The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานสรุปผลการดำเนินงานIPDหญิง 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wlpsr.joy22, 2021-10-12 04:09:43

รายงานสรุปผลการดำเนินงานIPDหญิง 2564

รายงานสรุปผลการดำเนินงานIPDหญิง 2564

CQI 2 เรอื่ ง “อยา่ ลมื ฉนั ”
ความสาคัญและสาเหตุของปัญหา

จากรายงานความเสยี่ งปงี บประมาณ 2560 พบในหน่วยงานมกี ารลมื ทาหัตถการ คอื แพทยม์ คี าส่ังให้ ON NG
tube with bagเพ่ือคน้ หาวนิ จิ ฉัยโรคของผู้ปว่ ยว่าปวดทอ้ ง อดื แน่นท้อง เกดิ จากสาเหตุใด แต่ ผ่านไป 24 ชัว่ โมงไม่มี
การทาหัตถการ ไมม่ กี ารสง่ เวร ทาให้ผู้ปว่ ยไดร้ ับการรักษา วินจิ ฉยั โรคล่าช้า จากความเสี่ยงดังกล่าวทาให้มกี ารคน้ หา
สาเหตุของปญั หาและการแกไ้ ขเพื่อไมใ่ หเ้ กิดการผิดพลาดที่มีผลต่อการรกั ษาและอนั ตรายต่อผู้ปว่ ยจากการทบทวน
พบสาเหตุดงั น้ี

1. จากการรบั ส่งเวรของพยาบาลต่างหนว่ ยงาน ไมม่ มี ีการจดบันทกึ สิง่ ที่คงค้างหรอื หัตถการท่ียังไม่ได้ทา
2. เนอ่ื งจากมีการคัดลอกคาสัง่ แพทย์ อาการ ยา ของผู้ป่วยลงใน Kadex nurse เพื่อรับส่งเวร ในผู้ปว่ ยแต่ละราย

จะมรี ายละเอยี ดที่มากนอ้ ยต่างกนั จึงไม่มจี ดุ เด่นที่มองเหน็ ได้ชัด
วัตถุประสงค์ เพอื่ ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เกดิ การลมื ทาหตั ถการทสี่ าคญั
กระบวนการดาเนินงาน/กระบวนการพัฒนาคุณภาพ

1. ทบทวนเหตุการณ์เพ่อื คน้ หาสาเหตุ ข้อผิดพลาดในกระบวนการทางาน
2. วางแนวทางแกไ้ ขรว่ มกนั โดยให้ใช้ปากกาเน้นข้อความสี ขดี ทบั หตั ถการท่ีสาคญั เพ่ือใหเ้ หน็ ไดช้ ัดเจน
3. จดั ทาสมดุ เพื่อรบั ส่งเวรจากหน่วยงานอื่น เพือ่ จดบันทึกการทาหตั ถการท่ที าแลว้ และท่ียังคงคา้ ง
4. เม่ือ สมาชกิ ในทมี ทารับใหม่ผ้ปู ว่ ยมอบหมายให้หัวหน้าเวรตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของ chart ผ้ปู ่วยทุกคร้งั

ผลการดาเนินงาน ; ดาเนินการต่อเนือ่ งจากปีงบประมาณ 2564 พบวา่ ไมม่ คี วามเสยี่ งเกี่ยวกบั การลืมทาหัตถการที่
สาคัญ จงึ ดาเนนิ การตอ่ เนื่อง

CQI 3 เรือ่ ง “ IVF care ”
ความสาคญั และสาเหตขุ องปญั หา

ภาวะหลอดเลือดดาอกั เสบเป็นภาวะแทรกซ้อนท่ีอาจเกิดข้ึนได้จากการใหย้ าทางหลอดเลอื ดดาระหว่างหรอื
หลงั ฉดี ยา พบมากในผปู้ ว่ ยท่ีใส่สาย Catheter เปน็ เวลานาน สามารถแบ่งเปน็ 3 ลักษณะดงั น้ี 1)
mechanical phlebitis

