U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
การผลิตอาหาร
สัตว์น้ำวัยอ่อน
อย่างง่าย
เพื่อเพิ่มอัตรา
รอดของลูกปูม้า
ดร.พรพิมล พิมลรัตน์
จัดทำโดย
คณะทำงาน
MJU2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
ส า ร บั ญ
ส า ร บั ญ อาหารสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 1
7
รูปแบบของการเพาะเลี้ยงสาหร่าย 11
วัสดุ อุปกรณ์ และสารเคมีที่ต้องใช้ใน 16
การเพาะเลี้ยง สาหร่าย
NANNOCHLOROPSIS
การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนสัตว์สำหรับ
อนุบาลลูกปูม้าวัยอ่อน
U 2 T ตำ บ ล ล ะ แ ม อำ เ ภ อ ล ะ แ ม จั ง ห วั ด ชุ ม พ ร
อาหารสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
•อาหารสัตว์น้ำแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ อาหารที่ผลิตขึ้น และอาหาร
ธรรมชาติ
•อาหารธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองในแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ แพลงก์ตอน
พื ช แพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์หน้าดิน ตัวอ่อนแมลง เป็นต้น
•ปัจจุบันมีอาหารธรรมชาติหลายชนิด ที่สามารถผลิตได้และนํามาใช้
อนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ทําให้มีอัตรารอดตายสูง เพราะอาหารธรรมชาติ
มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
อาหารสัตว์น้ำวัยอ่อน
•สำหรับสัตว์น้ำวัยอ่อน ชนิดและขนาดของอาหารต้องมีความสัมพั นธ์
กับระยะต่างๆ ของสัตว์น้ำ แพลงก์ตอน เป็นอาหารตามธรรมชาติขั้น
พื้ นฐานของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในแหล่งน้ำธรรมชาติ
•เนื่องจากแพลงก์ตอนส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก จึงเหมาะแก่การเป็นอาหาร
ของลูกสัตว์น้ำวัยอ่อน และลูกสัตว์น้ำขนาดเล็ก
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
1
แพลงก์ตอนที่นิยมนำมาใช้ ในการ
เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
•คลอเรลลา (Chlorella sp.) และ Nannochloropsis sp. เป็นสาหร่าย
สีเขียวขนาดเล็ก เซลล์รูปร่างกลม มีผนังเซลล์หนา จึงไม่เหมาะกับการ
เป็นอาหารของสัตว์น้ำวัยอ่อน นิยมนำมาใช้เป็นอาหารของแพลงก์ตอน
สัตว์ และใช้ควบคุมสภาพแวดล้อมในบ่ออนุบาลลูกกุ้งก้ามกราม ลูกปลา
กะพงขาว และลูกกุ้งทะเล
•คีโตเซอรอส (Chaetoceroscalcitraneหรือ C. gracilis) ไดอะตอม
เซลล์เดี่ยว เป็นอาหารที่ดีของลูกกุ้งในระยะซูเอีย ลูกหอยระยะ veliger
จนถึงระยะลงเกาะพื้ น และไรน้ำกร่อย
•สเกลีโตนีมา (Skeletonemacostatum) เป็นไดอะตอมที่เซลล์มาต่อกัน
เป็นสายยาวนิยมนำมาใช้เป็นอาหารของลูกกุ้ง
•ไอโซครัยซิส (Isochrysissp) เป็นอาหารที่เหมาะสมสำหรับการอนุบาลลูก
หอย 2 ฝา มีกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับสัตว์น้ำเค็มสูง
•โรติเฟอร์ (Brachionussp) โรติเฟอร์เป็นอาหารมีชีวิตที่เหมาะสมสำหรับ
ลูกกุ้งระยะไมซีสและลูกปลาระยะเริ่มกินอาหาร นิยมใช้เป็นอาหารลูกสัตว์น้ำ
ในช่วงต่อจากแพลงก์ตอนพื ชและก่อนระยะที่เลี้ยงด้วยอาร์ทีเมีย
•อาร์ทีเมีย หรือไรสีน้ำตาล หรือไรน้ำเค็มเป็นแพลงก์ตอนสัตว์ที่ไม่พบใน
แหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทย สามารถใช้เป็นอาหารอนุบาลลูกสัตว์
น้ำวัยอ่อนได้โดยตรง และยังสามารถแปรรูปเป็น อาร์ทีเมียแช่แข็ง อาร์ที
เมียผง อาร์ทีเมียแผ่น หรือใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสำหรับรูป
โปรตีนสูงสำหรับใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
2
ชนิดของแพลงก์ตอนพืชที่นิยมใช้ อนุบาลลูกสั ตว์น้ำชนิดต่างๆ
การเตรียมอาหารมีชี วิตสำหรับอนุบาลลูกปูม้าวัยอ่อน
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
3
วงจรชี วิตและระยะของปูม้า
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
4
อาหารและการให้อาหาร
ที่มา: วารินทร์และภมรพรรณ (2547)
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
51
การเพาะเลี้ยงสาหร่าย
•การเพาะเลี้ยงสาหร่ายขั้นแรก ต้องศึกษาว่าสาหร่ายที่เราต้องการเพาะ
เลี้ยงเป็นสาหร่ายน้ำจืดหรือน้ำเค็ม เพื่ อเลือกน้ำให้ตรงกับสาหร่ายที่จะ
เลี้ยง เพราะหากเพาะเลี้ยงในน้ำที่ผิดประเภทสาหร่ายจะตาย
•ถ้าน้ำจืดสามารถใช้น้ำประปา น้ำบาดาล น้ำคลอง กรณีของน้ำเค็ม
สามารถใช้ น้ำเค็มจากธรรมชาติ หรือ เกลือเทียม
•ต้องทราบว่าเป็นสาหร่ายในกลุ่มใด เพื่ อเลือกสูตรอาหารที่เหมาะสมกับ
สาหร่ายชนิดหรือกลุ่มที่เราต้องการเพาะเลี้ยงได้
•โดยหาสูตรอาหารได้จากหนังสือหรือเว็บไซต์ทั้งของไทย และต่างประเทศ
โดยใช้คำสืบค้นเช่น “algal culture media” หรือ “ สูตรอาหารเลี้ยง
สาหร่าย” เป็นต้น
• พั นธุ์ของสาหร่ายที่เราต้องการเพาะเลี้ยง โดยอาจทำการเก็บเองจาก
ธรรมชาติ หรือหาซื้อจากหน่วยงานราชการหรือเอกชนต่าง ๆ ที่จำหน่าย
พั นธุ์สาหร่าย โดยใช้คำสืบค้น เช่น “จำหน่ายสายพั นธุ์สาหร่าย”หรือ
“culture collection of algae” เป็นต้น
• เมื่อได้สาหร่ายมาแล้วต้องแบ่งส่วนนึงเก็บไว้ในที่ที่มีการปนเปื้ อนได้ยาก
โดยเก็บไว้ในหลอดแก้ว ขวดแก้วหรือฟลาสก์แก้วที่ปิดฝาสนิท เพื่ อ
สำหรับเป็นหัวเชื้อสัก 10 % โดยควรให้ได้รับแสงน้อยๆ หรือได้รับแสง
เพี ยงบางช่วงเวลา หรือเพาะเลี้ยงในที่อุณหภูมิต่ำ เพื่ อให้สาหร่ายโตช้าๆ
เพราะหากสาหร่ายโตไวเกินไปจะทำให้ปุ๋ยหรืออาหารของสาหร่ายหมด
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
6
รูปแบบของการเพาะเลี้ยงสาหร่าย
1.การเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ หลักการขยายพั นธุ์แพลงก์ตอนใน
ห้องปฏิบัติการ คือ ต้องมีหัวเชื้อที่ดี น้ำเลี้ยงต้องสะอาดคุณภาพดี ปุ๋ย
และสภาพแวดล้อม เช่น แสงและอุณหภูมิเหมาะสม เพื่ อให้สามารถผลิต
แพลงก์ตอนที่เป็น หัวเชื้อออกขยายข้างนอกได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนราย
ละเอียด และเทคนิคอื่นๆ เช่น รอบการขยาย ความเข้มข้นของหัวเชื้อ
วิธีเตรียมน้ำเลี้ยง ภาชนะที่ใส่ ระยะเวลาการให้แสง อาจมีความแตกต่าง
กัน ไปตามแนวการผลิตของแต่ละห้องปฏิบัติการ
2.การเลี้ยงแบบกลางแจ้ง หลักการขยายแพลงก์ตอนกลางแจ้ง
ต้องคำนึงถึงสภาพอากาศ น้ำที่นำมาใช้ในการเพาะ ขยายพั นธุ์ เครื่องให้
อากาศ และต้องตรวจสอบการปนเปื้ อนจากแพลงก์ตอนชนิดอื่นๆ การ
เลี้ยง ซึ่งเทคนิคต่างๆ ขึ้นอยู่กับการผลิตของแต่ละที่
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
7
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
8
ปัจจัยที่เหมาะสมในการเพาะ
เลี้ยงสาหร่าย
1. ปุ๋ยที่เหมาะสมต่อชนิดสาหร่าย ซึ่งหากต้องการให้สาหร่ายโตได้เต็มที่
รวดเร็ว ปุ๋ยเพาะเลี้ยงสาหร่ายควรต้องประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก คือ
คาร์บอน, ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, ซัลเฟอร์, แคลเซียม, โซเดียม,
แมกนีเซียม และแร่ธาตุอาหารรอง คือ เหล็ก, โบรอน, แมงกานีส,
