การปลูกป่าชายเลน โดยใชเ้ มล็ด
สำมำรถดำเนินกำรได้กับพนั ธไุ์ ม้ท่ีขยำยพันธุ์โดยเมลด็ หรอื ผล เช่น ตะบูนขำว ตะบนู ดำ แสมขำว แสมทะเล
ฝำดดอกขำว ฝำดดอกแดง หงอนไก่ทะเล และหลุมพอทะเล เป็นต้น แต่เนื่องจำกเมล็ดของพันธ์ุไม้ป่ำชำยเลน
จะถกู พัดพำไปตำมกระนำ้ ไดง้ ่ำย ในทำงปฏิบัติจงึ ไม่นยิ มปลกู ดว้ ยเมล็ดโดยตรงในพนื้ ท่ี และทีไ่ ดผ้ ลดีทีส่ ดุ คือ ต้อง
นำเมล็ดไม้เหล่ำนี้มำทำกำรเพำะชำ เพ่ือเตรียมกล้ำไม้ไว้ให้แข็งแรงและเพียงพอก่อนนำไปปลูกโดยตรงในพ้ืนท่ี
จึงจะทำให้กำรปลูกได้ผลดี โดยเทคนิคในกำรเพำะชำจะแตกต่ำงกันไปตำมลักษณะของเมล็ดแต่ละชนิด เช่น
เมลด็ ลำพู ลำแพนท่ีมีขนำดเลก็ ควรเพำะในกระบะเพำะกอ่ น แลว้ ยำ้ ยตน้ อ่อนลงในถุงเพำะชำ เมลด็ ตะบนู ขำวทมี่ ี
ขนำดใหญส่ ำมำรถเพำะลงในถงุ เพำะชำโดยตรงได้ เปน็ ต้น
การปลูกป่าชายเลน โดยใช้กลา้ ไมท้ ่ไี ดจ้ ากการเตรยี มกลา้ ในแปลงเพาะ
การเตรียมหลุมปลกู
หลมุ ทจี่ ะปลกู ตอ้ งจัดเตรยี มไว้โดยใช้เสยี มขุด ให้มีขนำดโตและลกึ กว่ำขนำดของถุงเพำะเล็กน้อย ทง้ั นี้
เพื่อให้ฝังลงในดินได้มิดพอดี หรืออำจจะใช้ไม้หลักปักลึกลงในดินตรงจุดท่ีจะปลูก แล้วโยกไม้วนไปรอบ ๆ เป็น
วงกลม เพ่ือให้ได้หลุมกว้ำงพอที่จะหย่อนกล้ำไม้ลงไปได้อย่ำงสะดวกและไม่กระทบกระเทือนต่อรำกไม้ด้วย โดย
ก่อนที่จะหยอ่ นกล้ำลงในหลมุ ควรทำกำรปรบั ก้นหลุมให้อยใู่ นระดับพอเหมำะกับขนำดถุงเพำะชำ
การปลูกและระยะการปลูก
ใช้มือทั้งสองบีบอัดดินในถุงเพำะชำให้เกำะยึดกันแล้วใช้มือฉีกหรือใช้มีดกรีดถุงออก ก่อนปลูก หรือ
อำจใชม้ ีดกรดี เฉพำะกน้ ถุงให้ขำดออกจำกกนั โดยรอบกไ็ ด้ แลว้ ใช้มอื ประคองดนิ ในถุงเพำะ แล้วหยอ่ นกลำ้ ลงไปใน
ถุงทีเ่ ตรียมไว้แลว้ โดยจัดวำงกลำ้ ไม้ใหต้ ้ังตรง แลว้ สดุ ทำ้ ยใช้ดินกลบปิดปำกหลุมและกดอัดดินรอบ ๆ หลุมให้แน่น
เพ่ือไม่ให้กล้ำไม้ที่ปลูกโยกคลอนจำกแรงคล่ืนและแรงลม สำหรับระยะกำรปลูกของพันธ์ุไม้ป่ำชำยเลน ส่วนใหญ่
จะใชร้ ะยะกำรปลูก ประมำณ 1×1 เมตร หรือ 1.5 x 1.5 เมตร หรือน้อยกว่ำซึ่งข้ึนอยู่กับวัตถุประสงค์ของกำรใช้
48 กิจกรรมปลกู จติ สำนึกรักษำทรัพยำกรธรรมชำติและปำ่ ไม้
ประโยชนไ์ มช้ นดิ ตำ่ ง ๆ กัน และวัตถุประสงค์อย่ำงอ่ืนของกำรปลูกด้วย เช่นกำรปลูกเพื่อกำรเป็นกำแพงกันคลื่น
ลมตำมชำยฝั่งทะเล กำรปลกู เพื่อเปน็ แหล่งอนุบำลสัตวน์ ำ้ อำจปลกู ระยะถี่ 0.75 x 0.75 เมตรก็ได้
ขั้นตอนการดาเนินกจิ กรรม
1. ประสำนงำนกับหนว่ ยงำนทีม่ สี ่วนเก่ียวข้องกบั กำรดูแลปำ่ ชำยเลน ได้แก่ กรมทรัพยำกรทำงทะเลและ
ชำยฝัง่ (กองอนุรักษ์ทรัพยำกรป่ำชำยเลน สำนกั งำนทรัพยำกรทำงทะเลและชำยฝัง่ ) กรมป่ำไม้
2. วำงแผนกำรจดั กจิ กรรมปลกู ป่ำชำยเลน โดยกำหนดพื้นท่ที จี่ ะปลกู ปำ่ ชำยเลน กำหนดจำนวนผูเ้ ข้ำร่วม
กจิ กรรม กำหนดช่วงเวลำดำเนนิ กิจกรรม กำหนดงบประมำณและทรพั ยำกรท่จี ะใชใ้ นกำรดำเนนิ กจิ กรรม
3. ดำเนินกิจกรรมตำมแผนงำน (ตำมระเบียบทำงรำชกำร ขออนุมัติโครงกำร แต่งต้ังคณะกรรมกำร
ดำเนินงำน เบิกจำ่ ยงบประมำณ รบั สมัครผเู้ ขำ้ ร่วมกจิ กรรม ประสำนงำนกบั หน่วยงำนท่เี กีย่ วขอ้ ง จัดวัสดุอุปกรณ์
ยำนพำหนะและดำเนนิ กจิ กรรมปลูกปำ่ ชำยเลน)
4. รำยงำนสรุปผลกำรดำเนนิ งำน
2.6 การสรา้ งฝายน้าล้น
กำรสร้ำงทำนบเก็บกักน้ำหรอื ฝำยเก็บกักนำ้ ในลักษณะทบึ และเก็บน้ำไดด้ ี ตำมร่องน้ำต่ำง ๆ ที่เหมำะสม
โดยพิจำรณำใช้เครื่องมือง่ำย ๆ ท่ีมีควำมคล่องตัวที่จะนำไปใช้ในกำรขุดเจำะพื้นดินและทดลองฉีดอัดซีเมนต์บำง ๆ
ลงไป หรอื อำจจะทดลองใชว้ ิธกี ำรปอ้ งกนั กำรซึมของน้ำดว้ ยวิธีกำรอื่น ๆ เช่น กำรผสมยำงมะตอยหรอื ใช้พลำสติก
เป็นสว่ นประกอบ เพื่อใหฝ้ ำยเหล่ำนี้สำมำรถเกบ็ นำ้ เพอื่ ช่วยในฤดแู ล้งสกั 2- 3 เดอื น กจ็ ะเป็นกำรเพียงพอที่จะทำ
ให้กล้ำไม้แขง็ แรงได้...
สรา้ งฝาย
สร้างชีวิต
พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช ทรงตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรพัฒนำป่ำไม้
เพรำะหำกวำ่ ป่ำมีควำมอุดมสมบูรณ์แล้ว ก็จะส่งผลให้ระบบนิเวศธรรมชำติเกิดควำมสมดุล ทำให้ฝนตกต้องตำม
ฤดูกำล สิ่งมีชีวิตต่ำง ๆ จะกำเนิดข้ึนและเกื้อกูลกันอย่ำงพึ่งพำ แนวคิดในกำรอนุรักษ์และจัดกำรป่ำและน้ำ จึง
เร่ิมต้นข้ึน เพื่อโอบอุ้มสรรพชีวิตต่ำง ๆ ในธรรมชำติให้อยู่อย่ำงยั่งยืน โดยพระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพล
อดุลยเดช ได้ทรงผนวกแนวคิดกำรนำทรัพยำกรมำใช้ประโยชน์สูงสุดและทรงคำนึงถึงปัจจัยและชีวิตที่เช่ือมโยง
สัมพันธ์เอื้ออำนวยซ่ึงกันและกันแต่ป่ำจะอยู่ไม่ได้เลยหำกขำดน้ำ ตำมแนวพระรำชดำริที่ว่ำ น ้ำหล่อเล้ียงชีวิต
พระองคจ์ ึงได้ทรงวำงรำกฐำนกำรชลประทำนแก่พสกนิกรไทยได้มีน้ำไว้กินไว้ใช้ เรำทั้งหลำยจึงได้รู้จักกับ ฝำยต้นน้ำ
ลำธำรซงึ่ ชว่ ยบรรเทำปัญหำกำรขำดแคลนนำ้ ในฤดูแลง้ และสภำวะน้ำทว่ ม ตลอดจนปัญหำสงิ่ แวดล้อมทรัพยำกรนำ้
จุดกาเนิดฝาย :
สืบเน่ืองมำจำกสภำพป่ำไม้ในปัจจุบันของประเทศไทยได้ลดจำนวนลงไปมำก เน่ืองมำจำกกำรบุกรุก
ทำลำยป่ำที่สืบเน่ืองมำนำนต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ป่ำไม้เส่ือมโทรมจนกระทบต่อชีวิตควำมเป็นอยู่ของ
ผู้คน ศนู ย์กำรศึกษำกำรพัฒนำห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมำจำกพระรำชดำริได้รับพระรำชทำนพระรำชดำริให้จัดต้ัง
ขึน้ เพอ่ื ศกึ ษำคน้ คว้ำหำรปู แบบที่เหมำะสมกับกำรพัฒนำพ้นื ทต่ี ้นนำ้ ลำธำร เพื่อเป็นแบบอยำ่ งกำรพัฒนำต่ำง ๆ ให้
เกษตรกรพึ่งตนเองได้ โดยไม่ทำลำยสภำพแวดล้อมทำงธรรมชำติ เพ่ือให้ประชำชนที่สนใจเข้ำไปศึกษำและ
นำไปใช้ประโยชน์ในกำรประกอบอำชพี ไดโ้ ดยทมี่ ีกำรอนรุ กั ษต์ น้ นำ้ ลำธำรและพฒั นำป่ำไมไ้ ปพร้อม ๆ กัน
รปู แบบของฝาย :
ฝำยต้นน้ำลำธำรหรือ ฝ ำยชะลอควำมช่มุ ชืน้ (Check dam) คอื สิง่ กอ่ สรำ้ งขวำงหรือกั้นทำงน้ำ ซ่ึงปกติ
มักจะกั้นลำห้วย ลำธำรขนำดเล็กในบริเวณท่ีเป็นต้นน้ำหรือพ้ืนท่ีท่ีมีควำมลำดชันสูง ให้สำมำรถกักเก็บตะกอน
กจิ กรรมปลกู จติ สำนึกรักษำทรัพยำกรธรรมชำติและป่ำไม้ 49
ไมใ่ ห้ไหลลงไปทบั ถมลำน้ำตอนลำ่ ง และหำกเป็นช่วงที่น้ำไหลแรงก็สำมำรถชะลอกำรไหลของน้ำให้ช้ำลง ถือเป็น
ภมู ิปญั ญำทอ้ งถิน่ ทีช่ ว่ ยรักษำและจัดกำรดินและน้ำตำมธรรมชำติได้ดีท่ีสุดวิธีกำรหนึ่ง ท้ังนี้รูปแบบของฝำยมี 3 แบบ
ไดแ้ ก่
1. ฝำยท้องถน่ิ เบือ้ งตน้ (ฝำยชัว่ ครำวหรอื ฝำยไมไ้ ผ)่
2. ฝำยกึง่ ถำวร (ฝำยหนิ ก่อดนิ ซเี มนต์)
3. ฝำยถำวร (ฝำยคอนกรีตเสริมเหลก็ )
เนื่องจำกอำยกุ ำรใช้งำนของฝำยแตล่ ะแบบแตกต่ำงกนั จึงมีข้อควรคำนงึ ในกำรสรำ้ งฝำยต้นนำ้ ลำธำร ดงั นี้
ข้อควรคานงึ ในการสร้างฝาย
1. ควรสำรวจสภำพพื้นที่ รวมท้ังวัสดุก่อสร้ำงและเลือกใช้รูปแบบของฝำยที่เหมำะสมกับสภำพภูมิประเทศ
ซ่งึ กำรสำรวจพน้ื ท่ีจะเปน็ ปัจจยั ที่สำคญั ทส่ี ุดในกำรสร้ำงฝำย เพรำะถ้ำตำแหน่งไมถ่ ูกตอ้ ง ฝำยมีโอกำสพงั ทลำยสูงมำก
2. ควรก่อสรำ้ งฝำยในพ้นื ทที่ ่รี ่องลำหว้ ยมีควำมลำดชนั ตำ่ เพ่ือจะได้ฝำยที่เก็บกกั น้ำไวบ้ รเิ วณหนำ้ ฝำยได้
3. ควรเลือกวัสดุก่อสร้ำงฝำยจำกวัสดุธรรมชำติที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น ก้อนหินหรือกิ่งไม้ ท่อนไม้ ควรใช้
เฉพำะไมล้ ม้ ขอนนอนไพรเป็นหลกั ไมค่ วรใช้กิง่ ไม้และท่อนไม้จำกกำรตัด
4. กำรสรำ้ งฝำยกอ่ นฤดฝู น และควรมกี ำรบำรงุ รกั ษำ ขดุ ลอกตะกอนและซอ่ มแซมเป็นประจำทุกปี
ประโยชนท์ ไ่ี ดจ้ ากการสรา้ งฝาย
1. ฝำยช่วยเกบ็ กกั นำ้ ชะลอไวใ้ ห้อยู่บนพ้นื ผิวดนิ ให้นำนขน้ึ น้ำมเี วลำซึมผ่ำนผิวดินลงสู่ใต้ดินมำกข้ึน ดิน
สำมำรถอมุ้ น้ำไว้ได้
2. ฝำยช่วยลดควำมรุนแรงของกำรเกิดไฟป่ำ เน่ืองจำกกำรกระจำยควำมชุ่มช้ืนมำกขึ้น สร้ำงระบบ
