The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by culture.ptt, 2022-10-28 07:50:29

แผนปฏิบัติการของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖

แผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖

เขตตรวจราชการท่ี ๑ จงั หวัดปทุมธานี

แผนปฏบิ ตั กิ ารขวนั อทงี่ ๒ส๗านสิงกั หงาาคนม ว๒๕ฒั ๖น๑ธรรมจังหวดั ปทุมธานี
ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖6

สานกั งานวฒั นธรรมจังหวดั ปทมุ ธานี สานกั งานปลดั กระทรวงวฒั นธรรม
โทรศพั ท์ ๐ ๒๕๙๓ ๔๔๐๖ ต่อ ๑๑, ๐ ๒๕๙๓ ๔๒๗๐ ตอ่ ๑๓
โทรสาร ๐ ๒๕๙๓ ๔๒๗๐ ต่อ ๑๔

วันท่ี ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๑

บทสรุปผู้บริหาร

สำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธำนี เป็นหน่วยงำนตัวแทนกระทรวงวัฒนธรรมในส่วนภูมิภำค
โดยมีภำรกิจหลักในกำรขับเคล่ือนงำนด้ำนศำสนำ ศิลปะและวัฒนธรรมในพื้นที่ รวมถึงสนองงำนสำคัญ
ของสถำบันหลักของชำติ ศำสนำ และพระมหำกษัตริย์ ให้มีกำรสืบสำน รักษำ ต่อยอด เพิ่มคุณค่ำ
ให้งำนวัฒนธรรมเป็นเคร่ืองมือในกำรพัฒนำขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ตำมนโยบำยกำรปรับเปลี่ยน
กระทรวงวัฒนธรรมสู่ “กระทรวงสังคมก่ึงเศรษฐกจิ ”

เพื่อให้กำรดำเนินงำนของสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธำนีบรรลุเป้ำหมำย และเกิดผลสัมฤทธ์ิ
ตำมนโยบำยของกระทรวงวัฒนธรรม รวมถึงเป็นกำรปฏบิ ัตติ ำมพระรำชกฤษฎีกำวำ่ ด้วยหลกั เกณฑ์และวธิ กี ำร
บริหำรกิจกำรบ้ำนเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติรำชกำรด้ำนศำสนำ ศิลปะ และวัฒนธรรม
ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566 ให้สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชำติ ฉบับที่ 13 (ร่ำง) แผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ. 2566 - 2580) (ฉบับปรับปรุง)
แผนปฏิรูปประเทศ นโยบำย ควำมมั่นคงแห่งชำติ นโยบำยของรัฐบำล นโยบำยและยุทธศำสตร์ของ
กระทรวงวัฒนธรรม และยุทธศำสตร์ภำค กลุ่มจังหวัดจังหวัด ตลอดจนแผนยุทธศำสตร์อื่น ๆ เช่น แผนแม่บท
ส่งเสริมคุณธรรมแห่งชำติ แผนแม่บทวัฒนธรรมแห่งชำติ เพ่ือใช้แผนปฏิบัติกำรฯ ดังกล่ำวเป็นกรอบแนวทำง
ในกำรดำเนินงำนของกลุ่ม/ฝ่ำยในสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธำนี และเป็นเครื่องมือสำหรับผู้บริหำร
ในกำรกำกับดูแล และติดตำมผลกำรดำเนินงำนโครงกำร/กิจกรรมต่ำง ๆ ตำมภำรกิจให้สำมำรถดำเนินกำร
ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ มีควำมคุ้มค่ำ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อกำรบริหำรรำชกำรของหน่วยงำนในภำพรวม
โดยมแี ผนปฏบิ ตั ริ ำชกำรด้ำนศำสนำ ศลิ ปะ และวฒั นธรรม ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566 ดงั น้ี

ส่วนท่ี ๑ ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดปทุมธำนี ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศำสตร์
ข้อมูลทำงประวัติศำสตร์ ที่ต้ังและอำณำเขต กำรปกครอง สัญลักษณ์ประจำจังหวัดข้อมูลด้ำนศำสนำ
ข้อมลู ด้ำนกำรศกึ ษำ ข้อมลู ด้ำนวฒั นธรรม

ส่วนท่ี ๒ ข้อมูลทั่วไปของสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธำนี ประกอบด้วย อำนำจหน้ำที่
ของสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัด อำนำจหน้ำท่ีของกลุ่ม/ฝ่ำยในสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัด แผนภูมิโครงสร้ำง
อตั รำกำลังและกำรแบ่งสว่ นรำชกำรของสำนักงำน วิสยั ทศั น์ พนั ธกจิ ยทุ ธศำสตร์ เป้ำหมำยเชิงยุทธศำสตร์/กลยุทธ์
แนวทำงกำรดำเนนิ กำร

ส่วนท่ี ๓ กำรวิเครำะห์ปัจจัยท่ีเก่ียวข้อง ประกอบด้วย ข้อกฎหมำย บริบทเชิงนโยบำยและ
ยุทธศำสตร์ ควำมสอดคล้องเช่ือมโยงภำรกิจของกระทรวงวัฒนธรรมกับยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี แผนแม่บท
ภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ แผนกำรปฏิรูปประเทศ และแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติฉบับท่ี 13
ควำมสอดคล้องเชื่อมโยงภำรกิจของกระทรวงวัฒนธรรมกับแผนแม่บทเฉพำะกิจ ควำมสอดคล้อง
เช่ือมโยงภำรกิจของกระทรวงวัฒนธรรมกับนโยบำยของรัฐบำล ควำมสอดคล้องเชื่อมโยงกับนโยบำยของ

- 2-

รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงวัฒนธรรม และยุทธศำสตร์ของกระทรวงวัฒนธรรม ควำมสอดคล้องเช่ือมโยงภำรกิจ
ของสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดกับนโยบำยและยุทธศำสตร์ของกลุ่มจังหวัด/จังหวัด กำรวิเครำะห์
สภำพแวดล้อมภำยในและภำยนอกองคก์ ร (SWOT Analysis)

ส่วนที่ ๔ แผนปฏิบัติกำรด้ำนศำสนำ ศิลปะ และวัฒนธรรม และแผนกำรใช้จ่ำยงบประมำณ
สำนักงำนวัฒนธรรมจงั หวัดปทุมธำนปี ระจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2566

สารบัญ

ส่วนที่ 1 บทสรุปผบู้ ริหาร หน้า
สารบัญ
ส่วนท่ี 2 ข้อมูลทัว่ ไปของจงั หวดั ปทุมธานี 1 – 29
ส่วนที่ 3 ข้อมูลพนื้ ฐานของจงั หวดั ปทุมธานี 3
1.1 ข้อมูลทางประวตั ศิ าสตร์ 4
1.2 ทต่ี ัง้ และอาณาเขต 5
1.3 การปกครอง 6
1.4 สญั ลักษณป์ ระจาจงั หวดั ปทมุ ธานี 6
6
- ตราประจาจงั หวดั 6
- คาขวญั ประจาจงั หวดั 6
- ธงประจาจังหวดั 7
- ดอกไม้ประจาจังหวัด 7
- ต้นไมป้ ระจาจงั หวัด 7
- ลายผ้าประจาจังหวัด
1.5 ข้อมูลดา้ นศาสนา 8 - 11
1.6 ขอ้ มูลดา้ นการศึกษา 11 – 12
- สถาบันอุดมศึกษา
- สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน 11
1.7 ข้อมลู ดา้ นวัฒนธรรม 12
- แหล่งเรยี นรขู้ องจงั หวัด 13 – 29
- ประเพณีทีส่ าคญั ของจังหวัด 13
- ขอ้ มลู เครือข่ายด้านศาสนา ศลิ ปะและวฒั นธรรม 20
- ขอ้ มูลสถานประกอบกิจการตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 26
1.8 ผบู้ ริหารจงั หวัดปทมุ ธานี 29
ขอ้ มูลทั่วไปของสานกั งานวฒั นธรรมจังหวดั ปทุมธานี 29
ข้อมลู ทว่ั ไปของสานกั งานวัฒนธรรมจังหวดั ปทมุ ธานี 30 – 43
2.1 อานาจหนา้ ทีข่ องสานักงานวัฒนธรรมจงั หวัด 32
2.2 อานาจหนา้ ท่ขี องกลมุ่ /ฝ่ายในสานักงานวัฒนธรรมจังหวัด 33
2.3 แผนภมู โิ ครงสรา้ งอัตรากาลังและการแบง่ ส่วนราชการของสานกั งาน 34
2.4 วสิ ัยทัศน์ พนั ธกจิ และยุทธศาสตร์ 37
2.5 เป้าหมายเชงิ ยทุ ธศาสตร/์ กลยทุ ธ์ 39
2.6 แนวทางการดาเนินการ 40
การวเิ คราะหป์ ัจจยั ท่เี ก่ียวขอ้ ง 41
3.1 ข้อกฎหมาย 44 – 51
3.2 บรบิ ทเชงิ นโยบายและยทุ ธศาสตร์ 46
46

สารบญั (ตอ่ )

สว่ นท่ี 4 3.2.1 ความสอดคลอ้ งเช่อื มโยงภารกจิ ของกระทรวงวัฒนธรรมกับยทุ ธศาสตร์ หน้า
ชาติ 20 ปี แผนแมบ่ ทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าติ แผนการปฏิรปู ประเทศ 46
และแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบบั ท่ี 12-13
49
3.2.2 ความสอดคลอ้ งเช่ือมโยงภารกจิ ของสานักงานวฒั นธรรมจังหวดั กับแผน 50
แมบ่ ทเฉพาะกจิ 50

3.2.3 ความสอดคล้องเชอื่ มโยงภารกิจของกระทรวงวฒั นธรรมกบั นโยบายของ 52
รฐั บาล 53
57
3.2.4 ความสอดคล้องเช่ือมโยงภารกิจของสานกั งานวัฒนธรรมจงั หวัดกับ 58
นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและยุทธศาสตร์ของ 71
กระทรวงวัฒนธรรม

3.2.5 ความสอดคลอ้ งเช่อื มโยงภารกจิ ของสานกั งานวัฒนธรรมจงั หวัดกับ
นโยบายและยุทธศาสตร์ของกลมุ่ จงั หวัด/จงั หวดั

3.3 การวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองคก์ ร (SWOT Analysis)
แผนปฏิบัติการด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และแผนการใช้จ่ายงบประมาณ สานักงาน
วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2566
4.1 รายละเอียดแผนปฏิบัติการด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สานักงานวัฒนธรรม
จงั หวดั ปทมุ ธานีประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
4.2 แผนการใช้จ่ายงบประมาณ สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ประจาปีงบประมาณ
พ.ศ. 2566

ส่วนที่ 1

ขอ้ มลู ท่วั ไปของจังหวดั

ส่วนท่ี ๑
ขอ้ มูลท่วั ไปของจงั หวัดปทุมธานี

แผนปฏิบตั กิ ารของสานกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั ปทมุ ธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒

ขอ้ มูลพืน้ ฐานจังหวดั ปทุมธานี

ตราสัญลกั ษณ์จังหวดั ปทุมธานี
รปู วงกลมมีสัญลักษณ์ดอกบวั หลวงสีชมพอู ยู่ตรงกลาง และรวงขา้ วสีทองอยู่ 2 ขา้ ง

ดอกบวั และต้นขา้ ว หมายถงึ ความสมบรู ณ์ด้วย พชื พันธ์ุธัญญาหาร

คาขวัญของจงั หวดั ปทุมธานี
ถน่ิ บวั หลวง เมืองรวงข้าว เช้อื ชาวมอญ นครธรรมะ พระตาหนักรวมใจ สดใสเจา้ พระยา ก้าวหนา้
อตุ สาหกรรม
วิสัยทศั น์
ปทมุ ธานีเมืองนา่ อยู่ ศูนยก์ ลางธุรกิจบรกิ ารและฐานการผลิตสนิ ค้า และบรกิ ารทม่ี มี ูลค่าสูง
พนั ธกิจ
1. อนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติสง่ิ แวดล้อม และวัฒนธรรมให้คนรุ่นต่อไปได้ใช้อย่างยัง่ ยนื
2. เพิ่มขดี ความสามารถและยกระดบั การผลิตและสรา้ งมูลคา่ เพ่ิมใหก้ ับสินค้าและบริการ ดา้ น
การเกษตร อุตสาหกรรมและการทอ่ งเท่ยี ว
3. ยกระดับคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชนใหอ้ ยู่ดีมสี ุข ทง้ั สุขภาพกาย จิตใจ มีความม่ันคงดา้ นอาชพี
และรายได้ และมสี ภาพแวดลอ้ มที่ดี
ยทุ ธศาสตร์
1. พัฒนาสภาพแวดลอ้ มเมืองใหน้ า่ อยู่ เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกจิ และสังคม
2. ยกระดับการผลติ ภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการใหม้ ีมลู ค่าสงู ได้มาตรฐาน
สตู่ ลาดโลก
3. พฒั นาและยกระดบั การท่องเทยี่ วเชื่อมโยงธุรกิจและมาตรฐานบรกิ าร
4. พัฒนาและเสรมิ สร้างศักยภาพคนและชุมชนให้มีคุณภาพ รองรบั การเปลี่ยนแปลงโครงสรา้ ง
ประชากรและสังคม

แผนปฏบิ ตั ิการของสานักงานวัฒนธรรมจงั หวดั ปทมุ ธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๓

1.1 ข้อมูลทางประวัตศิ าสตร์

จากหลกั ฐานทางโบราณคดี พบวา่ ปทุมธานใี นอดตี เปน็ ท่ตี ั้งถ่ินฐานของชุมชนโบราณมากว่า ๓๐๐ ปี
ตง้ั แต่คร้งั แผ่นดินกรุงศรีอยธุ ยาเปน็ ราชธานี เชน่ ชมุ ชนโบราณโคกยายมนั่ บา้ นเก่า ชุมชนโบราณท่งุ พญาเมือง
ชุมชนโบราณบ้านสามโคก ชุมชนโบราณบา้ นบางหลวง และชุมชนโบราณบ้านบางควู ดั ริมฝั่งแม่นา้ เจา้ พระยา
บริเวณน้ยี ังเป็นทีต่ ัง้ ถน่ิ ฐานของชาวมอญท่ีอพยพหลบหนภี ยั สงครามจากถน่ิ ทเ่ี ดิมเข้ามาตงั้ บา้ นเรอื นอย่สู อง
ฟากฝั่งแม่น้าที่บ้านสามโคก เช่นเดยี วกบั ชาวมสุ ลิมจากปัตตานี และชาวลาวจากเวยี งจันทนท์ ่ีอพยพเขา้ มา
สมยั ต้นกรงุ รตั นโกสินทร์ และเม่ือพื้นท่ีกว้างใหญ่ “ท่งุ หลวง” แหง่ ทุ่งตะวนั ออก รวมถึงพื้นที่ ทงุ่ ตะวันตกถูก
ถากถางขดุ คลองชกั น้าเข้าเปิดพื้นทที่ านาผืนใหญ่ ผคู้ นก็หลงั่ ไหลอพยพเข้าตัง้ ถิน่ ฐานบ้านเรือน มที ง้ั คนไทย
คนจีน คนมอญ คนมสุ ลมิ คนลาวและคนญวน ดว้ ยความอุดมสมบูรณ์ของสายนา้ และลาคลอง

ปทมุ ธานีในอดตี จึงเปน็ เมืองท่ีผคู้ นอพยพมาอยา่ งหลากหลายชาติพนั ธุ์ ต่างวัฒนธรรม มวี ถิ ชี ีวิตแบบ
ของตนทอี่ ้ือเฟือ้ เผ่ือแผต่ อ่ กันดว้ ยความรกั หลอ่ หลอมเปน็ ชาวปทมุ ธานดี งั ปัจจบุ ัน

ในอดีตมีการอพยพของชาวมอญเข้ามาพ่ึงพระบรมโพธิสมภารพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา
กรุงธนบรุ ี และกรงุ รตั นโกสินทร์หลายคร้งั ทีส่ าคัญคือ

รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พุทธศักราช ๒๒๐๒ ชาวมอญอพยพเข้ามาพ่ึงพระบรมโพธิสมภาร
นบั หมนื่ คน ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ้ังถ่นิ ฐานทบ่ี ้านสามโคก

รัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี พทุ ธศักราช ๒๓๑๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯใหช้ าวมอญอพยพตั้งถิน่
ฐานบา้ นเรือนที่ปากเกร็ด และบา้ นสามโคก

รัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย พทุ ธศักราช ๒๓๕๘ ได้มกี ารอพยพชาวมอญ ครั้งใหญ่
จากเมืองเมาะตะมะเข้าสู่ประเทศไทย พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ชาวมอญบางส่วน ตั้งบ้านเรือน
อยู่ท่ีบ้านสามโคกและเมืองนนทบุรี จากชุมชนขนาดเล็ก “บ้านสามโคก” จึงพัฒนาเป็น “เมืองสามโคก” ในกาล
ตอ่ มา

เม่ือเดือน ๑๑ วันขึ้น ๑๓ ค่า ปีพุทธศักราช ๒๓๕๘ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ได้เสด็จประพาสบ้านสามโคกทางชลมารค ทรงรับดอกบัวจากราษฎรที่มารอรับเสดจ็ และได้มีการนาดอกบวั
จานวนมากไปใช้ในงานเทศน์มหาชาติที่พระท่ีน่ังอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เป็นมูลเหตุให้ทรง
เปลีย่ นนามเมอื งสามโคกเปน็ “ประทมุ ธานี”

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขุดคลองแขวงเมือง
ประทุมธานีผ่านทุ่งหลวงรังสิต และได้พระราชทานนามว่า“คลองรังสิตประยูรศักดิ์” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ใหม้ ีการจัดต้งั พ้นื ทีร่ มิ ฝง่ั คลองใหเ้ ปน็ เมอื ง และพระราชทานนามวา่ “เมืองธญั ญบรู ี”

ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๙ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ ให้เปล่ียนคาวา่ “เมือง” เป็น “จังหวัด” และให้เปลย่ี นการเขียนช่อื จังหวดั ใหมจ่ าก “ประทุมธานี” เป็น
“ปทุมธานี” ในวนั ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๔๕๙

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยุบจังหวัดธัญบุรี
มาขึน้ กับจังหวัดปทุมธานี เมอ่ื พ.ศ.๒๔๗๕ จงั หวดั ปทุมธานจี ึงไดแ้ บง่ เขตการปกครองเป็น ๗ อาเภอ ดงั ทเ่ี ปน็
เช่นปจั จบุ ัน

นับต้ังแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้พระราชทานนามเมือง “ประทุมธานี”
เป็นต้นมา จังหวัดปทุมธานีก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลาดับ เป็นจังหวัดท่ีมีความอุดมสมบูรณ์ มีศิลปวัฒนธรรม
และเอกลักษณ์เปน็ ของตน ซึ่งเปน็ ส่งิ ท่ชี าวปทุมธานีภาคภมู ิใจเป็นอย่างยง่ิ และเปน็ จงั หวัดในเขตปริมณฑลท่ี
มคี วามเจรญิ ร่งุ เรือง มีการพฒั นาในดา้ นตา่ งๆ ขนึ้ อยา่ งรวดเรว็

แผนปฏบิ ัติการของสานักงานวฒั นธรรมจงั หวัดปทุมธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๔

1.2 ทตี่ งั้ และอาณาเขต

จังหวัดปทุมธานีต้ังอยู่ในเขตภาคกลาง มีเน้ือท่ีประมาณ 1,525.856 ตารางกิโลเมตร หรือ

ประมาณ 953,660 ไร่ มอี าณาเขตตดิ ตอ่ กบั จงั หวัดใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอาเภอบางไทร อาเภอบางปะอนิ และอาเภอวงั น้อย จังหวดั

พระนครศรอี ยุธยา อาเภอหนองแค และอาเภอวิหารแดง จังหวัดสระบรุ ี

ทศิ ตะวนั ออก ติดตอ่ กับอาเภอองครักษ จังหวดั นครนายก และอาเภอบางน้าเปรี้ยว

จงั หวัดฉะเชงิ เทรา

ทิศตะวนั ตก ติดตอ่ กับอาเภอลาดบวั หลวง จังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา อาเภอบางเลน

จังหวดั นครปฐม และอาเภอไทรนอย จังหวดั นนทบรุ ี

ทศิ ใต้ ติดต่อกับเขตหนองจอก เขตคลองสามวา เขตสายไหม เขตบางเขน เขตดอนเมือง

กรงุ เทพมหานคร และอาเภอปากเกรด็ อาเภอบางบัวทอง จงั หวัดนนทบุรี

แผนทีแ่ สดงขอบเขตจังหวดั ปทุมธานี

แผนปฏิบัตกิ ารของสานักงานวัฒนธรรมจงั หวัดปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๕

1.3 การปกครอง
จังหวัดปทุมธานี แบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น ๗ อาเภอ ประกอบด้วย อาเภอเมือง

ปทุมธานี อาเภอธัญบุรี อาเภอคลองหลวง อาเภอลาลูกกา อาเภอลาดหลุมแก้ว อาเภอสามโคก และ
อาเภอหนองเสือ มีจานวนตาบล ๖5 ตาบล 858 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๖5 แห่ง
ประกอบไปด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๑ แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 9 แห่ง เทศบาล
ตาบล 17 แหง่ และองคก์ ารบรกิ ารสว่ นตาบล ๓๗ แหง่

จานวนประชากร ข้อมูลตามทะเบียนราษฎร์ของจังหวัดปทุมธานี ณ วันท่ี 30 ธันวาคม พ.ศ.
2554 มีจานวนครัวเรือน 470,698 หลังคาเรือน ประชากรท้ังส้ิน 1,005,760 คน จาแนกเป็นชาย
478,182 คน และหญิง 527,578 คน อาศัยอยู่ในเขตเทศบาล ร้อยละ 50.99 และนอกเขตเทศบาล
ร้อยละ 49.01 โดยอาเภอที่มปี ระชากรอาศัยอยมู่ ากท่สี ุด ไดแ้ ก่ อาเภอลาลกู กา รองลงมาคือ อาเภอคลอง
หลวง อาเภอธัญบุรี อาเภอเมืองปทุมธานี อาเภอลาดหลุมแก้ว อาเภอสามโคก และอาเภอหนองเสือ
ตามลาดบั

จังหวัดปทุมธานี มีอัตราความหนาแน่นของประชากรต่อตารางกิโลเมตร อยู่ที่ประมาณ 735.6 คน
ตอ่ ตารางกิโลเมตร อาเภอท่ีมีความหนาแนน่ ของประชากรต่อตารางกิโลเมตร สูงสดุ คือธัญบุรี 1,865.9 คน
รองลงมาได้แก่ อาเภอเมืองปทุมธานีประมาณ 1,701.4 คนต่อตารางกิโลเมตร อาเภอท่ีมีความหนาแน่น
ของประชากรต่าสุดคือ อาเภอหนองเสือ 129.9 คนต่อตารางกิโลเมตร เน่ืองจากยังมีสภาพส่วนใหญ่เป็น
พืน้ ที่ ทาการเกษตร

1.4 สัญลักษณ์ประจาจงั หวัดปทมุ ธานี

- ตราประจาจังหวดั

รูปวงกลมมสี ัญลกั ษณ์ดอกบัวหลวงสชี มพูอยูต่ รงกลาง
และรวงขา้ วสีทองอยู่ ๒ ข้าง ดอกบวั และต้นข้าว หมายถึง ความสมบูรณ์
ด้วยพชื พนั ธ์ธุ ัญญาหาร จังหวดั ปทมุ ธานี ใชอ้ กั ษรย่อว่า “ปท”

- คาขวัญประจาจงั หวัด
ถนิ่ บวั หลวง เมืองรวงข้าว เชอื้ ชาวมอญ นครธรรมะ
พระตาหนักรวมใจ สดใสเจ้าพระยา ก้าวหน้าอุตสาหกรรม

- ธงประจาจังหวดั
ความหมายของธงประจาจงั หวัด
- สีน้าเงิน หมายถงึ พระมหากษตั รยิ ์
- สีขาว หมายถึง ศาสนา
- ดอกบัวหลวงกับต้นข้าว หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์
ธัญญาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกบวั และข้าว
ความหมายรวมของธงประจาจังหวัดปทุมธานี จึงหมายถึง ชาวจังหวัด

ปทุมธานีเป็นหมู่คณะที่มีความรักและความสามัคคีเป็นปึกแผ่นอันเป็นส่วนหนึ่งของชาติไทย ท่ีมีความ
จงรกั ภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์

แผนปฏิบตั ิการของสานกั งานวัฒนธรรมจงั หวัดปทุมธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๖

- ดอกไม้ประจาจังหวดั ดอกบวั หลวง (Nymphaea lotus Linn.)
ช่ืออนื่ บุณฑรกิ , สตั ตบงกช
เป็นพรรณไม้น้าประเภทพืชล้มลุก มีลาต้นและหัวอยู่ในดินใต้น้า

การเจริญชูก้านใบและดอกข้ึนมาบนผิวน้า ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่
ผิวใบเรียบสีเขียวขอบน้าตาล ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายชั้นมีสีขาว ชมพู
เหลือง ลกั ษณะ สสี ันขนาดของใบและดอกขึ้นอยกู่ ับชนดิ ของพนั ธ์ุ

- ต้นไม้ประจาจังหวดั ต้นปาริชาติ (Erythrina variegata Linn.)
ชื่ออ่ืน ทองหลางลาย ทางเผือก , ทองหลางด่าง, ปาริชาติ ปาริฉัตร

ทองบา้ น ทองเผอื ก มงั การา
เปน็ ไม้ยนื ต้น ทพี่ บทัว่ ไปในเอเชียเขตร้อนและเขตอบอุ่น
- ต้น ไม้ต้นยืนผลัดใบ สูง 5 – 10 เมตร ตามก่ิงต้นอ่อนหนาม เรือน

ยอดเปน็ พ่มุ กลม โปร่ง
- ใบ ประกอบแบบขนนก เรยี งเวยี นสลบั มีใบย่อย 3 ใบ ใบจะโตกว่า

2 ใบดา้ นข้าง
- ดอก รูปดอกถ่วั สีแดงเข้ม ออกรวมกนั เปน็ ชอ่ ยาวประมาณ 30 – 40เซนติเมตร ออกดอก ระหวา่ ง
เดอื น มกราคม - กุมภาพันธ์
- ผล เป็นฝกั ยาว 15 - 30 เซนตเิ มตร
- ลายผ้าประจาจงั หวดั ช่อื ลายผ้า “รกั บัว”

แผนปฏิบตั ิการของสานกั งานวัฒนธรรมจงั หวัดปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๗

แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานได้จากตราสัญลักษณ์ คาขวัญ และความหมายของธงประจา
จงั หวดั ปทุมธานี โดยมีแนวคิดในการออกแบบ คอื

- การนาเอกลักษณข์ องทอ้ งถ่นิ อยา่ งดอกบัวหลวง ทเี่ ปน็ ด่ังชอ่ื จังหวดั
- รวงขา้ วผลผลติ ทางการเกษตรกรรมของจังหวดั ซ่งึ หมายถึงพื้นที่ทีอ่ ุดมสมบูรณ์
- สายน้าเจ้าพระยาท่ีเป็นแม่น้าคู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน และยังเป็นแม่น้าสายหลักที่หล่อเลี้ยง
ชาวปทุมธานีมาจนถงึ ทุกวนั น้ี
- และความรักท้องถ่ิน ความสามัคคีเป็นปึกแผ่น โดยไม่แบ่งแยกกลุ่มชนเช้ือสายต่างๆ ซึ่งเห็น
ไดจ้ ากมือ 2 ข้าง ทป่ี ระกบตอ่ กนั เปน็ หวั ใจ มอื ขา้ งหนง่ึ สอื่ ถงึ คนไทย และอีกขา้ งสอ่ื ถงึ กลมุ่ ชนเชือ้ สายต่างๆ
นามาออกแบบเป็นภาพกราฟิกลายผ้า ใช้สีน้าเงินแทนพระมหากษัตริย์ สีฟ้าแทนสายน้าเจ้าพระยา สีขาว
แทนศาสนา และสีชมพูแทนดอกบัวหลวง นอกจากน้ียังประยุกต์ใช้ลายผ้าแบบทาร์ทัน (Tartan) ร่วมกับลวดลายท่ี
เป็นเอกลกั ษณข์ องจังหวดั ปทมุ ธานี เพอ่ื เป็นลายผา้ ร่วมสมัย

1.5 ขอ้ มูลดา้ นศาสนา

(๑) ศาสนาพทุ ธ จานวนวัด ๑๙8 แหง่ แบง่ เปน็ วัดหลวง ๓ แห่ง วัดราษฎร์ ๑95 แหง่

วัด สานักสงฆ์

ที่ อาเภอ มหานกิ าย ธรรมยตุ อ่นื ๆ ม ธ หมายเหตุ

(อนัม)

1 เมอื งปทมุ ธานี 43 2 --

2 คลองหลวง 23 2 --

3 ธัญบุรี 10 - 1 - -

4 ลาดหลมุ แก้ว 15 4 --

5 ลาลูกกา 31 3 1-

6 สามโคก 30 12 --

7 หนองเสอื 20 2 --

รวม 172 25 1 1

รวมท้ังสน้ิ 198 1

หมายเหตุ : ข้อมลู ณ ปี พ.ศ. 2564

พระอารามหลวงในจังหวดั ปทุมธานี จานวน 3 แห่ง

ท่ี วดั ชัน้ ชนิด สถาปนาเปน็ ตาบล อาเภอ โทรศัพท์

พระอารามหลวง

1 วดั ชินวรารามวรวิหาร ตรี วรวหิ าร 7 ม.ิ ย. 2481 บางขะแยง เมืองฯ 02 581 2242

2 วัดเขยี นเขต ตรี สามญั 11 ต.ค. 2534 บงึ ย่ีโถ ธญั บุรี 02 533 1120

3 วดั จนั ทนก์ ะพ้อ (ธ) ตรี สามญั 11 ต.ค. 2534 บางเตย สามโคก 02 593 1337

แผนปฏิบตั กิ ารของสานักงานวฒั นธรรมจังหวัดปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๘

พระราชาคณะในจังหวัดปทุมธานี จานวน 6 รปู

ที่ ชอื่ ตาแหนง่ วัด ตาบล อาเภอ
บงึ ยี่โถ ธัญบรุ ี
1 พระธรรมรตั นาภรณ์ เจา้ อาวาส เขยี นเขต
คคู ต ลาลกู กา
(พระอารามหลวง) บางกระบือ สามโคก
ธญั บุรี
2 พระราชสุทธธิ รรมาจารย์ จจ.ปทมุ ธานี ประยูรธรรมาราม บึงยโ่ี ถ
สามโคก
3 พระราชวรเมธาจารย์ จจ.ปทมุ ธานี (ธ) โบสถ์ (ธ) บางเตย
เมืองฯ
4 พระราชกิตตเิ มธี รอง จจ.ปทุมธานี เขียนเขต บางขะแยง
(พระอารามหลวง)

5 พระศรมี งคลเมธี จอ.เมอื งฯ (ธ) จันทน์กะพ้อ (ธ)
(พระอารามหลวง)

6 พระมงคลวโรปการ จต.บางขะแยง ชนิ วรารามวรวิหาร
(พระอารามหลวง)

(๒) ศาสนาอสิ ลาม จานวนมัสยดิ จานวน (รวม) ๓๐ แหง่

คณะกรรมการอิสลามประจาจงั หวัด

ที่ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ เลขานกุ าร
๑ นายสนนั่ ลา้ ประเสรฐิ ๑. นายต่วน ผลเจรญิ
๑. นายต่วน ผลเจริญ
๒. นายเสกสิทธิ์ สิงหง์ าม
๓. นายฮมั หมัด อาดา
๔. นายอารมณ์ อาเกบ็

ท่ี อาเภอ จานวนมัสยดิ หมายเหตุ
1 เมอื งปทุมธานี 3 แห่ง
1. รว่ มจติ ต์มสุ ลิม
2 คลองหลวง 4 แห่ง
3 ธัญบุรี 1 แหง่ 2. ยามอี ุ้ลอสิ ลาม
4 ลาดหลุมแกว้ 6 แห่ง
3. ยุมรอตลุ้ อิสลาม
5 ลาลูกกา 11 แห่ง
1. เจริญอสิ ลาม 3. ลาสนนุ่

2. แกว้ นิมิต 4. อลั -อะลา

1. เราะห์มัดรสั มี

1. เราะห์มาตลุ้ เลาะห์ 4. ซะอาดาตลุ้ อสิ ลาม

2. เนียะมาตล้ิ และห์ 5. มยู าฮิดอลุ ยานยั นี

3. ฟดั ลลุ ลอฮตี าอาลา 6. นูรลุ้ ยากีน

1. แดง 7. ยามีอลุ้ คอยรียะห์

2. นูรลุ้ อสิ ลาม 8. กอซมิ สิ สายามี

3. อลั -ฮดู า 9. ดารลุ้ ฮิดายะห์

4. อริ อดาตุล้ กาแมล 10. มยั ติรเราะหม์ าน

5. ประชาสัมพันธ์ 11. อบิ านรุ เราะหม์ าน

6. ดารลุ้ อิบาดะห์

แผนปฏบิ ัติการของสานกั งานวัฒนธรรมจงั หวดั ปทมุ ธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๙

ท่ี อาเภอ จานวนมัสยดิ หมายเหตุ (ชือ่ มัสยิด)
6 สามโคก 2 แห่ง
1. สุเหร่าใหม่เจรญิ
7 หนองเสือ 3 แหง่ 2. ยา่ มอี สุ ลาม

1. อิกอมาตุ้ลอสิ ลาม
2. อัซซอลีฮีน
3. ณันนา่ ตุลมฮู ายรี นี

(๓) ศาสนาครสิ ต์ จานวนโบสถ์คริสต์ (รวม) ๓6 แห่ง

ที่ อาเภอ จานวนโบสถ์ครสิ ต์ หมายเหตุ
1 เมืองปทมุ ธานี โปรเตสแตนด์ โรมันคาทอริก
2 คลองหลวง
4 แหง่ 1 แหง่ 1. วัดนักบุญมาร์โก
3 ธญั บุรี
1. คริสตจักรจกั รปทมุ ธานี
4 ลาดหลมุ แก้ว
2. คริสตจกั รมหาพรรังสติ

3. คริสตจกั รเฟริ ส์ แบ๊พตสิ นาวง

4. คริสตจกั รแหง่ ความรกั เมอื งเอก

10 แหง่ - 1. ครสิ ตจักรบา้ นสวนปทุม

2. คริสตจักรนวนคร

3. ครสิ ตจกั รแบบ๊ ตสิ ตร์ ่มพระคณุ

4. ครสิ ตจักรพฤกษา พลังชีวติ

5. คริสตจักรสัมพนั ธ์คลองหลวง

6. คริสตจกั รใจสมานคลองหลวง

7. ครสิ ตจักรความหวังคลองหนึ่ง

8. คริสตจกั รความหวงั คลองหลวง

9. ครสิ ตจกั รคลองหลวง

10. คริสตจกั รบา้ นครสิ เตียน

9 แหง่ 1 แห่ง 1. วัดพระชนนีของพระเจา้

1. คริสตจกั รเมธอดิสรังสติ

2. คริสตจกั รใจสมานรังสิต

3. ครสิ ตจักรบา้ นแหง่ พระคุณรงั สิต

4. ครสิ ตจักรHome Church

5. คริสตจักรความหวงั ปทมุ ธานี

6. คริสตจักรวันนี้ (คลอง11)

7. คริสตจักรสนั ตสิ ขุ รงั สติ

8. คริสตจักรธัญบุรี

9. คริสตจักรความรกั ของพระคริสต์

2 แหง่ - 1. คริสตจกั รใจสมานปทุมธานี

2. ครสิ ตจักรลาดหลุมแกว้

แผนปฏบิ ตั กิ ารของสานักงานวฒั นธรรมจงั หวัดปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๑๐

ที่ อาเภอ จานวนโบสถค์ รสิ ต์ หมายเหตุ
5 ลาลกู กา โปรเตสแตนด์ โรมันคาทอรกิ

6 สามโคก 6 แหง่ 1 แหง่ 1. วัดพระสทุ ธิวงส์
7 หนองเสอื
1. ครสิ ตจักรฟ้าคราม

2. ครสิ ตจักรบ้านสุขเกษม

3. คริสตจักรลาลกู า

4. ครสิ ตจักรความหวงั ลาไทร

5. ครสิ ตจักรความหวงั ลาลูกกา

6. ครสิ ตจกั รแสงพระครสิ ต์

1 แห่ง - 1. คริสตจกั รของพระเจา้ เดอะลากนู

1 แหง่ - 1. ครสิ ตจักรหอ้ งประกาศศูนย์มหัศจรรยแ์ ห่ง

ชีวิตหนองเสอื

(๔) ศาสนาอ่ืนๆ จานวน ๑ แหง่ คอื อาเภอ หมายเหตุ
ที่ ช่อื ศาสนสถาน คลองหลวง ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู
1 วัดพระศรีนาคาทรุ คาเทวี (วัดแขกคลอง ๔)

1.6 ข้อมูลด้านการศกึ ษา ที่ต้ัง
ตาบลคลองหนึง่ อาเภอคลองหลวง
- สถาบนั อดุ มศึกษา ตาบลบางเตย อาเภอสามโคก
ท่ี มหาวิทยาลัย ถนนรังสิต-นครนายก (คลองหก) อาเภอธญั บรุ ี
๑ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตาบลคลองหนง่ึ อาเภอคลองหลวง
๒ มหาวทิ ยาลยั ชินวัตร ตาบลบึงยี่โถ อาเภอธญั บุรี
๓ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี ตาบลบา้ นกลาง อาเภอเมืองปทุมธานี
๔ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รงั สิต ตาบลหลกั หก อาเภอเมืองปทุมธานี
๕ มหาวิทยาลัยนอรท์ กรุงเทพ ถนน รังสติ -นครนายก 32 รงั สิต อาเภอธญั บุรี
6 มหาวทิ ยาลยั ปทมุ ธานี ตาบลคลองหนึ่ง อาเภอคลองหลวง
7 มหาวทิ ยาลยั รงั สติ ตาบลลาดสวาย อาเภอลาลูกกา
8 มหาวทิ ยาลัยอีสเทริ ์นเอเซีย ตาบลบงึ น้ารักษ์ อาเภอธัญบุรี
9 มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ตาบลคลองหน่ึง อาเภอคลองหลวง
10 มหาวทิ ยาลยั เวสเทิรน์
11 วทิ ยาลัยพลศึกษากรงุ เทพฯ วิทยาเขตปทุมธานี
12 สถาบนั เทคโนโลยแี ห่งเอเซยี

แผนปฏบิ ตั ิการของสานักงานวฒั นธรรมจงั หวดั ปทมุ ธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๑๑

- สถานศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน
จงั หวดั ปทุมธานมี โี รงเรียนทัง้ หมด 318 โรงเรยี น โดยแบง่ ตามสงั กดั และอาเภอทตี่ ้ัง ดงั น้ี

อาเภอ สพฐ. รวม อปท. สช. สาธิต อ่นื ๆ รวม
สพม. สพป. สศศ. ทกุ สังกดั
22 - -
เมอื งปทุมธานี 4 25 - 29 5 13 2 - 56
24 2 - 56
คลองหลวง 4 33 - 37 4 3- - 52
24 - - 30
ธญั บุรี 3 11 - 14 12 1- - 68
2- - 27
ลาดหลมุ แก้ว 4 22 - 26 1 89 4 - 29
318
ลาลกู กา 4 30 - 34 10

สามโคก 2 22 - 24 2

หนองเสือ 1 26 - 27 -

รวม 22 169 - 191 34

หมายเหตุ :
- สพฐ. : โรงเรียนสงั กัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน
- สพม. : โรงเรียนสังกดั เขตพน้ื ทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา (สานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษาปทุมธาน)ี
- สพป. : โรงเรยี นสงั กัดเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษา (สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปทุมธานี เขต 1 และ 2)
- สศศ. : โรงเรยี นสงั กัดสานักบรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ
- อปท. : โรงเรียนสงั กัดองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
- สช. : โรงเรียนสังกดั สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาเอกชน

แผนปฏิบัตกิ ารของสานกั งานวฒั นธรรมจังหวัดปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๑๒

1.7 ขอ้ มูลดา้ นวัฒนธรรม
- พิพิธภัณฑ์และแหลง่ เรยี นรู้ของจังหวดั
1) หอนิทรรศน์ปทุมธานี
หอนิทรรศน์ปทุมธานี ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี (หลังเก่า) เป็นศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์

จังหวัดปทุมธานี จัดแสดงนิทรรศการทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี การต้ังถิ่นฐานตลอดจน
วัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาในวิถีชีวิตของชาวปทุมธานีตั้งแต่เกิดจนตาย แบ่งส่วนการจัดแสดงท่ี
น่าสนใจ ดังนี้ เจ้าฟ้าแห่งการศึกษา ย้อนอดีตเมืองท่า สามโคกถ่ินอารยะ ธัญบุรีเมืองรวงข้าว เสน่ห์เมืองปทุมฯ
และ Check in ถิ่นปทุมฯ

2) พิพิธภณั ฑห์ ินแปลก
พิพิธภัณฑ์หินแปลก เป็นพิพิธภัณฑ์ท่ีรวบรวมหินท่ีมีรูปร่างแปลกๆ มากกว่าหนึ่งหม่ืนชิ้นทั้งในประเทศ
และต่างประเทศ หินแปลกท่ีจัดแสดงมีความสวยงามและความมหัศจรรย์ของหินต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ
หินแปลกท่มี ีความโดดเดน่ มชี ่อื เรียกตามลกั ษณะทเี่ ห็น นอกจากนย้ี ังมีหินท่ีมีรปู ร่างเหมอื นสตั วต์ า่ งๆ หนิ เหล่าน้ี
ประกอบด้วยหินฟอสซิลไม้จากภาคอีสาน หินจากภาคเหนือของประเทศไทย ฟอสซิลหอยจากเพชรบูรณ์ แต่หิน
ส่วนใหญ่เป็นหินจากภาคกลาง สาหรับหินจากต่างประเทศมีลักษณะท่ีแปลกและงดงาม หินแปลกเหล่าน้ีเต็มไป
ดว้ ยสสี นั ลวดลาย รวมถึงรูปรา่ งตา่ งๆ ตามที่หนิ จะสร้างจินตนาการใหก้ ับผู้ทีไ่ ด้รับชม

3) พิพธิ ภัณฑบ์ ัว
พิพิธภัณฑ์บัว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดต้ังข้ึนเมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๓ เป็น
โครงการตามแนวพระราชดาริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพ่ือดาเนินการสารวจ
เก็บรวบรวมพันธุ์บัว ปลูกรักษา ศึกษาการใช้ประโยชน์ และสร้างจิตสานึกในการอนุรักษ์พันธุ์บัว โดยเริ่ม
ดาเนินการรวบรวมพันธุ์บัวเพียง ๔๐ สายพันธ์ุ ปัจจุบันมีพันธุ์บัวมากกว่า ๑๐๐ สายพันธุ์ มีทั้งบัวหลวง บัว
ผัน บวั สาย บวั ฝรงั่ บวั วิกตอเรยี และบัวพันธไ์ุ ทยหายากในพน้ื ที่ ๑๘ ไร่

แผนปฏิบตั ิการของสานกั งานวัฒนธรรมจงั หวัดปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๑๓

4) พพิ ิธภณั ฑสถานแห่งชาติธรณวี ิทยาเฉลิมพระเกยี รติ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ เป็นสถานท่ีอนุรักษ์แหล่งข้อมูลอ้างอิงและตัวอย่าง
ทสี่ าคญั ทางธรณีวทิ ยา ซ่ึงผู้เข้าชมสามารถศึกษาคน้ คว้าหาความรใู้ นเรือ่ งของธรณีวิทยาอันมีบทบาทสาคัญต่อ
การดารงชีวิตของมนุษย์และการพัฒนาประเทศ ความโดดเด่นอยู่ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการจัดแสดง มีระบบ
เซ็นเซอร์ตรวจจับ เม่ือมีผู้ชมเดินเข้าไปในส่วนจัดแสดงจะมีเสียงบรรยายประกอบ และมี VDO พ่ีไดโนเสาร์
คอยอธิบายในรายละเอียดของนิทรรศการส่วนต่างๆ มีการแสดงภาพแบบ 3 มิติ เร่ืองไดโนเสาร์ท่ีพบในประเทศไทย
และไดโนเสาร์เคลื่อนไหวได้ เปน็ ตน้

5) พพิ ธิ ภณั ฑสถานเครอ่ื งถ้วยเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้
พิพิธภัณฑสถานเคร่ืองถ้วยเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ มหาวิทยาลยั กรงุ เทพ จดั แสดงเครื่องถว้ ยโบราณที่
ผลิตในประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 2,500 ชิ้น ประกอบด้วยเครื่องถ้วยสุโขทัย เคร่ืองถ้วยล้านนา เคร่ือง
ถ้วยพม่า เคร่ืองถ้วยเวียดนาม เคร่ืองถ้วยญี่ปุ่น และเครื่องถ้วยจีน นอกเหนือจากห้องนิทรรศการถาวรแล้ว
ภายในยังมีห้องนิทรรศการช่ัวคราว คลังพิพิธภัณฑสถาน ห้องศึกษาวิจัย ห้องบรรยายสรุป ร้านขายของที่ระลึก
และหนังสือ รวมท้ังห้องสมุดเฉพาะสาขาสาหรับภัณฑารักษ์ นักเรียน และนักศึกษาได้ใช้เป็นท่ีศึกษาค้นคว้า
อีกด้วย

6) พพิ ิธภณั ฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว
พพิ ธิ ภณั ฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรตพิ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัว จดั แสดงดว้ ยเทคโนโลยีสมยั ใหม่
แบ่งพื้นที่การจัดแสดงออกเป็น ๑๐ โซน ในแนวคิด “๑๐ โซนมหัศจรรย์การเรียนรู้วิถีเกษตร” โดยรวบรวม
พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ผลงานอันเนื่องมาจากพระอัจฉริยภาพ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
รวมทั้งวิวัฒนาการ ภูมิปัญญานวัตกรรม และพัฒนาการของเกษตรกรไทย นอกจากน้ีแล้วยังมีส่วนจัดแสดง
ภายนอกอาคาร ซึ่งเป็นส่วนเน้ือหาภาคปฏิบัติท่ีสอดคล้องเชื่อมโยงกับเนื้อหาท่ีจัดแสดงภายในอาคาร
เปน็ แหลง่ ท่องเทีย่ วทเี่ ปดิ ใหผ้ ทู้ ี่เขา้ ชมได้ซึมซับและนามาประยุกต์ใช้ในการดาเนินชวี ิต

แผนปฏบิ ตั ิการของสานักงานวฒั นธรรมจังหวดั ปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๑๔

7) พพิ ิธภณั ฑสถานแหง่ ชาตกิ าญจนภิเษก
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกาญจนภิเษก เป็นโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้านชาติพันธุ์
วิทยา เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ของการจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติให้ครอบคลุมทุกสาขาวิชาด้าน
มนุษยศาสตร์และสังคมวิทยา รวมถึงชาติพันธ์ุวิทยา วัฒนธรรม ศิลปะ และธรรมชาติวิทยา เปิดให้บริการใน
ส่วนของศูนย์ข้อมูลโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ ซึ่งมีการจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ ประเภท
เคร่ืองป้ันดนิ เผา ผ้า อาวธุ เครอ่ื งใชใ้ นการเกษตร จานวนมากกวา่ 10,000 รายการในรูปแบบของคลงั เปดิ

8) หอจดหมายเหตุแหง่ ชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัวภมู พิ ลอดลุ ยเดช
หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จัดแสดง
นิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 2 ส่วน คือ พระราชประวัติ และ พระราชกรณีย
กิจ เนื้อหานิทรรศการนาเสนอผ่านรูปแบบการ จัดแสดงเอกสารจดหมายเหตุ ภาพถ่าย สื่อเสียง ส่ือสารคดี
สิ่งของ รวมท้ังการจาลองบรรยากาศ ที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์เละเรื่องราวท่ีเคยเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าถงึ
ข้อมูลไดอ้ ยา่ งชัดเจน และซาบซ้ึงในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว ทที่ รงมีตอ่ ประชาชน
ชาวไทยมาอยา่ งต่อเน่ืองและยาวนาน

9) หออคั รศลิ ปิน
หออัครศิลปิน เป็นแหล่งเรียนรู้ท่ีจัดแสดงผลงานด้านศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านหัตถกรรม ด้านวรรณศิลป์ ด้าน
จิตรกรรม ด้านถ่ายภาพ และด้านภูมิสถาปัตยกรรม นอกจากน้ียังใช้เป็นท่ีจัดแสดงประวัติและผลงานอัน
ทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “อัครศิลปินรายล้อมด้วยศิลปินแห่งชาติ ซ่ึงพระองค์ทรงให้การ
อุปถมั ภ์” อีกดว้ ย

แผนปฏิบัตกิ ารของสานักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๑๕

10) อนสุ รณส์ ถานแห่งชาติ
อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ประกอบด้วยส่วนสาคัญต่างๆ ได้แก่ ลานประกอบพิธี เป็นพ้ืนท่ีสาหรับต้ัง
แถวทหารกองเกยี รติยศได้ 3 กองรอ้ ย อาคารประกอบพิธี ใช้สาหรับประกอบพิธที างศาสนาและพธิ ีสาคญั ของ
ชาติ อาคารประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร ประกอบด้วย ห้องเกียรติยศ การจารึกนามผู้กล้าหาญซึ่งเสียชีวิต
จากการรบ การจัดแสดงหุ่นจาลองเหตุการณ์สาคัญทางประวัติศาสตร์ 14 เหตุการณ์ และจัดแสดง
เครื่องแบบ และเคร่ืองหมายยศทหาร อาคารภาพปริทัศน์ แสดงจิตรกรรมฝาผนังเหตุการณ์สาคัญทาง
ประวัติศาสตร์ของชาติไทยต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการจัดและตกแต่งพื้นที่บริเวณภายนอก
อาคารอนุสรณส์ ถานแห่งชาติ ใหส้ วยงามและเหมาะสม

11) พิพธิ ภัณฑธ์ รรมชาติวิทยา
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงนิทรรศการทางธรรมชาติวิทยาท่ีสมบูรณ์แบบ
ท่ีสุดแห่งแรกของไทย จัดแสดงเรื่องราวความรู้ของการกาเนิดโลก สิ่งมีชีวิต วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต และ
ความรู้ทางชีวภาพของสิ่งมชี วี ติ รูปแบบตา่ งๆ ภายในอาคารของพพิ ธิ ภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ทิ ยาแบ่งออกเปน็ สว่ นจัด
แสดงถาวร 4 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่ 1 การกาเนิดโลก ส่วนที่ 2 การกาเนิดสิ่งมีชีวิต ส่วนที่ 3 วิวัฒนาการ
ของสิ่งมชี ีวติ และสว่ นท่ี 4 ความหลากหลายทางชวี ภาพ นอกจากน้ันยงั มสี ว่ นจัดแสดงอน่ื ๆ และการจดั แสดง
โมเดลไดโนเสาร์ Prehistoric Park ทอี่ ยู่ภายนอกอาคารพิพิธภัณฑ์ดว้ ย

