ปล ู ก ป า สม ุ นไพร ต อลมหายใจผ ื น เพียงเพื่อจะรักษาพื้นที่ปา คุณใหไดมากกวาความเห็นใจ
1 3 4 1 3 4
2 1 2 3 4 ‘ขมน้ิชนั’ สมนุไพรทเ่ีปนรายไดหลกัของเครอืขายสมนุไพร อินทรียในผืนปาตะวันตก ซึ่งจะปลูกชวงเดือนพฤษภาคม และเก็บเกี่ยวตั้งแตเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ (ภาพ:มูลนิธิโรงพยาบาลเจาพระยาอภัยภูเบศร) เมื่อขมิ้นทิ้งใบ ผูปลูกสมุนไพรจะเริ่มขุดขมิ้น โดยแบง เหงาเก็บไวขยายพันธุและแยกแงงขมิ้นเพื่อนำไปขาย ซึ่งสามารถขายไดทั้งแบบสดและตากแหง กอนนำไปตากแหง ตองลางทำความสะอาดขมิ้นเพื่อ ชะลางเศษดินและหินออกใหหมด ผึ่งไวหนึ่งคืน แลวจึงนำ เขาเครื่องหั่นในรุงเชา ขมิ้นชันที่หั่นเรียบรอยแลว จะใชเวลา 3 วันในการตาก เพื่อใหแหงสนิท โดยตองคอยพลิกเพื่อใหสีสวยเสมอกันและ ไมใหมีสิ่งปลอมปน ขมิ้น 6 ตันสดสามารถตากเหลือ 1 ตันแหง โดยจะขาย ใหกบัมลูนธิโิรงพยาบาลเจาพระยาอภยัภเูบศร ในราคาทต่ีกลง 2 ลวงหนากอนการปลูก 1 2 3 4 ‘ขมน้ิชนั’ สมนุไพรทเ่ีปนรายไดหลกัของเครอืขายสมนุไพร อินทรียในผืนปาตะวันตก ซึ่งจะปลูกชวงเดือนพฤษภาคม และเก็บเกี่ยวตั้งแตเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ (ภาพ:มูลนิธิโรงพยาบาลเจาพระยาอภัยภูเบศร) เมื่อขมิ้นทิ้งใบ ผูปลูกสมุนไพรจะเริ่มขุดขมิ้น โดยแบง เหงาเก็บไวขยายพันธุและแยกแงงขมิ้นเพื่อนำไปขาย ซึ่งสามารถขายไดทั้งแบบสดและตากแหง กอนนำไปตากแหง ตองลางทำความสะอาดขมิ้นเพื่อ ชะลางเศษดินและหินออกใหหมด ผึ่งไวหนึ่งคืน แลวจึงนำ เขาเครื่องหั่นในรุงเชา ขมิ้นชันที่หั่นเรียบรอยแลว จะใชเวลา 3 วันในการตาก เพื่อใหแหงสนิท โดยตองคอยพลิกเพื่อใหสีสวยเสมอกันและ ไมใหมีสิ่งปลอมปน ขมิ้น 6 ตันสดสามารถตากเหลือ 1 ตันแหง โดยจะขาย ใหกบัมลูนธิโิรงพยาบาลเจาพระยาอภยัภเูบศร ในราคาทต่ีกลง ลวงหนากอนการปลูก
ทุ กกระบวนการของเกษตรอิ นทรี ย มี อุ ปกรณ สำคัญคื อ 2 มื อ แต หยาดเหงื่ อแรงงาน ก็ แลกกับความคุมค า เพราะผลตอบแทนต อไร มากกว าพื ชเชิ งเดี่ ยว ที่ อาจสู งกว าถึ ง 5 เท า ทุ กกระบวนการของเกษตรอิ นทรี ย มี อุ ปกรณ สำคัญคื อ 2 มื อ แต หยาดเหงื่ อแรงงาน ก็ แลกกับความคุมค า เพราะผลตอบแทนต อไร มากกว าพื ชเชิ งเดี่ ยว ที่ อาจสูงกว าถึ ง 5 เท า
