The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้ที่ 13 ไมโครโฟน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Weerapol Dumnernpanit, 2020-05-24 04:15:10

ใบความรู้ที่ 13 ไมโครโฟน

ใบความรู้ที่ 13 ไมโครโฟน

ใบความรู้
เรือ่ ง ไมโครโฟน
วตั ถุประสงค์

1. อธบิ ายหน้าท่ขี องไมโครโฟนได้อย่างถกู ต้อง
2. บอกชนดิ ของไมโครโฟนได้อย่างถูกต้อง
3. อธบิ ายหลกั การทำงานของไมโครโฟนไดอ้ ย่างถูกต้อง
4. อธบิ ายการเลอื กใช้งานไมโครโฟนได้อย่างถูกต้อง
5. อธิบายการตรวจสอบไมโครโฟนได้อย่างถูกต้อง
6. อธบิ ายการตดิ ต้ังและการตอ่ ใชง้ านไมโครโฟนไดอ้ ย่างถูกต้อง
7. บอกวธิ ีใชแ้ ละดูแลรกั ษาไมโครโฟนได้อย่างถกู ต้อง

1. ไมโครโฟน
ดว้ ยความพยายามของมนุษยท์ ่ีต้องการจดั เก็บเสียงพดู เสยี งร้อง และเสียงดนตรี เพอ่ื นำมาใช้อีกคร้ัง จึง

มีการผลิตอุปกรณ์ที่เรียกว่าไมโครโฟน (Microphone) ขึ้นมา เพ่ือแปลงคล่ืนเสียง ให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้าซึ่ง
สามารถจดั เก็บลงในสื่อบันทึกเสียง เชน่ เทป, แผน่ เสียงหรือ ซดี ี รวมไปถงึ ใช้ในการขยายสัญญาณเสยี ง

2. ชนิดของไมโครโฟน
ไมโครโฟนท่นี ยิ มใชก้ ันในปัจจุบนั มีดังน้ี
2.1 ไมโครโฟนแบบไดนามิกมูฟวิ่งคอล์ย (Dynamic Movie Coil Microphone) หรือ ที่เรียกสั้นๆ

ว่าไดนามิกไมโครโฟน เป็นไมโครโฟนที่ใช้หลักการของการเคล่ือนที่ของขดลวดตามเสียงที่มากระทบ และเม่ือ
ขดลวดตัดผ่านสนามแม่เหล็กถาวร ก็จะเกิดเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้าตามคล่ืนเสียงนั้น ไมโครโฟนชนิดน้ีเป็นที่นิยม
แพรห่ ลาย ครอบคลุมการใช้งานเกือบทกุ ประเภท เพราะสามารถรับเสียงในยา่ นกว้างท้งั ความถต่ี ่ำและความถ่ีสูงได้

2.2 ไมโครโฟนแบบคอนเดนเซอร์ (Condenser Microphone) เป็นไมโครโฟนที่ออกแบบโดยใช้
หลักการเปล่ียนแปลงค่าความจุ ตามเสียงท่ีมากระทบแผ่นฉนวนท่ีอยู่ระหว่างแผ่นเพลทสองแผ่น โดยส่วนใหญ่
ไมโครโฟนประเภทน้จี ะต้องมแี หล่งจา่ ยไฟเล้ียงเชน่ ถา่ นไฟฉายอยู่ด้วย สามารถตอบสนองความถี่สงู ไดด้ ีมาก

2.3 ไมโครโฟนแบบไร้สาย (Wireless Microphone) หรือ ที่เรียกกันท่ัวไปว่า “ไมค์ลอย “ ซึ่งความ
จริงกค็ อื ไมโครโฟน 2 แบบแรก เพยี งแตเ่ พิม่ วงจรเคร่ืองสง่ ใหส้ ามารถสง่ สัญญาณออกมาเปน็ คลื่นวิทยไุ ดน้ ่ัน เอง

3. หลกั การทำงาน
3.1 การทำงานของไมโครโฟนแบบไดนามกิ

ไมโครโฟนแบบไดนามิก จะประกอบด้วยขดลวดพันอยู่บนฟอร์มพลาสติกทรงกระบอกที่ยึดติดกับแผ่น
ไดอะแฟรม บางๆ แล้วสวมลงในช่องว่างระหว่างแม่เหล็กถาวร เม่ือมีคล่ืนเสียงมากระทบแผ่นไดอะแฟรม แผ่น
ไดอะแฟรมที่เป็นพลาสติกหรือแผ่นอลูมิเนียมบาง ๆ ก็จะมีการอัดและคลายตัวตามคลื่นเสียง ทำให้ขดลวด
เคล่ือนท่ีเข้าออกตามไปด้วย ซ่ึงขดลวดก็จะตัดกับสนามแม่เหล็กถาวร ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าออกมาท่ีขดลวด
ตามคล่ืนเสยี งที่เข้ามากระทบ