2) chemical phlebitis
3) infective phlebitis
โดยมีปจั จยั ท่เี กี่ยวขอ้ ง คอื
1. ปัจจยั ท่ีเกีย่ วกับยา pH เลือดมี pH = 7.35-7.45ยาทมี่ คี ุณสมบัติเป็นกรด (pH<7) และเป็นด่าง (pH>7) ทาให้เกดิ
Chemical phlebitis
2. ปจั จัยที่เกย่ี วกับอุปกรณ์เข็มหรือสาย catheter ทาใหเ้ กิด mechanical phlebitis ชนดิ ของสาย catheter
ตาแหน่งทฉี่ ดี ยา ขนาดของหลอดเลอื ดท่ีฉีดยา ระยะเวลาในการลงสายหรอื เขม็ ชนดิ ของวสั ดปุ ิดแผล
3. ปจั จยั เกีย่ วกบั ผู้ป่วย อายุ เพศ โรคที่เป็น การทางานของระบบไหลเวียนเลอื ด
4. ปัจจัยเกย่ี วกับบุคคล ความรู้ ทกั ษะ เทคนคิ ความชานาญในการเตรยี มฉีดยาและการแทงเขม็ ซึ่งอาการและอาการ
แสดง (Sign & Symptom) ทพี่ บ คือ อาการปวด (Pain), บวม (edema), แดง (erythema) , หลอดเลือดดาเป็น
ลาแขง็ (thrombus formation cording of the vein) จะทาใหผ้ ู้ปว่ ยไม่สขุ สบายมากขึ้น
จากอตั ราการเกดิ Phlebitis ใน เดอื นกรกฎาคม 2559 เกิด Phlebitis 1 รายซึง่ เกดิ จากการใหย้ าทางหลอด
ดา จงึ ไดท้ บทวนและปรบั ปรุงแนวทางการให้ยาหลอดเลอื ดดาโดยท่ีเภสัชกรจดั ทาฉลากยาและวธิ ีการผสมยาทาง
หลอดเลอื ดในผู้ปว่ ยทกุ ราย หลังจากนัน้ อัตราการเกิด Phlebitis =0
จากขอ้ มูลเดอื นสิงหาคม 2560 มีอุบัติการณ์ Phlebitis 1 ราย Phlebitis ระดับ 4 เป็นความเสี่ยงระดับ E
ดงั นัน้ ทางหอผปู้ ่วยในหญิง โรงพยาบาลอมก๋อยไดต้ ระหนักถงึ ความสาคัญของปญั หาจึงไดม้ กี ารจดั ทาแนวทางปอ้ งกนั
ภาวะหลอดเลือดดาอกั เสบเพ่ือการดูแล ปอ้ งกัน รักษา ภาวะหลอดเลือดดาอกั เสบเพื่อเพิม่ ความสุขสบายใหแ้ กผ่ ู้ป่วย
และลดภาวะแทรกซ้อนในการนอนโรงพยาบาลรวมทงั้ ลดค่าใช้จ่ายในการรกั ษาพยาบาล
จากดาเนินการอย่างตอ่ เนือ่ ง ปีงบประมาณ 2564 พบ Phlebitis 6 ราย พบระดับ Phlebitis 1 และ ระดับ 2
ซึ่งสาเหตุเกดิ จาก การให้สารนา้ ที่มตี ่อการอักเสบของเส้นเลือด ได้แก่ Norepinephrine
วัตถุประสงค์
1. เพื่อปอ้ งกนั ภาวะภาวะหลอดเลือดดาอกั เสบท่สี ัมพนั ธก์ ับหลอดเลอื ดดาสว่ นปลายท่จี ะเกดิ ข้ึนกบั ผู้ปว่ ย
2. เพ่ือใหบ้ ุคลากรปฏิบัติตามแนวปฏบิ ตั ิทางคลนิ ิกเพ่ือป้องกันภาวะหลอดเลือดดาอักเสบที่สัมพันธก์ ับหลอด
เลือดดาสว่ นปลาย

ตัวชี้วัด
อัตราการเกดิ ภาวะหลอดเลือดดาอักเสบ (Phlebitis) น้อยกว่ารอ้ ยละ 20 ต่อพนั วนั นอน
วิธกี ารดาเนินการ

1. ทบทวนระบบการปฏบิ ตั กิ าร การเฝ้าระวัง เพอ่ื คน้ หาสาเหตุของปญั หาและแนวทางแก้ไข

2. ทบทวน หลักการทาหตั ถการ ON IVF
การปฏบิ ัตพิ ยาบาลเพอ่ื ลดการเกิดภาวะหลอดเลือดดาอักเสบ

