แบบรายงานการวิจยั (ว-สอศ-3)
รายงานผลโครงการวจิ ยั
เร่ือง
ต้แู ยกแกว้ น้ำพลาสตกิ อตั โนมตั ิ
Automatic Plastic Tumbler
นางสาวชมพนู ทุ เสนาคำ
นางสาวณฐั ชยา อทุ า
ประจำปีการศกึ ษา 2564
ปีพทุ ธศกั ราช 2563-2564
วิทยาลยั เทคนคิ ระยอง
อาชีวศึกษาจงั หวดั ระยอง
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศึกษาธกิ าร
ก
หวั ข้อวจิ ัย ตู้แยกแกว้ นำ้ พลาสตกิ อตั โนมัติ
ผูด้ ำเนนิ การวจิ ยั 1) นางสาวชมพูนุท เสนาคำ
2) นางสาวณฐั ชยา อุทา
ทีป่ รึกษา 1) นายอทุ ยั ศรษี ะนอก
2) นางสาวอัจฉราภรณ์ เกลีย้ งพร้อม
หนว่ ยงาน วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง
ปี พ.ศ. 2564
บทคัดยอ่
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติ 2) เพื่อศึกษาความ
พึงพอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 ห้อง 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล
วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่มีต่อตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติ และ 3) เพื่อเผยแพร่ผ่านโครงการ
ประกวดโครงการวิชาชีพ ชมรมเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ประชากรและกลุ่ม
ตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 ห้อง 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล
วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง จำนวน 30 คน เครอ่ื งมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ยั ไดแ้ ก่ ตู้แยกแก้วน้ำพลาสตกิ อัตโนมตั ิ
และแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ชน้ั ปที ่ี 1 หอ้ ง 1 สาขาวิชา
เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่มีต่อตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติ สถิติที่ใช้ใน
งานวิจัย การวิเคราะห์ขอ้ มลู ใชส้ ถิตคิ ่ารอ้ ยละ ค่าเฉลยี่ และคา่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย กลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของ นักเรียนระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 ห้อง 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทลั วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่มี
ต่อตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมตั ิ พบว่า 1) การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนก
ตามเพศส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 80.00 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด
มากกว่าเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 20.00 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 2) การวิเคราะห์
ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามอายุส่วนใหญ่ อายุ 15-16 ปี คิดเป็นร้อยละ 97.50
ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด อายุ 17-18 ปี คิดเป็นร้อยละ 2.50 และอายุ 19-20 ปี
คิดเป็นร้อยละ 0.00 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 3) ความพึงพอใจด้านโครงสร้างของ
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับดี ( ̅=4.35, S.D.=0.05) เมื่อพิจารณาเป็น
รายข้อแล้วสรุปได้ว่า วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สร้างตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกมีความแข็งแรง ( ̅=4.48,
S.D.=0.60) ความทนทานของวัสดุที่ใช้ ( ̅=4.45, S.D.=0.55) และความแข็งแรงของตู้แยกแก้วน้ำ
พลาสติก ( ̅=4.38, S.D.=0.67) 4) ความพึงพอใจด้านการใช้งานของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ท่ี
มีความคดิ เห็นอยใู่ นระดบั ดี ( ̅=4.38, S.D.=0.03) เม่ือพจิ ารณาเปน็ รายข้อสรุปได้วา่ ความสะดวกในการ
ก
ใช้งานของตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติ ( ̅=4.48, S.D.=0.60) ความปลอดภัยของตู้แยกแก้วน้ำ
พลาสติกอัตโนมัติ ( ̅=4.38, S.D.=0.63) และง่ายต่อการใช้งาน ( ̅=4.33, S.D.=0.57) 5) ความพึง
พอใจด้านความคุ้มค่าของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับดี ( ̅=4.41,
S.D.=0.00) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อสรุปได้ว่า ตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติสามารถใช้งานได้จริง
( ̅=4.43, S.D.=0.55) และระยะเวลาที่ใช้ในการทำตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติ ( ̅=4.40,
S.D.=0.55)
ข
กิตติกรรมประกาศ
งานวิจัยฉบับนี้สำเร็จสมบูรณ์ได้ด้วยดีเพราะได้รับความกรุณาชี้แนะและช่วยเหลืออย่างดียิ่ง
จากนายอุทัย ศรีษะนอก และนางสาวอัจฉราภรณ์ เกลี้ยงพร้อม อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ ที่ให้
คำแนะนำและตรวจแก้ไขข้อบกพร่องมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จเรียบร้อย ผู้วิจัยขอกราบ
ขอบพระคณุ ด้วยความเคารพอย่างสูงไว้ ณ โอกาสน้ี
กราบขอบพระคุณบิดามารดา ที่สนับสนุนและให้กำลังใจจนงานวิจัยสำเร็จด้วยดี คุณค่าและ
ประโยชน์อันพึงมีจากการศึกษาวิจัยน้ี ผู้วิจัยขอน้อมบูชาพระคุณบิดามารดาและบูรพาจารย์ทุกท่าน
ที่ได้อบรมสั่งสอนวิชาความรู้ และให้เมตตาแก่ผู้วิจัยมาโดยตลอด และเป็นกำลังใจสำคัญ ที่ทำให้การ
ศกึ ษาวิจยั ฉบับนส้ี ำเร็จลลุ ว่ งไดด้ ว้ ยดี
คณะผูว้ จิ ยั
2564
สารบัญ ค
บทคัดยอ่ ภาษาไทย หน้า
กิตตกิ รรมประกาศ ก
สารบัญ ข
สารบัญตาราง ค
สารบัญภาพ ง
จ
บทท่ี 1 บทนำ
ความเป็นมาและความสำคญั 1
วตั ถุประสงค์ของการวิจยั 1
ขอบเขตการวิจยั 2
ข้อจำกดั (ถา้ ม)ี 2
สมมตฐิ านการวจิ ยั (ถา้ ม)ี 2
คำจำกัดความท่ีใช้ในงานวิจยั 2
ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะได้รับ 2
บทที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎี เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกย่ี วขอ้ ง... 3
แนวคิดเกยี่ วกับแกว้ นำ้ พลาสตกิ 8
แนวคดิ เกย่ี วกบั ระบบอัตโนมัติ 11
แนวคิดเกย่ี วกับ NodeMCU ESP8266 14
งานวิจยั ทเี่ กยี่ วขอ้ ง 16
กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย
17
บทท่ี 3 วธิ ีดำเนินการวจิ ัย 17
การสรา้ งเครอื่ งมือในการวิจัย 17
ประชากรและการสุม่ กลมุ่ ตัวอย่าง 19
การดำเนนิ การทดลอง 21
แผนผงั งาน 21
วงจรการทำงาน 22
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
สถติ ิท่ใี ชแ้ ละวิธีวิเคราะห์ขอ้ มลู
บทท่ี 4 ผลการวจิ ยั ค
ผตู้ อบแบบสอบถามจำแนกตามเพศ
ผตู้ อบแบบสอบถามจำแนกตามอายุ 23
ความพงึ พอใจดา้ นโครงสร้าง 24
ความพงึ พอใจด้านการใช้งาน 25
ความพงึ พอใจดา้ นความค้มุ คา่ 26
27
บทที่ 5 สรปุ ผลการวจิ ยั อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
สรุปผลการวิจยั 28
อภปิ รายผล 29
ข้อเสนอแนะในการวจิ ยั 29
30
บรรณานกุ รม
32
ภาคผนวก 47
ก แบบเสนอโครงการวจิ ยั สงิ่ ประดษิ ฐข์ องคนรนุ่ ใหม่ (ว-สอศ-2) 50
ข แบบเสนอความพึงพอใจ 51
ค QR Code Video ชนิ้ งานตแู้ ยกแก้วนำ้ พลาสติกอัตโนมัติ
ประวัติผู้วจิ ยั
สารบญั ตาราง ง
ตารางท่ี หน้า
4.1 แสดงจำนวนของผูต้ อบแบบสอบถามจำแนกตามเพศ 23
4.2 แสดงจำนวนของผตู้ อบแบบสอบถามจำแนกตามอายุ 24
4.3 แสดงความพงึ พอใจดา้ นโครงสร้าง 25
4.4 แสดงความพึงพอใจด้านการใชง้ าน 26
4.5 แสดงความพึงพอใจด้านความคุ้มค่า 27
สารบญั ภาพ จ
รูปที่ หน้า
2.1 แสดงแก้วพลาสติก (PET หรือ PETE) 4
2.2 แสดงแกว้ พลาสติก (PP) 5
2.3 แสดงแกว้ พลาสติก (PS) 5
2.4 แสดงพลาสติกพอลโิ พรไพลีน 6
2.5 แสดงพลาสติกพอลิเอทธิลนี เทเรฟธาเลท 7
2.6 แสดงพลาสติกพอลิสไตรีน 8
2.7 แสดงระบบอัตโนมัติทางอตุ สาหกรรม 9
2.8 แสดงNodemcu V1 11
2.9 แสดงNodemcu V2 12
2.10 แสดงNodemcu V3 12
2.10 แสดงองคป์ ระกอบของ NodeMCU ESP8266 13
2.12 แสดงกรอบแนวคิดในการวิจัย 16
3.1 แสดงแผนผังโครงงาน 20
3.2 แสดงแผนผงั งานโปรแกรม 20
3.3 แสดงรูปแบบการทำงานของวงจร 21
4.1 แผนภมู แิ สดงจำนวนของผตู้ อบแบบสอบถามจำแนกตามเพศ 23
4.2 แผนภูมแิ สดงจำนวนของผูต้ อบแบบสอบถามจำแนกตามอายุ 24
4.3 แผนภูมแิ สดงความพึงพอใจดา้ นโครงสร้าง 25
4.4 แสดงแผนภูมิแสดงความพงึ พอใจด้านการใชง้ าน 26
4.5 แผนภมู แิ สดงความพึงพอใจดา้ นความค้มุ คา่ 27
บทท่ี 1
บทนำ
1.1 ความเปนมาและความสำคัญ
