The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชา เหล่าสนับสนุนการช่วยรบ 66 (ฉบับสมบูรณ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by komkrich vekchalikanon, 2023-04-20 02:27:46

วิชา เหล่าสนับสนุนการช่วยรบ 66 (ฉบับสมบูรณ์)

วิชา เหล่าสนับสนุนการช่วยรบ 66 (ฉบับสมบูรณ์)

๔๖ ๒. ภารกิจ รับ เก็บรักษา และแจกจาย สป.๑ ,สป.๒ และ ๔ ,สป.๓ (เวน สป.๒ และ ๔ สายและ ชิ้นสวนซอมอากาศยาน) ใหแกหนวยรับการสนับสนุนในพื้นที่กองทัพภาค กองรอยสงกำลังสิ่งอปุกรณ ๑.การจัด ๒.ภารกิจ ดำเนินการจัดตั้งตำบลสงกำลัง สป.๑ ,สป.๒ และ ๔ (เวน สป.๒และ๔ สายแพทย และชิ้นสวนซอมอากาศยาน) และ สป.๓ เพื่อสนับสนุนใหแกหนวยรับการสนบัสนุนในพื้นที่ กองรอยบริการสนาม ๑.การจัด ๒.ภารกิจ ใหการสนับสนุนดานการทำลายลาง เคมีชีวะ รังสีอยางจำกัด ดำเนนิการตำบล รวบรวม สป.จำหนาย และทะเบียนศพ สนับสนุนหนวยในพื้นที่รับผิดชอบ กองร ้ อยส่งกาํลงัสิÉงอุปกรณ์ บก.ร้อย หมวดส่งกาํลงัสป.๑ หมวดส่งกาํลงัสป.๒และ ๔ หมวดส่งกาํลงัสป.๓ หมวดส่งกาํลงัชิÊนส่วนซ่อม กองร้อยบริการสนาม บก.ร้อย หมวดรวบรวม สป.จาํหน่าย หมวดทะเบียนศพ ตอนปฏิบตัิการทางวิทยาศาสตร์


๔๗ กองพันสงกำลังและบริการ กรมสนับสนุน กองพลทหารราบ กองพันสงกำลังและบริการ ๑.ภารกิจ จัดใหมีการสนับสนุนทางการสงกำลัง สป.๑, สป.๒ และ ๔ และ สป.๓ (เวน สป.๒ และ๔ สายแพทย,ชิ้นสวนซอมและอุปกรณรหัสลบั ) รวมทั้งการบริการขนสงและบริการอื่นๆ ใหกับ หนวยในความรับผิดชอบของกองพล ๒.การจัด จัดเปนหนวยในอัตราของกรมสนับสนุน ๑ กองพัน ตอ ๑ กรมสนับสนุน ๓.ขีดความสามารถ ๓.๑ สนับสนุนทางการสงกำลังเกี่ยวกับการกำหนดความตองการ ,การเบิก-รับ ,เก็บรักษา แจกจายและจำหนาย สป.๑ , สป.๒ และ ๔ ,สป.๓ (เวน สป.๒ และ ๔ สายแพทย ,ชิ้นสวนซอมและ อุปกรณรหัสลับ) ๓.๒ สามารถสงกำลังและบริการในหนาที่ โดยการสนับสนุนไดถึง ๓ กรมทหารราบ๓.๓ ดำเนินการและกำกบัดูแลการบริการขนสงและการบริกการอื่นๆ ๓.๔ จัดหาสิ่งอปุกรณรายการตาง ๆ ตามที่ไดรับมอบหมาย ๓.๕ กำกับดูและทางเทคนิคเกี่ยวกบัการสงกำลงัและบริการของกองพล ๓.๖ สามารถทำการปองกนัตนเองไดเมื่อจำเปน พนัสบร.กรม สน. บก.และร้อย บก. ส น ง . ส ก . พ ล . ร้อย สบร. ร้อย ขส.


๔๘ สำนกังานสงกำลังกองพล ๑.ภารกิจ ดำเนินการและกำกับดูและการสงกำลังและบริการของกองพล ทั้งทางธุรการและ เทคนิค ๒. การจัด เปนหนวยในอัตราของกองพันสงกำลังและบริการ ๓.ขีดความสามารถ๓.๑ ใหการเสนอแนะตอผูบ ังคับการกรมสนับสนุน และฝายอำนวยการ เกี่ยวกับการสงกำลงัและบริการ ๓.๒ กำหนดความตองการ จัดหา ทำบัญชีคุม และอำนวยการในการรับ การเก็บรักษา ช่วัคราว การแจกจาย และ/หรอืการจำหนายสิ่งอุปกรณ ๓.๓ กำกับดูและการฝก การสงกำลังและบริการของทุกหนวยในกองพลทางเทคนิค ๓.๔ ดำเนินการและกำกับดูแล เกี่ยวกับการจดัหา การแจกจายแผนที่ กิจการรานคา และการ เล้ยีงดูของกำลังพล การปฏิบัติหนาที่ สำนักงานสงกำลงักองพล เปนศูนยการทางเทคนิค ในการสงกำลังและบริการของกองพล ความ รับผิดชอบของสำนักงานนี้คือการกำหนดหรือการคำนวณความตองการ รับ และดำเนินกรรมวิธีตอใบ เบิกหรือคำขอที่สงมาจากหนวยรับการสนับสนุน ดำรงรักษาบัญชีคุมสิ่งอุปกรณแบบรวมรายการและ ควบคุมการรับ การเก็บรักษาชั่วคราว และการจายหรอืการแจกจายสิ่งอุปกรณโดยมีเจาหนาที่สำคัญๆ เปนผูปฏิบัตดิังนี้ ๑. นายทหารสงกำลังกองพล เปนผูบงัคับบัญชาสำนักงานสงกำลงักองพล รับผิดชอบ วางแผน กำกับการและ อำนวยการกิจกรรมตางๆ ของสำนักสงกำลัง มีนายทหารสงกำลังสายตางๆ เปนผูชวย ๒. นายทหารสงกำลังแตละสาย นายทหารสงกำลังซึ่งเปนหัวหนาตอนสงกำลังตาง ๆ ใน สาํนักงานสงกำลังของกองพลมีหนาที่ตอไปนี้ ๒.๑ ทำการควบคุมทางบัญชีตอสิ่งอุปกรณ หรือยุทธภัณฑที่อยูภายใตการ บริหารงานของ ตน ๒.๒ จัดใหมีคําปรึกษาหารือแกนายทหารสงกำลังของกองพลและเสนอแนะใน เรื่องการรับ การเก็บรักษาชั่วคราว และการแจกจายหรือจายสิ่งอุปกรณในสายงานของตน สาํนกังานส่งกาํลงักองพล ตอน สก.สาย ช. ตอน สก.สาย สพ. ตอน สก.สาย พธ. ตอน สก.สาย ตอน สก.สาย วศ. ตอน สก.สาย ขส.


๔๙ ๒.๓ เสนอแนะ แบบ และระยะเวลาของการรายงานตาง ๆ ที่หนวยปฏิบัติ จะตองรายงาน ในการรับจายและยอดคงเหลือของสิ่งอุปกรณแตละรายการ ๒.๔ กําหนดความตองการ และจัดทำขอเสนอแนะเกี่ยวกับลำดับความเรงดวน การแบงสรร และการควบคมุอื่นๆ ๒.๕ ใหคำปรึกษาในการประสานกับกองพันซอมบำรุง เพื่อใหความมั่นใจในการตรวจกอน จาย สำหรบัยุทธภัณฑครบชุดที่จำเปน วาไดกระทำเสมอ ๓. นายทหารสงกำลังสายขนสง เปนหัวหนาตอนสงกำลังสายขนสง เปนนายทหาร การ วางแผนการขนสงของสำนักงานสงกำลังกองพล มีหนาที่วางแผนประสานการใชยานพาหนะขนสงของ กองรอยทหารขนสง พัน ขส. ในการไปรับและทำการจาย สป. และยุทธภัณฑ มีนายสิบสงกำลังสาย ขนสง และเสมียนสงกำลังสายขนสงเปนผูชวยเหลือในการปฏิบัติพันธกิจการสงกำลังที่ไดรับมอบหมาย ๔. นายทหารสงกำลังสายพลาธิการ เปนหัวหนาตอนสงกำลังสวยพลาธิการมีผูชวยดังน้ี ๔.๑ นายทหารรานคา เปนผูกำกับดูแลในฐานะฝายกิจการพิเศษตอการปฏิบัติรานคาของ หนวยตางๆ ของกองพล โดยปฏิบัติการในอำนาจของ ผบ.พล. นอกจากนั้นนายทหาร รานคายังทำ หนาที่เปนนายทหารฝายการศพ และทำหนาที่เปนนายทหารจัดซื้อและทำสัญญาอีกดวย ๔.๒ นายทหารการน้ำมัน เปนผูอำนวยการสงกำลังน้ำมันกองพล มีนายสิบสงกำลังน้ำมัน และเสมียนสงกำลังน้ำมัน ประกอบกันเขาเปนสวนบริหารการสงน้ำมันกองพล ๔.๓ นายทหารกำกับการเลี้ยงดู เปนผูอำนวยการเลี้ยงดูกองพลและใหคำแนะนำเกี่ยวกับ การบริหารการเลี้ยงดูทหารของหนวยตางๆภายในกองพล ๔.๔ นายสิบสงกำลังฝายพลาธิการและเสมียนสงกำลัง สายพลาธิการ เปนผูรับผิดชอบ ประกอบเขาเปนสวนบริหารการสงกำลังสิ่งอุปกรณประเภท ๒ และ๔ สายพลาธิการกองพล ๔.๕ นายสิบสงกำลังเสบียง รับผิดชอบการอำนวยการสงกำลังสิ่งอุปกรณประเภท ๑ ของ กองพล กองรอยสงกำลังและบริการ กองพันสงกำลังและบริการ ๑. ภารกิจ ๑.๑ จัดใหมีการสนับสนุนทางการสงกำลังใหแกกองพลและหนวยที่มาขึ้นสมทบในเรื่อง สิ่ง อุปกรณทกุประเภท เวนชิ้นสวนซอม, สิ่งอุปกรณประเภท 5 และสิ่งอุปกรณสายแพทย ๒.๒ จัดใหมีการบริการดานการศพ ๒.๓ ทำการคัดแยก และดำเนินการจำหนายยุทโธปกรณที่ใชการไมได ๒.๔ สำรองสิ่งอุปกรณและยุทโธปกรณสำหรับหนวยตามความรับผิดชอบ ๒. การจัด เปนหนวยในอัตรากองพันสงกำลังและบริการ


๕๐ ๒.ขีดความสามารถ ๒.๑ จัดตั้งและดำเนนิการตำบลจายของกองพล ๒.๒ รับ เก็บรักษาชั่วคราว และจายสิ่งอุปกรณทุกประเภท เวนชิ้นสวนซอม สิ่งอุปกรณ ประเภท ๕ และสิ่งอุปกรณสายแพทยทั้งนี้อยูในการกำกับดูและของสำนักงานสงกำลังกองพล หมวดสงกำลังหนา การประกอบกำลัง ตามผังการจัด การปฏิบัติหนาที่ ๑.ผูบังคับหมวด เปนผูบังคับบัญชาและควบคุมการปฏิบัติงานของหมวดสงกำลังหนา โดยมี รองผูบังคับหมวดเปนผูชวยเหลือในการปฏิบัติ นอกจากนั้น ผูบังคับหมวดสวนหนา อาจไดรับ มอบหมายจากกรมสนับสนุนใหทำหนาที่เปนนายทหารประสานการสนับสนุนพื้นที่สวนหนาของกรม สนับสนุนอกีดวย การปฏิบัติงานในหนาที่นี้ขึ้นตรงตอผูบงัคับการกรมสนับสนุนของกองพล ๒.ประสานการสนับสนุนการชวยรบ๓.ใหคำแนะนำและชวยเหลือในการแบงมอบพื้นที่ปฏบิัติการในพื้นที่ขบวนสัมภาระของกรมใน แนวหนา ๔.วางแผน ประสานการรักษาความปลอดภยัของสวนตางๆ ที่ไปจากกรมสนับสนุน ๕.ดำรงการติดตอกับบกองบังคับการกรมสนับสนุนและหนวยรองตางๆ ของกรมสนับสนุนได อยางตอเนื่อง รอย สบร. บก.รอย มว.การศพ มว.สงกำลังหนา มว.สงกำลัง บก.มว. ตอนรวบรวมพิสูจนทราบและสงกับ มว.การศพ บก.มว. ตอน สป.๑ ตอน สป.๒และ ๔ ตอน สป.๓ หมวดสงกำลังหนา บก.หมวด ชุดสงกำลัง สป.๑ ชุดสงกำลัง สป.๓ ชุดสงกำลัง สป.๒ และ ๔


๕๑ ๖.รับทราบแผนทางยุทธวิธีของกรมทหารราบอยูตลอดเวลาและแจงแผนเหลานี้ใหสวนตางๆ ของกรมสนับสนุนที่ปฏิบัติงานอยูในพื้นที่ขบวนสัมภาระของกรม ๗.เสนอแนะการเปลี่ยนแปลงในเรื่องกำลังพล การประกอบกำลังและตำแหนงที่ตั้งของสวน สนับสนุนหนา หมวดสงกำลัง การประกอบกำลัง ตามผังการจัด การปฏิบัติหนาที่ ผูบังคับหมวด อำนวยการปฏิบัติของหมวดภายใตการกำกับดูแลทางเทคนิคของสำนักงานสง กำลังกองพล และการอำนวยการของผูบงัคับกองรอย ผูบังคับหมวดประสานการปฏิบัติของตำบลจาย ของกองพล โดยมีรองผูบังคับหมวดเปนผูชวยเหลอืผบ.ตอน สป.๑ กำกับดูแลกิจกรรม และกำลังพล ณ ตำบลจาย สป.๑ ในพื้นที่สนับสนุนของ กองพล ควบคุมการจาย สป.๑ ใหแกหนวยตาง ๆ ของกองพล ผบ.ตอน สป.๒ และ ๔ กำกับดูแลงาน และกำลังพล ณ ตำบลจาย สป.๒ และ ๔ เพื่อทำการ รับ เก็บรักษา และแจกจาย สป.แกหนวยตาง ๆ ของกองพล ผบ.ตอน สป.๓ กำกับดูและกิจกรรม และกำลังพล ณ ตำบลจาย สป.๓ หลักของกองพล หมวดการศพ การประกอบกำลัง ตามผงัการจัด หมวดสงกำลัง บก.หมวด ตอนสงกำลัง สป.๒ และ ๔ ตอนสงกำลัง สป.๓ ตอนสงกำลัง สป.๑ หมวดการศพ บก.หมวด ตอนรวบรวมพิสูจนทราบและสงกลับ ตอนรวบรวมและสงกลับ


๕๒ การปฏิบัติหนาที่ ผูบังคับหมวด ควบคุม กำกับการปฏิบัติงานของหมวดการศพ โดยมีรอง ผบ.หมวด เปน ผชูวยกำลังพลตอนรวบรวมพิสูจนทราบและสงกลับ มีผบ.ตอนเปนหัวหนา ปฏิบัติงานรวบรวมศพของ กองพลในพื้นที่สนับสนุนกองพล เจาหนาที่เหลานี้จะพิสูจนศพที่ไดรับมาจากตำบลรวบรวมหนาเพื่อให ทราบวาเปนผูใด และดำเนินกรรมวิธีตอศพเหลานั้นเพื่อสงกลับ ตรวจสอบทรัพยสินสวนตัวที่ติดมากับ ศพ และจัดทำรายงานและเอกสารตางๆ ที่จำเปนสำหรบัการสงกลับ กำลังพลตอนรวบรวมและสงกลับทั้ง ๓ ตอน ปฏิบัติงานตำบลรวบรวมศพหนาในพื้นที่ขบวน สัมภาระของกรม เพื่อสนับสนุนใกลชิดใหแกกรมนั้น และเจาหนาที่เหลานี้จะรับศพที่สงมาจากตำบล รวบรวมศพของกองพันในแนวหนา พิสูจนทราบขั้นตน และดำเนินกรรมวิธีสงกลับไปยังตำบลรวบรวม ศพในพื้นที่สนับสนุนกองพล รวมทั้งดำเนินกรรมวิธีขั้นตนตอทรัพยสินสวนตัวที่ติดมากับศพ และ สงกลับไปกับศพดวย ตอนที่ ๓ ภารกิจ การจัด ชอบเขตความรับผิดชอบ และการดำเนินงานของ มณฑลทหารบก ๑. ภารกิจ ของ มทบ. ๑.๑ บังคับบัญชาจังหวัดทหารบก และกำลังประจำถิ่นของกองทัพบก ตามที่ กระทรวงกลาโหม กำหนด (บังคับบัญชากำลังประจำถิ่นของกองทัพบก ตามที่ กห.กำหนด) ๑.๒ รักษาความสงบเรียบรอยในเขตพื้นที่ รวมทั้ง การศาลทหาร การคดี และการ เรือนจำ ๑.๓ ดำเนินการระดมสรรพกำลังในเขตพื้นที่ ๑.๔ สนับสนุนหนวยทหารที่อยูในพื้นที่ ๑.๕ ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตรการตอสูเบ็ดเสร็จ เพื่อรักษาความสงบภายในและการปองกัน ประเทศ ๒. การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของกองทัพภาค / เปนหนวยในอัตราของมณฑล ทหารบก ๓. ขีดความสามารถ ขอบเขตความรบัผิดชอบ และการดำเนินงานของ มทบ. ๓.๑ รักษาระเบียบวินัยและแบบธรรมเนียมของทหารภายนอกที่ตั้งหนวยทหาร และมี อำนาจสั่งการแกหนวยทหารในเขตพื้นที่ ในกรณีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และตามที่ กห.กำหนด ๓.๒ ใชอำนาจตามกฎหมายในการสั่งการแกหนวยทหาร เกี่ยวกับการรักษาความ ปลอดภัย ใหกับบุคคลสำคัญ สถานที่ และอสังหาริมทรัพย ในเขตพื้นที่ รวมทั้งจัดการเฝารักษาสถานที่ตั้ง สำคัญอยางตอเนื่อง ๓.๓ อำนวยการรักษาความปลอดภัย และสถานที่สำคัญทางทหารในเขตพื้นที่ ในเรื่อง การปองกัน และปราบปรามการกอความไมสงบ การพิทักษพื้นที่สวนหลัง การรักษาสถานที่และตำบลสำคัญ ใน สถานการณฉุกเฉินการขาวกรองและการตอตานการขาวกรอง ๓.๔ ดำเนินการเกี่ยวกับ การศาลทหาร การคดี และการเรือนจำ


