The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ชลสิทธิ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ชลสิทธิ์ คงแสงชัย, 2024-02-04 22:27:23

แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ชลสิทธิ์

แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ชลสิทธิ์


แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษานี้ ได้รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวกับการสอน วิชาเคมี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เกิดจาการวิเคราะห์สภาพการจัดการเรียนการสอน เพื่อวางแผนพัฒนาการเรียนการสอน ให้มีประสิทธิภาพ โดยทุกขั้นตอนได้คำปรึกษา และตรวจสอบดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ ด้านต่าง ๆ เป็น อย่างดี แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษานี้ ประกอบด้วย ขั้นตอนการวิเคราะห์สภาพปัญหาการสอน การวางแผนการวัดผลและประเมินผลอย่างละเอียด ตัวอย่างเครื่องมือวัดผล และตัวอย่างชิ้นงานนักเรียน ซึ่งทุกชิ้นได้ผ่านการตรวจ สอบแล้ว เช่นเดียวกัน ขอขอบคุณนายไสว พลพุทธา ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนโรงเจริญวิทยา คณะกรรมการพัฒนา งานวิชาการโรงเรียน ผู้เชี่ยวชาญทุกท่าน ตลอดจนผู้ที่มีส่วนร่วมในการให้กำลังใจในการจัดทำทุกขั้นตอน หวัง เป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ดีงามเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และผลดีต่อการพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการเรียนการสอนและ พัฒนาการศึกษาต่อไป นายชลสิทธิ์ คงแสงชัย นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและฟิสิกส์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี คำนำ


ค สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 1 ประวัติผู้จัดทำ 2 ประวัติการศึกษา 3 ประวัติสถานศึกษา 4 ส่วนที่ 2 ข้อมูลการพัฒนาตนเองทางด้านวิชาชีพครู 11 1. ด้านการเรียนการสอน 12 1.1 สภาพการจัดการเรียนการสอน 12 1.2 การวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอน 13 1.3 การวิเคราะห์และประเมินทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการเรียนการสอน 13 1.4 การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล 13 1.5 การวิเคราะห์หลักสูตร 14 1.5.1 หลักการ 14 1.5.2 จุดมุ่งหมาย 14 1.5.3 โครงสร้าง 15 1.5.4 เวลาเรียน 16 1.5.5 แนวดำเนินการ 17 1.5.6 การวัดประเมินผล 20 1.5.7 ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 21 1.6 หนังสือส่งตัวจากคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 25 1.7 ตารางสอน 26 1.8 ตารางวิเคราะห์หลักสูตร 27 1.9 ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ 35 2. ด้านครูที่ปรึกษาและครูประจำวิชา 44 2.1 บันทึกการโฮมรูม (home room) 44 2.2 บันทึกการเข้าแถวหน้าเสาธง 45


สารบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้า ส่วนที่ 3 1. การปฏิบัติงานพิเศษ 46 1.1 โครงการทางการศึกษาที่รับผิดชอบ 47 ส่วนที่ 4 2. การปฏิบัติตน 50 2.1 โครงการทางการศึกษาที่รับผิดชอบ 51 ภาคผนวก คำสั่งแต่งตั้ง/รูปภาพ 53


1 ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ประวัติผู้จัดทำ ประวัติการศึกษา ประวัติสถานศึกษา


ชื่อ – สกุล นายชลสิทธิ์ คงแสงชัย ชื่อเล่น ออมมสิน หมู่โลหิต O เกิดวันที่ 10 เดือน กรกฎาคม พ.ศ 2544 เป็นบุตรคนที่ 2 จากจำนวน 2 คน สัญชาติ ไทย เชื้อชาติ ไทย ศาสนา พุทธ บิดาชื่อ นายโชคอำนวย คงแสงชัย มารดาชื่อ นางสาวรัตนา ไชยคำ ที่อยู่ปัจจุบัน 151 หมู่ 6 ต.หนองหัวช้าง อ.พรเจริญ จ. บึงกาฬ ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและฟิสิกส์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุดรธานี รหัสนักศึกษา 63040113121 เบอร์โทรศัพท์ 06-1855699 คติประจำใจ อยากเก่งต้องขยัน อยากไปให้ถึงฝันต้องพยายาม อาชีพที่อยากเป็นในอนาคต ครู อุปนิสัย เป็นคนอารมณ์ดี ชอบอยู่ในที่ ๆ สงบไม่ชอบเสียงรบกวน E-mail: [email protected] ประวัติผู้จัดทำ


3 ระดับการศึกษา สาขาวิชา สถานศึกษา ปีการศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 6 - โรงเรียนอนุบาลรัชดา 2557 มัธยมศึกษาปีที่ 3 - โรงเรียนพรเจริญวิทยา 2559 มัธยมศึกษาปีที่ 6 วิทย์-คณิต โรงเรียนพรเจริญวิทยา 2562 กำลังศึกษาปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ทั่วไป และฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี 2563-2566 ประวัติการศึกษา


1. ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 1.1 ข้อมูลทั่วไป ชื่อภาษาไทย โรงเรียนพรเจริญวิทยา อักษรย่อภาษาไทย พ.จ.ว. ชื่อภาษาอังกฤษ phorncharoenwittaya อักษรย่อภาษาอังกฤษ P.C.W. วันจัดตั้ง 16 พฤษภาคม 2519 ที่ตั้ง เลขที่ 1 หมู่ 6 ถนนพังโคน – บึงกาฬ บ้านเอราวัณ ตำบลพรเจริญ อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ 38180 ตราประจำโรงเรียน ตราช้างเอราวัณล้อมด้วยรวงข้าว ความหมาย การพัฒนาชีวิตและสังคมเกิดจากผลรวมทางการศึกษา และ “เอราวัณ” เป็นชื่อหมู่บ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียน ปรัชญา คุณธรรม นำความรู้ คำขวัญ เรียนดี วินัยเคร่ง เก่งกีฬา พัฒนาบ้านเมือง คติพจน์ นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี อัตลักษณ์ “มีระเบียบวินัย รักษ์ความเป็นไทย อยู่อย่างพอเพียง” สีประจำโรงเรียน ม่วง-เหลือง ต้นไม้ประจำโรงเรียน ต้นรัง ทำเนียบผู้บริหาร 1) นายอุทัย เลิศล้ำ (พ.ศ. 2519-2522) 2) นายสมภาร ร่มโพธิ์ทอง (พ.ศ. 2522-2529) 3) นายนิกร จันทระ (พ.ศ. 2529-2535) ประวัติสถานศึกษา