ปจ จุบันมกี ารนำพลาสตกิ มาใชใ นชีวติ ประจำวนั มากข้ึน เนื่องจากพลาสติกมีราคาถูก นำ้ หนกั
เบา โดยในชวง 10 ปที่ผานมา มีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณรอยละ 12 ของปริมาณขยะท่ี
เกิดขึ้นทั้งหมดหรือประมาณปละ 2 ลานตัน และพลาสติกจะมีอายุยาวนานแตมีอายุการใชงาน
สั้นมาก โดยจะถูกทิ้งเปนขยะมูลฝอย อีกทั้งยังใชเวลาในการยอยสลายนับรอยป ทำใหตอง
สิ้นเปลืองงบประมาณและพื้นที่ฝงกลบขยะกอใหเ กิดปญหาดานทัศนวิสัย (กอรดอน ออลพอรต,
2554) ความสะอาด และพ้นื ทจี่ ัดเกบ็ ซง่ึ มีอยางจำกัด
เมื่อกลาวถึงการทิ้งขยะพลาสติกจนลนถังในปจจุบันนั้นไดมีการสงเสริมใหมีการคัดแยกขยะ
จึงเปนวิธีที่จะชวยแกปญหาดังกลาวได ซึ่งการแยกขยะจะนำมาประยุกตใชไดอีกหลายอยาง
ขยะที่รวมกันสงผลเสียหลายทางทั้งดานระบบนิเวศ กลิ่นของเสีย ขอดีของการแยกขยะชวยลด
ปริมาณขยะ เพราะเมื่อแยกขยะที่รีไซเคิลไดจะเหลือขยะจริงๆ เพื่อนำไปกำจัดนอยลงใชงบเพื่อ
การกำจัดขยะนอยลง สามารถนำงบไปพัฒนาดานอื่นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไดชวยลดการ
สิ้นเปลืองพลังงานและทรัพยากรโดยการรีไซเคิล ซึ่งบางอยางสามารถขายและชวยเพิ่มรายได
เล็กๆ นอยๆ ชวยรักษาสิ่งแวดลอม นอกจากจะชวยใหระบบนิเวศไมเปนอันตรายยังชวยลดงบ
เพ่อื กำจัดขยะนอยลงดวย เชน นำมาประยุกตใ ชกับการแยกแกวนำ้ พลาสตกิ
ดังนั้นผูจัดทำจึงสนใจและคิดพัฒนาตูแยกแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติขึ้นมาเพื่ออำนวยความ
สะดวกใหกบั ผูทีท่ ิ้งขยะไมลงถงั หรือไมคัดแยกขยะ เพื่อใหการแยกทิ้งแกวน้ำพลาสติกนั้นงายตอ
การคัดแยกขยะพลาสติก สามารถนำแกวพลาสติกมาขายเพื่อชวยเพิ่มรายไดเล็กๆ นอยๆ ชวย
รักษาสิ่งแวดลอม และยังสามารถนำไปประยุกตใชในการจัดการขยะประเภทแกวน้ำพลาสติก
และลดพืน้ ที่การจดั เก็บขยะแกว น้ำพลาสติกในวิทยาลยั เทคนคิ ระยองได
1.2 วตั ถุประสงคข องการวจิ ยั
1.2.1 เพอ่ื สรา งตแู ยกแกว นำ้ พลาสตกิ อัตโนมัติ
1.2.2 เพ่อื ศึกษาความพึงพอใจของนกั เรยี นระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ช้ันปที่ 1 หอง 1
สาขาวชิ าเทคโนโลยธี ุรกิจดจิ ิทลั วิทยาลยั เทคนิคระยอง ท่มี ีตอ ตแู ยกแกว นำ้ พลาสติก
อัตโนมตั ิ
1.2.3 เพื่อเผยแพรผานโครงการประกวดโครงการวิชาชีพ ชมรมเทคโนโลยธี รุ กิจดิจิทัล
วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง
2
1.3 ขอบเขตการวิจัย
1.3.1 ขอบเขตดานเนือ้ หา
1.3.1.1 ศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎีท่ีเกี่ยวขอ งกับตูแ ยกแกว น้ำพลาสตกิ อัตโนมัติ
1.3.1.2 ศึกษาวิธีการทิง้ นำ้ โดยระบบเซนเซอร
1.3.2 ขอบเขตดานประชากรและกลมุ ตัวอยาง
กลมุ นักเรยี นระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพ ชั้นปท่ี 1 หอง 1 สาขาวชิ าเทคโนโลยี
ธรุ กิจดจิ ทิ ลั วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอตูแยก
แกว น้ำพลาสตกิ อัตโนมตั ิ จำนวน 30 คน
1.3.3 ขอบเขตดา นเวลา
เดอื นมิถนุ ายน 2564 - เดอื นกันยายน 2564
1.4 ขอจำกดั (ถาม)ี
1.4.1 สามารถกกั เก็บแกวน้ำพลาสติกไดประมาณ 20 ใบ/ครั้ง
1.4.2 บรรจุน้ำไดป ระมาณ 6 ลิตร/ครง้ั
1.5 สมมติฐานการวิจยั (ถาม)ี
1.5.1 ตัวแปรตน คือ ตแู ยกแกว พลาสตกิ
1.5.2 ตวั แปรตาม คือ สามารถแยกแกว พลาสตกิ กับน้ำได
1.5.3 ตัวแปรควบคุม คือ ชนดิ ของแกวพลาสตกิ ขนาดของแกวพลาสติกและนำ้ หนัก
1.6 คำจำกดั ความทใี่ ชในงานวิจยั
1.6.1 แกว นำ้ พลาสติก (Plastic) หมายถงึ แกวนำ้ ทีม่ คี วามโปรง ใสแข็งแรงทนทานเหนยี วไมแ ตก
สามารถปอ งกนั การซมึ ผานของกา ซไดดี และทนตอ อณุ หภูมิไมเ กิน 70 ถึง 100 องศา
ผลิตจากพลาสตกิ ประเภทโพลีเอทธลิ ีน
1.6.2 ระบบอัตโนมตั ิ (Automatic) หมายถึง อุปกรณอเิ ลก็ ทรอนิกสที่สามารถทำงานไดด วย
ตัวเองตามโปรแกรมทีม่ นุษยเ ปนผคู วบคุมไว เชน ระบบรดนำ้ อตั โนมตั ิ
1.7 ประโยชนท คี่ าดวา จะไดรบั
1.7.1 ไดต แู ยกแกว นำ้ พลาสตกิ อัตโนมตั ิ ทีส่ ามารถแยกแกวกบั นำ้ ได
1.7.2 ไดค วามพึงพอใจของนักเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยธี ุรกจิ ดจิ ิทัลท่ีมตี อ ตูแ ยกแกวน้ำพลาสตกิ
อัตโนมัติ อยูในระดับดีมาก
1.7.3 ไดเ ผยแพรผานโครงการประกวดโครงการวิชาชีพ ชมรมเทคโนโลยีธุรกิจดจิ ทิ ลั
วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง
1
บทที่ 2
แนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเก่ยี วของ
ในการวิจัยเรื่อง ตูแยกแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติ เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับ
ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ช้ันปท ่ี 1 หอ ง 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดจิ ทิ ัล วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง
ผูวิจัยไดศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและงานที่เกี่ยวของ เพื่อเปนพื้นฐานในการดำเนินการวิจัย ตามหัวขอ
ดังนี้
2.1 แนวคิดเก่ียวกับแกว น้ำพลาสติก
2.1.1 ความหมายของแกว นำ้ พลาสติก
2.1.2 ประเภทของแกว นำ้ พลาสติก
2.1.3 คณุ สมบตั ขิ องแกวน้ำพลาสติก
2.2 แนวคิดเก่ียวกับระบบอัตโนมัติ
2.2.1 ความหมายของระบบอตั โนมตั ิ
2.2.2 ประเภทของระบบอตั โนมตั ิ
2.2.3 ประโยชนข องระบบอตั โนมัติ
2.3 แนวคดิ เกี่ยวกบั NodeMCU ESP8266
2.3.1 ความหมายของ NodeMCU ESP8266
2.3.2 ประเภทของ NodeMCU ESP8266
2.3.3 องคประกอบของ NodeMCU ESP8266
2.4 งานวจิ ยั ทีเ่ กยี่ วขอ ง
2.5 กรอบแนวคิดในการวิจัย
รายละเอยี ดแตละหัวขอ ดังน้ี
2.1 แนวคิดเกี่ยวกับแกว น้ำพลาสตกิ อตั โนมตั ิ
ในการนำเสนอเกี่ยวกับแนวคดิ เกยี่ วกบั แกว น้ำพลาสตกิ อตั โนมตั ิ มีหัวขอยอ ยคอื ความหมาย
ของแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติ ประเภทของแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติและลักษณะของแกวน้ำพลาสติก
อตั โนมตั ิ รายละเอยี ดแตล ะหวั ขอ ยอยมดี งั น้ี
2.1.1 ความหมายของแกวนำ้ พลาสติก
2.1.1.1 แกวนำ้ พลาสตกิ (Plastic) หมายถึง แกวนำ้ ทมี่ คี วามโปรง ใส แข็งแรงทนทาน
เหนยี วไมแ ตกสามารถปอ งกันการซมึ ผา นของกาซไดดี และทนตออุณหภมู ไิ ม
เกิน 70 ถึง 100 องศา ผลติ จากพลาสตกิ ประเภทโพลีเอทธลิ นี
4
2.1.2 ประเภทของแกวนำ้ พลาสติก
มีผกู ลา วถึงประเภทของแกว นำ้ พลาสติกไวด งั นี้
(บริษทั แวนดาแพค จำกัด, 2561) กลา ววา ประเภทของแกวนำ้ พลาสติก ไดแก
2.1.2.1 แกว พลาสติกนัน้ สามารถแบง ประเภทของพลาสตกิ ได 3 ประเภทดงั นี้
1) ประเภทของแกวพลาสติก : พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (Polyethylne
Terphthalate) (PET หรือ PETE) เปนพลาสติกใส แข็งทนแรงกระแทกดีไม
เปราะแตกงายและกันแกสซึมผานดี ใชทำขวดบรรจุน้ำดื่ม ขวดน้ำมันพืช แกว
พลาสติกเปน ตน สามารถนำแกวพลาสติกกลบั มาใชได สามารถนำแกว พลาสติก
รีไซเคิล เปน เสนใยพรมและใยสังเคราะหสำหรับยดั หมอน เปน ตน
รูปที่ 2.1 แสดงแกว พลาสตกิ (PET หรือ PETE)
2) ประเภทของแกวพลาสติก : พอลิโพรพิลีน (Polypropylene) หรือ (PP) พอลิ
โพรพิลีน (Polypropylene) เปนพลาสติกที่มีความใส ทนทานตอความรอน คง
รูปเหนียวและทนแรงกระแทกไดดี นอกจากนี้ยังทนตอสารเคมีและน้ำมันใชทำ
ภาชนะบรรจุอาหาร แกว พลาสตกิ ได เชน กลอ ง ชาม จาน ถงั ตะกรา กระบอก
ใสน ้ำเย็นขวดซอส แกวโยเกิรต ขวดบรรจุยา แกว พลาสตกิ เปน ตน
5
รูปท่ี 2.2 แสดงแกว พลาสตกิ (PP)
3) ประเภทของแกวพลาสตกิ : พอลิสไตรนี (Polystyrene หรือ PS) พอลิสไตรีน
(Polystyrene) เปน พลาสติกทมี่ คี วามใสแตเปราะและแตกงา ย ใชท ำภาชนะ
บรรจขุ องใชตา งๆ หรือโฟมใสอ าหาร แกว พลาสตกิ เปนตน
รปู ท่ี 2.3 แสดงแกว พลาสตกิ (PS)
2.1.3 คณุ สมบตั ขิ องแกว นำ้ พลาสตกิ
มผี ูก ลาวถงึ คุณสมบัตขิ องแกวน้ำพลาสติกไวด ังน้ี
(บรษิ ทั แวนดาแพค จำกดั , 2562) กลาววา คณุ สมบัตขิ องแกว นำ้ พลาสตกิ ไดแก
2.1.3.1 พลาสติก PP พอลิโพรไพลนี (Polypropylene) มีความแข็ง ทนทานตอ การขดี
6
ขวนคงตัวไมเสยี รปู งาย ทำมาจากพอลิโพรไพลีน (Polypropylene) เปน เทอรโม
พลาสตกิ (Thermoplastic) คอื พอลิเมอรพลาสติกทส่ี ามารถขน้ึ รูปได โดยใชความ
รอ นไดหลายคร้ัง
1) มีความแข็ง ความเปราะและแตกงายนอยกวา HDPE และมีความยืดหยุนนอย
กวา LDPE มีผิวแข็ง ทนทานตอการขีดขวนคงตัวไมเสียรูปงาย มี ความทนทาน
