The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารประกอบของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พ.ศ.2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by a.chalomthip, 2021-07-08 12:07:52

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น พ.ศ.2564

เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารประกอบของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พ.ศ.2564

โครงสรา้ งรายวชิ า

รหัสวิชา ศ 22102 ศิลปะ 4 (ทัศนศลิ ป)์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

หน่วยการ ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
เรยี นรทู้ ี่ ตัวช้ีวดั (ชว่ั โมง) คะแนน

1 ลกั ษณะรปู แบบงาน ศ.1.2 • ลกั ษณะรปู แบบงานทัศนศิลป์ของ 6 10
ทัศนศิลปข์ องชาติ ม.2/1 ชาติและท้องถ่ิน
และท้องถ่นิ

2 งานทัศนศลิ ป์ภาค ศ.1.2 • งานทศั นศิลป์ภาคตา่ ง ๆ ใน 6 15
ต่าง ๆ ม.2/2 ประเทศไทย

3 ความแตกต่างของ ศ.1.2 • ความแตกตา่ งของงานทศั นศิลปใ์ น 7 15
งานทศั นศลิ ป์ ม.2/3 วฒั นธรรมไทยและสากล

รวมตลอดภาคเรียนท่ี 2 19 40

รายวชิ า ศลิ ปะ 4 (ดนตรี) รหสั วิชา ศ 22102

หน่วยการ ชื่อหน่วยการ มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
(ช่วั โมง) คะแนน
เรยี นรู้ท่ี เรยี นรู้ ตัวชี้วดั

1 บทบาทและ ศ.2.2 ม.2/1 • บทบาทและอิทธิพลของดนตรี 5 10

อทิ ธพิ ลของดนตรี -บทบาทดนตรใี นสังคม

-อิทธพิ ลของดนตรีในสังคม

2 องคป์ ระกอบของ ศ.2.2 ม.2/2 • องค์ประกอบของดนตรีในแตล่ ะ 5 10
ดนตรี วัฒนธรรม

รวมตลอดภาคเรียนที่ 2 10 20

รายวิชา ศิลปะ 4(นาฏศลิ ป)์ รหสั วิชา ศ 22102

หนว่ ยการ ช่อื หน่วยการ มาตรฐาน/ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ตัวชวี้ ัด (ช่วั โมง) คะแนน
เรียนร้ทู ี่ เรยี นรู้ ศ.3.2 ม.2/1

1 นาฏศลิ ปพ์ น้ื เมือง ศ.3.2 ม.2/2 • นาฏศิลปพ์ ืน้ เมือง 35

-ความหมาย

-ทีม่ า

-วัฒนธรรม

-ลักษณะเฉพาะ

2 รปู แบบการแสดง • รปู แบบการแสดงประเภทต่าง ๆ 3 5
ประเภทตา่ ง ๆ
-นาฏศลิ ป์

-นาฏศลิ ปพ์ ้ืนเมือง

-ละครไทย

44

หน่วยการ ช่อื หน่วยการ มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
(ชั่วโมง) คะแนน
เรยี นรู้ที่ เรียนรู้ ตัวชี้วัด
3 10
-ละครพน้ื บ้าน
9 20
3 การละครสมัยตา่ ง ศ.3.2 ม.2/3 • การละครสมยั ต่าง ๆ 2 20
ๆ 40 100

รวมตลอดภาคเรียนที่ 2

สอบปลายภาค

รวมท้ังหมด

45

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ
 สาระที่ 1 ทัศนศิลป์

มาตรฐาน ศ 1.1 : สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า

งานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน

ชวี ิตประจำวัน

ช้นั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.3 1. บรรยายสง่ิ แวดลอ้ ม และงานทัศนศิลป์ที่ • ทศั นธาตุ หลักการออกแบบในสง่ิ แวดล้อม
เลือกมาโดยใชค้ วามรู้เร่ืองทศั นธาตุ และ และงานทัศนศิลป์
หลักการออกแบบ

2. ระบุ และบรรยายเทคนิค วิธีการ ของ • เทคนิควิธีการของศลิ ปินในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์
ศิลปนิ ในการสร้างงาน ทัศนศิลป์

3. วิเคราะห์ และบรรยายวิธีการใช้ ทัศน • วธิ กี ารใช้ทศั นธาตุและหลักการออกแบบในการ
ธาตุ และหลักการออกแบบในการสร้าง สรา้ งงานทัศนศลิ ป์
งานทศั นศิลป์ของตนเอง ให้มคี ุณภาพ

4. มที กั ษะในการสร้างงานทศั นศิลปอ์ ยา่ ง • การสรา้ งงานทัศนศิลปท์ ั้งไทยและสากล
นอ้ ย 3 ประเภท

5. มีทักษะในการผสมผสานวัสดุต่าง ๆ • การใช้หลักการออกแบบในการสร้างงานสื่อผสม
ในการสร้างงานทัศนศิลป์โดยใช้หลักการ

ออกแบบ

6. สรา้ งงานทศั นศิลป์ ทง้ั 2 มติ ิ และ 3 • การสร้างงานทัศนศลิ ปแ์ บบ 2 มติ ิ และ 3 มิติ
มติ ิ เพ่ือถ่ายทอดประสบการณ์และ
เพ่ือถ่ายทอดประสบการณ์ และจนิ ตนาการ
จินตนาการ

7. สร้างสรรคง์ านทัศนศลิ ปส์ ือ่ • การประยุกตใ์ ช้ทัศนธาตุและหลกั การ
ความหมายเปน็ เรื่องราว โดยประยกุ ต์ ออกแบบสรา้ งงานทศั นศิลป์
ใช้ทัศนธาตุ และหลกั การออกแบบ

8. วเิ คราะหแ์ ละอภปิ รายรูปแบบ เนื้อหา • การวิเคราะหร์ ปู แบบ เนอ้ื หา และคณุ คา่ ในงาน

และคุณค่าในงานทศั นศิลป์ ของตนเอง ทศั นศิลป์

และผ้อู ่ืน หรอื ของศิลปนิ

9. สรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลปเ์ พือ่ บรรยาย • การใชเ้ ทคนิค วิธกี ารท่ีหลากหลาย สร้างงาน

เหตกุ ารณต์ า่ งๆ โดยใช้เทคนิคที่หลากหลาย ทัศนศิลป์เพ่อื ส่ือความหมาย

10. ระบอุ าชีพที่เกยี่ วขอ้ งกับงาน • การประกอบอาชพี ทางทัศนศิลป์

ทัศนศิลปแ์ ละทักษะท่ีจำเป็นในการ

ประกอบอาชีพนั้น ๆ

11. เลอื กงานทศั นศิลปโ์ ดยใชเ้ กณฑ์ท่ี • การจัดนทิ รรศการ

กำหนดข้นึ อยา่ งเหมาะสม และนำไป

จดั นิทรรศการ

46

 สาระท่ี 1 ทศั นศิลป์
มาตรฐาน ศ 1.2 : เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งทัศนศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคณุ คา่ งานทัศนศลิ ป์

ทีเ่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน ภูมปิ ญั ญาไทย และสากล

ช้นั ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.3 1. ศึกษาและอภิปรายเก่ียวกับงาน • งานทัศนศิลป์กบั การสะท้อนคณุ ค่าของวัฒนธรรม

ทศั นศิลป์ ท่สี ะท้อนคุณค่าของวัฒนธรรม

2. เปรยี บเทียบความแตกต่างของงาน • ความแตกต่างของงานทัศนศลิ ปใ์ นแตล่ ะยุคสมยั
ทัศนศลิ ป์ในแต่ละยุคสมยั ของวัฒนธรรม ของวัฒนธรรมไทยและสากล
ไทยและสากล

 สาระที่ 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.1 : เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วิจารณค์ ุณคา่ ดนตรถี ่ายทอด

ความร้สู กึ ความคดิ ต่อดนตรีอย่างอสิ ระ ชืน่ ชม และประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั

ชน้ั ตัวช้วี ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง

ม.3 1. เปรียบองคป์ ระกอบทใ่ี ชใ้ นงานดนตรี การเปรียบเทียบองค์ประกอบในงานศิลปะ

และงานศลิ ปะอืน่ - การใช้องคป์ ระกอบในการสรา้ งสรรค์งานดนตรีและ

งานศิลปะแขนงอื่น

- เทคนิคทีใ่ ชใ้ นการสร้างสรรคง์ านดนตรแี ละงาน

ศลิ ปะแขนงอ่นื

2. รอ้ งเพลง เล่นดนตรเี ด่ยี วและรวมวงโดย เทคนิคและการแสดงออกในการขบั รอ้ งและบรรเลง

เนน้ เทคนิคการร้อง การเล่น การแสดงออก ดนตรีเดยี วและรวมวง

และคุณภาพเสียง

3. แต่งเพลงส้นั ๆ จงั หวะง่าย ๆ อตั ราจงั หวะ 24 และ 44

4. อธบิ ายเหตุผลในการเลือกใช้ การประพันธเ์ พลงในอตั ราจงั หวะ 24และ 44
การเลือกใช้องค์ประกอบในการสร้างสรรคบ์ ทเพลง

องค์ประกอบทางดนตรีในการสรา้ งสรรค์ - การเลอื กจังหวะเพ่ือสร้างสรรคบ์ ทเพลง

งานดนตรขี องตนเอง - การเรียบเรยี งทำนองเพลง

5. เปรยี บเทียบความแตกต่างระหวา่ งงาน การเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของบทเพลง

