58 X ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการคูณจำนวน เต็มก่อนและหลังเรียนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย ตารางที่ 1 ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการคูณจำนวนเต็มก่อน และหลังเรียนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือ ** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 1 พบว่า นักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 41 คน ได้คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเท่ากับ 19.14 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.97 และคะแนน เฉลี่ยจากการทำแบบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนเท่ากับ 14.12 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.01 นักเรียนที่ได้เรียนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 นั้นแสดงว่า เมื่อนักเรียนได้รับการเรียนโดยใช้เทคนิคการสอน แบบร่วมมือนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนได้รับการเรียนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ ร่วมมือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน n S.D. Z Sig. หลังเรียน 44 19.14 0.97 3.537** .001 ก่อนเรียน 44 14.12 2.01
59 X ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการคูณจำนวน เต็มก่อนและหลังเรียนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบบรรยาย ** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 2 พบว่า นักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 41 คน ได้คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเท่ากับ 18.07 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.07 และคะแนน เฉลี่ยจากการทำแบบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนเท่ากับ 14.05 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.08 นักเรียนที่ได้เรียนโดยใช้เทคนิคการสอนการสอนแบบบรรยาย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 นั้นแสดงว่า เมื่อนักเรียนได้รับการเรียนโดยใช้ เทคนิคการสอนแบบบรรยายนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนได้รับการเรียนโดยใช้ เทคนิคการสอนแบบบรรยาย ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์การพัฒนาเทคนิคการสอนแบบร่วมมือและเทคนิคการสอนแบบ บรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม การหาประสิทธิภาพของการพัฒนาเทคนิคการสอนแบบร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม มี ขั้นตอนในการหาประสิทธิภาพของการบวนการและผลลัพธ์ (E1/E2)คือ การทดสอบแบบเดี่ยว การ ทดสอบแบบกลุ่ม และการทดสอบภาคสนาม ซึ่งผลการวิเคราะห์การพัฒนาเทคนิคการสอนแบบ ร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนต็ม มีดังนี้ ผลการทดสอบภาคสนาม (1:100) ผลการวิเคราะห์การพัฒนาเทคนิคการสอนแบบร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่ 1 และห้องที่ 2 ตามเกณฑ์ 80/80 ในการทดสอบภาคสนาม มีผลการทดสอบ และค่าเฉลี่ยดังนี้ ตารางที่ 3 ประสิทธิภาพ (E1/E2) ของเทคนิคการสอนแบบร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ในการ ทดสอบภาคสนาม (1:100) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน n S.D. Z Sig. หลังเรียน 44 18.07 1.07 3.321** .001 ก่อนเรียน 44 14.05 2.08
60 เครื่องมือ คะแนน คะแนนเต็ม X S.D. ร้อยละ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 15 13.21 1.97 88 ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) เท่ากับ 86 แบบทดสอบหลังเรียน 20 19.14 0.97 95 ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) เท่ากับ 80 จากตารางที่ 3 คะแนนเฉลี่ยจากการทำกิจกรรมย่อยในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้เทคนิคการ สอนแบบร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่ 2 จำนวน 2 กิจกรรม มี X เท่ากับ 13.21 และ S.D. เท่ากับ 1.97 คิดเป็นร้อยละ 88 ของคะแนนเต็ม (คะแนนเต็ม 15 คะแนน) และคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอน แบบร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่ 1 มี X เท่ากับ 19.14 และ S.D. เท่ากับ 0.97 คิดเป็นร้อยละ 95 ของคะแนนเต็ม (คะแนนเต็ม 20 คะแนน) ตารางที่ 4 ประสิทธิภาพ (E1/E2) ของเทคนิคการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ใน การทดสอบภาคสนาม (1:100) เครื่องมือ คะแนน คะแนนเต็ม X S.D. ร้อยละ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 15 12.93 2.03 86 ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) เท่ากับ 86 แบบทดสอบหลังเรียน 20 18.07 1.57 90 ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) เท่ากับ 80 จากตารางที่ 4 คะแนนเฉลี่ยจากการทำกิจกรรมย่อยในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้เทคนิคการ สอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่1 จำนวน 2 กิจกรรม มี X เท่ากับ 12.93 และ S.D. เท่ากับ 2.03 คิดเป็นร้อยละ 86 ของคะแนนเต็ม (คะแนนเต็ม 15 คะแนน)
