DRAWING
THEORY “ทฤษฎกี ารวาดภาพ”
DRAWING THEORY “ทฤษฎีการวาดภาพ”
1.ความหมาย ความสําคญั และ ประวตั กิ ารวาดเขยี น
การวาดเขยี น
1.1 ความหมายของการวาดเขยี น
การวาดเขียน คือ ผลงานสร้างสรรคข์ องมนุษย์ โดยการวาดหรือเขียนเครื9องมือลงบนพ<ืนระนาบรองรับ
ดว้ ยวิธีการขีด เขียน ปาด ระบาย ฯลฯ โดยใชส้ ีเพียงสีเดียว แต่อาจทาํ ใหเ้ กิดน<าํ หนกั ต่าง ๆ เป็น 3 มิติได้ การ
วาดเขียน คือ การเขียนรูปภาพต่าง ๆ คาํ วา่ "วาด" หมายถึง เขียนหรือลากเส้นเป็ นลวดลายหรือรูปภาพ การ
วาดเขียน คือ วธิ ีการสร้างงานศิลปะวธิ ีหน9ึงในจาํ นวนหลาย ๆ
1.2 ความสําคญั ของการวาดเขยี น
1. เป็นพ<ืนฐานเบ<ืองตน้ ท9ีสาํ คญั และสมั พนั ธ์กบั งานศิลปะทุกแขนง
2.เป็นวธิ ีการหน9ึงที9ทาํ ใหเ้ กิดภาพเขียนและเป็นวธิ ีท9ีสะดวกทาํ ใหเ้ กิดคุณค่าในงานสร้างสรรคศ์ ิลปะ
3. เป็นเครื9องมือในการถ่ายทอดความคิดไดใ้ หม้ องเห็นไดใ้ นการสร้างสรรคส์ ิ9งต่าง ๆ อยา่ งมี
กระบวนการโดยเริ9มตน้ จากความคิดในสมองของมนุษยซ์ 9ึงไม่สามารถมองเห็น จึงมีการเขียนตามความคิด
น<นั ออก มาใหเ้ ป็นรูปร่าง รูปทรงของสิ9งที9คิดข<ึน ต่อจากน<นั จึงลงมือปฏิบตั ิตามรูปแบบที9เขียนไว้
4. สามารถบนั ทึกความประทบั ใจไดอ้ ยา่ งฉบั พลนั
5.เป็นผลงานที9เกิดจากความคิดสร้างสรรคข์ องผวู้ าด มุ่งหมายถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกและความคิด
ของตนไปยงั ผอู้ ื9น
1.3 ประวตั คิ วามเป็ นมาของการวาดเขยี น
Drawingเ ป็ นพ<ืนฐานในการสร้างสรรคง์ านทางศิลปะ คือ พูดง่าย ๆ ก่อนลงสีเราตอ้ งมีการวาด
เขียนก่อนนน9ั เอง การวาดเขียนเป็นการถ่ายทอดความคิด และจินตนาการของผวู้ าดไดเ้ ป็นอยา่ งดี เราจะเห็น
วา่ มนุษยเ์ ราน<ีเริ9มมีการวาดเขียนมาต<งั แต่สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ ภาพวาดจะแสองใหเ้ ห็นส9ิงท9ีเขาคุน้ เคยใน
ชีวิตประจาํ วนั วฒั นธรรม และอารยธรรมในสมยั น<นั ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี เทคนิคการวาดภาพในสมยั โบรานเริ9ม
จากการ ขดู ขีดลงบนผนงั แสดงใหเ้ ห็นถึงความคิดสร้างสรรคแ์ ละความเชื9อในพิธีศกั ดZิสิทธZิต่างๆต่อมมนุษย์
2.รูปแบบศิลปะและการจดั องค์ประกอบในงานวาดเขยี น
หลกั สําคญั สําหรับผูส้ ร้างสรรค์ และผูศ้ ึกษางานศิลปะ เนื9องจากผลงานศิลปะใด ๆ ก็ตาม ลว้ นมี
คุณค่าอยู่ 2 ประการ คือ คุณค่าทางดา้ นรูปทรง และ คุณค่าทางดา้ นเร9ืองราว คุณค่าทางดา้ นรูปทรง เกิดจาก
