The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พืชสมุนไพรที่พบในป่าครอบครัว ในจังหวัด ตาก กำแพงเพชร พิจิตร resize-3 หน้า198-297

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by หนังสือ, 2023-09-25 21:09:06

พืชสมุนไพรที่พบในป่าครอบครัว ในจังหวัด ตาก กำแพงเพชร พิจิตร resize-3 หน้า198-297

พืชสมุนไพรที่พบในป่าครอบครัว ในจังหวัด ตาก กำแพงเพชร พิจิตร resize-3 หน้า198-297

198 199 ชื่อทั่วไป กระมอบ ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Gardenia obtusifolia Roxb. ex Hook. f. วงศ์ Rubiaceae ชื่อท้องถิ่น กระบอก (สุโขทัย); กระมอบ (ร�ชบุรี); ไข่เน่� (ก�ญจนบุรี); คมขว�น (ภ�คกล�ง) คำ�มอกน้อย (เชียงใหม่); ฝรั่งโคก (ปร�จีนบุรี); พญ�ผ่�ด้�ม, พุดน� (ภ�คกล�ง); มอก (นครร�ชสีม�); สีด� โคก (หนองค�ย) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ต้นขน�ดเล็ก ผลัดใบ สูง 2–8 เมตร มักมีย�ง แข็งสีเหลืองที่ปล�ยยอด ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียง ตรงข้�ม กว้�ง 3–7 ซม. ย�ว 6–13 ซม. หูใบอยู่ ระหว่�งก้�นใบ ดอก ออกเดี่ยวที่ปล�ยกิ่ง กลีบ ดอกสีข�วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เชื่อมติดกันเป็น รูปกรวย กลิ่นหอม ผล เป็นผลสด ค่อนข้�งกลม เส้นผ่�นศูนย์กล�ง 2–3.5 ซม. สีน้ำ�ต�ลแกม เขียว เปลือกแข็งมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่ปล�ยผล แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ ภูมิภ�คเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิเวศวิทย� พบต�มป่�เปิด และป่�เต็งรัง ที่คว�มสูงไม่เกิน 1,200 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เปลือกหรือแก่น ต้มดื่มรักษ�โรคซ�ง ต�ลขโมย ถ่�ยไม่ปกติสำ�หรับเด็ก; ผลสุก รับประท�นบำ�รุง กระดูก – ชื่อพ้อง กระมอบ Gardenia obtusifolia Roxb. ex Hook. f.


200 201 ชื่อทั่วไป คำ�มอกหลวง ชื่อส�มัญ Golden Gardenia ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Gardenia sootepensis Hutch. วงศ์ Rubiaceae ชื่อท้องถิ่น ไข่เน่� (นครพนม); คำ�มอกช้�ง, คำ�มอก หลวง (ภ�คเหนือ); ผ่�ด้�ม, ย�งมอกใหญ่ (นครร�ชสีม�); สะแล่งหอมไก๋, หอมไก๋ (ลำ�ป�ง) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ต้นขน�ดเล็ก สูง 7–15 เมตร มักมีย�งแข็ง สีเหลืองที่ปล�ยยอด ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรง ข้�ม รูปวงรีขอบขน�นหรือแกมรูปไข่กลับ กว้�ง 12–18 ซม. ย�ว 22–30 ซม. ปล�ยใบแหลม หรือมน ดอก เป็นดอกเดี่ยว สีเหลืองสด ออกที่ ซอกใบ มีกลิ่นหอม ขน�ดผ่�นศูนย์กล�ง 5.5–7 ซม. ผล เป็นผลสด รูปรีหรือรูปขอบขน�น ขน�ด กว้�ง 1.8–2.5 ซม. ย�ว 2.2–4 ซม. มีกลีบเลี้ยง ติดอยู่ที่ปล�ยยอด แหล่งที่พบในประเทศไทย พบม�กท�งภ�คเหนือ ภ�คตะวันออก และภ�ค ตะวันออกเฉียงเหนือ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในประเทศไทยที่ดอยสุเทพ พบใน ประเทศพม่� ไทย และล�ว นิเวศวิทย� ป่�เบญจพรรณ ป่�เต็งรัง ถึงป่�ดิบเข� ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เปลือกต้น ต้มน้ำ�ดื่มบำ�รุงตับอ่อน ช่วยให้เจริญ อ�ห�ร – ชื่อพ้อง คำ�มอกหลวง Gardenia sootepensis Hutch.