5 4) นายธรรมนูญ เดชกุญชร (พ.ศ. 2535-2540) 5) นายคำมูล แพงสวัสดิ์ (พ.ศ. 2540-2547) 6) นายไพบูลย์ นาคเสน (พ.ศ. 2547-2555) 7) นายประยูร ยวนยี (พ.ศ. 2555-2558) 8) นายอุทัย วงศ์อามาตย์ (พ.ศ. 2558-2560) 9) นายประภาส ศรีสุพล (พ.ศ. 25561-2563) 10) นายศุภชัย สายเย็น (พ.ศ. 2563-2564) 11) นายไสว พลพุทธา (พ.ศ. 2565-ปัจจุบัน) 1.2 ประวัติความเป็นมาของโรงเรียน โรงเรียนพรเจริญวิทยา เดิมชื่อว่า “โรงเรียนศรีชมภูวิทยา” เปิดทำการ สอนเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2519 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 50 ไร่ มีอาคารชั่วคราว 1 หลัง 2 ห้องเรียน ประชาชนในท้องถิ่นช่วยกัน จัดสร้างให้ มีนักเรียนในปีการศึกษาแรกจำนวน 96 คน – พ.ศ. 2520พ่อค้าประชาชน ในตำบลพรเจริญร่วมกันก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราวเพิ่มเติม ให้อีก 1 หลัง 4 ห้องเรียน – พ.ศ. 2521ผู้ปกครองนักเรียนร่วมมือกันบริจาคเงินสร้างรั้วโรงเรียนมูลค่า ประมาณ 15,000 บาท – พ.ศ. 2522ได้ขอเปลี่ยนชื่อโรงเรียนจาก “ศรีชมภูวิทยา” เป็น “โรงเรียนพรเจริญวิทยา” ตามชื่อ อำเภอซึ่งเป็นที่ตั้งโรงเรียน – พ.ศ. 2523ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการโรงเรียนมัธยมศึกษาเพื่อพัฒนาชนบท (มพช.) ได้รับ งบประมาณจำนวน 11 ล้านบาท – พ.ศ. 2525ได้รับเลือกเป็นโรงเรียน มพช.ดีเด่น และได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานดีเด่น ขนาดเล็ก – พ.ศ. 2527กรมสามัญศึกษาอนุมัติให้เปิดระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย – พ . ศ . 2 5 3 0 ไ ด ้ ร ั บ ง บ ป ร ะ ม า ณ ก ่ อ ส ร ้ า ง อ า ค า ร เ ร ี ยน ถ า ว ร เ พ ิ ่ ม ข ึ ้น อ ี ก 1 ห ลั ง งบประมาณ 5,500,000 บาท – พ.ศ. 2531ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนจังหวัดหนองคายเข้าคัดเลือกโรงเรียนพระราชทานดีเด่น – พ.ศ. 2533ได้รับรางวัลพระราชทานดีเด่นประเภทโรงเรียนขนาดกลาง – พ.ศ. 2534ได้รับอนุมัติให้เปิดโรงเรียนสาขาที่ ตำบลหนองหัวช้าง ในระดับชั้น ม.1 จำนวน 3 ห้องเรียน – พ.ศ. 2535ได้รับอนุมัติให้เปิดโรงเรียนสาขาที่ ตำบลดอนหญ้านาง ในระดับชั้น ม.1 จำนวน 3 ห้องเรียน – พ.ศ. 2536กรมสามัญศึกษาอนุมัติให้โรงเรียนสาขาที่ตำบลหนองหัวช้างเป็นเอกเทศ – พ.ศ. 2537ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารหอประชุม 1 หลัง งบประมาณ 4,150,000 บาท – พ.ศ. 2537โรงเรียนสาขาที่หมู่บ้านนาคำ-เหล่าใหญ่ ได้รับให้เป็นเอกเทศ


– พ.ศ. 2540ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเจริญดี จาก ส.ส.ธรรมนูญ เจริญดี งบประมาณ 217,286 บาท – พ.ศ. 2540ได้รับงบประมาณสร้างห้องน้ำหลังอาคาร 3 งบประมาณ 180,000 บาท – พ.ศ. 2540สร้างสวนศรีพรเจริญ จากเงิน บำรุงการศึกษา จำนวน 144,584 บาท – พ.ศ. 2541สร้างศูนย์คอมพิวเตอร์พรเจริญ จากเงิน บำรุงการศึกษา จำนวน 210,614 บาท – พ.ศ. 2541สร้างห้องโสตทัศนศึกษา จากเงิน บำรุงการศึกษา จำนวน 181,000 บาท – พ.ศ. 2542สร้าง ศาลาพรมพันห่าว และกระถางคบเพลิง จากเงิน บำรุงการศึกษา จำนวน 183,701 บาท – พ.ศ. 2552ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนถาวรเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง จำนวน 4,000,000 บาท – พ.ศ. 2559ได้รับเงินบริจาคสร้างโดม 40 ปี จากคณะศิษย์เก่าทุกรุ่น จำนวน 2,000,000 บาท – พ.ศ. 2559ได้รับเงินงบประมาณสร้างห้องน้ำ จำนวน 400,000 บาท – พ.ศ. 2561ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนถาวรเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง งวดแรก จำนวน 3,000,000 บาท – พ.ศ. 2562ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนถาวรงวดที่ 2 งบประมาณ 12,000,000 บาท 1.3 ข้อมูลบุคลากรของสถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จำนวนบุคลากร 1.3.1 ครูประจำการ 103 คน ครูผู้สอน 4 คน ครูต่างประเทศ 4 คน พนักงานราชการ 1 คน เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน 1.3.2 จำนวนนักเรียนเปิดทำการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง ปีที่ 6 จำนวน 54 ห้องเรียน มีนักเรียน 2069 คน 1.3.3 จำนวนนักศึกษาที่ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา มีทั้งหมด 16 คน แบ่งเป็น นักศึกษา ที่มาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 12 ได้แก่ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและเคมีจำนวน 3 คน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและชีวะวิทยาจำนวน 1 คน สาขาวิชาคณิตศาสตร์จำนวน 4 คน สาขาวิชาสังคมศึกษาจำนวน 2 คน สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 1 คน สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา 1 คน นักศึกษาที่มาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 1 คน นักศึกษาที่มาจากมหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตอุดรธานี สาขาวิชาพละศึกษา 3 คน (ข้อมูลเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2565)


7 1.4 อาคารสถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ/สภาพทั่วไปของสถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ประมวลภาพ อาคารในโรงเรียนพรเจริญวิทยา อาคาร 1-5


1.5 แผนผังที่ตั้งสถานที่ฝึกประสบการณ์ ภาพ แผนผังโรงเรียนพรเจริญวิทยา ภาพ ที่ตั้งโรงเรียนพรเจริญวิทยา


1.6 แผนภูมิแสดงโครงสร้างการบริหารโรงเรียน/แผนผังสายงานที่ได้รับการฝึกงาน


9 น


ลงชื่อ................................................. (นายชลสิทธิ์ คงแสงชัย) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่.............เดือน................พ.ศ. ………


11 ส่วนที่ 2 ข้อมูลการพัฒนาตนเองทางด้านวิชาชีพครู


1. ด้านการเรียนการสอน 1.1 สภาพการจัดการเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2566 เป็นการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไซต์ (onsite) เป็นการจัดการเรียนการสอนแบบปกติที่ผู้เรียนสามารถพบปะ และได้ทำกิจกรรมร่วมกัน สภาพภายใน ห้องเรียนมีการจัดให้นักเรียนนั่งเป็นกลุ่มจำนวน 6 กลุ่ม มีนักเรียนทั้งหมด 40 คน มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ ร้อนจนเกินไป ภายในมีการจัดอุปกรณ์เป็นระเบียบเหมาะต่อการจัดการเรียนรู้ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ในการจัดการเรียนการสอนครบ เช่น สมาร์ททีวี (Smart TV) โปรเจคเตอร์ เป็นต้น 1.2 การเรียนการสอน ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาเคมี และวิทยาศาสตร์ ต้องมีการทำการทำปฏิบัติการทดลอง แต่พบปัญหา คือ ห้องปฏิบัติการทดลองไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน เพราะนักเรียนในโรงเรียนมี จำนวนเยอะเกินกว่าอาคารที่จัดทำเป็นห้องเรียนประจำ บางห้องจึงต้องใช้อาคารวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็น ห้องปฏิบัติการเป็นห้องเรียนประจำ จึงทำให้ห้องไม่พอใช้ในการทำปฏิบัติการทดลอง ผู้สอนจึงได้จัดการเรียนการสอนบนห้องเรียนประจำของนักเรียนในบางคาบ และคำนึงถึงความ ปลอดภัยก่อนเสมอ และสอนโดยใช้ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (The Twenty-First Century Skills) ให้นักเรียนได้ศึกษาคนคว้า และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เน้นการเรียนการสอนแบบลงมือปฏิบัติจริง มากกว่าการท่องจำในห้องเรียนให้นักเรียนมีประสบการณ์สามารถใช้ความรู้ที่ได้เรียนนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด


13 1.3 การวิเคราะห์สภาพปัญหาและประเมินทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนการสอน ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 1.3.1 Critical Thinking and Problem Solving: นักเรียนมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และแก้ไขปัญหาได้ ปัญหา นักเรียนไม่สามารถคิดวิเคราะห์ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และนักเรียนยังขาดทักษาการแก้ปัญหา เฉพาะหน้าเวลาทำการทดลอง การแก้ไขปัญหา ครูผู้สอนสนับสนุนให้นักเรียน ‘คิดเอง ทำเอง ผิดเอง แก้เอง’ จะส่งผลต่อพัฒนาการความคิดวิเคราะห์ ของนักเรียน ถามคำถามเป็นหนทางพานักเรียนไปสู่การคิดที่ดี ทำให้นักเรียนมั่นใจในตนเอง และพิสูจน์ความ คิดเห็นของตน อย่างมีเหตุผล กล้าเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในความผิดพลาดล้มเหลว 1.3.2 Collaboration Teamwork and Leadership: ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ปัญหา นักเรียนขาดการร่วมมมือกันในกลุ่ม ไม่สามารถแบ่งงานภายในกลุ่ม และไม่เลือกผู้นำในกลุ่มคอยแบ่ง งานให้สมาชิกในกลุ่ม การแก้ไขปัญหา ให้นักเรียนเลือกผู้นำกลุ่ม และอบรมนักเรียนก่อนทำงานกลุ่มในเรื่องการทำความเข้าใจแต่ละบุคคลที่ มีความแตกต่างซึ่งพบว่าปัญหาดังกล่าวลดลงจากเดิม 1.4 การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล การวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลในปีการศึกษา 2566 ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพรเจริญวิทยา อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ปีการศึกษา 2566 โดยวิเคราะห์ตามประเด็นการ วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล 2 ด้านคือ 1) ด้านข้อมูลภูมิหลังครอบครัว 2) ด้านพฤติกรรม จากการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้ 1. ด้านข้อมูลภูมิหลังครอบครัว พบว่าการประกอบอาชีพส่วนใหญ่ของอาชีพผู้ปกครองประกอบอาชีพ เกษตรกรรม รับราชการ ค้าขาย และรับจ้างทั่วไป ตามลำดับ โดยส่วนมากนักเรียนอยู่กับบิดา มารดา แต่ส่วนน้อยที่บิดามารดา แยกทางกัน ต้องอาศัยอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย รวมถึงญาติ 2. ด้านพฤติกรรม พบว่านักเรียนส่วนน้อยมีพฤติกรรมการเข้าเรียนสาย ไม่ตั้งใจเรียน และเล่น โทรศัพท์ในเวลาเรียน


1.5 การวิเคราะห์หลักสูตร 1.5.1 หลักการ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหลักการที่สำคัญ ดังนี้ 1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐาน การเรียนรู้เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐาน ของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล 2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่าง เสมอภาค และมีคุณภาพ 3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น 4. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการ จัดการเรียนรู้ 5. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมายสามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์ 1.5.2 จุดมุ่งหมาย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุขมีศักยภาพใน การศึกษาต่อและประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัย และปฏิบัติตนตาม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมี ทักษะชีวิต 3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย 4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข


15 1.5.3 โครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน ซึ่งระบุการจัดเวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ส่วนรายวิชาเพิ่มเติม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาสามารถจัดให้เหมาะสมสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และบริบทของสถานศึกษาโดยการกำหนดเวลาเรียนในแต่ละระดับการศึกษา ซึ่งสรุปได้ดังนี้ ระดับประถมศึกษา : กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม มีเวลาเรียนรวม 840 ชั่วโมงต่อปี กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 ชั่วโมงต่อปี และรายวิชา/กิจกรรมที่ สถานศึกษาจัดเพิ่มติมตามความพร้อมและจุดเน้นไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี รวมไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง ต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น : กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานสำหรับกลุ่มสาระ การเรียนรู้ 8 กลุ่ม มีเวลาเรียนรวม 880 ชั่วโมงต่อปี (22 หน่วยกิต) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 ชั่วโมงต่อปี และ รายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้นปีละไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมงต่อปี รวมไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย : กำหนดกรอบโครงสร้งเวลาเรียนพื้นฐานสำหรับกลุ่มสาร การเรียนรู้ 8 กลุ่ม มีเวลาเรียนรวม 3 ปี จำนวน 1,640 ชั่วโมง (41 หน่วยกิต) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 360 ชั่วโมง และ รายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดนั้นปีละไม่น้อยกว่า 1,600 ชั่วโมง (40 หน่วยกิต) รวม 3 ปี ไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง 1.5.4 โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียน ดังนี้


17 1.5.5 แนวดำเนินการการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ ผู้เรียน เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กำหนดไว้ใน หลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อัน เป็นสมรรถนะสำคัญให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมาย 1. หลักการจัดการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐาน การเรียนรู้สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึด ประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและ เต็มตามศักยภาพ คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองเน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้ และคุณธรรม 2. กระบวนการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัย กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการ เรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการ คิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้ จากประสบการณ์ จริงกระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของ ตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัยกระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับ การฝึกฝนพัฒนาเพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้นผู้สอน จึงจำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการ เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐาน การเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับ ผู้เรียนแล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้การ วัดและประเมินผลเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด 4. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและ ผู้เรียนควรมีบทบาท ดังนี้


4.1 บทบาทของผู้สอน 1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการ จัดการเรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน 2) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะ กระบวนการ ที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล และพัฒนาการทางสมอง เพื่อนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย 4) จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ 5) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่นเทคโนโลยี ที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน 6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับ ธรรมชาติของวิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน 7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุง การจัดการเรียนการสอนของตนเอง 4.2 บทบาทของผู้เรียน 1) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง 2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ตั้ง คำถาม คิดหาคำตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ 3) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน สถานการณ์ต่าง ๆ 4) มีปฏิสัมพันธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู 5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง 1.5.6 แนวดำเนินการการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือ การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลสำเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตาม มาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็น เป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับ สถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็น


19 กระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิด การพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ มีรายละเอียด ดังนี้ 1. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีที่ไม่ผ่านตัวชี้วัดให้มีการสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการ เรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการ พัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตน ด้วย ทั้งนี้โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใดรวมทั้งสามารถนำผลการ เรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูล และสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการหรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการ จัดทำแผนพัฒนาคุณ ภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการ รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและชุมชน 3. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่ การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมิน คุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษาหรือด้วย ความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูล จากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา


4. การประเมินระดับชาติเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการ เรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผน ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่าง บุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธ โรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูล จากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงทีปิดโอกาสให้ผู้เรียน ได้รับการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการเรียนสถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้อง จัดทำระเบียบว่าด้วยการวัด และประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ถือปฏิบัติร่วมกัน เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน 1. การตัดสิน การให้ระดับและการรายงานผลการเรียน 1.1 การตัดสินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็น หลัก และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริม ผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพระดับมัธยมศึกษา 1) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ 2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด 3) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา 4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กำหนดในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน


21 1.2 การให้ระดับผลการเรียน ระดับมัธยมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับ ผลการเรียนเป็น 8 ระดับ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผล การประเมินเป็น ดีเยี่ยม ดี และผ่าน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการปฏิบัติ กิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่าน และไม่ผ่าน 1.3 การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้า ในการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบ เป็นระยะ ๆ หรืออย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้งการรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการ ปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ 1.5.7 ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1. สืบค้นข้อมูล และอธิบายความหมายของ ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ 2. ยกตัวอย่างปริมาณทางฟิสิกส์ หน่วยมาตรฐานนานาชาติ ระบุหน่วยฐานและหน่วย อนุพันธ์ของระบบเอสไอ พร้อมทั้งอธิบายความหมายของตัวนำหน้าหน่วยเพื่อทำให้เป็นหน่วยที่โตขึ้น หรือเล็กลง 3. ตระหนักถึงธรรมชาติของการวัดในการทดลองที่มีความคลาดเคลื่อนที่เป็นไปได้มากบ้าง น้อยบ้าง ขึ้นกับเครื่องมือที่ใช้วัด วิธีการวัด และความตั้งใจและฝีมือของผู้วัดและประมาณค่าความคลาด เคลื่อนที่อาจเป็นไปได้อย่างเหมาะสมเมื่อทำการวัด 4. อธิบายความหมายของเลขนัยสำคัญได้และสามารถใช้ได้อย่างเหมาะสมและทำการทดลอง ง่ายๆ โดยแสดงข้อมูลที่ระทัดรัด ชัดเจน และแสดงการวิเคราะห์ด้วยคณิตศาสตร์ รวมถึงการใช้กราฟเส้นตรง เพื่อประกอบการสรุปผลได้อย่างรัดกุม 5. สืบค้นข้อมูลและอธิบายการบอกตำแหน่งของวัตถุในแนวตรง ระยะทางและการกระจัด และอธิบายการหาเวกเตอร์ลัพธ์ในหนึ่งมิติ 6 สืบค้นข้อมูล อธิบายการหาอัตราเร็ว ความเร็ว ความเร็วสัมพัทธ์ของวัตถุและทดลองเพื่อหา อัตราเร็วของวัตถุโดยใช้เครื่องเคาะสัญญาณเวลา 7. สืบค้นข้อมูล อธิบายการหาความเร่งของวัตถุ ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่างๆ ที่


เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ในแนวตรงด้วยความเร่งคงตัวและทดลองเพื่อหาความเร่งของวัตถุที่ตกแบบเสรีและ เขียนกราฟของความเร็วกับเวลาของวัตถุ 8. สืบค้นข้อมูล อธิบายการเคลื่อนที่ในสองมิติ สามมิติ เวกเตอร์ตำแหน่งและความเร็วในสอง มิติ ความเร่งในสองมิติ ความเร็วสัมพัทธ์ และกรอบอ้างอิงเฉื่อย 9. สำรวจตรวจสอบและจัดกิจกรรมเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างแรงที่กระทำต่อวัตถุกับ สภาพการเคลื่อนของวัตถุนั้น 10. ทำกิจกรรมแสดงการเคลื่อนที่ของวัตถุบนพื้นผิวที่มีแรงเสียดทานน้อยและสามารถสรุปกฎ การเคลื่อนที่ข้อที่ ๑ ของนิวตันได้ 11. ทำการทดลองเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับความเร่งของวัตถุเมื่อมวลของวัตถุมีค่า คงตัวและระหว่างมวลกับความเร่งเมื่อแรงที่กระทำกับวัตถุมีค่าคงตัวและสรุปกฎการเคลื่อนที่ข้อที่ ๒ ของนิว ตัน 12. ทำกิจกรรมและสรุปกฎการเคลื่อนที่ข้อที่ 3 ของนิวตัน 13. วิเคราะห์และอธิบายเกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลกที่กระทำต่อวัตถุและน้ำหนักของวัตถุนั้น 14. นำกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันไปประยุกต์ใช้ 15. อธิบายความหมายของสภาพสมดุลต่อการเลื่อนที่และคำนวณหาปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 16. อธิบายโมเมนต์ของแรง สภาพสมดุลต่อการหมุนและคำนวณหาปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 17. อธิบายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนต์และผลรวมของโมเมนต์ที่มีต่อการหมุน แรงคู่ควบและผลของแรงคู่ ควบที่มีต่อสมดุลของวัตถุ เขียนแผนภาพวัตถุอิสระเมื่อวัตถุอยู่ในสมดุลกลและคำนวณหาปริมาณต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง รวมทั้งทดลองและอธิบายสมดุลของแรงสามแรง 18. สังเกตและอธิบายสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุ เมื่อแรงที่กระทำต่อวัตถุผ่านศูนย์กลางมวลของวัตถุ และ ผลของศูนย์ศูนย์ถ่วงที่มีต่อเสถียรภาพของวัตถุ 19. วิเคราะห์ และคำนวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับ ตำแหน่ง รวมทั้งอธิบายและคำนวณกำลังเฉลี่ย 20. อธิบายและคำนวณพลังงานจลน์ พลังงานศักย์ พลังงานกล ทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่างงานกับ พลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของ แรงที่ใช้ดึงสปริงกับระยะที่สปริงยืดออกและความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์ยืดหยุ่น รวมทั้งอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างงานของแรงลัพธ์และพลังงานจลน์ และคำนวณงานที่เกิดขึ้นจากแรงลัพธ์ 21. อธิบายกฎการอนุรักษ์พลังงานกล รวมทั้งวิเคราะห์ และคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ เคลื่อนที่ของวัตถุในสถานการณ์ต่างๆ โดยใช้กฎการอนุรักษ์พลังงานกล 22. อธิบายการทำงาน ประสิทธิภาพและการได้เปรียบเทียบเชิงกลของเครื่องกลอย่างง่ายบางชนิดโดยใช้ ความรู้เรื่องงานและสมดุลกล รวมทั้งคำนวณประสิทธิภาพและการได้เปรียบเชิงกล


23 23. อธิบาย และคำนวณโมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่าง แรงลัพธ์กับเวลา รวมทั้งอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงดลกับโมเมนตัม 24. ทดลอง อธิบายและคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติทั้งแบบยืดหยุ่น ไม่ ยืดหยุ่น และการดีดตัวแยกจากกันในหนึ่งมิติซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม 25. อธิบาย วิเคราะห์และคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์และทดลองการ เคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 26. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงสู่ศูนย์กลาง รัศมีการเคลื่อนที่ อัตราเร็วเชิงเส้น อัตราเร็ว เชิงมุม และมวลของวัตถุในการเคลื่อนที่แบบวงกลมในระนาบระดับรวมทั้งคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และประยุกต์ใช้ความรู้การเคลื่อนที่แบบวงกลมในการอธิบายการโคจรของดาวเทียม


1.6 หนังสือส่งตัวจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


1.7 ตารางสอน ตารางสอน ภาคเรียนที่ 1/2566 โรงเรียนพนายชลสิทธิ์ คงแสงชัย (นักศึกษนางลำไพร กวีกคาบ 1 2 พัก 20 นาที 3 4เวลา 08.30-09.20 09.20-10.10 10.10-10.30 10.10-11.20 11.20จันทร์ อังคาร ว30205 6/5 533 ว3043พุธ พฤหัสฯ ศุกร์ ว30201 4/4 323


25 พรเจริญวิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 6 ษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู) กรณ์(ครูพี่เลี้ยง) 4 พักเที่ยง 5 6 7 8 0-12.10 12.10-13.00 13.00-13.50 13.50-14.40 14.40-15.30 15.30-16.20 ว30205 6/5 533 ว30205 6/5 533 0201 4/8 27 ชุมนุม ว30201 4/4 228 ว30201 4/4 228 ว30201 4/8 228 ว30201 4/8 228


1.7 ตารางสอน (ต่อ) ตารางสอน ภาคเรียนที่ 2/2566 โรงเรียนายชลสิทธิ์ คงแสงชัย (นักศึกษนางลำไพร กวีกคาบ 1 2 พัก 20 นาที 3 4เวลา 08.30-09.20 09.20-10.10 10.10-10.30 10.10-11.20 11.20จันทร์ ว30202 4/8 33 อังคาร ว30202 4/7 335 ว3043พุธ ว3043พฤหัสฯ ศุกร์


ยนพรเจริญวิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู) กรณ์(ครูพี่เลี้ยง) 4 พักเที่ยง 5 6 7 8 0-12.10 12.10-13.00 13.00-13.50 13.50-14.40 14.40-15.30 15.30-16.20 ว30202 4/7 335 0202 4/7 35 ชุมนุม 0202 4/4 35 ลูกเสือ ว30202 4/4 335 ว30202 4/4 335 ว30202 4/8 515 ว30202 4/8 516


