นาย ศุภกิตติ์ หมื่นกล้า เลขที่ 8 ม.5/3
ประวัติกีฬา
แบดมินตัน
แบดมินตัน เป็นกีฬาที่ใช้อุปกรณ์การเล่นน้อยชิ้น เพียงแค่มีไม้แร็คเกต และ
ลูกขนไก่ รวมถึงผู้เล่นเพียง 2 คน ก็สามารถเล่นได้แล้ว อีกทั้ง ยังเป็นกีฬา
สบาย ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการออกกำลังกายอย่างหักโหมเกินไป ดัง
นั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เหตุใดผู้คนการเล่นแบดมินตันจึงแพร่หลายไปสู่
คนทั่วโลก
จนกระทั่งได้กลายเป็นกีฬาสากลที่ทั่วโลกยอมรับ และวันนี้เราก็มีเกร็ดความ
รู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของกีฬาแบดมินตันมาฝากกันครับ
โดยกีฬาแบดมินตันได้รับการบันทึกแบบเป็นลายลักษณ์อักษรในปี พ.ศ.
2413 ซึ่งพบว่า มีการเล่นกีฬาลูกขนไก่เกิดขึ้นที่เมืองปูนา (Poona) ใน
ประเทศอินเดีย เป็นเมืองเล็ก ๆ ห่างจากเมืองบอมเบย์ประมาณ 50 ไมล์
โดยได้รวมการเล่นสองอย่างเข้าด้วยกันคือ การเล่นปูนาของประเทศอินเดีย
และการเล่นไม้ตีกับลูกขนไก่ (Battledore Shuttle Cock) ของยุโรป
ในระยะแรก การเล่นแบดมินตันจะเล่นกันเพียงแต่ในหมู่นายทหารของกอง
ทัพ และสมาชิกชนชั้นสูงของอินเดียเท่านั้น จนกระทั่งมีนายทหารอังกฤษที่
ไปประจำการอยู่ที่เมืองปูนา นำการเล่นตีลูกขนไก่นี้กลับไปอังกฤษ และเล่น
กันอย่างกว้างขวาง ณ คฤหาสน์แบดมินตัน (Badminton House) ขอ
งดยุคแห่งบิวฟอร์ด ที่กลอสเตอร์เชียร์ ดังนั้นในปี พ.ศ. 2416 เกมกีฬาตีลูก
ขนไก่เลยถูกเรียกว่า แบดมินตัน ตามชื่อคฤหาสน์ของดยุคแห่งบิวฟอร์ด
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
สำหรับการเล่นแบดมินตันในระยะแรกไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัว เพียงแต่
เป็นการตีโต้ลูกกันไปมาไม่ให้ลูกตกพื้นเท่านั้น ส่วนเส้นแบ่งแดนก็ใช้ตาข่าย
ผูกโยงระหว่างต้นไม้สองต้นไม่ได้คำนึงถึงเรื่องต่ำสูง เล่นกันข้างละไม่น้อย
กว่า 4 คน ส่วนมาจะเล่นทีมละ 6 ถึง 9 คน ผู้เล่นสามารถแต่งตัวได้ตาม
สบาย
จนกระทั่งปี พ.ศ.2436 ได้มีการจัดตั้งสมาคมแบดมินตันแห่ง
ประเทศอังกฤษขึ้น ซึ่งนับเป็นสมาคมแบดมินตันแห่งแรกของ
โลก หลังจากที่มีการจัดแข่งขันแบดมินตันชิงชนะเลิศแห่ง
ประเทศอังกฤษ หรือที่เรียกกันว่า ออลอิงแลนด์ ตั้งแต่ปี
พ.ศ.2432 ทางสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศอังกฤษจึงได้ตั้ง
กฎเกณฑ์ของสนามมาตรฐานขึ้นคือ ขนาดกว้าง 22 ฟุต ยาว
45 ฟุต (22 x 45) เป็นสนามขนาดมาตรฐานประเภทคู่ที่ใช้
ในปัจจุบัน จากนั้นจึงมีการปรับปรุงดัดแปลงในเรื่องอุปกรณ
การเล่นให้ดีขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาได้รับความนิยมแพร่หลายไป
ทั่วโลก โดยประเทศในเอเชียอาคเนย์ที่มีการเล่นกีฬา
แบดมินตันและได้รับความนิยมสูงสุดคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย
และประเทศไทย
ในปี พ.ศ.2482 เซอร์ จอร์จ โทมัส นักแบดมินตันอาวุโสชาวอังกฤษเป็นผู้
มอบถ้วยทองราคา 5,000 ปอนด์ เพื่อมอบเป็นรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศ
ประเภทชาย ในการแข่งขันแบดมินตันระหว่างประเทศ ซึ่งสหพันธ์
แบดมินตันได้รับไว้และดำเนินการตามประสงค์นี้ แม้ว่าตามทางการจะ