ปลู กสมุ นไพร ต อลมหายใจผื นป า หลายคนที่ เคยท องเที่ ยวในป า ไม ว าจะเป นอุ ทยานแห งชาติ หรื อ เขตรักษาพันธุสัตวป า ต างก็ รับรู ว าในป ามี พื ชพรรณและส่ำสัตวหลาก ชนิ ด แต น อยคนที่ จะทราบว าในป ายังมี ชุ มชนและพื้นที่ เกษตรกรรมที่ เป นรากฐานในการหล อเลี้ ยง ‘คนในป า’ ‘แล วทำไมไมใช กฎหมายบังคับให ย ายออกมาให หมด?’ นี่ อาจเป น คำถามที่ เกิ ดขึ้นในใจ แตในความเป นจริ ง หลายชุ มชนที่ ตั้งรกรากใน พน้ื ทอ่ี นรุ กั ษ กลบั เปน ผมู สี ท ิ ธโิ ดยชอบธรรมทอ่ี ยมู ากอ นมกี ารประกาศ รับรองเป นพื้นที่ อนุ รักษ ตามกฎหมาย และนน่ั คอื จดุ กำเนดิ ของโครงการจดั การพน้ื ทค่ี ม ุ ครองอยา งมสี ว นรว ม หรื อโครงการจอมป าที่ มู ลนิ ธิสื บนาคะเสถี ยร จับมื อกับกรมอุ ทยาน แหง ชาติสตั วป า และพนั ธพุ ช ื เพอ่ื แกไขปญ หาความขดั แยง ระหวา ง ชาวบา นและหนว ยงานของรฐั ซง่ึปจ จบุ นั ดำเนนิ การมาครบรอบ 10 ป โจทยของการจัดการพื้นที่ ถู กตอบโดยใช กรอบมติ คณะรัฐมนตรี วนั ท่ี30 มถิ น ุ ายน 2541 โดยการทำแนวเขตพน้ื ทใ่ีชป ระโยชนข องชมุ ชน เป นข อตกลงร วมกันระหว างชุ มชนและภาครัฐ เพื่ อใหไม เกิ ดการรุ กล้ำ พน้ื ทป่ี า เพม่ิ เตมิ หลังจากได แนวเขตคำถามต อไปที่ เราต องตอบคื อ ทำอย างไรเพื่ อ ใหไปถึ งจุ ดหมาย ‘คนอยูไดป าอยูไดสัตวป าอยูได’ ซึ่ งคำตอบนั้นเรา ไดจ ากการรว มมอื กบั มลู นธิโิ รงพยาบาลเจา พระยาอภยั ภเูบศร โดยหนนุ เสรมิ ระบบเกษตรอนิ ทรยี ทส่ี ามารถ ‘ตอบโจทย’ ทง้ั เรอ่ื งรายได เพิ่ ม คุ ณ ุ ณภาพชี ว ี วิ ต ิ ต ใช พื้นที่ อย างมีประสิ ทธิ ภาพ และลดการใชสารเคมี แตก วา จะกา วมาถงึ ทกุ วนั น้ี เครอื ขา ยสมนุไพรอนิ ทรยีใ นผนื ปา ตะวนั ตก เรี ยกได ว าล มลุ กคลุ กคลาน ผ านการทำงานหนักตลอด 4 ป เพื่ อใช สมุ นไพรต อลมหายใจให ผื นป า ปลู กสมุ นไพร ต อลมหายใจผื นป า หลายคนที่ เคยท องเที่ ยวในป า ไม ว าจะเป นอุ ทยานแห งชาติ หรื อ เขตรักษาพันธุสัตวป า ต างก็ รับรู ว าในป ามี พื ชพรรณและส่ำสัตวหลาก ชนิ ด แต น อยคนที่ จะทราบว าในป ายังมี ชุ มชนและพื้นที่ เกษตรกรรมที่ เป นรากฐานในการหล อเลี้ ยง ‘คนในป า’ ‘แล วทำไมไมใช กฎหมายบังคับให ย ายออกมาให หมด?’ นี่ อาจเป น คำถามที่ เกิ ดขึ้นในใจ แตในความเป นจริ ง หลายชุ มชนที่ ตั้งรกรากใน พน้ื ทอ่ี นรุ กั ษ กลบั เปน ผมู สี ท ิ ธโิ ดยชอบธรรมทอ่ี ยมู ากอ นมกี ารประกาศ รับรองเป นพื้นที่ อนุ รักษ ตามกฎหมาย และนน่ั คอื จดุ กำเนดิ ของโครงการจดั การพน้ื ทค่ี ม ุ ครองอยา งมสี ว นรว ม หรื อโครงการจอมป าที่ มู ลนิ ธิสื บนาคะเสถี ยร จับมื