พระราชบญั ญตั ิ
พรบ.คอมพวิ เตอร์ ปี2560
คำนำ
วันท่ี 25 ม.ค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ
พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกั บ
คอมพิวเตอร์ 2560 บังคับใช้หลังพ้นหน่ึงร้อยยี่สิบวัน
นับแต่วันประกาศ แก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษปรับหรือ
จาคุก ฐานส่งข้อมูลก่อให้เกิดความเดือดร้อนราคาญ
แก่ผู้รับ หรือนาข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็น
เท็จ บิดเบือน ลามก ตัดต่อภาพผู้อื่นให้เสียชื่อเสียง
อับอาย รวมถึงมาตรการบรรเทาความเสียหายที่
เกิดขนึ้ จากการกระทาความผดิ
คณะผู้จดั ทา
สำรบญั
เรอ่ื ง หน้ำ
พระราชบัญญัติ พรบ.คอมพวิ เตอร์ ปี2560 1-32
หมายเหตุ 33-34
สรปุ พระราชบัญญัติ พรบ.คอมพิวเตอร์ 35
1
พระรำชบัญญัติ พรบ.คอมพิวเตอร์ ปี2560
สมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพ
ยวรางกูรมพี ระราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติม
ก ฎ ห ม า ย ว่ า ด้ ว ย ก า ร ก ร ะ ท า ค ว า ม ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ
คอมพิวเตอร์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา
พระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ
สภานิตบิ ญั ญัติแหง่ ชาติ ดงั ตอ่ ไปน้ี
มำตรำ ๑ พระราชบัญญตั ินีเ้ รียกวา่ “พระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐”
มำตรำ ๒ พระราชบญั ญัตินใี้ หใ้ ช้บังคับเมอ่ื พน้ กาหนด
หน่ึงร้อยย่ีสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเป็นตน้ ไป
2
มำตรำ ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่ง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปน้ี
แทน
มำตรำ ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อ
เศรษฐกิจและสังคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และ ให้มีอ านาจแต่งต้ังพ นักงานเจ้าหน้าท่ีกับออ ก
ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง แ ล ะ ป ร ะ ก า ศ เ พ่ื อ ป ฏิ บั ติ ก า ร ต า ม
พระราชบัญญตั ินี้
“กฎกระทรวงและประกาศน้ัน เมื่อได้ประกาศในราช
กจิ จานุเบกษาแล้วใหใ้ ชบ้ งั คับได้”
มาตรา ๔ ใหเ้ พิ่มความต่อไปนีเ้ ป็นวรรคสองและวรรค
สามของมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการ
กระทาความผิดเก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
3
“ผู้ ใ ด ส่ ง ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ห รื อ จ ด ห ม า ย
อิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอ่ืนอันมีลักษณะเป็นการ
ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม เ ดื อ ด ร้ อ น ร า ค า ญ แ ก่ ผู้ รั บ
ขอ้ มลู คอมพวิ เตอร์หรือจดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ โดยไม่
เปิดโอกาสให้ผู้รับสามารถบอกเลิกหรือแจ้งความ
ประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้โดยง่าย ต้องระวาง
โทษปรับไม่เกินสองแสนบาท ให้รัฐมนตรีออก
ประกาศกาหนดลักษณะและวิธีการส่ง รวมทั้ง
ลักษณะและปริมาณของข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงไม่เป็นการก่อให้เกิดความ
เดือดรอ้ นราคาญแก่ผู้รับและลักษณะอันเป็นการบอก
เลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้
โดยง่าย”
มำตรำ ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒ แห่
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปน้ี
แทน
4
“มาตรา ๑๒ ถ้าการกระทาความผิดตามมาตรา ๕
มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ หรือมาตรา ๑๑ เป็น
การกระทาต่อข้อมูลคอมพิ วเตอร์หรือระบบ
คอมพิวเตอร์ท่ีเก่ียวกบั การรกั ษาความมั่นคงปลอดภัย
ของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความม่ันคง
ในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือโครงสร้างพื้นฐาน
อันเป็นประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจาคุก
ตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับต้ังแต่สองหม่ืนบาทถึง
หนง่ึ แสนสหี่ ม่ืนบาท ถ้าการกระทาความผิดตามวรรค
ห น่ึ ง เ ป็ น เ ห ตุ ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม เ สี ย ห า ย ต่ อ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าว
ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับต้ัง
แต่สองหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท ถ้าการกระทา
ความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ เป็นการ
กระทาต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์
ตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่สามปีถึงสิบ