มากสามารถทำเปน บานพบั ในตวั
2) เมื่อไมไดผ สมสีมีลกั ษณะขาวขนุ ไมทึบแตไมใ ส ทบึ แสงกวาพอลิเอทลิ นี (PE) แต
ไมใสเทา กบั พอลิสไตรีน (PS)
3) มีน้ำหนักเบา เนื่องจากมีความหนาแนนนอย ในชวง 0.855 - 0.946 g/cm3
ดว ยเหตนุ ีจ้ ึงสามารถลอยนำ้ ไดเ ชนเดยี วกนั กับพอลิเอทิลนี
4) มีจุดหลอมเหลวสูง 130–171องศาเซลเซียส จึงสามารถทนอุณหภูมิสูงที่ใชใน
การฆาชอื้ (Sterilization : 100 องศาเซลเซียส) ได
5) เปน ฉนวนไฟฟา ทดี่ มี าก แมทีอ่ ณุ หภมู สิ ูง
6) มคี วามตานทานการซึมผานของไอน้ำและกา ซไดด ี
7) ทนทานตอสารเคมีสวนมาก ไดแก กรด ดาง แอลกอฮอล ตัวทำละลายอินทรีย
แตจะเกิดการพองตัวออนนิ่มหรือพื้นผิวเปนรอยไดในสารเคมีที่มีองคประกอบ
เปน คลอรีนหรือไฮโดรคารบอนท้ังชนิดอะโรมาติกและอะลิฟาติก เน่ืองจากพอลิ
โพไพลีนมีคุณสมบัติไมมีขัว้ สามารถดดู ซึมสารที่ไมม ขี ัว้ ไดดี ดังนั้นจึงสามารถทน
ตอสารที่มีขั้วไดดีกวา และพอลิโพรไพลีนจะพองตัวและสลายตัวไดในสารเคมีที่
เปนตัวออกซิไดซท่ีแรง เชน ไอกรดไนตรกิ กรดซลั ฟวริกเขม ขน และรอน
รปู ที่ 2.4 แสดงพลาสตกิ พอลิโพรไพลนี
7
2.1.3.2 พลาสติกพอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (Polyethylne Terephthalate) หรือ
(PET)พลาสติกประเภทคืนรูป (Thermoplastic) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงจึงมีความ
เหนียวสูง มีความใสแวววาวเปนพิเศษ มีความปลอดภัยสูง แข็งแรงทนทาน ไม
เปราะแตกงาย สามารถทนตอความเปนกรดและปองกันการซึมผานของกาซ เชน
ออกซิเจนและคารบอนไดออกไซด ไดเปนอยางดี พลาสติกชนิดนี้เปนที่นิยมในกลุม
อุตสาหกรรม อาหารผลิตบรรจุภัณฑอาหารตางๆ และรวมถึงของใชใน
ชีวิตประจำวันหลายชนิด เชน ขวด สำหรับบรรจุของเหลว เชน เครื่องดื่ม น้ำด่ืม
น้ำอัดลม น้ำผลไม และน้ำมัน แผนฟลมหรือแผนอลูมิเนียมฟอยลเคลือบพลาสติก
เปนตน ซึ่งภาชนะที่ทำจาก PET จะไดรับสัญลักษณเปนเลข 1 นอกจากนี้ ยังเปน
พลาสติกชนิดเดียวที่สามารถรีไซเคิล ได 100% โดยสามารถนำกลับมาหลอมทำ
บรรจุภัณฑใหมได และยังสามารถแปรรูปเปนผลิตภัณฑอื่นไดอีกดวย เชน เสื้อยืด
เสือ้ แจค็ เก็ต พรดเช็ดเทา เปนตน
รปู ท่ี 2.5 แสดงพลาสติกพอลเิ อทธลิ ีนเทเรฟธาเลท
2.1.3.3 พลาสตกิ พอลิสไตรีน (Polystyrene หรอื PS) พอลสิ ไตรนี เปน พลาสติก คือ หลอม
เปนของเหลวได โดยท่อี ณุ หภมู หิ อ งจะอยใู นสถานะของแข็ง แตจ ะหลอมละลายเมอ่ื
ทำใหร อ นและแขง็ ตัวเมอื่ เย็นลง พอลิสไตรนี แขง็ ทบี่ ริสทุ ธจ์ิ ะไมม สี ี ใส แตสามารถทำ
เปนสตี า งๆไดแ ละยืดหยุนไดจ ำกัด
1) สามารถใชท ำเปนวสั ดทุ ่ชี ว ยพยุงตัวผูใชง านใหล อยตัวเหนอื ยน้ำได เชน เสื้อชูชีพ,
หว งยาง เปนตน
2) เปน แผน ฉนวนกนั ความรอ นภายในอาคารที่มคี ุณภาพ
8
3) บรรจภุ ัณฑประเภทแกว และชอ นแบบใชแ ลว ทง้ิ ไมสามารถนำกลบั มาใชใหมไ ด
4) ชว ยกันกระแทกบรรจุภัณฑป ระเภทขวดแกว คอมพิวเตอร ผกั และผลไม เปน ตน
รูปท่ี 2.6 แสดงพลาสติกพอลสิ ไตรนี
2.2 แนวคดิ เกย่ี วกับระบบอัตโนมัติ
2.2.1 ความหมายของระบบอัตโนมัติ
2.2.1.1 ระบบอตั โนมัติ (Automatic) หมายถงึ อุปกรณอ ิเลก็ ทรอนิกสท ่สี ามารถ
ทำงานไดดวยตัวเองตามโปรแกรมที่มนุษยเปนผูควบคุมไว เชน ระบบรด
น้ำอตั โนมัติ
2.2.2 ประเภทของระบบอัตโนมตั ิ
มผี กู ลาวถึงประเภทของระบบอตั โนมตั ไิ วดีงน้ี
(บริษทั ออโตเมชั่นโปร จำกัด, 2563) กลาววา ประเภทของระบบอัตโนมัติ ไดแ ก
2.2.2.1 ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม เปนกระบวนการทำงานของเครื่องจักร
และอุปกรณอุตสาหกรรมอื่น ๆดวยความชวยเหลือของการเขียน
โปรแกรมเชิงตรรกะ แบบดิจิทัลและลดการแทรกแซงของมนุษยในการ
ตัดสินใจและกระบวนการสั่งการ ดวยตนเองดวยความชวยเหลือของ
อุปกรณเ ครอ่ื งจกั รกล
9
รปู ท่ี 2.7 แสดงระบบอัตโนมัตทิ างอตุ สาหกรรม
1) ระบบอัตโนมัติอยางหนักหรือระบบอัตโนมัติคงที่(Hard automation or
Fixed Automation) กระบวนการอัตโนมัติที่หุนยนตหรือเครื่องจักรไดรบั การ
ออก มาเพอ่ื ทำงานเฉพาะเจาะจง ซำ้ ซากจำเจและสำหรบั ปริมาณการผลติ ทีส่ งู
มาก กระบวนการเหลานี้ไดรับการแกไขและไมสามารถเปลี่ยนแปลงใดๆไดแต
มีแตมีความรวดเร็ว แมนยำ ปลอดภัย และมีอัตราการผลิตสูง ประโยชนที่
ระบบอัตโนมัติประเภทนี้นำมาสูอุตสาหกรรมนี้เหมาะอยางยิ่งสำหรับ
กระบวนการที่มีปริมาณโหลดสูงและความแปรปรวนในการทำงานต่ำ
นอกจากนร้ี ะบบอตั โนมัตปิ ระเภทนย้ี ังประหยดั ท่ีสุด
2) ระบบอัตโนมัติแบบนุมนวล (Soft automation) เกี่ยวของกับชิ้นสวนของ
อุปกรณที่ออกแบบมาเพ่ือปรับใหเขากับการกำหนดคาผลิตภณั ฑที่หลากหลาย
กระบวนการนี้ควบคุมโดยคอมพิวเตอรที่สามารถตั้งโปรแกรมเพื่อปรับการ
ทำงานของผลิตภัณฑตางๆได ซึ่งจะมีประโยชนมากเมื่ออุตสาหกรรมผลิต
สินคาตางๆที่ตองการการกำหนดคาที่แตกตางกันและหลากหลาย โดยระบบ
อัตโนมัติประเภทนี้มีตนทุนสูงกวาระบบอัตโนมัติแบบแข็งและทำงานดวย
ความเร็วต่ำกวา เหมาะอยางยิ่งสำหรับโรงงานที่เกี่ยวของกับการผลิต
ผลิตภัณฑที่คลายคลึงกันจำนวนจำกัดซึ่งดำเนินการเปนกลุม ระบบอัตโนมัติ
ประเภทนี้แบงออกไดเปน 2 ประเภท ไดแก ระบบอัตโนมัติที่ตั้งโปรแกรมได
หรือระบบอตั โนมัติทย่ี ดื หยุน
3) ระบบอัตโนมัตทิ ่ตี ัง้ โปรแกรมได (Programmable Automation) กระบวน
การอัตโนมัติทางอุตสาหกรรมที่อยูในหมวดหมูนี้ถูกควบคุมโดยโปรแกรมซึ่ง
ประกอบดวยชุดคำสั่งที่เขารหัสเพื่อใหระบบตีความ ซึ่งซอฟตแวรใหมสามารถ
10
ใชในกระบวนการเหลา นี้เพื่อผลติ ผลิตภัณฑใหมเนื่องจากระบบมีความยดื หยนุ
อยางสมบูรณ มีความเปนไปไดในการกำหนดคาใหมและปรับอุปกรณทั้งใน
ระดับซอฟตแวรและฮารดแวร ขอแนะนำใหใชระบบอัตโนมัติประเภทนี้ใน
อุตสาหกรรมที่มีการผลิตต่ำ เนื่องจากขั้นตอนการตั้งโปรแกรมเครื่องจักรใหม
เพื่อปรับใหเขากับผลิตภัณฑใหมมีความซับซอนและตองใชเวลาที่กำหนดดวย
เหตุน้ีกระบวนการจึงดำเนินการเปน แบทช
4) ระบบอัตโนมตั ิทยี่ ดื หยนุ (Flexible Automation) ระบบอัตโนมัตทิ ย่ี ืดหยนุ ทำ
ใหส ามารถกำหนดคาเครื่องใหเหมาะกบั ผลิตภัณฑใ หมไดในเวลาอันสั้น ดวยวิธี
นี้แทบจะไมเสียเวลาในการเปลี่ยนการกำหนดคาจากรายการหนึ่งไปยังอีก
รายการหนึ่ง เนื่องจากระบบอัตโนมัติประเภทนี้ไมตองเสียเวลาไปกับการต้ัง
โปรแกรมระบบใหมหรือปรับเปลี่ยนการกำหนดคาทางกายภาพของเครื่องจักร
จึง ไมจำเปนตองดำเนินการผลิตภัณฑแยกเปนชุดๆ ขอแนะนำใหใชระบบ
อัตโนมัติประเภทนี้ในการผลิตขนาดกลาง ดวยการนำระบบ Flexible
Automation มาใชทำใหการผลิตมีความตอเนื่องและสามารถปรับใหเขากับ
ผลติ ภณั ฑประเภทตางๆ ทีโ่ รงงานอุตสาหกรรมตองเผชญิ ได
5) ระบบอัตโนมัตทิ างอตุ สาหกรรม (Industrial Automation Systems) ระบบ
อตั โนมัตชิ ว ยขจดั ความจำเปนในการทำงานดวยตนเองในโรงงาน แตยังคงตอ ง
ใชผ ูปฏิบัตงิ านในการตรวจสอบเครือ่ งจักรและดำเนนิ การบำรงุ รกั ษา
2.2.3 ประโยชนข องระบบอัตโนมัติ
มผี ูก ลา วถึงประโยชนของระบบอตั โนมตั ไิ วดงี น้ี
(ท.ี เอน็ .เวิลด ซัพพลาย จำกดั , 2560) กลา ววา ประโยชนของระบบอตั โนมตั ิ ไดแก
2.2.3.1 ระบบอัตโนมัติ automation system ประสบความสำเร็จอยางสูง ถูกนำใชใน
เครื่องจักรกลไฮดรอลิค นิวแมติกอุปกรณไฟฟา อุปกรณอิเล็กทรอนิกสและ
คอมพิวเตอรซึ่งโดยปกติจะใชรวมกัน ระบบที่ซับซอน เชน โรงงานที่ทันสมัย
เครื่องบินและเรือ มักใชเทคนิคเหลานี้รวมกัน ประโยชนของของระบบอัตโนมัติ
คือการชวยประหยัดแรงงาน แตก็ยังใชเพื่อประหยัดพลังงานและวัสดุรวมทั้ง
ปรับปรุงคุณภาพ ความถกู ตองและความแมนยำของสายการผลติ
1) เพ่ิมจำนวนสินคาหรอื เพม่ิ ผลผลิตไดม ากขึ้น
2) ปรบั ปรุงคณุ ภาพหรอื เพิ่มคณุ ภาพของสนิ คา
3) ปรับปรงุ ความทนทานของกระบวนการผลติ หรือสินคา
4) ปรบั ปรงุ ความคงเสน คงวาของกระบวนการผลิต
5) ลดแรงงานและคา จางของคนลงไดม าก
11
2.3 แนวคิดเก่ียวกับ NodeMCU ESP8266
2.3.1 ความหมายของ NodeMCU ESP8266
2.3.1.1 NodeMCU ESP8266 หมายถึง ESP8266 เปนชื่อเรียกของชิฟของโมดูล
ESP8266 สำหรับติดตอสื่อสารบนมาตรฐาน WiFi ทำงานที่แรงดันไฟฟา 3.0-
3.6V ทำงานใชกระแสโดยเฉลี่ย 80mA รองรับคำสั่ง deep sleep ในการ
ประหยดั พลังงาน ใชกระแสนอยกวา 10 ไมโครแอมป สามารถ wake up กลับมา
สงขอมูลใชเวลานอยกกวา 2 มิลลิวินาที ภายในมี Low power MCU 32bit ทำ
ใหเราเขียนโปรแกรมสั่งงานได มีวงจร analog digital converter ทำใหสามารถ
