The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสที่ระลึกครบรอบวันเกิดของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ๒๓๒ ปี ( ๑๗ เมษายน ๒๓๓๑ )

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suchartyai, 2020-07-12 05:53:23

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ไกเซอร์

จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสที่ระลึกครบรอบวันเกิดของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ๒๓๒ ปี ( ๑๗ เมษายน ๒๓๓๑ )

โดย
ดร. สชุ าติ มน่ั คงพทิ ักษก์ ลุ













































แร่หินเรืองแสง ในธรรมชาติมกั พบหินเรืองแสงเป็นสีเขียวอมเหลืองอนั
เกิดจากมลทินของแร่ทองแดง หรือสีชมพอู มม่วงอนั เกิดจากมีแร่โคบอลทเ์ ป็น
มลทิน สีท่ีหายากที่สุดคือสีขาวซ่ึงจะมีความวาวและสว่างมากท่ีสุด หินเรือง
แสงสามารถพบไดใ้ น ชิลี, นามีเบีย, เม็กซิโก, ยโุ รป และแคลิฟอร์เนียใน
อเมริกา

แร่หินเรืองแสงจะมีปรากฎการณ์ท่ีเรียกวา่ Fluorescent สามารถเรือง
แสงไดเ้ มื่ออยภู่ ายใตแ้ สงอลั ตราไวโอเลต็ หรืออยใู่ นที่มืด เนื่องจากอะตอมท่ีอยู่
ภายในโครงสร้างผลึก สามารถดูดซับพลงั งานและปลดปล่อยออกมาเมื่ออยู่
ภายใตแ้ สงอลั ตร้าไวโอเล็ตหรือในที่มืดจึงทาํ ใหเ้ กิดปรากฎการณ์เรืองแสงข้ึน
ในช่วงเวลาหน่ึงจนกว่าอะตอมน้ัน ๆ จะปลดปล่อยพลงั งานออกมาจนหมด
การเรืองแสงจึงจะหายไป

การเรืองแสง น้ีถา้ นาํ ตน้ กาํ เนิดแสงดงั กล่าวออกไปแลว้ แร่ยงั คงเรือง
แสงอยู่ จะเรียก phosphorescence การเรืองแสงของแร่น้นั ไม่อาจบอกชดั ลง ไป
ได้ เพราะว่าแร่บางชนิดเรืองแสง แร่อีกกอ้ นหน่ึงท้งั ๆ ที่เป็ นแร่ชนิดเดียวกนั
อาจจะไม่เรืองแสงก็ได้ แร่ท่ีเรืองแสงไดน้ ้นั สีท่ีเรืองแสงก็ไม่เหมือนกบั สี แร่
ธรรมชาติดว้ ย

การทดสอบการเรืองแสงของแร่โดยทวั่ ไปนิยมใชแ้ สง อุลตราไวโอเลต
ชนิดคล่ืนส้นั (Short wave) หลอดไฟอุลตราไวโอเลตมี ขนาดต่างๆ กนั แลว้ แต่
ความจาํ เป็ นที่จะใช้ในงานขนาดไหน ปัจจุบันน้ีท้งั นักวิชาการแร่และนัก
สะสมแร่ นิยมใชก้ นั มาก ท้งั ในการสาํ รวจหาแร่ การ ตรวจแร่ ตลอดจนการจดั
แสดงตูแ้ ร่ เรืองแสงดว้ ย แร่ที่เรืองแสงมีอยหู่ ลาย ชนิดมีสีสวยสะดุดตาแปลก
และเด่นเพราะ ตอ้ งอยใู่ นหอ้ งมืด

เช่ือวา่ หินเรืองแสงเป็นหินแห่งความสุข ความคิดสร้างสรรค์ ความ
กระตือรือร้น ช่วยปรับการทาํ งานของหัวใจ ช่วยกระตุน้ ท้งั จิตใจและร่างกาย
ใหเ้ ป็นปกติ

ขอ้ สมุมติฐานขอ้ ๒ น้นั พระสมเด็จวดั ระฆงั ไม่วา่ พิมพใ์ ด ถา้ มีมวลสาร
ผงพุทธคุณท้งั ๕ และไดผ้ ่านการปลุกเสกโดยท่านเจา้ ประคุณสมเด็จโตแลว้
ยอ่ มมีพทุ ธคุณมีพลงั แสงออร่าหรือรัศมีทิพย์ ( Aura ) ออกมาให้ไดส้ มั ผสั ได้
แต่การจะให้สามารถเห็นดว้ ยตาเปล่าน้ันอาจจะเป็ นเร่ืองยาก นอกจากไดร้ ับ
การตรวจวดั รังสีออร่าดว้ ยเครื่องถ่ายภาพดว้ ยกลอ้ ง Kerlian ซ่ึงเม่ือถ่ายภาพ
ออกมาแลว้ จะเห็นเป็นรังสี มีสีต่าง ๆต้งั แต่สีชมพู สีแดง สีส้ม/แสด สีเหลือง สี
เขียว สีน้าํ เงิน สีคราม สีม่วง สีขาวและสีทอง

พลงั สีต่าง ๆท่ีปรากฎในวตั ถุมงคลหมายถึงพละพลงั ของวตั ถุมงคลน้นั ที่
เปล่งอานุภาพออกมา พจิ ารณาจากสี ความใส ความกวา้ งของออร่า เช่น ออร่าสี
ขาว หมายถึง เป็ นสีที่มีความสมดุลมากที่สุด มกั พบในนักบุญหรือผูท้ ่ีเจริญ
สมาธิอยเู่ สมอ ถา้ ปรากฎเป็นเส้นสีขาวผา่ นซอ้ นแสงหมายถึงการส่ือกบั มิติอื่น
ได้ เป็นสีของญาณสมาบตั ิพบในวตั ถุมงคลแสดงวา่ ผเู้ สกสร้างไดส้ มาธิระดบั
สมาบัติช้ันสูง การตรวจอํานาจวัตถุมงคลโดยออร่ า เช่นภาพถ่ายเป็ น
กระบวนการที่ใชว้ ทิ ยาศาสตร์มารองรับวา่ มีพลงั งานประจุอยจู่ ริง

นอกจากน้ีมีการต้งั คาํ ถามวา่ พระสมเด็จไกเซอร์ ท่านเจา้ ประคุณสมเด็จ
โต ไดใ้ ชพ้ ทุ ธศิลป์ จากพระพทุ ธรูปซ่ึงเป็นพระประธานในโบสถว์ ดั ท่ีไหน

จากตามที่ท่านตรียมั ปวายได้อภิปรายว่าเป็ นอกครุฑเศียรบาตร ซ่ึง
จาํ แนกออกถึง ๔ แบบพิมพค์ ือพิมพเ์ ขื่อง พิมพส์ ันทดั พิมพโ์ ปร่ง และ พิมพ์
ยอ่ ม โดยบรรยายว่าถ่ายทอดพุทธศิลป์ จากศิลปะพ้ืนเมืองอยุธยาแบบพระวดั
ตะไกรหนา้ ครุฑ เป็นพมิ พแ์ รกสุดท่ีเจา้ ประคุณสมเดจ็ โต สร้างพระพมิ พใ์ นรูป

