โรงเรียนเตรยี มอุดมศกึ ษาภาคใต้
การดารงชวี ติ และครอบครวั 1
ง30101
นางสาว พทั ฌา ไชยภักดี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5/8 เลขท่ี 28
เศรษฐกจิ พอเพยี งกบั ชีวติ ประจำวนั ยคุ ต์โควดิ -19
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
“เศรษฐกจิ พอเพยี ง” เป็นปรชั ญาท่พี ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั พระราชทานพระราชดารชิ แี้ นะ
แนวทาง การดาเนินชวี ิตแก่พสกนกิ รชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตงั้ แต่กอ่ นเกดิ วิกฤตการณท์ าง
เศรษฐกจิ และเม่อื ภายหลงั ไดท้ รงเนน้ ยา้ แนวทางการแกไ้ ขเพ่อื ใหร้ อดพน้ และสามารถดารงอย่ไู ดอ้ ยา่ ง
ม่นั คงและย่งั ยืนภายใตก้ ระแสโลกาภวิ ตั นแ์ ละความ เปลี่ยนแปลงต่างๆ
ควำมหมำยของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่นอ้ ยเกินไปและไมม่ ากเกินไป โดยไมเ่ บียดเบียนตนเอง
และผอู้ ่ืน เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยใู่ นระดบั พอประมาณ
๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตดั สินใจเก่ียวกบั ระดบั ความพอเพียงน้นั จะตอ้ งเป็นไปอยา่ งมีเหตผุ ล
โดยพิจารณาจากเหตุปัจจยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง ตลอดจนคานึงถึงผลท่ีคาดวา่ จะเกิดข้ึนจากการกระทาน้นั ๆ อยา่ ง
รอบคอบ
๓. ภูมิคมุ้ กนั หมายถึง การเตรียมตวั ใหพ้ ร้อมรับผลกระทบและการเปล่ียนแปลงดา้ นต่างๆ ท่ีจะ
เกิดข้นึ โดยคานึงถึงความเป็นไปไดข้ องสถานการณ์ต่างๆ ท่ีคาดวา่ จะเกิดข้ึนในอนาคต
โดยมี เง่ือนไข ของการตดั สินใจและดาเนินกิจกรรมตา่ งๆ ใหอ้ ยใู่ นระดบั พอเพยี ง
๒ ประการ
๑. เง่ือนไขความรู้ ประกอบดว้ ย ความรอบรู้เกี่ยวกบั วิชาการต่างๆ ที่เก่ียวขอ้ งรอบดา้ น ความ
รอบคอบท่ีจะนาความรู้เหลา่ น้นั มาพิจารณาใหเ้ ชื่อมโยงกนั เพื่อประกอบการวางแผนและความระมดั ระวงั
ในการปฏิบตั ิ
๒. เงื่อนไขคณุ ธรรม ท่ีจะตอ้ งเสริมสร้าง ประกอบดว้ ย มีความตระหนกั ใน คณุ ธรรม มีความซ่ือสตั ย์
สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชส้ ติปัญญาในการดาเนินชีวติ
ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรชั ญาชีถ้ งึ แนวการดารงอยแู่ ละปฏิบตั ิตนของประชาชนในทกุ ระดบั ตงั้ แต่ระดบั
ครอบครวั ระดบั ชมุ ชน จนถงึ ระดบั รฐั ทงั้ ในการพฒั นาและบรหิ ารประเทศใหด้ าเนนิ ไปในทางสายกลาง
โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจ เพ่ือใหก้ า้ วทนั ต่อโลกยุคโลกาภวิ ตั น์ ความพอเพยี ง หมายถึง ความ
พอประมาณ ความมีเหตผุ ล รวมถึงความจาเป็นท่จี ะตอ้ งมีระบบภมู คิ มุ้ กนั ในตวั ท่ดี พี อสมควร ต่อการ
กระทบใดๆ อนั เกิดจากการเปล่ียนแปลงทงั้ ภายในภายนอก ทงั้ นี้ จะตอ้ งอาศยั ความรอบรู้ ความรอบคอบ
และความระมดั ระวงั อย่างย่ิงในการนาวชิ าการตา่ งๆ มาใชใ้ นการวางแผนและการดาเนนิ การ ทกุ ขนั้ ตอน
พระรำชดำรัสที่เกย่ี วกบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
“...เศรษฐศาสตรเ์ ป็นวชิ าของเศรษฐกจิ การท่ีตอ้ งใชร้ ถไถตอ้ งไปซอื้ เราตอ้ งใชต้ อ้ งหาเงินมา
สาหรบั ซือ้ นา้ มนั สาหรบั รถไถ เวลารถไถเก่าเราตอ้ งยิ่งซอ่ มแซม แตเ่ วลาใชน้ นั้ เราก็ตอ้ งปอ้ นนา้ มนั ใหเ้ ป็น
อาหาร เสรจ็ แลว้ มนั คายควนั ควนั เราสดู เขา้ ไปแลว้ ก็ปวดหวั สว่ นควายเวลาเราใชเ้ รากต็ อ้ งปอ้ นอาหาร
ตอ้ งใหห้ ญา้ ใหอ้ าหารมนั กนิ แต่ว่ามนั คายออกมา ท่มี นั คายออกมาก็เป็นป๋ ยุ แลว้ กใ็ ชไ้ ดส้ าหรบั ใหท้ ่ีดินของ
เราไม่เสยี ...”