กำรควบคุมไฟปำ่ ดว้ ยแนวป้องกันไฟปำ่ เปียก (Wet fire break)
3. ฝำยช่วยลดกำรชะล้ำงพังทลำยของดนิ และลดควำมรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วย ทำให้ระยะเวลำ
กำรไหลของน้ำเพม่ิ มำกขึน้ ควำมชุ่มช้ืนมเี พ่มิ ข้นึ และแผก่ ระจำยควำมชุ่มชน้ื ออกไปเปน็ วงกว้ำงในพ้นื ทที่ ่ีท้ังสองฝั่ง
ของลำหว้ ย
4. ฝำยช่วยกักเก็บตะกอนและวัสดุต่ำง ๆ ท่ีไหลลงมำกับน้ำในลำห้วยได้ดี เป็นกำรช่วยยืดอำยุแหล่งน้ำ
ตอนล่ำงให้ต้นื เขนิ ช้ำลง คณุ ภำพของน้ำมตี ะกอนปะปนน้อยลง
5. ฝำยช่วยเพิม่ ควำมหลำกหลำยทำงดำ้ นชีวภำพให้แก่พน้ื ท่ี
6. ฝำยเป็นแหล่งที่อยู่อำศัยของสัตว์น้ำ และใช้เป็นแหล่งน้ำเพ่ือกำรอุปโภคบริโภคของมนุษย์และสัตว์ป่ำ
ต่ำง ๆ ตลอดจนมนี ้ำใชเ้ พื่อกำรเกษตรกรรมอกี ด้วย
50 กจิ กรรมปลูกจิตสำนกึ รกั ษำทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้
แนวทางการก่อสรา้ งฝายตน้ นา้ ลาธาร/ฝายชะลอนา้
1. การเลอื กสถานทีก่ ่อสรา้ ง
ในกำรเลือกจดุ ท่ีกอ่ สร้ำงฝำยต้นน้ำลำธำรปจั จัยสำคัญท่ีควรคำนงึ ถึงคือ ประโยชน์ท่ีจะได้รับจำกฝำย
ไม่ว่ำจะเป็น ด้ำนกำรอนุรักษ์ต้นน้ำ ด้ำนนิเวศวิทยำป่ำไม้ ด้ำนเกษตรกรรม ตลอดจนด้ำนชุมชน นอกจำกน้ี
กำรกำหนดพืน้ ทที่ ่ีจะก่อสร้ำง ยงั ตอ้ งขนึ้ อยกู่ ับสภำพพื้นท่คี วำมจำเป็น และควำมเหมำะสมอ่นื ๆ ประกอบด้วย
2. การเลือกวสั ดสุ าหรับก่อสรา้ ง
รูปแบบของฝำยต้นน้ำลำธำร สำมำรถแบ่งแยกออกตำมวัสดุท่ีใช้ในกำรก่อสร้ำงเป็น 2 แบบด้วยกัน
คือ วัสดุที่หำได้จำกธรรมชำติ เช่น เศษไม้ ปลำยไม้ และเศษวัชพืช หินขนำดต่ำง ๆ ท่ีหำได้ในพื้นท่ี และวัสดุที่
จะต้องจัดซ้ือ เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น กรวด ทรำย กำรเลือกวัสดุแต่ละชนิดข้ึนอยู่กับชนิด ขนำดและ
วตั ถปุ ระสงค์ รวมทง้ั สภำพพื้นที่ ปรมิ ำณน้ำ และปจั จยั ตำ่ ง ๆ ในแต่ละจุด
3. การกาหนดขนาดของฝาย
ขนำดของฝำยไมม่ ีกำรกำหนดขนำดตำยตัว ขนึ้ อยูก่ ับปจั จยั ตำ่ ง ๆ ดังตอ่ ไปน้ี
3.1 พ้ืนท่ีรบั นำ้ ของแตล่ ะลำห้วย
3.2 ควำมลำดชนั ของพื้นที่
3.3 สภำพของดนิ และกำรชะลำ้ งพงั ทลำยของดิน
3.4 ปรมิ ำณน้ำฝน
3.5 ควำมกวำ้ ง-ลกึ ของลำห้วย
3.6 วัตถปุ ระสงคข์ องกำรกอ่ สรำ้ ง
4. วิธีการก่อสร้าง
กำรก่อสร้ำงฝำยแต่ละฝำยขึ้นอยู่กับชนิดและวัสดุที่ใช้ ถ้ำเป็นฝำยผสมผสำน เช่น ฝำยเศษไม้ และ
ฝำยกระสอบทรำย เป็นเพียงกำรนำวัสดุดังกล่ำวมำวำงกองรวมกันเพ่ือขวำงร่องห้วย โดยใช้หลักเสำไม้ หรือ
เสำคอนกรตี ปักยดึ ใหล้ ึกพอสมควรกเ็ พียงพอ เนื่องจำกฝำยดังกล่ำวสว่ นใหญ่จะอย่ใู นระดับต้น ๆ ของลำห้วย ซึ่งมี
ปรมิ ำณน้ำและควำมรุนแรงของกำรไหลไม่มำก จึงไม่จำเป็นต้องกำรควำมแข็งแรงนัก ประกอบกับฝำยดังกล่ำวมี
วัตถุประสงค์เพียงเพื่อกรองตะกอนไว้เพียงบำงส่วนเท่ำน้ัน ไม่มีกำรเก็บกักน้ำ จึงสำมำรถสร้ำงได้ท่ัว ๆ ไป ไม่มี
ข้อกำหนดมำกนัก กำรก่อสร้ำงฝำยแต่ละฝำยขึ้นอยู่กับชนิดและวัสดุท่ีใช้ ถ้ำเป็นฝำยผสมผสำน เช่น ฝำยเศษไม้
และฝำยกระสอบทรำย เป็นเพียงกำรนำวัสดุดังกล่ำวมำวำงกองรวมกันเพื่อขวำงร่องห้วย โดยใช้หลักเสำไม้ หรือ
เสำคอนกรีตปักยึดให้ลกึ พอสมควรกเ็ พียงพอ เนอ่ื งจำกฝำยดังกลำ่ วสว่ นใหญ่จะอยู่ในระดบั ตน้ ๆ ของลำห้วย ซ่ึงมี
ปริมำณน้ำและควำมรุนแรงของกำรไหลไม่มำก จึงไม่จำเป็นต้องกำรควำมแข็งแรงนัก ประกอบกับฝำยดังกล่ำวมี
วัตถุประสงค์เพียงเพ่ือกรองตะกอนไว้เพียงบำงส่วนเท่ำน้ัน ไม่มีกำรเก็บกักน้ำ จึงสำมำรถสร้ำงได้ทั่ว ๆ ไปไม่มี
ขอ้ กำหนดมำกนกั
สว่ นฝำยกง่ึ ถำวร และฝำยถำวร เช่น ฝำยหนิ เรียงและฝำยคอนกรีตเสรมิ เหลก็ นน้ั ในกำรกอ่ สร้ำงควรเน้น
เรอ่ื งควำมแข็งแรงเป็นหลกั ควรมกี ำรวำงฐำนรำกทแี่ ข็งแรงให้เพียงพอ โดยกำรเจำะลกึ ลงไปในพื้นท่ีร่องห้วยให้ถึง
กจิ กรรมปลกู จิตสำนกึ รกั ษำทรัพยำกรธรรมชำติและป่ำไม้ 51
ดินแข็งหรือชั้นหินประมำณ 1 เมตร และมีสันฝำยลึกเข้ำไปในผนังร่องห้วยทั้งสองด้ำนอย่ำงน้อยข้ำงละ 1.00-
1.50 เมตร ทงั้ นีข้ น้ึ อยกู่ ับสภำพของดินในแตล่ ะหว้ ยดว้ ย หรอื อำจใช้วิธีกำรอย่ำงอ่ืนเพ่ือเสริมควำมแข็งแรงของตัวฝำย
ให้มำกข้นึ ก็ได้ อน่ึงในกำรก่อสร้ำงฝำยแต่ละชนิด ถ้ำเป็นฝำยกึ่งถำวรหรือฝำยถำวรที่มีกำรเก็บกักน้ำควรคำนึงถึง
ทำงระบำยน้ำหรอื ทำงน้ำล้นให้เพียงพอกันกับปริมำณน้ำที่ไหลผ่ำน ไม่เช่นนั้นอำจจะกระทบกระเทือนกับโครงสร้ำง
ของฝำยน้นั ๆ ได้
ขั้นตอนการดาเนนิ กิจกรรม
1. ประสำนงำนกับหน่วยงำนท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องกับกำรดูแลรักษำป่ำไม้ ป่ำต้นน้ำ ป่ำชุมชน เช่น ชุมชน
อบต. อบจ. กรมอุทยำนแห่งชำติ สัตวป์ ำ่ และพันธ์พุ ืช กรมป่ำไม้ ฯลฯ
2. วำงแผนกำรจัดกิจกรรมกำรสร้ำงฝำย โดยสำรวจพื้นท่ีกำรสร้ำงฝำย กำหนดพ้ืนท่ีดำเนินกำร กำหนด
จำนวนผู้เขำ้ รว่ มกิจกรรม กำหนดชว่ งเวลำดำเนินกจิ กรรม กำหนดงบประมำณและทรัพยำกรท่ีจะใช้ในกำรดำเนิน
กจิ กรรม
3. ดำเนินกิจกรรมตำมแผนงำน (ตำมระเบียบทำงรำชกำร ขออนุมัติโครงกำร แต่งตั้งคณะกรรมกำร
ดำเนนิ งำน เบิกจำ่ ยงบประมำณ รบั สมัครผู้เข้ำร่วมกิจกรรม ประสำนงำนกบั หน่วยงำนท่เี กี่ยวขอ้ ง จัดวัสดุอุปกรณ์
ยำนพำหนะและดำเนินกิจกรรมสร้ำงฝำยน้ำลน้ )
4. รำยงำนสรุปผลกำรดำเนินงำน
52 กจิ กรรมปลูกจติ สำนกึ รักษำทรัพยำกรธรรมชำติและป่ำไม้
3. ป่ ากนิ ได ้ สวนกนิ ดี
3.1 ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อยา่ ง
กำรปลูกป่ำ 3 อยำ่ งไดป้ ระโยชน์ 4 อยำ่ ง : กำรรูจ้ ักใช้ทรัพยำกรธรรมชำติด้วยพระปรีชำญำณอย่ำงชำญฉลำด
ให้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ปวงชนมำกที่สุดยำวนำนท่สี ุดและทว่ั ถึงกนั พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว รัชกำลท่ี 9 ทรงแนะนำ
กำรปลกู ป่ำในเชิงผสมผสำน ทงั้ ดำ้ นเกษตรวนศำสตร์และเศรษฐกจิ สังคมไวเ้ ป็นมรรควิธีปลูกป่ำแบบลักษณะเบ็ดเสร็จ
น้นั ไว้ด้วย
ลักษณะทัว่ ไปของปำ่ 3 อย่ำง
พระรำชดำรปิ ลูกปำ่ 3 อยำ่ งนั้น มีพระรำชดำรสั ควำมว่ำ...ป่ำไม้ที่จะปลูกนั้น สมควรท่ีจะปลูกแบบป่ำใช้ไม้
หนึง่ ปำ่ สำหรับใชผ้ ลหน่ึง ป่ำสำหรับใช้เป็นฟนื อยำ่ งหนง่ึ อันนแ้ี ยกออกไปเป็นกว้ำง ๆ ใหญ่ ๆ กำรที่จะปลูกต้นไม้
สำหรับได้ประโยชน์ดังน้ี ในคำวิเครำะห์ของกรมป่ำไม้รู้สึกจะไม่ใช่ป่ำไม้ แต่ในควำมหมำยของกำรช่วยเหลือเพ่ือ
ต้นน้ำลำธำรน้ัน ป่ำไม้เช่นนี้จะเป็นสวนผลไม้ก็ตำมหรือเป็นสวนฟืนก็ตำมนั่นแหละเป็นป่ำไม้ท่ีถูกต้อง เพรำะทำ
หน้ำท่ีเปน็ ปำ่ คอื เป็นตน้ ไมแ้ ละทำหนำ้ ที่เปน็ ทรัพยำกรในด้ำนสำหรบั ให้ผลทีม่ ำเป็นประโยชน์แก่ประชำชนได.้ ..
ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั
ในกำรปลูกป่ำ 3 อย่ำงน้ัน พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว รัชกำลท่ี 9 ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ
พระรำชทำนพระรำชำธิบำยถึงประโยชน์ในกำรปลกู ปำ่ ตำมพระรำชดำริวำ่ ...กำรปลูกป่ำ 3 อยำ่ ง แต่ให้ประโยชน์
4 อย่ำง ซ่ึงได้ไม้ผล ไม้สร้ำงบ้ำน และไม้ฟืนนั้น สำมำรถให้ประโยชน์ได้ถึง 4 อย่ำง คือ นอกจำกประโยชน์ใน
ตัวเองตำมชื่อแล้ว ยังสำมำรถให้ประโยชน์อันท่ี 4 ซึ่งเป็นข้อสำคัญ คือ สำมำรถช่วยอนุรักษ์ดินและต้นน้ำลำธำร
ด้วย...และได้มีพระรำชดำรัสเพ่ิมเติมว่ำ ...กำรปลูกป่ำถ้ำจะให้รำษฎรมีประโยชน์ให้เขำอยู่ได้ ให้ใช้วิธีปลูกไม้
3 อย่ำง แต่มีประโยชน์ 4 อย่ำง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ โดยรองรับกำรชลประทำน ปลูกรับซับน้ำ
และปลูกอุดช่วงไหล่ตำมร่องห้วย โดยรับน้ำฝนอย่ำงเดียว ประโยชน์อย่ำงที่ 4 ได้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ...