1.8 ตารางวิเคราะห์สร้างรายวิชา โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา ว30201 ชื่อรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต หน่วยที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก/ สัดส่วนของ คะแนน ชิ้นงาน/ภาระงาน 1 บทนำ 1. สืบค้นข้อมูล และอธิบาย ความหมายของ ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างกันได้ 2. ยกตัวอย่างปริมาณทาง ฟิสิกส์ หน่วยมาตรฐาน นานาชาติ ระบุหน่วยฐานและ หน่วยอนุพันธ์ของระบบเอสไอ พร้อมทั้งอธิบายความหมายของ ตัวนำหน้าหน่วยเพื่อทำให้เป็น หน่วยที่โตขึ้นหรือเล็กลง 3. ตระหนักถึงธรรมชาติของ การวัดในการทดลองที่มี ความคลาดเคลื่อนที่เป็นไป ได้มากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นกับ เครื่องมือที่ใช้วัด วิธีการวัด และ ความตั้งใจและฝีมือของผู้วัด และประมาณค่าความคลาด เคลื่อนที่อาจเป็นไปได้อย่าง เหมาะสมเมื่อทำการวัด ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มี ความสัมพันธ์ซึ่งกัน และกัน ปริมาณใน การวัดบอกได้จากเลข นัยสำคัญ โดยมีการ ประมาณค่าความ คลาดเคลื่อน โดยอาจ ใช้หน่วยฐานหรือ หน่วยอนุพัทธ์ในระบบ เอสไอ ซึ่งหลักการต่าง ๆ ของการวัดสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ ๙ 20


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก/ สัดส่วน ของ คะแนน ชิ้นงาน/ ภาระงาน 4. อธิบายความหมายของ เลขนัยสำคัญได้และสามารถ ใช้ได้อย่างเหมาะสมและทำ การทดลองง่ายๆ โดยแสดง ข้อมูลที่ระทัดรัด ชัดเจน และ แสดงการวิเคราะห์ด้วย คณิตศาสตร์ รวมถึงการใช้ กราฟเส้นตรง เพื่อ ประกอบการสรุปผลได้อย่าง รัดกุม 2 การ เคลื่อนที่ ในหนึ่งมิติ และสอง มิติ 1. สืบค้นข้อมูลและอธิบาย การบอกตำแหน่งของวัตถุใน แนวตรง ระยะทางและการ กระจัดและอธิบายการหา เวกเตอร์ลัพธ์ในหนึ่งมิติ 2. สืบค้นข้อมูล อธิบายการ หาอัตราเร็ว ความเร็ว ความเร็วสัมพัทธ์ของวัตถุและ ทดลองเพื่อหา อัตราเร็วของวัตถุโดยใช้ เครื่องเคาะสัญญาณเวลา ปริมาณต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการ เคลื่อนที่แนวตรง ได้แก่ ระยะทาง อัตราเร็ว การกระจัด ความเร็ว และ ความเร่ง มี ความสัมพันธ์กัน ซึ่ง เราสามารถนำไป อธิบายการเคลื่อนที่ ในแนวตรงได้ รวมทั้ง สามารถนำหลักการ ต่าง ๆ ของการ เคลื่อนที่ไป ประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ ๒๔ 40 1.สืบค้นข้อมูล จากใบความรู้ สื่อ และแหล่งเรียนรู้ 2.ออกแบบการ ทดลองเกี่ยวกับ การเคลื่อนที่ใน หนึ่งมิติและสอง มิติ 3.บันทึกและทำ แบบฝึกหัดในใบ งาน 4.ออกแบบ ชิ้นงาน 5.จัดนิทรรศการ 6.ทำโครงงาน


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก/ สัดส่วน ของ คะแนน ชิ้นงาน/ ภาระงาน 3. สืบค้นข้อมูล อธิบายการ หาความเร่งของวัตถุ ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ เคลื่อนที่ในแนวตรงด้วย ความเร่งคงตัวและทดลอง เพื่อหาความเร่งของวัตถุที่ตก แบบเสรีและเขียนกราฟของ ความเร็วกับเวลาของวัตถุ 4. สืบค้นข้อมูล อธิบายการ เคลื่อนที่ในสองมิติ สามมิติ เวกเตอร์ตำแหน่งและความเร็วใน สองมิติ ความเร่งในสองมิติ ความเร็วสัมพัทธ์ และกรอบ อ้างอิงเฉื่อย 3 แรง มวล และกฎ การ เคลื่อนที่ 1. สำรวจตรวจสอบและจัด กิจกรรมเพื่อหาความสัมพันธ์ ระหว่างแรงที่กระทำต่อวัตถุ กับสภาพการเคลื่อนของวัตถุ นั้น 2. ทำกิจกรรมแสดงการ เคลื่อนที่ของวัตถุบนพื้นผิวที่ มีแรงเสียดทานน้อยและ สามารถสรุปกฎ การเคลื่อนที่ข้อที่ 1 ของนิว ตันได้ แรง มวล และ ความเร่งของวัตถุ มี ความสัมพันธ์กันตาม กฎข้อที่ 1-3 ของนิว ตัน และ เป็นไปตาม กฎแรงดึงดูดระหว่าง มวล เราสามารถนำ หลักการต่าง ๆ ของ การเคลื่อนที่ดังกล่าว ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 2๗ 40 1. สืบค้นข้อมูล จากใบความรู้ สื่อ และแหล่งเรียนรู้ 2.ออกแบบการ ทดลองเกี่ยวกับ แรง มวล และกฎ การเคลื่อนที่ 3. บันทึกและทำ แบบฝึกหัดในใบ งาน 4. ออกแบบ ชิ้นงาน 5. จัดนิทรรศการ 6. ทำโครงงาน


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก/ สัดส่วน ของ คะแนน ชิ้นงาน/ ภาระงาน 3. ทำการทดลองเพื่อหา ความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับ ความเร่งของวัตถุเมื่อมวลของ วัตถุมีค่าคงตัวและระหว่าง มวลกับความเร่งเมื่อแรงที่ กระทำกับวัตถุมีค่าคงตัวและ สรุปกฎการเคลื่อนที่ข้อที่ ๒ ของนิวตัน 4. ทำกิจกรรมและสรุปกฎ การเคลื่อนที่ข้อที่ 3 ของนิวตัน 5. วิเคราะห์และอธิบาย เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลกที่ กระทำต่อวัตถุและน้ำหนัก ของวัตถุนั้น 6. นำกฎการเคลื่อนที่ของนิว ตันไปประยุกต์ใช้ 7. อธิบายความหมายของ สภาพสมดุลต่อการเลื่อนที่ และคำนวณหาปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมระหว่างภาค 70 ปลายภาค 30 รวม 100 หมายเหตุ ระหว่างภาค 70 คะแนน จำแนกเป็น 1. ภาระงาน/แบบฝึก = 20 2. ชิ้นงาน = 20 3. สอบกลางภาค = 20 4. วินัยใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน = 10


คำอธิบายรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม 1 รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลารวม 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับปริมาณทางกายภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยปริมาณ สเกลาร์และปริมาณ เวกเตอร์การบอกตำแหน่ง การกระจัด การหาเวกเตอร์ลัพธ์โดยการเขียนรูปและการคำนวณ ศึกษาวิเคราะห์ แนวคิดเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ในหนึ่งมิติความเร็ว อัตราเร็ว ความเร่ง ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ในแนวตรง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของวัตถุ แรงเสียดทาน ศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ในสองมิติได้แก่การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนที่แนววงกลม และการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่รู้มีความสามารถในการ ตัดสินใจ นาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรมคุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ : วิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม 1 ว 30201 1. สืบค้นข้อมูล และอธิบายความหมายของ ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ 2. ยกตัวอย่างปริมาณทางฟิสิกส์ หน่วยมาตรฐานนานาชาติ ระบุหน่วยฐานและหน่วย อนุพันธ์ของระบบเอสไอ พร้อมทั้งอธิบายความหมายของตัวนำหน้าหน่วยเพื่อทำให้เป็นหน่วยที่โตขึ้น หรือเล็กลง 3. ตระหนักถึงธรรมชาติของการวัดในการทดลองที่มีความคลาดเคลื่อนที่เป็นไปได้มากบ้าง น้อยบ้าง ขึ้นกับเครื่องมือที่ใช้วัด วิธีการวัด และความตั้งใจและฝีมือของผู้วัดและประมาณค่าความคลาด เคลื่อนที่อาจเป็นไปได้อย่างเหมาะสมเมื่อทำการวัด 4. อธิบายความหมายของเลขนัยสำคัญได้และสามารถใช้ได้อย่างเหมาะสมและทำการทดลอง ง่ายๆ โดยแสดงข้อมูลที่ระทัดรัด ชัดเจน และแสดงการวิเคราะห์ด้วยคณิตศาสตร์ รวมถึงการใช้กราฟเส้นตรง เพื่อประกอบการสรุปผลได้อย่างรัดกุม 5. สืบค้นข้อมูลและอธิบายการบอกตำแหน่งของวัตถุในแนวตรง ระยะทางและการกระจัด และอธิบายการหาเวกเตอร์ลัพธ์ในหนึ่งมิติ 6. สืบค้นข้อมูล อธิบายการหาอัตราเร็ว ความเร็ว ความเร็วสัมพัทธ์ของวัตถุและทดลองเพื่อหา อัตราเร็วของวัตถุโดยใช้เครื่องเคาะสัญญาณเวลา 7. สืบค้นข้อมูล อธิบายการหาความเร่งของวัตถุ ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่างๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ในแนวตรงด้วยความเร่งคงตัวและทดลองเพื่อหาความเร่งของวัตถุที่ตกแบบเสรีและ เขียนกราฟของความเร็วกับเวลาของวัตถุ 8. สืบค้นข้อมูล อธิบายการเคลื่อนที่ในสองมิติ สามมิติ เวกเตอร์ตำแหน่งและความเร็วในสอง มิติ ความเร่งในสองมิติ ความเร็วสัมพัทธ์ และกรอบอ้างอิงเฉื่อย 6


9. สำรวจตรวจสอบและจัดกิจกรรมเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างแรงที่กระทำต่อวัตถุกับ สภาพการเคลื่อนของวัตถุนั้น 10.ทำกิจกรรมแสดงการเคลื่อนที่ของวัตถุบนพื้นผิวที่มีแรงเสียดทานน้อยและสามารถสรุปกฎ การเคลื่อนที่ข้อที่ ๑ ของนิวตันได้ 11.ทำการทดลองเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับความเร่งของวัตถุเมื่อมวลของวัตถุมีค่า คงตัวและระหว่างมวลกับความเร่งเมื่อแรงที่กระทำกับวัตถุมีค่าคงตัวและสรุปกฎการเคลื่อนที่ข้อที่ ๒ ของนิว ตัน 12. ทำกิจกรรมและสรุปกฎการเคลื่อนที่ข้อที่ 3 ของนิวตัน 13. วิเคราะห์และอธิบายเกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลกที่กระทำต่อวัตถุและน้ำหนักของวัตถุนั้น 14. นำกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันไปประยุกต์ใช้ 15. อธิบายความหมายของสภาพสมดุลต่อการเลื่อนที่และคำนวณหาปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 16. อธิบายโมเมนต์ของแรง สภาพสมดุลต่อการหมุนและคำนวณหาปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหมด 16 ผลการเรียนรู้


1.8 ตารางวิเคราะห์สร้างรายวิชา (ต่อ) โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา ว30202 ชื่อราวิชาฟิสิกส์ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน 1.5 หน่วยกิต หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด /ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก/ สัดส่วน ของ คะแนน ชิ้นงาน/ภาระ งาน 1 สมดุลกล 1. อธิบายสมดุลกลของ วัตถุ โมเมนต์และ ผลรวมของโมเมนต์ที่มี ต่อการหมุน แรงคู่ควบ และผลของแรงคู่ควบที่ มีต่อสมดุลของวัตถุ เขียนแผนภาพวัตถุ อิสระเมื่อวัตถุอยู่ใน สมดุลกลและ คำนวณหาปริมาณ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทดลองและ อธิบายสมดุลของแรง สามแรง 2. สังเกตและอธิบาย สภาพการเคลื่อนที่ของ วัตถุ เมื่อแรงที่กระทำ ต่อวัตถุผ่านศูนย์กลาง มวลของวัตถุ และผล ของศูนย์ศูนย์ถ่วงที่มีต่อ เสถียรภาพของวัตถุ สมดุล(equilibrium)คือ วัตถุที่รักษาสภาพการ เคลื่อนที่ให้คงเดิมวัตถุที่ อยู่ สมดุลสถิต (static equilibrium) คือ วัตถุที่อยู่นิ่งและไม่มี การหมุนวัตถุที่อยู่ใน สมดุลจลน์(dynamic quilibrium) คือวัตถุที่มีการเคลื่อนที่ ด้วยความเร็วคงตัว หรือมี การหมุนด้วยอัตราเร็วคง ตัว สมดุลต่อการเลื่อนที่ (translational equilibrium) คือ วัตถุที่หยุดนิ่ง หรือ มี การ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคง ตัว สมดุลต่อการหมุน (rotational equilibrium) คือ วัตถุที่ไม่มีการหมุน หรือ หมุนด้วยอัตราเร็วคงตัว ศูนย์กลางมวล(center of mass, CM) คือจุดรวมมวล ของวัตถุทั้งก้อน 9 20 1. ใบงาน 2. ใบความรู้ 3. ออกแบบ การทดลอง เรื่องสมดุลกล 4. รายงานการ ทดลอง


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก/ สัดส่วน ของ คะแนน ชิ้นงาน/ ภาระงาน 4. อธิบายความหมายของ เลขนัยสำคัญได้และสามารถ ใช้ได้อย่างเหมาะสมและทำ การทดลองง่ายๆ โดยแสดง ข้อมูลที่ระทัดรัด ชัดเจน และ แสดงการวิเคราะห์ด้วย คณิตศาสตร์ รวมถึงการใช้ กราฟเส้นตรง เพื่อ ประกอบการสรุปผลได้อย่าง รัดกุม 2 การ เคลื่อนที่ ในหนึ่งมิติ และสอง มิติ 1. สืบค้นข้อมูลและอธิบาย การบอกตำแหน่งของวัตถุใน แนวตรง ระยะทางและการ กระจัดและอธิบายการหา เวกเตอร์ลัพธ์ในหนึ่งมิติ 2. สืบค้นข้อมูล อธิบายการ หาอัตราเร็ว ความเร็ว ความเร็วสัมพัทธ์ของวัตถุและ ทดลองเพื่อหา อัตราเร็วของวัตถุโดยใช้ เครื่องเคาะสัญญาณเวลา ปริมาณต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการ เคลื่อนที่แนวตรง ได้แก่ ระยะทาง อัตราเร็ว การกระจัด ความเร็ว และ ความเร่ง มี ความสัมพันธ์กัน ซึ่ง เราสามารถนำไป อธิบายการเคลื่อนที่ ในแนวตรงได้ รวมทั้ง สามารถนำหลักการ ต่าง ๆ ของการ เคลื่อนที่ไป ประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ ๒๔ 40 1.สืบค้นข้อมูล จากใบความรู้ สื่อ และแหล่งเรียนรู้ 2.ออกแบบการ ทดลองเกี่ยวกับ การเคลื่อนที่ใน หนึ่งมิติและสอง มิติ 3.บันทึกและทำ แบบฝึกหัดในใบ งาน 4.ออกแบบ ชิ้นงาน 5.จัดนิทรรศการ 6.ทำโครงงาน


