๔๖ ๒. ภารกิจ รับ เก็บรักษา และแจกจาย สป.๑ ,สป.๒ และ ๔ ,สป.๓ (เวน สป.๒ และ ๔ สายและ ชิ้นสวนซอมอากาศยาน) ใหแกหนวยรับการสนับสนุนในพื้นที่กองทัพภาค กองรอยสงกำลังสิ่งอปุกรณ ๑.การจัด ๒.ภารกิจ ดำเนินการจัดตั้งตำบลสงกำลัง สป.๑ ,สป.๒ และ ๔ (เวน สป.๒และ๔ สายแพทย และชิ้นสวนซอมอากาศยาน) และ สป.๓ เพื่อสนับสนุนใหแกหนวยรับการสนบัสนุนในพื้นที่ กองรอยบริการสนาม ๑.การจัด ๒.ภารกิจ ใหการสนับสนุนดานการทำลายลาง เคมีชีวะ รังสีอยางจำกัด ดำเนนิการตำบล รวบรวม สป.จำหนาย และทะเบียนศพ สนับสนุนหนวยในพื้นที่รับผิดชอบ กองร ้ อยส่งกาํลงัสิÉงอุปกรณ์ บก.ร้อย หมวดส่งกาํลงัสป.๑ หมวดส่งกาํลงัสป.๒และ ๔ หมวดส่งกาํลงัสป.๓ หมวดส่งกาํลงัชิÊนส่วนซ่อม กองร้อยบริการสนาม บก.ร้อย หมวดรวบรวม สป.จาํหน่าย หมวดทะเบียนศพ ตอนปฏิบตัิการทางวิทยาศาสตร์
๔๗ กองพันสงกำลังและบริการ กรมสนับสนุน กองพลทหารราบ กองพันสงกำลังและบริการ ๑.ภารกิจ จัดใหมีการสนับสนุนทางการสงกำลัง สป.๑, สป.๒ และ ๔ และ สป.๓ (เวน สป.๒ และ๔ สายแพทย,ชิ้นสวนซอมและอุปกรณรหัสลบั ) รวมทั้งการบริการขนสงและบริการอื่นๆ ใหกับ หนวยในความรับผิดชอบของกองพล ๒.การจัด จัดเปนหนวยในอัตราของกรมสนับสนุน ๑ กองพัน ตอ ๑ กรมสนับสนุน ๓.ขีดความสามารถ ๓.๑ สนับสนุนทางการสงกำลังเกี่ยวกับการกำหนดความตองการ ,การเบิก-รับ ,เก็บรักษา แจกจายและจำหนาย สป.๑ , สป.๒ และ ๔ ,สป.๓ (เวน สป.๒ และ ๔ สายแพทย ,ชิ้นสวนซอมและ อุปกรณรหัสลับ) ๓.๒ สามารถสงกำลังและบริการในหนาที่ โดยการสนับสนุนไดถึง ๓ กรมทหารราบ๓.๓ ดำเนินการและกำกบัดูแลการบริการขนสงและการบริกการอื่นๆ ๓.๔ จัดหาสิ่งอปุกรณรายการตาง ๆ ตามที่ไดรับมอบหมาย ๓.๕ กำกับดูและทางเทคนิคเกี่ยวกบัการสงกำลงัและบริการของกองพล ๓.๖ สามารถทำการปองกนัตนเองไดเมื่อจำเปน พนัสบร.กรม สน. บก.และร้อย บก. ส น ง . ส ก . พ ล . ร้อย สบร. ร้อย ขส.
๔๘ สำนกังานสงกำลังกองพล ๑.ภารกิจ ดำเนินการและกำกับดูและการสงกำลังและบริการของกองพล ทั้งทางธุรการและ เทคนิค ๒. การจัด เปนหนวยในอัตราของกองพันสงกำลังและบริการ ๓.ขีดความสามารถ๓.๑ ใหการเสนอแนะตอผูบ ังคับการกรมสนับสนุน และฝายอำนวยการ เกี่ยวกับการสงกำลงัและบริการ ๓.๒ กำหนดความตองการ จัดหา ทำบัญชีคุม และอำนวยการในการรับ การเก็บรักษา ช่วัคราว การแจกจาย และ/หรอืการจำหนายสิ่งอุปกรณ ๓.๓ กำกับดูและการฝก การสงกำลังและบริการของทุกหนวยในกองพลทางเทคนิค ๓.๔ ดำเนินการและกำกับดูแล เกี่ยวกับการจดัหา การแจกจายแผนที่ กิจการรานคา และการ เล้ยีงดูของกำลังพล การปฏิบัติหนาที่ สำนักงานสงกำลงักองพล เปนศูนยการทางเทคนิค ในการสงกำลังและบริการของกองพล ความ รับผิดชอบของสำนักงานนี้คือการกำหนดหรือการคำนวณความตองการ รับ และดำเนินกรรมวิธีตอใบ เบิกหรือคำขอที่สงมาจากหนวยรับการสนับสนุน ดำรงรักษาบัญชีคุมสิ่งอุปกรณแบบรวมรายการและ ควบคุมการรับ การเก็บรักษาชั่วคราว และการจายหรอืการแจกจายสิ่งอุปกรณโดยมีเจาหนาที่สำคัญๆ เปนผูปฏิบัตดิังนี้ ๑. นายทหารสงกำลังกองพล เปนผูบงัคับบัญชาสำนักงานสงกำลงักองพล รับผิดชอบ วางแผน กำกับการและ อำนวยการกิจกรรมตางๆ ของสำนักสงกำลัง มีนายทหารสงกำลังสายตางๆ เปนผูชวย ๒. นายทหารสงกำลังแตละสาย นายทหารสงกำลังซึ่งเปนหัวหนาตอนสงกำลังตาง ๆ ใน สาํนักงานสงกำลังของกองพลมีหนาที่ตอไปนี้ ๒.๑ ทำการควบคุมทางบัญชีตอสิ่งอุปกรณ หรือยุทธภัณฑที่อยูภายใตการ บริหารงานของ ตน ๒.๒ จัดใหมีคําปรึกษาหารือแกนายทหารสงกำลังของกองพลและเสนอแนะใน เรื่องการรับ การเก็บรักษาชั่วคราว และการแจกจายหรือจายสิ่งอุปกรณในสายงานของตน สาํนกังานส่งกาํลงักองพล ตอน สก.สาย ช. ตอน สก.สาย สพ. ตอน สก.สาย พธ. ตอน สก.สาย ตอน สก.สาย วศ. ตอน สก.สาย ขส.
๔๙ ๒.๓ เสนอแนะ แบบ และระยะเวลาของการรายงานตาง ๆ ที่หนวยปฏิบัติ จะตองรายงาน ในการรับจายและยอดคงเหลือของสิ่งอุปกรณแตละรายการ ๒.๔ กําหนดความตองการ และจัดทำขอเสนอแนะเกี่ยวกับลำดับความเรงดวน การแบงสรร และการควบคมุอื่นๆ ๒.๕ ใหคำปรึกษาในการประสานกับกองพันซอมบำรุง เพื่อใหความมั่นใจในการตรวจกอน จาย สำหรบัยุทธภัณฑครบชุดที่จำเปน วาไดกระทำเสมอ ๓. นายทหารสงกำลังสายขนสง เปนหัวหนาตอนสงกำลังสายขนสง เปนนายทหาร การ วางแผนการขนสงของสำนักงานสงกำลังกองพล มีหนาที่วางแผนประสานการใชยานพาหนะขนสงของ กองรอยทหารขนสง พัน ขส. ในการไปรับและทำการจาย สป. และยุทธภัณฑ มีนายสิบสงกำลังสาย ขนสง และเสมียนสงกำลังสายขนสงเปนผูชวยเหลือในการปฏิบัติพันธกิจการสงกำลังที่ไดรับมอบหมาย ๔. นายทหารสงกำลังสายพลาธิการ เปนหัวหนาตอนสงกำลังสวยพลาธิการมีผูชวยดังน้ี ๔.๑ นายทหารรานคา เปนผูกำกับดูแลในฐานะฝายกิจการพิเศษตอการปฏิบัติรานคาของ หนวยตางๆ ของกองพล โดยปฏิบัติการในอำนาจของ ผบ.พล. นอกจากนั้นนายทหาร รานคายังทำ หนาที่เปนนายทหารฝายการศพ และทำหนาที่เปนนายทหารจัดซื้อและทำสัญญาอีกดวย ๔.๒ นายทหารการน้ำมัน เปนผูอำนวยการสงกำลังน้ำมันกองพล มีนายสิบสงกำลังน้ำมัน และเสมียนสงกำลังน้ำมัน ประกอบกันเขาเปนสวนบริหารการสงน้ำมันกองพล ๔.๓ นายทหารกำกับการเลี้ยงดู เปนผูอำนวยการเลี้ยงดูกองพลและใหคำแนะนำเกี่ยวกับ การบริหารการเลี้ยงดูทหารของหนวยตางๆภายในกองพล ๔.๔ นายสิบสงกำลังฝายพลาธิการและเสมียนสงกำลัง สายพลาธิการ เปนผูรับผิดชอบ ประกอบเขาเปนสวนบริหารการสงกำลังสิ่งอุปกรณประเภท ๒ และ๔ สายพลาธิการกองพล ๔.๕ นายสิบสงกำลังเสบียง รับผิดชอบการอำนวยการสงกำลังสิ่งอุปกรณประเภท ๑ ของ กองพล กองรอยสงกำลังและบริการ กองพันสงกำลังและบริการ ๑. ภารกิจ ๑.๑ จัดใหมีการสนับสนุนทางการสงกำลังใหแกกองพลและหนวยที่มาขึ้นสมทบในเรื่อง สิ่ง อุปกรณทกุประเภท เวนชิ้นสวนซอม, สิ่งอุปกรณประเภท 5 และสิ่งอุปกรณสายแพทย ๒.๒ จัดใหมีการบริการดานการศพ ๒.๓ ทำการคัดแยก และดำเนินการจำหนายยุทโธปกรณที่ใชการไมได ๒.๔ สำรองสิ่งอุปกรณและยุทโธปกรณสำหรับหนวยตามความรับผิดชอบ ๒. การจัด เปนหนวยในอัตรากองพันสงกำลังและบริการ
๕๐ ๒.ขีดความสามารถ ๒.๑ จัดตั้งและดำเนนิการตำบลจายของกองพล ๒.๒ รับ เก็บรักษาชั่วคราว และจายสิ่งอุปกรณทุกประเภท เวนชิ้นสวนซอม สิ่งอุปกรณ ประเภท ๕ และสิ่งอุปกรณสายแพทยทั้งนี้อยูในการกำกับดูและของสำนักงานสงกำลังกองพล หมวดสงกำลังหนา การประกอบกำลัง ตามผังการจัด การปฏิบัติหนาที่ ๑.ผูบังคับหมวด เปนผูบังคับบัญชาและควบคุมการปฏิบัติงานของหมวดสงกำลังหนา โดยมี รองผูบังคับหมวดเปนผูชวยเหลือในการปฏิบัติ นอกจากนั้น ผูบังคับหมวดสวนหนา อาจไดรับ มอบหมายจากกรมสนับสนุนใหทำหนาที่เปนนายทหารประสานการสนับสนุนพื้นที่สวนหนาของกรม สนับสนุนอกีดวย การปฏิบัติงานในหนาที่นี้ขึ้นตรงตอผูบงัคับการกรมสนับสนุนของกองพล ๒.ประสานการสนับสนุนการชวยรบ๓.ใหคำแนะนำและชวยเหลือในการแบงมอบพื้นที่ปฏบิัติการในพื้นที่ขบวนสัมภาระของกรมใน แนวหนา ๔.วางแผน ประสานการรักษาความปลอดภยัของสวนตางๆ ที่ไปจากกรมสนับสนุน ๕.ดำรงการติดตอกับบกองบังคับการกรมสนับสนุนและหนวยรองตางๆ ของกรมสนับสนุนได อยางตอเนื่อง รอย สบร. บก.รอย มว.การศพ มว.สงกำลังหนา มว.สงกำลัง บก.มว. ตอนรวบรวมพิสูจนทราบและสงกับ มว.การศพ บก.มว. ตอน สป.๑ ตอน สป.๒และ ๔ ตอน สป.๓ หมวดสงกำลังหนา บก.หมวด ชุดสงกำลัง สป.๑ ชุดสงกำลัง สป.๓ ชุดสงกำลัง สป.๒ และ ๔
๕๑ ๖.รับทราบแผนทางยุทธวิธีของกรมทหารราบอยูตลอดเวลาและแจงแผนเหลานี้ใหสวนตางๆ ของกรมสนับสนุนที่ปฏิบัติงานอยูในพื้นที่ขบวนสัมภาระของกรม ๗.เสนอแนะการเปลี่ยนแปลงในเรื่องกำลังพล การประกอบกำลังและตำแหนงที่ตั้งของสวน สนับสนุนหนา หมวดสงกำลัง การประกอบกำลัง ตามผังการจัด การปฏิบัติหนาที่ ผูบังคับหมวด อำนวยการปฏิบัติของหมวดภายใตการกำกับดูแลทางเทคนิคของสำนักงานสง กำลังกองพล และการอำนวยการของผูบงัคับกองรอย ผูบังคับหมวดประสานการปฏิบัติของตำบลจาย ของกองพล โดยมีรองผูบังคับหมวดเปนผูชวยเหลอืผบ.ตอน สป.๑ กำกับดูแลกิจกรรม และกำลังพล ณ ตำบลจาย สป.๑ ในพื้นที่สนับสนุนของ กองพล ควบคุมการจาย สป.๑ ใหแกหนวยตาง ๆ ของกองพล ผบ.ตอน สป.๒ และ ๔ กำกับดูแลงาน และกำลังพล ณ ตำบลจาย สป.๒ และ ๔ เพื่อทำการ รับ เก็บรักษา และแจกจาย สป.แกหนวยตาง ๆ ของกองพล ผบ.ตอน สป.๓ กำกับดูและกิจกรรม และกำลังพล ณ ตำบลจาย สป.๓ หลักของกองพล หมวดการศพ การประกอบกำลัง ตามผงัการจัด หมวดสงกำลัง บก.หมวด ตอนสงกำลัง สป.๒ และ ๔ ตอนสงกำลัง สป.๓ ตอนสงกำลัง สป.๑ หมวดการศพ บก.หมวด ตอนรวบรวมพิสูจนทราบและสงกลับ ตอนรวบรวมและสงกลับ
๕๒ การปฏิบัติหนาที่ ผูบังคับหมวด ควบคุม กำกับการปฏิบัติงานของหมวดการศพ โดยมีรอง ผบ.หมวด เปน ผชูวยกำลังพลตอนรวบรวมพิสูจนทราบและสงกลับ มีผบ.ตอนเปนหัวหนา ปฏิบัติงานรวบรวมศพของ กองพลในพื้นที่สนับสนุนกองพล เจาหนาที่เหลานี้จะพิสูจนศพที่ไดรับมาจากตำบลรวบรวมหนาเพื่อให ทราบวาเปนผูใด และดำเนินกรรมวิธีตอศพเหลานั้นเพื่อสงกลับ ตรวจสอบทรัพยสินสวนตัวที่ติดมากับ ศพ และจัดทำรายงานและเอกสารตางๆ ที่จำเปนสำหรบัการสงกลับ กำลังพลตอนรวบรวมและสงกลับทั้ง ๓ ตอน ปฏิบัติงานตำบลรวบรวมศพหนาในพื้นที่ขบวน สัมภาระของกรม เพื่อสนับสนุนใกลชิดใหแกกรมนั้น และเจาหนาที่เหลานี้จะรับศพที่สงมาจากตำบล รวบรวมศพของกองพันในแนวหนา พิสูจนทราบขั้นตน และดำเนินกรรมวิธีสงกลับไปยังตำบลรวบรวม ศพในพื้นที่สนับสนุนกองพล รวมทั้งดำเนินกรรมวิธีขั้นตนตอทรัพยสินสวนตัวที่ติดมากับศพ และ สงกลับไปกับศพดวย ตอนที่ ๓ ภารกิจ การจัด ชอบเขตความรับผิดชอบ และการดำเนินงานของ มณฑลทหารบก ๑. ภารกิจ ของ มทบ. ๑.๑ บังคับบัญชาจังหวัดทหารบก และกำลังประจำถิ่นของกองทัพบก ตามที่ กระทรวงกลาโหม กำหนด (บังคับบัญชากำลังประจำถิ่นของกองทัพบก ตามที่ กห.กำหนด) ๑.๒ รักษาความสงบเรียบรอยในเขตพื้นที่ รวมทั้ง การศาลทหาร การคดี และการ เรือนจำ ๑.๓ ดำเนินการระดมสรรพกำลังในเขตพื้นที่ ๑.๔ สนับสนุนหนวยทหารที่อยูในพื้นที่ ๑.๕ ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตรการตอสูเบ็ดเสร็จ เพื่อรักษาความสงบภายในและการปองกัน ประเทศ ๒. การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของกองทัพภาค / เปนหนวยในอัตราของมณฑล ทหารบก ๓. ขีดความสามารถ ขอบเขตความรบัผิดชอบ และการดำเนินงานของ มทบ. ๓.๑ รักษาระเบียบวินัยและแบบธรรมเนียมของทหารภายนอกที่ตั้งหนวยทหาร และมี อำนาจสั่งการแกหนวยทหารในเขตพื้นที่ ในกรณีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และตามที่ กห.กำหนด ๓.๒ ใชอำนาจตามกฎหมายในการสั่งการแกหนวยทหาร เกี่ยวกับการรักษาความ ปลอดภัย ใหกับบุคคลสำคัญ สถานที่ และอสังหาริมทรัพย ในเขตพื้นที่ รวมทั้งจัดการเฝารักษาสถานที่ตั้ง สำคัญอยางตอเนื่อง ๓.๓ อำนวยการรักษาความปลอดภัย และสถานที่สำคัญทางทหารในเขตพื้นที่ ในเรื่อง การปองกัน และปราบปรามการกอความไมสงบ การพิทักษพื้นที่สวนหลัง การรักษาสถานที่และตำบลสำคัญ ใน สถานการณฉุกเฉินการขาวกรองและการตอตานการขาวกรอง ๓.๔ ดำเนินการเกี่ยวกับ การศาลทหาร การคดี และการเรือนจำ