พระราชดารสั เน่ืองในพระราชพธิ ีพืชมงคลจรดพระนงั คลั แรกนาขวญั
ณ ศาลาดสุ ิดาลยั วนั ท่ี ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙
หลกั 3 ห่วง 2 เง่ือนไข
3 หว่ ง คือ ทางสายกลาง ประกอบไปดว้ ย ดงั นี้
ห่วงท่ี 1 คือ พอประมาณ หมายถึง พอประมาณในทกุ อย่าง ความพอดไี ม่มากหรือว่านอ้ ยจนเกินไป
โดยตอ้ งไม่เบยี ดเบียนตนเอง หรอื ผอู้ ่นื ใหเ้ ดอื ดรอ้ น
ห่วงท่ี 2 คือ มเี หตผุ ล หมายถงึ การตดั สินใจเก่ียวกบั ระดบั ของความพอเพียงนนั้ จะตอ้ งเป็นไป
อย่างมีเหตผุ ลโดยพจิ ารณาจากเหตปุ ัจจยั ท่เี ก่ียวขอ้ ง ตลอดจนคานึงถึงผลท่ีคาดว่าจะเกดิ ขนึ้ จากการ
กระทานนั้ ๆ อย่างรอบคอบ
ห่วงท่ี 3 คือ มีภมู คิ มุ้ กนั ท่ดี ีในตวั เอง หมายถงึ การเตรียมตวั ใหพ้ รอ้ มรบั ผลกระทบและการ
เปล่ียนแปลงดา้ นการต่างๆ ท่จี ะเกิดขนึ้ โดยคานงึ ถงึ ความเป็นไปไดข้ องสถานการณต์ ่างๆ ท่คี าดว่าจะ
เกดิ ขนึ้ ในอนาคตทงั้ ใกลแ้ ละไกล
2 เง่อื นไข ตามแนวเศรษฐกิจพอเพยี ง ไดแ้ ก่
เง่ือนไขท่ี 1 เง่อื นไขความรู้ คือ มคี วามรอบรูเ้ ก่ียวกบั วชิ าการตา่ งๆท่ีเก่ียวขอ้ งอยา่ งรอบดา้ น ความ
รอบคอบท่จี ะนาความรูเ้ หลา่ นนั้ มาพจิ ารณาใหเ้ ช่ือมโยงกนั เพ่ือประกอบการ วางแผน และความ
ระมดั ระวงั ในขนั้ ตอนปฏบิ ตั ิ คณุ ธรรมประกอบดว้ ย มคี วามตระหนกั ในคณุ ธรรม มีความซ่อื สตั ยส์ จุ ริต และ
มีความอดทน มคี วามเพียร ใชส้ ติปัญญาในการดาเนินชวี ิต
เง่ือนไขท่ี 2 เง่อื นไขคณุ ธรรม คอื มีความตระหนกั ในคณุ ธรรม มคี วามซื่อสตั ยส์ จุ รติ และมีความ
อดทน มคี วามเพยี ร ใชส้ ติปัญญาในการดาเนินชวี ติ
หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งกบั ชีวติ ประจำวนั ยุคต์โควดิ -19
โควดิ -19 ทาใหก้ ารทามาหาเลยี้ งชีพยากลาบาก เม่ือหาเงินมาดว้ ยความยากลาบาก กต็ อ้ ง
ประหยดั อดออม กินแบบพอเพยี ง เพ่อื ใหช้ วี ติ รอด จากเดิมอาจจะมโี อกาสพบปะสงั สรรคก์ บั เพ่ือน กบั
ครอบครวั กบั ญาติมติ ร กินหรูอย่สู ะบาย แตโ่ รครา้ ยไม่เลือกคนรวย หรือคนจนปรบั ตวั ปรบั ใจ ปรบั
พฤตกิ รรมกินอย่ทู ่มี คี วามพอเพียง ไม่ทาใหค้ นอ่นื เดือดรอ้ น หรือลาบากมากเกินไป น่นั หมายถึงบริบททาง
สงั คมอาจจะตอ้ งเปลยี่ นแปลงตามไปดว้ ย เม่อื ทกุ คนเรม่ิ โหยหาความสงบกบั ธรรมชาติหรอื กบั ท่งุ นาขา้ ว
เขยี วขจี ตามวถิ ีคนไทยในชนบท หรือในต่างจงั หวดั เช่น
๑. ปลกู ใบโหระพา
บา้ นของหนูปลกู ใบโหระพาเพ่อื เอาไวใ้ ชท้ าอาหารในชวี ติ ประจาวนั หรือสามารถนามา
เป็นพกั จมิ้ นา้ พรกิ ไดห้ รือถา้ มใี บโหระพาเยอะๆก็สามารถนาไปแบง่ เพ่อื บา้ นหรือขายไดท้ าใหเ้ ราได้
ทงั้ กาไรและประหยดั
๒. การปลกู มะม่วงเบา
สว่ นในสวนหลงั บา้ นกย็ งั มีตน้ มะม่วงเบาท่ีสามาถสรา้ งรายไดใ้ นชว่ งโควดิ -19ได้
สามารถนามาแปรรูปในรูปแบบมะม่วงดองเพ่อื สรา้ งประสิทธิภาพและไดร้ าคาเพมิ่ ขึน้
๓. .การเลีย้ งววั
ในปัจจบุ นั มีคนยินมเลยี้ งววั กนั เยอะไม่วา่ จะเป็นววั ท่ีนามาปรุงอาหารหรือววั ชนซงึ้
สามารถสรา้ งรายไดใ้ หค้ นในปัจจบุ นั ไดเ้ ยอะและเลีย้ งง่าย
อา้ งอิง
https://siamrath.co.th/n/171049
https://www.chaipat.or.th/site_content/item/3579-2010-10-08-05-24-39.html
นางสาว พทั ฌา ไชยภกั ดี เลขท่ี ๒๘ ชนั้ ม.๕/๘
บ้านเรา
หนา้ บา้ น
-เป็นบา้ นสองชนั้ มใี ตถ้ นุ
-เป็นท่นี ่งั เลน่ หนา้ บา้ น
-แขกสามารถมาย่ยี มได้
หอ้ งรบั แขก
-เป็นท่พี กั สาหรบั แขก
-เป็นท่นี ่งั เลน่
-เป็นลานกวา้ งๆมเี กา้ อกี้ บั โต๊ะ
หอ้ งครวั
-เป็นท่ใี ชท้ ากบั ขา้ ว
-เป็นท่ีคา้ ขาย