ดนตรขี องตนเองและผู้อ่นื - สำเนยี ง

- อตั ราจังหวะ

- รูปแบบบทเพลง

- การประสานเสยี ง

- เคร่อื งดนตรีท่บี รรเลง

6. อธิบายเกยี่ วกับอทิ ธิพลของดนตรที ีม่ ตี ่อ อิทธพิ ลของดนตรี

บคุ คลและสังคม - อทิ ธพิ ลของดนตรที ี่มีตอ่ บคุ คล

- อิทธพิ ลของดนตรที ี่มตี อ่ สงั คม

47

ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

7. นำเสนอหรอื จัดการแสดงดนตรที ่ี การจัดการแสดงดนตรใี นวาระต่าง ๆ

เหมาะสมโดยบรู ณาการกบั สาระการเรียนรู้ - การเลอื กวงดนตรี

อนื่ ในกลุม่ ศลิ ปะ - การเลือกบทเพลง

- การเลอื กและจัดเตรยี มสถานท่ี

- การเตรยี มบคุ ลากร

- การจัดรายการแสดง

- การเตรียมอปุ กรณเ์ ครอื่ งมือ

 สาระที่ 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.2 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีที่เป็น

มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น ภูมปิ ัญญาไทยและสากล

ช้นั ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง

ม.3 1. บรรยายววิ ัฒนาการของดนตรแี ตล่ ะยุค ประวัตดิ นตรีไทยยคุ สมัยต่าง ๆ

สมยั ประวัติดนตรตี ะวนั ตกยคุ สมยั ตา่ ง ๆ

2. อภิปรายลกั ษณะเด่นทท่ี ำใหง้ านดนตรี ปัจจยั ท่ที ำใหง้ านดนตรีน้นั ได้รับการยอมรบั

นั้นไดร้ บั การยอมรบั

 สาระที่ 3 นาฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ 3.1 : เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณค์ ุณค่านาฏศิลป์

ถา่ ยทอดความรูส้ ึก ความคดิ อยา่ งอิสระ ช่ืนชม และประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั

ชน้ั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.3 1.อธบิ ายอทิ ธิพลของนักแสดงช่อื ดังท่ีมีผล - การปฏบิ ัติตัวของผู้แสดงและผูช้ ม

ตอ่ การโน้มน้าวอารมณ์หรือความคดิ ของ - ประวัตินักแสดงท่ชี ืน่ ชอบ

ผู้ชม - การพัฒนารปู แบบการแสดงอิทธพิ ลของนักแสดงที่มี

ผลตอ่ พฤติกรรมของผู้ชม

2. ใชน้ าฏยศัพทห์ รือศัพท์ทางการละครใน นาฏยศพั ท์หรือศัพทท์ างการละครในการแสดงภาษา

การแสดง ทา่ และการตบี ท

-ท่าทางเคล่ือนไหวทแ่ี สดงส่ือทางอารมณ์

-ระบำเบ็ดเตล็ด

-รำวงมาตรฐาน

3. แสดงนาฏศิลปแ์ ละละครในรูปแบบง่ายๆ รูปแบบการแสดงนาฏศลิ ป์

- นาฏศิลป์

- นาฏศลิ ปพ์ นื้ บา้ น

- นาฏศลิ ป์นานาชาติ

48

ชั้น ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.3 4. ใช้ทกั ษะการทำงานเปน็ กลมุ่ ใน - บทบาทและหนา้ ทข่ี องฝ่ายต่างๆในการจดั การแสดง

กระบวนการผลติ การแสดง - การสร้างสรรคก์ ิจกรรมการแสดงทส่ี นใจ โดยแบ่ง

ฝา่ ยและหน้าทใ่ี หช้ ัดเจน

5. ใช้เกณฑง์ า่ ยๆท่ีกำหนดให้ในการ หลักในการชมการแสดง

พจิ ารณาคณุ ภาพการแสดงที่ชมโดยเนน้

เรอ่ื งการใชเ้ สียง การแสดงท่า และการ

เคล่อื นไหว

 สาระท่ี 3 นาฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ 3.2 : เข้าใจความสมั พันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวตั ศิ าสตรแ์ ละวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่าของนาฏศิลป์ท่ี

เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ ภูมิปัญญาไทยและสากล

ชั้น ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.3 1. ระบุปัจจยั ทมี่ ีผลตอ่ การเปล่ียนแปลงของ ปจั จัยที่มีผลต่อการเปลีย่ นแปลงของนาฏศลิ ป์

นาฏศิลป์ นาฏศิลป์พน้ื บา้ น ละครไทย และ นาฏศลิ ปพ์ ื้นบ้าน ละครไทย และละครพน้ื บ้าน

ละครพนื้ บ้าน

1. บรรยายประเภทของละครไทยในแต่ละ ประเภทของละครไทยในแต่ละยคุ สมัย

ยคุ สมัย

49

คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ
จำนวน 1 หนว่ ยกิต
รหัสวิชา ศ 23101 ศิลปะ 5
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมง

ศึกษาและฝึกปฏิบัติวิธีสื่อความคิดจินตนาการ ความรู้สึกความประทับใจ และสื่อความหมายได้สร้างสรรค์
งานศิลปะ ด้วยเทคนิค วิธีการต่างๆ ข่าวสารเทคโนโลยี และกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะกับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อื่นๆ และชีวิตประจำวัน รู้ และเข้าใจว่าความเชื่อทางวัฒนธรรมมีผลต่อการสร้างงานศิลปะชื่นชมเห็นคุณค่า
ศิลปวัฒนธรรมภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ ภูมปิ ัญญาไทยและสากล

มีความรู้ความเข้าใจประเภทเครื่องดนตรีหลักการผสมวงและอิทธิพลของดนตรีท่ีมีต่อจติ ใจและความรู้สึกของ
บุคคล ฝึกทักษะการขับร้องและบรรเลงดนตรี โดยนำองค์ประกอบทางดนตรีและเทคนิคทางดนตรีมาประยุกต์ใช้ มี
ความรับผิดชอบในการใช้และเก็บรักษาเครื่องดนตรี วิเคราะห์และวิจารณ์ความแตกต่างและความไพเราะของ
เสียงดนตรีที่ตนชื่นชอบ ตามหลักการทางดนตรี เข้าใจวิธีนำความรู้และหลักการทางดนตรีมาใช้กับกลุ่มสาระการ
เรียนร้อู ่นื ๆ และชวี ติ ประจำวนั ทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ ภูมปิ ัญญาไทยและสากล

มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบต่างๆทางการละคร สร้างผลงานละครขนาดสั้น เพื่อสื่อเรื่องราวและ
สาระสำคัญที่อยู่ในละคร ฝึกเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างมีรูปแบบ ตามหลักนาฏศิลป์ นำความรู้ความเข้าใจเบื้องต้น
เกี่ยวกับองค์ประกอบไปใช้ในการแสดงนาฏศิลป์ และวิธีการแสดงออกทางนาฏศิลป์และการละคร ชื่นชมและเห็ น
คุณค่าของการสืบสานนาฏศลิ ป์ การละครอันเป็นภูมปิ ัญญาสากล ในการอนุรักษแ์ ละเผยแพร่ภูมปิ ัญญาไทย

โดยประเมินจากผลงาน กระบวนการทำงาน ทักษะการปฏิบัติ สร้างสรรค์งานศิลปะ ด้วยเทคนิค ฝึกทักษะ
การขับร้องและบรรเลงดนตรี ฝึกเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างมีรูปแบบ ตามหลักนาฏศิลป์ เพื่อให้เกิดความชำนาญ เห็น
คณุ ค่าของการปฏบิ ตั จิ ริงไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวนั มจี ติ ศลิ ปะ มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม และคา่ นิยมทดี่ งี าม

รหสั ตวั ช้ีวดั
ศ.1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6
ศ.1.2 ม.3/1
ศ.2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
ศ.2.2 ม.3/1
ศ.3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
ศ.3.2 ม.3/1

รวม 17 ตัวช้ีวดั

50

โครงสร้างรายวชิ า

รหัสวิชา ศ 23101 ศิลปะ 5 (ทัศนศิลป)์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ

หนว่ ย ชื่อ มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ที่ หน่วยการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั (ชว่ั โมง) คะแนน

1. ทศั นธาตุ ศ.1.1 • ทศั นธาตุ หลกั การออกแบบใน 36
ม.3/1 สงิ่ แวดลอ้ มและงานทัศนศิลป์

2 เทคนิควิธกี ารของ ศ.1.1 • เทคนิควธิ ีการของศิลปนิ ในการสรา้ งงาน 3 6
ศลิ ปนิ ม.3/2 ทศั นศลิ ป์

3 หลักการออกแบบ ศ.1.1 • วิธกี ารใชท้ ัศนธาตุและหลักการออกแบบ 3 6
ทศั นศลิ ป์ ม.3/3 ในการสร้างงานทศั นศลิ ป์

4 การสร้างงาน ศ.1.1 • การสรา้ งงานทัศนศิลป์ทั้งไทยและสากล 3 6
ทัศนศิลป์ ม.3/4

5 การสรา้ งงานสอ่ื ผสม ศ.1.1 • การใช้หลกั การออกแบบในการสรา้ งงาน 3 6
ม.3/5 ส่อื ผสม

6 ทศั นศลิ ป์แบบ ศ.1.1 • การสร้างงานทัศนศลิ ป์แบบ 2 มติ ิ 25

2 มติ ิ และ 3 มติ ิ ม.3/6 และ 3 มิติ เพือ่ ถา่ ยทอดประสบการณ์

และจนิ ตนาการ

7 ทศั นศิลปก์ ับคุณคา่ ศ.1.2 • งานทัศนศลิ ป์กบั การสะท้อนคณุ คา่ ของ 2 5

ของวัฒนธรรม ม.3/1 วัฒนธรรม

รวมตลอดภาคเรียนท่ี 1 19 40

รายวิชา ศิลปะ 5 ( ดนตรี ) รหัสวชิ า ศ 23101
หนว่ ย ช่ือ
มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก
ที่ หนว่ ยการเรียนรู้ /ตวั ชวี้ ัด (ชัว่ โมง) คะแนน
1 องค์ประกอบดนตรี
ศ.2.1 • การเปรยี บเทยี บองคป์ ระกอบในงาน 2 4
2 เทคนคิ การขบั ร้อง ม.3/1 ศิลปะ
3 อตั ราจงั หวะการ
- การใช้องค์ประกอบในการสรา้ งสรรคง์ าน
ประพันธ์เพลง
ดนตรแี ละศลิ ปะแขนงอ่ืน

