การอบรมเชิงปฏิบัติการ Developmental Evaluation (DE) ช่วงปลายน ้า ปี 3 โดย มูลนิธิสยามกัมมาจล วันที่ 22 – 23 กรกฎาคม 2566 เวลา 9.00 – 18.00 น. โครงการสนับสนุนกระบวนการประเมินเชิงพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั งระบบ ประยุกต์ใช้Developmental Evaluation (DE) โดยโรงเรียน ปี 2565
การอบรมเชิงปฏิบัติการ Developmental Evaluation (DE) ช ่ วงปลายนา ้ ปี 3 โดย มูลนิธิสยามกัมมาจล วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2566 เวลา 9.00 – 18.00 น. โครงการสนับสนุนกระบวนการประเมินเชิงพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ ประยุกต์ใช้Developmental Evaluation (DE) โดยโรงเรียน ปี 2565
Step 1 : ร่วมกันฝัน โจทย์ : “ถ้าทกุคนมไีมก้ายสิทธ ิ์เราอยากเสกให้โรงเรียนสอนลูกหลานของเราออกมาเป็นอย่างไร คนละ 1 เรื่อง” ( I : ฝันอยากให้เป็นอย่างไร ) หัว มือ ใจ คิดวิเคราะห์ได้ มีความรู้เกี่ยวกับทักษะชีวิต มีความคิดสร้างสรรค์ คิดนวัตกรรมได้ ค้นพบความถนัดของตนเอง คิดค้นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาโรงเรียนและชุมชนได้ มีความรู้ด้านวิชาการ อ่านออก เขียนได้คิดเลข เป็น มีความรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ/ จีน) มีความรู้ด้านเทคโนโลยี มีความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ มีความรู้ด้านการปฐมพยาบาล เบื้องต้น, เพศศึกษา, การป้องกัน เรื่องการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร รู้จักประวัติความเป็นมาในการตั้งถิ่นฐานของชุมชน รู้จักของดีชุมชนบ้านหนองกุลา มีความรู้เรื่องการประกอบอาชีพ สามารถ สร้างรายได้ให้ตัวเองได้ มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องที่อยู่ใกล้ตัว รู้ว่าตัวเองชอบอะไร และน าสิ่งนั้นไป พัฒนาต่อยอดให้ประสบความส าเร็จ มีความรู้ด้านการแปรรูป การเพิ่มมูลค่าสินค้า สามารถประกอบอาชีพสุจริต เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ สามารถหาความรู้ด้วยตนเองได้ มีทักษะชีวิต สามารถเอาตัวรอดใน สถานการณ์ต่างๆ ได้ สามารถสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ (อังกฤษ/จีน) ลงมือปฏิบัติออย่างเต็มที่ มีทักษะอาชีพ มีทักษะการท างาน (ท างานเป็น) สามารถท างานร่วมกับผู้อื่นได้ อยากให้มีทักษะการเล่นกีฬาที่เก่ง สามารถช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจ าวันได้ มีน ้าใจ เอื้อเฟ้อืเผื่อแผ่ เมตตากรุณา สามารถตั้งเป้าหมายและวางแผนชีวิตของตนเองได้ สามารถปรับเปลี่ยนความสามารถตามความสนใจได้ มี Multitasking Skill person มีกาลเทศะ มีมารยาท และวางตัวเหมาะสม พูดจาไพเราะ,อ่อนน้อมถ่อมตน มีจิตอาสา, มีจิตสาธารณะ เป็นเด็กดี มีคุณธรรม มีวินัย รู้จักหน้าที่ของตนเอง มีความรับผิดชอบ มีความรู้เรื่องโทษของยาเสพติด มีความรักบ้านเกิดของ ตนเอง อยากพัฒนาบ้าน เกิดของตนเอง ค านึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น เช่น ไม่บูลลี่ ไม่ ท าความรุนแรงกับผู้อื่น ส านึกผิด เมื่อท าให้ผู้อื่นเสียความรู้สึก มีความเสียสละ สู้ชีวิต ล้มแล้วลุก มีความอดทน อดกลั้นต่ออุปสรรคต่างๆ มีสุขภาพจิตที่ดี รู้จักผิดชอบ ชั่วดี อยู่กับความเป็นจริง มีใจรักในสิ่งที่ตนเองรักและ มุ่งหวัง มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ทั้งกายและใจต่อสิ่งที่ ท า เปิดใจรับฟังค าแนะน าของผู้อื่น มีความยืดหยุ่น ปรับตัว ปรับใจ กับความไม่แน่นอนในชีวิต เป็นคนซื่อสัตย์ มีความตั้งใจเรียน เพื่ออนาคตของ ตนเอง ละอายต่อบาป น้องสุขใจ โรงเรียนบ้านหนองกุลา
ปรากฏการณ์ แบบแผนพฤติกรรม โครงสร้าง ค่านิยมและคุณค่า สิ่งที่เป็นอยู่ สถานการณ์ปัญหาด้านการจัดการเรียนการสอน สิ่งที่อยากให้เกิด Step 2 : วิเคราะห์ความซับซ้อน อ่านไม่ออก เขียนไม่ได ้ เด็กถูกเลี้ยงแบบขาดความอบอุ่น เด็กติดมือถือ/ติดเกมมากเกินไป เด็กติดเสพติด เด็กติดเพื่อน เอาแต่ใจตัวเอง เด็กขาดวินัย ขาดความรับผิดชอบ เด็กมีพฤติกรรมที่ก ้าวร้าว พูดค าหยาบ เด็กถูกตามใจจนไม่รู้ผิด-รู้ถูก ไม่มีแรงบันดาลใจในการเรียน ครอบครัวไม่มีเวลาดูแลและ ชว่ยสอนหนังสอืเด็กได้ ยังไม่มีการสร้างข ้อตกลง/ วนิ ัยในการใชม้อืถอื ผู้ปกครองติดมือถือเหมือนกัน (ไม่ได ้เป็นแบบอย่างที่ดี) ผู้ปกครองให ้เด็กเล่นมือถือ เพราะอยากให ้ลูกหลานหยุดนิ่ง ไม่ออกจากบ ้าน เด็กขาดเรียน เพราะไม่อยากมาโรงเรียน เด็กเล่นมือถือในเวลาที่เหมาะสม (มีการแบ่งเวลาที่เหมาะสม) แบง่เวลาใหเ้ด็กเลน่ โทรศพัทใน์ โรงเรยีน เชน่เวลาพกั ครูมีการสร้างข ้อตกลงร่วมกับเด็ก เรอื่งการใชม้อืถอื ครูและผู้ปกครองท าเป็นแบบอย่างให ้กับเด็ก มีกิจกรรมอื่นให ้นักเรียนท า และให ้รางวัล เป็นการเล่นมือถือ เพื่อเป็นหารสร้างแรง ทางบวก ผู้ปกครองให ้โอกาสแลกเปลี่ยนความคิด/ รับฟังความเห็นของลูกหลาน ไม่มีการคัดกรองเด็ก LD ผู้ปกครองตามใจลูกหลาน เด็กอ่านออกเขียนได ้ ครูต ้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยให ้กับเด็ก ครูแยกสอนเสริมให ้เด็ก (สระ พยัญชนะ ตัวสะกด)/ ใหเ้พอื่นชว่ยเพอื่น มีการฝึกฝนอย่างสม ่าเสมอ โรงเรียนบ้านหนองกุลา ครูรู้จักเด็กรายบุคคล เพื่อจะได ้รู้ว่าเด็กคนไหน ต ้องสอนเสริมในเรื่องไหนบ ้าง ครใูชก้ารสอน แบบบรรยายมากไป ครูไม่เข ้าใจกระบวนการ Active learning (ในเรื่อง ของการออกแบบแผน + การจัดการเรียนการสอน) ครูมีเวลาให ้กับเด็กมากขึ้น เด็กเลอืกรับขอ้มลูจากสอื่และรู้จัก การน าไปใชท้เี่หมาะสม เป็น ประโยชน์ และสร้างสรรค์ เด็กมีสมาธิในการเรียน ไม่ก ้าวร้าว เด็กมิวินัย รู้จักแบ่งเวลา เด็กวเิคราะหส์งิ่ทอี่า่นได้ เด็กสามารถเลอืกใชภ้าษาในการสอื่สารทเี่หมาะสมและสรา้งสรรค์ เด็กรักในการอ่านและมีเป้าหมายในการอ่าน เด็กเห็นความส าคญัของของภาษา และน าไปปรับใชใ้นชวีติประจ าวนได ้ ั เด็กมีปฏิกิริยาโต ้ตอบกับครู + มีความสนุกในการเรียนมากขึ้น เด็กมีความกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้น เด็กมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน เด็กมีเป้าหมายในการเรียนมากขึ้น/รู้ว่าเรียนไปเพื่ออะไร สง่ผลกบั ชวีติตวัเองอยา่งไรในอนาคต ครูมีการให ้เด็กได ้ลงมือท าและชวนสะท ้อนผล (ชอบ/ไม่ชอบอะไร) มีการจัดการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์ความ ถนัดของผู้เรียนที่หลากหลาย ครูมีเนื้อหาการสอนที่นอกเหนือจากต าราเรียน ครมูวีธิกีารสอนทสี่นุก มสีอื่การสอนทนี่าสนใจ ่ ครูสามารถออกแบบแผนการสอน และจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ได ้ มีการจัด workshop Active Learning ให ้กับครู สอื่ /สงัคมทเี่ปลยี่นแปลงไป สถานการณ์โควิด-19 ครอบครัวแตกแยก เด็กต ้องอยู่กับปู่ย่าตายาย หลักสูตร/เนื้อหาที่เรียนยาก เกนิ ไปตอ่ ชว่งวยั ครูต ้องสอนตามหลักสูตร หลักสูตรการสอนถูกเปลี่ยนบ่อย ครูมีภาระงานเยอะ ไม่มีงบประมาณในการท า สอื่การสอน มีการท า PLC ในโรงเรียนเป็นประจ า (เพื่อพัฒนาครู ให ้เป็นครูโค ้ช สามารถออกแบบ แผนการสอนได ้ / เข ้าใจกระบวนการเรียนรู้ / สามาระจัดการเรียนการสอนได ้) มวีชิาซอ่มเสรมิ ใหก้บัเด็ก มีการปรับโครงสร้างตารางเรียนให ้เอื้อต่อการสอน PBL + เชอื่มโยงกบั ชมุชน เด็กมีความคิดที่จะแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง เด็กเห็นคุณค่าของการหาเงิน (เห็นความล าบากของพ่อแม่) ผปู้กครองไมเ่ห็นความส าคญั ของการศกึษา เด็กคิดว่าเขาไม่จ าเป็นต ้องหาเงิน เพราะมีพ่อแม่ support เด็กรักสบาย หนักไมเ่อาเบาไมสู่้ ผอ. ให ้ความมั่นใจกับครู/Empower ครู มคีรแูกนน าแตล่ะชว่งชนั้เพอื่โคช้ครใหม่ ู (เทคนิคการสอน,การจัดการเรียนการสอน เปลี่ยนครูผู้สอนเป็นครูโค ้ช (ตั้งค าถามได ้ ออกแบบแผนการสอนแบบเป็น) ผู้ปกครองเข ้าใจว่าการเล่นเกม/ เล่นมือถือในบางมุม ท าให ้เด็กได ้รับ ประโยชน์ แก ้เจตคติของผู้ปกครอง ครู ผอ. (ท าอย่างไร ?) มีเจ้าภาพในการท า PLC + เอาโจทยช์มุชนมาใสใ่นวง PLC
Step 2 : วิเคราะห์ความซับซ้อน ส าคัญมาก ส าคัญน้อย เร่งด่วนน้อย เร่งด่วนมาก 2 1 3 4 Vision นักเรียนมีสมรรถนะด้านการสื่อสาร สามารถอ่านออกเขียนได้อย่างเหมาะสม ตามช่วงวัย และใช้มือถืออย่างสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ รู้เท่าทันสื่อ แยกแยะ ได้ (ชัวร์ก่อนแชร์) มีการใช้มือถือเป็นเวลา และมีมารยาท เคารพผู้อื่น โดยครูมีการท้าข้อตกลงกับนักเรียน ออกแบบแผนและจัดการเรียนรู้แบบ PBL จิตศึกษา ผ่านการใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายและบูรณาการเรื่อง การอ่านเข้าไปในทุกรายวิชา และมีการท า PLC อย่างเข้มข้นเรื่องการอ่านไม่ ออกเขียนไม่ได้ อีกทั้งผู้บริหารจะต้องสื่อสารกับครูทั้งโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อ สร้างความตระหนักรู้โดยทั่วกัน ผ่านการท ากระบวนการ PLC อย่างจริงจัง และนิเทศติดตามในประเด็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ลืมที่จะให้ Feedback และ Empower ครู ชุมชนและผู้ปกครอง เข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการก าหนดแนวทางใน การแก้ปัญหา สร้างข้อตกลงร่วมกับลูกหลานเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ และ ช่วยก าชับลูกหลานให้ท าการบ้านและแบบฝึกหัด เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาและ พัฒนานักเรียน 0 5 10 5 10 13.50 – 14.20 น. เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เด็กมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว เด็กติดมือถือ โรงเรียนบ้านหนองกุลา
ประเด็น Red Zone กิจกรรมในการด าเนินการ ปี 2565-2566 ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย พ.ค มิ.ย ก.ค ส.ค ก.ย ต.ค 1. อ่านไม่ ออก เขียน ไม่ได้ 1. กิจกรรมหมอภาษาโรงเรียนบ้านหนองกุลา 2. วิชาเพิ่มเติม ชื่อวิชาอ่าน คิด วิเคราะห์ 3. บัญชีค าพื้นฐาน 4.ภาษาไทยผ่านวรรณกรรม 2. นักเรียน ติดมือถือ 1. การก าหนดข้อตกลงและใช้ข้อตกลงการใช้โทรศัพท์ 2. กิจกรรมจิตศึกษา 3. จัดอบรมเรื่องการใช้สื่อ, การรู้เท่าทันสื่อ 4. PBL เรื่องการท าสื่อ 5. กิจกรรม E-Sport 6. ชุมชนสร้างเสริมพหุปัญญาตามความสนใจของนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองกุลา จังหวัดพิษณุโลก
