Problem Analysis
ระบบบริหารจัดสกกู่ าารรคพวัฒามนเาสคีย่ ุณงภาพสถานศึกษา
กรณศี ึกษา : วิทยาลัยการอาชพี นวมนิ ทราชทู ิศ
Case Study in The Educational Administration Risk to Develop The Quality of
The Institute : Nawamintrachutid Industrial And Communicational College
นายพีรวชิ ญ์ มีสัจจานนท์
nwm.ac.th
การบรหิ ารความเสี่ยง กรณีศึกษา : วทิ ยาลยั การอาชีพนวมนิ ทราชูทิศ
นายพรี วชิ ญ์ มีสัจจานนท์
ระหวา่ งวันท่ี 31 สิงหาคม – 3 กนั ยายน 2563
1. บทนำ
ปัจจุบันระบบราชการต้องเป็นกลไกลสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทำหน้าที่เป็นแกนหลัก ในการนำ
นโยบายของรัฐไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และสนองความต้องการ ของประชาชน การ
เปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมืองของโลก ของภูมิภาค และ ของประเทศไทย มีผลให้
ขา้ ราชการต้องปฏิบัตงิ านแบบมืออาชีพมากขึน้ ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา จึงจำเปน็ ต้องพัฒนาสมรรถนะด้านภาวะ
ผู้นำเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร (สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, 2549: 42 ) ยุทธศาสตร์
การพัฒนาระบบราชการไทยได้กำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการและวิธีการทำงาน เพื่อยกระดับขีด
ความสามารถและมาตรฐานการทำงานของหนว่ ยงานราชการใหอ้ ยู่ในระดับสูงเทียบเท่ามาตรฐานสากล โดย
ยึดหลักการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกจิการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.
2546 ซึ่งประกอบไปด้วยเป้าหมายสำคัญคือ เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เพื่อผลสัมฤทธิ์ต่อ
ภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชงิ ภารกิจของรัฐ ลดขั้นตอนการปฏิบตั ิงานทีเ่ กินความ
จำเป็น รวมทั้งมีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ (สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ,2550,
หน้า 4)
การบริหารความเสี่ยงขององค์กรทุกประเภท ทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชนทุกองค์กรจะต้ัง
วัตถุประสงค์ไว้ชัดเจน เช่น เพื่อคุณภาพการศึกษา เพื่อสร้างผลกำไร เพื่อให้การบริการประชาชน เป็นต้น ไม่
ว่าจะกำหนดวัตถุประสงค์ไว้เช่นไรก็ตาม การบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวนั้น จะต้องประสบ กับความเสี่ยง (
Risk) อยู่เสมอ ซึ่งอาจปรากฏในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น นโยบายการเงิน ทรัพยากรมนุษย์
เทคโนโลยี การเมือง ความเสี่ยงเป็นภาวะคุกคาม ปัญหา อุปสรรคหรือความสูญเสีย โอกาสซึ่งจะทำให้องค์กร
ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือก่อให้เกิดความเสียหายองค์กร ทั้งใน ด้านกลยุทธ์การปฏิบัติงาน การ
ดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ประเด็นสำคัญในเรื่องเกี่ยวกับ ความเสี่ยง คือความไม่แน่นอน
(Uncertainty) ของผลลพั ธ์ (สำนกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ, 2553: 11)
องค์การการศึกษาในปัจจุบันล้วนดำเนินการภายใต้ภาวะความเสี่ยง ผู้บริหารจึงต้องศึกษา และ
จัดการความเส่ียง เพ่ือให้องค์กรเผชิญภาวะความเสย่ี งให้อยู่ในระดับ ทยี่ อมรับได้ขององค์กร การบริหารความ
เสี่ยงจึงเป็นส่วนหน่ึงของการบริหารจัดการความปกติหมายถึงการใหทุกคนใน องค์การได้มีส่วนร่วม เช่น
สถานศึกษาคณะกรรมการการบริหารมีการวิเคราะห์เชิงลึกเชื่อมโยง กับแผนยุทธศาสตร์แผนปฏิบัติงาน
ประจำปี ผลของการบริหารความเสี่ยงจะเป็นการวัดความสามารถ และการดำเนินงานของบุคลากรใน
สถานศึกษาได้เป็นอย่างดี (เจนเนตร มณีนาค และคณะ, 2548, หน้า 30) ผู้บริหารจึงมีบทบาทสำคัญใน
การบริหารงาน เนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง จึงต้องมีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ในการ
บริหารงาน ความเส่ียงในการบริหารงาน สามารถเกิดขน้ึ ไดต้ ลอดเวลา ความรูแ้ ละประสบการณ์การทำงานที่
แตกต่างกันอาจจะทำให้ความสามารถในการปฏิบัติงานได้แตกต่างกัน เพราะผู้ที่มีประสบการณ์มากจะ
ปรับเปลี่ยนอาจจะทำให้ความสามารถในการปฏิบัติงานได้แตกต่างกัน เพราะผู้ที่มีประสบการณ์มากจะ
ปรับเปลี่ยนความคิด พฤติกรรม สามารถคาดการณ์ถึงผลการปฏิบัติงานและเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถค้นหา
แกไ้ ขปญั หาภายใต้ ความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี
จากเหตุผลข้างต้นนั้นอาจจะส่งผลต่อการบริหารสถานศึกษา ผู้วิจัยได้รับมอบหมายให้มาฝึก
ประสบการณ์ผู้อำนวยการ ท่ีวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ และได้รับหัวข้อที่ต้องศึกษาเรื่องของการ
บริหารความเสี่ยง กรณีศึกษา : วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยง
ในการพัฒนาสถานศึกษา และเพื่อเป็นเครื่องมือให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ในการบริหาร กำกับ ควบคุม
และตัดสินใจในด้านตา่ ง ๆ ทีส่ ่งผลให้การ ดำเนินงานหรือโครงการที่สำคญั ของสถานศกึ ษา
2. วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย
เพอื่ ศกึ ษาการบริหารความเส่ียงสูก่ ารพฒั นาคุณภาพสถานศึกษา กรณศี ึกษา : วิทยาลยั การอาชีพนว
มินทราชูทศิ
3. ความหมายและความสำคญั การบริหารความเสย่ี ง
ความหมายกการบริหารความเสย่ี ง (Risk Management) เป็นการบริหารองค์กรโดยเน้นกำไร
ใช้กลุยุทธ์เพื่อบริหาร ผลสัมฤทธิ์ขององค์กรในเชิงป้องกันความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นการแก้ปัญหาจำกัด
ความจากความเสี่ยงในภายหลัง จึงถือเป็น “การบริหารเชิงอนาคต (Future Management)” ที่ใช้สำหรับ
การเสริมจุดแข็งและปิดจุดอ่อนของการดำเนินงานตามเป้าหมาย (Target) ของเป้าประสงค์ที่องค์กรตั้งไว้ใน
อนาคตทุกๆ ยุทธศาสตร์
ความเสี่ยง (สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา:2549) ได้ให้หมายถึง เหตุการณ์หรือการ
กระทำใดๆ ทีม่ โี อกาสจะเกิดข้ึนได้ในอนาคตและส่งผลกระทบหรือสร้างความเสี่ยง (ท้งั ท่ีเปน็ ตวั เงินและไม่เป็น
ตัวเงิน)หรือก่อให้เกิดความล้มเหลวหรือลดโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี ของส่วน
ราชการ
ความเสี่ยง (กรมบัญชีกลาง 2550)หมายถึง สถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นและเป็นอุปสรรคต่อ
การบรรลเุ ปา้ หมายขององค์กรหรืออาจหมายถึงโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์หรือการกระทำอยา่ งหน่ึงอย่างใดซ่ึงมี
ผลกระทบให้การดำเนินงานขององค์กรเกิดความเสี่ยง ความผิดพลาด การรั่วไหล ความสูญเปล่าและไม่บรรลุ
วตั ถุประสงค์ของหนว่ ยงานซงึ่ รวมถงึ การทำให้วัตถุประสงคห์ รือเป้าหมายขององค์กรเบยี่ งเบนไป
การบริหารความเสี่ยง คือ “การบริหารปัจจัยและควบคุม กิจกรรม รวมท้ังกระบวนการ
ดำเนินงานต่าง ๆ โดยลดผลกระทบและโอกาสที่จะทำให้เกิดความเสียหาย เพื่อให้ระดับของความเสี่ยงและ
ผลกระทบที่จะเกิดข้ึนในอนาคตอยใู่ นระดบั ท่ีสถานศึกษายอมรบั ได”้
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (2552,111) ได้ให้ความหมายของการบริหาร
ความเสี่ยง คือ กระบวนการที่เป็นระบบในการบริหารปัจจัยและควบคุมกิจกรรม รวมทั้งกระบวนการ
ดำเนินการต่างๆ เพื่อลดมูลเหตุของโอกาสทีจ่ ะทำให้เกดิ ความเสียหายจากการดำเนินการทีไ่ ม่เป็นไปตามแผน
เพื่อให้ระดับของความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้นในอนาคตอยู่ในระดับทีส่ ามารถยอมรับได้ ควบคุมได้ และ
ตรวจสอบได้อยา่ งเปน็ ระบบ
ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factor) หมายถึงต้นเหตุหรือสาเหตุที่มาของความเสี่ยงที่จะทำให้ไม่บรรลุ
วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยต้องระบุได้ด้วยว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดที่ไหน เมื่อใด และเกิดขึ้นได้อย่างไร และ
ทำไม ทั้งนี้ สาเหตุของความเสี่ยงที่ระบุควรเป็นสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะได้วิเคราะห์และกำหนด มาตรการลด
ความเสย่ี งในภายหลังได้อยา่ งถูกต้อง
ปัจจัยความเสี่ยงพิจารณาไดจ้ าก
1) ปจั จยั ภายนอก เชน่ เศรษฐกจิ สงั คม การเมอื ง กฎหมาย ฯลฯ
2) ปัจจัยภายใน เช่น กฎระเบียบ ข้อบังคับภายในองค์กร ประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ ระบบ
การทำงาน ฯลฯ
จากความหมายของส่วนราชการต่างๆ ที่ได้ให้ไว้นั้น สามารถสรุปได้ว่า ความเสี่ยงคือ
สถานการณท์ ีเ่ กดิ ขึ้นไดใ้ นอนาคต ซึ่งอาจจะเกิดจากการคาดคะเนในทางท่ดี ีและทางที่ไม่ดี ซึง่ ความเส่ยี งเปรียบ
ได้กับการลงทุนท่ีไม่อาจคาดผลลัพธ์ในอนาคตได้ จึงจะต้องเตรียมแผนการณร์ บั มอื ไว้ ทั้งในทางดแี ละทางไมด่ ี
สำนกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ (คมู่ อื บรหิ ารความเสยี่ ง : 28) ไดแ้ บง่ ความเสย่ี งออกเปน็
4 ประเภท ได้แก่
1. ความเสี่ยงดา้ นกลยุทธ์ (Strategic risk : S) คือ ความเสี่ยงทเ่ี กดิ จากการกำหนดแผน กล