ห้าปี และปรับต้ังแต่หกหม่ืนบาทถึงสามแสนบาท ถ้า
การกระทาความผิดตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสามโดย
5
มิได้มีเจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้บุคคลอ่ืนถึงแก่ความ
ตาย ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และ
ปรับตง้ั แตห่ นงึ่ แสนบาทถงึ สแี่ สนบาท”
มำตรำ ๖ ใหเ้ พม่ิ ความตอ่ ไปนี้เป็นมาตรา ๑๒/๑ แห่ง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับ
คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
“มาตรา ๑๒/๑ ถ้าการกระทาความผิดตามมาตรา ๙
หรือมาตรา ๑๐ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอ่ืน
หรอื ทรพั ยส์ ินของผู้อน่ื ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกินสิบ
ปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท ถ้าการกระทา
ความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ โดยมิได้มี
เจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้บุคคลอ่ืนถึงแก่ความตาย
ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่ห้าปีถึงย่ีสิบปี และปรับต้ัง
แต่หนง่ึ แสนบาทถึงส่ีแสนบาท”
มำตรำ ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสอง วรรค
สาม วรรคส่ี และวรรคห้าของมาตรา ๑๓ แห่ง
6
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
“ผู้ใดจาหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคาสั่งที่จัดทาข้ึน
โดยเฉพาะเพ่ือนาไปใช้เป็นเคร่ืองมือในการกระทา
ความผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม
ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินส่ี
หม่นื บาทหรือท้ังจาทั้งปรับ ผู้ใดจาหน่ายหรือเผยแพร่
ชุดคาสั่งที่จัดทาขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนาไปใช้เป็น
เครื่องมือในการกระทาความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา
๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือ
มาตรา ๑๑หากผู้นาไปใช้ได้กระทาความผิดตาม
มาตรา ๑๒ วรรคหน่ึงหรือวรรคสาม หรือต้องรับผิด
ตามมาตรา ๑๒วรรคสองหรือวรรคสี่ หรอื มาตรา ๑๒/
๑ ผู้จาหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคาสั่งดังกล่าวจะต้องรับ
ผดิ ทางอาญาตามความผดิ ทมี่ กี าหนดโทษสูงขึ้นดว้ ย ก็
เฉพาะเม่อื ตนไดร้ ูห้ รอื อาจเลง็ เหน็ ไดว้ า่ จะเกิดผลเชน่ ท่ี
เกิดข้ึนน้ันผู้ใดจาหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคาส่ังที่จัดทา
ขึ้นโดยเฉพาะเพ่อื นาไปใช้เป็นเครอ่ื งมอื ในการกระทา
7
ความผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคหน่ึงหรือวรรคสาม
หากผนู้ าไปใช้ไดก้ ระทาความผิดตามมาตรา ๑๒ วรรค
หน่ึงหรือวรรคสาม หรือต้องรับผิดตามมาตรา ๑๒
วรรคสองหรือวรรคส่ี หรือมาตรา ๑๒/๑ ผู้จาหน่าย
หรือเผยแพร่ชุดคาสั่งดังกล่าวต้องรับผิดทางอาญา
ตามความผิดที่มีกาหนดโทษสูงขึ้นน้ันด้วยในกรณีที่ผู้
จาหนา่ ยหรือเผยแพร่ชดุ คาส่ังผูใ้ ดตอ้ งรับผดิ ตามวรรค
หนงึ่ หรอื วรรคสอง และตามวรรคสามหรือวรรคสี่ด้วย
ให้ผู้น้ันต้องรับโทษที่มีอัตราโทษสูงท่ีสุดแต่กระทง
เดยี ว”
มำตรำ ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔ แห่
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้
แทน
“มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทาความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปน้ี
ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่ง
แสนบาท หรือทงั้ จาท้งั ปรับ
8
(๑) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นาเข้าสู่ระบบ
คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือ
ป ล อ ม ไ ม่ ว่ า ท้ั ง ห ม ด ห รื อ บ า ง ส่ ว น ห รื อ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะ
เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทา
ความผิดฐานหม่ินประมาทตามประมวลกฎหมาย
อาญา
(๒) นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์
อันเป็นเท็จ โดยประการท่ีน่าจะเกิดความเสียหายต่อ
การรักษาความม่ันคงปลอดภัยของประเทศ ความ
ปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของ
ประเทศ หรือโครงสร้างพ้ืนฐานอันเป็นประโยชน์
สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่น
ตระหนกแกป่ ระชาชน
(๓) นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์
ใดๆ อันเป็นความผิดเกีย่ วกบั ความมนั่ คงแห่ง
9
ราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย
ตามประมวลกฎหมายอาญา
(๔) นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์
ใดๆ ท่ีมีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์น้ัน