ส่ีเหล่ียมชิ้นฟัก ท่ีท่านออกแบบและแกะพิมพเ์ อง แสดงว่าพระสมเด็จพิมพอ์ ก
ครุฑเศียรบาตรน่าจะสร้างที่วดั ระฆงั มาก่อน ไม่ใช่แค่สร้างที่วดั บางขนุ พรหม
เท่าน้นั อาจจะเป็ นไปไปไดท้ ี่มีการนาํ แม่พิมพก์ ลบั มาป้ัมพระใหม่ ตอนสร้าง
พระสมเดจ็ กรุบางขนุ พรหม

มีนักวิชาการและนักประวตั ิศาสตร์บางท่านเช่น อาจารยณ์ ัฐพนธ์ เกษ
สาคร จากมหาวิทยาลยั ราชภฎั บา้ นสมเด็จเจา้ พระยา เขตธนบุรี กรุงเทพฯได้
กล่าวถึงพุทธศิลป์ พระสมเด็จไกเซอร์ไดถ้ ูกถอดพิมพม์ าจากพระพุทธรูปพระ
ศรีอริยเมตไตรย ที่วดั ชีปะขาว หรือวดั ศรีสุดารามวรวิหาร แถวบางกอกนอ้ ย
กรุงเทพฯ ซ่ึงเป็ นวดั สมยั กรุงศรีอยธุ ยา เป็ นวดั ท่ีท่านเจา้ ประคุณสมเด็จโตเคย
แวะมาเป็นประจาํ พระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตรย หล่อดว้ ยทองสาํ ริดขนาด
หนา้ ตกั ๒ ศอก ประทบั นง่ั ขดั สมาธิราบ พระหตั ถข์ วาวางบนพระเพลา พระ
หตั ถซ์ า้ ยถือพดั ซ่ึงมีลกั ษณะคลา้ ยตาลปัตรแต่มีดา้ มจบั ส้นั มีลกั ษณะเป็น เศียร
บาตรไม่มีเกศ ใบหนา้ กลมใหญ่ มีหูต่ิง นงั่ อยบู่ นฐานบวั

จากการท่ีผูเ้ ขียนไดต้ ้งั ขอ้ สมมุติฐานออกมาเป็ น ๕ ประเด็น ถึงความ
เก่ียงโยงของการสร้างพระสมเด็จวดั ระฆงั พิมพไ์ กเซอร์ของท่านเจา้ ประคุณ
สมเด็จโต กบั รัชกาลที่ ๕ จึงไดน้ าํ แต่ละประเด็นมาวิเคราะห์เพื่อศึกษาความ
เป็ นไปได้ และเป็ นเหตุการณ์ที่ใกลเ้ คียงความเป็ นจริงมากท่ีสุด โดยนาํ ขอ้ มูล
และเหตุการณ์ต่าง ๆ จากนกั เขียนตาํ ราพระสมเด็จ ประวตั ิศาสตร์ของสมเด็จ
พระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ตลอดจนนักวิจัย นักโบราณคดี และนัก
ประวตั ิศาสตร์

ในการวเิ คราะห์พระสมเดจ็ วดั ระฆงั พมิ พไ์ กเซอร์ เราตอ้ งยอมรับวา่ พระ
สมเด็จพิมพไ์ กเซอร์ น่าจะสร้างจากวดั ระฆงั ไม่ใช่พระสมเด็จพิมพอ์ กครุฑ
เศียรบาตร ที่บรรจุในกรุบางขุนพรหม วดั ใหม่อมตรส เหตุผลที่ ใน ปี พ.ศ.

๒๔๑๓ เสมียนตราด้วง ได้สร้างพระสมเด็จ ท่ีวดั อินทรวิหาร โดยได้ขอ
แม่พมิ พจ์ ากหลวงป่ ูโต แลว้ นาํ ไปพิมพก์ นั เอง เขา้ ใจวา่ พระสมเด็จชุดน้ี นาํ ไป
บรรจุกรุเจดียใ์ หญ่ วดั บางขนุ พรหม (วดั ใหม่อมตรส) จากบทบนั ทึกดงั น้ี

“และพระพมิ พ์ท่ีวัดบางขุนพรหมในน้ัน เสมียนตราด้วง ขอเอาพิมพ์
ของท่านไปพมิ พ์ปูนแลผงของเสมียนตราด้วง ทําตามวุฒิของเสมียนตราด้วง
เอง ชาวบา้ นบางขนุ พรหมปฏิบตั ิอุปฐาก บางทีข้ึนพระบาท หายเขา้ ไปในเมือง
ลบั แลไม่กลบั คนลือวา่ สมเด็จถึงมรณภาพแลว้ กม็ ี ทางราชการเอาโกศข้ึนไป
ท่านกอ็ อกมาจากเมืองลบั แล พนกั งานคุมโกศตอ้ งเอาโกศเปล่ากลบั มาหลาย
คราว”

และท่านเจา้ ประคุณสมเด็จโตไดม้ อบมวลสารใหก้ บั เสมียนตราดว้ ง แค่
คร่ึงบาตร ซ่ึงถือไดว้ า่ มีมวลสารนอ้ ยมาก ดงั น้นั พระสมเด็จบางขนุ พรหมจึงมี
สีขาว ส่วนแม่พิมพท์ ่ีมอบให้เป็ นพิมพจ์ ากวดั ระฆงั ซ่ึงมกั จะเรียกกนั ว่า พระ
สองคลอง มีพิมพพ์ ระสมเดจ็ วดั ระฆงั ๔ พิมพ์ คือ พระสมเด็จพิมพใ์ หญ่ พระ
สมเดจ็ พิมพท์ รงเจดีย์ พระสมเดจ็ พมิ พเ์ กศบวั ตูม พระสมเดจ็ พิมพฐ์ านแซม

นอกจากพิมพพ์ ระสมเดจ็ วดั ระฆงั ดงั กล่าวแลว้ น้นั ทางคณะท่านผสู้ ร้าง
พระสมเด็จวดั บางขนุ พรหมยงั ไดใ้ ห้นายช่างผแู้ กะแม่พิมพว์ ดั ระฆงั เจา้ เดิม
แกะแม่พิมพพ์ ระสมเด็จท้งั ๔ พิมพ์ ดงั กล่าวแลว้ เพิ่มเติมข้ึนมาอีก และยิ่งไป
กวา่ น้นั ยงั ให้แกะแม่พิมพพ์ ระสมเด็จวดั บางขนุ พรหมข้ึนมาในรูปทรงใหม่อีก
๗ พิมพค์ ือพระสมเด็จพิมพเ์ ส้นดา้ ย พระสมเดจ็ พิมพส์ งั ฆาฏิ พระสมเด็จพิมพ์
สงั ฆาฏิ หูชา้ ง พระสมเด็จพิมพฐ์ านคู่ พระสมเดจ็ พิมพป์ รกโพธ์ิ พระสมเด็จ
พิมพอ์ กครุฑ และ พระสมเด็จพิมพไ์ สยาสน์ รวมในกรุวดั บางขนุ พรหมมีพระ
ท้งั สิ้น ๑๑ พมิ พด์ ว้ ยกนั