1. ในการเร่มิ ต้นที่จะใหย้ าหรือสารละลายควรปฏบิ ตั ิโดยใชห้ ลกั aseptic technique มกี ารศึกษาพบว่าการล้าง
มือช่วยลดการติดเช้ือในการใหส้ ารละลายทางหลอดเลือดดาได้

2. เลอื กตาแหนง่ ที่แทงเขม็ โดยหลกี เลี่ยงบรเิ วณขอ้ พับและแขนขาข้างท่อี อ่ นแรง ควรเลอื กตาแหนง่ บริเวณarm ,
back of the hand , anticubitalfossa,forearm and wrist ตามลาดับ

3. เลอื กcatheterทีเ่ หมาะสม โดยเลือกcatheterทีม่ ีขนาดเล็กกว่าเสน้ เลือด
4. ใหท้ าความสะอาดบริเวณทีแ่ ทงcatheterด้วย75%alcohol และใช้ tegaderm/opsite ในการยดึ ตดิ

catheter กับผวิ หนงั เพื่อใหส้ ังเกตบรเิ วณท่แี ทงcatheterว่า มภี าวะบวม แดง รอ้ น หรือไม่ และใหเ้ ขยี นวันท่ี
บันทึกไว้ดว้ ย
5. การยึดตรึงสายiv ใหต้ ดิ สาย iv ในลกั ษณะ u- shapeเพือ่ ปอ้ งกนั สาย iv เล่อื นหลุด
6. เวลาท่ีเปลี่ยนท่ีแทงเข็มให้เปลยี่ นเมือ่ มีข้อบ่งชี้ ไดแ้ ก่ ปวด บวม แดง รอ้ น แต่ถ้าครบ 96 ชั่วโมงให้เปล่ียน
tegaderm/opsiteแลว้ dressing แผลดว้ ย alcohol แลว้ ปิดดว้ ย tegaderm/opsiteและให้เขียนวนั ที่บันทึก
ไว้ดว้ ย
7. ในการบรหิ ารยาทม่ี ีความเข้มขน้ สูง ไดแ้ ก่ cloxacillin, vancomycinเป็นตน้ ควรเลอื กตาแหนง่ หลอดเลอื ด
ทม่ี ขี นาดใหญเ่ น่อื งจากมเี ลอื ดไหลเวยี นไดด้ ี หากยงั เกิดปัญหาการเกดิ ภาวะหลอดเลือดดาอักเสบควร
พจิ ารณาปัจจัยอนื่ ๆร่วมด้วย ได้แก่ อตั ราการไหลของสารละลาย ระยะเวลาในการให้ยาหรือสารละลาย ใน
กรณที ี่ใหย้ า antibiotic หลายชนิด ต้องมกี ารใช้ NSS Pushกอ่ นและหลงั การให้ antibioticแต่ละชนิด เปน็
ตน้ มีการศึกษาพบว่า การให้ยาโดยการหยดเข้าเส้นเลือดช้าๆจะชว่ ยลดภาวะการเกดิ หลอดเลือดดาอักเสบ
8. ตรวจดตู าแหน่งการแทงเข็มทกุ 2 ช่วั โมง เพอื่ ประเมนิ ภาวะหลอดเลอื ดดาอักเสบ
9. หากพบภาวะหลอดเลอื ดดาอักเสบให้บันทึกในใบประเมินภาวะหลอดเลอื ดดาอกั เสบทกุ ครั้งและให้การ
พยาบาลตามระดบั และอาการของภาวะหลอดเลือดดาอักเสบ
10. สติก๊ เกอรส์ ีตามวนั ทค่ี รบเปลีย่ น set IVF
11. คดิ นวัตกรรมเกีย่ วกบั การ ดาม IV

ผลการดาเนินการ
หลงั จากการดาเนินงานปีงบประมาณ 2564 อตั ราการเกิดภาวะหลอดเลอื ดดาอกั เสบ (Phlebitis) นอ้ ยกวา่

รอ้ ยละ 2 จากข้อมูลพบการติดเช้อื ทางหลอดเลือดดาทงั้ หมด 1 ราย แต่เกดิ จาก Chemical Phlebitis ซ่งึ จาก
กระบวนการแกไ้ ข CQI เร่ือง “ IVF care ” ทาให้สามารถแก้ไขปญั หาได้กอ่ นท่จี ะเกิดอันตรายกบั ผู้ป่วย