ทองแดง, สังกะสี ปริมาณที่ใส่ขึ้นอยู่กับสูตรปุ๋ยที่เลือก
2. ระดับพี เอชของอาหารเลี้ยงสาหร่าย ควรมีค่าใกล้เคียงค่าเป็นกลาง
คือ 6.8 - 7 เพราะหากต่ำเกินไป เป็นกรดสาหร่ายจะตายหรือโตช้า และ
หากสูงเกินไปปุ๋ยจะไม่ละลายทำให้สาหร่ายนำปุ๋ยไปใช้ไม่ได้
3. แสง การเพาะเลี้ยงสาหร่ายต้องให้สาหร่ายได้รับแสง หากไม่ได้รับ
แสงสาหร่ายจะไม่โตและตาย และหากต้องการให้สาหร่ายโตได้เร็วขึ้น
จำเป็นต้องใช้แสง 24 ชั่วโมงโดยแสงมาตรฐานที่ให้เพิ่ มคือแสงจากหล
อดฟลูออเรสเซนต์สีขาว จะใช้กับสาหร่ายได้ทุกกลุ่ม
4. อุณหภูมิ โดยหากสาหร่ายต้องการอุณหภูมิต่ำอาจมีการพลาง
แสงแดดให้ลงในพื้ นที่เพาะเลี้ยงน้อยลง หรือหากสาหร่ายต้องการ
อุณหภูมิสูง
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
9
การเพาะเลี้ยงสาหร่าย
NANNOCHLOROPSIS
Nannochloropsis sp. เป็นสาหร่ายเซลล์เดียวขนาดเล็กที่นิยม
เพาะเลี้ยงเพื่ อเป็นอาหารของโรติเฟอร์
ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญของลูกปลาทะเลวัยอ่อน ทั้งนี้เนื่องจากมี
ปริมาณสารอาหารเช่น โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตสูง
อีกทั้งยังมีปริมาณสารสีที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและช่วยเพิ่ ม
อัตรารอดของลูกสัตว์น้ำได้
Division: Heterokontophyta
Class: Eustigmatophyce
Genus: Nannochloropsis
(Hibberd, 1981)
คลอเรลล่าญี่ปุ่น
เซลล์เดี่ยว
ขนาดเซลล์อยู่ในช่วง 2-5 ไมโครเมตร
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
10
วัสดุ อุปกรณ์ และสารเคมีที่ต้องใช้
ในการเพาะเลี้ยง
สาหร่าย NANNOCHLOROPSIS
1. วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสาหร่าย ได้แก่ ภาชนะเพาะเลี้ยง
สาหร่าย เช่น โหลแก้ว กระป๋อง กะละมัง โดยภาชนะที่ใช้เพาะเลี้ยงต้อง
ให้แสงส่องถึงสาหร่ายได้
2. ระบบให้อากาศหรือระบบทำให้น้ำที่เลี้ยงสาหร่ายหมุนเวียน โดยเป็นปั๊ ม
อากาศขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ตามความเหมาะสมของภาชนะเพาะเลี้ยง
ท่ออากาศ สายอากาศ หัวทราย สำหรับถ่วงให้สายอากาศลงถึงก้น
ภาชนะ และทำให้อากาศกระจายเป็นฟอง
3. สารเคมีที่ใช้เพาะเลี้ยง โดยสูตรอาหารที่นิยมใช้ในการเพาะเลี้ยง
Nannochloropsis ได้แก่
สูตร Conway’s medium สำหรับใช้เลี้ยงในห้องปฏิบัติการ และสูตร
อาหารที่ประกอบด้วยแร่ธาตุคือ
–อามิ-อามิ 0.1 มิลลิลิตรต่อน้ำ 1 ลิตร
–ปุ๋ยนาสูตร 16-20-0 0.1 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร
–ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 0.15 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร
–โซเดียมไนเตรต 0.2 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร
–ปูนขาว สำหรับปรับพี เอช
ทั้งนี้เนื่องจากใช้ปริมาณที่น้อยจึงนิยมทำเป็น stock ที่มีความ
เข้มข้นสูงแล้วจึงดูดนำไปใช้ตามปริมาตรที่ต้องการเลี้ยงดังนี้
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
11
อาหารเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนสูตร
CONWAY’S MEDIUM
อาหารเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนสูตร
นอกห้องปฏิบัติการ
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
12
วิธีการเตรียมปุ๋ย วิธีการเพาะเลี้ยง
•เมื่อเลือกสูตรปุ๋ยสำหรับเลี้ยงสาหร่ายที่เราต้องการแล้ว ทำการวาง
