พืชสมุนไพรไมดอกเหลือง
2 พืชสมุนไพรไมดอกเหลือง พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 3 คํานิยม เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสมเดจพระเทพร็ัตนราชสดาฯุสยามบรมราชกมารุี ที่ทรงสบสานพระ ื ราชปณิธานตอในการอน่รุักษ์ทรัพยากรของประเทศภายใต้โครงการอนรุักษ์พนธัุกรรมพืชอ นั เนื่องมาจากพระราชดําริสมเดจพระเทพร็ัตนราชสดาฯุสยามบรมราชกมารุี (อพ.สธ.) ที่ทรง มีพระราชดําริให้มีการศกษาส ึํ ารวจ “ ตงแต ั้ยอดเขาถ่งใต ึ้ ทะเล” เพื่อการอนรุักษ์ทรัพยากรไทย ภ มูิ ปัญญาไทยให้คงอยเปู่็นสมบ ตัของชาต ิ ต ิอไป่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาล ยัเป็นหน่วยหนึ่งที่ได้ร่วมสนองพระราชดําริในโครงการ อนรุักษ์พนธัุกรรมพืชอนเน ัื่องมาจากพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสดาฯุสยามบรม ราชกมารุี (อพ.สธ.) ทําการศกษาส ึํ ารวจวิจยัตงแต ั้ป่ี พ.ศ.๒๕๓๙มาจนถงป ึั จจ บุนัในพืนท้ี่ ต่างๆได้แก่โครงการสร้างป่าพนธัุกรรมพืชตามแนวพระราชดําริ อุทยานแห่งชาติ ทบลาน ั อําเภอครบรุีจงหว ัดนครราชส ัีมา พืนท้ี่เกาะแสมสารและเกาะข้างเคียง อําเภอสตหัี บจงหว ัดั ชลบุรีรวมทงเกาะอ ั้ื่นๆในอ่าวไทยและทะเลอนดาม ันทัี่อยู่ในการดูแลของกองทพเร ัือและ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พืนท้ี่โครงการอนุรักษ์พนธัุกรรมพืชอนเน ัื่อง มาจากพระราชดําริฯสวนสตวั์เปิดเขาเขียวเขาเขียวเขาชมภู่องค์การสวนสตวั์ในพระบรม ราชปถูมภั์อําเภอศรีราชาจงหว ัดชลบ ัรุี พืนท้ี่หน่วยบญชาการทหารพ ัฒนา ัเขาวงเขมรและ ั แปลง๙๐๕ อําเภอไทรโยคจงหว ัดกาญจนบ ัรุีและพืนท้ี่ปกปักพนธัุกรรมพืชการไฟฟ้าฝ่าย ผลตแห ิงประเทศไทย่ ในการนีจ้ฬาลงกรณุ์มหาวิทยาล ยัได้จดทัําหนงสัือค มู่ื อ “ พืชสมนไพรไมุ้ดอกเหลือง” ซงม ึ่ี การจําแนกทางอนกรมวุิธาน ลกษณะประจ ัําชนิดที่มีประโยชน์ทางยาและความสวยงาม ตามธรรมชาติ ทงนั้ีเพ้ื่อเป็นการกระต้นใหุ้เยาวชน นิ สิ ต นกศัึกษาประชาชนและผู้ที่สนใจ ทวไป ั่ได้เห็นถงความงดงามและค ึ ณคุาของพ่ืชพรรณ อนจะเป ั็นประโยชน์ตอการอน่รุักษ์และ พฒนาทร ััพยากรของประเทศตอไป่ พรช ยัจฑามาศุ รองผ้อูํานวยการโครงการอนรุักษ์พนธักรรมพุืชอนเน ัื่องมาจากพระราชดําริ สมเดจพระเทพร็ัตนราชสดาฯุสยามบรมราชกมารุี (อพ.สธ.)
4พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 5 กิตติกรรมประกาศ หนังสือเล่มนีได้้รับการสนับสนุนจากเงินงบประมาณแผ่นดินประจํา ปีงบประมาณ 2557 คณะผ้ว ู ิ จยขอขอบค ัณ ุ โครงการอนร ุ ักษ์พนธักรรมพ ุ ื ชอนเน ัื่อง มาจากพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสดาฯ ุ สยามบรมราชกมาร ุ ี ที่ให้การ สนบสน ันและอ ุ ํานวยความสะดวกในการทํางานวิจยในพ ัืนท้ี่ขอขอบคณภาคว ุ ิ ชา เภสชเวทและเภส ัชพฤกษศาสตร ั์คณะเภสชศาสตร ั์จฬาลงกรณุ์มหาวิทยาลยทัี่ ให้ความร่วมมือเป็นอยางด่ีและขอขอบคณ ุ เภสชกรหญ ัิงวรลกษณ ั์ภผาูเภสชกร ั หญิงพิรุณรัตน์เดชบํารุงเภสชกรหญ ัิงนภสวรรณ ัภรูีจารุโรจน์นิสตระดิบบัณฑัิต ศึกษาของภาควิชาฯและคุณศศิมาจันทร์แย้มที่ได้ร่วมมือกันทําการค้นคว้า ข้อมลเพ ู ื่อการใช้ประโยชน์จากพืชสมนไพรท ุ ี่ มีดอกสเหลีองื ชางนาว พืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 5 บทนํา เพื่อเป็นการสนองพระราชดําริในโครงการอนร ุ ักษ์พนธั ุ กรรมพืชอนเน ัื่อง มาจากพระราชดําริสมเดจพระเทพร็ัตนราชสดาฯ ุ สยามบรมราชกมาร ุ ี ผ้เร ู ี ยบเรียง หนงสัือเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมลพ ู ื ชสมนไพรท ุ ี่ มีดอกสีเหลืองจดทัําเป็นค่ม ู ื อเพื่อ เป็นการเฉลมพระเกิียรตแดิพระบาทสมเด่จพระเจ็้าอยหู่วภัมูิพลอดลยเดชมหาราชุ ธรรมชาติได้สร้างสรรดอกไม้ขึนมา ้ให้มีสีสนหลากหลาย ัและให้ความ สวยงามสดชื่นแก่สิ่งมีชีวิตที่อาศยอย ัู่บนโลกนอกจากนีดอกไม ้้หลายชนิดยังมี การนํามาใช้ประโยชน์ในการบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้กลิ่นหอมของดอกไม้ยงั ช่วยทําให้ร่างกายและจิตใจสบายขนไดึ้้เป็นอย่างดีดอกไม้ที่มีสีเหลืองอ่อนจะให้ ความรู้สกสดชึื่นนมนวลุ่ออนหวาน่สวนดอกไม่้ที่มีสเหลีองสดืจะให้ความรู้สกถึงึ ความสข ุ อบอน ุ่แจมใส่พลงัและความหวงันอกจากนีย้งเปั็นสประจีําวนพระราช ั สมภพของพระบาทสมเดจพระเจ็้าอยหู่วภัมูิพลอดลยเดชมหาราชในหลวงของปวงุ ชนชาวไทยอีกด้วย หนงสัือเล่มนี้ได้กล่าวถึงกล่มของสม ุ นไพรท ุ ี่ มีดอกสีเหลืองโดยเนือหา ้ กลาวถ ่ งช ึื่ อของสมนไพร ุ ชื่อวิทยาศาสตร์วงศ์ชื่ออื่นตลอดจนลกษณะพ ัืชแบบยอ่ และยงแสดงภาพสม ันไพรเน ุ ้นในส่วนดอกรวมทงสรรพค ั้ณตามต ุ ํารายาไทยและ ข้อมลงานว ู ิ จยัอีกทงขั้้อมลประกอบท ู ี่ นาสนใจอ่ื่นเพื่อให้ผ้อ ู านได่้รู้จกและจดจ ัําได้ เมื่อพบเหน็อีกทงเปั้็นข้อมลหน ู งท ึ่ี่ ชวยในการพ่ิสจน ู ์ เอกลกษณ ั์ของต้นไม้นนั้ รองศาสตราจารย์เภสชกรหญ ัิงธาตรีผดงเจรุิญ รองศาสตราจารย์ร.ต.อ.หญิงเภสชกรหญ ัิงดร.สชาดาุสขหรุ่อง
6พืชสมุนไพรไมดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 7 สารบัญ หนา คํานิยม 3 กิตตกรรมประกาศิ 4 บทนํา 5 พืชสมนไพรไม ุ ้ดอกสเหลีองื กระถินทงุ่ 8 กระถินเทศ 10 กระทอม ่ 12 แก่นตะวนั 14 ขีเหล ้ก็ 16 ขีเหล ้กเล็อดื 18 ครอบฟันส 20 ี คน ู 22 โคกกระสน ุ 24 ช้างน้าว 26 ชมเห ุ ดเทศ ็ 28 ชมเห ุ ดไทย็ 30 ประยงค์ 32 แป๊ะตําปึง 34 ผกคราด ั 36 ผกเส ัยนผี้ี 38 ฝาง 40 พญามตตุ 42 ิ โพธิ์ทะเล 44 ฟักทอง 46 มะขามแขก 48 มะระขีนก้ 50 วานพร ่้ าว 52 วานมหากาฬ่ 54 วานสากเหล ่ ก ็ 56 สารพดพัิษ 58 เสลดพงพอน ั 60 แสมสาร 62 หญ้าดอกคํา 64 หญ้านําด้บไฟ ั 66 หนาด 68 องกาบหน ั 70 ู เอกสารอ้างอิง 72
8พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 9 กระถนท ิ่ ง ุ ช่ือวทยาศาสตริ์ Xyris indica L. วงศ์ Xyridaceae ช่ืออ่ืนหญ้ากระเทียมหญ้าบวัหญ้าขีกลาก ้กระจบแดง ั ลักษณะพชืไม้ล้มลกป ุ ี เดียวใบแคบเรียวยาวขนจากดึ้นิขอบใบเรียบ คล้ายใบหญ้าสวนโคนของใบแผ่ออกเป่็นกาบห้มลุาตํ้นดอกออกเป็นชอ่ แบบ spike มีกลบประดีบสันีําตาลซ ้้อนกนแน ันคล่้ายเกลดปลาห็อห่้มุ ดอกดอกสเหล ี องสด ื มีกลบดอกี 3 กลบีออกดอกในฤดหนาวูผลเป็นชนิด แคปซล ู หอห ่้ มด ุ ้ วยกลบดอกท ีี่ แห้งตดอยิู่พบขนตามหนองนึ้ํา้ในนาข้าว ภาคตะวนออก ัภาคตะวนออกเฉ ัียงเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญชอดอกกระถ่ินทงประกอบดุ่้วยสาร ในกลมุ่ anthraquinones เชน่ chrysazin และ 3-methoxy-chrysazin สารในกลมุ่ isocoumarins เชน่ xyridin A และ xyridin B นอกจากนีย้งั พบสารในกลมุ่ steroids ได้แก่ spinasterol และ stigmasterol สรรพคุณตํารายาไทยใช้ทงตั้้นแก้โรคกลากเกลอนื้และใช้เป็นยา ระบายและยาถ่ายในม้าววัและควายตํารายาพืนบ้้านอีสานใช้ทงตั้้มนํา้ ดื่มบํารุงกําลงัใช้ภายนอกแก้กลาก ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ัาสารสก่ดจากช ั่อดอกมีฤทธิ์ต้านเชือแบคท ้ีเรีย และต้านเชือราได ้้
10พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 11 กระถนเทศ ิ ช่ือวทยาศาสตริ์ Acacia farnesiana Willd. วงศ์ Fabaceae ช่ืออ่ืนกระถินกระถินหอมคําใต้ ดอกคําใต้ถินบหงาอ ุ ินโดนีเซียมอนคํา, Cassie, Cassie flower, Sponge tree, Sweet acacia ลักษณะพชืไม้พมผลุ่ดใบ ัใบ เป็นใบประกอบใบยอยเร่ียงตรง ข้ามปลายใบแหลมมีขนทงดั้้าน หน้าและด้านหลงัดอกชอ่ดอก ออกเป็นกระจก ุ ไมม่ีก้านดอก ผลเป็นฝักเมื่อแห้งจะแตกออก มีเมลด็ 7-8 เมลด็ องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญรากมีสารสาคํญในกล ัมุ่ diterpenoids เชน ่ acasiane A-B และ farnesirane A-B สารกลมุ่ triterpenoids เชน่ betulinic acid และสารกลมุ่ flavonoids เชน่ diosmetin และ 3 ่,4 ่,5 -trihydroxy7-methoxyflavone ดอกมีนําม้นระเหย ัใช้แตงกล่นนิ่ําหอมและเคร ้ื่องสาอางํ สรรพคุณตํารายาไทยใช้รากแก้พิษสตวั์ กดตัอย่เป็นยาอายว ุ ฒนะ ัเปลอกตื้นสมาน แผลห้ามเลอดืแก้ท้องเสยียางทําให้ชมคอุ่ แก้ไอ ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ัา่ betulinic acid จากรากมีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอด ทดลองหลายชนิดและสารกลมุ่ flavonoids บางชนิดได้แก่ diosmetin และ 3 ่,4 ่,5 -trihydroxy-7-methoxyflavone มีฤทธิ์ต้านการอกเสบ ั
12พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 13 กระท่อม ช่ือวทยาศาสตริ์ Mitragyna speciosa L. วงศ์ Rubiaceae ช่ืออ่ืนทอม่อีถ่าง ลักษณะพชืไม้ยืนต้นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไขแกมขอบขนาน่หใบู รูปใบหอกอย่ระหวู่างโคนก้านใบดอกช่อออกที่ปลายกิ่งช่อย่อยรูปทรง กลมคล้ายดอกกระถินเมื่อแรกบานสีขาวนวลแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แกมนําตาล ้ผลแห้งรูปทรงกลมแตกได้ องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญใบกระท่อมประกอบด้วยสารใน กลม ุ่ alkaloids เชน่ mitragynine, 7-mitragynine และ raubasine สรรพคุณตํารายาไทยใช้ใบกระทอมปรุ่งเป็นยาเรียกประสะกระทอม่ ใช้แก้บดิแก้ปวดมวนท้องท้องเสยีปวดเมื่อยร่างกายผ้ใช ู ้ แรงงานนิยม บริโภคเพื่อให้ทนแสงแดดทําให้ทํางานได้ทนขนึ้ ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ัาใบกระท่อมม่ีฤทธิ์กระต้นประสาทุต้านการ อกเสบ ัมีฤทธิ์ระงบปวดโดยออกฤทธ ัิ์ต่อ m-opioid receptor และยงั สามารถลดระดบนัําตาลในเล ้ือดได้อีกด้วยนอกจากนีการเสพใบกระ ้ ท่อมมากๆหรือเป็นระยะเวลานานมกทัําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ เมดส็ขีนทึ้ี่บริเวณผิวหนงัทําให้ผ้ท ู ี่ เสพมีผิวคลาและเขํ้้มขนึ้
14พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 15 แก่นตะวัน ช่ือวทยาศาสตริ์ Helianthus tuberosus L. วงศ์ Asteraceae ช่ืออ่ืนทานตะวนหัวัแห้วบวตอง ั Jerusalem artichoke, Sunchoke, Sunroot ลักษณะพืชเป็นพืชล้มลก ุ มีหวสะสมอาหาร ัหวเปั็นตะป่มตะป ุ ํ่ าไม่เรียบ คล้ายหวของข ัิงและขา่มีสหลายสีีเชน่สขาวีสเหลีองืสแดงีสมีวง่รับประทาน ได้ผิวใบสากใบรีรูปไข่บางพนธั์มุีขอบใบหยกัมีขนตามกิ่งและใบดอกเป็น ทรงกลมแบนคล้ายดอกทานตะวนัหรือบวตอง ัออกดอกเป็นช่อกลีบดอกสี เหลอง ื องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญ หวแก ั่นตะวนประกอบด ั้วยสารอาหารกลมุ่ คาร์โบไฮเดรตได้แก่ inulin ซงเปึ่็นนําตาล ้ เชิงซ้อนให้ความหวานได้แต่จะไม่ถกย ู ่ อย ในกระเพาะและลาไสํ้เลก็ สรรพคุณหวชัวยในการควบค่มนุําหน ้กั ข้อมูลงานวิจัยพบว่าหนูทดลองที่ ได้รับ inulin เป็นเวลา 3 สปดาห ั์นําหน ้กั ตวลดลงมากกว ัากล่มควบคุ่มรุ้อยละ 30
16พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 17 ขี้เหลก็ ช่ือวทยาศาสตริ์ Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby วงศ์ Fabaceae ช่ืออ่ืนขีเหล ้กใหญ็่ขีเหล ้กแก็่นขีเหล ้กหลวง็ขีเหล ้กบ็้าน พืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 17 ลักษณะพชืไม้ต้นขนาดเลกถ็งึ กลางลาต ํ้ นมกคดงอเป ั็นป่ม ุ เปลอกื สเทาถ ี งน ึํ าตาลด ้ํายอดออนส่แดงีกิ่ง อ่อนมีลายตามยาวและมีขนละเอียด นม ุ่ใบประกอบปลายคู่ใบยอยรู่ปขอบขนานด้านบนเกลยงี้ด้านลางม่ีขน นม ุ่ดอกออกเป็นชอขนาดใหญ่่สเหลีองอยืตามปลายกู่ิ่งผลเป็นฝักแบน ยาวเมลดร ็ ู ปไขยาวแบนส่นีําตาลอ ้อน่มี 20-30 เมลด็เนือไม้้มีสนีําตาล ้ แก่เกือบดํา องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญเปลอกืแก่นและใบประกอบด้วยสาร ในกลมุ่ anthraquinones เชน่ rhein, aloe-emodin, chrysophanol และ sennoside ในดอกและใบประกอบด้วยสารในกลมุ่ chromones ได้แก่ barakol และพบสารในกลมุ่ alkaloids เชน่ siamine, cassiamine ใบออน่ และดอกตมม ู ี วิตามินเอ, วิตามินบี 2 และวิตามินซี สรรพคุณตํารายาไทยใช้ใบและดอกขีเหล ้กแก็้อาการนอนไมหล่บัเป็น ยาระบายชวยเจร ่ิ ญอาหารบํารุงประสาทขบปััสสาวะและขบพยาธ ัิใช้ฝัก แก้พิษไข้ข้อมูลงานวิจัยพบว่าสารสกัดของใบขีเหล้็กมีฤทธิ์กดระบบ ประสาทสวนกลาง่ชวยให่้นอนหลบัชวยคลายก่งวล ัต้านการชกัแก้ ปวดทําให้กล้ามเนือเร ้ียบคลายตวัทําให้ระบายลดความดนโลห ัิตต้าน แบคทีเรียต้านมาลาเรียต้านเชือรา ้และมีฤทธิ์ขบปััสสาวะและพบฤทธิ์มี ความเป็นพิษตอต่บั
18พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 19 ขีเหล ้กเล็ือด ช่ือวทยาศาสตริ์ Senna timoriensis (DC.) Irwin & Barneby วงศ์ Fabaceae ช่ืออ่ืนมะเกลอเลือดืขีเหล ้กดง็ขีเหล ้กแดง็ขีเหล ้กป็่า ช้าขีเหล ้ก็ ลักษณะพืชไม้ต้นขนาดเล็กสง ู 8-15 เมตรใบประกอบแบบขนนก เรียงสลบัใบยอย่ 10-20 คู่รูปรีแกมขอบขนานใบออนผ่ิวเกือบเรียบถงมึี ขนสเหล ี องอ ื อนถ ่ งเหล ึ องทอง ืดอกออกเป็นชอแบบหลวมๆ่ดอกสเหลีองื สดกลบดอกม ีี 5 กลบ ี รูปวงรีฝักแบนแตกได้เมื่อแก่มีสนีําตาลเข ้้มเมลด็ รูปรีแบนมี 10-30 เมลด็ องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญขีเหล ้็กเลือดประกอบด้วยสารใน กล่ม ุ anthraquinones เช่น aloe-emodin และยงประกอบด ั้วยสารใน กลม ุ่ chromones ชื่อ barakol อีกด้วย สรรพคุณแก่นมีรสขมช่วยรักษาสตรีที่มีโลหิตระดูเสียเป็นยาฟอก โลหิตบํารุงโลหิตบรรเทาอาการปวดบนเอว ั้แก้กระษัยขบปััสสาวะและ แก้ไตพิการเปลอกตื้นใช้แก้หิด ข้อมูลงานวิจัยพบว่าสารสกัดของใบขีเหล ้็กเลือดมีฤทธิ์ต้าน ออกซเดช ิ นัแก่นมีฤทธิ์ขบประจ ัําเดือน
20พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 21 ครอบฟันสี ช่ือวทยาศาสตริ์ Abutilon indicum (L.) Sweet วงศ์ Malvaceae ช่ืออ่ืนตอบแตบปอบแปบโผงผางฟันสีมะก่องข้าว Chinese bell flower, Country mallow, Indian mallow ลักษณะพืชไม้พุ่มขนาดเล็กทังต้้นมีขนใบออกสลบกัันก้านใบยาว ปลายใบแหลมสนั้ฐานใบเว้าคล้ายรูปหวใจ ัขอบใบหยกัดอกเดี่ยวสเหลีองื กลบเล ี ยงต ี้ ดก ิ นัที่ฐานกลบดอกมีี 5 กลบีผลเป็นกลบๆีเรียงตดกินคล ั้ายฟัน เฟืองภายนอกมีขนปกคลม ุ เมลดร ็ ู ปไต องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญในใบพบสารประกอบในกลมุ่ flavonoids เชน่ luteoli, kaempferol, quercetin และ chrysoeriol นอกจากนี้ ยงพบสารในกล ัมุ่ tannins, glycosides และ saponins อีกด้วย สรรพคุณตํารายาไทยใช้ต้นแก้ท้อง เสย ีฟอกเลอดืหอ ู ื อ้ปัสสาวะขดั ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าสารสกัดด้วยนําจากใบครอบฟ ้ัน สีสามารถยบยังการด ั้ดซ ู ึ มนําตาลท ้ี่ลําไส้เล็กและมีผลกระต้นการหล ุ งั่ อินซูลินได้ในหนูแรทสารสกัดด้วยเมทานอลจากใบครอบฟันสีมีฤทธิ์ ลดระดบนัําตาลในเล ้ือดในหนแรท ู ซงอาจเก ึ่ิ ดผ่านกลไกยบยังเอนไซม ั้์ แอลฟากลโคซ ู เดสและซ ิ เครส ู
22พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 23 คูน ช่ือวทยาศาสตริ์ Cassia fistula L. วงศ์ Fabaceae ช่ืออ่ืนราชพฤกษ์ชยพฤกษ ั์ลมแล้งกเพยะุปือยูปโยู เปอโซ Purging cassia ลักษณะพืชไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลําต้นสีนําตาลแกมเทาเกล ้ียง้ใบเป็น ช่อประกอบด้วยใบยอย่ 3-8 คู่รูปไข่ แกมขอบขนานเนือใบเกล ้ยงคี้อนข่้าง บางดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบ 1-3 ช่อมีกลีบรองกลีบดอก 5 กลีบรูปไข่ แกมรูปรีกลบดอกี 5 กลบีสีเหลองรืูป ไข่ผลเป็นฝักทรงกระบอกฝักอ่อนสี เขียวฝักแก่สีดํามีเมล็ดจํานวนมาก เมลดร ็ ู ปรีแบนสนีําตาล ้ องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญ เนือในฝ ้ักประกอบด้วยสารหลกั ในกล่ม ุ anthraquinones เช่น rhein, aloe- emodin และ senoside และยงั ประกอบด้วยสารในกลมุ่ flavonoids อีก หลายชนิด สรรพคุณตํารายาไทยใช้เนือในฝ ้ัก หรือใช้ทังฝ้ักต้มกับนําใส ้่เกลือเป็น ยาระบายฝักอ่อนใช้ขับเสมหะใบใช้ สําหรับฆ่าเชือโรค ้ตําพอก แก้ปวดข้อส่วนดอกใช้แก้ไข้ ช่วยแก้แผลเรือร้ังรักษาโรค กระเพาะอาหารและใช้เป็นยา ระบาย
24พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 25 โคกกระสุน ช่ือวทยาศาสตริ์ Tribulus terrestris Linn. วงศ์ Zygophyllaceae ช่ืออ่ืนหนามกระสน ุ หนามดน ิ Caltrop, Puncture vine, Puncture weed ลักษณะพืชไม้ล้มลก ุ ทอดเลือยไปตามผ ้ิวดินใบเป็นใบประกอบแบบ ขนนกเรียงตรงข้ามขนาดไม่เท่ากนัใบย่อยรูปขอบขนานผิวใบทงสอง ั้ ด้านมีขนสีขาวดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อสนั้กลีบดอกสีเหลือง สดมี 5 กลบีผลแห้งแตกได้เปลอกแขื็งมีหนามแหลมและแข็ง องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญ สารกล่ม ุ saponins ซึ่งเป็น อนพ ุ นธั์ของ diosgenin, tigogenin และ gitogenin สรรพคุณตํารายาไทยใช้ทงตั้้นขบั ปัสสาวะผลแก้นิ่วเมลดแก็้ผอมแห้ง ข้อมูลงานวิจัยพบว่าสาร สกัดหยาบเอทานอลมีฤทธิ์กระตุ้น สมรรถภาพทางเพศในหนแรท ู
26พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 27 ช้างน้าว ช่ือวทยาศาสตริ์ Ochna integerrima (Lour.) Merr. วงศ์ Ochnaceae ช่ืออ่ืนตานเหลองืกําลงชั้างสารขมินพระต ้้น ช้างโน้มตานกกรด ลักษณะพืชไม้ยืนต้นใบเดี่ยวรูปขอบ ขนานแกมรูปไข่หรือรูปไข่กลบัดอกช่อสี เหลืองออกตามปลายกิ่งหรือซอกใบผล รูปไข่ผลสกมุีสมีวงหร่ือดํา องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญ มีสารกลมุ่ flavonoids ได้แก่ sikokianins B-C และสารกลมุ่ flavonoid glycosides เช่น 6-g,g-dimethylallyltaxifolin 7-O-β-Dglucoside สรรพคุณตํารายาไทยใช้ต้นต้มนําด้ื่มบํารุง ร่างกายบํารุงกําลังแก้กษัยแก้ปวดเมื่อย เปลอกตื้นรสขมเป็นยาแก้ไข้ขบผายลม ับํารุง หวใจ ัเปลือกนอกบดเป็นผงมีสีเหลืองทาแก้ สวฝิ้าเนือไม้้รสจืดเยน็แก้กระษัยดบพัิษร้อน แก้โลหิตพิการ ข้อมลว ู ิ จยพบว ั่าสารกล่ม ุ flavonoids มีฤทธิ์ต้านมาลาเรียและสารกล่มุ flavonoid glycosides มีฤทธิ์ต้านไวรัสเอชไอวี
28พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 29 ชุมเหดเทศ ็ ช่ือวทยาศาสตริ์ Senna alata (L.) Roxb. วงศ์ Fabaceae ช่ืออ่ืนขีคาก ้ชมเห ุดใหญ็่ตะลพอีลบมัืนหลวงหมาก กะลงเทศ ิ , Candelabra bush, Ringworm bush, Seven golden-candlestick ลักษณะพืชไม้พุ่มใบเป็น ใบประกอบแบบขนนกแผ่นใบ ยอยร ่ ู ปขอบขนานแกมรูปรีโคน ใบมนปลายใบมนหรือเว้าเล็ก น้อยขอบใบเรียบดอกออกเป็น ช่อใหญ่ตามง่ามใบใกล้ปลาย กิ่งกลบเลียงมี้ี 5 กลบีกลบดอกี 5 กลบ ี สเหล ี อง ื รูปไขเก่ือบกลม หรือรูปช้อนผลเป็นฝักรูปแถบ ยาวมีครีบ 4 ครีบฝักแก่สีดํา แตกตามยาวเมล็ดเกือบเป็น รูปสเหลี่ยมผี่ิวขรุขระสดีํา องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญใบประกอบด้วยสารกลุ่มหลกั เป็น anthraquinone glycosides เช่น aloe-emodin, chrysophanol, chrysophanic acid, emodin และ rhein สรรพคุณตํารายาไทยใช้ใบแก้กลากเกลือน้แก้ท้องผกูดอกเป็นยา ระบายออนๆ ่ ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ั่าชาชงจากใบชมเห ุ ็ ดเทศดื่มก่อนนอนช่วย ให้ระบายได้ดีขนภายในึ้ 24 ชวโมง ั่สารสกดนัําจากใบช ้มเห ุ ดเทศม ็ี ฤทธิ์ กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลําไส้เล็กส่วนปลายและสารกลยโคไซด ั์มี ฤทธิ์กระต้นการเคลุื่อนไหวของกล้ามเนือเร ้ียบในลําไส้นอกจากนีสาร ้ สกดดั้วยเอทานอลและสารสกดดั้วยเมทานอลจากใบชมเห ุ ็ ดเทศมีฤทธิ์ ต้านเชือราท ้ี่ผิวหนงทัี่เป็นสาเหตของโรคกลากและเกล ุ อนไดื้้
30พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 31 ชุมเหดไทย็ ช่ือวทยาศาสตริ์ Cassia tora Linn. วงศ์ Fabaceae ช่ืออ่ืนกิเกียชมเห ุ ดควาย ็ ชมเห ุ ดนา ็ ชมเห ุ ดเล ็ ก ็ พรมดาน, Foetid cassia, Sickle senna ลักษณะพชืไม้ล้มลกหร ุ ือไม้พมขนาดเลุ่ก็ใบประกอบใบยอยม่ี 3 คู่รูป ไขกล่บปลายมน ัโคนสอบกลมดอกสเหลีองืออกเป็นชอส่นๆั้ตามงามใบ่ กลบดอกขนาดไมีเท่าก่นัรูปไขกล่บปลายกลม ัผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก คอนข ่้างโค้งเมลดร็ ู ปสเหลี่ยมขนมเปี่ียกปน ู องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญใบและเมลดประกอบด็้วยสารกลมุ่ anthraquinone glycosides เชน่ aloe-emodin, chrysophanol, emodin, chrysophanic acid และ rhein นําม้นจากเมล ัดประกอบด็้วย linoleic acid, oleic acid, palmitic acid และ stearic acid สรรพคุณใบใช้แก้กลากเกลอนื้แก้ท้องผกูเมลดค็วชงน ั่ําด้ื่มเชนเด่ียวกบั กาแฟมีฤทธิ์ทําให้งวงนอนและนอนหล่บสบาย ั ข้อมูลงานวิจัยพบว่าสารสกัดเมทานอลจากใบชุมเห็ดไทยมีฤทธิ์ กระต้นการบ ุ ี บตวของกล ั้ามเนือเร ้ียบของลําไส้เลกส็วนกลางและปลายและม่ี ฤทธิ์ต้านเชือราท ้ี่เป็นสาเหตของโรคกลากเกลุอนไดื้้
32พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 33 ประยงค์ ช่ือวทยาศาสตริ์ Aglaia odorata Lour. วงศ์ Meliaceae ช่ืออ่ืนขะยงัขะยมพะยงค์ยมหอมไกล Chinese rice flower ลักษณะพืชไม้พมสุ่งู 4-7 เมตรใบประกอบแบบขนนกออกสลบัแกนกลาง ใบแผเป่็นครีบเลกๆ็ใบยอย่ 5 ใบรูปไขกล่บัปลายมนโคนแหลมดอกสเหลีองื กลิ่นหอมแรงออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่งลกษณะเป ั็นช่อโปร่งดอก ยอยม ่ี ขนาดเลกมาก ็ เมื่อบานเส้นผานศ่นย ู ์กลางประมาณ 3 มิลลเมตริผลรูปรี เมื่อสกส ุ แดง ี องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญใบและดอกมีองค์ประกอบทางเคมีเป็นสาร ที่มีกลนในกลิ่มุ่ tetracyclic terpenes เชน่ aglaiiol, aglaiondiol และ aglaitriol และสารในกลมุ่ aminopyrrolidine-diamides เชน่ odorine, odorinol สรรพคุณดอกมีกลิ่นหอมจึง ใช้แต่งกลิ่นใบชาเรียก “ชากลิ่น” แก้เมาค้างชวยเร่่งการคลอดดงั นนหญ ั้ิงมีครรภ์จงหึ้ามดื่มใบแก้ ฟกชําจากการหกล ้้มแก้ฝีหนอง ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ัาก่้าน ประยงค์มีฤทธิ์ฆาแมลงว่นผลไม ั้
34พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 35 แป๊ะตาปํึง ช่ือวทยาศาสตริ์ Gynura divaricata (DC.) Merr. วงศ์ Asteraceae ช่ืออ่ืนจกรนารายณ ั์ ลักษณะพชืพืชล้มลก ุ อายหลายป ุ ี ลาต ํ้ นตงตรง ั้สงประมาณ ู 50 เซนตเมตริ ใบออกเรียงสลบกันมัีได้หลายลกษณะ ัเชน่เป็นรูปไข่รูปรีแกมขอบขนานหรือ รูปขอบขนานแกมหอกปลายใบมนหรือแหลมขอบใบเรียบเป็นคลนื่หรือจกั เป็นซี่ฟันแหลมห่างๆกนัผิวใบทงสองข ั้้างมีขนสนๆั้หรือคอนข่้างเกลียง้ดอก อัดกันแน่นเป็นช่อกระจุกช่อดอกมักแยกแขนงกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็น หลอดปลายแยกเป็นซี่ฟันสเหลีองอมสื้มหรือสสี้ม องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญ สารในกลมุ่ flavonoids หลายชนิด ได้แก่ kaempferol และ quercetin พบทงั้ ในรูปอิสระ (aglycone) และ glycoside สรรพคุณตํารายาไทยใช้ใบสดโขลก ผสมสราพอกป ุ ิดฝีแก้ฟกบวมแก้คนัแก้ พิษอักเสบแก้พิษแมลงกัดต่อยงูสวัด เริม ข้อมูลงานวิจัยพบว่าสารสกัด แอลกอฮอล์จากส่วนเหนือดินมีคณสมบ ุ ตัิต้านอกเสบในส ัตวั์ทดลองซึ่งน่า จะเกิดจาก flavonoids และพบวาแป่๊ะตําปึงยงมัีฤทธิ์ต้านไวรัสเริมในหลอด ทดลองได้มีการทดลองใช้เจลต้านอกเสบท ัี่มีสารสกดแป ั๊ะตําปึงเป็นตวยา ั ในผ้ป ู ่ วยที่เป็นเริมที่ริมฝีปากพบว่าปริมาณไวรัสมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบ กบยาหลอก ั
36พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 37 ผักคราดหวแหวน ั ช่ือวทยาศาสตริ์ Spilanthes acmella (L.) L. วงศ์ Asteraceae ช่ืออ่ืนผกคราด ัผกตั้มห ุู ผกเผ ัด็องฮวยเกึ้ีย้ฮงฮวยเกึ้ี๊ย พืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 37 ลักษณะพืชไม้ล้มลก ุ สง ู 30-40 เซนติเมตรลําต้นมกทอดเล ัือย้ปลาย ยอดตงั้ลําต้นสีเขียวปนสีม่วงแดงมีขนใบเดี่ยวเรียงสลบัรูปไข่ปลาย ใบแหลมโคนใบมนขอบใบเรียบหรือจักฟันเลื่อยแผ่นใบสีเขียวมีขน ประปรายทงสองด ั้้านดอกออกเป็นช่อกระจกแน ุ ่ นรูปไข่ดอกย่อยขนาด เลกส็เหลีองืผลแห้งรูปไขม่ีสนั 3 สนั องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญสวนต่้นของผกคราดประกอบด ั้วยสาร สาค ํญในกล ัมุ่ fatty acid amides คือ spilanthol และสารในกลมุ่ steroids เช่น stigmasterol, sitosterol-O-β-D-glucoside และยงพบสารในกล ั่มุ terpenoids เชน่ α-amyrin และ β-amyrin อีกด้วย สรรพคุณในตํารายาไทยใช้ต้นสดตําผสมเหล้าหรือนําส้้มสายชูอมแก้ ฝีในลําคอหรือตอมน่ําลายอ ้กเสบ ัทําให้ลนชาิ้แก้ไข้รากใช้เป็นยาระบาย ขบปััสสาวะแก้บดิระงบไอ ัใช้ดอกเพื่อบรรเทาอาการปวดฟันโดยโขลกกบั เกลอ ื อมหรือกดไว ั้บริเวณท่ีปวดฟัน ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ัาสารสก่ดแอลกอฮอล ั์ของผกคราดห ัวแหวนม ัีฤทธิ์ เป็นยาชาเฉพาะที่และมีฤทธิ์ต้านการอกเสบอ ันเน ัื่องมาจากสาร spilanthol
38พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 39 ผักเสียนผ ้ี ช่ือวทยาศาสตริ์ Cleome viscosa L. วงศ์ Capparidaceae ช่ืออ่ืนผกเส ัยนปี้่าส้มเสยนผี้ีไปนิพพานไมรู่้กลบั ลักษณะพืชไม้ล้มลกส ุ งได ู ้ ถึง 1 เมตรทก ุ สวนม ่ีขนและเป็นเมือกเหนียวมีกลนเหมิ่น็ใบ ประกอบแบบนิวม้ือเรียงสลบัใบย่อย 3-5 ใบ รูปไข่กลบหร ัือรูปไข่โคนใบรูปลิ่มปลายใบ แหลมหรือมนออกดอกเป็นช่อกระจะออกที่ ปลายยอดและซอกใบกลีบดอกสีเหลืองรูป ช้อนหรือขอบขนานผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกมีขนละเอียดหนาแน่น เมลดส็นีําตาลแดง ้ องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญผกเส ัียนประกอบด ้้วยนําม้นระเหย ั และสารในกลมุ่ hydrocyanides ซงมึ่ีพิษตอระบบประสาทส่วนกลางและ่ ยงมัีกลิ่นเหม็นเขียวอย่างแรงเมล็ดมีกรดไขมนหลายชน ัิดเช่น linoleic acid, linolenic acid, oleic ในปริมาณสงู สรรพคุณเมลดร็ับประทานได้ในอินเดียใช้ทาถนวดใหู้ร้อนทําให้เลอดื ไปเลียงได ้้ดีเป็นสมนไพรม ุ ี สรรพคณเป ุ ็ นยาพอกแก้ปวดหวและปวดตาม ั ข้อในอินเดียและจีนรากใช้บํารุงโลหิตสตรีหลงคลอด ั ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ั่าสารสกัดด้วยนําของใบผ ้กเส ัียนผ ้ีมีฤทธิ์ฆ่า ลกน ู ํ าย้งได ุ ้
40พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 41 ฝาง ชื่อวิทยาศาสตร์ Caesalpinia sappan L. วงศ์ Fabaceae ชื่ออื่นง้ายฝางแดงฝางส้มฝางเสน Sappan tree, Sappanwood ลักษณะพชืไม้ยืนต้นขนาดกลางสง ู 6-9 เมตรลาต ํ้ นมีหนามใบประกอบ แบบขนนกสองชนั้มีหนามที่บริเวณโคนใบยอย่ 10-18 คู่รูปขอบขนาน โคนใบเบียว้ปลายมนก้านใบสนมาก ั้ดอกออกเป็นชอแยกแขนง่ที่ซอกใบ และปลายกิ่งดอกยอยส่เหลีองืใบประดบรั ู ปหอกผลเป็นฝักรูปขอบขนาน เบียว้แบบผิวมนัไมแตก่เปลอกแขื็งเมลดส็นีําตาล ้มี 3-4 เมลด็ องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญแก่นฝางมีองค์ประกอบทางเคมี เป็นสารในกลุ่ม homoisoflavonoids นอกจากนีย้ังพบสาร brazilin และ brazilein ซึ่งให้สีส้มถึงแดงใช้แต่งสีได้ส่วนเปลือกพบสารกลุ่ม tanninsในปริมาณสง ู สรรพคุณตํารายาไทยใช้แก่นฝางต้มนําด้ื่มบํารุงโลหิตสตรีทํานํายาอ ้ทุยั ย้อมผ้าฝาดสมานแก้ท้องเสยอยีางอ่อนได่้ ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ั่าสารสกดดั้วยสารสกดแอลกอฮอล ั์ของแก่นฝาง มีฤทธิ์ในการยบยังเชั้ือกล ้่มุ Staphylococcusได้มีฤทธิ์ในการแก้อกเสบ ั ช่วยระงบอาการหอบห ัืดโดยมีคณสมบ ุ ตัิในการยบยังการหล ั้งสารท ั่ี่ทําให้ เกิดอาการแพ้
42พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 43 พญามุตติ ช่ือวทยาศาสตริ์ Grangea maderaspatana (L.) Poir. วงศ์ Asteraceae ช่ืออ่ืนหญ้าจามหลวงกาดนํา้กาดนา ลักษณะพืชไม้ล้มลกฤดุเดูียว ชูยอดตังข้ึนหร ้ือเลือยแผ ้่ที่ผิว มีขนนุ่มสีขาวปกคลุมทั่วไปใบ เดี่ยวเรียงสลบัรูปใบหอกกลบั ถงร ึ ู ปไขกล่บัไมม่ีก้านใบขอบใบ เว้าลกเปึ็นแฉกๆไม่เป็นระเบียบ มีขนน่มท ุ งสองด ั้้านเนือใบอวบ ้ ฐานใบสอบเรียวปลายใบแหลมหรือเป็นตงแหลมิ่ดอกออกเป็นชอกระจ่กุ แนนร ่ ู ปกลมที่ปลายยอดดอกยอยจ่ํานวนมากผลแห้งเมลดล็อน่รูปทรง กระบอกกลม องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญต้นพญามตตุิประกอบด้วยสารในกล่มุ sesquiterpene lactones ได้แก่ (-)-frullanolide และ (-) -7a- hydroxyfrullanolide สรรพคุณใบแก้ไอชําระบาดแผลแก้เจ็บหูทงตั้้นบํารุงธาตุเจริญอาหาร ขบลม ัแก้ท้องเสยีแก้ปวดบวมอกเสบ ั ข้อมูลงานวิจัยพบว่าสารทังสองชน ้ิดดังกล่าวมีฤทธิ์ต้านเซลล์ มะเร็งในชองปากชน่ิด KB เซลล์มะเร็งเต้านมชนิด MCF-7 และเซลล์มะเร็ง ปอดชนิด NCI-H187 ในหลอดทดลอง
44พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 45 โพธ์ิทะเล ช่ือวทยาศาสตริ์ Thespesia populnea (L.) Soland. ex Corr. วงศ์ Malvaceae ช่ืออ่ืนบากูปอกะหมดไพร ัปอมดไซ ั Cork tree, Portia tree, Indian Tulip tree ลักษณะพชืไม้ยืนต้นใบเดี่ยวเรียงสลบัรูปไขป่้อมหรือรูปหวใจ ัปลาย ใบแหลมยาวขอบใบเรียบดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบและปลายกิ่งกลบดอกี สเหล ี องกลางดอกส ื ม ี วงเข ่้ มผลแห้งรูปกลม องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญเปลอกตื้นมี gossypol สรรพคุณตํารายาไทยใช้รากเป็นยาระบายเปลอกขืบนัําเหล ้องเสืยแกี้บดิ แก้ริดสดวงีแก้โรคผิวหนงัรักษาบาดแผลแก้อาเจียนใบแก้ไอเรือร้ังยาง จากผลใช้กดหัด ู ข้อมูลวิจัยพบว่าสารสกัดหยาบเอธานอลของผลโพธิ์ทะเลมีฤทธิ์ ต้านเบาหวานในหนแรทและกระต ู าย ่ สวน ่ gossypol มีฤทธิ์ male contraception แตม่ีฤทธิ์ข้างเคียงสงูจงไมึได่้มีการนํามาเป็นยา
46พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 47 ฟักทอง ช่ือวทยาศาสตริ์ Cucurbita moschata Decne. วงศ์ Cucurbitaceae ช่ืออ่ืนนําเต้้าฟักเขียวมะนําแก ้้วมะฟักแก้ว หมากฟักเหลองื พืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 47 ลักษณะพชืไม้เถาเลอยื้ล้มลก ุ อายป ุ ี เดียวลาตํ้นกลมหรือเป็นเหลยมี่ มีมือสาหรํับยดเกาะตึ้นไม้อื่นใบเดี่ยวเรียงสลบัรูปไขกว่้างหรือรูปไตแกม รูปโล่ขอบใบหยกเว ั้าเป็น 5-7 แฉกผิวใบด้านลางม่ีขนสีขาวดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูป ระฆงัผลสดรูปกลมแป้นเมลดร็ูปไขส่ขาวหมีนหร่ือเหลองอือน่ องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญเนือผลประกอบด ้้วยในสารกลมุ่ carotenoids เชน่ beta carotene และ zeaxanthin สารในกลมุ่ triterpenes เช่น cucurbitacin และ dihydrocucurbitacin นอกจากนีย้งประกอบ ั ด้วย polysaccharide และเกลอแรื่อีกหลายชนิด สรรพคุณเมลดแก็่มีรสมนัขบพยาธ ัิตวตัืดและไส้เดือนรากดบพัิษสตวั์ กดตัอย่ถอนพิษร้อนตางๆ่เนือในผลเป ้็นยาพอกแก้แผลไฟไหม้ ข้อมูลงานวิจัยพบว่าสารสกัด dichloromethane ของเปลือก ฟักทองมีฤทธิ์ต้านเชือแบคท ้ีเรียสารสกดแอลกอฮอล ั์ของเมล็ดฟักทองมี ฤทธิ์ฆาพยาธ่ิตวตัืด
48พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 49 มะขามแขก ช่ือวทยาศาสตริ์ Senna alexandrina P. Mill. วงศ์ Fabaceae ช่ืออ่ืน Alexandria senna, Alexandrian senna, Indian senna พืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 49 ลักษณะพืชไม้พ่ม ุ ใบเป็นใบ ประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อยเป็นรูปวงรีและรูปใบหอก ขอบใบเรียบปลายและโคนใบ แหลมโคนใบทังสองม ้ีขนาดไม่ สมมาตรกนัและมีขนน่มปกคล ุ ม ุ อยู่ใบมีกลนเหมิ่นเข็ียวดอกออก เป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลบดอกส ี เหล ี อง ืผลเป็นฝักแบน รูปขอบขนานฝักออนม่ีสเขีียว องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญใบประกอบด้วยสารในกลมุ่ sennosides เชน่ sennosides A-D และสารในกลมุ่ anthraquinones เชน่ aloeemodin และ chrysazin สรรพคุณใบเป็นยาระบายถ่าย พิษอจจาระเป ุ ็ นมก ู ถ่ายนําเหล ้ือง ถ่ายพิษไข้ถ่ายโรคบร ุุ ษถ่ายพยาธิ แก้ริดสีดวงทวารผลแก้ท้องผก ู แก้ ริดสีดวงทวารถ่ายพิษไข้ขบลมใน ั ลาไสํ้ ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ัาใบและ่ ฝักมะขามแขกมีสรรพคุณเป็นยา ระบายออกฤทธิ์กระต้นการเคลุื่อน ตวของล ัําไส้ (stimulant laxative) โดยมีสารสาคํญท ัี่ออกฤทธิ์คือ sennosides เป็นสารในกลมุ่ anthraquinones
50พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 51 มะระขีนก้ ช่ือวทยาศาสตริ์ Momordica charantia L. วงศ์ Cucurbitaceae ช่ืออ่ืนผกเหย ัผกไห ั่มะระมะร้อยรูมะไห Bitter gourd่ ลักษณะพชืเป็นไม้เลอยพื้นตั้นไม้อื่นมีมือเกาะลาตํ้นเป็นเหลยมมี่ี ขนปกคลม ุ ใบเดี่ยวเรียงสลบัขอบใบหยกัเว้าลกึมี 5-7 หยกัปลายใบ แหลมดอกเดี่ยวออกตามซอกใบสเหลีองืมี 5 กลบีผลเดี่ยวรูปกระสวย ผิวขรุขระผลออนม่ีสเขีียวผลสกมุีสเหลีองถืงสึ้มผลแก่แตกอ้าออกเมลด็ สกม ุ ี สแดงสด ี รูปร่างกลมแบนเยื่อห้มเมลุดส็แดงสดี องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญผลประกอบด้วยสารในกลมุ่ momordicins ซงเปึ่็น alkaloid ชนิดหนงทึ่ี่ทําให้เกิดรสขมและ charantin ซงเปึ่็นสารในกลมุ่ steroidal saponins ที่มีคณสมบุตัคลิ้าย insulin ใน มะระขีนกย ้งประกอบด ั้วย amino acids เชน่ glutamic acid, alanine, phenylalanine, proline กรดไขมนชน ัิดตางๆ่เชน่ linoleic, stearic และ oleic acids นอกจากนีมะระข ้ีนกย ้งมัีแคลเซียมฟอสฟอรัสวิตามินซี และเบต้าแคโรทีน สรรพคุณใช้ผลใบเป็นยาขมเจริญอาหารเนือมะระตากแห ้้งชงนํา้ ดื่มลดนําตาลในเล ้อดื ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ั่านําค้นจากผลมะระข ั้ีนกช ้่วยลดนําตาลใน ้ เลอดของกระต ื ายและหน ่ ขาว ูและแสดงฤทธิ์ยงยังการเจร ั้ิญเตบโตของิ เซลล์มะเร็งบางชนิดได้
52พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 53 ว่านพร้าว ช่ือวทยาศาสตริ์ Molineria capitulate (Lour.) Herb. วงศ์ Hypoxidaceae ช่ืออ่ืนตองกาย ลักษณะพชืไม้ล้มลกส ุ งประมาณ ู 55–100 เซนตเมตริใบเดี่ยวลกษณะ ั คล้ายพบจัีบดอกออกเป็นช่อกระจก ุ มีลกษณะค ัอนข่้างกลมมีดอกยอย่ อดกันแน ั่น 25–35 ดอกต่อช่อใบประดบมัีขนาดใหญ่เล็กลดหลนกั่นไป ั ทงชั้่อดอกกลีบรวมสีเหลืองเชื่อมติดกนทัี่โคนเป็นหลอดปลายแยกเป็น 6 กลบี องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญเหง้าว่านพร้าวมีองค์ประกอบทาง เคมีเป็นสารในกลมุ่ triterpenes เช่น cycloartenol, curculigol, curculigenin, แurculigenin B และ curculigenin C และสารในกลมุ่ steroids เช่น sitosterol, stigmasterol และ yuccagenin นอกจากนีย้งประกอบ ั ด้วยสารในกลมุ่ saponins เชน่ curculigosaponin A-M สรรพคุณตํารายาไทยใช้รากขบปััสสาวะแก้ท้องร่วงบํารุงตบัไตและ ม้ามเป็นยาบํารุงกําลงทัําให้แข็งแรงกระปรีกระเปร ้่าแก้ริดสดวงทวารี ข้อมูลงานวิจัยพบว่าสารสกัดจากเหง้ามีฤทธิ์ต้านมะเร็งต้าน อนม ุ ลอ ู ิ สระต้านไวรัสแบคทีเรียและลดระดบนัําตาลในเล ้อดื
54พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 55 ว่านมหากาฬ ช่ือวทยาศาสตริ์ Gynura pseudochina (L.) DC. วงศ์ Asteraceae ช่ืออ่ืนดาวเรือง ลักษณะพชืไม้ล้มลก ุ ไมค่อยแตกก่ิ่งก้านยกเว้นมีดอกลาตํ้นอวบนําส้ี มวง ่ มีขนใบเดี่ยวเรียงสลบัรูปหอกกลบัปลายใบแหลมโคนใบสอบขอบ ใบหยกซัี่ฟันหางและต่ืน้มีขนทงสองด ั้้านดอกชอกระจ่กแน ุ น ่ ออกเดี่ยว หรือรวมเป็นชอเช่ิงลดหลนั่ 2-7 ชอท่ี่ปลายยอดชนใบประด ั้บรั ู ปคนโท ใบประดบรั ู ปหอกปลายสมีวงดอกส่เหลีองแกมสื้มผลแห้งเมลดล็อน่ผิว เกลยงหร ี้ื อมีขนระหวางส่นั องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญวานมหากาฬม่ีองค์ประกอบทางเคมี เป็นสารในกลมุ่ flavonoids เชน่ kaempferol, rutin, myricetin, quercetin และสารในกลมุ่ polyphenols เชน่ caffeic acid, epicatechin ในใบ และในรากประกอบด้วยสารในกลมุ่ pyrrolizidine alkaloids ได้แก่ senecionine และ senkirkine สรรพคุณหวัดบพัิษกาฬดบพัิษต้นแก้ไข้แก้พิษอกเสบ ัแก้พิษตะขาบ พิษแมงป่องใบถอนพิษทําให้เย็นแก้ปวดแสบปวดร้อนแก้ปวดบวม ถอนพิษตาง่ๆแก้เริมงสวูดั ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ั่าสารสกัดจากใบและลําต้นใต้ดินมีฤทธิ์ต้าน อนม ุ ลอ ู ิ สระต้านการอกเสบ ัลดไข้และต้านไวรัส
56พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 57 ว่านสากเหลก็ ช่ือวทยาศาสตริ์ Curculigo latifolia Dryand. วงศ์ Hypoxidaceae ช่ืออ่ืนจําลานมะพร้าวนกคมุ่พร้าวนกพร้าวนกคมุ่ ละโมยอ ลักษณะพืชไม้ล้มลก ุ ทกส ุ ่ วนมีขนใบเดี่ยวรูปวงรีก้านใบยาวดอก แบบชอออกเป่็นกระจกแน ุ น ่ รูปทรงกระบอกหรือรูปไข่กว้างและยาว 2-6 เซนติเมตรใบประดบสัีเขียวกลีบรวมสีเหลืองมี 6 กลีบมีขนโคนกลีบ เชื่อมติดกนเป ั็นหลอดยาวปลายแยกเป็นแฉก 6 แฉกผลสีขาวถงสึีเขียว ปลายเป็นจะงอยเป็นแบบผลสดแก่ไมแตก่ องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญผลประกอบด้วยโปรตีนที่มีรสหวาน ได้แก่ curculin และยงประกอบด ั้วยสารอีกหลายชนิดเช่น benzoic acid, gentisylquinone, quinone และ β-sitosterol สรรพคุณตํารายาไทยใช้หวัแก้มดลกอูกเสบ ัทําให้เนืองอกในมดล ้กฝู่อ ทําให้มดลกเข ู ้ าอู่ไมระบ่สุวนท่ี่ใช้แก้ปวดมดลกูบํารุงร่างกายแก้บวมแก้ชํา้ ในแก้ริดสดวงทวารหนีกั ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ัาสารสก่ดของว ัานสากเหล่กลดระด็บนัําตาลและ ้ ไขมนในหน ัแรท ู หมายเหตุกินผลของวานสากเหล่กแล็้วจะทําให้หวานตดปากิกินของเผ็ด ก็จะเป็นรสหวานได้เนื่องจากคณสมบ ุ ตั taste modifying activity ิ
58พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 59 สารพดพัษิ ช่ือวทยาศาสตริ์ Sophora tomentosa L. วงศ์ Fabaceae ช่ืออ่ืนซบผัิด ลักษณะพืชไม้พมุ่สงไดู้ถงึ 3 เมตรหใบรููปแถบแกมสามเหลี่ยมมีขน ละเอียดร่วงง่ายใบประกอบแบบขนนกเรียงสลบัรูปขอบขนานรูปไข่ หรือไข่กลบัปลายใบมนโคนใบรูปลิ่มหรือรูปหวใจ ัผิวใบด้านบนเรียบ หรือมีขนท้องใบมีขนใบประดบรั ู ปแถบไม่มีใบประดบยั่อยกลีบดอกสี เหลืองรูปดอกถวั่ฝักเป็นรูปทรงกระบอกยาวคอดเป็นข้อมีเมล็ด 1-15 เมลด ็ รูปทรงกลมหรือกงกระสวยึ่ขวเมล ั้ดร็ูปโล่ องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญสารในกลุ่ม steroids เช่น β-sitosterol, campersterol สารในกลมุ่ flavonones เช่น sophoraflavanone A, B, sophoraisoflavanone A สรรพคุณตํารายาไทยใช้รากแก้พิษร้อนแก้ปวดเมื่อยแก้พิษตะขาบ แมงป่องแก้ปวดฝีลก ู แก้พิษไข้แก้พิษร้อนทกอย ุ ่ างแก้บิดเรือร้ังช่วย เจริญอาหารเมลด็แก้ไข้พิษแก้ร้อนในกระหายนํา้แก้ไข้แก้ปวดถอนพิษ ทงปวงท ั้งตั้้นรักษาอาการท้องเสยีอาหารเป็นพิษ ข้อมูลงานวิจัยพบว่าสารพัดพิษมีฤทธิ์เพิ่มความดันโลหิตและ กระต้นการหดต ุ วของกล ั้ามเนือเร ้ียบและยงมัีฤทธิ์ต้านมะเร็งและต้าน เชือแบคท ้ีเรียอีกด้วย
60พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 61 เสลดพงพอน ั ช่ือวทยาศาสตริ์ Barleria lupulina Lindl. วงศ์ Acanthaceae ช่ืออ่ืนเช็กเชเกี่ยมพิมเสนต้น ลักษณะพชืไม้พมุ่ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปรียาวโคนใบสอบขอบใบ เรียบปลายใบแหลมผิวใบสเขีียวเข้มเส้นใบและก้านมีสแดงีโคนก้าน ใบมีหนามแหลมหนงคึู่่ดอกออกเป็นชอต่งั้ออกที่ปลายยอดใบประดบั ขนาดใหญ่รูปกลมรีห้มดอกไวุ้เรียงกนเป ั็นรูปทรงกระบอกสนีําตาล ้ แดงกลบดอกต ี ดก ินเป ั็นหลอดสเหลีองืปลายแยกเป็น 2 ปากปากบนมี กลบมนขนาดใหญี่ 4 กลบีกลบลีางม่ี 1 กลบเลีกกว็า่ผลแห้งแตกได้รูป กระสวย องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญสารกลมุ่ iridoid glycosides ได้แก่ ipolamiidoside สรรพคุณตํารายาไทยใช้ทงตั้้นแก้พิษงูแมลงสตวั์กดตัอย่แก้ปวดฟัน ข้อมลว ู ิ จยพบว ัาสารสก่ดหยาบของเสลดพ ังพอนม ัีฤทธิ์ต้านไวรัสเริม ต้านการอกเสบ ัและต้านเบาหวานในหนทดลอง ู และพบวาสาร ่ ipolamiidoside มีฤทธิ์ต้านไวรัสเริม
62พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 63 แสมสาร ช่ือวทยาศาสตริ์ Cassia garrettiana Craib วงศ์ Caesalpiniaceae ช่ืออ่ืนขีเหล ้กโคก็ขีเหล ้กแพะ็ขีเหล ้กป็่าขีเหล ้กสาร็ ลักษณะพชืไม้ยืนต้นเรือนยอดเป็นพมกลมแนุ่นท่บึใบเป็นใบประกอบ แบบขนนกปลายคู่ออกเรียงสลบัดอกสีเหลืองออกเป็นช่อที่ปลายยอด ช่อดอกยาว 9-20 เซนติเมตรกลีบดอก 5 กลีบรูปไขกล่บัโคนกลีบเรียว เป็นก้านเกสรผ้ส ู ี นําตาล ้ผลเป็นฝักแบนรูปบรรทดัผิวเรียบเมื่อฝักแก่จะ ปริอ้าออกฝักมกจะบ ัิดงอเปลือกฝักค่อนข้างบางเกลียงไม ้่มีขนเมล็ดมี ประมาณ 20 เมลด็สนีําตาล ้ สรรพคุณแก่นเป็นยาระบายขบเสมหะ ัขบระด ัู ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ัาสารในกล่มุ่ stilbenes จากแก่น แสมสารมีฤทธิ์ต้านฮีสตามีน องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญ แก่นประกอบด้วยสารในกลมุ่ anthraquinones เช่น cassialoin, aloe emodin, aloin และสารในกลมุ่ stilbenes เชน ่ 3,3 ่,4,5 ่-tetrahydroxystilbene นอกจากนีย้งประกอบ ั ด้วยสารในกลมุ่ polyphenol อีกหลายชนิด
64พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 65 หญ้าดอกคาํ ช่ือวทยาศาสตริ์ Hypoxis aurea Lour. วงศ์ Hypoxidaceae ช่ืออ่ืนตาลเดี่ยว ลักษณะพชืไม้ล้มลกอาย ุ หลายป ุ ี ลาต ํ้นใต้ดนริ ู ปทรงกระบอกใบเดี่ยว เรียงสลบกันแน ัน่ออกตดพิืน้ปลายใบเรียวแหลมมีขนสขาวปกคลีมท ุ งั้ 2 ด้านดอกชอกระจ่กส ุนๆั้ออกก่อนใบหรือพร้อมใบกลบรวมเชีื่อมตดกินั เป็นหลอดแคบยาวปลายแยกเป็น 6 กลบีเรียงเป็น 2 ชนั้ชนนอกม ั้ีขน ด้านนอกกลบรวมสีเหลีองสดืเกสรเพศผ้ 6 ู อนัสเหลีองืรังไขใต่้วงกลบสีี ขาวผลสดรูปรีถงทรงกลมึ องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญองค์ประกอบทางเคมีของหญ้าดอก คําเป็นสารในกลมุ่ phenolic glycosides เชน่ aureaside A, aureaside B, curculigoside A-C, orcinol glucoside และยงพบสารอ ัื่นๆอีกเชน่ tannin, quercetin และ kaemferol สรรพคุณรากต้มนําด้ื่มบํารุงโลหิตฝนนําทาแก ้้สวฝิ้าลาตํ้นใต้ดนนิํา ไปโขลกกบเกล ัอืผสมนํา้พอกหน้าทําให้หน้าลอก ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ั่าสารสกดจากใบม ัีฤทธิ์ต้านการสร้างเมลานิน ในเซลล์เพาะเลียง้สวนสารสก่ดจากรากเหง ั้ามีฤทธิ์ต้านอนมุลอูิสระและ ยบยังเอนไซม ั้์ไทโรซเนสิ
66พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลือง 67 หญ้านําด้บไฟ ั ช่ือวทยาศาสตริ์ Lindenbergia philippensis (Cham.) Benth. วงศ์ Scrophulariaceae ช่ืออ่ืนบวฮาผา ัหญ้าดบไฟ ั ลักษณะพชืไม้ล้มลก ุ อายหลายป ุ ี ลาต ํ้ นตงตรง ั้ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไขหร่ือขอบขนานปลายใบแหลมโคนใบรูปลมสอบแคบิ่ดอกออกเป็น ช่อกระจะที่ปลายกิ่งกลีบดอกสีเหลืองเชื่อมติดกนเป ั็นหลอดปลายแยก เป็น 2 ปากด้านนอกมีขนปากบนรูปไขแกมสามเหล่ยมี่ปลายแยกเป็น สองแฉกรูปหอกปลายเรียวแหลมปากล่างยาวกว่าปากบนมากปลาย แยกเป็นสามแฉกรูปไขปลายเป่็นตงแหลมิ่ผลเป็นฝักเมลดจ็ํานวนมาก องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญองค์ประกอบทางเคมีของหญ้า นําด้ับไฟส่วนใหญ่เป็นสารในกลุ่ม terpenes เช่น phytol, linalool, α-terpineol และ geraniol สรรพคุณตํารายาไทยใช้รากแก้ผิวหนงพัพองุแก้พิษสนุขบั้าแก้ปวด แสบปวดร้อนใบใช้แก้ผิวหนงพัพอง ุ ขบปััสสาวะแก้ปวดแก้บวมแก้พิษ อกเสบ ัเริมงสว ู ดัไฟลามทงุ่ แก้นําร้้อนลวกทําให้เยน็เป็นยาถอนพิษดีทงตั้้นแก้พิษฝีแก้แผลไฟไหม้ นําร้้อนลวกแก้ปวดศีรษะดบพัิษร้อน ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ัาหญ่้านําด้บไฟสามารถย ับยังการเจร ั้ิญเติบโต ของเซลล์มะเร็งชองปากและม่ีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย
68พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 69 หนาด ช่ือวทยาศาสตริ์ Blumea balsamifera (L.) DC. วงศ์ Asteraceae (Compositae) ช่ืออ่ืนหนาดหนาดหลวงคําพองผกชัีช้างพิมเสน ใบหรมจะบอพิมเสน ลักษณะพืชไม้พมหรุ่ือไม้ยืนต้นขนาดเลก็มีกลิ่นหอมคล้ายการบรูสงู 1-4 เมตรลําต้นกลมกิ่งก้านมีขนน่มยาว ุ ใบเดี่ยวเรียงสลบัรูปวงรีแกม ขอบขนานผิวใบทงสองด ั้้านมีขนละเอียดหนาแนน่คล้ายเส้นไหมปลาย ใบและโคนใบแหลมขอบใบหยกแบบซ ัี่ฟันหรือฟันเลื่อยดอกออกเป็น ชอกระจ ่ กแยกแขนงท ุ ี่ปลายกิ่งหรือซอกใบมีริวประด ้บหลายช ันั้ดอกยอย่ มีจํานวนมากกลบดอกสีเหลีองืผลแห้งไมแตก่สนีําตาล ้ องค์ประกอบทางเคมีท่ีสําคัญในใบหนาดใหญ่ประกอบด้วยสาร ในกล่ม ุ sesquiterpene ชื่อ cryptomeridiol สารกล่มุ flavonoids เช่น quercetin, dihydroquercetin และยงประกอบด ั้วยนําม้นระเหย ัเช่น borneol และ cineol สรรพคุณในตํารายาไทยใช้ใบแก้อาการเกร็งของกล้ามเนือ้เป็นยาห้าม เลือดยาเจริญอาหารแก้โรคไขข้ออกเสบ ัแก้ไข้ลดความดนโลห ัิตขบั พยาธิขบลม ัแก้จกเส ุ ยดแน ีนเฟ่้อแก้ปวดท้องหนใบสดเป ั่็นฝอยมวนกบั ยาฉน ุ สบแก ู ้ ริดสดวงจมีก ู ทงตั้้นใช้ขบปััสสาวะ ข้อมลงานว ู ิ จยพบว ัาสารสก่ดของใบหนาดใหญ ั่มีฤทธิ์ลดการเกร็ง ของกล้ามเนือเร ้ียบเชน่กล้ามเนือหลอดลม ้มีฤทธิ์ขบปััสสาวะและยบยังั้ การหลงฮั่ีสตามีน
70พืชสมุนไพรไมดอกเหล ดอกเหลืองพืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 71 อังกาบหนู ช่ือวทยาศาสตริ์ Barleria prionitis L. วงศ์ Acanthaceae ช่ืออ่ืนเขียวแก ้้วเขียวเน ้ือ้องกาบ ัมนไก ั่ พืชสมุนไพรไมดอกเหลือง 71 ลักษณะพืชเป็นไม้พ่ม ุ ที่ซอกใบมีหนามแหลม 2-3 อนัใบเดี่ยวเรียง ตรงข้ามรูปไขแกมวงร่ีถงรึูปไขกล่บัปลายใบและโคนใบแหลมดอกเดี่ยว ดูคล้ายช่อเชิงลดที่บริเวณซอกใบใกล้ปลายกิ่งใบประดบร ัูปแถบแกม ขอบขนานปลายเรียวแหลมมีขนยาวใบประดบยั่อยรูปแถบแกมใบ หอกกลบเล ี ยงเช ี้ื่ อมตดก ินแยกเป ั็น 2 วงกลบดอกเชีื่อมตดกินเป ั็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลบีผลแห้งแตกได้เมลดร็ ู ปวงรีแกมขอบขนาน 2 เมลด็ มีขนละเอียดคล้ายไหมปกคลม ุ องค์ประกอบทางเคมีท่สีาคํัญ องกาบหน ัประกอบด ู ้วยสารกลมุ่ iridoid glycosides เช่น shanzhiside methyl ester, barlerin, 7-methoxydiderroside และ lupulinoside และ พบสารในกลมุ่ phenylethanoid glycosides ได้แก่ barlerinoside สรรพคุณองกาบหน ัเปู็นสมนไพรพุืนบ้้านที่มีการใช้กนแต ั่โบราณราก หรือใบใช้เป็นยาลดไข้ขบเสมหะ ัแก้ปวดตามข้อและแก้กลากเกลอนื้ใบ เคียวแก ้้อาการปวดฟันและรักษาเลอดออกตามไรฟืันนําค้นจากใบหยอด ั้ หแก ู ้ หอ ู กเสบ ัข้อมลงานว ู ิ จยพบว ั่าสารสกดจากอ ังกาบหน ัม ู ี ฤทธิ์ต้านเชือไวร ้ัส ยบยังแบคท ั้ีเรียยบยังเชั้ือรา ้ยบยังยั้ีสต์ฆ่าแมลงต้านการเกิดอนุมลู อิสระและมีฤทธิ์คุมกําเนิดในหนูปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ในรูปแบบยา แคปซลสม ู นไพรจ ุ ํ าหนาย ่
เอกสารอางอิง 1.นิจศิริเรืองรังษี, ธวชชัยัมงคละค ัุปต. ์สมุนไพรไทยเล่ม 1. กรุงเทพฯ : บริษทฐานการ ั พิมพ์จากํดั. 2547. 2.นนทว ันับุณยะประภศรั , อรนุชโชคชยเจร ัิญพร, บรรณาธิการ. สมุนไพรไมพ้้ืนบาน้ (1). กรุงเทพฯ : บริษทประชาชน ัจากํดั. 2540. 3.นนทว ันับุญยะประภศรั , อรนุชโชคชยเจร ัิญพร, บรรณาธิการ. สมุนไพรไมพ้้ืนบาน้ (2). กรุงเทพฯ : บริษทัประชาชนจากํดั. 2541. 4.นนทว ันับุญยะประภศรั , อรนุชโชคชยเจร ัิญพร, บรรณาธิการ. สมุนไพรไมพ้้ืนบาน้ (3). กรุงเทพฯ : บริษทัประชาชนจากํดั. 2542. 5.นนทว ันับุญยะประภศรั , อรนุชโชคชยเจร ัิญพร, บรรณาธิการ. สมุนไพรไมพ้้ืนบาน้ (4). กรุงเทพฯ : บริษทัประชาชนจากํดั. 2543. 6.นนทว ันับุญยะประภศรั , อรนุชโชคชยเจร ัิญพร, บรรณาธิการ. สมุนไพรไมพ้้ืนบาน้ (5). กรุงเทพฯ : บริษทัประชาชนจากํดั. 2543. 7.เพญนภา ็ ทรัพยเจร์ิญ, นิจศิริเรืองรังษี, กญจนา ัดีวเศษิ . สมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาค กลาง. พิมพคร์้ังที่ 2. กรุงเทพฯ : บริษทัสามเจริญพานิชย (์กรุงเทพฯ) จากํดั. 2549. 8.เพญนภา ็ ทรัพยเจร์ิญ. สมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคเหนือ. กรุงเทพฯ : บริษทสาม ั เจริญพาณิชย (์กรุงเทพฯ) จากํดั. 2549. 9.เพญนภา ็ ทรัพยเจร์ิญ. สมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคอีสาน. กรุงเทพฯ : บริษทสาม ั เจริญพาณิชย (์กรุงเทพฯ) จากํดั. 2549. 10.พร้อมจิตศรลมพั , ์วงศสถ์ิตฉวกั่ลุ , สมภพประธานธุรารักษ. ์สารานุกรมสมุนไพรเล่ม 1 สมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ. กรุงเทพฯ : บริษทอมร ัินทร์พริ้นติ้งแอนดพ์บลัิชชิ่งจากํดั (มหาชน). 2548. 11.ราชบณฑัิตยสถาน. อนุกรมวธานพิืชอกษร ักฉบบราชบ ัณฑัิตยสถาน. พิมพคร์้ังที่๒. กรุงเทพฯ : หจก. อรุณการพิมพ. 2549. ์ 12.ส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้สานํกวัชาการปิ่าไม้กรมป่าไม. ้ชื่อพรรณไมแห้่งประเทศไทย เตม ็ สมิตินนทน ั . ์ฉบบแก ัไขเพ ้ิ่มเติม. กรุงเทพฯ : บริษทประชาชน ัจากํดั. 2544. 13.หมอเสงี่ยมพงษบ์ ุญรอด. ไมเทศ ้เมืองไทยสรรพคุณของยาเทศและยาไทย. กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณาคาร. 2518.