61 X และคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอน แบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่1 มี X เท่ากับ 18.07 และ S.D. เท่ากับ 1.57 คิดเป็นร้อยละ 90 ของคะแนนเต็ม (คะแนนเต็ม 20 คะแนน) คิดเป็นร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม (คะแนนเต็ม 20 คะแนน) ดังนั้นแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและเทคนิคการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 80/80 ซึ่งเท่ากับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ตอนที่ 3 การวิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการสอน แบบร่วมมือเทคนิคการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม รายการความพึงพอใจ S.D. แปลผล 1. ครูมีการเตรียมการสอน 3.80 0.83 มาก 2. เนื้อหาที่สอนสอดคล้องกับชีวิตและทันสมัย 3.55 0.94 มาก 3. กิจกรรมการเรียนสนุกและน่าสนใจ 4.00 0.00 มาก 4. ครูให้โอกาสนักเรียนซักถามปัญหา 3.70 0.80 มาก 5. ครูส่งเสริมให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม/ทีม 3.95 1.00 มาก 6. ครูยอมรับความคิดเห็นของนักเรียนที่ต่างไปจากครู 3.95 0.89 มาก 7. ครูสามารถประยุกต์สิ่งที่สอนเข้ากับสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม 3.90 0.45 มาก 8. ครูตั้งใจสอน ให้คำแนะนำนักเรียนในการทำกิจกรรม 3.60 1.04 มาก 9. นักเรียนนำความรู้จากวิชานี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4.30 0.47 มาก 10. นักเรียนเรียนอย่างมีความสุข 3.55 0.76 มาก รวม 3.83 0.72 มาก
62 ตารางที่ 5 การวิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการสอน แบบร่วมมือและเทคนิคการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม จากตารางที่ 5 พบว่า ในภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม อยู่ในระดับมาก ( X = 3.83, S.D. = 0.72) ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่านักเรียนมีความพึงพอใจระดับ มาก จำนวน 10 ข้อ โดยความพึงพอใจที่ระดับมากเรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย 5 อันดับ แรก ได้แก่ นักเรียนนำความรู้จากวิชานี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้( X = 4.30, S.D. = 0.47) กิจกรรม การเรียนสนุกและน่าสนใจ ( X = 4.00, S.D. = 0.00) ครูส่งเสริมให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม/ ทีม ( X = 3.95, S.D. = 1.00) ครูยอมรับความคิดเห็นของนักเรียนที่ต่างไปจากครู( X = 3.95, S.D. = 0.89) และครูสามารถประยุกต์สิ่งที่สอนเข้ากับสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม ( X = 3.90, S.D. = 0.45)
63 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณจำนวน เต็ม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) โดยการใช้การจัดการ เรียนรู้แบบร่วมมือ และการจัดการเรียนรู้แบบบรรยาย ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อ 1) เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการคูณจำนวนเต็มก่อนและหลังเรียนโดยใช้เทคนิคการสอน แบบร่วมมือ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการคูณจำนวนเต็มก่อนและหลังเรียนโดย ใช้การสอนแบบบรรยาย 3) เพื่อพัฒนาเทคนิคการสอนแบบร่วมมือเรื่องการคูณจำนวนเต็ม 4) เพื่อ พัฒนาการสอนแบบบรรยายเรื่องการคูณจำนวนเต็ม 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยายเรื่องการคูณจำนวนเต็ม กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียน 1/2562โรงเรียน วัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) หมู่ที่ 2ตำบลท่าทองใหม่อำเภอกาญจนดิษฐ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 2 กลุ่มเรียน ซึ่งใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลครั้งนี้มี4 ชนิด ประกอบด้วย 1). แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลัง เรียนเรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเคียนซาพิทยาคม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็น