อานคาจาก analog ไดความละเอียด 10bit ทำงานไดที่อุณหภูมิ -40 ถึง 125
องศาเซลเซียส
2.3.2 ประเภทของ NodeMCU ESP8266
มผี ูกลา วถึงประเภทของ NodeMCU ESP8266 ไวด ังน้ี
(เอบี อิน ไทยแลนด, 2564) กลาววา ประเภทของ NodeMCU ESP8266 ไดแ ก
2.3.2.1 NodeMCU ESP8266 นนั้ สามารถแบง ประเภทได 3 ประเภทดังน้ี
1) Nodemcu V1 ขึ้นมา (ชื่อเรียกอยางเปนทางการ V0.9) Nodemcu V1 จากท่ี
มี IO เพียง 2 ขา การที่จะโปรแกรมใสสักครั้งแสนลำบากกลายเปนบอรดที่มี
ความสะดวก มี Chip CH340 ในบอรดดวย ขา IO ก็เพิ่มขึ้น มี Analog ใหอีก
1 ชอง บอรด ท่มี ี WiFi ในตวั ราคาเทากับ Arduino Uno R3 แตมีครบทกุ อยา ง
แถมพัฒนาโปรแกรมไดดวย Arduino IDE ขอเสียของบอรดนี้จะมีขนาดใหญ
เทากับ V3 เลยไมสามารถเสียบลงบอรดทดลองได (เสียบก็เต็มพอดีตอสาย
ออกมาไมได)
รปู ที่ 2.8 แสดงNodemcu V1
12
2) Nodemcu V2 (ชือ่ เรยี กอยา งเปน ทางการ V1.0)
ถกู พัฒนาจาก V1 ถูกปรับปรงุ ใหเล็กลงกวาเดิมสามารถเสยี บบอรด ทดลองได
เหลือชองใหเ สียบสายไฟเพ่มิ เตมิ ไดป ระสิทธิภาพดขี ึ้น โดยใช Esp-12E และ ใช
USB to TTL เบอร cp2102 ราคาจึงแพงข้นึ ดวยคาตวั ของ cp2102 ทแี่ พงขึน้
สำหรับคนทใี่ ช Windows ก็ใชง านไดป กติ
รูปท่ี 2.9 แสดงNodemcu V2
3) Nodemcu V3 Nodemcu V3 ถูกผลิตจากบรษิ ัท Lolin ใช ESP-12E เหมอื นกับ
Nodemcu V2 และใช USB to TTL เบอร CH340 เหมือนกับ Nodemcu V1
(อาจจะเปน รุน Nodemcu V1+V2 = V3) บอรดมีขนาดใหญที่สุด ความกวาง
เทากับ Nodemcu V1 แตความยาวยาวกวา Nodemcu V1 แนนอนครับวาไม
สามารถเสียบลงบอรดทดลองได และลำบากสำหรับทานที่ใช mac os linux
สวนทานที่ใช Windows ก็สามารถใชไดเหมือนเดิม และมีระบบ Save มาขึ้น
เชน ชอง Vin จะไมมีไฟเลี้ยงออกมา ใหไปใชชอง VV หรือ VU แทน ราคาจะถูก
กวา V2
รปู ท่ี 2.10 แสดงNodemcu V3
13
2.3.3 องคป ระกอบของ NodeMCU ESP8266
มผี กู ลาวถงึ องคป ระกอบของ NodeMCU ESP8266 ไวดังนี้
(บรษิ ทั คอมโพเนนท101 จำกัด, 2564) กลาววา องคป ระกอบของ NodeMCU ESP8266
ไดแก
2.3.3.1 องคป ระกอบของ NodeMCU ESP8266 สามารถแบงเปนขอดังนี้
1) ไมโครคอนโทรลเลอร: Tensilica 32 บิต RISC CPU Xtensa LX106
2) แรงดนั ไฟฟาทีใ่ ชง าน: 3.3V
3) แรงดันไฟฟา ขาเขา : 7-12V
4) พนิ I/O ดจิ ิตอล (DIO): 16
5) พนิ อินพุตแบบอะนาลอ็ ก (ADC): 1
6) UARTs: 1
7) SPIs: 1
8) I2Cs: 1
9) หนว ยความจำแฟลช: 4 MB
10) SRAM: 64 KB
11) ความเรว็ สัญญาณนากิ า: 80 MHz
12) มี USB-TTL ทใี่ ช CP2102 ในตัว เปดใชงาน Plug n Play
13) เสาอากาศ PCB
14) โมดลู ขนาดเล็กเพอื่ ใหพ อดกี ับโครงการ IoT ของคณุ อยา งชาญฉลาด
รูปที่ 2.10 แสดงองคประกอบของ NodeMCU ESP8266
14
2.4 งานวจิ ยั ทเี่ กีย่ วขอ ง
ในการนำเสนอเกีย่ วกับงานวจิ ัยทีเ่ ก่ยี วของ มหี ัวขอ ยอยคอื งานวิจัยท่เี กีย่ วของกบั การคดั
แยกขยะ ระบบเซน็ เซอรแบบไรส าย การประยกุ ตแ ผน อะคริลคิ การใหน้ำแกพ ืช และถังขยะ
Upcycle bin รายละเอียดแตล ะหวั ขอยอ ยมดี ังน้ี
2.4.1 งานวจิ ัยท่ีเกยี่ วขอ งกบั ระบบการใหน ้ำแกพืช
มีผูก ลา วถึง งานวจิ ยั ท่ีเก่ยี วของกบั ระบบการใหน ำ้ แกพืช ไวดงั น้ี
กองพล อารีรักษ และคณะ (2560) ไดกลาววา ระบบการใหน้ำแกพืช และปริมาณความ
ตองการน้ำของพืชในแตละชวงอายุไมเทากัน จึงมีความจำเปนตองมีการควบคุมปริมาณ
น้ำใหเหมาะสมกับระบบการใหน้ำแกพืช และชวงอายุของพืช ซึ่งการใหน้ำในปริมาณที่
มากเกินไปอาจกอใหเกิดผลเสียตอพืช เชน รากเนา เกิดการชะลางปุย และการพังทลาย
ของหนาดิน ซึ่งการจะควบคุมปริมาณการใหน้ำใหมีคาตามความตองการนั้น ในปจจุบัน
จะอาศัยการควบคุมอัตราการไหลของน้ำที่ไดจากปมน้ำ แตการควบคุมอัตราการไหลให
ไดตามความตองการนั้นยังคงมีความยุงยากมาก เนื่องจากโดยทั่วไปจะอาศัยการปรับท่ี
วาลวน้ำโดยตรงจากผูใชงาน จึงทำใหการควบคุมอัตราการไหลดวยวิธีดังกลาว มีการใช
พลังงานมากเกินความจำเปน ดวยเหตุนี้งานวิจัยจึงไดนำเสนอวิธีการควบคุมอัตราการ
ไหลของปมน้ำดวยตัวควบคุมแบบฟซซี โดยตัวควบคุมดังกลาวจะทำหนาที่ควบคุม
ความเร็วรอบมอเตอรของปมน้ำไฟฟาดวยระบบขับเคลื่อนปมน้ำไฟฟา เพื่อใหไดอัตรา
การไหลของนา ตามตองการ ในบทนี้ไดนำเสนอหลักการควบคุมอัตราการไหลดวยตัว
ควบคุมแบบฟซซี วิธีการออกแบบตัวควบคุมแบบฟซซี และการทดสอบตัวควบคุมแบบ
ฟซซี อีกทั้งไดทำการเปรียบเทียบการใชพลังงานไฟฟาระหวางวิธีการควบคุมอัตราการ
ไหลของน้ำดวยการปรับโดยตรงจากวาลวน้ำ และการปรับโดยใชระบบขับเคลื่อนที่มีตัว
ควบคุมแบบฟซซไี วดว ยเชน กัน
2.4.2 งานวิจยั ท่ีเกีย่ วของกับการประยกุ ตอะคริลิค
มีผกู ลา วถึง งานวิจัยทเี่ ก่ยี วของกบั การประยุกตอ ะคริลิค ไวดงั นี้
ชัยยุทธ มีงาม และคณะ (2557) ไดกลาววา อะคริลิคพลาสติกถูกประยุกตใชในงาน
หลายอยางไมวาจะเปนเครื่องประดับ อุปกรณสำนักงาน อุปกรณในหองนา สีทาบาน
ปายโฆษณาหรือปายชื่อราน และอื่นๆ อีกมากมาย แตมีการใชงานบางอยางที่นาจุดเดน
ของพลาสติกมาใชไดอยางลงตัว นั่นคือ กระจกบอเลี้ยงปลา ตูปลาสวนใหญมักจะใช
กระจกแกว เชนเดียวกับในบอเลี้ยงปลาขนาดใหญอยางในพิพิธภัณฑสัตวน้ำที่ตองใช
แผนกระจกหนามากเพื่อรองรับแรงดันและน้ำหนักของน้ำปริมาณมหาศาล แตกระจก
แกวมีขอ ดอยสำคัญอยางหนง่ึ คอื ขนาดแผนกระจกทหี่ นาขึน้ จะมีผลใหแสงสองผา นได
15
นอยลง ทำใหมองเห็นปลาในบอไมชัดเจนเทาที่ควร ดังนั้นบอเลี้ยงปลาขนาดใหญ
สมัยใหมจึงเปลี่ยนมาใชแผนอะคริลิคพลาสติกแทนกระจกแกว เพราะอะคริลิคมีจุดเดน
เหนือกวา กระจกแกว หลายอยา ง
2.4.3 งานวิจยั ท่เี กี่ยวของกบั การคดั แยกขยะ
มีผกู ลาวถงึ งานวิจัยท่เี กีย่ วขอ งกับการคัดแยกขยะ ไวดงั น้ี
ญาณัญฎา ศิรภัทรธ าดา อาจารยและคณะ (2553) ไดก ลา ววา การคัดแยกขยะทส่ี ามารถ
นำกลับมาใชใหมได โดยนำไปผานกระบวนการแปรรูปในระบบอุตสาหกรรม ซึ่งอยู
ปะปนกับขยะมูลฝอยที่เราสรางขึ้น สามารถแบงประเภทไดเปน กระดาษ แกว พลาสติก
โลหะ และอโลหะ ซึ่งเราสามารถคัดแยกและนำกลับมาใชไดอีกครั้งหนึ่ง โดยขยะแตละ
ประเภทสามารถแยกยอยไดม ากมาย
2.4.4 งานวิจยั ท่ีเกีย่ วขอ งกับระบบเครอื ขายเซ็นเซอรไรส าย
มีผกู ลาวถึง งานวิจยั ท่ีเกย่ี วของกบั ระบบเครอื ขายเซ็นเซอรไรสาย ไวด ังนี้
นราธิป ทองปาน และคณะ (2559) ไดกลาววา ระบบเครือขายเซ็นเซอรไรสายและการ
ตออุปกรณเสริมเพื่อใชในสวนยางพารา โดยระบบสามารถตรวจวัดคาสิ่งแวดลอมตาง ๆ
ไดแก ความช้ืน อุณหภูมิ ภายในอากาศ คาความเขมของแสงสวาง คาความชื้นและ
อุณหภมู ิภายในดนิ โดยสามารถทำการติดตอ สื่อสารไดไกลโดยการใชวธิ ีการติดตอสื่อสาร
แบบ Multi hop และสามารถทำการปรับตั้งคาใหโหนด ทำการสงขอมูลกลับเปน
ระยะเวลาตามที่กำหนด ผูใชสามารถทำการตรวจสอบคาตาง ๆ ไดผานทางโปรแกรม
ประยุกต หรือหากตองการทำการวิเคราะหขอมูลกอนหนาสามารถทำการตรวจสอบ
ขอมูลภายในฐานขอมลู ได
2.4.5 งานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวของกับถังขยะ Upcycle bin
มผี ูกลา วถึง งานวิจัยท่เี กีย่ วของกับการคดั แยกขยะ ไวด ังนี้
สวรรยา ศรีสุวรรณ และคณะ (2561) ไดกลาววา ถังขยะ Upcycle bin สามารถใชงาน
สง่ิ ประดิษฐไดจ รงิ สามารถคดั แยกขยะประเภทแกวนำ้ แลว นำกลบั มาใชประโยชนไดตาม
ตองการ สามารถเก็บขยะประเภทแกวน้ำไดจำนวนมากโดยใชถังขยะเพียงใบเดียว เปน
การประหยัดภาชนะเก็บขยะ ความสะดวกสบายในการเก็บขยะ คัดแยกขยะ ประหยัด
พ้ืนท่เี ก็บขยะ และเพิม่ ประสทิ ธภิ าพการใชงาน
2.5 กรอบแนวคดิ ในการวิจัย 16
ตวั แปรตาม
ตวั แปรตน
ตแู ยกแกว พลาสตกิ สามารถแยกแกวพลาสตกิ กับน้ำ
รปู ที่ 2.12 แสดงกรอบแนวคดิ ในการวิจยั
18
บทท่ี 3
วธิ ดี ำเนนิ การวจิ ยั
ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อสรางตูแยกแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติ เพื่อศึกษาความพึง
พอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปที่ 1 หอง 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล
วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่มีตอตูแยกแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติและเผยแพรผานโครงการประกวด
โครงการวิชาชีพ ชมรมวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ซึ่งคณะผูวิจัยไดดำเนินการ
ศึกษา ตามขน้ั ตอนดงั น้ี
3.1 การสรา งเครอื่ งมือในการวจิ ัย