๕๓ ๓.๕ ดำเนินการระดมสรรพกำลังทางดานกำลังพล การสัสดี การสงกำลังบำรุง และการ เกณฑชวยราชการทหาร ๓.๖ จัดการฝกนักศึกษาวิชาทหาร ๓.๗ ดำเนินการกำลังพลในเรื่อง การจัดทำประวัติรับราชการ การดำเนินการเกี่ยวกับ บำเหน็จ บำนาญ สนับสนุนหนวยทหารในพื้นที่ ๓.๘ บำรุงขวัญทหารในเขตพื้นที่ และการบำรุงขวัญอื่น ๆ ชน การรานคา การสหกรณ การสโมสรทหาร การสงเคราะหทางการเงิน การออมทรัพย การสงเคราะหทาง ฌาปนกิจ การพิธีทหาร การ กีฬา การบันเทิง การพักผอนหยอนใจ การไปรษณียกิจการสงเคราะหทหารผานศกึการอบรมจิตใจ และการ บริการดานการศึกษา ๓.๙ จัดการสนับสนุนการฝกใหกับหนวยทหาร ในเขตพื้นที่ ในเรื่องเครื่องชวยฝก การ บริการ สนามฝกและสนามยิงปน ๓.๑๐ รักษาและควบคุมอสังหาริมทรัพยของทหารในเขตพื้นที่ รวมทั้งการเก็บ ผลประโยชนจาก สนามฝกและสนามยิงปน สถานท่หีรืออสังหาริมทรัพยเหลานั้น ๓.๑๑ สนับสนุนทางการสงกำลังใหแกตนเองและหนวยทหารในเขตพื้นที่ ตามที่หนวย เหนือกำหนด เชน ๓.๑๑.๑ การเคลื่อนยายและการขนสงสิ่งอุปกรณ ๓.๑๑.๒ การดำเนินการเกี่ยวกับที่ดิน การกอสราง การซอมแซม การตกแตง อาคารสถานที่ การติดตั้งและซอมแซมสิ่งอำนวยความสะดวก ๓.๑๑.๓ การรักษาพยาบาล และการสงกลับกำลังทหาร รวมทั้งครอบครัวในเขต พื้นที่ ๓.๑๑.๔ เปนตำบลสงกำลังของกองบัญชาการชวยรบ หรือตามที่กองทัพบก กำหนดเพื่อ ทำหนาที่เก็บรักษาแจกจายและจำหนายสิ่งอุปกรณบางประเภท ๓.๑๒ จัดการเก็บรักษาและบริการแบบธรรมเนียมแกหนวยทหาร และแจกจายแบบ ธรรมเนียม ๓.๑๓ ดำเนินการบริหารเงินราชการ ทำการเบิกจาย เก็บรักษา จัดทำบัญชีเงิน ราชการใหเปนไป ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และรวบรวม จัดทำ บริหาร ควบคุมงบประมาณ ตลอดจนรายงาน ผลการใชงบประมาณของหนวยทหาร ในเขตพื้นที่ที่ตองรับการสนับสนุนงบฯ จากมณฑล ทหารบก ๓.๑๔ จัดการติดตอสื่อสารระหวางที่ตั้งหนวยทหารในเขตพื้นที่ ๓.๑๕ จัดการประชาสัมพันธเพื่อประโยชนทางทหาร ตลอดจนติดตอกับหนวยพล เรือนในเขตพื้นที่ ๓.๑๖ กำกับดูแลประสานงาน และดำเนินงานกิจการพลเรือนในเขตพื้นที่ ๓.๑๗ ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตรการตอสูเปนเสร็จในยามปกติเชน ๓.๑๗.๑ ทำหนาที่เปนกองบัญชาการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร ควบคุมกอง กำลังเพื่อการตอสูเบ็ดเสร็จ เพื่อปองกันและตอสูเพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต รวมทั้งขบวนการกอการรายทุก รูปแบบ ๓.๑๗.๒ จัดตั้งมวลชนในหมูบานยุทธศาสตรพ ัฒนา


๕๔ ๓.๑๗.๓ ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตรพัฒนา โดยการพัฒนาหมูบาน เปาหมายในพื้นที่ยุทธศาสตรพัฒนา เพื่อยกระดบัความเปนอยูของประชาชนใหดีขึ้น ทำใหเกิดความรักและ หวงแหน แผนดินเสียสละ และอาสาสมคัรเขาตอสูกับขาศึกเมื่อมีภัยมาคุกคาม ๓.๑๘ ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตรการตอสูเบ็ดเสร็จในยามสงคราม เชน ๓.๑๘.๑ ควบคุมบังคับบัญชาหนวยกำลังประจำถิ่น ทั้งที่อยูในความควบคุม ของ ทบ. โดยตรง และขึ้นควบคุมทางยุทธการตอกองทัพบก ไดแก กองพันทหารราบเบา กองพันทหารมา เบา ทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน กองรอยอาสาสมัคร หนวยปฏิบัติการพิเศษ และกำลังกึ่งทหารอื่น ๆ รวมทั้งกำลังประชาชน ในหมูบานยุทธศาสตรพัฒนา ๓.๑๘.๒ ควบคุมและอำนวยการกำลังประจำถิ่น ในการตอสูเพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต ในเขตพ้นืที่รวมทั้งขบวนการกอการรายทุกรูปแบบ ๓.๑๘.๓ ควบคุมบังคับบัญชาประจำถิ่น สนับสนุนการตอสูของกำลังรบหลักในเรื่อง การ กำบังหรือรั้งหนวง การปองกันการแทรกซึม การปฏิบัติสงครามกองโจร การระวังปองกันพื้นที่สวนหลัง การรักษาความสงบของทองถิ่น การรักษาความปลอดภัยตอที่ตั้ง และการควบคุมความเสียหายเปนพ้นืที่ ๓.๑๘.๔ ควบคุมและอำนวยการกำลังประชาชนในหมูบานยุทธศาสตรพัฒนาใหปฏิบัติการ ในเรื่อง การรวบรวมขาวสาร การแจงเตอืนการเขามาของขาศกึการปองกันการกอวินาศกรรม และการบอน ทำลายของขาศึก เปนแกนของประชาชนในเขตพื้นที่การรวมปฏิบัติการสงครามกองโจร การรักษาความ ปลอดภัยในหมูบาน รวมทั้งการปองกันชายแดนในขั้นตน ๓.๑๙ ปกครองบังคบับัญชากำลังประจำถิ่นของกองทัพบก ตามที่ไดรับการแบงมอบ มณฑลทหารบก อจย.๕๑-๒๐๑(๕ส.ค. หมวดดุริยางค์ กองบญัชาการ กองร้อย/กองพนัมทบ.กองร้อย/กองพนัสารวตัร ศูนยฝ์ึกนกัศึกษาวิชาทหาร แผนกสัสดีกรุงเทพฯ/จงัหวดัหมวดสืÉอสาร แผนกประวตัิบาํเหน็จและบาํนาญ ศาล อยัการ กองเรือนจาํแผนกสรรพวุธ แผนกพลาธิการ สาํนกังานขนส่ง โรงพยาบาล หน่วยทหารตามทีÉกาํหนด


๕๕ แผนกพลาธิการ มณฑลทหารบก การจัด สำนักงานพลาธิการมณฑลทหารบก เปนหนวยขึ้นตรงตามอัตราของกองบัญชาการมณฑล ทหารบก มีการจัดประกอบดวย พลาธิการมณฑลทหารบก เปนหัวหนา (อัตรา พ.ท.) มีผูชวยพลาธิการ ( อัตรา พ.ต. ๒ นาย ) ฝายเกียกกาย (อัตรา พ.ต. ๑ นาย) ฝายการน้ำมัน (อัตรา พ.ต.๑ นาย) และเสมียน พนังงานชั้นนายสิบตามอัตรา - หนาที่ สำนักงานพลาธิการมณฑลทหารบก และฝายอำนวยการเกี่ยวกับกิจการพลาธิการ - ปฏิบัติตามระเบียบแบบธรรมเนียมที่เหลาสายวิทยาการกำหนด - กำหนดความตองการสิ่งอุปกรณสายพลาธิการ ตลอดจนการจัดหา เก็บรักษา และแจกจาย - วางแผนและกำกับดูแลทางเทคนิคเกี่ยวกับกิจการพลาธิการของทุกหนวยในมณฑลทหารบก และหนวยขึ้นสมทบ - ปฏิบัติงานธุรการที่เกี่ยวของ - อำนวยการเกี่ยวกับกิจการเลี้ยงรับรอง ตอนที่ ๔ หนวยทหารพลาธิการ ๑. กลาวทั่วไป หนวยทหารพลาธิการ คือหนวยที่บรรจุและหรือบรรจุอยูในอัตราของหนวยบัญชาการสงกำลัง บำรุง และหนวยกำลังรบในระดับกองพล คือกองบัญชาการชวยรบ กองพลทหารราบ กองพลทหารมา กอง พลทหารปนใหญตอสูอากาศยาน ศูนยสงครามพิเศษ เปนตน หนวยทหารพลาธิการเหลานี้ขนาดหนวยเล็กกวากองพันแตใหญกวากองรอย ภารกิจและหนาที่ของ หนวยพลาธิการที่บรรจุอยูในหนวยบัญชาการสงกำลังบำรุง และหนวยทหารที่กลาวแลว จะมีภารกิจและ หนาที่ใหการสนับสนุนการสงกำลังและการบริการสายพลาธิการในสนาม ๒. หนวยทหารพลาธิการและหรือหนวยทหารที่มีภารกิจเกี่ยวของกับงานสายพลาธิการ ๒.๑ กองรอยบริการสงกำลังเสบียง เปนหนวยของกองทัพบกซึ่งอาจแบงมอบใหกับหนวยรองได ตามความเหมาะสม ๒.๑.๑ ภารกิจ ของกองรอยพลาธิการสงกำลังเสบียงจะดำเนินการ รับและจัดสงสิ่งอุปกรณ ประเภทที่ ๑ สายพลาธิการ จากกองรอยพลาธิการการคลังเสบียงและคลังเสบียงของกรมพลาธิการทหารบก ไปยังตำบลสงกำลังของกองทัพภาค/ตำบลจายตาง ๆ ตามที่ไดรับมอบหมาย ๒.๒ กองรอยพลาธิการสงกำลังน้ำมัน เปนหนวยรองของกองทัพบก อาจแบงมอบใหกับหนวยรอง ไดตามความเหมาะสม ๒.๒.๑ ภารกิจ ดำเนินการรับ และจัดสิ่งอุปกรณประเภท ๓ จากกองรอยคลังน้ำมัน หรือจาก คลังน้ำมันของกรมพลาธิการทหารบกไปยังคลังน้ำมันของกองบัญชาการชวยรบและหรือตำบลสงกำลังของ กองทัพภาค หรือไปยังหนวยอื่นตามที่ไดรับมอบหมาย ๒.๕ กองพันพลาธิการสงกำลังทางอากาศ ( อจย.หมายเลข ๑๐ – ๔๐๗ ) ๒.๕.๑ กลาวทั่วไป กองพันพลาธิการสงกำลังทางอากาศ ผูบังคับกองพัน (อัตรา พ.ท.) นายทหารที่บรรจุอยูตามอัตราเปนเหลาทหารพลาธิการ และเหลาอื่น ๆ ตามความจำเปน ๒.๕.๒ การจัด กองพันพลาธิการสงกำลังทางอากาศ มีการจัดกำลังประกอบดวย ๒.๕.๒.๑ กองบัญชาการ และกองรอยกองบังคับการ


๕๖ ๒.๕.๒.๒ กองรอยสงกำลังทางอากาศ ๒ กองรอย แตละกองรอยประกอบดวย - กองบังคับการกองรอย - ๖ หมวดสงกำลังทางอากาศ แตละหมวดประกอบดวย บก. หมวด ๑๒ ตอนสนับสนุน และ ๑๒ ตอนสงกำลังทางอากาศ ๒.๕.๒.๓ กองรอยสงกำลังและซอมบำรุงรม ประกอบดวย - กองบังคับการกองรอย - หมวดสงกำลัง - หมวดซอมบำรุง - หมวดพับรม ๒.๕.๓ ภารกิจ ๒.๕.๓.๑ สงกำลังอาวุธยุทโธปกรณ และสิ่งอุปกรณใหหนวยทหารในพื้นดินโดย การสงลงดวยรม ไมใชรมหรือการรอนลงสพูื้นดิน ๒.๕.๓.๒ สนับสนุนการยุทธสงทางอากาศ โดยจัดเตรียมรมและยุทโธปกรณ สำหรับทหารพลรม ๒.๕.๓.๓ กระโดดรมลง ณ เขตสงลง เพื่อชวยแนะนำในการคนหา เก็บรวบรวม และสงกลับสิ่งอุปกรณสงทางอากาศ ๒.๕.๓.๔ ดำเนินการดานคลังและซอมไดอยางจำกัด


๕๗ เหลาทหารสารวัตร MILITARY POLICE กิจการเกี่ยวกับเรื่องสารวัตรทหาร ไดเริ่มขึ้นตั้งแตประวัติศาสตรชาติไทยสมัยพอขุนศรีอินทรา ทิตยพอขุนรามคำแหง และมีผูปฏิบัติแลวอยางนอยที่สุดก็คือ แมทัพหรือผูบังคับบัญชาทหาร ซึ่งก็ทำหนาที่ สารวัตรทหารอยูแลว เรื่องนี้ยอมรับกันไดไมยากนักกลาวคือ เมื่อเร่มิมีประเทศไทยก็ตองมีกำลังทหารไวสูรบ ทัพจับศึก เมื่อมีทหารเปนหมูเปนพวก ก็ตองมีกฎ ระเบียบ ขอบังคับขึ้นเปนกติกาของสังคม และผูที่รักษา กฎ ระเบียบ ตลอดจนขอบังคับตาง ๆ ของหมูเหลาทหารนี้ก็คือ สารวัตรทหารนั่นเอง แตจะเรียกขานกัน อยางไรไมปรากฏไมสามารถจะคนควาไดแตคงไมเกินเลยไปหากจะยืนยันวากิจการสารวัตรทหารของไทยนั้น มีมาชานานแลว นับเริ่มตั้งแตมีประเทศไทย และมีทหารเปนหมูเปนเหลาสืบมา ในประวตัิศาสตรสารวัตร ทหาร นับวามีความจำเปนและสำคัญมาก ซ่งึมักจะตองจัดอยูคูกับการทหารมาโดยตลอด แมวาจะเคยยุบเลิก หนวยสารวัตรทหารไปในบางครั้ง แตก็ตองมอบภารกิจใหกับทหารหนวยใดหนวยหนึ่งปฏิบัติแทน และอีกไม ชาไมนานก็เห็นความจำเปนจนตองจัดต้งัขึ้นใหมอีก จากบันทึกที่มีปรากฏอยูนั้น กิจการสารวัตรทหารไดเจริญและเสื่อมถอยควบคูกันมา กับการ พัฒนาหรือเสื่อมโทรมมากับกองทัพโดยตลอด ภายหลังจากเกิดเหตุการณปร.ศ.๑๑๒ (พ.ศ.๒๔๓๖) ใน รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณจุลจอมเกลาเจาอยหูัว รัชกาลที่ ๕ แลว พระองคไดทรง ระลึกถึงความสำคัญของทหาร จึงไดทรงจัดกิจการทหารโดยวางรูปการใหม ไดจัดตั้งกองพันแบบสมัยใหม เปลี่ยนเครื่องแบบจากเดิมจากนุงผาเปนสวมกางเกงแบบใหมหมดตั้งแตวันที่ ๔ ต.ค.๒๔๓๙ สืบตอมาจนถึง พ.ศ.๒๔๔๐ พระเจาลูกยาเธอพระองคเจาจิรประวัติวรเดช (จอมพลพระเจาพี่ยาเธอกรมหลวงนครไชยศรีสุร เดช) ทรงสำเร็จวิชาทหารตามแผนปจจุบันจากตางประเทศ และ ไดเสด็จกลับมารับราชการใน กระทรวงกลาโหม พระองคไดทรงเปนผูปรับปรุง จัดกิจการทหารบกขึ้นใหมหลายอยาง หลายประการ เชน ตั้งกรมเสนาธิการทหารบกขึ้น และตั้งพระราชบญัญัติลักษณะเกณฑทหาร กิจการทหารบกถูกเปลี่ยนแปลงให เปนกองทัพที่ทันสมัย เมื่อกิจการทหารบกจัดกำลงัแบบใหมเปน กองรอย กองพัน กองพล จนถึงกองทัพ และ การจัดเหลาตางๆ จนสามารถเรียกวาเปนกำลังกองทัพบกไดอยางมีประสิทธิภาพ ตลอดจนคำบอกคำสั่ง และการฝกตาง ๆ ก็เปลี่ยนจากภาษาตางประเทศมาใชภาษาไทย และมีเครื่องแบบ เครื่องหมายสังกัด แตง เปนระเบียบปรากฏเปนที่แนนอน ทั้งตรากฎขอบังคับ ระเบียบ ซึ่งจะตองปฏิบัติโดยเครงครัด ดังนี้จึงตองมี สารวัตรทหารเพื่อตรวจตราดูแลระเบียบวินัยของทหาร นอกบริเวณโรงทหารตามแบบอยางตางประเทศ โดยมีขอบังคับที่เกี่ยวของกับกิจการสารวัตรทหารฉบับหนึง่ซึ่งนับวาเปนสมบัติประวัติศาสตรของเหลา คือ “ ขอบังคับหนาที่สารวัตรใหญทหารบก รัตนโกสินทรศก ๑๒๗ ” ภายใตเครื่องหมายตราแผนดิน ซ่งึพระเจา ลูกยาเธอพระองคเจาจิรประวัตวิรเดช ทรงลงนามไวตั้งแต รศ.๑๒๖ หรือ ๒๗ มีนาคม ๒๔๕๐ ในขอบังคับนั้น มีสาระสำคัญดังนี้