โรงเรียน บ้านหนองกุลา VISION : นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้อย่างเหมาะสมตามช่วงวัย และใช้มือถืออย่างสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ รู้เท่าทันสื่อ แยกแยกได้ (ชัวร์ก่อนแชร์) มีการใช้มือถือเป็นเวลา และมีมารยาท เคารพผู้อื่น โดยครูมีการท้าข้อตกลงกับ นักเรียน ออกแบบแผนและจัดการเรียนรู้แบบ PBL จิตศึกษา ผ่านการใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายและบูรณาการเรื่องการอ่านเข้าไปในทุกรายวิชา และมีการท า PLC อย่างเข้มข้นเรื่องการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ อีกทั้งผู้บริหารจะต้อง สื่อสารกับครูทั้งโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อสร้างความตระหนักรู้โดยทั่วกัน ผ่านการท ากระบวนการ PLC อย่างจริงจัง และนิเทศติดตามในประเด็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ลืมที่จะให้ Feedback และ Empower ครู ชุมชน และผู้ปกครอง เข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการก าหนดแนวทางในการแก้ปัญหา สร้างข้อตกลงร่วมกับลูกหลานเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ และช่วยก าชับลูกหลานให้ท าการบ้านและแบบฝึกหัด เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาและพัฒนานักเรียน KRA1 : น ักเรียน KRA2 : KRA3 : KRA4 : KPI 1.2. : นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้(ต่อ) 1.2.3 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.3 สามารถแต่งประโยคได้ 1.2.4 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.3 สามารถเข้าใจเนื้อหาที่อ่านได้ 1.2.5 นักเรียนระดับชั้นอนุบาล สามาระเล่าเรื่องจากภาพได้ KPI 1.3. : นักเรียนเคารพตัวเองและผู้อื่น 1.3.1 นักเรียนมีการแสดงพฤติกรรมเชิงบวก (ไม่พูดจาหยาบคาย, ไม่ท าร้ายร่างกายและจิตใจของตัวเองและผู้อื่น) KPI 1.1. : นักเรียนใช้มือถือได้อย่างเหมาะสม 1.1.1 นักเรียนสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้มือถือได้ 1.1.2 นักเรียนมีความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อ (ชัวร์ก่อนแชร์, รู้แหล่งที่มาที่มีความน่าเชื่อถือ, แยะแยะข้อเท็จจริง) และ สามารถเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม (ใช้ถูกเวลา, ใชเพื่อการค้นคว้าหาความรู้) KPI 1.2. : นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้ 1.2.1 นักเรียนทุกระดับชั้นสามารถอ่านออกและเขียนค าตามบัญชีค าพื้นฐานตามระดับชั้นได้ 1.2.2 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.4 สามารถเขียนเรื่องจากภาพได้ KPI 2.1. : ครูมีความเข้าใจและสามารถจัดกิจกรรมจิตศึกษา 2.1.1 ครูมีแผนการจัดการเรียนรู้ในเรื่องการใช้มือถืออย่างเหมาะสม อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 วันของทุกระดับชั้น 2.1.2 ครูมีการสร้างข้อตกลงกับนักเรียนเรื่องการใช้มือถือร่วมกันกับนักเรียน KPI 2.2. : ครูมีความเข้าใจและสามารถใช้แผน PBL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.2.1 ครูมีกระบวนการสอนที่ชัดเจน มีล าดับขั้นตอนการสอนแต่ละสัปดาห์ที่ สอดคล้องกัน 2.2.2 ครูทุกระดับชั้นสามารถบูรณาการเรื่องการอ่านเข้าไปในรายวิชาที่สอนได้ KPI 2.3. : ครูมีการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนานักเรียนอย่างต่อเนื่อง 2.3.1 ครูใช้ค าถาม Reflection ในทุกคาบเรียน (รายสัปดาห์) 2.3.2 ครูมีการ PLC ร่วมกันอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ KPI 3.1. : ผู้บริหารสร้างความเข้าใจในประเด็นปัญหาของนักเรียนต่อครู ผู้ปกครอง และชุมชน 3.1.1 ผู้บริหารมีการจัด PLC กับครูอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 3.1.2. ผู้บริหารมีการจัด COP ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษา อย่างน้อยภาคเรียนละ 2 ครั้ง KPI 3.2. : ผู้บริหารมีการนิเทศติดตามประเด็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง 3.2.1 ผู้บริหารมีการนิเทศติดตามทุกระดับชั้นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง 3.2.2. ผู้บริหารมีการให้ Feedback และ Empower ครู KPI 4.1. : ชุมชนและผู้ปกครอง เข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการก้าหนด แนวทางในการแก้ปัญหา 4.1.1 ผู้ปกครองเข้ามารับรู้ปัญหาและร่วมหาแนวทางแก้ไข 4.1.2 ผู้ปกครองมีการท าข้อตกลงร่วมกันกับลูกหลานจากการพูดคุยกับทาง โรงเรียน (กิจกรรม COP ผู้ปกครอง) KPI 4.2. : ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมกับทางโรงเรียน 4.2.1 ชุมชนร่วมจัดการเรียนการสอนในวิชา PBL ร่วมกับทางโรงเรียน 4.2.2 ปราชญ์ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
Step 1 : วิเคราะหก์ารเปลย ี่นแปลงของนกัเรย ี น โจทย์ Step 1.2 โจทย์: แบ่งกลุ่มย่อยตามจ านวน Red zone เพื่อวิเคราะห์ความส าเร็จในแต่ละ Red zone 1. คลี่รายละเอียดของ ACT เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบว่า ACT ที่ท า ส่งผลถึง KPI หรือไม่ 2. เปรียบเทียบระหว่างผลลัพธ์ที่นักเรียนพัฒนากับ KPI ว่าตอบโจทย์ข้อใดบ้าง เวลา 120 นาที
Step 1.2 : วิเคราะหก์ารเปลย ี่นแปลงของนกัเรย ี น Red Zone 2. กิจกรรมที่ตอบโจทย์ เป้าหมายการพัฒนานักเรียน (เฉพาะกิจกรรมที่ท าแล้ว) นักเรียนอ่านไม่ ออก เขียนไม่ได้ 1.กิจกรรมหมอภาษาโรงเรียนบ้านหนองกุลา (KPI 1.2.1, 1.2.2, 1.2.3, 1.2.4 ) • ได้ประเด็น Red Zone ที่ชัดเจน ปัญหาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ มาจากการสะท้อนของนิสิตฝึกสอนที่ เป็นโจทย์ใหญ่ส าหรับเค้า ท าให้ครูประจ าการและผอ.เล็งเห็นความส าคัญในปัญหานี้มากยิ่งขึ้น จึงได้ เปิดโอกาสให้พื้นที่นิสิตฝึกสอนและครูพี่เลี้ยงได้หาแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดย น า Red Zone มาเป็นประเด็นในการท าวิจัยในชั้นเรียน ผ่านการแชร์ในเวทีต้นน ้าร่วมกัน และหลังจบ DE ต้นน ้า ทางรร.ได้มาตกผลึกกันอีกรอบ ไอเดียที่ได้คือ จัดกิจกรรมชุมนุมหมอภาษา • PLC คณะครู ถึงการท าคลินิกหมอภาษา • ครูภาษาไทยออกแบบแบบคัดกรองการอ่านออก เขียนได้ • ครูประจ าชั้นใช้แบบคัดกรองการอ่านออก เขียนได้ เพื่อแบ่ง Level ของนร. • ทีมวิชาการแบ่งครูประจ าแต่ละ Level โดยจับคู่ระหว่างครูประจ าการและนิสิต เพื่อจัดสรรครูให้ เหมาะสมในแต่ละ Level และให้ครูออกแบบการจัดการเรียนรู้ในแต่ละ Level • สอบแบ่ง Level จากนั้นครูแต่ละ Level ออกข้อสอบที่จะท า Pre-test (ทุก Level ก าหนดคะแนน เต็ม 20 คะแนน อ่าน 10 คะแนน เขียน 10 คะแนน) ท าให้เห็นเด็กชัดขึ้นครูน าผลคะแนนมาคุยกันใน วง PLC ว่าเด็กท าอะไรได้ และยังท าตรงไหนไม่ดี น าไปสู่การหาวิธีการสอน สื่อ ใบงาน บทความ • การใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วย เช่น ใช้ภาษาไทยผ่านวรรณกรรม (มีหนังสือ และหลักภาษาที่เชื่อมอยู่ใน ภาษาไทยแต่ละเรื่อง) เช่น ใช้เรื่องอธิษฐานสิจ๊ะ กับนางฟ้าสีเขียว เป็นบทความ และออกแบบใบงาน แบบฝึกหัด เป็นการท า Action Research • ยาแรงของ Red Zone อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คือ ไทยวรรณกรรม 5 ชม./สัปดาห์ กิจกรรมหมอ ภาษา 4 ชม. และรวม 11 ชม. 2.วิชาเพิ่มเติม ชื่อวิชาอ่าน คิด วิเคราะห์(KPI 1.2.1, 1.2.2, 1.2.3, 1.2.4) • คาบอ่าน คิด วิเคราะห์ 2 ชม./สัปดาห์ • ครูภาษาไทยเป็นคนสอน เพิ่มเติมเรื่องการใช้บทความนอกบทเรียน ใช้ข่าว ให้นร.ได้คิด วิเคราะห์ ครู ให้นร.เขียนเรื่องจากภาพ • ครูให้นร.แบ่งกลุ่มย่อยอ่านข่าว นิทาน และตอบค าถามว่าใคร ท าอะไร ที่ไหน อย่างไร 3.บัญชีค าพื้นฐาน (KPI 1.2.1, 1.2.2, 1.2.3, 1.2.4) • ครูประจ าชั้นใช้คาบ AAR เวลา 15.30-16.00 น.ของทุกวัน • น าเสนอค า 5 ค า ให้นร.ได้ฝึกอ่าน หาความหมายของค า จะท าให้นร.เข้าใจเรื่องที่อ่านได้ และแต่งประโยค • ครูให้นร.ดูภาพ ก าหนดค าศัพท์ และแต่งเรื่อง KPI 1.2. : นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้ 1.2.1 นักเรียนป.1-4 สามารถอ่านออกและเขียนค าตามบัญชีค า พื้นฐานตามระดับชั้นได้ 1.2.2 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.4 สามารถเขียนเรื่องจากภาพได้ 1.2.3 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.3 สามารถแต่งประโยคได้ 1.2.4 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.3 สามารถเข้าใจเนื้อหาที่อ่านได้
Step 1.2 : วิเคราะหก์ารเปลย ี่นแปลงของนกัเรย ี น Red Zone 2. กิจกรรมที่ตอบโจทย์ เป้าหมายการพัฒนานักเรียน (เฉพาะกิจกรรมที่ท าแล้ว) นักเรียน อ่านไม่ ออก เขียนไม่ได้ 4.การจัดการเรียนรู้ภาษาไทยผ่านวรรณกรรม 5 ขั้นตอน เรียน 5 ชม./สัปดาห์ (KPI 1.2.1, 1.2.2, 1.2.3, 1.2.4) 1. คาดเดาเรื่อง (ขั้นชง) • การน าหนังสือสรรณกรรมให้นร.คาดเดาว่าจะมีค าศัพท์อะไรบ้าง และมีเนื้อหาเป็นอย่างไร • ครูน าค าศัพท์จากเรื่องที่จะเรียนรู้มาแต่งประโยคและร้อยเรียงเรื่องราว เพื่อเป็นการฝึกให้เด็กร้อยเรียงเรื่องราว • และคาดเดาเรื่องราว เพื่อเป็นการน านร.เข้าสู่บทเรียน ค าศัพท์ที่ใช้จะเลือกค าให้สอดคล้องกับเรื่องที่เรียน เช่น ค าควบกล ้า • การคาดเดาเพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจในการเรียนรู้ และอยากจะอ่าน • จากประโยค,วิดิโอนี้หรือจากหน้าปก นร.คิดว่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เพื่อเป็นการฝึกการคิดคาดการณ์เหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น 2. การอ่าน (เพื่อให้เด็กมีคลังค าศัพท์) • พานร.อ่านออกเสียงก่อน การออกเสียงค าควบกล ้า ร ล อักษรน า • ให้นร.อ่านและหาค าศัพท์ที่น่าสนใจในนิทานหรือวรรณกรรม และคาดการณ์เกี่ยวกับค านั้น เพื่อสะสมคลังศัพท์ • ให้เด็กท า Story line หรือ การ์ตูนช่อง Story Mapping (เพื่อฝึกจับประเด็นว่าใคร ท า อะไร ที่ไหน อย่างไร) • เช่น เรื่องช่อมะไฟ มีค าว่า “รสฝาดเฝื่ อน” : นร.คิดว่ารสฝาดเฝื่ อนเป็นอย่างไร ครูให้นร.หาผลไม้ที่มีรสฝาดเฝื่ อนมา และชิม และเขียนบรรยายรสสัมผัสโดยไม่ใช้ค าว่า ฝาดเฝื่ อน เช่น กล้วยดิบ หัวปลี มะเขือ มะกอกป่า 3. การตีความ • ตีความค าศัพท์จากบริบทของเรื่อง • อาจน าประโยคมาให้นร.วิเคราะห์ว่าเรื่องที่อ่านสะท้อนค่านิยม สังคม วัฒนธรรม และเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างไร (เพื่อให้นร.คิดเชื่อมโยงเข้ากับตัวเอง) • การตีความระหว่างบรรทัด เป็นการตีความค าที่ไม่สื่อตรงตามความหมาย เรื่อง “มาร” เป็นเนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร โดยเด็กสามารถบอกถึงค าที่ไม่ สื่อตรงตามความหมาย คือ ค าว่าท าแท้ง • ครูจะท าอย่างไรที่จะฝึกให้นร.ตีความ และกล้าแสดงความคิดออกมา ซึ่งก่อนจะแสดงความคิดเห็นออกมาเด็กต้องอ่านก่อน และคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยง ตีความ ค าและความหมาย จากบริบทของเรื่องที่อ่าน 4. การเชื่อมโยงหลักภาษา • น าหลักภาษาเข้ามาในวรรณกรรม โดยดูจากตัวชี้วัด เช่น ชนิดของค า โดยให้นร.หาค านามในวรรณกรรม • ครูจะไม่บอกว่าวันนี้จะเรียนรื่องอะไร แต่ครูจะให้ค้นหาค าศัพท์ที่เมหีลักภาษาเหมอืนกัน เช่น พร้อม กล้า ที่เป็นค าควบกล ้าเหมือนกัน (พี่ๆ คิดว่าค าเหล่านี้มีอะไรเหมือนกัน / มี พยัญชนะต้น 2 ตัว เหมือนกัน > ค าเหล่านี้เรียกว่าค าอะไร จากนั้นให้แข่งกันหาค าควบกล ้า) 5. จัดท าชิ้นงาน • ให้นร. Summary ความรู้ผ่านการท าชิ้นงานต่าง ๆ เช่น Story line /การ์ตูนช่อง / เรื่องสั้น KPI 1.2. : นักเรียนสามารถอ่านออก เขียนได้ 1.2.1 นักเรียนป.1-4 สามารถอ่านออก และเขียนค าตามบัญชีค าพื้นฐานตาม ระดับชั้นได้ 1.2.2 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.4 สามารถเขียนเรื่องจากภาพได้ 1.2.3 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.3 สามารถแต่งประโยคได้ 1.2.4 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.3 สามารถเข้าใจเนื้อหาที่อ่านได้
การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา โรงเรียนบ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 11.64 9.61 5.46 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 2.08 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90100 46.92 71.15 81.15 0 20 40 60 80 100 ป.1เขียว ครั้งที่ 1 ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.1 Level 1 ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงพยัญชนะ 44 ตัวได้อย่างถูกต้อง และ สามารถอ่านค าพื้นฐานส าหรับป.1 ได้ เช่น แม่ ก.กา ค าที่ตรงตามมาตรา ตัวสะกด • อ่านค าควบกล ้า ร ล ได้ เช่น กล้า • นักเรียนสามารถเขียนค าแม่ ก กา ได้อย่างถูกต้อง และค าที่มีตัวสะกด ค า พื้นฐานส าหรับป.1 • นักเรียนสามารถเขียนประโยคจากภาพที่ครูก าหนดให้ได้โดยใช้ความคิด สร้างสรรค์ • นักเรียนสามารถแต่งประโยค 3 ส่วนจากภาพหรือค าที่ครูก าหนดให้ได้และ รู้โครงสร้างประโยคอย่างง่าย • นักเรียนสามารถวิเคราะห์เรื่องที่อ่านหรือเรื่องที่ฟงั ได้ตอบค าถามจากสิ่ง ที่ครูให้ดูหรือให้ฟังได้ นักเรียนบาง คนยังต้อง สะกดค าก่อน อ่าน อ่านค า ควบกล ้ายัง ไม่ค่อยได้ อ่านค าที่มี เสียง วรรณยุกต์ ยาก ๆ ไม่ ค่อยได้ 76.15 90.77 97.69 0 20 40 60 80 100 ป.1เหลือง ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 2.94 ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • นักเรียนสามารถอ่านพยัญชนะและสระในภาษาไทยได้ถูกต้องและ ประสมค าจากพยัญชนะสระเดี่ยวได้ รู้จักค าควบกล ้า (ล) • เขียนค าแม่ก.กา ได้ ค าที่มีตัวสะกดตรงตามมาตราได้ • เขียนเรื่องจากภาพได้ตามภาษาพูด เน้นไปที่ประธานและกริยา • สามารถตอบได้ว่า ใคร ท า อะไร ที่ไหน อย่างไร ในเรื่องนี้มีตัวละคร อะไรบ้าง นักเรียนบางคน ยังจ าพยัญชนะที่ ไม่ค่อยใช้ไม่ได้ เช่น ฆ ฒ ฅ ฃ ยังต้องใช้เวลาใน การสะกดเพื่อ อ่านและเขียน ยังสับสนสระ ไ ใ ยังไม่สามารถ แต่งประโยคครบ 3 ส่วน ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 11.64 8.38 3.3 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.1 Level 2 ค่า Effect Size = 1.85 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 1.26
การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา โรงเรียนบ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงพยัญชนะและสระได้อย่างถูกต้อง อ่านค า 1 พยางค์ได้ แต่ยังต้องสะกดอยู่ • นักเรียนสามารถเขียนพยัญชนะและสระได้อย่างถูกต้อง • นักเรียนสามารถเขียนค าที่ครูสะกดให้ได้ • นักเรียนสามารถแต่งประโยคจากค าที่ก าหนดให้ได้ • นักเรียนสามารถบอกถึงตัวละครและเรื่องราวในเรื่องที่อ่านได้ นักเรียนบางคนยังจ า พยัญชนะและสระไม่ได้ ทั้งหมด เช่น ฏ ฐ ยังอ่านอักษรน าได้ไม่ ถูกต้อง เช่น ขนม อ่าน คะ - หนม ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • นักเรียนเริ่มอ่านพยัญชนะไดแต่ต้องมีรูปมาช่วย เช่น ค ้ .ควาย ต้องมีรูปควายอยู่ด้วย และสระในภาษาไทยได้ถูกต้อง • นักเรียนอ่านประสมค าจากพยัญชนะสระเดี่ยวได้ ตามครูได้ • นักเรียนบางคนสามารถเขียนประสมค าพยัญชนะได้และสระ เดี่ยวตามครูได้ • นักเรียนสามารถเขียนค าจากภาพที่ครูก าหนดให้ได้ เช่น กา งา ขา เป็นต้น • นักเรียนบางคนสามารถเรียนรู้โครงสร้างแต่งประโยคที่ถูกต้อง ได้ • นักเรียนสามารถวิเคราะห์เนื้อเรื่องที่อ่านและตอบค าถามโดยการ ใช้ข้อสอบได้ นักเรียนยังไม่สามารถ อ่านและเขียนสระประสม ได้ และยังมีนักเรียนบาง คนที่ไม่สามารถอ่านเป็น ค าได้ ต้องค่อย ๆ สะกดแบบแจกรูปสะกด ค า 51.53 70.56 83.61 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 20.64 19.77 12.81 52.5 72.92 85 0 20 40 60 80 100 ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 11.97 9.4 7.39 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90100 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.1 Level 3 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 1.71 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 2.72 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.1 Level 4 ค่า Effect Size = 1.55 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 0.92 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2
การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา โรงเรียนบ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • นักเรียนสามารถอ่านค าและประโยคที่เป็นเนื้อเรื่องค าที่มีอักษรสูง อักษร กลาง อักษรต ่าและผันวรรณยุกต์รวมถึงอ่านค าตรงตามมาตราตัวสะกด (แม่กง แม่กม เกย เกอว) • นักเรียนสามารถเขียนค าที่มีตัวการันต์ และมาตราแม่กก แม่กง แม่กด ที่ มีการสะกดตรงตัวได้ • นักเรียนสามารถเขียนเรื่องจากภาพโดยใช้จินตนาการในการเขียนด้วยค า อย่างง่ายที่นักเรียนคุ้นเคยหรือเคยเขียน อ่านมาได้ 5 บรรทัดขึ้นไปตาม ความสามารถของนักเรียนและประสบการณ์ในการเขียนรวมถึงการฝึกฝน มากขึ้น • นักเรียนสามารถแต่งประโยตโดยใช้ประธาน กริยา กรรมได้ • นักเรียนสามารถวิเคราะห์เนื้อเรื่องที่อ่านและตอบค าถามโดยการใช้ข้อสอบ ได้ ค าที่มีการันต์ ค ายาก ค า เฉพาะเพิ่มขึ้น ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • นักเรียนสามารถอ่านและบอกความหมายของค า ค าคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ร้อยละ 75 • นักเรียนสามารถอ่านหนังสือตามที่ตนเองสนใจและหนังสือที่ครู ก าหนดให้ได้ถูกต้องร้อยละ 75 • นักเรียนสามารถคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการ เขียนตัวอักษรไทยได้ร้อยละ 100 • นักเรียนสามารถเขียนเรื่องสั้นเกี่ยวกับประสบการณ์และตาม จินตนาการได้ ร้อยละ 75 และยังเขียนสะกดค าไม่ถูกต้องบางค า ร้อย ละ 25 • นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้ถูกต้องตามโครงสร้างประโยคร้อยละ 75 • นักเรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาที่อ่าน จับใจความและสรุปความได้ นักเรียนร้อยละ 25 ยังไม่ สามารถอ่านค าที่สะกดไม่ ตรงมาตราและอักษรน าได้ ในบางค า นักเรียนร้อยละ 25 ยังไม่สามารถเขียนค า ได้อย่างถูกต้องในการแต่ง ประโยคและเขียนเรื่องจาก ภาพ ยังสะกดผิดในบางค า ร้อย ละ 25 ผันวรรณยุกต์ไม่ถูก (ช้วย) วางวรรณยุกต์ยังไม่ ถูกต้อง (ชว่ย) 81.11 96.3 99.07 0 20 40 60 80 100 ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. 51.33 69 74.17 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 12.04 11.2 8.93 ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 6.98 4.06 2.42 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 2.18 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.2 Level 1 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 2.57 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 1.47 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.2 Level 2 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 1.90
การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา โรงเรียนบ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.2 Level 3 ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • นักเรียนสามารถอ่านพยัญชนะ เสียงสระได้ถูกต้อง และอ่านค าที่มีสระ เดี่ยวได้ร้อยละ 90 สามารถอ่านค าที่มีสระประสมได้ถูกต้องมากขึ้น อ่านค าตรงตามมาตราได้ อ่านค าหลายพยางค์ตามมาตราได้ • นักเรียนสามารถเขียนค าที่ ี่มีสระเดี่ยวและสระประสมแบบมีตัวสะกด ตรงมาตราได้ถูกต้อง • เล่าเรื่องจากภาพได้ • แต่งประโยคตามโครงสร้างอย่างง่ายได้ เรียงประธาน กริยา กรรม ได้ แต่สะกดผิด • นักเรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาที่อ่านจับใจความและสรุปความได้ เขียน Story telling ได้ แต่ยังเขียนตอบยาว ๆ ไม่ได้ นักเรียนส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถ อ่านค าที่มี ตัวสะกดไม่ตรง มาตราได้ เช่น สัมคัน เขียน ค า ควบกล ้า ค า อักษรน า เรียง พยางค์ การันต์ ค าที่มี ร หัน ไม่ ค่อยได้ แต่ยังเขียนเรื่อง จากภาพไม่ได้ ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • จ าพยัญชนะง่าย ๆ ได้ เช่น ก น บ ป ม • เขียนชื่อตัวเองได้ เขียนตามตัวอย่างได้ เขียนค าง่าย ๆ แม่ ก.กา ได้ • จ าสระเดี่ยวได้ เช่น อุ อิ อู • แต่งประโยคตามค าที่ครูก าหนดให้ในช่องว่างได้ เติมค า ในรูปประโยคได้ แต่ไม่สามารถแต่งทั้งประโยคได้ด้วย ตนเอง • ไม่ได้ เนื่องจากเด็กยังอ่านไม่ได้ แต่ถ้าครูเล่าให้ฟังจะ ตอบค าถามและสรุปความได้ จ าพยัญชนะตัวที่ยาก ๆ จะจ า ไม่ได้ เช่น ฐ ฬ ฑ ฒ ฅ ฃ จ าสระประสมไม่ได้ เขียนสระเปลี่ยนรูป ลดรูป ไม่ได้ เขียนเรื่องจากภาพไม่ได้ เพราะ อ่านไม่ได้ แต่ถ้าครูให้ดูภาพจะ สามารถเล่าเป็นฉากๆ ได้ มี จินตนาการแต่งเติม 26.54 54.23 59.62 0 20 40 60 80 100 ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. 12.62 27.62 31.07 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 ป.2เรียนรู้ช้า ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 4.56 10.97 11.91 ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 10.68 7.32 7.21 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 2.59 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 3.10 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 3.29 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.2 Level 4 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 4.05
การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา โรงเรียนบ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • อ่านค ามีตัวสะกด การันต์ร หัน อักษรน า ควบกล ้า ค าที่ไม่มีตัวสะกด ได้ เช่น เกษตร • อ่านค ามีตัวสะกด เขียนค าที่มีวรรณยุกต์ได้ถูกต้อง เขียนค าที่มีสระลด รูป เปลี่ยนรูปได้เช่น เป็ด ลม สวน การันต์ร หัน อักษรน า ควบกล ้า ค าที่ไม่มีตัวสะกดได้ เช่น เกษตร กษัตริย์ • เขียนเรื่องจากภาพได้ถูกต้องตาม หลักการ 5W1H แต่งเรื่อง สร้างสรรค์ มีทักษะคิดเชื่อมโยง แต่งเรื่องเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม เศรษฐกิจพอเพียง ลดโลกร้อน • แต่งถูกต้องตามโครงสร้างประโยคและเพิ่มเติมค าวิเศษ แต่งค าขวัญ แต่งกลอนสี่ รู้สัมผัส ค าคล้องจอง แต่งประโยคโดยใช้ค ายาก ๆ ได้ ถูกบริบท เช่น เพื่อนต่อยกันแล้วมาโดนฉัน ฉันเลยโดนลูกหลง • อ่านเรื่องที่เป็นวรรณกรรม และนามธรรมได้ เช่น เรื่องอธิษฐานสิจ๊ะกับ นางฟ้าสีเขียว และน าค าที่พบในเรื่องไปแต่งประโยคได้ เช่นค าว่า เต็ด เตร่ อธิษฐานอ่านแล้วเชื่อมโยงกับบริบทชีวิตได้ การผัน วรรณยุกต์ ของ อักษรสูง สระ เสียงสั้น เช่น ขับ จะเขียนว่า ขั่บ เรื่องค าเชื่อม เด็กยังใช้ค าเดิม ๆ เช่น ค าว่า และ ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • นักเรียนสามารถอ่านได้มากขึ้นทั้งแบบเนื้อเรื่อง และสามารถจับ ใจความส าคัญได้ • การเขียนถูกต้องตามหลักภาษา 18/20 คน • นักเรียนสามารถเขียนเรื่องจากภาพโดยใช้จินตนาการในการ เขียนด้วยค าตามประสบการณ์จริงที่นักเรียนคุ้นเคยหรือเคย เขียน สามารถแต่งเป็นเรื่องราวได้เป็นที่น่าสนใจ • นักเรียนสามารถแต่งประโยคจากค าที่ก าหนดได้ ตามความหมาย ของค าอย่างเข้าใจ • นักเรียนสามารถวิเคราะห์เรียงล าดับเหตุการณ์ของเรื่องได้ นักเรียนบางคนยังอ่าน ไม่คล่อง เขียนผิดถ้า เป็นค าที่ไม่ตรงมาตรา ไม่สามารถน าค าไป แต่งประโยคที่สมบูรณ์ ได้ อ่านเรื่องยังวิเคราะห์หา ใจความส าคัญได้ 81.32 94.42 96.68 70 75 80 85 90 95 100 ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. 59.35 70.87 80.87 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 12.55 10.07 10.07 ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 7.04 6.19 6.26 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 1.86 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.3 Level 1 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 2.18 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 0.92 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.3 Level 2 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 1.71
การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา โรงเรียนบ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • นักเรียนสามารถอ่านพยัญชนะและสระในภาษาไทยได้ถูกต้องและ ประสมค าจากพยัญชนะสระ และอ่านค าที่มีสระเปลี่ยนรูป ลดรูป ได้ นักเรียนเรียนรู้หลกั ในการอ่านค าควบกลา ้ค าที่มีร หัน ได้ตามตัวชี้วัด • นักเรียนสามารถเขียนค าค าที่ตรงตามมาตราได้ อักษรน า ตัว การันต์ และ ร หัน ได้ตามหลักภาษา • นักเรียนสามารถแต่งประโยคจากภาพได้คล่องขึ้น จากเดิมที่ยังไม่ มั่นใจในการเขียน • นักเรียนคิดวิเคราะห์จากค า จากภาพ จากบริบทข้อความ และค าที่อยู่ ในเรื่อง ท าให้สามารถจับใจความได้ และเข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น นักเรียนยังอ่าน ค าอักษรน า และ ค าที่มีตัวการันต์ ได้ยังไม่คล่อง เพราะค าศัพท์ บางค านักเรียน อาจจะยังไม่ คุ้นเคย ยังแต่งเรื่องจาก ภาพได้ได้ ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • จ าตัวพยัญชนะ สระจะได้แค่ อะ อา เอะ เอ • เขียนค าอย่างง่ายได้ เฉพาะค าที่อ่านได้ เขียนค าตรงตามมาตราเขียน ค าอักษรน าได้ เช่น กางเกง วิธีท า ขนมปัง • จะเขียนเรื่องง่าย ๆ ตามโครงสร้างง่าย ๆ ได้ แต่เรื่องจะมีค าที่ไม่ หลากหลายเพราะคลังค าน้อย • เด็กรู้จักโครงสร้างประโยคอย่างง่าย • ถ้ามีเพื่อนหรือครูอ่านให้ฟัง ชวนแลกเปลี่ยน จะสามารถตอบเรื่องราว ได้แต่จะไม่สามารถมีสมาธิอ่านเองได้ สะกดค าว่า “วิ เสด” ไม่ได้ ไม่สามารถจ าค า สระประสมได้ อ่านค าที่มี ตัวสะกดไม่ได้ 38.46 63.46 71.46 0 20 40 60 80 100 ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. 25.57 45 50 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 ป.3เรียนรู้ช้า ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 10.04 9.61 9.61 ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 12.31 5.55 5.55 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 2.03 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.3 Level 3 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 2.68 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 1.94 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.3 Level 4 Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 2.43
การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา โรงเรียนบ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • นักเรียนสามารถอ่านตามหลักภาษาไทย อ่านออกเสียงถูกต้องตาม อักขระวิธีไม่อ่านเพิ่มคา หรือข้ามคา อ่านได้ชัดถ้อยชัดค า และอ่านเว้น วรรคตอนได้ถูกต้อง • สะกดค าถูกต้องตามบัญชีค าพื้นฐานป.4 ใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้ • นักเรียนสามารถเขียนอธิบายเนื้อหาได้ชัดเจน เนื้อหาตรงตามประเด็น และมีความสัมพันธ์กับประเด็นที่ก าหนด ล าดับความคิดอย่างต่อเนื่อง ใช้ภาษาได้ตามเกณฑ์ • นักเรียนสามารถเขียนประโยคหรือแต่งประโยคได้ถูกต้องตามหลัก ภาษา สะกดค าถูกต้องทุกค า เลือกใช้ค าได้ถูกต้องเหมาะสม • นักเรียนเข้าใจความหมายของค า ประโยค หรือเนื้อเรื่องที่อ่าน จึงท าให้ นักเรียนสามารถคิดวิเคราะห์เนื้อหา/ เนื้อเรื่องที่อ่านได้ นักเรียนบางคน เลือกใช้ค าในการ เขียนไม่ถูกต้อง ไม่สละสลวย เขียนเว้นวรรค ตอนได้ไม่ถูกต้อง เขียนฉีกค า และมี การอ่านข้ามค า หรือเพิ่มค า ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง • จ าพยัญชนะและสระเดี่ยวได้ • แต่งเรื่องจากค าง่าย ๆ ได้ ตามภาษา พูด อย่างน้อย 3 บรรทัด • อ่านออกเสียงค าที่ตรงตามมาตราได้ แต่ต้องสะกด • สามารถบอกเล่าการวิเคราะห์และล าดับ เรื่องราวได้ ถ้ามีคนอ่านให้ฟัง • นักเรียนไม่สามารถอ่านตามหลักภาษาไทย อ่านออกเสียงไม่ ถูกต้องตามอักขรวิธีอ่านเพิ่มค า หรือข้ามค า อ่านไม่ชัดถ้อยชัด ค า และอ่านเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง • สะกดค าผิด เขียนประโยคผิดไม่ตรงตามหลักภาษา ใช้ เครื่องหมายวรรคตอนไม่ถูกต้อง • ยังจ าสระลดรูปไม่ได้ • นักเรียนไม่สามารถเขียนอธิบายเนื้อหาได้ เนื้อหาไม่ตรงตาม ประเด็นและไม่มีความสัมพันธ์กับประเด็นที่ก าหนด ไม่สามารถ ล าดับความคิดได้ ใช้ภาษาไม่ได้ตามเกณฑ์ เขียนเว้นวรรคตอน ไม่ถูกต้อง • นักเรียนไม่สามารถเขียนประโยคหรือแต่งประโยคได้ถูกต้องตาม หลักภาษา เขียนสะกดค าผิดพลาด เลือกใช้ค าไม่เหมาะสม • นักเรียนไม่เข้าใจความหมายของค า ประโยค หรือเนื้อเรื่องที่อ่าน จึงท าให้นักเรียนไม่สามารถคิดวิเคราะห์เนื้อหา/ เนื้อเรื่องที่อ่านได้ 35.6 70.6 76.13 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 ป.4 นร.ปกติ ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. 28 58 63.33 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 ครั้งที่ 1ธ.ค. ครั้งที่ 2 ก.พ. ครั้งที่ 3 มี.ค. ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 7.58 2.74 2.36 ข้อมูล Pre-Test Post-Test 1 Post-Test 2 ค่า S.D. 6.82 6.97 6.36 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 5.13 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.4 นร.กลุ่มปกติ Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 5.94 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 Pre-test Post-test ครั้งที่ 1 ค่า Effect Size = 3.96 การวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบภาษาไทย ชุมนุมหมอภาษา ระดับชั้น ป.4 นร.เรียนรู้ช้า Pre-test Post-test ครั้งที่ 2 ค่า Effect Size = 4.66
รูปกิจกรรมพัฒนา Red Zone อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้
Step 1.2 : วิเคราะหก์ารเปลย ี่นแปลงของนกัเรย ี น Red Zone KPI นักเรียน 2. กิจกรรมที่ตอบโจทย์ เป้าหมายการพัฒนานักเรียน (เฉพาะกิจกรรมที่ท าแล้ว) นักเรีย นติด มือถือ KPI 1.1. : นักเรียนใช้มือ ถือได้อย่างเหมาะสม 1.1.1 นักเรียนระดับชั้น ป.4-ม.3 สามารถปฏิบัติ ตามข้อตกลงในการใช้มือ ถือได้ (ใช้เป็นเวลา ใช้ให้ เกิดประโยชน์) 1.1.2 นักเรียนระดับชั้น ป.4-ม.3 มีความสามารถ ในการรู้เท่าทันสื่อ (ชัวร์ ก่อนแชร์, รู้แหล่งที่มาที่มี ความน่าเชื่อถือ, แยะแยะ ข้อเท็จจริง) และสามารถ เลือกใช้สื่อได้อย่าง เหมาะสม (ใช้ถูกเวลา, ใช้ เพื่อการค้นคว้าหา ความรู้) 1. การก าหนดข้อตกลงร่วมกันและใช้ข้อตกลงการใช้โทรศัพท์ (KPI 1.1.1) • ครูให้นักเรียนร่วมกันก าหนดข้อตกลงในการใช้โทรศัพท์ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นละเคารพเสียง ส่วนใหญ่ผ่านการโหวต (เราควรจะตั้งข้อตกลงในการใช้โทรศัพท์อย่างไรให้เหมาะสม) • ถ้าท างานเสร็จ จะให้เล่นโทรศัพท์ เด็กจะรีบท างาน ไม่ค่อยตั้งใจท างาน • ครูจึงปรับกติกา และข้อตกลง ว่า ให้เด็กเก็บโทรศัพท์ไว้กับตัว แต่ถ้าน ามาเล่นผิดเวลา ผิดวัตถุประสงค์ ครูจะน ามาเก็บไว้ • ครูปรับกิจกรรมให้เด็กได้อยู่กับมือถือ แต่เป็นการใช้เพื่อการศึกษา เช่น ท าชิ้นงานใน Canva ท าสื่อ สร้างสรรค์ ท าคลิป Tik tok หนังสั้นแนะน าโรงเรียน • ครูยังมีเก็บโทรศัพท์ในบางช่วง แต่เป็นช่วงที่สั้นลง ไม่ได้เก็บทั้งวัน 2.จิตศึกษา (KPI 1.1.1, 1.1.2) • ครูหาสถานการณ์เด็กติดมือถือ ข่าวปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับเด็กติดมือถือ คลิปเด็กมือถือ และตั้งค าถามให้ เด็กได้คิด และตอบค าถาม และประกาศออกมาว่าจะท าอะไร ครูเห็นถึงความคิดของนร.ที่เด็กสะท้อนออกมา เห็นถึงความตั้งใจที่จะท า ได้แสดงความคิดเห็น และรับฟังความคิดเห็น ได้ประมวลผล และคิด วิเคราะห์ถึง สิ่งที่เหมาะสม ไม่เหมาะสม เช่น รูปนี้สะท้อนสังคมอยา่งไร และจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร • ครูฝึกฝนให้นร.ได้ตัดสินใจในเชิงบวกเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ 3.PBL เรื่องการใช้สื่อ (KPI 1.1.1, 1.1.2) • Multiworld real life : โลก Social ท าอะไรได้บ้าง มือถือสร้างรายได้ได้มั้ย? ให้เค้าได้เห็นประโยชน์ที่ หลากหลายและได้เลือกใช้ด้วยตนเอง การเลือกสื่อ คัดกรองข่าว Fake New เรียนเรื่องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การบูลลี่ในโลก Cyber / youtuber / twitter / only fan / เว็บเถื่อน เชื่อมโยงกับเรื่องพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ชิ้นงานที่นร.ท า : นร.จะถ่ายคลิป แต่ละสัปดาห์จะท า Rubric Score มีแบบทดสอบก่อนเรียน/ หลังเรียนแต่ละสัปดาห์ มีแบบสังเกตพฤติกรรมรายสัปดาห์ เพื่อสร้าง V A S K 4.กิจกรรมชุมนุมพหุปัญญา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (KPI 1.1.1, 1.1.2) ใช้อินเตอร์ค้นหาข้อมูล • ชมรมดนตรีไทย • ดนตรีสากล • เลี้ยงสัตว์ • ปลูกผักเกษตรอินทรีย์ • โรงสีข้าว พฤติกรรมการใช้มือถือ • ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อฟังเพลง ดูคลิป • ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อเล่นเกมส์ • ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อเล่นSocial networkเช่น facebook, twitter,instagram, line, tiktok ฯลฯ • ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อ Chat พูดคุยกับ เพื่อน • ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อ ถ่ายภาพ วิดิโอ • ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อ สืบค้นข้อมูล • ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อ ท างาน ผลกระทบจากการใช้มือถือ • ไม่ชอบคุยกับคนรอบข้าง ชอบอยู่คนเดียว • หงุดหงิดเมื่อไม่ได้ใช้มือถือ • โมโห(หัวร้อน)เวลามีคนกวนตอนเล่นมือถือ • ไม่มีสมาธิในการเรียน • ครอบครัวไม่เข้าใจ • ปวดบ่า ปวดคอ แบบสังเกตพฤติกรรมการใช้มือถือและ สังเกตผลกระทบจากการใช้มือถือ • เพาะเห็ด • ธนาคารขยะ (ขยะ Recycle) • ธนาคารโรงเรียน • สหกรณ์ • สวนพฤกษศาสตร์