แบบปรนัย แบบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ ใช้เวลา 40 นาที มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.50 – 0.75 มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.40 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่น 0.78 2). แผนการจัดการ เรียนรู้ เรื่องการคูณจำนวนเต็มโดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย จำนวน 2 แผน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 3). แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นแบบประมาณค่า 3 ระดับ ข้อคำถามจำนวน 5 ข้อ และ 4). แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณ จำนวนเต็ม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ข้อคำถามจำนวน 10 ข้อ และมีค่าความเชื่อมั่น 0.75
64 1. สรุปผลการวิจัย ผู้วิจัยได้สรุปผลการวิจัยไว้ดังนี้ 1. การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการคูณจำนวนเต็มก่อนและหลังเรียน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย สรุปได้ว่า หลังจากการจัดการเรียนรู้โดย ใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย ค่าคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 2. การศึกษาการพัฒนาเทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณ จำนวนเต็ม สรุปได้ว่า เทคนิคการสอนแบบร่วมมือ ในการทดสอบภาคสนาม (1:100) แผนการจัดการ เรียนรู้ โดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม มีประสิทธิภาพเท่ากับ 88/95 ซึ่ง สูงกว่ากับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ส่วนเทคนิคการสอนแบบร่วมมือ ในการทดสอบภาคสนาม (1:100) แผนการ จัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม มีประสิทธิภาพเท่ากับ 86/90 ซึ่งสูงกว่ากับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 3. การศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ ร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม สรุปได้ว่า หลังจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้ เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย ค่าคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจต่อการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณ จำนวนเต็ม อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.83 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 2. อภิปรายผล จากผลการวิจัยเรื่อง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1/2564 โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) โดยการใช้การ จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการจัดการเรียนรู้แบบบรรยาย อภิปรายผลได้ดังนี้ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการคูณจำนวนเต็มหลังได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและเทคนิคการสอนแบบบรรยาย สูงกว่าก่อนที่ได้รับการจัดการเรียนการ สอนแบบร่วมมือและการจัดการเรียนรู้แบบบรรยายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เป็นไปตาม สมมติฐานที่ตั้งไว้ โดยคะแนนของการจัดการเรียนรู้การสอนแบบร่วมมือ มีคะแนนแบบทดสอบก่อน เรียนมีค่าเฉลี่ยเป็น 4.00 คะแนน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 2.08 ส่วนคะแนนแบบทดสอบหลัง เรียนมีค่าเฉลี่ยเป็น 5.93 คะแนน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 1.21 ส่วนคะแนนของการจัดการ เรียนรู้การสอนแบบบรรยาย มีคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเป็น 4.00 คะแนน และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 2.08 ส่วนคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเป็น 5.93 คะแนน และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 1.21 ทั้งนี้ เนื่องจากการเรียนแบบร่วมมือ เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถต่างกัน ได้ร่วมมือกันทำงานกลุ่มด้วยความตั้งใจ มีการแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นกัน ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเต็มใจรับผิดชอบใน
