รายงาน
เรื่อง อาหารสำรับภาคใต้
จัดทำโดย
เด็กหญิงจินดาภา ทองนาค ม.3/4 เลขที่ 25
เสนอ
ครูศิริรักษ์ สมพงษ์
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา การงาน 3
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย
คำนำ
อาหารไทย เป็นอาหารประจำของประเทศไทย ที่มีการ
สั่งสมและถ่ายทอดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึง
ปัจจุบัน จนเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ถือได้ว่าอาหารไทย
เป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่สำคัญของประเทศไทย อาหาร
ไทยได้ รวบรวมสุดยอดศิลปะการปรุงอาหารของชาวเอเชีย
ตะวันออก ศิลปะการปรุงอาหารไทยที่มีต้นกำเนิดจากการ
ผสมผสานของศิลปะการปรุงอาหารที่ หลากหลายเหล่านี้
ได้รับการประยุกต์โดยใช้ สมุนไพรพื้นเมืองที่สมบูรณ์
ภายในประเทศ ผลที่ได้คือรูปลักษณ์อาหารที่ชวนให้น่ารับ
ประทาน ขณะที่ใช้เนื้อสัตว์ปรุงอาหารในปริมาณจำกัด
และเน้นคุณค่าของสมุนไพรและผักสดต่างๆ ทำให้อาหาร
ไทยอร่อยทั้งรสชาติ สารอาหารครบถ้วนและดีต่อสุขภาพ
ของผู้บริโภค
นอกจากนี้อาหารไทยกลาย เป็นอาหารที่นิยมทั่วโลก
เนื่องจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเกิดจากการผสม
ผสานอย่างกลมกล่อมของรสหวาน รสเปรี้ยว และรสเค็ม
นอกจากนั้นยังมีรสเผ็ดร้อนของพริกที่เพิ่มรสชาติอาหาร
ไทยให้เป็นที่นิยมของ ชนทุกชั้น ทั้งคนไทยและผู้บริโภค
ชาวต่างชาติทั่วโลก
เด็กหญิงจินดาภา ทองนาค
29 มิถุนายน 2565
-ก-
สารบัญ หน้า
เรื่อง ก
ข
คำนำ 1
สารบัญ 2
อาหารสำรับ 3
อาหารสำหรับภาคเหนือ 4
อาหารสำรับภาคกลาง 5
อาหารสำรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อาหารสำรับภาคใต้ 6
คั่วกลิ้ง 7
ที่มา / คุณค่าทางโภชนาการ 8
วัตถุดิบ / ขั้นตอนการทำ 9
แกงเหลือง
ที่มา / คุณค่าทางโภชนาการ 10
วัตถุดิบ / ขั้นตอนการทำ 11
ต้มหมูใบชะงวง 12-13
ที่มา / คุณค่าทางโภชนาการ
วัตถุดิบ / ขั้นตอนการทำ
บรรณานุกรม
-ข-
อาหารสำรับ
อาหารประเภทสำรับคืออาหารที่จัดเป็นชุดมีอาหารหลาย
อย่าง หลายรสชาติ หลายลักษณะซึ่งรสชาติของอาหาร
สามารถรับประทานร่วมกันได้ และให้ความอร่อยเมื่อรับ
ประทานทั้งชุด อาหารประเภทสำรับมักจัดในมื้อหลัก ได้แก่ เช้า
กลางวัน และเย็น บางชุดจะมีเพียงอาหารคาว บางชุดมีทั้ง
อาหารคาว อาหารหวาน และผลไม้อาหารชุดเหล่านี้นิยมจัดใส่
ถ้วย จาน ชาม ที่สวยงาม เช่น ถ้วยชามเบญจรงค์ ถ้วย จาน
ชามเงิน แล้วนำอาหารที่ใส่ในภาชนะนี้มาจัดรวมกันลงใน
ภาชนะขนาดใหญ่และกว้าง เช่น ถาดขันโตกขึ้นอยู่กับ
วัฒนธรรมประเพณีของแต่ละท้องถิ่น เพื่อรับประทานกันใน
ครัวเรือนหรือใช้จัดเลี้ยงในโอกาสพิเศษ
ในสำรับนั้นก็จะประกอบด้วย อาหารคาว อาหารหวาน พร้อม
เครื่องเคียง จำพวก ผักนาๆชนิด ซึ่งมีความหลากหลายด้าน
รสชาติ คนไทยรับประทานข้าวเป็นอาหารหลักโดยรับประทาน
