง อย่างเพลง ๆ นี้ที่ อ.เทพพร เพชรอุบล ท่านได้ขัยร้องไü้นานแล้ü ซึ่งเนื้อĀาในเพลงÿื่อได้ชัดเจน ถึงธรรมชาติและüิถีชีüิตคüามเป็นอยู่ของชาüอีÿานเนื้อร้องบรรยายได้ดียิ่งนัก ๒.๒ เนื้อเพลงอีÿานบ้านเฮา Āอมดอกผักคะแยงยามฟ้าแดงค่ำลงมา แอ้บแอ้บเขียดจะนาร้องยามฟ้าฮ้องฮüนฮüน เขียดโม่เขียดขาคำเĀมือนĀมอลำพากันม่üน เมฆดำลอยปั่นป่üนฝนตกมาÿู่อีÿาน Āมู่Āญ้าตีนกั๊บแก้ ถูกฝนแลเขียüตระการ คüายทุยเÿร็จจากงานเล็มĀญ้าอ่อนตามคันนา รุ่งแจ้งพอพุ่มพรูตื่นเช้าตรู รีบออกมา เร่งรุดไถฮุดนารีบนำฟ้าฟ่าüนำฝน อีÿานบ้านของเฮาอาชีพเก่าแต่นานโดน เอาĀน้าÿู้ฟ้าฝน เฮ็ดนาไร่บ่ได้เซา เฮ็ดนาไร่บ่ได้เซา ม่üนเอ้ย...โอ่โอ้โอ่...ฮะโอโอ้โอ...ฮะโอโอ้นอ... ฮะโอโอ้โอ่.. โอโอ่โอ้นอ...ฮะโอโอ้โอ่..โอโอ่โอ้โอ... โอโอ่โอโอ่โอ้ละนอ... ม่üยเอ้ยม่üนเÿียงกบร้องอ๊บอ๊บกล่อมลำเนา ผักเม็กผักกะเดาผักกะโดนและผักอีฮีน ธรรมชาติแĀ่งบ้านนาฝนตกมามีของกิน ฝนแล้งแĀ้งแผ่นดิน Ā้üยบึงĀนองแĀ้งเĀือดĀาย มาแนเด้อมาเฮ็ดนามาแนเด้อĀล้าอย่าเดินผ่าย นับüันจะกลับกลาย Āนุ่มÿาüไĀลเข้าเมืองกรุง เÿียงแคนกล่องเÿียงซุง ตรุงลุงตรุงล่ะแล่นแตรลุงตรุง เÿียนแคนกล่อม เÿียงซอ อ้อนแล้üอ๋ออ้อนอี๋แล้üออ มาแนเด้อมาช่üยกันก่ออีÿานน้อบ้านของเฮา ๒.๓ ถอดคüามนัย เมื่อพระอาทิตย์กำลังจะตกดินผักเเขยงมีต่อมน้ำมันอยู่จึงÿ่งกลิ่นĀอมไปทั่üท้องนา พออีÿาน เข้าÿู่ฤดูฝนเขียดก็จะÿ่งเÿียงร้องกันÿนุกÿนานเĀมือนĀมอลำตอนฟ้าร้อง Āมู่Āญ้าตีนตุ๊กเเกถูกฝนทำ ใĀ้เขียüตระการอาชีพเก่าเเก่ของชาüอีÿานคือประกอบอาชีพเกþตรกรรมทำใĀ้üิถีชีüิตของชาüอีÿาน นั้นต้องอยู่กับธรรมชาติไม่ü่าจะเป็นการทำนาก็ต้องอยู่กับÿภาพอากาýที่ไม่เเน่นอนเเต่เมื่อถึงฤดูฝน ชาüนานั้นก็ต้องทำนาอยู่เพื่อการอยู่รอด คนอีÿานดั้งเดิมนั้นประกอบอาชีพเกþตรกรรมทำไร่ทำนา โดยอาýัยคüายเป็นแรงงานĀลักในการไถนา ทุกคนมีüิถีชีüิตที่เรียบง่ายอยู่กินแบบพอเพียงพึ่งพาอาýัย คüามอุดมÿมบูรณ์ของธรรมชาติในการดำรงชีüิต เมื่อฝนตกพืชตามธรรมชาตินั้นจะขึ้นตามท้องไร่ท้อง นาไม่ü่าจะเป็นผักเม็ก ผักÿะเดา ผักกระโดน และผักยีฮีนก็จะเก็บผักพüกนี้ไปประกอบอาĀารพอฤดู ร้อนก็ทำใĀ้น้ำในĀ้üย Āนอง คลอง บึงนั้นเเĀ้งเĀือด เมื่อเพราะยิ่งนานüันเข้าผู้คนไม่ü่าจะเป็นชาย ĀรือĀญิงก็ต่างพากันย้ายเข้าไปทำงานในกรุงเทพ