65 บทบาทหน้าที่ในกลุ่มของตน ทำให้งานของกลุ่มดำเนินไปสู่เป้าหมายของงานได้ (อาภรณ์ ใจเที่ยง. 2550 : 121) การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือผู้สอนจะต้องเลือกเทคนิคการจัดการเรียนที่เหมาะสมกับ ผู้เรียน และผู้เรียนจะต้องมีความพร้อมที่จะร่วมกันทำกิจกรรม รับผิดชอบงานของกลุ่มร่วมกัน โดยที่ กลุ่มจะประสบความสำเร็จได้ เมื่อสมาชิกทุกคนได้เรียนรู้บรรลุตามจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ การ เรียนเป็นกลุ่มหรือเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง (พิมพันธ์ เดชะคุปต์.2544 : 15) และผลของการ วิจัยครั้งนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของ วัลยา บุญอากาศ (2556 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาผลการจัด การศึกษาแบบร่วมมือ เทคนิค STAD ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดวิเคราะห์ วิชา คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD สูงกว่านักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ แบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และสอดคล้องกับงานวิจัยของอธิภัทร ถามะณีศรี (2553 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้แบบฝึกหัดเสริมทักษะ เรื่องโจทย์ปัญหาเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่องโจทย์ปัญหาเศษส่วน ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนการจัดการเรียนรู้การสอนแบบบรรยาย กระบวนการที่ผู้สอนใช้ใน การช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยการเตรียมเนื้อหาสาระ แล้วบรรยาย คือ พูด บอก เล่า อธิบายเนื้อหาสาระหรือสิ่งที่ต้องการสอนแก่ผู้เรียน ให้ผู้เรียนซักถามแล้วประเมิน การเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการอย่างใด อย่างหนึ่ง (ทิศนา แขมมณี, 2544, หน้า 13) การบรรยาย เป็นวิธีถ่ายทอดความรู้ที่ใช้กันมานานในการเรียนการสอนในระดับอุดม ศึกษาเนื่องจากเป็นวิธีที่ สะดวก สามารถสอนหรือบรรยายให้ผู้ฟังได้ทีละมากๆ โดยทั่วไปจะใช้ในกรณีที่ต้องการนำเสนอ ความรู้ครั้งละมากๆ โดยใช้เวลาไม่มากนักจึงจัดเป็นวิธีสอนที่ประหยัดเวลาในการเรียนการสอนได้ เป็น อย่างดี วิธีนี้จะเหมาะสมมากหากผู้บรรยายมีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มีความรู้ในเนื้อหานั้น เป็นพิเศษ และต้องการให้ผู้ฟังได้คำอธิบายขยายความ หรือแนวคิดที่แปลกใหม่เป็นข้อมูลที่หาอ่าน จากเอกสารทั่วไปไม่ได้ 2. แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 88/95 หมายความว่า คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนจาก กิจกรรมระหว่างเรียน คิดเป็นร้อยละ 86 และคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนจากการทำแบบทดสอบหลัง เรียน คิดเป็นร้อยละ 95แสดงว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือ เรื่องการคูณ จำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่ 1 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เนื่องมาจาก แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ ร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่ 1 เป็นแผนที่ผ่านขั้นตอนการสร้างอย่าง เป็นระบบ และมีวิธีการที่เหมาะสม โดยเริ่มตั้งแต่ การเลือกและเรียบเรียงหน่วยการเรียนรู้ การศึกษา เอกสารหลักสูตร คู่มือการจัดการเรียนรู้ เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอนคณิตศาสตร์ การวิเคราะห์ หน่วยการเรียนรู้และได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง การตรวจสอบแก้ไขจากผู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่จะนำไป ทดลอง อีกทั้งแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ที่
66 ผู้วิจัยสร้างขึ้น ได้ผ่านการทดลองนำร่องกับนักเรียนก่อนที่จะนำไปทดลองจริง ทั้งนี้เพื่อทราบปัญหาที่ เกิดขึ้นระหว่างการทดลองสอน และเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค การสอนแบบร่วมมือ เรื่องการคูณจำนวนเต็ม โดยนำผลการทดลองไปปรับปรุงก่อนการทดลองจริง เพื่อให้มีความเหมาะสมและมีคุณภาพมากขึ้น เนื่องจากประโยชน์ของการเรียนแบบร่วมมือ คือนักเรียนที่ เก่งเข้าใจคำสอนของครู จะเปลี่ยนคำสอนของครูเป็นภาษาพูดของนักเรียน แล้วอธิบายให้เพื่อนฟังได้ และทำให้เพื่อนเข้าใจได้ดีขึ้น ส่วนแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบบรรยาย เรื่องการ คูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 86/90 หมายความว่า คะแนนเฉลี่ย ของนักเรียนจากกิจกรรมระหว่างเรียน คิดเป็นร้อยละ 83 และคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนจากการทำ แบบทดสอบหลังเรียน คิดเป็นร้อยละ 90 แสดงว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ บรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเทา กับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เนื่องมาจาก แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ เทคนิคการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องที่ 