๕๘ ขอบังคับหนาที่สารวัตรใหญทหารบก รัตนโกสินทรศก ๑๒๗ สารวัตรใหญทหารบก ๑. สารวัตรใหญทหารบกนี้ ขึ้นตรงตอกรมยุทธนาธิการ จะตั้งขึ้นสำหรับใหมีหนาที่ในตำบลใด และกำหนดเขตทองที่ ๆ จะรักษาการณเพียงใด แลวแตกรมยุทธนาธิการจะออกคำสั่งกับมีเจาหนาที่และ พนักงานตามสมควร หนาที่ ๒. มีหนาที่ตรวจตราทหารบกในเขตซึ่งจะไดกำหนดภายนอกเขตที่ตั้งโรงทหาร ระงับการที่จะ ไมใหมีเหตุราย และกระทำผิดตอขอบังคับและกฎหมายทหาร สืบสวน , ระงับเหตุ , จับกุม ๓. เมื่อบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหารไดกระทำผิดลงในทองที่ของสารวัตรใหญก็ดี หรือเชื่อวา จะกระทำผิดก็ดี หรือเปนแตเพียงสงสัยวาไดกระทำผิดก็ดี ตองเปนหนาที่สืบสวนหาหลักฐานพยาน ในการที่ จะไดไตสวนตอไป และเปนหนาที่จะงับเหตุการณที่เกิดขึ้นนั้น ถาเปนการจำเปนที่จะตองจับกุมก็มีอำนาจ จับกุมผูกระทำผิดหรือสงสัยวาจะกระทำผิดนั้นได วิธีจับกุมผกูระทำผิด ๔. การจับกุมที่ไดกลาวมาแลวนี้ จะทำไดตอเมื่อไมมีเจาหนาที่รักษาทองที่อยู ณ ที่นั้น แตถามี แลวตองบอกใหเจาหนาที่รักษาทองที่นั้นจับกุมใหตามหนาที่ และตองชวยในการจับกุมนี้โดยเต็มกำลัง เมื่อ จับไดแลวจะสงตัวใหเจาหนาที่รักษาทองที่สงกรมทหารตามระเบียบ หรือจะขอรับตัวมาเอง แลวแตจะเปน การสะดวกในหนาที่และทางการนั้น รายงานเหตุการณ ๕. เมื่อมีเหตุการณซ่ึงตองจับกุมหรือทราบการทำผิดใด ๆ แมเพียงสงสัยก็ดี ก็ใหรีบทำรายงาน แจงความไปใหผูมีอำนาจบังคับบัญชาผูนั้นทราบความไวทุกครั้ง อัยการ และยกบัตรศาล ๖. ใหมีอัยการและยกบัตรศาลสำหรับศาลกรมทหารในสารวัตรใหญนี้สวนหนึ่ง สังกัดขึ้นตอ สารวัตรใหญทหารบกประจำอยูเสมอ หนาที่อัยการ ๗. อัยการทหารบกนี้เปนหนาที่ไตสวนคดีตาง ๆ ซึ่งผูกระทำผิดจะตองขึ้นศาลกรมทหาร เมื่อไตสวนเสรจ็ตองรายงานเสนอตอสารวัตรใหญทหารบก สั่งการตอไป หนาที่ยกบัตรศาล ๘. คดีใดเมื่อยกบัตรศาลไดรับฟองแลว ใหนำฟองเสนอสารวัตรใหญทหารบกตั้งกรรมการศาล กรมทหาร อำนาจหนาที่และวิธีซ่ึงสารวัตรใหญจะตั้งศาลกรมทหาร ๙. สารวัตรใหญทหารบกมีอำนาจตั้งนายทหารที่สังกัดในกรมทหารบก ในจังหวัดที่เปน กรรมการไดตามพระธรรมนูญศาลทหารบก แตตองปรึกษาตกลงกับผูบัญชาการทหารในทองที่นั้นเสียกอน เพื่ออยาใหขัดของแกการอื่น


๕๙ หนาที่สารวัตรใหญจัดการเมื่อคดีถึงที่สุด ๑๐. คำพิพากษาคดีใดถึงที่สุดแลว สารวัตรใหญทหารบกตองสงสำนวนคดีนั้น ไปยังผู บัญชาการมณฑลทหารบก จัดการตามอนุมัติแหงคำพิพากษานั้นตอไป ระเบียบหนังสือและรายงาน ๑๑. ตองจัดระเบียบการหนังสือและรายงานตางๆ ในหนาที่สารวัตรใหญทหารบกและสรรพสิ่ง ในหนาที่นั้นทุกประการ สารวัตรทหารบก ๑๒. ถาหัวเมืองใดมีกรมทหารอยูรวมทองที่เดียวกันหลายเหลาหลายกรม ซึ่งเปนหนาที่สารวัตร ทหารบกประจำทองที่เปนผูมีอำนาจตั้งศาลกรมทหารนั้น ใหผูบัญชาการทหารบกมณฑลนั้น มีอำนาจตั้ง นายทหารชั้นสัญญาบัตรตำแหนงหนึ่งตำแหนงใด ทำการในหนาที่สารวัตรทหารบกเพิ่มขึ้นจากตำแหนงเดิม นั้นได หนาที่สารวัตรทหารบก ๑๓. หนาที่สารวัตรทหารบก มีหนาที่อยางเดียวกันกับสารวัตรใหญทหารบก ดังไดกลาวมาแลว เปลี่ยนแปลงแตทองที่ซึ่งสารวัตรทหารบกประจำอยูที่ใด ตองตรวจตราและกระทำการตามทองที่นั้นเทานั้น ซึ่งอยูในบังคับบัญชาของผูตั้งนั้น ไมไดขึ้นตรงตอกรมยุทธนาธิการ ศาลายุทธนาธิการ วันที่ ๒๗ มีนาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๖ จิรประวัติวรเดช ผบูัญชาการกรมยุทธนาธิการฯ ขอบังคับฉบับนี้จึงเปนตนประวัติศาสตรของเหลาและไดรับอนุมัติใหใช วันที่ ๒๗ มีนาคม ของ ทุกป เปนวันทหารสารวัตร มาจนถึงปจจุบัน ยุคกำเนิด ในสมัยแรก ๆ การรักษาระเบียบวินัยของทหารภายนอกกรมบริเวณโรงทหารนั้นมีคำสั่งกรม ยุทธนาธิการ ใหกรมกองทหารจัดหมูตรวจผลัดเปลี่ยนกันตรวจตราบริเวณตลาดและชุมชน ที่สำคัญเชน หนา โรงหวย บอนถั่วโปตาง ๆ โดยมี พ.ต.หลวงอรรคสรกิจ (อิ่ม ธรรมานนท) เปนสารวัตรใหญคนแรก เมื่อ ๑ เม.ย. ร.ศ.๑๑๖ (พ.ศ.๒๔๔๐) ภายหลังเลื่อนยศบรรดาศักดิ์เปน พ.อ.พระยาวิเศษสัจธาดา กิจการสารวัตร ในสมัยนี้ยังไมมีหลักฐานการปฏิบัติงานเปนชิ้นเปนอันอยางหนึ่งอยางใด เพราะเปนครั้งแรกเริ่มที่จัดกำลัง กองทัพบกแบบใหม ครั้นตอมาเมื่อขยายกำลังกองทัพบก ทำการฝกแบบใหม ตลอดทั้งอาวุธที่ใชก็เปนอาวุธ สมัยใหม ในป พ.ศ.๒๔๔๕ เกิดผูรายเงี้ยวคบคิดกันเปนขบถขึ้นในมณฑลมหาราษฎร จึงไดสั่งกำลัง ทหารบกจากกรุงเทพ ฯ ไปปราบปรามขบถเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๕๑ สงบราบคาบแลวจึงไดมีพระบรม ราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหกรมยุทธนาธิการ ตั้งสารวัตรใหญทหารบกขึ้นสำหรับมณฑลทหารบกกรุงเทพ ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให พ.ท.พระวิไชยยุทเดชาคณี (จอน วิภาตะทรรศน) สำรองราชการกรม ยุทธนาธิการ เปนสารวัตรใหญทหารบก (ภายหลังเปลี่ยนยศบรรดาศักดิ์เปน พ.อ.พระศรีภวัง) และให พ.ต. หลวงโหมหัก ปจจานึก ออกจากตำแหนงราชองครกัษประจำการ ไปเปนผูชวยสารวัตรใหญทหาร


๖๐ ตอมาเมื่อป ๒๔๕๒ กรมยุทธนาธิการไดขยายกิจการสารวัตรอยางกวางขวางยิ่งขึ้น ใหมีหนาที่ ทำการตรวจตรา รักษาระเบียบวินัยทหารใหทั่วกรุงเทพ ฯ พระมหานคร ดังแจงความกรมยุทธนาธิการ ความ วาดวยทรงพระกรุณาโปรดเกลาให พ.อ.พระเริง ฤทธิ์สงคราม (ปลั่ง วรรณายน ภายหลังเลื่อนบรรดาศักดิ์เปน พระยาอภัยสงคราม) ผูบังคับกรม กรมทหารราบที่ ๑๙ เมืองปราจีนบุรี เปนสารวัตรใหญทหารบก ตั้งแต ก.ค. ๒๔๕๒ และไดแบงเขตตรวจสำหรับพระนครออกเปน ๓ บรเิวณ คือ ๑. พ.อ.พระบรมวงศเธอกรมหมื่นชาญไชยบวรยศ เปนสารวัตรทหารบกฝายเหนือ เขตตรวจ ตราตั้งแตฝงคลองผดุงกรุงเกษมไปจนถึงสามเสน บางกระบือ บางซ่อื ๒. พ.อ.ม.จ. ชื่น เปนสารวัตรทหารบกบริเวณพระนคร มีเขตตามแนวคลองผดุงกรุงเกษมถึงหัว ลำโพง สามแยก สะพานพุทธ จดแมน้ำเจาพระยา ๓. พ.ท.หลวงพิสณฑ ยุทธการ (ปก) เปนสารวัตรทหารบกบริเวณใต ตั้งแตบริเวณสามแยก ถึง ถนนตก ในสมัยนี้ยังไมมีสำนักงานที่แนนอน ถึงเวลาสั่งงานออกตรวจก็นัดใหเจาหนาที่ตางๆ ไปประชุม ฟงคำสั่งที่ใตมุข ดานหลังของมุข ดานหนากระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๔๕๒ ผลจากการจัดราชการทหารบก ครั้งพระเจาลูกยาเธอพระองคเจาจิระประวัติวรเดช ทรงเปนผูบัญชาการกรมยุทธนาธิการ ไดมีการประลอง ยุทธครั้งแรกที่พญาไท แลวสวนสนามที่หนาพระลานสวนดุสิต คนทั้งหลายไดเห็นกองทัพทหารไทย พรอม ดวยเครื่องศาสตราวุธยุทธภัณฑสมัยใหมตลอดจนวิธีหัดขบวนรบในครั้งนั้น ถึงกับรัฐบาลฝายฝรั่งเศสแตงตั้ง ใหนายพลแมทัพฝรั่งเศส เขามาดูการประลองยุทธดวย ในครั้งนี้กิจการสารวัตรทหารไดเปลี่ยนแปลงตาม ความเจริญของกองทัพบก ดังแจงความกรมยุทธนาธิการให พ.อ.พระสุรฤทธิ พฤติไกร (สาย ธรรมานนท ภายหลังไดเลื่อนยศบรรดาศักดิ์ เปน พล.ต. พระยาฤทธิไกร เกรียงหาญ) ผูชวยจเรทหารบก เปนสารวัตร ใหญทหารบกตั้งแตเดือน มี.ค.๒๔๕๒ ในระยะนี้ที่ทำงานของสารวัตรใหญทหารบก เปลี่ยนไปอยูใตหอนาิกา มุมกระทรวงกลาโหม ดานสะพานขางโรงสี (คือ หอกลองในปจจุบัน) สำหรับการตรวจตราแบงเปนบริเวณ ตรวจเชนเดิม ยุคสรางสรรค เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวรัชกาลที่ ๖ ขึ้นครองราชยสมบัติในป พ.ศ.๒๔๕๓ พระองคไดทรงแกไขกองทัพบก โดยยกเลิกกรมยุทธนาธิการเสียตั้งกระทรวงกลาโหมขึ้น โดยมีพระพี่ยาเธอ กรมหมื่นนครไชยศรีสุรเดช เขาดำรงตำแหนงเสนาบดีกระทรวงกลาโหม เมื่อ ๑๑ ธ.ค. ๒๔๕๓ ทรงแยก ทหารเรือออกจากกระทรวงกลาโหม ตั้งขึ้นเปนกระทรวงทหารเรือตางหาก และทรงตั้งสภาปองกัน ราชอาณาจักรขึ้นเพื่อประสานงานฝายทหารบก ทหารเรือ ใหดำเนินไปสอดคลองรวมกันระยะนี้ กระทรวงกลาโหม แบงการปกครองออกเปน ๑๓ กรมคือ ๑. กรมปลัดทัพบก ๒. กรมยกบัตรทหารบก ๓. กรมจเรทหารบก และกรมปนเล็กปนกล ๔. กรมปลัดบัญชีทหารบก ๕. กรมพระธรรมนูญทหารบก ๖. กรมสารวัตรใหญทหารบก ๗. กรมเกียกกายทหารบก ๘. กรมแสงสรรพาวุธ


๖๑ ๙. กรมคชบาล ๑๐. กรมแพทยสุขาภิบาลทหารบก ๑๑. กรมพยาบาลทหารกลาง ๑๒. กรมเสนาธิการทหารบก ๑๓. กรมราชองครักษ หมายเหตุ สารวัตรทหารบกแตเดิมยังมิไดตั้งเปนกรม คงมีแตตำแหนงสารวัตรใหญทหารบก ในกรมยุทธนาธิการ เมื่อตั้งเปนกรมสารวัตรใหญทหารบกแลว ผูเปนเจากรมสารวัตรใหญทหารคนแรก คือ พ.อ.พระยาฤทธิไกร เกรียงหาญ (สาย ธรรมานนท) เมื่อป พ.ศ.๒๔๕๔ ตั้งแตพระเจาพี่ยาเธอกรมหลวงนคร ไชยศรีสุรเดช ดำรงตำแหนงเสนาบดี ไดทำการประชุมทหารในกรุงเทพ ฯ มากกวาทุกครั้งเคยมีมาทำการสวน สนามในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ณ วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๔ พระบาทสมเด็จพระ เจาอยูหัวทรงมาพระที่นั่งตรวจพล พรอมดวยเจานายตางประเทศที่มาแทนพระองค สมเด็จพระราชาธิราช และสมเด็จพระเจาแผนดินในยุโรป และแทนพระองคสมเด็จพระราชาธิราชญี่ปุนมีนายทหารนา ๆ ประเทศที่ เขามาครั้งแรกนั้นตามเสด็จตรวจแถวทหารแลวประทับ ณ ที่รับการเคารพพรอมดวยสมเด็จ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี ฯ พระบรมวงศานุวงศ เจาตางประเทศ ทูตานุทูตและขาราชการทั้ง ปวง ในปนี้กิจการกรมสารวัตรใหญทหารบก ไดเปลี่ยนตัวนายทหารสารวัตรบางนายเพื่อความเหมาะสม โดย คำสั่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม คอื ๑. หลวงประจัน สิทธิการ ผูชวยสารวัตรใหญทหารบก เปนปลัดกรมบัญชาการกองพลที่ ๑ ๒. พ.ท.พระอนุรักษ โยธา (วสน เพ็ญพน) ผูบังคับการทหารพาหนะกองทัพที่ ๑ เปน สารวัตรทหารบกบริเวณฝายเหนือแทน พ.อ.พระวรวงคเธอกรมหมื่นไชบวรยศ ซึ่งยายไปเปนเจากรมเสบียง ทหารบก ๓. พ.อ.หมอมเจาชื่น สารวัตรทหารบก บริเวณพระนคร ออกจากประจำการ พ.ท.หลวง เพชรกำแหง เปนสารวัตรทหารบกบริเวณพระนครแทน สมัยนี้สำนักงานกรมสารวัตรใหญทหารบก ยายไปอยูที่โรงชางขางศาลเจาพอหลักเมือง หนาที่ตรวจตราระเบียบวินัยทหาร คงจัดเปนบริเวณตรวจเชนเดิม ภายหลังไดมีพระบรมราชโองการจัดตั้งกระทรวงกลาโหม และกระทรวงทหารเรือขึ้น โดย มีเสนาบดี บังคับบัญชาแตละกระทรวง สมัยนี้กิจการทหารไดขยายเพิ่มกำลังเหลาตาง ๆ ขึ้นอีกมาก เชน โปรดเกลาใหตั้งกองทหารเสือปาขึ้น เมื่อวันที่ ๑ พ.ค. ๒๔๕๔ และทรงตั้งกิจการลูกเสือขึ้นเปนลำดับตอมา และยังโปรดเกลา ฯ ใหตั้งกรมวังนอกขึ้นเปน กรมทหารรักษาวัง เมื่อวันที่ ๒ พ.ค.๒๔๕๔ ตอมาป พ.ศ.๒๔๕๕ ไดเริ่ม จัดตั้งแผนกการบินขึ้น เมื่อกิจการทหารขยายกวางขวางมีทั้ง ทหารบก เรือ และอากาศ กิจการสารวัตรทหารก็ยอมเปลี่ยนแปลงตามไปดวย โดยจัดใหมีทหารบก ทหารเรือ มาสังกัดกรมสารวัตรทหาร เพื่อตรวจตราไดทั่วถึง ฉะนั้นตำแหนงสารวัตรใหญทหารบก จึงตองเปลี่ยนเปน สารวัตรใหญทหาร ตำแหนงสารวัตรใหญทหารคือ พล.ต.พระยาฤทธิไกร เกรียงหาญ (สาย ธรรมานนท) ผูชวยสารวัตร คือ นาวาเอก พระอาษาศัลการ (แวว ไวณุนาวิน) และมีเรือโท ขีด แสนเกษม มาประจำกรม สารวัตรทหาร กิจการสารวัตรทหารในระยะนี้ ไดเพิ่มกำลังและบริเวณตรวจ นอกจาก ๓ บริเวณแลว ยังเพิ่ม สารวัตรทหารบริเวณตลาดพลูขึ้น เพื่อไดตรวจตราในเขตทองที่ทหารเรือไดทั่วถึง กิจการสารวัตรทหารสมัย พล.ต.พระยาฤทธิไกร เกรียงหาญ ไดทำการตรวจตราระเบียบวินัยทหารโดยเครงครัด ปรากฏวานายทหาร นายสิบ พลทหาร ทั้งบก เรือ อากาศ มีความกลัวเกรงสารวัตรทหารเปนอยางมาก ตองระวังการแตงกายให เปนระเบียบเรียบรอยถูกตองตามระเบียบแบบแผน รักษามารยาทวินัยการเคารพโดยเครงครัด