๘ การเปลี่ยนเเปลงดังกล่าüทำใĀ้คüามมั่นคงทางอาĀารของคนอีÿานĀมดไป โดยÿิ้นเชิงทำเช่นไร คüามอุดมÿมบูรณ์ของทุ่งนาบ้านเราจะกลับคืนมาÿู่เเผ่นดินอีÿานเĀมือนเดิม นอกจากพüกเรา ชาüอีÿานทุกคนที่จะช่üยกันดำรงคüามเป็นอีÿานนี้ใĀ้คงอยู่ต่อไป


๙ บทที่ ๓ üิธีดำเนินงาน ในการýึกþาค้นคü้าโครงงานเรื่องอีÿานบ้านเฮาธรรมชาติและüิถีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน คณะผู้จัดทำได้ดำเนินตามขั้นตอนต่อไปนี้ ๓.๑ ขั้นรüบรüมข้อมูล ๓.๒ ขั้นüิเคราะĀ์ข้อมูล ๓.๓ ขั้นÿรุป อภิปรายผล และเÿนอแนะ ๓.๔ ตารางแÿดงแผนการปฏิบัติงาน ๓.๑ ขั้นรüบรüมข้อมูล ๓.๑.๑ รüบรüมและýึกþาข้อมูลเพลงอีÿานบ้านเฮา ๓.๑.๒ ýึกþาและรüบรüมข้อมูลที่เกี่ยüกับเพลงอีÿานบ้านเฮา ๓.๒ ขั้นüิเคราะĀ์ข้อมูล ýึกþาและüิเคราะĀ์เพลงอีÿานบ้านเฮาในด้านต่าง ๆ ดังนี้ ๓.๒.๑ üิเคราะĀ์คุณค่าทางด้านüรรณýิลป์จากเพลงอีÿานบ้านเฮา ๓.๒.๒ üิเคราะĀ์ภาพÿะท้อนÿังคมจากเพลงอีÿานบ้านเฮา ๓.๓ ขั้นÿรุป อภิปรายผล และเÿนอแนะ ๓.๓.๑ ÿรุป อภิปรายผล และข้อเÿนอแนะ ๓.๔ ตารางแÿดงแผนการปฏิบัติงาน ลำดับที่ รายการปฏิบัติงาน üัน/เดือน/ปี ÿถานที่ ĀมายเĀตุ ๑ ประชุมÿมาชิกในกลุ่ม ๒๖/๑๐/๖๕ โรงเรียนÿตรีราชินูทิý ๒ üางแผนการปฏิบัติงาน ๒๘/๑๐/๖๕ โรงเรียนÿตรีราชินูทิý ๓ รüบรüมและýึกþาข้อมูล ๒/๑๑/๖๕ โรงเรียนÿตรีราชินูทิý ๔ ýึกþาและüิเคราะĀ์ข้อมูล ๙/๑๑/๖๕ โรงเรียนÿตรีราชินูทิý ๕ ÿรุปและอภิปรายผล ๑๖/๑๑/๖๕ โรงเรียนÿตรีราชินูทิý ๖ นำเÿนอโครงงาน ๓๐/๑๑/๖๕ โรงเรียนÿตรีราชินูทิý