พระรำชดำรเิ พอ่ื อนุรักษแ์ ละฟื้นฟูปำ่ ไมด้ ำเนนิ กำรในหลำยสว่ นรำชกำร ทัง้ กรมปำ่ ไม้และศูนย์ศึกษำกำรพัฒนำอัน
เน่ืองมำจำกพระรำชดำริทุกแห่ง คือ กำรปลูกป่ำใช้สอย โดยดำเนินกำรปลูกพันธุ์ไม้โตเร็วสำหรับตัดก่ิงมำทำฟืน
เผำถ่ำน ตลอดจนไม้สำหรับใช้ในกำรก่อสร้ำงและหัตถกรรมส่วนใหญ่ได้มีกำรปลูกพันธุ์ไม้โตเร็วเป็นสวนป่ำ เช่น
ยคู ำลปิ ตัส ขี้เหล็ก ประดู่ แค กระถนิ ยักษ์ และสะเดำ เปน็ ต้น
พระรำชดำรัสของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว รัชกำลที่ 9 เกี่ยวกับป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง ท่ีได้
พระรำชทำน ณ โรงแรมริมคำ จังหวัดเชียงใหม่ เม่ือวันที่ 7 มกรำคม 2523 “…กำรปลูกป่ำถ้ำจะให้รำษฎรมี
ประโยชนใ์ ห้เขำอยูไ่ ด้ ให้ใช้วิธปี ลกู ไมส้ ำมอย่ำง แต่มีประโยชน์สี่อย่ำง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กิน ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูก
รองรบั กำรชลประทำน ปลูกรับซบั นำ้ และปลกู อดุ ชว่ งไหล่ตำมร่องหว้ ย โดยรบั นำ้ ฝนอย่ำงเดียวประโยชน์ทส่ี ค่ี ือ ได้
ระบบอนรุ กั ษ์ดนิ และนำ้ …”
หลักกำรปลูกปำ่ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อยำ่ ง เปน็ แนวคิดกำรผสมผสำนกำรอนุรักษ์ ดนิ นำ้ และกำรฟนื้ ฟู
ทรพั ยำกรป่ำไม้ ควบคู่กบั ควำมต้องกำรด้ำนเศรษฐกิจ ด้วยกำรจำแนกปำ่ 3 อย่ำง ดงั น้ี
1. ป่ำไม้ใชส้ อย คอื ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรอื น เช่น สะเดำ ไมไ้ ผ่
2. ปำ่ ไม้กินได้ คอื ไม้ผล เช่น มะมว่ ง และผักกินใบตำ่ ง ๆ
3. ป่ำไมเ้ ศรษฐกจิ คือ ไม้ทปี่ ลูกไวข้ ำย หรือไมเ้ ศรษฐกจิ เช่น ไมส้ ัก
ส่วนประโยชน์ 4 อย่ำง จำแนกประโยชนแ์ ต่ละอย่ำงออกเปน็
1. ป่ำไม้ใช้สอย นำมำสร้ำงบ้ำน ทำเล้ำเป็ด เล้ำไก่ ด้ำมจอบเสียม ทำหัตถกรรม หรือกระท่ังใช้เป็น
เชื้อเพลิง (ฟืน) ในกำรหงุ ตม้
กิจกรรมปลกู จิตสำนึกรกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำติและป่ำไม้ 53
2. ป่ำไม้กินได้ นำมำเปน็ อำหำร ทั้งพืชกินใบ กนิ ผล กนิ หวั และเปน็ ยำสมุนไพร
3. ป่ำไม้เศรษฐกิจ เป็นแหล่งรำยได้ของครัวเรือน เป็นพืชท่ีสำมำรถนำมำจำหน่ำยได้ ซ่ึงควรปลูกพืช
หลำกหลำยชนิดเพ่ือลดควำมเสย่ี งเร่ืองรำคำตกตำ่ และไมแ่ นน่ อน
4. ประโยชน์ในกำรช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ กำรปลูกพืชที่หลำกหลำยอย่ำงเป็นระบบ จะช่วยสร้ำงสมดุล
ของระบบนิเวศในสวน ชว่ ยปกป้องผิวดินใหช้ ่มุ ชนื้ ดูดซบั น้ำฝน และคอ่ ย ๆ ปลดปลอ่ ยควำมชื้นส่สู วนเกษตรกรรม
คณิต ธนูธรรมเจรญิ ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำห้วยฮ่องไคร้ อันเนอ่ื งมำจำกพระรำชดำริ ได้เสนอแนะเก่ยี วกับ
หลกั กำรปลูกปำ่ 3 อยำ่ ง ประโยชน์ 4 อย่ำง ดงั น้ี
พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว รัชกำลท่ี 9 ทรงตระหนักถึงผลกระทบจำกกำรบุกรุกทำลำยป่ำไม้ของ
ประเทศไทย ซ่ึงเกดิ ข้นึ อยำ่ งรวดเรว็ จนก่อใหเ้ กิดภำวะแหง้ แล้ง พ้ืนท่ตี น้ น้ำลำธำรเสือ่ มโทรม ฤดูกำลเปล่ียนแปลง
สภำพภูมอิ ำกำศ ส่งผลกระทบต่อกำรประกอบอำชีพทำงกำรเกษตร กลำยเป็นปัญหำทุกข์ร้อนของประชำกรส่วน
ใหญใ่ นชนบท พระองคท์ รงมพี ระรำชดำรใิ นกำรพัฒนำฟ้ืนฟูสภำพป่ำไม้ ให้คืนกลับสู่สภำพธรรมชำติด้วยแนวทำง
ผสมผสำน โดยกำรปลูกไม้ทดแทนควบคู่กับกำรพัฒนำอำชีพรำษฎร ด้วยกำรวำงแผนร่วมมือกันของทุกส่วน
รำชกำร ในกำรดำเนนิ กำรปรับปรงุ พัฒนำพน้ื ที่ใหส้ อดคลอ้ งกับสภำพภูมศิ ำสตร์และสภำวะแวดล้อม
กำรปลูกไม้ 3 อย่ำง ให้ประโยชน์ 4 ประกำร ตำมแนวพระรำชดำริน้ัน พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว
รัชกำลที่ 9 ทรงพระรำชทำนพระรำชดำริ ไว้เม่ือปี 2519 ณ หน่วยพัฒนำต้นน้ำทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
ว่ำ กำรปลูกไม้ 3 อย่ำง คือ ไม้ผล ไม้โตเร็ว และไม้เศรษฐกิจ จะทำให้เกิดป่ำไม้แบบผสมผสำนและสร้ำงควำม
สมดุลแก่ธรรมชำติอย่ำงยั่งยืน สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรของรัฐและวิถีประชำในชุมชน อันเป็นทฤษฎีกำรปลูก
ต้นไม้ลงในใจคน โดยกำรปลูกฝังจิตสำนึกแก่ประชำชนให้ปลูกต้นไม้ลงแผ่นดินและรักษำต้นไม้ด้วยตนเอง และในกำร
ฟ้ืนฟพู น้ื ท่ีต้นน้ำตำมแนวพระรำชดำริ ของศูนย์ศึกษำกำรพัฒนำห้วยฮ่องไคร้ อันเน่ืองมำจำกพระรำชดำริ ซึ่งพระองค์
ทรงพระรำชทำนแนวพระรำชดำริ ให้จัดต้ังขึ้นเมื่อ วันที่ 11 ธันวำคม พ.ศ. 2525 เพ่ือศึกษำหำรูปแบบในกำร
พฒั นำที่เหมำะสมในพื้นทีต่ น้ นำ้ ลำธำรน้นั พระองคท์ รงมีพระรำชดำริ แนวทำงในกำรปลูกไม้ฟ้ืนฟูสภำพป่ำต้นน้ำ
ว่ำ กำรปลูกป่ำถ้ำจะให้รำษฎรมีประโยชน์ให้เขำอยู่ได้ให้ปลูกไม้ 3 อย่ำง ให้ประโยชน์ 4 อย่ำง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้
ไม้เศรษฐกิจ หรือ ไมผ้ ล ไมส้ ร้ำงบ้ำน และไม้ฟนื ซึง่ จะให้ประโยชน์ 4 ประกำร คอื ได้ใช้สอยและเศรษฐกิจ ไม้ฟืน
ไม้กนิ ได้ และประกำรสดุ ทำ้ ย คือ สำมำรถช่วยอนรุ กั ษ์ดนิ และต้นน้ำลำธำรดว้ ย
แปลควำมสรุปอย่ำงเขำ้ ใจงำ่ ย ปลกู ไม้ใหพ้ ออยู่ พอกิน พอใช้ อนุรกั ษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนเิ วศ
• พออยู่ หมำยถงึ ไมเ้ ศรษฐกิจปลูกไวท้ ำท่อี ย่อู ำศัย และจำหนำ่ ย
• พอกิน หมำยถึง ปลกู พืชเกษตรเพอื่ กำรกนิ และสมนุ ไพร
• พอใช้ หมำยถงึ ปลกู ไมไ้ วใ้ ชส้ อยโดยตรงและพลงั งำน เชน่ ไมฟ้ ืน และไมไ้ ผ่ เปน็ ตน้
• ประโยชนต์ ่อระบบนเิ วศ สรำ้ งควำมสมบรู ณแ์ ละก่อให้เกิดควำมหลำกหลำยทำงชวี ภำพในพนื้ ทปี่ ่ำ
ประเภทไม้ 3 อย่ำงที่เหมำะสมแก่กำรใช้ปลูก ใช้พันธ์ุไม้ท่ีมีอยู่แล้วในท้องถ่ิน เพรำะเป็นไม้ที่สำมำรถ
เจริญเติบโตได้ดี มีลักษณะที่เหมำะสมกับสภำพพื้นที่อยู่แล้ว ไม่เป็นกำรเสี่ยงต่อภำวะกำรรอดตำยและกำรเจริญ
เติบโต เป็นและที่รู้จักของรำษฎรในท้องถ่ินอย่ำงดี พื้นท่ีที่เหมำะสมแก่กำรปลูกไม้ป่ำดังกล่ำว ควรเป็นพื้นที่ท่ีมี
สภำพเสื่อมโทรม หรือเป็นบริเวณป่ำเพื่อกำรพ่ึงพิงของรำษฎรท่ีอยู่บริเวณใกล้ ๆ หมู่บ้ำน วิธีกำรปลูกก็ให้ปลูกเสริม
ในลกั ษณะธรรมชำติ โดยไม่จับตน้ ไม้เขำ้ แถว ซ่ึงกำรปลูกเสริมตำมลกั ษณะธรรมชำตนิ ้ี เมอ่ื ตน้ ไม้โตขน้ึ กจ็ ะมีสภำพ
เป็นป่ำตำมธรรมชำติ โดยจะไม่มีลักษณะเป็นสวนป่ำที่มีต้นไม้เรียงเป็นแถว ลักษณะไม้ 3 อย่ำง เป็นชนิดไม้ท่ีมี
ควำมสมั พนั ธเ์ ก้อื กูลกบั วิถชี วี ิตของชมุ ชน คอื
1. ไมใ้ ช้สอยและเศรษฐกิจ เป็นชนิดไม้ท่ีชุมชนนำไปใช้ในกำรปลูกสร้ำงบ้ำนเรือน โรงเรือน เคร่ืองเรือน
คอกสัตว์เคร่ืองมือในกำรเกษตร เช่น เกวียน คันไถ ด้ำมจอบ เสียม และมีด รวมทั้งไม้ท่ีสำมำรถนำมำทำเป็น
เครื่องจักรสำน กระบุง ตะกร้ำเพ่ือนำไปใช้นำครัวเรือน และเม่ือมีพัฒนำกำรทำงฝีมือก็สำมำรถจัดทำเป็ น
อุตสำหกรรมครัวเรือน นำไปจำหน่ำยเป็นรำยได้ของชุมชน ซึ่งเรียกว่ำ เป็นไม้เศรษฐกิจของชุมชน ได้แก่ มะขำมป่ำ
54 กิจกรรมปลูกจิตสำนกึ รักษำทรัพยำกรธรรมชำติและปำ่ ไม้
สำรภี ซ้อ ไผ่หก ไผ่ไร่ ไผ่บง ไผ่ซำง มะแฟน สัก ประดู่ กำสำมปีก จำปี จำปำ ตุ้ม ทะโล้ หม่ี ยมหอม กฤษณำ
นำงพญำเสือโคร่ง ไก๋ คูณ ยำงกรำด กระถิน เก็ดดำ มะหำด ไม้เติม มะห้ำ มะกอกเกลื้อน งิ้ว ตีนเป็ด ยมหอม มะขม
มะแขน่ สมอไทย ตะคร้อ เสีย้ ว บนุ นำค ปบี ตะแบก ตอง คอแลน รงั เตง็ แดง พลวง พะยอม ตะเคียน ฮักหลวง เปน็ ตน้
2. ไม้ฟืนเชื้อเพลิงของชุมชน ชุมชนในชนบทต้องใช้ไม้ฟืน เพื่อกำรหุงต้มปรุงอำหำร สร้ำงควำมอบอุ่น
ในฤดูหนำวสุมควำยตำมคอก ไล่ยุง เหลือบ ร้ิน ไร รวมท้ังไม้ฟืนในกำรนึ่งเม่ียง และกำรอบถนอมอำหำร ผลไม้
บำงชนดิ ไม้ฟืนมคี วำมจำเปน็ ทีส่ ำคัญ หำกไม่มีกำรจัดกำรที่ดีไม้ธรรมชำติที่มีอยู่จะไม่เพียงพอในกำรใช้ประโยชน์
ควำมอัตคัดขำดแคลนจะเกิดข้ึน ดังน้ันจะต้องมีกำรวำงแผนกำรปลูกไม้โตเร็วข้ึนทดแทนก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ฟืน
ใช้ได้อยำ่ งเพยี งพอ ไดแ้ ก่ ไมห้ ำด สะเดำ เป้ำเลือด มะกอกเกล้ือน ไม้เต้ำหลวง กระท้อน ข้ีเหล็ก ตีนเป็ด ยมหอม
ลำไยป่ำ มะขม ดงดำ มะแขว่น สมอไทย ตะคร้อต้นเส้ียว บุนนำค ตะแบก คอแลน แดง เต็ง รัง พลวง ติ้ว หว้ำ
มะขำมป้อม แค ผกั เฮอื ด เมี่ยง มะม่วงป่ำ มะแฟน กำสำมปีก มันปลำ นำงพญำเสอื โครง่ มะมอื ลำไย รกฟำ้ ล้นิ จ่ี
3. ไม้อำหำรหรอื ไม้กนิ ได้ ชมุ ชนดง้ั เดมิ เก็บหำอำหำรจำกแหล่งธรรมชำติ ทั้งกำรไล่ล่ำสัตว์ป่ำเป็นอำหำร
รวมท้ังพืชสมนุ ไพร อดีตแหลง่ ทรพั ยำกรธรรมชำติทส่ี มบูรณ์จงึ เป็นแหลง่ อำหำรเสรมิ สรำ้ งพลำนำมยั กำรปลูกไม้ท่ี
สำมำรถให้หน่อ ใบ ดอก ผล ใช้เป็นอำหำรไดก้ ็จะทำให้ชุมชนมีอำหำรและสมุนไพร ในธรรมชำติเสรมิ สร้ำงสขุ ภำพ
ให้มีกินมีใช้อย่ำงไม่ขำดแคลน ได้แก่ มะหำด ฮ้อสะพำยควำย เป้ำเลือด บุก กลอย ง้ิว กระท้อน ข้ีเหล็ก มะขม
มะแขน่ สมอไทย ตะครอ้ เสย้ี ว คอแลน ผกั หวำนป่ำ มะไฟ มะขำมป้อม มะเด่ือ มะปีนดง เพกำ แค สะเดำ เมี่ยง
มะม่วงป่ำ มะแฟน มะเม่ำ หวำย ดอกต้ำง กระถินก่อเดือย หว้ำ กล้วย ลำไย มะกอกเกลื้อน มะระขี้นก
ประคำดคี วำย ตะคร้อ กระบก ผกั ปยู่ ่ำ มะเฟอื ง แคหำงคำ่ ง ขนุน มะปรำง มะหลอด คอแลน มะเมำ่ ส้มปอ่ ย
กิจกรรมปลูกจติ สำนึกรักษำทรัพยำกรธรรมชำติและปำ่ ไม้ 55
ประโยชน์ 4 ประกำร
ไม้ 3 อย่ำง เมอ่ื ปลูกไปแล้วจะกอ่ ให้เกิดประโยชน์ 4 ประกำร คอื