เรียกว่า การแข่งขันชิงถ้วยชนะเลิศแบดมินตันระหว่างประเทศ แต่นิยม
เรียกกันว่า โธมัสคัพ (Thomas Cup) การแข่งขันจะจัดขึ้นทุก ๆ 3 ปี
โดยสหพันธ์ได้แบ่งเขตการแข่งขันของชาติสมาชิกออกเป็น 4 โซน คือ
1. โซนยุโรป
2. โซนอเมริกา
3. โซนเอเชีย
4. โซนออสเตรเลเซีย (เดิมเรียกว่าโซนออสเตรเลีย)
วิธีการแข่งขันจะแข่งขันชิงชนะเลิศภายในแต่ละโซนขึ้นก่อน แล้วให้ผู้ชนะเลิศ
แต่ละโซนไปแข่งขันรอบอินเตอร์โซนเพื่อให้ผู้ชนะเลิศทั้ง 4 โซน ไปแข่งขันชิงชนะ
เลิศกับทีมของชาติที่ครอบครองดถ้วยโธมัสคัพอยู่ ซึ่งได้รับเกียรติไม่ต้องแข่งขัน
ในรอบแรกและรอบอินเตอร์โซน ชุดที่เข้าแข่งขันประกอบด้วยผู้เล่นอย่างน้อย 4
คน การที่จะชนะเลิศนั้นจะตัดสินโดยการรวมผลการแข่งขันของประเภทชายเดี่ยว
5 คู่ และประเภทชายคู่ 4 คู่ รวม 9 คู่ และใช้เวลาการแข่งขัน 2 วัน การแข่งขัน
ชิงถ้วยโธมัสคัพครั้งแรกจัดให้มีขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2491-2492
ต่อมาในการแข่งขันแบดมินตันโธมัสคัพ ครั้งที่ 8 ปี พ.ศ. 2512-2513 สหพันธ์ได้
เปลี่ยนแปลงวิธีการแข่งขันเล็กน้อย โดยให้ชาติที่ครอบครองถ้วยอยู่นั้นเข้าร่วมแข่งขัน
ในรอบอินเตอร์โซนด้วย โดยวิธีการจับสลากแล้วแบ่งออกเป็น 2 สาย ผู้ชนะเลิศแต่ละ
สายจะได้เข้าแข่งขันชิงชนะเลิศโธมัสคัพรอบสุดท้ายต่อไป สาเหตุที่สหพันธ์
เปลี่ยนแปลงการแข่งขันใหม่นี้ เนื่องจากมีบางประเทศที่ชนะเลิศได้ครอบครองถ้วย
โธมัสคัพไม่รักษาเกียรติที่ได้รับจากสหพันธ์ไว้ โดยพยายามใช้ชั้นเชิงที่ไม่ขาวสะอาด
รักษาถ้วยโธมัสคัพไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า สหพันธ์จึงต้องเปลี่ยนข้อบังคับให้ชาติที่ครอบ
ครองถ้วยอยู่นั้นลงแข่งขันในรอบอินเตอร์โซนดังกล่าวด้วย
กีฬาแบดมินตันได้แพร่หลายขึ้น แม้กระทั่งในกลุ่มประเทศสังคมนิยมก็ได้มี
การเล่นเบดมินตันอย่างกว้างขวาง มีการบรรจุแบดมินตันเข้าไว้ในการ
แข่งขันเอเชียนเกมส์ และซีเกมส์ การแข่งขันกีฬาของประเทศในเครือจักภพ
สหราชอาณาจักร รวมทั้งการพิจารณาแบดมินตันเข้าสู่การแข่งขันกีฬา
โอลิมปิก ล้วนแต่เป็นเครื่องยืนยันว่า แบดมินตันได้กลายเป็นกีฬาสากลแล้ว
อย่างแท้จริง
การเล่นแบดมินตันได้เข้ามาสู่ประเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2456 โดยเริ่มเล่นกีฬา
แบดมินตันแบบมี ตาข่าย โดยพระยานิพัทยกุลพงษ์ ได้สร้างสนามขึ้นที่บ้าน ซึ่ง
ตั้งอยู่ริมคลองสมเด็จเจ้าพระยาธนบุรี แล้วนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายออกไป
ส่วนมากเล่นกันตามบ้านผู้ดีมีตระกูล วังเจ้านาย และในราชสำนัก การเล่น
แบดมินตันครั้งนั้น นิยมเล่นข้างละ 3 คน ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2462 สโมสร
กลาโหมได้เป็นผู้จัดแข่งขันแบดมินตันทั่วไปขึ้นเป็นครั้งแรก
โดยจัดการแข่งขัน 3 ประเภทได้แก่ ประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ และ
ประเภทสามคน ปรากฏว่าทีมแบดมินตันบางขวางนนทบุรี
(โรงเรียนราชวิทยาลัยบางขวางนนทบุรี) ชนะเลิศทุกประเภท
นอกจากนี้ มีนักกีฬาแบดมินตันฝีมือดีเดินทางไปแข่งขันยังประเทศ
ใกล้เคียงอยู่บ่อยๆ
