รูปแบบของคาถาม/ประเดน็ ปัญหา วธิ ีการศึกษาค้นคว้า
อย่างไร (How?) ทาไม (Why?) วิธีการทดลอง
วิธีการสารวจ
ใคร (Who?) อะไร (Where?) ท่ีไหน
(Where?) จานวนเท่าไร (How many?) วิธีการทางประวตั ิศาสตร์
มาก/น้อยเพียงใด (How much?) วิธีการแบบกรณีศึกษา (Case study)
อย่างไร (How?) ทาไม (Why?)
อย่างไร (How?) ทาไม (Why?)
รูปแบบของคาถาม/ประเดน็ ปัญหา วธิ ีการศึกษาค้นคว้า
ทาไมนมสดที่ใส่ถ้วยและวางทิ้งไว้ในอณุ หภมู ิ วิธีการทดลอง
ปกติจึงบดู เรว็ กว่านมสดท่ีเกบ็ ไว้ในต้เู ยน็
- อะไรคือปัจจยั ท่ีส่งผลต่อการเรียนร้ขู อง วิธีการสารวจ
นักเรียนระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
- มีนักเรียนจานวนเท่าใดท่ีอ้วนและไม่ชอบ
ออกกาลงั กาย
คนไทยรวมตวั กนั ทิ้งรกรากและอพยพมาอยู่ วิธีการทางประวตั ิศาสตร์
ในดินแดนสวุ รรณภมู ินี้ได้อย่างไร
ทาไมเดก็ ชายแดนชอบแกล้งเพ่ือนผหู้ ญิง วิธีการแบบกรณีศึกษา (Case study)
1. รายได้ อายุ สถานภาพสมรส
2. ระยะทาง พืน้ ท่ี รายได้
3. ความคิดเหน็ น้ าหนัก ส่วนสงู
4. สถานภาพสมรส อายุ ความคิดเหน็
1.ข้อมลู เชิงปริมาณ
2.ข้อมลู เชิงคณุ ภาพ
3.ข้อมลู เชิงพรรณนา
4.ข้อมลู เชิงปริมาณและเชิงคณุ ภาพ
1.ขนั้ ปฐมภมู ิ
2.ขนั้ ทตุ ิยภมู ิ
3. ขนั้ ตติยภมู ิ
4. ขนั้ จตรุ ภมู ิ
1.คาถามปลายเปิ ด
2.คาถามปลายปิ ด
3. คาถามกาหนดขอบเขต
4. ข้อ 1 และข้อ 2 ถกู ต้อง
1.วิธีการทางประวตั ิศาสตร์
2.วิธีการสารวจ
3. วิธีการแบบกรณีศึกษา
4. วิธีการทดลอง
1.วิธีการทางประวตั ิศาสตร์
2.วิธีการสารวจ
3. วิธีการแบบกรณีศึกษา
4. วิธีการทดลอง
การวเิ คราะห์และตคี วามหมายข้อมูล
(Analysis and Interpretation of Data)
ANALYSIS AND
INTERPRETATION OF DATA
การประเมนิ สารสนเทศ
เปน็ ขั้นตอนในการประเมินเพ่ือคดั เลอื กสารสนเทศที่เราได้
จากการสบื คน้ ทมี่ ีคุณค่า มคี วามนา่ เช่อื ถือในทางวิชาการ เป็น
การพจิ ารณาคดั เลอื กจากแหล่งสารสนเทศตา่ งๆ ทั้งจาก
ห้องสมุด อินเทอรเ์ น็ต เป็นต้น
การประเมินสารสนเทศ
หลกั การประเมินสารสนเทศ
1.ประเมนิ ความตรงกับความตอ้ งการสารสนเทศ
พิจารณาวา่ เปน็ เรื่องท่ตี รงกับความต้องการสารสนเทศของเรา
หรอื ไม่ วิธกี าร คอื การอา่ นเบ้ืองต้น
หลกั การประเมินสารสนเทศ
2. ประเมินความน่าเชอ่ื ถือและความทนั สมยั ของสารสนเทศ