ภาชนะที่เพาะเลี้ยงในบริเวณที่ได้รับแสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมไม่มาก
หรือน้อยเกินไป ใส่น้ำลงในภาชนะเพาะเลี้ยงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ของ
ปริมาตรที่ต้องการเลี้ยงทั้งหมด เช่น ต้องการเลี้ยง 100 ลิตร ให้ใส่
น้ำลงในภาชนะ 80 ลิตร
•ทำการชั่งสารเคมีตามน้ำหนักที่ระบุในสูตรปุ๋ย
•จากนั้นใส่สารเคมีทีละชนิดลงในน้ำ คนจนละลายแล้วค่อยใส่ชนิดต่อไป
โดยควรเริ่มด้วยสารเคมีที่มีปริมาณมากที่สุดก่อนเพื่ อให้ละลายได้ง่าย
•จากนั้นใส่หัวเชื้อสาหร่ายลงไป ประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำทั้งหมด
เช่น ต้องการเลี้ยงในน้ำ 100 ลิตร ให้ใส่หัวเชื้อสาหร่าย 5-10 ลิตร หรือ
จนเห็นสีน้ำมีสีเขียวอ่อน ๆ จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงให้ครบ 100 ลิตร
•ติดตั้งระบบให้อากาศให้น้ำหมุนเวียน สีของสาหร่ายในภาชนะเพาะเลี้ยงจะ
ค่อย ๆ เข้มขึ้นตามระยะเวลาการเลี้ยง
•เมื่อเพาะเลี้ยงประมาณ 4-5 วัน สาหร่ายจะโตเต็มที่
การวัดการเจริญเติบโต
ความหนาแน่นเซลล์
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
13
กราฟการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืช
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
14
อาร์ทีเมีย (ARTEMIA)
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
15
การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนสัตว์สำหรับ
อนุบาลลูกปูม้าวัยอ่อน
การเตรียมตัวอ่อนไรน้ำเค็ม เพื่ อเป็นอาหารของลูกปูวัยอ่อน โดยนำ
ไข่ไรน้ำเค็มตามปริมาณที่ต้องใช้มาใส่ในน้ำจืดแล้วเติมโซเดียมไฮโป
คลอไรด์ (คลอร๊อค) 10 เปอร์เซ็นต์ของปริมาตร ให้อากาศอย่าง
แรงเป็นระยะเวลา 15-20 นาที
จากนั้นนำมาล้างด้วยน้ำจืดจนหมดกลิ่นคลอร๊อค แล้วนำไข่ไปบ่มฟัก
ในถังไฟเบอร์ทรงกรวยที่มีน้ำทะเลสะอาดในอัตรา 1-3 กรัมต่อลิตร
ให้อากาศอย่างแรงเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง
ก่อนการเก็บเกี่ยวโดยหยุดให้อากาศ เปลือกไข่จะลอยอยู่บริเวณ
ผิวน้ำ จากนั้นค่อยเปิดกรวยแยกตัวอ่อนไรน้ำเค็มออกมา
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
16
ขั้นตอนการเพาะอาร์ทีเมีย
การฟอกไข่อาร์ทีเมีย ใช้เวลาประมาณ 10 - 15 นาที
หยุดปฏิกิริยาและล้างไข่ให้สะอาด
เพาะฟักไข่อาร์ทีเมียในถัง (1-5 กรัมไข่/น้ำ 1 ลิตร)
การเก็บเกี่ยวและฆ่าเชื้ อ
นำไปใช้ เลี้ยงสั ตว์น้ำ
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
17
ปัจจัยที่สำคัญต่อการเพาะฟักไข่อาร์ทีเมีย
(HATCHING OF ARTEMIA CYSTS)
1) ความสะอาดและคุณภาพของไข่
2) ความเค็มของน้ำที่ใช้ในการฟักโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงระหว่าง 10-35
ppt
3) อุณหภูมิของน้ำ อยู่ในช่วงประมาณ 20-34°C
4) ความเป็นกรดเป็นด่าง ควรปรับน้ำที่ใช้ในการเพาะฟักให้เป็นด่า
งอ่อนๆ คือมี pH อยู่ในช่วงระหว่าง 7.5-9.0
5) ปริมาณออกซิเจนในน้ำที่ใช้สำหรับการเพาะฟัก โดยปกติควรให้อยู่
ระหว่าง 4-5 ppm ไม่ควรให้อยู่ต่ำกว่า 2 ppm
6) แสง ตลอดระยะการฟักควรได้รับแสง > 1,500 ลักซ์
7) ความหนาแน่นของไข่ในการฟัก ควรอยู่ในช่วง 1-5 กรัมไข่ต่อน้ำ 1
ลิตร
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
18
U2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
ดร.พรพิมล พิมลรัตน์
จัดทำโดย
คณะทำงาน
MJU2T ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร