อารยธรรมเมโสโปเตเมยี
เรียนสงั คมศึกษากับ Kunkru P’Nut
เมโสโปเตเมียเปน็ ออู่ ารยธรรมทเ่ี กา่ แก่ท่ีสุดแห่งหนึ่งของโลกสมัยโบราณ
: เปน็ ดินแดนพระจันทร์เส้ียว โดยตง้ั อยรู่ ะหวา่ งแม่นา้ 2 สาย คอื
ไทกรสิ (Tigris) และ ยูเฟรทีส(Euphrates) ปจั จบุ ันอยใู่ นประเทศอริ กั
บริเวณท่รี าบที่แม่น้าท้ังสองสายบรรจบกนั และไหลลงสทู่ ะเล อ่าวเปอรเ์ ซีย
เรยี กว่า “บาบโิ ลเนยี ”
เรยี นสังคมศึกษากบั Kunkru P’Nut
1. สเุ มเรยี น : อักษรคนู ิฟอร์ม (ลิ่ม) ซกิ กูแรต (บูชาเทพเจ้า)
- ชนเผา่ แรกท่ีเขา้ ครอบครอง ทา้ การกอ่ สร้างระบบชลประทานเปน็ ชาติแรก
- สังคมของสเุ มเรียนยกย่อง เกรงกลัวเทพเจา้ นิยมก่อสร้างศาสนสถาน
เรยี กวา่ “ซกิ กแู รต” สร้างด้วยอิฐตากแหง้
- ชาวสเุ มเรียน เปน็ กลมุ่ แรกท่ีประดษิ ฐอ์ กั ษร “ลม่ิ ” หรือ “คูนิฟอรม์ ”
ในระยะแรกการสรา้ งซิกแู รตมวี ัตถปุ ระสงค์เพ่อื ใช้ อกั ษรคนู ฟิ อรม์ หรอื อกั ษรลม่ิ มีลกั ษณะเป็นอกั ษรภาพ
ประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา แต่ตอ่ มาได้กลายเป็น ประกอบด้วยเคร่อื งหมายรปู ลิ่มหลายรอ้ ยตวั เขียนโดยกดกา้ นออ้
แหลมๆลงบนแผ่นดินเหนียวทย่ี ังไมแ่ หง้ นาไปตากหรือเผาจนแขง็
สว่ นหนึ่งของพระราชวงั กษัตรยิ ์
เรียนสงั คมศกึ ษากบั Kunkru P’Nut
มหากาพย์กลิ กาเมช (Epic of Gilgamesh)
เร่ืองกลิ กาเมชของพวกสเุ มเรียนน้ัน ถกู รวบรวมขนึ้ เปน็ บทกวเี รือ่ งยาว เรียกวา่
ตานานของกลิ กาเมช เป็นตานานนา้ ทว่ มโลกท่เี ก่าแกท่ ส่ี ุดเรอ่ื งหนึ่งของโลก
รูปปน้ั กลิ กาเมช ทีม่ หาวิทยาลัยซิดนีย์ กษัตรยิ ์ในตานาน
แห่งนครอรุ คุ ซง่ึ อยูร่ มิ ฝง่ั แมน่ ้าไทกรสิ -ยเู ฟติส
เรียนสงั คมศึกษากับ Kunkru P’Nut
2. บาบโิ ลเนยี (พวกอะมอไรท์) : ประมวลกฎหมายพระเจ้าฮมั บูราบี
(ตาต่อตา ฟันตอ่ ฟนั )
- สมัยพระเจา้ ฮมั มรู าบี ( 1792-1745 B.C.) ได้มี “ประมวลกฎหมาย
- ฮมั มรุ าบี” เป็นลายลักษณ์อกั ษร จารึกแผ่นศลิ า ยึดถอื หลกั ตาตอ่ ตา
ฟันตอ่ ฟัน ในการลงโทษ
ชอ่ื เสียงทีเ่ ปน็ ท่รี จู้ ักมากทส่ี ดุ ของกษตั ริย์ฮัมมูราบี คือ การประกาศใช้
ประมวลกฎหมายฮัมมรู าบี ที่เขยี นลงบนแผน่ สเตลาหินสดี า และ
ตดิ ต้งั ไวใ้ นท่สี าธารณะใหค้ นทวั่ ไปได้อา่ น
เรียนสังคมศกึ ษากับ Kunkru P’Nut