การ นาํ เอาองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของ ศิลปะ อนั ไดแ้ ก่ เสน้ สี แสงและเงา รูปร่าง รูปทรง พ<ืนผวิ ฯลฯ
มาจดั เขา้ ดว้ ยกนั เพ9ือใหเ้ กิดความงาม ซ9ึงแนวทางในการนาํ องคป์ ระกอบต่าง ๆ มาจดั รวมกนั น<นั
เรียกวา่ การจดั องค์ ประกอบศิลป์ (Art Composition) โดยมีหลกั การจดั ตามท9ีจะกล่าวต่อไป
อีกคุณค่าหน9ึงของงานศิลปะ คือ คุณค่าทางดา้ นเน<ือหา เป็นเร9ืองราว หรือสาระของผลงานท9ีศิลปิ น
ผูส้ ร้าง สรรค์ ตอ้ งการที9จะแสดง ออกมา ให้ผูช้ มไดส้ ัมผสั รับรู้ โดยอาศยั รูปลกั ษณะท9ีเกิดจากการจดั
องคป์ ระกอบศิลป์ นนั9 เอง หรืออาจกล่าวไดว้ ่า ศิลปิ น นาํ เสนอเน<ือหาเรื9องราวผา่ นรูปลกั ษณะท9ีเกิดจากการ
จดั องคป์ ระกอบทางศิลปะถา้ องคป์ ระกอบท9ีจดั ข<ึน ไม่สัมพนั ธ์กบั เน<ือหาเรื9องราวที9นาํ เสนอ งานศิลปะน<นั ก็
จะขาดคุณค่าทางความงามไป ดงั น<นั การจดั องคป์ ระกอบศิลป์ จึงมีความสาํ คญั ในการสร้างสรรคง์ านศิลปะ
เป็นอยา่ งยงิ9
3.วสั ดุและเครCืองมือการวาดเขยี นเบืDองต้น
ส9ิงสาํ คญั ส9ิงแรกที9จะตอ้ งเรียนรู้ก่อนเขียนภาพระบายสีนน9ั กค็ ือ การทาํ ความเขา้ ใจเกี9ยวกบั วสั ดุ-
อุปกรณ์ ตลอดจนรู้จกั คุณสมบตั ิของวสั ดุแต่ละชนิด และการจดั เตรียมพร้อมก่อนท9ีจะเขียนภาพ วสั ดุ
อุปกรณ์พร้อม และมีคุณภาพมีส่วนช่วยในการปฏิบตั ิเขียนภาพมีผล
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. ประเภทวสั ดุ ไดแ้ ก่ ส9ิงท9ีใชแ้ ลว้ สิ<นสภาพหรือหมดสิ<นไป เช่น กระดาษ สี ดินสอ
2. ประเภทอุปกรณ์ ไดแ้ ก่ วตั ถุสิ9งของท9ีถูกมาใชเ้ ป็นเคร9ืองมือที9ช่วยในการวาดภาพระบายสีเป็นไปอยา่ ง
สะดวก รวดเร็วและสอดคลอ้ งกบั วสั ดุที9ตอ้ งการ เช่น พกู่ นั จานสี เป็นตน้ เพ9ือใหก้ ารใชเ้ ครื9องมืออุปกรณ์
ต่างๆ เป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ และมีอายกุ ารใชง้ านนาน เราจึงควรศึกษาทาํ ความเขา้ ใจเกี9ยวกบั
คุณสมบตั ิ การใชข้ องเคร9ืองเขียนแต่ละชนิด และมนั9 เกบ็ รักษาใหเ้ ป็นระเบียบเรียบร้อยอยเู่ สมอ
4.สืCอการวาดเขยี นประเภทเปี ยก
การระบายสีแบบเปี ยกบนเปี ยก หมายถึง การระบายน<าํ ลงบนกระดาษก่อนแลว้ จึงระบายสีตามท9ี
ตอ้ งการลงไป การระบายแบบเปี ยกบนเปี ยกน<ี จะช่วยใหท้ ่านระบายสีติดบนกระดาษทุกส่วน เพราะกระดาษ
บางชนิดระบายสีติดยาก เนื9องจากมีความมนั หรือความหยาบขรุขระ การระบายแบบเปี ยกบนเปี ยก มี
ประโยชนม์ ากเมื9อจะระบายทอ้ งฟ้า หรือผวิ วตั ถุที9มีมนั เพราะจะใหค้ วามรู้สึกกลมกลืนของสีเด่นชดั