12) พิพธิ ภัณฑ์วิทยาศาสตร์
พพิ ธิ ภณั ฑว์ ิทยาศาสตร์ จัดแสดงนทิ รรศการที่เน้นการสอ่ื ความหมายระหว่างผู้เข้าชมและนทิ รรศการ
โดยให้ผู้เข้าชมมีปฏิสัมพันธ์กับชุดนิทรรศการในรูปแบบที่สามารถค้นพบ ทดลอง และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
ผ่านสื่อที่มีความหลากหลาย ทั้งชิ้นงานวิทยาศาสตร์ สื่อผสมแผ่นภาพ ประกอบคาอธิบาย และวัตถุตัวอย่าง
รูปแบบต่างๆ โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจ อาทิ เทคโนโลยีและดินแดนวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์
พื้นฐานและพลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้องกับประเทศไทย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใน
ชวี ติ ประจาวนั และเทคโนโลยี ภูมปิ ญั ญาไทย เป็นต้น

แผนปฏบิ ัตกิ ารของสานักงานวฒั นธรรมจงั หวัดปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๑๖

13) ศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพื่อการศึกษารงั สติ
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต จัดกิจกรรมการเรียนรู้ท้ังการจัดการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยในรูปแบบต่างๆ มุ่งเน้นให้ผู้เข้าชมสามารถเลือกเรียนรู้ตามความสนใจ สนุก ง่าย สัมผัสได้
และท้าทาย เช่น กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านนิทรรศการ ค่ายวิทยาศาสตร์ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ กิจกรรมเสริม
ทักษะ วทิ ยาศาสตร์เคลือ่ นที่ การบรกิ ารวิชาการ การประกวดแข่งขันทางวทิ ยาศาสตร์ และท้องฟา้ จาลอง

14) พิพธิ ภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ จัดแสดงโลกของการสื่อสารท่ีมีผลต่อการดารงชีวิตในปัจจุบัน
วิวัฒนาการของการส่ือสารต้ังแต่ยุคหิน การใช้ภาษาต่างๆ จนมาถึงได้เห็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แมครุ่นที่เคย
โด่งดังในอดีต นอกจากนี้ยังได้มีการทดลองการเล่นคู่สายโทรศัพท์ การถ่ายทาทีวีผ่านจอบลูสกรีน
เป็นพิพธิ ภณั ฑท์ ่ีให้ท้งั ความรู้และความสนุกควบคู่กันไป ประกอบดว้ ยการจัดแสดง 5 โซน คือ เทคโนโลยีการ
สื่อสารยุคก่อนประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีการส่ือสารยุคใหม่ เทคโนโลยีการคานวณ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
และเทคโนโลยสี ารสนเทศกบั การพัฒนาคุณภาพชวี ิต

15) พิพธิ ภัณฑ์ธรรมศาสตรเ์ ฉลมิ พระเกยี รติ
พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นศูนย์บริการองค์ความรู้ทางโบราณคดีและวัฒนธรรม
พ้ืนบ้าน ใช้สาหรับการเรียนการสอน ฝึกปฏิบัติ และการค้นคว้าวิจัย ในรายวิชาต่างๆ ของคณะสังคมวิทยา
และมานษุ ยวิทยา โดยจัดทาเปน็ โครงการนารอ่ งนทิ รรศการ “เคร่อื งปน้ั ดนิ เผาในประเทศไทย : จากบา้ นเชียง
สู่กรุงรัตนโกสินทร์” และจัดกิจกรรมเสริมทักษะในสาระการเรียนรู้กลุ่มสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แก่นักเรียน นักศึกษา มุ่งเน้นที่จะถ่ายทอดเร่ืองราวของชนชาติไทยผ่านการจัดแสดงเคร่ืองป้ันดินเผา
ในยคุ สมัยตา่ งๆ สะทอ้ นการดาเนินชวี ติ ความเชื่อ และการตดิ ต่อแลกเปลยี่ นทางวัฒนธรรมได้เป็นอยา่ งดี

แผนปฏิบตั กิ ารของสานักงานวัฒนธรรมจงั หวัดปทุมธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๑๗

16) พพิ ธิ ภัณฑบ์ า้ นครูไพบลู ย์
ครูไพบลู ย์ บุตรขัน เป็นนักแตง่ เพลงและนักเขยี นบทละคร มีผลงานทีม่ ีชื่อเสยี งมากมาย จนได้รบั การ
ขนานนามให้เป็น “อัจฉริยะนักแต่งเพลงอันดับหน่ึงของไทย” บ้านพิพิธภัณฑ์ครูไพบูลย์ จัดแสดงภายในบ้านไม้
๒ ช้ัน มกี ารจดั วางสงิ่ ของตา่ งๆ ที่นา่ สนใจไว้มากมาย โดยมีหนุ่ เหมอื นของครูไพบูลย์ บตุ รขัน ในท่านัง่ เขียนเพลง
รางวัลแผ่นเสียงทองคาพระราชทาน เครื่องเรือนและเคร่ืองใช้ต่างๆ รูปภาพเก่า สมุดเขียนเพลงลายมือครู
ไพบูลย์ บุตรขัน ฯลฯ ตั้งแสดงไว้เพ่ือให้ผู้เข้าชมนึกถึงความไพเราะของเพลงลูกทุ่งไทยสมัยก่อน และร่วมกัน
อนรุ ักษส์ บื สานตานานเพลงลกู ท่งุ ตอ่ ไป

17) พิพธิ ภัณฑโ์ ชคชยั
พิพิธภัณฑ์โชคชัย ก่อต้ังโดย ดร.โชคชัย บูลกุล ผู้ชื่นชอบการสะสมส่ิงของต่างๆ เพื่อระลึกถึงความ
ทรงจาท่ีผ่านมาในชีวิต และเป็นการบอกเล่าเร่ืองราวความลาบากในช่วงการก่อตั้งฟาร์มโชคชัยที่ปากช่อง
จงั หวดั นครราชสีมา จนประสบความสาเร็จในปัจจุบัน ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงประวตั ิชวี ิตของ ดร.โชคชัย
บลู กลุ และครอบครวั ตลอดจนจัดแสดงของสะสมลา้ ค่าและหายากไวม้ ากมาย ตลอดระยะเวลากวา่ 60 ปี

18) ศูนย์การเรยี นรูว้ ิวัฒนาการการผลติ เหรียญกษาปณ์และเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์
สานักกษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้วิวัฒนาการการผลิตเหรียญ
กษาปณ์และเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ขึ้น เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เก่ียวกับความเป็นมาของเหรียญกษาปณ์ไทย
วิวัฒนาการการผลิต และเผยแพร่ผลงาน กิจกรรม รวมท้ังขีดความสามารถในการแข่งขันด้านกระบวนการ
ผลิตเหรยี ญ และเครือ่ งราชอิสริยาภรณ์สู่ประชาชนและนานาชาติ พนื้ ที่จัดแสดงแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ได้แก่
โซนท่ี 1 ห้องโหมโรง โซนท่ี 2 กาเนิดของเหรียญ โซนท่ี 3 วิวัฒนาการของโรงกษาปณ์ไทย โซนที่ 4 เหรียญ
กษาปณ์ไทยในปัจจุบัน โซนที่ 5 เหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึกในรัชกาลปัจจุบัน โซนที่ 6 เหรียญ
กษาปณ์ต่างประเทศ และเหรียญท่ีระลึก โซนท่ี 7 นิทรรศการเชิงสาธิตการผลิต และโซนที่ 8 นิทรรศการ
หมนุ เวยี น

แผนปฏิบตั ิการของสานกั งานวฒั นธรรมจังหวัดปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๑๘

19) พิพธิ ภัณฑพ์ ระรามเกา้
พิพธิ ภณั ฑพ์ ระรามเกา้ เป็นพพิ ธิ ภณั ฑใ์ นเครอื ของ องค์การพพิ ธิ ภัณฑว์ ทิ ยาศาสตรแ์ หง่ ชาติ (อพวช.)
ซ่ึงสร้างข้ึนเนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ของ พระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยจุดประสงค์
เพอ่ื แสดงใหเ้ ห็นหลกั การคดิ วธิ ีการทรงงานและกระบวนการค้นหาคาตอบตามกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ของในหลวงรชั กาลที่ 9 และให้เป็นแหลง่ เรียนรดู้ า้ นนเิ วศวิทยาและส่งิ แวดล้อมทดี่ ีท่ีสดุ แห่งหนง่ึ ของโลก
ส่วนท่ี 1 OUR HOME นาเสนอเรื่องราวของการกาเนิดจักรวาลระบบสุริยะและโลก BOGBANG
สรรพชวี ติ บนโลกเปน็ ผลสืบเน่อื งมาจากการระเบิดครัง้ ใหญ่ หรอื ซึง่ ก่อใหเ้ กดิ จกั รวาล ระบบสรุ ิยะและโลก
ของเรา
ส่วนท่ี 2 OUR LIFE แสดงสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ภายในชีวนิเวศ
(Biome) ต่างๆ ได้แก่ Antarctica, Arctic, Tundra, Taiga, Desert, Temperate และ Tropical ตลอดจน
อิทธิพลของมนุษย์ต่อสภาพแวดล้อมนั้นๆ ซ่ึงบางกิจกรรมก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อระบบนิเวศ
นอกจากนย้ี ังแสดงถงึ เขตภมู นิ เิ วศ (Ecoregion) ของประเทศไทยอีกดว้ ย
สว่ นท่ี 3 OUR KING บริเวณนี้จะมีการจดั แสดงรถ และจาลองเคร่ืองมือเคร่ืองใช้ที่พระองค์ใช้
ประจา จนถงึ จาลองห้องทรงงานให้ชมดว้ ย และก่อนออกจากโซนน้จี ะมีเกา้ อ้ีใหส้ วมแว่น VR จาลองเปน็
นกั บนิ เคร่ืองทาฝนหลวง ซึง่ จะได้ดูตั้งแตเ่ ครอ่ื งขนึ้ จนถงึ การโปรยสารเคมีตา่ ง ๆ ทจี่ ะมกี ราฟิกขึน้ ใหค้ วามรู้
ประกอบ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของนักวิทยาศาสตร์ ทรงมีวิธีคิด
วิเคราะห์ เพือ่ แก้ปัญหาอย่างเป็นขน้ั เป็นตอน ทรงมองเหน็ ความสัมพันธ์ของท้ังระบบในองค์รวม เมื่อรวมเข้า
กับหลักการบริหารจัดการ จึงนามาสู่โครงการพระราชดาริ หลักคิด หลักปรัชญา ท่ีพระราชทานเป็นแนวทาง
ในการดารงอยูข่ องมนุษยก์ ับโลกใบน้ีอยา่ งย่ังยนื
พิพิธภณั ฑ์พระรามเก้า อยใู่ นความดูแลรับผดิ ชอบของ องคก์ ารพพิ ธิ ภณั ฑว์ ทิ ยาศาสตรแ์ หง่ ชาติ

แผนปฏบิ ัตกิ ารของสานกั งานวฒั นธรรมจังหวัดปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๑๙

- ประเพณที สี่ าคัญของจงั หวัด
1) ประเพณีลาพาขา้ วสาร

ประเพณีลาพาข้าวสาร เป็นการละเล่นอย่างหน่ึงของจังหวัดปทุมธานี ที่อยู่ตามริมฝ่ังแม่น้า
ลาคลอง จะจัดข้ึนหลังวันออกพรรษาช่วงเขตกฐิน (วันแรม ๑ ค่า เดือน ๑๑ - วันข้ึน ๑๕ ค่า เดือน ๑๒
โดยชาวบ้านจะลงเรือออกเรี่ยไรข้าวสาร อาหารแห้ง เงิน และส่ิงของอื่นๆ ตามแต่ศรัทธาของผู้บริจาค
เพ่อื รวบรวมไว้ทาบญุ ทอดกฐินให้แกว่ ัดท่ไี ม่ไดร้ บั กฐินในปนี ัน้ ๆ หรอื ให้แกว่ ัดทีช่ าวบ้านตกลงกันไว้

การลงเรือลาพาข้าวสารนิยมทากันในคืนเดือนหงาย ชายหญิงในหมู่บ้านจะแต่งตัวลงเรือพาย
เมื่อพายเรือไปถึงบ้านหลังใดก็จะจอดเรือแล้วร้องเพลงลาพาข้าวสารเป็นกลอนด้นสด ที่เชิญชวนผู้คนร่วม
ทาบุญ โดยพายเรือจอดเรือท่ีหัวบันไดบ้านแล้วร้องเพลงเป็นทานองบอกบุญเชิญชวนให้ทาบุญร่วมกัน เม่ือ
เจ้าของบ้านได้ยินเพลง ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นการมาบอกบุญเพ่ือรวบรวมข้าวสาร สิ่งของต่าง ๆ เพ่ือนาไป
ทอดกฐิน กจ็ ะรีบนาลงมาใหท้ ี่เรือพร้อมยกมือไหว้เป็นการอนุโมทนาดว้ ย คณะเรอื เจ้าขาวกจ็ ะร้องเพลงให้พร
เจา้ ของบา้ น แลว้ จงึ พายเรอื ไปยังบา้ นอนื่ ๆ ตอ่ ไป

ในปัจจุบัน ประเพณีการละเล่นลาพาข้าวสาร อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่
อย่างไรก็ตาม ประเพณีดังกล่าวก็ยังมีการสืบทอดและสืบสารการร้องลาพาข้าวสารอยู่ เช่น กลุ่มลาพา
ข้าวสารของชุมชนหมู่บ้านสาแล ตาบลบ้านกระแชง อาเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี แม้บางอย่างได้
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น อาจมีการละเล่นในเวลากลางวัน เน่ืองจากมีผู้สูงอายุมากจึงไม่สะดวกในเวลา
กลางคนื

นอกจากนี้ ความเปลี่ยนแปลงท่ีเห็นได้ชดั เจนอีกประการหนึ่ง คือสัดส่วนของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ระหว่างผู้หญงิ กบั ผู้ชาย ในสมยั กอ่ นมเี ทา่ กนั แต่ปจั จบุ นั ผ้รู ่วมกจิ กรรมส่วนใหญจ่ ะเปน็ ผ้หู ญิง สว่ นผ้ชู ายจะมี
ก็นายท้ายเรือและหวั เรอื เทา่ นั้น

อยา่ งไรก็ตาม ถงึ แมป้ ระเพณกี ารละเล่นลาพาข้าวสารมีการเปล่ยี นแปลงไปบ้าง แต่ตราบใด
ที่ยังมีแม่น้าเจ้าพระยาอยู่ ชาวปทุมธานีก็จะยังคงรักษาและสืบทอดประเพณีน้ีให้ยังคงอยู่ ไม่สูญหาย ซ่ึง
แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของชุมชนในการท่ีจะอนุรักษ์ประเพณีดังกล่าวไว้สืบไป และนี่คือประเพณีหน่ึงท่ี
เราอนุชนรุ่นหลงั ควรจะร่วมรักษาไวค้ ่กู ับจังหวดั ปทมุ ธานี

แผนปฏบิ ัตกิ ารของสานักงานวัฒนธรรมจังหวดั ปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒๐

2) ประเพณีตักบาตรพระรอ้ ย

ประเพณตี กั บาตรพระร้อย จะกระทากนั ในเทศกาลวันออกพรรษาตง้ั แต่แรม ๑ ค่า เดอื น ๑๑

เป็นต้นไป การตักบาตรพระร้อยน้ี วัดทอ่ี ยูต่ ามฝงั่ แมน่ ้าเจ้าพระยาทง้ั สองข้าง จะตกลงกันกาหนดแบ่งกนั เป็น
เจา้ ภาพเพ่ือไมใ่ หต้ รงกนั เพื่อตอ้ งการให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายรู้กาหนดเวลา จะได้เตรียมจัดทาอาหาร
หวานคาวไวท้ าบญุ ตักบาตรไดถ้ กู ต้องด้วย

ประเพณตี กั บาตรพระรอ้ ย เป็นประเพณีอันดงี ามของการทาบญุ เนื่องในวันออกพรรษาที่ปฏิบตั ิ
สืบตอ่ กันมานานนับร้อยปีของชาวไทยเชอื้ สายมอญ ทย่ี งั คงอนรุ ักษ์สบื ตอ่ กันมาและยังคงอนรุ กั ษส์ ืบตอ่ กัน
มาอยา่ งเคร่งครัดจนถงึ รุ่นปัจจุบนั

ประเพณีน้ีเร่ิมต้ังแต่เทศกาลวนั ออกพรรษา แรม ๑ คา่ เดอื น ๑๑ - แรม 14 คา่ ซึ่งในช่วง
เดือนนเี้ ป็นชว่ งน้าหลากล้นฝ่งั แมน่ า้ เจา้ พระยาน้าเปี่ยมตล่ิง การจดั การตักบาตรพระร้อยเปน็ หน้าทีข่ องวดั ที่
ต้งั อยู่ริมฝ่งั แม่น้าเจา้ พระยาและริมคลอง แต่ก็ไม่ไดก้ าหนดไปเสียทุกวดั สว่ นใหญ่จะจัดใหม้ ีการตักบาตร