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก/ สัดส่วน ของ คะแนน ชิ้นงาน/ ภาระงาน 3. สืบค้นข้อมูล อธิบายการ หาความเร่งของวัตถุ ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ เคลื่อนที่ในแนวตรงด้วย ความเร่งคงตัวและทดลอง เพื่อหาความเร่งของวัตถุที่ตก แบบเสรีและเขียนกราฟของ ความเร็วกับเวลาของวัตถุ 4. สืบค้นข้อมูล อธิบายการ เคลื่อนที่ในสองมิติ สามมิติ เวกเตอร์ตำแหน่งและความเร็วใน สองมิติ ความเร่งในสองมิติ ความเร็วสัมพัทธ์ และกรอบ อ้างอิงเฉื่อย 3 แรง มวล และกฎ การ เคลื่อนที่ 1. สำรวจตรวจสอบและจัด กิจกรรมเพื่อหาความสัมพันธ์ ระหว่างแรงที่กระทำต่อวัตถุ กับสภาพการเคลื่อนของวัตถุ นั้น 2. ทำกิจกรรมแสดงการ เคลื่อนที่ของวัตถุบนพื้นผิวที่ มีแรงเสียดทานน้อยและ สามารถสรุปกฎ การเคลื่อนที่ข้อที่ 1 ของนิว ตันได้ แรง มวล และ ความเร่งของวัตถุ มี ความสัมพันธ์กันตาม กฎข้อที่ 1-3 ของนิว ตัน และ เป็นไปตาม กฎแรงดึงดูดระหว่าง มวล เราสามารถนำ หลักการต่าง ๆ ของ การเคลื่อนที่ดังกล่าว ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 2๗ 40 1. สืบค้นข้อมูล จากใบความรู้ สื่อ และแหล่งเรียนรู้ 2.ออกแบบการ ทดลองเกี่ยวกับ แรง มวล และกฎ การเคลื่อนที่ 3. บันทึกและทำ แบบฝึกหัดในใบ งาน 4. ออกแบบ ชิ้นงาน 5. จัดนิทรรศการ 6. ทำโครงงาน


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก/ สัดส่วน ของ คะแนน ชิ้นงาน/ ภาระงาน 3. ทำการทดลองเพื่อหา ความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับ ความเร่งของวัตถุเมื่อมวลของ วัตถุมีค่าคงตัวและระหว่าง มวลกับความเร่งเมื่อแรงที่ กระทำกับวัตถุมีค่าคงตัวและ สรุปกฎการเคลื่อนที่ข้อที่ ๒ ของนิวตัน 4. ทำกิจกรรมและสรุปกฎ การเคลื่อนที่ข้อที่ 3 ของนิวตัน 5. วิเคราะห์และอธิบาย เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลกที่ กระทำต่อวัตถุและน้ำหนัก ของวัตถุนั้น 6. นำกฎการเคลื่อนที่ของนิว ตันไปประยุกต์ใช้ 7. อธิบายความหมายของ สภาพสมดุลต่อการเลื่อนที่ และคำนวณหาปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมระหว่างภาค 70 ปลายภาค 30 รวม 100 หมายเหตุ ระหว่างภาค 70 คะแนน จำแนกเป็น 1. ภาระงาน/แบบฝึก = 20 2. ชิ้นงาน = 20 3. สอบกลางภาค = 20 4. วินัยใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน = 10


คำอธิบายรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ๒ รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ ๒ เวลารวม 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาหลักการของกลศาสตร์ในเรื่องสมดุลกลและเงื่อนไขที่ทำให้วัตถุหรือระบบอยู่ในสมดุลกล ศูนย์กลางมวลของวัตถุและผลของศูนย์ถ่วงที่มีต่อเสถียรภาพของวัตถุ งาน พลังงาน ความสัมพันธ์ระหว่างงาน และลพลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง และความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรง ที่ใช้ดึงสปริงกับระยะที่สปริงยืดออก แรงอนุรักษ์ กฎการอนุรักษ์พลังงาน กำลัง เครื่องกลอย่างง่าย ประสิทธิภาพและการได้เปรียบเชิงกลอย่างง่ายบางชนิด โมเมนตัม การชนกันของวัตถุในหนึ่งมิติ การดล แรง ดล และกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ และการเคลื่อนที่แบบวงกลมในระนาบระดับ โดยใช้กระบวนการทางวิททยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ทักษะ ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้าน การคิดและแก้ปัญหา ด้านการสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนต์และผลรวมของโมเมนต์ที่มีต่อการหมุน แรงคู่ควบและผลของ แรงคู่ควบที่มีต่อสมดุลของวัตถุ เขียนแผนภาพวัตถุอิสระเมื่อวัตถุอยู่ในสมดุลกลและคำนวณหาปริมาณต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง รวมทั้งทดลองและอธิบายสมดุลของแรงสามแรง 2. สังเกตและอธิบายสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุ เมื่อแรงที่กระทำต่อวัตถุผ่านศูนย์กลางมวลของวัตถุ และผลของศูนย์ศูนย์ถ่วงที่มีต่อเสถียรภาพของวัตถุ 3. วิเคราะห์ และคำนวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับ ตำแหน่ง รวมทั้งอธิบายและคำนวณกำลังเฉลี่ย 4. อธิบายและคำนวณพลังงานจลน์ พลังงานศักย์ พลังงานกล ทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่างงานกับ พลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของ แรงที่ใช้ดึงสปริงกับระยะที่สปริงยืดออกและความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์ยืดหยุ่น รวมทั้งอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างงานของแรงลัพธ์และพลังงานจลน์ และคำนวณงานที่เกิดขึ้นจากแรงลัพธ์


5. อธิบายกฎการอนุรักษ์พลังงานกล รวมทั้งวิเคราะห์ และคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ เคลื่อนที่ของวัตถุในสถานการณ์ต่างๆ โดยใช้กฎการอนุรักษ์พลังงานกล 6. อธิบายการทำงาน ประสิทธิภาพและการได้เปรียบเทียบเชิงกลของเครื่องกลอย่างง่ายบางชนิดโดย ใช้ความรู้เรื่องงานและสมดุลกล รวมทั้งคำนวณประสิทธิภาพและการได้เปรียบเชิงกล 7. อธิบาย และคำนวณโมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ ระหว่างแรงลัพธ์กับเวลา รวมทั้งอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงดลกับโมเมนตัม 8. ทดลอง อธิบายและคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติทั้งแบบยืดหยุ่น ไม่ยืดหยุ่น และการดีดตัวแยกจากกันในหนึ่งมิติซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม 9. อธิบาย วิเคราะห์และคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์และ ทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 10. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงสู่ศูนย์กลาง รัศมีการเคลื่อนที่ อัตราเร็วเชิงเส้น อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวัตถุในการเคลื่อนที่แบบวงกลมในระนาบระดับรวมทั้งคำนวณปริมาณต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง และประยุกต์ใช้ความรู้การเคลื่อนที่แบบวงกลมในการอธิบายการโคจรของดาวเทียม รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้


1.9 ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์รายวิชา ฟิสิกส์2 รหัส ว30202 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง งานและพลังงาน เวลาเรียน 17 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง พลังงานกล (พลังงานจลน์) เวลาเรียน 2 ชั่งโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอนนายชลสิทธิ์ คงแสงชัย 1. เป้าหมายการเรียนรู้ 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 1.1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรงและกฎการ เคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทานสมดุล กลของวัตถุ งาน และกฎการอนุรักษ์พลังงาน กล โมเมนตัมและกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม การเคลื่อนที่แนวโค้ง รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 1.1.2 ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ วิเคราะห์และคำนวณงานของแรงคงตัวจากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่างแรง กับตำแหน่ง รวมทั้งอธิบายและคำนวณกำลังเฉลี่ย 1.2 จุดเน้นที่ต้องการพัฒนาผู้เรียนสู่ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทักษะที่จำเป็นแห่งศตวรรษที่ 21 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลาง คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลาง และสถานศึกษา 1.ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม - การใช้การคิดอย่างเป็นระบบ - การร่วมมือกับผู้อื่น 2.ทักษะด้านสาระสนเทศ สื่อ และ เทคโนโลยี -การเข้าถึงและการประเมินข้มูล สาระสนเทศ -การร่วมมือกับผู้อื่น 3.ทักษะด้านชีวิตและการทำงาน -การผลิตสื่อ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการคิดวิเคราะห์ 2) ทักษะการสังเกต 3) ทักษะการสื่อสาร 4) ทักษะการทำงานร่วมกัน 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา คุณลักษณะฯแกนกลาง 1. ซื่อสัตย์สุจริต 2. มีวินัย 3. ใฝ่เรียนรู้ 4. มุ่งมั่นในการทำงาน