-เป็นท่ใี ชท้ านอาหาร
หอ้ งนอน
-เป็นท่พี กั ผ่อน
-เป็นท่ที าการบา้ น
-เป็นท่นี อนหลบั สบายท่ีสดุ
ท่อี ยู่ นางสาว พทั ฌา ไชยภกั ดี
บา้ นเลขท่ี 280 หม่ทู ่ี 2 ตาบล เกาะขนั ธ์ อาเภอ ชะอวด จงั หวดั นครศรธี รรมราช
นางสาว พทั ฌา ไชยภกั ดี เลขท่ี
การเลือกเสื้อผ้า
1.ชดุ นกั เรยี น
การเลือกใสช่ ุดนกั เรียนก็เป็นไปตามกฎระเบียบท่โี รงเรยี นกาหนดให้ เลอื กขนาดเสือ้ กบั
กระโปรงใหก้ บั ตวั เองมากท่สี ดุ และใสช่ ดุ นักเรยี นใหเ้ หมาะสมเรียบรอ้ ย
2.ชดุ เท่ยี วทางไกล เรยี นพเิ ศษ ฯ
การเลือกชดุ ท่บี า้ นหรอื ชุดต่างๆท่ีใสไ่ ปพนื้ ท่ีตา่ งๆตอ้ งเลอื กชุดท่เี หมาะสม เลอื กเสอื้ กบั กางเกง
ท่เี ขา้ กบั ตวั เองใหม้ ากท่สี ดุ และเป็นชดุ ท่เี รียบรอ้ ย
3.รว่ มงานมงคล เช่น งานบวช งานแตง่ ฯ
การเลอื กไปงานมงคลตา่ งๆควรเลือกชุดท่เี หมาะกบั งานนนั้ ๆเลือกชุดท่เี ขา้ กบั งานไดด้ ี
เช่น งานแตง่ ก็เลือกชดุ ท่เี ขา้ กบั ธีมงานแตง่ หรือชดุ ท่เี รียบรอ้ ยท่สี ดุ
4.รว่ มงานศาสนพิธี
การเลือกชุดไปงานศาสนพิธีตา่ งๆ ควรเลือกท่สี ภุ าพเรียบรอ้ ยอยากท่ีสดุ หรือไม่ก็เป็นชุด
นกั เรียนเพราะเป็นชดุ ท่เี หมาะสมและเรยี บรอ้ ยกบั ทกุ งาน
นางสาว พทั ฌา ไชยภกั ดี เลขท่ี 28 ชนั้ ม.5/8
การดแู ลรักษาเสอื้ ผ้า
การซกั ผ้า
การซกั คือ การทาใหส้ งิ่ สกปรก ไดแ้ ก่ เหง่ือไคล ฝ่นุ ละออง คราบสกปรกตา่ งๆ หลดุ ออกจาก
เสอื้ ผา้ โดยใชส้ ารช่วยทาความสะอาด เชน่ สบู่ ผงซกั ฟอก นา้ ยาซกั แหง้ สารฟอกขาวสาร
เหลา่ นจี้ ะช่วยใหก้ ารซกั ผา้ สะดวก
มีวธิ ีการซกั ดงั นี้
1. ใสผ่ า้ สกปรกและผงซกั ฟอกลงในถงั ซกั ผา้ โดยใชใ้ นปรมิ าณท่เี มหาะสม
2. เติมนา้ ลงในถงั ซกั โดยสามารถดปู รมิ าณการใสน่ า้ ท่เี หมาะสม
3. จากนนั้ กดปมุ้ ซกั
4. เม่อื การซกั ผา้ เสร็จสนิ้ ใหก้ ดป่มุ ปลอ่ ยนา้ ออก จากนนั้ เดมิ นา้ สะ อาด และกคป่มุ ลา้ งผา้ ให้
สะอาด
5.เม่อื ผา้ สะอาดแลว้ ตอ้ งป่ันผา้ ใหแ้ หง้ มากท่สี ดุ เท่าท่ที าได้ โดยนาผา้ ออกจากถงั ซกั ไปใสไ่ วท้ ่ี
ถงั ป่ันและกดเลือกเวลาป่ันท่เี หมาะสมซ่งึ จะขนึ้ อย่กู บั ปรมิ าณผา้ ของคณุ
การตากผ้า
การตากผา้ มีวธิ ีการ ดงั นี้
1. ก่อนตากผา้ ควรกลบั ผา้ คา้ นในออกทกุ ชนิ้ เพ่อื ปอ้ งกนั ผา้ สซี ดี เมือถกู แสงแดด
2. ควรใชว้ ธิ ีการบีบนา้ ออกจากผา้ แทนการบิด เพ่อื ไมใ่ หผ้ า้ ขบั มาก เสน้ ใยผา้ ไมข่ าดง่ายและทา
ใหใ้ ชง้ านไดน้ าน
3. เสอื้ หรือกางเกงควรตากดว้ ยวิธีการแขวนดว้ ยไมแ้ ขวนเสือ้ ขณะตากผา้ ควรจดั ผา้ ใหเ้ รียบ
หรือมรี อยยบั นอ้ ยท่สี ดุ เพ่ือประหยดั เวลาในการรีดผา้
4. เสอื้ ผา้ ท่เี ป็นผา้ สีควรตากในรม่ ท่มี ีลมโกรกไมค่ วรตากกลางแจง้ เพราะจะทาใหส้ ีของผา้ ซดี
เรว็ ผา้ เนอื้ หนา เชน่ ผา้ ห่ม ผา้ เช็ดตวั ควรตากกลางแจง้ เพ่อื จะไดแ้ หง้ เรว็ และไมม่ กี ลิ่นอบั
6. ราวตากผา้ ควรมคี วามแขง็ แรง ทนทาน ไม่เป็นสนิม สไี ม่ตก ไมม่ ีคราบสกปรก
7. ไมค่ วรตากผา้ ในบรเิ วณท่มี ีกลนิ่ และควนั ไฟ เพราะจะทาใหเ้ สอื้ ผา้ มกี ล่ิน
การรีดผา้
การรดี ผา้ มีวิธีการ ดงั นี้
- การรดี เสอื้ นกั เรยี น -
1.เตรียมเตารีด ปรบั อณุ หภมู ิใหเ้ หมาะสมกบั เสอื้ ผา้ ท่จี ะรดี
2. รีดปกเสอื้ คา้ นหลงั ดา้ นหนา้ ระวงั อยา่ ใหย้ ่น
3. รดี ตวั เสอื้ ดา้ นหนา้
4. รีดตวั เสอื้ ดา้ นหลงั
5. รดี แขนเสอื้ ทง้ั สองขา้ งไม่ใหม้ รี อยสนั แขน
6. ใสไ่ มแ้ ขวนเสือ้ จดั ใหเ้ รยี บรอ้ ย
นางสาว พัทฌา ไชยภกั ดี เลขที่ 28 ช้ัน ม.5/8
การซอ่ มเสอื้ ผ้าทช่ี ารุด
เสอื้ ผา้ ท่ชี ารุด : กระดมุ เสือ้ หลดุ
อปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นการซอ่ ม
กรรไกร เข็มเยบ็ ผา้ ㆍดา้ ย ·กระคมุ เสอื้
วธิ ีการขนั้ ตอนการเยบ็
1) สนเขม็
2) มดั ปมดา้ ย
3) ดนั เขม็ ท่รี อ้ ยดา้ ยไวใ้ หท้ ะลผุ า้ และผา่ นรูหนงึ่ ของกระคมุ ดงึ ดา้ ยใหห้ มดในแตล่ ะครงั้ ท่ี
ปักสอดเขม็ ตรงใตก้ ระดมุ ระหวา่ งฝีปักเขม็ ท่เี พ่งิ ปักไปกบั จดุ ท่ปี ักฝีเข็มใหม่เพ่อื ไม่ให้
กระดมุ ถกู เย็บแน่นจนเกินไป
4) ปักเขม็ ผ่านรูกระดมุ ถดั ไปจนทะลผุ า้ ดงึ ดา้ ยจนสดุ
5) ทาซา้ ท่รี ูกระดมุ เหลา่ นีส้ องครงั้ แลว้ ค่อยเลื่อนไปรูอ่นื สลบั ระหว่างรูคทู่ ่ตี รงขา้ มกนั
จนกระท่งั กระดมุ ถกู ยดึ จนแน่น
6) ในการเย็บฝีเขม็ สดุ ทา้ ย ใหป้ ักเข็มผ่านผา้ แต่ไมต่ อ้ งผา่ นรูกระดมุ และเอาเขม็ ตรงออก
7) พนั ดา้ ยรอบๆ ดา้ ยตรงระหว่างกระดมุ กบั เนอื้ ผา้ สกั หกรอบเพ่อื เพิม่ ความแข็งแรงใหป้ ม
8) เยบ็ เขม็ ลงไปในเนอื้ ผา้ อกี ครงั้ เยบ็ สามถึงสฝี่ ีเขม็ ใหด้ า้ ยมนั แน่น ปักต่ากว่ากระดมุ อีกสกั
สองสามฝีเขม็ ใหม้ นั แขง็ แรง เสรจ็ แลว้ ผกู ปมคา้ ยและตดั ดา้ ยสว่ นเกินออก
9) เสรจ็ สนิ้ ไดก้ ารเยบ็ กระดมุ ตามท่ตี อ้ งการ
นางสาว พทั ฌา ไชยภักดี เลขที่ 28 ชั้น ม.5/8
อุปกรณก์ ารประกอบอาหาร
1.มีด ปอกเปลือกผกั และผลไม้ มีดปอกเปลือกเป็นอปุ กรณใ์ นครวั ท่ใี ชก้ นั ท่วั ไปโดยท่วั ไปมขี นาด
ค่อนขา้ งเลก็ และใชส้ าหรบั การปอกเปลือกและห่นั แต่โดยปกตจิ ะไม่ใชส้ าหรบั การสบั หรือทกั ษะการมีด
หลกั อ่นื ๆ ในครวั มีดปอกผลไมท้ ่ดี โี ดยเฉพาะอย่างย่ิงสาหรบั ผลไมส้ ดมปี ระโยชนใ์ นการตัดผลแอปเปิ้ลลกู
แพรห์ รือหนิ
2.กระทะ เหล็กใบใหม่ๆท่ซี ือ้ มานนั้ ก่อนใชค้ วรตงั้ กระทะใหร้ อ้ น ใชผ้ า้ ชบุ นา้ มนั แตะเกลอื ถเู สียก่อน
เม่อื ใชท้ อดอาหารจะไม่ติดกระทะ อกี วธิ ีหนึ่งท่ีจะทาใหก้ ระทะท่ซี ือ้ มาใหมใ่ ชป้ ระกอบอาหารโดยไมต่ ิด
กระทะ โดยการนากระทะตม้ นา้ ผสมนา้ สม้ สายชอู ย่างละครง่ึ พอตม้ นา้ เดือดแลว้ เทนา้ ทงิ้ ก่อน จึงค่อย
นามาใชง้ าน
3.ชอ้ น จบั ชอ้ นดว้ ยมือขวาในขณะตกั ซุป โดยใหต้ กั ซุปออกจากตวั และทานซปุ จากดา้ นขา้ งของ
ชอ้ น สว่ นชอ้ นในลกั ษณะอ่นื ใหต้ กั เขา้ หาตวั ไดต้ ามปกติ นอกจากนซี้ ปุ ตา่ งประเภทกจ็ ะมีลกั ษณะการทาน
ท่แี ตกตา่ งกนั ไปอย่างเชน่ ซุปท่มี ลี กั ษณะใส เสิรฟ์ ในถว้ ยแบบมหี จู บั 2 ดา้ น สามารถยกถว้ ยซปุ ขนึ้ มาจิบ
ทานไดแ้ ทนการใชช้ อ้ น แต่ส่ิงท่ีหา้ มทาเด็ดขาด! น่นั คือการใสข่ นมปังลงไปในถว้ ยซุป
4.ครก ครกท่ใี ชเ้ ป็นครกหิน หรือ ครกไม้ ครกดนิ ก็ได้ ตามแต่ละบา้ นจะมี ส่วนใหญ่ไวใ้ ชโ้ ขลกถ่วั
ลสิ งค่วั งาค่วั เผือกบด กลว้ ยบด ทานา้ พรกิ
5.ทพั พที บึ ใชค้ ่กู บั หมอ้ ใชค้ นอาหารในหมอ้ ตกั อาหารจากหมอ้ ใสภ่ าชนะ
6.หมอ้ สเตนเลส ขอ้ ดขี องหมอ้ ประเภทนีค้ อื ราคาไม่สงู มากนกั หาซอื้ งา่ ย วสั ดกุ ็ดสู วยเงางามและ
ทนทานตอ่ การใชง้ านคะ่ แต่ถา้ อยากไดข้ องดีควรเลือกย่ีหอ้ ท่นี ่าเช่ือถือและควรเลือกใชห้ มอ้ สเตนเลสกบั
เตาแมเ่ หลก็ โดยเฉพาะ แต่อย่างไรก็ตามเม่ือปรุงอาหารดว้ ยหมอ้ ชนิดนนี้ นั้ อาหารมกั จะติดหมอ้ ไดง้ า่ ยกวา่
หมอ้ ประเภทอ่ืน ๆ ขอ้ ควรระวงั อกี อย่างหากอาหารนนั้ เป็นอาหารชนดิ ท่วี ่ามีกรดเป็นส่วนประกอบอยู่
คอ่ นขา้ งมาก อย่างเช่นอาหารจพวกยารสแซ่บต่าง ๆ ไมค่ วรแชอ่ าหารประเภทนนั้ ไวใ้ นหมอ้ สเตนเลสเป็น
เวลานาน
7.ตะหลวิ โปรง่ ใชส้ าหรบั ผดั อาหาร ตกั อาหารขนึ้ จากสว่ นท่เี ป็นนา้
8.ทพั พีทบึ ใชค้ ่กู บั หมอ้ ใชค้ นอาหารในหมอ้ ตกั อาหารจากหมอ้ ใสภ่ าชนะ