ร่วมกับอาหารที่มีรสชาติหลากหลาย ทั้ง เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม
เผ็ด และมีการประดับตกแต่งสำรับ คนไทยแต่ละภาคจะมี
ความแตกต่างกันทางด้านอาหาร
-1-
อาหารสำรับภาคเหนือ
อาหารของภาคเหนือประกอบด้วยข้าวเหนียว น้ำพริกชนิด
ต่างๆ เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกแดง น้ำพริกอ่อง มีแกงหลาย
ชนิด เช่น แกงฮังเล แกงโฮะ แกงแค นอกจากนั้นยังมีอาหาร
พื้นเมือง เช่น แหนม ไส้อั่ว เนื้อนึ่ง แคบหมู หมูทอด ไก่ทอดและ
ผักต่างๆ
คนไทยที่อยู่ทางภาคเหนือนิยมรับประทานอาหารรสกลางๆ
มีรสเค็มนำเล็กน้อย รสเปรี้ยวและหวานมีน้อยมาก หรือแทบไม่
นิยมเลย เนื้อสัตว์ที่นิยมรับประทาน ได้แก่ เนื้อหมู เพราะหาได้
ง่าย ราคาไม่แพง และมีขายทั่วไปในท้องตลาดเนื้อสัตว์อื่นที่
นิยมรองลงมาคือ เนื้อวัว ไก่ เป็ด นก ฯลฯ สำหรับอาหารทะเล
นิยมน้อยเพราะราคาแพง เนื่องจากอยู่ห่างไกลทะเล การที่
อาศัยอยู่ในหุบเขาและบนที่สูงอยู่ใกล้กับป่า จึงนิยมนำ พืชพันธุ์
ในป่ามาปรุงเป็นอาหาร เช่น ผักแค บอน หยวกกล้วย ผักหวาน
ทำให้เกิดอาหารพื้นบ้านชื่อต่าง ๆ เช่น แกงแค แกงหยวกกล้วย
อาหารพื้นบ้านภาคเหนือมีความพิเศษตรงที่มีการผสมผสาน
วัฒนธรรมการกินจากหลายกลุ่มชน เช่น ไทใหญ่ จีนฮ่อ ไทลื้อ
และคนพื้น มีสำรับอาหารของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ
-2-
อาหารสำรับภาคกลาง
อาหารภาคกลาง เป็นประดิษฐ์กรรมทางวัฒนธรรมที่เกิดจาก
การผสมผสานวัฒนธรรมจากหลากหลายเชื้อชาติได้แก่ จีน
อินเดีย ลาง เขมร พม่า เวียดนาม และประเทศจากชาติตะวัน
ตกที่เข้ามานับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อาหารภาคกลางจึงเป็น
อาหารที่มีความหลากหลายทั้งในด้านการปรุง รสชาติ และการ
ตกแต่งที่แปลกตา น่ารับประทาน มีความวิจิตรบรรจงประณีต
ที่ได้มาการถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารจากภายในวัง คนไทย
ภาคกลางกินข้าวเจ้าเป็นหลัก การรับประทานอาหารในแต่ละ
มื้อจะจัดเป็นสำรับ มีกับข้าวหลายอย่าง
รสชาติอาหารภาคกลางนับได้ว่ามีความโดดเด่นเป็นพิเศษ
มากกว่าอาหารภาคอื่น อาหารภาคกลางมีการผสมผสานของ
หลากหลายรสชาติทั้งรสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด เอกลักษณ์ของ
รสชาติอาหารไม่ได้เกิดจากเครื่องปรุงเพียงอย่างเดียว
อาหารภาคกลางเป็นอาหารที่มีครบทุกรส ซึ่งอาหารไทยที่ชาว
ต่างชาติส่วนใหญ่รู้จักและนิยมบริโภคล้วนแต่เป็นอาหารภาค
กลางทั้งนั้นไมว่าจะเป็น ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ผัดไทย
พะแนง เป็นต้น
-3-
อาหารสำรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อาหารไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) อาหารจะ
มีข้าวเหนียวนึ่งเป็นหลักเช่นเดียวกับภาคเหนือ รับประทานกับ
ลาบไก่ หมู เนื้อ หรือ ลาบเลือด ส้มตำ ปลาย่าง ไก่ย่าง จิ้มแจ่ว