3.2 การทำงานของไมโครโฟนแบบคอนเดนเซอร์

ไมโครโฟนชนิดน้ี ส่วนใหญ่จะใช้แผ่นไดอะแฟรมที่เป็นโลหะบางๆ การทำงานจะใช้หลักการของตัวเก็บ
ประจุ คือเมื่อมีคล่ืนเสียงเข้ามากระทบแผ่นไดอะแฟรมทำให้แผ่นไดอะแฟรมมีการเคล่ือน ที่เข้าออก ทำให้
ระยะห่างระหว่างแผ่นเพลทเปลี่ยนแปลง เป็นผลให้ค่าความจุของไมโครโฟนเปล่ียนแปลงตามไปด้วย เมื่อต่อเข้า
กับตัวต้านทานและแบตเตอรี่ภายนอก กจ็ ะเกิดการเปลยี่ นแปลงแรงดันไฟฟ้าท่ตี กครอ่ มตวั ตา้ นทานตามไปดว้ ย

ไมโครโฟนประเภทนี้มักจะมีช่องใส่แบตเตอร่ี และมีวงจรขยายสัญญาณอยู่ภายในตัวไมโครโฟน เพ่ือ
ความสะดวกต่อการใช้งาน และลดสัญญาณรบกวน แต่ถ้าเป็นไมโครโฟนราคาถูก ๆ ท่ีใช้กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์
มกั จะใชไ้ ฟเล้ยี งและวงจรขยายสัญญาณจากภายในเคร่ือง

3.3 การทำงานของไมโครโฟนแบบไร้สาย

จะเป็นการรวมหัวไมโครโฟน วงจรขยายสัญญาณจากไมโครโฟน หรือปรีไมโครโฟน และวงจรสง่ สญั ญาณ
คล่นื วิทยไุ วภ้ ายในตวั ไมโครโฟน เพือ่ ส่งสัญญาณไปยังภาครับทต่ี อ่ ไปยงั เคร่ืองขยายเสยี งได้โดยไมต่ ้องใชส้ าย

4. การเลือกใช้งาน
ปกติไมโครโฟนจะมหี ลายราคาตามคุณภาพ มีราคาต้ังแต่ 50-60 บาท จนถึงหลักหมน่ื บาท โดยแตกต่าง

กันที่ คุณภาพการตอบสนองความถี่เสียง และความไวในการรับ นอกจากน้ันการเลือกใช้ก็ยังพิจารณากันที่ขนาด
ความเหมาะสมและวัสดุที่ใช้ทำ ด้วย เช่นในงานบรรยาย ที่ต้องการความคล่องตัว อาจใช้ไมโครโฟนแบบไร้สาย
หรือไมโครโฟนที่มีน้ำหนักเบา งานแสดงสดบนเวทีและงานบันทึกเสียง อาจต้องการไมโครโฟนที่มีคุณภาพเสียงที่
ดี แต่หากใช้ในงานสนามท่ีไม่ต้องการคุณภาพเสียงมากเท่าไร เราก็สามารถเลือกใช้ไมโครโฟนราคาถูกได้
นอกจากน้ีในกรณขี องไมโครโฟนแบบไดนามกิ ยังพิจารณาถงึ ขนาดอิมพีแดนซ์ของไมโครโฟนด้วย ถ้าใช้สายต่อยาว
มาก ๆ ควรใช้ไมโครโฟนท่ีมีอิมพีแดนซ์ต่ำ เพราะสามารถลดสัญญานรบกวนได้ดีกว่าไมโครโฟนอิมพีแดนซ์
สูง และถ้าเป็นไมโครโฟนที่มคี ุณภาพเรายังพิจารณาถึง รปู แบบการรับคล่ืนเสียงจากข้อมลู รายละเอียดคณุ สมบัติ
ต่างๆ สว่ นใหญ่มี ด้วยกนั 2 รปู แบบคือ

4.1 แบบรับเสียงรอบทิศทาง (Omni Direction)

มักจะเป็นรูปแบบของไมโครโฟนที่ใช้กันท่ัวไป โดยเฉพาะไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ โดยแบบน้ีจะเหมาะ
สำหรับการบันทึกเสียง เพราะมีการตอบสนองความถ่ีกว้าง แต่มีโอกาสท่ีจะเกิดเสียงหอนได้ง่าย การติดตั้งจึงควร
พจิ ารณาเปน็ พเิ ศษ และการใชง้ านไมค่ วรพดู ห่างไมโครโฟนมากนกั

4.2 แบบรับเสยี งเฉพาะดา้ นหน้าไมโครโฟน (Cardioid Direction)

เป็นไมโครโฟนที่ออกแบบมาเป็นพเิ ศษ สามารถรับเสยี งที่หา่ งไมโครโฟน โดยไมม่ ปี ญั หาเสียงรบกวน