ยุทธ์ แผนดำเนินงานที่นำไปปฏิบัตไิ มเ่ หมาะสมหรือไม่สอดคล้องกับปจั จัยภายในและสภาพแวดลอ้ ม ภายนอก
อันส่งผลกระทบต่อการบรรลุวสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ หรอื สถานะขององคก์ ร
2. ความเส่ยี งด้านการดำเนินงาน (Operational risk : O) คอื ความเสี่ยงท่เี กดิ จากการ
ปฏิบตั ิงานทกุ ๆ ขน้ั ตอนโดยครอบคลุมถงึ ปัจจัยท่ีเก่ียวข้องกบั กระบวนการ อุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ
บคุ ลากรในการปฏิบัตงิ าน เป็นตน้
3. ความเสี่ยงดา้ นการเงิน (Financial risk : F) คอื ความเสี่ยงท่เี กิดจากการเบิกจา่ ย
งบประมาณ ไมเ่ ป็นไปตามแผนงบประมาณ ถกู ตดั งบประมาณท่ีได้รับไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของภารกิจ
ทีเ่ ปลี่ยนแปลงไปทำใหก้ ารจดั สรรไม่เพยี งพอ
4. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Compliance risk : C) หรือ (event
risk) คอื ความเส่ยี งทเ่ี กิดจากการไม่สามารถปฏบิ ัติตามกฎระเบยี บหรือกฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง ได้หรือกฎหมายที่
มีอยูไ่ มเ่ หมาะสม หรอื เป็นอปุ สรรคต่อการปฏิบัติงาน
สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (แนวทางการดำเนินการบริหารความเส่ียงของสำนักงานปลัด
กระทรวงการคลัง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2557 ) ไดแ้ บ่งประเภทของความเสย่ี งไว้ 4 ประเภท ไดแ้ ก่
1. ความเสยี่ งดา้ นกลยทุ ธ์ (Strategic risk) คอื ความเสี่ยงท่ีเกิดจากกจิ กรรมการดำเนนิ งาน
ขององค์กร การกำหนดกลยทุ ธห์ รือแผนงานและนโยบายในการบริหารงาน
2. ความเสย่ี งด้านการเงนิ (Financial risk) คือ ความเส่ียงที่เกดิ จากความไม่พร้อมในเรื่อง ของ
งบประมาณการเงินทใี่ ช้ในการดำเนินการโครงการนัน้ ๆ
3. ความเสย่ี งดา้ นการดำเนนิ งาน (Operational risk) คอื ความเสยี่ งที่เกิดจากการปฏบิ ัตงิ าน
ทุก ๆ ข้นั ตอน โดยครอบคลมุ ถงึ ปัจจยั ที่เกย่ี วข้องกบั กระบวนการ อุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ บคุ ลากรใน
การปฏบิ ตั งิ าน
4. ความเสี่ยงด้านกฎระเบยี บหรือกฎหมายที่เก่ียวขอ้ ง (Compliance risk) คือ ความเส่ียง ที่
เกิดจากการไม่ปฏิบตั ติ ามกฎระเบยี บ หรือกฎหมายที่เกยี่ วข้อง หรือกฎหมายที่มีอยไู่ มเ่ หมาะสม หรอื เปน็
อปุ สรรคตอ่
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (แผนบริหารความเสี่ยง ประจำปีงบประมาณ,2560) การ
บริหารความเสี่ยง (Risk Management) หมายถึง กระบวนการที่ใช้ในการบริหารจัดการให้โอกาสที่จะเกิด
เหตุการณ์ความเสี่ยงลดลง หรือผลกระทบของความเสียหายจากเหตุการณ์ความเสี่ยงลดลงอยู่ในระดับที่
องค์กรยอมรบั ได้ ซง่ึ การจัดการความเสีย่ งอาจแบง่ โดยสรปุ ไดเ้ ป็น 4 แนวทางหลกั คอื
1.Take (การยอมรับความเส่ียง : Risk Acceptance) หมายถึง ยอมรับความเสีย่ งที่เกิดจากการ
ปฏิบตั ิงานและภายใตร้ ะดบั ความเส่ียงทอ่ี งค์กรสามารถยอมรับได้ ซึง่ ไมต่ อ้ งดำเนินการใดๆ
2. Treat (การลดความเสี่ยง : Risk Reduction) หมายถึง การดำเนินงานปรับปรุงการทำงาน
จัดกิจกรรมเพ่อื ลดโอกาสเกิดหรอื ลดผลกระทบของความเสย่ี งให้อย่ใู นระดับท่ยี อมรบั ได้
3. Terminate (การหลีกเล่ียงความเส่ียง : Risk Avoidance) หมายถึง การยกเลิกหรือหลีกเลี่ยง
กิจกรรมที่ก่อให้เกดิ ความเสีย่ ง ทั้งนี้หากใช้กลยุทธ์นี้อาจตอ้ งพิจารณาวตั ถุประสงค์ว่า สามารถบรรลุได้หรือไม่
เพือ่ ทำการปรับเปลี่ยนตอ่ ไป
4. Transfer (การถ่ายโอนความเสี่ยง : Risk Transfer) หมายถึง การจัดการความเสี่ยงหรือ
กระบวนการหรอื ยกหรอื แบง่ ความเส่ียงบานส่วนทสี่ ามารถถ่ายโอนไปยงั ผอู้ ่นื หรือองค์กรอ่นื ได้
การประเมินความเสยี่ ง (Risk Assessment)
การประเมินความเสี่ยง หมายถึง กระบวนการระบุความเสี่ยง การวิเคราะห์ความเสี่ยงและ
จัดลำดับความเสี่ยง โดยการประเมนิ จากโอกาสทจี่ ะเกดิ (Likelihood) และผลกระทบ (Impact)
1) โอกาสท่ีจะเกดิ (Likelihood) หมายถงึ ความถีห่ รอื โอกาสท่ีจะเกดิ เหตกุ ารณ์ ความเส่ียง
2) ผลกระทบ (Impact) หมายถึง ขนาดความรุนแรงของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากเกิด
เหตกุ ารณ์ความเสี่ยง
3) ระดับของความเสี่ยง (Degree of Risk) หมายถึง สถานะของความเสี่ยงที่ได้จากประเมิน
โอกาสและผลกระทบของแตล่ ะปัจจยั เส่ียงแบง่ เป็น 5 ระดบั คือ สงู มาก สูง ปานกลาง น้อย และน้อยมาก
การควบคมุ (Control)