9.มีดปอก ใชป้ อกแตงกวาหรือแครรอทใชง้ านง่ายใชส้ ะดวก
10.สาก ใชบ้ ดส่ิงตา่ งๆท่ีเราใสล่ งไปในครกใหล้ ะเอยี ดโดยใชว้ ิธีการออกแรงกบั มือ
นางสาว พัทฌา ไชยภกั ดี เลขท่ี 28 ชน้ั ม.5/8
แกงส้มดอกแคก้งุ สด
1)ช่ืออาหาร แกงส้มดอกแคกุง้ สด ประโยชน์ คือ
-ดอกแค รสหวานอมขม แกไ้ ขห้ วั ลม
-น้าแกงส้ม รสเผด็ ร้อน ช่วยยอ่ ยอาหารและขบั ลมในกระเพาะ
-มะขามเปี ยก รสเปร้ียว ลดความร้อนในร่างกาย แกท้ อ้ งผกู ขบั เสมหะ
-สร้างภมู ิคุม้ กนั ใหร้ ่างกาย รักษาอาการหวดั
-รสเผด็ และเปร้ียวของแกงส้ม ช่วยบารุงธาตุน้าและลม
-ดอกแคมีวิตามินเอ ช่วยบารุงสายตา
-ดอกแคช่วยใหข้ บั ถา่ ยดีข้ึน รักษาอาการทอ้ งผกู
-เจริญอาหาร เนื่องดว้ ยรสขมของดอกแคจะลา้ งเมือกในช่องปาก ทาใหอ้ ยากอาหาร
มากข้ึน
2) เคร่ืองปรุง
-พริกแกงส้ม 1 ชอ้ นโตะ๊
-น้าเปลา่ 3-4 ถว้ ยตวง
-กงุ้ สด 5 ตวั
-น้ามะขามเปี ยกขน้ ๆ 1 ชอ้ นโตะ๊
-น้าตาลปี๊ บ 1 ชอ้ นโตะ๊
-น้าปลา 1 ชอ้ นโตะ๊
-ดอกแค
3) อปุ กรณ์
-ทพั พี
-หมอ้
4)วธิ ีการประกอบอาหาร
-ต้งั น้าสะอาดจนเดือด เติมพริกแกงสม้ ลงไป คนใหล้ ะลายเขา้ กนั ดี
ปรุงรสดว้ ยน้ามะขามเปี ยก น้าตาลป๊ี บ และน้าปลา ตม้ ต่อสกั ครู่
-ใส่ดอกแคและกงุ้ ลงไป
-พอกงุ้ สุกดีกป็ ิ ดไฟ ตกั ใส่ถว้ ยสาหรับจดั เสิร์ฟ
นางสาว พทั ฌา ไชยภกั ดี เลขท่ี 28 ช้นั ม.5/8
ผัดผกั รวมทะเล
1.ชือ่ อาหาร ผดั ผกั รวมทะเล มีประโยชน์ คอื ผกั เป็นอาหารท่ีอดุ มไปดว้ ยวิตามนิ
และแรธ่ าตตุ ่างๆ ซง่ึ จาเป็นตอ่ การทางานของรา่ งกาย และเป็นแหลง่ ของใยอาหารท่ี
ชว่ ยรา่ งกายกาจดั ส่งิ หมกั หมมในลาไส้ ทาใหร้ ะบบขบั ถา่ ยเป็นปกติ ลดอาการทอ้ งผกู
ปอ้ งกนั รดิ สดี วงทวาร และโรคมะเรง็ ลาไส้ รวมถงึ มีสว่ นช่วยในการควบคมุ ระดบั
นา้ ตาล ระดบั ไขมนั ในเลือดและช่วยในการควบคมุ นา้ หนกั ได้
2.วัตถุดิบ
-ผกั ตามใจชอบ
-หมกึ กงุ้
-นา้ มนั พืช
-นา้ มนั หอย
-นา้ ตาล
-ซอสปรุงรส
-รสดี
-ผงชรู ส
-พรกิ ไทยดา
3.อปุ กรณ์
-กระทะ -ตะหลิ่ว
4.วธิ ีทา
-นาผกั ต่างๆมาลา้ งใหส้ ะอาด ห่นั ใหเ้ รยี บรอ้ ย ตงั้ กะทะไฟปานกลาง ใสน่ า้ มนั พชื ตามดว้ ย
กระเทียมสบั พอหอม และใสห่ มกึ กงุ้ ห่นั ลงผดั
-เม่อื กงุ้ หมกึ สกุ ใสผ่ กั รวม ท่หี ่นั แลว้ ลงไป ปรุงรสดว้ ย ซอสหอยนางรม ซีอวิ๊ ขาว นา้ ตาลทราย
-ผดั ใหผ้ กั เรม่ิ สกุ และ เติมนา้ เปลา่ ลงไป เป็นอนั เสรจ็
นางสาว พทั ฌา ไชยภกั ดี เลขท่ี 28 ชนั้ ม.5/8
อาหารและโภชนาการ
อาหาร หมายถงึ สิ่งท่เี รารบั ประทานเขา้ ไปแลว้ ทาใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อรา่ งกายในดา้ น
ต่างๆ ไมท่ าใหเ้ กิดโทษ เช่น เนอื้ สตั ว์ ขา้ ว แปง้ ผกั ผลไม้ นม ฯลฯ ยกเวน้ ยารกั ษาโรค
โภชนาการ หมายถึง อาหารท่เี รารบั ประทานเขา้ ไป แลว้ รา่ งกายนาเอาไปใช้ เพ่อื การ
ทาหนา้ ท่ีอยา่ งสม่าเสมอของอวยั วะท่สี าคญั เช่น หวั ใจ ปอด เป็นตน้ นอกจากนยี้ งั นาไปใชเ้ พ่อื
สรา้ งความเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย การซอ่ มแซมสว่ นท่ีอ่นื ของรา่ งกาย
ถา้ นาเอาอาหารต่างๆมาวเิ คราะห์ จะพบว่ามีสารประกอบอยมู่ ากมายหลายชนิด โดย
อาศยั หลกั คณุ ค่าทางโภชนาการทาใหม้ กี ารจดั สารประกอบต่างๆ ในอาหารออกเป็น ๖
ประเภท คอื โปรตนี คารโ์ บไฮเดรต ไขมนั วติ ามิน เกลือแร่ และนา้ สารประกอบทงั้ ๖ กลมุ่ น่เี อง
ท่เี รียกว่า “สารอาหาร” รา่ งกายประกอบดว้ ยสารอาหารเหลา่ นี้ และการทางานของรา่ งกายจะ
เป็นปกตอิ ย่ไู ดก้ ็ต่อเม่อื ไดส้ ารอาหารทง้ั ๖ ประเภทครบถว้ น
โปรตีน คือสารอาหารท่ปี ระกอบดว้ ยกรดอะมิโนท่มี ีหนา้ ท่เี พม่ิ ความแขง็ แรงใหก้ บั