พระสมเดจ็ บางขนุ พรหมเม่ือสร้างเสร็จ ไดร้ ับการปลุกเสกจากท่านเจา้
ประคุณสมเดจ็ โต เสร็จเรียบร้อยแลว้ จึงไดท้ าํ การบรรจุในเจดียอ์ งคใ์ หญ่ท่ีวดั
บางขนุ พรหม

ดงั น้นั ถา้ จะสรุปวา่ พระสมเดจ็ พิมพอ์ กครุฑเศียรบาตรท่ีบรรจุกรุบาง
ขนุ พรหม เป็นพระสมเดจ็ วดั ระฆงั พิมพไ์ กเซอร์คงไม่น่าจะเป็นความจริง
เน่ืองจากการจดั สร้างคร้ังน้ีเป็นหนา้ ที่ของ ท่านเสมียนตราดว้ ง และจดั การเร่ง
สร้างแม่พมิ พเ์ พ่มิ ซ่ึงรวมท้งั แม่พมิ พอ์ กครุฑเศียรบาตร ซ่ึงต่างจากท่ีไดข้ อ้ มูล
จากพระอาจารย์ ขวญั ที่ไดท้ ราบเร่ืองเล่าจากพระธรรมถาวรท่ีพดู ถึงเป็นการ
แกะพมิ พด์ ว้ ยฝี มือท่านเจา้ ประคุณสมเดจ็ โต

แต่ถา้ จะวเิ คราะห์วา่ มีการสร้างแม่พมิ พพ์ ระสมเดจ็ อกครุฑเศียรบาตร
ดว้ ยฝี มือเจา้ ประคุณสมเดจ็ โตเองท่ีวดั ระฆงั ก่อนหนา้ การสร้างกรุบางขนุ
พรหมของเสมียนตราดว้ ง หรือช่างใหม่ที่ออกแบบแม่พิมพอ์ กครุฑเศียรบาตร
กรุบางขนุ พรหม นาํ พระสมเดจ็ พิมพอ์ กครุฑเศียรบาตรวดั ระฆงั ท่ีสมเดจ็ โต
สร้างมาแลว้ เป็นแบบแม่พมิ พ์

ส่วนจากหนงั สือ สมเดจ็ โต เขียนโดย นายแฉลม้ โชติช่วงและคณะพิมพ์
คร้ังแรก พ.ศ ๒๕๓๔ ที่กล่าววา่ นายช่างจอม วงศช์ ่างหล่อ กบั หลวงวิจารณ์
เจียรนยั เป็นผแู้ กะพิมพถ์ วาย โดยลกั ษณะพมิ พเ์ ป็น เศียรบาตรไม่มีเกศ ใบหนา้
กลมใหญ่ มีหูติ่ง ลาํ คอส้ัน หนา้ อกนูนกวา้ ง หวั ไหล่มนท้งั สองขา้ ง วงแขนท้งั
สองขา้ งทอดโคง้ กลมลงมาจดหนา้ ตกั หัวเข่ามนงอนรับวงแขน หน้าตกั ตรง
ฐานบนมีบวั ๕ กลีบ รองรับหนา้ ตกั บวั กลีบกลางใหญ่ ฐานกลางเป็นฐานสิงห์
ฐานล่างเป็นฐานหนา้ กระดานดงั่ ขาโตะ๊ มีซุม้ ผา่ หวายครอบองคพ์ ระ

ประเด็นการอ้างอิงจากตําราเล่มข้างต้นน้ี สิ่งที่ผูเ้ ขียนมีประเด็นท่ี
น่าสนใจในการวิเคราะห์ เก่ียวกบั การออกแบบฐานบวั ๕ กลีบ ซ่ึงจะส่ือถึง

ความหมายได้ ๒ อยา่ งคือ ประการที่ ๑ หมายถึง พระเบญจวคั คียท์ ้งั ๕ ที่รับฟัง
การแสดงปฐมเทศนา ท่ีเรียกวา่ ธรรมจกั รกปั ปวตั นสูตรของพระพทุ ธเจา้ ในวนั
อาสฬหบูชา ในวนั ข้ึน ๑๕ ค่าํ เดือน ๘ ประการที่ ๒ การออกแบบฐานบวั ๕
กลีบ จะหมายถึง พระมหากษตั ริยอ์ งค์ท่ี ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นั่นคือ
รัชกาลที่ ๕ การเขา้ มาช่วยการออกแบบพระสมเด็จของช่างทองหลวง หลวง
วิจารณ์เจียรนยั น่าจะเร่ิมใน ปี พ.ศ. ๒๔๐๗ ซ่ึงการสร้างพระสมเด็จวดั ระฆงั
ไกเซอร์ท่ีตอ้ งถวายพระมหากษตั ริยน์ ้นั มกั จะตอ้ งออกแบบดว้ ยช่างหลวงฝี มือ
งดงาม และส่วนใหญ่ตอ้ งทาํ การลงรักปิ ดทองล่องชาด ถา้ เป็นเช่นน้นั จริง การ
วเิ คราะห์การสร้างพระสมเดจ็ ไกเซอร์จึงตอ้ งมีวาระเก่ียวขอ้ งกบั รัชกาลที่ ๕ ท่ี
ไดต้ ้งั ขอ้ สันนิฐานเอาไว้ ๕ ประเด็นขา้ งตน้ ซ่ึงผูเ้ ขียนจะตอ้ งนาํ มาวิเคราะห์
และเช่ือมโยงกบั เหตุการณ์ต่อไปใหไ้ ด้

การสร้างพระสมเดจ็ วดั ระฆงั พิมพไ์ กเซอร์ ในกรณี ประเดน็ ท่ี ๑ การ
จดั สร้างพระสมเดจ็ ไกเซอร์ ในวโรกาสท่ี รัชกาลท่ี ๕ ทรงพระราชสมภพในปี
พ.ศ ๒๓๙๖ ในวนั ที่ ๒๐ กนั ยายน ๒๓๙๖ จากขอ้ มูลท่ีบนั ทึกและเหตุการณ์
ประวตั ิศาสตร์ น่าจะไม่มีการสร้างพระสมเดจ็ วดั ระฆงั พมิ พไ์ กเซอร์ อาจจะมี
การสร้างพระสมเดจ็ วดั ระฆงั ในโอกาสท่ีท่านเจา้ ประคุณสมเดจ็ โต ในปี พ.ศ.
๒๓๙๕ รัชกาลที่ ๕ ไดพ้ ระราชทานสมณศกั ด์ิพระมหาโตเป็นคร้ังแรก เป็น
พระราชาคณะท่ี "พระธรรมกิติ" และดาํ รงตาํ แหน่งเป็นเจา้ อาวาสวดั ระฆงั โฆสิ
ตาราม ขณะน้นั ท่านอายุ ๖๕ ปี และอีก ๒ ปี ต่อมา (พ.ศ. ๒๓๙๗) ท่านจึง
ไดร้ ับการเล่ือนสมณศกั ด์ิเป็นพระราชาคณะช้นั ผใู้ หญ่ท่ี "พระเทพกระว"ี การ
สร้างพระสมเดจ็ วดั ระฆงั ในช่วงของการเล่ือนสมณศกั ด์ิมีความเป็นไปไดส้ ูง
มาก ในช่วงปี พ.ศ. ๒๓๙๕- ๒๓๙๗ แต่จะมีการนาํ พระสมเดจ็ วดั ระฆงั ถวาย