ผลจากการใช้ประเมินพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือและผลกระทบจากการใช้มือถือในชั้นเรียน โรงเรียนบ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง ป.4 • นร.สามารถก ากับตัวเองในการใช้โทรศัพท์ได้มาก ขึ้น และใช้ในเชิงสร้างสรรค์ได้มากขึ้น เช่น รู้ว่า เวลาไหนควรใช้หรือเวลาไหนไม่ควรใช้ • นร.สามารถใช้โทรศัพท์เพื่อสืบค้นข้อมูลในการ เรียนรู้ รู้ว่าตอนเช้าก่อนเข้าแถวต้องน าโทรศัพท์ มาเก็บไว้กับครู เพื่อนจะช่วยก ากับซึ่งกันและกัน เพื่อนช่วยเตือนและดูแลเพื่อน ป.4 • นักเรียนบางส่วนยังไม่ สามารถแยกแยะระหว่าง ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น มี วิจารณญาณในการเลือกรับ ข้อมูลได้ เช่น การค้นคว้า ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ • นักเรียนบางส่วนยังไม่มี ทักษะการสืบค้นข้อมูล ป.5 • นักเรียนมีการก ากับตัวเองในการใช้มือถือ ลด เวลาการใช้มือถือลงจากเดิม ลดพฤติกรรมการ ส่งสื่อไม่ดี • นักเรียนตระหนักถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ของตัวเอง การเปิดแอพที่ไม่ควรเปิด เพราะจะ ถูกดูดข้อมูล • นักเรียนเข้าใจในเรื่องพรบ.คอมพิวเตอร์ • ครูใช้จิตศึกษา ในการสร้างเจตคติที่ดีถึงการใช้ โทรศัพท์มือถือทั้งด้านบวกและด้านลบ เช่น เพศศึกษา บูลลี่ โทรศัพท์มือถือ ป.5 • นักเรียนบางส่วนยังไม่ สามารถวิเคราะห์ข่าว fake new ได้ • นักเรียนบางส่วนยังไม่มี วิจารณญาณในการรับ ข้อมูล ป.6 • นักเรียนท าตามข้อตกลงในการใช้มือถือ รู้ว่า เวลาไหนควรใช้มือถือ เวลาไหนควรตั้งใจเรียน • นักเรียนรู้ว่า จะใช้ประโยชน์จากมือถือในการ สืบค้นข้อมูล และการเรียนรู้ได้อย่างไร • นักเรียนน าข้อมูลที่ได้จากการสืบค้น มา แลกเปลี่ยนกับเพื่อนและคุณครู • นักเรียนสามารถก ากับตัวเองในการใช้มือถือทั้ง โรงเรียนและที่บ้านได้ ป.6 • นักเรียนบางส่วนยังต้อง พัฒนาทักษะเรื่องการ เลือกใช้ข้อมูล ว่า ข้อมูลไหน เป็นข้อมูลจริง และ น่าเชื่อถือได้ (ข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น) ป.4 38.18 26.23 23.38 12.21 13.51 50.65 25.19 10.65 8.05 19.48 40.52 10.65 0 10 20 30 40 50 60 70 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย ป.4 ครั้งที่ 1 ป.4 ครั้งที่ 2 ป.4 ครั้งที่ 3 พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ 31.03 36.38 30.36 2.23 12.72 22.77 43.75 20.76 6.25 13.39 39.73 40.63 0 10 20 30 40 50 60 70 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย ป.5 ครั้งที่ 1 ป.5 ครั้งที่ 2 ป.5 ครั้งที่ 3 36.44 36.96 23.85 2.75 22.92 20.98 36.73 19.37 8.16 19.53 38.48 33.82 0 10 20 30 40 50 60 70 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย ป.6 ครั้งที่ 1 ป.6 ครั้งที่ 2 ป.6 ครั้งที่ 3 16.97 8.18 3.03 8.18 16.97 13.33 40.60 34.24 29.70 34.24 40.60 53.94 0.00 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 70.00 ครั ้งที ่ 1 ครั ้งที ่ 2 ครั ้งที ่ 3 บ่อยมาก บ่อย บางครั ้ง ไม่เคย ผลกระทบจากการใช้มือถือในชั้นเรียน 9.38 6.25 1.30 12.76 11.46 8.59 41.41 33.07 33.33 36.46 49.22 56.77 0.00 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 70.00 ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ ผลกระทบจากการใช้มือถือในชั้นเรียน 0.00 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 70.00 ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ ผลกระทบจากการใช้มือถือในชั้นเรียน ป.5 ป.6
ผลจากการใช้ประเมินพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือและผลกระทบจากการใช้มือถือในชั้นเรียน โรงเรียนบ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไปไม่ถึง ม.1 • นักเรียนมีความเข้าใจ พรบ.คอมพิวเตอร์ PDPA ส่งผลให้นักเรียนไม่ กล้าบูลลี่เพื่อน • นักเรียนท าหนังสั้นเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือใน 2 ประเด็น แก๊งคอล เซ็นเตอร์ สังคมก้มหน้า น าเสนอในกิจกรรม Open house • นักเรียนตระหนักในการใช้มือถือให้มีประโยชน์มากขึ้น ใช้โทรศัพท์มือถือ เหมาะสมกับเวลามากขึ้น ตอนต้นเทอมตั้งวงเล่มเกมออนไลน์ ปลาย เทอมเด็กใช้ท าชิ้นงานตามโจทย์ที่ครูให้มากขึ้น เช่น ก าหนดตัวละคร พล็อตเรื่อง การถ่ายท า ตัดต่อ • นักเรียนสามารถใช้โทรศัพท์มือถือพัฒนาศักยภาพตัวเอง และใช้สื่อ โซเชียลในการ PR ตัวเองเพื่อสร้างเสริมรายได้ ม.1 • นักเรียนบางส่วนยังไม่ สามารถใช้มือถือใน การต่อยอดเพื่อสร้าง เสริมรายได้ หรือ แสดงผลงานและ ความสามารถ ใช้ใน เชิงสร้างสรรค์ • นักเรียนบางส่วนยังไม่ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และ สรุปใจความส าคัญ จากความรู้ในโซเชียล ได้ ม.2 • นักเรียนใช้เวลาว่างในการเล่นโทรศัพท์มือถือเปลี่ยนเป็นเล่นบอร์ดเกม มากขึ้น ลดความถี่ในการเล่นมือถือ เมื่อครูหาสื่อเกมการศึกษา หนังสือ ที่น่าสนใจ นักเรียนก็ห่างจากโทรศัพท์มากขึ้น นักเรียนชวนครูเล่นบอร์ด เกม มีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับครูและเพื่อนมากขึ้น • นักเรียนใช้โทรศัพท์ค้นคว้า เมนูอาหารที่ท าจากจุลินทรีย์ จากที่ครูสร้าง สถานการณ์การเรียนรู้เรื่องการสอนจุลินทรีย์ • ครูสร้างสื่อที่เป็นเกม ที่นักเรียนชอบเล่น • นักเรียนใช้ประโยชน์ในการหาข่าว มาเขียนเรื่องย่อ และอ่านในคาบ Body Scan นักเรียนเริ่มเป็นเจ้าของการเรียนรู้มากขึ้น เพราะเป็น เจ้าของเรื่องที่น ามาแชร์ • นักเรียนใช้โทรศัพท์ค้นหาข้อมูลที่สนใจ เช่น การประดิษฐ์ดนตรีจากวัสดุ เหลือใช้ ท าเพจ Facebook เพื่อหารายได้ และท า Tik tok สอน ค าศัพท์ภาษาอังกฤษ ม.2 • นักเรียนบางส่วนยังไม่ สามารถสร้างสื่อการ สร้างการเรียนรู้จากแอ พลิเคชั่นได้ • นักเรียนบางส่วนยังไม่ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และ สรุปใจความส าคัญจาก ความรู้ในโซเชียลได้ ม.3 • นักเรียนสามารถก ากับตัวเองได้ในการใช้มือถือ รู้เวลาเล่นและรู้เวลาเก็บ • นักเรียนสามารถท าสื่อการเรียนรู้จากแอพลิเคชั่นได้ เช่น การใช้ App Stop Motion หรือ Canva • นักเรียนบางส่วนยังไม่ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และ สรุปใจความส าคัญจาก ความรู้ในโซเชียลได้ ม.1 พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ 30.39 39.51 24.62 5.48 9.72 34.64 49.84 7.60 5.8 13.68 35.26 43.47 0 10 20 30 40 50 60 70 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย ม.1 ครั้งที่ 1 ม.1 ครั้งที่ 2 ม.1 ครั้งที่ 3 43.17 24.22 26.4 6.21 17.08 40.06 35.09 7.77 12.73 27.64 25.47 34.16 0 10 20 30 40 50 60 70 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย ม.2 ครั้งที่ 1 ม.2 ครั้งที่ 2 ม.2 ครั้งที่ 3 53.4 24.96 18.37 3.27 35.42 22.1 20.03 22.45 12.59 26.87 24.83 35.71 0 10 20 30 40 50 60 70 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย ม.3 ครั้งที่ 1 ม.3 ครั้งที่ 2 ม.3 ครั้งที่ 3 ม.2 ม.3 9.22 7.45 8.51 12.06 10.99 11.70 48.58 47.16 42.55 30.14 34.40 37.23 0.00 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 70.00 ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย 9.06 6.88 5.80 11.96 10.87 11.59 48.19 47.46 41.67 30.80 34.78 40.94 0.00 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 70.00 ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย 9.92 7.54 5.56 13.10 11.90 11.11 44.84 44.44 40.87 32.14 36.11 42.46 0.00 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 70.00 ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 บ่อยมาก บ่อย บางครั้ง ไม่เคย พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ ผลกระทบจากการใช้มือถือในชั้นเรียน พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ ผลกระทบจากการใช้มือถือในชั้นเรียน ผลกระทบจากการใช้มือถือในชั้นเรียน
ตัวอย่างผลงานนักเรียนจากการฝึกใช้แอพลิเคชัน Stop motion โรงเรียนบ้านหนองกุลา จังหวัดพิษณุโลก
แผนการเรียนรู้ PBL โรงเรียนบ้านหนองกุลา จังหวัดพิษณุโลก
ชุมนุมดนตรี และกิจกรรม PBL ก าหนดข้อตกลงของการใช้มือถือ กิจกรรมจิตศึกษา / PBL
โจทย์ Step 2.1 น าประเด็นจากกลุ่มย่อยมาแลกเปลย ี ่ นในกลม ุ ่ ใหญ ่ ของโรงเรียนตัวเอง และเตรียม PPT น าเสนอ เวลา 60 นาที Step 2 : เสนอการเปลย ี่นแปลงของนกัเรย ี น
โจทย์ Step 2.2 แบ่ง 4 กลุ่ม น าเสนอต่อผู้ทรงคุณวุฒิ โจทย์ : ”ประเด็น Red Zone คืออะไร ท ากิจกรรมอะไรไปแล้วและผลเป็นอย่างไร” (น าเสนอกลุ่มละ 15 นาที/ผู้ทรงคุณวุฒิเติมเต็ม 15 นาที) เวลา 120 นาที Step 2 : เสนอการเปลย ี่นแปลงของนกัเรย ี น
เวลา 120 นาที ”ประเด็น Red Zone คืออะไร ท ากิจกรรมอะไรไปแล้วและผลเป็นอย่างไร” น าเสนอโรงเรียนละ 15 นาที ผู้ทรงคุณวุฒิเติมเต็ม 15 นาที กลุ่มย่อย โรงเรียน ผู้ทรงคุณวุฒิ Facilitator และ บทบาท 1 01 บ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก 02 บ้านปะทาย จ.ศรีสะเกษ 1. ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช 2.คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร Facilitator : คุณเมย์ จับเวลา : คุณฟ็อต 2 03 ตะเคียนกูยวิทยา จ.สุรินทร์ 04 บ้านรุ่ง จ.ศรีสะเกษ 05 เทศบาล 3 (วัดท่ามะปราง) จ.พิษณุโลก 1. ผศ.ดร. เลขา ปิยะอัจฉริยะ Facilitator : คุณแจ็ค จับเวลา : คุณเอมมี่ 3 06 บ้านพรุจ าปา จ.ภูเก็ต 07 บ้านโพนครก จ.สุรินทร์ 08 วัดดอนพุดซา จ.อยุธยา 1. รศ.ดร. ดารณี อุทัยรัตนกิจ 2.ดร. เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ Facilitator : คุณโฟล์ค จับเวลา : คุณเมฆ 4 09 วัดเทพกระษัตรี จ.ภูเก็ต 10 ไพรบึงวิทยาคม จ.ศรีสะเกษ 11 วัดสันติคีรีรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี 1.รศ.ดร.พิณสุดา สิริธรังศรี 2.คุณรัตนา กิติกร Facilitator : คุณมีนี จับเวลา : คุณซอ Step 2 : เสนอการเปลย ี่นแปลงของนกัเรย ี น
โจทย์ Step 3.1 เวลา 60 นาที โจทย์: 1. วิเคราะห์ว่ากิจกรรมใดที่ท าแล้ว ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนได้ดี/ มีประสิทธิภาพมาก ตอบโจทย์ KPI ได้ชัดเจน (ให้พิจารณาว่าเป็นกิจกรรมที่ควรท าต่อ) 2. กิจกรรมใดที่ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนตาม KPI ได้น้อย/ไม่ส่งผล (เป็นกิจกรรมที่ควรทบทวน ปรับให้ดีขึ้น หรือตัดออก หรือหากิจกรรมอื่นที่ส่งผลถึง KPI ได้อย่างชัดเจน) Step 3 : วิเคราะห์ประสิทธิภาพของกิจกรรม
โจทย์ : 1. วิเคราะห์ว่ากิจกรรมใดที่ท าแล้ว ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนได้ดี/มีประสิทธิภาพมาก ตอบโจทย์ KPI ได้ชัดเจน (ให้พิจารณาว่าเป็นกิจกรรมที่ควรท าต่อ) 2. กิจกรรมใดที่ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนตาม KPI ได้น้อย/ไม่ส่งผล (เป็นกิจกรรมที่ควรทบทวน ปรับให้ดีขึ้น หรือตัดออก หรือหากิจกรรมอื่นที่ส่งผลถึง KPI ได้อย่างชัดเจน) เวลา 60 นาที Step 3 : วิเคราะห์ประสิทธิภาพของกิจกรรม Red Zone : กิจกรรมทสี่่งผลถงึความกา้วหนา้ของนกัเรยีนได้ดี /มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ KPI ได้ชัดเจน กิจกรรมทสี่่งผลถงึความกา้วหนา้ของนกัเรยีน ตาม KPI ได้น้อย/ไม่ส่งผล 1.กิจกรรม ......................... เหตุผล ......................... 1.กิจกรรม ......................... เหตุผล ......................... 2.กิจกรรม ......................... เหตุผล ......................... 2.กิจกรรม ......................... เหตุผล ......................... 3.กิจกรรม ......................... เหตุผล ......................... 3.กิจกรรม ......................... เหตุผล .........................