ปลาร้า
อาหารภาคนี้จะนิยมปิ้ ง หรือย่างมากกว่าทอดอาหารทุกชนิด
ต้องรสจัด เนื้อสัตว์ที่นำมาปรุงอาหาร ได้แก่ สัตว์ที่ชาวบ้านหา
มาได้ เช่น กบ เขียด แย้ งู หนูนา มดแดง แมลงบางชนิด ส่วน
เนื้อหมู วัว ไก่ และเนื้อสัตว์อื่น ๆ ก็นิยมตามความชอบ และ
ฐานะ สำหรับอาหารทะเลใช้ปรุงอาหารน้อยที่สุด เพราะ
นอกจากจะหายากแล้วยังมีราคาแพงอีกด้วย
อาหารประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรสชาติเด่น จากรส
เค็มจากน้ำปลาร้า รสเผ็ดจากพริกสด และพริกแห้ง รวมถึงรส
เปรี้ยวจากผักพื้นบ้าน นอกจากนี้ลักษณะของอาหารประจำ
ภาคส่วนใหญ่ยังมีลักษณะแห้ง ข้น มีน้ำขลุกขลิก และใช้
ปลาร้าเป็นเครื่องปรุงอาหารแทบทุกชนิดดังที่กล่าวไป ไม่ว่า
จะเป็น ซุปหน่อไม้ อ่อม หมก น้ำพริกต่างๆ รวมทั้งไปส้มตำ
อาหารจานเด่นในสำรับอาหารของภูมิภาคแห่งนี้
-4-
อาหารสำหรับภาคใต้
อาหารสำรับของภาคใต้มักประกอบด้วยปลาและอาหารทะเล
เพราะมีพื้นที่ติดชายฝั่ งทะเล ซึ่งอาหารทะเลมักมีกลิ่นคาวจัด
จึงนิยมใช้เครื่องเทศโดยเฉพาะขมิ้นช่วยดับกลิ่นคาวของปลา
และขมิ้นนี้เองทำให้อาหารแทบทุกชนิดของภาคใต้มีสีเหลือง
เช่น แกงส้มหรือแกงเหลือง แกงไตปลา ปลาทอดขมิ้น ไก่ย่าง
ขมิ้น นอกจากนี้รสชาติอาหารของภาคใต้จะมีรสเผ็ดจัด เค็ม
เปรี้ยว แต่ไม่นิยมรสหวาน โดยรสเผ็ดนั้นจะได้มาจากพริกขี้หนู
สด พริกขี้หนูแห้ง และพริกไทย รสเค็มจะได้จัดกะปิและเกลือ
รสเปรี้ยวได้จากส้มแขก น้ำส้มลูกโหนด ตะลิงปลิง ระกำ
มะนาว มะขามเปียกและมะขามสด และเนื่องจากอาหารภาคใต้
ประเภทแกงและน้ำพริกมีรสจัด จึงมีผักเหนาะ ผักจิ้มหรือผัก
แกล้ม ซึ่งอาจจะเป็นผักสด ผักลวกกะทิ หรือผักดองรับประทาน
ควบคู่ไปด้วย เพื่อลดความเผ็ดร้อนและช่วยชูรสอาหาร
นอกจากนี้ยังมีเครื่องปรุงอาหารที่เป็นลักษณะเฉพาะของ
ภาคใต้ เช่น น้ำบูดู พุงปลา(ไตปลา) กุ้งส้ม เนื้อหนาง การจัด
อาหารภาคใต้นิยมนำอาหารในภาชนะต่างๆ ใส่ถาดวางบนโต๊ะ
อาหาร โดยในภาชนะนั้นจะมีอาหารประเภทแกง ผัด ต้ม ทอด
ยำ น้ำพริกหรือน้ำบูดู และข้าวสวย ถ้าเป็นขนมจีนหรือข้าวยำ
จะจัดคู่กับน้ำบูดู ผักสด ผักต้ม และไข่ต้ม
-5-
คั่วกลิ้ง
ที่มา
คั่วกลิ้ง” เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่มีรสเผ็ดร้อนจัดจ้าน มักรับประทานคู่กับ
ผักสดหลากหลายชนิด และมีต้นกำเนิดมาจากทางภาคใต้ คำว่าคั่วกลิ้ง
นั้นหมายถึง การนำเนื้อสัตว์มาคั่วกับเครื่องแกงเผ็ดจนแห้ง และสามารถ
กลิ้งไปกลิ้งมาบนกระทะได้ ด้วยรสชาติที่อร่อยจัดจ้านนี้
ทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายตามร้านข้าวแกง อย่างไรก็ดีการทำ
เครื่องแกงสำหรับคั่วกลิ้ง จัดว่าวุ่นวายพอสมควร เพราะมีวัตถุดิบและ
เครื่องเทศค่อนข้างเยอะ เช่น พริกขี้หนูแห้ง พริกขี้หนูสวน ตะไคร้ฝอย
และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนกรรมวิธีการทำก็เริ่มจากการโขลกทุกอย่างเข้า