๖๒ ยุคการหยุดชะงัก วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกลา เจาอยูหัว รับราชสมบัติสืบสันติวงศ (รัชกาลที่ ๗) ในสมัยนี้เหตุการณของโลกดานสงครามสงบราบคาบ แต บังเกิดผลวิบัติในดานเศรษฐกิจของโลกเกิดขึ้นแทน ทั่วโลกประสพภัยแหงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งนี้ทั่วไป ประเทศไทยก็อยูในขายนั้นดวย จึงเปนเหตุใหขาราชการทั้งทหารบก เรือ อากาศ พลเรือน ตองออกจาก ราชการเปนจำนวนมาก กับทั้งหนวยกรมกองทหารที่ตั้งอยูเดิม เมื่อพิจารณาเห็นความจำเปนนอย ก็ยุบเลิก เสียเปนจำนวนมาก หนวยสารวัตรทหารซึ่งประจำอยูตามมณฑล และจังหวัดทหารบกทุกแหงยุบเลิกไปดวย โดยเฉพาะกรมสารวัตรทหาร ไดมีการเปลี่ยนตัวสารวัตรใหญเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๑ พ.ท.พระบำราช อรินทรพาย (เทียม สุนทรบุระ) เปนสารวัตรใหญสืบตอจาก พล.ต.พระยาฤทธิไกร เกรียงหาญ ซึ่งเปนสารวัตรใหญ ทหาร ตั้งแต พ.ศ.๒๔๕๒ ถึง พ.ศ.๒๔๗๑ เปนเวลาถึง ๑๙ ป ยายไปรับตำแหนงจเรทหารภูธร ครั้นถึง พ.ศ.๒๔๗๒ ตำแหนงสารวัตรใหญทหาร คือ พ.อ.พระศรีวิชัยบริบูรณ (เหมือน อินทรกำแหง) สมัยนี้กิจการ สารวัตรทหารยังคงเปนไปตามรูปเดิม แตไดตัดทอนกำลังเหลือนอยลง เทาที่จำเปนในการปฏิบัติงานตรวจ ตราเทานั้น ครั้นถึง ๒๔ มิ.ย.๒๔๗๕ มีคณะราษฎรอันประกอบดวย ทหารบก ทหารเรือ และพลเรือน ทำ การปฏิวัติยึดการปกครองของรัฐบาลได กิจการทหารของประเทศไทย ก็ไดมีการเปลี่ยนแปลงหนวยกำลังและ ผูบังคับบัญชาหนวยทหารเปนการใหญทั่วประเทศ สำหรับกิจการสารวัตรก็มีการเปลี่ยนแปลงดวย โดยมี คำสั่งให พ.อ.พระยารามจตุรงค (นัด เขมะโยธิน) เปนสารวัตรใหญทหาร เมื่อ สิงหาคม ๒๔๗๕ พ.ท.พระสร ยุทธโยธาหาร (สุวรรณปทมานนท) เปนรองสารวัตรใหญทหาร การตรวจในหนาที่สารวัตรทหาร คงแบง บริเวณตรวจเปน ๔ บริเวณเชนเดิม ครั้นถึง พ.ศ.๒๔๗๖ ทางราชการไดยุบเลิกกรมสารวัตรทหาร การตรวจ ในหนาที่สารวัตรทหารนั้น ใหเปนหนาที่ของหนวยกรมกองทหาร จัดสารวัตรตรวจในเขตของแตละกรมกอง เมื่อวันที่ ๑๐ ต.ค.๒๔๗๖ เกิดการขบถโดยกำลังทหารภาคอีสาน เขามายึดจังหวัดสระบุรี ตลอดจนถึงดอนเมือง ฝายรัฐบาลไดปราบปรามราบคาบ ภายหลังจากปราบจลาจลสงบเรียบรอยแลว ทาง ราชการเห็นความจำเปนในกิจการสารวัตรทหาร จึงมีคำสั่งใหทุกมณฑลทหารบกจัดสารวัตรทหารขึ้น ทำการ ตรวจตราในเขตทองที่แตละมณฑลทหารบก โดยเฉพาะมณฑลทหารบกที่ ๑ ไดแตงตั้ง พ.ต.หลวงศิลปสารส ราวุธ (เพิ่ม มหานนท) เปนสารวัตรประจำมณฑลทหารบกที่ ๑ ที่ทำการมณฑลทหารบกที่ ๑ อยู ณ วังบาง ขุนพรหม กำลังสารวัตร นายทหาร นายสิบ พลทหาร จัดจากกองพลทหารบกที่ ๑ แบงเขตทำการตรวจพระ นคร และธนบุรี ออกเปน ๑๒ เขต เครื่องหมายสารวัตรทหารเปลี่ยนจากกงจักรสีขาวเปนกงจักรสีทอง ขนาด ยอม ติดทับปลอกแขนสักหลาดสีแดง ครั้นถึง ๘ ธ.ค.๒๔๘๔ ไดเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา รัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุนลงนามใน สัญญาพันธมิตรรวมกัน ระยะนี้ทางราชการจำเปนตองขยายกิจการสารวัตรทหาร ใหมีกำลังเพียงพอจึงไดสั่ง ยุบเลิกสารวัตรทหารประจำมณฑลทหารบกที่ ๑ ตั้งเปนกองสารวัตรทหารในมณฑลทหารบกที่ ๑ โดย พ.ท. หลวงศิลปสาร สราวุธ เปนผูบังคับกองสารวัตรจัดกำลังนายทหาร นายสิบ จากกองพลทหารบกที่ ๑ มาอยู ประจำที่กองสารวัตรทหารในอัตรา ๑ กองรอย เนื่องจากมีทหารตางชาติมาอยูในประเทศไทย เพื่อความ สงบเรียบรอย จึงไดจัดตั้งสารวัตรผสมขึ้นอีกสวนหนึ่ง มีกำลังทหารบก ทหารเรือ ตำรวจ อัตราหนวยละ ๖ นาย ประจำอยูในที่ตั้งกองรักษาการณกลาโหมตลอดเวลา มีหนาที่ระงับเหตุการณทั่วไปในเขตจังหวัดพระ นครและธนบุรี


๖๓ ครั้นตอมาทหารญี่ปุนไดเพิ่มกำลังเขามาอยูในประเทศไทยมากขึ้น และมีเหตุทะเลาะวิวาทอัน เนื่องมาจากพูดภาษาไมรูเรื่อง ไมเขาใจกัน และประกอบกับขนบธรรมเนียมประเพณีแตกตางกัน จึงมีเรื่อง เกิดขึ้นเสมอ ทางราชการจึงไดตั้งกองสารวัตรผสมไทย – ญี่ปุน ขึ้นอีก ๓ หนวย ๑. หนวยสารวัตรผสมไทย - ญี่ปุน ตั้งอยู ณ ศาลาแดง ๒. หนวยสารวัตรผสมไทย - ญี่ปุน ตั้งอยู ณ สโมสรไทปง (ขางโรงพยาบาลกลาง) ๓. หนวยสารวัตรผสมไทย - ญี่ปุน ตั้งอยู ณ ขางวงเวียนเล็กธนบุรี เมื่อปลาย พ.ศ.๒๔๘๖ ทางราชการเห็นความจำเปนในกิจการสารวัตรทหาร ซึ่งตองปฏิบัติ มากมายหลายอยาง ในภาวะสงครามจึงไดจัดตั้งกรมสารวัตรทหารขึ้นใหม ที่ทำการอยู ณ สวนมิสกวัน มี พล.ต.ขุนเรือง วีรยุทธ เปนสารวัตรใหญทหาร พ.อ.หลวงศิลปสาร สราวุธ เปนรองสารวัตรใหญทหาร กรม สารวัตรทหาร ไดจัดสวนบังคับบัญชาและหนาที่สารวัตรทหาร ไดขยายกิจการสารวัตรทหารทั่วประเทศ โดย แบงเปน ๕ ภาค คือ.- ๑. ภาคกลาง สารวัตรภาค คือ พ.ท.ชาญ วุฒิรนประมวลธน ๒. ภาคบูรพา สารวัตรภาค คือ นาวาเอก อำพัน ภมรบุตร ๓. ภาคอีสาน สารวัตรภาค คือ พ.อ.หลวงจำรสั โรมรัน ๔. ภาคพายับ สารวัตรภาค คือ พ.ท.ขุนคุน ขบวนรถ ๕. ภาคใต สารวัตรภาค คือ นาวาอากาศเอก ถนอม วาระรังศรี ทุก ๆ จังหวัดทหารบกและจังหวัดทหารเรือ ใหตั้งกองสารวัตรทหารประจำทุกแหง ครั้นถึง ๒๒ มี.ค.๒๔๘๗ ไดแตงตั้ง พล.ต.ขุนปลดปรปกษ พิบูลภาณุวัฒน เปนสารวัตรใหญ ทหาร กรมสารวัตรทหารยายไปอยู ณ ที่โรงเรียนฝกหัดครู (คือที่ตั้ง หนวย พล.๑ รอ.ในขณะนี้) สวนที่สวน มิ สกวันเปนที่ทำการสารวัตรภาคกลาง ภายหลังที่ทำการสารวัตรภาคกลางยายไปรวมอยู ณ กรมสารวัตร ทหาร วันที่ ๒๘ ส.ค.๒๔๘๗ ไดแตงตั้ง พลเรือตรี หลวงสังวรยุทธกิจ (สังวรสุวรรณชีพ) เปนสารวัตร ใหญทหาร ในระยะนี้กิจการสารวัตรทหารคงเปนไปตามเดิมจนถึง ๑๘ สิงหาคม ๒๔๘๘ รัฐบาลไทยได ประกาศวา การประกาศสงครามของไทยเปนโมฆะ และถือวาไดกลับเขาสูภาวะปกติในวันนี้ เมื่อสงครามสงบ จึงไดสั่งยุบเลิกสารวัตรผสม ไทย – ญี่ปุน ในระยะนี้ทางราชการไดยุบเลิก กรมเตรียมการทหาร และกิจการ ยุวชนทหาร โอนมาอยูในกรมสารวัตรทหาร ทำใหกรมสารวัตรทหารไดกำลัง นายทหาร นายสิบ และพล ทหาร เพิ่มขึ้น จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๙๐ กรมสารวัตรทหาร ไดขยายหนาที่และกิจการกวางขวาง เพิ่มขึ้นอีก เปน ๓ แผนก กับ อีก ๑ กอง คอื.- ๑. แผนกที่ ๑ มีหนาที่ กำลังพล ๒. แผนกที่ ๒ มีหนาที่ การสอบสวน ๓. แผนกที่ ๓ มีหนาที่ วิทยาการ ๔. กองโรงเรียนนายสิบสารวัตรทหาร วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ มีชาวไทยคณะหนึ่ง ซึ่งประกอบดวยทหารและตำรวจในพระนคร เปนกำลังสำคัญ ไดทำการรัฐประหารลมลางรัฐบาลสำเร็จ เพื่อแกไขสถานการณของประเทศที่เสื่อมโทรมใหดี ขึ้น ครั้นถึง ๒๖ กุมภาพันธ ๒๔๙๒ ไดเกิดการจลาจลขึ้นในพระนครโดยมีชนหมูหนึ่ง ผสมดวยทหารเรือ บางสวน ทางฝายรัฐบาลไดปราบปรามสงบราบคาบ ในระยะนี้กรมสารวัตรทหาร ไดถูกยุบเลิกอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแตรฐัประหารยึดอำนาจการปกครองประเทศเปนตนมา กิจการทหารไดเปลี่ยนแปลง แกไข เพิ่มเติมกำลังทหารใหมีความสามารถปองกันประเทศไดอยางแทจริง นอกจากนี้ยังเพิ่มพูนทั้งกำลังพล และ อาวุธแบบสมัยใหม ตลอดทั้งวิทยาการตาง ๆ เพื่อใหกาวหนาทัดเทียมนา ๆ ประเทศ ซึ่งไมเคยปรากฏ


๖๔ กิจการดานสารวัตรก็ไดถูกกอตั้งขึ้นมาใหมเปน กองสารวัตรมณฑลทหารบกที่๑ มีที่ทำการอยูที่สวนมสิกวัน มีอำนาจหนาที่ตรวจตราและรักษาความสงบเรียบรอย ในเขตมณฑลทหารบกที่ ๑ มีผูบังคับบัญชาตามลำดับ คือ ๑. พ.ท.สุกรี ธนูแผลง พ.ศ.๒๔๙๑ – ๒๔๙๓ ๒. พ.ท.ปุน ปุณยฤทธิเสนีย พ.ศ.๒๔๙๓ ๓. พ.ท.สมัย แววประเสริฐ พ.ศ.๒๔๙๔ – ๒๔๙๕ ๔. พ.ท.จงยุทธ ชูศรี พ.ศ.๒๔๙๕ – ๒๔๙๖ ๕. พ.ต.ศักดิ์ พิศิษฐพงศ พ.ศ.๒๔๙๖ กองสารวัตรทหารบกที่ ๑ แบงการบังคับบัญชา เปน ๒ กอง กองที่ ๑ มีหนาที่รักษาความสงบและการจราจร โดยแบงสายตรวจออกเปน ๘ สาย ทั่วพระ นครและธนบุรี กองที่ ๒ มีหนาที่รักษาสถานที่ราชการ ยุคการวางแนวทางเหลา ตอมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๑ ไดมีคำสั่งใหจัดตั้งหนวยทหารสารวัตรขึ้นอีก โดยใหขึ้นการบังคับบัญชา กับ ผบ.มทบ.และ ผบ.จทบ.แตละพื้นที่ในขณะน้นั ประเทศไทยไดรับการชวยเหลือจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในดานวิทยาการและกิจการตาง ๆ จากหนวยซึ่งเรียกกันติดปากวา “จัสแมก” ทำใหหนวยเกิดความ เจริญกาวหนาขึ้นจนไดรับการยกฐานะเปนเหลาทหารเหลาหนึ่ง คือ เหลาทหารสารวัตร จวบจนกระทั้งถึง วันที่ ๓๐ ก.ค.๒๔๙๕ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวไดทรงลงพระปรมาภิไธย ตราพระราชกฤษฎีกาจัด ระเบียบราชการกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ก็ไดออกขอบังคับ กระทรวงกลาโหมวาดวยการกำหนดหนาท่ีของเจาหนาที่และสวนราชการใน กองทัพบก พ.ศ.๒๔๙๕ กำหนดใหมี “กรมการสารวัตรทหารบก” (ดวยเหตุนี้เองในปจจุบันทหารเหลาทหาร สารวัตรจึงไดถือเอาวันที่ ๓๐ ก.ค.ของทุกป เปนวันคลายวันสถาปนากรมการสารวัตรทหารบก) โดยกำหนด หนาที่ใหมีขอบเขตขยายมากขึ้น ทั้งในยามปกติและยามสงคราม โดยมีหนาที่ในการกำกับการสารวัตร ใน กิจการเชลยศึก รักษาความสงบเรียบรอย และ ระเบียบวินัยของทหาร การจราจร การอพยพของผูหลบภัย การปองกันและสอบสวนอาชญากรรมภายในกองทัพบก การจับกุมทหารหนีทัพ และผูขาดหนีราชการ นอกจากนี้ยังมีหนาที่วางแผน และกำกับการในเรื่องการเกณฑ การอบรม และการใชหนวยปกครองฝาย ทหาร กำกับการและควบคุมขาวสารที่เกี่ยวกับเชลยศึก มีคำสั่งให พ.อ.ขุนชิด ผดุงพล เปนสารวัตรใหญ ทหารบก และให พ.อ.จงยุทธ ชูศรี เปนรองสารวัตรใหญทหารบก และแบงสวนราชการออกใหมเปน ๑. แผนกกลาง ๒. กองการปกครอง ๓. กองการเชลยศึก ๔. โรงเรียนสารวัตรทหารบก ในการตั้งกรมการสารวัตรทหารบกขึ้นใหมนี้แมจะมีสวนราชการตาง ๆ ขึ้นการบังคับบัญชากับ กรมการสารวัตรทหารบกก็ตาม แตทางราชการทหารก็มิไดยุบกองสารวัตรทหารมณฑลทหารบกที่ ๑ แตกลับ ขยายเปนกองพันสารวัตรที่๑ โดยขึ้นการบังคับบัญชากับมณฑลทหารบกที่๑ เมื่อ ปพ.ศ.๒๔๙๖ ไดมีคำส่ัง ให พล.ต.สวัสดิ์ สวัสดิ์รณภักดี เปนสารวัตรใหญทหารบก ตอจาก พ.อ.ขุนชิด ผดุงพล ซึ่งยายไปเปนรอง ผบ.