202 203 ชื่อทั่วไป เขยต�ย ชื่อส�มัญ Ash sheora, Jamaica mandarin orange ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Glycosmis pentaphylla (Retz.) DC. วงศ์ Rutaceae ชื่อท้องถิ่น กระรอกน้ำ� (ชลบุรี); กระรอกน้ำ�ข้�ว กระโรก น้ำ�ข�ว (ภ�คกล�ง ชลบุรี); เขนทะ (ภ�ค เหนือ); เขยต�ย (ภ�คกล�ง); ต�ระแป (มล�ยู ยะล�); น้ำ�ข้�ว (ภ�คกล�ง ภ�คใต้); ประยงค์ ใหญ่ (กรุงเทพฯ); พุทธรักษ� (สุโขทัย); มันหมู (ประจวบคีรีขันธ์); ลูกเขยต�ย (ภ�คกล�ง); ส้ม ชื่น (ภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ ภ�คเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร มีขนสั้นต�มกิ่งก้�น ใบ เป็น ใบประกอบรูปขนนก 3-5 ใบ ใบย่อยรูปรีหรือรูป ไข่ กว้�ง 4-6 ซม. ย�ว 12-18 ซม. แผ่นใบค่อน ข้�งหน� ดอก ขน�ดเล็ก ออกเป็นช่อต�มปล�ย ยอดหรือซอกใบ แบบช่อแยกแขนง กลีบเลี้ยง เป็นแฉก แต่ละแฉกรูปส�มเหลี่ยม กลีบดอก 5 กลีบ สีข�ว รูปขอบขน�น ปล�ยมน เกสรเพศผู้ 10 อัน เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ผล เป็นผลสด สีชมพู ใส โปร่งแสง แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบขึ้นกระจ�ยในทวีปเอเชียและออสเตรเลีย นิเวศวิทย� พบขึ้นต�มป่�ผลัดใบ ออกดอกเดือนมีน�คม– ธันว�คม สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ร�ก ต้มน้ำ�ดื่ม แก้ไข้ก�ฬ; ร�ก เปลือกต้น และ ใบ ตำ�ละล�ยน้ำ�ดื่ม ส่วนก�กพอกแผล แก้พิษ จ�กงูกัด – ชื่อพ้อง เขยต�ย Glycosmis pentaphylla (Retz.) DC. ก�รขย�ยพันธุ์ ตอนกิ่ง เพ�ะเมล็ด


204 205 ชื่อทั่วไป พิมพ์ไพลิน ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Gymnanthemum extensum (DC.) Steetz วงศ์ Asteraceae ชื่อท้องถิ่น พิมพ์ไพลิน (ทั่วไป) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 6 เมตร กิ่งอ่อนมีขน ใบ เป็นใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอกกลับ ขอบใบหยักห่�ง ฟันเลื่อย มีขนสั้นทั้งสองด้�น ดอก ออกเป็นช่อ แบบกระจุกแน่น มีใบประดับรูปไข่สีเขียว เรียง ซ้อนทับกัน ดอกย่อยขน�ดเล็ก สีข�ว หรือสีอม ม่วง สมบูรณ์เพศ กลีบดอกเป็นหลอด ปล�ย แยกเป็น 5 แฉก ยอดเกสรเพศเมีย ปล�ยแยก เป็น 2 แฉก ผล แห้ง ขน�ดเล็ก ย�ว 3–3.5 มม. ปล�ยมีขนเป็นเส้นย�วจำ�นวนม�ก แหล่งที่พบในประเทศไทย ภ�คเหนือ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ จีน (ยูนน�น) อินเดีย เนป�ล และพม่� นิเวศวิทย� ป่�ดิบเข� หรือป่�สน–ก่อ คว�มสูง 1,000– 2,000 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ใบสด ต้มในน้ำ�เดือด รับประท�นลดอ�ก�รปวด ศีรษะ รักษ�โรคไมเกรน; ใบ รับประท�นวันละ 2 ใบ ลดคว�มดัน ควบคุมระดับน้ำ�ต�ลในผู้ป่วย เบ�หว�น Vernonia extensa DC. ชื่อพ้อง พิมพ์ไพลิน Gymnanthemum extensum (DC.) Steetz


206 207 ชื่อทั่วไป ผักก�ดกบ ชื่อส�มัญ Chinese Gynura ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Gynura pseudochina (L.) DC. วงศ์ Asteraceae ชื่อท้องถิ่น คำ�โคก (ขอนแก่น); ด�วเรืองโคก (เลย); ผัก ก�ดกบ (เพชรบูรณ์); ผักก�ดดง (เลย); ผัก ก�ดดิน (แม่ฮ่องสอน); ผักก�ดนกเข� (สุร�ษฎร์ธ�นี); ว่�นแจง (นครสวรรค์); หน�ด แห้ง (นครร�ชสีม�); ว่�นมห�ห�ฬ (มะยม ม� นันท์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุก อ�ยุหล�ยปี สูงถึง 80 ซม. ลำ�ต้นอวบ น้ำ� ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับเวียนรอบต้น รูปใบ หอกกลับ กว้�ง 2.5-8 ซม. ย�ว 6-30 ซม. ขอบ ใบหยักห่�งๆ หลังใบสีม่วงเข้ม ท้องใบสีเขียว แกมเท� ดอก ออกเป็นช่อที่ปล�ยยอด แบบช่อ กระจุก บนก้�นช่อที่แตกแขนง 1-2 แขนง มีใบ ประดับรองรับช่อดอก ดอกย่อยมีถึง 40 ดอก กลีบดอกสีเหลืองทอง ผล เป็นผลแห้งไม่แตก รูปกระบอง ย�ว 14 มม. มีขนย�ว ขอบเป็น หน�มติดที่ปล�ยผล แหล่งที่พบในประเทศไทย พบท�งภ�คเหนือ ภ�คกล�ง ภ�คตะวันออก เฉียงเหนือ และภ�คใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบในประเทศอินเดีย ศรีลังก� พม่� จีนตอนใต้ นิเวศวิทย� ป่�เบญจพรรณ ถึงป่�ดิบเข� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ทั้งต้น ต้นสดปั่นรับประท�นแก้ปวดข้อ ปวด กระดูก; หัว ต้มน้ำ�ดื่ม แก้ไข้ก�ฬ แก้ฝีหรือแผล – ชื่อพ้อง ผักก�ดกบ Gynura pseudochina (L.) DC. ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด


208 209 ชื่อทั่วไป คนท� ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Harrisonia perforata (Blanco) Merr. วงศ์ Simaroubaceae ชื่อท้องถิ่น กะลันท� (ภ�คกล�ง); โกท� (ภ�คตะวันออก เฉียงใต้); ขี้ตำ�ต� (เชียงใหม่); คนท� (ภ�ค กล�ง); จี้, จี้หน�ม (ภ�คเหนือ); มีชี (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน); สีเต�ะ (ภ�คเหนือ); สีฟัน, สีฟัน คนต�ย, สีฟันคนท� (ภ�คกล�ง); หน�มจี้ (ภ�ค เหนือ); สีฟันโกท� (มะยม ม�นันท์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย หรือไม้ต้นขน�ดเล็ก แตกกิ่งก้�น ย�ว ลำ�ต้นมีหน�มแข็ง ใบ เป็นใบประกอบแบบ ขนนก เรียงสลับ ใบย่อยมี 1-15 ใบ รูปรีหรือรูป ไข่ กว้�ง 1-1.5 ซม. ย�ว 2-2.5 ซม. ขอบใบหยัก ห่�งๆ ก้�นและแกนใบแผ่เป็นครีบ ดอก ออก เป็นช่อสั้น ดอกย่อย ขน�ด 5-8 มม. กลีบเลี้ยง และกลีบดอกมีอย่�งละ 4-5 กลีบ รูปขอบขน�น ผล เป็นผลสด ค่อนข้�งกลม ผิวนอกคล้�ยแผ่น หนัง มีเมล็ดแข็ง ขน�ด 1-2 ซม. แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบในประเทศพม่� ประเทศในค�บสมุทรอินโด จีน ค�บสมุทรม�เลย์ ตั้งแต่สุม�ตร� บอร์เนียว และฟิลิปปินส์ นิเวศวิทย� ป่�เบญจพรรณ ถึงป่�ดิบเข�หินปูน สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ร�ก ต้มน้ำ�ดื่ม แก้ไข้; แก่นหรือร�ก ต้มน้ำ�ดื่ม ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น แก้กระษัยเส้น รักษ� อ�ก�รปวดเมื่อย – ชื่อพ้อง คนท� Harrisonia perforata (Blanco) Merr. ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด


210 211 ชื่อทั่วไป ปอบิด ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Helicteres isora L. วงศ์ Malvaceae ชื่อท้องถิ่น ขี้อ้นใหญ่ (ภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ); ช้อ (กะเหรี่ยง–เชียงใหม่); ปอทับ (เชียงใหม่); ปอบิด (ภ�คกล�ง); มะปิด (ภ�คเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม สูง 1–5 เมตร มีขนรูปด�วละเอียดหรือ ขนสั้นนุ่มต�มกิ่ง หูใบ แผ่นใบด้�นล่�ง กลีบเลี้ยง ด้�นนอก และผล ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปรีหรือรูป ไข่กว้�ง 6-18 ซม. ย�ว 8–20 ซม. ปล�ยจักเป็น แฉก ปล�ยแฉกแหลมย�วคล้�ยห�ง โคนกลม หรือรูปหัวใจ ขอบใบจักฟันเลื่อยสองชั้น ดอก ออกเป็นช่อสั้น ๆ มี 2–3 ช่อ เรียงชิดกันต�ม ซอกใบ กลีบดอกสีส้มหรืออมแดง กลีบบน 2 กลีบ ขน�ดใหญ่ รูปใบหอกกลับ ย�ว 2.5–3 ซม. กลีบพับงอกลับ ย�ว 1.2–1.5 ซม. รังไข่บิดเวียน ผล แห้งแตก รูปทรงกระบอก บิดเป็นเกลียว ปล�ยแหลม ผลเมื่อแก่จะมีสีดำ� แหล่งที่พบในประเทศไทย พบทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ อินเดีย ศรีลังก� จีนตอนใต้ ล�ว เวียดน�ม กัมพูช� ม�เลเซีย และอินโดนีเซีย นิเวศวิทย� พบต�มป่�เบญจพรรณ ป่�เต็งรัง ป่�ดิบแล้ง ช�ยป่�ดิบชื้น ริมถนนสองข้�งท�ง ที่ระดับคว�ม สูง 100–400 เมตร ออกดอกและติดผลช่วง เดือนเมษ�ยน–ตุล�คม ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ผลแห้ง ต้มน้ำ�ดื่ม ลดคว�มดัน ลดไขมันในเลือด รักษ�เบ�หว�น – ชื่อพ้อง ปอบิด Helicteres isora L.