ประชาชนท่วั ไปอาจเข้าถงึ ได้
(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่
แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑)(๒) (๓) หรือ
(๔) ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง (๑) มิได้
กระทาต่อประชาชน
แต่เป็นการกระทาต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผู้กระทา ผู้
เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้อง
ระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหม่ืน
บาท หรือท้ังจาทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอม
ความได้”
10
มำตรำ ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้
แทน
“มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม
หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทาความผิด ตามมาตรา
๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ท่ีอยูใ่ นความควบคุมของตน
ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทาความผิด ตาม
มาตรา ๑๔ ให้รัฐมนตรีออกประกาศกาหนดข้ันตอน
การแจ้งเตือน การระงับการทาให้แพร่หลายของ
ขอ้ มูลคอมพิวเตอร์ และการนาข้อมูลคอมพิวเตอร์น้ัน
ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ถ้าผู้ให้บริการพิสูจน์ได้ว่า
ตนได้ปฏบิ ตั ติ ามประกาศของรัฐมนตรที อ่ี อกตามวรรค
สอง ผู้นั้นไมต่ อ้ งรบั โทษ”
มำตรำ ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖ แห่ง
พระราชบัญญตั วิ ่าด้วยการกระทาความผิดเกย่ี วกับ
11
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปน้ี
แทน
“มาตรา ๑๖ ผู้ใดนาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ท่ี
ประชาชนท่ัวไปอาจเข้าถึงได้ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ท่ี
ปรากฏเป็นภาพของผู้อ่ืน และภาพน้ันเป็นภาพท่ีเกิด
จากการสรา้ งขึน้ ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการ
ทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการท่ี
น่าจะทาให้ผอู้ ืน่ นั้นเสยี ช่อื เสยี ง ถูกดูหม่ินถูกเกลียดชัง
หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน
สามปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท ถ้าการกระทา
ตามวรรคหน่ึงเป็นการกระทาต่อภาพของผู้ตาย และ
การกระทานั้นน่าจะทาให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือ
บุตรของผู้ตายเสียช่ือเสียง ถูกดูหม่ิน หรือถูกเกลียด
ชัง หรือได้รับความอับอาย ผู้กระทาต้องระวางโทษ
ดังท่ีบัญญัติไว้ในวรรคหน่ึง ถ้าการกระทาตามวรรค
ห น่ึ ง ห รื อ ว ร ร ค ส อ ง เ ป็ น ก า ร น า เ ข้ า สู่ ร ะ บ บ
คอมพิวเตอร์โดยสุจริตอันเป็นการติชมด้วยความเป็น
ธรรม ซ่ึงบุคคลหรอื ส่ิงใดอันเปน็ วิสยั ของประชาชน
12
ย่อมกระทา ผู้กระทาไม่มีความผิดความผิดตามวรรค
หน่ึงและวรรคสองเป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้า
ผูเ้ สยี หายในความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสองตาย
เสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
ของผ้เู สียหายรอ้ งทกุ ข์ได้ และใหถ้ อื วา่ เปน็ ผเู้ สยี หาย”
มำตรำ ๑๑ ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๖/๑
และมาตรา ๑๖/๒ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการ
กระทาความผดิ เกย่ี วกับคอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
“มาตรา ๑๖/๑ ในคดีความผิดตามมาตรา ๑๔ หรือ
มาตรา ๑๖ ซึ่งมีคาพิพากษาว่าจาเลยมีความผิด ศาล
อาจส่ัง
13
(๑) ให้ทาลายขอ้ มูลตามมาตราดงั กลา่ ว
(๒) ให้โฆษณาหรือเผยแพร่คาพิพากษาทั้งหมดหรือ
แต่บางส่วนในส่ืออิเล็กทรอนิกส์ วิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือส่ืออ่ืนใด ตามที่ศาล
เห็นสมควร โดยให้จาเลยเป็นผู้ชาระค่าโฆษณาหรือ
เผยแพร่
(๓) ให้ดาเนินการอื่นตามท่ีศาลเห็นสมควรเพื่อ
บรรเทาความเสียหายที่เกิดข้ึนจากการกระทา
ค ว า ม ผิ ด นั้ น ม า ต ร า ๑ ๖ / ๒ ผู้ ใ ด รู้ ว่ า
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ในความครอบครองของตนเป็น
ข้อมลู ที่ศาลส่ังให้ทาลาย ตามมาตรา ๑๖/๑ ผู้นั้นต้อง
ทาลายข้อมูลดังกล่าว หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษกึ่ง
หนึ่งของโทษท่ีบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔ หรือมาตรา
๑๖ แลว้ แตก่ รณี”
มำตรำ ๑๒ ให้เพ่มิ ความต่อไปน้ีเปน็ มาตรา ๑๗/๑ ใน
หมวด ๑ ความผิดเก่ียวกับคอมพวิ เตอรแ์ ห่ง
14
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับ
คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
“มาตรา ๑๗/๑ ความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖
มาตรา ๗ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง มาตรา
๑๖/๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๗ ให้
คณะกรรมการเปรียบเทียบท่ีรัฐมนตรีแต่งต้ังมีอานาจ
เปรียบเทยี บได้ คณะกรรมการเปรียบเทียบท่ีรัฐมนตรี
แต่งตั้งตามวรรคหน่ึงให้มีจานวนสามคนซึ่งคนหน่ึง
ต้องเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธี
พิจารณาความอาญาเมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบ
ไดท้ าการเปรียบเทียบกรณีใดและผู้ต้องหาไดช้ าระเงิน
ค่าปรับตามคาเปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่
คณะกรรมการ
15
เปรียบเทียบกาหนดแล้ว ให้ถือว่าคดีนั้นเป็นอันเลิก
กันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาใน
กรณที ่ีผ้ตู องหาไม่ชาระเงินค่าปรับภายในระยะเวลาที่
กาหนด ให้เริ่มนับอายุความในการฟ้องคดีใหม่
นบั ต้งั แต่วันทคี่ รบกาหนดระยะเวลาดังกล่าว”
มำตรำ ๑๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ และมาตรา
๑๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิด
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความ
ต่อไปน้แี ทน
“มาตรา ๑๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ เพ่ือประโยชน์
ในการสืบสวนและสอบสวนในกรณที ีม่ ีเหตุอันควรเชื่อ
ได้ว่ามกี ารกระทาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ
ในกรณีที่มีการร้องขอตามวรรคสองให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่มีอานาจอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
เฉพาะท่ีจาเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐาน
เก่ียวกับการกระทาความผิดและหาตัวผู้กระทา
ความผดิ
16
(๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับ
การกระทาความผิดมาเพ่ือให้ถ้อยคาส่งคาช้ีแจงเป็น
หนังสือ หรือส่งเอกสาร ข้อมูล หรือหลักฐานอื่นใดที่
อยู่ในรปู แบบท่ีสามารถเขา้ ใจได้
(๒) เรยี กขอ้ มลู จราจรทางคอมพิวเตอรจ์ ากผู้ใหบ้ รกิ าร
เกย่ี วกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือ
จากบคุ คลอน่ื ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
(๓) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ
ท่ีต้องเก็บตามมาตรา ๒๖ หรือท่ีอยู่ในความ
ครอบครองหรือควบคุมของผู้ให้บริการให้แก่พนักงาน
เจ้าหน้าทห่ี รอื ใหเ้ ก็บข้อมลู ดังกลา่ วไว้กอ่ น
(๔) ทาสาเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทาง
คอมพิวเตอร์จากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเหตุอันควร
เช่ือได้ว่ามีการกระทาความผิด ในกรณีที่ระบบ
คอมพิวเตอร์นั้นยังมิได้อยู่ในความครอบครองของ
พนกั งานเจ้าหนา้ ที่
17
(๕ ) ส่ั ง ใ ห้ บุ ค ค ล ซ่ึ ง ค ร อ บ ค ร อ ง ห รื อ ค ว บ คุ ม
ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ห รื อ อุ ป ก ร ณ์ ท่ี ใ ช้ เ ก็ บ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือ
อปุ กรณ์ดังกล่าวใหแ้ กพ่ นกั งานเจา้ หนา้ ที่
(๖) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์
ข้อมลู คอมพิวเตอร์ ขอ้ มูลจราจรทางคอมพิวเตอรห์ รือ
อุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด อัน
เป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐานเก่ียวกับการ
กระทาความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทา
ความผิดและส่ังให้บุคคลน้ันส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์
ขอ้ มลู จราจรทางคอมพิวเตอร์ ทเี่ กี่ยวข้องเท่าที่จาเป็น
ใหด้ ้วยก็ได้
(๗) ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด
หรือส่ังให้บุคคลท่ีเก่ียวข้องกับการเข้ารหัสลับของ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทาการถอดรหัสลับ หรือให้ความ
ร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการถอดรหัสลับ
ดงั กล่าว
18
(๘) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าท่ีจาเป็น
เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่ง
ความผิดและผู้กระทาความผิดเพ่ือประโยชน์ในการ
สืบสวนและสอบสวนของพนักงานสอบสวนตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในบรรดา
ความผิดอาญาต่ อกฎหมายอ่ืนซ่ึงได้ใช้ระบบ
คอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ท่ีใช้เก็บ
ขอ้ มลู คอมพิวเตอรเ์ ป็นองคป์ ระกอบหรือเปน็ สว่ นหนึ่ง
ในการกระทาความผิดหรือมีข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่
เกี่ยวข้องกับการกระทาความผิดอาญาตามกฎหมาย
อื่น พนักงานสอบสวนอาจร้องขอให้พนักงาน
เจ้าหน้าท่ีตามวรรคหน่ึงดาเนินการตามวรรคหนึ่งก็ได้
หรือหากปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อพนักงาน
เ จ้ า ห น้ า ที่ เ นื่ อ ง จ า ก ก า ร ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ต า ม
พระราชบัญญัติน้ี ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีรีบรวบรวม
ข้อเท็จจริงและหลักฐานแล้วแจ้งไปยังเจ้าหน้าท่ีที่
เก่ียวข้องเพ่ือดาเนินการต่อไป ให้ผู้ได้รับการร้องขอ
จากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง (๑) (๒) และ
19
(๓) ดาเนินการตามคาร้องขอโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่
เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคาร้องขอ หรือภายใน
ระยะเวลาท่ีพนักงานเจ้าหน้าที่กาหนดซ่ึงต้องไม่น้อย
กว่าเจ็ดวันและไม่เกินสิบห้าวัน เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุ
สมควร ต้องไดร้ ับอนญุ าตจากพนักงานเจ้าหนา้ ที่ ท้ังนี้
รัฐมนตรีอาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนด
ระยะเวลาที่ต้องดาเนินการที่เหมาะสมกับประเภท
ของผู้ใหบ้ รกิ ารก็ได้
มาตรา ๑๙ การใช้อานาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม
มาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘)ให้พนักงาน
เจ้าหน้าท่ียื่นคาร้องต่อศาลท่ีมีเขตอานาจเพ่ือมีคาสั่ง
อนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดาเนินการตามคาร้อง
ทั้งนี้ คาร้องต้องระบุเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใด
กระทาหรือกาลังจะกระทาการอย่างหน่ึงอย่างใดอัน
เป็นความผิด เหตุที่ต้องใช้อานาจ ลักษณะของการ
กระทาความผิด รายละเอียดเก่ียวกับอุปกรณ์ที่ใช้ใน
การกระทาความผิดและผู้กระทาความผิด เท่าท่ี
สามารถจะระบไุ ด้ ประกอบคารอ้ งด้วย ในการ
20
พจิ ารณาคาร้องให้ศาลพจิ ารณาคาร้องดงั กล่าวโดยเรว็
เมอ่ื ศาลมคี าสง่ั อนุญาตแล้ว ก่อนดาเนินการตามคาส่ัง
ของศาล ใหพ้ นกั งานเจ้าหน้าที่ส่งสาเนาบันทึกเหตุอัน
ควรเช่ือท่ีทาให้ต้องใช้อานาจตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕)
(๖) (๗) และ (๘) มอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
ระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐาน แต่ถ้าไม่มี
เจ้าของหรือผู้ครอบครองเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ณ ที่
น้ัน ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีส่งมอบสาเนาบันทึกนั้น
ให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองดังกล่าวในทันทีที่
กระทาได้ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีผู้เป็นหัวหน้าในการ
ดาเนินการตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘)
ส่งสาเนาบันทึกรายละเอียดการดาเนินการและ
เหตุผลแห่งการดาเนินการให้ศาลที่มีเขตอานาจ
ภายในส่ีสิบแปดช่ัวโมงนับแต่เวลาลงมือดาเนินการ
เพอ่ื เปน็ หลักฐานการทาสาเนาข้อมลู คอมพิวเตอร์ตาม
มาตรา ๑๘ (๔) ให้กระทาได้เฉพาะเม่ือมีเหตุอันควร
เชือ่ ไดว้ ่ามีการกระทาความผดิ และตอ้ งไมเ่ ป็น
21
อุปสรรคในการดาเนินกิจการของเจ้าของหรือผู้
ครอบครอง
ข้อมูลคอมพิวเตอร์น้ันเกินควำมจำเปน็
การยดึ หรืออายัดตามมาตรา ๑๘ (๘) นอกจากจะต้อง
ส่งมอบสาเนาหนังสือแสดงการยึดหรืออายัดมอบให้
เจ้าของหรือผ้คู รอบครองระบบคอมพวิ เตอร์น้ันไว้เป็น
หลักฐานแล้ว พนกั งานเจ้าหนา้ ท่จี ะสั่งยดึ หรืออายัดไว้
เกินสามสิบวันมิได้ ในกรณีจาเป็นท่ีต้องยึดหรืออายัด
ไว้นานกว่าน้ัน ให้ยื่นคาร้องต่อศาลที่มีเขตอานาจเพ่ือ
ขอขยายเวลายึดหรืออายัดได้ แต่ศาลจะอนุญาตให้
ขยายเวลาครัง้ เดียวหรือหลายครั้งรวมกันได้อีกไม่เกิน
หกสิบวัน เม่ือหมดความจาเป็นท่ีจะยึดหรืออายัดหรือ
ครบกาหนดเวลาดังกลา่ วแลว้
22
“พนักงานเจ้าหน้าท่ีต้องส่งคืนระบบคอมพวิ เตอร์ที่ยึด
หรือถอนการอายัดโดยพลันหนังสือแสดงการยึดหรือ
อ า ยั ด ต า ม ว ร ร ค ห้ า ใ ห้ เ ป็ น ไ ป ต า ม ท่ี ก า ห น ด ใ น
กฎกระทรวง”
มำตรำ ๑๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐ แห่ง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปน้ี
แทน “มาตรา ๒๐ ในกรณีที่มีการทาให้แพร่หลายซึ่ง
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ดังต่อไปนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่โดย
ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคาร้องพร้อม
แสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอานาจขอให้มี
ค า สั่ ง ร ะ งั บ ก า ร ท า ใ ห้ แ พ ร่ ห ล า ย ห รื อ ล บ
ข้อมลู คอมพิวเตอรน์ ้ันออกจากระบบคอมพวิ เตอรไ์ ด้
(๑ ) ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ท่ี เ ป็ น ค ว า ม ผิ ด ต า ม
พระราชบัญญตั นิ ้ี
(๒) ข้อมูลคอมพิวเตอร์ท่ีอาจกระทบกระเทือนต่อ