๑๐ บทที่ ๔ ผลการüิเคราะĀ์ข้อมูล การýึกþาโครงงานเรื่องอีÿานบ้านเฮา ธรรมชาติและüิถีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน จะüิเคราะĀ์üรรณýิลป์ที่ปรากฏในเพลงอีÿานบ้านเฮาและภาพÿะท้อนÿังคมท้องถิ่นอีÿาน ที่ปรากฏในเพลงอีÿานบ้านเฮา โดยýึกþาตามรายละเอียดดังนี้ ๔.๑ üรรณýิลป์ที่ปรากฏในเพลงอีÿานบ้านเฮา มีดังนี้ ๔.๑.๑ การเล่นเÿียง ๔.๑.๒ การเล่นคำ ๔.๑.๓ การใช้ภาพพจน์ ๔.๑.๔ คำýัพท์ภาþาถิ่น ๔.๒ ภาพÿะท้อนÿังคมท้องถิ่นอีÿานที่ปรากฏในเพลงอีÿานบ้านเฮา ๔.๒.๑ ภาพÿะท้อนÿังคมด้านüิถีชีüิตคüามเป็นอยู่ ๔.๒.๒ ภาพÿะท้อนÿังคมด้านüัฒนธรรม ๔.๒.๓ ภาพÿะท้อนÿังคมด้านค่านิยม ๔.๑ üรรณýิลป์ที่ปรากฏในเพลงอีÿานบ้านเฮา มีดังนี้ ๔.๑.๑ การเล่นเÿียง ตัüอย่าง ๑ ม่üนเอ้ย...โอ่โอ้โอ่...ฮะโอโอ้โอ...ฮะโอโอ้นอ…ฮะโอโอ้โอ่... โอโอ่โอ้นอ...ฮะโอโอ้โอ่…โอโอ่โอ้โอ... โอโอ่โอโอ่โอ้ละนอ... ม่üยเอ้ยม่üนเÿียงกบร้องอ๊บอ๊บกล่อมลำเนา จากตัüอย่างข้างต้น ในเนื้อเพลงเป็นการเล่นเÿียงพยัญชนะของ /อ/ และยังมีการเล่นเÿียง ในÿระโอ ที่ผู้แต่งมีการÿรรคำ มาเขียนเพื่อใĀ้เนื้อเพลงที่เขียนออกมาเกิดคüามไพเราะและผู้ฟังรู้ÿึก ÿนุกไปกับเนื้อเพลงĀรือทำนองเพลง ตัüอย่างที่ ๒ ผักเม็กผักกะเดาผักกะโดนและผักอีฮีน จากตัüอย่างข้างต้น ในเนื้อเพลงเป็นการเล่นเÿียงพยัญชนะของ /ผ/ ที่ผู้แต่งมีการÿรรคำ มาเขียนเพื่อใĀ้เนื้อเพลงที่เขียนออกมาเกิดคüามĀลากĀลายของพืชผัก ตัüอย่างที่ ๓ ฝนแล้งแĀ้งแผ่นดินĀ้üยบึงĀนองแĀ้งเĀือดĀาย จากตัüอย่างข้างต้น ในเนื้อเพลงเป็นการเล่นเÿียงในÿระแอ และมีการเล่นเÿียงพยัญชนะ ของ Ā.Āีบ ที่ผู้แต่งมีการÿรรคำมาเขียนเพื่อใĀ้เนื้อเพลงเกิดคüามไพเราะคล้องจองและมีคüามĀมาย คล้ายคลึงกัน


๑๑ ตัüอย่างที่ ๔ เÿียงแคนกล่องเÿียงซุง ตรุงลุงตรุงล่ะแล่นแตรลุงตรุง เÿียนแคนกล่อม เÿียงซอ อ้อนแล้üอ๋ออ้อนอี๋แล้üออ จากตัüอย่างข้างต้น ในเนื้อเพลงเป็นการเล่นเÿียงÿระและพยัญชนะที่ĀลากĀลาย ไม่ü่าจะเป็นในÿระอุ ÿระออ และÿระแอ ยังมีการเล่นเÿียงพยัญชนะของ /ต//ล//อ//ซ/ โดยผู้แต่งมีการÿรรคำ มาเขียนเพื่อใĀ้เนื้อเพลงที่เขียนออกมาเกิดคüามไพเราะ คล้องจอง น่าฟัง ทั้งยังมีการเลียนเÿียงเครื่องดนตรีอีกด้üย ๔.๑.๒ การเล่นคำ ตัüอย่างที่ ๕ ฝนแล้งแĀ้งแผ่นดิน Ā้üยบึงĀนองแĀ้งเĀือดĀาย จากตัüอย่างข้างต้น เนื้อเพลงมีการเล่นคำตอนÿามคำคือ แĀ้ง เĀือด Āาย เป็นคำกริยา Āมายถึง ค่อย ๆ ĀดĀายไป ๔.๑.๓ การใช้ภาพพจน์ ตัüอย่างที่ ๖ เขียดโม้เขียดขาคำ เĀมือนĀมอลำพากันม่üน จากตัüอย่างข้างต้น คำü่า เĀมือน เป็นการแÿดงภาพพจน์แบบอุปมา เปรียบÿิ่งĀนึ่งเĀมือนอีก ÿิ่งĀนึ่งโดยเปรียบเÿียงกบเÿียงเขียดเป็นเĀมือนเÿียงร้องของĀมอลำ ที่ร้องเพลงอย่างÿนุกÿนาน เพลิดเพลิน ตัüอย่างที่ ๗ Āอมดอกกะแยงยามฟ้าแดงค่ำลงมา แอ้บแอ้บเขียดจะนา ร้องยามฟ้าฮ้องฮ่üนฮ่üน…ม่üนเอยม่üนเÿียงกบร้องอ๊บอ๊บ กล่อมลำเนา จากตัüอย่างข้างต้น ผู้แต่งใช้ภาพพจน์แบบÿัทพจน์ การเลียนเÿียงÿิ่งมีชีüิต คือคำที่เลียน รูปแบบทางÿัทýาÿตร์ของแĀล่งกำเนิดเÿียงที่พยายามจะกล่าüถึง ÿัทพจน์เป็นโüĀารภาพพจน์ อย่างĀนึ่งที่ใช้ตัüอักþรÿะกดใĀ้ออกเÿียงใĀ้คล้ายกับเÿียงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติĀรือที่ได้ยินทั่üไป มากที่ÿุด โดยใช้คำü่าแอ้บแอ้บ เลียนเÿียงเขียด และคำü่าอ๊บอ๊บ เลียนเÿียงกบ ตัüอย่างที่ ๘ Āอมดอกกะแยงยามฟ้าแดงค่ำลงมา แอ้บแอ้บเขียดจะนา ร้องยามฟ้าฮ้องฮ่üนฮ่üน จากตัüอย่างข้างต้น ผู้แต่งใช้ภาพพจแบบÿัทพจน์ การเลียนเÿียงธรรมชาติ ÿัทพจน์เป็นโüĀาร ภาพพจน์อย่างĀนึ่งที่ใช้ตัüอักþรÿะกดในการออกเÿียง ใĀ้คล้ายกับเÿียงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ Āรือที่ได้ยินทั่üไปมากที่ÿุดโดยใช้คำü่าฮ่üนฮ่üน เลียนเÿียงฟ้าร้อง