๖๕ พล.๒ และ รอง ผบ.มทบ.๒ ตามคำสั่ง กห.ท่ี๖๒/๔๙๗๗ ลง ๒ มี.ค.๙๖ สถานที่ทำงานของกรมการสารวัตร ยังคงตองอาศัยกองพันสารวัตรที่ ๑ ในสวนมิสกวันเปนที่ทำงานชั่วคราว กระทั่งเมื่อ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ จึงไดยายที่ทำการกรมการสารวัตรทหารบก มาอยูที่ตึกไกรฤกษ เชิงสะพานกรุงธน ฝงพระนคร (ปจจุบัน เปนสถานที่ราชการของ สตน.ทบ.) เมื่อ ๒๗ กันยายน ๒๔๙๗ กรมการสารวัตรทหารบกไดรับอนุมัติใหหนวยเรือนจำทหารทุกแหง ขึ้นตรงตอกรมการสารวัตรทหารบก ในทางสายวิทยาการและใหผูที่อยูในสังกัดหนวย เรือนจำเปนเหลาทหาร สารวัตร ในระยะนี้ กิจการสารวัตรยังคงมีอำนาจตามขอบังคับกระทรวงกลาโหม วาดวยสารวัตรทหาร พ.ศ. ๒๔๙๒ เชนเดมิ เมื่อป พ.ศ.๒๔๙๘ ไดมีคำสั่งกระทรวงกลาโหมใหยาย พ.อ.จงยุทธ ชูศรี รองสารวัตรใหญ ทหารบกไปประจำกรมจเรทหารบก และยาย พล.ต.ประชุม สุวรรณกร รอง จก.สพ.ทบ.มาเปนรองสารวัตร ใหญทหารบก ตามคำสั่ง กห. ที่ ๓๐๐/๓๕๒๖๔ ลง ๖ ธ.ค.๒๔๙๘ ยุคการปรับปรุงเหลา ครั้นถึงป พ.ศ.๒๕๐๐ ไดมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงการจัดอัตรากำลังของกรมการสารวัตรทหารบกไป จากเดิมเพื่อใหสอดคลองกับสถานการณและมีอำนาจหนาที่มากยิ่งขึ้น และเปนแนวทางเดียวกับการจัดหนวย สารวัตรของสหรัฐฯ จึงไดประกาศพระราชกฤษฎีกาแบงสวนราชการ และกำหนดหนาที่ของสวนราชการกองทัพบก กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๐๐ เมื่อ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๐๐ โดยให กรมการสารวัตรทหารบกเปนหนวยหนึ่งที่ขึ้นตรงตอกองทัพบก มีหนาที่ วางแผน ประสานงานและกำกับการอันเกี่ยวกับการรักษาระเบียบวินัย การจับกุมทหารที่กระทำความผิด การเรือนจำ การจราจรในกิจการทหาร การรักษาความปลอดภัย การฝกและศึกษาวิชาการเหลาทหารสารวัตร การ สืบสวนสอบสวนคดีอาญา ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร การปองกัน การจัดและการวิจัยอาชญากรรมใน กองทัพบก ในยามสงครามมีหนาที่พิจารณาอำนวยการเกี่ยวกับทหารพลัดหนวย เชลยศกึชนชาติศัตรูและผูลี้ ภัย โดยแบงสวนราชการออกดังตอไปนี้ ๑. กองกลาง ๒. กองวางแผนและการฝก ๓. กองสืบสวนสอบสวน ๔. กองพิสูจนหลักฐาน ๕. กองเครื่องชวยฝก ๖. กองพยาบาล ๗. โรงเรียนสารวัตรทหารบก เมื่อป พ.ศ.๒๕๐๑ ไดมีคำสั่งกระทรวงกลาโหมใหยาย พล.ต.สวัสดิ์สวัสดิรณภักด์ิ สารวัตรใหญ ทหารบกไปประจำ กพ.ทบ.และยาย พล.ต.ประชุม สุวรรณกร รองสารวัตรใหญทหารบก ขึ้นมาเปนเจา กรมการสารวัตรทหารบก และยาย พ.อ.สมบูรณ วิจิตรานุช ผูชวยผูบัญชาการโรงเรียนสารวัตรทหารบก เปน รองเจากรมการสารวัตรทหารบก ตามคำสั่ง กห.ที่ ๔๑/๑๘๕๓ ลง ๒๘ ม.ค.๐๑ และคำสั่ง กห.ที่ ๔๒/๑๘๕๔ ลง ๒๘ ม.ค.๐๑ เมื่อป พ.ศ.๒๕๐๓ ไดเกิดสงครามขึ้นในประเทศเกาหลี ซึ่งเปนการรบระหวางประเทศเกาหลี เหนือและประเทศเกาหลีใต และถือเปนการรบระหวางประเทศโลกเสรีกับประเทศคายคอมมิวนิสต โดย ประเทศไทยไดสงทหารเขารวมรบกับประเทศโลกเสรี ในการจัดกำลังพลของกองทัพไทย ไดจัดใหมีกองรอย


๖๖ สารวัตรทหารเขารวมรบในครั้งนี้ดวย ทั้งนี้เพื่อปฏิบัติหนาที่ในการควบคุมระเบียบวินัย นายทหารติดตอ การจราจรในการเคลื่อนยาย การควบคุมเชลยศึกในพื้นที่รับผิดชอบของทหารไทย ในสมรภูมิเกาหลีซึ่งนบัวา เปนกาวแรกของเหลาทหารสารวัตรที่ใหมีบทบาทและไดปฏิบัติงานในสนามอยางจริงจัง และนับตั้งแตนั้นมา เหลาทหารสารวัตร ก็ไดมีการปรับปรุงใหสอดคลองกับการจัดรูปแบบหนวยทหารสารวัตรของกองทัพ สหรัฐอเมริกา และไดรับการสนับสนุนเปนอยางดียิ่ง ทั้งนี้เปนจุกเริ่มตนกวางไกลของเหลาทหารสารวัตร ซึ่ง เปนยุคของการเปลี่ยนแปลง โดยในสมัย พล.ต.สมบูรณ วิจิตรานุช เปนเจากรมการสารวัตรทหารบก เมื่อป พ.ศ.๒๕๐๔ และในสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต เปนนายกรัฐมนตรี ซึ่งไดนำทหารสารวัตรมาใชในการ รักษาความสงบเรียบรอยในพระนครเปนสวนใหญ จนเปนเหตุทำใหเหลาทหารสารวัตรในสมัยนั้น เจริญรุงเรอืงและกาวหนาไปอยางมากมาย ในปนี้กองทัพบกไดออกกฎกระทรวง (พ.ศ.๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบ ทหาร พ.ศ.๒๔๗๗ วาดวยเครื่องแบบทหารบกฉบับที่ ๓๙ ขอ ๕๔ ซึ่งไดกำหนดเครื่องแตงกายของสารวัตร ทหารที่ใชมาจนถึงปจจุบัน สวนภารกิจของทหารเหลาทหารสารวัตรยังคงใชขอบังคับกระทรวงกลาโหมวา ดวยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๔๙๒ จวบจนป พ.ศ.๒๕๐๘ ในสมัย พล.ต.ประวิตร งามอุโฆษ เปนเจากรมการสารวัตรทหารบก ไดมี การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงสืบตอจาก พล.ต.สมบูรณ วิจิตรานุช โดยไดพัฒนาดานวิชาการ ความสัมพันธ กับตางประเทศ การพัฒนากำลังพล การพัฒนายุทโธปกรณของเหลาทหารสารวัตร ซึ่งไดรับการสนับสนุน จากประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย จึงทำใหเหลาทหารสารวัตรไดวิวัฒนาการกาวหนาเปนอยางมาก โดยไดมีการเปลี่ยนแปลงการแบงสวนราชการ สห.ทบ.ตามคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ที่ ๖๕/๑๐ เรื่อง อัตรา กองทัพบก ๒๕๐๖ (อัตราเฉพาะกิจ) ครั้งที่ ๑๓๑ ลง ๕ มิ.ย.๒๕๑๐ ซึ่งเปนการแบงสวนราชการเหลาทหาร สารวัตรของกองทัพไทย มีรูปแบบการจัดที่สมบูรณ และเปนการจัดในรูปแบบการจัดเหลาทหารสารวัตรของ กองทัพสหรัฐอเมริกา อันเปนแนวทางการจัดของเหลาทหารสารวัตรของกองทัพไทยมาจนถึงปจจุบันนี้ โดย แบงสวนราชการออกเปน ๑. กองธุรการ ๒. กองควบคุมและรักษาความปลอดภัย ๓. กองแผนและฝก ๔. กองสบืสวนสอบสวน ๕. กองวิทยาการ ๖. กองรอยบริการ ๗. โรงเรียนทหารสารวัตร เมื่อป พ.ศ.๒๕๑๐ ไดเกิดสงครามขึ้นในประเทศเวียดนาม เปนสงครามระหวางคายโลกเสรีกับ คายคอมมิวนิสต เปนการแบงประเทศเวียดนามออกเปนประเทศเวียดนามเหนือและประเทศเวียดนามใต โดยมีเสนขนานที่ ๑๗ เปนเขตแบงประเทศ ประเทศเวียดนามเหนือพยายามจะรวมประเทศเวียดนามใตเขา ดวยกัน จึงทำใหเวียดนามทั้งสองตองทำการสูรบกัน เพื่อชิงดินแดนกันเกิดขึ้น ในฐานะประเทศสหรัฐอเมริกา เปนประเทศอภิมหาอำนาจในคายโลกเสรี จึงจำเปนจะตองชวยประเทศเวียดนามใตทำการสูรบกับเวียดนาม เหนือดวย ประเทศไทยเปนภาคีรวม จึงเขารวมกับสหรัฐอเมริกาทำการรบในประเทศเวียดนามดวย กองทัพ ไทยไดสงกองพลสนับสนุนในการทำสงครามในเวียดนาม คือ กองพลจงอาจศึก และกองพลเสือดำ และ ยินยอมใหสหรัฐอเมริกาเขามาตั้งฐานทัพในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการรบในครั้งนี้ดวย ในการรบของ กองทัพไทยในสมรภูมิเวียดนามครั้งนี้ ไดจัดใหมีกองรอยทหารสารวัตรเพื่อทำหนาที่เปนนายทหารติดตอ ปกครองกันดูแลระเบียบวินัย การควบคุมเชลยศึก การจราจรในคายของทหารไทย อีกทั้งยังทำหนาที่เปน


๖๗ นายทหารฝายกฎหมายระหวางสหรัฐอเมริกากับไทยอีกดวย ผลจากการที่ประเทศไทยเขารวมรบในสงคราม เวียดนามและไดสงทหารสารวัตรเขารวมในครั้งนี้ ทำใหเหลาทหารสารวัตรไดรับวิทยาการดานตาง ๆ จาก กองทัพสหรัฐเปนอยางมาก ซึ่งเปนการนำไปสูการวิวัฒนาการของเหลาเปนอยางดียิ่ง ประกอบกับเจากรม การสารวัตรทหารบกในสมัยนั้นเปนผูที่มองการไกล จึงไดศึกษา วางแผนระบบ และระเบียบ ใหสอดคลองกับ การปรับปรุงแกไขใหทนัสมัย จึงไดผลิตตำราเรียนคูมือการฝก และมีความสัมพันธระหวางสหรัฐอเมริกาและ ออสเตรเลีย ซึ่งนำไปสูความกาวหนาของเหลาทหารสารวัตรในยุคนั้น ยอมเปนยุคการวิวัฒนาการของเหลา เปนอยางยิ่ง ตอมาภายหลังสงครามเวียดนาม รัฐบาลไดมีพระราชบัญญัติ จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๑๓ และพระราชกฤษฎีกาแบงสวนราชการและกำหนดหนาที่ของสวนราชการ กองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๑๓ ซึ่งแบงสวนราชการในกองทัพบก ตาม มาตรา ๔ ซึ่งจัดกรมการสารวัตรทหารบกเปนหนวยที่ (๙) โดยกำหนดหนาที่ของกรมการสารวัตรทหารบก ตามมาตรา ๕ (๙) ไดกำหนดวากรมการสารวัตรทหารบกมีหนาที่ ก. วางแผน ประสานงานและกำกับการเกี่ยวกับการรักษาระเบียบวินัย การจับกุมทหารที่ กระทำผิด การเรือนจำ การจราจรในกิจกรรมทหาร การรักษาความปลอดภัย การฝก และศึกษาวิชาการ เหลาทหารสารวัตร การสืบสวนแบสอบสวนคดีอาญา ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร การปองกันและวิจัย อาชญากรรมในกองทัพบก ข. พิจารณาอำนวยการในยามสงครามเกี่ยวกับทหารพลัดหนวย เชลยศึก ชนชาติศัตรูและผูลี้ ภัย เมื่อป พ.ศ.๒๕๑๕ กรมการสารวัตรทหารบก สมัย พล.ต.อุดม สุขมาก เปน จก.สห.ทบ. ไดมี การรายงานขอแกไขขอบังคับกระทรวงกลาโหมวาดวย สารวัตรทหาร พ.ศ.๒๔๙๒ ทั้งนี้โดยใหเหตุผลวา ขอบังคับดังกลาวนี้ลาสมัย ไมสอดคลองกับหลักการจัดและกำหนดหนาที่ของเหลาทัพในปจจุบัน ในขณะที่ ปจจุบัน สห.ทบ. มีกิจการในหนาที่กวางขวางขึ้นกวาแตกอน ประกอบกับขอบังคับป ๒๔๙๒ นี้ มีปญหา ทางดานกฎหมาย เพราะกฎหมายที่เปนแมบทคือ พระราชกฤษฎีกา จัดวางระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๔๙๑ ถูกยกเลิกไปแลว จึงจำเปนตองมีขอบังคับขึ้นใหมเพื่อความสมบูรณและ ถูกตอง และในที่สุดก็ประสพความสำเร็จ เมื่อป พ.ศ.๒๕๑๙ ในสมัยที่ พล.ต.ประยูร นุชกาญจนกุล ดำรง ตำแหนง จก.สห.ทบ.โดยไดมีขอบังคบักห.วาดวยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๑๙ (ฉบับที่ ๒) ตอมาไดมีคำสั่งแตงตั้ง พล.ต.กฤษฎา งาวสุวรรณ รอง จก.สห.ทบ. ขึ้นดำรงตำแหนง จก.สห.ทบ.ระยะนี้ สห.ทบ.ก็ไดพัฒนาเหลาในสวนตางๆ โดยมิไดหยุดชะงักเพื่อความสมบูรณ และถูกตอง เหมาะสมกับสถานการณบานเมือง ทั้งใหสอดคลองกับความเปลี่ยนแปลงสภาพทางการเมือง และการทหาร ยุคการพัฒนาเหลา เมื่อป พ.ศ.๒๕๒๑ พล.ต.กวี รักษงาน รอง จก.สห.ทบ. ขึ้นดำรงตำแหนง จก.สห.ทบ. กรมการ สารวัตรทหารก็ไดยายจากที่เดิม ซึ่งตั้งอยู ณ บริเวณตึกหลวงไกรฤกษ ปลายถนนราชวิถี(กอนขึ้นสะพานกรุง ธน) มายังที่ตั้งปกตถิาวรจวบจนปจจุบัน ณ ถนนโยธี แขวงทุงพญาไท เขตราชเทวี เมื่อ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑ และไดท ำพิธีเปดกองบัญชาการ กรมการสารวัตรทหารบก เมื่อ ๑๙ มกราคม ๒๕๒๒ โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท ผบ.ทบ.ในขณะนั้น มาเปนประธาน พิธีระยะนี้ไดมีการแกไขขอบังคับ กห.วาดวยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๑๙ (ฉบับที่๒) พ.ศ.๒๕๒๑ ขึ้นอีกคร้ัง


๖๘ ซึ่งเสร็จสมบูรณ และประกาศใชในป พ.ศ.๒๕๒๒ ในสมัยที่ พล.ต.เกรียงไกร ไกรฤกษ เปนเจากรมการ สารวัตรทหารบก ซึ่งเปนขอบังคบัวาดวยสารวัตรทหารใหเปนหลักในการปฏิบัติหนาที่ จนมาถึงป พ.ศ.๒๕๒๗ ในสมัยที่ พล.ต.วิเชียร ออนนุช ดำรงตำแหนง จก.สห.ทบ.ไดมีการ เปลี่ยนแปลงและกำหนดหนาที่ ภารกิจ ของ สห.ทบ.ตามคำสั่ง ทบ.ลับ (เฉพาะ) ที่ ๒๕๔/๒๗ เรื่อง แกอัตรา กองทัพบก ๒๕๐๖ (ครั้งที่ ๒๖) ลง ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๗ ไดกำหนดหนาที่และอัตรากำลังพล กรมการสารวัตร ทหารบก อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๒๒๐๐ ดังน้ี คือ ๑. เสนอนโยบาย วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการเกี่ยวกับการ รักษาความ ปลอดภัยการอารักขาบุคคลสำคัญ การจราจรในกิจการทหารกิจการเรือนจำทหารและดำเนิน การเกี่ยวกับ การสบืสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ๒. เสนอแนะและใหคำแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกับการทหารสารวัตร ๓. กำหนดหลักนิยม วิจัยและพัฒนาจัดทำตำรา และคูมือเกี่ยวกับวิทยาการสายทหารสารวัตร ๔. วางแผนอำนวยการจัดหา และปรับปรุงหลักสูตร ตลอดจนดำเนินการใหการศึกษากำลังพล เหลาทหารสารวัตร ๕. ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการท้งัปวงของเหลาทหารสารวัตร ๖. เปนเจาหนาที่ฝายกิจการพิเศษในกิจการทหารสารวัตร ซึ่งมีหนาท่ดีังนี้ ๖.๑ ชวยเหลือฝายอำนวยการในการทำคำสั่งและแบบธรรมเนียม ๖.๒ ใหขอเสนอแนะ คำปรึกษาหารือแกผูบังคบับัญชาและฝายอำนวยการ ๖.๓ ควบคุมทางสายวิทยาการที่เกี่ยวกับกิจการทหารสารวัตรในหนวยตางๆ ๗. โรงเรียนทหารสารวัตร มีความสามารถปานกลางที่จะรับการฝกสอนไดดังน้ี ๗.๑ นายทหารนักเรียน ๖๐ คน ๗.๒ นายสิบนักเรียน ๘๐ คน ๗.๓ นักเรียนนายสิบ ๘๐ คน และกำหนดใหเปนกรมฝายกิจการพิเศษ ขึ้นตรงกองทัพบก โดยแบงสวนราชการออกเปน ๑) กองธุรการ ๒) กองแผนและฝก ๓) กองสืบสวนสอบสวน ๔) กองควบคมุและรักษาความปลอดภัย ๕) กองวิทยาการ ๖) กองรอยบริการ ๗) โรงเรียนทหารสารวัตร จนมาถึงป พ.ศ.๒๕๒๙ สมัย พล.ต.วิจิตร กรีเงิน ดำรงตำแหนงเจากรมการสารวัตรทหารบก เห็นวาขอบังคับวาดวยสารวัตรทหารทั้ง ๒ ฉบับ ยังไมสามารถทำใหเจาหนาที่สารวัตรทหาร ปฏิบัติงานอยาง มีประสิทธิภาพได จึงไดออกระเบียบกองทัพบก วาดวย การสารวัตรทหารบก พ.ศ.๒๕๒๙ เพื่อเปนแนวทาง ปฏิบัติงานดานการสารวัตรทหารไดอยางเหมาะสม ครั้นถึงป พ.ศ.๒๕๓๑ พล.ต.วิจิตร กรีเงิน ไดพิจารณาเห็นควรจะกำหนดใหมีวันทหารสารวัตร ขึ้นเพื่อเปนการเทิดทูนพระเกียรติแด จอมพลพระเจาบรมวงคเธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช (พระเจา ลูก ยาเธอพระองคเจาจิรประวัติวรเดช) ผูบัญชาการกรมยุทธนาธิการ เสนาธิการทหารบกพระองคแรกของ ทบ. และเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ซึ่งไดทรงวางรากฐานดานการทหารและไดทรงกำหนดหนาที่สารวัตรใหญ ทหารบก ทรงลงพระนามเมื่อ ๒๗ มีนาคม ๒๔๕๐ และเพื่อเปนการเสริมสรางความสามัคคี ขวัญ และ