ความมนั่ คงแห่งราชอาณาจักรตามทก่ี าหนดไวใ้ นภาค
23
๒ ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวล
กฎหมายอาญา
(๓) ข้อมูลคอมพิวเตอร์ท่ีเป็นความผิดอาญาตาม
กฎหมายเก่ียวกับทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมาย
อ่ืนซ่งึ ข้อมูลคอมพวิ เตอร์น้ันมีลกั ษณะขัดตอ่ ความสงบ
เ รี ย บ ร้ อ ย ห รื อ ศี ล ธ ร ร ม อั น ดี ข อ ง ป ร ะ ช า ช น แ ล ะ
เจา้ หนา้ ที่ตามกฎหมายนั้นหรือพนักงานสอบสวนตาม
ประมวลกฎหมายวธิ ีพจารณาความอาญาได้ร้องขอใน
กรณีที่มีการทาให้แพร่หลายซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มี
ลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี
ของประชาชน รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์จะ
มอบหมายให้พนกั งานเจ้าหน้าทยี่ ่นื คาร้องพร้อมแสดง
พยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอานาจขอให้มีคาสั่ง
ร ะ งั บ ก า ร ท า ใ ห้ แ พ ร่ ห ล า ย ห รื อ ล บ ซ่ึ ง
ข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากระบบคอมพิวเตอร์ได้
ทั้งนี้ ใหน้ าบทบญั ญัติวา่ ด้วยคณะกรรมการที่มีอานาจ
ดาเนนิ การพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายวา่ ด้วย
24
วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการ
ป ร ะ ชุ ม ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก ล่ั น ก ร อ ง
ข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยอนุโลมให้รัฐมนตรีแต่งต้ัง
คณะกรรมการกลั่นกรอง
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคสองข้ึนคณะหน่ึงหรือ
หลายคณะ แต่ละคณะให้มีกรรมการจานวนเก้าคนซึ่ง
สามในเก้าคนต้องมาจากผู้แทนภาคเอกชนด้านสิทธิ
มนุษยชน ด้านส่ือสารมวลชน ด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศ หรือด้านอื่นท่ีเก่ียวข้อง และให้กรรมการ
ได้รับค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีกาหนด
โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังการ
ดาเนนิ การของศาลตามวรรคหนงึ่ และวรรคสอง ให้นา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับ
โดยอนุโลม ในกรณีท่ีศาลมีคาส่ังให้ระงับการทาให้
แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหน่ึง
หรือวรรคสอง พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะทาการระงับการ
ทาให้แพร่หลายหรอื ลบข้อมลู คอมพวิ เตอรน์ ้ันเองหรือ
จะสัง่ ให้ผใู้ ห้บริการระงับการทาให้แพร่หลายหรือลบ
25
ข้อมูลคอมพิวเตอร์น้ันก็ได้ ท้ังนี้ ให้รัฐมนตรีประกาศ
กาหนดหลักเกณฑ์ ระยะเวลา และวิธีการปฏิบัติ
สาหรับการระงับการทาให้แพร่หลายหรื อลบ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้
ให้บริการให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันโดยคานึงถึง
พัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เปล่ียนแปลงไป เว้นแต่
ศาลจะมีคาส่ังเป็นอย่างอื่นในกรณีท่ีมีเหตุจาเป็น
เร่งด่วน พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะย่ืนคาร้องตามวรรค
หน่ึงไปก่อนท่ีจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี
ห รื อ พ นั ก ง า น เ จ้ า ห น้ า ท่ี โ ด ย ค ว า ม เ ห็ น ช อ บ ข อ ง
คณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์จะยื่นคา
ร้องตามวรรคสองไปก่อนท่ีรัฐมนตรีจะมอบหมายก็ได้
แต่ทงั้ น้ตี ้องรายงานใหร้ ัฐมนตรีทราบโดยเรว็ ”
26
มำตรำ ๑๕ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา
๒๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิด
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความ
ต่อไปน้ีแทน“ชุดคาส่ังไม่พึงประสงค์ตามวรรคหนึ่ง
หมายถึงชุดคาสั่งท่ีมีผลทาให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ
ระบบคอมพิวเตอร์หรือชุดคาสั่งอันเกิดความเสียหาย
ถูกทาลาย ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมขัดข้อง
หรือปฏิบัติงานไม่ตรงตามคาสั่ง หรือโดยประการอ่ืน
ตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่เป็นชุดคาสั่งไม่
พึงประสงค์ท่ีอาจนามาใช้เพื่อป้องกันหรือแก้ไข
ชดุ คาสัง่ ดงั กลา่ วข้างตน้ ทงั้ นี้ รฐั มนตรีอาจประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษากาหนดรายชื่อ ลักษณะ หรือ
รายละเอียดของชุดคาสงั่ ไมพ่ ึงประสงค์ซ่ึงอาจนามาใช้
เพื่อปอ้ งกนั หรือแกไ้ ขชุดคาสง่ั ไมพ่ งึ ประสงค์กไ็ ด้”
มำตรำ ๑๖ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓
มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕แห่งพระราชบัญญัติว่า
ด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.