การควบคุม หมายถึง นโยบาย แนวทาง หรือขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ ซึ่งกระทำเพื่อลดความเสี่ยง
และทำให้การดำเนนิ บรรลวุ ัตถุประสงค์ แบง่ ได้ 4 ประเภท คอื
1) การควบคุมเพื่อการป้องกัน (Preventive Control) เป็นวิธีการควบคุมที่กำหนดขึ้นเพื่อ
ป้องกนั ไม่ใหเ้ กิดความเส่ยี ง และขอ้ ผิดพลาดต้งั แต่แรก
2) การควบคุมเพื่อให้ตรวจพบ (Detective Control) เป็นวิธีการควบคุมที่กำหนดขึ้นเพื่อค้นพบ
ข้อผิดพลาดท่ีเกิดขนึ้ แล้ว
3) การควบคุมโดยการช้ีแนะ (Directive Control) เป็นวธิ ีการควบคุมท่สี ง่ เสริมหรือกระตุ้นให้เกิด
ความสำเร็จตามวัตถปุ ระสงคท์ ่ตี ้องการ
4) การควบคุมเพื่อการแก้ไข (Corrective Control) เป็นวิธีการควบคุมที่กำหนดขึ้นเพื่อแก้ไข
ขอ้ ผดิ พลาดทเ่ี กิดข้ึนให้ถกู ตอ้ งหรือเพื่อหาวธิ กี ารแก้ไขไมใ่ หเ้ กิดข้อผดิ พลาดซำ้ อกี ในอนาคต
4. เคร่อื งมือทีใ่ ชใ้ นการวิจยั
การสมั ภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) โดยสัมภาษณ์เปน็ รายบุคคลใชค้ ำถามปลายเปดิ เพอื่ ให้
กลุม่ ตัวอย่างแสดงความคดิ เห็นไดอ้ ยา่ งอิสระ ทำให้ไดข้ อ้ มูลหลากหลายแง่มมุ ซึ่งคำถามมีดังน้ี
1. สภาพการทำงานปัจจุบัน
2. ปัญหาท่มี ักพบในการปฏบิ ตั งิ าน (ระบุไดม้ ากกวา่ 1 ปัญหา)
2.1 ปัญหาทีม่ ักพบในการปฏบิ ตั งิ าน คดิ ว่ามีความเส่ยี งมากนอ้ ยเพยี งใด
2.2 ปัญหาที่มักพบในการปฏิบัติงาน คิดวา่ มีความถ่มี ากน้อยเพยี งใด
3. แนวทางในการแก้ไขปัญหา
5. การวิเคราะห์ข้อมลู
วธิ กี ารวเิ คราะห์ขอ้ มลู
ผู้วิจัยจะนำข้อมูลที่ได้ค้นคว้าจากแนวคิด ทฤษฏี และเอกสารต่างๆ ข้อมูลจากการสัมภาษณ์
ผู้บริหารสถานศึกษารองผู้อำนวยการ หัวหน้างานการเงิน หัวหน้างานพัสดุ หัวหน้างานบัญชี หัวหน้างาน
แผนงานและความรว่ มมือ หวั หนา้ งานปกครอง จากกลุ่มตวั อยา่ ง มาศึกษาและวิเคราะห์ตามกระบวนการของ
งานวิจัยเชิงคุณภาพ กล่าวคือ วิเคราะหถ์ ึงประเด็นสำคัญท่ีไดจ้ าก 1. การกําหนดกรอบแนวคิดในการวิจัยโดย
การศึกษาจากแนวคิด ทฤษฎีและเอกสารต างๆ รวมถึง การบูรณาการแนวคิดของ Committee of
Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) (2004) แ ล ะ International
Standard Organization (ISO) (2009) โดยมีขั้นตอนหรือกระบวนการบริหารความเสี่ยง 5 ขั้นตอน ที่
ขับเคลื่อนผ่านวงจร PDCA ซึ่งประกอบไปด้วย การวางแผน (Plan) การลงมือทำ (Do) การตรวจสอบ
(Check) และการปรับปรุงแกไข (Act) อยางตอเนื่อง วิเคราะห์ตามกระบวนการของงานวิจัยเชิงคุณภาพ
กล่าวคือ วิเคราะห์ถึงประเด็นสำคัญที่ได้จากสัมภาษณ์ (Major themes) และนำเสนอผลการวิจัยด้วยวิธีการ
เชงิ บรรยาย (Descriptive Research)
6. ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
รูปแบบงานวิจัย เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth
interview) โดยสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 ท่าน สัมภาษณ์คณะครูที่เกี่ยวขอ้ ง จำนวน..5 คน
ท่ปี ฏิบัตหิ นา้ ที่อยู่ในวทิ ยาลัยการอาชีพนวมนิ ทราชูทิศ โดยนำเสนอข้อมูลตา่ ง ๆ ดงั นี้
1. สภาพการบริหารความเสี่ยงของวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ องค์ประกอบที่เป็นปัจจัย
ความเสี่ยงในภาพรวมมีการดำเนินการโดยการกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อให้วิทยาลัย มีระบบในการบริหาร
ความเสี่ยงเพือ่ ลดหรอื ป้องกนั ความเสียหายท่ีเกดิ ขนึ้
2. ประเมินจากการบทสัมภาษณ์ความเสี่ยงที่สําคัญในวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ คืองาน
ปกครอง เรื่องการทะเลาะวิวาท ระหว่างนักเรียน นักศึกษา ของวิทยาลัยกับ นักเรียน นักศึกษา สถานศึกษา
อื่น ถึงแม้ว่าวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาขนาดเล็ก มีนักเรียน นักศึกษา ประมาณ 500 คน แต่ก็มีปัญหา
เรอื่ งการทะเลาะวิวาท เน่ืองจากวทิ ยาลยั อยใู่ กลก้ บั สถานศึกษาเอกชนหลายแห่ง จงึ ทำใหม้ ีการเกิดปัญหาขึ้น
และส่งผลต่อปญั หาเด็กออกกลางคนั ทำให้ภาพลกั ษณ์วิทยาลัยมองไม่ดี ในอดีตวทิ ยาลยั มีผูเ้ รยี นเป็นจำนวน
มากต่อมาเริ่มมีจำนวนลดลง เป็นลำดับจนกระทั่งปัจจุบันมีแนวโน้มลดลง ผู้ปกครองขาดความเชื่อถือใน
วิทยาลัย จึงทำให้ปัญหาเรื่องทะเลาะวิวาทเป็นความเสี่ยงของวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ และจาก
การสัมภาษณ์ ให้แนวทางเดียวกันโดยการทำคู่มือการบริหารความเสี่ยงเรื่องการแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาท
เพื่อเป็นแนวทางเดียวกัน ทำให้มีระบบการบริหารความเสี่ยง โดยการบริหารปัจจัย และควบคุมกิจการ
รวมทั้งกระบวนการดำเนินงานต่าง ๆ ลดมูลเหตุของแต่ละโอกาสที่จะเกิดความเสียหาย ให้ระดับความเสี่ยง
และขนาดของความเสียหายท่ีจะเกิดข้นึ ในอนาคต จึงกำหนดนโยบายการบรหิ ารความเสีย่ ง มกี ารติดตามและ
ประเมนิ ผลการบริหารความเสี่ยงโดยมกี ารทบทวนและปรับปรุงสม่ำเสมอ ใหม้ กี ารนำเทคโนโลยีสารสนเทศมา
ใช้เพื่อการจัดการที่ดี และทำให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานประจำวันตามโครงสร้าง
สายงานท่ีรบั ผิดชอบ
3. ปัจจัยความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ ได้มีการ
กำหนดกลยทุ ธใ์ นการพัฒนาสถานศกึ ษาให้ม่งุ สู่ความสำเรจ็ ดังตอ่ ไปนี้
3.1 พฒั นาครู บคุ ลากรและผเู้ รียนใหม้ คี ณุ ภาพสอู่ าเซียน
3.2 พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยใี หส้ อดคล้องกบั การจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็น
ศนู ย์กลาง
3.3 การบริการวิชาชพี สู่ชุมชน
3.4 การบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในด้านการบริหารและการจดั การ
4. นวัตกรรมที่สง่ ผลต่อความสำเร็จ นวัตกรรมการบรหิ ารของวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ คือ
การบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยประสบ ผลสำเร็จและได้รับรางวัลระดับชาติ เป็นกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพแบบ
ชมุ ชนแหง่ การเรียนรทู้ างวชิ าชพี (Professional Learning Community : PLC) นวัตกรรมกระบวนการชมุ ชน
แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เป็นตัวแบบในการสร้างองค์ความรู้แบบ ใหม่และการออกแบบการจัด
การศกึ ษาท่ีช่วยให้ช้ันเรียนมสี สี ันด้านการจัดการเรียนรูร้ ะหว่างครูและผู้เรยี น ครจู ึง เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
และสถานศึกษาต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการบริหารสถานศึกษาจาก แบบเดิมไปสู่การพัฒนา
สถานศึกษา ให้มีความเป็นสถานศึกษาแห่งการเรียนรู้ โดยจัดให้มีชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional
Learning Community : PLC) คอื การรว่ มมือ รว่ มพลงั ร่วมทำ และรว่ มเรียนรรู้ ่วมกนั ของคนใน องคก์ ารบน
พืน้ ฐานวฒั นธรรมความสมั พนั ธ์แบบกัลยาณมิตรที่มวี ิสัยทัศน์ คุณคา่ เป้าหมาย และภารกจิ รวมกันโดย ทำงาน
ร่วมกันเป็นทีม ดังนั้นจะเกิดเป็นชุมนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพได้ สถานศึกษาต้องมีการสร้างวัฒนธรรม
องค์การท่ีเขม้ แขง็ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ วทิ ยาลัยการอาชพี นวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร เปน็ สถานศึกษา
ประเภทขนาดเลก็ สงั กดั สำนกั งาน คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร จัดการศึกษาที่มุ่งเน้น
และพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพด้าน วิชาการสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน จากปัญหาการจัดการศึกษาที่ล้าสมัย ทำให้
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่บรรลุ วัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา ขาดการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ระหว่างครูกับผู้เรียน ขาดทักษะฝีมือ เฉพาะด้านในการปฏิบัติงาน องค์ความรู้นำไปปฏิบัติในวิชาชีพบกพรอ่ ง
ทำให้ผู้เรียนปฎิบัติงานล่าช้าและไม่ตรงกับ เป้าหมาย สถานศึกษาจึงมีแนวคิดที่จะใช้กระบวนออกแบบการ
จัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมโดยใช้ทฤษฎีทางสังคม เชิงพหุปัญญา อันหมายถึง กระบวนการที่ใช้พฤติกรรม
ของผู้เรียนนำมาเป็นจุดประสงค์ความต้องการเรียนรู้ ปฏิบัติ ด้วยกระบวนการสังเกตตามขั้นตอนการเรียนรู้
แสดงพฤติกรรมตัวแบบตามกระบวนการ พัฒนาการคดิ การ วเิ คราะห์ การนำเสนออยา่ งถูกขน้ั ตอนการเรียนรู้
สถานศึกษาจึงออกแบบการจัดการเรียนรู้และพัฒนารูปแบบของ จิตมโนทัศน์ในการจัดการศึกษาแบบมีส่วน
ร่วมด้วยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ บนพื้นฐานทาง สังคมเชิงพุทธิปัญญา เพื่อเสริมสร้าง
นกั เรียน นกั ศึกษา กล้าคิด กล้าทำ กลา้ นำเสนอ สู่มาตรฐานอาชีพอาชวี ศึกษา ขัน้ ตอนการดำเนินการ วิทยาลัย
การอาชีพนวมินทราชูทิศได้ทำความร่วมมือกับสถานประกอบการในด้าน เคร่อื งมือ อปุ กรณแ์ ละส่ือการสอนที่
มีราคาสงู เพื่อประหยดั งบประมาณ และได้อุปกรณ์ทท่ี นั สมัยรวมถึง พฒั นา หลกั สตู รทส่ี อดคล้องกบั บรบิ ทของ