๑๒ ตัüอย่างที่ ๙ เÿียงแคนกล่อมเÿียงซุง ตรุงลุงตรุงละแล่นแตรลุงตรุง เÿียงแคนกล่อมเÿียงซอ อ้อนอี๋แล้üออ จากตัüอย่างข้างต้น ผู้แต่งใช้ภาพพจแบบÿัทพจน์เป็นการใช้ถ้อยคำที่เลียนเÿียงธรรมชาติ เช่น เÿียงดนตรี เÿียงร้องของÿัตü์ Āรือเลียนเÿียงกิริยาอาการต่าง ๆ ของคน การใช้ภาพพจน์ ประเภทนี้ไม่ü่าจะเป็นการพูดĀรือการเขียน จะช่üยÿื่อใĀ้ผู้รับÿารรู้ÿึกเĀมือนได้ยินเÿียง โดยธรรมชาติของÿิ่งนั้น ๆ และเĀ็นกิริยาอาการของÿิ่งนั้น ๆ ด้üย โดยท่อนนี้ใช้คำü่าตรุงลุงตรุงละแล่นแตรลุงตรุง และอ้อนอี๋แล้üออ แทนเÿียงดนตรี ๔.๑.๔ การใช้ภาþาอีÿาน ภาþาอีÿานที่ปรากฏในบทเพลง มีดังนี้ ลำดับที่ คำýัทพ์ คüามĀมาย ๑ ฮ้อง ร้องเปล่งเÿียง ๒ เขียดโม่ ชื่อเรียกเขียดชนิดĀนึ่งทางภาคอีÿานตัüจะมีลายขนาดใĀญ่ตามทุ่งนา ๓ ม่üน เÿนาะ,ไพเราะ,ÿนุก ๔ ตีนกั๊บแก้ ชื่อĀญ้าชนิดĀนึ่งมีลักþณะคล้ายเท้าตุ๊กแก(ตีนกั๊บแก้) เรียกĀญ้าตีนกั๊บแก้ ๕ เล็มĀญ้า การกัดกินĀญ้าทีละน้อย ๖ รุ่งแจ้ง เüลาเช้าที่มีแÿงÿü่างทั่üแต่ยังไม่มีแดด ๗ ไถฮุดนา การไถดินครั้งแรกก่อนที่จะเริ่มฤดูการทำนา ๘ ฟ่าü เร่งรีบ,รีบÿุด ๙ โดน นาน ๑๐ เฮ็ด การกระทำ,ประกอบขึ้น ๑๑ เซา ชะงัก,น้อยลง,เพลาลง ๑๒ ผักอีฮีน เป็นพืชท้องถิ่นอยู่ในตระกลูเดียüกับผักตบชüา ๑๓ เดินผ่าย เดินผ่าน ๑๔ เฮา ผม,ฉัน,เรา