212 213 ชื่อทั่วไป หญ้�งวงช้�งน้อย ชื่อส�มัญ Indian heliotrope ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Heliotropium indicum L. วงศ์ Boraginaceae ชื่อท้องถิ่น กุนอก�โม (มล�ยู–ปัตต�นี); ผักแพวข�ว (ก�ญจนบุรี); หญ้�งวงช้�ง (ภ�คกล�ง); หญ้�งวง ช้�งน้อย (ภ�คเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุก อ�ยุปีเดียวสูง 30–70 ซม. แตกกิ่งแบบ เวียนสลับ ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ กว้�ง 4–12 ซม. ย�ว 2–4 ซม. ขอบใบเป็นคลื่น ปล�ย ใบแหลม ดอก ออกเป็นช่อ ที่ปล�ยยอด ย�ว ประม�ณ 15 ซม. ปล�ยโค้งลงเหมือนงวงช้�ง สีข�ว เรียงเวียนบนแกนช่อดอกท�งด้�นเดียว ดอกขน�ดเล็ก ย�ว 5–7 มม. กลีบดอกเชื่อม กันเป็นหลอดแคบ ปล�ยแยกเป็น 5 แฉก ผล ขน�ดเล็ก มี 2 พู เชื่อมติดกัน แต่ละพูมี 2 เมล็ด แหล่งที่พบในประเทศไทย พบกระจ�ยทั่วประเทศ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ กระจ�ยตัวค่อนข้�งกว้�ง พบในจีน กัมพูช� อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ล�ว ม�เลเซีย เวียดน�ม แอฟริก� อเมริก�เหนือ และ อเมริก�ใต้ นิเวศวิทย� พบต�มพื้นที่รกร้�ง ริมแม่น้ำ� และบนเข� ที่ คว�มสูง 0–700 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ทั้งต้น สดหรือแห้ง ต้มน้ำ�รับประท�น แก้ไขทับ ระดู – ชื่อพ้อง หญ้�งวงช้�งน้อย Heliotropium indicum L.


214 215 ชื่อทั่วไป กำ�ลังช้�งเผือก ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Hiptage benghalensis (L.) Kurz subsp. candicans (Hook. f.) Sirirugsa วงศ์ Malpighiaceae ชื่อท้องถิ่น ก�ซองว�เซอะ (กะเหรี่ยง ก�ญจนบุรี); กำ�ลังช้�ง เผือก (เชียงใหม่); พญ�ช้�งเผือก (ก�ญจนบุรี) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้กึ่งพุ่มหรือไม้เถ�ขน�ดใหญ่ เนื้อแข็ง ใบ เป็น ใบเดี่ยว ออกตรงข้�ม รูปรีกว้�ง หรือรูปรีแกม ขอบขน�น กว้�ง 4–10 ซม. ย�ว 5–15 ซม. ท้องใบมีขนหน�แน่น ดอก ออกเป็นช่อต�มซอก ใบหรือปล�ยกิ่ง กลิ่นหอมจ�งๆ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีกลีบหนึ่งที่มีต่อมนูน กลีบดอก 5 กลีบ สี ข�วมีแต้มเหลืองที่ด้�นใน ขน�ดไม่เท่�กัน กลีบ ข้�งจะพับกลับ เกสรเพศผู้ 10 อัน มี 1 อัน ย�ว แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ยกเว้นภ�คใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ อินเดีย พม่� และจีน (ยูนน�น) นิเวศวิทย� พบทั่วไปในป่�ผลัดใบ และช�ยป่�ดิบ ที่คว�มสูง 300–1,600 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เข้�ย�กับสมุนไพรชนิดอื่นในตำ�รับย�น้ำ� สมุนไพรขมิ้นชัน–ว่�นชักมดลูก – ชื่อพ้อง กำ�ลังช้�งเผือก Hiptage benghalensis (L.) Kurz subsp. candicans (Hook. f.) Sirirugsa เป็นพิเศษ ผล เป็นผลแห้ง สีแดง มี 3 ปีก ขน�ด ไม่เท่�กัน เมื่อแก่ไม่แตก


216 217 ชื่อทั่วไป พุดทุ่ง ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Holarrhena curtisii King & Gamble วงศ์ Apocynaceae ชื่อท้องถิ่น ถั่วหนู (สุร�ษฎร์ธ�นี); นมร�ชสีห์, นมเสือ (พิษณุโลก); น้ำ�นมเสือ (จันทบุรี); พุดทอง (ภ�ค ใต้); พุดทุ่ง, พุดน� (ภ�คกล�ง, ร�ชบุรี); พุดน้ำ� (สุร�ษฎร์ธ�นี); พุดป่� (ลำ�ป�ง); มูกน้อย, มูกนั่ง, มูกนิ่ง (ภ�คเหนือ); โมกเตี้ย (ภ�คใต้); โมกน้อย โมกนั่ง (ภ�คเหนือ); สรรพคุณ (สงขล�); หัสคุณ เทศ (พังง�); หัสคุณใหญ่ (สุร�ษฎร์ธ�นี); โมกทุ่ง (มะยม ม�นันท์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร มีน้ำ�ย�งสีข�วขุ่น ใบ เป็น ใบเดี่ยว รูปไข่กลับ หรือรูปรีแกมขอบขน�น เรียงตรงกันข้�มสลับฉ�ก กว้�ง 2.5-5 ซม. ย�ว 7-12 ซม. มีขนสั้นนุ่มทั้งสองด้�น ดอก ออกเป็น ช่อค่อนข้�งแน่น กลีบดอกสีข�ว โคนเชื่อมติดกัน เป็นรูปกรวย ย�ว 8-15 มม. ปล�ยแยกเป็น 5 กลีบ เรียงซ้อนเหลื่อมกันและเวียนขว� เกสรเพศ ผู้มี 5 อัน ผล เป็นฝักคู่ กลมย�ว รูปคล้�ยด�บ เมล็ดมีสีน้ำ�ต�ล มีกระจุกขนสีข�ว แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบในประเทศเวียดน�ม ล�ว กัมพูช� ไทย จนถึง ม�เลเซีย นิเวศวิทย� ป่�ดิบชื้น ป่�ดิบแล้ง ป่�เต็งรัง ป่�เบญจพรรณ ป่�โกงก�ง ป่�โปร่ง และป่�ผลัดใบ สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ร�ก ใช้แทนหัสคุณ ต�กแห้ง บดเป็นผง รับ ประท�นครั้งละ 2 ช้อนช� ฟอกเลือด – ชื่อพ้อง พุดทุ่ง Holarrhena curtisii King & Gamble ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด


218 219 ชื่อทั่วไป ตะข�บบิน ชื่อส�มัญ Centipede plant, Ribbon bush, Tapeworm plant ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Homalocladium platycladum (F. Muell.) L. H. Bailey วงศ์ Polygonaceae ชื่อท้องถิ่น ตะข�บปีนกล้วย ตะข�บหิน (ภ�คกล�ง); ว่�น ตะข�บ (เชียงใหม่); ว่�นตะเข็บ (ภ�คเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม ต้นอ่อนแบนสีเขียว แตกกิ่งก้�นม�ก ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปรีขน�ดเล็ก สีเขียว แผ่นใบอ่อน นิ่ม ไม่มีก้�นใบ ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ออกต�มข้อ ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ขน�ดเล็ก สีเขียวอ่อน กลีบดอก 5 กลีบ ผล รูปทรงกลม เป็นพู 5 พู ผลสุกสีแดง เมล็ด 1 เมล็ด สีเหลือง เป็นสัน 3 สัน แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในหมู่เก�ะท�งภ�คตะวันตกของ มห�สมุทรแปซิฟิก นิเวศวิทย� เป็นพืชปลูกทั่วไป ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ใบ ตำ�พอกหรือต้มน้ำ�ดื่ม รักษ�แผลที่เกิดจ�ก ตะข�บกัด Muehlenbeckia platyclada (F. Muell.) Meissn. ชื่อพ้อง ตะข�บบิน Homalocladium platycladum (F. Muell.) L. H. Bailey


220 221 ชื่อทั่วไป ตะเคียนทอง ชื่อส�มัญ Ironwood ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Hopea odorata Roxb. วงศ์ Dipterocarpaceae ชื่อท้องถิ่น กะกี้, โกกี้ (กะเหรี่ยง–เชียงใหม่); แคน (ภ�ค ตะวันออกเฉียงเหนือ); จะเคียน (ภ�คเหนือ); จือง� (มล�ยู–นร�ธิว�ส); จูเค้, โซเก (กะเหรี่ยง– ก�ญจนบุรี); ตะเคียน, ตะเคียนทอง, ตะเคียน ใหญ่ (ภ�คกล�ง); ไพร (ละว้�–เชียงใหม) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ต้น สูงได้ถึง 40 เมตร เปลือกต้นสีน้ำ�ต�ลดำ� แตกเป็นร่องลึกต�มย�ว ใบ เป็นใบเดี่ยว ออก เรียงสลับ รูปไข่แคบหรือขอบขน�น กว้�ง 3–7 ซม. ย�ว 8–16 ซม. ปล�ยใบเรียวแหลม มีห�ง มักมีต่อมที่ซอกเส้นใบ ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อ แยกแขนงที่ซอกใบและปล�ยกิ่ง มีดอกย่อยช่อ ละ 40–50 ดอก กลีบดอกสีเหลืองแกมน้ำ�ต�ล มีกลิ่นหอม เกสรเพศผู้มี 15 อัน อับเรณูมียอด แหลม ผล แห้งไม่แตก รูปกลมหรือรูปไข่เกลี้ยง มีปีกย�ว 2 ปีก ย�ว 3–6 ซม. เมล็ดค่อนข้�ง กลมสีน้ำ�ต�ลมี 1 เมล็ดต่อผล แหล่งที่พบในประเทศไทย พบท�งภ�คเหนือ ภ�คกล�ง ภ�คตะวันออก เฉียงเหนือ ภ�คตะวันตก และภ�คใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบในประเทศอินเดีย เนป�ล บังกล�เทศ พม่� จีนตอนใต้ และกัมพูช� นิเวศวิทย� ป่�ระดับล่�ง ถึงพื้นที่สูง ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ย�ง บดเป็นผงผสมย�งสน ดินสอพอง น้ำ�มัน มะพร้�วสกัดเย็น ท�แผลเรื้อรังขอบแข็ง – ชื่อพ้อง ตะเคียนทอง Hopea odorata Roxb.