เฉพาะในวดั ใหญ่ ๆ ตามที่ยึดถอื กันมาแตด่ ้ังเดิมเพราะว่าต้องนมิ นต์พระภิกษมุ าเปน็ จานวนมาก ดงั ท่ีเรยี กว่า
"พระรอ้ ย” นั่นเอง ดว้ ยความศรัทธาในพระพทุ ธศาสนาของบรรดาพุทธศาสนิกชน การตกั บาตรพระร้อยจึง
เปน็ งานบญุ ทีย่ ิ่งใหญ่ของจงั หวดั ปทุมธานี

การกาหนดว่าวดั ใดจะทาบุญตักบาตรพระร้อยในวันใดนน้ั ไดก้ าหนดไวเ้ ปน็ ระเบยี บตามทต่ี ก
ลงกันของแต่ละวดั ดงั น้ี

วนั ท่/ี ช่วงเวลาที่จัดงาน สถานที่จดั กจิ กรรม

วันแรม ๑ คา่ เดือน 11 วดั มะขาม อ.เมือง และวัดเจดียท์ อง อ.สามโคก
วนั แรม ๒ คา่ เดือน 11 วดั หงษ์ปทมุ าวาส อ.เมืองฯ
วนั แรม ๓ ค่า เดอื น 11 วดั สาแล อ.สามโคก
วนั แรม ๔ คา่ เดอื น 11 วดั บางหลวง อ.เมอื งฯ และ

วันแรม ๕ ค่า เดอื น 11 วดั บวั หลวง อ.สามโคก
วัดโบสถ์ วดั ราษฎร์ศรทั ธาธรรม อ.เมอื งฯ
วัดไผ่ลอ้ ม อ.สามโคก

วันแรม ๗ คา่ เดือน 11 วัดสามัคคิยาราม วัดบางนา อ.สามโคก และ

วัดบ่อทอง อ.ลาดหลมุ แกว้

วันแรม2) ๘ คา่ วดั เดอื น 11 ดาวเรอื ง วดั ชนิ วราราม อ.เมืองฯ และ

วนั แรม ๙ คา่ เดอื น 11 วดั เขียนเขต อ.ธัญบรุ ี
วันแรม ๑๐ คา่ เดอื น 11 วัดบางโพธเ์ิ หนือ
วัดบ้านพร้าวใน

วนั แรม ๑๑ คา่ เดอื น 11 วดั ชยั สิทธาวาส วัดบา้ นพร้าวนอก อ.สามโคก และวดั บางขันธ์ อ.คลอง
วันแรม ๑๔ คา่ เดือน 11 หลวง
วัดโพธิ์เลื่อน อ.เมอื งฯ

แผนปฏิบัติการของสานกั งานวัฒนธรรมจงั หวัดปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒๑

3) ประเพณีสงกรานตไ์ ทย – รามัญ

จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพราะเป็นจังหวัดท่ีมีกลุ่ม
ชาติพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่หลายกลุ่มชน อาทิ ไทยรามัญ ไทยจีน และ ไทยมุสลิม บรรดาลูกหลานของกลุ่มชน
เชื้อสายต่าง ๆ ยังคงดารงชีวิตตามรูปแบบเฉพาะของตนอยู่ โดยเฉพาะสามกลุ่มใหญ่ ๆ คือ “ชาวมอญ”สว่ น
ใหญ่ตั้งถ่ินฐานอยู่กันหนาแน่นในอาเภอสามโคก แต่ละกลุ่มชน มีอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ท่ีแตกต่างกันไป ตาม
บรบิ ทของสงั คม รวมถงึ ประเพณี พธิ ีกรรมต่าง ๆ ซ่งึ กลุม่ ชนเหล่านไ้ี ดส้ ืบสาน และถา่ ยทอดภูมิปัญญาสืบต่อ
กันมา จนกลายเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ทล่ี า้ คา่

และประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีท่ีมีความสาคัญและ เก่ียวพันกับวิถีชิวิตของชาว
ปทุมธานีมาอย่างยาวนาน และจังหวัดปทุมธานี ได้เล็งเห็นความสาคัญในการสนับสนุนให้เกิดงานที่เปน็ การ
สืบทอดประเพณีอันดีงามมาอย่างต่อเน่ือง เพราะเทศกาลสงกรานต์ ไม่เฉพาะชาวจังหวัดปทุมธานีที่ให้
ความสาคัญ แต่ถือว่าเป็นช่วงเวลาท่ียิ่งใหญ่ของคนไทยท้ังประเทศ ท่ีจะร่วมเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย ตามธรรม
เนียมของแต่ละพ้ืนที่ สาหรบั จงั หวัดปทมุ ธานีนั้น เป็นท่ที ราบกนั ดวี ่ามชี าวไทยเช้ือสายมอญมาตั้งหลกั ปักฐาน
กนั ตง้ั แต่ในอดีต เราก็ได้เห็นการสบื ทอดประเพณีมาอย่างต่อเน่ือง ประเพณีส่งข้าวแช่ ของชาวมอญนั้น ข้าว
แช่เป็นอาหารที่มีคุณค่าและเป็นภูมิปัญญารามัญเนื่องจากข้าวแช่เป็นอาหารในพิธีกรรมบูชาเทวดาของชาว
มอญในเทศกาลสงกรานต์ ดังนั้นข้าวแช่คือข้าวแห่งเทศกาลของชาวมอญ ซ่ึงในภาษามอญเรียกว่า "เปิงซัง
กรานต”์ ประเพณีสงกรานต์ ในจังหวัดปทมุ ธานี จงึ มคี วามเกยี่ วพนั กันทั้งไทย และ มอญ

แผนปฏบิ ตั ิการของสานักงานวัฒนธรรมจงั หวดั ปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒๒

สาหรบั ชว่ งเทศกาลสงกรานต์ของชาวทมุ ธานนี ัน้ จะมกี ิจกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิสบื ทอดกนั มาอย่าง
ยาวนาน อาทิ การส่งข้าวแช่พ่อเมอื ง การถวายขา้ วแช่แด่พระสงฆ์ การแหห่ งส์ธงตะขาบ กอ่ พระเจดยี ์
ทราย การสรงนา้ พระแบบมอญ โดยชาวปทมุ ธานีทกุ คน ทุกเช้อื ชาติ จะรว่ มใจกันกนั รักษาสบื สานประเพณี
น้ีอย่างสนุกสนานและไมแ่ บ่งแยก

4) ประเพณีตักบาตรนา้ ผง้ึ
ประเพณีตักบาตรนา้ ผงึ้ เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวรามัญ ปฏิบัติเพื่อเป็นการบูชาพระสงฆ์

การตักบาตรน้าผ้ึงน้ันชาวรามัญเช่ือว่ามีอานิสงส์มาก พระสงฆ์จะเก็บน้าผ้ึงไว้เพื่อใช้เป็นยาในคราวจาเป็น
เพราะเป็นส่วนผสมของยาโบราณท่ีสาคัญพระสงฆ์ไม่สามารถจัดหามาเองได้ ชาวบ้านจึงจัดให้มีการตักบาตร
นา้ ผ้งึ ขึ้น

หากพูดว่าตักบาตรน้าผึ้ง บางคนอาจจะคิดว่าจะเป็นเพียงแค่การเอาเฉพาะ น้าผึ้งมาถวาย
แด่พระภิกษสุ งฆท์ ง้ั หลายอยา่ งเดยี วเท่านั้น แตม่ ันก็ไม่ใชจ่ ะเปน็ อยา่ งนน้ั เสยี ทีเดียวเพราะการตักบาตรน้าผึ้ง
นั้นหาได้มีความยุ่งยากอะไรเลย การทาบุญใน วันข้ึน ๑๕ ค่าเดือน๑๐ นั้นก็เหมือนกับการทาบุญในวันพระ
ท่ัวๆไป กล่าวคือ เป็นการ ทาบุญตักบาตร โดยชาวมอญทั้งหลายก็จะนาเอาข้าวสวย ข้าวสาร อาหารต่างๆ
มาถวายพระและท่ีขาดไม่ได้ก็คือพระเอกในงานนี้อย่าง "นา้ ผึ้งบรสิ ทุ ธ์ิ” ท่ชี าวมอญ นามาใสบ่ าตรในวันนี้ด้วย
ศรัทธาอันแรงกล้านั่นเองในวันน้ัน จะมีการเตรียมบาตรเอา ไว้เหมือนกับปกติแต่ก็คือ จะมีบาตรอีกอัน หรือ
ภาชนะอื่นๆ ท่ีสามารถใส่น้าผ้ึงได้มาวางเคียงกันด้วย โดยบาตรน้าผึ้งนั้นจะแยกออกจากอย่างอ่ืน ไม่รวม
กับข้าวหรือว่า กับชนิดใดๆหลังจากน้ันเม่ือเวลาชาวบ้านก็จะนาน้าผึ้งที่เตรียมมา ซ่ึงส่วนใหญ่แล้ว ก็จะจัดใส่
ภาชนะมากนั หรอื ในปจั จบุ นั นน้ั กอ็ าจจะนามาใสข่ วดปากแคบแลว้ ก็ตักนา้ ผึ้งใส่ลงไปในบาตรแต่ละบาตรหรือ
ว่ารินใส่บาตรทีละบาตรจนครบตามจานวน ลักษณะของการตักบาตรน้าผึ้งนั้นก็เหมือนกับการตักบาตรโดย
การใส่ขา้ วหรอื วา่ อาหารอื่นๆ เพยี งแต่วา่ เปลย่ี นจากขา้ วและอาหารชนิดอน่ื เป็นน้าผงึ้ นั่นเองโดย

แผนปฏิบตั ิการของสานกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั ปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒๓

ประเพณีตักบาตรน้าผึ้ง มีสืบทอดกันมาช้านานซึ่งชาวมอญก็ได้ปฏิบัติต่อๆ กันมา เป็น
ประเพณีหนึ่งของชาวบ้านท่ีแสดงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและที่สาคัญก็คือความศรัทธาในพระสีวลี
พระอรหันตผ์ ู้มีลาภมากนนั่ เอง การท่ีชาวมอญนนั้ ได้ถวายนา้ ผึง้ แดพ่ ระภิกษุสงฆ์ตามแบบอย่างที่พระสีวลีเคย
ทาในชาติก่อนที่จะเป็นพระอรหันต์ในปัจฉิมชาติ ได้เป็นเอตทัคคะ ทางด้านการมีลาภมาก ก็เป็นเพราะว่า
ชาวมอญเชื่อว่าการถวายนา้ ผึ้งนนั้ จะ เป็นทางท่จี ะทาให้ผทู้ ่ถี วายจะมโี ชคมลี าภ เหมือนกับพระสวี ลี

ในปัจจุบันน้ันชาวมอญก็ยังสืบต่อประเพณีน้ีกันอยู่โดยเราจะสามารถพบเห็นได้ใน ชุมชน
ของชาวมอญนั่นเอง การถวายน้าผ้ึงหรอื ประเพณีตักบาตรน้าผง้ึ ของชาวมอญน้ันเป็นความเช่ือ ท่ีมีผลพวงมา
จากการท่ีชาวมอญนั้นมีความเคารพ ศรัทธาในพระสีวลีไม่มีผิดเพี้ยน และความศรัทธานั้นก็ยังคงมีให้เห็น
ตราบเท่าทุกวันนี้ ช่วงเวลา กลางเดือน ๙ ของทุกปี การตักบาตรน้าผึ้งมักจัดกันที่ศาลาวัด ขณะท่ีพระสงฆ์
เจริญพระพุทธมนต์นั้น ชาวบ้านจะนาน้าผึ้งมาใส่บาตร และนาน้าตาลใส่ในจานที่วางคู่กับบาตร ส่วนอาหาร
คาวหวานจะใส่ในภาชนะทวี่ างแยกไว้อีกดา้ นหนง่ึ อาหารพิเศษทน่ี ามาใส่บาตร ไดแ้ ก่ ขา้ วตม้ มัด ถวายเพอื่ ให้
พระฉันจิ้มกับน้าผ้ึงหรือน้าตาล การตักบาตรน้าผึ้งเป็นกิจกรรมท่ีน้อมนาให้ระลึกถึงองค์ผู้มีพระภาคเจ้าท่ีมี
ความ เก่ยี วข้องกบั สตั วเ์ ดียรจั ฉานสัตว์ยังร้คู ุณค่าของศาสนาดว้ ยการเสาะแสวงหาภิกษาหาร นามาถวายพุทธ
องค์เพ่ือได้สดับตรับฟังธรรมพุทธศาสนิกชนจึงนารูปแบบของการนา ปัจจัยมาถวายเพื่อจุดหมายการได้ฟัง
ธรรมเทศนาเช่นกัน

5) ประเพณีกวนข้าวทิพย์
พิธีกวนข้าวมธุปายาสหรือข้าวทิพย์ เน่ืองในวันออกพรรษา เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม

และความเล่ือมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยชุมชนหรอื วดั จะจดั ใหม้ ีพิธีต่างๆ ตามแบบโบราณ ได้แก่ พิธี
สงฆ์และพิธีพราหมณ์ พิธีเจิมให้กับสาวพรหมจารี จานวน 9 คน ท่ีเข้าร่วมพิธีกวนข้าวมธุปายาส โดยมี
ประชาชนแต่งกายด้วยชุดนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมพิธีจานวนมาก จะมีการแบ่งกระทะสาหรับกวนข้าวทิพย์
จานวน 3 ชุด ใช้ไม้ฟืนเป็นวัสดุเชื้อเพลิง โดยใช้เวลาในการกวนประมาณ 8 - 10 ช่ัวโมง ซึ่งเมื่อกวนเสร็จ
แลว้ จะมีการนาไปถวายพระ และแจกจา่ ยใหแ้ กพ่ ทุ ธศาสนิกชนทเี่ ขา้ รว่ มพิธี

สาหรับพิธีกวนข้าวมธุปายาส หรือข้าวทิพย์ ซึ่งในพุทธประวัติเรียกว่า ข้าวมธุปายาส เป็น
ข้าวทิพย์ท่ีนางสุชาดา บุตรีกฏุมพี มหาเศรษฐีแห่งบ้านเสนานิคม ต.อุรุเวลา ประเทศอินเดียในสมัยพุทธกาล
จัดปรุงขน้ึ แล้วนาไปถวายพระมหาบุรษุ ก่อนท่จี ะตรัสรู้เปน็ พระสัมมาสัมพทุ ธเจา้ หลังจากพระองค์ไดเ้ สวยข้าว
มธุปายาสของนางสุชาดา แล้ว ก็ได้ทรงบรรลุอภิสัมโพธิญาณในย่ารุ่งของคืนน้ันเอง ชาวบ้านจึงเช่ือว่าข้าว
มธุปายาสเป็นอาหารทิพย์ช่วยให้สมองดี เกิดปัญญาแก่ผู้บริโภค ทาให้ผิวพรรณผ่องใส อายุยืนยาว และเป็น
โอสถขนานเอก บันดาลความสาเร็จให้แก่ผู้บริโภคด้วย สาหรับเคร่ืองปรุงข้าวมธุปายาสมีส่วนประกอบ
มากกว่า 20 ชนิด หลักๆ เช่น น้าตาลทราย มันเทศ ถั่วลิสง งา มะพร้าว ข้าวตอก น้านมแพะ ฟักทอง
ข้าวโพด และอีกมากมาย

แผนปฏบิ ัตกิ ารของสานักงานวัฒนธรรมจงั หวัดปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒๔

ทง้ั น้ี ชาวพุทธถือวา่ การไดร้ ว่ มกวนขา้ วมธปุ ายาสหรือข้าวทิพย์ถวายพระพุทธเจา้ ถือเป็นการ
ทาบุญครั้งใหญ่ของชีวิต จึงพร้อมใจกันนาส่วนประกอบของข้าวทิพย์มาถวายวัด พร้อมทั้งมาร่วมกวนข้าว
ทิพย์กันอย่างหนาแน่น โดยถือว่ามาถึงแล้วก็จะต้องรว่ มจับด้ามกวนใหไ้ ด้ หรือบางท่านนอกจากร่วมกวนแล้ว
ร่วมจดุ ธปู บูชาเครอื่ งสังเวยเซน่ ไหวเ้ ทพยดาหรือช่วยสมุ ไฟขณะกวนก็ถือว่าเป็นกุศลแก่ชีวิตอยา่ งสงู ส่งแล้ว

6) ประเพณแี ข่งขนั เรอื ยาว

- บุคคลท่สี าคญั ของจงั หวัดปทมุ ธานี

ชอ่ื -นามสกุล ความสาคญั

นายไพบูลย์ บตุ รขนั เกิดที่ตาบลเชียงราก อาเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เป็นนักแต่งเพลงและ

(เสียชวี ติ แล้ว) นักเขียนบทละคร ท่ีมีผลงานสร้างชื่อเสียงจานวนมาก จนได้รับการขนานนามให้

เป็น “อัจฉริยะนักแต่งเพลงอันดับหน่ึงของไทย” ปัจจุบันทายาทได้นาบ้านของครู

ไพบลู ยม์ าปรับปรงุ เป็นศนู ยก์ ารเรยี นรเู้ ก่ียวกับเพลงลูกทุง่ ไทย

นายหวังดี นมิ า (หวังเตะ๊ ) เป็นศิลปินเพลงลาตัดช้ันครู อาศัยอยู่ท่ีตาบลหน้าไม้อาเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัด

(เสียชวี ติ แล้ว) ปทุมธานี ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง

(เพลงพ้นื บ้าน) ประจาปี 2531

นายทองคา พนั นัทธี นักเขียนสารคดีพื้นบ้านที่สนใจศึกษาค้นคว้า รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
(เสยี ชีวิต) ท้องถ่ินในจงั หวดั ปทมุ ธานี ไดร้ บั คัดเลอื กเป็นศลิ ปินดีเด่นจังหวดั ปทุมธานี สาขา
นายไพรัช สังวริบุตร วรรณศิลป์ (สารคดีพื้นบา้ น) ประจาปี 2542

นายกรพี งศ์ เทียมเศวต ผู้สร้างและผู้กากับละครโทรทัศน์ เจ้าของโรงถ่ายละคร “สามเศียรสตูดิโอ”
(สรพงศ์ ชาตรี) อาเภอลาดหลุมแกว้ จังหวดั ปทุมธานี เปน็ ผู้ที่มีความมุ่งมน่ั ในการอนุรกั ษแ์ ละสืบ
ทอดวัฒนธรรมไทยอย่างสร้างสรรค์ ผ่านละครพื้นบ้านประเภทจกั ร ๆ วงศ์ ๆ ซ่ึง
นายธงชัย รกั ปทมุ รับการตอบรับจากผู้ชมอย่างต่อเน่ือง ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปิน
แห่งชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ภาพยนตรแ์ ละละคร) ประจาปี พ.ศ. 2547

พักอาศัยอยู่ในเขตอาเภอเมืองปทุมธานี เป็นนักแสดงเจ้าบทบาทที่มีชื่อเสียง
ไดร้ บั รางวลั การแสดงมากท่ีสดุ ขน้ึ ชื่อวา่ เปน็ พระเอกตลอดกาลของไทย ได้รบั การ
ยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และ
ละคร) ประจาปี พ.ศ. 2551
ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เกิดวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๔
ท่ีจังหวัดปทุมธานี จบการศึกษาศิลปะบัณฑิต จิตรกรรม (เกียรตินิยมอันดับ ๒)
มหาวิทยาลัยศิลปากร และศิลปะประกาศนียบัตร จิตรกรรมชั้นสูง สถาบันวิจิตร
ศิลป์แห่งโรม ประเทศอิตาลี เร่ิมรับราชการที่วิทยาลัยช่างศิลป์และเกษียณ
ราชการในตาแหนง่ อธกิ ารบดีสถาบนั บณั ฑิตพฒั นศิลป์ กระทรวงวฒั นธรรม

แผนปฏิบตั ิการของสานกั งานวฒั นธรรมจังหวดั ปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒๕

นายเสนาะ ดานิล ศิลปินดีเด่นจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. ๒๕๔๓ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย
นายถนอม โพธสิ วุ รรณ วงดุริยางค์ แตรวงชาวบ้าน) เป็นศิลปินเพลงพ้ืนบ้านผู้มีความเช่ียวชาญในการเล่น
เคร่ืองดนตรีหลากหลายชนิดทั้งป่ีพาทย์ไทย ปี่พาทย์มอญ แตรวง และอังกะลุง
เป็นผ้นู าองั กะลุงมาฝึกซอ้ มและเผยแพร่ในจังหวัดปทมุ ธานีเป็นคนแรก

ศิลปินดเี ดน่ จงั หวัดปทุมธานี พ.ศ. ๒๕๔๒ สาขาศิลปะการแสดงพ้ืนบ้าน (แตรวง)
เป็นครูสอนดนตรีผู้มีความเช่ียวชาญในการบรรเลงเครื่องดนตรีหลายชนิด ทั้ง
เครื่องดนตรีไทยและสากล ได้ฝึกสอนนักเรียนจนสามารถนาแตรวง วงโยธวาทิต
และวงอังกะลุง ไปบรรเลงดนตรีรับงานต่างๆ และเข้าประกวดระดับประเทศ จน
ทาให้โรงเรียนปทุมวิไลมีช่ือเสียงทางด้านดนตรี จึงกล่าวได้ว่าครูถนอมเป็นท้ังผู้
ฝึกสอนและวางรากฐานการบรรเลงดนตรี โดยเฉพาะแตรวงพ้ืนบ้านให้จังหวัด
ปทุมธานีจนมีชอื่ เสยี งในระดับประเทศ

- ขอ้ มูลเครอื ขา่ ยดา้ นศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม

๑) จานวนศลิ ปนิ แห่งชาติ 13 คน

ชอ่ื - สกุล รายละเอียด

๑. นายหวงั ดี นมิ า ศิลปนิ แหง่ ชาติสาขาศลิ ปะการแสดง (เพลงพ้นื บา้ น)

ประจาปี ๒๕๓๑ อาเภอลาดหลุมแกว้

๒. พล.ต.อ.วสษิ ฐ์ เดชกญุ ชร ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจาปี ๒๕๔๑

อาเภอเมืองปทุมธานี

๓. นายไพรชั สังวรบิ ตุ ร ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ภาพยนตร์และละคร)

ประจาปี ๒๕๔๗ อาเภอลาดหลมุ แก้ว

๔. นายกรพี งศ์ เทียมเศวต ศิลปินแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจาปี ๒๕๕๑

(สรพงศ์ ชาตรี) อาเภอเมืองปทุมธานี

๕. นายธงชยั รกั ปทมุ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศลิ ป์ (จิตรกรรม) ประจาปี ๒๕๕๓

อาเภอเมืองปทุมธานี

6. นางศรีนวล ขาอาจ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (เพลงพ้นื บ้าน ลาตัด)

ประจาปี 2562 อาเภอลาดหลมุ แกว้

7. นายสมนึก ทองมา สาขาศิลปะการแสดง (นักแต่งเพลงลูกทุ่ง) ประจาปี 2542

(ชลธี ธารทอง)

8. นายเดชา วราชุน สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์และสื่อผสม) ประจาปี 2550

9. พนั โทวชิ ิต โหไ้ ทย สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย โยธวาทิต) ประจาปี 2555

10. นางนิตยา รากแกน่ สาขาศลิ ปะการแสดง (การแสดงพน้ื บ้าน หมอลา) ประจาปี 2556

(บานเยน็ รากแก่น)

11. นายประภาส ชลศรานนท์ สาขาศลิ ปะการแสดง (ดนตรีสากลและนาฏศลิ ป์สากล)

ประจาปี 2561

12. นายเทพ ชมุ สาย ณ อยุธยา สาขาวรรณศลิ ป์ (วรรณศิลป)์ ประจาปี 2562

13. นายชนประคลั ภ์ จันทรเ์ รอื ง สาขาศลิ ปะการแสดง (ภาพยนตรแ์ ละละคร) ประจาปี 2562

แผนปฏบิ ัตกิ ารของสานกั งานวัฒนธรรมจงั หวัดปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒๖

๒) จานวนศิลปนิ พน้ื บา้ น 43 คน/คณะ

ช่อื - สกุล ประเภท อาเภอ
เมืองปทุมธานี
1. นายเฉลีย่ ว สดุ ทธาวาส ศลิ ปนิ ถ่ายทอดเพลงโนเน
เมอื งปทุมธานี
เพลงลาภาข้าวสาร เพลงระบาพื้นบ้าน
เมืองปทุมธานี
2. นางวนั โชค พชั รมุกดาภรณ์ ศลิ ปนิ ถ่ายทอดเพลงโนเน
เมอื งปทุมธานี
เพลงลาภาขา้ วสาร เพลงระบาพื้นบา้ น เมอื งปทุมธานี
เมืองปทุมธานี
3. นายเสนาะ คานลิ ศิลปนิ ถ่ายทอดเพลงโนเน เมืองปทุมธานี
เมอื งปทุมธานี
เพลงลาภาข้าวสาร เพลงระบาพน้ื บ้าน
เมืองปทุมธานี
4. ครเู ชาว์ พณิ พาทย์ รามอญ สามโคก

5. คณะดรุ ิยางคเ์ สนาะศลิ ป์ ดนตรีไทย สามโคก

6. ชมรมดนตรีไทยวัดโบสถ์ ดนตรไี ทย สามโคก

7. คณะกลองยาวโรงเรยี นวดั บางเด่ือ กลองยาว สามโคก

8. คณะกลองยาวโรงเรียน ปทุมธานี กลองยาว สามโคก
สามโคก
“นนั ทมุนบี ารงุ ” (ศิษย์พ่อนารายณ์) สามโคก
ลาดหลมุ แกว้
9. นายถนอม โพธิสวุ รรณ แตรวง ลาดหลมุ แกว้
ธญั บรุ ี
10. นางผวน โพธสิ ิ ศิลปินถา่ ยทอดเพลงโนเน ธัญบุรี
ลาลกู กา
เพลงลาภาข้าวสาร เพลงระบาพ้นื บ้าน หนองเสอื
อ.เมอื งฯ
11. นางลาพึง แก้วแดง ศิลปินถา่ ยทอดเพลงโนเน ต.บางเดอ่ื
อ.เมืองฯ
เพลงลาภาขา้ วสาร เพลงระบาพน้ื บา้ น อ.เมอื งฯ
อ.เมืองฯ
12. นางสาเนียง ชา่ งต่อ ศิลปนิ ถ่ายทอดเพลงโนเน อ.เมอื งฯ

เพลงลาภาข้าวสาร เพลงระบาพื้นบ้าน

13. นายเหลื่อม เครือโชติ ศลิ ปนิ ถ่ายทอดเพลงโนเน

เพลงลาภาขา้ วสาร เพลงระบาพื้นบ้าน

14. นางชม้อย ฤทธขิ จรและคณะ ศิลปนิ ถ่ายทอดเพลงโนเน

15. คณะศิษย์ถนอมศลิ ป์ แตรวง

16. คณะแตรวงชาวบ้าน แตรวง

15. คณะลาตัดหวังเต๊ะ/คณะสนุ ทโรศิลป์ ลาตัด

16. นางสาวสกุณา รงุ่ เรื่อง ลิเก

17. นายเฉลมิ เรืองศรี ลิเก

18. นายสมั พันธ์ สภุ รังสี ลเิ ก

19. นายเกรยี งไกร บวั ทัน ลเิ ก

20. คณะลิเก ๑ เข้ยี วเพชร ลเิ ก

21. นายพยุง แสงทบั ทมิ วงปีพ่ าทย์ พ.แสงทบั ทิม

22. นางกาญจนา พงษเ์ จริญ วงปพ่ี าทย์ มงคลสนิ

23. นายเสนาะ ดานลิ วงป่พี าทย์ ดุรยิ เสนาะศิลป์ ศิษย์บัวท่ัง

24. นางธิตณิ ัฎฐ์ พิณพาทย์ วงปพ่ี าทย์ พิณพาทยบ์ รรเลง

25. นายไชยวฒั น์ พณิ พาทย์ วงปพ่ี าทย์ เชาว์ พิณพาทย์

26. นายกฤษดา เกตสุ รุ ยิ งค์ วงป่พี าทย์ ศิษย์ปทุมวิไล

แผนปฏิบตั ิการของสานกั งานวฒั นธรรมจังหวดั ปทมุ ธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒๗

ชือ่ - สกุล ประเภท อาเภอ
27. นายจกั รพนั ธ์ หนุนภักดี วงปพ่ี าทย์ ศิษยว์ ัดหงส์ปทมุ าวาส อ.เมอื งฯ
28. นายชอ่มุ ดนตรีเสนาะ วงป่พี าทย์ ดนตรเี สนาะ อ.เมืองฯ
29. นายสวุ ฒั น์ ลมดี วงปี่พาทย์ ส.สวุ ฒั น์ อ.ลาดหลมุ แก้ว
30. นางปล้ืมจิต พณิ พาทย์ วงปพ่ี าทย์ นายเล็กพณิ พาทย์ อ.ลาดหลมุ แก้ว
31. นายบรรทม น่วมศริ ิ วงปพ่ี าทย์ มทร.ธญั บรุ ี อ.ธญั บุรี
32. นายภาคภมู ิ แววศริ ิ วงปพ่ี าทย์ นายสมพร แววมณี อ.ธัญบุรี
33. นายสมบูรณ์ สขุ สุแพทย์ วงปี่พาทย์ สุบิน สมบูรณ์ อ.คลองหลวง
34. นายขวัญชัย รอดพวง วงปี่พาทย์ อ.ขวญั ชัย บรรเลงศิลป์ อ.คลองหลวง
35. เรอื อากาสตรวี ริ ะ ดนตรีเจรญิ วงปพ่ี าทย์ หลานป่สู ุม่ ดนตรีเจรญิ อ.เมอื งฯ
36. นายสุบินบัวทอง วงปี่พาทย์ หลานปูก่ ล่นิ ดนตรีเจริญ อ.เมืองฯ
37. นายบรณู พิพฒั น์ เพรียรดี วงปี่พาทย์ บรูณพพิ ัฒน์ เพรียรดี อ.เมืองฯ
38. นายวริ ัตน์ ครองแถว วงปพ่ี าทย์ หลานปู่สุม่ ดนตรีเจริญ ๒ อ.ลาลูกกา
39. สจ.สมยศ ช้นั ปน้ั แตง วงปพ่ี าทย์ ธงชัย ศษิ ยส์ วัสดิ์ อ.ลาลูกกา
40. นายประยงค์ เลื่อนสาคร วงปพ่ี าทย์ เลอ่ื นสาคร ดนตรเี จรญิ อ.ธญั บุรี
41. นายลิ หริ ญั พฤกษ์ วงปี่พาทย์ หิรัญดุริยางค์ อ.สามโคก
42. นายศริ ชิ ัย กลบั โกมทุ วงปพ่ี าทย์ นายศิริชยั กลับโกมทุ อ.เมืองฯ
43. นายธนวฒั น์ เทพทอง วงปพ่ี าทย์ ธนวฒั น์ เทพทอง อ.เมืองฯ

๓) จานวนชา่ งฝมี ือพ้ืนบา้ น 7 คน

ช่ือ - สกุล ผลงาน ทอี่ ยู่

1. นายสาคร ปาณะลักษณ์ แทงหยวกกล้วย , เลขท่ี 28 ถนนเทศบารงุ
ตาบลบางปรอก อาเภอเมืองปทุมธานี
ถักดา้ มไม้กวาด จังหวัดปทมุ ธานี 12000

2. นางสาวจานง มีกริ ิยา สานตะกร้อหวาย เลขที่ 14 หมู่ที่ 11 ตาบลลลาลูกกา
อาเภอลาลูกกา จังหวดั ปทุมธานี 12150
3. นางเชิง เงินมาก ชา่ งปนู ป้ัน
เลขที่ 51/2 หมทู่ ่ี 6 ตาบลเชยี งรากใหญ่
4. นางจงกล เสียงพบิ ลู ย์ จักสาน อาเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

5. นายสนม สร้อยเสือ ทาลกู ข่าง เลขท่ี 11 หมทู ่ี 1 ตาบลบางกระบือ
อาเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
6. นายไพเราะ ธรรมโชติ จกั สานผลิตภณั ฑ์
7. นายปรชี า ละอองเงิน จากหวาย เลขท่ี 22/1 หมี่ 2 ตาบลบางกระบือ
อาเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

หม่ทู ี่ 6 ตาบลบึงคาพร้อย อาเภอลาลูกกา
จงั หวัดปทมุ ธานี

เลขท่ี 11/1 หมทู่ ่ี 1 ตาบลพชื อุดม
อาเภอลาลูกกา จังหวัดปทุมธานี

แผนปฏิบตั กิ ารของสานกั งานวัฒนธรรมจงั หวัดปทมุ ธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒๘

- ข้อมลู สถานประกอบกิจการตาม พ.ร.บ.ภาพยนตรแ์ ละวดี ิทศั น์ พ.ศ. 2551

ที่ อาเภอ รา้ นเกม/ คาราโอเกะ เชา่ /จาหนา่ ย โรงภาพยนตร์ รวม
อนิ เตอรเ์ น็ต อาคาร กลางแจ้ง
38 22 94
๑ เมืองปทมุ ธานี 25 56 72 14
69 -2 25
๒ สามโคก 1 56 40 -2 158
13 28 42 104
๓ ลาดหลุมแกว้ 8 36 36 30 3 98
21 -- 4
๔ คลองหลวง 56 156 142 -1 497
41 12
5 ธญั บรุ ี 30

6 ลาลูกกา 26

7 หนองเสือ -

รวม 146

ขอ้ มูล ณ วนั ที่ 30 กนั ยายน 2565

1.8 ผ้บู ริหารจงั หวดั ปทมุ ธานี
ผวู้ า่ ราชการจังหวดั นายณรงคศ์ ักดิ์ โอสถธนากร
รองผวู้ า่ ราชการจงั หวัด 1. นายพงศธร กาญจนะจิตรา
2. นายเอกวิทย์ มเี พียร (ดแู ลงานวัฒนธรรม)
3. นายอดเิ ทพ กมลเวชช์

แผนปฏบิ ตั กิ ารของสานักงานวัฒนธรรมจงั หวัดปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๒๙

สว่ นท่ี 2

ขอ้ มลู ทว่ั ไปของ
สานักงานวฒั นธรรมจังหวดั ปทมุ ธานี

ส่วนท่ี 2
ขอ้ มูลทั่วไปของสำนกั งำนวฒั นธรรมจงั หวดั ปทุมธำนี

แผนปฏบิ ัตกิ ารของสานักงานวัฒนธรรมจังหวดั ปทมุ ธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๓๑

ข้อมูลทวั่ ไปของสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวดั ปทมุ ธำนี