2 เป็นแผนที่ผ่าน ขั้นตอนการสร้างอย่างเป็นระบบ และมีวิธีการที่เหมาะสม โดยเริ่มตั้งแต่ การเลือกและเรียบเรียงหน่วย การเรียนรู้ การศึกษาเอกสารหลักสูตร คู่มือการจัดการเรียนรู้ เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอน คณิตศาสตร์ การวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้และได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง การตรวจสอบแก้ไขจาก ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่จะนำไปทดลอง อีกทั้งแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ได้ผ่านการทดลองนำร่องกับนักเรียนก่อนที่จะนำไปทดลอง จริง ทั้งนี้เพื่อทราบปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทดลองสอน และเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงแผนการ จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม โดยนำผลการทดลองไป ปรับปรุงก่อนการทดลองจริง เพื่อให้มีความเหมาะสมและมีคุณภาพมากขึ้น เนื่องจากประโยชน์ของการ เรียนการสอนแบบบรรยาย คือนักเรียนที่เก่งก็จะเข้าใจส่วนนักเรียนที่เรียนช้าก็อาจจะไม่เข้าใจ เนื่อง จาการสอนแบบบรรยาย กระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ กำหนด โดยการเตรียมเนื้อหาสาระ แล้วบรรยาย คือ พูด บอก เล่า อธิบายเนื้อหาสาระหรือสิ่งที่ ต้องการสอนแก่ผู้เรียน ให้ผู้เรียนซักถามแล้วประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการอย่างใด อย่าง หนึ่ง 3. นักเรียนที่เรียนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและ การสอนแบบบรรยายเรื่องการคูณจำนวนเต็ม มีความความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.83 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้เนื่องมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้เทคนิค การสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยายเรื่องการคูณจำนวนเต็ม เป็นการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น สำคัญ ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม มีการช่วยเหลือกันระหว่างกลุ่ม สร้างบรรยากาศทางการเรียนที่ แปลกใหม่ สนุกสนาน และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน ๆ เกิดความร่วมมือและสามัคคี มี การประเมินผลงานตนเอง บรรยากาศทางการเรียนอบอุ่น เพลิดเพลิน นักเรียนมีความสุขกับการเรียน เกิดจากนักเรียนมีความพึงพอใจ เมื่อได้รับความสำเร็จตามความมุ่งหมาย (สง่า ภู่ณรงค์. 2550 : 9) จึงทำให้ผู้เรียนมีความรู้สึกชอบและไม่เบื่อหน่ายต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้เทคนิคการ สอนแบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยายซึ่งความพึงพอใจจะส่งผลให้บุคคลมีเชื่อมั่นในตนเอง ทำงาน
67 ด้วยรัก ความร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงาน และเป็นพลังที่จะผลักดันให้หน่วยงานเจริญก้าวหน้า (กมล ชวนวัน. 2552 : 11) 3. ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ 1. การนำกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบ บรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) นี้ไปใช้ ครูผู้สอนควรปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพของนักเรียน ห้องเรียน จึงสามารถนำรูปแบบการจัดการ เรียนรู้ไปพัฒนาประกอบการจัดการเรียนการสอนในสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้ 2. ครูผู้สอนควรเตรียมการสอน ตามที่กำหนดไว้ในกิจกรรมการเรียนรู้ล่วงหน้า โดย ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหา และขั้นตอนการสอน เตรียมกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการ สอนแบบร่วมมือหรือการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัด ท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) ซึ่งเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่สำคัญ และควรศึกษาเกี่ยวกับการประเมินจาก สภาพจริงเพื่อให้สามารถวางแผนในการจัดและประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอน แบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุ เคราะห์) ที่ผู้วิจัยได้ศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นอื่นหรือวิชา อื่นได้ ข้อเสนอแนะในการวิจัย 1. ควรวิจัยเกี่ยวกับผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิคการสอน แบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดท่า ไทร(ดิตถานุเคราะห์) ในเนื้อหาบทเรียนอื่น ๆ 2. ควรวิจัยเกี่ยวกับผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิคการสอน แบบร่วมมือและการสอนแบบบรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดท่า ไทร(ดิตถานุเคราะห์) ร่วมกับตัวแปรอื่น ๆ ที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3. ควรนำกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือและการสอนแบบ บรรยาย เรื่องการคูณจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) นี้ไปปรับ ใช้กับนักเรียนในโรงเรียนอื่น ๆ และเก็บข้อมูลการศึกษาทั้งในด้านครู นักเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้อง