-ทำงานอย่างมประสิทธิภาพในทีมที่ มีความหลากหลาย 1.3 ความคิดรวบยอด/สาระสำคัญ 1.3.1 สาระสำคัญแกนกลาง พลังงาน หมายถึงความสามารถในการทำงาน พลังงานกลหรือพลังงานทางกลศาสตร์มี2 รูปแบบคือ 1. พลังงานจลน์Ek หมายถึงพลังงานในวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ 2. พลังงานศักย์Ep หมายถึงพลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุ พลังงานกลเป็นผลรวมของพลังงานจลน์และพลังงานศักย์ตามสมการ E = Ek + Ep 1.4 สาระการเรียนรู้ พลังงาน หมายถึงความสามารถในการทำงาน พลังงานจลน์Ekหมายถึงพลังงานในวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเร็วของวัตถุ เป็นปริมาณ สเกลาร์ค่าของพลังงานจลน์คือครึ่งหนึ่งของผลคูณระหว่างมวลกับอัตราเร็วยกกำลังสอง หรือ Ek = ½ mv2 1.5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถบอกความหมายพลังงานกลและพลังงานจลน์ได้ 2) ด้านกระบวนการ (P) นักเรียนสามารถทดลองและคำนวณหาปริมาณที่เกี่ยวข้องกับพลังงานได้ 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) นักเรียนสามารถมีความซื่อสัตย์สุจริตมีวินัยใฝ่เรียนรู้มุ่งมั่นในการทำงาน 2. หลักฐานการเรียนรู้ ภาระ/ชิ้นงาน 1) แบบฝึกหัด 2) ใบกิจกรรม 3. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครูถามนักเรียนว่า รู้จักพลังงานอะไรบ้าง และพลังงานคืออะไร (แนวคำตอบ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ ฯลฯ)


1.2 ครูยกตัวอย่างสถานการณ์ว่า วัตถุที่อยู่บนโต๊ะถูกยกขึ้นด้วยความเร็ว จะมีพลังงานแบบใด เกิดขึ้นบ้าง (แนวคำตอบ : พลังงานจลน์และพลังงานศักย์) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ 1 การทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานจลน์ ใน หนังสือเรียนเพิ่มเติม ฟิสิกส์ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. โดยครูแนะนำก่อนทดลอง ดังนี้ 1. ในการปล่อยรถทดลองนั้นจะต้องปล่อยจากตำแหน่งเดียวกันทุกครั้ง 2. เส้นเชือกที่ใช้ในการลากรถและแขวนนอต ควรให้มีความยาวพอดีที่จะทำให้รถ ทดลองอยู่ห่างจากปลายรางมากกว่า 60 เซนติเมตรและนอตอยู่สูงจากพื้นมากกว่า 60 เซนติเมตร ดังรูป 3. ครูควรเน้นว่าระยะที่รถเคลื่อนที่ ∆x ซึ่งเท่ากับ 50 เซนติเมตรนั้น คือระยะที่วัดจาก แถบกระดาษ ดังนั้น จะต้องวัดจากจุดแรกบนแถบกระดาษไปเป็นระยะ 50 เซนติเมตรเพื่อการหาอัตราเร็วของรถ ทดลอง เมื่อเคลื่อนที่ได้ 50 เซนติเมตร จากแถบกระดาษให้หาอัตราเร็วที่จุดบนแถบกระดาษที่อยู่ใกล้กับตำแหน่ง 50 เซนติเมตรมากที่สุด ดังรูป 4. จับรถทดลองไว้โดยให้แถบกระดาษดึงรถทดลอง เมื่อกดสวิตซ์เครื่องเคาะ สัญญาณเวลาแล้วจึงปล่อยรถทดลองให้เคลื่อนที่


3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรมที่ 1 สรุปได้ดังนี้ 1. งานที่ทำโดยแรงดึงรถทดลองเป็นสัดส่วนตรงกับอัตราเร็วของรถยกกำลังสอง เขียนได้ว่า ∆ ∝ 2 หรือ ∆ = 2 2. ความชันของกราฟ k มีค่าคงตัวและเท่ากับครึ่งหนึ่งของมวลรถ ดังนั้น = 2 3. งานที่เกิดจากแรงดึงรถทดลองเท่ากับพลังงานจลน์ของรถทดลองและเท่ากับ หรือ ∆ = 1 2 2 4. ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมว่า พลังงานจลน์ของวัตถุที่เปลี่ยนไปนั้นอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้ ขึ้นอยู่กับทิศทางของแรงที่มากระทำ กล่าวคือ ถ้าแรงที่มากระทำมีทิศทางเดียวกับทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ จะทำให้พลังงานจลน์ของวัตถุเพิ่มขึ้นแต่ถ้าแรงที่มากระทำมีทิศทางตรงข้ามกับทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ จะทำให้พลังงานจลน์ของวัตถุลดลง และเมื่อให้งานที่เป็นบวกแก่วัตถุจะทำให้พลังงานจลน์ของวัตถุเพิ่มขึ้นนั่น คือ ∆Ek เป็นบวกและเมื่อให้งานที่เป็นลบแก่วัตถุจะทำให้พลังงานจลน์ของวัตถุลดลง นั่นคือ ∆Ek เป็นลบจะ เห็นว่างานที่ทำให้พลังงานจลน์ของวัตถุลดลง เป็นงานลบ เพราะเป็นงานของแรงต้านการเคลื่อนที่นั่นเอง งาน ของแรงต้านอาจจะเปลี่ยนเป็นพลังงานชนิดอื่นได้ เช่น ความร้อนที่เกิดขึ้น 5. ขั้นประเมินผล 1. นักเรียนแต่ละคนพิจารณาเรื่องที่เรียนว่าเรื่องใดที่ไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย 2. ถ้านักเรียนมีข้อสงสัยครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ 3. ครูให้นักเรียนแต่ละคนทำแบบันทึกกิจกรรมที่ 1 เรื่อง งานและพลังงานจลน์ 4. สื่อ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ 4.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนงัสือเรียนเพิ่มเติม ฟิ สิกส์ 2 ช้นัมธัยมศึกษาปีที่4 สสวท. 2) ชุดอุปกรณ์กิจกรรมที่ 1 การทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานจลน์ 4.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ


5. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) เครื่องมือและเกณฑ์การ ประเมิน เกณฑ์ที่ใช้ ในการประเมิน 1) ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถบอก ความหมายพลังงานกล และพลังงานจลน์ได้ - การบันทึกผลและ ตอบคำถามการทดลอง กิจกรรมที่ 1 - นักเรียนสามารถบันทึกผล และตอบคำถามการทดลอง กิจกรรมที่ 1 ได้สอดคล้อง กับเนื้อหาพลังงานกล ผ่านเกณฑ์ ระดับ ดี 2) ด้านกระบวนการ (P) นักเรียนสามารถทดลอง และคำนวณหาปริมาณที่ เกี่ยวข้องกับพลังงานได้ - การบันทึกผลและ ตอบคำถามการทดลอง กิจกรรมที่ 1 - นักเรียนสามารถบันทึกผล และตอบคำถามการทดลอง กิจกรรมที่ 1 ได้สอดคล้อง กับเนื้อหาพลังงานกลได้ ผ่านเกณฑ์ ระดับ ดี 3) คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ (A) นักเรียนสามารถมีความ ซื่อสัตย์สุจริตมีวินัยใฝ่ เรียนรู้มุ่งมั่นในการทำงาน -สังเกตพฤติกรรม นักเรียน -แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์ ระดับ 2 6. กิจกรรมเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. .................................................


Click to View FlipBook Version