พจิ ารณาว่าเปน็ สารสนเทศที่มีความน่าเชื่อถือหรอื ไม่
2.1 ประเมนิ ความน่าเชือ่ ถือของแหลง่ สารสนเทศโดยพจิ ารณา
วา่ สารสนเทศนัน้ ได้ มาจากแหลง่ สารสนเทศใด
2.2 ประเมนิ ความนา่ เช่ือถอื ของ ทรพั ยากรสารสนเทศ โดย
พจิ ารณาวา่ ทรัพยากรสารสนเทศหรือสารสนเทศนั้นๆ เป็น
รปู แบบใด
2.3 ประเมนิ ความน่าเชื่อถือของ ผู้เขยี น ผู้จดั ทา สานกั พมิ พ์
โดยพิจารณาว่า ผู้เขยี นมีคุณวฒุ ิ ความรู้ ความสามารถและ
ประสบการณ์ ตรงหรอื สอดคล้องกับเรื่องทเี่ ขยี นหรือไม่
2.4 ประเมนิ ความทันสมัยของสารสนเทศ โดยหากเปน็ ส่ือ
สง่ิ พมิ พพ์ จิ ารณาความทันสมัย จาก วัน เดือน ปี ทพี่ ิมพ์ หาก
เป็นสอื่ อิเล็กทรอนิกส์ พิจารณาจาก วัน เดอื น ปีท่เี ผยแพร่ เป็น
ต้น
หลกั การประเมนิ สารสนเทศ
3. ประเมินระดับเน้อื หาของสารสนเทศ
3.1 สารสนเทศปฐมภูมิ (Primary Information) มี
ความนา่ เช่ือถอื มากทส่ี ุด เนอื่ งจากเปน็ สารสนเทศที่ได้จาก
การศึกษาคน้ ควา้ โดยตรงของผเู้ ขียนและตพี ิมพ์ เผยแพรเ่ ป็นครั้ง
แรก เชน่ ต้นฉบับตวั เขยี น
หลักการประเมินสารสนเทศ
3. ประเมินระดับเนอื้ หาของสารสนเทศ
3.2 สารสนเทศทุติยภมู ิ (Secondary Information) เป็น การ
นาสารสนเทศปฐมภูมมิ าเขยี นใหม่ อธิบาย เรยี บเรยี ง วิจารณ์
ใหม่ใหเ้ ขา้ ใจงา่ ยเพอ่ื ให้เหมาะกบั ผใู้ ชส้ ารสนเทศ หรือเปน็
เคร่ืองมือช่วยค้นหรือติดตามสารสนเทศปฐมภมู ิ เช่น หนงั สือ
บทความวารสาร
หลกั การประเมนิ สารสนเทศ
3. ประเมินระดับเนื้อหาของสารสนเทศ
3.3 สารสนเทศตตยิ ภมู ิ (Tertiary Information) เปน็ การชี้แนะ
แหล่งสารสนเทศ 2 ระดับ แรก ท่ีไมไ่ ด้ใหเ้ นือ้ หาสารสนเทศ
โดยตรงแตเ่ ปน็ การช้ีแนะแหลง่ สารสนเทศปฐมภูมิและ ทตุ ยิ ภมู ิ
เช่น บรรณานุกรม
สรุป
ข้อมลู ทท่ี าการเก็บรวบรวม โดยทั่วไปจะมจี านวนมาก เมอื่ ไดข้ ้อมูลมาแลว้ ก็
จะมีการดาเนินการกบั ข้อมูลดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ การหาข้อสรปุ เกี่ยวกบั ลักษณะ
ต่างๆของขอ้ มูลการพจิ ารณาหาว่าข้อมลู ทเี่ ก็บรวบรวมมาไดม้ ีความสมั พันธ์
กบั ขอ้ มลู อืน่ หรือไม่อย่างไรตลอดจนอาจทาการพยากรณ์เหตกุ ารณใ์ นอนาคต
จากข้อมลู ท่เี ก็บ รวบรวมไดก้ ระบวนการต่างๆเหล่านี้เรยี กวา่ การวเิ คราะห์
ข้อมูล ซ่งึ จะดาเนินการในรายละเอยี ดอยา่ งไรและเพียงไรน้ันขึน้ อยู่กับ
ลกั ษณะของขอ้ มูล และเรอื่ งท่ีตอ้ งการศึกษา