1. ในสภำพปัจจบุ นั ปำ่ ไมล้ ดลงเป็นจำนวนมำก ไมส่ ำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรของประชำชนไดอ้ ยำ่ ง
ทั่วถึงและเพียงพอ ดังน้ัน เม่ือมีกำรปลูกไม้ที่มีควำมเหมำะสมและมีคุณสมบัติที่ดีเพื่อกำรใช้สอยและสำมำรถ
นำมำใช้เสริมสร้ำงอำชีพได้ โดยมีกำรวำงแผนอย่ำงมีส่วนร่วมและดูแลรักษำก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ไว้ใช้สอยอย่ำง
ไมข่ ำดแคลน และจะไมส่ ร้ำงผลกระทบตอ่ ทรพั ยำกรธรรมชำติท่มี ีอยแู่ ละหำกมกี ำรปลกู ในปริมำณทม่ี ำกพอ ชุมชน
กส็ ำมำรถนำมำเสริมสร้ำงอำชพี เสริมไดท้ ำให้ชุมชนมีรำยได้เสริมใหม้ ีควำมอยดู่ ีกินดขี ึน้
2. ไมฟ้ นื เปน็ วสั ดุเชือ้ เพลิงพ้ืนฐำนของชมุ ชน ไว้สนบั สนนุ กจิ กรรมครัวเรือน ชุมชนจะตอ้ งเดือดรอ้ นและ
ส้ินเปลืองเงนิ ทอง เพือ่ กำรจัดหำแกส๊ หุงต้ม หรือจะต้องเสยี ค่ำใชจ้ ำ่ ยเพ่อื กำรจัดหำวัสดเุ ช้อื เพลงิ ประเภทอนื่ ๆ
56 กจิ กรรมปลูกจิตสำนกึ รกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้
3. พืชอำหำรและสมุนไพรรวมทั้งสัตว์แมลง ท่ีชุมชนสำมำรถเก็บหำได้จำกธรรมชำติจะเป็นอำหำรที่มี
คณุ ค่ำ ปลอดสำรพิษ อันเป็นประโยชน์ต่อสุขภำพอนำมัยของคนในชุมชน เป็นกำรประหยัดค่ำใช้จ่ำย อีกทั้งถ้ำมี
ปรมิ ำณเกนิ กว่ำทีต่ อ้ งกำรแลว้ ยงั สำมำรถใชเ้ ปน็ สินคำ้ เสรมิ สรำ้ งรำยไดอ้ ีกทำงหน่งึ ดว้ ย
4. เมอ่ื มกี ำรปลูกไมเ้ จรญิ เติบโตเปน็ พืน้ ท่ีขยำยมำกเพิ่มข้นึ และมีกำรปลกู เสรมิ คุณคำ่ ปำ่ ด้วยพันธุต์ ำ่ ง ๆ
ทำให้เกิดควำมหลำกหลำยและเปน็ กำรอนุรกั ษ์ดินและนำ้ รวมทงั้ ก่อใหเ้ กิดกำรอนรุ ักษพ์ ื้นทตี่ น้ น้ำลำธำร
วิธกี ำรดำเนนิ กำร
1. กำรจัดแบง่ ที่ดนิ ทำกนิ เพ่อื ใชป้ ลูกปำ่ 3 อยำ่ ง ประโยชน์ 4 อย่ำง จำกพนื้ ท่ที ำกินอยเู่ ดมิ ทีเ่ ป็นพืน้ ที่
สวน ไร่หรือนำ แบ่งพ้ืนท่ีออกมำร้อยละ 30-50 โดยมรี ูปแบบกำรจดั แบ่ง 3 รูปแบบ ดังน้ี
1.1. พื้นท่จี ดั แบง่ ปลกู ป่ำ 3 อย่ำงประโยชน์ 4 อย่ำง จัดแบ่งโดยใช้พื้นทีร่ อบแนวเขตพืน้ ที่ทำกิน ปลูก
ในพนื้ ทร่ี อ้ ยละ 30-50 ตำมแนวเขตแดนพนื้ ที่ ทำกินพื้นท่จี ัดแบง่ ปลกู ปำ่ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อยำ่ ง
1.2. จัดแบง่ ออกมำชดั เจนเปน็ สว่ น ปลกู ในพนื้ ทีร่ ้อยละ 30-50 โดยจัดสว่ นอยดู่ ำ้ นหนง่ึ ของพนื้ ทีจ่ ดั
แบ่งเป็นร้วิ หรือแถบตำมควำมเหมำะสม
1.3. พื้นทจ่ี ัดแบง่ ปลูกปำ่ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อยำ่ ง
2. กำรจดั องคป์ ระกอบพันธไ์ุ มต้ ำมวตั ถปุ ระสงค์ โดยกำรปลูกพนั ธไุ์ ม้ในพื้นทต่ี ำมควำมเหมำะสม แต่ให้ได้
องคป์ ระกอบซึ่งให้เกดิ ควำมพออยู่ พอกนิ พอใช้ ดังน้ี
2.1. ปลูกเพื่อให้เกิดควำมเพียงพอในด้ำนพออยู่ เช่น กำรปลูกต้นไม้สำหรับใช้เน้ือไม้มำปลูกสร้ำง
อำคำรบ้ำนเรอื นท่อี ยอู่ ำศยั เชน่ ไมต้ ะเคียนทอง สัก ยำงนำ มะฮอกกำนี กระทินเทพำ จำปำทอง ฯลฯ
2.2. ปลูกเพื่อให้เกิดควำมเพียงพอในด้ำนกำรพอกิน เช่น กำรปลูกต้นไม้สำหรับใช้กิน เป็นอำหำร
เป็นยำสมุนไพร เป็นเครื่องด่มื ตลอดจนพืชทปี่ ลูกเพ่อื กำรค้ำขำยผลผลติ เพือ่ ดำรงชพี เชน่ ไม้ผลตำ่ ง ๆ ไดแ้ ก่ เงำะ
ทุเรียน มังคดุ ลองกอง มะม่วง ฯลฯ ไมท้ ใี่ หผ้ ลผลิตเพื่อขำย เชน่ ปำล์ม มะพร้ำว ยำงพำรำ ฯลฯ
กจิ กรรมปลูกจิตสำนึกรกั ษำทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละป่ำไม้ 57
2.3. ปลูกเพ่ือให้เกิดควำมเพียงพอในด้ำนกำรพอใช้ เช่น ปลูกต้นไม้สำหรับใช้สอย ในครัวเรือน ใช้
พลังงำน ใช้เป็นเคร่ืองมือต่ำง ๆ ในกำรประกอบอำชีพ ได้แก่ ไม้ไผ่ หวำย สำหรับจักสำนเป็นเคร่ืองเรือน ของใช้
ฯลฯ ไม้โตเร็วบำงชนิดท่ีใช้เป็นไม้ฟืน ถ่ำน ไม้พลังงำน เช่น สบู่ดำ ปำล์ม ฯลฯ ไม้ทำเคร่ืองมือกำรเกษตร ได้แก่
กำรทำดำ้ มจอบ มีด ขวำน ทำรถเขน็ โตะ๊ เกำ้ อ้ี ตู้ ฯลฯ
3. จัดโครงสรำ้ งและลำดับช้ันต้นไม้ในป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง เป็นกำรจัดโครงสร้ำง พันธ์ุไม้ให้มี
สภำพใกล้เคียงกับป่ำ เพ่ือเป็นประโยชน์ต่อควำมสมดุลของระบบนิเวศ โดยให้มีช้ันเรือนยอด 3 ช้ัน ได้แก่ เรือน
ยอดชั้นบน เรือนยอดชั้นกลำง เรือนยอดช้ันล่ำง และหำกจัดด้ำนกำรใช้ประโยชน์จะเป็น 4 ระดับ (ชั้นบน
ชนั้ กลำง ชั้นลำ่ ง และชน้ั ใตด้ นิ )
3.1. ไม้เรือนยอดช้นั บน ไดแ้ ก่ ไม้ที่ปลกู ใชเ้ นอ้ื ไมท้ ำทอี่ ยูอ่ ำศยั เช่น ตะเคยี นทอง สัก ยำงนำ สะเดำ
จำปำทอง ฯลฯ และไมท้ ี่ลำต้นสูงและทล่ี ูกเป็นอำหำรได้ เชน่ สะตอ เหรยี ง กระทอ้ น มะพร้ำว หมำก ฯลฯ
3.2. ไม้เรือนยอดช้นั กลำงส่วนใหญ่เปน็ ไม้เพ่อื กำรกิน กำรขำย กำรใชเ้ ป็นอำหำรและสมุนไพร เช่น
มะมว่ งขนนุ ชมพู่ มงั คดุ ไผ่ ทเุ รียน ลองกอง ปำลม์ ฯลฯ
3.3. ไม้ทปี่ กคลุมผิวดนิ ท้งั ท่เี ปน็ อำหำร สมุนไพรและของใช้ เช่น กำแฟ ผกั ปำ่ ชนดิ ตำ่ ง ๆ ชะพลู
มะนำวหวำย สบดู่ ำ ฯลฯ
3.4. พันธุพ์ ืชที่ใช้ประโยชนจ์ ำกสว่ นทีอ่ ยู่ใตด้ ิน (พชื หวั ) เปน็ พืชทป่ี ลกู เพือ่ ควำมพอเพียงในดำ้ นกำรกนิ
ไดแ้ ก่ กลอย ขงิ ข่ำ กระชำย กระทอื ฯลฯ
ซ่ึงกระบวนกำรปลูกในรูปแบบดงั กล่ำวจะไดพ้ นั ธไ์ุ มท้ ี่เกิดปำ่ 3 อยำ่ ง คอื ป่ำเพื่อพออยู่ ปำ่ เพอ่ื พอกนิ
และปำ่ เพ่อื พอใช้ และจะได้ประโยชน์เพมิ่ ในดำ้ นกำรรักษำสมดลุ ดำ้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
4. กระบวนกำรสร้ำงมูลค่ำต้นไม้ ในโครงกำรปลูกป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง เป็นกำรให้คุณค่ำไม้
ใหเ้ ปน็ มูลคำ่ เพอื่ เกดิ กำรพออยู่ ใหพ้ อรกั ษำที่ดนิ ทำกิน ให้อย่กู บั เจำ้ ของผ้ทู ำกนิ ใหเ้ ป็นมูลคำ่ เพ่อื กำรศกึ ษำเรยี นรู้
5. พน้ื ทปี่ ลกู ปำ่ 3 อยำ่ ง ประโยชน์ 4 อยำ่ ง
5.1. ในพ้ืนท่ที ำกินของประชำชนในชุมชนทอ่ี ยู่ในหรอื รอบแนวเขตป่ำ
5.2. ชมุ ชนตน้ แบบเศรษฐกจิ พอเพียงตำมควำมเหมำะสม
5.3. ในพ้นื ทีใ่ ชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั ของชมุ ชน
ขั้นตอนการดาเนนิ กิจกรรม
1. ศึกษำสภำพภมู ิอำกำศ สภำพดิน ของพ้นื ท่ีทจ่ี ะปลกู ปำ่ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง ภำยในสถำนศึกษำ
2. วำงแผนกำรจดั กจิ กรรมปลูกป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง โดยกำหนดพ้ืนท่ีที่จะปลูกในสถำนศึกษำ
กำหนดพันธุ์ไม้และแหล่งพันธ์ุไม้ กำหนดจำนวนผู้เข้ำร่วมกิจกรรม กำหนดช่วงเวลำดำเนินกิจกรรม กำหนด
งบประมำณและทรัพยำกรที่จะใช้ในกำรดำเนนิ กจิ กรรม
3. ดำเนินกิจกรรมตำมแผนงำน (ตำมระเบียบทำงรำชกำร ขออนุมัติโครงกำร แต่งตั้งคณะกรรมกำร
ดำเนินงำน เบกิ จ่ำยงบประมำณ รับสมัครผเู้ ขำ้ ร่วมกจิ กรรม ประสำนงำนกับหน่วยงำนท่เี กีย่ วข้อง จัดวัสดุอุปกรณ์
และดำเนนิ กิจกรรมปลูกปำ่ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง)
4. รำยงำนสรุปผลกำรดำเนินงำน
3.2 พืชผักปลอดภยั
ปจั จุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ปัจจัยภำยนอกชุมชนเข้ำมำใช้ในกำรผลิตอย่ำงมำกมำย เช่น ปุ๋ยเคมี ยำฆ่ำหญ้ำ
ยำฆำ่ แมลง ฯลฯ ซง่ึ ผลติ ภัณฑเ์ หลำ่ นลี้ ้วนสง่ ผลกระทบดำ้ นสุขภำพอนำมัย ตอ่ ท้ังตัวผู้ใช้ และผู้บริโภคและทสี่ ำคัญ
ยังทำลำยสิ่งแวดล้อมเช่นกัน กำรปลูกผักปลอดสำรพิษจึงเป็นกำรปรับปรุงระบบกำรผลิตให้สอดคล้องกับ
ธรรมชำติ กำรฟ้ืนฟูสภำพแวดล้อมให้มีควำมสมดุล และผลผลิตท่ีได้ควำมปลอดภัยทั้งต่อตัวผู้บริโภค และ
58 กจิ กรรมปลกู จติ สำนกึ รกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำติและปำ่ ไม้
เกษตรกรโดยตรง ดังนั้น หลักกำรสำคญั ของกำรปลูกผักปลอดสำรพิษ จึงมุ่งเน้นท่ีจะลดกำรใช้สำรเคมีในกำรผลิต
โดยใช้ปัจจัยในกำรผลิตที่มีอยู่ในพ้ืนที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นกำรลดต้นทุนในกำรผลิต รวมถึงกำรฟื้นฟู
ภมู ิปญั ญำ และพฒั นำกำรเรยี นรู้ เพอ่ื ควำมสำมำรถในกำรพง่ึ ตนเองของเกษตรกรให้ได้ในระยะยำว ผักปลอดสำรพิษ
คือ พืชผักที่ไม่มีกำรใช้สำรพิษ เช่น ยำฆ่ำแมลง ยำฆ่ำหญ้ำ ฯลฯ ที่ เป็นอันตรำยต่อสุขภำพอนำมัยของผู้ผลิต
ผู้บริโภค และต่อสภำพแวดล้อม แต่ยึดหลักของธรรมชำติ ในกำรผลิต ต้ังแต่กำรเตรียมแปลง กำรกำจัดวัชพืช
กำรป้องกนั กำจดั แมลงศตั รูพชื เชน่ กำรทำแปลงถำวร กำรปลูกแบบผสมผสำน กำรเพ่ิมควำมหลำกหลำยของพืช
กำรปลูกพชื หมนุ เวียน และกำรปลูกพืชสมุนไพรในแปลง เปน็ ตน้
กำรปลูกผักปลอดสำรพิษเน้นกำรจัดกำรที่แตกต่ำงกับกำรปลูกผักท่ัวไป ต้ังแต่กำรเตรียมดินให้สมบูรณ์
ที่สุด เพื่อให้ต้นพืชมีควำมแข็งแรง และมีภูมิต้ำนทำนในตัวเป็นปัจจัยหลักแล้ว จึงมำจัดระบบพืชด้วยกำรปลูก
หลำกหลำยชนดิ ผสมผสำน และหมนุ เวียนในแปลงเดียวกนั โดยดำเนนิ กำรแบบหลกั กำรเก้ือกูลกัน และพ่ึงพิงของ
ธรรมชำติ ซึง่ วิธีเหล่ำน้ชี ว่ ยใหก้ ำรระบำดของโรคและแมลงลดลงไดม้ ำก แต่หำกในบริเวณน้ันมีกำรปลูกผักแบบใช้
สำรเคมี กำรจดั ระบบเพยี งอยำ่ งเดียวอำจไม่เพียงพอ จำเป็นจะต้องใช้สมุนไพรป้องกัน กำจดั แมลงเขำ้ มำช่วย เพื่อ
ไม่ให้ผลผลติ เสยี หำยมำก ซง่ึ สมุนไพรท่ใี ช้จะมีฤทธิ์ฆ่ำเฉพำะแมลงศัตรูพืชเท่ำนั้น ไม่มีผลต่อแมลงท่ีเป็นประโยชน์
ซึง่ เป็นตัวปรำบแมลงศัตรูพืช (ตัวห้ำ ตัวเบียน) และเม่ือใช้วิธีนี้ในระยะยำว ควำมสมดุลของระบบนิเวศจะกลับคืนมำ
ปญั หำต่ำง ๆ กจ็ ะลดน้อยลง
กำรปลกู ผักปลอดสำรพิษควรคำนงึ ถึง
1. ปลูกผักที่มคี ุณค่ำทำงอำหำร ใชบ้ ริโภคภำยในครอบครวั ใหค้ รบทุกชนิด