222 223 ชื่อทั่วไป ผักค�วตอง ชื่อส�มัญ Bishop’s weed, Chameleon plant, Fishwort, Heartleaf, Lizard tail ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Houttuynia cordata Thunb. วงศ์ Saururaceae ชื่อท้องถิ่น ผักก้�นตอง (แม่ฮ่องสอน); ผักเข้�ตอง ผัก ค�วตอง (ภ�คเหนือ); ผักค�วทอง พลูแก (ภ�ค กล�ง) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุก อ�ยุหล�ยปี สูงได้ถึง 50 ซม. เหง้�ทอด เลื้อย ส่วนต่�ง ๆ มีกลิ่น มีร�กต�มข้อ ใบ เป็น ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปไข่กว้�งคล้�ยรูปหัวใจ ย�ว 2–10 ซม. ก้�นใบย�ว 1.5–4 ซม. ดอก ออก เป็นช่อแบบช่อเชิงลด ดูคล้�ยเป็นดอกเดี่ยว ใบ ประดับคล้�ยกลีบดอก 4 ใบ สีข�ว รูปขอบ ขน�นย�ว ดอกย่อยไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก ผล แห้ง รูปคนโท ย�ว 2–3 มม. เมื่อแก่แตกที่ ปล�ยผล เมล็ดรูปไข่ ย�วประม�ณ 1 มม. แหล่งที่พบในประเทศไทย พบท�งภ�คเหนือ และภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบที่เนป�ล ภูฏ�น อินเดีย จีน เก�หลี ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิเวศวิทย� ขึ้นต�มที่โล่งที่ชื้นแฉะ ที่คว�มสูงใกล้ระดับน้ำ� ทะเลจนถึงประม�ณ 1,700 เมตร ออกดอกและ ติดผลช่วงเดือนมิถุน�ยน–สิงห�คม ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ทั้งต้นและใบ รับประท�นเป็นผักต้�นอนุมูล อิสระ – ชื่อพ้อง ผักค�วตอง Houttuynia cordata Thunb.


224 225 ชื่อทั่วไป กระบก ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Irvingia malayana Oliv. ex A. W. Benn. วงศ์ Irvingiaceae ชื่อท้องถิ่น กระบก, กะบก, จะบก (ภ�คกล�ง); จำ�เม�ะ (เขมร); ซะอัง (ชอง-ตร�ด); ตระบก (ภ�คกล�ง); บก (ภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ); มะมื่น (ภ�ค เหนือ); หมักลื่น, หม�กบก (ภ�คตะวันออกเฉียง เหนือ); หลักก�ย (ส่วย-สุรินทร์); เหมือดคน (มะยม ม�นันท์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ต้น สูง 10-30 เมตร ผลัดใบช่วงสั้น ๆ ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปรีแกมใบหอก กว้�ง 2.5-9 ซม. ย�ว 8-20 ซม. เนื้อใบหน� ผิวเกลี้ยง ดอก สี ข�วอมเขียว ขน�ดเล็ก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบ ดอก 5 กลีบ ปล�ยกลีบดอกม้วนออก เกสรเพศ ผู้ 10 อัน ผล รูปป้อมรี เมล็ดเดี่ยวมีเปลือกแข็ง ภ�ยในมีเนื้อแป้งสีข�ว อัดแน่น แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิเวศวิทย� ป่�เต็งรัง ป่�ช�ยห�ด ป่�เบญจพรรณ ป่�ดิบแล้ง ตลอดจนป่�ดิบชื้น สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เมล็ด คั่วรับประท�น บำ�รุงเส้นเอ็น – ชื่อพ้อง กระบก Irvingia malayana Oliv. ex A. W. Benn. ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด


226 227 ชื่อทั่วไป สบู่แดง ชื่อส�มัญ Belly–ache bush ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Jatropha gossypiifolia L. วงศ์ Euphorbiaceae ชื่อท้องถิ่น ละหุ่งแดง สบู่แดง (ภ�คกล�ง); สบู่เลือด สลอด แดง สีลอด หงษ์เทศ (ปัตต�นี) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 3 เมตร มีย�งสีข�วขุ่น ใบ เป็น ใบเดี่ยว เป็นแฉก 3–5 แฉก ขอบจักซี่ฟันเล็กๆ คล้�ยหน�ม แผ่นใบอ่อนนิ่ม ใบอ่อนสีแดงอมดำ� ก้�นใบมีขนต่อมเหนียว ดอก ออกเป็นช่อแยก เพศอยู่ในก้�นเดียวกัน ดอกเพศผู้ขน�ดประม�ณ 8 มม. กลีบดอก 5 กลีบ สีม่วงแดง ดอกเพศเมีย ขน�ดใหญ่กว่�ดอกเพศผู้สองเท่� ผล รูปทรง กลม มีพู 6 พู สีเขียว เมล็ดมี 3 เมล็ด แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในแถบอเมริก�เขตร้อน นิเวศวิทย� พบขึ้นต�มพื้นที่แห้งแล้ง มักเป็นพื้นที่รกร้�งว่�ง ริมถนน ป่�ที่ถูกรบกวน และต�มป่�ผลัดใบ ที่ ระดับคว�มสูงประม�ณ 700 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด ปักชำ� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ใบ ต้มน้ำ�ดื่ม เป็นย�ถ่�ย – ชื่อพ้อง สบู่แดง Jatropha gossypiifolia L.