CQI 4 เร่อื ง “เพียงสองเรา”

ความสาคญั และสาเหตขุ องปัญหา
งานผูป้ ว่ ยมีการบรหิ ารยาแก่ผู้ปว่ ยทง้ั ยากนิ และยาฉีด จากการทบทวนเก่ียวกบั อตั ราความคลาดเคล่อื นจาก

การให้ยา Administration Error พบว่า มกี ารความคลาดเคลอ่ื นจากการให้ยา Administration Error เกิดขน้ึ ทกุ ปี
เม่ือมีการทบทวนกระบวนการให้ยา จ่ายยา ฉดี ยา จะพบความผิดพลาดที่เกิดขน้ึ บอ่ ยและรุนแรงใน การบริหารยาฉีด

ซึ่งตรงกับรายงานความเส่ียงปี 2560 พบความเสี่ยงระดับ E ฉดี ยาผิดคน ผิดขนาน ผดิ ขนาดและถงึ ตัวผูป้ ่วย จากปัญหา
ดงั กล่าวจงึ ได้มกี ารวางแนวทางปฏิบัติเพอ่ื ใหเ้ กิดความปลอดภยั ต่อผู้ปว่ ยและสร้างความตระหนักแก่ผู้ปฏบิ ัตงิ านไม่ให้
เกิดความผิดพลาดและเป็นอันตรายต่อผู้ปว่ ย

วัตถุประสงค์ เพอื่ ให้การบริหารยาถูกต้องและปลอดภยั
ตัวชว้ี ัด อัตราความคลาดเคลอื่ นจากการให้ยา Administration Error น้อยกวา่ ร้อยละ 5

การดาเนนิ การ ทบทวนสาเหตุเพ่อื ค้นหาปญั หา จากการทบทวนพบสาเหตุ คือในกระบวนฉีดยามเี จา้ หนา้ ท่ีเพียงคน
เดียว ท้ังในขั้นตอนการตรวจเชค็ เตรยี มยา ฉีดยา โดยมามกี ารตรวจเชค็ ซ้า ดว้ ยสาเหตุนเี้ ราจึงมีการจัดทา CQI เรื่อง
“เพยี งสองเรา”

1. ทบทวนการบรหิ ารยาโดยใชห้ ลกั 7R โดยใหค้ วามร้แู กผ่ ปู้ ฏบิ ตั ิงาน สรา้ งความเข้าใจ สร้างความตระหนัก
ในการใช้หลกั 7R

2. ปรับเปลย่ี นกระบวนการบริหารยาฉดี เวรเช้า-เวรบา่ ย
3. Treatment 1 ทาหน้าท่บี รหิ ารยาฉดี
4. Treatment 2 ทาหนา้ ทต่ี รวจสอบขณะเตรยี มยา ฉีดยา และเช็คช่อื ผปู้ ว่ ยท้ายเตยี งเวรดกึ

5. In charge ทาหนา้ ที่บรหิ ารยาฉีด
6. On call ทาหน้าท่ีตรวจสอบขณะเตรยี มยา ฉดี ยา และเช็คชือ่ ผู้ป่วยท้ายเตียง

ในการดาเนนิ การ ปี 2561 ยงั พบมคี วามผดิ พลาด ได้แก่มีการผสมยาผดิ พลาด การ Dilute ยาผดิ พลาด แต่
เปน็ ความเสยี่ งที่สามารถตรวจสอบได้กอ่ นผปู้ ว่ ย จึงมกี าร จงึ มกี ารทบทวนเรื่องการใช้ยา และกระบวนการตรวจสอบ
ซา้ โดยเปน็ การตรวจสอบอิสระ

จึงไดเ้ ปล่ียนแปลงกระบวนการใหม่ คอื เวรเช้า-เวรบ่าย
1. Treatment 1 ทาหน้าท่บี รหิ ารยาฉีด ผู้เตรยี มยาทง้ิ ไวใ้ น syringe โดยทีย่ ังไม่ตอ้ งผสม กบั สารละลาย