๕๓ ๓.๕ ดำเนินการระดมสรรพกำลังทางดานกำลังพล การสัสดี การสงกำลังบำรุง และการ เกณฑชวยราชการทหาร ๓.๖ จัดการฝกนักศึกษาวิชาทหาร ๓.๗ ดำเนินการกำลังพลในเรื่อง การจัดทำประวัติรับราชการ การดำเนินการเกี่ยวกับ บำเหน็จ บำนาญ สนับสนุนหนวยทหารในพื้นที่ ๓.๘ บำรุงขวัญทหารในเขตพื้นที่ และการบำรุงขวัญอื่น ๆ ชน การรานคา การสหกรณ การสโมสรทหาร การสงเคราะหทางการเงิน การออมทรัพย การสงเคราะหทาง ฌาปนกิจ การพิธีทหาร การ กีฬา การบันเทิง การพักผอนหยอนใจ การไปรษณียกิจการสงเคราะหทหารผานศกึการอบรมจิตใจ และการ บริการดานการศึกษา ๓.๙ จัดการสนับสนุนการฝกใหกับหนวยทหาร ในเขตพื้นที่ ในเรื่องเครื่องชวยฝก การ บริการ สนามฝกและสนามยิงปน ๓.๑๐ รักษาและควบคุมอสังหาริมทรัพยของทหารในเขตพื้นที่ รวมทั้งการเก็บ ผลประโยชนจาก สนามฝกและสนามยิงปน สถานท่หีรืออสังหาริมทรัพยเหลานั้น ๓.๑๑ สนับสนุนทางการสงกำลังใหแกตนเองและหนวยทหารในเขตพื้นที่ ตามที่หนวย เหนือกำหนด เชน ๓.๑๑.๑ การเคลื่อนยายและการขนสงสิ่งอุปกรณ ๓.๑๑.๒ การดำเนินการเกี่ยวกับที่ดิน การกอสราง การซอมแซม การตกแตง อาคารสถานที่ การติดตั้งและซอมแซมสิ่งอำนวยความสะดวก ๓.๑๑.๓ การรักษาพยาบาล และการสงกลับกำลังทหาร รวมทั้งครอบครัวในเขต พื้นที่ ๓.๑๑.๔ เปนตำบลสงกำลังของกองบัญชาการชวยรบ หรือตามที่กองทัพบก กำหนดเพื่อ ทำหนาที่เก็บรักษาแจกจายและจำหนายสิ่งอุปกรณบางประเภท ๓.๑๒ จัดการเก็บรักษาและบริการแบบธรรมเนียมแกหนวยทหาร และแจกจายแบบ ธรรมเนียม ๓.๑๓ ดำเนินการบริหารเงินราชการ ทำการเบิกจาย เก็บรักษา จัดทำบัญชีเงิน ราชการใหเปนไป ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และรวบรวม จัดทำ บริหาร ควบคุมงบประมาณ ตลอดจนรายงาน ผลการใชงบประมาณของหนวยทหาร ในเขตพื้นที่ที่ตองรับการสนับสนุนงบฯ จากมณฑล ทหารบก ๓.๑๔ จัดการติดตอสื่อสารระหวางที่ตั้งหนวยทหารในเขตพื้นที่ ๓.๑๕ จัดการประชาสัมพันธเพื่อประโยชนทางทหาร ตลอดจนติดตอกับหนวยพล เรือนในเขตพื้นที่ ๓.๑๖ กำกับดูแลประสานงาน และดำเนินงานกิจการพลเรือนในเขตพื้นที่ ๓.๑๗ ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตรการตอสูเปนเสร็จในยามปกติเชน ๓.๑๗.๑ ทำหนาที่เปนกองบัญชาการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร ควบคุมกอง กำลังเพื่อการตอสูเบ็ดเสร็จ เพื่อปองกันและตอสูเพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต รวมทั้งขบวนการกอการรายทุก รูปแบบ ๓.๑๗.๒ จัดตั้งมวลชนในหมูบานยุทธศาสตรพ ัฒนา
๕๔ ๓.๑๗.๓ ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตรพัฒนา โดยการพัฒนาหมูบาน เปาหมายในพื้นที่ยุทธศาสตรพัฒนา เพื่อยกระดบัความเปนอยูของประชาชนใหดีขึ้น ทำใหเกิดความรักและ หวงแหน แผนดินเสียสละ และอาสาสมคัรเขาตอสูกับขาศึกเมื่อมีภัยมาคุกคาม ๓.๑๘ ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตรการตอสูเบ็ดเสร็จในยามสงคราม เชน ๓.๑๘.๑ ควบคุมบังคับบัญชาหนวยกำลังประจำถิ่น ทั้งที่อยูในความควบคุม ของ ทบ. โดยตรง และขึ้นควบคุมทางยุทธการตอกองทัพบก ไดแก กองพันทหารราบเบา กองพันทหารมา เบา ทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน กองรอยอาสาสมัคร หนวยปฏิบัติการพิเศษ และกำลังกึ่งทหารอื่น ๆ รวมทั้งกำลังประชาชน ในหมูบานยุทธศาสตรพัฒนา ๓.๑๘.๒ ควบคุมและอำนวยการกำลังประจำถิ่น ในการตอสูเพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต ในเขตพ้นืที่รวมทั้งขบวนการกอการรายทุกรูปแบบ ๓.๑๘.๓ ควบคุมบังคับบัญชาประจำถิ่น สนับสนุนการตอสูของกำลังรบหลักในเรื่อง การ กำบังหรือรั้งหนวง การปองกันการแทรกซึม การปฏิบัติสงครามกองโจร การระวังปองกันพื้นที่สวนหลัง การรักษาความสงบของทองถิ่น การรักษาความปลอดภัยตอที่ตั้ง และการควบคุมความเสียหายเปนพ้นืที่ ๓.๑๘.๔ ควบคุมและอำนวยการกำลังประชาชนในหมูบานยุทธศาสตรพัฒนาใหปฏิบัติการ ในเรื่อง การรวบรวมขาวสาร การแจงเตอืนการเขามาของขาศกึการปองกันการกอวินาศกรรม และการบอน ทำลายของขาศึก เปนแกนของประชาชนในเขตพื้นที่การรวมปฏิบัติการสงครามกองโจร การรักษาความ ปลอดภัยในหมูบาน รวมทั้งการปองกันชายแดนในขั้นตน ๓.๑๙ ปกครองบังคบับัญชากำลังประจำถิ่นของกองทัพบก ตามที่ไดรับการแบงมอบ มณฑลทหารบก อจย.๕๑-๒๐๑(๕ส.ค. หมวดดุริยางค์ กองบญัชาการ กองร้อย/กองพนัมทบ.กองร้อย/กองพนัสารวตัร ศูนยฝ์ึกนกัศึกษาวิชาทหาร แผนกสัสดีกรุงเทพฯ/จงัหวดัหมวดสืÉอสาร แผนกประวตัิบาํเหน็จและบาํนาญ ศาล อยัการ กองเรือนจาํแผนกสรรพวุธ แผนกพลาธิการ สาํนกังานขนส่ง โรงพยาบาล หน่วยทหารตามทีÉกาํหนด
๕๕ แผนกพลาธิการ มณฑลทหารบก การจัด สำนักงานพลาธิการมณฑลทหารบก เปนหนวยขึ้นตรงตามอัตราของกองบัญชาการมณฑล ทหารบก มีการจัดประกอบดวย พลาธิการมณฑลทหารบก เปนหัวหนา (อัตรา พ.ท.) มีผูชวยพลาธิการ ( อัตรา พ.ต. ๒ นาย ) ฝายเกียกกาย (อัตรา พ.ต. ๑ นาย) ฝายการน้ำมัน (อัตรา พ.ต.๑ นาย) และเสมียน พนังงานชั้นนายสิบตามอัตรา - หนาที่ สำนักงานพลาธิการมณฑลทหารบก และฝายอำนวยการเกี่ยวกับกิจการพลาธิการ - ปฏิบัติตามระเบียบแบบธรรมเนียมที่เหลาสายวิทยาการกำหนด - กำหนดความตองการสิ่งอุปกรณสายพลาธิการ ตลอดจนการจัดหา เก็บรักษา และแจกจาย - วางแผนและกำกับดูแลทางเทคนิคเกี่ยวกับกิจการพลาธิการของทุกหนวยในมณฑลทหารบก และหนวยขึ้นสมทบ - ปฏิบัติงานธุรการที่เกี่ยวของ - อำนวยการเกี่ยวกับกิจการเลี้ยงรับรอง ตอนที่ ๔ หนวยทหารพลาธิการ ๑. กลาวทั่วไป หนวยทหารพลาธิการ คือหนวยที่บรรจุและหรือบรรจุอยูในอัตราของหนวยบัญชาการสงกำลัง บำรุง และหนวยกำลังรบในระดับกองพล คือกองบัญชาการชวยรบ กองพลทหารราบ กองพลทหารมา กอง พลทหารปนใหญตอสูอากาศยาน ศูนยสงครามพิเศษ เปนตน หนวยทหารพลาธิการเหลานี้ขนาดหนวยเล็กกวากองพันแตใหญกวากองรอย ภารกิจและหนาที่ของ หนวยพลาธิการที่บรรจุอยูในหนวยบัญชาการสงกำลังบำรุง และหนวยทหารที่กลาวแลว จะมีภารกิจและ หนาที่ใหการสนับสนุนการสงกำลังและการบริการสายพลาธิการในสนาม ๒. หนวยทหารพลาธิการและหรือหนวยทหารที่มีภารกิจเกี่ยวของกับงานสายพลาธิการ ๒.๑ กองรอยบริการสงกำลังเสบียง เปนหนวยของกองทัพบกซึ่งอาจแบงมอบใหกับหนวยรองได ตามความเหมาะสม ๒.๑.๑ ภารกิจ ของกองรอยพลาธิการสงกำลังเสบียงจะดำเนินการ รับและจัดสงสิ่งอุปกรณ ประเภทที่ ๑ สายพลาธิการ จากกองรอยพลาธิการการคลังเสบียงและคลังเสบียงของกรมพลาธิการทหารบก ไปยังตำบลสงกำลังของกองทัพภาค/ตำบลจายตาง ๆ ตามที่ไดรับมอบหมาย ๒.๒ กองรอยพลาธิการสงกำลังน้ำมัน เปนหนวยรองของกองทัพบก อาจแบงมอบใหกับหนวยรอง ไดตามความเหมาะสม ๒.๒.๑ ภารกิจ ดำเนินการรับ และจัดสิ่งอุปกรณประเภท ๓ จากกองรอยคลังน้ำมัน หรือจาก คลังน้ำมันของกรมพลาธิการทหารบกไปยังคลังน้ำมันของกองบัญชาการชวยรบและหรือตำบลสงกำลังของ กองทัพภาค หรือไปยังหนวยอื่นตามที่ไดรับมอบหมาย ๒.๕ กองพันพลาธิการสงกำลังทางอากาศ ( อจย.หมายเลข ๑๐ – ๔๐๗ ) ๒.๕.๑ กลาวทั่วไป กองพันพลาธิการสงกำลังทางอากาศ ผูบังคับกองพัน (อัตรา พ.ท.) นายทหารที่บรรจุอยูตามอัตราเปนเหลาทหารพลาธิการ และเหลาอื่น ๆ ตามความจำเปน ๒.๕.๒ การจัด กองพันพลาธิการสงกำลังทางอากาศ มีการจัดกำลังประกอบดวย ๒.๕.๒.๑ กองบัญชาการ และกองรอยกองบังคับการ
๕๖ ๒.๕.๒.๒ กองรอยสงกำลังทางอากาศ ๒ กองรอย แตละกองรอยประกอบดวย - กองบังคับการกองรอย - ๖ หมวดสงกำลังทางอากาศ แตละหมวดประกอบดวย บก. หมวด ๑๒ ตอนสนับสนุน และ ๑๒ ตอนสงกำลังทางอากาศ ๒.๕.๒.๓ กองรอยสงกำลังและซอมบำรุงรม ประกอบดวย - กองบังคับการกองรอย - หมวดสงกำลัง - หมวดซอมบำรุง - หมวดพับรม ๒.๕.๓ ภารกิจ ๒.๕.๓.๑ สงกำลังอาวุธยุทโธปกรณ และสิ่งอุปกรณใหหนวยทหารในพื้นดินโดย การสงลงดวยรม ไมใชรมหรือการรอนลงสพูื้นดิน ๒.๕.๓.๒ สนับสนุนการยุทธสงทางอากาศ โดยจัดเตรียมรมและยุทโธปกรณ สำหรับทหารพลรม ๒.๕.๓.๓ กระโดดรมลง ณ เขตสงลง เพื่อชวยแนะนำในการคนหา เก็บรวบรวม และสงกลับสิ่งอุปกรณสงทางอากาศ ๒.๕.๓.๔ ดำเนินการดานคลังและซอมไดอยางจำกัด
๕๗ เหลาทหารสารวัตร MILITARY POLICE กิจการเกี่ยวกับเรื่องสารวัตรทหาร ไดเริ่มขึ้นตั้งแตประวัติศาสตรชาติไทยสมัยพอขุนศรีอินทรา ทิตยพอขุนรามคำแหง และมีผูปฏิบัติแลวอยางนอยที่สุดก็คือ แมทัพหรือผูบังคับบัญชาทหาร ซึ่งก็ทำหนาที่ สารวัตรทหารอยูแลว เรื่องนี้ยอมรับกันไดไมยากนักกลาวคือ เมื่อเร่มิมีประเทศไทยก็ตองมีกำลังทหารไวสูรบ ทัพจับศึก เมื่อมีทหารเปนหมูเปนพวก ก็ตองมีกฎ ระเบียบ ขอบังคับขึ้นเปนกติกาของสังคม และผูที่รักษา กฎ ระเบียบ ตลอดจนขอบังคับตาง ๆ ของหมูเหลาทหารนี้ก็คือ สารวัตรทหารนั่นเอง แตจะเรียกขานกัน อยางไรไมปรากฏไมสามารถจะคนควาไดแตคงไมเกินเลยไปหากจะยืนยันวากิจการสารวัตรทหารของไทยนั้น มีมาชานานแลว นับเริ่มตั้งแตมีประเทศไทย และมีทหารเปนหมูเปนเหลาสืบมา ในประวตัิศาสตรสารวัตร ทหาร นับวามีความจำเปนและสำคัญมาก ซ่งึมักจะตองจัดอยูคูกับการทหารมาโดยตลอด แมวาจะเคยยุบเลิก หนวยสารวัตรทหารไปในบางครั้ง แตก็ตองมอบภารกิจใหกับทหารหนวยใดหนวยหนึ่งปฏิบัติแทน และอีกไม ชาไมนานก็เห็นความจำเปนจนตองจัดต้งัขึ้นใหมอีก จากบันทึกที่มีปรากฏอยูนั้น กิจการสารวัตรทหารไดเจริญและเสื่อมถอยควบคูกันมา กับการ พัฒนาหรือเสื่อมโทรมมากับกองทัพโดยตลอด ภายหลังจากเกิดเหตุการณปร.ศ.๑๑๒ (พ.ศ.๒๔๓๖) ใน รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณจุลจอมเกลาเจาอยหูัว รัชกาลที่ ๕ แลว พระองคไดทรง ระลึกถึงความสำคัญของทหาร จึงไดทรงจัดกิจการทหารโดยวางรูปการใหม ไดจัดตั้งกองพันแบบสมัยใหม เปลี่ยนเครื่องแบบจากเดิมจากนุงผาเปนสวมกางเกงแบบใหมหมดตั้งแตวันที่ ๔ ต.ค.๒๔๓๙ สืบตอมาจนถึง พ.ศ.๒๔๔๐ พระเจาลูกยาเธอพระองคเจาจิรประวัติวรเดช (จอมพลพระเจาพี่ยาเธอกรมหลวงนครไชยศรีสุร เดช) ทรงสำเร็จวิชาทหารตามแผนปจจุบันจากตางประเทศ และ ไดเสด็จกลับมารับราชการใน กระทรวงกลาโหม พระองคไดทรงเปนผูปรับปรุง จัดกิจการทหารบกขึ้นใหมหลายอยาง หลายประการ เชน ตั้งกรมเสนาธิการทหารบกขึ้น และตั้งพระราชบญัญัติลักษณะเกณฑทหาร กิจการทหารบกถูกเปลี่ยนแปลงให เปนกองทัพที่ทันสมัย เมื่อกิจการทหารบกจัดกำลงัแบบใหมเปน กองรอย กองพัน กองพล จนถึงกองทัพ และ การจัดเหลาตางๆ จนสามารถเรียกวาเปนกำลังกองทัพบกไดอยางมีประสิทธิภาพ ตลอดจนคำบอกคำสั่ง และการฝกตาง ๆ ก็เปลี่ยนจากภาษาตางประเทศมาใชภาษาไทย และมีเครื่องแบบ เครื่องหมายสังกัด แตง เปนระเบียบปรากฏเปนที่แนนอน ทั้งตรากฎขอบังคับ ระเบียบ ซึ่งจะตองปฏิบัติโดยเครงครัด ดังนี้จึงตองมี สารวัตรทหารเพื่อตรวจตราดูแลระเบียบวินัยของทหาร นอกบริเวณโรงทหารตามแบบอยางตางประเทศ โดยมีขอบังคับที่เกี่ยวของกับกิจการสารวัตรทหารฉบับหนึง่ซึ่งนับวาเปนสมบัติประวัติศาสตรของเหลา คือ “ ขอบังคับหนาที่สารวัตรใหญทหารบก รัตนโกสินทรศก ๑๒๗ ” ภายใตเครื่องหมายตราแผนดิน ซ่งึพระเจา ลูกยาเธอพระองคเจาจิรประวัตวิรเดช ทรงลงนามไวตั้งแต รศ.๑๒๖ หรือ ๒๗ มีนาคม ๒๔๕๐ ในขอบังคับนั้น มีสาระสำคัญดังนี้