ในวโรกาสที่ รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชสมภพในปี พ.ศ ๒๓๙๖ หรือไม่ ผเู้ ขียน
สุดคาดที่จะเดาได้

การวิเคราะห์ ขอ้ สันนิษฐานประเด็นที่ ๒ การจดั สร้างพระสมเด็จไก
เซอร์ ในวโรกาสท่ี รัชกาลท่ี ๕ ทรงมีพระชนมพรรษา ๘ พรรษา ในปี พ.ศ.
๒๔๐๔ ซ่ึงรัชกาลท่ี ๕ ไดต้ ้งั เป็นหมื่นพิฆเนศวรสุรสงั กาศ เหตุการณ์น้ีกไ็ ม่มี
หลกั ฐานทางประวตั ิสาสตร์วา่ ไดม้ ีการสร้างพระสมเด็จวดั ระฆงั พิมพไ์ กเซอร์
ถวาย

การวเิ คราะห์ ขอ้ สนั นิษฐานประเดน็ ที่ ๓ การจดั สร้างพระสมเดจ็ ไก
เซอร์ ในวโรกาสท่ี รัชกาลที่ ๕ ทรงผนวชเป็นสามเณร ณ พระอุโบสถวดั พระ

ศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวนั พฤหสั บดีท่ี ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๐๙ เมื่อพระ
ชนมพรรษา ๑๓ พรรษา ผเู้ ขียนไดต้ ้งั สมุมติฐานจากภาพของท่านเจา้ ประคุณ
สมเดจ็ โต ท่ีไดส้ อนหนงั สือ รัชกาลท่ี ๕ น่าจะมีเหตุการณ์ท่ีพอจะเก่ียวขอ้ ง
และเชื่อมโยงกนั ไดอ้ ยบู่ า้ ง แต่จะถึงข้นั ท่ีตอ้ งสร้างพระสมเดจ็ วดั ระฆงั พมิ พไ์ ก
เซอร์ถวายในวโรกาสน้ีหรือไม่ ผเู้ ขียนต้งั ขอ้ สงั เกตวา่ แต่ในช่วงปี พ.ศ.
๒๔๐๙ ช่างหลวงวจิ ารณ์ เจียรนยั ไดเ้ ขา้ มาช่วยท่านเจา้ ประคุณสมเดจ็ โตใน
การแกะแม่พมิ พพ์ ระสมเดจ็ ถวายแลว้ แต่ถา้ พิจารณาถึงท่านเจา้ ประคุณสมเดจ็
โตมีอภิญญาสูงรู้ถึงเหตุการณ์ในอนาคต อยา่ งที่ท่านมีการทาํ นายอนาคตของ
ประเทศสยามไวไ้ ดอ้ ยา่ งแม่นยาํ การออกแบบโดยใชฐ้ านกลีบบวั ๕ กลีบ อาจ
หมายถึง รัชกาลที่ ๕ ซ่ึงกาํ ลงั อยใู่ นระหวา่ งการทรงผนวชเป็นสามเณร

การวเิ คราะห์ ขอ้ สนั นิษฐานประเดน็ ที่ ๔ การจดั สร้างพระสมเดจ็ ไก
เซอร์ ในวโรกาสที่ รัชกาลท่ี ๕ ไดเ้ ลื่อนสมเดจ็ เจา้ ฟ้าจุฬาลงกรณ์ข้ึนเป็น กรม
ขนุ พนิ ิตประชานารถ เมื่อวนั อาทิตยท์ ่ี ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๑๐ เม่ือพระ
ชนมพรรษา ๑๔ พรรษา ผเู้ ขียนไดค้ น้ ควา้ แลว้ ยงั ไม่มีขอ้ มูลบนั ทึกท่ี ท่านเจา้

ประคุณสมเดจ็ โต ไดส้ ร้างพระสมเดจ็ วดั ระฆงั พมิ พไ์ กเซอร์ถวาย แต่ถือไดว้ า่
เป็นตาํ แหน่งท่ีสูงตอ้ งรับผดิ ชอบมาก โดยทรงกาํ กบั ราชการกรมมหาดเลก็
กรมพระคลงั มหาสมบตั ิ และกรมทหารบกวงั หนา้

การวเิ คราะห์ ขอ้ สนั นิษฐานประเดน็ ที่ ๕ การจดั สร้างพระสมเดจ็ ไก
เซอร์ ในวโรกาสท่ี รัชกาลที่ ๕ ทรงข้ึนครองราชสมบตั ิในปี พ.ศ. ๒๔๑๑
ในขณะน้นั มีพระชนมายเุ พียง ๑๕ พรรษา ถือไดว้ า่ เป็นเหตุการณ์ท่ีสาํ คญั ของ
ประเทศสยามในเวลาน้นั การสร้างพระสมเดจ็ วดั ระฆงั พิมพไ์ กเซอร์ ที่
ออกแบบโดยช่างหลวงวจิ ารณ์ เจียรนยั มีการออกแบบโดยใชฐ้ านกลีบบวั ๕
กลีบ นน่ั หมายถึง รัชกาลท่ี ๕ อยา่ งแน่นอน

จากบนั ทึกหลวงป่ ูคาํ ซ่ึงหลวงป่ ูคาํ วดั อมั รินทร์"ภิกษุผูช้ ่วยสมเด็จโต
สร้างพระสมเด็จ หลวงป่ ูคาํ มีความใกลช้ ิดกบั เจา้ ประคุณสมเด็จฯโต วดั
ระฆงั โฆษิตาราม เจา้ ประคุณสมเด็จฯโต เรียกท่านว่าหลวงพี่ ท่านไปช่วยเจา้
ประคุณสมเด็จฯโตทาํ พระสมเดจ็ อยเู่ สมอ เมื่อเจา้ ประคุณสมเดจ็ ฯโตมรณภาพ
แลว้ หลวงป่ ูคาํ วดั อมั รินทร์ จึงรวบรวมพิมพพ์ ระต่างๆ ของหลวงป่ ูโต แลว้ ทาํ
การบนั ทึกยอ่ ส้นั ๆ ไว้ มีใจความวา่

“พอ่ โตบวชพระเมื่อ พ.ศ.๒๓๕๐ เกิด ชาตะ ๒๓๓๐ บวชพระ ๖๕
พรรษา มรณะ ๒๔๑๕ บวชเณร ๘ พรรษา บวชต้งั แต่เป็นเณร พ.ศ.๒๓๔๒”