ในปี พ.ศ. 2494 พระยาจินดารักษ์ได้ก่อตั้งสมาคมชื่อว่า "สมาคม
แบดมินตันแห่งประเทศไทย" เมื่อแรกตั้งมีอยู่ 7 สโมสร คือ สโมสรสมาน
มิตร สโมสรบางกอก สโมสรนิวบอย สโมสรยูนิตี้ สโมสร ส.ธรรมภักดี
สโมสรสิงห์อุดม และสโมสรศิริบำเพ็ญบุญ ซึ่งในปัจจุบันนี้เหลือเป็นสโมสร
สมาชิกของสมาคมอยู่เพียง 2 สโมสร คือ สโมสรนิวบอย และสโมสรยูนิตี้
เท่านั้น
ในปีเดียวกัน สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยก็ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์
แบดมินตันนานาชาติด้วย สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยมีนักกีฬาแบดมินตันที่มี
ฝีมือดีอยู่มาก ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจากการลงแข่งขันใน รายการต่าง ๆ
ของโลกเป็นอย่างมาก ทั้งโธมัสคัพ อูเบอร์คัพ และการแข่งขันออลอิงแลนด์ โดยวงการ
แบดมินตันของไทยยกย่อง นายประวัติ ปัตตพงศ์ (หลวงธรรมนูญวุฒิกร) เป็นบิดาแห่ง
วงการแบดมินตันของประเทศไทย
1. สนามและอุปกรณ์สนาม
1.1 สนามจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืน
ผ้าประกอบด้วยเส้นกว้างขนาด
40 มิลลิเมตร ตามภาพผัง ก.
1.2 เส้นทุกเส้นต้องเด่นชัด และ
ควรทาด้วยสีขาวหรือสีเหลือง
1.3 เส้นทุกเส้นเป็นส่วนประกอบ
ของพื้นที่ซึ่งกำหนดไว้
ต่อ
1.4 เสาตาข่ายจะต้องสูง 1.55 เมตรจากพื้นสนาม และตั้งตรงเมื่อขึงตา
ข่ายให้ตึงตามที่ได้กำหนดไว้ในกติกา ข้อ 1.10 โดยที่จะต้องไม่มีส่วนหนึ่ง
ส่วนใดของเสายื่นเข้ามาในสนาม (เฉพาะรายการที่รับรองโดย IBF จะ
ต้องใช้ระเบียบนี้ จนกระทั่ง 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ทุกรายการที่แข่งขัน
จะต้องยึดตามระเบียบนี้)
1.5 เสาตาข่ายจะต้องตั้งอยู่บนเส้นเขตข้างของประเภทคู่ ตามที่ได้แสดง
ไว้ในภาพผัง ก. โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเป็นประเภทเดี่ยวหรือเล่นคู่
1.6 ตาข่ายจะต้องถักด้วยเส้นด้ายสีเข้ม และมีขนาดตากว้างไม่น้อยกว่า
15 มิลลิเมตร และไม่เกิน 20 มิลลิเมตร
2. ลูกขนไก่
2.1 ลูกขนไก่อาจทำจากวัสดุธรรมชาติ หรือวัสดุสังเคราะห์ ไม่ว่าลูกนั้นจะ
ทำจากวัสดุชนิดใดก็ตาม ลักษณะวิถีวิ่ง
ทั่วไป จะต้องเหมือนกับลูกซึ่งทำจากขนธรรมชาติ ฐานเป็นหัวไม้ก๊อก หุ้ม
ด้วยหนังบาง
2.2 ลูกขนไก่ต้องมีขน 16 อัน ปักอยู่บนฐาน
2.3 วัดจากปลายขนถึงปลายสุดของฐาน โดยความยาวของขนในแต่ละลูก
จะเท่ากันหมด ระหว่าง 62 มิลลิเมตร ถึง 70 มิลลิเมต
ต่อ
2.4 ปลายขนแผ่เป็นรูปวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 58 มิลลิเมตร
ถึง 68 มิลลิเมตร
2.5 ขนต้องมัดให้แน่นด้วยเส้นด้าย หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม
2.6 ฐานของลูกต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มิลลิเมตร ถึง 28 มิลลิเมตร
และส่วนล่างมนกลม
3. การทดสอบความเร็วของลูก
3.1 การทดสอบ ให้ยืนหลังเส้นเขตหลังแล้วตี
ลูกใต้มืออย่างสุดแรง โดยจุดสัมผัสลูกอยู่เหนือ
เส้นเขตหลัง ลูกจะพุ่งเป็นมุมสูง และอยู่ในแนว
ขนานกับเส้นเขตข้าง
3.2 ลูกที่มีความเร็วถูกต้อง จะตกห่างจากเส้น
เขตหลังของอีกด้านหนึ่งไม่น้อยกว่า 530
มิลลิเมตร และไม่มากกว่า 990 มิลลิเมตร
(ภาพผัง ข.)