อกับกรมอุ ทยาน แหง ชาติสตั วป า และพนั ธพุ ช ื เพอ่ื แกไขปญ หาความขดั แยง ระหวา ง ชาวบา นและหนว ยงานของรฐั ซง่ึปจ จบุ นั ดำเนนิ การมาครบรอบ 10 ป โจทยของการจัดการพื้นที่ ถู กตอบโดยใช กรอบมติ คณะรัฐมนตรี วนั ท่ี30 มถิ น ุ ายน 2541 โดยการทำแนวเขตพน้ื ทใ่ีชป ระโยชนข องชมุ ชน เป นข อตกลงร วมกันระหว างชุ มชนและภาครัฐ เพื่ อใหไม เกิ ดการรุ กล้ำ พน้ื ทป่ี า เพม่ิ เตมิ หลังจากได แนวเขตคำถามต อไปที่ เราต องตอบคื อ ทำอย างไรเพื่ อ ใหไปถึ งจุ ดหมาย ‘คนอยูไดป าอยูไดสัตวป าอยูได’ ซึ่ งคำตอบนั้นเรา ไดจ ากการรว มมอื กบั มลู นธิโิ รงพยาบาลเจา พระยาอภยั ภเู บศร โดยหนนุ เสรมิ ระบบเกษตรอนิ ทรยี ทส่ี ามารถ ‘ตอบโจทย’ ทง้ั เรอ่ื งรายได เพิ่ ม คุ ณ ุ ณภาพชี ว ี วิ ต ิ ต ใช พื้นที่ อย างมีประสิ ทธิ ภาพ และลดการใชสารเคมี แตก วา จะกา วมาถงึ ทกุ วนั น้ี เครอื ขา ยสมนุไพรอนิ ทรยีใ นผนื ปา ตะวนั ตก เรี ยกได ว าล มลุ กคลุ กคลาน ผ านการทำงานหนักตลอด 4 ป เพื่ อใช สมุ นไพรต อลมหายใจให ผื นป า
ปล ุ กเพื่อปล ู ก “ ” การทำเกษตรอินทรีย ต องละเอียด แตผลตอบแทนมันคนละระดับกับพืชเชิงเดี่ยว มันชวยผอนชีวิตเรา จากที่ต องรีบเรงเก ็ บผลผลิต ก ็ เปลี่ยนมาคอยเป นคอยไป ยุทธนา เพชรนิล ผูประสานงานโครงการสมุนไพรอินทรียในผืนปาตะวันตก
ปญหาความลาชาในการจายคาตอบแทนก็ถือเปนหนึ่งโจทยใหญเพราะในปแรกกลุม สมุนไพรยังขาดเงินหมุนเวียน และการรวบรวมผลผลิตสงขายใหกับทางอภัยภูเบศรจำเปน ตองใชเวลารวบรวมขนสงทเีดยีวเพอ่ืใหคมุทนุอกีทง้ัยงัตองผานการตรวจอยางละเอยีดเพอ่ื หาสารเคมีตกคาง กระบวนการเหลานี้กินเวลารวม 3 เดือน กวาจะไดรับเงิน “สมาชิกหลายคนทอเพราะไดเงินชา ผมก็ตองใชเงินสวนตัวจายใหครึ่งหนึ่งเพื่อรักษา กำลังใจ ตอนหลังๆเรื่องนี้ไมเปนปญหา เพราะทุกครั้งที่ขายผลผลิต กลุมสมุนไพรจะหัก รอยละ 10 เขาสวนกลางของกลุม เพื่อใหเกิดการบริหารจัดการตนเองภายในกลุม” นอกจากเรื่องเงินแลว ความเชื่อมั่นในการทำงานก็ถือวาเปนปญหาใหญเพราะชุมชน เหลานถ้ีกูโครงการของภาครฐัทำรายมาหลายครง้ัเชนการสงเสรมิใหปลกูพชืแตกลบัไมมอง ในระยะยาววา พืชเก็บผลผลิตไดกี่ปและผลผลิตจะขายที่ไหน ขายใหใคร ไดราคาเทาไร เมื่อเจอปญหาเชนนี้เกษตรกรสวนใหญก็ไรทางเลือกนอกจากกลับสูวิถีเกษตรกรรม พืชเชิงเดี่ยวเชนเดิม “โครงการนี้จะแตกตางจากหลายๆโครงการ เพราะเราประกันราคาซื้อ มีเปาการผลิต แตละปวาจะผลิตเทาไหรดังนั้นผลิตมาก็มีคนซื้อทั้งหมด ผมเองก็ฝากอาชีพไวกับเขา มอง อนาคตเปนแผนยุทธศาสตร5 ป10 ปคือเราทำตอแนๆ ซึ่งผมมองไววาในอนาคตเรื่อง สมุนไพรจะกลายเปนวิสาหกิจชุมชน เมื่อถึงตอนนี้เขาก็เดินเองไดไมตองพึ่งผม” จากจุดเริ่มตนในปพ.