๕๘ ขอบังคับหนาที่สารวัตรใหญทหารบก รัตนโกสินทรศก ๑๒๗ สารวัตรใหญทหารบก ๑. สารวัตรใหญทหารบกนี้ ขึ้นตรงตอกรมยุทธนาธิการ จะตั้งขึ้นสำหรับใหมีหนาที่ในตำบลใด และกำหนดเขตทองที่ ๆ จะรักษาการณเพียงใด แลวแตกรมยุทธนาธิการจะออกคำสั่งกับมีเจาหนาที่และ พนักงานตามสมควร หนาที่ ๒. มีหนาที่ตรวจตราทหารบกในเขตซึ่งจะไดกำหนดภายนอกเขตที่ตั้งโรงทหาร ระงับการที่จะ ไมใหมีเหตุราย และกระทำผิดตอขอบังคับและกฎหมายทหาร สืบสวน , ระงับเหตุ , จับกุม ๓. เมื่อบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหารไดกระทำผิดลงในทองที่ของสารวัตรใหญก็ดี หรือเชื่อวา จะกระทำผิดก็ดี หรือเปนแตเพียงสงสัยวาไดกระทำผิดก็ดี ตองเปนหนาที่สืบสวนหาหลักฐานพยาน ในการที่ จะไดไตสวนตอไป และเปนหนาที่จะงับเหตุการณที่เกิดขึ้นนั้น ถาเปนการจำเปนที่จะตองจับกุมก็มีอำนาจ จับกุมผูกระทำผิดหรือสงสัยวาจะกระทำผิดนั้นได วิธีจับกุมผกูระทำผิด ๔. การจับกุมที่ไดกลาวมาแลวนี้ จะทำไดตอเมื่อไมมีเจาหนาที่รักษาทองที่อยู ณ ที่นั้น แตถามี แลวตองบอกใหเจาหนาที่รักษาทองที่นั้นจับกุมใหตามหนาที่ และตองชวยในการจับกุมนี้โดยเต็มกำลัง เมื่อ จับไดแลวจะสงตัวใหเจาหนาที่รักษาทองที่สงกรมทหารตามระเบียบ หรือจะขอรับตัวมาเอง แลวแตจะเปน การสะดวกในหนาที่และทางการนั้น รายงานเหตุการณ ๕. เมื่อมีเหตุการณซ่ึงตองจับกุมหรือทราบการทำผิดใด ๆ แมเพียงสงสัยก็ดี ก็ใหรีบทำรายงาน แจงความไปใหผูมีอำนาจบังคับบัญชาผูนั้นทราบความไวทุกครั้ง อัยการ และยกบัตรศาล ๖. ใหมีอัยการและยกบัตรศาลสำหรับศาลกรมทหารในสารวัตรใหญนี้สวนหนึ่ง สังกัดขึ้นตอ สารวัตรใหญทหารบกประจำอยูเสมอ หนาที่อัยการ ๗. อัยการทหารบกนี้เปนหนาที่ไตสวนคดีตาง ๆ ซึ่งผูกระทำผิดจะตองขึ้นศาลกรมทหาร เมื่อไตสวนเสรจ็ตองรายงานเสนอตอสารวัตรใหญทหารบก สั่งการตอไป หนาที่ยกบัตรศาล ๘. คดีใดเมื่อยกบัตรศาลไดรับฟองแลว ใหนำฟองเสนอสารวัตรใหญทหารบกตั้งกรรมการศาล กรมทหาร อำนาจหนาที่และวิธีซ่ึงสารวัตรใหญจะตั้งศาลกรมทหาร ๙. สารวัตรใหญทหารบกมีอำนาจตั้งนายทหารที่สังกัดในกรมทหารบก ในจังหวัดที่เปน กรรมการไดตามพระธรรมนูญศาลทหารบก แตตองปรึกษาตกลงกับผูบัญชาการทหารในทองที่นั้นเสียกอน เพื่ออยาใหขัดของแกการอื่น
๕๙ หนาที่สารวัตรใหญจัดการเมื่อคดีถึงที่สุด ๑๐. คำพิพากษาคดีใดถึงที่สุดแลว สารวัตรใหญทหารบกตองสงสำนวนคดีนั้น ไปยังผู บัญชาการมณฑลทหารบก จัดการตามอนุมัติแหงคำพิพากษานั้นตอไป ระเบียบหนังสือและรายงาน ๑๑. ตองจัดระเบียบการหนังสือและรายงานตางๆ ในหนาที่สารวัตรใหญทหารบกและสรรพสิ่ง ในหนาที่นั้นทุกประการ สารวัตรทหารบก ๑๒. ถาหัวเมืองใดมีกรมทหารอยูรวมทองที่เดียวกันหลายเหลาหลายกรม ซึ่งเปนหนาที่สารวัตร ทหารบกประจำทองที่เปนผูมีอำนาจตั้งศาลกรมทหารนั้น ใหผูบัญชาการทหารบกมณฑลนั้น มีอำนาจตั้ง นายทหารชั้นสัญญาบัตรตำแหนงหนึ่งตำแหนงใด ทำการในหนาที่สารวัตรทหารบกเพิ่มขึ้นจากตำแหนงเดิม นั้นได หนาที่สารวัตรทหารบก ๑๓. หนาที่สารวัตรทหารบก มีหนาที่อยางเดียวกันกับสารวัตรใหญทหารบก ดังไดกลาวมาแลว เปลี่ยนแปลงแตทองที่ซึ่งสารวัตรทหารบกประจำอยูที่ใด ตองตรวจตราและกระทำการตามทองที่นั้นเทานั้น ซึ่งอยูในบังคับบัญชาของผูตั้งนั้น ไมไดขึ้นตรงตอกรมยุทธนาธิการ ศาลายุทธนาธิการ วันที่ ๒๗ มีนาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๖ จิรประวัติวรเดช ผบูัญชาการกรมยุทธนาธิการฯ ขอบังคับฉบับนี้จึงเปนตนประวัติศาสตรของเหลาและไดรับอนุมัติใหใช วันที่ ๒๗ มีนาคม ของ ทุกป เปนวันทหารสารวัตร มาจนถึงปจจุบัน ยุคกำเนิด ในสมัยแรก ๆ การรักษาระเบียบวินัยของทหารภายนอกกรมบริเวณโรงทหารนั้นมีคำสั่งกรม ยุทธนาธิการ ใหกรมกองทหารจัดหมูตรวจผลัดเปลี่ยนกันตรวจตราบริเวณตลาดและชุมชน ที่สำคัญเชน หนา โรงหวย บอนถั่วโปตาง ๆ โดยมี พ.ต.หลวงอรรคสรกิจ (อิ่ม ธรรมานนท) เปนสารวัตรใหญคนแรก เมื่อ ๑ เม.ย. ร.ศ.๑๑๖ (พ.ศ.๒๔๔๐) ภายหลังเลื่อนยศบรรดาศักดิ์เปน พ.อ.พระยาวิเศษสัจธาดา กิจการสารวัตร ในสมัยนี้ยังไมมีหลักฐานการปฏิบัติงานเปนชิ้นเปนอันอยางหนึ่งอยางใด เพราะเปนครั้งแรกเริ่มที่จัดกำลัง กองทัพบกแบบใหม ครั้นตอมาเมื่อขยายกำลังกองทัพบก ทำการฝกแบบใหม ตลอดทั้งอาวุธที่ใชก็เปนอาวุธ สมัยใหม ในป พ.ศ.๒๔๔๕ เกิดผูรายเงี้ยวคบคิดกันเปนขบถขึ้นในมณฑลมหาราษฎร จึงไดสั่งกำลัง ทหารบกจากกรุงเทพ ฯ ไปปราบปรามขบถเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๕๑ สงบราบคาบแลวจึงไดมีพระบรม ราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหกรมยุทธนาธิการ ตั้งสารวัตรใหญทหารบกขึ้นสำหรับมณฑลทหารบกกรุงเทพ ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให พ.ท.พระวิไชยยุทเดชาคณี (จอน วิภาตะทรรศน) สำรองราชการกรม ยุทธนาธิการ เปนสารวัตรใหญทหารบก (ภายหลังเปลี่ยนยศบรรดาศักดิ์เปน พ.อ.พระศรีภวัง) และให พ.ต. หลวงโหมหัก ปจจานึก ออกจากตำแหนงราชองครกัษประจำการ ไปเปนผูชวยสารวัตรใหญทหาร
๖๐ ตอมาเมื่อป ๒๔๕๒ กรมยุทธนาธิการไดขยายกิจการสารวัตรอยางกวางขวางยิ่งขึ้น ใหมีหนาที่ ทำการตรวจตรา รักษาระเบียบวินัยทหารใหทั่วกรุงเทพ ฯ พระมหานคร ดังแจงความกรมยุทธนาธิการ ความ วาดวยทรงพระกรุณาโปรดเกลาให พ.อ.พระเริง ฤทธิ์สงคราม (ปลั่ง วรรณายน ภายหลังเลื่อนบรรดาศักดิ์เปน พระยาอภัยสงคราม) ผูบังคับกรม กรมทหารราบที่ ๑๙ เมืองปราจีนบุรี เปนสารวัตรใหญทหารบก ตั้งแต ก.ค. ๒๔๕๒ และไดแบงเขตตรวจสำหรับพระนครออกเปน ๓ บรเิวณ คือ ๑. พ.อ.พระบรมวงศเธอกรมหมื่นชาญไชยบวรยศ เปนสารวัตรทหารบกฝายเหนือ เขตตรวจ ตราตั้งแตฝงคลองผดุงกรุงเกษมไปจนถึงสามเสน บางกระบือ บางซ่อื ๒. พ.อ.ม.จ. ชื่น เปนสารวัตรทหารบกบริเวณพระนคร มีเขตตามแนวคลองผดุงกรุงเกษมถึงหัว ลำโพง สามแยก สะพานพุทธ จดแมน้ำเจาพระยา ๓. พ.ท.หลวงพิสณฑ ยุทธการ (ปก) เปนสารวัตรทหารบกบริเวณใต ตั้งแตบริเวณสามแยก ถึง ถนนตก ในสมัยนี้ยังไมมีสำนักงานที่แนนอน ถึงเวลาสั่งงานออกตรวจก็นัดใหเจาหนาที่ตางๆ ไปประชุม ฟงคำสั่งที่ใตมุข ดานหลังของมุข ดานหนากระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๔๕๒ ผลจากการจัดราชการทหารบก ครั้งพระเจาลูกยาเธอพระองคเจาจิระประวัติวรเดช ทรงเปนผูบัญชาการกรมยุทธนาธิการ ไดมีการประลอง ยุทธครั้งแรกที่พญาไท แลวสวนสนามที่หนาพระลานสวนดุสิต คนทั้งหลายไดเห็นกองทัพทหารไทย พรอม ดวยเครื่องศาสตราวุธยุทธภัณฑสมัยใหมตลอดจนวิธีหัดขบวนรบในครั้งนั้น ถึงกับรัฐบาลฝายฝรั่งเศสแตงตั้ง ใหนายพลแมทัพฝรั่งเศส เขามาดูการประลองยุทธดวย ในครั้งนี้กิจการสารวัตรทหารไดเปลี่ยนแปลงตาม ความเจริญของกองทัพบก ดังแจงความกรมยุทธนาธิการให พ.อ.พระสุรฤทธิ พฤติไกร (สาย ธรรมานนท ภายหลังไดเลื่อนยศบรรดาศักดิ์ เปน พล.ต. พระยาฤทธิไกร เกรียงหาญ) ผูชวยจเรทหารบก เปนสารวัตร ใหญทหารบกตั้งแตเดือน มี.ค.๒๔๕๒ ในระยะนี้ที่ทำงานของสารวัตรใหญทหารบก เปลี่ยนไปอยูใตหอนาิกา มุมกระทรวงกลาโหม ดานสะพานขางโรงสี (คือ หอกลองในปจจุบัน) สำหรับการตรวจตราแบงเปนบริเวณ ตรวจเชนเดิม ยุคสรางสรรค เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวรัชกาลที่ ๖ ขึ้นครองราชยสมบัติในป พ.ศ.๒๔๕๓ พระองคไดทรงแกไขกองทัพบก โดยยกเลิกกรมยุทธนาธิการเสียตั้งกระทรวงกลาโหมขึ้น โดยมีพระพี่ยาเธอ กรมหมื่นนครไชยศรีสุรเดช เขาดำรงตำแหนงเสนาบดีกระทรวงกลาโหม เมื่อ ๑๑ ธ.ค. ๒๔๕๓ ทรงแยก ทหารเรือออกจากกระทรวงกลาโหม ตั้งขึ้นเปนกระทรวงทหารเรือตางหาก และทรงตั้งสภาปองกัน ราชอาณาจักรขึ้นเพื่อประสานงานฝายทหารบก ทหารเรือ ใหดำเนินไปสอดคลองรวมกันระยะนี้ กระทรวงกลาโหม แบงการปกครองออกเปน ๑๓ กรมคือ ๑. กรมปลัดทัพบก ๒. กรมยกบัตรทหารบก ๓. กรมจเรทหารบก และกรมปนเล็กปนกล ๔. กรมปลัดบัญชีทหารบก ๕. กรมพระธรรมนูญทหารบก ๖. กรมสารวัตรใหญทหารบก ๗. กรมเกียกกายทหารบก ๘. กรมแสงสรรพาวุธ
๖๑ ๙. กรมคชบาล ๑๐. กรมแพทยสุขาภิบาลทหารบก ๑๑. กรมพยาบาลทหารกลาง ๑๒. กรมเสนาธิการทหารบก ๑๓. กรมราชองครักษ หมายเหตุ สารวัตรทหารบกแตเดิมยังมิไดตั้งเปนกรม คงมีแตตำแหนงสารวัตรใหญทหารบก ในกรมยุทธนาธิการ เมื่อตั้งเปนกรมสารวัตรใหญทหารบกแลว ผูเปนเจากรมสารวัตรใหญทหารคนแรก คือ พ.อ.พระยาฤทธิไกร เกรียงหาญ (สาย ธรรมานนท) เมื่อป พ.ศ.๒๔๕๔ ตั้งแตพระเจาพี่ยาเธอกรมหลวงนคร ไชยศรีสุรเดช ดำรงตำแหนงเสนาบดี ไดทำการประชุมทหารในกรุงเทพ ฯ มากกวาทุกครั้งเคยมีมาทำการสวน สนามในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ณ วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๔ พระบาทสมเด็จพระ เจาอยูหัวทรงมาพระที่นั่งตรวจพล พรอมดวยเจานายตางประเทศที่มาแทนพระองค สมเด็จพระราชาธิราช และสมเด็จพระเจาแผนดินในยุโรป และแทนพระองคสมเด็จพระราชาธิราชญี่ปุนมีนายทหารนา ๆ ประเทศที่ เขามาครั้งแรกนั้นตามเสด็จตรวจแถวทหารแลวประทับ ณ ที่รับการเคารพพรอมดวยสมเด็จ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี ฯ พระบรมวงศานุวงศ เจาตางประเทศ ทูตานุทูตและขาราชการทั้ง ปวง ในปนี้กิจการกรมสารวัตรใหญทหารบก ไดเปลี่ยนตัวนายทหารสารวัตรบางนายเพื่อความเหมาะสม โดย คำสั่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม คอื ๑. หลวงประจัน สิทธิการ ผูชวยสารวัตรใหญทหารบก เปนปลัดกรมบัญชาการกองพลที่ ๑ ๒. พ.ท.พระอนุรักษ โยธา (วสน เพ็ญพน) ผูบังคับการทหารพาหนะกองทัพที่ ๑ เปน สารวัตรทหารบกบริเวณฝายเหนือแทน พ.อ.พระวรวงคเธอกรมหมื่นไชบวรยศ ซึ่งยายไปเปนเจากรมเสบียง ทหารบก ๓. พ.อ.หมอมเจาชื่น สารวัตรทหารบก บริเวณพระนคร ออกจากประจำการ พ.ท.หลวง เพชรกำแหง เปนสารวัตรทหารบกบริเวณพระนครแทน สมัยนี้สำนักงานกรมสารวัตรใหญทหารบก ยายไปอยูที่โรงชางขางศาลเจาพอหลักเมือง หนาที่ตรวจตราระเบียบวินัยทหาร คงจัดเปนบริเวณตรวจเชนเดิม ภายหลังไดมีพระบรมราชโองการจัดตั้งกระทรวงกลาโหม และกระทรวงทหารเรือขึ้น โดย มีเสนาบดี บังคับบัญชาแตละกระทรวง สมัยนี้กิจการทหารไดขยายเพิ่มกำลังเหลาตาง ๆ ขึ้นอีกมาก เชน โปรดเกลาใหตั้งกองทหารเสือปาขึ้น เมื่อวันที่ ๑ พ.ค. ๒๔๕๔ และทรงตั้งกิจการลูกเสือขึ้นเปนลำดับตอมา และยังโปรดเกลา ฯ ใหตั้งกรมวังนอกขึ้นเปน กรมทหารรักษาวัง เมื่อวันที่ ๒ พ.ค.๒๔๕๔ ตอมาป พ.ศ.๒๔๕๕ ไดเริ่ม จัดตั้งแผนกการบินขึ้น เมื่อกิจการทหารขยายกวางขวางมีทั้ง ทหารบก เรือ และอากาศ กิจการสารวัตรทหารก็ยอมเปลี่ยนแปลงตามไปดวย โดยจัดใหมีทหารบก ทหารเรือ มาสังกัดกรมสารวัตรทหาร เพื่อตรวจตราไดทั่วถึง ฉะนั้นตำแหนงสารวัตรใหญทหารบก จึงตองเปลี่ยนเปน สารวัตรใหญทหาร ตำแหนงสารวัตรใหญทหารคือ พล.ต.พระยาฤทธิไกร เกรียงหาญ (สาย ธรรมานนท) ผูชวยสารวัตร คือ นาวาเอก พระอาษาศัลการ (แวว ไวณุนาวิน) และมีเรือโท ขีด แสนเกษม มาประจำกรม สารวัตรทหาร กิจการสารวัตรทหารในระยะนี้ ไดเพิ่มกำลังและบริเวณตรวจ นอกจาก ๓ บริเวณแลว ยังเพิ่ม สารวัตรทหารบริเวณตลาดพลูขึ้น เพื่อไดตรวจตราในเขตทองที่ทหารเรือไดทั่วถึง กิจการสารวัตรทหารสมัย พล.ต.พระยาฤทธิไกร เกรียงหาญ ไดทำการตรวจตราระเบียบวินัยทหารโดยเครงครัด ปรากฏวานายทหาร นายสิบ พลทหาร ทั้งบก เรือ อากาศ มีความกลัวเกรงสารวัตรทหารเปนอยางมาก ตองระวังการแตงกายให เปนระเบียบเรียบรอยถูกตองตามระเบียบแบบแผน รักษามารยาทวินัยการเคารพโดยเครงครัด