รปู บุษบกประดษิ ฐานดวงประทปี ภายใต้ซุม้ เรือนแก้วเหนอื หมลู่ ายเมฆ
หมายความถึงปญั ญาซ่ึงเป็นรากฐานของวัฒนธรรม

วิสัยทศั น์
“บรหิ ารจัดการและสรา้ งสรรคง์ านวฒั นธรรม ใหม้ บี ทบาทนาในการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คม

ของจังหวดั ปทุมธานี”
พนั ธกิจ

1. เทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ส่งเสริมคณุ ธรรมจริยธรรม ค่านยิ ม และวิถชี ีวิตทด่ี ีงามของสงั คม
2. ส่งเสรมิ สืบสานศลิ ปวฒั นธรรม และนาทนุ ทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณคา่ เพ่อื เพมิ่ มูลคา่ ทางเศรษฐกิจ
3. ส่งเสริมการเรยี นรู้ เสรมิ สร้างภมู ิคุ้มกนั ทางสงั คม และการจัดการองค์ความรู้ทางวัฒนธรรม
4. บรหิ ารจดั การงานศาสนา ศลิ ปะ วัฒนธรรม และส่งเสรมิ บทบาทของเครือข่ายทางวฒั นธรรม
ยทุ ธศำสตร์
1. สง่ เสริมการเทิดทนู สถาบันหลักของชาติ เสรมิ สร้างคณุ ธรรมจริยธรรม ปลกุ จิตสานึกและคา่ นิยมเชิง

บวก สวู่ ถิ ีชวี ิตทด่ี ีงามของสังคม
2. ส่งเสริมสืบสาน พัฒนาต่อยอด ยกระดับงานวัฒนธรรม นาทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าทาง

เศรษฐกจิ
3. บริหารจัดการองค์ความรู้ทางวัฒนธรรม ให้มีความพร้อมในการส่งเสริมการเรียนรู้ และเสริมสร้าง

ภูมิคมุ้ กันทางสงั คมโดยใช้มิติวัฒนธรรม
4. พัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการงานศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ให้เกิดการบูรณาการความ

ร่วมมอื และสรา้ งเครือข่ายทางวฒั นธรรมทเ่ี ขม้ แข็ง

แผนปฏิบตั กิ ารของสานักงานวัฒนธรรมจงั หวดั ปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๓๒

2.1 อำนำจหน้ำที่ของสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวดั
สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี จัดตั้งข้ึนตามคาส่ังสานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โดยอาศัย

อานาจตามมาตรา ๒๑ และ ๓๑ แห่งพระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบบั ท่ี๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็น
หน่วยงานราชการสังกัดส่วนกลาง และได้มีกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสานักงาน ปลัดกระทรวง กระทรวง
วัฒนธรรม พ.ศ. ๒๕59 ซงึ่ ไดป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๑๒๓ ตอนท่ี ๖๕ ก ลงวนั ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๙
และกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวฒั นธรรมพ.ศ. 2562 ซง่ึ ได้ประกาศในราช
กิจจานุเบกษา เลม่ ๑36 ตอนท่ี 134 ก ลงวนั ท่ี 6 ธนั วาคม 2562

ข้อ ๓ ใหแ้ บง่ สว่ นราชการสานกั งานปลดั กระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม ดังน้ี
ก. รำชกำรส่วนกลำง
(1) กองกลาง
(2) กองกฎหมาย
(3) กองการต่างประเทศ
(4) กองตรวจราชการ
(5) กองเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
(6) กองพธิ กี ารศพท่ีไดร้ ับพระราชทาน
(7) กองยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนงาน
(8) ศนู ยเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร

ข. รำชกำรสว่ นภูมภิ ำค
สานกั งานวัฒนธรรมจังหวัด
ข้อ 15 สานกั งานวัฒนธรรมจังหวดั มีหนา้ ทแ่ี ละอานาจ ดงั ต่อไปน้ี
(1) ปฏิบัติหน้าท่ีในฐานะตัวแทนของกระทรวงในส่วนภูมิภาค รวมทั้งประสานและสนับสนุนงานด้าน
ศาสนา ศลิ ปะ และวฒั นธรรมในเขตพ้ืนที่จงั หวัดและกล่มุ จงั หวดั
(2) สง่ เสรมิ การพฒั นาองค์ความร้แู ละแหลง่ เรยี นรดู้ ้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมในเขตพ้นื ท่ีจังหวดั
(3) ดาเนินการป้องกันและแก้ไขการเบ่ียงเบนทางวัฒนธรรมโดยประสานหรือร่วมมือ กับหน่วยงานท้ัง
ภาครัฐและภาคเอกชน
(4) จัดทาแผนยุทธศาสตร์เก่ียวกับงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมในเขตพื้นท่ีจังหวัด และกลุ่ม
จงั หวดั
(5) สง่ เสริม สนับสนุนและประสานการดาเนินงานของ สภาวฒั นธรรมจงั หวัด สภาวัฒนธรรมอาเภอ และ
สภาวฒั นธรรมตาบล รวมทงั้ หนว่ ยงานอื่นทดี่ าเนินงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมในเขตพน้ื ที่จงั หวดั
(6) ปฏิบัติงานและให้คาปรึกษา แนะนาเก่ียวกับพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานในเขตพ้ืนที่ จังหวัด
รวมทงั้ สนบั สนุนการปฏบิ ัตงิ านในเขตพนื้ ที่กลุ่มจงั หวัดตามทีไ่ ด้รับมอบหมายตามกฎหมาย
(7) ปฏบิ ัติงานร่วมกับหรือสนบั สนุนการปฏิบัตงิ านของหน่วยงานที่เกย่ี วขอ้ งหรือทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

แผนปฏบิ ัตกิ ารของสานกั งานวฒั นธรรมจงั หวัดปทุมธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๓๓

เพื่อให้การบริหารงานของสานักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป็นไปในทางเดียวกัน และเกิดผลปฏิบัติอย่างเป็น

รูปธรรมมีประสิทธิภาพ สานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้กาหนดโครงสร้าง การ

แบ่งงานภายในกรอบอัตรากาลังและกาหนดตาแหน่งในสานักงานวัฒนธรรมจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 2

พฤษภาคม 2562 โดยให้สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดแบ่งงานภายในออกเป็น ๑ ฝ่าย 3 กลุ่มและเพ่ิมเติมอีก

จานวน 2 กลุม่ ดังนี้

2.2 อำนำจหน้ำทีข่ องกลมุ่ /ฝำ่ ยในสำนกั งำนวฒั นธรรมจังหวัด
๑. ฝ่ำยบรหิ ำรทว่ั ไป

มหี น้าทคี่ วามรับผดิ ชอบ ดงั นี้
1) บรหิ ารงานทัว่ ไป
2) บริหารงานบคุ คลและพัฒนาบคุ ลากร
3) งานการเงินและบญั ชี
4) งานพัสดุและอาคารสถานที่
5) ดาเนินการควบคมุ ภายใน
6) ดาเนนิ การประชาสัมพนั ธ์ เผยแพรข่ ้อมลู ขา่ วสาร
7) จดั สวัสดกิ ารและนันทนาการ
8) รบั เรื่องด้านกฎหมายและวินัย อุทธรณ์ ร้องทกุ ข์
9) ดาเนนิ การพฒั นาระบบบรหิ ารองค์กร
10) ดาเนนิ การตาม พ.ร.บ.ขอ้ มลู ข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 และท่ีแกไ้ ขเพ่มิ เติม
11) ดาเนินการจัดทาเกณฑต์ วั ชีว้ ดั ผลการปฏิบตั ิงานรายบุคคล
12) ประสานราชการทวั่ ไปและปฏบิ ัติงานทม่ี ไิ ดก้ าหนดใหเ้ ป็นหน้าท่ขี องกล่มุ ใด กล่มุ หน่งึ โดยเฉพาะ
13) ปฏิบัตงิ านร่วมกันหรือสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานของหน่วยงานอื่นที่เก่ยี วขอ้ งหรอื ท่ี ไดร้ บั มอบหมาย

๒. กลมุ่ ยุทธศำสตรแ์ ละเฝ้ำระวงั ทำงวัฒนธรรม
มหี นา้ ทคี่ วามรับผดิ ชอบ ดงั นี้

1) ศกึ ษา คน้ คว้า วเิ คราะห์งานทางวชิ าการเพื่อพฒั นางานด้านวัฒนธรรมจังหวัด
2) จัดทาและพัฒนาแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ในเขตพ้ืนที่จังหวัด/
กลมุ่ จงั หวัด
3) จดั ทาแผนงาน/โครงการ เพ่ือขอรบั งบประมาณสนับสนุนการดาเนินงานขององค์กร ต่าง ๆ ทง้ั ภาครัฐ
ภาคเอกชนและองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่
4) บริหารงบประมาณ เพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบายและยทุ ธศาสตร์
5) จัดทาแผนการตรวจ ติดตามและประเมินผลการดาเนินงานด้านศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรมของ
จงั หวดั
6) ตดิ ตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและรายงานผลตามแผนงาน/โครงการ
7) สนับสนนุ การตรวจราชการในพืน้ ที่
8) จดั ทาตัวชี้วดั ตามคารับรองการปฏิบัตงิ านของจังหวัด
9) บรหิ ารจดั การศูนยข์ ้อมลู กลางทางวัฒนธรรม
10) จดั ทาผลสารวจความคิดเห็น (Poll) และเฝา้ ระวังรายงานสถานการณ์ทางสงั คม ในพื้นท่ี

แผนปฏิบัตกิ ารของสานกั งานวัฒนธรรมจังหวัดปทมุ ธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๓๔

11) แกไ้ ขและปอ้ งกนั สถานการณ์ความเบีย่ งเบนทางวฒั นธรรมรว่ มกับทกุ ภาคสว่ น
12) พัฒนาสือ่ ปลอดภยั และสร้างสรรค์ระดับจังหวดั
13) เป็นศูนยก์ ลางในการประสานงานเฝ้าระวงั ทางวัฒนธรรมของจงั หวัด
14) สร้างและพัฒนาเครือขา่ ยเฝ้าระวังทางวฒั นธรรมของจงั หวดั
15) ดาเนนิ งานตามพระราชบญั ญัติภาพยนตรแ์ ละวีดิทศั น์ พ.ศ. 2551
16) ดาเนนิ การตามนโยบายพเิ ศษ นโยบายเรง่ ดว่ น
17) ปฏิบตั ิงานรว่ มกันหรอื สนับสนุนการปฏิบตั งิ านของหนว่ ยงานอื่นท่เี กีย่ วขอ้ งหรือท่ีได้รับมอบหมาย

3.กล่มุ สง่ เสริมศำสนำ ศิลปะและวฒั นธรรม
มหี น้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์งานทางวิชาการ เพ่ือพัฒนาองค์ความรู้ด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
และภมู ิปญั ญา

2) สง่ เสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรทู้ างด้านศาสนา ศิลปะ และวฒั นธรรมในชุมชน
3) สง่ เสริม สนบั สนนุ ธารงรักษาสืบทอดการดาเนินการเกยี่ วกบั งานพระราชพธิ ี งานพระราชกุศล งานรฐั
พิธีและงานศาสนาพธิ ีในเขตพ้นื ท่จี ังหวดั
4) ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา เพ่ือดาเนินการด้านคุณธรรมจริยธรรมของทุกศาสนาและ งานศาสนิก
สัมพนั ธ์
5) รณรงค์ สง่ เสริม พฒั นา และสร้างคา่ นิยมทีพ่ งึ ประสงค์ เพอื่ สร้างภูมิคมุ้ กันทางวฒั นธรรม
6) สง่ เสริม ยกย่อง เชดิ ชเู กยี รติใหก้ บั ผมู้ ีผลงามดเี ดน่ ด้านศาสนา ศลิ ปะและวฒั นธรรม
7) สร้างและพฒั นาความร่วมมือของเครือข่ายทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เพื่อเผยแพร่ ธารงรักษา
อนรุ กั ษ์ สบื สานศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม ในระดบั ทอ้ งถ่นิ
8) ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน ในการดาเนินการด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมทุกระดับใน
เขตพน้ื ที่
9) สง่ เสริม สนับสนุน และประสานการดาเนินการด้านศาสนา ศลิ ปะและวฒั นธรรมทกุ ระดบั ในเขตพนื้ ที่
10) ดาเนินการตามระเบยี บและกฎหมายท่เี ก่ียวข้อง เชน่ กฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ และ
พิพธิ ภณั ฑ์สถานแหง่ ชาติ กฎหมายว่าด้วยจดแจ้งการพมิ พ์ กฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแหง่ ชาติ เป็นต้น
11) สง่ เสริม สนบั สนุนการดาเนนิ งานดา้ นศลิ ปวัฒนธรรมรว่ มสมยั
12) สง่ เสรมิ สนับสนุนการคุ้มครองทรัพยส์ นิ ทางปัญญาดา้ นวฒั นธรรม
13) บูรณาการงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมกับหน่วยงาน องค์กรท่ีเกี่ยวข้องในจังหวัด กลุ่ม
จังหวัด
14) ส่งเสริม สนบั สนนุ การเผยแพร่ แลกเปลยี่ นศลิ ปะ วัฒนธรรมกบั ประเทศเป้าหมายในระดับท้องถ่ิน
15) สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ความหลากหลายทางวฒั นธรรมและชาตพิ นั ธ์ุ
16) ส่งเสรมิ สนบั สนุน และประสานการดาเนนิ งานของสภาวัฒนธรรมทกุ ระดบั
17) สง่ เสรมิ สนับสนุนงานจดหมายเหตุในระดับทอ้ งถนิ่
18) ปฏิบตั ิงานรว่ มกันหรอื สนับสนุนการปฏบิ ตั ิงานของหนว่ ยงานอนื่ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งหรือที่ ไดร้ ับมอบหมาย

แผนปฏบิ ตั กิ ารของสานักงานวัฒนธรรมจงั หวัดปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๓๕

4. กลมุ่ พิธีกำรศพท่ีได้รับพระรำชทำน
1) งานบริหารทวั่ ไป มหี น้าทคี่ วามรบั ผิดชอบ ดังน้ี

(1) ปฏบิ ตั งิ านสารบรรณ งานธรุ การ งานบุคคลและงานการเงินของกลุ่ม
(2) ปฏิบตั ิงานพัสดุ งานการประชุม และงานบรหิ ารทว่ั ไปของกลุ่มฯ
(3) ประสานการจัดทาแผนงานและงบประมาณของกลุ่มงานและรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนงาน
ประจาปี
(4) จัดหาสิง่ ของเคร่ืองใชเ้ กย่ี วกับการปฏบิ ัตงิ านพิธีการศพที่ไดร้ บั พระราชทาน
(5) ติดต่อประสานงานกบั หน่วยงานท่เี ก่ยี วข้องทงั้ ภายในและภายนอก
(6) ปฏิบัติงานอ่ืนที่ไม่อยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของกลุ่มงาน รวมทั้งปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุน
การปฏิบัตงิ านของหนว่ ยงานอนื่ ๆ ที่เกี่ยวข้องหรอื ได้รับมอบหมาย
2) งานสนับสนนุ พธิ ีการศพท่ไี ดร้ ับพระราชทาน
(1) อานวยการ ประสานงานและปฏิบัติงานตามภารกิจเก่ียวกับพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทานตาม
หลักเกณฑส์ านกั พระราชวงั ในเขตความรับผดิ ชอบของกลมุ่
(2) ประสานการปฏิบัติงานกับกองพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน สานักงานวัฒนธรรมจังหวัด และ
หนว่ ยงานอนื่ ทีเ่ กย่ี วข้อง
(3) จัดเตรียม ดูแล บารุงรักษาเคร่ืองเกียรติยศประกอบศพและสิ่งของเครื่องใช้ ท่ีเกี่ยวกับพิธีการศพท่ี
ได้รับพระราชทาน
(4) จดั เตรยี มความพร้อมของบุคลากร ในการปฏิบตั งิ านเกีย่ วกับพธิ กี ารศพทีไ่ ดร้ บั พระราชทาน
(5) กากับ และติดตามการปฏิบัติงานเก่ียวกับพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานตาม หลักเกณฑ์ท่ีสานัก
พระราชวัง ในเขตพื้นทีร่ ับผิดชอบ
(6) ให้คาปรกึ ษา แนะนา เกยี่ วกบั พธิ กี ารศพที่ได้รับพระราชทานแก่หนว่ ยงานและบุคคลทั่วไป
(7) รวบรวมสถิติการปฏิบัติงานพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน รวมทั้งจัดทารายงานสรุปผลการ
ปฏิบัติงานพธิ ศี พที่ได้รบั พระราชทานตามหมายรับสงั่ /ข้อสัง่ การในเขตพ้ืนท่ีความรับผิดชอบ
(8) ปฏบิ ัติงานร่วมกบั หรือสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานของหนว่ ยงานอ่นื ที่เก่ยี วข้อง หรือที่ได้รบั มอบหมาย

5. กลมุ่ กิจกำรพิเศษ
มหี น้าที่ความรบั ผดิ ชอบ ดงั นี้

1) ส่งเสริม สนับสนุน อานวยการ ประสานงาน การขับเคลื่อนงานเก่ียวกับนโยบายพิเศษ นโยบาย
เร่งด่วนของรัฐบาลหรือกระทรวงวัฒนธรรม มติรัฐมนตรี ข้อส่ังการของนายกรัฐมนตรี ด้านศาสนา ศิลปะและ
วัฒนธรรม ในสว่ นภมู ภิ าคใหบ้ รรลุผล