ผู้เรียน ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาได้ดียิ่งขึ้น ภายใต้รูปแบบการ บริหารจัดการอาชีวศึกษา
หลักสูตรทวิภาคีเชื่อมโยงสถานประกอบการรองรับอุตสาหกรรม New S-curve โดยใช้ 3C-NWM@PLC
Model ผลการดำเนินงาน วิทยาลยั การอาชีพนวมินทราชูทศิ ไดร้ บั ผลการประเมนิ จากครุ สุ ภาอยใู่ นระดบั ผา่ น
ดีเด่น ด้านอาชวี ศึกษา นำเสนอผลงานในวนั ครู ปี 2563 ที่ผา่ นมา ระดับประเทศ โดยมมี หาวิทยาลัยที่ให้การ
นิเทศติดตาม คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
และ มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญญบุรี อีกทั้งเป็นสถานศึกษาต้นแบบในการพัฒนาวิชาชีพแบบชุมชนแห่งการ
เรยี นรู้ทาง วิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) โดยมสี ถานศึกษาท่มี าศึกษาดงู านมากมาย
อาทิ เช่น มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลา้
เจ้า คุณทหารลาดกระบัง โรงเรียนแย้มจาดวิชชานุสรณ์ วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก เป็นต้น
ปัจจัยสู่ความสำเร็จ การจัดกิจกรรมแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หัวใจของกระบวนการที่พัฒนา
ตนเองและม่งุ สผู่ ้เู รยี น คือ จรรยาบรรณวชิ าชีพต่อผู้รว่ มวชิ าชีพ กล่าวคือ ตอ้ งเปดิ ใจ ร่วมแรง กัลยาณมิตร มุ่ง
พัฒนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ยอกรับความต่างระหว่างวัยของครู ซึ่งในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษานั้น
จำเป็นต้อง อาศัยความร่วมมือทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้องบุคคลในองค์กรและต่างองค์กรได้ร่วมกันเพื่อจัดการงานให้
บรรลุเปา้ หมายที่ ต้องการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและสำเร็จ การพัฒนาวิชาชพี แบบชุมชนแห่งการเรยี นรู้
ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ของวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ ประสบ
ความสำเร็จไดน้ ั้น ก็ด้วยวิสัยทัศน์ของผูบ้ ริหารท่ีมุ่งการบรหิ ารงานโดยยึดหลักการมีสว่ นร่วม เปิดโอกาสใหผ้ ้มู ี
ส่วนเกี่ยวข้องกับการจัด การศึกษาได้เข้ามาส่วนคิดตัดสินใจ ร่วมวางแผน ร่วมทำงานจึงก่อให้เกิดความรู้สึก
ผูกพัน ผูกมัดและตกลงใจ ร่วมกันในการบรหิ ารสถานศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย การเข้าร่วมพัฒนาวิชาชีพแบบ
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ของวิทยาลัยการอาชีพนวมิ
นทราชูทิศได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารและครูทุกคนในสถานศึกษา ส่งผลให้ ได้รับรับเงินอุดหนุนการ
ดำเนนิ งานส่งเสรมิ กระบวนการชุมชนแหง่ การเรียนรูท้ างวิชาชพี เพ่อื พัฒนาจรรยาบรรณ วชิ าชีพ จากสำนักงาน
เลขาธิการคุรสุ ภาต้ังแตป่ ีการศึกษา ๒๕๖๐-๒๕๖๒ และสง่ ผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนท่ีสูงขึ้น
5. แนวคิดการนำไปประยุกตใ์ ช้ การบริหารสถานศึกษาสามารถดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสูก่ าร
ปฏบิ ัติ ดังตอ่ ไปนี้
๑. พฒั นาครู บคุ ลากร และผู้เรยี นให้มีคณุ ภาพสอู่ าเซียน ผเู้ รยี นและผู้สำเรจ็ การศึกษามี
คุณลกั ษณะตามอตั ลกั ษณข์ องวทิ ยาลัย มคี ณุ ภาพเปน็ ท่ียอมรับในระดับชาติ และมีปริมาณเพิม่ ขน้ึ
๑.๑ พัฒนาผู้เรยี นและผูส้ ำเรจ็ การศึกษาใหม้ ีคณุ ภาพเป็นทยี่ อมรับในระดบั ชาติ
๑.๑.๑ โครงการเฝ้าระวงั ผลสมั ฤทธิ์และการออกกลางคันของผ้เู รยี น
๑.๑.๒ โครงการประเมนิ มาตรฐานวชิ าชีพสู่กรอบคณุ วฒุ วิ ชิ าชีพ
๑.๑.๓ โครงการประเมินความพึงพอใจของสถานประกอบการ หนว่ ยงาน ชมุ ชน
ทม่ี ตี ่อคุณภาพผู้เรียน และผูส้ ำเร็จการศึกษา
๑.๑.๔ โครงการสำรวจติดตามผู้สำเรจ็ การศึกษา
๑.๑.๕ โครงการเตรยี มความพร้อมในการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติด้าน
อาชวี ศกึ ษา (V-NET)
๑.๒. พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีคุณลักษณตามอัตลักษณ์
ของวทิ ยาลยั และ
โลกยุคใหม่
๑.๒.๑ โครงการพัฒนาหลกั สูตรและการจัดการเรยี นการสอน
๑.๒.๒ โครงการนเิ ทศการจัดการเรยี นการสอนภายในวทิ ยาลยั
๑.๒.๓ โครงการพฒั นากระบวนการฝึกงานผเู้ รยี นในสถานประกอบการ
๑.๒.๔ โครงการพัฒนาทักษะการสือ่ สารสปู่ ระชาคมอาเซียนใหก้ บั ผูเ้ รียน
๑.๓. เร่งสรา้ งภาพลักษณ์ ขยายโอกาสทางการศึกษา และเพิม่ ปริมาณผู้เรยี นและผู้สำเร็จ
การอาชวี ศกึ ษา
สโู่ ลกยคุ ใหม่