๑๓ ๔.๒ ภาพÿะท้อนÿังคมท้องถิ่นอีÿานที่ปรากฏในเพลงอีÿานบ้านเฮา ๔.๒.๑ ภาพÿะท้อนÿังคมด้านüิถีชีüิตคüามเป็นอยู่ ตัüอย่างที่ ๑๐ ธรรมชาติแĀ่งบ้านนา ฝนตกมามีของกิน ฝนแล้งแĀ้ง แผ่นดิน Ā้üยบึงĀนองแĀ้งเĀือดĀาย จากข้อคüามข้างต้น เป็นการÿะท้อนใĀ้เĀ็นถึงüิถีชีüิตของชาüอีÿานอย่างชัดเจนü่า อาýัยฟ้าฝน เป็นÿำคัญในการประกอบอาชีพเกþตรกรรมและใช้ในการดำรงชีüิต ตัüอย่างที่ ๑๑ คüายทุยเÿร็จจากงาน เล็มĀญ้าอ่อนตามคันนา จากข้อคüามข้างต้น ü่าเป็นการÿะท้อนใĀ้เĀ็นถึงüิถีชีüิตของชาüอีÿานü่ามีการใช้คüายเป็น แรงงานในการไถนา ตัüอย่างที่ ๑๒ เร่งรุดไถฮุดนา รีบนำฟ้าฟ่าüนำฝน อีÿานบ้านของเฮา อาชีพเก่าแต่นานดน จากข้อคüามข้างต้น เป็นการÿะท้อนใĀ้เĀ็นถึงüิถีชีüิตü่าชาüอีÿานมีการประกอบอาชีพ เกþตรกรรม ตัüอย่างที่ ๑๓ เÿียงแคนกล่อมเÿียงซุง ตุ้งลุงตุ้ง แล่นแตนลุ่งตุง เÿียงแคนกล่อมเÿียงซอ อ้อนแล้üอ๋ออ้อนอีแล้üอ๋อ จากข้อคüามข้างต้น เป็นการÿะท้อนใĀ้เĀ็นถึงคนอีÿานมีการใช้เครื่องดนตรีเช่น แคน ซอ ซุง เล่นเพื่อทำใĀ้เกิดคüามเพลินเพลิดและÿนุกÿนาน ๔.๒.๒ ภาพÿะท้อนÿังคมด้านüัฒนธรรม ตัüอย่างที่ ๑๔ เขียดโม้เขียดขาคำ เĀมือนĀมอลำพากันม่üน จากข้อคüามข้างต้นเป็นการÿะท้อนใĀ้เĀ็นüัฒนธรรม โดยกล่าüถึง Āมอลำ เป็นรูปแบบ üัฒนธรรมทางภาคอีÿานของประเทýไทยÿามารถแบ่งออกได้เป็นĀลายอย่าง ตามลักþณะทำนองของ การลำ เช่น ลำเต้ย ลำพื้น ลำกลอน ลำเรื่อง ลำเรื่องต่อกลอน ลำเพลิน ลำซิ่ง ๔.๒.๓ ภาพÿะท้อนÿังคมด้านค่านิยม ตัüอย่างที่ ๑๕ มาเด้อมาเฮ็ดนา มาเด้อĀล้าอย่าเดินผ่าย นับüัน จะกลับกลาย บ่าüÿาüไĀลเข้าเมืองกรุง จากข้อคüามข้างต้น เป็นการÿะท้อนใĀ้เĀ็นถึงค่านิยมของĀนุ่มÿาüü่าการทำนาเป็นงานที่ ลำบากใช้แรงงานมากจึงย้ายไปทำงานที่กรุงเทพที่ÿบายและรายได้ดีกü่า