ตวั อกั ษรดาํ ใหญ่เป็นบนั ทึกเพมิ่ เติมภายหลงั วา่
“แต่เป็ นบนั ทึกของหลวงป่ ูคาํ วดั อมั รินทร์ เขียนไวถ้ ่ีถว้ น เป็ นที่เช่ือได้
เป็นประวตั ิอนั แทจ้ ริงของขรัวโตวดั ระฆงั แลว้ มาลอกต่อเม่ือหลวงป่ ูคาํ วดั อมั
รินทร์ ไดม้ รณภาพ ไปแลว้ ๔ ปี ในราว พ.ศ.๒๔๒๕ แลว้ บนั ทึกน้ีตกอยทู่ ี่พระ
ครูปลดั มิศร์ และนายพ่ึง ลูกนายเหล่ียมบา้ นช่างหล่อ ไดไ้ ปขอปลดั มิศร์มาลอก
เอาไวใ้ นราว ๒๔๓๙ แล้วนายจอม องค์ช่างหล่อ มาลอกคร้ังสุดท้ายเม่ือ

๒๔๔๓ นายจอมเป็นหวั หนา้ กองโรงกษาปณ์ ไดล้ อกมาจากบา้ นช่างหล่อ หลงั
วดั ระฆงั เป็ นหลานนายพ่ึง ปฏิมาประกร เคยเป็ นเจา้ กรมกษาปณ์หรือช่างสิบ
หมู่สมยั น้นั ต่อมา หลานนายจอมไดล้ อกมาไวเ้ ป็นคร้ังสุดทา้ ย พระคุณท่านได้
เป็นพระวปิ ัสสนาสูง จะหาพระองคใ์ ดมาเปรียบมิได”้

อีกหนา้ เป็นบนั ทึกของหลวงป่ ูคาํ วดั อมั รินทร์ ต่ออีกวา่
“พมิ พพ์ ระสมเดจ็ ทรงนิยมที่ชาวบา้ นทวั่ ไปรู้จกั
พิมพท์ ี่ ๑ ทรงพระประธาน มี ๕ พมิ พ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
พมิ พท์ ่ี ๒ ทรงชายจีวร มี ๑๕ พมิ พ์ ๆ คะแนน ๒ พมิ พ์
พมิ พท์ ี่ ๓ อกร่องหูยานฐานแซม มี ๓ พมิ พ์ ๆ คะแนน ๑ พมิ พ์
พมิ พท์ ี่ ๔ เกศบวั ตูม มี ๔ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พมิ พ์
พมิ พท์ ี่ ๕ ปรกโพธ์ิมีพมิ พท์ ี่ไม่แตกมี ๕ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พมิ พ์
พมิ พท์ ่ี ๖ ฐานคู่มีพมิ พท์ ่ีไม่แตก มี ๓ พมิ พ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
พมิ พท์ ี่ ๗ เสน้ ดา้ ย มี ๑๕ พมิ พ์ ๆ คะแนน ๒ พิมพ์
พมิ พท์ ่ี ๘ สงั ฆาฏิ มี ๗ พมิ พ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
พิมพท์ ่ี ๙ หนา้ โหนกอกครุฑ มี ๑๖ พมิ พ์ ท้งั พมิ พใ์ หญ่
พิมพท์ ่ี ๑๐ พมิ พท์ รงเจดีย์ มี ๒ พมิ พ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์

“เม่ือพระคุณท่านได้มรณภาพแล้ว รวมพิมพ์พระที่ไม่แตกชํารุดได้
๑๖๔ พิมพ์ เป็ นพิมพส์ มเด็จที่นิยมและไม่นิยม ๘๑ พิมพ์ นอกน้ันเป็ นพิมพ์
พระอยา่ งอ่ืนเสีย ๘๓ พิมพ์ แลว้ ท่ีแตกหัก ๘ ถาดทองเหลืองเต็ม ๆ และพิมพ์
ไกเซอร์ท่ีเสดจ็ ยโุ รป ๓๐๐ องค์ พิมพเ์ ป็นพระไดแ้ จกใหพ้ ระเจา้ ไกเซอร์ ต่อมา
ไดท้ าํ พิมพเ์ ศียรบาตรข้ึนมาแทนพิมพไ์ กเซอร์ เพราะใครก็อยากไดพ้ ิมพไ์ ก

เซอร์ เลยเอาพิมพเ์ ศียรบาตรแทน ต่อมาคนไดเ้ ช่ือว่าพิมพน์ ้ีเป็ นพิมพไ์ กเซอร์
แต่ความจริงไม่ใช่ พมิ พไ์ กเซอองคพ์ ระนงั่ บนบวั ”

เน้ือหาจากเอกสารในภาพถ่าย คดั ลอกมาไดเ้ พียงเท่าน้ี
จากสมุดบนั ทึกของหลวงป่ ูคาํ วดั อมั รินทร์ ซ่ึงถือว่าเป็ นเอกสารสาํ คญั
ชิ้นหน่ึงทางประวตั ิศาสตร์การสร้างพระสมเด็จของท่านเจา้ ประคุณสมเด็จโต
โดยมีความเกี่ยวโยงไปถึง พระสมเด็จวดั ระฆงั พิมพห์ นา้ โหนกอกครุฑ ตาม
บนั ทึกหลวงป่ ูคาํ “พมิ พท์ ่ี ๙ หนา้ โหนกอกครุฑ มี ๑๖ พิมพ์ ท้งั พิมพใ์ หญ่” คือ
พิมพไ์ กเซอร์ใช่หรือไม่ ไม่มีใครทราบเนื่องจากสมุดบนั ทึกของหลวงป่ ูคาํ
ไม่ไดบ้ นั ทึกไวใ้ นช่วงหลงั ปี พ.ศ. ๒๔๔๐ หลงั จากรัชกาลที่ ๕ เสด็จกลบั จาก
ประพาสยโุ รปคร้ังแรก เพราะที่บนั ทึกน้นั มีการกล่าวว่า “ แลว้ มาลอกต่อเม่ือ
หลวงป่ ูคาํ วดั อมั รินทร์ ไดม้ รณภาพ ไปแลว้ ๔ ปี ในราว พ.ศ.๒๔๒๕ “
แสดงว่าขอ้ ความช่วงทา้ ยของบนั ทึกหนา้ ๒ ไม่จะเป็ นขอ้ ความบนั ทึก
หลวงป่ ูคาํ น่าจะเป็ นของนายจอม “แลว้ นายจอม องค์ช่างหล่อ มาลอกคร้ัง
สุดทา้ ยเม่ือ ๒๔๔๓” หรือหลานของนายจอมไดห้ ลอกไวเ้ ป็นคร้ังสุดทา้ ย ซ่ึงมี
ความเป็นไปไดเ้ พราะนายจอมหรือหลานนายจอม ไดท้ าํ การบนั ทึกเพิ่มเติมถึง
เรื่องราวของพิมพพ์ ระไกเซอร์ เพราะเหตุการณ์การเสด็จประพาสยุโรปคร้ัง
แรกของรัชกาลที่ ๕ ใน ปี พ.ศ. ๒๔๔๐ แต่หลวงป่ ูคาํ มรณภาพในปี พ.ศ
๒๔๒๑ จะมาบนั ทึกหลงั เหตุการณ์ ปี พ.ศ. ๒๔๔๐ เป็นไปไม่ได้
มีขอ้ มูลท่ีน่าสนใจวา่ จากคาํ อธิบายของพระอาจารยข์ วญั วสิ ิฏโฐ วดั
ระฆงั ฯ ซ่ึงอา้ งวา่ เจา้ คุณพระธรรมถาวร (ช่วง ) และพระครูธรรมราต (เที่ยง) ถา
นานุกรมในสมเดจ็ ในสมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกรู ณ
อยธุ ยา ) เป็นนกั สะสมพระเคร่ืองรางชนิดต่าง ๆ ผหู้ น่ึง โดยเฉพาะมีความ
ชาํ นาญดูพระสมเดจ็ เป็นพเิ ศษ วา่ กนั วา่ ไม่ตอ้ งหยบิ พระมาพจิ ารณา เพยี งแต่