๑.๓.๑ โครงการสรา้ งภาพลักษณข์ องสถานศกึ ษาสู่โลกยุคใหม่
๑.๓.๒ โครงการจดั การอาชีวศกึ ษาตามรอยพระยคุ ลบาทฯ
๑.๓.๓ โครงการพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาศึกษานอกระบบ (เทียบโอน
ประสบการณ)์
๑.๓.๔ โครงการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ กลุ่มไม่เรียนตอ่
ทุกชว่ งวยั และแรงงานประชาคมอาเซียน
๑.๔. เร่งพัฒนารูปแบบ ยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
ใหเ้ ป็นท่ียอมรบั ในระดบั ชาติ สโู่ ลกยกุ ต์ใหม่
๑.๔.๑ โครงการพฒั นารปู แบบการจดั อาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคีสู่โลกยุกตใ์ หม่
๑.๔.๒ โครงการพัฒนายกระดับคุณภาพ และมาตรฐานครฝู กึ ในสถานประกอบการ
และครูนิเทศผูเ้ รียนอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคี
๑.๔.๓ โครงการปฐมนเิ ทศประชมุ สมั มนา และปจั ฉิมนิเทศผเู้ รียนอาชีวศกึ ษา
ระบบทวิภาคี
๑.๕. บ่มเพาะผู้เรียนให้มีจิตสำนึกด้านการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตย ทะนบุ ำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม
๑.๕.๑ โครงการบ่มเพาะความเปน็ ไทย
๑.๖. บ่มเพาะผู้เรียนให้มีจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการดำเนินชีวิตตาม
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๑.๖.๑ โครงการบ่มเพาะผเู้ รยี นใหม้ จี ิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
๑.๖.๒ โครงการบม่ เพาะผเู้ รยี นให้ดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑.๗. บ่มเพาะด้านกีฬา นันทนาการ การรักษาสุขอนามัยให้มีสุขภาพแข็งแรงทั้งสุขภาพ
กาย และจิตใจ
๑.๗.๑ โครงการส่งเสรมิ ด้านกีฬา นนั ทนาการ
๒. พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็น
ศูนย์กลางเพิ่มปริมาณงานวิจัย นวัตกรรม หุ่นยนต์ สิ่งประดิษฐ์หรือองค์ความรู้ของครู และผู้เรียนที่มีคุณภาพ
สามารถขยายผลได้
๒.๑ ส่งเสริมพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม หุ่นยนต์ สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ของครู และ
ผู้เรยี นให้มีคณุ ภาพสามารถขยายผลได้
๒.๑.๑ โครงการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม หุ่นยนต์ สิ่งประดิษฐ์ งาน
สร้างสรรค์ของครู และผเู้ รยี น
๒.๒ เร่งส่งเสริม และพัฒนาการใช้กระบวนการวิจัยสถาบันเป็นเครื่องมือในการพัฒนา
แผนก/งาน
๒.๒.๑ โครงการพัฒนาการใช้กระบวนการวิจัยสถาบันเป็นเครื่องมือในการพัฒนา
แผนก/งาน
๓. บริการวิชาชีพสู่ชุมชนเพิ่มปริมาณการให้บริการวิชาการ วิชาชีพ และการฝึกอบรม
วชิ าชพี ใหเ้ ป็นทพ่ี ่ึงชุมชน
๓.๑ บริการวิชาการ และวชิ าชีพสชู่ ุมชนโดยการมีสว่ นรว่ มของครู บคุ ลากรทุกฝ่ายใน
สถานศึกษา และผูเ้ รยี น ใหท้ ่ัวถงึ และสามารถเปน็ ทีพ่ ง่ึ ของชุมชนได้
๓.๑.๑ โครงการบรกิ ารวชิ าการและวิชาชพี สชู่ ุมชน
๓.๒ ฝกึ อบรมวิชาชีพสู่ชมุ ชนให้ทวั่ ถงึ และเปน็ ท่พี งึ่ ของชุมชนและสถานประกอบการ
๓.๒.๑ โครงการจดั ต้งั ศนู ยฝ์ ึกอบรมวชิ าชพี ระยะส้ัน
๓.๓ เพ่มิ ปรมิ าณผู้เรียนและประชาชนในชมุ ชนสู่การเป็นผู้ประกอบการอาชวี ศกึ ษา
ครบวงจร
๓.๓.๑ โครงการพัฒนาศูนย์บม่ เพาะวสิ าหกจิ เพ่อื การศึกษา
๔. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในด้านการบริหารและการจัดการ
สถานศกึ ษามีคุณภาพเปน็ ทยี่ อมรบั ในระดบั ชาติ
๔.๑ พัฒนากระบวนการบริหารงานและภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาและ
คณะกรรมการวทิ ยาลัย
๔.๑.๑ โครงการพัฒนาการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาและ
วิทยาลยั
๔.๒ พัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาให้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร
สถานศึกษา
๔.๒.๑ โครงการจดั ทำแผนการจัดการศึกษาประจำปี ให้สอดคลอ้ งกับมาตรฐาน
การจดั การศึกษาและอตั ลกั ษณ์ของสถานศกึ ษา โดยการมีส่วนร่วมของทุก ภาคสว่ นตามหลักธรรมาภบิ าล
๔.๒.๒ โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและจัดการเรียนการ
สอน
๔.๓ พัฒนาระบบบริหารจัดการความเสี่ยง และการจัดระบบดูแลผู้เรียน ให้มีคุณภาพ
ดว้ ยกระบวนการมีส่วนร่วม
๔.๓.๑ โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการความเสี่ยง ด้วยกระบวนการมีส่วน
รว่ มของครูและบุคลากรทุกฝ่ายในวิทยาลยั ฯ ผู้เรียนและผูป้ กครอง
๔.๓.๒ โครงการจัดระบบดูแลผูเ้ รียน ใหม้ ีคุณภาพ ดว้ ยกระบวนการมสี ว่ นรว่ ม
ของครแู ละบคุ ลากรทุกฝา่ ยในวทิ ยาลยั ฯ ผูเ้ รียนและผูป้ กครอง