๖๙ กำลังใจ แกขาราชการในเหลาทหารสารวัตร และเปนเกียรติประวัติสืบไป (ตามประกาศกองทัพบก เรื่อง กำหนดวันทหารสารวัตร ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๑) ซึ่งในยุคการพัฒนา (ปจจุบันนี้) เหลาทหารสารวัตรไดทำการปรับปรุงทางดานวิทยาการ และ ยุทโธปกรณ โดยทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอุปกรณประจำการ เจาหนาที่ปราบปรามผูกอความไมสงบขึ้นเพื่อ เปนยุทโธปกรณประจำหนวยสารวัตรทหาร เพราะวาในปจจุบันสถานการณของบานเมืองเปลี่ยนแปลงอยาง รวดเร็ว ทั้งดานเศรษฐกิจและการเมือง จากความผันแปรของบานเมืองในปจจุบัน จึงใหกรมการสารวัตร ทหารบกตองเตรียมพรอมที่จะรับกับเหตุการณที่จะเกิดขึ้น จึงตองมีการจัดหากำลังพลและยุทโธปกรณมาก ขึ้น ทั้งนี้ไดทำการพัฒนาทางดานบุคคลากร โดยการสงเจาหนาที่ไปรวมประชุมและสัมมนาระหวางประเทศ มากขึ้น นอกจากภารกิจและหนาที่ตามสายงานของกรมการสารวัตรทหารบก (สห.ทบ.) แลว ภารกิจ พิเศษเพิ่มขึ้นอีก กลาวคือ เมื่อป พ.ศ.๒๕๒๑ กรมการสารวัตรทหารบกไดรับมอบภารกิจจากกองทัพบกให ดำเนินการเกี่ยวกับการปองกันและปราบปรามยาเสพติดใหโทษภายในกองทัพบก จึงไดทำการตั้งศูนย ประสานการรณรงคตอตานยาเสพติดใหโทษของกองทัพบกขึ้น ตามคำสั่งกองทัพบกที่ ๑๘๕/๒๕๒๑ เรื่อง โครงการรณรงคตอตานยาเสพติดใหโทษในหนวยทหาร โดยที่ตั้งของศูนยฯ อยูที่กรมการสารวัตรทหารบก นับวาการปฏิบัติงานของกรมการสารวัตรทหารบกในยุคการพัฒนา เปนเครื่องชี้ถึงความกาวหนาไปสูอนาคต ที่ดีและแจมใสตอไป สำหรับความมงุหมายและวัตถุประสงคของกองทัพบกในการจัดตั้งโครงการรณรงคดาน ยาเสพติดเพื่อ ๑. ปองกัน ๒. ปราบปราม ๓. การใหการรกัษาพยาบาล(บำบัด) ๔. การฟนฟูจิตใจ ๕. การอบรม การดำเนินงานของกองทัพบก มิไดเพียงจัดตั้ง ศปท.ทบ.เทานั้น ยังไดดำเนินการอยาง กวางขวางออกไปอีก โดยใหสวนภูมิภาคในสวนของ ทบ. ไดรับผิดชอบดานปองกันและปราบปรามยาเสพ ติดใหโทษสวนภูมิภาคขึ้นภายใตการกำกับดูแลของ ศปท.ทบ. ทั้งนี้เพื่อใหเกิดผลดีตอ ทบ. และความมั่นคง ของประเทศชาติเปนประการสำคัญ รายนามผูสืบทอดตำแหนงเจากรมการสารวัตร (สวญ.ทหาร) ตั้งแตตนจนถึงปจจุบัน ๑. พ.อ.พระยาวิเศษ สัจธาดา สวญ.ทบ. พ.ศ.๒๔๔๐ - ๒๔๕๑ ๒. พ.ท.พระวิไชยยุทธเดชาคณี สวญ.ทบ. พ.ศ.๒๔๐๑ - ๒๔๕๒ ๓. พ.อ.พระเริงฤทธิสงคราม (ปลั่ง วรรณายน) สวญ.ทบ. พ.ศ.๒๔๕๒ - ๒๔๕๓ ๔. พล.ต.พระยาฤทธิไกรเกรียงหาญ (สาย ธรรมนนท) สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๕๓ - ๒๔๗๑ ๕. พ.ท.พระบำราชอรินทรพาย (เทียม สุนทรบุรน) สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๗๑ - ๒๔๗๓ ๖. พ.อ.พระศรพีิชัยบริบูรณ (เหมือน อินทรกำแหง) สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๗๓ - ๒๔๗๔ ๗. พ.ท.พระดำรงฤทธิไกร สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๗๔ - ๒๔๗๕ ๘. พ.อ.พระยารามจตุรงค สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๗๕ - ๒๔๗๖ ๙. พ.อ.หลางศิลปสารสราวุธ สารวัตรประจำ มทบ.๑ พ.ศ.๒๔๗๖ - ๒๔๘๖ ๑๐. พ.อ.เรอืง เรืองวีระยุทธ สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๘๖ - ๒๔๘๗ ๑๑. พล.ต.ปลด ปลดปรปกษ สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๘๗ - ๒๔๘๗ ๑๒. พล.ร.ต.สังวร สุวรรณชีพ สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๘๗ - ๒๔๙๐


๗๐ ๑๓. พ.อ.จำรสัจำรัสโรมรัน รรก.สวญ.ทหารพ.ศ.๒๔๙๐-๒๔๙๑ ๑๔. พ.อ.ขุนชิต ผดุงพล สวญ. พ.ศ.๒๔๙๕ - ๒๔๙๖ ๑๕. พล.ต.สวัสดิ์ สวัสดิ์รณภักดิ์ สวญ. พ.ศ.๒๔๙๖ - ๒๕๐๐ ๑๖. พล.ต.ประชุม สุวรรณกร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๐๐ - ๒๕๐๔ ๑๗. พล.ต.สมบูรณ วิจิตรานุช จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๐๔ - ๒๕๐๘ ๑๘. พล.ต.ประวิตร งามอุโฆษ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๐๘ - ๒๕๑๖ ๑๙. พล.ต.อุดม สุขมาก จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๑๖ - ๒๕๑๗ ๒๐. พล.ต.ประยูร นุทกาญจนกูล จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๑๗ - ๒๕๑๙ ๒๑. พล.ต.กฤษฎา งาวสุวรรณ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๑๙ - ๒๕๒๑ ๒๒. พล.ต.กวี รักษงาร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๒๑ - ๒๕๒๒ ๒๓. พล.ต.เกรียงไกร ไกรฤกษ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๒๒ - ๒๕๒๖ ๒๔. พล.ต.วิเชียร ออนนุช จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๒๖ - ๒๕๒๙ ๒๕. พล.ต.วิจิตร กรีเงนิจก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๒๙ - ๒๕๓๒ ๒๖. พล.ต.นิยม รัตนสุต จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๓๒ - ๒๕๓๕ ๒๗. พล.ต.เกรียงไกร เจริญศิริ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๓๕ - ๒๕๓๗ ๒๘. พล.ต.พละ จารุนัฎ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๓๗ - ๒๕๔๑ ๒๙. พล.ต.เผด็จ จารจุินดา จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๔๑ - ๒๕๔๓ ๓๐. พล.ต.เฉลิมศักดิ์ วรกิจโภคาทร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๔๓ - ๒๕๔๕ ๓๑. พล.ต.คึกฤทธิ์ ลียะวณิช จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๔๕ - ๒๕๔๘ ๓๒. พล.ต.วีระกูล ทองมา จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๔๘ - ๒๕๕๐ ๓๓. พล.ต.เพรียว พินัยนิติศาสตร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๕๐ - ๒๕๕๒ ๓๔. พล.ต.ศุภชัย ศรจีักรโคตร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๕๒ - ๒๕๕๕ ๓๕. พล.ต.พันธยศ พันธเพิ่มศิริ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๕๕ - ๒๕๕๘ ๓๖. พล.ต.ธนะศักดิ์ ชื่นอิ่ม จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๕๘ - ๒๕๖๑ ๓๗. พล.ต.วัชชรินทรสุวรรณรนิทร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๖๓ ๓๘. พล.ต.รชต วงษอารีย จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๕ ๓๙. พล.ต.สันติพงษ มั่นคงดี จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๖๖ - การจัดหนวยทหารสารวัตรของกองทัพบก. ในปจจุบัน แบงออกเปน ๓ สวน คือ ๑. สวนกลาง ๒. สวนภูมิภาค ๓. สวนกำลังรบ มีฝายการสารวัตรซึ่งเปนฝายกิจการพิเศษขึ้นตรงตอ กองบัญชาการกองพล สำหรับหนวยทหารสารวัตร ปจจุบัน จัดอยูใน พัน.สห.ทภ. คือ รอย.สห.สนาม สวนกลาง ไดแก กรมการสารวัตรทหารบก เปนกรมฝายกิจการพิเศษ ขึ้นตรงตอ กองทัพบก มีเจากรมการสารวัตรทหารบกเปนผูบังคับบัญชารับผิดชอบ


๗๑ ที่ตั้งหนวย กรมการสารวัตรทหารบก ตั้งอยู ณ เลขที่ ๗๕/๓ ถนนโยธี แขวงทุงพญาไท เขตราเทวี กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ ตราสญัลักษณกรมการสารวัตรทหารบก เปนรูป “ทาวกุเวร” หรือ “ทาวเวสสุวัณ” ประทับอยูบนแทนบรรจุอยูในวงกลม หัตถขวา ถือกระบอง หัตถซายในทาใหอภัย ดานขางประกอบดวยลายกนก เบ้อืงบนมีชื่อ “กรมการสารวัตรทหารบก” เบื้องลางมีตัวอักษรภาษาอังกฤษวา THE PROVOST MARSHAL GENERAL’S DEPARTMENT มีความ หมายถึงผูรักษาความปลอดภัย และทรงไวซึ่งความยุติธรรม ( ไมจำกดัสีและขนาด ) หลักฐาน ราชกจิจานุเบกษา เลม ๘๗ ตอนที่๗๗ ลง ๑๘ ส.ค.๑๓ หนา ๕๖๙ ภารกิจ มีหนาที่วางแผน ประสานงาน และกำกับการอันเกี่ยวกับการรักษาระเบียบวินัย การจับกุมทหารที่กระทำความผิด การเรอืนจำ การจราจรในกิจการทหาร การรักษาความปลอดภัย การ ฝกและศึกษา วิชาการเหลาทหารสารวัตร การสืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร การ ปองกันและการวิจัยอาชญากรรมในกองทัพบกและพิจารณาอำนวยการเกี่ยวกับทหารพลัดหนวยและเชลยศึก


๗๒ กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝกและศึกษาของเหลาทหารสารวัตร มีเจากรมการสารวัตร ทหารบกเปนผูบังคับบัญชารับผดิชอบ ขอบเขตความรับผิดชอบและหนาที่ที่สำคัญ ๑. เสนอนโยบาย และแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกบักิจการทหารสารวัตร ๒. วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการเกี่ยวกับรักษาความปลอดภัย สถานที่และ บุคคลที่กองทัพบกกำหนด การรักษาระเบียบวินัย การจับกุมทหารที่กระทำความผิด การอารักขาบุคคล สำคัญ การจราจรในกิจการทหาร กิจการเรือนจำ และดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู ในอำนาจศาลทหาร รวมทั้งทหารพลัดหนวยและเชลยศึก ๓. ดำเนินการเก่ยีวกับกิจการเหลาทหารสารวัตร ๔. กำหนดหลักนิยม วิจัยและพัฒนา จัดทำตำรา และคูมือเกี่ยวกับกิจการของเหลาทหาร สารวัตร ๕. วางแผน อำนวยการ จัดทำและปรับปรุงหลักสูตร ตลอดจนดำเนินการใหการฝกศึกษา กำลังพลเหลาทหารสารวัตร การแบงสวนราชการและหนาที่กรมการสารวัตรทหารบก แบงสวนราชการออกไดดังนี้.- การจัดกรมการสารวัตรทหารบก สห.ทบ. อฉก. หมายเลข ๒๒๐๐ ๑. แผนกการเงนิ มีหนาที่ดำเนินการเบิก รับ จาย เก็บรักษาเงิน และการบัญชีของหนวย ให เปนไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ใหขอเสนอแนะ และคำปรึกษาดานการเงินและการบัญชีแก ผบูังคับบัญชา บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๒. แผนกธุรการ มีหนาท่ดีำเนินการเกี่ยวกับการธุรการ การสารบรรณ และการกำลังพลของ กรมการสารวัตรทหารบก บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่


๗๓ ๓. กองแผนและฝก มีหนาที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลการ ดำเนินการดานการฝกศึกษา การจัดการกำลังพลของเหลาทหารสารวัตร งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งาน โครงการ และ กพร. บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๔. กองสืบสวนสอบสวน มีหนาที่กำกับการ และดำเนินการสืบสวนอาชญากรรม การสืบสวน ขอเทจ็จริง และการสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยูในอำนาจศาลทหารตรวจสอบสำนวนการสอบสวน กำกับการคดี และวางโครงการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม วางแผน เสนอแนะและดำเนินการเกี่ยวกับวิทยาการสืบสวน สอบสวน และการทะเบียนประวัติผูตองหาคดีอาญา ตรวจสอบและเสนอแนะเกี่ยวกับการแกไขเพิ่มเติม ปรับปรุง กฎหมาย กฎ ขอบังคับ ระเบียบ และคำสั่งเกี่ยวกับกิจการทหารสารวัตรและกิจการสารวัตร ดำเนินการติดตอประสานงานกับหนวยงานที่เกี่ยวของ กับกระบวนการยุติธรรมฝายพลเรอืน ฝายตำรวจ และ ฝายทหาร และองคกรอิสระตางๆ ในหนาที่ที่เกี่ยวของ บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๕. กองควบคุมและรักษาความปลอดภัย มีหนาที่วางแผนดำเนินการสำรวจและตรวจตราการ รักษาความปลอดภัยทางวัตถุ และการอารักขาบุคคลสำคัญของกองทัพบก วางแผนการรักษาความปลอดภัย เกี่ยวกับบุคคลเอและสถานที่ ตามนโยบายที่กองทัพบกกำหนด วางแผน ประสานงานและกำกับการเกี่ยวกับ การปองกัน และปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญาของบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหาร วางแผน ประสานงาน และกำกับการเกี่ยวกับเชลยศึก และทหารพลัดหนวย เสนอแนะ กำหนดวิธีการกำกับดูแลการ ปกครองบังคับบัญชาเรือนจำทหาร และควบคุม รวมทั้งการฝกอาชีพ การอบรม และสวัสดิการผูตองขัง กำกับดูแลเกี่ยวกับการรักษาระเบียบวินัย และการจับกุมทหารที่กระทำผิดภายนอกกรมกอง กำกับดูแล เกี่ยวกับการดำเนินการจราจรในกิจการทหาร กำกับดูแลเหลาทหารสารวัตรของหนวยตาง ๆ ในกองทัพบก บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๖. กองวิทยาการ มีหนาที่ใหคำปรึกษา ขอเสนอแนะ และดำเนินการเกี่ยวกับวิทยาการของ เหลาทหารสารวัตร กำหนดหลักนิยม วิจัยและพัฒนา ตลอดจนเผยแพรวิทยาการของเหลาทหารสารวัตร ดำเนินการเกี่ยวกับประวัติศาสตร และพิพิธภัณฑของเหลาทหารสารวัตร และจัดหองสมุดของกรมการ สารวัตรทหารบก จัดทำตำรา เอกสารคูมือ ตลอดจนหลักสูตรการฝก การตรวจสอบของเหลาทหารสารวัตร บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๗. กองบริการ มีหนาที่ดำเนินการสนับสนุนหนวยตาง ๆ ของกรมการสารวัตรทหารบก เกี่ยวกับการสวัสดิการ การพลาธิการ การรักษาความปลอดภัย รวมทั้งการบริการแรงงาน และบริการอื่น ๆ ตามที่ไดรบัมอบ บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๘. โรงเรียนทหารสารวัตร มีหนาที่อำนวยการและดำเนินการฝกศึกษาใหกับกำลังพลของ เหลาทหารสารวัตร และทหารเหลาอื่นๆ ตามนโยบายของกองทัพบก ปกครองบังคับบัญชาผูเขารับการศึกษา สวนภูมิภาค ไดแก หนวยทหารสารวัตร ที่ขึ้นตรงตอกองทัพภาค (ทภ.) มณฑลทหารบก ( มทบ. ) กองทัพภาค ไดแก แผนกสารวัตร , แผนกสืบสวนสอบสวน และ หนวยทหารสารวัตร พัน.สห.ทภ. (ฝากการบังคบับัญชากับ มทบ.) มณฑลทหารบก ไดแก ฝายการสารวัตร , ฝายการสืบสวนสอบสวน , หนวยทหารสารวัตร และ เรือนจำทหาร


๗๔ ๑. แผนกสารวัตร เปนฝายกิจการพิเศษในกองบัญชาการกองทัพภาค มีหนาที่และความ รับผิดชอบดังตอไปนี้.- ๑.๑ ใหขอเสนอแนะแกผูบังคับบัญชาเกี่ยวกับการขาวกรอง ในเรื่องความสงบเรียบรอย และ การในหนาที่อื่นๆ ของทหารสารวัตร ๑.๒ พิจารณาใหขอเสนอแนะแกผูบังคับบัญชาเกี่ยวกับการใชหนวยทหารสารวัตร รวมทั้ง ประสานงานกับตำรวจและสวนราชการที่มีหนาที่รักษากฎหมายฝายพลเรือนอื่น ๆ ๑.๓ กำกับดูแลใหเปนไปตามแผนการฝกศึกษาของหนวยทหารสารวัตร ๑.๔ วางแผนและกำกับดูแลการปฏิบัติงานของทหารสารวัตร ๑.๕ การบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่ง ๑.๖ การจับกุมทหารขาดหนีราชการ และทหารที่กระทำความผิดในที่ตั้งหนวยทหาร ตาม คำสั่งของผูบังคับบัญชา ๑.๗ การคุมขัง , ดูแลรักษา , อบรมดัดนิสัย และการฝกอาชีพผูตองขังในเรือนจำ ที่ควบคุม และเรือนคนไขนักโทษของโรงพยาบาล (ถามี) ๑.๘ ควบคุมการสัญจร และตรวจพิสูจนบุคคลที่เปนทหารหรือพลเรอืนซ่งึอยูในความควบคุม ของทหาร ๑.๙ การควบคุมจราจรในกิจการทหาร ๑.๑๐ การรกัษาความปลอดภัยทางวัตถุ ๑.๑๑ การปฏิบัติการตอเชลยศกึทหารพลัดหนวย พลเรือน ผูถูกกักกัน ชนชาติศัตรูผูลี้ภัย ๑.๑๒ ปองกันทรพัยสิน สิ่งอุปกรณของทางราชการมิใหถูกโจรกรรม ๑.๑๓ วางมาตรการและประสานงาน เพื่อชวยเหลือเจาหนาที่ฝายทหารหรือฝายพลเรือน ในเรื่อง การกอความไมสงบของประชาชน และการบรรเทาสาธารณภัย ๑.๑๔ การลงหลักฐานรถยนตและอาวุธของบุคคลในหนวยตามนโยบายผูบังคับบัญชา ๑.๑๕ การปฏิบัติงานทางธุรการตาง ๆ ที่เกี่ยวของ ๒. แผนกสืบสวนสอบสวน เปนฝายกิจการพิเศษในกองบัญชาการกองทัพภาค มีหนาที่และความ รับผิดชอบดังนี้.- ๒.๑ ใหคำปรึกษาและเสนอแนะแกผูบังคบับัญชาเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ๒.๒ วางโครงการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม และดำเนินการสืบสวนสอบสวน คดีอาญาซึ่ง อยูในอำนาจศาลทหาร ๒.๓ รวมมือการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยการ ปฏิบัติและการประสานงานกรณีทหารถูกกลาวหาวากระทำความผิด พ.ศ. ๒๕๔๔