- เทคนคิ ที่ใชใ้ นการสรา้ งสรรค์งานดนตรี

และศิลปะแขนงอน่ื

ศ.2.1 • เทคนิคและการแสดงออกในการขับร้อง 2 4

ม.3/2 และบรรเลงดนตรเี ด่ยี วและรวมวง

ศ.2.1 • อตั ราจงั หวะ 2 และ 4 24
ม.3/3 4 4
• การประพนั ธ์เพลงในอตั ราจงั หวะ 2 และ 4

44

51

หน่วย ช่ือ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
(ชั่วโมง) คะแนน
ที่ หนว่ ยการเรยี นรู้ /ตวั ชีว้ ัด
24
4 การสร้างสรรค์ ศ.2.1 • การเลอื กใชอ้ งคป์ ระกอบในการ
24
บทเพลง ม.3/4 สรา้ งสรรคบ์ ทเพลง 10 20

- การเลือกจงั หวะเพอ่ื สรา้ งสรรคบ์ ทเพลง

- การเรียบเรียงทำนองเพลง

5 ประวัติดนตรีไทย ศ.2.2 • ประวตั ดิ นตรไี ทยยุคสมยั ต่าง ๆ
ประวัตดิ นตรีะวนั ตก ม.3/1 • ประวตั ดิ นตรีตะวนั ตกยคุ สมัยตา่ ง ๆ

รวมตลอดภาคเรียนท่ี 1

รายวชิ า ศลิ ปะ 5 ( นาฏศิลป์ ) สาระแกนกลาง รหัสวิชา ศ 23101

หน่วย ช่ือ มาตรฐาน เวลา น้ำหนัก
ท่ี หนว่ ยการเรียนรู้ /ตัวชีว้ ดั (ชวั่ โมง) คะแนน

1 องค์ประกอบของ ศ.3.1 • องค์ประกอบของบทละคร 24
บทละคร ม.3/1 - โครงเร่ือง

- ตวั ละครและการวางลักษณะนิสัยของตวั

ละคร

- ความคิดหรือแกน่ ของเรื่อง

- บทสนทนา

2 ภาษานาฏศลิ ป์ ศ.3.1 • ภาษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศลิ ป์ 24
ม.3/2 - ภาษาทา่ ท่ีมาจากธรรมชาติ

- ภาษาท่าทมี่ าจากการประดิษฐ์

- รำวงมาตรฐาน

3 รูปแบบการแสดง ศ.3.1 • รปู แบบการแสดง 14

ม.3/3 - การแสดงเป็นหมู่

- การแสดงเดีย่ ว

- การแสดงละคร

- การแสดงเปน็ ชุดเปน็ ตอน

4 การประดิษฐท์ า่ รำ ศ.3.1 • การประดิษฐท์ ่ารำและท่าทางประกอบ 2 4

ม.3/4 การแสดง

- ความหมาย

- ความเป็นมา

- ท่าทางท่ใี ช้ในการประดษิ ฐท์ ่ารำ

5 การออกแบบและ ศ.3. 2 • การออกแบบและสร้างสรรค์อุปกรณ์ 2 4
สร้างสรรค์อุปกรณ์ ม.3/1 และเคร่ืองแตง่ กายเพอ่ื การแสดงนาฏศลิ ป์

รวมตลอดภาคเรียนท่ี 1 9 20

สอบปลายภาค 2 20

รวมท้ังหมด 40 100

52

คำอธบิ ายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
จำนวน 1 หนว่ ยกติ
รหัสวชิ า ศ 23102 ศิลปะ 6
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง

ศกึ ษาและฝกึ ปฏบิ ตั ิเพ่ือใหม้ ีความรู้ และความสามารถเกย่ี วกับการสรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ โดยสื่อความจาก
ความคดิ จนิ ตนาการ ความรู้สึกประทับใจ แสดงความคดิ เห็น เก่ยี วกบั การคิด วเิ คราะห์ ตามหลักการองค์ประกอบ
ศลิ ป์ เลอื กใช้เทคโนโลยี และกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่นๆ และในชีวิตประจำวนั มี
ความรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคณุ ค่าช่นื ชมวัฒนธรรมประเพณี ท่ีเกย่ี วกบั งานทัศนศิลปใ์ นทอ้ งถิน่

เขา้ ใจประเภทของเครื่องดนตรี หลกั การผสมวง และอทิ ธิพลของดนตรีที่มีต่อมนษุ ย์ มีทักษะ ในการขับร้อง
และบรรเลงดนตรี วเิ คราะห์วิจารณ์ความไพเราะของดนตรี ทต่ี นชื่นชอบ สามารถนำหลักการทางดนตรีไปใชก้ บั กลุ่ม
สาระการเรียนรู้อื่นๆ และในชีวติ ประจำวันได้ จัดการแสดงและร่วมใน กจิ กรรมดนตรีทเี่ กยี่ วกับมรดกทางวัฒนธรรม
ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล

มีความร้แู ละทักษะด้านการเลือกสรรองคป์ ระกอบทางการละคร สรา้ งผลงานทางนาฏศิลปแ์ ละการละครด้วย
ความชืน่ ชม และเห็นคณุ ค่า สามารถบรู ณาการผลงานใช้กับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่นๆ และในชวี ิตประจำวันได้ รบั รู้
และเข้าใจในบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่มผี ลตอ่ การแสดงออกทางนาฏศิลป์ เผยแพรแ่ ละอนุรักษ์ผลงานด้าน
นาฏศิลป์ อนั เปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาไทย และสากล

โดยประเมนิ จากผลงาน กระบวนการทำงาน ทักษะการปฏิบัติ สรา้ งสรรคง์ านศิลปะ ด้วยเทคนคิ ฝกึ ทกั ษะการ
ขับร้องและบรรเลงดนตรี ฝกึ เคล่ือนไหวรา่ งกาย อย่างมรี ูปแบบ ตามหลักนาฏศิลป์ เพื่อให้เกดิ ความชำนาญ เห็น
คณุ คา่ ของการปฏบิ ตั ิจริงไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวนั มีจติ ศลิ ปะ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านยิ มท่ดี ีงาม

รหัสตวั ชี้วดั
ศ.1.1 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9 ม.3/10
ศ.1.2 ม.3/2
ศ.2.1 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7
ศ.2.2 ม.3/2
ศ.3.1 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7
ศ.3.2 ม.3/2

รวม 14 ตัวช้ีวดั

53

โครงสร้างรายวิชา

รหัสวชิ า ศ 23102 ศลิ ปะ 6 (ทศั นศลิ ป์) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง

หนว่ ย ชอื่ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
ที่ หน่วยการเรียนรู้ /ตัวช้ีวดั (ชวั่ โมง) คะแนน
1 ทศั นศิลป์แบบ 2
มติ ิ และ 3 มิติ ศ.1.1 • การสรา้ งงานทัศนศิลป์แบบ 2 มติ ิ และ 3 5
ม.3/6 3 มติ ิ เพอ่ื ถ่ายทอดประสบการณ์ และ
2 ทศั นธาตุ 3 5
จินตนาการ 3 5
3 วิเคราะหง์ าน
ทศั นศิลป์ ศ.1.1 • การประยุกต์ใช้ทศั นธาตุและหลักการ 3 10
ม.3/7 ออกแบบสร้างงานทัศนศลิ ป์
4 เทคนิค วิธีการ 3 5
สรา้ งงานทศั นศลิ ป์ ศ.1.1 • การวิเคราะห์รูปแบบ เน้อื หา และคณุ คา่ 2 5
ม.3/8 ในงานทศั นศิลป์ 2 5
5 อาชีพทาง 19 40
ทศั นศลิ ป์ ศ.1.1 • การใช้เทคนิค วิธกี ารที่หลากหลาย สร้าง
ม.3/9 งานทศั นศิลป์เพ่ือสื่อความหมาย
6 นิทรรศการ
ศ.1.1 • การประกอบอาชพี ทางทัศนศิลป์
7 ความแตกต่างของ ม.3/10
งานทศั นศิลป์
ศ.1.1 • การจัดนิทรรศการ
ม.3/11

ศ.1.2 • ความแตกต่างของงานทศั นศลิ ป์ในแต่ละ
ม.3/2 ยุคสมยั ของวัฒนธรรมไทยและสากล

รวมตลอดภาคเรยี นที่ 2

รายวิชา ศิลปะ 6 ( ดนตรี ) รหัสวิชา ศ 23102
หน่วย ชอ่ื
มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ /ตัวช้ีวดั (ช่วั โมง) คะแนน
1 เปรยี บเทยี บบท ศ.2.1
ม.3/5 • การเปรียบเทียบความแตกต่างของบทเพลง 3 5
เพลง
ศ.2.1 - สำเนียง
2 อิทธพิ ลของดนตรี ม.3/6
- อตั ราจังหวะ

- รูปแบบบทเพลง

- การประสานเสยี ง

- เคร่ืองดนตรีท่ีบรรเลง

• อิทธพิ ลของดนตรี 25

- อทิ ธพิ ลของดนตรีตอ่ บุคคล

- อทิ ธพิ ลของดนตรตี ่อสังคม

54

หน่วย ชื่อ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ที่ หน่วยการเรยี นรู้ /ตวั ชว้ี ัด (ชัว่ โมง) คะแนน
3 การแสดงดนตรีใน
วาระต่างๆ ศ.2.1 • การจัดการแสดงดนตรีในวาระต่าง ๆ 35
ม.3/7 - การเลือกวงดนตรี
4 ปจั จยั ที่ได้รบั การ 25
ยอมรับ - การเลือกบทเพลง 10 20

- การเลือกและจดั เตรียมสถานที่

- การเตรียมบคุ ลากร

- การเตรยี มอุปกรณเ์ คร่ืองมือ

- การจดั รายการแสดง

ศ.2.2 • ปัจจยั ที่ทำใหง้ านดนตรไี ด้รบั การยอมรับ
ม.3/2

รวมตลอดภาคเรียนท่ี 2

รายวชิ า ศิลปะ 6 ( นาฏศลิ ป์ ) รหัสวิชา ศ 23102
เวลา น้ำหนัก
หน่วย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐาน/ สาระสำคัญ (ชว่ั โมง) คะแนน
ที่ เรียนรู้ ตัวช้วี ัด 24

1 องค์ประกอบ ศ.3.1 • องค์ประกอบนาฏศิลป์ 24
นาฏศลิ ป์ ม.3/5 - จังหวะทำนอง
14
- การเคลือ่ นไหว 24

- อารมณ์และความรสู้ กึ 24
9 20
- ภาษาท่า นาฎยศพั ท์ 2 20
40 100
- รูปแบบของการแสดง

- การแตง่ กาย

2 วธิ กี ารเลือกการ ศ.3.1 • วธิ ีการเลอื กการแสดง
แสดง ม.3/6 - ประเภทของงาน

- ขัน้ ตอน

- ประโยชน์และคุณค่าของการแสดง

3 ละครกับชวี ติ ศ.3.1 • ละครกบั ชีวติ
ม.3/7

4 ความสำคญั และ ศ.3.2 • ความสำคญั และบทบาทของนาฏศลิ ป์
บทบาทของ ม.3/2 และการละครในชีวิตประจำวัน

นาฏศลิ ป์

5 ศ.3.2 • การอนรุ ักษน์ าฏศิลป์
ม.3/3

รวมตลอดภาคเรียนที่ 2

สอบปลายภาค

รวมท้ังหมด

55

สอ่ื /แหล่งเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ได้จัดทำสื่อและจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ตามหลักการ และนโยบายของการจัด
การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน ดังนี้

สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ทักษะ
กระบวนการ และคณุ ลกั ษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ สอ่ื การเรยี นรู้ มีหลากหลายประเภท
ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่นการเลือกใช้สื่อควรเลือกให้มี
ความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียนการจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและ
ผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมีคุณภาพจากสื่อต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้
ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่าง
พอเพียง เพอ่ื พฒั นาให้ผู้เรียน เกดิ การเรยี นรู้อย่างแท้จริงสถานศึกษาเขตพ้นื ที่การศึกษา หน่วยงานทีเ่ กี่ยวข้องและผู้มี
หนา้ ที่จัดการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน ควรดำเนนิ การดังน้ี

๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้ที่มี
ประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การเรียนรู้
ระหวา่ งสถานศกึ ษา ทอ้ งถิ่น ชมุ ชน สงั คมโลก

๒. จดั ทำและจัดหาสื่อการเรียนรู้สำหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมท้ังจัดหาส่ิงท่ี
มอี ยูในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ต์ใช้เป็นส่อื การเรยี นรู้

๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้
ธรรมชาติของสาระการเรยี นรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน

๔. ประเมนิ คณุ ภาพของสื่อการเรียนรู้ทเี่ ลอื กใช้อย่างเป็นระบบ
๕. ศกึ ษาคน้ คว้า วิจยั เพือ่ พฒั นาส่อื การเรยี นรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรยี นรู้ของผู้เรยี น
๖. จัดให้มกี ารกำกับ ตดิ ตาม ประเมนิ คณุ ภาพและประสทิ ธิภาพเกยี่ วกบั สอ่ื และการใช้ส่ือการเรยี นรู้เป็นระยะ
ๆ และสม่ำเสมอ
ในการจัดทำ การเลือกใช้และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษาควรคำนึงถึงหลักการ
สำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มี
การใช้ภาษาท่ีถูกต้อง รูปแบบการนําเสนอทเ่ี ข้าใจงา่ ย และนา่ สนใจ
ในการจัดการเรียนรู้ทุกรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สถานศึกษาส่งเสริม สนับสนุนการจัดการ
กระบวนการเรยี นรู้จากแหล่งเรียนรู้ดงั น้ี
๑. ห้องสมุดโรงเรยี น และห้องสมุดหน่วยงานอ่ืน ๆ ใกล้เคยี ง
๒. แหล่งวทิ ยาการทั้งภาครฐั และเอกชน ซ่งึ ให้บรกิ ารความรู้ในเรอ่ื งตา่ ง ๆ
๓. ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ปราชญ์ชาวบา้ น ทมี่ ีความรู้ความสามารถ มปี ระสบการณ์งานศลิ ปะ สาขาตา่ ง ๆ ท่ีมีอยู่
ในชุมชนท้องถิ่น ฯลฯ
๔. สื่อประกอบการสอน เช่น แผนภาพ แผนภูมิ เครื่องโทรทัศน์ เครื่องดนตรีไทย เครื่องดนตรีสากล เครื่อง
แตง่ กายนาฏศิลป์
๕. สื่อส่งิ พมิ พ์ตา่ ง ๆ เช่น เอกสารประกอบการสอน แผ่นพบั วารสาร หนงั สอื อ้างอิง หนังสือพมิ พ์
๖. ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น อุทยานแห่งชาติ สวนสตั ว์ พพิ ิธภณั ฑ์ วัด และโบราณสถาน
๗. ส่ืออเิ ล็กทรอนิกส์ เช่น อนิ เทอร์เนต็ ซดี ี–รอม วซี ีดี วดี ที ศั น์ ฯลฯ
๘. นิทรรศการ(ช่ัวคราว)/ นิทรรศการ(ถาวร) จัดแสดงผลงานของศิลปนหลากหลายรูปตาม สถานท่ีตามความ
เหมาะสมต่าง ๆ

56

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คะแนน
80
อัตราส่วนคะแนน คะแนนระหว่างปการศึกษา : สอบปลายปการศกึ ษา = ๘๐ : ๒๐ 60
รายการวดั
20
ระหว่างภาค มกี ารวัดและประเมินผล ดงั น้ี 20
๑. คะแนนระหว่างปกี ารศึกษา 100

๑.๑ วดั โดยใช้แบบทดสอบ
๑.๒ วัดทกั ษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ (เลอื กวดั ตามแผนการจดั การเรยี นรู้)

๑.๒.๑ ภาระงานทีม่ อบหมาย
- การทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ
- การประเมินกจิ กรรม/ชนิ้ งาน (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศลิ ป์)
- การรว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้

๑.๒.๒ แฟ้มสะสมงาน
๑.๒.๓ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
๑.๓ วดั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และเจตคติท่ีดตี อ่ วิชาศิลปะ
๒. คะแนนสอบกลางภาค วัดและประเมนิ ผลโดยใช้แบบทดสอบ
คะแนนสอบปลายภาค มวี ดั และประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ

รวม

เกณฑก์ ารวดั ผลประเมนิ ผล

๑. การวดั และประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ
๑.๑ เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบเลอื กตอบ พจิ ารณาจากความถกู ผิดของการเลือกตอบ
ตอบถกู ให้ ๑ คะแนน ตอบผดิ ให้ ๐ คะแนน
๑.๒ เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบถูกผิด พจิ ารณาจากความถูกผดิ ของคําตอบ
ตอบถูกให้ ๑ คะแนน ตอบผดิ ให้ ๐ คะแนน
๑.๓ เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบเติมคำ พจิ ารณาจากความถกู ผิดของคำตอบ
ตอบถกู ให้ ๑ คะแนน ตอบผิดให้ ๐ คะแนน
๑.๔ เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบจับคู่ พิจารณาจากความถูกผิดของการจบั คู่
จบั คถู่ ูกให้ ๑ คะแนน จับคู่ผดิ ให้ ๐ คะแนน
๑.5 เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบเปรียบเทยี บ พิจารณาจากความถูกผดิ ของการเปรียบเทียบ

เปรยี บเทียบถกู ให้ ๑ คะแนน เปรียบเทยี บผิดให้ ๐ คะแนน

57

๑.6 เกณฑ์การให้คะแนนแบบทดสอบแบบเขียนตอบ พิจารณาจากคำตอบในภาพรวมทั้งหมด โดยกำหนด
ระดบั คะแนนเป็น ๔ ระดับ ดังนี้

ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน
๓ ตอบไดถ้ ูกต้อง สามารถอธบิ ายเหตุผลได้อย่างชัดเจน
๒ ตอบไดถ้ ูกต้อง สามารถอธิบายเหตผุ ลได้เป็นบางส่วน แต่ยงั ไมช่ ดั เจน

๑ ตอบไดถ้ ูกต้อง แต่ไมส่ ามารถอธิบายเหตผุ ลได้

๐ ตอบไม่ถูกต้อง และไม่สามารถอธบิ ายเหตุผลได้

๑.๗ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบทดสอบแบบต่อเน่ือง
(๑) เกณฑก์ ารให้คะแนนแบบทดสอบแบบต่อเน่ืองท่ีกำหนดสถานการณ์
พจิ ารณาจากความถูกผดิ ของคำตอบ ตอบถูกให้ ๑ คะแนน ตอบผิดให้ ๐ คะแนน
(๒) เกณฑก์ ารให้คะแนนแบบทดสอบแบบต่อเนื่องสองขนั้ ตอน
โดยกำหนดระดบั คะแนนเป็น ๓ ระดบั ดังน้ี

ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน

๒ เลือกคำตอบและบอกเหตผุ ลประกอบถูกต้อง

๑ เลือกคำตอบถูกต้อง แต่บอกเหตุผลประกอบไม่ถูกต้อง หรือ เลือกคำตอบไม่ถูกต้อง
แต่บอกเหตุผลประกอบได้สอดคล้องกบั คำตอบทีเ่ ลือก

๐ เลือกคำตอบและบอกเหตุผลประกอบไม่ถกู ต้อง

๑.๘ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบทดสอบแสดงวธิ ที ำ
โดยกำหนดระดับคะแนนเป็น ๕ ระดับ ดังนี้

ระดบั คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน

๔ คำตอบถูกต้องและแสดงวิธีทำที่มีประสิทธิภาพ โดยแสดงถึงการคิดอย่างเป็นระบบ
และการคิดวิเคราะห์

๓ คำตอบถูกต้องและแสดงวธิ ที ำถกู ต้องสมบรู ณ์

๒ คำตอบถกู ต้อง แสดงวธิ ที ำถกู ต้องแตย่ ังไมส่ มบูรณ์

๑ คำตอบถูกต้อง มีการแสดงแสดงวธิ ีทำแต่ยังไมถ่ กู ตอ้ งสมบูรณ์

๐ คำตอบไม่ถูกต้อง และแสดงวธิ ีทำไม่ถกู ต้อง

58

๒. การวดั และประเมนิ ผลด้านทกั ษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ
๒.๑ ภาระงานท่ีมอบหมาย

- ใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะ
กำหนดเกณฑก์ ารทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะ ๔ ระดบั ดงั น้ี

ระดบั คุณภาพ เกณฑ์การให้คะแนน

๔ (ดีมาก) - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะครบถว้ นและเสร็จตามกําหนดเวลา
- ทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะได้ถูกต้อง

- แสดงลำดบั ขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะชัดเจน เหมาะสม

๓ (ด)ี - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะครบถว้ นและเสร็จตามกำหนดเวลา

- ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะได้ถกู ต้อง
- สลับขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะ หรือไม่ระบขุ ัน้ ตอน ของ
การทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ

๒ (พอใช้) - ทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะครบถวน แต่เสร็จหลงั กำหนดเวลาเล็กน้อย
- ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะขอ้ ไม่ถูกตอ้ ง

- สลบั ขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ หรือไม่ระบุขั้นตอน ของ
การทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะ

๑ (ปรับปรุง) - ทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะไมค่ รบถว้ น หรือไม่เสร็จตามกำหนดเวลา
- ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะไมถ่ ูกตอ้ ง

- แสดงลำดับขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะไม่สัมพันธ์กับ
โจทย์หรือไมแ่ สดงลำดับข้ันตอน

- การประเมนิ กจิ กรรม/ชิน้ งาน (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศลิ ป์)

กจิ กรรม/ชนิ้ งานทัศนศิลป์ กำหนดเกณฑ์การประเมนิ ผล เป็น ๓ ระดับ ดังน้ี

ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา

๓ (ด)ี - เตรยี มอุปกรณ์ครบและเลือกใช้งานได้เป็นอยา่ งดี

- ตง้ั ใจทำงาน จนงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมายเสรจ็ สมบูรณ์

- สามารถสร้างสรรคผ์ ลงานด้วยตวั เอง นำเสนองานที่แปลกใหม่และโดดเด่น

- ทำงานเสรจ็ ตามเวลาทกี่ ำหนด ช้ินงานมคี วามสมบูรณ์ครบถว้ น

๒ (พอใช้) - เตรียมอุปกรณ์ครบและเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม

- ตั้งใจทำงานบ้าง แตไ่ มต่ ลอดเวลา

- สามารถทำงาน คิดงานเองไดแ้ ตท่ ำงานไมโ่ ดดเด่นหรือแปลกใหม่

- ทำงานเสรจ็ ตามเวลาท่กี ำหนด แต่ชน้ิ งานขาดความสมบูรณ์

๑ (ปรบั ปรุง) - เตรยี มอปุ กรณ์ไมค่ รบ เลือกอุปกรณ์มาใช้งานไมถ่ กู ต้อง

- ไมค่ ่อยให้ความร่วมมอื กับผู้สอนและสมาธสิ ัน้

- สร้างสรรค์ผลงานไมไ่ ด้ ถ้าไมม่ แี บบอย่างใหท้ ำตาม

- ทำงานไมเ่ สรจ็ ตามเวลาท่ีกำหนด และขาดความสมบูรณ์ของชิ้นงาน

59

กจิ กรรมดนตรีกำหนดเกณฑ์การประเมนิ ผล เป็น ๓ ระดบั ดงั น้ี

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การพจิ ารณา

๓ (ด)ี - จงั หวะ ทำนอง ไมผ่ ดิ พลาดหรือผิดพลาดเล็กน้อย การวางท่าทางถูกต้อง มคี วาม

สง่างามในการเล่นดนตรี

๒ (พอใช้) - จงั หวะ ทำนอง ผดิ พลาด ๕-๖ แห่ง การวางท่าทางถกู ตอ้ งมีความสง่างาม ในการ

เล่นดนตรแี ต่ยังขาดความมัน่ ใจ

๑ (ปรับปรุง) - จังหวะ ทำนอง ผิดพลาดค่อนข้างมาก หรือ ๗ แห่ง ขึ้นไป การวางท่าทาง ขาด

ความสง่างามและขาดความมน่ั ใจ

กจิ กรรมขับร้อง กำหนดเกณฑ์การประเมนิ ผล เป็น ๓ ระดบั ดงั นี้

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การพจิ ารณา

๓ (ด)ี - จังหวะ ทำนอง ไม่ผิดพลาดหรือผิดพลาดเล็กน้อย ออกเสียงชัดเจนตลอดเพลง

อักขระ/ควบกลํา้ ผิดพลาดเลก็ น้อย แสดงลีลาท่าทางสร้างสรรคแ์ ละม่นั ใจ

๒ (พอใช้) - จังหวะ ทำนอง ผดิ พลาด ๕-๖ แห่ง ออกเสยี งไม่ชดั เจนบางแห่ง อักขระ/ ควบกลํ้า

ผิดพลาด ๕-๖ แห่ง แสดงลีลาท่าทางอย่างมนั่ ใจ

๑ (ปรับปรุง) - จังหวะ ทำนอง ผิดพลาดค่อนข้างมาก หรือ ๗ แห่งขึ้นไป ออกเสียงคลุมเครือ

อักขระ/ควบกลาํ้ ผดิ พลาดมาก ๗ แห่งขนึ้ ไป แสดงลีลาท่าทางเพียงเล็กน้อย

กิจกรรมนาฏศลิ ป์กำหนดเกณฑ์การประเมินผล เป็น ๓ ระดับ ดงั นี้

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การพิจารณา

๓ (ด)ี - เคลื่อนไหวตรงทำนองและจังหวะตลอดเพลง การแสดงอารมณ์และความรู้สึก

สอดคล้องกับจงั หวะเพลง

- มคี วามมน่ั ใจในการแสดงออก

- ปฏิบัติตามขั้นตอนตามบทบาทหน้าที่และปรับปรุงแก้ไขปญหาอุปสรรค อย่างมี

ประสิทธภิ าพ

- ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถในการปฏิบัติงานจนสำเร็จและรับผิดชอบต่อ ความ

ผิดพลาดทเี่ กิดขึ้น

- ผลงานมคี วามสมบรู ณ์มีคณุ ภาพและน่าสนใจ

๒ (พอใช้) - เคลื่อนไหวตรงทำนองและจังหวะผิดพลาดไม่ตลอดเพลง การแสดงอารมณ์

ความรู้สกึ สอดคล้องกับจังหวะเพลง

- มีทา่ ทางเคอะเขินในการแสดงออก

- มีการปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอนตามบทบาทหน้าท่ีแตต่ อ้ งได้รับคำแนะนำ

- รว่ มปฏบิ ตั งิ านตามจนสำเรจ็

- ผลงานมีความบกพร่องเลก็ น้อย

๑ (ปรบั ปรงุ ) - เคลื่อนไหวไม่ตรงทำนองและจังหวะ ผิดพลาดไม่ตลอดเพลง การแสดงอารมณ์

ความรู้สึกสอดคล้องกับจงั หวะเพลง

- ขาดความมน่ั ใจในการแสดงออก

- ไมป่ ฏิบตั ติ ามขัน้ ตอนหรือข้ามขนั้ ตอน

- รว่ มปฏิบัตงิ านเป็นบางครงั้ หรือต้องทำตามคำส่งั

- ผลงานไม่นา่ สนใจ มีความบกพร่องมาก

60

- การประเมินผลการร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
การร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ส่วนใหญ่มอบหมายภาระงานเป็นกลุ่มกำหนดเกณฑ์ การประเมินผลการ
รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ ดงั นี้

รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพจิ ารณา
๑. การวางแผน
๓ (ดี) - วางแผนและมอบหมายหน้าที่ให้สมาชิกได้ชดั เจน
๒. ความร่วมมอื ใน ๒ (พอใช้) - วางแผนแต่มอบหมายหน้าท่ีให้สมาชกิ ไมช่ ัดเจน
กลมุ่ ๑ (ปรับปรงุ ) - ไมม่ ีการวางแผน
๓. ทักษะการ ๓ (ด)ี - ทกุ คนทำงานตามหน้าที่รับผดิ ชอบ
ปฏบิ ตั กิ าร ๒ (พอใช้) - สมาชิกส่วนมากทำงานตามหน้าท่ี
๔. การเขยี นรายงาน ๑ (ปรบั ปรุง) - สมาชิกไม่ทำงานตามหน้าที่
๓ (ดี) - ปฏิบัตติ ามขนั้ ตอนอย่างถูกตอ้ งเหมาะสม
๕. เวลา ๒ (พอใช้) - ปฏบิ ัติตามขนั้ ตอนแตย่ งั มขี อ้ ผดิ พลาดเป็นบางส่วน
๑ (ปรบั ปรุง) - ไมส่ ามารถปฏบิ ัตไิ ดต้ ามขนั้ ตอนและมีความผดิ พลาด
๓ (ด)ี - เขยี นรายงานไดถ้ ูกต้องเหมาะสมและนำเสนอได้สมบูรณ์
๒ (พอใช้) - เขียนรายงานไมส่ มบูรณ์
๑ (ปรับปรงุ ) - รายงานมีขอ้ ผิดพลาดหรือไม่เขยี นรายงาน
๓ (ดี) - ปฏิบตั งิ านเสร็จสมบูรณ์ตามเวลาทก่ี ำหนด
๒ (พอใช้) - ปฏบิ ตั งิ านเสร็จตามเวลาทก่ี ำหนดแต่ไมส่ มบูรณ์
๑ (ปรับปรุง) - ปฏบิ ัติงานไม่เสร็จสมบูรณ์ตามเวลาทก่ี ำหนด