เทคนิคของการระบายแบบเปี ยกบนเปี ยกท9ีสาํ คญั
มี 2 ประการ คือ
1.การไหลซึม
2.การไหลยอ้ น
5.สCือการวาดเขยี นประเภทแห้ง
แหง้ บนเปี ยก หมายถึง การระบายน<าํ ลงบนกระดาษก่อนแลว้ แลว้ ใชพ้ กู่ นั จุ่มสีนอ้ ย และระบายอยา่ ง
รวดเร็ว ใชม้ ากใน การระบายตน้ ไม้ หรือภูเขาใหก้ ลมกลืนกบั ทอ้ งฟ้า
6.ค่าความอ่อนแก่
ค่าน<าํ หนกั คือ ค่าความอ่อนแก่ของบริเวณท9ีถูกแสงสว่าง และบริเวณที9เป็ นเงาของวตั ถุหรือ ความ
อ่อน- ความเขม้ ของสีหน9ึง ๆ หรือหลายสี เช่น สีแดง มีความเขม้ กวา่ สีชมพู หรือ สีแดงอ่อนกวา่ สีน<าํ เงิน เป็น
ตน้ นอกจากน<ียงั หมายถึงระดบั ความเขม้ ของแสงและระดบั ความมืดของเงา ซ9ึงไล่เรียงจากมืดท9ีสุด (สีดาํ )ไป
จนถึงสว่างที9สุด (สีขาว) น<าํ หนกั ท9ีอยรู่ ะหว่างกลางจะเป็ นสีเทา ซ9ึงมีต<งั แต่เทาแก่ท9ีสุด จนถึงเทาอ่อนที9สุด
การใชค้ ่าน<าํ หนกั จะทาํ ให้ภาพดูเหมือนจริง และมีความกลมกลืน ถา้ ใชค้ ่าน<าํ หนกั หลาย ๆ ระดบั จะทาํ ให้มี
ความกลมกลืนมากยิ9งข<ึน และถา้ ใช้ค่าน<าํ หนักจาํ นวนน้อยท9ีแตกต่างกนั มากจะทาํ ให้เกิด ความแตกต่าง
ความขดั แยง้
7.ภาพหุ่นนิCง
ภาพหุ่นนิ9ง (Still – Life) เป็ นภาพส9ิงของที9เคลื9อนไหวไม่ได้ โดยผูเ้ ขียนจะตอ้ งจดั วางในลกั ษณะ
ของมุมท9ีไดน้ <าํ หนกั แสง – เงา ที9สวยงาม อาจวางให้มีความ สูง – ต9าํ หรือจดั วางไวบ้ นผา้ เวลาเขียน แสดง
ให้เห็นรอยยบั ของผา้ ช่วยส่งเสริมให้ภาพมีคุณค่ามากข<ึน การเขียนภาพหุ่น เหมาะสําหรับ การเขียนภาพ
แบบเหมือนของจริง
8.ภาพวาดทวิ ทศั น์และหลกั ทศั นีย์ภาพวทิ ยา
การวาดภาพตามหลกั ทศั นียภาพ (Perspective) เป็นส่วนประกอบอยา่ งหน9ึงที9ทาํ ใหภ้ าพมีมิติในเรื9อง
ของความลึก ระยะ ใกล-้ ไกล ในภาพมีหลกั ในการวาด คือ ส9ิงที9อยใู่ กลต้ าจะมีขนาดใหญ่ สิ9งท9ีอยใู่ กลต้ าจะมี
ขนาดเลก็
เส้นทศั นียภาพ คือ เส้นท9ีช่วยให้การวาดภาพบนระนาบ 2 มิติ ดูเป็ นภาพ 3 มิติ มีความเหมือนจริง
คือ มีความกวา้ ง ความยาว และความลึก เพื9อแสดงให้เห็นว่าวตั ถุที9มีขนาดเท่ากนั ถา้ วางอยู่ในตาํ แหน่งท9ี
ต่างกนั จะมีขนาดต่างกนั ดว้ ย เช่น เสาไฟฟ้าที9อยใู่ กลด้ ูใหญ่กวา่ ที9อยไู่ กลตา
9.ภาพคนเหมือน
ภาพคนเหมือน PORTRAIT ว่าแบบง่ายๆ คือการวาดภาพคนให้เหมือน คําว่าเหมือนมี
ความหมายครอบคลุมท<งั (เหมือนโดย)รูปธรรม และนามธรรม โดยทวั9 ไปหมายถึงการวาดภาพคนคร9ึงตวั
จาํ เพาะว่าคร9ึงบนนะไม่ใช่คร9ึงล่าง มุ่งแสดงที9ภาพใบหนา้ จะดา้ นตรง ดา้ นเฉียง ดา้ นขา้ ง ก็ตามที แต่ก็มี