๑๔ บทที่ ๕ ÿรุป อภิปรายผล และข้อเÿนอแนะ การýึกþาโครงงานเรื่องอีÿานบ้านเฮา ธรรมชาติและüิถีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน จากเพลง อีÿานบ้านเฮา โดยมีüัตถุประÿงค์เพื่อýึกþา คุณค่า ด้านüรรณýิลป์ในบทเพลงอีÿานบ้านเฮา ÿามารถÿรุปผล อภิปรายผล และข้อเÿนอแนะ ดังนี้ ๕.๑ ÿรุปผล โครงงานเรื่องอีÿานบ้านเฮา ธรรมชาติและüิถีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน ÿามารถÿรุปผลการýึกþา ดังนี้ ๑. üรรณýิลป์ที่ปรากฏในเพลงอีÿานบ้านเฮา ๑.๑ การเล่นเÿียง ๑.๒ การเล่นคำ ๑.๓ การใช้ภาพพจน์ ๑.๔ การใช้ภาþาอีÿาน ๒. ภาพÿะท้อนÿังคมท้องถิ่นอีÿานที่ปรากฏในเพลงอีÿานบ้านเฮา ๒.๑ ภาพÿะท้อนÿังคมด้านüิถีชีüิตคüามเป็นอยู่ ๒.๒ ภาพÿะท้อนÿังคมด้านประเพณีและพิธีกรรม ๒.๓ ภาพÿะท้อนÿังคมด้านเýรþฐกิจ ๒.๔ ภาพÿะท้อนÿังคมเรื่องค่านิยม ๕.๒ อภิปรายผล จากการýึกþาคุณค่าด้านüรรณýิลป์และภาพÿะท้อนÿังคมในบทเพลงอีÿานบ้านเฮา พบü่า ในด้านคุณค่าüรรณýิลป์ซึ่งปรากฏÿอดแทรกอยู่ในทุกช่üงของเนื้อเพลง โดยปรากฏอยู่ในรูปแบบของ การเล่นเÿียงพยัญชนะ การเล่นคำซ้อน การใช้ภาพพจน์ อีกทั้งการใช้คำอีÿาน การเล่นคำจากเนื้อเพลงท่อน ฝนแล้งแĀ้งแผ่นดิน Ā้üยบึงĀนองแĀ้งเĀือดĀายจากตัüอย่าง ข้างต้นเนื้อเพลงมีการเล่นคำตอนÿามคำคือ แĀ้ง เĀือด Āาย เป็นคำกริยา Āมายถึง ค่อย ๆ ĀดĀายไป การใช้ภาพพจน์ผู้แต่งได้ใช้ภาพพจน์ที่ĀลากĀลายเพื่อใĀ้ผู้ฟังเĀ็นภาพในเนื้อเพลงได้อย่าง ชัดเจน การเลียนเÿียงÿิ่งมีชีüิต คือคำที่เลียนรูปแบบทางÿัทýาÿตร์ของแĀล่งกำเนิดเÿียงที่พยายามจะ กล่าüถึง เÿียงต่าง ๆ แทนเÿียงดนตรี การใช้ภาพพจน์ทั้งĀมดนี้เพื่อใĀ้ผู้ฟังได้เĀ็นภาพอย่างชัดเจน มากขึ้น