๒.๒ แฟ้มสะสมงาน
การประเมนิ แฟม้ สะสมงาน กำหนดเกณฑ์การประเมนิ เป็น ๔ ระดบั

ระดบั คุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา
๔ (ดมี าก)
๓ (ด)ี - ผลงานมีรายละเอียดอย่างเพียงพอที่แสดงถึงระดับความรู้และพัฒนาการ
๒ (พอใช้) ของผู้เรยี น และแสดงถงึ ความเข้าใจในเรื่องท่ีศกึ ษา

๑ (ปรับปรุง) - ผลงานมีรายละเอียดอย่างเพียงพอที่แสดงถึงระดับความรู้และพัฒนาการ
ของผู้เรียน ไมม่ ีข้อผิดพลาดทแี่ สดงว่าไมเ่ ขา้ ใจ

- ผลงานมีรายละเอยี ดแสดงไว้ในบนั ทึกให้เห็นถึงระดับความรู้และพัฒนาการ
ของผู้เรียน แต่พบว่าบางส่วนมีความผิดพลาดหรือไม่ชัดเจนหรือแสดงถึง
ความไมเ่ ขา้ ใจ ในเร่ืองทศ่ี ึกษาของผู้เรียน

- ผลงานมีข้อมูลน้อย ไม่มีรายละเอียดแสดงไว้ในบันทึกหรือแสดงให้เห็นถึง
ระดบั ความรู้และพัฒนาการของผู้เรยี น

61

๒.3 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
- การประเมินผลสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ประเมินโดยใช้แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ดังน้ี

ระดับคณุ ภาพ เกณฑ์การให้คะแนน
(๓) ดีเย่ียม
ผู้เรียนปฏิบัตติ นตามสมรรถนะจนเป็นนิสัย และนาํ ไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน เพื่อประโยชน์สุข
(๒) ดี ของตนเองและสงั คม โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดับ ดีเย่ียมจำนวน ๓-๕ สมรรถนะ
และไม่มีสมรรถนะใดไดผ้ ลการประเมินต่ำกว่าระดบั ดี
(๑) พอใช้
ผู้เรียนมีสมรรถนะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม พิจารณา
(๐) ปรบั ปรุง จาก
๑. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๑-๒ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการ
ประเมินตำ่ กว่าระดบั ดี หรอื
๒. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๒ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการ
ประเมนิ ต่ำกว่าระดับผ่าน หรอื
๓. ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน ๔-๕ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการ
ประเมนิ ต่ำกว่าระดบั ผ่าน

ผู้เรียนรบั รู้และปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์และเงอื่ นไขทสี่ ถานศึกษากำหนด พจิ ารณาจาก
๑. ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จำนวน ๔-๕ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการ
ประเมนิ ต่ำกว่าระดบั ผ่าน หรือ
๒. ไดผ้ ลการประเมินระดับดี จำนวน ๒ สมรรถนะ และไมม่ ีสมรรถนะใด ได้ผลการประเมิน
ต่ำกว่าระดับผ่าน

ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยพิจารณา จากผลการ
ประเมนิ ระดับตอ้ งปรบั ปรงุ ตั้งแต่ ๑ สมรรถนะ

เกณฑ์การให้คะแนน ๓ คะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏิบตั สิ ม่ำเสมอ ให้ ๒ คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติบอ่ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ตั ิบางครั้ง ให้ ๐ คะแนน
พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั ิน้อยครั้ง ให้

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๓-๑๕ ดเี ยี่ยม (๓)
๙-๑๒
๕-๘ ดี (๒)
ต่ำกว่า ๕ ผ่าน (๑)
ไมผ่ ่าน (๐)

62

แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

ช่อื .......................................................นามสกลุ ....................................................เลขที.่ .............ช้นั ...................

คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น และขดี ✓ลงในชอ่ งทตี่ รงกับคะแนน

ระดบั คณุ ภาพ

สมรรถนะด้าน รายการประเมนิ ดีเยีย่ ม ดี ผ่าน ไมผ่ ่าน

(3) (2) (1) (0)

1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สง่ สาร

ในการส่อื สาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคดิ ความ

เข้าใจ ของตนเอง โดยใชภ้ าษาอย่างเหมาะสม

1.3 ใชว้ ิธกี ารสือ่ สารทเ่ี หมาะสม มปี ระสทิ ธิภาพ

1.4 เจรจาตอ่ รองเพ่ือขจัดและลดปญั หาความขัดแย้งต่าง ๆ ได้

1.5 เลือกรับและไมร่ ับขอ้ มลู ข่าวสารด้วยเหตผุ ลและถกู ต้อง

สรุปผลการประเมิน รวม ........ คะแนน ระดับ ...........

2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์

ในการคิด 2.2 มีทกั ษะในการคิดนอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์

2.3 สามารถคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ

2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองค์ความรู้

2.5 ตัดสนิ ใจแก้ปัญหาเกย่ี วกับตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม

สรุปผลการประเมนิ รวม ........ คะแนน ระดับ ...........

3. ความสามารถ 3.1 สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ทเ่ี ผชิญได้

ในการแกป้ ญั หา 3.2 ใช้เหตผุ ลในการแกป้ ญั หา

3.3 เข้าใจความสัมพนั ธแ์ ละการเปล่ียนแปลงในสงั คม

3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรูม้ าใช้ในการป้องกนั และ

แก้ไขปัญหา

3.5 สามารติดสนิ ใจไดเ้ หมาะสมตามวัย

สรปุ ผลการประเมิน รวม ........ คะแนน ระดับ ...........

4. ความสามารถ 4.1 เรียนรดู้ ว้ ยตนเองได้เหมาะสมตามวัย

ในการใชท้ ักษะ 4.2 สามารถทำงานกลุ่มรว่ มกบั ผอู้ นื่ ได้
ชีวิต 4.3 นำความรู้ท่ไี ด้ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั

4.4 จัดการปญั หาและความขดั แย้งได้เหมาะสม

4.5 หลกี เลยี่ งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงคท์ ่สี ่งผลกระทบต่อตนเอง

สรุปผลการประเมิน รวม ........ คะแนน ระดบั ...........

5. ความสามารถ 5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยไี ดเ้ หมาะสมตามวยั

ในการใช้ 5.2 มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี

เทคโนโลยี 5.3 สามารถนำเทคโนโลยไี ปใชพ้ ฒั นาตนเอง

5.4 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์

5.5 มคี ณุ ธรรม จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี

สรปุ ผลการประเมนิ รวม ........ คะแนน ระดับ ...........

ระดับคุณภาพตามเกณฑก์ ารประเมินในหลักสูตรรายชน้ั

ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ

63

3. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
การประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเมินโดยใช้แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์กำหนด

เกณฑใ์ นการประเมิน ดังน้ี

ระดบั คุณภาพ เกณฑ์การให้คะแนน
(๓) ดเี ยยี่ ม
ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์สุข
ของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินทั้ง ๘ คุณลักษณะ คือ ได้ระดับ ๓
จำนวน ๕-๘ คุณลักษณะ และไม่มคี ณุ ลักษณะใดได้ผลการประเมนิ ต่ำกว่าระดับ ๒

(๒) ดี ผู้เรยี นมีคณุ ลกั ษณะในการปฏิบัตติ ามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรบั ของสงั คม พิจารณาจาก
(๑) ผ่าน ๑. ได้ผลการประเมิน ระดบั ๓ จำนวน ๑-๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ไดผ้ ลการ

ประเมินต่ำกว่าระดบั ๒ หรอื
๒. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๓ จำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ

ประเมินตำ่ กว่าระดับ ๑ หรือ
๓. ได้ผลการประเมิน ระดบั ๒ จำนวน ๕-๘ คณุ ลักษณะ และไม่มคี ณุ ลักษณะใด ไดผ้ ลการ

ประเมินต่ำกว่าระดับ ๑

ผู้เรยี นรบั รู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขทีส่ ถานศกึ ษากำหนด พจิ ารณาจาก
๑. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๑ จำนวน คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ

ประเมนิ ตำ่ กว่าระดบั ๑ หรอื
๒. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๒ จำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ

ประเมนิ ตำ่ กว่าระดบั ๑

(๐) ไมผ่ ่าน ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยพิจารณาจากผลการ
ประเมิน ระดบั ๐ ตั้งแต่ ๑ คุณลักษณะขน้ึ ไป

เกณฑ์การให้คะแนน ๓ คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิสมำ่ เสมอ ให้ ๒ คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั บิ ่อยครง้ั ให้ ๑ คะแนน
พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัติบางครั้ง ให้ ๐ คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั นิ ้อยครั้ง ให้

64

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ช่อื .......................................................นามสกุล....................................................เลขท่ี. .............ชนั้ ...................