2) กากับ ติดตาม ประเมินผลและรายงานผลการขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรมตาม
นโยบายพิเศษ นโยบายเรง่ ดว่ นของรฐั บาลหรือกระทรวงวัฒนธรรม มติคณะรฐั มนตรี ข้อสัง่ การของนายกรัฐมนตรี

3) รวบรวมข้อมูลท่ีได้ดาเนินการแล้วตามนโยบายพิเศษ นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล หรือกระทรวง
วฒั นธรรม มติรัฐมนตรี และขอ้ ส่ังการของนายกรฐั มนตรี เพ่อื นามาวิเคราะห์ สงั เคราะห์ผลการดาเนินการ รวมทั้ง
นาเสนอแนวทางการปฏิบัตงิ าน เพอ่ื ให้เกิดประสทิ ธิภาพและประสทิ ธผิ ลมากขน้ึ

4) ขับเคลื่อนโครงการชุมชนคุณธรรมน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนองนโยบายของราชการบริหารส่วนกลาง (สานักงานปลัดกระทรวง
วฒั นธรรม) ไปสูก่ ารปฏบิ ัติในส่วนภูมภิ าค (สานักงานวฒั นธรรมจงั หวดั )

แผนปฏิบตั กิ ารของสานกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั ปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๓๖

2.3 แผนภมู โิ ครงสรำ้ งอตั รำกำลงั และกำรแบ่งส่วนรำชกำรของสำนักงำน

แผนปฏิบตั ิการของสานกั งานวฒั นธรรมจงั หวัดปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๓๗

แผนปฏบิ ตั ิการของสานกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั ปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๓๘

2.4 วสิ ัยทัศน์ พนั ธกจิ และยุทธศำสตร์

วิสยั ทศั น์
บริหารจัดการและสรา้ งสรรค์งานวัฒนธรรม ให้มีบทบาทนาในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด

ปทมุ ธานี

พนั ธกิจ
5. เทิดทูนสถาบันหลกั ของชาติ สง่ เสรมิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม ค่านิยม และวถิ ีชวี ติ ที่ดีงามของสังคม
6. สง่ เสริม สบื สานศิลปวัฒนธรรม และนาทนุ ทางวฒั นธรรมมาสรา้ งคณุ ค่าเพ่ือเพ่มิ มูลคา่ ทางเศรษฐกิจ
7. ส่งเสริมการเรยี นรู้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสงั คม และการจัดการองค์ความรู้ทางวัฒนธรรม
8. บริหารจัดการงานศาสนา ศิลปะ วฒั นธรรม และส่งเสริมบทบาทของเครอื ขา่ ยทางวฒั นธรรม

ยุทธศำสตร์
5. สง่ เสริมการเทิดทนู สถาบันหลักของชาติ เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ปลกุ จิตสานกึ และค่านิยมเชิง
บวก สูว่ ิถชี ีวิตทีด่ ีงามของสงั คม
6. ส่งเสริมสืบสาน พัฒนาต่อยอด ยกระดับงานวัฒนธรรม นาทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าทาง
เศรษฐกิจ
7. บริหารจัดการองค์ความรู้ทางวัฒนธรรม ให้มีความพร้อมในการส่งเสริมการเรียนรู้ และเสริมสร้าง
ภูมคิ ุ้มกนั ทางสังคมโดยใชม้ ิตวิ ัฒนธรรม
8. พัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการงานศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ให้เกิดการบูรณาการความ
ร่วมมอื และสร้างเครือข่ายทางวฒั นธรรมทีเ่ ข้มแขง็

2.5 เป้ำหมำยเชิงยุทธศำสตร์/กลยุทธ์

เป้ำหมำยเชงิ ยุทธศำสตร์
1) เพื่อสร้างจิตสานึกให้มีความจงรักภักดี ธารงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ปลกู ฝงั คณุ ธรรม จริยธรรม สร้างคา่ นิยมความเป็นไทยทีด่ งี าม เพ่มิ คณุ คา่ ทางสังคม
2) เพ่ือให้ทุนทางวัฒนธรรมในท้องถ่ินได้รับการสืบสาน รักษา และพัฒนาต่อยอดยกระดับสินค้าและ

บรกิ ารทางวฒั นธรรมให้มีคณุ ค่าเชิงสรา้ งสรรค์ สรา้ งรายได้ สง่ เสรมิ เศรษฐกิจฐานราก สรา้ งความม่งั คงั่ ทางสังคม
โดยรวม

3) เพ่ือยกระดับการเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ใช้มิติทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ตามแผนแม่บทส่งเสริม
คณุ ธรรมแห่งชาติ เพือ่ สร้างภูมคิ ุ้มกนั ให้แก่คนในสังคม

4) เพอื่ ใหส้ านักงานวัฒนธรรมจังหวัด เป็นหนว่ ยงานคุณภาพในการบริหารจัดการงานวัฒนธรรม สามารถ
บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน สร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรมท่ีเข้มแข็งเป็นแนวร่วมในการขับเคลื่อนงาน
วัฒนธรรมทุกระดบั

แผนปฏบิ ตั ิการของสานักงานวฒั นธรรมจงั หวัดปทมุ ธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๓๙

กลยทุ ธ์
1) ใช้มติ ิวฒั นธรรมปกป้องเทดิ ทนู สถาบนั ปลูกฝังคณุ ธรรม จติ สานึก สร้างคา่ นิยมและความเป็นไทย
2) ใช้วัฒนธรรมนาเศรษฐกจิ
3) ใช้หลักการบริหารจัดการองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เสริมสร้าง
วัฒนธรรมเชงิ สรา้ งสรรค์เพ่ือสร้างภูมิคมุ้ กันทางสังคม
4) ใช้กระบวนการพัฒนาองค์กรและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย ใช้หลักการ
บรู ณาการ สรา้ งความรว่ มมือและสรา้ งเครอื ข่ายในการดาเนินงานวฒั นธรรมทุกระดบั

2.6แนวทำงกำรดำเนินกำร
ยทุ ธศำสตร์ที่ 1 สง่ เสรมิ การเทดิ ทนู สถาบนั หลักของชาติ เสริมสร้างคณุ ธรรมจริยธรรม ปลุกจติ สานกึ
และคา่ นยิ มเชิงบวก ส่วู ถิ ชี วี ติ ท่ดี ีงามของสงั คม
กลยทุ ธ์ : ใชม้ ติ ิวัฒนธรรมปกป้องเทิดทนู สถาบัน ปลูกฝงั คุณธรรม จิตสานึก สรา้ งคา่ นยิ มและความเปน็ ไทย
แนวทำงกำรดำเนินงำน
1. รักษา สืบทอด สง่ เสริม และสนองงานสาคญั ของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
2. สง่ เสรมิ การนาศาสตร์พระราชา ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาเป็นหลักในการดาเนินชีวติ
และดาเนินงานตามพระราชดาริจิตอาสา “ทาดีดว้ ยหวั ใจ”
3. งานพิธีการศพทีไ่ ดร้ ับพระราชทานตามพระบรมราโชบาย
4. สง่ เสริมการเรยี นรู้ประวตั ศิ าสตรช์ าติไทยและประวัตศิ าสตรท์ อ้ งถ่ิน
5. การจดั กจิ กรรมเนื่องในวันสาคัญทางศาสนา
6. เสริมสร้างและพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม ใหแ้ กเ่ ดก็ เยาวชน และประชาชน
7. รณรงคส์ ่งเสริมคา่ นิยมความเปน็ ไทยทง้ั ในระดบั ท้องถิน่ ระดับจังหวัด และระดบั ชาติ
8. ส่งเสรมิ การใช้และสวมใสผ่ ้าไทยลายผา้ ประจาจงั หวดั “รักษ์ผา้ ไทย รักษ์ความเป็นไทย”
9. สร้างคนดี สงั คมดี โดยมีชมุ ชนคุณธรรมเปน็ ฐานการดาเนินงานในระดับพื้นที่ และยกยอ่ ง
เชดิ ชเู กยี รติคนดี สังคมดี ในทุกระดบั

ยุทธศำสตรท์ ่ี 2 ส่งเสริมสบื สาน พฒั นาตอ่ ยอด ยกระดับงานวฒั นธรรม นาทุนทางวฒั นธรรมมาสรา้ ง
มลู ค่าทางเศรษฐกิจ

กลยทุ ธ์ : ใชว้ ฒั นธรรมนาเศรษฐกิจ
แนวทำงกำรดำเนนิ งำน

1. พฒั นาและเช่ือมโยงแหล่งทอ่ งเทยี่ วเชิงวัฒนธรรม และประวัตศิ าสตร์ พพิ ธิ ภัณฑ์ ถนน
สายวัฒนธรรม ชมุ ชนคณุ ธรรมพลังบวร (เที่ยวชมุ ชน ยลวิถี) ตลาดน้า ตลาดบก

2. ยกระดับงานเทศกาลประเพณี ขยายตลาดสินค้าและบรกิ ารทางวัฒนธรรมของจงั หวดั
เพื่อส่งเสริมการท่องเท่ียวเชงิ วฒั นธรรม ใหย้ ง่ิ ใหญ่ส่รู ะดบั ภูมภิ าคและระดบั ชาติ

3. พฒั นาตอ่ ยอดสนิ ค้า ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CCPOT) และบริการทางวฒั นธรรม
สอู่ ุตสาหกรรมวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรคท์ ่ีสอดคล้องกับบรบิ ทของชมุ ชน และตรงตามความ
ตอ้ งการของตลาด

4. ใชร้ ะบบเทคโนโลยที ี่ทันสมยั สนับสนุนการจาหนา่ ยสนิ ค้า ผลิตภณั ฑ์ บริการทางวัฒนธรรม
ของชมุ ชนทอ้ งถ่ิน และเผยแพร่ประชาสมั พนั ธ์ให้เปน็ ทีร่ ้จู กั ในวงกวา้ ง เพอ่ื เพ่มิ คณุ ค่าทาง
สงั คม และเพ่ิมมูลคา่ ทางเศรษฐกิจ

แผนปฏิบตั กิ ารของสานักงานวฒั นธรรมจังหวดั ปทมุ ธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๔๐

5. สง่ เสริมการจัดงานมหกรรม 5 F และยกระดับ Soft power ของทอ้ งถิ่น ผา่ นสอ่ื
คอนเทนต์ และกจิ กรรมทางวฒั นธรรมทุกระดับ

6. พฒั นาภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น สรา้ งงาน สร้างอาชีพ สรา้ งรายไดใ้ ห้แกศ่ ิลปนิ พ้นื บา้ น และ
ผ้ปู ระกอบการดา้ นวัฒนธรรม

7. ศกึ ษา วิจยั และพัฒนานวัตกรรมท่ีเก่ียวข้องกบั การนาทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลคา่ เพ่ิม
ทางเศรษฐกจิ และสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อนาวัฒนธรรมท้องถนิ่ สูส่ ากล

8. ประชาสัมพันธง์ านวฒั นธรรม ด้วยรปู แบบและส่อื เทคโนโลยสี มยั ใหม่

ยุทธศำสตร์ที่ 3 บริหารจดั การองค์ความรู้ทางวฒั นธรรม ให้มีความพร้อมในการสง่ เสรมิ การเรยี นรู้
และเสรมิ สรา้ งภูมคิ มุ้ กันทางสังคมโดยใช้มติ ิวัฒนธรรม

กลยทุ ธ์ : ใช้หลกั การบรหิ ารจัดการองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมด้านศาสนา ศลิ ปะ และวัฒนธรรม
เสรมิ สรา้ งวฒั นธรรมเชงิ สร้างสรรคเ์ พือ่ สรา้ งภูมคิ ้มุ กนั ทางสังคม

แนวทำงกำรดำเนินงำน
1. อนรุ ักษ์ สบื สาน และพฒั นามรดกทางวัฒนธรรมทัง้ ท่ีจับตอ้ งได้ และจับตอ้ งไม่ได้
โดยมีการจัดเก็บข้อมูลองค์ความรทู้ างวฒั นธรรม ตลอดจนแหลง่ เรียนรทู้ างวฒั นธรรม
ในพน้ื ท่ีอยา่ งเป็นระบบ
2. ส่งเสรมิ และพัฒนาศกั ยภาพการจัดการศกึ ษา แหล่งเรยี นรู้ และพนื้ ที่สร้างสรรค์
ทางวัฒนธรรม “ลานวัฒนธรรม สร้างสขุ ”
3. พฒั นาบรกิ ารการเรยี นรใู้ นรูปแบบทห่ี ลากหลายทันสมัย และน่าสนใจ รวมทัง้ ส่งเสริม
กิจกรรมการเรยี นรทู้ างศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมใหแ้ กเ่ ด็ก เยาวชน และประชาชน
4. ส่งเสริมสนบั สนนุ สร้างภมู คิ ุม้ กนั ใหแ้ กเ่ ดก็ เยาวชน และประชาชนทัว่ ไป โดยใชม้ ิตทิ าง
วฒั นธรรม ส่งเสริมการรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื การพัฒนาส่ือปลอดภยั และสร้างสรรค์ ตลอดจน
เปดิ พ้นื ทส่ี ร้างสรรคใ์ หส้ ามารถเขา้ ถึงและใชป้ ระโยชนใ์ นการแสดงออกอยา่ งเตม็ ศักยภาพ
5. ส่งเสรมิ สนบั สนนุ การพฒั นาค่านยิ มเชงิ บวก และวัฒนธรรมเชิงสรา้ งสรรค์ ตามแผนแมบ่ ท
ส่งเสรมิ คุณธรรมแหง่ ชาติฯ ใหแ้ ก่คนในสงั คม

ยทุ ธศำสตร์ท่ี 4 พัฒนาศกั ยภาพการบรหิ ารจัดการงานศาสนา ศิลปะ และวฒั นธรรม ใหเ้ กิดการ
บูรณาการความรว่ มมอื และสร้างเครอื ขา่ ยทางวฒั นธรรมทเ่ี ข้มแขง็

กลยทุ ธ์ : ใชก้ ระบวนการพฒั นาองค์กรและการบรหิ ารจัดการที่มปี ระสิทธิภาพและทันสมัย
ใช้หลกั บรู ณาการ สร้างความร่วมมอื และสรา้ งเครือขา่ ยในการดาเนนิ งานวฒั นธรรมทุกระดบั

แนวทำงกำรดำเนนิ งำน
1. พัฒนากระบวนการปฏบิ ตั ิงาน การให้บรกิ ารดา้ นศาสนา ศลิ ปะ และวฒั นธรรมให้มีทันสมยั
ดว้ ยระบบเทคโนโลยใี นยุคดจิ ทิ ลั
2. พัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้เปน็ มืออาชีพ
3. เสรมิ สรา้ งภาคเี ครอื ขา่ ยทางวฒั นธรรม พัฒนาศกั ยภาพให้มคี วามเขม้ แขง็ และบูรณาการ
การดาเนินงานรว่ มกับภาคีเครือข่ายทางวฒั นธรรมทุกระดับอยา่ งเปน็ รปู ธรรม และ
มปี ระสทิ ธิภาพ
4. พัฒนาการบริหารจัดการองค์กรให้สอดรับกับบริบทและความเปลย่ี นแปลง มีความพรอ้ ม
ในการปฏบิ ัตภิ ารกจิ ตามบทบาทหน้าท่ี และยกระดับองค์กรให้มศี กั ยภาพสงู สดุ

แผนปฏิบัติการของสานักงานวฒั นธรรมจังหวดั ปทุมธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๔๑

5. พัฒนาฐานขอ้ มลู ระบบสารสนเทศทางวัฒนธรรมในพ้ืนที่ และบรหิ ารจัดการข้อมลู
(Big Data) ให้มคี วามทันสมัยดว้ ยระบบเทคโนโลยดี ิจทิ ัล พรอ้ มใช้ประโยชนแ์ ละใหบ้ รกิ าร
ไดอ้ ย่างกว้างขวาง

6. พฒั นาระบบการให้บริการประชาชนในดา้ นศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม งานเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
งานตาม พ.ร.บ.ภาพยนตรแ์ ละวดี ที ัศน์ พ.ศ. 2551 ให้สะดวกรวดเรว็ และทันสมยั

7. พัฒนาสานักงานวฒั นธรรมจังหวัดให้เปน็ ต้นแบบ มีภาพลกั ษณ์ท่ดี ีในการส่งเสรมิ เอกลักษณ์
คา่ นยิ มและความเป็นไทย เป็นองค์กรคณุ ธรรมต้นแบบ และเปน็ องคก์ รครองใจคน

แผนปฏบิ ตั ิการของสานักงานวฒั นธรรมจังหวดั ปทมุ ธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๔๒

แผนปฏบิ ตั ิการของสานกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั ปทุมธานี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๔๓

สว่ นที่ 3

การวิเคราะหป์ จั จยั ทีเ่ กี่ยวข้อง

ส่วนท่ี 3
การวิเคราะหป์ จั จยั ท่เี กยี่ วข้อง

แผนปฏิบตั ิการของสานกั งานวฒั นธรรมจังหวดั ปทุมธานี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ | ๔๕


Click to View FlipBook Version