The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nittaya ppr, 2021-08-30 00:15:51

Conjunctions_สรุป

Conjunctions_สรุป

Conjunctions

ENGLISH BY
KRU. NITTAYA PRONPAIRIN

Conjunctions คืออะไร?

ในภาษาองั กฤษจะมีคาประเภทหน่ึงท่ีเรียกวา่ Conjunctions หรือ
แปลเป็นไทยวา่ คาสนั ธานคะ่ ซ่ึงคาเหลา่ น้ีจะมีหนา้ ท่ีเช่ือมไอเดียของคาหรือ
ประโยคเขา้ ดว้ ยกนั เพ่ือทาใหเ้ ราเขา้ ใจส่ิงท่ีกาลงั อา่ นหรือฟงั ไดเ้ ขา้ ใจมาก
ย่ ิงข้ ึนน่ันเอง

คาสนั ธาน (Conjunction) เป็ นคำท่ีถกู นำมำใชใ้ นกำรเชื่อมคำหรือประโยคเขำ้ ดว้ ยกนั

เพื่อใหเ้ กิดเป็ นควำมหมำยและอ่ำนเขำ้ ใจง่ำย

ชนดิ คำสนั ธำน (Types of Conjunctions)
ชนิดคำสนั ธำน (Types of Conjunctions) มี 3 ชนดิ คือ

1. Coordinating Conjunctions คำสันธำนเชอื่ มคำในประโยคเนอ้ื ควำมสำคญั
เท่ำกัน ทำใหข้ ้อควำมน้ันเกิดเปน็ Compound Sentence คอื อเนกตั ถประโยคทนั ที

2. Subordinating Conjunctions คำสนั ธำนเชอ่ื มอนปุ ระโยคกับประโยคมีเนื้อควำม
สำคัญไม่เท่ำกนั เพอ่ื แสดงเหตุผล วตั ถปุ ระสงค์ เง่อื นไข ฯลฯ ทำให้ขอ้ ควำมนนั้ เปน็ Complex
Sentence ทนั ที

3. Correlative Conjunctions คำสนั ธำนทใ่ี ชเ้ ชอื่ มเปน็ คูๆ่ เพอ่ื เพิม่ ควำมหรอื เพื่อ
เลอื กควำมหมำยของประโยคใหส้ มบรู ณ์

หนำ้ ทขี่ องคำสนั ธำน

คำสนั ธำนมหี นำ้ ท่ี 2 ประกำร คือ เชอ่ื มคำกบั คำ และเช่ือมประโยคกบั
ประโยค

1. คำสันธำนเช่อื มคำกบั คำ หมำยถึงคำสนั ธำนทเี่ ชือ่ มคำกับคำเขำ้ ด้วยกัน
เช่น คำนำมกับคำนำม และคำกริยำกบั คำกริยำ
เชน่ - Can you sing or dance? ( คุณสำมำรถรอ้ งเพลงหรอื เตน้ รำได้ไหม)

2. คำสนั ธำนเชื่อมประโยคกบั ประโยค หมำยถงึ คำสันธำนทเ่ี ชื่อมประโยค
กบั ประโยคเข้ำด้วยกัน
เชน่ - I've lived here since I was born. ( ฉนั อยทู่ ีน่ ี่ตง้ั แต่ผมเกดิ )

- Joe was there, but Jane was not. ( โจอยู่ทีน่ ่ันแต่เจนไม่ไดอ้ ยู่ทน่ี ั่น )

ชนดิ และหน้ำทีก่ ำรใชค้ ำสันธำน

1. Coordinating Conjunctions

เป็นคำสนั ธำนทใี่ ช้เชื่อมคำหรือประโยค 2 อันเขำ้ ด้วยกัน โดยทั้ง 2 ประโยคท่ีถูกเช่อื มกันนนั้
จะตอ้ งมีความสาคญั เทา่ กนั หรอื มีความหมายไปในทางเดียวกนั คาทถี่ กู นามาใช้ในการเชือ่ ม
ประโยค ได้แก่
– for ใช้เชอ่ื มประโยคท่เี ป็นเหตเุ ปน็ ผลกัน (โดย for จะแสดงเหตุ แปลว่า เพราะ)
เชน่ He went in, for the door was open. เขาเข้าไป เพราะประตูเปดิ อยู่

– and ใช้เชอ่ื มประโยคท่เี ป็นไปในทางเดยี วกัน (แปลว่า และ)
เช่น I love you and you love me too. ฉันรักเธอและเธอก็รักฉนั

– nor และ neither ใช้เชอ่ื มประโยคท่เี ป็นไปในเชิงปฏเิ สธท้ังคู่ (อาจแปลได้วา่ ไมท่ ้ังสองอยา่ ง)
เช่น He nor I was there. เขาและฉัน ไมไ่ ดอ้ ยู่ท่นี น่ั (มาจาก He wasn’t there and I weren’t
there.)