3. ฮิบรู : ศาสนายดู าห์ หรอื ยวิ (ตอ่ มาเปน็ ศาสนาประจ้าชาตโิ รมนั )
เรยี กอีกชอื่ ว่า “ยวิ ” เรร่ อ่ นในทะเลทราย ถกู จบั เป็นทาสที่อียปิ ต์
ต่อมา “โมเสส” เปน็ ผชู้ ่วยปลดแอก แล้วอพยพไปต้ังถิ่นฐานที่ปาเลสไตน์
• เนื่องจากเป็นชาตทิ ไี่ ม่เขม้ แขง็ เร่อื งการทหาร จึงถูกชนเผา่ อน่ื ครอบครองซา้
แล้วซ้าเลา่ จนยุคสงครามโลกคร้ังที่ 2 เกิดเป็นประเทศอสิ ระ ชือ่ “อิสราเอล”
• มรดกตกทอดทยี่ ง่ิ ใหญ่ท่ีสดุ ได้แก่ “คมั ภรี ไ์ บเบลิ้ ” ถือเปน็ หลกั ฐาน
ประวัตศิ าสตร์ชิ้นสา้ คัญของโลก
โมเสส หรอื โมเซ เปน็ ศาสดาของศาสนายวิ
เรยี นสงั คมศกึ ษากับ Kunkru P’Nut
4. อัสซเี รยี น : เปน็ นกั รบ แกะสลักภาพนูนต้า่ มกี ารบนั ทกึ ประวัติศาสตร์
- พวกอัสซีเรียน ไดเ้ ขา้ ยดึ ครองกรงุ บาบโิ ลน มศี นู ย์กลางท่ีนเิ นเวห์
ตั้งจกั รวรรดิอัสซเี รยี
- สมยั พระเจ้าอัสชูรบ์ านปิ าล 668-629 B.C. อสั ซีเรยี มีความเจริญขดี สุด
การสลกั ภาพนนู ตา่ ( base relief ) เป็นมรดก
ทางศลิ ปกรรมสาคัญ แสดงภาพเกย่ี วกับชีวติ ประจาวนั
ของชาวอสั ซีเรีย ได้แก่ การล่าสัตว์ การทาสงคราม
ศิลปวฒั นธรรมเจรญิ สงู สดุ ในสมัยพระเจ้าอัสซูร์บานิปาล
เรยี นสงั คมศกึ ษากบั Kunkru P’Nut
5. คาลเดยี น : พยากรณส์ รุ ยิ ุปราคา แบง่ สัปดาหเ์ ปน็ 7 วนั
เดือนเปน็ 12 เดือน
สมัยพระเจ้าเนบคู สั เนซซาร์ สามารถตเี ยรซู าเลม และกวาดตอ้ น
เชลยมาเปน็ จา้ นวนมาก ได้สรา้ ง “สวนลอยแหง่ บาบโิ ลน” Hanging
Gardens of Babylon
คาลเดยี นเปน็ ชาตแิ รกทเ่ี อาความรดู้ ้านดาราศาสตรม์ าพยากรณ์
โชคชะตามนุษย์ และสามารถค้านวณดา้ นดาราศาสตร์ได้อย่างแม่นย้า
ตานานกลา่ วไวว้ ่า สวนลอยแหง่ บาบโิ ลนสรา้ งขึน้ ประมาณ
ศตวรรษที่ 9 กอ่ นคริสตกาล โดยคาบญั ชาของกษตั ริย์
"เนบูคสั เนซซาร"์ เพือ่ เปน็ ของขวัญแก่นางอามธิ สี
ราชินชี าวเปอร์เซียของพระองค์
เรียนสงั คมศกึ ษากับ Kunkru P’Nut
6. เปอรเ์ ซยี น : ระบบไปรษณยี ์ ศาสนาโซโรอสั เตอร์ ซ่งึ สั่งสอนให้
มนษุ ยท์ า้ ความดีเพอ่ื มีชีวิตทด่ี ใี นอนาคตและละเว้นความชั่วโดยเฉพาะ
การกล่าวเทจ็
จักรวรรดเิ ปอร์เซียลม่ สลาย เมือ่ ถูกพระเจา้ อเล็กซานเดอรม์ หาราช
แห่งมาซโิ ดเนียยกทัพเขา้ ยดึ ครองเม่ือปี 331 กอ่ นครสิ ตศ์ กั ราช
อเลก็ ซานเดอรม์ หาราช เป็นโอรสของพระเจ้าฟิลลิป ที่ 2
แหง่ แคว้นมาซีโดเนยี และพระนางโอลมิ เปยี ส