คำช้ีแจง : ให้ผ้สู อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น และขีด ✓ ลงในช่องท่ตี รงกับคะแนน

ระดบั คณุ ภาพ

สมรรถนะด้าน รายการประเมนิ ดีเยย่ี ม ดี ผา่ น ไม่ผ่าน

(3) (2) (1) (0)

1. รกั ชาติ - ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้

ศาสน์ กษตั ริย์ - เขา้ ร่วมกิจกรรมทีส่ รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และ

เป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน

- เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนบั ถือ ปฏบิ ัติตาม

หลัก ศาสนา

- เข้ารว่ มกจิ กรรมที่เก่ยี วกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์

ตามที่ โรงเรียนจัดข้นึ

2. ซื่อสตั ย์ - ให้ขอ้ มลู ท่ีถกู ต้อง และเป็นจรงิ

สุจรติ - ปฏิบัติในสิง่ ทถ่ี ูกต้อง

3. มีวินัย - ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของ

รบั ผดิ ชอบ ครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกจิ กรรม

ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

4. ใฝเ่ รียนรู้ - รจู้ กั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้

- รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

- เชื่อฟงั คำสั่งสอนของบดิ า

- มารดา โดยไม่โต้แย้ง

– ตั้งใจเรียน

5. อยอู่ ยา่ ง - ใช้ทรัพยส์ ินและสิ่งของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

พอเพยี ง - ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและรู้คณุ ค่า

- ใชจ้ า่ ยอย่างประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงนิ

6. มงุ่ มั่นในการ - มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ด้รบั

ทำงาน มอบหมาย

- มคี วามอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพื่อใหง้ าน

สำเรจ็

7. รักความเปน็ - มีจติ สำนึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย

ไทย - เหน็ คุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มจี ติ - รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน

สาธารณะ - รู้จกั การดูแลรักษาทรัพย์สมบัติและสงิ่ แวดลอ้ มของ

หอ้ งเรยี นและโรงเรียน

ระดบั คุณภาพตามเกณฑ์การประเมนิ ในหลักสตู รรายชนั้

ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมิน

65

เกณฑก์ ารตดั สนิ ผลการเรียน

1. เกณฑ์การตัดสนิ ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนน
ผลการเรยี นดีเย่ยี ม ๘๐ - ๑๐๐
ระดับผลการเรยี น ผลการเรยี นดมี าก ๗๕ – ๗๙
๔ ๗๐ – ๗๔
๓.๕ ผลการเรียนดี ๖๕ – ๖๙
๓ ผลการเรยี นค่อนข้างดี ๖๐ – ๖๔
๒.๕ ผลการเรียนปานกลาง ๕๕ – ๕๙
๒ ๕๐ – ๕๔
๑.๕ ผลการเรียนพอใช้ 0 - ๔๙
๑ ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ
๐ ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์

๒. เกณฑ์การตัดสินผลการเรียน ร และ มส.
2.๑) ตัดสินผลการเรียน ร หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินผลการเรียนไม่ได้เนื่องจาก ผู้เรียนไม่มีข้อมูล

ผลการเรียนในรายวิชาครบถ้วน ได้แก่ ไม่ได้วัดผลกลางภาคเรียน/ปลายภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานที่ มอบหมายให้ทำซ่ึง
งานน้ันเป็นส่วนหนึง่ ของการตัดสนิ ผลการเรยี น หรอื มีเหตสุ ดุ วสิ ัยท่ีทำให้ประเมนิ ผลการเรยี นไม่ได้

2.2) ตัดสินผลการเรียน มส. หมายถึง ผู้เรียนไม่มีสิทธิเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน เนื่องจากผู้เรียนมี
เวลาเรยี นไมถ่ งึ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้งั หมด และไม่ไดร้ บั การผ่อนผนั ให้เขา้ รบั การวัดผลปลายภาคเรยี น

การประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์และการเขยี น

เกณฑ์การประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะห์และการเขียน คะแนนเต็ม 10๐ คะแนน

ระดบั คุณภาพ ความหมาย ชว่ งคะแนน
ดเี ย่ยี ม 80 - 10๐
ดี มีผลงานทีแ่ สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิด 65 – 79
ผ่าน วิเคราะห์และเขยี น ท่ีมีคุณภาพดีเลิศอยู่เสมอ 5๐ – 64

ไมผ่ ่าน มผี ลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถในการอ่าน คิด 1 - 49
วเิ คราะห์และเขยี น ท่ีมคี ณุ ภาพเป็นที่ยอมรับได้

มผี ลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิด
วิเคราะห์ และเขียน ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ
ได้ แตย่ งั มขี อ้ บกพร่องบางประการ

ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน
คิดวิเคราะห์และเขียน หรือถ้ามีผลงาน ผลงาน
น้ันยงั มีข้อบกพร่องทีต่ ้องการได้รับการปรับปรุง
แก้ไขหลายประการ

66

บรรณานุกรม

กรมวิชาการ.(๒๕๕๕). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๕ และพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาภาคบงั คับ พ.ศ. ๒๕๔๕.กรุงเทพฯ : อกั ษรไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๕). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๕. กรุงเทพฯ :
คุรสุ ภาลาดพรา้ ว.

________________. (๒๕๕๑). หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑. กรงุ เทพฯ :
ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน. (๒๕๕๗,๒๙ กันยายน). แนวปฏิบัติเกี่ยวกับคา่ นิยมหลัก ๑๒
ประการสกู่ ารปฏิบัติ. กรงุ เทพฯ : ผู้แต่ง.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร. กรุงเทพฯ : ชุมนุม
สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

_____________________________. (๒๕๕๑). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ศลิ ปะ. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพช์ ุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

67

ภาคผนวก

68

ภาคผนวก ก

คำอภิธานศัพท์

69

อภิธานศพั ท์

ทศั นศิลป์

โครงสร้างเคลอ่ื นไหว (mobile)
เปน็ งานประติมากรรมทีม่ ีโครงสร้างบอบบางจัดสมดุลดว้ ยเสน้ ลวดแข็งบาง ๆ ท่ีมวี ัตถุรูปรา่ ง รูปทรงตา่ ง ๆ ท่ี

ออกแบบเช่ือมติดกับเสน้ ลวด เป็นเครื่องแขวนที่เคล่ือนไหวได้ดว้ ยกระแสลมเพยี งเบา ๆ

งานสอ่ื ผสม (mixed media)
เปน็ งานออกแบบทางทัศนศิลปท์ ี่ประกอบดว้ ยหลายส่ือโดยใชว้ สั ดุหลาย ๆ แบบ เชน่ กระดาษ ไม้ โลหะ

สร้างความผสมกลมกลืนดว้ ยการสร้างสรรค์

จงั หวะ (rhythm)
เป็นความสัมพันธ์ของทัศนธาตุ เช่น เส้น สี รูปร่าง รูปทรง น้ำหนักในลักษณะของการซำ้ กัน สลับไปมา หรือ

ลักษณะล่ืนไหล เคลือ่ นไหวไม่ขาดระยะจงั หวะท่ีมคี วามสัมพนั ธต์ ่อเน่ืองกันจะช่วยเนน้ ใหเ้ กิดความเดน่ หรือทางดนตรี
ก็คือการซำ้ กนั ของเสยี งในชว่ งเท่ากนั หรือแตกต่างกันจงั หวะใหค้ วามรูส้ ึกหรือความพอใจทางสุนทรียภาพในงานศิลปะ

ทศั นธาตุ (visual elements)
สิ่งที่เป็นปัจจัยของการมองเหน็ เปน็ ส่วนตา่ ง ๆ ที่ประกอบกันเป็นภาพ ได้แก่ เส้น น้ำหนัก ที่ว่าง รูปร่าง

รปู ทรง สี และลกั ษณะพ้ืนผวิ

ทัศนยี ภาพ (perspective)
วิธีเขยี นภาพของวัตถุใหม้ องเหน็ ว่ามรี ะยะใกลไ้ กล

ทัศนศลิ ป์ (visual art)
ศลิ ปะท่ีรับรู้ไดด้ ้วยการเห็น ไดแ้ ก่ จติ รกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และงานสรา้ งสรรคอ์ ่นื ๆ ที่รับรดู้ ้วยการเห็น

ภาพปะติด (collage)
เป็นภาพที่ทำขึ้นดว้ ยการใช้วัสดุต่าง ๆ เช่น กระดาษ ผ้า เศษวัสดุธรรมชาติ ฯลฯ ปะติดลงบนแผ่นภาพ

ด้วยกาวหรือแป้งเปียก
วงสีธรรมชาติ (color circle)

คอื วงกลมซ่ึงจัดระบบสใี นแสงสีร้งุ ท่ีเรียงกันอย่ใู นธรรมชาติ สวี รรณะอนุ่ จะอย่ใู นซกี ท่มี ีสีแดงและเหลอื ง ส่วน
สวี รรณะเย็นอยู่ในซีกทีม่ ีสเี ขยี ว และสีมว่ ง สีคูต่ รงข้ามกันจะอยู่ตรงกนั ขา้ มในวงสี
วรรณะสี (tone)

ลักษณะของสีที่แบ่งตามความรู้สึกอุ่นหรือเย็น เช่น สีแดง อยู่ในวรรณะอุ่น (warm tone) สีเขียวอยู่ใน
วรรณะเย็น (cool tone)
สคี ู่ตรงขา้ ม (complementary colors)

สีท่ีอยู่ตรงกันข้ามกันในวงสีธรรมชาติเป็นคู่สีกัน คือ สีคู่ที่ตัดกันหรือต่างจากกันมากที่สุด เช่น สีแดงกับสี
เขยี ว สเี หลอื งกับสมี ่วง สนี ้ำเงนิ กับสสี ม้
องคป์ ระกอบศลิ ป์ (composition of art) วชิ าหรือทฤษฎีท่ีเกยี่ วกับการสร้างรูปทรงในงานทศั นศลิ ป์

70

ดนตรี

การดำเนินทำนอง (melodic progression)
1. การก้าวเดนิ ไปข้างหนา้ ของทำนอง
2. กระบวนการดำเนนิ คอรด์ ซงึ่ แนวทำนองขยบั ทีละขั้น

ความเข้มของเสียง (dynamic)
เสยี งเบา เสียงดงั เสยี งท่มี ีความเข้มเสยี งมากกย็ ิ่งดงั มากเหมือนกบั loudness