๖๒ ยุคการหยุดชะงัก วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกลา เจาอยูหัว รับราชสมบัติสืบสันติวงศ (รัชกาลที่ ๗) ในสมัยนี้เหตุการณของโลกดานสงครามสงบราบคาบ แต บังเกิดผลวิบัติในดานเศรษฐกิจของโลกเกิดขึ้นแทน ทั่วโลกประสพภัยแหงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งนี้ทั่วไป ประเทศไทยก็อยูในขายนั้นดวย จึงเปนเหตุใหขาราชการทั้งทหารบก เรือ อากาศ พลเรือน ตองออกจาก ราชการเปนจำนวนมาก กับทั้งหนวยกรมกองทหารที่ตั้งอยูเดิม เมื่อพิจารณาเห็นความจำเปนนอย ก็ยุบเลิก เสียเปนจำนวนมาก หนวยสารวัตรทหารซึ่งประจำอยูตามมณฑล และจังหวัดทหารบกทุกแหงยุบเลิกไปดวย โดยเฉพาะกรมสารวัตรทหาร ไดมีการเปลี่ยนตัวสารวัตรใหญเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๑ พ.ท.พระบำราช อรินทรพาย (เทียม สุนทรบุระ) เปนสารวัตรใหญสืบตอจาก พล.ต.พระยาฤทธิไกร เกรียงหาญ ซึ่งเปนสารวัตรใหญ ทหาร ตั้งแต พ.ศ.๒๔๕๒ ถึง พ.ศ.๒๔๗๑ เปนเวลาถึง ๑๙ ป ยายไปรับตำแหนงจเรทหารภูธร ครั้นถึง พ.ศ.๒๔๗๒ ตำแหนงสารวัตรใหญทหาร คือ พ.อ.พระศรีวิชัยบริบูรณ (เหมือน อินทรกำแหง) สมัยนี้กิจการ สารวัตรทหารยังคงเปนไปตามรูปเดิม แตไดตัดทอนกำลังเหลือนอยลง เทาที่จำเปนในการปฏิบัติงานตรวจ ตราเทานั้น ครั้นถึง ๒๔ มิ.ย.๒๔๗๕ มีคณะราษฎรอันประกอบดวย ทหารบก ทหารเรือ และพลเรือน ทำ การปฏิวัติยึดการปกครองของรัฐบาลได กิจการทหารของประเทศไทย ก็ไดมีการเปลี่ยนแปลงหนวยกำลังและ ผูบังคับบัญชาหนวยทหารเปนการใหญทั่วประเทศ สำหรับกิจการสารวัตรก็มีการเปลี่ยนแปลงดวย โดยมี คำสั่งให พ.อ.พระยารามจตุรงค (นัด เขมะโยธิน) เปนสารวัตรใหญทหาร เมื่อ สิงหาคม ๒๔๗๕ พ.ท.พระสร ยุทธโยธาหาร (สุวรรณปทมานนท) เปนรองสารวัตรใหญทหาร การตรวจในหนาที่สารวัตรทหาร คงแบง บริเวณตรวจเปน ๔ บริเวณเชนเดิม ครั้นถึง พ.ศ.๒๔๗๖ ทางราชการไดยุบเลิกกรมสารวัตรทหาร การตรวจ ในหนาที่สารวัตรทหารนั้น ใหเปนหนาที่ของหนวยกรมกองทหาร จัดสารวัตรตรวจในเขตของแตละกรมกอง เมื่อวันที่ ๑๐ ต.ค.๒๔๗๖ เกิดการขบถโดยกำลังทหารภาคอีสาน เขามายึดจังหวัดสระบุรี ตลอดจนถึงดอนเมือง ฝายรัฐบาลไดปราบปรามราบคาบ ภายหลังจากปราบจลาจลสงบเรียบรอยแลว ทาง ราชการเห็นความจำเปนในกิจการสารวัตรทหาร จึงมีคำสั่งใหทุกมณฑลทหารบกจัดสารวัตรทหารขึ้น ทำการ ตรวจตราในเขตทองที่แตละมณฑลทหารบก โดยเฉพาะมณฑลทหารบกที่ ๑ ไดแตงตั้ง พ.ต.หลวงศิลปสารส ราวุธ (เพิ่ม มหานนท) เปนสารวัตรประจำมณฑลทหารบกที่ ๑ ที่ทำการมณฑลทหารบกที่ ๑ อยู ณ วังบาง ขุนพรหม กำลังสารวัตร นายทหาร นายสิบ พลทหาร จัดจากกองพลทหารบกที่ ๑ แบงเขตทำการตรวจพระ นคร และธนบุรี ออกเปน ๑๒ เขต เครื่องหมายสารวัตรทหารเปลี่ยนจากกงจักรสีขาวเปนกงจักรสีทอง ขนาด ยอม ติดทับปลอกแขนสักหลาดสีแดง ครั้นถึง ๘ ธ.ค.๒๔๘๔ ไดเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา รัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุนลงนามใน สัญญาพันธมิตรรวมกัน ระยะนี้ทางราชการจำเปนตองขยายกิจการสารวัตรทหาร ใหมีกำลังเพียงพอจึงไดสั่ง ยุบเลิกสารวัตรทหารประจำมณฑลทหารบกที่ ๑ ตั้งเปนกองสารวัตรทหารในมณฑลทหารบกที่ ๑ โดย พ.ท. หลวงศิลปสาร สราวุธ เปนผูบังคับกองสารวัตรจัดกำลังนายทหาร นายสิบ จากกองพลทหารบกที่ ๑ มาอยู ประจำที่กองสารวัตรทหารในอัตรา ๑ กองรอย เนื่องจากมีทหารตางชาติมาอยูในประเทศไทย เพื่อความ สงบเรียบรอย จึงไดจัดตั้งสารวัตรผสมขึ้นอีกสวนหนึ่ง มีกำลังทหารบก ทหารเรือ ตำรวจ อัตราหนวยละ ๖ นาย ประจำอยูในที่ตั้งกองรักษาการณกลาโหมตลอดเวลา มีหนาที่ระงับเหตุการณทั่วไปในเขตจังหวัดพระ นครและธนบุรี
๖๓ ครั้นตอมาทหารญี่ปุนไดเพิ่มกำลังเขามาอยูในประเทศไทยมากขึ้น และมีเหตุทะเลาะวิวาทอัน เนื่องมาจากพูดภาษาไมรูเรื่อง ไมเขาใจกัน และประกอบกับขนบธรรมเนียมประเพณีแตกตางกัน จึงมีเรื่อง เกิดขึ้นเสมอ ทางราชการจึงไดตั้งกองสารวัตรผสมไทย – ญี่ปุน ขึ้นอีก ๓ หนวย ๑. หนวยสารวัตรผสมไทย - ญี่ปุน ตั้งอยู ณ ศาลาแดง ๒. หนวยสารวัตรผสมไทย - ญี่ปุน ตั้งอยู ณ สโมสรไทปง (ขางโรงพยาบาลกลาง) ๓. หนวยสารวัตรผสมไทย - ญี่ปุน ตั้งอยู ณ ขางวงเวียนเล็กธนบุรี เมื่อปลาย พ.ศ.๒๔๘๖ ทางราชการเห็นความจำเปนในกิจการสารวัตรทหาร ซึ่งตองปฏิบัติ มากมายหลายอยาง ในภาวะสงครามจึงไดจัดตั้งกรมสารวัตรทหารขึ้นใหม ที่ทำการอยู ณ สวนมิสกวัน มี พล.ต.ขุนเรือง วีรยุทธ เปนสารวัตรใหญทหาร พ.อ.หลวงศิลปสาร สราวุธ เปนรองสารวัตรใหญทหาร กรม สารวัตรทหาร ไดจัดสวนบังคับบัญชาและหนาที่สารวัตรทหาร ไดขยายกิจการสารวัตรทหารทั่วประเทศ โดย แบงเปน ๕ ภาค คือ.- ๑. ภาคกลาง สารวัตรภาค คือ พ.ท.ชาญ วุฒิรนประมวลธน ๒. ภาคบูรพา สารวัตรภาค คือ นาวาเอก อำพัน ภมรบุตร ๓. ภาคอีสาน สารวัตรภาค คือ พ.อ.หลวงจำรสั โรมรัน ๔. ภาคพายับ สารวัตรภาค คือ พ.ท.ขุนคุน ขบวนรถ ๕. ภาคใต สารวัตรภาค คือ นาวาอากาศเอก ถนอม วาระรังศรี ทุก ๆ จังหวัดทหารบกและจังหวัดทหารเรือ ใหตั้งกองสารวัตรทหารประจำทุกแหง ครั้นถึง ๒๒ มี.ค.๒๔๘๗ ไดแตงตั้ง พล.ต.ขุนปลดปรปกษ พิบูลภาณุวัฒน เปนสารวัตรใหญ ทหาร กรมสารวัตรทหารยายไปอยู ณ ที่โรงเรียนฝกหัดครู (คือที่ตั้ง หนวย พล.๑ รอ.ในขณะนี้) สวนที่สวน มิ สกวันเปนที่ทำการสารวัตรภาคกลาง ภายหลังที่ทำการสารวัตรภาคกลางยายไปรวมอยู ณ กรมสารวัตร ทหาร วันที่ ๒๘ ส.ค.๒๔๘๗ ไดแตงตั้ง พลเรือตรี หลวงสังวรยุทธกิจ (สังวรสุวรรณชีพ) เปนสารวัตร ใหญทหาร ในระยะนี้กิจการสารวัตรทหารคงเปนไปตามเดิมจนถึง ๑๘ สิงหาคม ๒๔๘๘ รัฐบาลไทยได ประกาศวา การประกาศสงครามของไทยเปนโมฆะ และถือวาไดกลับเขาสูภาวะปกติในวันนี้ เมื่อสงครามสงบ จึงไดสั่งยุบเลิกสารวัตรผสม ไทย – ญี่ปุน ในระยะนี้ทางราชการไดยุบเลิก กรมเตรียมการทหาร และกิจการ ยุวชนทหาร โอนมาอยูในกรมสารวัตรทหาร ทำใหกรมสารวัตรทหารไดกำลัง นายทหาร นายสิบ และพล ทหาร เพิ่มขึ้น จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๙๐ กรมสารวัตรทหาร ไดขยายหนาที่และกิจการกวางขวาง เพิ่มขึ้นอีก เปน ๓ แผนก กับ อีก ๑ กอง คอื.- ๑. แผนกที่ ๑ มีหนาที่ กำลังพล ๒. แผนกที่ ๒ มีหนาที่ การสอบสวน ๓. แผนกที่ ๓ มีหนาที่ วิทยาการ ๔. กองโรงเรียนนายสิบสารวัตรทหาร วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ มีชาวไทยคณะหนึ่ง ซึ่งประกอบดวยทหารและตำรวจในพระนคร เปนกำลังสำคัญ ไดทำการรัฐประหารลมลางรัฐบาลสำเร็จ เพื่อแกไขสถานการณของประเทศที่เสื่อมโทรมใหดี ขึ้น ครั้นถึง ๒๖ กุมภาพันธ ๒๔๙๒ ไดเกิดการจลาจลขึ้นในพระนครโดยมีชนหมูหนึ่ง ผสมดวยทหารเรือ บางสวน ทางฝายรัฐบาลไดปราบปรามสงบราบคาบ ในระยะนี้กรมสารวัตรทหาร ไดถูกยุบเลิกอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแตรฐัประหารยึดอำนาจการปกครองประเทศเปนตนมา กิจการทหารไดเปลี่ยนแปลง แกไข เพิ่มเติมกำลังทหารใหมีความสามารถปองกันประเทศไดอยางแทจริง นอกจากนี้ยังเพิ่มพูนทั้งกำลังพล และ อาวุธแบบสมัยใหม ตลอดทั้งวิทยาการตาง ๆ เพื่อใหกาวหนาทัดเทียมนา ๆ ประเทศ ซึ่งไมเคยปรากฏ
๖๔ กิจการดานสารวัตรก็ไดถูกกอตั้งขึ้นมาใหมเปน กองสารวัตรมณฑลทหารบกที่๑ มีที่ทำการอยูที่สวนมสิกวัน มีอำนาจหนาที่ตรวจตราและรักษาความสงบเรียบรอย ในเขตมณฑลทหารบกที่ ๑ มีผูบังคับบัญชาตามลำดับ คือ ๑. พ.ท.สุกรี ธนูแผลง พ.ศ.๒๔๙๑ – ๒๔๙๓ ๒. พ.ท.ปุน ปุณยฤทธิเสนีย พ.ศ.๒๔๙๓ ๓. พ.ท.สมัย แววประเสริฐ พ.ศ.๒๔๙๔ – ๒๔๙๕ ๔. พ.ท.จงยุทธ ชูศรี พ.ศ.๒๔๙๕ – ๒๔๙๖ ๕. พ.ต.ศักดิ์ พิศิษฐพงศ พ.ศ.๒๔๙๖ กองสารวัตรทหารบกที่ ๑ แบงการบังคับบัญชา เปน ๒ กอง กองที่ ๑ มีหนาที่รักษาความสงบและการจราจร โดยแบงสายตรวจออกเปน ๘ สาย ทั่วพระ นครและธนบุรี กองที่ ๒ มีหนาที่รักษาสถานที่ราชการ ยุคการวางแนวทางเหลา ตอมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๑ ไดมีคำสั่งใหจัดตั้งหนวยทหารสารวัตรขึ้นอีก โดยใหขึ้นการบังคับบัญชา กับ ผบ.มทบ.และ ผบ.จทบ.แตละพื้นที่ในขณะน้นั ประเทศไทยไดรับการชวยเหลือจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในดานวิทยาการและกิจการตาง ๆ จากหนวยซึ่งเรียกกันติดปากวา “จัสแมก” ทำใหหนวยเกิดความ เจริญกาวหนาขึ้นจนไดรับการยกฐานะเปนเหลาทหารเหลาหนึ่ง คือ เหลาทหารสารวัตร จวบจนกระทั้งถึง วันที่ ๓๐ ก.ค.๒๔๙๕ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวไดทรงลงพระปรมาภิไธย ตราพระราชกฤษฎีกาจัด ระเบียบราชการกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ก็ไดออกขอบังคับ กระทรวงกลาโหมวาดวยการกำหนดหนาท่ีของเจาหนาที่และสวนราชการใน กองทัพบก พ.ศ.๒๔๙๕ กำหนดใหมี “กรมการสารวัตรทหารบก” (ดวยเหตุนี้เองในปจจุบันทหารเหลาทหาร สารวัตรจึงไดถือเอาวันที่ ๓๐ ก.ค.ของทุกป เปนวันคลายวันสถาปนากรมการสารวัตรทหารบก) โดยกำหนด หนาที่ใหมีขอบเขตขยายมากขึ้น ทั้งในยามปกติและยามสงคราม โดยมีหนาที่ในการกำกับการสารวัตร ใน กิจการเชลยศึก รักษาความสงบเรียบรอย และ ระเบียบวินัยของทหาร การจราจร การอพยพของผูหลบภัย การปองกันและสอบสวนอาชญากรรมภายในกองทัพบก การจับกุมทหารหนีทัพ และผูขาดหนีราชการ นอกจากนี้ยังมีหนาที่วางแผน และกำกับการในเรื่องการเกณฑ การอบรม และการใชหนวยปกครองฝาย ทหาร กำกับการและควบคุมขาวสารที่เกี่ยวกับเชลยศึก มีคำสั่งให พ.อ.ขุนชิด ผดุงพล เปนสารวัตรใหญ ทหารบก และให พ.อ.จงยุทธ ชูศรี เปนรองสารวัตรใหญทหารบก และแบงสวนราชการออกใหมเปน ๑. แผนกกลาง ๒. กองการปกครอง ๓. กองการเชลยศึก ๔. โรงเรียนสารวัตรทหารบก ในการตั้งกรมการสารวัตรทหารบกขึ้นใหมนี้แมจะมีสวนราชการตาง ๆ ขึ้นการบังคับบัญชากับ กรมการสารวัตรทหารบกก็ตาม แตทางราชการทหารก็มิไดยุบกองสารวัตรทหารมณฑลทหารบกที่ ๑ แตกลับ ขยายเปนกองพันสารวัตรที่๑ โดยขึ้นการบังคับบัญชากับมณฑลทหารบกที่๑ เมื่อ ปพ.ศ.๒๔๙๖ ไดมีคำส่ัง ให พล.ต.สวัสดิ์ สวัสดิ์รณภักดี เปนสารวัตรใหญทหารบก ตอจาก พ.อ.ขุนชิด ผดุงพล ซึ่งยายไปเปนรอง ผบ.