๒๕๕๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแี้ ทน
27
“มาตรา ๒๒ ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่และ
พนักงานสอบสวนในกรณีตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง
เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจร
ทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการที่ได้มา
ตามมาตรา ๑๘ ให้แก่บุคคลใดความในวรรคหนึ่งมิให้
ใช้บังคับกบั การกระทาเพ่ือประโยชน์ในการดาเนินคดี
กั บ ผู้ ก ร ะ ท า ค ว า ม ผิ ด ต า ม พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ นี้ ห รื อ
ผู้กระทาความผิดตามกฎหมายอ่ืนในกรณีตามมาตรา
๑๘ วรรคสองหรือเพื่อประโยชน์ในการดาเนินคดีกับ
พนักงานเจ้าหน้าท่ีเก่ียวกับการใช้อานาจหน้าที่โดยมิ
ชอบหรือกับพนักงานสอบสวนในส่วนที่เก่ียวกับการ
ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง โดยมิชอบ
หรอื เปน็ การกระทาตามคาสั่งหรือท่ีได้รับอนุญาตจาก
ศาลพนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานสอบสวนผู้ใดฝ่า
ฝืนวรรคหนึ่งต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปีหรือ
ปรับไม่เกินหกหม่นื บาท หรอื ทั้งจาท้ังปรบั
มาตรา ๒๓ พนกั งานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานสอบสวน
ในกรณตี ามมาตรา ๑๘ วรรคสองผ้ใู ดกระทาโดย
28
ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อ่ืนล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของ
ผู้ใช้บริการ ท่ีได้มาตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษ
จาคุกไม่เกินหน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือ
ทัง้ จาท้งั ปรบั
มาตรา ๒๔ ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ขอ้ มลู จราจร
ทางคอมพิวเตอร์ หรอื ข้อมูลของผใู้ ชบ้ รกิ ารทพี่ นกั งาน
เจา้ หนา้ ที่หรือพนักงานสอบสวนได้มาตามมาตรา ๑๘
และเปิดเผยข้อมูลน้ันต่อผู้หน่ึงผู้ใด ต้องระวางโทษ
จาคกุ ไม่เกนิ สองปี หรือปรบั ไม่เกนิ สี่หม่ืนบาท หรือท้ัง
จาท้ังปรบั
มาตรา ๒๕ ข้อมูล ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูล
จราจรทางคอมพวิ เตอร์ที่พนักงานเจ้าหน้าท่ีได้มาตาม
พระราชบัญญัติน้ีหรือที่พนักงานสอบสวนได้มาตาม
มาตรา ๑๘ วรรคสอง ให้อ้างและรับฟังเป็น
พยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย
วธิ พี จิ ารณาความอาญาหรือกฎหมายอน่ื อนั วา่ ด้วย
29
การสบื พยานได้ แต่ต้องเปน็ ชนิดที่มิได้เกิดข้ึนจากการ
จงู ใจ มีคามน่ั สัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบ
ประการอน่ื ”
มำตรำ ๑๗ ให้ยกเลิกความในวรรคหน่ึงของมาตรา
๒๖ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิด
เก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความ
ต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจร
ทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันท่ี
ข้อมูลน้ันเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจาเป็น
พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะส่ังให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษา
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่
เกินสองปเี ป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็
ได”้
30
มำตรำ ๑๘ ให้เพิ่มความต่อไปน้ีเป็นวรรคสองและ
วรรคสามของมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วย
การกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.