ศ.2553 ที่มีรายไดกลุม 124,080 บาท ปจจุบันตัวเลขยอดขาย ของปพ.ศ. 2556 ที่ผานมา สูงถึง 2,256,772 บาท เรียกไดวาเติบโตอยางกาวกระโดด โดยใชเวลาเพียง 4 ปโดยมีสมุนไพรที่สรางรายไดหลักอยางขมิ้นชันและมะขามเปยก แตดวยขนาดกลุมที่ใหญและยอดขายที่เยอะขึ้น ก็นำมาสูปญหาดานคุณภาพการผลิต ทห่ีวัหนาเหลก็ตองคอยๆแกไขทลีะเปลาะ ตง้ัแตมาตรฐานการหน่ัการตาก การบรรจผุลติผล จนในที่สุดก็สามารถหาทางออกคือตั้งศูนยแปรรูปผลิตภัณฑที่บานทาลำใย จ.กาญจนบุรี ซึ่งสามารถแกปญหาไดชะงัด ปพ.ศ. 2557 นี้หัวหนาเหล็กประมาณการวาจะมีรายไดจากการขายสมุนไพร 2,735,000 บาท นับวาเปนกิจกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพการใชที่ดิน ลดการใชสารเคมี สงผลดตีอทง้ัคน ทง้ัปาและสตัวปา โดยยงัยดึหลกัการทำเกษตรอนิทรยีไวเปนหวัใจสำคญั “ตอนนเ้ีราพสิจูนไดแลววาชาวบานสามารถทำเกษตรอนิทรยีไดแตถาเมอ่ืไหรชาวบาน กลบัไปใชเคมีโครงการนก้ีค็งตองลมเพราะถงึมนัจะสรางรายไดแตมนัไมม ปีระโยชนอะไร ไมมีประโยชนตอปา ไมมีประโยชนตอคนยังไงก็ตองเชื่อมั่นในแนวทางนี้และสูตอไป” อานเพิ่มเติมไดที่ - http://www.abhaiherb.com/ - http://www.greenerald.com/ ขมิ้ นช ั น พืชประเภทไมลมลุก เนื้อขางในสีเหลืองอมสม มกีลน่ิหอม ใบเดย่ีวเรยีงสลบักลบีประดบัสเีขยีวออน กลีบปากสีเหลืองนวล ขยายพันธุโดยใชเหงา ขมิ้นชันเปนพืชลงหัว ไวตอการเปลี่ยนแปลงของ ฤดูกาล จึงควรปลูกในชวงเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะให สารสำคัญมากที่สุดในชวงปลายธันวาคม เมื่อลำตน เหนือดินแหงสนิท จึงเริ่มทำการเก็บเกี่ยว การใชขมิ้นชันรักษาโรค
ปล ู กเพื่อปก “ ” เราอย ูแบบธรรมดาไมต องการเยอะ ตอนตายก ็ไมต องคิดเยอะ แตถ ารวยแล วคิดเยอะ น ้ ำตาไหลไมร ู กี่ครั้ งกอนจะตาย แตก ็ ต องตายอย ูดี มีมากเทาไหรก ็ เอาไปไมได สมหมาย ทรัพย รังสิก ุ ล ผูอาวุโสกลุมตนทะเล