๖๕ พล.๒ และ รอง ผบ.มทบ.๒ ตามคำสั่ง กห.ท่ี๖๒/๔๙๗๗ ลง ๒ มี.ค.๙๖ สถานที่ทำงานของกรมการสารวัตร ยังคงตองอาศัยกองพันสารวัตรที่ ๑ ในสวนมิสกวันเปนที่ทำงานชั่วคราว กระทั่งเมื่อ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ จึงไดยายที่ทำการกรมการสารวัตรทหารบก มาอยูที่ตึกไกรฤกษ เชิงสะพานกรุงธน ฝงพระนคร (ปจจุบัน เปนสถานที่ราชการของ สตน.ทบ.) เมื่อ ๒๗ กันยายน ๒๔๙๗ กรมการสารวัตรทหารบกไดรับอนุมัติใหหนวยเรือนจำทหารทุกแหง ขึ้นตรงตอกรมการสารวัตรทหารบก ในทางสายวิทยาการและใหผูที่อยูในสังกัดหนวย เรือนจำเปนเหลาทหาร สารวัตร ในระยะนี้ กิจการสารวัตรยังคงมีอำนาจตามขอบังคับกระทรวงกลาโหม วาดวยสารวัตรทหาร พ.ศ. ๒๔๙๒ เชนเดมิ เมื่อป พ.ศ.๒๔๙๘ ไดมีคำสั่งกระทรวงกลาโหมใหยาย พ.อ.จงยุทธ ชูศรี รองสารวัตรใหญ ทหารบกไปประจำกรมจเรทหารบก และยาย พล.ต.ประชุม สุวรรณกร รอง จก.สพ.ทบ.มาเปนรองสารวัตร ใหญทหารบก ตามคำสั่ง กห. ที่ ๓๐๐/๓๕๒๖๔ ลง ๖ ธ.ค.๒๔๙๘ ยุคการปรับปรุงเหลา ครั้นถึงป พ.ศ.๒๕๐๐ ไดมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงการจัดอัตรากำลังของกรมการสารวัตรทหารบกไป จากเดิมเพื่อใหสอดคลองกับสถานการณและมีอำนาจหนาที่มากยิ่งขึ้น และเปนแนวทางเดียวกับการจัดหนวย สารวัตรของสหรัฐฯ จึงไดประกาศพระราชกฤษฎีกาแบงสวนราชการ และกำหนดหนาที่ของสวนราชการกองทัพบก กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๐๐ เมื่อ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๐๐ โดยให กรมการสารวัตรทหารบกเปนหนวยหนึ่งที่ขึ้นตรงตอกองทัพบก มีหนาที่ วางแผน ประสานงานและกำกับการอันเกี่ยวกับการรักษาระเบียบวินัย การจับกุมทหารที่กระทำความผิด การเรือนจำ การจราจรในกิจการทหาร การรักษาความปลอดภัย การฝกและศึกษาวิชาการเหลาทหารสารวัตร การ สืบสวนสอบสวนคดีอาญา ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร การปองกัน การจัดและการวิจัยอาชญากรรมใน กองทัพบก ในยามสงครามมีหนาที่พิจารณาอำนวยการเกี่ยวกับทหารพลัดหนวย เชลยศกึชนชาติศัตรูและผูลี้ ภัย โดยแบงสวนราชการออกดังตอไปนี้ ๑. กองกลาง ๒. กองวางแผนและการฝก ๓. กองสืบสวนสอบสวน ๔. กองพิสูจนหลักฐาน ๕. กองเครื่องชวยฝก ๖. กองพยาบาล ๗. โรงเรียนสารวัตรทหารบก เมื่อป พ.ศ.๒๕๐๑ ไดมีคำสั่งกระทรวงกลาโหมใหยาย พล.ต.สวัสดิ์สวัสดิรณภักด์ิ สารวัตรใหญ ทหารบกไปประจำ กพ.ทบ.และยาย พล.ต.ประชุม สุวรรณกร รองสารวัตรใหญทหารบก ขึ้นมาเปนเจา กรมการสารวัตรทหารบก และยาย พ.อ.สมบูรณ วิจิตรานุช ผูชวยผูบัญชาการโรงเรียนสารวัตรทหารบก เปน รองเจากรมการสารวัตรทหารบก ตามคำสั่ง กห.ที่ ๔๑/๑๘๕๓ ลง ๒๘ ม.ค.๐๑ และคำสั่ง กห.ที่ ๔๒/๑๘๕๔ ลง ๒๘ ม.ค.๐๑ เมื่อป พ.ศ.๒๕๐๓ ไดเกิดสงครามขึ้นในประเทศเกาหลี ซึ่งเปนการรบระหวางประเทศเกาหลี เหนือและประเทศเกาหลีใต และถือเปนการรบระหวางประเทศโลกเสรีกับประเทศคายคอมมิวนิสต โดย ประเทศไทยไดสงทหารเขารวมรบกับประเทศโลกเสรี ในการจัดกำลังพลของกองทัพไทย ไดจัดใหมีกองรอย
๖๖ สารวัตรทหารเขารวมรบในครั้งนี้ดวย ทั้งนี้เพื่อปฏิบัติหนาที่ในการควบคุมระเบียบวินัย นายทหารติดตอ การจราจรในการเคลื่อนยาย การควบคุมเชลยศึกในพื้นที่รับผิดชอบของทหารไทย ในสมรภูมิเกาหลีซึ่งนบัวา เปนกาวแรกของเหลาทหารสารวัตรที่ใหมีบทบาทและไดปฏิบัติงานในสนามอยางจริงจัง และนับตั้งแตนั้นมา เหลาทหารสารวัตร ก็ไดมีการปรับปรุงใหสอดคลองกับการจัดรูปแบบหนวยทหารสารวัตรของกองทัพ สหรัฐอเมริกา และไดรับการสนับสนุนเปนอยางดียิ่ง ทั้งนี้เปนจุกเริ่มตนกวางไกลของเหลาทหารสารวัตร ซึ่ง เปนยุคของการเปลี่ยนแปลง โดยในสมัย พล.ต.สมบูรณ วิจิตรานุช เปนเจากรมการสารวัตรทหารบก เมื่อป พ.ศ.๒๕๐๔ และในสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต เปนนายกรัฐมนตรี ซึ่งไดนำทหารสารวัตรมาใชในการ รักษาความสงบเรียบรอยในพระนครเปนสวนใหญ จนเปนเหตุทำใหเหลาทหารสารวัตรในสมัยนั้น เจริญรุงเรอืงและกาวหนาไปอยางมากมาย ในปนี้กองทัพบกไดออกกฎกระทรวง (พ.ศ.๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบ ทหาร พ.ศ.๒๔๗๗ วาดวยเครื่องแบบทหารบกฉบับที่ ๓๙ ขอ ๕๔ ซึ่งไดกำหนดเครื่องแตงกายของสารวัตร ทหารที่ใชมาจนถึงปจจุบัน สวนภารกิจของทหารเหลาทหารสารวัตรยังคงใชขอบังคับกระทรวงกลาโหมวา ดวยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๔๙๒ จวบจนป พ.ศ.๒๕๐๘ ในสมัย พล.ต.ประวิตร งามอุโฆษ เปนเจากรมการสารวัตรทหารบก ไดมี การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงสืบตอจาก พล.ต.สมบูรณ วิจิตรานุช โดยไดพัฒนาดานวิชาการ ความสัมพันธ กับตางประเทศ การพัฒนากำลังพล การพัฒนายุทโธปกรณของเหลาทหารสารวัตร ซึ่งไดรับการสนับสนุน จากประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย จึงทำใหเหลาทหารสารวัตรไดวิวัฒนาการกาวหนาเปนอยางมาก โดยไดมีการเปลี่ยนแปลงการแบงสวนราชการ สห.ทบ.ตามคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ที่ ๖๕/๑๐ เรื่อง อัตรา กองทัพบก ๒๕๐๖ (อัตราเฉพาะกิจ) ครั้งที่ ๑๓๑ ลง ๕ มิ.ย.๒๕๑๐ ซึ่งเปนการแบงสวนราชการเหลาทหาร สารวัตรของกองทัพไทย มีรูปแบบการจัดที่สมบูรณ และเปนการจัดในรูปแบบการจัดเหลาทหารสารวัตรของ กองทัพสหรัฐอเมริกา อันเปนแนวทางการจัดของเหลาทหารสารวัตรของกองทัพไทยมาจนถึงปจจุบันนี้ โดย แบงสวนราชการออกเปน ๑. กองธุรการ ๒. กองควบคุมและรักษาความปลอดภัย ๓. กองแผนและฝก ๔. กองสบืสวนสอบสวน ๕. กองวิทยาการ ๖. กองรอยบริการ ๗. โรงเรียนทหารสารวัตร เมื่อป พ.ศ.๒๕๑๐ ไดเกิดสงครามขึ้นในประเทศเวียดนาม เปนสงครามระหวางคายโลกเสรีกับ คายคอมมิวนิสต เปนการแบงประเทศเวียดนามออกเปนประเทศเวียดนามเหนือและประเทศเวียดนามใต โดยมีเสนขนานที่ ๑๗ เปนเขตแบงประเทศ ประเทศเวียดนามเหนือพยายามจะรวมประเทศเวียดนามใตเขา ดวยกัน จึงทำใหเวียดนามทั้งสองตองทำการสูรบกัน เพื่อชิงดินแดนกันเกิดขึ้น ในฐานะประเทศสหรัฐอเมริกา เปนประเทศอภิมหาอำนาจในคายโลกเสรี จึงจำเปนจะตองชวยประเทศเวียดนามใตทำการสูรบกับเวียดนาม เหนือดวย ประเทศไทยเปนภาคีรวม จึงเขารวมกับสหรัฐอเมริกาทำการรบในประเทศเวียดนามดวย กองทัพ ไทยไดสงกองพลสนับสนุนในการทำสงครามในเวียดนาม คือ กองพลจงอาจศึก และกองพลเสือดำ และ ยินยอมใหสหรัฐอเมริกาเขามาตั้งฐานทัพในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการรบในครั้งนี้ดวย ในการรบของ กองทัพไทยในสมรภูมิเวียดนามครั้งนี้ ไดจัดใหมีกองรอยทหารสารวัตรเพื่อทำหนาที่เปนนายทหารติดตอ ปกครองกันดูแลระเบียบวินัย การควบคุมเชลยศึก การจราจรในคายของทหารไทย อีกทั้งยังทำหนาที่เปน
๖๗ นายทหารฝายกฎหมายระหวางสหรัฐอเมริกากับไทยอีกดวย ผลจากการที่ประเทศไทยเขารวมรบในสงคราม เวียดนามและไดสงทหารสารวัตรเขารวมในครั้งนี้ ทำใหเหลาทหารสารวัตรไดรับวิทยาการดานตาง ๆ จาก กองทัพสหรัฐเปนอยางมาก ซึ่งเปนการนำไปสูการวิวัฒนาการของเหลาเปนอยางดียิ่ง ประกอบกับเจากรม การสารวัตรทหารบกในสมัยนั้นเปนผูที่มองการไกล จึงไดศึกษา วางแผนระบบ และระเบียบ ใหสอดคลองกับ การปรับปรุงแกไขใหทนัสมัย จึงไดผลิตตำราเรียนคูมือการฝก และมีความสัมพันธระหวางสหรัฐอเมริกาและ ออสเตรเลีย ซึ่งนำไปสูความกาวหนาของเหลาทหารสารวัตรในยุคนั้น ยอมเปนยุคการวิวัฒนาการของเหลา เปนอยางยิ่ง ตอมาภายหลังสงครามเวียดนาม รัฐบาลไดมีพระราชบัญญัติ จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๑๓ และพระราชกฤษฎีกาแบงสวนราชการและกำหนดหนาที่ของสวนราชการ กองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๑๓ ซึ่งแบงสวนราชการในกองทัพบก ตาม มาตรา ๔ ซึ่งจัดกรมการสารวัตรทหารบกเปนหนวยที่ (๙) โดยกำหนดหนาที่ของกรมการสารวัตรทหารบก ตามมาตรา ๕ (๙) ไดกำหนดวากรมการสารวัตรทหารบกมีหนาที่ ก. วางแผน ประสานงานและกำกับการเกี่ยวกับการรักษาระเบียบวินัย การจับกุมทหารที่ กระทำผิด การเรือนจำ การจราจรในกิจกรรมทหาร การรักษาความปลอดภัย การฝก และศึกษาวิชาการ เหลาทหารสารวัตร การสืบสวนแบสอบสวนคดีอาญา ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร การปองกันและวิจัย อาชญากรรมในกองทัพบก ข. พิจารณาอำนวยการในยามสงครามเกี่ยวกับทหารพลัดหนวย เชลยศึก ชนชาติศัตรูและผูลี้ ภัย เมื่อป พ.ศ.๒๕๑๕ กรมการสารวัตรทหารบก สมัย พล.ต.อุดม สุขมาก เปน จก.สห.ทบ. ไดมี การรายงานขอแกไขขอบังคับกระทรวงกลาโหมวาดวย สารวัตรทหาร พ.ศ.๒๔๙๒ ทั้งนี้โดยใหเหตุผลวา ขอบังคับดังกลาวนี้ลาสมัย ไมสอดคลองกับหลักการจัดและกำหนดหนาที่ของเหลาทัพในปจจุบัน ในขณะที่ ปจจุบัน สห.ทบ. มีกิจการในหนาที่กวางขวางขึ้นกวาแตกอน ประกอบกับขอบังคับป ๒๔๙๒ นี้ มีปญหา ทางดานกฎหมาย เพราะกฎหมายที่เปนแมบทคือ พระราชกฤษฎีกา จัดวางระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๔๙๑ ถูกยกเลิกไปแลว จึงจำเปนตองมีขอบังคับขึ้นใหมเพื่อความสมบูรณและ ถูกตอง และในที่สุดก็ประสพความสำเร็จ เมื่อป พ.ศ.๒๕๑๙ ในสมัยที่ พล.ต.ประยูร นุชกาญจนกุล ดำรง ตำแหนง จก.สห.ทบ.โดยไดมีขอบังคบักห.วาดวยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๑๙ (ฉบับที่ ๒) ตอมาไดมีคำสั่งแตงตั้ง พล.ต.กฤษฎา งาวสุวรรณ รอง จก.สห.ทบ. ขึ้นดำรงตำแหนง จก.สห.ทบ.ระยะนี้ สห.ทบ.ก็ไดพัฒนาเหลาในสวนตางๆ โดยมิไดหยุดชะงักเพื่อความสมบูรณ และถูกตอง เหมาะสมกับสถานการณบานเมือง ทั้งใหสอดคลองกับความเปลี่ยนแปลงสภาพทางการเมือง และการทหาร ยุคการพัฒนาเหลา เมื่อป พ.ศ.๒๕๒๑ พล.ต.กวี รักษงาน รอง จก.สห.ทบ. ขึ้นดำรงตำแหนง จก.สห.ทบ. กรมการ สารวัตรทหารก็ไดยายจากที่เดิม ซึ่งตั้งอยู ณ บริเวณตึกหลวงไกรฤกษ ปลายถนนราชวิถี(กอนขึ้นสะพานกรุง ธน) มายังที่ตั้งปกตถิาวรจวบจนปจจุบัน ณ ถนนโยธี แขวงทุงพญาไท เขตราชเทวี เมื่อ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑ และไดท ำพิธีเปดกองบัญชาการ กรมการสารวัตรทหารบก เมื่อ ๑๙ มกราคม ๒๕๒๒ โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท ผบ.ทบ.ในขณะนั้น มาเปนประธาน พิธีระยะนี้ไดมีการแกไขขอบังคับ กห.วาดวยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๑๙ (ฉบับที่๒) พ.ศ.๒๕๒๑ ขึ้นอีกคร้ัง
๖๘ ซึ่งเสร็จสมบูรณ และประกาศใชในป พ.ศ.๒๕๒๒ ในสมัยที่ พล.ต.เกรียงไกร ไกรฤกษ เปนเจากรมการ สารวัตรทหารบก ซึ่งเปนขอบังคบัวาดวยสารวัตรทหารใหเปนหลักในการปฏิบัติหนาที่ จนมาถึงป พ.ศ.๒๕๒๗ ในสมัยที่ พล.ต.วิเชียร ออนนุช ดำรงตำแหนง จก.สห.ทบ.ไดมีการ เปลี่ยนแปลงและกำหนดหนาที่ ภารกิจ ของ สห.ทบ.ตามคำสั่ง ทบ.ลับ (เฉพาะ) ที่ ๒๕๔/๒๗ เรื่อง แกอัตรา กองทัพบก ๒๕๐๖ (ครั้งที่ ๒๖) ลง ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๗ ไดกำหนดหนาที่และอัตรากำลังพล กรมการสารวัตร ทหารบก อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๒๒๐๐ ดังน้ี คือ ๑. เสนอนโยบาย วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการเกี่ยวกับการ รักษาความ ปลอดภัยการอารักขาบุคคลสำคัญ การจราจรในกิจการทหารกิจการเรือนจำทหารและดำเนิน การเกี่ยวกับ การสบืสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ๒. เสนอแนะและใหคำแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกับการทหารสารวัตร ๓. กำหนดหลักนิยม วิจัยและพัฒนาจัดทำตำรา และคูมือเกี่ยวกับวิทยาการสายทหารสารวัตร ๔. วางแผนอำนวยการจัดหา และปรับปรุงหลักสูตร ตลอดจนดำเนินการใหการศึกษากำลังพล เหลาทหารสารวัตร ๕. ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการท้งัปวงของเหลาทหารสารวัตร ๖. เปนเจาหนาที่ฝายกิจการพิเศษในกิจการทหารสารวัตร ซึ่งมีหนาท่ดีังนี้ ๖.๑ ชวยเหลือฝายอำนวยการในการทำคำสั่งและแบบธรรมเนียม ๖.๒ ใหขอเสนอแนะ คำปรึกษาหารือแกผูบังคบับัญชาและฝายอำนวยการ ๖.๓ ควบคุมทางสายวิทยาการที่เกี่ยวกับกิจการทหารสารวัตรในหนวยตางๆ ๗. โรงเรียนทหารสารวัตร มีความสามารถปานกลางที่จะรับการฝกสอนไดดังน้ี ๗.๑ นายทหารนักเรียน ๖๐ คน ๗.๒ นายสิบนักเรียน ๘๐ คน ๗.๓ นักเรียนนายสิบ ๘๐ คน และกำหนดใหเปนกรมฝายกิจการพิเศษ ขึ้นตรงกองทัพบก โดยแบงสวนราชการออกเปน ๑) กองธุรการ ๒) กองแผนและฝก ๓) กองสืบสวนสอบสวน ๔) กองควบคมุและรักษาความปลอดภัย ๕) กองวิทยาการ ๖) กองรอยบริการ ๗) โรงเรียนทหารสารวัตร จนมาถึงป พ.ศ.๒๕๒๙ สมัย พล.ต.วิจิตร กรีเงิน ดำรงตำแหนงเจากรมการสารวัตรทหารบก เห็นวาขอบังคับวาดวยสารวัตรทหารทั้ง ๒ ฉบับ ยังไมสามารถทำใหเจาหนาที่สารวัตรทหาร ปฏิบัติงานอยาง มีประสิทธิภาพได จึงไดออกระเบียบกองทัพบก วาดวย การสารวัตรทหารบก พ.ศ.๒๕๒๙ เพื่อเปนแนวทาง ปฏิบัติงานดานการสารวัตรทหารไดอยางเหมาะสม ครั้นถึงป พ.ศ.๒๕๓๑ พล.ต.วิจิตร กรีเงิน ไดพิจารณาเห็นควรจะกำหนดใหมีวันทหารสารวัตร ขึ้นเพื่อเปนการเทิดทูนพระเกียรติแด จอมพลพระเจาบรมวงคเธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช (พระเจา ลูก ยาเธอพระองคเจาจิรประวัติวรเดช) ผูบัญชาการกรมยุทธนาธิการ เสนาธิการทหารบกพระองคแรกของ ทบ. และเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ซึ่งไดทรงวางรากฐานดานการทหารและไดทรงกำหนดหนาที่สารวัตรใหญ ทหารบก ทรงลงพระนามเมื่อ ๒๗ มีนาคม ๒๔๕๐ และเพื่อเปนการเสริมสรางความสามัคคี ขวัญ และ