228 229 ชื่อทั่วไป มะละกอฝรั่ง ชื่อส�มัญ Coral plant ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Jatropha multifida L. วงศ์ Euphorbiaceae ชื่อท้องถิ่น ฝิ่นต้น, มะละกอฝรั่ง (กรุงเทพฯ); มะหุ่งแดง (ภ�คเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม ค่อนข้�งอวบน้ำ� หรือไม้ต้นขน�ดเล็ก ผิว ลำ�ต้นเกลี้ยง สูงถึง 6 เมตร มีน้ำ�ย�งสีข�ว ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบเรียงสลับ แบบก้นปิด รูป กลมแกมรูปไข่กว้�ง ขน�ดเส้นผ่�นศูนย์กล�ง 15-35 ซม. แฉกแบบฝ่�มือ มี 9-12 ส่วน ดอก ออกเป็นช่อแน่น ก้�นช่อดอกย�วถึง 23 ซม. แยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน กลีบดอก 5 กลีบ แยกกัน สีแดงสด ผล แบบรูปไข่กลับกว้�ง ย�ว ประม�ณ 3 ซม. มี 3 พู ผลสุกสีเหลือง เมล็ด ขน�ดประม�ณ 2 ซม. สีเหลืองหม่น มีล�ยสีน้ำ�ต�ล แหล่งที่พบในประเทศไทย เป็นพืชปลูก ปลูกทั่วไปทุกภ�ค ยกเว้นภ�คใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ ถิ่นกำ�เนิดจ�กทวีปอเมริก� และกระจ�ยไปทั่ว โลก นิเวศวิทย� ปลูกที่ระดับคว�มสูง 0-800 เมตร สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น น้ำ�ย�งที่เด็ดจ�กก้�นใบ ใช้ใส่ฟัน แก้ปวดฟัน รำ� มะน�ด; เปลือก ทุบ ต�กแดดให้แห้ง ผสมกับ สมุนไพรชนิดอื่นเพื่อปรุงย�หอม; ย�ง ป้�ยท� รักษ�แผลสด – ชื่อพ้อง มะละกอฝรั่ง Jatropha multifida L. ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด


230 231 ชื่อทั่วไป หนุม�นนั่งแท่น ชื่อส�มัญ Gout plant, Tartogo ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Jatropha podagrica Hook. วงศ์ Euphorbiaceae ชื่อท้องถิ่น ว่�นเลือด หนุม�นนั่งแท่น (ภ�คกล�ง); หัว ละม�นนั่งแท่น (ประจวบคีรีขันธ์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม สูงถึง 2.5 เมตร ลำ�ต้นอวบพองที่โคน มี น้ำ�ย�งใส ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปไข่กว้�ง ขอบเว้� 3–5 แฉก กว้�งได้ถึง 11 ซม. ย�วได้ถึง 20 ซม. ดอก ออกเป็นช่อที่ปล�ยยอด สีแดง แยกเพศ อยู่ในต้นเดียวกัน ขน�ด 5–7 ซม. กลีบดอกมี 5 กลีบ ผล รูปทรงกลมรี มี 3 พู เมล็ดมีเยื่อสีข�ว อยู่ที่ขั้ว แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในอเมริก�กล�ง นิเวศวิทย� พบเป็นพืชปลูกทั่วไป ที่ระดับคว�มสูงประม�ณ 800 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด แยกเหง้� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น น้ำ�ย�ง ป้�ยท�รักษ�ฝี – ชื่อพ้อง หนุม�นนั่งแท่น Jatropha podagrica Hook.


232 233 ชื่อทั่วไป สันพร้�มอญ ชื่อส�มัญ Willow–leaved Justicia ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Justicia gendarussa Burm. f. วงศ์ Acanthaceae ชื่อท้องถิ่น กรอกระโด้ะ (กะเหรี่ยง–แม่ฮ่องสอน); กระดูกไก่ ดำ�, กระดูกดำ� (ภ�คเหนือ); กะล�ดำ� (จันทบุรี); เกี๋ยงผ� (ภ�คเหนือ); เขียงพร้�มอญ (ภ�คกล�ง); เฉียงพร้� (สุร�ษฎร์ธ�นี); เฉียงพร้�บ้�น, เฉียง พร้�มอญ (ภ�คกล�ง); เฉียงพร้�ม่�น, บัวล� ดำ� (ภ�คเหนือ); ปองดำ� (ตร�ด); ผีมอญ, ส้มมะ ง�จีน, สันพร้�มอญ (ภ�คกล�ง); แสนทะแมน (ตร�ด) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่มขน�ดเล็ก สูง 0.7–1.5 เมตร มีกิ่งก้�นม�ก ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตัวแบบตรงกันข้�ม รูปใบ หอก กว้�ง 1–1.5 ซม. ย�ว 6–10 ซม. ดอก ออกเป็นช่อที่ปล�ยยอด หรือซอกใบ แบบช่อ เชิงลด ย�ว 3–12 ซม. กลีบดอกสีข�ว 5 กลีบ เชื่อมติดกัน รูปป�กเปิด กลีบบน 2 แฉก กลีบ ล่�ง 3 แฉก ผล แห้งแตก รูปทรงกระบอก ย�ว ประม�ณ 1.2 ซม. แหล่งที่พบในประเทศไทย พืชปลูก พบทั่วไป ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ ค�ดว่�มีถิ่นกำ�เนิดบริเวณเอเชียใต้ หรือเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ มักพบเป็นพืชปลูกใน จีนตอน ใต้ กัมพูช� อินเดีย อินโดนีเซีย ล�ว ม�เลเซีย พม่� ป�ปัวนิวกินี ศรีลังก� เวียดน�ม นิเวศวิทย� พบเป็นพืชปลูก ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ� เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ต้นสด จำ�นวน 3 ต้น เคี่ยวในน้ำ� 1.25 ลิตร ร่วม กับใบเตย 3 ใบ โดยใช้ไฟอ่อนให้ตัวย�ละล�ย ออกม� ก่อนเร่งไฟให้น้ำ�เดือด ปิดไฟ ดื่มแก้ปวด ข้อ ปวดกระดูก ห�กมีอ�ก�รปวดม�ก ให้ดื่ม ก่อนอ�ห�รเช้� กล�งวัน และเย็น ห�กมีอ�ก�ร ปวดไม่ม�ก ให้ดื่มก่อนอ�ห�รเช้� และก่อนนอน ดื่มต่อเนื่องกัน 5 วัน ห�กยังมีอ�ก�รปวดให้ดื่ม ซ้ำ�จนอ�ก�รทุเล� หรือห�กดื่มเพื่อบำ�รุงสุขภ�พ ให้ดื่มก่อนอ�ห�รเช้�มื้อเดียว – ชื่อพ้อง สันพร้�มอญ Justicia gendarussa Burm. f.