ประวัติย่อผู้วิจัย ชื่อ – ชื่อสกุล นางสาวทิยา บัวมณี วัน เดือน ปีเกิด 26 มีนาคม 2538 สถานที่เกิด จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานที่อยู่ปัจจุบัน 48 หมู่ที่ 10 ตำบลต้นยวน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี รหัสไปรษณีย์ 84250 ตำแหน่งหน้าที่การงานปัจจุบัน ครูโรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2556 หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฏร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
69 ภาคผนวก ค การแปลผลการวิเคราะห์ความยากง่ายและอำนาจจำแนก ตารางที่ 11 การแปลผลการวิเคราะห์ความยากง่ายและอำนาจจำแนก
70 ข้อที่ p r แปลความ ผลการ พิจารณา 1 ก. 0.20 -0.40 -ข้อสอบนี้ยากปานกลาง มีอำนาจ จำแนกดี - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ข. และ ง. ข. 0.15 -0.20 ใช้ได้ (ค.) 0.55 0.60 ง. 0.10 0.00 2 (ก.) 0.75 0.60 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกดี - ควรปรับปรุงตัวลวง ข. ค. และ ง. ข. 0.15 -0.20 ใช้ได้ ค. 0.00 0.00 ง. 0.10 -0.40 3 ก. 0.00 0.00 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกปานกลาง - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ข. และ ค. ข. 0.10 -0.40 ใช้ได้ ค. 0.25 0.00 (ง.) 0.65 0.40 4 (ก.) 0.60 0.80 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกดีมาก - ควรปรับปรุงตัวลวง ข. และ ค. ข. 0.20 -0.60 ใช้ได้ ค. 0.15 -0.20 ง. 0.05 0.40 5 ก. 0.05 -0.20 - ข้อสอบนี้ยากปานกลาง มีอำนาจ จำแนกดี - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ข. และ ค. ข. 0.30 -0.20 ใช้ได้ ค. 0.15 -0.20 (ง.) 0.50 0.60 ตารางที่ 11 การแปลผลการวิเคราะห์ความยากง่ายและอำนาจจำแนก(ต่อ) ข้อที่ p R แปลความ ผลการ พิจารณา 6 ก. 0.20 -0.60 -ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกดีเลิศ ใช้ได้
71 (ข.) 0.70 1.00 - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ค. และ ง. ค. 0.05 -0.20 ง. 0.05 -0.20 7 ก. 0.30 -0.40 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกปานกลาง - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ค. และ ง. (ข.) 0.60 0.40 ใช้ได้ ค. 0.10 0.00 ง. 0.00 0.00 8 ก. 0.10 -0.20 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกปานกลาง - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ข. และ ค. ข. 0.20 -0.20 ใช้ได้ ค. 0.05 0.00 (ง.) 0.65 0.40 9 ก. 0.15 -0.60 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกดีเลิศ - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ข. และ ง. ข. 0.15 -0.40 ใช้ได้ (ค.) 0.60 1.00 ง. 0.10 0.00 10 ก. 0.05 0.00 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกดี - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ค. และ ง. (ข.) 0.60 0.60 ใช้ได้ ค. 0.15 -0.60 ง. 0.20 0.00 ตารางที่ 11 การแปลผลการวิเคราะห์ความยากง่ายและอำนาจจำแนก(ต่อ) ข้อที่ p r แปลความ ผลการ พิจารณา 11 (ก.) 0.70 0.40 -ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกปานกลาง - ควรปรับปรุงตัวลวง ข. ค. และ ง. ข. 0.10 -0.20 ใช้ได้ ค. 0.15 -0.20 ง. 0.05 0.00 12 ใช้ได้
72 ก. 0.05 0.00 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกดี - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ค. และ ง. (ข.) 0.70 0.60 ค. 0.15 -0.60 ง. 0.10 0.00 13 (ก.) 0.75 0.20 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกได้บ้าง - ควรปรับปรุงตัวลวง ข. ค. และ ง. ข. 0.10 0.00 ใช้ได้ ค. 0.15 -0.20 ง. 0.00 0.00 14 ก. 0.00 0.00 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกดี - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ข. และ ค. ข. 0.20 -0.60 ใช้ได้ ค. 0.20 0.00 (ง.) 0.60 0.60 15 ก. 0.25 -0.20 - ข้อสอบนี้ยากปานกลาง มีอำนาจ จำแนกดีมาก - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ข. และ ง. (ข.) 0.50 0.80 ใช้ได้ ค. 0.15 -0.40 ง. 0.10 -0.20 ตารางที่ 11 การแปลผลการวิเคราะห์ความยากง่ายและอำนาจจำแนก(ต่อ) ข้อที่ p r แปลความ ผลการ พิจารณา 16 (ก.) 0.70 0.40 -ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกปานกลาง - ควรปรับปรุงตัวลวง ข. ค. และ ง. ข. 0.10 -0.20 ใช้ได้ ค. 0.15 -0.20 ง. 0.05 0.00 17 ก. 0.05 0.00 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกดี - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ค. และ ง. (ข.) 0.70 0.60 ใช้ได้ ค. 0.15 -0.60 ง. 0.10 0.00 18 (ก.) 0.75 0.20 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกได้บ้าง ใช้ได้