3.1.1 เครื่องมือที่ใชในการสรางตูแยกแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติ ไดแก แผนอะคริลิค ตะแกรง
สายยางใส ปม นำ้ ขนาดเล็ก NodeMCU esp8266 Module relay 1 Chanel 5V บอรด
ทดลอง และสายไฟจัมเปอร ผู-เมยี ซึง่ ไดจ ากการส่ังชือ้ ทางออนไลนแ ละรานวัสดุกอสรา ง
3.1.2 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปที่ 1 หอง 1
สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่มีตอตูแยกแกวน้ำพลาสติก
อัตโนมัติ ซึ่งไดจากการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชั้นปที่ 1 หอง 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลวิทยาลัยเทคนิคระยอง จำนวน 30 คน
3.2 ประชากรและกลมุ ตวั อยาง
นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปที่ 1 หอง 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล
วิทยาลยั เทคนคิ ระยอง จำนวน 30 คน
3.3 การดำเนนิ การทดลอง
การดำเนนิ การทดลอง มีขน้ั ตอนดังนี้
3.3.1 ข้ันเตรยี ม
3.1.1.1 สบื คนขอ มลู เกย่ี วกบั โครงงานและวสั ดอุ ปุ กรณท ่ใี ชใ นการทำโครงงาน
3.1.1.2 เตรยี มวัสดุอุปกรณท่ตี อ งการใชในการสรางช้ินงาน แผน อะครลิ ิค ,ตะแกรง ,สาย
ยางใส ,ปม นำ้ ขนาดเล็ก ,NodeMCU esp8266 ,Module relay 1 Chanel 5V
,บอรดทดลอง และสายไฟจมั เปอร ผู- เมยี
3.1.1.3 เตรียม Code และแอปพลิเคชน่ั สำหรับใชในการสง่ั การ
18
3.3.2 ขน้ั ดำเนนิ การ
3.3.2.1 ตดั แผนอะคริลิคสว นตางๆ ตามท่ีตองการ และประกอบชิ้นงาน
3.3.2.2 ติดตะแกรงลงในสว นของโครงชิ้นงาน
3.3.2.3 ตอวงจรระบบการปลอยนำ้ อตั โนมัติ
3.3.2.4 เขียน Code ลงใน NodeMCU esp8266 เพื่อใหสามารถควบคุมระบบปลอย
นำ้ อัตโนมัติได โดยส่งั การผา นแอปพลิเคชั่น Blynk
3.3.2.5 ติดต้ังระบบปลอ ยนำ้ อตั โนมัติ ลงบนตแู ยกแกว น้ำพลาสตกิ อัตโนมัติ
3.3.3 ขน้ั ทดลองและนำไปใช
3.3.3.1 การทดลอง
1) นำหลอดและฝาแยกออกจากแกวน้ำและนำแกวพลาสติกที่มีน้ำหรือน้ำแข็ง
อยู ใสล งไปในชอ งสำหรบั ใสแกวนำ้ โดยใชก นแกว เปนสวนแรกในการใส
2) เม่ือแกว ควำ่ ลงและน้ำไดไหลลงสชู องสำหรบั รองรบั น้ำเรยี บรอ ยแลว แกวจะ
ไหลลงไปยังชองสำหรบั ใสแกว พลาสตกิ
3) ทำการทดสอบระบบปลอยน้ำผานแอปพลิเคชั่น Blynk เพื่อดูวาวงจรที่ตอ
เขากับปม นำ้ สามารถทำงานไดดีหรือไม
4) ตรวจสอบปริมาณน้ำที่ไหลออกมาในแตละครั้งวาสามารถปลอยน้ำทั้งหมด
ออกจากตูแยกแกว น้ำพลาสตกิ ไดห รือไม
3.3.3.2 การนำไปใช
1) อธิบายขนั้ ตอนการทำงานของตูแยกแกว น้ำพลาสตกิ อตั โนมัติ
2) เมื่อนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปที่ 1 หอง 1 สาขาวิชา
เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง นำไปใชแลวพบปญหาใด
หรอื ไม
3.3.4 ขนั้ ตอนการทำบรรจภุ ณั ฑ (กรณเี ปน สิง่ ประดษิ ฐป ระเภท ผลติ ภัณฑส ำเร็จรูป)
ตูแยกแกว น้ำพลาสติกอตั โนมตั ิ เปนผลสำเรจ็
19
3.4 แผนผงั งาน
3.4.1 แผนผังงานโครงงาน
เร่ิมตน
วิเคราะหปญหา/ประเมินความตองการของผูใ ช
ศึกษาทฤษฎแี ละหลักการทเ่ี กยี่ วของ
กำหนดขอบเขตของชิ้นงาน และฐานขอมลู ทีใ่ ชในการเขียนโปรแกรม
การออกแบบชิ้นงาน
และเขยี นโปรแกรม
ปรับปรุง
สรางชิ้นงานจากการออกแบบ
ทดสอบการทำงาน ไมผ าน
ผาน ไมผา น
ตรวจสอบโดยอาจารยท่ี
ปรึกษา
ผา น
ใชช้ินงาน
ประเมนิ ความพึงพอใจหลังการใชงาน
1
20
1
จดั ทำเอกสารเปน รปู เลม
เขาเลมโครงการ
จบ
รูปที่ 3.1 แสดงแผนผงั โครงงาน
3.4.2 แผนผงั งานโปรแกรม
เร่ิมตนการทำงาน
ประกาศคาตัวแปร
int Pump ,Pump HIGH ,Pump LOW
รบั คา
Int Pump = D1
Pump HIGH = Pump On ,Pump LOW = Pump Off
F If Pump HIGH T
Print Pump Off Print Pump On
จบการทำงาน
รูปท่ี 3.2 แสดงแผนผงั งานโปรแกรม
21
3.5 วงจรการทำงาน
รูปท่ี 3.3 แสดงรูปแบบการทำงานของวงจร
3.6 การเกบ็ รวบรวมขอมูล
3.6.1 จัดทำแบบสอบถามความพึงพอใจนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปที่ 1 หอง
1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่มีตอตูแยกแกวน้ำพลาสติก
อตั โนมัติ
3.6.2 อธิบายขั้นตอนการทำงานของตูแยกแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติและการทำแบบประเมิน
ความพงึ พอใจ
3.6.3 นำตูแยกแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติไปใชกับกลุมตัวอยางและทำการสดทอบตูแยกแกวน้ำ
พลาสตกิ อตั โนมตั ิ
3.6.4 แจกแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปที่ 1
หอง 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่มีตอตูแยกแกวน้ำ
พลาสติกอัตโนมตั ิและทำการประเมนิ หลังการใชงานตแู ยกแกวน้ำพลาสตกิ อตั โนมตั ิ
3.6.5 เกบ็ รวบรวมแบบประเมนิ ความพึงพอใจมาเตรยี มทำขอมูลเพ่อื วเิ คราะหผล
3.6.6 นำขอ มลู มาวิเคราะหสรุปอภปิ รายผล
22
3.7 สถิติท่ใี ชแ ละวธิ วี เิ คราะหขอ มลู
3.7.1 สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ไดแก คารอยละ (%) คาเฉลี่ยและคาสวนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (S.D.) ดังนี้
3.7.1.1 คารอ ยละ ×100
รอ ยละ =
เมื่อ x แทน จำนวนท่ตี อ งการหารอยละ
N แทน จำนวนขอ มูลทง้ั หมด
3.7.1.2 คา เฉลยี่ (Mean)
เมอ่ื คอื คา เฉลี่ย
Σ คอื ผลรวมของคะแนนทงั้ หมด
คอื จำนวนทั้งหมด
3.7.1.3 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
. = � ∑ (2 − −(∑1) )2
เม่ือ S. D แทน คา เบีย่ งเบนมาตรฐานของกลมุ ตวั อยา ง
∑ แทน ผลรวมทง้ั หมดของคะแนน
n แทน จำนวนคนในกลมุ ตวั อยา ง
2 แทน ผลรวมของคะแนนยกกำลงั สองทั้งหมด
3.7.2 วธิ กี ารวเิ คราะหขอมูล
ขอมลู ทไ่ี ดจากการรวบรวมจะดำเนินการแปลความหมายของคา เฉลี่ยในแตล ะดาน
โดยใชเ กณฑก ารประเมนิ แบง ออกเปน 5 ระดับ ดังน้ี
4.50 – 5.00 หมายถึง ดีมาก
3.50 – 4.49 หมายถงึ ดี
2.50 – 3.49 หมายถึง ปานกลาง
1.50 – 2.49 หมายถงึ นอย
1.00 – 1.49 หมายถงึ นอยทส่ี ดุ
หมายเหตุ : ตองมีคา เฉล่ียของขอ มลู 4.50 คะแนนขึ้นไป จึงจะผา นเกณฑ
23
บทท่ี 4
ผลการวิจัย
ผลจากการสราง/พัฒนาตูแยกแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติ โดยมีผูตอบแบบสอบถามทั้งหมด
จำนวน 40 คน สรปุ ไดด งั นี้
ตารางที่ 4.1 แสดงจำนวนของผตู อบแบบสอบถามจำแนกตามเพศ
รายการประเมิน จำนวน (คน) รอยละ (%)
1. เพศชาย 8 20.00
2. เพศหญงิ 32 80.00
รวม 40 100.00
จากตารางที่ 4.1 สรุปไดวา จำนวนของผูตอบแบบสอบถามจำแนกตามเพศสวนใหญ เพศหญิง
คดิ เปน รอยละ 80.00 ของจำนวนผูตอบแบบสอบถามท้ังหมด มากกวาเพศชาย คดิ เปนรอยละ 20.00
ของจำนวนผูตอบแบบสอบถามทงั้ หมด ตามลำดับ
แผนภูมแิ สดงจำนวนของผตู อบแบบสอบถามจำแนกตามเพศ
90
80
70
60
50
40
30
20
10
0
เพศชาย เพศหญิง
จาํ นวน (คน) รอ ยละ (%)
รปู ท่ี 4.1 แผนภูมแิ สดงจำนวนของผูตอบแบบสอบถามจำแนกตามเพศ
24
ตารางท่ี 4.2 แสดงจำนวนของผูต อบแบบสอบถามจำแนกตามอายุ
รายการประเมนิ จำนวน (คน) รอ ยละ (%)
97.50
1. 15-16 ป 39 2.50
0.00
2. 17-18 ป 1 100.00
3. 19-20 ป 0
รวม 40
จากตารางท่ี 4.2 สรปุ ไดวา จำนวนของผตู อบแบบสอบถามจำแนกตามอายุสวนใหญ อายุ 15-16 ป
คิดเปนรอยละ 97.50 ของจำนวนผูตอบแบบสอบถามทั้งหมด อายุ 17-18 ป คิดเปนรอยละ 2.50
และอายุ 19-20 ป คดิ เปนรอ ยละ 0.00 ของจำนวนผูต อบแบบสอบถามทั้งหมด ตามลำดับ
แผนภมู แิ สดงจำนวนของผตู อบแบบสอบถามจำแนกตามอายุ
120
100
80
60
40
20
0 17-18 ป 19-20 ป
15-16 ป
จาํ นวน (คน) รอยละ (%)
รปู ที่ 4.2 แผนภมู แิ สดงจำนวนของผตู อบแบบสอบถามจำแนกตามอายุ
25
ตารางท่ี 4.3 แสดงความพงึ พอใจดา นโครงสราง
รายการประเมนิ � S.D. แปลผล
.60 ดี
1. วัสดุอุปกรณทีใ่ ชส รา งตูแยกแกว น้ำพลาสติกมี 4.48
.67 ดี
ความแขง็ แรง .66 ดี
2. ความแขง็ แรงของตูแยกแกวน้ำพลาสตกิ 4.38 .55 ดี
.62 ดี
3. ขนาดของตูแยกแกวน้ำพลาสติกเหมาะสมแก 4.23 .05 ดี
การใชงาน
4. ความทนทานของวสั ดุทใ่ี ช 4.45
5. ความประณีต สวยงามของโครงสราง 4.23
รวม 4.35
จากตารางที่ 4.3 สรุปไดว า ความพงึ พอใจดานโครงสรา งของผูตอบแบบสอบถามสวนใหญที่มี
ความคิดเห็นอยูในระดับดี ( ̅=4.35, S.D.=0.05) เมื่อพิจารณาเปนรายขอแลวสรุปไดวา วัสดุอุปกรณ
ที่ใชสรางตูแยกแกวน้ำพลาสติกมีความแข็งแรง ( ̅=4.48, S.D.=0.60) ความทนทานของวัสดุที่ใช
( ̅=4.45, S.D.=0.55) และความแข็งแรงของตแู ยกแกวน้ำพลาสติก ( ̅=4.38, S.D.=0.67) ตามลำดับ
แผนภูมิแสดงความพึงพอใจดานโครงสรา ง
5
4.5
4
3.5
3
2.5
2
1.5
1
0.5
0
. ̅ S.D.