โจทย์ : 1. วิเคราะห์ว่ากิจกรรมใดที่ท าแล้ว ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนได้ดี/มีประสิทธิภาพมาก ตอบโจทย์ KPI ได้ชัดเจน (ให้พิจารณาว่าเป็นกิจกรรมที่ควรท าต่อ) 2. กิจกรรมใดที่ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนตาม KPI ได้น้อย/ไม่ส่งผล (เป็นกิจกรรมที่ควรทบทวน ปรับให้ดีขึ้น หรือตัดออก หรือหากิจกรรมอื่นที่ส่งผลถึง KPI ได้อย่างชัดเจน) เวลา 60 นาที Step 3 : วิเคราะห์ประสิทธิภาพของกิจกรรม Red Zone : นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ กิจกรรมที่ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนได้ดี /มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ KPI ได้ชัดเจน กิจกรรมที่ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียน ตาม KPI ได้น้อย/ไม่ส่งผล 1.กิจกรรมหมอภาษา • ได้มีการวิเคราะห์นร.รายบุคคลในการจ าแนกนักเรียนตามกลุ่มที่มีความรู้ ความสามารถด้านการอ่าน ออก เขียนได้ที่คล้ายคลึงกัน ท าให้ครูสามารถออกแบบการเรียนรู้ เลือกใช้สื่อ และสร้างสถานการณ์ การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กในแต่ละ Level • มีการ PLC ครูแต่ละช่วงชั้น/สายชั้น/ Super PLC รวมทั้งโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกัน วิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางร่วมกัน หมายเหตุ : จะใช้แบบทดสอบสพฐ. ในการคัดกรองนร.และจะใช้แบบทดสอบภาษาไทยอาจารย์ไซหนับในการวัด Pretest/post-test 3.กิจกรรมวิชาเพิ่มเตมิชื่อวิชาอ่าน คิด วิเคราะห์ เหตุผล ช่วยให้นักเรียนต่อยอดด้านการเขียน อ่าน จับ ประเด็น เชื่อมโยงภาพ เรื่องราวจากบทความ เหตุการณ์ที่ ตนได้รับกับหลักเหตุและผล และท าให้ครูเห็นแนวความคิด และประสบการณ์เดิมของนร. หมายเหตุ : จุดที่จะไปต่อคือ ระบุผลการเรียนรู้ที่คาดหวังให้ ชัดเจนขึ้น ระบุจุดประสงค์ของกิจกรรมให้ชัดเจนขึ้น 2.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยผ่านวรรณกรรม 5 ขั้นตอน เหตุผล เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องวันละ 1 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ และให้นักเรียนสามารถคาดเดาเรื่อง เรียนรู้ค าศัพท์ ความหมาย จนเกิดเป็นคลังค าศัพท์ ที่จะช่วยให้ สามารถอ่านรู้เรื่อง สามารถน าค าไปแต่งประโยค ได้อย่างถูกต้องตามโครงสร้างประโยค 3 ส่วน รวมถึง สามารถเชื่อมโยงหลักภาษา สร้าง Concept หลักภาษา ฝกึ ประสบการณ์การใช้ภาษา สื่อสารผ่านชิ้นงาน เช่น Story line , แต่งนิทาน 4.กิจกรรมบัญชีค าพื้นฐาน เหตุผล ส่งผลให้นักเรียนได้ฝึกอ่าน หาความหมายของค า จะท าให้นร.เข้าใจเรื่องที่อ่านได้ และแต่งประโยค หมายเหตุ : น่าจะน าไปรวมกับกิจกรรมหมอภาษา
โจทย์ : 1. วิเคราะห์ว่ากิจกรรมใดที่ท าแล้ว ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนได้ดี/มีประสิทธิภาพมาก ตอบโจทย์ KPI ได้ชัดเจน (ให้พิจารณาว่าเป็นกิจกรรมที่ควรท าต่อ) 2. กิจกรรมใดที่ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนตาม KPI ได้น้อย/ไม่ส่งผล (เป็นกิจกรรมที่ควรทบทวน ปรับให้ดีขึ้น หรือตัดออก หรือหากิจกรรมอื่นที่ส่งผลถึง KPI ได้อย่างชัดเจน) เวลา 60 นาที Step 3 : วิเคราะห์ประสิทธิภาพของกิจกรรม Red Zone : นักเรียนติดมือถือ กิจกรรมที่ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนได้ดี /มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ KPI ได้ชัดเจน กิจกรรมที่ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียน ตาม KPI ได้น้อย/ไม่ส่งผล 1.กิจกรรม การก าหนดข้อตกลงร่วมกันและใช้ข้อตกลงการใช้โทรศัพท์ เหตุผล • ครูให้นักเรียนร่วมกันก าหนดข้อตกลงในการใช้โทรศัพท์ เพื่อเป็นการฝึกเคารพกติกา เป็นการแสดงเจตจ านงร่วมกัน 4. กิจกรรม กิจกรรมชุมนุมพหุปัญญา ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง เหตุผล เป็นกิจกรรมที่ตั้งมานานแล้ว ยังไม่ได้มีการปรับ กิจกรรมตามความสนใจของนร. ไม่ได้เป็นกิจกรรมหลักในการเอาเกออกจากโทรศัพท์ แต่ เป็นตัวเลือกให้นร.เห็นได้ว่าจะท าอะไรได้บ้างนอกจากเล่น โทรศัพท์ จุดพัฒนาต่อคือ การพัฒนาชุมนุม ให้สอดคล้องกับความ สนใจของนักเรียน 2.กิจกรรม จิตศึกษา เหตุผล • เป็นกิจกรรมที่สร้างเจตคติให้กับบักเรียน • ครูหาข่าวปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับเด็กติดมือถือ และตั้งค าถามให้เด็กได้คิด และตอบค าถาม นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และรับฟัง ความคิดเห็น ได้ประมวลผล และคิด วิเคราะห์ถึงสิ่งที่เหมาะสม ไม่เหมาะสม เช่น รูปนี้สะท้อนสังคมอย่างไร และจะมีวิธีการแก้ปัญหา อย่างไร • ครูฝึกฝนนักเรียนได้ตัดสินใจในเชิงบวกเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ หมายเหตุ : จัดท าแบบประเมิน V A ให้ชัดเจนขึ้น 3.กิจกรรม PBL เรื่องการใช้สื่อ เหตุผล • เป็นการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง • นักเรียนได้เห็นประโยชน์ที่หลากหลายและได้เลือกใช้ด้วยตนเอง การเลือกสื่อ คัดกรองข่าว Fake New • ชิ้นงานที่นร.ท า : นร.จะถ่ายคลิป แต่ละสัปดาห์จะท า Rubric Score มีแบบทดสอบก่อนเรียน/ หลังเรียนแต่ละสัปดาห์ มีแบบสังเกต พฤติกรรมรายสัปดาห์ เพื่อสร้าง V A S K • ทุกวันศุกร์จะมีกิจกรรมสรุป week เพื่อหาจุดพัฒนาต่อ หมายเหตุ : อาจจะปรับให้เด็กเห็นเส้นทางการเรียนรู้ของตัวเอง ผ่าน Reflection ว่าเห็นการเรียนรู้ของตัวเองอย่างไร จะปรับอย่างไร ลง มือท าและพิสูจน์ความคิดตัวเอง ครูปรับปรุงการสอนให้การเรียนรู้ของนร.ไม่สะดุด และครูหาเครื่องมือในการสังเกตพฤติกรรมและเจตคติ ของนักเรียน
THANK YOU
การอบรมเชิงปฏิบัติการ Developmental Evaluation (DE) ช ่ วงปลายนา ้ ปี 3 โดย มูลนิธิสยามกัมมาจล วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2566 เวลา 9.00 – 18.00 น. โครงการสนับสนุนกระบวนการประเมินเชิงพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ ประยุกต์ใช้Developmental Evaluation (DE) โดยโรงเรียน ปี 2565
โจทย์ Step 4.1 เวลา 100 นาที โจทย์: วิเคราะห์เงอ ื ่ นไขความส าเรจ ็ ของกิจกรรมในด้าน (โดยวิเคราะห์เฉพาะกิจกรรมที่ส่งผลถึงความก้าวหน้าของนักเรียนได้ดี/มีประสิทธิภาพ) 1. ความรู้และทักษะความสามารถของครู 2. เคร ื่องมอ ื ทใี่ชใ้ นการวัดผลและกระบวนการเก็บข้อมูล 3. ช่วงเวลาในการด าเนินการ 4. ความร่วมมือและการสนับสนุนจาก ผอ. หัวหนา ้ วิชาการ เพ ื่อนคร ู ผ ู ้ปกครองช ุ มชน เพ ื่อนนกัเรย ี น 5. ลักษณะของกิจกรรมทก ี่ระตน ุ ้ ความสนใจของนกัเรย ี น 6. อ ื่น ๆ Step 4 : ปัจจัยที่ท าให้กิจกรรมส าเร็จบรรลุเป้าหมาย
เวลา 100 นาที ประเด็น Red Zone : อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ กิจกรรม 1.ความรู้และทักษะ ความสามารถของครู 2.เครื่องมือที่ใช้ในการ วัดผลและกระบวนการ เก็บข้อมูล 3.ช่วงเวลาใน การ ด าเนินการ 4. ความร่วมมือและการสนับสนุนจาก ผอ. หัวหน้าวิชาการ เพื่อนครู หรือจากผู้ปกครอง ชุมชน เพื่อนนักเรียน 5. ลักษณะของกิจกรรมที่ กระตุ้นความสนใจของ นักเรียน 6. อื่น ๆ 1. กิจกรรม หมอ ภาษา 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • ครูที่จบเอกไทยมีความรู้ ความเข้าใจด้านหลัก ภาษาและสามารถ ถ่ายทอดให้เพื่อนครูได้ • ครูที่ไม่ได้จบตรงเอก เปิดใจเรียนรู้และฝึกฝน พัฒนาตัวเองด้านการ สอนภาษาไทย อุปสรรคและปัญหา • อยากเรียนรู้ทักษะการ สอน เรื่องการออกเสียง พยัญชนะ ให้มีเทคนิคใน การถ่ายทอดการอ่าน ออกเสียง และการเขียน 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • ใช้เครื่องมือที่พัฒนา ทักษะในหลายด้าน ทั้ง อ่าน เขียน การสื่อสาร • พัฒนาเครื่องมือคาบต่อ คาบ เช่น น าเครื่องมือไป ทดสอบ เด็ก Level 1 แล้วพบว่าง่ายเกินไป จึง ต้องหาเครื่องมือใหม่ อุปสรรคและปัญหา ยังขาดความเที่ยงตรงและ ความเชื่อมั่น 1.เงื่อนไข ความส าเร็จ • 3 ชั่วโมงต่อ สัปดาห์ • คาบสุดท้าย จันทร์ พุธ ศุกร์ 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • มีเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน ให้ช่วยกันอ่าน และช่วยกันฟัง โดยครูจะสร้างบรรยากาศ ให้นร.ได้ท าความรู้จัก และเลือกจะจับคู่ กันเอง • ครูพูดคุย ช่วยเหลือ และให้ค าปรึกษาเพื่อ แลกเปลี่ยนเทคนิคกันและกัน คุยกันในวง กินข้าวทุกวัน PLC กลุ่มย่อยอาทิตย์ละ 2 วัน • ครูวิชาการช่วงชั้น เป็นเจ้าภาพในการ PLC ช่วยกันหาแนวทางแก้ไข • ผอ.ร่วม PLC ให้ความส าคัญกับการ แก้ปัญหา และให้แนวทางหลักในการ แก้ปัญหาร่วมกัน • ฝ่ายบริหารจัดสรรก าลังคน และก าหนด คนให้เหมาะสม • ผู้ปกครองให้ความสนใจเรื่องการแบ่ง Level และมาขอแนวทางการพัฒนาจาก ครูเพื่อให้ลูกตัวเองได้เลื่อน Level • เพิ่มเติมเรื่องการ PLC ในการแก้ปัญหา เรื่องอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ อาทิตย์ละ 1 ชั่วโมง • มีผู้ปกครองบางส่วนที่อ่านไม่ออก เขียน ไม่ได้ ท าให้ช่วยเหลือนร.ได้ไม่เต็มที่ 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • ครูหาสื่อที่นร.สนใจ เช่น บัตรค า นิทาน สื่อที่มี ภาพประกอบและมีบรรทัด ไม่มาก • ครูจัดมุมอ่านไว้ให้นร ทุก เย็นครูให้นร.อ่านให้ฟัง 1 หน้า ในเรื่องที่นร.เลือกเอง. • ครูท าบอร์ดค าที่มักเขียน ผิด • ครูท าบอร์ดค าศัพท์ • ครูให้นร.หาค าศัพท์ที่สนใจ จากนิทาน มาหา ความหมายและแต่งประ โนค • นร.มีความตื่นตัวและ กระตือรือร้นที่จะเรียนหมอ ภาษาเป็นอย่างมาก เพราะ จะได้เจอเพื่อนห้องอื่น ครู คนอื่น กิจกรรมครึกครื้น จะได้เจอเพื่อนที่มี ความสามารถใกล้เคียงกัน 1.เงื่อนไข ความส าเร็จ • มีระบบพัฒนา ครูที่ไม่ได้จบ ตรงเอกให้เข้าใจ และสามารถ สอนภาษาไทยได้ • มีระบบ PLC ใน การหาเครื่องมือ เพื่อใช้วัด ความก้าวหน้าใน กิจกรรมหมอ ภาษา เริ่มจาก PLC กันในช่วง ชั้น และครู วิชาการไป PLC ร่วมกัน จน น าไปสู่ Super PLC โจทย์4.1 . วิเคราะหเ์งอื่นไขความส าเรจ ็ (โดยวเิคราะหเ์ฉพาะกจิกรรมทสี่่งผลถงึความกา้วหนา้ของนกัเรยีนได้ด/ีมีประสิทธิภาพ)
Step 4.1 : ปัจจัยที่ท าให้กิจกรรมส าเร็จบรรลุเป้าหมาย ประเด็น Red Zone : กิจกรรม 1.ความรู้และทักษะ ความสามารถของครู 2.เครื่องมือที่ใช้ในการ วัดผลและกระบวนการ เก็บข้อมูล 3.ช่วงเวลาในการ ด าเนินการ 4. ความร่วมมือและ การสนับสนุนจาก ผอ. หัวหน้าวิชาการ เพื่อนครู หรือ จากผู้ปกครองชุมชน เพื่อนนักเรียน 5. ลักษณะของ กิจกรรมที่กระตุ้น ความสนใจของ นักเรียน 6. อื่น ๆ 2.กิจกรรมการ จัดการเรียนรู้ ภาษาไทยผ่าน วรรณกรรม 5 ขั้นตอน 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • ครูเข้าใจและเปิดใจการ สอนภาษาไทยผ่าน วรรณกรรม 5 ขั้นตอน สามารถเชื่อมโยงหลัก ภาษากับวรรณกรรมได้ • ครูเป็นนักเรียนรู้ ศึกษา ความหมายและแก่นของ ขั้นตอนการสอน ศึกษา จากแผนและศึกษาจาก หัวหน้าวิชาการ 2.อุปสรรคและปัญหา • มีครูใหม่ที่ยังไม่เข้าใจ นวัตกรรมอย่างถ่องแท้ 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • แบบทดสอบที่ครูออกแบบ เองในแต่ละหน่วยและ ชิ้นงานเพื่อที่ครูจะติดตาม ความก้าวหน้าของ นักเรียนได้เป็นรายบุคคล • มีการเก็บข้อมูลในแต่ละ ห้องและส่งผลให้ครู วิชาการ • มีเครื่องมือคัดกรอง ความสามารถในการอ่าน และกาเขียนของสถาบัน ภาษาไทย สพฐ. จัดสอบ เดือนก.ค.และต.ค. 1.เงื่อนไขความส าเร็จ 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • มีระบบโค้ชการใช้ นวัตกรรมภาษาไทย ผ่านวรรณกรรม • ผอ.เปิดโอกาสให้มา อบรม • ผอ. หัวหน้าวิชาการ และคณะครู มีวิถีและ วัฒนธรรมองค์กร มี จุดเน้นและแนวทางใน ด้านเดียวกัน 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • นร.เป็นผู้ออกแบบ การเรียนรู้ร่วมกับครู เพื่อให้เด็ก ตั้งเป้าหมายการ เรียนรู้ของตัวเอง (A) (นักเรียนได้ แสดงความต้องการ การเรียนรู้) • ครูออกแบบกิจกรรม การเรียนรู้ให้นร.ใช้ ภาษาไทยเพื่อการ สื่อสาร และมี วรรณกรรมที่ น่าสนใจ สร้างนิสัย รักการอ่าน 2.อุปสรรคและปัญหา พัฒนาการเรียนการสอน ภาษาไทยผ่าน วรรณกรรมให้นร.มี สมรรถนะในการตีความ สื่อสารขั้นสูง สามารถท า ข้อสอบ Pisa ได้ โจทย์4.1 . วิเคราะหเ์งอื่นไขความส าเรจ ็ (โดยวเิคราะหเ์ฉพาะกจิกรรมทสี่่งผลถงึความกา้วหนา้ของนกัเรยีนได้ด/ีมีประสิทธิภาพ)