มองดูห่าง ๆ กส็ ามารถบอกไดถ้ ุกตอ้ งวา่ เป็นพระสมเดจ็ แทห้ รือมิใช่ โดยท่าน
ท้งั สองบอกเล่าวา่ พระสมเดจ็ ที่เจา้ ประคุณสมเดจ็ โต สร้างน้นั วา่ มีถึง ๗๓
ชนิด แต่ในเวลาท่ีเรียบเรียงเร่ืองประวตั ิน้ีสืบทราบเพียง ๒๙ ชนิด โดย หน่ึงใน
๒๙ ชนิด มีพระสมเดจ็ เศียรบาตร (พระเศียรโต เรียกกนั อีกอยา่ งวา่ ทรงไก
เซอร์) ดา้ นหลงั มีรอยนิ้วหวั แม่มือ ๒ รอย (กวา้ ง ๒.๕ ซม. ยาว ๓.๘ ซม. )
พระสมเดจ็ วดั ระฆงั พิมพไ์ กเซอร์ องคท์ ่ี ๒ ท่ีนาํ มาใหช้ มและศึกษาจะเห็นรอย
นิ้วหวั แม่มือ ๒ รอยอยา่ งชดั เจน และเม่ือวดั ขนาดองคพ์ ระดูมีขนาด กวา้ ง ๒.๕
ซม. ยาว ๓.๘ ซม. เช่นน้นั จริง ๆดว้ ย แต่ยงั มีความขดั แยง้ กนั วา่ พระสมเดจ็
ทรงไกเซอร์ที่ท่านท้งั สองกล่าวถึง มี ๓ ช้นั ดงั น้นั จึงมีความจาํ เป็นตอ้ งคน้ หา
พระสมเดจ็ อกครุฑเศียรบาตร ๓ ช้นั ที่หลงั มีรอยนิ้วหวั แม่มือ ๒ รอยอีกต่อไป
แต่ปัจจุบนั ผเู้ ขียนยงั ไม่เคยเห็นเพราะดงั กล่าวเลย ส่วนพระสมเดจ็ พมิ พไ์ ก
เซอร์ท่ีนาํ มาใหช้ มองคท์ ่ี ๑ (กวา้ ง ๓.๑ ซม. ยาว ๕ ซม. ) ซ่ึงความยาวมี
นยั สาํ คญั ที่จะหมายถึง รัชกาลท่ี ๕ ไดเ้ ช่นกนั ที่ผสู้ ร้างตอ้ งการส่ือถึงความ
ตอ้ งการสร้างถวายใหก้ บั รัชกาลท่ี ๕ ขอ้ มูลดงั กล่าวเป็นการวเิ คราะห์เท่าน้นั
อาจจะไม่เป็นความจริงกเ็ ป็นได้

อยา่ งไรกด็ ี จากการท่ีผเู้ ขียนไดค้ น้ ควา้ หนงั สือพระสมเด็จโตท่ีเขียนโดย
พ.ต.ต.จาํ ลอง มลั ลิกะนาวิน ไดก้ ล่าวถึงพระสมเด็จเน้ือผงพิมพเ์ ศียรบาตรมีอยู่
๑๗ พิมพซ์ ่ึงมีเก็บสะสมตามจาํ นวนแตกต่างกนั ไป แต่นบั รวม ๆกนั มีจาํ นวน
มากถึง ๓๕,๐๐๐ องค์ และ ๓ บาตรใหญ่ เมื่อพุดถึงจํานวนพิมพ์มีความ
ใกลเ้ คียงกบั สมุดบนั ทึกของหลวงป่ ูคาํ วดั อมั รินทร์ ซ่ึงบนั ทึกไวว้ ่า พิมพท์ ่ี ๙
หนา้ โหนกอกครุฑ มี ๑๖ พิมพ์ ท้งั พิมพใ์ หญ่ ในบนั ทึกของหลวงป่ ูคาํ น้นั ท่ี
กล่าวว่า “พิมพไ์ กเซอร์ที่เสด็จยุโรป ๓๐๐ องค”์ จะเป็ นการหมายถึง พระ
สมเด็จพิมพท์ ี่ ๙ หนา้ โหนกอกครุฑ มี ๑๖ พิมพ์ ท้งั พิมพใ์ หญ่ หรือไม่ ถา้ เป็ น

เช่นน้ันจริง พระสมเด็จเน้ือผงพิมพ์เศียรบาตรมีอยู่ ๑๗ พิมพ์ ในหนังสือ
ของพ.ต.ตจาํ ลอง มลั ลิกะนาวนิ น่าจะเป็นพิมพไ์ กเซอร์ท้งั หมด ซ่ึงมีพิมพห์ น่ึง
หนา้ ๒๓๕ ท่ีกล่าวถึงวา่ มีจาํ นวนเก็บสะสมไว้ ๓๐ องค์ ซ่ึงดา้ นหลงั องคพ์ ระ
มีรอยนิ้วมือคู่ ซ่ึงไปสอดคลอ้ งกบั การบอกเล่าของพระอาจารยข์ วญั วสิ ิฏโฐ วดั
ระฆงั ฯ ซ่ึงอา้ งว่าเจา้ คุณพระธรรมถาวร (ช่วง ) และพระครูธรรมราต (เท่ียง)
เป็ นผูบ้ อกกล่าวว่า หน่ึงใน ๒๙ ชนิด มีพระสมเด็จเศียรบาตร (พระเศียรโต
เรียกกนั อีกอย่างว่า ทรงไกเซอร์) ดา้ นหลงั มีรอยนิ้วหัวแม่มือ ๒ รอย (กวา้ ง
๒.๕ ซม. ยาว ๓.๘ ซม. ) ที่ตรงกนั คือ ดา้ นหลงั มีรอยนิ้วหัวแม่มือ ๒ รอย
และท่ีสาํ คญั ในหนังสือของพ.ต.ตจาํ ลอง มลั ลิกะนาวิน ไดบ้ อกถึงพุทธคุณท่ี
น่าสนใจว่า มีพุทธคุณ คุม้ ครองป้องกนั ภยั ต่าง ๆ สาํ หรับเดินทางไกล และยงั
ไดบ้ อกวา่ ไดส้ ร้างไวใ้ น ปี พ.ศ. ๒๓๕๘ (ไม่มีการกล่าวถึงวา่ สร้างในวาระใด
) ซ่ึงตอนน้นั ท่านเจา้ ประคุณสมเด็จโตบวชได้ ๘ปี อายุได้ ๒๗ พรรษา ส่วน
ใหญ่ พระสมเด็จเน้ือผงพิมพเ์ ศียรบาตร จาํ นวน ๑๔ พิมพจ์ ะสร้างในช่วง ปี
พ.ศ. ๒๓๕๖-๒๓๕๙ มีอย่ ๓ พิมพท์ ี่สร้างในปี พ.ศ. ๒๔๐๘ ซ่ึงท่านเจา้
ประคุณสมเดจ็ โตไดม้ ีสมณศกั ด์ิ เป็นสมเดจ็ แลว้