๖๙ กำลังใจ แกขาราชการในเหลาทหารสารวัตร และเปนเกียรติประวัติสืบไป (ตามประกาศกองทัพบก เรื่อง กำหนดวันทหารสารวัตร ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๑) ซึ่งในยุคการพัฒนา (ปจจุบันนี้) เหลาทหารสารวัตรไดทำการปรับปรุงทางดานวิทยาการ และ ยุทโธปกรณ โดยทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอุปกรณประจำการ เจาหนาที่ปราบปรามผูกอความไมสงบขึ้นเพื่อ เปนยุทโธปกรณประจำหนวยสารวัตรทหาร เพราะวาในปจจุบันสถานการณของบานเมืองเปลี่ยนแปลงอยาง รวดเร็ว ทั้งดานเศรษฐกิจและการเมือง จากความผันแปรของบานเมืองในปจจุบัน จึงใหกรมการสารวัตร ทหารบกตองเตรียมพรอมที่จะรับกับเหตุการณที่จะเกิดขึ้น จึงตองมีการจัดหากำลังพลและยุทโธปกรณมาก ขึ้น ทั้งนี้ไดทำการพัฒนาทางดานบุคคลากร โดยการสงเจาหนาที่ไปรวมประชุมและสัมมนาระหวางประเทศ มากขึ้น นอกจากภารกิจและหนาที่ตามสายงานของกรมการสารวัตรทหารบก (สห.ทบ.) แลว ภารกิจ พิเศษเพิ่มขึ้นอีก กลาวคือ เมื่อป พ.ศ.๒๕๒๑ กรมการสารวัตรทหารบกไดรับมอบภารกิจจากกองทัพบกให ดำเนินการเกี่ยวกับการปองกันและปราบปรามยาเสพติดใหโทษภายในกองทัพบก จึงไดทำการตั้งศูนย ประสานการรณรงคตอตานยาเสพติดใหโทษของกองทัพบกขึ้น ตามคำสั่งกองทัพบกที่ ๑๘๕/๒๕๒๑ เรื่อง โครงการรณรงคตอตานยาเสพติดใหโทษในหนวยทหาร โดยที่ตั้งของศูนยฯ อยูที่กรมการสารวัตรทหารบก นับวาการปฏิบัติงานของกรมการสารวัตรทหารบกในยุคการพัฒนา เปนเครื่องชี้ถึงความกาวหนาไปสูอนาคต ที่ดีและแจมใสตอไป สำหรับความมงุหมายและวัตถุประสงคของกองทัพบกในการจัดตั้งโครงการรณรงคดาน ยาเสพติดเพื่อ ๑. ปองกัน ๒. ปราบปราม ๓. การใหการรกัษาพยาบาล(บำบัด) ๔. การฟนฟูจิตใจ ๕. การอบรม การดำเนินงานของกองทัพบก มิไดเพียงจัดตั้ง ศปท.ทบ.เทานั้น ยังไดดำเนินการอยาง กวางขวางออกไปอีก โดยใหสวนภูมิภาคในสวนของ ทบ. ไดรับผิดชอบดานปองกันและปราบปรามยาเสพ ติดใหโทษสวนภูมิภาคขึ้นภายใตการกำกับดูแลของ ศปท.ทบ. ทั้งนี้เพื่อใหเกิดผลดีตอ ทบ. และความมั่นคง ของประเทศชาติเปนประการสำคัญ รายนามผูสืบทอดตำแหนงเจากรมการสารวัตร (สวญ.ทหาร) ตั้งแตตนจนถึงปจจุบัน ๑. พ.อ.พระยาวิเศษ สัจธาดา สวญ.ทบ. พ.ศ.๒๔๔๐ - ๒๔๕๑ ๒. พ.ท.พระวิไชยยุทธเดชาคณี สวญ.ทบ. พ.ศ.๒๔๐๑ - ๒๔๕๒ ๓. พ.อ.พระเริงฤทธิสงคราม (ปลั่ง วรรณายน) สวญ.ทบ. พ.ศ.๒๔๕๒ - ๒๔๕๓ ๔. พล.ต.พระยาฤทธิไกรเกรียงหาญ (สาย ธรรมนนท) สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๕๓ - ๒๔๗๑ ๕. พ.ท.พระบำราชอรินทรพาย (เทียม สุนทรบุรน) สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๗๑ - ๒๔๗๓ ๖. พ.อ.พระศรพีิชัยบริบูรณ (เหมือน อินทรกำแหง) สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๗๓ - ๒๔๗๔ ๗. พ.ท.พระดำรงฤทธิไกร สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๗๔ - ๒๔๗๕ ๘. พ.อ.พระยารามจตุรงค สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๗๕ - ๒๔๗๖ ๙. พ.อ.หลางศิลปสารสราวุธ สารวัตรประจำ มทบ.๑ พ.ศ.๒๔๗๖ - ๒๔๘๖ ๑๐. พ.อ.เรอืง เรืองวีระยุทธ สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๘๖ - ๒๔๘๗ ๑๑. พล.ต.ปลด ปลดปรปกษ สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๘๗ - ๒๔๘๗ ๑๒. พล.ร.ต.สังวร สุวรรณชีพ สวญ.ทหาร พ.ศ.๒๔๘๗ - ๒๔๙๐
๗๐ ๑๓. พ.อ.จำรสัจำรัสโรมรัน รรก.สวญ.ทหารพ.ศ.๒๔๙๐-๒๔๙๑ ๑๔. พ.อ.ขุนชิต ผดุงพล สวญ. พ.ศ.๒๔๙๕ - ๒๔๙๖ ๑๕. พล.ต.สวัสดิ์ สวัสดิ์รณภักดิ์ สวญ. พ.ศ.๒๔๙๖ - ๒๕๐๐ ๑๖. พล.ต.ประชุม สุวรรณกร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๐๐ - ๒๕๐๔ ๑๗. พล.ต.สมบูรณ วิจิตรานุช จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๐๔ - ๒๕๐๘ ๑๘. พล.ต.ประวิตร งามอุโฆษ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๐๘ - ๒๕๑๖ ๑๙. พล.ต.อุดม สุขมาก จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๑๖ - ๒๕๑๗ ๒๐. พล.ต.ประยูร นุทกาญจนกูล จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๑๗ - ๒๕๑๙ ๒๑. พล.ต.กฤษฎา งาวสุวรรณ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๑๙ - ๒๕๒๑ ๒๒. พล.ต.กวี รักษงาร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๒๑ - ๒๕๒๒ ๒๓. พล.ต.เกรียงไกร ไกรฤกษ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๒๒ - ๒๕๒๖ ๒๔. พล.ต.วิเชียร ออนนุช จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๒๖ - ๒๕๒๙ ๒๕. พล.ต.วิจิตร กรีเงนิจก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๒๙ - ๒๕๓๒ ๒๖. พล.ต.นิยม รัตนสุต จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๓๒ - ๒๕๓๕ ๒๗. พล.ต.เกรียงไกร เจริญศิริ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๓๕ - ๒๕๓๗ ๒๘. พล.ต.พละ จารุนัฎ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๓๗ - ๒๕๔๑ ๒๙. พล.ต.เผด็จ จารจุินดา จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๔๑ - ๒๕๔๓ ๓๐. พล.ต.เฉลิมศักดิ์ วรกิจโภคาทร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๔๓ - ๒๕๔๕ ๓๑. พล.ต.คึกฤทธิ์ ลียะวณิช จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๔๕ - ๒๕๔๘ ๓๒. พล.ต.วีระกูล ทองมา จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๔๘ - ๒๕๕๐ ๓๓. พล.ต.เพรียว พินัยนิติศาสตร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๕๐ - ๒๕๕๒ ๓๔. พล.ต.ศุภชัย ศรจีักรโคตร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๕๒ - ๒๕๕๕ ๓๕. พล.ต.พันธยศ พันธเพิ่มศิริ จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๕๕ - ๒๕๕๘ ๓๖. พล.ต.ธนะศักดิ์ ชื่นอิ่ม จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๕๘ - ๒๕๖๑ ๓๗. พล.ต.วัชชรินทรสุวรรณรนิทร จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๖๓ ๓๘. พล.ต.รชต วงษอารีย จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๕ ๓๙. พล.ต.สันติพงษ มั่นคงดี จก.สห.ทบ. พ.ศ.๒๕๖๖ - การจัดหนวยทหารสารวัตรของกองทัพบก. ในปจจุบัน แบงออกเปน ๓ สวน คือ ๑. สวนกลาง ๒. สวนภูมิภาค ๓. สวนกำลังรบ มีฝายการสารวัตรซึ่งเปนฝายกิจการพิเศษขึ้นตรงตอ กองบัญชาการกองพล สำหรับหนวยทหารสารวัตร ปจจุบัน จัดอยูใน พัน.สห.ทภ. คือ รอย.สห.สนาม สวนกลาง ไดแก กรมการสารวัตรทหารบก เปนกรมฝายกิจการพิเศษ ขึ้นตรงตอ กองทัพบก มีเจากรมการสารวัตรทหารบกเปนผูบังคับบัญชารับผิดชอบ
๗๑ ที่ตั้งหนวย กรมการสารวัตรทหารบก ตั้งอยู ณ เลขที่ ๗๕/๓ ถนนโยธี แขวงทุงพญาไท เขตราเทวี กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ ตราสญัลักษณกรมการสารวัตรทหารบก เปนรูป “ทาวกุเวร” หรือ “ทาวเวสสุวัณ” ประทับอยูบนแทนบรรจุอยูในวงกลม หัตถขวา ถือกระบอง หัตถซายในทาใหอภัย ดานขางประกอบดวยลายกนก เบ้อืงบนมีชื่อ “กรมการสารวัตรทหารบก” เบื้องลางมีตัวอักษรภาษาอังกฤษวา THE PROVOST MARSHAL GENERAL’S DEPARTMENT มีความ หมายถึงผูรักษาความปลอดภัย และทรงไวซึ่งความยุติธรรม ( ไมจำกดัสีและขนาด ) หลักฐาน ราชกจิจานุเบกษา เลม ๘๗ ตอนที่๗๗ ลง ๑๘ ส.ค.๑๓ หนา ๕๖๙ ภารกิจ มีหนาที่วางแผน ประสานงาน และกำกับการอันเกี่ยวกับการรักษาระเบียบวินัย การจับกุมทหารที่กระทำความผิด การเรอืนจำ การจราจรในกิจการทหาร การรักษาความปลอดภัย การ ฝกและศึกษา วิชาการเหลาทหารสารวัตร การสืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร การ ปองกันและการวิจัยอาชญากรรมในกองทัพบกและพิจารณาอำนวยการเกี่ยวกับทหารพลัดหนวยและเชลยศึก
๗๒ กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝกและศึกษาของเหลาทหารสารวัตร มีเจากรมการสารวัตร ทหารบกเปนผูบังคับบัญชารับผดิชอบ ขอบเขตความรับผิดชอบและหนาที่ที่สำคัญ ๑. เสนอนโยบาย และแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกบักิจการทหารสารวัตร ๒. วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการเกี่ยวกับรักษาความปลอดภัย สถานที่และ บุคคลที่กองทัพบกกำหนด การรักษาระเบียบวินัย การจับกุมทหารที่กระทำความผิด การอารักขาบุคคล สำคัญ การจราจรในกิจการทหาร กิจการเรือนจำ และดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู ในอำนาจศาลทหาร รวมทั้งทหารพลัดหนวยและเชลยศึก ๓. ดำเนินการเก่ยีวกับกิจการเหลาทหารสารวัตร ๔. กำหนดหลักนิยม วิจัยและพัฒนา จัดทำตำรา และคูมือเกี่ยวกับกิจการของเหลาทหาร สารวัตร ๕. วางแผน อำนวยการ จัดทำและปรับปรุงหลักสูตร ตลอดจนดำเนินการใหการฝกศึกษา กำลังพลเหลาทหารสารวัตร การแบงสวนราชการและหนาที่กรมการสารวัตรทหารบก แบงสวนราชการออกไดดังนี้.- การจัดกรมการสารวัตรทหารบก สห.ทบ. อฉก. หมายเลข ๒๒๐๐ ๑. แผนกการเงนิ มีหนาที่ดำเนินการเบิก รับ จาย เก็บรักษาเงิน และการบัญชีของหนวย ให เปนไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ใหขอเสนอแนะ และคำปรึกษาดานการเงินและการบัญชีแก ผบูังคับบัญชา บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๒. แผนกธุรการ มีหนาท่ดีำเนินการเกี่ยวกับการธุรการ การสารบรรณ และการกำลังพลของ กรมการสารวัตรทหารบก บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่
๗๓ ๓. กองแผนและฝก มีหนาที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลการ ดำเนินการดานการฝกศึกษา การจัดการกำลังพลของเหลาทหารสารวัตร งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งาน โครงการ และ กพร. บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๔. กองสืบสวนสอบสวน มีหนาที่กำกับการ และดำเนินการสืบสวนอาชญากรรม การสืบสวน ขอเทจ็จริง และการสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยูในอำนาจศาลทหารตรวจสอบสำนวนการสอบสวน กำกับการคดี และวางโครงการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม วางแผน เสนอแนะและดำเนินการเกี่ยวกับวิทยาการสืบสวน สอบสวน และการทะเบียนประวัติผูตองหาคดีอาญา ตรวจสอบและเสนอแนะเกี่ยวกับการแกไขเพิ่มเติม ปรับปรุง กฎหมาย กฎ ขอบังคับ ระเบียบ และคำสั่งเกี่ยวกับกิจการทหารสารวัตรและกิจการสารวัตร ดำเนินการติดตอประสานงานกับหนวยงานที่เกี่ยวของ กับกระบวนการยุติธรรมฝายพลเรอืน ฝายตำรวจ และ ฝายทหาร และองคกรอิสระตางๆ ในหนาที่ที่เกี่ยวของ บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๕. กองควบคุมและรักษาความปลอดภัย มีหนาที่วางแผนดำเนินการสำรวจและตรวจตราการ รักษาความปลอดภัยทางวัตถุ และการอารักขาบุคคลสำคัญของกองทัพบก วางแผนการรักษาความปลอดภัย เกี่ยวกับบุคคลเอและสถานที่ ตามนโยบายที่กองทัพบกกำหนด วางแผน ประสานงานและกำกับการเกี่ยวกับ การปองกัน และปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญาของบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหาร วางแผน ประสานงาน และกำกับการเกี่ยวกับเชลยศึก และทหารพลัดหนวย เสนอแนะ กำหนดวิธีการกำกับดูแลการ ปกครองบังคับบัญชาเรือนจำทหาร และควบคุม รวมทั้งการฝกอาชีพ การอบรม และสวัสดิการผูตองขัง กำกับดูแลเกี่ยวกับการรักษาระเบียบวินัย และการจับกุมทหารที่กระทำผิดภายนอกกรมกอง กำกับดูแล เกี่ยวกับการดำเนินการจราจรในกิจการทหาร กำกับดูแลเหลาทหารสารวัตรของหนวยตาง ๆ ในกองทัพบก บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๖. กองวิทยาการ มีหนาที่ใหคำปรึกษา ขอเสนอแนะ และดำเนินการเกี่ยวกับวิทยาการของ เหลาทหารสารวัตร กำหนดหลักนิยม วิจัยและพัฒนา ตลอดจนเผยแพรวิทยาการของเหลาทหารสารวัตร ดำเนินการเกี่ยวกับประวัติศาสตร และพิพิธภัณฑของเหลาทหารสารวัตร และจัดหองสมุดของกรมการ สารวัตรทหารบก จัดทำตำรา เอกสารคูมือ ตลอดจนหลักสูตรการฝก การตรวจสอบของเหลาทหารสารวัตร บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๗. กองบริการ มีหนาที่ดำเนินการสนับสนุนหนวยตาง ๆ ของกรมการสารวัตรทหารบก เกี่ยวกับการสวัสดิการ การพลาธิการ การรักษาความปลอดภัย รวมทั้งการบริการแรงงาน และบริการอื่น ๆ ตามที่ไดรบัมอบ บันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหนาที่ ๘. โรงเรียนทหารสารวัตร มีหนาที่อำนวยการและดำเนินการฝกศึกษาใหกับกำลังพลของ เหลาทหารสารวัตร และทหารเหลาอื่นๆ ตามนโยบายของกองทัพบก ปกครองบังคับบัญชาผูเขารับการศึกษา สวนภูมิภาค ไดแก หนวยทหารสารวัตร ที่ขึ้นตรงตอกองทัพภาค (ทภ.) มณฑลทหารบก ( มทบ. ) กองทัพภาค ไดแก แผนกสารวัตร , แผนกสืบสวนสอบสวน และ หนวยทหารสารวัตร พัน.สห.ทภ. (ฝากการบังคบับัญชากับ มทบ.) มณฑลทหารบก ไดแก ฝายการสารวัตร , ฝายการสืบสวนสอบสวน , หนวยทหารสารวัตร และ เรือนจำทหาร
๗๔ ๑. แผนกสารวัตร เปนฝายกิจการพิเศษในกองบัญชาการกองทัพภาค มีหนาที่และความ รับผิดชอบดังตอไปนี้.- ๑.๑ ใหขอเสนอแนะแกผูบังคับบัญชาเกี่ยวกับการขาวกรอง ในเรื่องความสงบเรียบรอย และ การในหนาที่อื่นๆ ของทหารสารวัตร ๑.๒ พิจารณาใหขอเสนอแนะแกผูบังคับบัญชาเกี่ยวกับการใชหนวยทหารสารวัตร รวมทั้ง ประสานงานกับตำรวจและสวนราชการที่มีหนาที่รักษากฎหมายฝายพลเรือนอื่น ๆ ๑.๓ กำกับดูแลใหเปนไปตามแผนการฝกศึกษาของหนวยทหารสารวัตร ๑.๔ วางแผนและกำกับดูแลการปฏิบัติงานของทหารสารวัตร ๑.๕ การบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่ง ๑.๖ การจับกุมทหารขาดหนีราชการ และทหารที่กระทำความผิดในที่ตั้งหนวยทหาร ตาม คำสั่งของผูบังคับบัญชา ๑.๗ การคุมขัง , ดูแลรักษา , อบรมดัดนิสัย และการฝกอาชีพผูตองขังในเรือนจำ ที่ควบคุม และเรือนคนไขนักโทษของโรงพยาบาล (ถามี) ๑.๘ ควบคุมการสัญจร และตรวจพิสูจนบุคคลที่เปนทหารหรือพลเรอืนซ่งึอยูในความควบคุม ของทหาร ๑.๙ การควบคุมจราจรในกิจการทหาร ๑.๑๐ การรกัษาความปลอดภัยทางวัตถุ ๑.๑๑ การปฏิบัติการตอเชลยศกึทหารพลัดหนวย พลเรือน ผูถูกกักกัน ชนชาติศัตรูผูลี้ภัย ๑.๑๒ ปองกันทรพัยสิน สิ่งอุปกรณของทางราชการมิใหถูกโจรกรรม ๑.๑๓ วางมาตรการและประสานงาน เพื่อชวยเหลือเจาหนาที่ฝายทหารหรือฝายพลเรือน ในเรื่อง การกอความไมสงบของประชาชน และการบรรเทาสาธารณภัย ๑.๑๔ การลงหลักฐานรถยนตและอาวุธของบุคคลในหนวยตามนโยบายผูบังคับบัญชา ๑.๑๕ การปฏิบัติงานทางธุรการตาง ๆ ที่เกี่ยวของ ๒. แผนกสืบสวนสอบสวน เปนฝายกิจการพิเศษในกองบัญชาการกองทัพภาค มีหนาที่และความ รับผิดชอบดังนี้.- ๒.๑ ใหคำปรึกษาและเสนอแนะแกผูบังคบับัญชาเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ๒.๒ วางโครงการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม และดำเนินการสืบสวนสอบสวน คดีอาญาซึ่ง อยูในอำนาจศาลทหาร ๒.๓ รวมมือการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยการ ปฏิบัติและการประสานงานกรณีทหารถูกกลาวหาวากระทำความผิด พ.ศ. ๒๕๔๔
๗๕ ๒.๔ ดำเนินการใหไดมาซึ่งทรัพยสินตามคำพิพากษา ๒.๕ เก็บรักษาเอกสาร พยานวัตถุ และของกลางอื่น ๆ ๒.๖ ตรวจพิสูจนรองรอยหลักฐานตาง ๆ เกี่ยวกับอาชญากรรม ๒.๗ ถายภาพวัตถุพยานและภาพอื่น ๆ ที่ตองพิสูจนลักษณะจำเพาะที่มีประจำตัวบุคคล ๒.๘ บันทึกและรายงานสถิติผลงาน ๒.๙ ดำเนินการสำรวจปองกันอาชญากรรมหรือสำรวจการรักษาความปลอดภัยทางวัตถุ ๒.๑๐ ปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวของตามคำสั่งของผูบังคับบัญชา ๓. หนวยทหารสารวัตร จัดกำลังเปนหนวยขนาดกองพันขึ้นตรงตอกองทัพภาค และมณฑล ทหารบก ๓.๑ ทภ.๑ ไดแก พัน.สห.๑๒ ๓.๒ ทภ.๒ ไดแก พัน.สห.๒๑ ๓.๓ ทภ.๓ ไดแก พัน.สห.๓๑ ๓.๔ ทภ.๔ ไดแก พัน.สห.๔๑ ๓.๕ มทบ.๑๑ ไดแก พัน.สห.๑๑ ๓.๖ มทบ. อื่น ๆ นอกจาก มทบ.๑๑ แลว จัดหนวยทหารสารวัตรขนาดกองรอย ขึ้นตรงตอ มณฑลทหารบก ภารกิจ ๑. ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับใชกฎหมาย ๒. การควบคุมการจราจรในกิจการทหาร ๓. การสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม
๗๖ ๔. การักษาความปลอดภัยใหแกบุคคลสำคัญ อาคารสถานที่ ที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวก ทางทหาร รวมถึงการปฏิบัติการควบคุมการกอความไมสงบในพื้นที่เขตหลัง ๕. การสนับสนุนการรบใหหนวยดำเนินกลยุทธของกองทัพภาค และปฏิบัติการเกี่ยวกับกิจการ สารวัตรทหาร ดานอื่น ๆ ในลักษณะรวมการใหกับกองทัพภาคหรือที่ไดรับมอบหมาย ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามที่ไดรับ มอบหมาย ๓. กำหนดมาตรการและดำเนินการรักษาความปลอดภัยที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร และการขนสง ๔. จับกุมทหารหรือบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหารที่กระทำความผิด เสนอแนะมาตรการ และ ปองกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ทหาร ๕. อำนวยการและควบคุมการจราจรทางทหารในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ๖. สนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่สวนหลัง ๗. ดำเนินการตอเชลยศึก หรือบุคคลพลเรอืนที่ถูกกักกันเมื่อไดรบัมอบหมาย ๘. รวมมือในการปฏิบัติการแบบตำรวจทั้งการปฏิบัติการรวมและผสม ๙. ซอมบำรุงยุทโธปกรณในอัตราขั้นหนวยได ๑๐. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน
๗๗ ภารกิจ ปกครอง บังคับบัญชา อำนวยการ และกำกับดูแลเกี่ยวกับการบริหารงาน การฝก การ ปฏิบัติงาน และการสงกำลังบำรุงใหกับหนวยในอัตรา และหนวยที่มาขึ้นสมทบ และดำเนินการสอบสวน อาชญากรรม ขีดความสามารถ ๑. ปกครอง บังคับบัญชา และอำนวยการการปฏิบัติของหนวยในอัตรา และหนวยที่มาขึ้น สมทบได๓ – ๕ กองรอย ๒. ดำเนินการติดตอสื่อสาร การขนสง สงกำลังและซอมบำรุงขั้นหนวย และการเลี้ยงดูแกหนวย ในอัตรา และหนวยที่มาขึ้นสมทบ ๓. สนับสนุนการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมภายในเขตรับผิดชอบ ๔. วางแผนการปฏิบัติการใหแกกองพัน รวมทั้งการใหขอเสนอแนะเกี่ยวกับความตองการการ ใชหนวย และกำลังพลสารวัตรทหาร ๕. จัดยานยนตเพื่อเปนหนวยนำขบวน และสายตรวจ ๖. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามที่ไดรับ มอบหมาย ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหาร ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมของทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญที่ไดรั บมอบ หมาย
๗๘ ๓. รักษาความปลอดภัย ที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร และการขนสง ๔. จับกุมทหารและบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหารที่กระทำความผิด และปองกันอาชญากรรม ในเขตพื้นที่ทหาร ๕. อำนวยการและควบคุมการจราจรทางทหาร ๖. สนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่สวนหลัง ๗. ดำเนินการตอเชลยศึก หรือบุคคลพลเรือนที่ถูกกักกัน เมื่อไดรับมอบหมาย ๘. ซอมบำรุงยุทโธปกรณในอัตราขั้นหนวยได ๙. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน ๑๐. มีความคลองแคลวในการเคลื่อนที่ได ๓๐ เปอรเซ็นต ภารกิจ รักษาความปลอดภัยใหแกบุคคลสำคัญ อาคารสถานที่ ที่ตั้งทางทหาร สิ่งอำนวยความ สะดวกและยุทโธปกรณ รวมถึงควบคุมการกอความไมสงบในพื้นที่เขตหลัง และการปฏิบัติการในหนาที่ที่ เกี่ยวของกับกิจการสารวัตรทหาร ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมของทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยผูบังคับบัญชา ที่ตั้งทางทหาร อาคารสถานที่สำคัญ หรือ บุคคลสำคัญ ตามที่ไดรับมอบหมาย ๓. จับกุมทหารหรือบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหารที่กระทำความผิด และปองกัน อาชญากรรมในเขตพื้นที่ทหาร
๗๙ ๔. ควบคุมบุคคล ยานพาหนะ และกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัยและจราจร ตลอดจนจัด เจาหนาที่ใหคำปรึกษา ประสานงานดานการรักษาความปลอดภัย และจราจรกับหนวยงานตาง ๆ ๕. คุมกันและรักษาความปลอดภัยในการขนสงยุทโธปกรณ และการเคลื่อนยายทางทหาร ๖. มีขีดความสามารถตอตานพลซุมยิง ๗. เปนหนวยสนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่สวนหลังเมื่อไดรบัคำสั่ง ๘. สามารถเคลื่อนที่ดวยยานยนตในอัตราได ๑๐๐ เปอรเซ็นต ๙. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหาร ดานการสนับสนุนการรบ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของกองพันทหารสารวัตรกองทัพภาค โดยอาจกำหนดขึ้นสมทบ หรือขึ้นควบคุมทางยุทธการกองพลทหารราบหรือกองพลทหารมา หรือหนวยอื่น ๆ ไดตามความจำเปน ทางดานยุทธการ ขีดความสามารถ ๑. ดำเนินการควบคุมการหมุนเวียนการจราจรยานพาหนะรวมทั้งขบวนเดินตาง ๆ ขบวนผู อพยพ การอพยพเปนบุคคล การพิทักษประชาชนและทรัพยากร ตลอดจนควบคุมเสนทางคมนาคม ๒. ลาดตระเวนดวยยานยนต จัดตั้งตำบลควบคุมจราจร และตำบลควบคุมทหารพลัดหนวย หรือผสมกัน
๘๐ ๓. ปฏิบัติการลาดตระเวนเสนทาง การคุมกันขบวนเดิน การระวังปองกัน การลำเลียงขนสง และการปองกันการเคล่อืนยายที่มีความเรงดวนสูง ๔. ปฏิบัติการระวังปองกันใหกับที่บังคับการ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยใหแกบุคคลที่ ไดรบัมอบหมาย ๕. ดำเนินการสอบสวนและการกำหนดมาตรการปองกันอาชญากรรม ๖. ดำเนินการ ณ ตำบลรวบรวมเชลยศึก และตำบลรวบรวมพลเรือนผูถูกกักกัน ทั้งที่ตำบล รวบรวมกลาง และสวนหนา ซึ่งตั้งอยูในเขตของกรมดำเนินกลยุทธในแนวหนาได ๒ กรม เมื่อไปสนับสนุน การรบใหกับกองพล ๗. ดำเนินการรักษาความปลอดภัยใหกับเชลยศึก และพลเรือนผูถูกกักกัน ในระหวางการ สงกลับจากตำบลรวบรวมเชลยศึกหนา มายัง ตำบลรวบรวมเชลยศึกกลางของกองพล เมื่อไปสนับสนุนการ รบใหกับกองพล ๘. ควบคุมนักโทษทหารชั่วคราว ๙. รวมมือในการปฏิบัติการแบบตำรวจทั้งการปฏิบัติการรวมและผสม ๑๐. ดำเนินการบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย คำสั่ง ระเบียบ ขอบังคับ และวินัยในพื้นที่สูรบ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำและนโยบายของผูบังคับบัญชา ๑๑. กองรอยปฏิบัติหนาที่ตามภารกิจที่กำหนดในพื้นที่ระหวางเสนเขตหลังของกรม และเสน เขตหลังของกองพล เม่อืไปสนับสนนุการรบใหกับกองพล ๑๒. สนับสนุนการปฏิบัติการดานการรักษาความมั่นคงภายใน การปองกันและปราบปรามการ กอความไมสงบในพื้นที่สวนหลัง เมื่อไดรับการสนับสนุนเครื่องมือที่เหมาะสม กองพันทหารสารวัตรที่ ๑๑ อจย.๑๙-๒๐๕ (๒๔ มิ.ย.๓๒)
๘๑ ภารกิจ ปฏิบัตงิานในกิจการสารวัตรทหารใหแกมณฑลทหารบกที่ ๑๑ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของมณฑลทหารบกที่ ๑๑ ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับและแบบธรรมเนียมของทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูงและบุคคลสำคัญตามที่ไดรับ มอบหมาย ๓. รักษาความปลอดภัยที่ตั้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารและการขนสง ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหารใหแกมณฑลทหารบกที่ ๑๑ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของมณฑลทหารบกที่ ๑๑ ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมายระเบียบ คำสั่งขอบังคบัและแบบธรรมเนียมของทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามที่ไดรับ มอบหมาย ๓. รักษาความปลอดภัยที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารและการขนสง ๔. จับกุมทหาร , ขาราชการกลาโหมพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ที่กระทำผิด และปองกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ทางทหาร ๕. อำนวยการและควบคุมการจราจรทางทหาร ๖. สนับสนุนการพิทักษพื้นที่สวนหลัง ๗. ดำเนินการตอเชลยศึก บุคคลพลเรือนชาติอื่นที่ถูกกักกันเมื่อไดรับมอบหมาย ๘. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน ๙. มีความคลองแคลวในการเคล่อืนที่ ๕๐ % รอย.สห.หญิง. ( อจย.๑๙ – ๒๐๘ )
๘๒ ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหาร ใหแก มณฑลทหารบกที่ ๑๑ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของ พัน.สห.๑๑ มทบ.๑๑ ขีดความสามารถ ๑. บังคบัใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับและแบบธรรมเนียมของทหาร ๒.อารกัขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามที่ไดรับมอบหมาย ๓. รักษาความปลอดภัยที่ตั้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารและการขนสง ๔. จับกุมทหาร , ขาราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ที่กระทำ ความผิด และปองกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ทางทหาร ๕. อำนวยการและควบคุมการจราจรทางทหาร ๖. สนับสนุนการพิทักษพื้นที่สวนหลัง ๗. ดำเนินการตอเชลยศึก บุคคลพลเรือนที่ถูกกักกัน เมื่อไดรับมอบหมาย ๘. ซอมบำรุงยุทโธปกรณในอัตราขั้นของหนวยได ๙. มีความคลองแคลวในการเคลื่อนที่ ๕๐ เปอรเซ็นต ภารกิจ ดำเนินการรักษาความปลอดภัยใหแกบุคคลสำคัญ อาคารสถานที่ ที่ตั้งทางทหาร สิ่งอำนวย ความสะดวกและยุทโธปกรณ ทั้งในขณะอยูกับที่ และขณะเคลื่อนยายหรือเดินทาง รวมถึงการปฏิบัติ การ ควบคุมการกอความไมสงบในพื้นที่เขตหลัง และการปฏิบัติการในหนาที่ท่เีกี่ยวของกับกิจการ สารวัตรทหาร
๘๓ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของ พัน.สห.๑๑ มทบ.๑๑ ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมของ ทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามที่ไดรับ มอบหมาย ๓. รักษาความปลอดภัยตอที่ตั้งทางทหาร และอาคารสถานที่สำคัญ โดยสามารถตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อควบคุม ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบุคคล และยานพาหนะ ในพื้นท่ทีี่ไดรับมอบหมาย ๔. จับกุมทหาร ขาราชการพลเรือน สังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ที่ กระทำความผิด และปองกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ทหาร ๕. ควบคมุบุคคล ยานพาหนะ และกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัย และจราจร ตลอดจนจัดเจาหนาที่ใหคำปรึกษา ประสานงานดานการรักษาความปลอดภัย และจราจรกับหนวยงาน ตาง ๆ ๖. คุมกัน และรักษาความปลอดภัยในการขนสงยุทโธปกรณ และการเคลื่อนยายทางทหาร ๗. เปนหนวยตอบโตพิเศษเคลื่อนที่เร็ว ตามหลักนิยมไดภายในพื้นที่ปฏิบัติการ ๘. มีขีดความสามารถตอตานพลซุมยิง ๙. ปฏิบัติการเปนหนวยพิทักษพื้นที่เขตหลังเมื่อไดรับคำสั่ง ๑๐. ปฏิบัติการลาดตระเวน หรือสายตรวจรวมทั้งทางบก และทางลำน้ำ โดยสามารถ เคลื่อนที่ดวย ยานยนตในอัตราได ๑๐๐ เปอรเซ็นต ๑๑. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน หมายเหตุ - ทภ.๑ ( พัน.สห.๑๒ ) - ทภ.๒ ( พัน.สห.๒๑ ) - ทภ.๓ ( พัน.สห.๓๑ ) - ทภ.๔ ( พัน.สห.๔๑ ) และ มทบ.๑๑ ( พัน.สห.๑๑ ) จัดหนวยขนาดกองพัน มณฑลทหารบก ไดแก ฝายการสารวัตร , ฝายการสืบสวนสอบสวน , หนวยทหารสารวัตร และ เรือนจำทหาร ๑. ฝายการสารวัตร เปนฝายกิจการพิเศษในกองบัญชาการมณฑลทหารบก มีหนาที่และความ รับผิดชอบดังตอไปนี้.-
๘๔ ๑.๑ ใหขอเสนอแนะแกผูบังคับบัญชาเกี่ยวกับการขาวกรอง ในเรื่องความสงบเรียบรอย และ การในหนาที่อื่นๆ ของทหารสารวัตร ๑.๒ พิจารณาใหขอเสนอแนะแกผูบังคับบัญชาเกี่ยวกับการใชหนวยทหารสารวัตร รวมทั้ง ประสานงานกับตำรวจและสวนราชการที่มีหนาที่รักษากฎหมายฝายพลเรือนอื่น ๆ ๑.๓ กำกับดูแลใหเปนไปตามแผนการฝกศึกษาของหนวยทหารสารวัตร ๑.๔ วางแผน และกำกับดูแลการปฏิบัติงานของทหารสารวัตร ๑.๕ การบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่ง ๑.๖ การจับกุมทหารขาดหนีราชการ และทหารที่กระทำความผิดในที่ตั้งหนวยทหาร ตามคำส่ัง ของผูบังคับบัญชา ๑.๗ การคุมขัง , ดูแลรักษา , อบรมดัดนิสัย และการฝกอาชีพผูตองขังในเรือนจำ ที่ควบคุม และ เรือนคนไขนักโทษของโรงพยาบาล (ถามี) ๑.๘ ควบคุมการสัญจร และตรวจพิสูจนบุคคลที่เปนทหารหรือพลเรือนซึ่งอยูในความควบคุม ของทหาร ๑.๙ การควบคุมจราจรในกิจการทหาร ๑.๑๐ การรกัษาความปลอดภัยทางวัตถุ ๑.๑๑ การปฏิบัติการตอเชลยศึก ทหารพลัดหนวย พลเรือน ผูถูกกักกัน ชนชาติศัตรู ผูลี้ภัย ๑.๑๒ ปองกันทรัพยสิน สิ่งอุปกรณของทางราชการมิใหถูกโจรกรรม ๑.๑๓ วางมาตรการและประสานงาน เพื่อชวยเหลือเจาหนาที่ฝายทหารหรือฝายพลเรือนในเรื่อง การกอความไมสงบของประชาชน และการบรรเทาสาธารณภัย ๑.๑๔ การลงหลักฐานรถยนตและอาวุธของบุคคลในหนวยตามนโยบายผูบังคบับัญชา ๑.๑๕ การปฏิบัติงานทางธุรการตาง ๆ ที่เกี่ยวของ ๒. ฝายการสืบสวนสอบสวน เปนฝายกิจการพิเศษในกองบัญชาการมณฑลทหารบก มีหนาที่และ ความรับผิดชอบดังนี้.- ๒.๑ ใหคำปรึกษาและเสนอแนะแกผูบังคับบัญชาเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ๒.๒ วางโครงการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม และดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู ในอำนาจศาลทหาร ๒.๓ รวมมือการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยการ ปฏิบัติและการประสานงานกรณีทหารถูกกลาวหาวากระทำความผิด พ.ศ. ๒๕๔๔ ๒.๔ ดำเนินการใหไดมาซึ่งทรัพยสินตามคำพิพากษา ๒.๕ เก็บรกัษาเอกสาร พยานวัตถุ และของกลางอื่น ๆ ๒.๖ ตรวจพิสูจนรองรอยหลักฐานตาง ๆ เกี่ยวกับอาชญากรรม ๒.๗ ถายภาพวัตถุพยานและภาพอื่น ๆ ที่ตองพิสูจนลักษณะจำเพาะที่มีประจำตัวบุคคล ๒.๘ บันทึกและรายงานสถิติผลงาน ๒.๙ ดำเนินการสำรวจปองกันอาชญากรรมหรือสำรวจการรักษาความปลอดภัยทางวัตถุ ๒.๑๐ ปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวของตามคำสั่งของผูบังคับบัญชา ๓. หนวยทหารสารวัตร จัดกำลังเปนหนวยขนาดกองรอยขึ้นตรงตอมณฑลทหารบก ( ยกเวน มทบ.๑๑ )
๘๕ กองรอยทหารสารวัตร มณฑลทหารบก อจย.๑๙-๓๐๗ (๒๔ มิ.ย.๓๒) ผังการจัด รอย.สห.มทบ. อจย. ๑๙ - ๓๐๗ ( ๒๔ มิ.ย.๓๒ ) กองรอยทหารสารวัตร มณฑลทหารบก อจย.๑๙-๓๐๗ (๒๔ มิ.ย.๓๒) ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหารใหแกมณฑลทหารบก การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของมณฑลทหารบก ขีดความสามารถ ๑. บังคับใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมของ ทหาร ๒. อารักขาและรักษาความปลอดภัยแกผูบังคับบัญชาชั้นสูง และบุคคลสำคัญตามท่ีไดรับ มอบหมาย ๓. รักษาความปลอดภัยที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารและการขนสง ๔. จับกุมทหาร ขาราชการกลาโหมพลเรือนสังกัดกระทรวง กลาโหม ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ที่กระทำความผิด และปองกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ทางทหาร ๕. อำนวยการและควบคุมการจราจรทางทหาร ๖. สนับสนุนการพิทักษพื้นที่สวนหลัง ๗. ดำเนินการตอเชลยศึก บคุคลพลเรือนชาติอื่นที่ถูกกักกันเมื่อไดรับมอบหมาย ๘. ทำการรบอยางทหารราบไดเมื่อจำเปน ๙. มีความคลองแคลวในการเคลื่อนท่ี๒๕ % ๔. เรือนจำทหาร จัดเปนหนวยในอัตราของมณฑลทหารบก โดยมีผูบัญชาการมณฑลทหารบกเปนผูบัญชาการรบัผิดชอบ และทำหนาที่เปนผูบัญชาการเรือนจำ โดยตำแหนง การปฏบิัติตามสายวิทยาการ อยูใน ความควบคมุและกำกับดูแลดานสายวิทยาการ ของ นายทหารฝายการสารวัตร ( นสห.) กอง รจ.มทบ. จัดตาม อจย. ๑๙ – ๒๑๕ ( ๕ ต.ค. ๓๒) คำสั่ง ทบ. (เฉพาะ) ที่ ๑๖๓/๓๓ ลง ๑๓ ก.ย.๓๓ เรื่อง แกอัตราการจัดและยุทโธปกรณ (ครั้งที่ ๒๑) รอย.สห.มทบ.บก.รอย. มว.สห. หมูสห. บก.มว.