ด้วยกัน ซึ่งโดยรวมแล้วอาจจะกินเวลาถึง 1 ชั่วโมง ในการทำเมนูคั่วกลิ้ง
จานเดียว
คุณค่าทางโภชนาการ
คั่วกลิ้งหมู มีคุณค่าทางโภชนาการ คือ ได้รับโปรตีนจากเนื้อ
หมู และคุณค่าจากสมุนไพรในเครื่องแกง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ส่วนผสมหลักจากตะไคร้ และขมิ้น ซึ่งตะไคร้ เป็นทั้งยารักษา
โรค และยังมีทั้งวิตามิน และแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
เช่น วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ส่วน
ขมิ้น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดมะเร็งในตับ ช่วย
บำรุงตับ นอกจากนี้ยังมีสารอาหารหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ
วิตามินซี วิตามินอี และเกลือแร่
-6-
คั่วกลิ้ง
วัตถุดิบ
1. เนื้อหมูสับ 250 กรัม
2. พริกแกงคั่วกลิ้ง 1 ½ ช้อนโต๊ะ
3. ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
4. พริกชี้ฟ้าแดงหั่น 1 เม็ดใหญ่
5. ใบมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
6. พริกไทยอ่อน 1 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
8. ผงปรุงรส 1/2 ช้อนชา
9. น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำ
1. ตั้งกระทะโดยใช้ไฟกลาง พอกระทะร้อนใส่น้ำมันลงไปตามด้วยพริกแกงคั่ว
กลิ้ง ผัดให้มีกลิ่นหอม
2. นำหมูสับที่เตรียมไว้ใส่ลงไป ผัดให้หมูสับเข้ากับน้ำพริกแกง ระหว่างนี้เติมน้ำ
เปล่าต้มสุกที่เตรียมไว้ จะได้ผัดได้ง่ายขึ้น
3. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ปรุงรสด้วยผงปรุงรสและน้ำปลา ผัดให้เข้ากันอีก
ครั้ง
4. นำพริกไทยอ่อน ตะไคร้ซอย ใบมะกรูดซอย และพริกชี้ฟ้าแดง ใส่ลงไปผัดให้
เข้ากัน เมื่อหมูสุกและทุกอย่างเข้ากันดี ปิดไฟได้เลย
5. นำคั่วกลิ้งหมูที่สุกแล้วจัดเสิร์ฟใส่จาน ตกแต่งด้วยใบโหระพา พริกชี้ฟ้าแดง
ซอย และใบมะกรูดซอย กินกับผักเครื่องเคียงตามชอบ
-7-
แกงเหลือง
ที่มา
“แกงเหลือง” หรือแกงส้มปักษ์ใต้ มีความแตกต่างจากแกงส้ม
ในภาคอื่นๆ เนื่องจากใช้พริกแกงส้มที่มีส่วนผสมของ “ขมิ้น”
เข้ามาทำให้สีแกงมีสีเหลือง มักใช้แกงกับหน่อไม้
ดอง,มะละกอ,ไหลบัว, บอน หรือผักอื่นๆตามใจชอบ เพิ่ม
โปรตีนด้วยกุ้ง หรือปลาสดนิยมเป็น ปลากระพง, ปลานิล,
ปลากระบอก, ปลาดุก ฯลฯ รสชาติจะจัดจ้านโดยเฉพาะแกง
เหลืองหน่อไม้ดอง จะนิยมกันเป็นพิเศษ ด้วยน้ำแกงเข้มข้นเข้า
กันได้อย่างดีกับรสเปรี้ยวของหน่อไม้ดอง
คุณค่าทางโภชนาการ
• ได้โปรตีนจากเนื้อสัตว์
• ได้กากใยจากผักในแกง
• น้ำแกงมีส่วนผสมของสมุนไพรไทย ช่วย
เจริญอาหาร ขับลม ช่วยในการ ขับถ่าย
เป็นต้น
• ในแกงเหลืองไม่มีไขมัน เหมาะกับผู้ที่
ควบคุมอาหาร
-8-
แกงเหลือง
วัตถุดิบ
1.) ปลากระพงสด 300 กรัม
2.) หน่อไม้ดอง 400 กรัม
3.) น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