๑๕ การใช้คำภาþาอีÿาน ผู้เเต่งเป็นคนในภาคอีÿานและต้องการเผยแพร่เรื่องราüüิถีชีüิต คüามเป็นอยู่ของคนในท้องที่จึงได้ยกภาþาถิ่นมาใช้ในการแต่งเพลง เช่น ภาพÿะท้อนÿังคม ด้านüิถีชีüิตคüามเป็นอยู่การÿะท้อนใĀ้เĀ็นถึงüิถีชีüิตของชาüอีÿานอย่างชัดเจนü่า อาýัยฟ้าฝน เป็นÿำคัญในการประกอบอาชีพเกþตรกรรมและใช้ในการดำรงชีüิต ÿังคมไทยมีรากฐาน มาจากÿังคมเกþตรกรรมการÿังคมไทยมีรากฐานมาจากÿังคม เกþตรกรรม การปลูกข้าüเป็นการผลิตของคนÿ่üนใĀญ่ในประเทý üิถีชีüิตของคนเพาะปลูกข้าüจึง เป็นพื้นฐานÿําคัญ ในการรังÿรรค์üัฒนธรรมในด้านต่างๆ ทั้งüัฒนธรรมการเมือง การปกครอง üัฒนธรรมการกินอยู่ üัฒนธรรมทางคüามคิด คüามเชื่อ üัฒนธรรมทางภาþา และตลอดจนการ แÿดงออกต่างๆ การÿะท้อนใĀ้เĀ็นถึงüิถีชีüิตของชาüอีÿานü่ามีการใช้คüายเป็นแรงงานในการไถนา ในÿมัยก่อน คüายนับเป็นÿัตü์ที่ผูกพันกับคนไทยมาช้านานโดยเฉพาะ กับÿังคมเกþตรกรรม ถูกนำมาฝึกไü้ใช้ในการไถนา เป็นพาĀนะเดินทางเข้าพื้นที่การทำนา และใช้ในการเทียมเกüียน เพื่อการÿัญจรในอดีตการÿะท้อนใĀ้เĀ็นถึงคนอีÿานมีการใช้เครื่องดนตรีเช่นแคน ซอ ซุง เล่นเพื่อ ทำใĀ้เกิดคüามเพลินเพลิดและÿนุกÿนาน ดนตรีเป็นÿ่üนĀนึ่งของÿังคม และüัฒนธรรมของมนุþย์ มาตั้งแต่เกิด และยังดำเนินคüามÿัมพันธ์กับชีüิตมาตลอด ดนตรีจึงเป็นÿ่üนĀนึ่งของชีüิตจนยาก จะแยกออกจากกันได้ เพราะอาจจะถือได้ü่าýิลป์ดนตรีนั้นเป็นปัจจัยที่Ā้าของมนุþย์ ที่ÿร้างดนตรีขึ้นเพื่อที่จะระบายคüามคิด คüามรู้ÿึก Āรือÿร้างมโนภาพและประÿบการณ์จริง ซิ่งอาจเป็นคüามÿุขĀรือคüามทุกข์ด้üยเĀตุนี้จึงÿร้างýิลป์ขึ้นมาเพื่อชีüิต ดนตรีจึงเป็นýิลป์ที่ÿร้าง ขึ้นมาเพื่อตอบÿนองคüามต้องการของมนุþย์ ดนตรีนั้นยังเกี่ยüข้องกับÿังคมในแต่ละท้องถิ่นที่เรียกü่า ดนตรีพื้นบ้าน ซึ่งเป็นการถ่ายทอดÿืบเนื่องกันมาของชาüบ้านที่ประกอบพิธีต่าง ๆ ดนตรีพื้นบ้าน จึงมีคüามÿัมพันธ์ต่อüิถีชีüิตของชาüบ้าน ทั้งในด้านบันเทิงใจของคนในÿังคม ใĀ้ผ่อนคลาย คüามเĀน็ดเĀนื่อยจากการทำงาน และในด้านการประกอบพิธีกรรมทางýาÿนา และพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ช่üงชีüิตของชาüบ้าน ซึ่งจะÿะท้อนคüามคิดÿร้างÿรรค์ของบุคคล Āรือกลุ่มชนในระยะเüลาต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มชนยังคงรักþาไü้และนิยมเล่นกันในปัจจุบันอย่าง เช่น ดนตรีพื้นบ้านอีÿาน ภาพÿะท้อนÿังคมด้านüัฒนธรรมโดยกล่าüถึง Āมอลำ เป็นรูปแบบüัฒนธรรมทาง ภาคอีÿานของประเทýไทยÿามารถแบ่งออกได้เป็นĀลายอย่าง ตามลักþณะทำนองของการลำ เช่น ลำเต้ย ลำพื้น ลำกลอน ลำเรื่อง ลำเรื่องต่อกลอน ลำเพลิน ลำซิ่ง ภาพÿะท้อนÿังคมเรื่องค่านิยมเป็นการÿะท้อนใĀ้เĀ็นถึงค่านิยมของĀนุ่มÿาüü่าการทำนา เป็นงานที่ลำบากใช้แรงงานมากจึงย้ายไปทำงานที่กรุงเทพที่ÿบายและรายได้ดีกü่า


๑๖ ผู้คนเร่งแข่งกันĀาเงินทองและกอบโกยคุณภาพชีüิตที่ดีĀลายๆ ชีüิตกลับตระĀนักและคิดขึ้นได้ü่า แท้จริงแล้üข้าüคือÿิ่งจำเป็นที่ÿุดในชีüิต ทำใĀ้คนĀนุ่มÿาüĀลากĀลายชีüิตตัดÿินใจมาเป็นชาüนา และนั่นเองจึงทำใĀ้ได้เĀ็นคüามĀüังใĀม่ คüามĀüังของชาüนายุคทันÿมัย ที่ÿามารถลืมตาอ้าปากด้üย üิถีชาüนาที่เข้มแข็งและยั่งยืนในแบบฉบับของตัüเอง เพื่อคอยÿานต่อĀนทางแĀ่งการกินอยู่ ใĀ้คนในอีกยุคÿมัย ๕.๓ ข้อเÿนอแนะ จากการýึกþาโครงงานเรื่องอีÿานบ้านเฮา ธรรมชาติและüิถีชีüิตของท้องถิ่นอีÿาน พบข้อเÿนอดังนี้ ๕.๓.๑ คüรขอคำปรึกþาĀรือÿอบถามข้อมูลจากคนในท้องถิ่นภาคอีÿานโดยตรงเพื่อ ไม่ใĀ้ข้อมูลเกิดคüามผิดพลาด ๕.๓.๒ คüรตรüจÿอบและคัดกรองข้อมูลเพื่อไม่ใĀ้เกิดคüามผิดพลาด Āากมีข้อผิดพลาดคüรรีบแก้ไขอย่างรüดเร็ü ๕.๓.๓ คüรมีการรักþาและÿืบต่อüัฒนธรรมคüามเป็นอยู่เĀล่านี้ใĀ้คงอยู่ต่อไป ๕.๓.๔ คüรมีการÿืบทอดýิลปüัฒนธรรมเพลงอีÿานเพื่อใĀ้คงอยู่ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง ตามกาลเüลา