๘๖ กองเรือนจำ ภารกิจ ๑. ใหคำปรึกษา เสนอแนะแกผูบังคบับัญชา และฝายอำนวยการเกี่ยวกับกิจการเรือนจำ ๒. ปกครองบังคับบัญชาผูตองขังใหเปนไปตามขอบังคับ และระเบียบวาดวยเรือนจำทหาร อำนวยการและดำเนินการใหเปนไปตามกฎและระเบยีบเกี่ยวกับการคุมขัง การใชแรงงานและการฝกอาชีพ ๓. ฝกอบรมเพื่อฟนฟูจิตใจของผูตองขังใหกลับตนเปนพลเมืองดี ๔. รวบรวมสถิติและประวัติของนักโทษเพื่อประโยชนในการวิจัย และการปองกันอาชญากรรม ของกองทัพบก ๕. ประสานงานโดยใกลชิดกับฝายการสารวัตรและเจาหนาที่ท่เีกี่ยวของ ๖. ปฏิบัติงานตามระเบียบ แบบธรรมเนียมที่สายวิทยาการกำหนด การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของกองทัพบก กอง รจ.มทบ. จัดตาม อจย. ๑๙ – ๒๑๗ ( ๕ ต.ค. ๓๒) มี มทบ.๑๒ , ๑๓ , ๑๔ , ๑๕ , ๒๑ , ๒๒ , ๒๓ , ๒๔ , ๓๑ , ๓๒ , ๓๓ , ๔๑ , ๔๒ รจ. มทบ. อจย. ๕๑ – ๒๐๑ ( ลง ๕ ต.ค. ๓๑ ) มี มทบ.๑๖ , ๑๗ , ๑๘ , ๑๙ ๒๕ , ๒๖ , ๒๗ , ๒๘ , ๒๙ , ๒๑๐ , ๓๔ , ๓๕ , ๓๖ , ๓๗ , ๓๘ , ๓๙ , ๓๑๐ , ๔๓ , ๔๔ , ๔๕ , ๔๖ กอง รจ. มทบ. มทบ.๑๑ กอง.รจ.มทบ.๑๑ บก.กอง มว.ที่ควบคุม ตอนรักษาการณ มว.พยาบาล ฝธก. ฝพธ.
๘๗ เรือนจำกรมกองทหาร ปจจุบันมีเรอืนจำเดียวเดียว คือ เรือนจำกองบริการศูนยการทหารราบ อฉก. หมายเลข ๔๑๑๐ คำสั่ง ศร.(เฉพาะ) ลับ ที่ ๑ / ๒๕ ลง ๔ ม.ค. ๒๕ สวนกำลังรบ มีฝายการสารวัตร เปนฝายกิจการพิเศษในกองบัญชาการกองพล มีหนาที่และความรับผิดชอบดังนี้.- ๑. การบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย คำสั่ง ระเบียบ ขอบังคับ และแบบธรรมเนียมตางๆ ๒. เสนอแนะและใหคำปรึกษา คำชี้แจงเกี่ยวกับการใชกองรอยทหารสารวัตรกองพล แก ผูบังคับบัญชาและฝายอำนวยการอื่นๆ ๓. วางแผน ควบคุม และกำกับดูแลเก่ยีวกับการจัดทหารสารวัตร ทำการตรวจ และควบคุม ตามจุดหรือตำบลตางๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ๔. การปองกันและการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมในเขตพื้นที่ ๕. การติดตอ ประสานกับเจาหนาที่ฝายพลเรอืน เพื่อรวมวางแผนในการควบคุมการกอความ ไมสงบ การรักษาความปลอดภัย และการบรรเทาภัยพิบัติตางๆ ๖. วางแผน การกำกับการปฏิบัติงานของทหารสารวัตรในเรื่อง ๖.๑ การดำเนนิการตอเชลยศึก ณ ตำบลรวบรวมเชลยศึก ๖.๒ การอำนวยความสะดวกทางการจราจรในการเคลื่อนยายของหนวยทหาร ๖.๓ การควบคุมการเคลื่อนไหวของบุคคลและทหารพลดัหนวย ๖.๔ การจับกุมทหารหรือบคุคลพลเรือนที่กระทำผิดในพื้นท่เีขตรับผิดชอบ ๖.๕ การรักษาความปลอดภัย ๖.๖ การควบคุมการจราจร ๖.๗ การดำเนินการการตอนักโทษ ๖.๘ อื่น ๆ ท่เีกี่ยวของ กองรอยทหารสารวัตรสนาม กองพันทหารสารวัตรกองทัพภาค มทบ.รจ.มทบ. กบร. รจ. ศร.
๘๘ อจย. ๑๙ – ๓๗ (๖ ก.ค.๕๙) ภารกิจ ปฏิบัติงานในกิจการสารวัตรทหาร ดานการสนับสนุนการรบ การแบงมอบ เปนหนวยในอัตราของกองพันทหารสารวัตรกองทัพภาค โดยอาจกำหนดขึ้นสมทบ หรือขึ้นควบคุมทางยุทธการกองพลทหารราบหรือกองพลทหารมา หรือหนวยอื่น ๆ ไดตามความจำเปน ทางดานยุทธการ ขีดความสามารถ ๑. ดำเนินการควบคุมการหมุนเวียนการจราจรยานพาหนะรวมทั้งขบวนเดินตาง ๆ ขบวนผูอพยพ การ อพยพเปนบุคคล การพิทักษประชาชนและทรัพยากร ตลอดจนควบคมุเสนทางคมนาคม ๒. ลาดตระเวนดวยยานยนต จัดตั้งตำบลควบคุมจราจร และตำบลควบคุมทหารพลัดหนวย หรือ ผสมกัน ๓. ปฏิบัติการลาดตระเวนเสนทาง การคุมกันขบวนเดิน การระวังปองกัน การลำเลียงขนสง และการ ปองกันการเคลื่อนยายที่มีความเรงดวนสูง ๔. ปฏิบัติการระวังปองกันใหกับที่บังคับการ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยใหแกบุคคลที่ไดรับ มอบหมาย ๕. ดำเนินการสอบสวนและการกำหนดมาตรการปองกันอาชญากรรม ๖. ดำเนินการ ณ ตำบลรวบรวมเชลยศึก และตำบลรวบรวมพลเรือนผูถูกกักกัน ทั้งที่ตำบลรวบรวม กลาง และสวนหนา ซึ่งตั้งอยูในเขตของกรมดำเนินกลยุทธในแนวหนาได ๒ กรม เมื่อไปสนับสนุนการรบ ใหกับกองพล ๗. ดำเนินการรักษาความปลอดภัยใหกับเชลยศึก และพลเรือนผูถูกกักกัน ในระหวางการสงกลับ จากตำบลรวบรวมเชลยศึกหนามายังตำบลรวบรวมเชลยศึกกลางของกองพล เมื่อไปสนับสนุนการรบใหกับ กองพล ๘. ควบคมุนักโทษทหารชั่วคราว ๙. รวมมือในการปฏิบัติการแบบตำรวจทั้งการปฏิบัติการรวมและผสม ๑๐. ดำเนินการบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย คำสั่ง ระเบียบ ขอบังคับ และวินัยในพื้นที่สูรบ โดย ปฏิบัติตามคำแนะนำและนโยบายของผูบังคบับัญชา
๘๙ ๑๑. กองรอยปฏิบัติหนาที่ตามภารกิจที่กำหนดในพื้นที่ระหวางเสนเขตหลังของกรม และเสนเขต หลังของกองพล เมื่อไปสนับสนุนการรบใหกับกองพล ๑๒. สนับสนุนการปฏิบัติการดานการรักษาความมั่นคงภายใน การปองกันและปราบปรามการกอ ความไมสงบในพื้นที่สวนหลัง เมื่อไดรับการสนับสนุนเครื่องมือท่เีหมาะสม ภารกิจทั่วไปของทหารสารวัตร ในการสูรบ มี ๔ ประการ คือ ๑. การควบคุมการหมุนเวียนการจราจรในสนามรบ - การลาดตระเวนเสนทางและการสะกดรอย - การบังคับใชเสนทางการสงกลับ - การควบคุมทหารพลัดหนวยและผูลี้ภัย
๙๐ - การปฏิบัติหนาที่ใหเปนไปตามกฎหมาย คำสั่ง ๒. การรักษาความปลอดภัยพื้นที่ - การลาดตระเวนพื้นที่ - การปฏิบัติการรบในพื้นท่สีวนหลัง - การรักษาความปลอดภัยบุคคล , หนวย , ขบวนลำเลียง , สถานที่ , สิ่งอำนวยความ สะดวก และตำบลสำคัญ บนเสนหลักการสงกำลัง - การปฏิบัติการควบคุมความเสียหายเปนพื้นที่ - การรวบรวมขาวสารและการรายงาน - การควบคุมสงครามเคมี,ชีวะ,รังสี และการรายงาน ๓. ความรบัผิดชอบในเรื่องเชลยศกึ - การรวบรวมและการสงกลับเชลยศกึ - การแลกเปลี่ยนเชลยศึก ๔. การปฏิบัติหนาที่ใหเปนไปตามกฎหมายและคำสั่ง - การบังคับใหเปนไปตามกฎหมาย - การสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม - การเรือนจำ ทหารสารวัตร หมายถึง ทหารเหลาทหารสารวัตร ที่บรรจุในอัตรากำลังของหนวยตาง ๆ สวนคำวา สารวัตรทหาร หมายถึง ทหารสารวัตร หรือเหลาอื่น หรือพรรคอื่น ซึ่งปฏิบัติหนาที่สารวัตรทหาร ตามคำสั่งผูมี อำนาจสั่งใชสารวัตรทหาร โดยมีอำนาจหนาที่ในการปฏิบัติการภายในเขตพื้นที่ที่ผูมีอำนาจสั่งใชสารวัตร ทหาร โดยมหีนาที่รับผิดชอบ หรือตามอำนาจหนาที่ที่กำหนดไวในกฎหมาย หรือแบบธรรมเนียมของทหาร
๙๑ เพื่อใหการรักษาระเบียบวินัยดำเนินการไปโดยเครงครัดรวมถึงการรักษาความสงบเรียบรอย และ ศีลธรรมอันดีใหสารวตัรทหารมีหนาที่ดงันี้๑. สอดสอง ตรวจตราใหทหาร ขาราชการกลาโหมพลเรือน และคนงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม อยูในระเบียบวนิัยความสงบเรียบรอยและศีลธรรมอันดี๒. วากลาวตักเตือน และจับกุมทหาร ขาราชการกลาโหมพลเรือน และคนงานในสังกัด กระทรวงกลาโหมที่กระทำผิด ๓. สืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยูในอำนาจศาลทหาร ๔. ควบคุมการจราจรในกิจการทหาร ๕. รักษาความปลอดภัยทางวัตถุและอารักขาบุคคลสำคัญ ๖. ปฏิบัติการเกี่ยวกับการเรือนจำทหาร และเชลยศึก ทหารพลัดหนวย พลเรือนผูถูก กักกันในยามสงคราม ตามที่กฎหมาย กฎขอบังคับกำหนดใหเปนอำนาจหนาที่ของเจาหนาที่ฝายทหาร ๗. กำหนดมาตรการปองกันอาชญากรรมในวงการทหาร ๘. หนาที่อื่นตามที่กระทรวงกลาโหมหรือผูมีอำนาจสั่งใชสารวัตรทหารจะกำหนด สารวัตรทหารมี อำนาจสอบสวนคดีอาญา ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหารได ตามที่ผูบังคับบัญชาสั่ง ภายใตบทบัญญัติแหง กฎหมายวาดวยธรรมนูญศาลทหาร อำนาจหนาที่ของสารวัตรทหาร อาศัยอำนาจตามขอบังคับกระทรวงกลาโหม วาดวยสารวัตรทหาร พ.ศ. ๒๕๕๕ สารวัตรทหารมี อำนาจที่จะปฏิบัติตอทหาร ขาราชการกลาโหมพลเรือน และคนงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม ผูซึ่งไมอยูใน ระเบียบวินยัความสงบเรียบรอยหรือศลีธรรมอันดีอยูภายนอกที่ต้งัหนวยทหารหรือสถานที่ทำงานตามควร แกกรณีดงันี้๑. วากลาวตักเตือน ๒. จับกุม ๓. ตรวจคนผูถูกจับกุม เมื่อมีเหตอุันควรสงสัยวามีสิ่งของที่ผดิกฎหมาย หรือเพื่อใชในการ กระทำที่ผิดกฎหมาย ถาผูถูกจับกุมเปนหญิง ใหหญิงอื่นเปนผูตรวจคน ๔. ยดึสิ่งของ หรือสิ่งของที่อาจเปนภยัอันตราย หรอืที่ใชเปนพยานหลักฐานในการกระทำ ผิดนั้นได ๕. ในระหวางที่ยังไมมีการรับตัว ใหสารวัตรทหารควบคุม หรือจัดการเทาที่จำเปน เพื่อ ปองกันมิใหผูถูกจับกุมหลบหนี ๖. สืบสวนคดีอาญาที่อยูในอำนาจศาลทหาร
๙๒ ในการจับกุม สารวัตรทหาร ตองแจงเหตุที่จะจับกุม ใหผูถูกจับกุมทราบ และการจับกุมให กระทำโดยละมอม ถาจำเปนจะตองใชเครื่องพันธนาการ หรือใชอาวุธเพ่ือปองกันตน ก็ใหกระทำไดแตตอง ไมเกินสมควรแกเหตุ เม่อืสารวัตรทหารจับกุมผูใดแลว ใหปฏิบัติดังนี้๑. รายงานใหผูมีอำนาจสั่งใชสารวัตรทหารทราบ โดยเร็ว ๒. ผถู ูกจบักุม สังกดัอยูในเขตพ้นืที่รับผิดชอบ ของหนวยสารวัตรทหารที่จบักุม ใหนำตัว ผูถูกจับกุม สงหนวยทหารตนสังกัดของผูนั้น แลวรีบแจงใหผูบ ังคับบัญชาของผูถูกจับกุมทราบโดยเร็ว เพื่อ รับตัว ในกรณีนี้ใหผูบังคับบัญชา หรอืผูที่ผูบังคับบัญชามอบหมาย ไปรับตัวผูถูกจับกุมนัน้โดยเร็วและตอง ไมเกิน ๒๔ ชั่วโมง นับแตเวลาที่ไดรับแจง ๓. ผูถูกจับกุม สังกัดอยูนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของหนวยสารวัตรทหารที่จับกุม ใหรีบ แจงใหผูบังคับบัญชาของผูถูกจับกุมทราบโดยเร็วเพื่อรับตัวไป ในกรณีนี้ใหผูบังคับบัญชา หรือผูที่บังคับ บญัชามอบหมาย ไปรับตัวผูถกูจับกุมนั้นโดยเร็ว และตองไมเกิน ๗ วัน นับแตวันที่ไดรบัแจง ในเขตพื้นที่ใดมีหนวยทหารตางเหลาทัพตั้งอยู เมื่อเห็นเปนการสมควร ผูมีอำนาจสั่งใชสารวัตร ทหารในเขตพื้นท่ีนั้น อาจจัดสารวัตรทหารรวมกันปฏิบัติภารกิจในบังคับบัญชาของนายทหารเหลาทัพใดก็ไดทั้งนี้ใหท ำความตกลงกนัเปนหนังสือ สารวัตรทหาร นับวามีความสำคัญ และจำเปนมาก ซึ่งสถานการณในปจจุบันทามกลางความ ขัดแยง ความแตกตางทางความคิด บางครั้งเกิดความรุนแรงในบานเมือง สารวัตรทหาร ยังไดรับมอบ ภารกิจสำคัญ ๆ ในการดูแลความสงบเรียบรอย และการรักษาความปลอดภัย ใหกับบุคคลสำคัญ ระดับสูง รวมกับ เจาหนาที่ในสวนอื่น ๆ ควบคูไปกับการปฏิบัติหนาที่ตามปกติแมจะมีภารกิจ เปนจำนวนมาก เมื่อเทียบกบัจำนวนกำลังพลที่มีอยูแตทหารสารวัตรทุก นาย กพ็รอมที่จะปฏิบตัิหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย ดวยความเสียสละ เขมแข็ง สมกับคำกลาวที่วา ทหารสารวัตร คือ ผูพิทักษรกัษาภาพลกัษณของกองทัพ
๙๓
๙๔
๙๕