4.) น้ำมะนาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
5.) น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
6.) น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
7.) พริกแห้งเม็ดเล็ก 9 เม็ด
8.) พริกสีแดง 9 เม็ด
9.) ขมิ้นหั่นเป็นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ
10.) เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
11.) กระเทียมกลีบใหญ่ 15 กลีบ
12.) กะปิ 1 ½ ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำ
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด โดยใส่กะปิเป็นลำดับสุดท้าย
2. ใส่น้ำในหม้อตั้งไฟให้เดือด ตักเครื่องแกงลงในหม้อ คนให้ละลาย เมื่อ
น้ำแกงเดือด ใส่หน่อไม้ดอง ต้มต่อไปจนน้ำเดือดอีกครั้งจึงใส่ปลา แล้ว
ต้มจนปลาสุกดี
3. ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลทรายในหม้อแกง ต้มจนเดือด จึงใส่น้ำมะนาว
ชิมรสชาติตามชอบแล้วยกหม้อแกงลงจากเตา
4. ตักแกงเหลืองใส่ถ้วยแกงให้อาหารอยู่ต่ำจากขอบถ้วย 1 นิ้ว แล้วจัด
จานให้สวยงาม
-9-
ต้มหมูใบชะมวง
ที่มา
ต้มหมูใบชะมวงเป็นเมนูอาหารพื้นบ้าน
ในแถบจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด
ซึ่งเป็นการใช้วัตถุดิบพื้นบ้านมาประกอบ
เป็นอาหารนั่นเอง โดยแกงหมูชะมวง จะ
ใช้ “ใบชะมวง” ที่เป็นผักพื้นบ้าน มาเป็น
ส่วนประกอบสำคัญ ใบชะมวงนี้ก็ได้มา
จากต้นชะมวง เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง
พบได้ทั่วไปในเขตป่าร้อนชื้นไม่ว่าจะเป็น
ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคกลาง
และภาคใต้
คุณค่าทางโภชนาการ
ประโยชน์ของแกงใบชะมวง คือ
ใบชะมวงเป็นพืชที่มีประโยชน์
มาก มีไฟเบอร์หรือใยอาหาร
มาก ในขณะเดียวกันก็มีสารต้าน
อนุมูลอิสระจากใบชะมวงด้วย
- 10 -
ต้มหมูใบชะมวง
วัตถุดิบ
1.) กระดูกหมู 500 กรัม
2.) ใบชะมวง 1 ถ้วย
3.) กระเทียมกลีบเล็กบุบพอแตก 12 กลีบ
4.) หอมแดงบุบพอแตก 4 หัว
5.) รากผักชี 3 ราก
6.) น้ำเปล่า 4 ถ้วย
7.) เกลือป่น
ขั้นตอนการทำ
1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่กระดูกหมู ต้มจนสุกเปื่อย
2. ใส่กระเทียม หอมแดง ใบชะม่วงฉีก เคี่ยวจนใบชะมวงออกรส
เปรี้ยว
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือป่น ชิมรสให้น้ำซุป เปรี้ยวกลมกล่อม
จากใบชะมวง
4. นำต้มหมูใบชะมวงที่ต้มเสร็จแล้วตักใส่ชาม แล้วตกแต่งให้
สวยงาม
- 11 -
บรรณานุกรม
คำนำ
https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A
B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2
http://www.openbase.in.th/node/10974
อาหารสำรับ
https://sittikanblog.wordpress.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8
%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8