๒๕๕๐“ผู้ท่ีได้รับการแต่งต้ังเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่
ตามพระราชบัญญัตินี้ อาจได้รับค่าตอบแทนพิเศษ
ตามที่รัฐมนตรีกาหนดโดยได้รับความเห็นชอบจาก
กระทรวงการคลังในการกาหนดให้ได้รับค่าตอบแทน
พิเศษต้องคานงึ ถงึ ภาระหน้าที่ ความรู้ความเช่ียวชาญ
ความขาดแคลนในการหาผู้มาปฏิบัติหน้าท่ีหรือมีการ
สูญเสียผูป้ ฏบิ ตั งิ านออกจากระบบราชการเป็นจานวน
มากคุณภาพของงาน และการดารงตนอยู่ในความ
ยุ ติธ ร ร ม โ ดย เ ป รี ย บเ ที ย บค่ า ตอ บ แ ท น ข อ ง
ผปู้ ฏบิ ัติงานอ่นื ในกระบวนการยุตธิ รรมดว้ ย”
มำตรำ ๑๙ ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๑ แห่ง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐“มาตรา ๓๑ ค่าใช้จ่ายใน
เร่อื งดงั ตอ่ ไปนี้ รวมทง้ั วิธีการเบิกจา่ ยใหเ้ ปน็ ไปตาม
31
ระเบียบที่รัฐมนตรีกาหนดโดยได้รับความเห็นชอบ
จากกระทรวงการคลัง
(๑) การสืบสวน การแสวงหาข้อมูล และรวบรวม
พยานหลกั ฐานในคดีความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
(๒) การดาเนนิ การตามมาตรา ๑๘ วรรคหน่ึง (๔) (๕)
(๖)(๗) และ (๘) และมาตรา ๒๐
(๓) การดาเนนิ การอน่ื ใดอันจาเป็นแก่การป้องกันและ
ปราบปรามการกระทาความผิดตามพระราชบัญญัติ
น”ี้
มำตรำ ๒๐ บรรดาระเบียบหรือประกาศท่ีออกตาม
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ท่ีใช้บังคับอยู่ในวันก่อน
วันทพ่ี ระราชบัญญตั ินใี้ ช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไป
เทา่ ทไ่ี มข่ ัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.
๒๕๕๐ ซงึ่ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั ินี้ จนกวา่
32
จ ะ มี ร ะ เ บี ย บ ห รื อ ป ร ะ ก า ศ ท่ี ต้ อ ง อ อ ก ต า ม
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบญั ญตั นิ ้ี ใช้บังคบั
33
หมำยเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติ
ฉบับน้ี คือ โดยที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทา
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มี
บทบัญญัติบางประการท่ีไม่เหมาะสมต่อการป้องกัน
และปราบปรามการกระทา ความผิดเก่ียวกับ
คอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ซึ่งมีรูปแบบการกระทา
ความผิดท่ีมีความซับซ้อนมากขึ้นตามพัฒนาการทาง
เทคโนโลยีซึ่งเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วและโดยที่มี
การจัดตั้งกระทรวงดิจทิ ลั เพอ่ื เศรษฐกิจและสังคมซ่ึงมี
ภารกิจในการกาหนดมาตรฐานและมาตรการในการ
รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมท้ังการเฝ้า
ร ะ วั ง แ ล ะ ติ ด ต า ม ส ถ า น ก า ร ณ์ ด้ า น ค ว า ม ม่ั น ค ง
ปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
ของประเทศสมควรปรับปรุงบทบัญญัติในส่วนท่ี
เก่ียวกับผู้รักษาการตามกฎหมาย กาหนดฐาน
ความผิดขึ้นใหม่ และแก้ไขเพิ่มเติมฐานความผิดเดิม
รวมทั้งบทกาหนดโทษของความผิดดังกล่าว การ
ปรบั ปรุงกระบวนการและหลกั เกณฑ์ในการระงับการ
34
ทาให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตลอดจน
กาหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบซ่ึงมีอานาจ
เปรียบเทียบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ
กระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
และแก้ไขเพิ่มเติมอานาจหนา้ ท่ีของพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี
ใหเ้ หมาะสมยิ่งขึ้น จงึ จาเปน็ ต้องตราพระราชบัญญตั ิ
35
สรุปพระรำชบัญญตั ิ พรบ.คอมพิวเตอร์
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หรือฉบับท่ี 2
ปัจจุบันมีผลบังคับใช้แล้ว ถ้าเราเป็นคนหน่ึงที่คลุกคลี
กับการใชง้ านคอมพิวเตอร์ หรืออินเตอร์เน็ต ก็ควรจะ
รู้เกี่ยวกับพ.ร.บ.นี้ไว้ค่ะ เพราะเราจะได้ไม่เผลอไปทา
ความผิด อย่างน้อยๆ ต้องระวัง 8 ประเด็นท่ีเราได้
เขียนเอาไว้เลยค่ะ อีกท้ังการมีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ข้ึนมา ก็ถือว่าเป็นการควบคุมการใช้งานคอมพิวเตอร์
ในระดับหน่ึง และในทางหนึ่งก็ช่วยคุ้มครองสิทธิ
เสรีภาพของผู้ใชง้ านดว้ ย