2. ปลูกผักหมุนเวียนหลำยประเภท (ผักประเภทหัว ผักประเภทลำต้น ผักประเภทใบ ผักประเภทให้ผล/ฝัก
และพชื ตระกูลถ่วั ) เพ่อื กำรฟ้นื ฟูสภำพดนิ ป้องกันโรคและแมลง ผักบำงชนิดดูดสำรอำหำรบำงอย่ำงจำกดินไปใช้
แต่กค็ นื สำรอำหำรบำงอยำ่ งใหก้ ับพืชอื่นเชน่ กัน นอกจำกน้ียังช่วยตัดวงจรชีวิตของแมลงศัตรูพืช กำรปลูกผักท่ีให้
ธำตอุ ำหำรมำกตำมหลังพชื ที่กนิ ธำตอุ ำหำรมำกแล้วปลูกผักท่ีกินธำตุอำหำรน้อยสลบั กันไป
3. ปลูกพืชผักอำยุสั้น เพื่อรับมือกับกำรขำดแคลนอำหำรในฤดูแล้ง แต่เป็นพืชที่มีระยะเวลำกำรเก็บเกี่ยว
ได้ยำว เชน่ มะเขอื พรกิ ฯลฯ
4. ปลูกพืชแบบหนำแน่นมีระยะชิดกัน เพ่ือใช้ประโยชน์จำกพ้ืนท่ีสูงสุด ได้ผลผลิตสูงต่อหน่วย โดยกะ
ระยะใหใ้ บของพืชซ้อนกนั เมื่อโตเต็มทีแ่ ลว้ ซงึ่ จะชว่ ยรกั ษำควำมชื้นของผวิ ดิน
5. เป็นพืชผักท่ีปลูกง่ำย เมล็ดพันธุ์พืชผักควรเป็นสำยพันธุ์พื้นเมืองท่ีให้ผลผลิตดี มีควำมต้ำนทำนโรค
และแมลง
6. ควรปลูกผักทใ่ี หธ้ ำตุอำหำรแกด่ นิ เพ่อื ช่วยในกำรปรบั ปรงุ ดนิ เช่น พชื ตระกลู ถั่ว
7. เน้นพืชท่ีมีระยะเวลำกำรเจริญเติบโตช้ำ/เร็วต่ำงกัน โดยปลูกพืชผักไว้ในแปลงเดียวกัน เพ่ือเป็น
กำรปอ้ งกันแมลงศตั รูพืช
8. ปลูกพืชสมุนไพรไว้รอบ ๆ หรือแซมในแปลงผัก เพ่ือไล่แมลง เช่น ดอกดำวเรือง กระเพรำ ตะไคร้
หอม สะระแหน่ ตง้ั โอ๋ ขึ้นฉำ่ ย ฯลฯ
9. ปลูกไม้เถำ ไมเ้ ล้อื ยตำมแนวดำ้ นขำ้ งของแปลงเพำะปลูกผกั
กำรหมุนเวยี นของผกั แตล่ ะชนดิ ในแปลงปลูก
แปลงที่ 1 ฤดูที่ 1 ฤดทู ่ี 2 ฤดูท่ี 3 ฤดทู ่ี 4
พืชตระกูลถัว่
1 ผกั กนิ ใบ-ต้น ผักให้ผล-ฝัก ประเภทหัว-รำก ประเภทหวั -รำก
ประเภทหวั -รำก
2 ผักใหผ้ ล-ฝกั ผักกนิ ใบ-ตน้ พืชตระกลู ถัว่ ผักกินใบ-ต้น
3 ประเภทหัว-รำก พืชตระกูลถว่ั ผกั กินใบ-ต้น
4 พชื ตระกลู ถว่ั ประเภทหวั -รำก ประเภทหวั -รำก
กจิ กรรมปลูกจิตสำนกึ รกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละป่ำไม้ 59
ขน้ั ตอนการเตรียมแปลงปลกู ผกั
1. ไถเตรียมดินตำกแดดทง้ิ ไว้ 1-2 ครั้ง
2. ยกแปลง ขนำดกว้ำง 80 ซม. ยำว 3 เมตร
3. รองพนื้ แปลงปลกู ด้วยป๋ยุ หมักหรอื ปุย๋ คอก จำนวน 10 กก./แปลง
4. หยอดเมลด็ พนั ธ์ผุ ักลงในแปลง (พืชผักกินใบทว่ั ไป)
5. รดนำ้ ใหช้ มุ่ และคลุมแปลงปลกู ด้วยฟำงขำ้ ว
การดแู ลรักษา
เมื่อผักเริ่มแตกใบจริง ใช้ปุ๋ยน้ำชีวภำพและน้ำหมักไล่แมลง (หมักตำมสูตรของกรมพัฒนำที่ดิน)
อัตรำส่วน 30-40 ซี.ซี. (1-2 ช้อนแกง) ผสมกับน้ำ 20 ลิตร (1บัว) พ่น/รด ในแปลงพืชผักทุก 2-5 วัน ดูแลโดย
กำรใสป่ ยุ๋ หมกั ครงั้ ที่ 2 ใชส้ ูตรตะไคร้หอม/สูตรผลมะกรูด ในแปลงผักเพ่ือปรับปรุงดินและเป็นกำรป้องกันแมลงใต้ดิน
และบนดนิ รบกวน เก็บเกี่ยวผักตำมอำยุและชนดิ จำหน่ำยในชุมชน กรณีผักกำดขำว 1 แปลง ปลูกได้ประมำณ 90 ต้น
รำคำขำย 2 ตน้ /5 บำท ขำยไดป้ ระมำณ 200 บำท/แปลง
ข้ันตอนการดาเนินกจิ กรรม
1. ศกึ ษำสภำพภมู ิอำกำศ สภำพดนิ ของพื้นทที่ จี่ ะทำสวนผักปลอดภยั ภำยในสถำนศึกษำ
2. วำงแผนกำรจัดกิจกรรมจัดทำสวนผัก โดยกำหนดพื้นที่ท่ีจะปลูกในสถำนศึกษำ วำงผังแปลงปลูกผัก
กำหนดพันธ์ุผัก กำหนดจำนวนผู้เข้ำร่วมกิจกรรม กำหนดช่วงเวลำดำเนินกิจกรรม กำหนดงบประมำณและ
ทรัพยำกรท่ีจะใชใ้ นกำรดำเนินกิจกรรม
3. ดำเนินกิจกรรมตำมแผนงำน (ตำมระเบียบทำงรำชกำร ขออนุมัติโครงกำร แต่งต้ังคณะกรรมกำร
ดำเนนิ งำน เบกิ จำ่ ยงบประมำณ รบั สมัครผเู้ ข้ำรว่ มกจิ กรรม จัดวัสดุอปุ กรณ์ และดำเนินกจิ กรรมปลกู ผักปลอดภัย)
4. รำยงำนสรปุ ผลกำรดำเนินงำน
60 กจิ กรรมปลกู จติ สำนึกรักษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละป่ำไม้
3.3 การปลูกผกั โตะ๊
การปลูกผักโต๊ะ
เมือ่ พดู ถงึ กำรปลูกผกั บนโตะ๊ เรำมักจะนึกถงึ กำรปลกู ผักโดยไม่ใช้ดินหรือท่ีเรียกกันว่ำ ไฮโดรโพนิกส์ แต่
ปัจจุบันกำรปลูกผักบนโต๊ะโดยใช้ดินเร่ิมได้รับควำมสนใจมำกข้ึน รศ.ดร.บุญส่ง เอกพงษ์ คณะเกษตรศำสตร์
มหำวิทยำลัยอุบลรำชธำนี ผู้คร่ำหวอดกำรปลูกพืชไฮโดรโพนิกส์และกำรปลูกพืชในระบบโรงเรือน แนะนำว่ำ
ปัจจุบันผู้คนให้ควำมสนใจกำรทำเกษตรมำกข้ึน แต่หลำยคนมีข้อจำกัดเร่ืองพื้นที่และกำรจัดกำรดูแลแปลง
"โต๊ะปลูกผัก" จึงเป็นทำงเลือกหน่ึง ดังจะเห็นได้จำกควำมนิยมปลูกพืชไฮโดรโพนิกส์ ซ่ึงไม่ต้องใช้ดินและสำมำรถ
ดัดแปลงโต๊ะปลกู ให้เหมำะสมกบั พนื้ ท่ี แต่กำรปลูกพืชระบบนี้จะมีต้นทุนที่สูงกว่ำปลูกบนดิน ต้องอำศัยควำมรู้และ
กำรดูแลเอำใจใสอ่ ย่ำงดี ด้วยขอ้ จำกัดเรือ่ งพื้นที่ สำมำรถเข้ำถึงกำรปลูกพืชโดยมีต้นทุนไม่สูง อำจำรย์บุญส่งจึงได้
ปรับเปลี่ยนกำรปลูกพืชบนโต๊ะจำกระบบไฮโดรโพนิกส์เป็นกำรปลูกพืชโดยใช้ดินแทน ซึ่งพบว่ำกำรปลูกพืชผัก
บนโต๊ะน้ันดูแลจัดกำรแปลงง่ำย ห่ำงไกลแมลงศัตรูพืช มีวัชพืชและโรคระบำดน้อย และท่ีสำคัญสำมำรถเก็บ
ผลผลติ ได้เรว็ ขึน้ 5-7 วนั เม่อื เทยี บกบั กำรปลูกผกั บนดิน “กำรปลูกผักบนดินโดยเฉพำะในระบบผักอินทรีย์ แมลง
และโรคบนดินจะเยอะ โดยเฉพำะหมัดกระโดด จำกกำรทดลองปลูกผักบนโต๊ะที่มีควำมสูง 1 เมตรจำกพื้นดิน
ไม่พบแมลงชนดิ น้ี เกษตรกรสำมำรถดูแลจดั กำรแปลงบนโต๊ะไดง้ ่ำย ท้งั กำรเตรียมดนิ รดนำ้ กำจัดวัชพืช และเก็บ
เกยี่ วโดยไม่ต้องนง่ั หรือกม้ ตวั ซึง่ ผกั ทเี่ หมำะสำหรบั ปลกู บนโต๊ะ คือ ผักใบเขตรอ้ น เช่น ผักสลัด ผักบุ้ง ผักกวำงตุ้ง
เป็นต้น”
โรงเรือนทำนั่งร้ำนคล้ำย ๆ โต๊ะ ยกพื้นสูงพอดีเอว สะดวกต่อกำรดูแลและเก็บผักง่ำย ใช้กระเบ้ืองแผ่น
ลอนคู่มำวำงเป็นพื้นนั่งร้ำน เพ่ือช่วยระบำยน้ำและถ่ำยเทอำกำศด้ำนใต้ ดินปลูกผักจะไม่ร้อน รำกพืชไม่เน่ำง่ำย
จำกน้นั ใช้ม้งุ ตำขำ่ ยไนลอนมำทำกระบะวำงทบั บนกระเบ้ืองลอนคู่
ปัจจบุ ันมีโตะ๊ ปลูกผกั หลำกหลำยรปู แบบทัง้ ขนำดและวัสดุโครงสร้ำงท่ีแตกต่ำงกัน ซึ่งโครงสร้ำงโต๊ะปลูกผัก
ที่อำจำรย์บุญส่งใช้นั้นคำนึงถึงกำรใช้งำนและต้นทุนท่ีต่ำ โดยมีขนำดกว้ำง 1.20 เมตร เป็นระยะที่จัดกำรแปลง
ปลูกได้สะดวก ยำว 6 เมตร เป็นควำมยำวของเหล็กกัลวำไนซ์ 1 เส้น โดยไม่ต้องตัด และสูง 1 เมตรจำกพื้นดิน
หรือระดบั เอวของเกษตรกรสำหรบั วัสดหุ ลกั ของโตะ๊ ปลูกผกั ทอ่ี ำจำรย์บุญสง่ ใช้ประกอบด้วย เหล็กกัลวำไนซ์ชนิด
คำดสีน้ำเงิน มีควำมหนำปำนกลำง มุ้งไนล่อนชนิดสีฟ้ำขนำด 16 ช่อง/ตำรำงน้ิว สำหรับใส่ดิน ซ่ึงมีรำคำไม่สูง
พลำสตกิ คลมุ โรงเรอื นเคลือบยูวี 7% ควำมหนำ 150 ไมครอน และสแลนกันแสงแดด
กิจกรรมปลกู จติ สำนึกรักษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละป่ำไม้ 61
ถ้ำไมใ่ ชก้ ระเบือ้ งลอนคู่ ก็ปดู ว้ ยมงุ้ ไนล่อนเพอ่ื ใสด่ นิ ปลูก ต้องดงึ ใหเ้ สมอโดยใหด้ ำ้ นขำ้ งตั้งฉำก อำจใชไ้ ม้ชว่ ยดนั ให้
ตั้งฉำก เมอ่ื ใส่ดนิ แลว้ จะมีตกทอ้ งช้ำงบ้ำง สำมำรถใช้ตำขำ่ ยพลำสติกปบู นมุง้ ก่อนใส่ดินได้ จะช่วยไมใ่ ห้ตกท้องชำ้ ง
กำรปลูกพืชผักน้ัน ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภำพของผลผลิตคือ ดิน อำจำรย์บุญส่ง แนะนำสูตร
กำรเตรียมดินที่มีคุณภำพ มีอินทรีย์วัตถุไม่ต่ำกว่ำ 30% และเกษตรกรสำมำรถทำได้เอง โดยประกอบด้วย ใบไม้
50% มลู สตั ว์ 30% รำ 10% แกลบเผำ (แกลบดำ) 10% พด.1 จำนวน 1 ซอง และพด.3 จำนวน 1 ซอง “ใบไม้
แห้งหำได้ง่ำย ใช้สะดวก ส่วนมูลสัตว์ควรใช้ข้ีวัวหรือขี้หมู เน่ืองจำกไม่เค็มเหมือนข้ีไก่ พด.1 เป็นตัวย่อยสลำย
ส่วนพด.3 ไตรโคเดอร์มำช่วยป้องกันโรคโคนเน่ำ นำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้ำให้เข้ำกัน หมักใส่ในกระสอบปุ๋ย
มดั ปำกกระสอบ ท้ิงไว้ 1 เดือน โดยตงั้ กระสอบปยุ๋ ไว้ในท่ีร่ม ไมค่ วรวำงซ้อน เพรำะจะทำให้กำรย่อยสลำยช้ำ ควร
ใชก้ ระสอบป๋ยุ แบบไมเ่ คลอื บ และหมน่ั ตรวจสอบให้มคี วำมชื้นในกระสอบ 60%” วัสดุเพำะกล้ำใช้มูลไส้เดือนดิน
2 ส่วน และขุยมะพร้ำว/แกลบดำ 1 ส่วน ใช้ถำดเพำะกล้ำขนำด 200 หลุม จะทำให้รำกเต็มเร็ว และต้องรดน้ำ
สมำ่ เสมอโดยเฉพำะช่วง 3 วนั แรก เม่ือกลำ้ อำยุ 2 สัปดำห์ หรอื มใี บ 2-3 ใบ ให้ย้ำยปลูกได้ โดยใส่ดินปลูกบนโต๊ะ
ให้มคี วำมสูง 15 ซม. ปลูกเป็นแถวตรง ระยะปลูก 20x20 ซม. ซ่ึงง่ำยสำหรับกำรดูแล รดน้ำวันละ 1-2 คร้ัง ท้ังนี้
ขึ้นอยู่กับสภำพอำกำศ ให้ดินมีควำมชื้นตลอดเวลำ สังเกตโดยกำดินและมีน้ำเล็ดออกมำเล็กน้อย ซึ่งจำกสูตรดิน
ดังกล่ำวทำใหไ้ มต่ ้องใส่ปุ๋ยเพ่ิม และเมือ่ เกบ็ เกยี่ วแล้ว ก่อนยำ้ ยกล้ำใหม่ลงปลูก ควรเพิ่มดินปลูกใหม่อีก 20% โดย
คลุกผสมกบั ดินเก่ำ หรอื จะพักแปลงโดยเพ่ิมดิน 20% และน้ำหมักชีวภำพ ตำกดินท้ิงไว้ 2 สัปดำห์ แล้วจึงลงกล้ำ
รอบใหม่ก็ไดเ้ ชน่ กนั
ช่วงผักกำลังเจริญเติบโตใส่ปุ๋ยหมักสูตรท่ีมีไนโตรเจนสูง และ 7 วันก่อนเก็บผัก ฉีดพ่นใส่น้ำหมักทำจำก
ผลไม้สุก อำทิ ฟักทอง สับปะรด กล้วย และแตงโม จะช่วยให้ผักกรอบ ไม่มีรสขม หลังเก็บผักหมด พรวนดิน
ใสป่ ยุ๋ และนำ้ หมกั ทดสอบโครงสร้ำงดนิ วธิ ีเดมิ
การปลูกผักรปู แบบต่าง ๆ
62 กิจกรรมปลูกจติ สำนกึ รกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละป่ำไม้
กำรปลูกผักรูปแบบต่ำง ๆ
ขั้นตอนการดาเนินกิจกรรม
1. ศึกษำสภำพพนื้ ที่ท่ีจะปลูกผักโตะ๊ ภำยในสถำนศึกษำ
2. วำงแผนกำรจัดกิจกรรมปลูกผักโต๊ะ โดยกำหนดพ้ืนที่ท่ีจะปลูกในสถำนศึกษำ วำงผังกำรทำโต๊ะปลูกผัก
กำหนดพันธุ์ผัก กำหนดจำนวนผู้เข้ำร่วมกิจกรรม กำหนดช่วงเวลำดำเนินกิจกรรม กำหนดงบประมำณและ