ผวิ หนงั กระดกู และกลา้ มเนอื้ แหลง่ ท่มี าของโปรตีนสามารถแบบไดเ้ ป็น 2 แบบ คอื
1.โปรตนี จากสตั วจ์ าพวกเนอื้ สตั ว์ นม ไข่ ผลิตภณั ฑจ์ ากสตั ว์ ในรูปแบบโปรตีนสมบรู ณ์
ซ่งึ มีกรดอะมโิ นท่รี า่ งกายตอ้ งการในซ่อมแซม
2.โปรตีนจากพืช สว่ นใหญ่อยใู่ นรูปแบบโปรตนี ไม่สมบรู ณซ์ ง่ึ จะมีกรดอะมิโนท่จี าเป็นไม่
ครบทกุ ตวั ถึงแมว้ า่ พชื บางชนดิ เช่น ถ่วั เหลอื งจะกรดอะมิโนท่จี าเป็นครบทกุ ตวั แต่กรดอะมิโน
บางชนดิ มีปรมิ าณนอ้ ยเกินกวา่ ความตอ้ งการของรา่ งกาย ดงั นนั้ สาหรบั ผทู้ ่เี ลี่ยงการ
รบั ประทานเนอื้ สตั วจ์ ึงควรรบั ประทานถ่วั ธญั พชื ผกั และผลไมใ้ หห้ ลากหลายและเพียงพอเพ่อื
ทดแทนโปรตนี จากสตั ว์
ประโยชนข์ องโปรตีนทคี่ ุณอาจจะยังไมร่ ู้
-โปรตนี ช่วยลดนา้ หนกั อาหารท่มี โี ปรตนี สงู จะทาใหร้ ูส้ กึ อ่ิมอยา่ งรวดเรว็ จงึ ทาให้
รบั ประทานอาหารไดใ้ นปรมิ าณท่ลี ดลงและในระยะยาวนา้ หนกั ตวั จะค่อย ๆ ลดต่าลง
-โปรตนี สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั การรบั ประทานโปรตีนจากพชื ช่วยเสรมิ สรา้ งระบบภมู ิคมุ้ กนั ใน
รา่ งกายใหแ้ ขง็ แรงมากขึน้ เพราะโปรตีนจากพืชบางชนิดมีสว่ นสาคญั ท่จี ะชว่ ยเพ่มิ กลตู าไธโอน
ใหก้ บั รา่ งกาย
-โปรตนี เสรมิ สรา้ งกลา้ มเนอื้ การศกึ ษาประโยชนข์ องโปรตนี พบวา่ การรบั ประทาน
โปรตีนอย่างสม่าเสมอ ช่วยเพมิ่ สมรรถภาพของกลา้ มเนอื้
คารโ์ บไฮเดรต เป็นสารอาหารท่เี ป็นแหลง่ พลงั งานท่สี าคญั ของมนษุ ย์ คารโ์ บไฮเดรต
1 กรมั ใหพ้ ลงั งานเทา่ กบั 4 แคลอรี อาหารท่เี ป็นแหลง่ สาคญั ของคารโ์ บไฮเดรต ไดแ้ ก่ เมล็ด
ธญั พชื แปง้ สตารซ์ นา้ ตาล ขา้ ว ขนมปัง เผือก มนั เทศ มนั ฝร่งั ขา้ วโพด
ประโยชนข์ องคารโ์ บไฮเดรต
-ชว่ ยใหพ้ ลงั งานและความอบอ่นุ แก่รา่ งกาย ทาใหร้ า่ งกายสามารถเคลื่อนไหวเพ่อื
ทางานหรือประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้ (คารโ์ บไฮเดรต 1 กรมั จะใหพ้ ลงั งาน 4 แคลอร่ี)
-คารโ์ บไฮเดรตจะช่วยสงวนคณุ คา่ ของโปรตนี ไวไ้ ม่ใหเ้ ผาผลาญเป็นพลงั งาน หากไดร้ บั
พลงั งานจากคารโ์ บไฮเดรตเพียงพอ คารโ์ บไฮเดรตท่เี หลือใชจ้ ากการเปล่ยี นไปเป็นพลงั งานและ
สรา้ งไกลโคเจน รา่ งกายจะนาไปใชใ้ นการสงั เคราะหไ์ ขมนั และกรดอะมโิ น การทางานของ
สมองจะตอ้ งพง่ึ กลโู คส ซ่งึ เป็นตวั ใหพ้ ลงั งานท่สี าคญั
ไขมนั หมายถงึ สารประกอบหลายชนดิ ซ่งึ มลี กั ษณะรว่ มกนั คอื ละลายไดใ้ นตวั ทา
ละลายอนิ ทรีย์ แตไ่ ม่ละลายนา้ ไขมนั ในทางเคมี คือ ไตรกลีเซอไรด์ ซง่ึ เป็นไตรเอสเทอรข์ องกลี
เซอรอลกบั กรดไขมนั สถานะของไขมนั ท่อี ณุ หภมู ิหอ้ งมีทงั้ ของแข็งและของเหลว ขนึ้ อยกู่ บั
โครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของไขมนั นนั้ แมค้ าว่า "นา้ มนั ", "ไขมนั " และ "ลิพดิ " ลว้ นถกู ใช้
หมายถงึ ไขมนั แต่โดยท่วั ไป "นา้ มนั " ใชก้ บั ไขมนั ท่เี ป็นของเหลวท่อี ณุ หภมู ิหอ้ ง "ไขมนั "
หมายถึง ไขมนั ท่เี ป็นของแข็งท่อี ณุ หภมู ิหอ้ ง "ลิพิด" หมายรวมไขมนั ทง้ั ท่เี ป็นของเหลวและ
ของแขง็ ตลอดจนสสารท่เี ก่ียวขอ้ งอ่นื ซ่ึงโดยปกตใิ ชใ้ นบรบิ ททางการแพทยห์ รอื ชวี เคมี
ประโยชนจ์ ากไขมนั
ไขมนั นนั้ เป็นสารอาหารท่ีรา่ งกายขาดไม่ได้ เพราะเป็นแหลง่ พลงั งาน ชว่ ยละลายและ
ดดู ซมึ วิตามินหลายชนดิ ใหค้ วามอบอนุ่ แก่รา่ งกาย ทง้ั ยงั ชว่ ยใหก้ ารผลิตฮอรโ์ มน การเตบิ โต
ของรา่ งกาย การทางานของสมอง และระบบการเผาผลาญทางานไดอ้ ยา่ งปกตดิ ว้ ย ซง่ึ หาก