5. การตรวจสอบ
วธิ กี ารตรวจสอบไมโครโฟนแบบไดนามกิ อาจกระทำโดยการใช้ ถา่ นไฟฉาย หรือ มลั ตมิ ิเตอร์ ตั้งวัดความ

ต้านทาน ย่าน R X 1 แล้วเขี่ยท่ีแจ็กไมโครโฟน (ไม่ควรต่อค้างไว้นานๆ เพราะขดลวดของไมโครโฟนอาจไหม้
ได้) ถ้ามิเตอร์ขึ้นแสดงว่าใช้งานได้ ถ้าไม่ข้ึนให้ลองถอดแจ็กออกมาแล้วตรวจสอบว่าสายที่ต่อกับแจ็กขาดหรือไม่
ถา้ ไม่ขาด ก็อาจตรวจตรงหัวของไมโครโฟนเลย โดยถอดหัวออกมา แลว้ ใช้มิเตอร์วัดดังกล่าว ถ้าใช้ได้แสดงว่าสาย
ไมโครโฟนอาจจะขาด (ส่วนใหญ่จะเป็นกรณนี มี้ ากท่สี ุด)

สำหรับไมโครโฟนคอนเดนเซอร์อาจตรวจสอบได้ยาก ให้ตรวจสอบแรงดันไฟของแบตเตอร่ี หรือตรวจดู
กระบะถ่านว่าเป็นสนมิ หรอื เปลา่

6. การตดิ ตัง้ และการตอ่ ใชง้ าน
สว่ นใหญ่การต่อใช้งานไมโครโฟนกับเครื่อง เสียง สามารถกระทำได้ง่าย ๆ เพียงแต่เสียบเข้ากับช่องเสียบ

แจ็คท่ีมีคำวา่ MIC ของเครอื่ งเสยี ง แต่ถา้ เป็นแจ็คคนละขนาด อาจแกป้ ัญหาโดยการใชต้ ัวแปลงขนาดแจ็กมาใช้ ซ่ึง
จะมีทง้ั แบบแปลงจากแจ็คขนาดใหญเ่ ปน็ ขนาดเล็ก และ แปลงจากขนาดเล็กเป็นขนาดใหญ่

สำหรับการติดตั้งต้องพิจารณาถึงตำแหน่งของมุม และผลของการสะท้อนของเสียงดว้ ย เพราะอาจจะทำ
ให้เสียงไมเ่ รยี บ หรอื เกดิ เสียงหอนได้

โดยถ้าหากพื้นหรือผนังด้านหลังเป็นแผ่นเรียบอาจทำให้มีแหล่ง สัญญาณเสียงมากกว่าหน่ึงแห่ง คือ
นอกจากแหล่งเสียงจริงแล้ว ยงั มีคล่ืนเสียงทเ่ี กิดจากการสะท้อนเข้ามาในไมโครโฟนด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดเสียงก้อง
และเสียงหอนได้ การแก้ไขอาจใช้วิธีจัดวัสดุซับเสียง เช่น ม่านหรือพรมเข้ามาช่วย หรือใช้ไมโครโฟนที่มีรูปแบบ
การรบั เสียงเฉพาะดา้ นหนา้ เข้ามาช่วยแกป้ ัญหา

7. วิธใี ชแ้ ละดแู ลรกั ษาไมโครโฟน
1. เลือกไมโครโฟนชนดิ ท่เี หมาะสมงาน โดยพจิ ารณาในเร่อื งทศิ ทางการรบั เสยี ง และชนิดของไมโครโฟน
2. ควรพดู หา่ งจากไมโครโฟนประมาณ 4 -12 น้วิ เพ่อื ลดการเกิดเสียง "ฮมั " และเสียงลมหายใจ
3. อย่าเคาะหรอื เป่าไมโครโฟนเพราะอาจทำใหข้ ดลวดไมโครโฟนขาดหรือชำรดุ ได้
4. ระวงั อยา่ ให้ตกหลน่ จากท่สี งู หรือถกู น้ำ
5. อย่าวางสายไมโครโฟนใกลก้ บั สายไฟฟา้ เพราะเกิดเสียงรบกวนจากความถีไ่ ฟฟา้ ได้
6. อย่าหันส่วนหน้าของไมโครโฟนเข้าหาลำโพง หรืออยู่ใกล้ลำโพงเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดเสียงหวีด

หรือเสียงหอนได้ เนื่องจากมีการสะท้อนของเสยี งย้อนกลบั มา ดังนั้น จึงควรเบ่ยี งไมโครโฟนให้ห่างจากหนา้ ลำโพง

ถา้ เกิดเสียงรบกวนอีก ให้ปิดสวติ ช์ที่ไมโครโฟนแล้วลดระดับความดังของเคร่ืองเสียงลง จากนั้นจึงค่อย ๆ เร่งเสียง

ใหด้ ังขึ้นมาจนถงึ ระดับทต่ี อ้ งการ


Click to View FlipBook Version