ดน้ สด
เป็นการเลน่ ดนตรหี รือขับรอ้ ง โดยไมไ่ ดเ้ ตรยี มซ้อมตามโน้ตเพลงมาก่อน ผู้เลน่ มอี สิ ระในการกำหนดวิธีปฏิบัติ

เครื่องดนตรีและขับร้อง บนพื้นฐานของเนื้อหาดนตรีที่เหมาะสม เช่น การบรรเลง ในอัตราความเร็วที่ยืดหยุ่น การ
บรรเลงด้วยการเพม่ิ หรือตัดโนต้ บางตัว

บทเพลงไล่เลียน (canon)
แคนอน มาจากภาษากรีก แปลว่า กฎเกณฑ์ หมายถึงรูปแบบบทเพลงที่มีหลายแนวหรือดนตรีหลายแนว แต่

ละแนวมีทำนองเหมือนกัน แต่เริ่มไม่พร้อมกันแต่ละแนว จึงมีทำนองที่ไล่เลียนกันไปเป็นระยะเวลายาวกว่าการเลยี น
ทั่วไป โดยทั่วไปไม่ควรต่ำกว่า 3 ห้อง ระยะขั้นคู่ระหว่างสองแนวที่เลียนกันจะห่างกันเป็นระยะเท่าใดก็ได้ เช่น แค
นอนคู่สอง หมายถึง แคนอนที่แนวทั้งสองเริ่มที่โน้ตห่างกันเป็นระยะคู่ 5 และรักษาระยะคู่ 5 ไปโดยตลอดถือเป็น
ประเภทของลลี าสอดประสานแนวทำนองแบบเลียนท่มี กี ฎเกณฑเ์ ข้มงวดทส่ี ดุ

ประโยคเพลง (phrase)
กลมุ่ ทำนอง จังหวะที่เรียบเรยี งเช่อื มโยงกันเปน็ หนว่ ยของเพลงที่มีความคิดจบสมบรู ณ์ในตวั เอง มักลงทา้ ย

ด้วยเคเดนซ์ เปน็ หนว่ ยสำคญั ของเพลง

ประโยคเพลงถาม - ตอบ
เป็นประโยคเพลง 2 ประโยคที่ต่อเนื่องกันลีลาในการตอบรับ – ส่งล้อ – ล้อเลียนกันอย่างสอดคล้อง เป็น

ลักษณะคล้ายกันกับบทเพลงรูปแบบ AB แต่เป็นประโยคเพลงสั้น ๆ ซึ่งมักจะมีอัตราความเร็วเท่ากันระหว่าง 2
ประโยค และความยาวเท่ากัน เช่น ประโยคเพลงท่ี 1 (ถาม)มีความยาว 2 หอ้ งเพลง ประโยคเพลงที่ 2 (ตอบ) ก็จะมี
ความยาว 2 ห้องเพลง ซง่ึ จะมลี ีลาตา่ งกนั แต่สอดรับกันไดก้ ลมกลืน
ผลงานดนตรี

ผลงานที่สรา้ งสรรคข์ ้ึนมาโดยมีความเก่ียวข้องกับการนำเสนองานทางดนตรี เช่น บทเพลง การแสดงดนตรี

เพลงทำนองวน (round)
เพลงที่ประกอบด้วยทำนองอย่างน้อย 2 แนว ไล่เลียนทำนองเดียวกัน แต่ต่างเวลาหรือจังหวะ สามารถไล่

เลียนกันไปได้อยา่ งตอ่ เนื่องจนกลบั มาเร่มิ ตน้ ใหม่ได้อีกไม่มีวันจบ

รปู รา่ งทำนอง (melodic contour)
รูปรา่ งการขึ้นลงของทำนอง ทำนองที่สมดลุ จะมที ศิ ทางการขึ้นลงทเ่ี หมาะสม

สีสันของเสยี ง

ลักษณะเฉพาะของเสียงแต่ละชนิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะต่างกัน เช่น ลักษณะเฉพาะของสีสันของเสียงผู้ชาย
จะมีความทุ้มต่ำแตกต่างจากสีสันของเสียงผู้หญิง ลักษณะเฉพาะของสีสันของเสียงของเด็กผู้ชายคนหนึ่งจะมีความ
แตกตา่ งจากเสยี งเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ

71

องคป์ ระกอบดนตรี (elements of music)
ส่วนประกอบสำคัญที่ทำใหเ้ กิดเสยี งดนตรี ได้แกท่ ำนอง จังหวะ เสียงประสาน สสี ันของเสยี ง และเนื้อดนตรี

อัตราความเรว็ (tempo)
ความชา้ ความเรว็ ของเพลง เชน่ อัลเลโกร(allegro) เลนโต (lento)

ABA
สัญลกั ษณ์บอกรูปแบบวรรณกรรมดนตรแี บบตรีบท หรอื เทอร์นารี (ternary)

ternary form
สังคีตลักษณ์สามตอน โครงสร้างของบทเพลงที่มีส่วนสำคัญขยับทีละขั้นอยู่ 3 ตอน ตอนแรกและตอนที่ 3

คือ ตอน A จะเหมือนหรือคล้ายคลึงกันทั้งในแง่ของทำนองและกุญแจเสียงส่วนตอนที่ 2 คือ ตอน B เป็นตอนท่ี
แตกต่างออกไป ความสำคัญของสงั คตี ลักษณ์น้ี คอื การกลบั มาของตอน A ซ่งึ นำทำนองของสว่ นแรกกลบั มาในกุญแจ
เสียงเดิมเป็นสังคีตลักษณ์ทใี่ ชม้ ากทส่ี ุดโดยเฉพาะในเพลงร้อง จึงอาจเรยี กวา่ สงั คีตลักษณเ์ พลงรอ้ ง (song form) ก็ได้

นาฏศลิ ป์

การตีบท
การแสดงท่ารำตามบทร้อง บทเจรจาหรือบทพากย์ควรคำนึงถึงความหมายของบท แบ่งเป็นการตีบท

ธรรมชาติ และการตีบทแบบละคร

การประดิษฐท์ า่
การนำภาษาท่า ภาษานาฎศิลป์ หรือ นาฏยศัพท์มาออกแบบ ให้สอดคล้องสัมพันธ์กับจังหวะทำนอง บท

เพลง บทรอ้ ง ลลี า ความสวยงาม

นาฏยศพั ท์
ศัพท์เฉพาะทางนาฎศิลป์ ที่ใช้เกี่ยวกับการเรียกท่ารำ กิริยาที่แสดงมีส่วนศีรษะใบหน้าและไหล่ ส่วนแขน

และมอื ส่วนของลำตวั ส่วนขาและเท้า

บคุ คลสำคัญในวงการนาฎศลิ ป์
เปน็ ผู้เชย่ี วชาญทางนาฎศิลป์ และภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ทส่ี ร้างผลงาน

ภาษาท่า
การแสดงท่าทางแทนคำพูด ใชแ้ สดงกิรยิ าหรอื อริ ยิ าบถ และใช้แสดงถงึ อารมณภ์ ายใน

สว่ นขาและเท้า
กริ ิยาแสดง เชน่ กระทบ ยืดยุบ ประเทา้ กระดกเทา้ กระทุ้ง จรด ขยบั ซอย วางสน้ ยกเท้า ถดั เทา้

สว่ นแขนและมือ
กริ ิยาทีแ่ สดง เช่น จบี ตั้งวง ลอ่ แก้ว มว้ นมือ สะบัดมอื กรายมอื สา่ ยมือ

ส่วนลำตวั
กิริยาทีแ่ สดง เช่น ยักตัว โยต้ ัว โยกตวั

สว่ นศรี ษะใบหนา้ และไหล่
กิริยาทีแ่ สดง เช่น เอยี งศีรษะ เอียงไหล่ กดไหล่ กลอ่ มไหล่ กลอ่ มหน้า

72

สง่ิ ท่เี คารพ
ในสาระนาฎศิลป์มีส่ิงที่เคารพสืบทอดมา คือ พ่อแก่ หรือพระพรตฤษี ซึ่งผู้เรียนจะต้อง แสดงความเคารพ

เม่ือเร่ิมเรียนและกอ่ นแสดง
องคป์ ระกอบนาฎศลิ ป์

จังหวะและทำนองการเคลื่อนไหว อารมณ์และความรู้สึก ภาษาท่า นาฎยศัพท์ รูปแบบของการแสดง การ
แต่งกาย
องค์ประกอบละคร

การเลือกและแตง่ บท การเลือกผ้แู สดง การกำหนดบุคลิกของผู้แสดง การพฒั นารปู แบบของการแสดง การ
ปฏิบตั ิตนของผแู้ สดงและผ้ชู ม

73

ภาคผนวก ข

คำสง่ั โรงเรยี นบา้ นวงั ตาอินทร์

- แตง่ ตง้ั คณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอนิ ทร์ พ.ศ. 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551

- คำส่งั แตง่ ต้ังคณะกรรมการบริหารหลักสตู ร และงานวิชาการสถานศึกษาข้นั พ้นื ฐาน

74

75

76

77

78

ภาคผนวก ค

ประกาศ/คำสง่ั กระทรวงศึกษาธกิ าร

- คำสั่ง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระ

ภาคผปนระวกกาศ.ค..ภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตร

แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
- คำสั่ง ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และ

วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
- คำสั่ง ยกเลิกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระที่ 3

เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร ในกลุ่มสาระการเรียนรูก้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 และเปลี่ยนชอื่ กลุม่ สาระการเรยี นรู้

- คำสั่ง การปรับปรุงโครงสร้างเวลาเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551

- ประกาศ การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

- ประกาศ การบริหารจัดการเวลาเรียนของสถานศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน

79

80

81

82

83

84

85

86

87

88

89

90

91

92

93


Click to View FlipBook Version