เลอื กรบั ประทานไขมนั ชนิดท่มี ปี ระโยชนใ์ นปรมิ าณท่เี หมาะสม จะสง่ ผลดตี ่อรา่ งกายมากย่งิ ขนึ้
วิตามิน ซ่งึ เป็นสารอินทรียช์ นิดหนง่ึ ท่อี ยใู่ นสิ่งมีชีวิตไมว่ า่ จะเป็นพืชและสตั วต์ ่าง ๆ
โดยรา่ งกายของคนเราจะใชว้ ติ ามินเพ่อื ช่วยทาใหม้ ีปฏิกิรยิ าในรา่ งกายเกิดขนึ้ สง่ ผลใหก้ าร
ทางานของระบบต่าง ๆ ในรา่ งกายเป็นไปตามปกติ เป็นสารตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ แต่ไมไ่ ดใ้ ห้
พลงั งานแกร่ ถ น่นั คอื วิตามินไมส่ ามารถใหพ้ ลงั งานโดยตรงกบั รา่ งกาย แตร่ า่ งกายจาเป็นตอ้ ง
ไดร้ บั วติ ามนิ เพ่อื ไปทาหนา้ ท่เี ปล่ยี นอาหารใหเ้ ป็นพลงั งาน
ประโยชนว์ ติ ามิน
วิตามินเอ มี มีหนา้ ท่เี ก่ียวกบั การมองเห็น โดยเฉพาะในท่ที ีมีแสงสวา่ งนอ้ ย การ
เจรญิ เตบิ โต และสืบพนั ธุ์
วิตามินดี มมี ากในนา้ มนั ตบั ปลา ในผวิ หนงั คนมสี ารท่เี รียกว่า ๗-ดีไฮโดรคอเลสเทอ
รอล ซ่งึ เม่อื ถกู แสงอลั ตราไวโอเลตจะเปลี่ยนเป็นวติ ามินดีได้
วิตามินอี มหี นา้ ท่เี ก่ียวกบั การตอ่ ตา้ นออกซิไดซส์ ารพวกกรดไขมนั ไม่อ่ิมตวั
วิตามินเค มหี นา้ ท่สี รา้ งโปรตีนหลายชนดิ ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การแขง็ ตวั ของเลือด
เกลือแร่และน้า พบไดใ้ นสารอาหารจาพวกผกั ชนิดต่างๆ เช่น ผกั ตาถึง ผกั กาด
ผกั บงุ้ ผกั คะนา้ ฟักทอง กะหล่าปลี แตงกวา ซ่งึ จะช่วยเนน้ การเสรมิ ภมู ิตา้ นทานให้
รา่ งกาย โดยแรธ่ าตทุ ่รี า่ งกายตอ้ งการมี 18 ชนดิ แตท่ ่เี ป็นตวั หลกั มี 7 ชนิด คือ แคลเซียม
ไอโอดนี แมกนีเซียม ฟอสฟอรสั ซีลเี นียม เหลก็ และสงั กะสี
ประโยชนข์ องเกลอื แร่และแร่ธาตุ
สารอาหารหม่นู ีจ้ ะช่วยใหร้ า่ งกายแข็งแรง มีภมู ิคมุ้ กนั สามารถปอ้ งกนั ชือ้ โรค ไวรสั และ
แบกท่เี รียตา่ งๆ ท่จี ะเขา้ มาทาลายรา่ งกาย พรอ้ มทง้ั ชว่ ยบารุงดวงตา ช่วยใหม้ องเห็นชดั เจนใน
ท่มี ดื เสรมิ สรา้ งเซลลข์ องระบบประสาท ไขขอ้ กระดกู และระบบการย่อยอาหาร กระตนุ้ ใหเ้ กิด
การขบั ถ่ายท่ดี ี เน่อื งจากผกั แต่ละชนดิ มกี ากใยสงู สามารถกาจดั ของเสยี ออกจากลาไสไ้ ด้
อาหารทเี่ หมาะสมแตล่ ะช่วงวัย
-แรกเกิด - 6 เดือน นมแม่เป็นอาหารท่ดี ที ่สี ดุ สาหรบั วยั นี้ เพร าะนมแม่มสี ารอาหารท่ที ารก
ตอ้ งการอย่างครบถว้ น แตถ่ า้ อายคุ รบ 6 เดอื น เขา้ สชู้ ว่ งหยา่ น ม อาเร่มิ ใหอ้ าหารบคท่ีละ ชนดิ
เพ่อื ใหร้ ูจ้ กั การบดเคยี้ ว ตดิ ตามคอู าการแพข้ องอาหารชนิดตา่ งๆ ไม่ควรเติมเกลือ นา้ ตาลและ
สารปรุงรสเพ่อื ไมใ่ หเ้ ด็กติดหวานและเกม็ สามารถใหน้ มแม่หรอื นมผงสาหรบั เด็กทารกไปพรอ้ ม
กบั การใหอ้ าหารอ่นื ๆได้
-เดก็ วยั กอ่ นเรยี น อายุ 1-5 ปี ยงั ไมส่ ามารถรบั ประทานอาหารไดเ้ ยอะมากนกั ควรปอ้ นอาหาร
เป็นมอื้ เลก็ ๆและของว่างท่มี ปี ระ โยชน์ ฝึกใหเ้ ด็กกินผกั โดยอาจจะน่นั เป็นชิน้ เล็กสอดแทรกลง
ไปในอาหารใหม้ ีสีสนั สวยงาม น่ารบั ประทาน ฝึกใหเ้ ดก็ หยิบจบั อาหารดว้ ยตวั เอง
-เด็กวยั เรียน อายุ 6 - 12 ปี ควรใหค้ วามสาคญั กบั อาหารเชา้ รบั ประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมู่
วยั นมี้ กั จะเลอื กอาหารท่เี ขา้ ถึงไดง้ า่ ยท่มี ขี ายอยทู่ งั้ ในและนอกโรงเรียน หรอื ใกลท้ ่พี กั อาศยั ควร
มีการใหค้ วามรูท้ างโภชนาการและปลกู ฝังพฤติกรรมทการบริ โภคอาหารท่เี หมาะสม
ควรใหเ้ ดก็ ไดบ้ รโิ ภคนมและผลิตภณั ฑจ์ ากนมเพ่อื ใหไ้ ดร้ บั โปรตีนและแคลเซียม นาไปใชใ้ นการ
เจรญิ เติบโตของรา่ งกาย เสรมิ สรา้ งกระดกู และฟัน ซง่ึ นมท่เี หมาะสมสาหรบั เด็ก คอื นมครบ