– or ใช้เชอ่ื มประโยคท่แี สดงทางเลอื ก (แปลวา่ หรือ)
เชน่ She wants to watch TV or (to) listen to some music. เธอไปดทู ีวี หรือ
ไปฟงั เพลง

– yet และ but ใชเ้ ช่อื มประโยคท่ีขดั แยง้ กนั (แปลว่า แต่)
เชน่ My brother worked hard but he did not succeed. พีช่ ายของฉันทางาน
หนัก แต่เขากย็ งั ไม่ประสบความสาเร็จ

– so ใชเ้ ช่อื มประโยคทีเ่ ป็นเหตเุ ป็นผลกนั (โดย so จะแสดงผล แปลว่า ดังน้นั /เพอื่ )
เชน่ The door was open so he went in. ประตเู ปิดอยู่ ดังนั้นเขา้ จึงเขา้ ไป

2. Correlative Conjunctions

เปน็ คำสันธำนท่ตี อ้ งใชค้ ูก่ ันเสมอ (มำคกู่ ันเหมอื นคู่แฝด) โดยจะทำหนำ้ ท่ีคลำ้ ย ๆ
กบั Coordinating Conjunctions คอื ใชใ้ นการเชอื่ มประโยคท่มี ีความสาคัญเทา่ กัน
สาหรบั คาที่ถูกนามาใชใ้ นการเชือ่ มประโยค (ที่มหี น้าทเ่ี ชอื่ มประโยคที่มนี า้ หนกั เท่าๆ กนั
เยอะเหมอื นกนั ) ไดแ้ ก่

– not only…..but also (แปลว่า ไม่เท่านั้น…แต่อกี ด้วย)
เชน่ Man needs not only food but also shelter. มนษุ ย์ไมเ่ พยี งแต่ต้องการอาหาร
เทา่ น้ันยังต้องการที่พกั อาศยั อกี ดว้ ย

– either…..or (แปลวา่ ไม่….หรือ/ก)็
เช่น You can either sleep or eat. คณุ ไม่นอนหลบั ก็กิน

– as…..as (แปลว่า เปน็ การใช้เชอ่ื มประโยคทแ่ี สดงอะไรทีเ่ ท่ากนั )
เชน่ She runs as fast as I do. เธอวิ่งเร็วเทา่ ฉนั (นาคาทเ่ี ราต้องการเปรยี บเทียบ
ใส่ไปในระหวา่ ง as กบั as จากตวั อยา่ งใส่คาวา่ fast เปน็ การเปรียบเทยี บความเร็ว)

– so as to (แปลวา่ เพ่อื ทจ่ี ะ)
เชน่ I study hard so as to pass the exam. ฉนั เรียนหนัก เพื่อที่จะ ไดส้ อบผา่ น
(to ตามดว้ ยกรยิ าชอ่ งที่ 1 ไมเ่ ตมิ s)

– both … and (แปลวา่ ทงั้ …และ)
เชน่ I enjoy both singing and dancing. ฉันมคี วามสขุ กบั การรอ้ งเพลงและการเตน้

3. Subordinating Conjunctions

เปน็ คำสนั ธำนทใี่ ชใ้ นกำรเชื่อมประโยคใจควำมรองให้เขำ้ กบั ประโยคใจควำมหลัก สาหรบั คา
ทีน่ ามาใชใ้ นการเช่อื ม ได้แก่

– after (แปลว่า หลงั จาก)
เชน่ The girl cried after the boy left. เด็กหญงิ ร้องไห้ หลงั จากเดก็ ชายจากไป

– because (แปลวา่ เพราะว่า)
เช่น The boy was absent because he was ill. เดก็ ชายขาดเรียน เพราะว่าเขาปว่ ย

– if (แปลว่า ถา้ หาก)
เชน่ Stay indoors if it rains. อยู่ในร่ม ถ้าหากฝนตก

– although (แปลวา่ ถงึ แมว้ า่ )
เชน่ Although it was cold, I went swimming. ถงึ แม้ว่า จะหนาวแต่ฉนั ก็จะไปวา่ ยนา้

– before (แปลว่า กอ่ น)
เชน่ Clean the room before I go. ทาความสะอาดห้อง ก่อนท่ฉี ันจะไป

– since (แปลวา่ ตงั้ แต่)
เช่น He has been busy since he came. เขายุ่ง ตั้งแตเ่ ขามา
– that (แปลว่า เพราะนัน่ )
เชน่ Hold it up so that everyone can see it. ชมู ันขึ้น เพราะนัน่ จะทาใหท้ ุกคนมองเห็นมัน
– unless (แปลว่า เว้นแต่)
เชน่ I’ll be there at nine, unless the train is late. ฉนั จะอยทู่ ีน่ ัน้ ตอนเก้าโมง เวน้ แตร่ ถไฟจะมาสาย
– until (แปลว่า จนกระทัง่ )
เชน่ They did not come until the meeting was half over. พวกเค้าไม่มา จนกระทัง่ การประชมุ ผ่านไป
เกนิ กว่าครึ่ง
– when (แปลว่า ในขณะที่)
เช่น He is impatient when he is kept waiting. เขาจะหงุดหงดิ ในขณะท่ีเขาต้องรอ
– as soon as (แปลวา่ ทนั ทที )ี่
เช่น I’ll leave for the funeral as soon as the meeting ends. ฉนั จะออกจากทีน่ ี่เพ่ือไปงานศพ ทันทีที่
ประชุมเสร็จ


Click to View FlipBook Version