บา้ งที9ศิลปิ นอาจวาดภาพบุคคลจากดา้ นหลงั คาํ ว่าภาพคนเหมือนน<ี บางคนอาจเสนอว่า น่าจะเปลี9ยนเป็ น
“ภาพเหมือนคน”
10.การวาดทรวดทรงคน
เป็นการวาดแสดงท่าทางต่างๆ ของมนุษย์
11.การวาดเส้ นแสดงทรง
การวาดเส้นแสดงทรง (Contour Drawing) เป็นการวาดที9ผวู้ าดใชต้ ามองที9เส้นขอบ ของวตั ถุหรือส9ิง
ท9ีจะวาดแลว้ ลากเส้นแสดงทรงตามท9ีรูปร่างที9มองเห็นอยา่ งชา้ ๆ โดยไม่ยกปลายดินสอ จากกระดาษและไม่
มองกระดาษท9ีกาํ ลงั วาดเลย ตาของผวู้ าดจะเคลื9อนไปตามเส้นขอบรอบนอก ของวตั ถุอยา่ งชา้ ๆ ขณะที9มือก็
ลากเสน้ ไปตามที9ตาเห็นอยา่ งชา้ ไปพร้อม ๆ
12.การวาดเส้ นท่ าทาง
การวาดเส้นท่าทาง (Gesture Drawing) หมายถึง การวาดเส้นท่าทาง การเคล9ือนไหว แสดงอารมณ์
แรงกระตุน้ ภายใน ใชเ้ ส้นรวดเร็วหวดั ๆ อยา่ งฉบั พลนั (อารี สุทธิพนั ธุ์, 2528) การวาด เส้นท่าทางมีหลาย
ลกั ษณะ
13.การวาดภาพสัตว์
การเขียนภาพสตั วเ์ ป็นการเขียนลกั ษณะท่าทาง การเคล9ือนไหวของสตั วใ์ นอาการต่างๆ การเขียน
ภาพสตั วต์ อ้ งใชค้ วามเร็วและความละเอียดพอควร เพราะสตั วม์ ีชีวติ ชอบเคล9ือนไหว เราไม่สามารถพดู ให้
มนั หยดุ นิ9งเพ9ือเป็นหุ่นได้ ดงั น<นั ผเู้ ขียนจะตอ้ งสงั เกตและจดจาํ รายละเอียดใหเ้ ร็วและจบั ลกั ษณะเอกลกั ษณ์
ของมนั ใหไ้ ด้ สตั วม์ ีธรรมชาติของสรีระและส่วนประกอบท9ีสวยงาม น่ารักแตกต่างกนั สตั วท์ 9ีนิยมนาํ มาเป็น
แบบในการเขียนภาพ เช่น สตั ว์ 4 เทา้ และสตั วป์ ี ก ความงามของสตั ว์ 4 เทา้ อยทู่ ี9สดั ส่วน กลา้ มเน<ือ ลีลาการ
เคล9ือนไหว ส่วนสตั วป์ ี กจะอยทู่ 9ีแววตาและขน
หลกั การเขียนภาพสตั ว์ ตอ้ งเขียนใหม้ ีชีวติ ชีวา ไดค้ วามรู้สึกในท่วงท่า ลีลา และส9ือบุคลิกลกั ษณะ
นิสยั ของมนั ออกมาดว้ ย วธิ ีการเขียนภาพสตั วม์ ีดงั น<ี
1. สงั เกตลกั ษณะที9เป็นเอกลกั ษณ์ของสตั วแ์ ต่ละชนิด หาจุดเด่นและสงั เกตลีลา ท่าทาง การเรียนกาสอนและ
อุปนิสยั ของสตั วท์ 9ีเราวาด
2. ร่างภาพจากโครงสร้างโดยส่วนรวมก่อน โดยอาศยั พ<ืนฐานโครงสร้างของรูปทรงเรขาคณิตเช่น รูป
ส9ีเหล9ียม สามเหลี9ยม วงกลม วงรี
3. ร่างเสน้ เชื9อมรูปทรงใส่รายละเอียดลงไปบนโครงสร้าง เช่นหู หาง เทา้
4. ลงน<าํ หนกั ดว้ ยแรเงาหรือสี ตามความเป็นจริง ดว้ ยความประณีต ละเอียดอ่อน จะไดภ้ าพสตั วท์ ี9มีความ
น่ารักสวยงามเหมือนจริง
14.กลวธิ ีการเขยี น
กระบวนการท<งั หมดในการทาํ งาน สร้างสรรค์ และความ ชาํ นาญเชิงชาง