73 ข. 0.10 0.00 - ควรปรับปรุงตัวลวง ข. ค. และ ง. ค. 0.15 -0.20 ง. 0.00 0.00 19 ก. 0.00 0.00 - ข้อสอบนี้ค่อนข้างง่าย มีอำนาจ จำแนกดี - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ข. และ ค. ข. 0.20 -0.60 ใช้ได้ ค. 0.20 0.00 (ง.) 0.60 0.60 20 ก. 0.25 -0.20 - ข้อสอบนี้ยากปานกลาง มีอำนาจ จำแนกดีมาก - ควรปรับปรุงตัวลวง ก. ข. และ ง. (ข.) 0.50 0.80 ใช้ได้ ค. 0.15 -0.40 ง. 0.10 -0.20 สรุปข้อสอบที่ใช้ได้จำนวน 15 ข้อ ได้แก่ ข้อ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19 และ 20
74 ภาคผนวก ง ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบ ร่วมมือ แบบเดี่ยว (1:1) ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบ บรรยาย แบบเดี่ยว (1:1) ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบ ร่วมมือ แบบกลุ่ม (1:10) ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบ บรรยาย แบบกลุ่ม (1:10) ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบ ร่วมมือ ภาคสนาม (1:100) ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบ บรรยาย ภาคสนาม (1:100)
75 ตารางที่ 12 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค การเรียนรู้แบบร่วมมือ แบบเดี่ยว (1:1) คนที่ คะแนนแบบสังเกต พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คะแนนทดสอบ หลังเรียน 1 14 9 2 13 8 3 10 7 คะแนนเต็ม 20 20 ค่าเฉลี่ย 13 8.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.16 1.29 ร้อยละ 86 85 E1/E2 = 86/85
76 ตารางที่ 13 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค การเรียนรู้แบบบรรยาย แบบเดี่ยว (1:1) คนที่ คะแนนแบบสังเกต พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คะแนนทดสอบ หลังเรียน 1 14 9 2 13 8 3 10 7 คะแนนเต็ม 20 20 ค่าเฉลี่ย 13 8.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.16 1.29 ร้อยละ 86 85 E1/E2 = 86/85
77 ตารางที่ 14 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค การเรียนรู้แบบร่วมมือ แบบกลุ่ม (1:10) คนที่ คะแนนแบบสังเกต พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คะแนนทดสอบ หลังเรียน 1 14 9 2 12 7 3 13 8 4 8 9 5 13 10 6 15 10 7 15 7 8 12 7 9 8 6 คะแนนเต็ม 15 10 ค่าเฉลี่ย 12.22 8.11 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.64 1.45 ร้อยละ 81 81 E1/E2 = 81/81
78 ตารางที่ 15 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค การเรียนรู้แบบบรรยาย แบบกลุ่ม (1:10) คนที่ คะแนนแบบสังเกต พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คะแนนทดสอบ หลังเรียน 1 14 9 2 12 7 3 13 8 4 8 9 5 13 10 6 15 10 7 15 7 8 12 7 9 8 6 คะแนนเต็ม 15 10 ค่าเฉลี่ย 12.22 8.11 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.64 1.45 ร้อยละ 81 81 E1/E2 = 81/81
79 ตารางที่ 16 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค การเรียนรู้แบบร่วมมือ ภาคสนาม (1:100) คนที่ คะแนนแบบสังเกต พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คะแนนทดสอบ หลังเรียน 1 12 9 2 14 8 3 15 9 4 15 8 5 12 7 6 8 6 7 11 10 8 12 7 9 15 8 10 13 8 11 12 9 12 14 9 13 15 7 14 13 8 คะแนนเต็ม 15 10 ค่าเฉลี่ย 12.93 8.07 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.97 1.07 ร้อยละ 86 80
80 E1/E2 = 86/80 ตารางที่ 17 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค การเรียนรู้แบบบรรยาย ภาคสนาม (1:100) คนที่ คะแนนแบบสังเกต พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คะแนนทดสอบ หลังเรียน 1 12 9 2 14 8 3 15 9 4 15 8 5 12 7 6 8 6 7 11 10 8 12 7 9 15 8 10 13 8 11 12 9 12 14 9 13 15 7 14 13 8 คะแนนเต็ม 15 10 ค่าเฉลี่ย 12.93 8.07
81 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.97 1.07 ร้อยละ 86 80 E1/E2 = 86/80
ฮฮ