อานเพิ่มเติมไดที่ - http://www.abhaiherb.com/ - http://www.greenerald.com/ ไมพุมมีความสูงประมาณ 50-180 เซนติเมตร มีอยูหลายสายพันธุลำตนและกิ่งกานมีสีมวงแดง ขยายพันธุดวยวิธีการใชเมล็ด กระเจี๊ยบแดงมีธาตุเหล็กและเบตาแคโรทีนสูงมาก จงึเหมาะกบัผทูเ่ีปน โรคโลหติจางจากการขาดธาตเุหลก็ และคนที่ขาดวิตามินเอ สารสแีดงในกระเจย๊ีบแดงมชีอ่ืวา "แอนโธไซยานนิ" มีฤทธิ์ในการตานอนุมูลอิสระ ชวยกำจัดสารพิษ ชวยใหหลอดเลือดแข็งแรง ตานภูมิคุมกัน และมีฤทธิ์ คลายฮอรโมนเอสโตรเจน สามารถลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ขับปสสาวะ ขับยูริก ลดการอักเสบ ในทางเดินปสสาวะ กระเจย๊ีบมอีกีชอ่ืเรยีกหนง่ึวา ‘สมพอเหมาะ’ ใบออน ของกระเจี๊ยบสามารถใชเปนผักแนม หรือใชแกงสม มีรสเปรี้ยวกำลังดีในใบมีวิตามินเอ ชวยบำรุงสายตา การใชกระเจี๊ยบประกอบอาหาร สง่ิเดยีวทผ่ีเูฒาแหงมองกว๊ัะกงัวล ไมใชเรอ่ืงรายไดแตเ ปนเรอ่ืงวถิชีวีติทก่ีำลงัจะหายไป และการเขามาของสารเคมี “ตอนนี้คนทำไรเขาใชยาฆาหญา ยิ่งนานไปก็ตองใชสารที่มันแรงขึ้น ผลกระทบมันมี อยางปลาที่เคยหาไดในนาก็หายหมดเหลือแตปลาชอน ไสเดือนนี่หายหมด คนดำน้ำหาปู หาปลาก็เปนโรคตาแดงมากขึ้น เหมือนน้ำมันไมสะอาด พวกตะไครสีเขียวกับเห็ดริมน้ำที่ เคยเก็บมากินก็หายไปหมด “ขนาดสัตวยังทนไมไหว แลวคนจะทนไหวไดยังไง” อาจารยศ ศนิเฉลมิลาภ เลขาธกิารมลูนธิสิบืนาคะเสถยีร เคยเปรยีบเทยีบวาพน้ืทแ่ีหงน้ี ไมตางจาก ‘แนวรบ’ เพอ่ืรกัษาผนื ปาแตนบัวนัแนวรบจะยง่ิถกู ‘รกุ ’ หนกัจากการพฒันา “เราเองก็ตองการความเจริญ แตน้ำในปาตองอุดมสมบูรณถาความเจริญเขามา แตน ำ้ในปาเสยีหมด เรากอ็ยไูมไดบางคนความเจรญิเขามากไ็ปตามความเจรญิเปลย่ีนไป ทำเคมกีนัเยอะ เหมอืนทค่ีรง้ัหนง่ึฤๅษเีคยทำนายวาตอ ไปกนิผกัอะไรกต็องลาง ตอนนน้ัเรา ไมเชื่อ แตเดี๋ยวนี้สารเคมีมันมาทุกทาง ทั้งทางน้ำ ทางอากาศ ทางดิน ถึงเราไมไดใช เราก็กินเขาไปทุกวัน” ลงุสมหมายฉายภาพความกงัวลตอเพอ่ืนบาน ‘กำลงัพฒันา’ ทใ่ีชสารเคมอียางไมรเูทาทนั เชน การไมใสชุดปองกันที่ถูกตอง หรือไมชำระลางรางกายใหสะอาดหลังใชเสร็จ “บางคนพนยาไปสูบยาไป บางคนถอดเสื้อ หลายคนกลับมาตัวเปยกจากยาฆาหญา ยังไมทันอาบน้ำก็มากอดลูกกอดเมีย บางทีตัวเขาไมเปนไรแตที่โดนคือลูกเด็กเล็กแดง พอบอกวาเปนเพราะยาเขาก็ไมเชื่อ” คำขวัญตนทะเลวรรคหนึ่งที่สะทอนความคิดของลุงสมหมายวา ‘ผืนดินนี้ไมใชของเรา’ เปนสิ่งยืนยันไดอยางดีถึงความคิดตางของลุงสมหมาย ที่ไมไดตองการเอกสารสิทธิในที่ดิน แตยังยึดถือประเพณีการทำไรหมุนเวียนที่เปนไรรวมของทุกคน แนวคิดดังกลาวก็ถูกนำมาปรับใชกับการปลูกสมุนไพรอินทรียโดยทำเปนไรรวม สรางรายไดใหกลุม และใชเงินสวนหนึ่งในการรักษาผืนปา เชน