2. Treatment 2 ทาหนา้ ทีต่ รวจสอบขณะเตรยี มยา ฉีดยา ขนาดยา และเชค็ ชอ่ื ผ้ปู ว่ ยท้ายเตียง เวรดึก
3. Incharge ทาหนา้ ทบี่ รหิ ารยาฉีด ผู้เตรยี มยาทงิ้ ไว้ใน syringe โดยที่ยงั ไม่ต้องผสม กบั สารละลาย
4. On call ทาหน้าที่ตรวจสอบขณะเตรยี มยา ฉีดยา และเช็คช่ือผู้ป่วยท้ายเตยี ง

ผลการดาเนนิ งาน ไม่พบความคลาดเคลื่อนทางยา(Administration error ความเส่ียงระดับ E พบความคลาดเคลอ่ื น
ทางยาระดบั D จานวน 18 ครงั้ จากการทบทวนพบว่าเกิดจาก ไม่ได้ปฏบิ ตั ิตามแนวทางการ Double cheek จึงไดม้ ี

การทบทวน แนวทางการใหโ้ ดยหลกั Double cheek และมกี ารนิเทศกากบั ติดตามอย่างต่อเนือ่ งการดาเนินงาน
ปงี บประมาณ 2564 เน้นการนเิ ทศกากบั ติดตาม และทบทวนกระบวนการการปฏบิ ตั ิงาน

นวตั กรรม

“นาฬิกา ตะแคงลูกนอ้ ย”

ที่มาและความสาคัญ

จากข้อมูลปี 2560 – ปี 2561 พบเด็กหลงั คลอดร้อยละ 95 ตวั เหลอื ง on Photo therapy 2-5 วนั ทาให้
อัตราการครองเตยี งเพ่มิ มากขึ้น วันนอนยาวนานมากข้นึ จากการทบทวน และสอบถามจากมารดา ผู้ดูแลพบสาเหตุ
น้านมมารดาไหลนอ้ ย และมารดาไม่มีความรู้เกย่ี วกับการดูแลเด็กทารก on Photo therapy

จึงเกดิ แนวคดิ การใหค้ วามรู้ ให้คาแนะนา และอธิบายด้วยภาพ เพ่ือให้เหมาะสมกับผูป้ ว่ ยทงั้ สามารถอ่าน
หนงั สือได้ และ ไมส่ ามารถอ่านหนังสอื ได้

วัตถปุ ระสงค์
- เพือ่ ให้มารดาและผดู้ ูแลสามารถ ดูแลทารก ขณะ on Photo therapy ได้

- เพ่อื ลด วนั นอน ในเดก็ ทารก on Photo therapy
การดาเนนิ การ

- ทบทวนข้อมูลที่ได้ ค้นหาสาเหตุของปัญหา จากการสอบถาม สงั เกตมารดา ทารก

- ประชุมเพือ่ รวบรวมปญั หา สาเหตุ และแนวทางแกไ้ ขปญั หา
- คดิ ค้นนวตั กรรมเพ่อื แกไ้ ขปญั หา

รูปภาพการใช้ นวัตกรรม

จุดเน้นในการพัฒนา ปี 2564

1. ปรบั ปรงุ WI ของ IPD ได้แก่

 แนวทางในการรับใหม่-จาหน่ายผปู้ ว่ ย
 แนวทางการดูแลผูป้ ว่ ยท่ใี ช้เคร่อื งชว่ ยหายใจ
 แนวทางการดูแลหญงิ หลงั คลอดและเด็กแรกคลอด

2. พฒั นาระบบ บนั ทกึ ทางการพยาบาล
3. พัฒนาระบบนเิ ทศทางการพยาบาล
4. พัฒนางานแม่และเด็ก โดยจัดให้มีมุมนมแม่ การวางแผนใหส้ ุขศกึ ษา / วางแผนการจาหนา่ ยหลังคลอด
5. พฒั นางาน Palliative care
6. พัฒนาการวางแผนจาหนา่ ยในกลุ่มโรคทสี่ าคัญของโรงพยาบาล
7. พฒั นาระบบ การรบั สง่ เวรโดยใช้หลัก SBAR
8. พัฒนาระบบ Emergency Response
9. พัฒนาเกย่ี วกบั ระบบความเส่ยี งในหนว่ ยงาน ได้แก่ Specific clinical risk
10. โครงการอบรมทางวิชาการ การพยาบาลผู้ป่วยทใ่ี ช้ออกซเิ จนแรงดนั สูง และการพยาบาลผู้ปว่ ยที่ใชเ้ ครือ่ งช่วย

หายใจ


Click to View FlipBook Version