ทรัพยำกรทจี่ ะใชใ้ นกำรดำเนินกิจกรรม
3. ดำเนินกิจกรรมตำมแผนงำน (ตำมระเบียบทำงรำชกำร ขออนุมัติโครงกำร แต่งต้ังคณะกรรมกำร
ดำเนนิ งำน เบิกจำ่ ยงบประมำณ รบั สมัครผู้เข้ำรว่ มกิจกรรม จัดวสั ดอุ ปุ กรณ์ และดำเนนิ กิจกรรมปลกู ผกั โต๊ะ)
4. รำยงำนสรุปผลกำรดำเนนิ งำน
กจิ กรรมปลกู จิตสำนกึ รกั ษำทรัพยำกรธรรมชำติและป่ำไม้ 63
3.4 การเตรยี มดินปลูกผักปลอดสารพษิ
ก่อนจะเริ่มปลูกผัก ต้องเตรียมดนิ ในกำรปลูกผักเสียก่อน ขอเสนอแนะกำรปรุงดนิ ปลกู ผัก ตำมขน้ั ตอนดงั น้ี
1. เตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์ ได้แก่ ดิน มูลสตั ว์ (ปุ๋ยคอก) เศษใบไม้แหง้ เศษอำหำรสด ผัก ผลไม้ กำกกำแฟ
เปลอื กไข่ หัวเชื้อจลุ ินทรีย์ นำ้ ตำล
2. นำวัสดมุ ำผสมเพื่อหมัก ดังนี้
1) นำดินท่ีซื้อมำคลุกเค้ำกับมูลสัตว์ เศษใบไม้แห้ง เศษอำหำร และหัวเชื้อจุลินทรีย์ จำกนั้นเติม
นำ้ ตำล คลุกเคล้ำให้เขำ้ กัน โดยให้กะปรมิ ำณตำมควำมเหมำะสม ไม่จำเป็นตอ้ งมีอตั รำส่วนทีเ่ เน่นอน
2) เติมน้ำพอชุ่ม กะควำมชื้นให้เหมำะสม โดยสังเกตได้ด้วยกำรทดลองกำดินที่ผสมเเล้วขึ้นมำ หำก
จับกนั เปน็ ก้อนไม่แตกและบบี ไมม่ ีน้ำไหลเปน็ ใช้ได้
3) ตักดินท่ีผสมแล้ว ใส่ถุงดินที่ซ้ือมำ (ควรเป็นถุงกระสอบท่ีมีรูระบำยอำกำศ) ตั้งท้ิงไว้ในท่ีร่ม
จนจับดูแลว้ ดินหำยรอ้ น ก็สำมำรถนำมำปลกู ผกั ได้
(หลกั สำคัญ มลู สตั ว์ท่ีนำมำใช้ควรเป็นมูลสัตว์เเห้ง เศษใบไม้ควรเลือกใบเล็กเเละหำกเป็นพืชตระกูลถ่ัวก็ย่อยง่ำย
ขน้ึ เศษอำหำร ควรใส่ใหห้ ลำกหลำยชนิด เพอื่ ให้ไดส้ ำรอำหำรพชื หลำยชนิด นำ้ ตำลทรำยเปน็ น้ำตำลอะไรก็ได้เตมิ
ไปเพอื่ กระตุน้ ใหห้ วั เช้ือจุลนิ ทรีย์ที่เรำนำมำผสมทำงำนย่อยสลำยไดเ้ ตม็ ประสทิ ธิภำพมำกข้นึ )
ข้นั ตอนการดาเนินกิจกรรม
1. ศกึ ษำขอ้ มลู เก่ียวกบั กำรปรุงดนิ กำรเตรยี มดิน ให้เหมำะสมกบั พนั ธพุ์ ืชทีจ่ ะปลูก
2. วำงแผนกำรจัดกิจกรรมเตรียมดินปลูก โดยกำหนดพื้นที่ที่จะดำเนินกำร กำหนดจำนวนผู้เข้ำร่วม
กิจกรรม กำหนดชว่ งเวลำดำเนินกจิ กรรม กำหนดงบประมำณและทรัพยำกรทีจ่ ะใชใ้ นกำรดำเนนิ กจิ กรรม
3. ดำเนินกิจกรรมตำมแผนงำน (ตำมระเบียบทำงรำชกำร ขออนุมัติโครงกำร แต่งต้ังคณะกรรมกำร
ดำเนนิ งำน เบกิ จ่ำยงบประมำณ รับสมคั รผู้เขำ้ รว่ มกจิ กรรม จัดหำวสั ดุอปุ กรณ์ และดำเนินกจิ กรรมเตรียมดนิ ปลูก)
4. รำยงำนสรปุ ผลกำรดำเนินงำน
64 กิจกรรมปลกู จติ สำนกึ รักษำทรพั ยำกรธรรมชำติและป่ำไม้
3.5 การเตรยี มกลา้ ผกั
ปญั หำหนง่ึ ของกำรปลกู ผกั คือคนส่วนใหญ่จะนิยมโรยหรือหว่ำนเมล็ดลงไปในแปลงเลย ทำให้มีต้นกล้ำ
จะข้ึนหนำแน่นเบียดกันมำกเกินไป จนไม่สำมำรถเติบโตได้ดีเท่ำที่ควร วิธีท่ีจะช่วยได้ก็คือกำรเพำะกล้ำให้มี
ระยะห่ำงพอควรและสะดวกต่อกำรย้ำยปลกู มดี ังน้ี
3.5.1 เตรียมวสั ดุปลูกในกำรเพำะกลำ้
1) ดนิ รอ่ นละเอยี ด 1 สว่ น
2) ขุยมะพรำ้ ว 1 สว่ น คลกุ เคลำ้ ใหเ้ ขำ้ กัน
3.5.2 เพำะกลำ้ ผัก
1) เตรยี มตะกรำ้ สีเ่ หลยี่ ม ขนำดสักประมำณ 13 X16 น้วิ สงู ประมำณ 4 น้วิ หรือใช้ตะกรำ้ ขนมจนี กไ็ ด้
2) นำตะกร้ำทีใ่ ชเ้ พำะรองดว้ ยกระดำษหนังสอื พมิ พ์
3) ใสก่ ำบมะพรำ้ วสบั เปน็ ชน้ิ เลก็ ๆ ครง่ึ ตะกร้ำ
จำกน้นั ใสว่ ัสดุเพำะท่ีเตรียมไว้ เกลี่ยใหเ้ รยี บ
4) ใชไ้ มข้ ดี เปน็ รอ่ ง ๆ ให้ห่ำงประมำณ 1 ไม้บรรทดั
5) โรยเมล็ดพันธุ์ทีเ่ ตรียมไว้ลงในรอ่ ง ใชด้ ินกลบทับบำง ๆ
พอให้คลุมเมลด็ มดิ
6) นำหนังสอื พมิ พม์ ำปดิ ทับ รดนำ้ ให้ชุม่
วำงตะกร้ำไว้ในท่ีร่ม รดนำ้ เชำ้ -เย็น ประมำณ 3 วนั เมล็ดจะเริ่มงอก ให้นำกระดำษหนงั สอื พมิ พอ์ อก เช้ำวันท่ี 4 ก็
ให้แยกต้นกลำ้ ใสถ่ ำดหลุม
3.5.3 กำรยำ้ ยกล้ำลงถำดหลมุ หลงั จำกเห็นตน้ กล้ำเล็ก ๆ ค่อย ๆ เตบิ โตขึ้นในตะกรำ้ แลว้ ครำวนก้ี ถ็ ึงอีก
ขน้ั ตอนสำคญั คอื กำรแยกกลำ้ ลงถำดหลุม โดยมีวิธีกำรทำดังน้ี
1) นำวัสดเุ พำะกลำ้ ทร่ี ่อนแล้วใส่ในถำดเพำะกลำ้ ทีเ่ ปน็ หลมุ ๆ ใหเ้ ตม็ ปำดใหเ้ รยี บ แลว้ รดนำ้ ใหช้ มุ่
2) ใช้ไม้แหลมคลำ้ ยแทง่ ดนิ สอหรือไม้ลกู ชน้ิ แทงงัดตน้ กลำ้ ขึน้ มำเปน็ กระจกุ
3) เลือกต้นกล้ำท่แี ขง็ แรง คอื ตน้ ตรง ไม่คดงอ มีรำกอยูเ่ ยอะ
กจิ กรรมปลกู จติ สำนกึ รักษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละป่ำไม้ 65
4) วำงต้นกล้ำลงในถำดหลุม โดยให้รำกจ่อไปที่ปำกหลุม แล้วใช้ไม้กดไปท่ีรำก ให้ต้นตั้งตรง รำกจมดิน
เหลือใบและลำตน้ ไวท้ ส่ี ำคัญระวังอย่ำกดให้โดนตน้ เพรำะตน้ อำจหักได้
วำงพักไว้ในท่ีร่มสัก 2 วัน พอเข้ำวันท่ี 3 จึงนำออกแดดได้ ว่ำแต่อย่ำลืมรดน้ำอย่ำงระมัดระวังไม่ให้ต้นกล้ำหัก
พอต้นกล้ำอำยไุ ด้ประมำณ 20 วัน จงึ ย้ำยปลกู ลงแปลงหรือกระถำงทีเ่ ตรยี มไว้ต่อไป โดยใช้ดินที่หมักเตรียมไว้ มำ
ใสแ่ ปลงหรอื ใส่กระถำง พร้อมลงมอื ยำ้ ยตน้ กลำ้ ท่ีโตไดท้ ีแ่ ลว้ ลงปลูกได้เลย
อยำ่ งไรกต็ ำม จะเลอื กปลูกอะไร ก็อย่ำลืมนึกถึงปริมำณแสงแดดท่ีได้รับด้วยนะคะ โดยมีหลักง่ำย ๆ คือ
พ้นื ท่ที ีเ่ หมำะสำหรับกำรปลกู ผักใบท่วั ไปควรได้รับแดดอย่ำงน้อยคร่ึงวัน หำกได้รับแดดน้อยกว่ำนี้ ควรเลือกปลูก
พืชผักพื้นบ้ำนท่ีอยู่ในที่แสงรำไรได้ เช่น ใบเตย สะระแหน่ ชะพลู ขิง ข่ำ ตำลึงอ่อมแซบ ใบบัวบก วอเตอร์เครส
ผกั ชฝี รั่ง ผกั กูด ผกั หวำนปำ่ ใบยำ่ นำง ผกั แพว ตะไคร้ กระเพรำ โหระพำ หำกต้องกำรปลูกผักกินผล เช่น มะเขือเปรำะ
มะเขอื ยำว มะเขือเทศ แตงกวำ กระเจ๊ียบเขียว พรกิ ควรปลูกในท่ีมแี ดดเตม็ วัน
ขนั้ ตอนการดาเนนิ กจิ กรรม
1. ศกึ ษำขอ้ มูลเก่ียวกับกำรเพำะกลำ้ พันธุ์ผัก
2. วำงแผนกำรจัดกิจกรรมเพำะกล้ำพันธุ์ผัก โดยกำหนดพื้นท่ีท่ีจะดำเนินกำร กำหนดจำนวนผู้เข้ำร่วม
กจิ กรรม กำหนดช่วงเวลำดำเนินกิจกรรม กำหนดงบประมำณและทรัพยำกรทจ่ี ะใช้ในกำรดำเนนิ กจิ กรรม
3. ดำเนินกิจกรรมตำมแผนงำน (ตำมระเบียบทำงรำชกำร ขออนุมัติโครงกำร แต่งต้ังคณะกรรมกำร
ดำเนนิ งำน เบกิ จำ่ ยงบประมำณ รับสมัครผเู้ ข้ำรว่ มกจิ กรรม จัดหำวัสดอุ ุปกรณ์ และดำเนินกิจกรรมเพำะกล้ำพนั ธุ์ผกั )
4. รำยงำนสรุปผลกำรดำเนนิ งำน
3.6 การผสมดนิ ปลูก
ในกำรปลกู ต้นไม้ หรือพชื ชนดิ ต่ำง ๆ ส่ิงสำคัญที่ไม่ควรมองข้ำมเลยคือ ดินท่ีเอำมำใส่ต้นไม้ เพรำะต้นไม้
ต้องกำรแร่ธำตุและสำรอำหำรที่จำเป็นจำกดินอย่ำงมำกในกำรเจริญเติบโต ดังนั้นหำกต้องกำรท่ีจะปลูกต้นไม้ให้
เตบิ โตงอกงำม
66 กิจกรรมปลกู จิตสำนกึ รกั ษำทรัพยำกรธรรมชำติและปำ่ ไม้
ก็ควรที่จะมีดินท่ีดีด้วยเช่นกัน เพ่ือให้ดินคืนควำมอุดมสมบูรณ์ สำมำรถทำได้โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี โดยใช้ปุ๋ย
ธรรมชำติทหี่ ำได้งำ่ ยในทอ้ งถ่นิ ซึง่ จะชว่ ยลดต้นทนุ กำรผลิตได้มำก แนน่ อนกำรใช้ปยุ๋ ท่ีหำได้ตำมธรรมชำติย่อมทำ
ให้เรำมีโอกำสในกำรค้ำท่ีสูงขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจำกเป็นกระแสกำรปลูกพืชแบบลดกำรใช้สำรเคมีเลย เทคนิค
กำรผสมดินอย่ำงง่ำย ๆ เพื่อให้ดนิ คนื ควำมอุดมสมบูรณ์ สำมำรถทำได้โดยไม่ตอ้ งใชป้ ยุ๋ เคมี แต่ใชป้ ยุ๋ ธรรมชำติที่หำ
ได้ง่ำยในท้องถ่ิน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนกำรผลิตได้มำก สูตรกำรบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยธรรมชำติ จำก Farmer Space
(โดย Sunisa Wongthon) มี 10 สตู ร ดังน้ี
สตู รที่ 1 ดินสำหรบั ปลกู พชื ในกระถำง
นำใบมะขำม ใบกระถนิ ใบขเี้ หล็ก ใบจำมจรุ ี ใบโสนและใบแค ท่ี
รว่ งแลว้ มำกองรวมกัน และรดนำ้ ใหช้ น้ื ภำยใน 7-10 วัน จะ
เป่ือยยุ่ย สำมำรถนำมำผสมกบั ดนิ ปลูกในกระถำง หรอื นำไป
หว่ำนโรยรอบตน้ พืชทป่ี ลกู ถอื เปน็ กำรกำจดั เศษใบไม้ใต้ตน้ ไดด้ ี
กรณตี อ้ งกำรให้มีคณุ ภำพดีขึ้น ให้กองรวมกับปุย๋ คอก โดยใช้
อัตรำสว่ น เชน่ ใบจำมจุรี 4 ส่วน : ปุ๋ยคอก 1 สว่ น เป็นตน้
สูตรท่ี 2 ดินเป็นกรดสำหรบั ปลกู ไมป้ ระดับทีม่ ีสสี ด
นำใบมะขำม ใบชมวง ใบมะกอกไทย และใบชมพู่ โดยนำมำ
หมกั ให้เนำ่ เปือ่ ย หรือเกบ็ รวมใส่ถงุ ขยะสีดำปิดปำกถุงทิ้งไว้
7 วนั เพือ่ ใหเ้ นำ่ เปอื่ ย ใบไมห้ มักเหล่ำนีจ้ ะมคี วำมเปน็ กรด
เหมำะสำหรับดนิ ปลกู ไม้ประดบั หรือใบไมท้ ่มี ีสี เช่น โกสน
บอนสี และช่วยให้ใบและดอกสีเขม้ ข้ึน
กจิ กรรมปลกู จิตสำนึกรกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำติและปำ่ ไม้ 67
สตู รที่ 3 ดินสำหรับแปลงผกั
นำ ตน้ ใบ และรำกของผักตบชวำ มำสบั ให้เป็นทอ่ น ๆ กอง
รวมกันให้เห่ียวสกั 2-3 วนั รำดดว้ ยน้ำปยุ๋ คอก คลมุ ด้วยกระสอบ
ประมำณ 7-10 วัน ผกั ตบจะเหย่ี วยบุ ตัวลงและมีธำตุอำหำรที่
สมบูรณ์ สำมำรถนำไปใส่แปลงผกั หรอื ผสมดินท่ปี ลกู ตน้ ไมไ้ ด้
สตู รท่ี 4 ดนิ รว่ นซยุ มคี วำมสมบรู ณ์
เปลอื กถวั่ ลสิ งนำมำกองหมักไวส้ ัก 3 สัปดำห์ จนเปอ่ื ยยุ่ย นำไป
รองก้นหลุม เพ่ือปลูกไมผ้ ลหรอื ผสมดินปลกู ตน้ ไม้ จะชว่ ยใหด้ นิ
รว่ นซยุ มคี วำมสมบูรณ์
สตู รท่ี 5 ดินสำหรับผักกินใบ
นำละอองขำ้ วท่ีเกดิ จำกขดั สีขำ้ วเปลอื กจะเป็นสว่ นเนื้อเยือ่ หมุ้ เมล็ด
ขำ้ ว จมกู ข้ำวและรำ โดยนำละอองขำ้ วนี้มำแชน่ ้ำ 1-2 วัน แล้วนำ
น้ำหมกั ทไี่ ดไ้ ปรดตน้ ไม้ โดยเฉพำะผักกนิ ใบ ซง่ึ จะทำให้ใบมสี เี ขียว
เขม้ ยอดและใบจะอวบนำ่ รบั ประทำน
สูตรท่ี 6 ดนิ สำหรบั ปลกู กุหลำบ
นำเปลอื กกล้วยชนดิ ใดก็ได้ มำห่นั เปน็ ทอ่ น ๆ แลว้ ตำกแดดใหแ้ หง้