นอกจากน้ีพระสมเด็จเน้ือผงพิมพเ์ ศียรบาตรดา้ นหลงั นอกจากเป็ นรอย
นิ้วหัวแม่มือ ๒ รอย แลว้ ยงั มีหลงั รอยครุฑ หลงั ฝั่งกา้ งปลา และ หลงั มีตรา
ดอกจนั ทร์ มีการนาํ ไปบรรจุกรุวดั ใหม่ทองเสน บางซ่ือ และกรุวดั กลั ยาณ์ และ
มีการนาํ ไปแจกที่วดั เกศไชโย ซ่ึงที่กรุวดั กลั ยาณ์น้นั สร้างเป็นเน้ือดิน

แต่จากการวิเคราะห์ของอาจารย์อร่ าม เริ งฤทธ์ิ ประธานและ
ผูอ้ ํานวยการ สถาบันพระแท้สมเด็จโตประเทศไทย ซ่ึงเป็ นสถาบันทาง
วิทยาศาสตร์ กล่าวว่ากระบวนสืบค้นหาข้อเท็จจริงจากข้อมูลในอดีตไม่
สามารถใชว้ ิธีทดลองซ้ําแลว้ ซ้าํ อีกเป็ นแบบวิทยาศาสตร์ไดห้ รือไม่สามารถ

จาํ ลองเหตุการณ์ไดเ้ สมือนจริง สถาบนั จึงไดใ้ ชว้ ิธีทางประวตั ิศาสตร์ รวบรวม
ขอ้ มูลหลกั ฐาน การตรวจสอบวิเคราะห์หลกั ฐาน การตีความ การสังเคราะห์
ขอ้ เท็จจริงและการนาํ เสนอผลการศึกษา ว่าพระสมเด็จโตพิมพใ์ ดบา้ งท่ีเป็ น
พมิ พ์ ไกเซอร์ ดงั น้ี

๑. จาก ขอ้ มูลของ ตรียมั ปวาย เม่ือใชว้ ิธีทางประวตั ิศาสตร์ ศึกษาอยา่ ง
เป็นระบบ พบวา่ ขอ้ มูลหลกั ฐานขอ้ เทจ็ จริง มีน้าํ หนกั น่าเช่ือถือ มากกวา่ ขอ้ มูล
หลกั ฐานขอ้ เท็จจริง ของนาย แฉลม้ โชติช่วงและคณะ ตามหลกั ฐานวิธีการ
ทางประวตั ิศาสตร์ พิมพไ์ กเซอร์ ท่ีขอ้ มูลท้งั ๒ ตรงกนั น้นั คือ พระสมเด็จ
พิมพห์ น้าโหนกอกครุฑเศียรบาตร (เศียรบาตรอกครุฑ) วดั ระฆงั จึงมีขอ้ มูล
หักลา้ งขอ้ มูลของนายแฉลม้ โชติช่วงและคณะ ท่ีมีอีกความเชื่อหน่ึง ว่าพิมพ์
หนา้ ใหญ่กลมหูต่ิง ฐานบวั ๕ กลีบรองรับ วา่ เป็นพิมพไ์ กเซอร์ โดยปรากฎใน
หลกั ฐานการเขียน ใหข้ อ้ มูล ขอ้ เทจ็ จริงผิดพลาดดว้ ยหลายสาเหตุ เช่น ผเู้ ขียน
ไม่เขา้ ใจเหตุการณ์น้ันอย่างแทจ้ ริง หรือต้งั ใจปกปิ ดบิดเบือนความจริงเพ่ือ
ประโยชน์ส่วนตน หรือกลุ่มบุคคล หรือไม่ได้ต้ังใจ หรือเกิดจากอิทธิพล
ความคิดความเช่ือ

๒. การตีความ ตามพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ให้
ความหมายว่า พระสมเด็จหนา้ โหนกอกครุฑเศียรบาตร ที่สมเด็จฯ ร.๕ ตรัส
เล่า น้ัน หรือพิมพ์ไกเซอร์ หมายถึง หน้าพระสมเด็จส่วนของศีรษะ ต้งั แต่
หนา้ ผากลงมาจดคาง มีแกม้ บริเวนหนา้ ท้งั ๒ ขา้ ง ตรงท่ีมีกระดูกของแกม้ นูน
ยน่ื ออกมา มีหนา้ อก กวา้ งนูนยนื่ แหลมข้ึนมาเหมือนหนา้ พญาครุฑ และมีเศียร
บาตร(คลา้ ยบาตรพระ)

๓. จากการตีความ ในขอ้ เขียน ของนายแฉลม้ โชติช่วงและคณะบอกวา่
พิมพไ์ กเซอร์ท่ีมีฐานบวั ๕ กลีบรองรับ วา่ พระสมเด็จ ที่มีใบหนา้ องคพ์ ระ ซ่ึง

หนา้ พระใหญ่กลมมีหูต่ิง ไม่มีเกศ ซ่ึงไม่ใช่พระสมเด็จที่เป็ น หนา้ โหนก ส่วน
หน้าอกพระพิมพน์ ้ี หน้าอกหนาไหล่กวา้ ง หน้าอกไม่นูนแหลม จึงไม่ใช่อก
ครุฑ ถา้ เป็นพิมพอ์ กครุฑหนา้ อกจะนูนแหลมเหมือนหนา้ ครุฑ(ตามการตีความ
ในขอ้ ๒)

๔. ท่านสมเดจ็ พระพฒุ าจารยโ์ ต ท่านมรณะภาพ เม่ือวนั ท่ี ๒๒ มิถุนายน
๒๔๑๕ ก่อนท่ีสมเดจ็ ฯ ร.๕ เสดจ็ ประพาสยโุ รป เม่ือ ปี พ.ศ. ๒๔๔๐ ถึง ๒๕
ปี