๔.๔ ปรับปรุงสภาพแวดล้อม และภูมิทัศน์ของสถานศึกษา การใช้ห้องเรียน
หอ้ งปฏิบัตกิ าร ศนู ย์วิทยบรกิ ารโดยการมีสว่ นร่วมของครแู ละบุคลากรทุกฝา่ ยในวทิ ยาลยั ฯและผู้เรียน
๔.๔.๑ โครงการปรับปรงุ พฒั นาสภาพแวดล้อม และภมู ิทัศน์ของสถานศกึ ษา การ
ใช้ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิทยบริการโดยการมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรทุกฝ่ายในวิทยาลัยฯและ
ผ้เู รยี น
๔.๕ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพตามมาตรฐานวชิ าชีพ มคี วามก้าวหน้าในงานอาชีพ
๔.๕.๑ โครงการพฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษา
๔.๖ เพิม่ ปรมิ าณในการระดมทรัพยากรเพ่อื การจดั การอาชวี ศกึ ษา กบั เครอื ขา่ ยท้ังใน
ประเทศและต่างประเทศ
๔.๖.๑ โครงการระดมทรัพยากรในการจัดการอาชีวศึกษากับเครือข่ายทัง้ ใน
ประเทศและหรือตา่ งประเทศ
7. สรุปผล
จากการศึกษาบริบทข้อมลู พืน้ ฐาน SWOT สงั เกต สมั ภาษณ์ ผู้บรหิ ารสถานศึกษา ครูและบุคลากร
ทางการศึกษา ของสถานศึกษา พบว่าองค์ประกอบและปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จของสถานศึกษาตาม
ประเด็นที่ได้รับมอบหมายในหัวข้อการบริหารจัดการความเสี่ยงสู่การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา พบว่า
สถานศึกษาจะต้องกำหนดขนั้ ตอนการดำเนินงานการบริหารความเสี่ยง ซง่ึ มาตรการบริหารความเส่ียงอาจจะ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ซึ่งเป็นวิธีการสำคัญที่จะช่วยให้กำกับดูแลกิจการ ให้เป็นไปได้ด้วย
โดยจะช่วยให้การบริหารงานมคี วามเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียและโอกาสทีท่ ำให้เกิดความ
เสียหายแก่สถานศึกษา ดังน้ันการปรับเปล่ียนภาพลักษณ์ของสถานศึกษาเราต้องตระหนักและพัฒนา
ภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษาตามนโยบายอาชีวะฝึมือชนคนสร้างชาติ ตามนวัตกรรมที่ส่งผลต่อความสำเร็จ
และเสนอแนวคิดทางการศกึ ษา ดังนี้
บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ.(2545). พระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542. และแกไ้ ขเพิ่มเติม
(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพก์ ารศาสนา
มานะ อาภรณ์ประเสรฐิ . (2554). การวิเคราะหว์ ิชาชีพช่างอุตสาหกรรม.พิมพค์ รัง้ ท1่ี กรงุ เทพฯ
โอเดยี นสโตร.
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.(2563). การจดั การอาชวี ศึกษาในสถานศกึ ษา สืบคน้ เมื่อ 31
สิงหาคม 2563 จาก http://www.vec.go.th/เก่ยี วกบั สอศ/การจัดการอาชวี ศกึ ษาใน
สถานศกึ ษา.aspx
(สำนักงานคณะกรรมการอุดมศกึ ษา ,แผนบริหารความเสย่ี ง,2549)
(กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง, “แนวปฏิบัติการตรวจสอบภายในการประเมิน ความเสี่ยงเพื่อวาง
แผนการตรวจสอบ”, เอกสารประกอบการเสวนาการบริหารความเสี่ยงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 3
พฤษภาคม 2550)
สำนักงานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ (2552,111)
ปราโมทย์ เอมมา (2559) การบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนสรวงสทุ ธาวทิ ยา จงั หวัดสพุ รรณบุรี ปริญญา
นพิ นธ(์ ศศ.ม)การบริหารการศึกษา กรงุ เทพฯ บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยศิลปากร ถา่ ยเอกสาร
ธัญญารัตน์ สายใหม่(2560) การบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาจังหวัดปทุมธานี ปริญญานิพนธ์(ศศ.ม)การบริหารการศึกษา ปทุมธานี บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี ถ่ายเอกสาร
สำนักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ(2560) แผนบริหารความเส่ียงของสำนักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
(เอกสารอัดสำเนา)
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.)(2552) คู่มื่ออธิบายตัวชี้วัดการพัฒนา
คณุ ภาพการบริหารจดั การภาครัฐ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 สำหรับส่วนราชการระดับกรม.กรงุ เทพฯ
สำนักงานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา.แผนบรหิ ารความเส่ียง 2549
(กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง, “แนวปฏิบัติการตรวจสอบภายในการประเมิน ความเสี่ยงเพื่อวาง
แผนการตรวจสอบ”, เอกสารประกอบการเสวนาการบริหารความเสี่ยงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 3
พฤษภาคม 2550)