%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A/
https://food.trueid.net/detail/w6bnaGpQVBX6
อาหารสำรับภาคเหนือ
https://areeluckblog.wordpress.com/2016/08/26/%E0%B8%AB%E0%B8
%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%
B5%E0%B9%88-2-
%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3
%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A/
https://sites.google.com/site/peathxngthngchay/xahar-sarab-phakh-
henux
อาหารภาคกลาง
https://areeluckblog.wordpress.com/2016/08/26/%E0%B8%AB%E0%B8
%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%
B5%E0%B9%88-2-
%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3
%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A/
อาหารสำรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
https://areeluckblog.wordpress.com/2016/08/26/%E0%B8%AB%E0%B8
%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%
B5%E0%B9%88-2-
%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3
%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A/
https://www.vogue.co.th/fashion/article/tateditorial
- 12 -
บรรณานุกรม
ที่มา/คุณค่าทางโภชนาการของคั่วกลิ้ง
https://www.ajinomotofoodservicethailand.com/seasoning-
tips/%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8
%81%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9
%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8
%A7%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89-
%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2
%E0%B8%A2-
%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A2
%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89
%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81
%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5
%E0%B8%B2/
http://www.thaifoodheritage.com/recipe_list/detail/105
วัตถุดิบ/ขั้นตอนการทำคั่วกลิ้ง
https://www.wongnai.com/recipes/stir-fried-minced-pork-with-yellow-
curry-paste
ที่มา/คุณค่าทางโภชนาการของแกงเหลือง
https://almocooking.com/2019/03/15/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%
B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%
B8%AD%E0%B8%87/
https://sites.google.com/site/suratthanifood/home/kaeng-heluxng
ที่มา/คุณค่าทางโภชนาการของต้มหมูใบชะมวง
https://mgronline.com/travel/detail/9560000070314
https://www.hongthongrice.com/home/2018/05/03/curry-pork-
chamuang/
วัตถุดิบ/ขั้นตอนการทำต้มหมูใบชะมวง
http://www.thaifoodheritage.com/recipe_list/detail/102
- 13 -