สว่ น หรือนมไขมนั เตม็ เพราะใหพ้ ลงั งานท่เี พียงพอต่อความตอ้ งการของรา่ งกาย แตก่ วรเป็นน
มรสจืดท่ไี ม่ปรุงรสวยั นสี้ ามารถรบั ประทานอาหารไดม้ าก เพราะมกี ารเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย
อย่างรวดเรว็ ตอ้ งการอาหารท่มี ีพลงั งานสงู แตใ่ หค้ ณุ คา่ ทางโภชนาการครบถว้ น วยั รุน่ มกั จะให้
ความสาคญั กบั รูปรา่ งและสดั สว่ นของรา่ งกายซ่งึ ไม่ควรใชว้ ิธีการอดอาหารเพ่อื ลดนา้ หนกั แต่
ควรใชว้ ธิ ีการรบั ประทานอาหารใหถ้ กู สดั สว่ นและออกกาลงั กายอย่างสม่าเสมอ
-วยั ผใู้ หญ่
อาหารสาคญั ของคนวชั นีค้ วรเลือกอาหารท่มี เี สน้ ใสงู เชน่ ผกั และผลไม้ ขา้ วแปง้ ท่ไี ม่ผ่าน
กระบวนการขดั สีไดแ้ ก่ ขา้ วกลอ้ ง ขนมปังโชลตว์ ตี และธญั พชื ต่างๆ รบั ประทานอาหารท่ใี ห้
โปรตีนพอประมาณ เชน่ เนอื้ สตั วน์ ม ไข่และถ่วั ต่างๆ สงิ่ สาคญั ท่สี ดุ คอื การควบคมุ นา้ หนกั ให้
อย่ใู นชว่ งท่เี หมาะสมกบั สว่ นสงู ของตยอง
-ผสู้ งู อายุ
วยั นจี้ ะมกี ารเส่อื มถอยของรา่ งกาย ดงั นนั้ ควรรบั ประทานอาหารท่ยี ่อยง่ายและใหค้ ณุ คา่ ทาง
โภชนาการสงู เลือกโปรตีนคณุ ภาพดจี ากไข่ ปลา และเนอื้ สตั วไ์ ขมนั ต่า เสรมิ สรา้ งกระดกู ดว้ ย
นมและผลติ ภณั ฑจ์ ากนม ปลาเลก็ ปลานอ้ ย งาดา เตา้ หแู้ ขง็ และผกั ใบสีเขยี วเขม้
อา้ งอิง
อาหารและโภชนาการเพ่ือสุขภาพ(ออนไลน)์ .2019
https://sites.google.com/site/rungratsarthien/xahar-laea-phochnakar-pheux-sukhphaph
นางสาว พทั ฌา ไชยภกั ดี เลขท่ี 28 ชนั้ ม5/8
การประดษิ ฐ์จากเศษวสั ดุ
วสั ดุ หมายถึง สง่ิ ท่นี ามาใชท้ าสง่ิ ของตา่ ง ๆ ท่อี ย่อู าศยั และส่งิ กอ่ สรา้ งตา่ ง ๆ วสั ดอุ าจไดม้ า
จากธรรมชาตแิ ละมนษุ ยส์ งั เคราะหข์ นึ้
เศษวสั ดุ หมายถึง สิง่ ของต่าง ๆ ท่ีเหลือใชจ้ ากการใชง้ านของวสั ดแุ ลว้ ซ่งึ อาจเป็นเปลือก
หรอื เศษท่เี หลือจากวสั ดุ เช่น เศษผา้ เศษระดาษ เศษไม้ ฝานา้ อดั ลม เปลอื กไข่ เป็นตน้
ประดิษฐ์ หมายถงึ งานท่ีเกิดจากการใชค้ วามคดิ สรา้ งสรรคข์ องมนษุ ยส์ รา้ งหรอื ประดิษฐข์ นึ้
ตามวตั ถปุ ระสงคท์ ่หี ลากหลาย หรอื เพ่อื ความสวยงาม หรอื ประดบั ตกแตง่ หรอื เพ่อื ประโยชนใ์ ช้
สอย
ความเป็ นมาของงานประดษิ ฐ์ ส่งิ ประดษิ ฐ์เกิดขนึ้ เพราะมนษุ ยเ์ ป็นผสู้ รา้ งผพู้ ฒั นา ปรบั ปรุง
และเปลย่ี นแปลงแบบ ผลงานดว้ ยความคิดสรา้ งสรรคท์ ่มี ีอยใู่ นแต่ละบคุ คล มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ น
การสรา้ งสงิ่ ประดิษฐ์เพ่อื ตอบสนอง ความตอ้ งการดา้ นประโยชนใ์ ชส้ อย งานประดิษฐม์ ี
ความสมั พนั ธแ์ ละเก่ียวขอ้ งกบั ชวี ิตประจาวนั ของคนไทยตงั้ แตส่ มยั โบราณ เก่ียวขอ้ งกบั
ขนบธรรมเนยี มและประเพณีทางศาสนา
หลักการสร้างสรรคง์ านประดษิ ฐ์
การสรา้ งสรรคง์ านประดิษฐใ์ หป้ ระดิษฐ์ใหป้ ระสบผลสาเรจ็ นนั้ ผเู้ รยี นตอ้ งมีความพงึ พอใจ ใน
การทางาน โดยยดึ หลกั การดงั นี้
1. หม่นั ศกึ ษาหาความรูใ้ นงานท่ีตนเองสนใจ โดยศกึ ษาจากผเู้ ช่ยี วชาญการในชมุ ชนการ
โรงเรียน จากตวั อยา่ งสงิ่ ประดิษฐ์ท่สี นใจ
2. ศกึ ษาหลกั การ วธิ ีการ หรือขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิงาน ในการประดิษฐ์ชิน้ งานโดยการ
วิเคราะห์ ดว้ ยตนเองหรอื ศกึ ษาจากผรู้ ู้ ผเู้ ช่ยี วชาญ หรือจากสอ่ื ต่าง ๆ เช่น วารสาร หนงั สือ เป็น
ตน้
3. ทดลองการปฏิบตั ิการประดษิ ฐ์ ผเู้ รยี นตอ้ งศกึ ษาคน้ ควา้ และทดลองปฏบิ ตั ิตามแนวคดิ ท่ี
ไดส้ รา้ งสรรคไ์ ว้ และมกี ารปรบั ปรุงแกไ้ ข ขอ้ บกพรอ่ งจนสาเรจ็ เป็นชิน้ งานประดษิ ฐ์ท่พี งึ พอใจ