ตอ่ มาเป็นกษตั รยิ แ์ หง่ มาซีโดเนยี ได้ทาการสรู้ บพร้อมกับ
ขยายอาณาจกั รออกไปอยา่ งกวา้ งขวาง และได้เสียชวี ติ
ในปี 323 ก่อนครสิ ตกาล
เรยี นสังคมศึกษากบั Kunkru P’Nut
7. ฮติ ไทต์ : หลอมเหลก็ ทา้ สงคราม
นา้ เหลก็ มาใช้ประดษิ ฐ์อาวธุ แบบตา่ งๆ และจดั ท้าประมวลกฎหมาย
เพ่อื ควบคุมสงั คม เนน้ ใช้ความรนุ แรงตอบโตผ้ ทู้ ่ีกระทา้ ความผดิ
ฮติ ไทต์ จดั ทาประมวลกฎหมายเพอื่ ใชค้ วบคมุ สงั คม
โดยเน้นการใช้ความรนุ แรงตอบโตผ้ ้ทู ่กี ระทาความผิด เช่น
ให้จา่ ยค่าปรบั แทนการลงโทษทรี่ นุ แรง อาณาจักรฮติ ไทต์
เสอื่ มอานาจลงในราวปี 1200 กอ่ นคริสตศ์ กั ราช
เรยี นสงั คมศึกษากบั Kunkru P’Nut
8. อัคคาเดยี น : ขยายจกั รวรรดิ เปน็ พวกเรร่ ่อนเผา่ เซมิติค
พวกแรกท่เี ขา้ มาในเขตเมโสโปเตเมยี เมอ่ื ประมาณ 2400 ปีกอ่ น
ครสิ ตศ์ ักราช ภายใต้การนา้ ของพระเจ้าซาร์กอนที่ 1
อคั คาเดยี น เข้ายกทัพเขา้ รุกรานและยึดครองนครรฐั ทั้งหลาย
ของชาวสุเมเรียนและขยายดินแดนไปจนถงึ ฝัง่ ตะวันออก
ของทะเลเมติเตอรเ์ รเนียน หลงั ส้ินรัชกาลพระเจา้ ชาร์กอนที่ 1
ชาวสุเมเรยี นกย็ ดึ ดินแดนคนื มาได้
เรยี นสงั คมศึกษากับ Kunkru P’Nut
9. ฟีนเี ชียน : ราชนิ ีแหง่ ทะเลกลาง ค้าขาย ย้อมสผี ้า เครอ่ื งแกว้
เชีย่ วชาญในการเดนิ เรือทะเล มเี มืองท่าคือ ไทร์ และไซดอน ค้าขาย
จนถึงตอนเหนือแอฟรกิ า
จากการเปิดกวา้ งของวัฒนธรรม ทา้ ให้ชาวฟินิเชียนดัดแปลงตวั อักษร
เฮียราติกและคูนิฟอร์ม มาเป็น “อัลฟาเบต” ต่อมากลายเป็นต้นแบบ
ของภาษากรกี ละตนิ ชาติตะวันตก และตะวนั ออก อน่ื ๆ ดว้ ย
เมอื งไซดอน เมืองท่าอกี แหง่ ของฟีนีเซยี น มคี วามสาคญั
เปน็ อนั ดบั ท่ี 3 รองจากบิบลอสและไทร์ เดน่ ด้วยปราสาท
ทะเล Sidon Sea Castle
เรยี นสังคมศกึ ษากับ Kunkru P’Nut
10. ลิเดียน : ใชท้ องค้าเป็นสอื่ กลาง
มกี ารตอก ประทบั ตรา และใชเ้ หรยี ญทอง เหรยี ญเงนิ
การตอกประทับตราสญั ลักษณล์ งบนก้อนโลหะหรอื เหรยี ญนนั้
ทาขนึ้ เพ่ือจดุ ประสงคบ์ างอย่าง เช่น เป็นการรบั รองจากทางการ
หรือผูป้ กครองในแต่ละรฐั อาณาจักร แต่และรัชกาล วา่
สามารถใชช้ าระหนี้ได้ตามกฎหมาย ปอ้ งกันการปลอมแปลง
รับรองมาตรฐานของนา้ หนกั หรือใชใ้ นพิธีกรรมทางศาสนา
บางอยา่ ง ฯลฯ
เรยี นสังคมศึกษากบั Kunkru P’Nut