สรุป
แบดมินตันเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่ใช้ไม้ตีลูก ลูกสำหรับ
ใช้ตีนั้น เรียกกันมาช้านานว่า "ลูกขนไก่" เพราะสมัย
ก่อนกีฬานี้ใช้ขนของไก่มาติดกับลูกบอลทรงกลม
ขนาดเล็ก ปัจจุบันลูกขนไก่ผลิตจากขนเป็ดที่คัดแล้ว
ลูกบอลทรงกลมขนาดเล็กที่ทำเป็ นหัวลูกขนไก่ทำด้วย
ไม้คอร์ก
คำถาม
1. ประเทศใดที่นำเอากีฬาแบะมินตันไปเผยแพร่
ก.จีน
ข.อังกฤษ
ค.เดนมาร์ค
ง.อินโดนีเชีย
2.การเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายในการเล่นแบดมินตันควรเริ่มจาก
ความแข็งแรงของส่วนใดก่อน
ก.ข้อมือ
ข.เท้า
ค.ลำตัว
ง.คอ
3.ข้อใดควรปฏิบัติมากที่สุด ในการจับไม้แร็กเก็ต
ก.จับมือให้แน่นจนเกร็ง
ข.จับแบบตีลูกหน้ามือ
ค.จับแบบตีลูกหลังมือ
ง.จับแบบที่ได้ทั้งหน้ามือและหลังมือ
4.ในการแข่งขันแบดมินตันประเภทเดี่ยวสนามด้านยาวจะมีความยาวเท่าใด
ก.44 ฟุต
ข.40 ฟุต
ค.24 ฟุต
ง.20 ฟุต
5.สนามแบดมินตันประเภทคู่มีขนาดความกว้างและยาวเท่าใด
ก.กว้าง 17 ฟุต ยาว 44 ฟุต
ข.กว้าง 20 ฟุต ยาว 44 ฟุต
ค.กว้าง 18 ฟุต ยาว 45 ฟุต
ง.กว้าง 21 ฟุต ยาว 45 ฟุต
6.ข้อใดผิดหลักการเล่นแบดมินตันปลอดภัย
ก.สวมชุดวอร์มและอบอุ่นร่างกาย
ข.ตีขนไก่กระทบฝาผนังก่อนการแข่งขัน
ค.เล่นลูกพลิกแพลงเพื่อให้คนดูประทับใจ
ง.กระโดดแสดงความดีใจ
เมื่อได้รับชัยชนะ
7.ในขณะทำการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน ผู้ดูที่ดีจะต้องระมัดระวังสิ่ง
ใดมากที่สุด
ก.ตบมือร้องเพลงเชียร์ทีมที่ตนชอบ
ข.พูดคุยกับคนข้างเคียงและวิจารย์ผู้แข่งขัน
ค.รับประทานอาหารในขณะเข้าชมการแข่งขัน
ง.ตะโกนเสียงดังในขณะที่นักกีฬากำลังใช้สมาธิ
8.กีฬาแบดมินตันที่มีการแข่งขันและบันทึกใช้เป็นหลักฐานเกิดขึ้นที่ประเทศ
ใด
ก.เนเธอร์แลนด์
ข.สก็อตแลนด์
ค.นิวซีแลนด์
ง.อินเดีย
9.การเล่นแบดมินตันครั้งแรกในเมืองไทยเล่นข้างละกี่คน
ก. 1 คน
ข. 2 คน
ค. 3 คน
ง. 4 คน
10.การตีลูกแบดมินตันที่ถูกวิธีมีกี่ชนิด
ก. 2 ชนิด
ข. 3 ชนิด
ค. 4 ชนิด
ง. 5 ชนิด
เฉลย
1.ตอบ ข. 6. ตอบ ค.
2. ตอบ ก. 7. ตอบ ง.
3. ตอบ ง. 8. ตอบ ง.
4. ตอบ ก. 9. ตอบ ก.
5. ตอบ ข. 10. ตอบ ก.
จัดทำโดย
นาย ศุภกิตติ์ หมื่นกล้า เลขที่ 8 ชั้น ม. 5/3 ครับ