๗๕ ๒.๔ ดำเนินการใหไดมาซึ่งทรัพยสินตามคำพิพากษา ๒.๕ เก็บรักษาเอกสาร พยานวัตถุ และของกลางอื่น ๆ ๒.๖ ตรวจพิสูจนรองรอยหลักฐานตาง ๆ เกี่ยวกับอาชญากรรม ๒.๗ ถายภาพวัตถุพยานและภาพอื่น ๆ ที่ตองพิสูจนลักษณะจำเพาะที่มีประจำตัวบุคคล ๒.๘ บันทึกและรายงานสถิติผลงาน ๒.๙ ดำเนินการสำรวจปองกันอาชญากรรมหรือสำรวจการรักษาความปลอดภัยทางวัตถุ ๒.๑๐ ปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวของตามคำสั่งของผูบังคับบัญชา ๓. หนวยทหารสารวัตร จัดกำลังเปนหนวยขนาดกองพันขึ้นตรงตอกองทัพภาค และมณฑล ทหารบก ๓.๑ ทภ.๑ ไดแก พัน.สห.๑๒ ๓.๒ ทภ.๒ ไดแก พัน.สห.๒๑ ๓.๓ ทภ.๓ ไดแก พัน.สห.๓๑ ๓.๔ ทภ.๔ ไดแก พัน.สห.๔๑ ๓.๕ มทบ.๑๑ ไดแก พัน.สห.๑๑ ๓.๖ มทบ. อื่น ๆ นอกจาก มทบ.๑๑ แลว จัดหนวยทหารสารวัตรขนาดกองรอย ขึ้นตรงตอ มณฑลทหารบก ภารกิจ ๑. ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับใชกฎหมาย ๒. การควบคุมการจราจรในกิจการทหาร ๓. การสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม


๗๖ ๔. การักษาความปลอดภัยใหแกบุคคลสำคัญ อาคารสถานที่ ที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวก ทางทหาร รวมถึงการปฏิบัติการควบคุมการกอความไมสงบในพื้นที่เขตหลัง ๕. การสนับสนุนการรบใหหนวยดำเนินกลยุทธของกองทัพภาค และปฏิบัติการเกี่ยวกับกิจการ สารวัตรทหาร ดานอื่น ๆ ในลักษณะรวมการใหกับกองทัพภาคหรือที่ไดรับมอบหมาย ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามที่ไดรับ มอบหมาย ๓. กำหนดมาตรการและดำเนินการรักษาความปลอดภัยที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร และการขนสง ๔. จับกุมทหารหรือบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหารที่กระทำความผิด เสนอแนะมาตรการ และ ปองกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ทหาร ๕. อำนวยการและควบคุมการจราจรทางทหารในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ๖. สนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่สวนหลัง ๗. ดำเนินการตอเชลยศึก หรือบุคคลพลเรอืนที่ถูกกักกันเมื่อไดรบัมอบหมาย ๘. รวมมือในการปฏิบัติการแบบตำรวจทั้งการปฏิบัติการรวมและผสม ๙. ซอมบำรุงยุทโธปกรณในอัตราขั้นหนวยได ๑๐. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน


๗๗ ภารกิจ ปกครอง บังคับบัญชา อำนวยการ และกำกับดูแลเกี่ยวกับการบริหารงาน การฝก การ ปฏิบัติงาน และการสงกำลังบำรุงใหกับหนวยในอัตรา และหนวยที่มาขึ้นสมทบ และดำเนินการสอบสวน อาชญากรรม ขีดความสามารถ ๑. ปกครอง บังคับบัญชา และอำนวยการการปฏิบัติของหนวยในอัตรา และหนวยที่มาขึ้น สมทบได๓ – ๕ กองรอย ๒. ดำเนินการติดตอสื่อสาร การขนสง สงกำลังและซอมบำรุงขั้นหนวย และการเลี้ยงดูแกหนวย ในอัตรา และหนวยที่มาขึ้นสมทบ ๓. สนับสนุนการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมภายในเขตรับผิดชอบ ๔. วางแผนการปฏิบัติการใหแกกองพัน รวมทั้งการใหขอเสนอแนะเกี่ยวกับความตองการการ ใชหนวย และกำลังพลสารวัตรทหาร ๕. จัดยานยนตเพื่อเปนหนวยนำขบวน และสายตรวจ ๖. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามที่ไดรับ มอบหมาย ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหาร ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมของทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญที่ไดรั บมอบ หมาย


๗๘ ๓. รักษาความปลอดภัย ที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร และการขนสง ๔. จับกุมทหารและบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหารที่กระทำความผิด และปองกันอาชญากรรม ในเขตพื้นที่ทหาร ๕. อำนวยการและควบคุมการจราจรทางทหาร ๖. สนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่สวนหลัง ๗. ดำเนินการตอเชลยศึก หรือบุคคลพลเรือนที่ถูกกักกัน เมื่อไดรับมอบหมาย ๘. ซอมบำรุงยุทโธปกรณในอัตราขั้นหนวยได ๙. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน ๑๐. มีความคลองแคลวในการเคลื่อนที่ได ๓๐ เปอรเซ็นต ภารกิจ รักษาความปลอดภัยใหแกบุคคลสำคัญ อาคารสถานที่ ที่ตั้งทางทหาร สิ่งอำนวยความ สะดวกและยุทโธปกรณ รวมถึงควบคุมการกอความไมสงบในพื้นที่เขตหลัง และการปฏิบัติการในหนาที่ที่ เกี่ยวของกับกิจการสารวัตรทหาร ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมของทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยผูบังคับบัญชา ที่ตั้งทางทหาร อาคารสถานที่สำคัญ หรือ บุคคลสำคัญ ตามที่ไดรับมอบหมาย ๓. จับกุมทหารหรือบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหารที่กระทำความผิด และปองกัน อาชญากรรมในเขตพื้นที่ทหาร


๗๙ ๔. ควบคุมบุคคล ยานพาหนะ และกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัยและจราจร ตลอดจนจัด เจาหนาที่ใหคำปรึกษา ประสานงานดานการรักษาความปลอดภัย และจราจรกับหนวยงานตาง ๆ ๕. คุมกันและรักษาความปลอดภัยในการขนสงยุทโธปกรณ และการเคลื่อนยายทางทหาร ๖. มีขีดความสามารถตอตานพลซุมยิง ๗. เปนหนวยสนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่สวนหลังเมื่อไดรบัคำสั่ง ๘. สามารถเคลื่อนที่ดวยยานยนตในอัตราได ๑๐๐ เปอรเซ็นต ๙. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหาร ดานการสนับสนุนการรบ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของกองพันทหารสารวัตรกองทัพภาค โดยอาจกำหนดขึ้นสมทบ หรือขึ้นควบคุมทางยุทธการกองพลทหารราบหรือกองพลทหารมา หรือหนวยอื่น ๆ ไดตามความจำเปน ทางดานยุทธการ ขีดความสามารถ ๑. ดำเนินการควบคุมการหมุนเวียนการจราจรยานพาหนะรวมทั้งขบวนเดินตาง ๆ ขบวนผู อพยพ การอพยพเปนบุคคล การพิทักษประชาชนและทรัพยากร ตลอดจนควบคุมเสนทางคมนาคม ๒. ลาดตระเวนดวยยานยนต จัดตั้งตำบลควบคุมจราจร และตำบลควบคุมทหารพลัดหนวย หรือผสมกัน


๘๐ ๓. ปฏิบัติการลาดตระเวนเสนทาง การคุมกันขบวนเดิน การระวังปองกัน การลำเลียงขนสง และการปองกันการเคล่อืนยายที่มีความเรงดวนสูง ๔. ปฏิบัติการระวังปองกันใหกับที่บังคับการ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยใหแกบุคคลที่ ไดรบัมอบหมาย ๕. ดำเนินการสอบสวนและการกำหนดมาตรการปองกันอาชญากรรม ๖. ดำเนินการ ณ ตำบลรวบรวมเชลยศึก และตำบลรวบรวมพลเรือนผูถูกกักกัน ทั้งที่ตำบล รวบรวมกลาง และสวนหนา ซึ่งตั้งอยูในเขตของกรมดำเนินกลยุทธในแนวหนาได ๒ กรม เมื่อไปสนับสนุน การรบใหกับกองพล ๗. ดำเนินการรักษาความปลอดภัยใหกับเชลยศึก และพลเรือนผูถูกกักกัน ในระหวางการ สงกลับจากตำบลรวบรวมเชลยศึกหนา มายัง ตำบลรวบรวมเชลยศึกกลางของกองพล เมื่อไปสนับสนุนการ รบใหกับกองพล ๘. ควบคุมนักโทษทหารชั่วคราว ๙. รวมมือในการปฏิบัติการแบบตำรวจทั้งการปฏิบัติการรวมและผสม ๑๐. ดำเนินการบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย คำสั่ง ระเบียบ ขอบังคับ และวินัยในพื้นที่สูรบ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำและนโยบายของผูบังคับบัญชา ๑๑. กองรอยปฏิบัติหนาที่ตามภารกิจที่กำหนดในพื้นที่ระหวางเสนเขตหลังของกรม และเสน เขตหลังของกองพล เม่อืไปสนับสนนุการรบใหกับกองพล ๑๒. สนับสนุนการปฏิบัติการดานการรักษาความมั่นคงภายใน การปองกันและปราบปรามการ กอความไมสงบในพื้นที่สวนหลัง เมื่อไดรับการสนับสนุนเครื่องมือที่เหมาะสม กองพันทหารสารวัตรที่ ๑๑ อจย.๑๙-๒๐๕ (๒๔ มิ.ย.๓๒)


๘๑ ภารกิจ ปฏิบัตงิานในกิจการสารวัตรทหารใหแกมณฑลทหารบกที่ ๑๑ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของมณฑลทหารบกที่ ๑๑ ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับและแบบธรรมเนียมของทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูงและบุคคลสำคัญตามที่ไดรับ มอบหมาย ๓. รักษาความปลอดภัยที่ตั้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารและการขนสง ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหารใหแกมณฑลทหารบกที่ ๑๑ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของมณฑลทหารบกที่ ๑๑ ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมายระเบียบ คำสั่งขอบังคบัและแบบธรรมเนียมของทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามที่ไดรับ มอบหมาย ๓. รักษาความปลอดภัยที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารและการขนสง ๔. จับกุมทหาร , ขาราชการกลาโหมพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ที่กระทำผิด และปองกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ทางทหาร ๕. อำนวยการและควบคุมการจราจรทางทหาร ๖. สนับสนุนการพิทักษพื้นที่สวนหลัง ๗. ดำเนินการตอเชลยศึก บุคคลพลเรือนชาติอื่นที่ถูกกักกันเมื่อไดรับมอบหมาย ๘. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน ๙. มีความคลองแคลวในการเคล่อืนที่ ๕๐ % รอย.สห.หญิง. ( อจย.๑๙ – ๒๐๘ )


๘๒ ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหาร ใหแก มณฑลทหารบกที่ ๑๑ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของ พัน.สห.๑๑ มทบ.๑๑ ขีดความสามารถ ๑. บังคบัใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับและแบบธรรมเนียมของทหาร ๒.อารกัขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามที่ไดรับมอบหมาย ๓. รักษาความปลอดภัยที่ตั้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารและการขนสง ๔. จับกุมทหาร , ขาราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ที่กระทำ ความผิด และปองกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ทางทหาร ๕. อำนวยการและควบคุมการจราจรทางทหาร ๖. สนับสนุนการพิทักษพื้นที่สวนหลัง ๗. ดำเนินการตอเชลยศึก บุคคลพลเรือนที่ถูกกักกัน เมื่อไดรับมอบหมาย ๘. ซอมบำรุงยุทโธปกรณในอัตราขั้นของหนวยได ๙. มีความคลองแคลวในการเคลื่อนที่ ๕๐ เปอรเซ็นต ภารกิจ ดำเนินการรักษาความปลอดภัยใหแกบุคคลสำคัญ อาคารสถานที่ ที่ตั้งทางทหาร สิ่งอำนวย ความสะดวกและยุทโธปกรณ ทั้งในขณะอยูกับที่ และขณะเคลื่อนยายหรือเดินทาง รวมถึงการปฏิบัติ การ ควบคุมการกอความไมสงบในพื้นที่เขตหลัง และการปฏิบัติการในหนาที่ท่เีกี่ยวของกับกิจการ สารวัตรทหาร


๘๓ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของ พัน.สห.๑๑ มทบ.๑๑ ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมของ ทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามที่ไดรับ มอบหมาย ๓. รักษาความปลอดภัยตอที่ตั้งทางทหาร และอาคารสถานที่สำคัญ โดยสามารถตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อควบคุม ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบุคคล และยานพาหนะ ในพื้นท่ทีี่ไดรับมอบหมาย ๔. จับกุมทหาร ขาราชการพลเรือน สังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ที่ กระทำความผิด และปองกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ทหาร ๕. ควบคมุบุคคล ยานพาหนะ และกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัย และจราจร ตลอดจนจัดเจาหนาที่ใหคำปรึกษา ประสานงานดานการรักษาความปลอดภัย และจราจรกับหนวยงาน ตาง ๆ ๖. คุมกัน และรักษาความปลอดภัยในการขนสงยุทโธปกรณ และการเคลื่อนยายทางทหาร ๗. เปนหนวยตอบโตพิเศษเคลื่อนที่เร็ว ตามหลักนิยมไดภายในพื้นที่ปฏิบัติการ ๘. มีขีดความสามารถตอตานพลซุมยิง ๙. ปฏิบัติการเปนหนวยพิทักษพื้นที่เขตหลังเมื่อไดรับคำสั่ง ๑๐. ปฏิบัติการลาดตระเวน หรือสายตรวจรวมทั้งทางบก และทางลำน้ำ โดยสามารถ เคลื่อนที่ดวย ยานยนตในอัตราได ๑๐๐ เปอรเซ็นต ๑๑. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน หมายเหตุ - ทภ.๑ ( พัน.สห.๑๒ ) - ทภ.๒ ( พัน.สห.๒๑ ) - ทภ.๓ ( พัน.สห.๓๑ ) - ทภ.๔ ( พัน.สห.๔๑ ) และ มทบ.๑๑ ( พัน.สห.๑๑ ) จัดหนวยขนาดกองพัน มณฑลทหารบก ไดแก ฝายการสารวัตร , ฝายการสืบสวนสอบสวน , หนวยทหารสารวัตร และ เรือนจำทหาร ๑. ฝายการสารวัตร เปนฝายกิจการพิเศษในกองบัญชาการมณฑลทหารบก มีหนาที่และความ รับผิดชอบดังตอไปนี้.-


๘๔ ๑.๑ ใหขอเสนอแนะแกผูบังคับบัญชาเกี่ยวกับการขาวกรอง ในเรื่องความสงบเรียบรอย และ การในหนาที่อื่นๆ ของทหารสารวัตร ๑.๒ พิจารณาใหขอเสนอแนะแกผูบังคับบัญชาเกี่ยวกับการใชหนวยทหารสารวัตร รวมทั้ง ประสานงานกับตำรวจและสวนราชการที่มีหนาที่รักษากฎหมายฝายพลเรือนอื่น ๆ ๑.๓ กำกับดูแลใหเปนไปตามแผนการฝกศึกษาของหนวยทหารสารวัตร ๑.๔ วางแผน และกำกับดูแลการปฏิบัติงานของทหารสารวัตร ๑.๕ การบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่ง ๑.๖ การจับกุมทหารขาดหนีราชการ และทหารที่กระทำความผิดในที่ตั้งหนวยทหาร ตามคำส่ัง ของผูบังคับบัญชา ๑.๗ การคุมขัง , ดูแลรักษา , อบรมดัดนิสัย และการฝกอาชีพผูตองขังในเรือนจำ ที่ควบคุม และ เรือนคนไขนักโทษของโรงพยาบาล (ถามี) ๑.๘ ควบคุมการสัญจร และตรวจพิสูจนบุคคลที่เปนทหารหรือพลเรือนซึ่งอยูในความควบคุม ของทหาร ๑.๙ การควบคุมจราจรในกิจการทหาร ๑.๑๐ การรกัษาความปลอดภัยทางวัตถุ ๑.๑๑ การปฏิบัติการตอเชลยศึก ทหารพลัดหนวย พลเรือน ผูถูกกักกัน ชนชาติศัตรู ผูลี้ภัย ๑.๑๒ ปองกันทรัพยสิน สิ่งอุปกรณของทางราชการมิใหถูกโจรกรรม ๑.๑๓ วางมาตรการและประสานงาน เพื่อชวยเหลือเจาหนาที่ฝายทหารหรือฝายพลเรือนในเรื่อง การกอความไมสงบของประชาชน และการบรรเทาสาธารณภัย ๑.๑๔ การลงหลักฐานรถยนตและอาวุธของบุคคลในหนวยตามนโยบายผูบังคบับัญชา ๑.๑๕ การปฏิบัติงานทางธุรการตาง ๆ ที่เกี่ยวของ ๒. ฝายการสืบสวนสอบสวน เปนฝายกิจการพิเศษในกองบัญชาการมณฑลทหารบก มีหนาที่และ ความรับผิดชอบดังนี้.- ๒.๑ ใหคำปรึกษาและเสนอแนะแกผูบังคับบัญชาเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ๒.๒ วางโครงการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม และดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู ในอำนาจศาลทหาร ๒.๓ รวมมือการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยการ ปฏิบัติและการประสานงานกรณีทหารถูกกลาวหาวากระทำความผิด พ.ศ. ๒๕๔๔ ๒.๔ ดำเนินการใหไดมาซึ่งทรัพยสินตามคำพิพากษา ๒.๕ เก็บรกัษาเอกสาร พยานวัตถุ และของกลางอื่น ๆ ๒.๖ ตรวจพิสูจนรองรอยหลักฐานตาง ๆ เกี่ยวกับอาชญากรรม ๒.๗ ถายภาพวัตถุพยานและภาพอื่น ๆ ที่ตองพิสูจนลักษณะจำเพาะที่มีประจำตัวบุคคล ๒.๘ บันทึกและรายงานสถิติผลงาน ๒.๙ ดำเนินการสำรวจปองกันอาชญากรรมหรือสำรวจการรักษาความปลอดภัยทางวัตถุ ๒.๑๐ ปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวของตามคำสั่งของผูบังคับบัญชา ๓. หนวยทหารสารวัตร จัดกำลังเปนหนวยขนาดกองรอยขึ้นตรงตอมณฑลทหารบก ( ยกเวน มทบ.๑๑ )


๘๕ กองรอยทหารสารวัตร มณฑลทหารบก อจย.๑๙-๓๐๗ (๒๔ มิ.ย.๓๒) ผังการจัด รอย.สห.มทบ. อจย. ๑๙ - ๓๐๗ ( ๒๔ มิ.ย.๓๒ ) กองรอยทหารสารวัตร มณฑลทหารบก อจย.๑๙-๓๐๗ (๒๔ มิ.ย.๓๒) ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหารใหแกมณฑลทหารบก การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของมณฑลทหารบก ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมของ ทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามท่ีไดรับ มอบหมาย ๓. รักษาความปลอดภัยที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารและการขนสง ๔. จับกุมทหาร ขาราชการกลาโหมพลเรือนสังกัดกระทรวง กลาโหม ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ที่กระทำความผิด และปองกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ทางทหาร ๕. อำนวยการและควบคุมการจราจรทางทหาร ๖. สนับสนุนการพิทักษพื้นที่สวนหลัง ๗. ดำเนินการตอเชลยศึก บคุคลพลเรือนชาติอื่นที่ถูกกักกันเมื่อไดรับมอบหมาย ๘. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน ๙. มีความคลองแคลวในการเคลื่อนท่ี๒๕ % ๔. เรือนจำทหาร จัดเปนหนวยในอัตราของมณฑลทหารบก โดยมีผูบัญชาการมณฑลทหารบกเปนผูบัญชาการรบัผิดชอบ และทำหนาที่เปนผูบัญชาการเรือนจำ โดยตำแหนง การปฏบิัติตามสายวิทยาการ อยูใน ความควบคมุและกำกับดูแลดานสายวิทยาการ ของ นายทหารฝายการสารวัตร ( นสห.) กอง รจ.มทบ. จัดตาม อจย. ๑๙ – ๒๑๕ ( ๕ ต.ค. ๓๒) คำสั่ง ทบ. (เฉพาะ) ที่ ๑๖๓/๓๓ ลง ๑๓ ก.ย.๓๓ เรื่อง แกอัตราการจัดและยุทโธปกรณ (ครั้งที่ ๒๑) รอย.สห.มทบ.บก.รอย. มว.สห. หมูสห. บก.มว.