รูปท่ี 4.3 แผนภูมแิ สดงความพงึ พอใจดานโครงสราง
26
ตารางที่ 4.4 แสดงความพึงพอใจดา นการใชง าน
รายการประเมนิ � S.D. แปลผล
.60 ดี
1. ความสะดวกในการใชงานของตูแยกแกว 4.48
.63 ดี
นำ้ พลาสตกิ อัตโนมตั ิ
.57 ดี
2. ความปลอดภัยของตูแยกแกวน้ำพลาสติก 4.38 .57 ดี
.03 ดี
อัตโนมัติ
3. งายตอการใชงาน 4.33
4. การทํางานของระบบปลอยนำ้ อตั โนมัติ 4.33
รวม 4.38
จากตารางที่ 4.4 สรุปไดวา ความพึงพอใจดานการใชงานของผูตอบแบบสอบถามสวนใหญที่มี
ความคิดเห็นอยูในระดับดี ( ̅=4.38, S.D.=0.03) เมื่อพิจารณาเปนรายขอสรุปไดวา ความสะดวกใน
การใชงานของตูแยกแกวน้ำพลาสติกอัตโนมัติ ( ̅=4.48, S.D.=0.60) ความปลอดภัยของตูแยกแกว
นำ้ พลาสตกิ อัตโนมตั ิ ( ̅=4.38, S.D.=0.63) และงา ยตอ การใชง าน ( ̅=4.33, S.D.=0.57) ตามลำดับ
แผนภูมแิ สดงความพงึ พอใจดา นการใชงาน
5
4.5
4
3.5
3
2.5
2
1.5
1
0.5
0
. ̅ S.D.
รปู ที่ 4.4 แสดงแผนภมู ิแสดงความพงึ พอใจดานการใชง าน
27
ตารางที่ 4.5 แสดงความพึงพอใจดา นความคุมคา
รายการประเมนิ � S.D. แปลผล
1. ระยะเวลาทใ่ี ชในการทำตแู ยกแกว น้ำ 4.40 .55 ดี
พลาสตกิ อตั โนมตั ิ
2. ตแู ยกแกวน้ำพลาสติกอัตโนมตั สิ ามารถ 4.43 .55 ดี
ใชงานไดจริง
รวม 4.41 .00 ดี
จากตารางที่ 4.5 สรุปไดวา ความพึงพอใจดานความคุมคาของผูตอบแบบสอบถามสวนใหญ
ที่มีความคิดเห็นอยูในระดับดี ( ̅=4.41, S.D.=0.00) เมื่อพิจารณาเปนรายขอสรุปไดวา ตูแยกแกวน้ำ
พลาสตกิ อัตโนมัติสามารถใชง านไดจ รงิ ( ̅=4.43, S.D.=0.55) และระยะเวลาทใี่ ชใ นการทำตูแ ยกแกว
นำ้ พลาสติกอัตโนมตั ิ ( ̅=4.40, S.D.=0.55) ตามลำดบั
แผนภมู แิ สดงความพึงพอใจดานความคมุ คา
5
4.5
4
3.5
3
2.5
2
1.5
1
0.5
0
̅ S.D.
รปู ที่ 4.5 แผนภมู ิแสดงความพึงพอใจดา นความคมุ คา
29
บทที่ 5
สรปุ ผลการวิจยั อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ
ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยดังนี้ 1) เพื่อสร้างตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติ
2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 ห้อง 1 สาขาวิชา
เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่มีต่อตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติ 3) เพื่อเผยแพร่
ผ่านโครงการประกวดโครงการวิชาชีพ ชมรมเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง โดยกลุ่ม
ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 ห้อง 1 สาขาวิชา
เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ตู้แยกแก้วน้ำพลาสติก
อัตโนมัติและแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 ห้อง 1
สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่มีต่อตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติ
ผลการวจิ ัยมดี ังนี้
5.1 สรุปผลการวจิ ัย
5.1.1 ผูต้ อบแบบสอบถามจำแนกตามเพศส่วนใหญ่ เพศหญงิ คดิ เป็นร้อยละ 80.00 ของจำนวน
ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด มากกว่าเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 20.00 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม
ทัง้ หมด ตามลำดับ
5.1.2 ผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามอายุส่วนใหญ่ อายุ 15-16 ปี คิดเป็นร้อยละ 97.50 ของ
จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด อายุ 17-18 ปี คิดเป็นร้อยละ 2.50 และอายุ 19-20 ปี คิดเป็น
รอ้ ยละ 0.00 ของจำนวนผ้ตู อบแบบสอบถามทัง้ หมด ตามลำดับ
5.1.3 ความพึงพอใจด้านโครงสร้างของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ที่มีความคิดเห็นอยู่ใน
ระดับดี ( ̅=4.35, S.D.=0.05) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อแล้วสรุปได้ว่า วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สร้างตู้แยก
แก้วน้ำพลาสติกมีความแข็งแรง ( ̅=4.48, S.D.=0.60) ความทนทานของวัสดุที่ใช้ ( ̅=4.45,
S.D.=0.55) และความแข็งแรงของตูแ้ ยกแกว้ น้ำพลาสตกิ ( ̅=4.38, S.D.=0.67) ตามลำดับ
5.1.4 ความพึงพอใจด้านการใช้งานของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ที่มีความคิดเห็นอยู่ใน
ระดับดี ( ̅=4.38, S.D.=0.03) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อสรุปได้ว่า ความสะดวกในการใชงานของตู
แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติ ( ̅=4.48, S.D.=0.60) ความปลอดภัยของตูแยกแก้วน้ำพลาสติก
อตั โนมัติ ( ̅=4.38, S.D.=0.63) และงายตอการใชงาน ( ̅=4.33, S.D.=0.57) ตามลำดบั
29
5.1.5 ความพึงพอใจด้านความคุ้มค่าของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ที่มีความคิดเห็นอยู่ใน
ระดับดี ( ̅=4.41, S.D.=0.00) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อสรุปได้ว่า ตู้แยกแก้วน้ำพลาสติกอัตโนมัติ
สามารถใช้งานได้จริง ( ̅=4.43, S.D.=0.55) และระยะเวลาที่ใช้ในการทำตู้แยกแก้วน้ำพลาสติก
อตั โนมตั ิ ( ̅=4.40, S.D.=0.55) ตามลำดับ
5.2 อภิปรายผล
5.2.1 สรา้ งตแู้ ยกแกว้ น้ำพลาสตกิ อัตโนมตั คิ วบคุมผา่ นแอปพลเิ คชนั่ Blynk
5.2.2 ศกึ ษาความพงึ พอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชน้ั ปีท่ี 1 ห้อง 1 สาขาวชิ า
เทคโนโลยธี ุรกจิ ดิจิทัล วิทยาลยั เทคนิคระยอง ทมี่ ีต่อตแู้ ยกแก้วน้ำพลาสตกิ อตั โนมัติอยู่ใน
ระดับดี ซึ่งเมื่อพิจารณาในรายด้าน คือ ด้านโครงสร้าง ด้านการใช้งาน และด้านความ
คุ้มคา่ สว่ นใหญ่มีความพงึ พอใจในระดับดี ซ่ึงไมต่ รงกับจดุ ประสงคท์ ี่ต้ังไว้
5.2.3 เผยแพร่ผ่านโครงการประกวดโครงการวิชาชีพ ชมรมเทคโนโลยีธรุ กิจดจิ ิทลั วิทยาลัยเทคนิค
ระยอง
5.3 ขอ้ เสนอแนะในการวิจยั
5.3.1 การเสนอแนะการนำผลการวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชน์
5.3.1.1 นำไปใชป้ ระโยชนใ์ นเชิงพานิชย์ เชน่ ผลการวิจัยทีไ่ ด้นำไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ใน
ดา้ นการคา้ ขาย
5.3.1.2 นำผลวิจยั ทีไ่ ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์ในดา้ นการรไี ซเคลิ เพอื่ ทำเงนิ
5.3.2 การเสนอแนะการทำการวจิ ยั ตอ่ เน่ืองหรือวจิ ัยตอ่ ยอด
5.3.2.1 มีการทำฟงั ชนั่ เสยี งเมอ่ื แยกชิ้นสว่ นผิดประเภท
5.3.2.2 มีการทำทีล่ ำเรยี งแกว้ พลาสตกิ ให้สามารถเรียงกนั เปน็ ระเบียบได้
5.3.2.3 มกี ารเพ่มิ ขนาดของตแู้ ยกแก้วนำ้ พลาสติกอัตโนมัติใหใ้ หญ่ข้นึ
บรรณานกุ รม
บรรณานกุ รม
กองพล อารีรักษ และคณะ. (พ.ศ.2560). การควบคุมแบบอตั โนมัต.ิ เขา ถงึ เมื่อ 13 กรกฎาคม 2564.
เขา ไดจ าก http://sutir.sut.ac.th:8080/sutir/bitstream/123456789/6205/2/
Fulltext.pdf
ชยั ยุทธ มีงาม และคณะ. (พ.ศ.2557). การเชื่อมอะครลิ ิค. เขา ถงึ เมอ่ื 13 กรกฎาคม 2564.