Step 4.1 : ปัจจัยที่ท าให้กิจกรรมส าเร็จบรรลุเป้าหมาย ประเด็น Red Zone : นักเรียนติดมือถือ กิจกรรม 1.ความรู้และทักษะ ความสามารถของครู 2.เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผล และกระบวนการเก็บข้อมูล 3.ช่วงเวลาในการ ด าเนินการ 4. ความร่วมมือ 5. ลักษณะของ กิจกรรมที่กระตุ้น ความสนใจของ นักเรียน 6. อื่น ๆ กิจกรรม การ ก าหนดข้อตกลง ร่วมกันและใช้ ข้อตกลงการใช้ โทรศัพท์ 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • ทักษะการเป็นครูโค้ชของ คุณครูในกระบวนการ สร้างข้อตกลงร่วมกัน กับนักเรียน • ทักษะการตั้งค าถาม • จิตวิทยาเชิงบวกของ นักเรียนแต่ละคน • การรู้จักบริบทของ นักเรียน 1.เงื่อนไขความส าเร็จ กระบวนการเก็บข้อมูล • Menti meter, Post-it, Blackboard และการ โหวต ในการท าข้อตกลง ร่วมกัน • แบบสังเกตพฤติกรรม 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • ข้อตกลงท าตั้งแต่ต้น น ้าจนถึงปลายน ้า (ทบทวนเทอมละ 1 ครั้ง) แต่ในระหว่างที่ เจอนักเรียนไม่ท าตาม ข้อตกลงก็จะมีการ ทบทวนและพูดคุยกับ นักเรียนเพื่อหาทาง ออก 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • มีการ PLC ครู • มีการ CoP ผู้ปกครอง และ ตัวแทนชุมชนในการสร้าง ข้อตกลงร่วมกัน • มี BAR และ AAR นักเรียน มีส่วนร่วมในการสร้าง ข้อตกลง • นักเรียนและผู้ปกครอง สร้างตกลงร่วมกันที่บ้าน 1.เงื่อนไข ความส าเร็จ • เครื่องมือใน กระบวนการการ สร้างข้อตกลง ช่วยให้นักเรียน เกิดความสนใจ • ค าถามที่ชงให้ นักเรียนช่วย กระตุ้นความคิด 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • ใช้ค าพูดเชิงบวกกับ การให้นักเรียนท าตาม ข้อตกลง 2.อุปสรรคและปัญหา • บางครั้งที่นักเรียนเสนอ ข้อตกลงในเชิงลบ ส่งผลต่อความคิดเห็น ของนักเรียนกลุ่มใหญ่ ครูต้องใช้ทักษะในการ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า 2.อุปสรรคและปัญหา • การแก้ไขตัวค าถามในแบบ สังเกตุพฤติกรรมให้เห็น พฤติกรรมของนักเรียน ชัดเจนขึ้น 2.อุปสรรคและปัญหา 2.อุปสรรคและปัญหา • ผู้ปกครองยังไม่สามารถ ดูแลให้นักเรียนท าตาม ข้อตกลงได้ทั้งหมด เนื่องจากผู้ปกครองยังขาด ทักษะการตั้งค าถามและ จิตวิทยาเชิงบวกกับ นักเรียน 2.อุปสรรคและ ปัญหา 2.อุปสรรคและปัญหา • หากนักเรียนไม่ได้ท า ตามข้อตกลง จะต้อง มาคุยกันว่าจะท า อย่างไรต่อให้เป็น มาตรการ โจทย์4.1 . วิเคราะหเ์งอื่นไขความส าเรจ ็ (โดยวเิคราะหเ์ฉพาะกจิกรรมทสี่่งผลถงึความกา้วหนา้ของนกัเรยีนได้ด/ีมีประสิทธิภาพ)
Step 4.1 : ปัจจัยที่ท าให้กิจกรรมส าเร็จบรรลุเป้าหมาย ประเด็น Red Zone : นักเรียนติดมือถือ กิจกรรม 1.ความรู้และทักษะความสามารถของครู 2.เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผล และกระบวนการเก็บข้อมูล 3.ช่วงเวลาในการด าเนินการ 4. ความร่วมมือ 5. ลักษณะของกิจกรรมที่ กระตุ้นความสนใจของ นักเรียน กิจกรรมจิตศึกษา 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • เข้าใจของกระบวนการของจิตศึกษา • การตั้งค าถามกระตุ้นของคุณครู • การสร้างสนามพลังบวกและพื้นที่ ปลอดภัยให้กับนักเรียน • การมีจิตวิทยาเชิงบวก • ครูต้องมีความสามารถในการเลือก ตัวชงสื่อการสอนที่ท าให้นักเรียน เกิดความสนใจ • มีทักษะในการเป็นครูโค้ชและ Deep listening 1.เงื่อนไขความส าเร็จ กระบวนการเก็บข้อมูลและ เครื่องมือที่ใช้วัดผล • แบบสังเกตพฤติกรรม • สมุดจิตศึกษา 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • จิตศึกษามีการสอนทุกวัน แต่เรื่องการใช้ โทรศัพท์มือถือ จะจัด ช่วงเวลาที่นักเรียนไม่ได้ท า ตามข้อลง หรือมี สถานการณ์หรือข่าวที่ เกี่ยวข้องกับการใช้ โทรศัพท์มือถือ 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • วิชาการ ครูแกนน า และครูพี่ เลี้ยงในการอบรมเรื่องจิต ศึกษาให้กับครูใหม่ • มีการแชร์จิตศึกษาในวง PLC • ครูสร้างความเข้าใจกับ ผู้ปกครองและตัวแทนชุมชน ผ่านการ CoP และการเยี่ยม บ้านนักเรียน • การสร้างความเข้าใจกับ ผู้ปกครองในเรื่องจิตศึกษา เพื่อให้ผู้ปกครองสังเกต พฤติกรรมของนักเรียนที่ บ้าน 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • สื่อการเรียนการสอน (ตัว ชงและสถานการณ์) ที่ ช่วยให้นักเรียนสนใจใน กิจกรรม • ค าถามที่ช่วยกระตุ้น ความคิดนักเรียนในขั้น ต่าง ๆ • สนามพลังบวก การ empower ท าให้นักเรียน มีพลังงานในการเรียนรู้ 2.อุปสรรคและปัญหา • การเปลี่ยนผ่านครูเพราะต้องเริ่ม เข้าใจในกระบวนการจิตศึกษาใหม่ โดยวิธีการสังเกตจากห้องพี่เลี้ยง 2.อุปสรรคและปัญหา • การแก้ไขตัวค าถามในแบบ สังเกตุพฤติกรรมให้เห็น พฤติกรรมของนักเรียน ชัดเจนขึ้น 2.อุปสรรคและปัญหา 2.อุปสรรคและปัญหา • ผู้ปกครองยังสะท้อน พฤติกรรมของนักเรียนได้ไม่ ชัดเจน 2.อุปสรรคและปัญหา • การเลือกสถานการณ์ เพื่อชงไม่สัมพันธ์กับ บริบทของนักเรียน โจทย์4.1 . วิเคราะหเ์งอื่นไขความส าเรจ ็ (โดยวเิคราะหเ์ฉพาะกจิกรรมทสี่่งผลถงึความกา้วหนา้ของนกัเรยีนได้ด/ีมีประสิทธิภาพ)
Step 4.1 : ปัจจัยที่ท าให้กิจกรรมส าเร็จบรรลุเป้าหมาย ประเด็น Red Zone : นักเรียนติดมือถือ กิจกรรม 1.ความรู้และทักษะ ความสามารถของครู 2.เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผล และกระบวนการเก็บข้อมูล 3.ช่วงเวลาในการ ด าเนินการ 4. ความร่วมมือ 5. ลักษณะของกิจกรรม ที่กระตุ้นความสนใจของ นักเรียน 6. อื่น ๆ กิจกรรม PBL เรื่องการใช้สื่อ 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • เข้าใจกระบวนการการจัด กิจกรรม PBL • มีการศึกษาแผนการสอน และตัวชี้วัด เพื่อวาง แผนการสอน • ทักษะการเป็นครูโค้ช (การตั้งค าถาม และการ Deep listening) • ครูต้องเป็นนักเรียนรู้และ มี Growth Mindset เพราะต้องบูรณาการกับ วิชาอื่น ๆ 1.เงื่อนไขความส าเร็จ กระบวนการเก็บข้อมูลและ เครื่องมือที่ใช้วัดผล • แบบสังเกตพฤติกรรม • ชิ้นงาน 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • 1 หน่วยการเรียนรู้ 10 สัปดาห์ (ตลอดทั้งปี). • การใช้มือถือจะเกิดขึ้น ทุกสัปดาห์ของการ เรียนการสอนจากการ ท าภาระงาน ชิ้นงาน สืบค้นความรู้ และการ เสนอผลงานนักเรียน 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • ท า PLC ครู และ CoP ผู้ปกครองเพื่อก าหนด ปัญหา สร้างแผนการ เรียนรู้ และครูช่วยกัน วิพากษ์แผน • มีการสร้างหน่วยและมี Best Practice ของ PLB ส่งผลให้ครูท่าน อื่นบูรณาการใช้ในวิชา ของตนเอง • ผู้ปกครอง ชุมชนร่วม เป็นวิทยากรในหน่วย PBL 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • นักเรียนได้ลงมือท า ด้วยตัวเอง (Learning by doing ) • นักเรียนได้ใช้ โทรศัพท์มือถือในการ สร้างสื่อและการใช้ โซเชียลมีเดียในการ สร้างและน าเสนอ ชิ้นงาน 1.เงื่อนไขความส าเร็จ • การท า PLC ครูทุกคน จะมีการเวียนเป็น Facilitator ของวง เพื่อเพิ่มทกัษะครู 2.อุปสรรคและปัญหา • การเปลี่ยนผ่านครู เพราะต้องเริ่มเข้าใจใน กระบวนการกิจกรรม PBL ใหม่ โดยวิธีการ สังเกตจากห้องพี่เลี้ยง 2.อุปสรรคและปัญหา • การแก้ไขตัวค าถามในแบบ สังเกตุพฤติกรรมให้เห็น พฤติกรรมของนักเรียน ชัดเจนขึ้น 2.อุปสรรคและปัญหา • มีกิจกรรมนอกมา แทรกท าให้เวลา จัดการเรียนการสอน ไม่เพียงพอ ท าให้ไม่ สามารถสอนตามแผน ได้ 2.อุปสรรคและปัญหา • ขาดทรัพยกรในการจัด กิจกรรม PBL 2.อุปสรรคและปัญหา • นักเรียนยังไม่ได้ ก าหนดหัวข้อที่อยาก ท าด้วยตัวเอง ทั้งหมด 2.อุปสรรคและปัญหา โจทย์4.1 . วิเคราะหเ์งอื่นไขความส าเรจ ็ (โดยวเิคราะหเ์ฉพาะกจิกรรมทสี่่งผลถงึความกา้วหนา้ของนกัเรยีนได้ด/ีมีประสิทธิภาพ)
ส าคัญมาก ส าคัญน้อย เร่งด่วนน้อย เร่งด่วนมาก 2 1 3 4 Vision นักเรียนมีสมรรถนะด้านการสื่อสาร สามารถอ่านออกเขียนได้อย่างเหมาะสม ตามช่วงวัย และใช้มือถืออย่างสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ รู้เท่าทันสื่อ แยกแยะ ได้ (ชัวร์ก่อนแชร์) มีการใช้มือถือเป็นเวลา และมีมารยาท เคารพผู้อื่น โดยครูมีการท้าข้อตกลงกับนักเรียน ออกแบบแผนและจัดการเรียนรู้แบบ PBL จิตศึกษา ผ่านการใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายและบูรณาการเรื่อง การอ่านเข้าไปในทุกรายวิชา และมีการท า PLC อย่างเข้มข้นเรื่องการอ่านไม่ ออกเขียนไม่ได้ อีกทั้งผู้บริหารจะต้องสื่อสารกับครูทั้งโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อ สร้างความตระหนักรู้โดยทั่วกัน ผ่านการท ากระบวนการ PLC อย่างจริงจัง และนิเทศติดตามในประเด็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ลืมที่จะให้ Feedback และ Empower ครู ชุมชนและผู้ปกครอง เข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการก าหนดแนวทางใน การแก้ปัญหา สร้างข้อตกลงร่วมกับลูกหลานเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ และ ช่วยก าชับลูกหลานให้ท าการบ้านและแบบฝึกหัด เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาและ พัฒนานักเรียน 0 5 10 5 10 เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เด็กมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว เด็กติดมือถือ โรงเรียนบ้านหนองกุลา เด็กอ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง การก ากับตัวเองของนักเรียนอ.1- ม.3 ผ่านการคัดแยกและจัดการขยะ 2 1 ทบทวน Red Zone ที่ควรทา ตอ่
Step 5.1 : ทบทวน Red Zone ที่ควรท าต่อ 1. Red Zone ที่บรรลุเป้าหมายแลว้ ต้องการปรบั KPI ให้มคีวามทา้ทายมากขนึ้ Red Zone KPI นักเรียนที่ปรับใหม่ กิจกรรม (ACT) ที่สอดคล้องกับ KPI การเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลง Red Zone เดิม การอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ Red Zone ใหม่ การอ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง KPI นักเรียนที่ปรับใหม่ KPI 1.1 : ป.1-ป.3 KPI 1.1.1 นักเรียนสามารถอ่านคล่องและเขียนคล่องตาม ช่วงวัย KPI 1.1.2 นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้ KPI 1.1.3 อ่านและจับใจความจากเรื่องที่อ่านได้ KPI 1.1.4 นักเรียนเขียนเรื่องจากภาพได้ KPI 1.1.5 นักเรียนสามารถคิดวิเคราะห์จากเรื่องที่อ่านได้ (5W1H :ใคร ท าอะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร) KPI 1.2 : ป.4-ม.3 • นักเรียนสามารถอ่านคล่องและเขียนคล่องตามช่วงวัย • นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้ • อ่านและจับใจความจากข้อความ เรื่องราว บทความได้ • นักเรียนเขียนเรื่องจากภาพได้ • นักเรียนสามารถคิดไตร่ตรอง อย่างมีเหตุมีผล จาก เรื่องราว บทความ โดยใช้ทักษะการตีความ สรุปความ 1.กิจกรรมจิตศึกษา 2.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยผ่านวรรณกรรม 5 ขั้นตอน 3.กิจกรรมหมอภาษา + อ่าน คิด วิเคราะห์ ปรับจากการแบ่งตาม Level เป็นแบ่งตามความสามารถด้าน การอ่าน เขียน และคิดวิเคราะห์ ตารางพบแพทย์ คลินิกหมอภาษา ป.1-3 วันจันทร์ พุธ ศุกร์ 14.30-15.30 น. โรงพยาบาลภาษา ป.1-ม.3 วันอังคาร 14.30-15.30 น. -เครื่องมือคัดกรองความสามารถในการ อ่านและกาเขียนของสถาบันภาษาไทย สพฐ. จัดสอบเดือนก.ค.และต.ค. -แบบทดสอบภาษาไทยอาจารย์ไซหนับใน การวัด Pre-test/post-test โจทย์: ทบทวนเป้าหมาย (Red zone) 1. Red zone ที่บรรลุเป้าหมายแล้ว ต้องการปรับ KPI ให้มีความท้าทายมากขึ้น คือ Red zone ใด 2. Red zone ใหม่ที่ควรจะวางเป็นเป้าหมายในการพัฒนานักเรียน มีหรือไม่ ถ้ามีคืออะไร KPI เดิมKPI 1.2. : นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้ 1.2.1 นักเรียนป.1-4 สามารถอ่านออกและเขียนค าตามบัญชีค าพื้นฐาน ตามระดับชั้นได้ 1.2.2 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.4 สามารถเขียนเรื่องจากภาพได้ 1.2.3 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.3 สามารถแต่งประโยคได้ 1.2.4 นักเรียนระดับชั้น ป.2-ป.3 สามารถเข้าใจเนื้อหาที่อ่านได้
Step 5.1 : ทบทวน Red Zone ที่ควรท าต่อ 1. Red Zone ที่บรรลุเป้าหมายแลว้ ต้องการปรบั KPI ให้มคีวามทา้ทายมากขนึ้ Red Zone KPI นักเรียนที่ปรับใหม่ กิจกรรม (ACT) ที่สอดคล้องกับ KPI การเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลง 2. การก ากับตัวเอง ของนักเรียนอ.1-ม.3 ผ่านการคัดแยกและ จัดการขยะ (Red Zone ใหม่) อ.1 -ม.3 • KPI 2.1 นักเรียนชั้น ป.1 – ม.3 สามารถ เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกและการ จัดการขยะให้กับผู้ปกครองและชุมชนของ นักเรียนได้ • KPI 2.2 นักเรียนมีพฤติกรรมการคัดแยกและ จัดการขยะได้ถูกต้อง • KPI 2.3 นักเรียนตระหนักถึงผลกระทบของ ขยะที่มีต่อตนเอง โรงเรียน ชุมชน และ สิ่งแวดล้อม 1) กิจกรรมตั้งเป้าหมายในการคัดแยกและจัดการขยะ • ท า MOU ร่วมกันระหว่างครู นักเรียน ผู้ปกครอง และ ชุมชน • สร้างข้อตกลงในชั้นเรียนระหว่างนักเรียนกับครู 2) จิตศึกษาเรื่องขยะ • วิธีการเหมือนกับจิตศึกษาเรื่องนักเรียนติดมือถือ แต่เปลี่ยนตัวชงเป็นเรื่องขยะแทน 3) กิจกรรม PBL คู่ขนาน (นอกเวลาเรียนโดยโรงเรียนใช้ หน่วยขยะเป็นหน่วยเดียวกันทั้งโรงเรียน) • เป็นวิชาเพิ่มเติม ใช้เวลา 2 ชม. ต่อสัปดาห์ 4) ชุมนุมหนองกุลา วงษ์พาณิชย์ • ชุมนุมการเรียนรู้ในการจัดการขยะ(คัดแยก รับซื้อ และการ ขายขยะ) ท าร่วมกับวงษ์พาณิชย์(องค์กรเอกชน) 5) กิจกรรมผ้าป่าขยะ • ผู้ปกครองน าขยะมาบริจาคเพื่อน าไปส่งชุมนุมหนองกุลา วงษ์พาณิชย์ต่อ 6) เพิ่มเติมเรื่องการท าบัญชีรับ-จ่าย ให้ครูคณิตศาสตร์มา สร้างการเรียนรู้เรื่องการเก็บข้อมูล การท าตาราง การท า กราฟ อ.1 – อ.3 • กิจกรรม “ขยะ 4 ถัง” เพื่อประเมินการคัดแยกของ นักเรียน (KPI 2.2) • เครื่องมือแบบประเมินพฤติกรรม (V A S K) ครูประเมินนักเรียน ผู้ปกครองประเมินนักเรียน (KPI 2.1, 2.3) ป.1 – ม.3 • เครื่องมือแบบประเมินพฤติกรรม (V A S K) นักเรียนประเมินตนเอง ครูประเมินนักเรียน ผู้ปกครองประเมินนักเรียน (KPI 2.1, 2.3) • แบบสอบถามการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการคัด แยกและจัดการขยะให้กับผู้ปกครองและชุมชนของ นักเรียน (KPI 2.2) โจทย์: ทบทวนเป้าหมาย (Red zone) 1. Red zone ที่บรรลุเป้าหมายแล้ว ต้องการปรับ KPI ให้มีความท้าทายมากขึ้น คือ Red zone ใด 2. Red zone ใหม่ที่ควรจะวางเป็นเป้าหมายในการพัฒนานักเรียน มีหรือไม่ ถ้ามีคืออะไร เพิ่มเติมจากพี่เปา สร้างพื้นที่รับฟังนร.และสร้างการรับรู้ถึงปัญหาให้รร.และชุมชนรับทราบ • มีอะไรที่นร.ไม่ชอบในโรงเรียน • มีอะไรที่นร.ไม่ชอบในชุมชน
Red Zone กิจกรรม ปี 2566 ปี 2567 ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. อ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง และคิดอย่างไม่มี วิจารณญาณ 1.กิจกรรมหมอภาษา + อ่าน คิด วิเคราะห์ 2.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยผ่านวรรณกรรม 5 ขั้นตอน การก ากับตัวเองของ นักเรียน ผ่านการคัด แยกและจัดการขยะ (อ.1-ม.3) จิตศึกษาเรื่องขยะ กิจกรรม PBL คู่ขนาน ชุมนุมหนองกุลา วงษ์พาณิชย์ กิจกรรมตั้งเป้าหมายในการคัดแยกและการจัดการขยะ Step 5.2 : ทบทวน Red Zone ที่ควรท าต่อ Timeline การด าเนินกิจกรรม
โจทย์ Step 6.1 แบ่ง 4 กลุ่ม น าเสนอต่อผู้ทรงคุณวุฒิ โจทย์: ”น าเสนอผลการวิเคราะห์ใน Step 4 - 5 และแผนการด าเนินการในปีต่อไป” (น าเสนอโรงเรียนละ 10 นาที/ผู้ทรงคุณวุฒิเติมเต็ม 10 นาที) เวลา 90 นาที Step 6 : น าเสนอผลการปรับแผน
เวลา 120 นาที ”น าเสนอผลการวิเคราะห์ใน Step 4 - 5 และแผนการด าเนินต่อในภาคเรียนต่อไป” น าเสนอโรงเรียนละ 10 นาที ผู้ทรงคุณวุฒิเติมเต็ม 10 นาที กลุ่มย่อย โรงเรียน ผู้ทรงคุณวุฒิ Facilitator และ บทบาท 1 01 บ้านหนองกุลา จ.พิษณุโลก 02 บ้านปะทาย จ.ศรีสะเกษ 1. ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช 2.คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร Facilitator : คุณเมย์ จับเวลา : คุณฟ็อต 2 03 ตะเคียนกูยวิทยา จ.สุรินทร์ 04 บ้านรุ่ง จ.ศรีสะเกษ 05 เทศบาล 3 (วัดท่ามะปราง) จ.พิษณุโลก 1. ผศ.ดร. เลขา ปิยะอัจฉริยะ Facilitator : คุณแจ็ค จับเวลา : คุณเอมมี่ 3 06 บ้านพรุจ าปา จ.ภูเก็ต 07 บ้านโพนครก จ.สุรินทร์ 08 วัดดอนพุดซา จ.อยุธยา 1. รศ.ดร. ดารณี อุทัยรัตนกิจ 2.ดร. เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ Facilitator : คุณโฟล์ค จับเวลา : คุณเมฆ 4 09 วัดเทพกระษัตรี จ.ภูเก็ต 10 ไพรบึงวิทยาคม จ.ศรีสะเกษ 11 วัดสันติคีรีรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี 1.รศ.ดร.พิณสุดา สิริธรังศรี 2.คุณรัตนา กิติกร Facilitator : คุณมีนี จับเวลา : คุณซอ Step 6 : น าเสนอผลการปรับแผน
Step 7 : Reflection สะท้อนการเรียนรู้ โจทย์ Step 7.1 เวลา 60 นาที “เห็นกระบวนการส าคัญของ DE ต ้ นน ้ า กลางน ้ า และปลายนา ้ อะไร ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของ ครูและกระบวนการบริหารจัดการคุณภาพของโรงเรียน”
THANK YOU
44.68 65.93 0 100 คะแนนเฉลี่ย Pre Post ค่า Effect Size = 0.96 ปรับห้องเรียนอย่างไร ? (หลังจาก Pre) • เน้นเรื่องการอ่านและเขียนตามค าบอก วันละ 10 ค า ในทุก ๆ วัน เพื่อสร้างประสบการณ์ คลังค าศัพท์ และทักษะด้านการ เขียน • จัดโต๊ะในห้องเรียนให้สอดคล้องการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนในชั้นเรียนของครู เช่น จัดกลุ่ม , จับคู่ , ตัวยู เป็นต้น • มีการปรับ 8 Function ในชั้นเรียน , จัดมุมอ่าน , เพิ่มนิทาน • ใช้สื่อที่มีความหลากหลาย เช่น สื่อจริง บัตรภาพ บัตรค า • เน้นให้นร.ได้ลงมือปฏิบัติหรือเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านสื่อการสอน ที่ครูผลิตขึ้น และใบงาน GO ที่ไม่ซ ้าและสอดคล้องกับเนื้อหา ผลเป็นอย่างไร ? (ท าไมถึงเป็นเช่นนั้น) • ผลคะแนนการอ่านของนร.เพิ่มขึ้น สามารถอ่านค าได้มาก ขึ้น และคล่องขึ้น (ค่าเฉลี่ยด้านการอ่านมีค่าเกินกว่า 50%) • ผลคะแนนการเขียนเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่น้อย นร. เขียนค าศัพท์ง่าย ๆ ได้ แต่ค าที่ซับซ้อน ยังเขียนได้น้อย • นร.กล้าพูด กล้าแสดงออก มีความมั่นใจในการอ่านหน้า ชั้นเรียนมากขึ้น สามารถสื่อสารผ่านการอ่านและเขียนได้ ดีขึ้น มีส่วนร่วมในชั้นเรียนมากขึ้น • เกิดผู้ช่วยครู จากนร.ที่เรียนรู้ได้ดี ในการช่วยเพื่อนที่ เรียนรู้ช้า ถ้าจะปรับให้ดีขึ้น จะปรับอย่างไร ? (หลังจาก Post-Test) • เน้นให้นักเรียนได้ฝึกท าแบบฝึกหัดที่มีความหลากหลาย ให้ฝึกอ่านและเขียนให้บ่อยมากขึ้น เพื่อเพิ่มคลัง ศัพท์โดยเน้นไปที่การฝกึเขียนในเรื่องพื้นเสียงตัวสะกด ค าควบกล ้า อักษรน าและเรียงพยางค์ • เพิ่มการให้นักเรียนฝึกการคิดค า และแต่งประโยคด้วยตนเองจากค าง่าย ๆ ในช่วงเลิกเรียนทุก ๆ วัน ผ่านกิจกรรมแต่งนิทาน ใช้แบบฝึกหัดของธารปัญญา พัฒนาทักษะการเขียนของนักเรียน • นักเรียนกลุ่มที่เรียนรู้ช้าหรือนักเรียนพิเศษ จะให้นักเรียนที่เรียนได้ดีมาช่วยในการสอนเพิ่มเติม เช่น สอนอ่านจากบัตรค า หรือสื่อการอ่าน และเพิ่มความยากในแต่ละโครงสร้างค าขึ้นเรื่อย ๆ • พูดคุยสร้างความเข้าใจ และสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครองในการดูแลพฤติกรรมของนักเรียนที่บ้าน โดยเฉพาะนร.พิเศษที่ไม่ชอบมาโรงเรียน • อยากเพิ่มเติมเทคนิคการท าสื่อการสอนของตนเองที่จะท าให้เด็กสามารถเขียนค าควบกล ้า อักษรน า และเรียงพยางค์ได้ และยากอบรมเรื่องหลักภาษาเพิ่มเติม เพื่อหาเทคนิคการสอนมาปรับใช้กับนักเรียน ตัวอย่างการวิเคราะห์ผลการใช้แบบทดสอบวิชาภาษาไทย อ.ไซหนับ เอสเอ ครูอารีรักษ์หมื่นทอง ระดั้น ป.1 โรงเรียนบ้านบึงมะลู จ.ศรีสะเกษ สถานการณ์ในห้องเรียน •นักเรียนกลุ่มปกติมีปัญหาด้านการเขียนมากกว่าการอ่าน โดยการอ่านน่าเป็นห่วงตรงโครงสร้างค าด้านค าควบกล ้า เพราะยัง เรียนไปไม่ถึง ส่วนปัญหาด้านการเขียนพบว่าด้านพื้นเสียงตัวสะกด ค าควบกล ้า อักษรน า เรียงพยางค์สังเกตว่าเด็กเขียน รูปค าไม่ถูกต้อง มีผล Post-test ไม่ถึงครึ่ง เนื่องจากเด็กยังไม่มีประสบการณ์ในค าที่ใช้สอบ •ปัญหานักเรียนคนเดิมขาดเรียนบ่อย ท าให้ครูต้องใช้เวลาทบทวนเนื้อหาให้นร.คนนี้ ท าให้นร.คนอื่นต้องรอไปด้วย •Pre-Test มีนักเรียน 28 คน ( นักเรียนเรียนรู้ช้า 4 คน , นักเรียนที่มีแนวโน้มเป็นนักเรียนพิเศษ 2 คน) •Post-Test มีนักเรียน 28 คน (นักเรียนเรียนรู้ช้า 4 คน , นักเรียนที่มีแนวโน้มเป็นนักเรียนพิเศษ 2 คน) การเรียนรู้ของครู จากการวัดและใช้เครื่องมือ ES •เห็นความกระจายตัวของนักเรียนในชั้นเรียน ว่ามีค่าคะแนน ที่ค่อนข้างกระจายตัว น าไปสู่การวางแผนการจัดการชั้นเรียน การจับคู่หรือจัดกลุ่มในการเรียนของนักเรียน •เห็นความก้าวหน้าของนักเรียนรายบุคคล ว่าจะต้องพัฒนาในจุดไหนบ้าง ท าได้ดีในจุดใดบ้าง •เห็นจุดที่จะต้องปรับการสอนใหม่ การส่งเสริมนักเรียนในกลุ่มที่เรียนรู้ช้าให้มากขึ้น •ได้เห็นภาพกราฟที่แสดงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน •เห็นพัฒนาการที่ชัดเจนของนร.ในแต่ละด้านทั้งการอ่านและการเขียน จะได้รู้จุดที่จะพัฒนานักเรียน ข้อมูล Pre-Test Post-Test วัน/เดือน/ปี 17/1/66 24/3/66 คะแนนเฉลี่ย 44.68 65.93 ค่า S.D. 22.03 24.83 0 2 4 6 8 ด้านการอ่าน (8) Pre Post 0 1 2 3 4 ด้านการเขียน (4) Pre Post 2 4 6 ด้านการเชื่อมโยง ความหมาย (6) 1 2 3 4 5 ด้านการคิด วิเคราะห์(5) คะแนนเฉลี่ยในแต่ละด้าน *คะแนนเต็ม = 95 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 Pre Post A B