๘๖ กองเรือนจำ ภารกิจ ๑. ใหคำปรึกษา เสนอแนะแกผูบังคบับัญชา และฝายอำนวยการเกี่ยวกับกิจการเรือนจำ ๒. ปกครองบังคับบัญชาผูตองขังใหเปนไปตามขอบังคับ และระเบียบวาดวยเรือนจำทหาร อำนวยการและดำเนินการใหเปนไปตามกฎและระเบยีบเกี่ยวกับการคุมขัง การใชแรงงานและการฝกอาชีพ ๓. ฝกอบรมเพื่อฟนฟูจิตใจของผูตองขังใหกลับตนเปนพลเมืองดี ๔. รวบรวมสถิติและประวัติของนักโทษเพื่อประโยชนในการวิจัย และการปองกันอาชญากรรม ของกองทัพบก ๕. ประสานงานโดยใกลชิดกับฝายการสารวัตรและเจาหนาที่ท่เีกี่ยวของ ๖. ปฏิบัติงานตามระเบียบ แบบธรรมเนียมที่สายวิทยาการกำหนด การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของกองทัพบก กอง รจ.มทบ. จัดตาม อจย. ๑๙ – ๒๑๗ ( ๕ ต.ค. ๓๒) มี มทบ.๑๒ , ๑๓ , ๑๔ , ๑๕ , ๒๑ , ๒๒ , ๒๓ , ๒๔ , ๓๑ , ๓๒ , ๓๓ , ๔๑ , ๔๒ รจ. มทบ. อจย. ๕๑ – ๒๐๑ ( ลง ๕ ต.ค. ๓๑ ) มี มทบ.๑๖ , ๑๗ , ๑๘ , ๑๙ ๒๕ , ๒๖ , ๒๗ , ๒๘ , ๒๙ , ๒๑๐ , ๓๔ , ๓๕ , ๓๖ , ๓๗ , ๓๘ , ๓๙ , ๓๑๐ , ๔๓ , ๔๔ , ๔๕ , ๔๖ กอง รจ. มทบ. มทบ.๑๑ กอง.รจ.มทบ.๑๑ บก.กอง มว.ที่ควบคุม ตอนรักษาการณ มว.พยาบาล ฝธก. ฝพธ.


๘๗ เรือนจำกรมกองทหาร ปจจุบันมีเรอืนจำเดียวเดียว คือ เรือนจำกองบริการศูนยการทหารราบ อฉก. หมายเลข ๔๑๑๐ คำสั่ง ศร.(เฉพาะ) ลับ ที่ ๑ / ๒๕ ลง ๔ ม.ค. ๒๕ สวนกำลังรบ มีฝายการสารวัตร เปนฝายกิจการพิเศษในกองบัญชาการกองพล มีหนาที่และความรับผิดชอบดังนี้.- ๑. การบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย คำสั่ง ระเบียบ ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมตางๆ ๒. เสนอแนะและใหคำปรึกษา คำชี้แจงเกี่ยวกับการใชกองรอยทหารสารวัตรกองพล แก ผูบังคับบัญชาและฝายอำนวยการอื่นๆ ๓. วางแผน ควบคุม และกำกับดูแลเก่ยีวกับการจัดทหารสารวัตร ทำการตรวจ และควบคุม ตามจุดหรือตำบลตางๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ๔. การปองกันและการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมในเขตพื้นที่ ๕. การติดตอ ประสานกับเจาหนาที่ฝายพลเรอืน เพื่อรวมวางแผนในการควบคุมการกอความ ไมสงบ การรักษาความปลอดภัย และการบรรเทาภัยพิบัติตางๆ ๖. วางแผน การกำกับการปฏิบัติงานของทหารสารวัตรในเรื่อง ๖.๑ การดำเนนิการตอเชลยศึก ณ ตำบลรวบรวมเชลยศึก ๖.๒ การอำนวยความสะดวกทางการจราจรในการเคลื่อนยายของหนวยทหาร ๖.๓ การควบคุมการเคลื่อนไหวของบุคคลและทหารพลดัหนวย ๖.๔ การจับกุมทหารหรือบคุคลพลเรือนที่กระทำผิดในพื้นท่เีขตรับผิดชอบ ๖.๕ การรักษาความปลอดภัย ๖.๖ การควบคุมการจราจร ๖.๗ การดำเนินการการตอนักโทษ ๖.๘ อื่น ๆ ท่เีกี่ยวของ กองรอยทหารสารวัตรสนาม กองพันทหารสารวัตรกองทัพภาค มทบ.รจ.มทบ. กบร. รจ. ศร.


๘๘ อจย. ๑๙ – ๓๗ (๖ ก.ค.๕๙) ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหาร ดานการสนับสนุนการรบ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของกองพันทหารสารวัตรกองทัพภาค โดยอาจกำหนดขึ้นสมทบ หรือขึ้นควบคุมทางยุทธการกองพลทหารราบหรือกองพลทหารมา หรือหนวยอื่น ๆ ไดตามความจำเปน ทางดานยุทธการ ขีดความสามารถ ๑. ดำเนินการควบคุมการหมุนเวียนการจราจรยานพาหนะรวมทั้งขบวนเดินตาง ๆ ขบวนผูอพยพ การ อพยพเปนบุคคล การพิทักษประชาชนและทรัพยากร ตลอดจนควบคมุเสนทางคมนาคม ๒. ลาดตระเวนดวยยานยนต จัดตั้งตำบลควบคุมจราจร และตำบลควบคุมทหารพลัดหนวย หรือ ผสมกัน ๓. ปฏิบัติการลาดตระเวนเสนทาง การคุมกันขบวนเดิน การระวังปองกัน การลำเลียงขนสง และการ ปองกันการเคลื่อนยายที่มีความเรงดวนสูง ๔. ปฏิบัติการระวังปองกันใหกับที่บังคับการ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยใหแกบุคคลที่ไดรับ มอบหมาย ๕. ดำเนินการสอบสวนและการกำหนดมาตรการปองกันอาชญากรรม ๖. ดำเนินการ ณ ตำบลรวบรวมเชลยศึก และตำบลรวบรวมพลเรือนผูถูกกักกัน ทั้งที่ตำบลรวบรวม กลาง และสวนหนา ซึ่งตั้งอยูในเขตของกรมดำเนินกลยุทธในแนวหนาได ๒ กรม เมื่อไปสนับสนุนการรบ ใหกับกองพล ๗. ดำเนินการรักษาความปลอดภัยใหกับเชลยศึก และพลเรือนผูถูกกักกัน ในระหวางการสงกลับ จากตำบลรวบรวมเชลยศึกหนามายังตำบลรวบรวมเชลยศึกกลางของกองพล เมื่อไปสนับสนุนการรบใหกับ กองพล ๘. ควบคมุนักโทษทหารชั่วคราว ๙. รวมมือในการปฏิบัติการแบบตำรวจทั้งการปฏิบัติการรวมและผสม ๑๐. ดำเนินการบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย คำสั่ง ระเบียบ ขอบังคับ และวินัยในพื้นที่สูรบ โดย ปฏิบัติตามคำแนะนำและนโยบายของผูบังคบับัญชา


๘๙ ๑๑. กองรอยปฏิบัติหนาที่ตามภารกิจที่กำหนดในพื้นที่ระหวางเสนเขตหลังของกรม และเสนเขต หลังของกองพล เมื่อไปสนับสนุนการรบใหกับกองพล ๑๒. สนับสนุนการปฏิบัติการดานการรักษาความมั่นคงภายใน การปองกันและปราบปรามการกอ ความไมสงบในพื้นที่สวนหลัง เมื่อไดรับการสนับสนุนเครื่องมือท่เีหมาะสม ภารกิจทั่วไปของทหารสารวัตร ในการสูรบ มี ๔ ประการ คือ ๑. การควบคุมการหมุนเวียนการจราจรในสนามรบ - การลาดตระเวนเสนทางและการสะกดรอย - การบังคับใชเสนทางการสงกลับ - การควบคุมทหารพลัดหนวยและผูลี้ภัย


๙๐ - การปฏิบัติหนาที่ใหเปนไปตามกฎหมาย คำสั่ง ๒. การรักษาความปลอดภัยพื้นที่ - การลาดตระเวนพื้นที่ - การปฏิบัติการรบในพื้นท่สีวนหลัง - การรักษาความปลอดภัยบุคคล , หนวย , ขบวนลำเลียง , สถานที่ , สิ่งอำนวยความ สะดวก และตำบลสำคัญ บนเสนหลักการสงกำลัง - การปฏิบัติการควบคุมความเสียหายเปนพื้นที่ - การรวบรวมขาวสารและการรายงาน - การควบคุมสงครามเคมี,ชีวะ,รังสี และการรายงาน ๓. ความรบัผิดชอบในเรื่องเชลยศกึ - การรวบรวมและการสงกลับเชลยศกึ - การแลกเปลี่ยนเชลยศึก ๔. การปฏิบัติหนาที่ใหเปนไปตามกฎหมายและคำสั่ง - การบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย - การสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม - การเรือนจำ ทหารสารวัตร หมายถึง ทหารเหลาทหารสารวัตร ที่บรรจุในอัตรากำลังของหนวยตาง ๆ สวนคำวา สารวัตรทหาร หมายถึง ทหารสารวัตร หรือเหลาอื่น หรือพรรคอื่น ซึ่งปฏิบัติหนาที่สารวัตรทหาร ตามคำสั่งผูมี อำนาจสั่งใชสารวัตรทหาร โดยมีอำนาจหนาที่ในการปฏิบัติการภายในเขตพื้นที่ที่ผูมีอำนาจสั่งใชสารวัตร ทหาร โดยมหีนาที่รับผิดชอบ หรือตามอำนาจหนาที่ที่กำหนดไวในกฎหมาย หรือแบบธรรมเนียมของทหาร


๙๑ เพื่อใหการรักษาระเบียบวินัยดำเนินการไปโดยเครงครัดรวมถึงการรักษาความสงบเรียบรอย และ ศีลธรรมอันดีใหสารวตัรทหารมีหนาที่ดงันี้๑. สอดสอง ตรวจตราใหทหาร ขาราชการกลาโหมพลเรือน และคนงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม อยูในระเบียบวนิัยความสงบเรียบรอยและศีลธรรมอันดี๒. วากลาวตักเตือน และจับกุมทหาร ขาราชการกลาโหมพลเรือน และคนงานในสังกัด กระทรวงกลาโหมที่กระทำผิด ๓. สืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ๔. ควบคุมการจราจรในกิจการทหาร ๕. รักษาความปลอดภัยทางวัตถุและอารักขาบุคคลสำคัญ ๖. ปฏิบัติการเกี่ยวกับการเรือนจำทหาร และเชลยศึก ทหารพลัดหนวย พลเรือนผูถูก กักกันในยามสงคราม ตามที่กฎหมาย กฎขอบังคับกำหนดใหเปนอำนาจหนาที่ของเจาหนาที่ฝายทหาร ๗. กำหนดมาตรการปองกันอาชญากรรมในวงการทหาร ๘. หนาที่อื่นตามที่กระทรวงกลาโหมหรือผูมีอำนาจสั่งใชสารวัตรทหารจะกำหนด สารวัตรทหารมี อำนาจสอบสวนคดีอาญา ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหารได ตามที่ผูบังคับบัญชาสั่ง ภายใตบทบัญญัติแหง กฎหมายวาดวยธรรมนูญศาลทหาร อำนาจหนาที่ของสารวัตรทหาร อาศัยอำนาจตามขอบังคับกระทรวงกลาโหม วาดวยสารวัตรทหาร พ.ศ. ๒๕๕๕ สารวัตรทหารมี อำนาจที่จะปฏิบัติตอทหาร ขาราชการกลาโหมพลเรือน และคนงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม ผูซึ่งไมอยูใน ระเบียบวินยัความสงบเรียบรอยหรือศลีธรรมอันดีอยูภายนอกที่ต้งัหนวยทหารหรือสถานที่ทำงานตามควร แกกรณีดงันี้๑. วากลาวตักเตือน ๒. จับกุม ๓. ตรวจคนผูถูกจับกุม เมื่อมีเหตอุันควรสงสัยวามีสิ่งของที่ผดิกฎหมาย หรือเพื่อใชในการ กระทำที่ผิดกฎหมาย ถาผูถูกจับกุมเปนหญิง ใหหญิงอื่นเปนผูตรวจคน ๔. ยดึสิ่งของ หรือสิ่งของที่อาจเปนภยัอันตราย หรอืที่ใชเปนพยานหลักฐานในการกระทำ ผิดนั้นได ๕. ในระหวางที่ยังไมมีการรับตัว ใหสารวัตรทหารควบคุม หรือจัดการเทาที่จำเปน เพื่อ ปองกันมิใหผูถูกจับกุมหลบหนี ๖. สืบสวนคดีอาญาที่อยูในอำนาจศาลทหาร


๙๒ ในการจับกุม สารวัตรทหาร ตองแจงเหตุที่จะจับกุม ใหผูถูกจับกุมทราบ และการจับกุมให กระทำโดยละมอม ถาจำเปนจะตองใชเครื่องพันธนาการ หรือใชอาวุธเพ่ือปองกันตน ก็ใหกระทำไดแตตอง ไมเกินสมควรแกเหตุ เม่อืสารวัตรทหารจับกุมผูใดแลว ใหปฏิบัติดังนี้๑. รายงานใหผูมีอำนาจสั่งใชสารวัตรทหารทราบ โดยเร็ว ๒. ผถู ูกจบักุม สังกดัอยูในเขตพ้นืที่รับผิดชอบ ของหนวยสารวัตรทหารที่จบักุม ใหนำตัว ผูถูกจับกุม สงหนวยทหารตนสังกัดของผูนั้น แลวรีบแจงใหผูบ ังคับบัญชาของผูถูกจับกุมทราบโดยเร็ว เพื่อ รับตัว ในกรณีนี้ใหผูบังคับบัญชา หรอืผูที่ผูบังคับบัญชามอบหมาย ไปรับตัวผูถูกจับกุมนัน้โดยเร็วและตอง ไมเกิน ๒๔ ชั่วโมง นับแตเวลาที่ไดรับแจง ๓. ผูถูกจับกุม สังกัดอยูนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของหนวยสารวัตรทหารที่จับกุม ใหรีบ แจงใหผูบังคับบัญชาของผูถูกจับกุมทราบโดยเร็วเพื่อรับตัวไป ในกรณีนี้ใหผูบังคับบัญชา หรือผูที่บังคับ บญัชามอบหมาย ไปรับตัวผูถกูจับกุมนั้นโดยเร็ว และตองไมเกิน ๗ วัน นับแตวันที่ไดรบัแจง ในเขตพื้นที่ใดมีหนวยทหารตางเหลาทัพตั้งอยู เมื่อเห็นเปนการสมควร ผูมีอำนาจสั่งใชสารวัตร ทหารในเขตพื้นท่ีนั้น อาจจัดสารวัตรทหารรวมกันปฏิบัติภารกิจในบังคับบัญชาของนายทหารเหลาทัพใดก็ไดทั้งนี้ใหท ำความตกลงกนัเปนหนังสือ สารวัตรทหาร นับวามีความสำคัญ และจำเปนมาก ซึ่งสถานการณในปจจุบันทามกลางความ ขัดแยง ความแตกตางทางความคิด บางครั้งเกิดความรุนแรงในบานเมือง สารวัตรทหาร ยังไดรับมอบ ภารกิจสำคัญ ๆ ในการดูแลความสงบเรียบรอย และการรักษาความปลอดภัย ใหกับบุคคลสำคัญ ระดับสูง รวมกับ เจาหนาที่ในสวนอื่น ๆ ควบคูไปกับการปฏิบัติหนาที่ตามปกติแมจะมีภารกิจ เปนจำนวนมาก เมื่อเทียบกบัจำนวนกำลังพลที่มีอยูแตทหารสารวัตรทุก นาย กพ็รอมที่จะปฏิบตัิหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย ดวยความเสียสละ เขมแข็ง สมกับคำกลาวที่วา ทหารสารวัตร คือ ผูพิทักษรกัษาภาพลกัษณของกองทัพ


๙๓


๙๔


๙๕


Click to View FlipBook Version