นำไปผสมดินปลกู หำกนำไปใชก้ ับกุหลำบจะชว่ ยให้ออกดอกสีสัน
สวยงำม
68 กจิ กรรมปลกู จติ สำนึกรักษำทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้
สตู รท่ี 7 ดินปลกู ต้นไมท้ วั่ ๆ ไป ผสมในอตั รำสว่ น ดังนี้
ดนิ รว่ น 1 สว่ น
ใบไม้ผุ 1 ส่วน
ปยุ๋ หมักหรือปยุ๋ เทศบำล 1 สว่ น
ผสมใหเ้ ข้ำกัน นำไปปลกู ต้นไมท้ ั่วไปได้ เปน็ ดนิ สำรพดั ประโยชน์
สตู รท่ี 8 ดนิ ปลกู ไมด้ อกกระถำง ผสมในอัตรำส่วน ดงั นี้
ดินใบก้ำมปู 1 สว่ น
ปยุ๋ คอก (ตอ้ งเก่ำ ๆ ) 1 สว่ น
ดินร่วน 1 ส่วน
กำบมะพร้ำวสับ 1 ส่วน
ผสมใหเ้ ขำ้ กนั นำไปปลูกไม้ดอกกระถำงได้
สูตรที่ 9 ดนิ ปลูกสำหรับปลกู โปย้ เซียน ผสมในอัตรำส่วน ดงั นี้
ดนิ ขุยไผผ่ สมแกลบหรือทรำยหยำบ 1 ส่วน
ถ่ำนปน่ 1 ส่วน
อิฐมอญทุบเลก็ ๆ 2 สว่ น
เปลือกถัว่ และใบทองหลำงหรอื ใบก้ำมปูผุ ๆ 2 ส่วน
สูตรที่ 10 ดนิ สำหรับปลูกแคคตสั และพชื อวบนำ้ เช่น กุหลำบหนิ โคมญีป่ นุ่
ส่วนผสมของดินมดี งั น้ี
ดนิ รว่ น (ผ่งึ แดด 7 วัน) 2 ส่วน
ทรำยหยำบ 3 สว่ น
ถำ่ นปน่ 1 ส่วน
ใบก้ำมปูผุ ๆ 1 สว่ น
ปูนขำวเลก็ นอ้ ย
พชื เหลำ่ น้ี ไม่ตอ้ งกำรดินท่ีมอี ำหำรสมบูรณ์มำกนัก แตต่ อ้ งกำรดินท่ี
รว่ นโปร่ง ระบำยนำ้ ไดด้ แี ละอมุ้ น้ำได้พอสมควร หำกเรำตอ้ งกำรให้
ต้นไม้ทเ่ี รำจะปลูกนน้ั เจริญงอกงำมดี กค็ วรศึกษำลกั ษณะของดนิ หรือ
ผสมดนิ ให้เหมำะกบั ต้นไม้ทจ่ี ะปลกู
กจิ กรรมปลูกจติ สำนกึ รักษำทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้ 69
ครูชำตรี ต่วนศรีแกว้ สอนวชิ ำเกษตร โรงเรียนสถำพรวทิ ยำ และเปน็
วทิ ยำกรฝึกอบรมใหก้ ับประชำชน ทศี่ นู ยเ์ รยี นร้ชู มุ ชน โรงเรียนสถำพร
วทิ ยำ ได้คิดคน้ สูตรผสมดนิ ซึง่ บำงสูตรเหมอื นกบั สูตรขำ้ งตน้ แลว้ ยังมสี ูตร
เพิม่ เติมอีก ดงั นี้
สูตรที่ 1 นำใบขีเ้ หลก็ ใบกระถิน ใบแค ใบจำมจุรีและใบโสน ที่ร่วงแล้ว เอำมำกองรวมกัน ทำกำรรดน้ำ
ให้ชื้นภำยใน 7-10 วัน ใบไม้จะเป่ือยยุ่ย จำกน้ันนำมำผสมกับดินปลูกในกระถำง หรือจะนำไปโรยรอบต้นพืชท่ี
ปลูกกไ็ ด้ เรียกไดว้ ่ำเปน็ กำรจดั กำรกบั เศษใบไม้ไดอ้ ยำ่ งมีประโยชน์ หรือถ้ำต้องกำรให้มีคุณภำพมำกข้ึน ให้นำไป
ผสมรวมกบั ปยุ๋ คอก โดยใชอ้ ตั รำส่วน ใบไม้ 4 สว่ น : ปุ๋ยคอก 1 ส่วน
สูตรท่ี 2 ใชใ้ บชะมวง ใบมะขำม ใบมะกอกไทย และใบชมพู่ มำหมักให้เน่ำเป่ือย หรือจะเก็บใส่ถุงดำปิด
ปำกถงุ ทิ้งไว้ 7 วนั ใบไม้พวกน้มี คี วำมเปน็ กรด เหมำะสำหรบั กำรใช้ปลูกไมป้ ระดับหรือไม้ทม่ี ีสี เพรำะจะช่วยให้ใบ
และดอกมีสเี ขม้ ข้นึ ดูสวยงำม เชน่ โกสน บอนสี
สูตรท่ี 3 ใช้ผักตบชบำ ท้งั ลำต้น ใบ และรำก มำสับเปน็ ทอ่ น ๆ แลว้ ทิ้งไวใ้ หเ้ ห่ียวสกั 2-3 วนั รำดด้วยน้ำ
ปยุ๋ คอก จำกนั้นคลุมดว้ ยกระสอบ 7-10 วัน ผักตบชวำจะเหยี่ วยบุ ตัวลง ในผักชนิดนีม้ ธี ำตอุ ำหำรท่ีสมบูรณ์ ดังน้ัน
นำไปใสแ่ ปลงผกั หรือผสมใส่ดินปลกู ตน้ ไม้ จะให้สำรอำหำรท่ดี มี ำกตอ่ ต้นไม้
สตู รที่ 4 นำเปลือกถว่ั ลิสงมำกองรวมกนั หมกั ไวป้ ระมำณ 3 สัปดำห์ เมื่อเปอ่ื ยยุ่ยแล้ว นำไปรองก้นหลุม
สำหรบั ปลกู ไม้ผลหรือผสมดินปลกู ต้นไม้ จะช่วยใหด้ ินรว่ นซยุ ไดด้ ี
สูตรที่ 5 ใช้ละอองข้ำวท่ีเกิดจำกกำรขัดสขี ้ำวเปลอื ก ซึ่งจะเปน็ ส่วนเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดข้ำว จมูกและรำข้ำว
นำละอองข้ำวมำแช่ในน้ำ 1-2 วัน จะได้น้ำหมักที่มปี ระสทิ ธิภำพ นำไปรดต้นไม้ จะทำให้มีใบสีเขียวเข้ม ยอดและ
ใบจะอวบอม่ิ ดนู ่ำรบั ประทำนมำก ๆ
สูตรที่ 6 ใช้น้ำซำวขำ้ ว รดตน้ สะระแหน่ จะช่วยบำรุงใบใหเ้ จรญิ งอกงำมยง่ิ ขนึ้
สูตรที่ 7 สำหรับปลูกต้นเฟิร์น ส่วนผสมของดินมีดังน้ี ดินเผำหรือดินร่วน 1 ส่วน ใบก้ำมปูผุ ๆ 1 ส่วน
ทรำยละเอียด 1 ส่วน เศษอิฐหกั ปน่ 1 สว่ น ปุย๋ คอกเก่ำ ๆ 1/2 ส่วน และ ปนู ขำว 1/4 ส่วน
สูตรท่ี 8 สำหรบั ปลกู ต้นปำลม์ โกสน และเบญจมำศ โดยผสม ดินร่วนทรำยหยำบปุ๋ยคอกเก่ำ ๆ กระดูก
ปน่ เลก็ น้อย
สูตรที่ 9 สำหรับปลูกบอน ว่ำนต่ำง ๆ และดำดตะกั่ว โดยผสมทรำย 4 ส่วน ดินร่วน 6 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน
ใบมะขำมผุ ๆ 1 สว่ น
สูตรท่ี 10 สำหรับปลูกคล้ำและมำรำนต้ำ โดยผสมทรำย 2 ส่วน ดินร่วน 2 ส่วน แกลบ 1 ส่วน ขุยมะพร้ำว
2 สว่ น ปุย๋ คอก 1 สว่ น
(ปยุ๋ คอกควรทบุ ใหล้ ะเอยี ด และเอำไปแชน่ ้ำประมำณ 3-4 ชวั่ โมงกอ่ นนำไปผสม)
ขน้ั ตอนการดาเนนิ กิจกรรม
1. ศกึ ษำขอ้ มลู เกย่ี วกบั กำรผสมดนิ ปลกู ตำมสูตรทต่ี อ้ งกำร ใหเ้ หมำะสมกบั พันธุพ์ ชื ทจี่ ะปลูก
2. วำงแผนกำรจัดกิจกรรม โดยกำหนดพื้นท่ีที่จะดำเนินกำร กำหนดจำนวนผู้เข้ำร่วมกิจกรรม กำหนด
ช่วงเวลำดำเนนิ กิจกรรม กำหนดงบประมำณและทรพั ยำกรที่จะใชใ้ นกำรดำเนนิ กิจกรรม
70 กิจกรรมปลกู จิตสำนึกรักษำทรัพยำกรธรรมชำติและปำ่ ไม้
3. ดำเนินกิจกรรมตำมแผนงำน (ตำมระเบียบทำงรำชกำร ขออนุมัติโครงกำร แต่งต้ังคณะกรรมกำร
ดำเนินงำน เบิกจำ่ ยงบประมำณ รบั สมคั รผ้เู ขำ้ รว่ มกจิ กรรม จดั หำวสั ดุอุปกรณ์ และดำเนนิ กจิ กรรมผสมดินปลูก)
4. รำยงำนสรปุ ผลกำรดำเนินงำน
3.7 การทาปยุ๋ หมัก
ครูชำตรี ต่วนศรีแก้ว วิทยำกรศูนย์เรียนรู้ชุมชน โรงเรียนสถำพรวิทยำ มีข้อแนะนำเกี่ยวกับปุ๋ยหมัก คือ
ปุ๋ยหมกั โดยทั่วไปมักมคี ุณสมบัติและปรมิ ำณแรธ่ ำตุนอ้ ยกวำ่ สำรเคมี เวลำใส่ให้พืชจะตอบสนองช้ำมำก ต้องใส่ใน
ปริมำณมำก ต้องเตรียมกำรในกำรผลติ หลำยข้ันตอน มสี ตู ร ดังน้ี
1. ปยุ๋ หมักสูตร 16-16-16 และปยุ๋ หมกั ชวี ภำพสูตร 15-15-15 วตั ถุดิบต่อส่วนผสม
รำอ่อน 1 สว่ น
ดินดี 1 ส่วน
แกลบดิน 1 ส่วน
แกลบดำ 1 สว่ น
มูลสตั ว์ 1 ส่วน
พชื ตระกูลถัว่ 1 ส่วน
2. ปุ๋ยหมกั สตู ร 16-20-0 วัตถดุ บิ ต่อส่วนผสม
รำอ่อน 1 สว่ น
ดนิ ดี 2 ส่วน
แกลบดิน 4 ส่วน
แกลบดำ 4 สว่ น
มูลสัตว์ 4 สว่ น
พชื ตระกูลถ่ัว 4 สว่ น
ขนั้ ตอนกำรทำปยุ๋ หมัก
1. นำส่วนผสมท้ังหมด นำมำคลกุ เคลำ้ ใหเ้ ขำ้ กนั (ยกเว้นรำอ่อนใสห่ ลังสุด)
2. เกลี่ยส่วนผสมออกเป็นวงกลมแล้วนำน้ำหมักที่ผสมไว้รำดลงไปให้ทั่วกองปุ๋ยโดยให้เปียกพอประมำณ
ควำมชื้น 60 % โดยอัตรำส่วนในกำรผสมน้ำหมักชีวภำพนำกำกน้ำตำล 2 ช้อนแกง ผสมกับน้ำหมัก 20 ลิตร
คนใหเ้ ข้ำกนั นำไปรดกองปุย๋
ขอ้ แนะนำ
1. ในกำรผสมปยุ๋ และเก็บปุ๋ยควรทำในรม่ หรอื ในโรงเรอื น
2. ในระยะ 7 วันแรก ปยุ๋ จะมีควำมร้อนสงู ควรพลกิ กลับปุ๋ยทุกวนั ในระยะ 2-7 วันแรก
กจิ กรรมปลูกจิตสำนึกรักษำทรพั ยำกรธรรมชำติและป่ำไม้ 71
3. กำรเกบ็ ปยุ๋ ไมค่ วรซ้อนกันเกิน 5 ชัน้
4. หลงั จำกปยุ๋ คลำยรอ้ นแล้วนำไปใชง้ ำนได้
5. น้ำทใ่ี ชผ้ สมกับกำกน้ำตำลหรอื น้ำหมกั ให้ใช้น้ำซำวขำ้ วแทนไดจ้ ะทำใหป้ ุ๋ยมปี ระสิทธภิ ำพมำกข้ึน
3. กำรผลติ ปุ๋ยหมกั สตู ร โคบำชิ เทยี บเคยี งปุย๋ เคมี 46-0-0
วัสดุสำหรับกำรผลติ ป๋ยุ สูตรเทียบเคยี งปุย๋ 46-0-0 (โบโบช)ิ
รำ 1 กระสอบ
แกลบดิน 1 กระสอบ
มูลไก่ 1 กระสอบ
ข้คี ำ้ งคำว 6 กิโลกรัม
นำ้ หมกั ชีวภำพ พด.2 หรอื EM
กำกน้ำตำล
วิธีทำ
1. ผสมรำ แกลบดำ มูลไก่ ขีค้ ำ้ งคำว คนให้เขำ้ ดว้ ยกันกองบนพื้นรำบ
2. ใช้น้ำหมักชีวภำพ พด.2 ถ้ำไม่มีให้ใช้ EM พร้อมกับใช้กำกน้ำตำลรดบนกองขยะ ผสมวัสดุทำปุ๋ยให้ได้
ควำมช้นื 60% (วดั ควำมชื้นท่ีเหมำะสมได้จำกกำรกำวัสดุที่ผสมแล้วให้แน่นแล้วปล่อยให้อยู่ในอุ้งมือ ถ้ำควำมช้ืน
60% จะติดกันเป็นกอ้ นไมแ่ ตกออกจำกกัน)
3. ตักปุ๋ยที่ได้บรรจุใส่ในกระสอบฟำง (อย่ำใส่จนเต็มกระสอบ) มัดปำกกระสอบ เก็บไว้ท่ีร่ม หมั่นกลับ
กระสอบทุกวัน วนั แรกวำงกระสอบไวแ้ นวนอน
4. กลับกระสอบไปมำวันละ 1 ครั้ง จนครบ 7 วัน ในวันท่ี 7 ให้วำงกระสอบในแนวตั้ง จำกนั้นเปิดปำก
กระสอบระบำยควำมร้อนทิ้งไว้อีก 1 คนื จะได้ป๋ยุ หมักโบโบชิ สำมำรถนำไปใชไ้ ด้
วิธีกำรนำไปใช้
ใช้หวำ่ นบนแปลงปลูกพชื ในอตั รำ 1 กิโลกรัม ต่อ 1 ตำรำงเมตร แทนกำรใชป้ ุ๋ยสูตร 46-0-0
วิธที าหวั เชื้อจุลินทรีย์
1. เกบ็ กง่ิ ไม้ ใบไม้ทมี่ ำรำขำวมำ
2. เตรียมน้ำผสมน้ำตำล อัตรำส่วนประมำณ 20 ลติ ร ต่อนำ้ ตำล 1 กโิ ลกรัม
3. นำกง่ิ ไม้ ใบไมท้ ี่มรี ำขำวแชล่ งไป ใช้กระดำษปิด เพอ่ื ให้มีอำกำศลงไปบำ้ ง
4. หมักทงิ้ ไว้ประมำณ 5-7 วนั ก็สำมำรถนำนำ้ น้ันมำใชเ้ ปน็ หัวเชอื้ จลุ ินทรยี ไ์ ด้
ขัน้ ตอนการดาเนินกจิ กรรม
1. ศึกษำขอ้ มลู เกยี่ วกบั กำรทำปยุ๋ หมักตำมสูตรท่ตี ้องกำร
2. วำงแผนกำรจัดกิจกรรม โดยกำหนดพื้นท่ีท่ีจะดำเนินกำร กำหนดจำนวนผู้เข้ำร่วมกิจกรรม กำหนด
ช่วงเวลำดำเนินกิจกรรม กำหนดงบประมำณและทรัพยำกรที่จะใชใ้ นกำรดำเนนิ กิจกรรม
3. ดำเนินกิจกรรมตำมแผนงำน (ตำมระเบียบทำงรำชกำร ขออนุมัติโครงกำร แต่งตั้งคณะกรรมกำร
ดำเนนิ งำน เบิกจ่ำยงบประมำณ รบั สมคั รผเู้ ขำ้ ร่วมกจิ กรรม จดั หำวัสดอุ ุปกรณ์ และดำเนนิ กิจกรรมกำรทำปยุ๋ หมกั )
4. รำยงำนสรปุ ผลกำรดำเนินงำน
72 กิจกรรมปลกู จติ สำนึกรักษำทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้
ภาคผนวก
กจิ กรรมปลูกจติ สำนกึ รกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้ 73
74 กจิ กรรมปลูกจติ สำนึกรกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้
แบบโครงการ
ชื่อโครงการ...............................................................................................................................................................
ช่อื หนว่ ยงานที่รบั ผดิ ชอบ........................................................................................................................................
หลกั การและเหตผุ ล
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
วัตถุประสงค์
1. ..............................................................................................................................................................
2. ..............................................................................................................................................................
3. ..............................................................................................................................................................
เป้าหมาย (เชิงปรมิ ำณ/เชงิ คณุ ภำพ)
1. เชงิ ปริมำณ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
2. เชงิ คณุ ภำพ
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
งบประมาณทีใ่ ช้ ................................... บำท (........................................)
วธิ ีดาเนนิ งาน (ระบวุ ิธกี ำร ส่ือ วัสดุ อปุ กรณ์ และสถำนทีด่ ำเนนิ กำรแต่ละขน้ั ตอน)
วิธดี ำเนนิ งำนม.ี ..........ขนั้ ตอน ดงั นี้
1. ...............................................................................................................................................................
2. ...............................................................................................................................................................
3. ..............................................................................................................................................................
ระยะเวลาดาเนินการ
...............................................................................................................................................................
แผนการปฏิบตั งิ าน
หวั ขอ้ กิจกรรม ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4
(ระบุขนั้ ตอนกำรดำเนินงำน วัน เดือน ปี ทีด่ ำเนินกำร และ ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค ส.ค. ก.ย.
สถำนท่ดี ำเนนิ งำน)
กจิ กรรมปลูกจิตสำนึกรักษำทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้ 75
บทบาทภาคีทม่ี ีสว่ นร่วมในโครงการ (ภำครฐั / ภำคเอกชน / ภำคประชำสงั คม)
1. ...............................................................................................................................................................
2. .......................................................................................................................................................,.......
3. ..............................................................................................................................................................
ผลทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั
1. ...............................................................................................................................................................
2. .....................................................................................................................................................,.........
3. ..............................................................................................................................................................
วธิ กี ารตดิ ตามและการประเมินผล
1. ...............................................................................................................................................................
2. ......................................................................................................................................................,........
3. ..............................................................................................................................................................
ผรู้ ับผิดชอบโครงการ
ชอื่ -สกลุ .....................................................................................................................................................
โทร .................................................................... โทรสำร .......................................................................
E-mail : ...................................................................................................................................................
76 กจิ กรรมปลูกจติ สำนกึ รกั ษำทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้
แบบรายงานผลการดาเนนิ งานโครงการ
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
คาช้แี จง
1. แบบรำยงำนน้ีใช้เป็นหลักฐำนประกอบกำรรำยงำนผลโครงกำรที่ได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณจำก
หนว่ ยศึกษำนิเทศก์
2. ให้รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำร ฯ ไปยงั หน่วยศึกษำนเิ ทศก์ เม่อื เสร็จสิน้ กำรดำเนินงำน ภายใน 7 วัน
2.1 โปรดรำยงำนผลฯ ในระบบฐำนข้อมูลหนว่ ยศกึ ษำ ท่ี e-mail: [email protected] หำก
ระบบฐำนขอ้ มลู ฯ มปี ัญหำติดขดั ไมส่ ำมำรถดำเนนิ กำรรำยงำนผลฯ ได้ ใหจ้ ัดทำรำยงำนผลตำมแบบรำยงำนดงั
แนบ โดยจดั ส่งให้ฝำ่ ยบริหำรงำนทวั่ ไป หน่วยศกึ ษำนเิ ทศก์
2.2 ให้จดั ทำรำยงำนตำมแบบรำยงำนนี้และจัดส่งข้อมูลในรูปแบบไฟล์ข้อมูลพร้อมภำพประกอบ หรือ
สง่ เป็นแผ่น CD ไปยังฝำ่ ยบริหำรงำนท่วั ไป หนว่ ยศกึ ษำนิเทศก์
3. ผู้จัดทำรำยงำน คือ ผู้รับผิดชอบโครงกำรท่ีได้รับกำรจัดสรรงบประมำณจำกหน่วยศึกษำนิเทศก์ ประจำปี
งบประมำณ 2563
4. หำกมีขอ้ สงสยั โปรดติดตอ่ หน่วยศกึ ษำนเิ ทศก์ โทร 0-251–1823 ต่อ 113 หรอื 116
แหลง่ งบประมาณของโครงการ
งบตำม พ.ร.บ. งบประมำณรำยจำ่ ยประจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2563
1. ชอ่ื โครงการ..........................................................................................................................................................
2. ช่ือผูร้ บั ผดิ ชอบโครงการ......................................................................................................................................
3. หลักการและเหตผุ ล
.....................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
4. วตั ถุประสงค์โครงการ
4.1 ............................................................................................................................................................
4.2 ............................................................................................................................................................
4.3 ............................................................................................................................................................
5. กลุ่มเป้าหมาย (คอื บุคคล/กลมุ่ คน ทเ่ี ขำ้ รว่ มในโครงกำร)
5.1 ............................................................................................................................................................
5.2 ............................................................................................................................................................
6. กจิ กรรมทจี่ ัด
6.1 ............................................................................................................................................................
6.2 ............................................................................................................................................................
6.3 ...........................................................................................................................................................
กิจกรรมปลูกจติ สำนึกรักษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้ 77
7. ระยะเวลาดาเนนิ การ สถานที่ หนว่ ยงานที่ร่วมดาเนนิ การ
กจิ กรรมที่ ว/ด/ป ทดี่ าเนนิ การ
8. ผลการดาเนนิ งาน
8.1 ผลผลติ เชงิ ปรมิ ำณ (จำนวนผู้เขำ้ รว่ มกิจกรรม)
1) จำนวนกล่มุ เป้ำหมำยตำมแผน ............ คน
2) จำนวนกลุ่มเปำ้ หมำยทเี่ ข้ำรว่ ม ........... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ .......... จำแนก ดังนี้
(1)+(2)+(3)+(4)+(5)+(6)
ผู้เรยี น ผ้บู ริหำรสถำนศกึ ษำ ครผู ู้สอน ขำ้ รำชกำร ประชำชน อ่นื ๆ ระบุ
/ พนกั งำนรำชกำร (6)
(1) (2) (3) (5)
(คน) ร้อยละ (คน) ร้อยละ (คน) ร้อยละ (4) (คน) ร้อยละ ........................
(คน) ร้อยละ (คน) รอ้ ยละ
8.2 ผลลัพธ์ตำมตัวช้วี ดั (เชิงปรมิ ำณและคุณภำพ)
แผน ตำมตัวชว้ี ัด ผล ตำมตัวช้ีวดั
เชงิ ปริมำณ เชงิ ปริมำณ
1. 1.
2. 2.
เชงิ คุณภำพ เชิงคุณภำพ
1. 1.
2. 2.
8.3 ผลกำรใช้จำ่ ยงบประมำณ
1) งบประมำณทไี่ ดร้ บั อนมุ ัติ ........................ บำท
2) งบประมำณทใี่ ช้ ........................ บำท คิดเปน็ รอ้ ยละ ...... จำแนก ดงั นี้
(1)+(2)+(3)+(4)+(5)+(6)+(7)+(8)
ค่ำตอบแทน ค่ำท่ีพัก อำหำร อำหำรว่ำง เบยี้ เลยี้ ง คำ่ พำหนะ คำ่ วัสดุ อืน่ ๆ ระบุ
วทิ ยำกร กลำงวนั และเคร่ืองด่ืม
(2) และเย็น (5) (6) (7) (8)
(1) (4) ....................
บำท ร้อยละ (3) บำท รอ้ ยละ บำท ร้อยละ บำท ร้อยละ
บำท รอ้ ยละ บำท รอ้ ยละ บำท รอ้ ยละ
บำท ร้อยละ
หมายเหตุ : - ค่ำพำหนะ (6) หมำยรวมถงึ ค่ำเดนิ ทำง คำ่ น้ำมนั เชือ้ เพลงิ ค่ำทำงดว่ น และคำ่ เช่ำรถ
- ค่ำวัสดุ (7) หมำยรวมถึง คำ่ วสั ดโุ ครงกำร ค่ำถำ่ ยเอกสำร และค่ำทำปำ้ ยโครงกำร
- กรณที ่นี อกเหนือจำก ข้อ (1) – (7) ให้อยใู่ นอน่ื ๆ ระบุ (8)
78 กจิ กรรมปลูกจติ สำนกึ รักษำทรัพยำกรธรรมชำติและปำ่ ไม้
9. ประโยชน์ท่ไี ดร้ บั (คือ ในภำพรวมผเู้ ข้ำรับกำรพฒั นำได้รบั ประโยชนอ์ ะไร)
9.1 ............................................................................................................................................................
9.2 ............................................................................................................................................................
10. กำรประเมินโครงกำร
ไม่มีกำรติดตำมและประเมินผล
มกี ำรตดิ ตำมและประเมินผล ไดผ้ ลดังน้ี ( คือ ผลกำรประเมินโครงกำร เช่น ระดบั ควำม พงึ พอใจ
ของผู้เข้ำรว่ มกิจกรรม หรอื ร้อยละของผู้เข้ำร่วมกิจกรรมทไี่ ด้รบั กำรพฒั นำ ฯลฯ)
10.1 ..........................................................................................................................................................
10.2 ..........................................................................................................................................................
11. ปญั หำ / อปุ สรรค
11.1 ..........................................................................................................................................................
11.2 ..........................................................................................................................................................
12. ขอ้ เสนอแนะ
12.1 ..........................................................................................................................................................
12.2 ..........................................................................................................................................................
13. รำยงำนข้อมลู ณ วนั ท่ี ........................................................................................................................................
14. ผรู้ ำยงำน ชอื่ – สกุล ......................................................................................................................................
สังกัด ...............................................................................................................................................................
โทรศพั ท์ ...........................................................................................................................................................
e-mail: ………………………………………………………………………………………………..………………………………………
กจิ กรรมปลูกจิตสำนึกรักษำทรพั ยำกรธรรมชำติและป่ำไม้ 79
80 กจิ กรรมปลูกจติ สำนึกรกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้
คณะทำงำน
ท่ีปรกึ ษา จรัสจนิ ดำรัตน์ หวั หน้ำหนว่ ยศกึ ษำนเิ ทศก์
ดร.ผอ่ งพรรณ
หวั หน้ำฝำ่ ยสง่ เสริมวิชำกำร
ฝา่ ยวิชาการ ศึกษำนเิ ทศก์ชำนำญกำร
นำงศศธิ ร กุลสิริสวัสด์ิ ศกึ ษำนิเทศกช์ ำนำญกำรพเิ ศษ
ศึกษำนเิ ทศกช์ ำนำญกำร
ว่ำท่รี อ้ ยตรี ฐติ ิพงษ์ ปญั ญำคำ
ศกึ ษำนเิ ทศกช์ ำนำญกำรพิเศษ
บรรณาธกิ ารกิจ ศกึ ษำนเิ ทศก์
นำงศศธิ ร กลุ สริ ิสวสั ดิ์ ศึกษำนิเทศก์
วำ่ ทรี่ อ้ ยตรี ฐิติพงษ์ ปญั ญำคำ ศกึ ษำนเิ ทศก์ชำนำญกำรพิเศษ
ศึกษำนเิ ทศก์ชำนำญกำร
ฝ่ายศิลปแ์ ละจัดทารูปเล่ม
นำงศศิธร กลุ สริ สิ วสั ดิ์
นำยธนสำร รุจิรำ
จัดทา e-book รจุ ริ ำ
นำยธนสำร
จัดทาเลม่ สวุ รรณภำค
นำงอรวรรณ ปัญญำคำ
นำงพชรกร
กจิ กรรมปลูกจิตสำนกึ รักษำทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละปำ่ ไม้ 81