๕. จากขอ้ มูล ในหนงั สือ "สมเด็จโต" เขียนโดยนายแฉลม้ โชติช่วงและ
คณะพิมพค์ ร้ังแรก พ.ศ. ๒๕๓๔ หนา้ ท่ี ๒ ยอ่ หนา้ ท่ี ๓ ยงั บอกวา่ " พระพิมพ์
ไกเซอร์ ฐานมีบวั ๕ กลีบรองรับน้ี เจา้ ประคุณสมเด็จโต ไดท้ าํ ถวายให้
พระพุทธเจา้ หลวง ร.๕ เสด็จประพาสยโุ รป ปี ๒๔๔๐ ทาํ ไดป้ ระมาณ ๓๐๐
กวา่ องคพ์ ิมพก์ แ็ ตก ถวายพระพุทธเจา้ หลวง ร. ๕ และผตู้ ิดตาม ๒๐๐ องค์
ก่อนเสด็จประพาสยโุ รปเพียง ๕ วนั "จะเห็นขอ้ มูลที่นาย แฉลม้ โชติช่วงและ
คณะ เขียน มีความผิดพลาดที่ปรากฎชัด จากหลักฐานข้อมูล ขัดแยง้ กับ
ขอ้ เทจ็ จริง ในขอ้ ๔กบั ขอ้ ๕ โดยสิ้นเชิง (ผดิ พลาดทางประวตั ิศาสตร์)

๖. จากขอ้ เขียน ของนายแฉลม้ โชติช่วงและคณะ ในหนงั สือเล่มเดียวกนั
น้ี หนา้ ๒ สามบรรทดั สุดทา้ ย บอกวา่ พวกขา้ ราขการ หลงั จากฟัง สมเดจ็ ร.๕
ตรัสเล่าเร่ืองแลว้ ไดไ้ ปหาท่านเจา้ ประคุณท่ีวดั ระฆงั เพ่ือจะขอพิมพไ์ กเซอร์
ไวบ้ ูชาแต่ไม่มี เลยแจกพิมพห์ นา้ โหนกอกครุฑฐานไม่มีบวั รองรับให้ ขอ้ น้ีไม่
ตรงขอ้ เทจ็ เพราะท่านสมเด็จพฒุ าจารยโ์ ต มรณะภาพไปแลว้ ๒๕ ปี (ผิดพลาด
ทางประวตั ิศาสตร์)

สถาบันพระแท้สมเด็จโตประเทศไทย ขอสรุปข้อมูลตามหลักฐาน
ขอ้ เท็จจริง การตรวจสอบวิเคราะห์การตีความ การสังเคราะห์การนาํ เสนอผล

การศึกษา ตามวิธีทางประวตั ิศาสตร์ เกี่ยวกบั พระสมเด็จไกเซอร์ ผลศึกษาสรุป
ไดด้ งั น้ี

๑. พระสมเด็จไกเซอร์ คือ พิมพห์ นา้ โหนกอกครุฑ เศียรบาตร วดั ระฆงั
ปัจจุบนั เรียกพิมพอ์ กครุฑเศียรบาตร หรือพิมพเ์ ศียรบาตรอกครุฑ (ไม่ใข่พิมพ์
หนา้ ใหญ่กลม มีหูต่ิง ไม่มีเกศ ท่ีมีฐานบวั ๕ กลีบรองรับ )

๒. สถาบนั ฯไดต้ รวจพิสูจน์ทางวทิ ยาศาสตร์แลว้ วา่ พิมพห์ นา้ โหนกอก
ครุฑเศียรบาตร ปัจจุบนั เรียก พิมพเ์ ศียรบาตรอกครุฑ มีอายเุ กิน ๑๕๐ ปี ทนั
สมเด็จเป็ นผสู้ ร้างและปลุกเสก สมเด็จฯ ร.๕ ทรงอาราธนาพระสมเด็จติดตวั
ไป เป็นพิมพแ์ กะจากฝี มือของท่านสมเด็จพุฒาจารยโ์ ต คงไม่เลือกพระสมเด็จ
จากฝี มือช่างอื่นแกะพิมพ์

โดยสรุป จากอา้ งอิงบนั ทึกของหลวงป่ ูคาํ วดั อมั รินทร์ซ่ึงถุกมีการบนั ทึก
เพมิ่ เติมจากนายจอมหรือหลานนายจอม การสร้างพระสมเดจ็ วดั ระฆงั พิมพไ์ ก
เซอร์ ที่ใชฐ้ านกลีบบวั ๕ กลีบไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ น่าจะเป็นพมิ พจ์ าก
การบนั ทึกหลวงป่ ูคาํ คือ พิมพท์ ี่ ๙ หนา้ โหนกอกครุฑ ท่ีมี ๑๖ พิมพ์ ท้งั พิมพ์
ใหญ่ แต่ไม่น่าจะเป็นพระสมเดจ็ พมิ พอ์ กครุฑเศียรบาตรท่ีเป็นพมิ พบ์ รรจุกรุ
บางขนุ พรหม วดั ใหม่อมตรสเช่นกนั แต่การที่พระสมเดจ็ จะมีแสงเรืองแสงได้
น้นั ตอ้ งมีการผสมหินเรืองแสงบดเขา้ ไปในเน้ือพระดว้ ยตามขอ้ มูลท่ีกล่าวไว้
ขา้ งตน้ อยา่ งไรกต็ ามคงตอ้ งคน้ ควา้ หาขอ้ มูลเพิม่ เติมถึงพมิ พอ์ กครุฑเศียรบาตร
วดั ระฆงั จะมีความเกี่ยวขอ้ งเพิ่มเติมกบั พิมพไ์ กเซอร์ไดม้ ากนอ้ ยขนาดไหน ซ่ึง
บางคร้ังอาจจะตอ้ งเดินทางไปติดตามชมและหาความจริง พระสมเดจ็ ไกเซอร์
ที่ประเทศรัสเซีย ในพพิ ธิ ภณั ฑส์ มบตั ิของกษตั ริยพ์ ระเจา้ ไกเซอร์วลิ เฮลม์ ท่ี ๒

สุดทา้ ยบทความน้ีจึงเป็นการช่วยไขปริศนาท่ีรอมานานถึง ๑๔๘ ปี
ความจริงเก่ียวกบั ความเป็นมาของพระสมเดจ็ วดั ระฆงั ไกเซอร์ อยา่ งนอ้ ยกเ็ ป็น

การบนั ทึกเพิม่ เติมต่อจากหลานนายจอม องคช์ ่างหล่อ นบั ต้งั แต่ปี พ.ศ.
๒๔๔๓ ของ ดร.สุชาติ มนั่ คงพทิ กั ษก์ ลุ นกั คน้ ควา้ นกั วชิ าการ นกั
ประวตั ิศาสตร์สมเดจ็ พระพฒุ าจารยโ์ ต พรหมรังสี และพระสมเดจ็ วดั ระฆงั (
พระเครื่องสมเดจ็ บรมมหาจกั รพรรดิ ) ตอนมีอายคุ รบ ๕ รอบ ๖๐ ปี ไปอีก
๒๑ หนา้ ของสมุดบนั ทึกหลวงป่ ูคาํ วดั อมั รินทร์ ใน ebook พระสมเดจ็ วดั
ระฆงั ไกเซอร์ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ รวมเป็นระยะเวลา ๑๒๐ ปี

พระสมเด็จวดั ระฆงั พมิ พ์ไกเซอร์













ภาพหน้าตดั ดา้ นขอบขา้ ง






Click to View FlipBook Version