เขา ไดจาก http://ird.skru.ac.th/RMS/file/3247.pdf
ญาณัญฎา ศิรภัทรธ าดา อาจารยและคณะ. (พ.ศ.2553). การคัดแยกขยะรีไซเคลิ . เขาถงึ เมอ่ื
13 กรกฎาคม 2564. เขาไดจาก http://www.ssruir.ssru.ac.th/bitstream/
ssruir/822/1/001_53.pdf
นราธิป ทองปาน และคณะ. (พ.ศ.2559). ระบบรดน้ำอตั โนมตั ผิ า นระบบเซนเซอร. เขา ถึงเม่อื
13 กรกฎาคม 2564. เขาไดจ าก https://ph02.tci-thaijo.org/download
สวรรยา ศรีสุวรรณ และคณะ. (พ.ศ.2561). ถงั ขยะชุบชีวติ . เขา ถึงเมือ่ 13 กรกฎาคม 2564. เขา ได
จาก https://www.kroobannok.com/board
บริษัทแวนดา แพค จำกดั , (2561). ประเภทของแกวน้ำพลาสตกิ . เขาถงึ เมอื่ 7 สิงหาคม 2564. เขา
ไดจ าก https://sites.google.com/site/phlitphanththwyphlastik/prapheth-
laea-kar-chi-ngan
บริษทั แวนดาแพค จำกดั , (2562). คุณสมบตั ิของแกว น้ำพลาสตกิ . เขา ถงึ เมือ่ 7 สงิ หาคม 2564.
เขา ไดจาก https://sites.google.com/site/kaewphlastik/phlastik-pp-phx-li-
phor-phi-lin-polypropylene
บริษัทออโตเมช่ันโปร จำกัด, (2563). ประเภทของระบบอัตโนมตั ิ. เขา ถงึ เม่ือ 7 สิงหาคม 2564.
เขา ไดจ าก https://automation-pro.com
ท.ี เอ็น.เวิลด ซพั พลาย จำกดั , (2560). ประโยชนของระบบอัตโนมตั .ิ เขา ถึงเม่ือ 7 สิงหาคม 2564.
เขา ไดจ าก https://www.tngroup.co.th/media/article_detail/526
เอบี อิน ไทยแลนด, (2564). ประเภทของ NodeMCU ESP8266. เขาถึงเมือ่ 15 สิงหาคม 2564.
เขา ไดจาก https://www.ab.in.th/article/28/esp8266-nodemcu-v1-v2-v3
บริษัทคอมโพเนนท1 01 จำกดั , (2564). องคประกอบของ NodeMCU ESP8266. เขา ถึงเม่ือ 15
สงิ หาคม 2564. เขา ไดจาก https://components101.com/development-boards/nodemcu-
esp8266-pinout-features-and-datasheet
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
แบบเสนอโครงการวจิ ยั สิง่ ประดษิ ฐข องคนรุนใหม
แบบเสนอโครงการวจิ ยั สิง่ ประดษิ ฐของคนรนุ ใหม
(ว-สอศ-2)
ประจำปการศกึ ษา 2564
ปพทุ ธศกั ราช 2563 - 2564
ผลงานสิ่งประดิษฐประเภทท่ี 3
สง่ิ ประดษิ ฐดา นการอนรุ ักษพลงั งาน
ตูแยกแกว น้ำพลาสตกิ อัตโนมตั ิ
วิทยาลยั เทคนิคระยอง
อาชีวศกึ ษาจงั หวดั ระยอง
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธิการ
1
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แบบ ว-สอศ-2
(สำหรับนักเรยี น นกั ศึกษา)
แบบเสนอโครงการวจิ ยั สงิ่ ประดิษฐข องคนรนุ ใหม “สดุ ยอดนวัตกรรมอาชวี ศกึ ษา”
การประกวดสิ่งประดษิ ฐข องคนรนุ ใหม ประจำปก ารศึกษา 2564
ปพทุ ธศกั ราช 2563 - 2564
......................................................................
ช่ือผลงานวิจัย (ภาษาไทย) ตูแยกแกว น้ำพลาสตกิ อัตโนมตั ิ
(ภาษาอังกฤษ) Automatic Plastic Tumbler
ช่ือสถานศึกษา วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง อาชวี ศึกษา จังหวัดระยอง
ท่ีอยู 086/13 ตำบล ทา ประดู อำเภอ เมอื ง จงั หวดั ระยอง
เบอรโทรศพั ท 038-611192 E-mail : [email protected]
สว น ก : ลกั ษณะงานวจิ ัย งานวจิ ัยตอ เนอ่ื งระยะเวลา..........…..ป
งานวจิ ยั ใหม
ความสอดคลอ งระดับชาติ
1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาตฉิ บบั ท่ี 12
ยุทธศาสตร สรางความเขม แข็งทางเศรษฐกจิ และแขงขนั ไดอยา งย่ังยืน
2. นโยบายและยทุ ธศาสตรก ารวิจยั ของชาตฉิ บบั ที่ 9
ยทุ ธศาสตร สงเสริมกลไกและกิจกรรมการนำกระบวนการวิจัยผลงานวิจัยองค
ความรู นวัตกรรม และเทคโนโลยีจากงานวิจยั ไปใชประโยชนไ ดจริงโดยความ
รวมมอื ของภาคสว นตา ง ๆ
3. ยุทธศาสตรการวิจยั ของชาตริ ายประเดน็
ยุทธศาสตร การพฒั นาเทคโนโลยี
4. ยทุ ธศาสตรป ระเทศ
ยทุ ธศาสตร การพัฒนาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม
5. นโยบายรฐั บาล/เปาหมายของรัฐบาล
นโยบาย/เปาหมาย การพัฒนาและสงเสริมการใชป ระโยชนจากวิทยาศาสตร
เทคโนโลยี การวจิ ัยและพฒั นานวัตกรรม
2
ความสอดคลองระดับกระทรวง
1. นโยบายของรฐั มนตรวี า การกระทรวงศึกษาธิการ
นโยบายการศึกษาเพอ่ื อาชีพและสรางขีดความสามารถในการแขง ขนั ของประเทศ
2. ยุทธศาสตรกระทรวงศกึ ษาธิการ
ยทุ ธศาสตรผลติ และพัฒนากำลังคนรวมทงั้ งานวจิ ยั ท่ีสอดคลองกับความตองการ
ของประเทศ
3. ยทุ ธศาสตรส ำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
ยุทธศาสตรดานการสรา งความสามารถในการแขง ขัน
ความสอดคลองระดบั สวนภมู ภิ าค
1. ยทุ ธศาสตรกลมุ จังหวดั ภาคตะวันออก
ยุทธศาสตรสงเสริมและพฒั นาอุตสาหกรรมใหเปน มิตรตอ ส่ิงแวดลอม
2. จังหวดั ระยอง
ยุทธศาสตรการพัฒนาความเปนเลิศดานการศกึ ษา ศาสนา ศลิ ปวัฒนธรรมภูมิ
ปญญาทอ งถ่นิ และกีฬา
3. พันธกจิ หรอื นโยบายของสถานศกึ ษา/สถาบนั การอาชวี ศึกษา
พนั ธกิจหรอื นโยบายมกี ารวจิ ยั และพัฒนาเพือ่ สงผลไปสคู วามเขมแขง็ ของสถาบนั
โครงการวิจัยน้ี สามารถนำไปเผยแพรและขยายผลไปสกู ารใชป ระโยชนได
เชงิ นโยบาย (ระบ)ุ .................................................................................
เชงิ พาณิชย (ระบุ) .................................................................................
เชงิ วิชาการ (ระบุ) .................................................................................
เชิงพืน้ ที่ (ระบ)ุ ......................................................................................
เชงิ สาธารณะ/สงั คม (ระบุ) นำไปใชใ นการแยกขยะสาธารณะ
อ่ืน ๆ (ระบุ) ...........................................................................................
3
ภาพแบบรา ง/หรือภาพผลงานสิ่งประดษิ ฐ
สวน ข : องคประกอบในการจัดทำโครงการวิจยั
1. ผรู ับผดิ ชอบประกอบดว ย
1.1 หวั หนาทมี โครงการวิจัย
ชอ่ื นางสาวณฐั ชยา นามสกลุ อุทา
ตำแหนง ออกแบบโครงสรา ง
ทีอ่ ยู 23/5 ซ.ผองดี ถ.ทองดี ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง 21000
เบอรโ ทรศพั ท 094-3907276 E-mail : [email protected]
1.2 นักวจิ ัยรนุ ใหม/ คณะผรู ว มวิจยั
1.2.1 ชื่อ นางสาวชมพนู ทุ นามสกุล เสนาคำ
ตำแหนง จัดทำรูปเลม
ระดบั ชน้ั ปวส.2/2 สาขาวชิ า เทคโนโลยีธรุ กิจดจิ ทิ ัล
1.3 คณะผรู ว มวจิ ยั /ที่ปรกึ ษาโครงการวจิ ยั
1.3.1 นายอทุ ัย นามสกุล ศรษี ะนอก
ตำแหนง หวั หนา สาขาวิชาเทคโนโลยีธรุ กิจดิจทิ ัล
แผนกวชิ า เทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทัล สาขาวชิ าทเ่ี ชย่ี วชาญ เทคโนโลยีสารสนเทศ
1.3.2 นางสาวอจั ฉราภรณ เกล้ียงพรอม
ตำแหนง ครูอตั ราจา ง
แผนกวิชา เทคโนโลยธี ุรกิจดจิ ิทัล
4
1.4 หนว ยงานหลกั วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง ที่อยเู ลขท่ี 086/13 ตำบลเชิงเนิน
อำเภอเมือง จังหวดั ระยอง 21000 เบอรโ ทรศพั ท 038-611192
1.5 หนว ยงานสนบั สนนุ (ถา มี)
1.5.1 หนว ยงานภาครฐั -
1.5.2 หนวยงานภาคเอกชน -
1.6 อน่ื ๆ…………………………………………………………………………………………………………
2. ประเภทการวิจยั
การวิจยั และพฒั นา (research and development)
3. สาขาวชิ าการ/ประเภทส่งิ ประดิษฐของคนรุนใหม
1) สิ่งประดษิ ฐแ ละนวตั กรรมทที่ ำการวจิ ัย ประเภทที่ 1
สิ่งประดษิ ฐดา นพฒั นาคุณภาพชวี ติ
2) สงิ่ ประดิษฐและนวตั กรรมท่ที ำการวจิ ัย ประเภทท่ี 2
สง่ิ ประดษิ ฐด า นการประกอบอาชีพ
3) สิง่ ประดษิ ฐและนวัตกรรมท่ที ำการวิจยั ประเภทท่ี 3
สงิ่ ประดิษฐดานเพอื่ การอนุรกั ษพ ลังงาน
4) ส่งิ ประดษิ ฐแ ละนวัตกรรมทีท่ ำการวิจยั ประเภทที่ 6
สง่ิ ประดษิ ฐด านนวัตกรรมซอฟตแ วรและระบบสมองกลฝง ตวั
5) สงิ่ ประดษิ ฐและนวัตกรรมท่ที ำการวจิ ัย ประเภทท่ี 9
ส่ิงประดิษฐป ระเภทกำหนดโจทย : Mini Smart Farms
4. คำสำคญั (keywords) ของการวจิ ยั
4.1 แกว น้ำพลาสตกิ (Plastic) หมายถงึ แกวนำ้ ที่มีความโปรง ใส แขง็ แรงทนทาน