๑๗ บรรณานุกรม โกทูโนออนไลน์. (๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๔) “บรรยากาýแบบชนบทที่ÿงบไร้มารยา” ตำนานเพลงอีÿาน. โกทูโนออนไลน์. กกกกกกกhttps://www.gotoknow.org/posts/444384 ไทยรัฐออนไลน์.(๒๗ มีนาคม ๒๕๖๔). “เฮือนไทอีÿาน”แĀล่งเรียนรู้üิถีชีüิต.ไทยรัฐออนไลน์ กกกกกกกhttps://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2057835 THAI PBS.(ม.ป.ป.). อีÿานบ้านเฮา.THAI PBS กกกกกกกhttps://www.thaipbs.or.th/news/content/4860


๑๘ ภาคผนüก ภาคผนüก ก ภาพการดำเนินงาน ภาคผนüก ข ประüัติผู้จัดทำ


๑๙ ภาคผนüก ก ภาพการดำเนินงาน ภาพขอคำแนะนำจากคุณครูที่ปรึกþาโครงงาน ภาพขอคำแนะนำจากคุณครูที่ปรึกþาโครงงาน ภาพขอคำแนะนำจากคุณครูที่ปรึกþาโครงงาน ภาพขอคำแนะนำจากคุณครูที่ปรึกþาโครงงาน ภาพผู้จัดทำร่üมกันทำโครงงาน ภาพผู้จัดทำร่üมกันทำโครงงาน


๒๐ ภาคผนüก ข ประüัติผู้จัดทำ ชื่อ-นามÿกุล : นางÿาüณัฐชา üรรณกุล ชื่อเล่น : ดาด้า üัน/เดือน/ปี เกิด : ๑๗ พฤýจิกายน ๒๕๔๙ ที่อยู่ปัจจุบัน : ๙๖ Āมู่ ๓ ตำบลปะโค อำเภอกุดจับ จังĀüัดอุดรธานี ๔๑๒๔๐ ชื่อ-นามÿกุล : นางÿาüณัฐนรี ทะคำ ชื่อเล่น : โดนัท üัน/เดือน/ปี เกิด : ๘ ÿิงĀาคม ๒๕๔๙ ที่อยู่ปัจจุบัน : ๑๘/๒๗ Āมู่ ๑ ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังĀüัดอุดรธานี ๔๑๐๐๐ ชื่อ-นามÿกุล : นางÿาüÿลิลทิพย์ ทิพย์แก้ü ชื่อเล่น : ทิพย์ üัน/เดือน/ปี เกิด : ๑๐ มกราคม ๒๕๔๙ ที่อยู่ปัจจุบัน : ๓๖๓ Āมู่ ๙ ตำบลĀมูม่น อำเภอเมือง จังĀüัดอุดรธานี ๔๑๐๐๐


๒๑ ชื่อ-นามÿกุล : นางÿาüชลณิชา ภูโคกÿูง ชื่อเล่น : ณิชา üัน/เดือน/ปีเกิด : ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๙ ที่อยู่ปัจจุบัน : ๗๕ Āมู่ ๘ ตำบลĀนองนาคำ อำเภอเมือง จังĀüัดอุดรธานี ๔๑๐๐๐ ชื่อ-นามÿกุล : นางÿาüนลินรัตน์ บุญตา ชื่อเล่น : เดียร์ üัน/เดือน/ปีเกิด : ๑๙ พฤþภาคม ๒๕๔๙ ที่อยู่ปัจจุบัน : ๗๓ Āมู่ ๙ ต.โพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังĀüัดĀนองบัüลำภู


Click to View FlipBook Version