สนับสนุนการลาดตระเวน รวมกับเจาหนาที่พิทักษปา หรือการฟนฟูปาของชุมชน กลาวไดวาพืชสมุนไพรเปนหนึ่งในกลไกที่ปลูกไวเพื่อปกปองวิถีชีวิต วัฒนธรรมและ ธรรมชาติจากการถูกทำลาย “เราอยแูบบธรรมดาไมตองการเยอะ ตอนตายกไ็มตองคดิเยอะ แตถารวยแลวคดิเยอะ น้ำตาไหลไมรูกี่ครั้งกอนจะตาย แตก็ตองตายอยูดีมีมากเทาไหรก็เอาไปไมได” แดดเชายงัคงสาดสองขณะทค่ีวามหนาวยงัคงไมจางหาย ผมไดแตเหมอมองไปยงัไรราง หลังการเก็บเกี่ยวที่โอบลอมดวยผืนปา หวงัเพยีงวาการเดนิทางครง้ัหนา ไรผนืนจ้ีะยงัไมถกูรกุรานจากการมาถงึของพชืเชงิเดย่ีว กระเจ ี ๊ ยบ
ปกเพื่อป น “ เจาหนาที่เกษตรอิน ส ทร ุ น ีย ท มูล ร นิธิโ ค รง ู ณ พย ว าบ ัฒ าลเ น จา ” พระยาอภัยภูเบศร เราทำยาให คนกิน เราต องร ั กษาเขา ไมใชเอาสารพิษไปขายให เขา แตราคาต องไมแพง คนธรรมดาสามัญชนต องสามารถซื้อได
มะขามป อม ไมยืนตนขนาดเล็ก-กลาง สูง 8-12 เมตร ลำตน มักคดงอ เปลือกนอกสีน้ำตาลอมเทา ผิวเรียบหรือ คอนขางเรียบ เปลือกในสีชมพูสด ใบเดี่ยว มีลักษณะ คลายใบมะขาม ผลมรีสเปรย้ีวฝาดขม ตามตำรายาไทย มะขามปอม จะถูกนำมาใชเปนยาอายุวัฒนะ มะขามปอมอดุมไปดวยวติามนิซีนอกจากวติามนิซี ชวยปองกนัหวดัทำใหชมุคอ บำรงุเสยีงแลววติามนิซี ยังมีฤทธิ์ในการตานอนุมูลอิสระ มะขามปอมถกูนำมาใชอยางกวางขวางในรปูแบบ อาหารเสริม เพื่อบำรุงตับ และปองกันโรคเรื้อรัง ลดโอกาสการแพที่เกิดจากสารเคมี ยาอมแกไอมะขามปอม เปนภูมิปญญาพื้นบานที่ ใชสมุนไพรในทองถิ่นมาปรุงเปนยาใชรับประทานเมื่อ มีอาการไอ ยาตำรับนี้เปนตำรับอาจารยสุนทร พรหมหาราช หมอยาพื้นบานจังหวัดเลย ยาคำรับนี้ประกอบดวย มะขามปอม ขิง กระเทียม สมอไทย ดีปลีเกลือ น้ำตาล และน้ำผึ้ง สวนผสม เนื้อมะขาม 150 กรัม เนื้อสมอไทย 10 กรัม ขิง 5 กรัม ดีปลี5 กรัม น้ำตาลออย 200 กรัม กระเทียม 5 กรัม น้ำผึ้ง 2.5 ชอนโตะ เกลือ 15 กรัม วิธีทำ 1. ลางสมุนไพรใหสะอาด 2. หั่นสมุนไพรเปนชิ้นเล็ก และตำใหละเอียด 3. กวนสมุนไพรในกระทะ ตั้งไฟปานกลาง ใสเกลือ น้ำผึ้ง และน้ำตาลออย จนงวดปนไมติดมือ 4. ยกลงจากเตา รอใหเย็น นำมาปนเทาเม็ดพุทรา อานเพิ่มเติมไดที่ - http://www.abhaiherb.com/ - http://www.greenerald.com/ ตำรับการทำยาแกไขจากมะขามปอม
ป าไมจ ะอย ู ได เพราะคนที่ดอยโอกาสในสังคม เขาไมสามารถจะไปเรียกรองอะไร เขาไมมีอำนาจ ไมมีอิทธิพลอะไร คนพวกนอ้ียกูบัธรรมชาติกบั ปา ไม เขาควรจะไดใชประโยชนจากปา “ คนต องอย ู ได ก อน ”