เหนยี วไมแตก สามารถปอ งกนั การซมึ ผา นของกาซไดด ี และทนตอ อณุ หภูมิไม
เกิน 70 ถึง 100 องศาผลติ จากพลาสตกิ ประเภทโพลีเอทธลิ นี
4.2 ระบบอัตโนมตั ิ (Automatic) หมายถงึ อปุ กรณอิเลก็ ทรอนิกสท สี่ ามารถ
ทำงานไดด วยตวั เองตามโปรแกรมท่ีมนุษยเปนผูควบคมุ ไว เชน ระบบรดนำ้
อตั โนมตั ิ
5. ความสำคัญและที่มาของปญ หาทีท่ ำการวจิ ยั
ปจ จุบันมกี ารนำพลาสติกมาใชในชีวติ ประจำวันมากข้นึ เน่ืองจากพลาสตกิ มรี าคาถูก
น้ำหนักเบา โดยในชวง 10 ปที่ผานมา มีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณรอยละ 12 ของ
ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือประมาณปละ 2 ลานตัน และพลาสติกจะมีอายุ
ยาวนานแตมีอายุการใชงานสั้นมาก โดยจะถูกทิ้งเปนขยะมูลฝอย อีกทั้งยังใชเวลาใน
5
การยอ ยสลายนบั รอยป ทำใหต อ งสนิ้ เปลอื งงบประมาณและพืน้ ที่ฝงกลบขยะ กอ ใหเกิด
ปญหาดานทัศนวิสัย (กอรดอน ออลพอรต, 2554) ความสะอาด และพื้นที่จัดเก็บซึ่งมี
อยางจำกดั
เมื่อกลาวถึงการทิ้งขยะพลาสติกจนลนถังในปจจุบันนั้นไดมีการสงเสริมใหมีการคัด
แยกขยะจึงเปนวิธีที่จะชวยแกปญหาดังกลาวได ซึ่งการแยกขยะจะนำมาประยุกตใชได
อีกหลายอยาง ขยะที่รวมกันสงผลเสียหลายทางทั้งดานระบบนิเวศ กลิ่นของเสีย ขอดี
ของการแยกขยะชวยลดปริมาณขยะ เพราะเมอ่ื แยกขยะทรี่ ีไซเคิลได จะเหลอื ขยะจริงๆ
เพื่อนำไปกำจัดนอยลงใชงบเพื่อการกำจัดขยะนอยลง สามารถนำงบไปพัฒนาดานอ่ืน
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไดชวยลดการสิ้นเปลืองพลังงานและทรัพยากร โดยการรีไซเคิล
ซึ่งบางอยางสามารถขายและชวยเพิ่มรายไดเล็ก ๆ นอย ๆ ชวยรักษาสิ่งแวดลอม
นอกจากจะชวยใหระบบนิเวศไมเปนอันตราย ยังชวยลดงบเพื่อกำจัดขยะนอยลงดวย
เชน นำมาประยุกตใ ชก บั การแยกแกว นำ้ พลาสติก
ดงั น้ันผูจัดทำจงึ สนใจและคิดพัฒนาตูแยกแกว น้ำพลาสตกิ อัตโนมัติขึ้นมาเพื่ออำนวย
ความสะดวกใหกับผูท่ีทิ้งขยะไมลงถังหรือไมคัดแยกขยะ เพื่อใหการแยกทิ้งแกวน้ำ
พลาสติกนั้นงายตอการคัดแยกขยะพลาสติก สามารถนำแกวพลาสติกมาขายเพื่อชวย
เพิ่มรายไดเล็กๆ นอยๆ ชวยรักษาสิ่งแวดลอม และยังสามารถนำไปประยุกตใชในการ
จัดการขยะประเภทแกวน้ำพลาสติกและลดพื้นที่การจัดเก็บขยะแกวน้ำพลาสติกใน
วทิ ยาลัยเทคนิคระยองได
6. วตั ถุประสงคของการวิจัย
6.1 เพือ่ สรา งตูแยกแกว นำ้ พลาสตกิ อตั โนมตั ิ
6.2 เพื่อศกึ ษาความพึงพอใจของนักเรยี นระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ ชน้ั ปที่ 1
หอง 1 สาขาวิชาเทคโนโลยธี ุรกิจดจิ ทิ ลั วิทยาลยั เทคนิคระยอง ที่มตี อ ตแู ยกแกวน้ำ
พลาสตกิ อตั โนมตั ิ
6.3 เพ่อื เผยแพรผ า นโครงการประกวดโครงการวิชาชพี ชมรมเทคโนโลยธี ุรกิจดิจทิ ัล
วทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง
7. ขอบเขตของการวิจัย
7.1 ขอบเขตดา นเนือ้ หา
7.1.1 ศึกษาแนวคดิ ทฤษฎีท่ีเก่ียวขอ งกบั ตแู ยกแกวน้ำพลาสตกิ อัตโนมัติ
7.1.2 ศึกษาวธิ ีการท้ิงน้ำโดยระบบเซนเซอร
6
7.2 ขอบเขตดา นประชากรและกลุม ตวั อยา ง
กลุมนักเรียนระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ช้นั ปที่ 1 หอง 1 สาขาวชิ า
เทคโนโลยธี ุรกจิ ดิจทิ ลั วิทยาลยั เทคนิคระยอง เพอ่ื ศึกษาความพึงพอใจของ
นกั เรียนที่มตี อตูแ ยกแกวนำ้ พลาสติกอตั โนมัติ จำนวน 30 คน
7.3 ขอบเขตดานเวลา
เดอื นมิถุนายน 2564 - เดือนกนั ยายน 2564
8. ทฤษฎี สมมตุ ฐิ าน (ถา ม)ี และกรอบแนวความคดิ ของการวจิ ยั หรอื แบบรา ง
ตัวแปรตน คือ เครอ่ื งแยกแกวพลาสตกิ
ตัวแปรตาม คอื สามารถแยกแกวพลาสตกิ กับนำ้ ได
ตัวแปรควบคุม คือ ชนิดของแกว พลาสตกิ ขนาดของแกวพลาสติกและนำ้ หนกั
9. การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ (information) ทเี่ กี่ยวขอ ง
กองพล อารีรักษ และคณะ (2560) ไดกลาววา ระบบการใหน้ำแกพืช และปริมาณ
ความตองการน้ำของพืชในแตละชวงอายุไมเทากัน จึงมีความจำเปนตองมีการควบคุม
ปริมาณน้ำใหเหมาะสมกับระบบการใหน้ำแกพืช และชวงอายุของพืช ซึ่งการใหน้ำใน
ปริมาณที่มากเกินไปอาจกอใหเกิดผลเสียตอพืช เชน รากเนา เกิดการชะลางปุย และ
การพังทลายของหนาดิน ซึ่งการจะควบคุมปริมาณการใหน้ำใหมีคาตามความตองการ
นั้น ในปจจุบันจะอาศัยการควบคุมอัตราการไหลของน้ำที่ไดจากปมน้ำ แตการควบคุม
อัตราการไหลใหไดตามความตองการนั้นยังคงมีความยุงยากมาก เนื่องจากโดยทั่วไปจะ
อาศัยการปรับที่วาลวน้ำโดยตรงจากผูใชงาน จึงทำใหการควบคุมอัตราการไหลดวยวิธี
ดังกลาว มีการใชพลังงานมากเกินความจำเปน ดวยเหตุนี้งานวิจัยจึงไดนำเสนอวิธีการ
ควบคุมอัตราการไหลของปมน้ำดวยตัวควบคุมแบบฟซซี โดยตัวควบคุมดังกลาวจะทำ
หนาที่ควบคุมความเร็วรอบมอเตอรของปมน้ำไฟฟาดวยระบบขับเคลื่อนปมน้ำไฟฟา
เพื่อใหไดอัตราการไหลของนา ตามตองการ ในบทนี้ไดนำเสนอหลักการควบคุมอัตรา
การไหลดวยตัวควบคุมแบบฟซซี วิธีการออกแบบตัวควบคุมแบบฟซซี และการทดสอบ
ตัวควบคุมแบบฟซซี อีกทั้งไดทำการเปรียบเทียบการใชพลังงานไฟฟาระหวางวิธีการ
ควบคุมอัตราการไหลของน้ำดวยการปรับโดยตรงจากวาลวน้ำ และการปรับโดยใช
ระบบขับเคลือ่ นท่มี ีตวั ควบคุมแบบฟซ ซีไวด วยเชน กนั
ชยั ยุทธ มีงาม และคณะ (2557) ไดกลา ววา อะครลิ คิ พลาสติกถกู ประยุกตใชในงาน
หลายอยางไมวาจะเปนเครื่องประดับ อุปกรณสำนักงาน อุปกรณในหองนา สีทาบาน
ปายโฆษณาหรอื ปายช่อื ราน และอ่นื ๆ อีกมากมาย แตมกี ารใชงานบางอยางท่ีนาจุดเดน
ของพลาสติกมาใชไดอยางลงตัว นั่นคือ กระจกบอเลี้ยงปลา ตูปลาสวนใหญมักจะใช
7
กระจกแกว เชนเดียวกับในบอเลี้ยงปลาขนาดใหญอยางในพิพิธภัณฑสัตวน้ำที่ตองใช
แผนกระจกหนามากเพื่อรองรับแรงดันและน้ำหนักของน้ำปริมาณมหาศาล แตกระจก
แกวมีขอดอยสำคัญอยางหนึ่งคือ ขนาดแผนกระจกที่หนาขึ้น จะมีผลใหแสงสองผานได
นอยลง ทำใหมองเห็นปลาในบอไมชัดเจนเทาที่ควร ดังนั้นบอเลี้ยงปลาขนาดใหญ
สมัยใหมจ ึงเปลี่ยนมาใชแผนอะคริลิคพลาสติกแทนกระจกแกว เพราะอะคริลิคมีจุดเดน
เหนือกวา กระจกแกว หลายอยาง
ญาณัญฎา ศิรภัทรธาดา อาจารยและคณะ (2553) ไดกลาววา การคัดแยกขยะท่ี
สามารถนำกลับมาใชใหมได โดยนำไปผานกระบวนการแปรรูปในระบบอุตสาหกรรม
ซึ่งอยูปะปนกับขยะมูลฝอยที่เราสรางขึ้น สามารถแบงประเภทไดเปน กระดาษ แกว
พลาสติก โลหะ และอโลหะ ซึ่งเราสามารถคัดแยกและนำกลับมาใชไดอีกครั้งหนึ่ง โดย
ขยะแตละประเภทสามารถแยกยอยไดม ากมาย
นราธิป ทองปาน และคณะ (2559) ไดกลาววา ระบบเครือขายเซ็นเซอรไ รสายและ
การตออุปกรณเสริมเพื่อใชในสวนยางพารา โดยระบบสามารถตรวจวัดคาสิ่งแวดลอม
ตาง ๆ ไดแก ความชื้น อุณหภูมิ ภายในอากาศ คาความเขมของแสงสวาง คาความช้ืน
และอุณหภูมิภายในดิน โดยสามารถทำการติดตอสื่อสารไดไกลโดยการใชวิธีการ
ติดตอสื่อสารแบบ Multi hop และสามารถทำการปรับตั้งคาใหโหนด ทำการสงขอมูล
กลับเปนระยะเวลาตามที่กำหนด ผูใชสามารถทำการตรวจสอบคาตาง ๆ ไดผานทาง
โปรแกรมประยุกต หรือหากตองการทำการวิเคราะหขอมูลกอนหนาสามารถทำการ
ตรวจสอบขอมูลภายในฐานขอมลู ได
สวรรยา ศรีสุวรรณ และคณะ (2561) ไดกลาววา ถังขยะ Upcycle bin สามารถใช
งานสิ่งประดิษฐไดจริง สามารถคัดแยกขยะประเภทแกวน้ำแลวนำกลับมาใชประโยชน
ไดตามตองการ สามารถเก็บขยะประเภทแกวน้ำไดจำนวนมากโดยใชถังขยะเพียงใบ
เดียว เปนการประหยัดภาชนะเก็บขยะ ความสะดวกสบายในการเก็บขยะ คัดแยกขยะ
ประหยัดพื้นท่เี ก็บขยะ และเพ่มิ ประสิทธภิ าพการใชงาน
10. การสบื คน จากฐานขอ มูลสิทธิบัตร
DC60 อุปกรณตรวจจับของเหลวมีลักษณะเปนแทงกลวง บรรจุสารที่ดูดซับ
ของเหลวหรือน้ำที่ไหลมาจากภายนอกแลวเกิดการขยายตัว ผนังหองเจาะรูเพื่อให
ของเหลวหรอื นำ้ จากภายนอกไหลเขามาภายในหอ งได ขนาดของรทู ่เี จาะตองมีเสนผาน
ศูนยกลางมากพอ เพื่อใหชนะแรงตึงผิวของของเหลวหรือน้ำ การทำงานของอุปกรณ
ตรวจจับของเหลว สารที่บรรจุภายในจะดูดซับของเหลวหรือน้ำแลวเกิดการขยายตัวมา
ดันลูกสูบเคลื่อนที่มาสัมผัสกับสวิตชทำใหไฟฟาครบวงจร คาความตานทานสวิตชของ