234 235 ชื่อทั่วไป ฆ้องส�มย่�น ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Kalanchoe laciniata (L.) DC. วงศ์ Crassulaceae ชื่อท้องถิ่น ฆ้องส�มย่�น ทองส�มย่�น (ภ�คกล�ง); เถ�ไฟ ฮอมแฮม (แม่ฮ่องสอน) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุก สูงไม่เกิน 1.5 เมตร ลำ�ต้นอวบน้ำ� ใบ มีหล�ยแบบในต้นเดียว ใบรูปไข่ ขอบหยักเป็น ซี่มน ก้�นใบสั้นม�ก ใบกล�งลำ�ต้นหยักเป็น แฉกลึก คล้�ยขนนก 2 ชั้น ผิวใบมัน ใบบนจะ มีขน�ดเล็กกว่� ดอก ออกเป็นช่อที่ปล�ยยอด กลีบดอก 4 กลีบ สีเหลือง ย�วประม�ณ 1.6 ซม. ผล แห้งแตกด้�นเดียว ย�วประม�ณ 8 มม. แหล่งที่พบในประเทศไทย พบทั่วไป ทุกภ�คในประเทศ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบขึ้นกระจ�ยในอเมริก�และทวีปเอเชีย นิเวศวิทย� พบขึ้นต�มพื้นที่ลุ่มทั่วไป ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ใบ ต้มน้ำ�ดื่ม แก้พิษฝี ฟกบวม – ชื่อพ้อง ฆ้องส�มย่�น Kalanchoe laciniata (L.) DC.


236 237 ชื่อทั่วไป เทียนกิ่ง ชื่อส�มัญ Henna, Mignonette tree ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Lawsonia inermis L. วงศ์ Lythraceae ชื่อท้องถิ่น เทียนข�ว เทียนแดง เทียนไม้ เทียนต้น เทียน ข้�วเปลือก เทียมป้อม เทียนย้อม (ภ�คกล�ง); ฮวงกุ่ย โจนกะฮวยเฮี๊ยะ (จีน) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 5 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำ�ต�ล กิ่งอ่อนสีเขียวนวล ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้�ม รูปรี กว้�ง 1–2 ซม. ย�ว 3–4 ซม. ดอก ออก เป็นช่อที่ปล�ยกิ่ง ดอกสีแดงหรือสีข�ว กลีบดอก 4 กลีบ ยับย่น เกสรเพศผู้ 8 อัน เกสรเพศเมีย 1 อัน ผล แห้งแตก รูปทรงกลม เมื่อแก่สีน้ำ�ต�ล แหล่งที่พบในประเทศไทย พบท�งภ�คกล�ง ภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ และภ�คเหนือ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบขึ้นกระจ�ยในตอนเหนือของแอฟริก� เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย นิเวศวิทย� พบเป็นพืชปลูกทั่วไป ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ต้น ต้มน้ำ�ดื่ม แก้พย�ธิ บำ�รุงกำ�ลังเด็ก – ชื่อพ้อง เทียนกิ่ง Lawsonia inermis L.


238 239 ชื่อทั่วไป หม�กหมก ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Lepionurus sylvestris Blume วงศ์ Opiliaceae ชื่อท้องถิ่น หม�กหมก (นครศรีธรรมร�ช); ผักแหวน (มะยม ม�นันท์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม หรือไม้ต้นขน�ดเล็ก สูงได้ถึง 4 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับระน�บเดียว รูปไข่ รูปไข่ กลับ หรือรูปขอบขน�นถึงรูปแถบ ย�ว 5.5–25 ซม. ปล�ยแหลมหรือแหลมย�ว โคนสอบหรือรูป ลิ่ม ดอก ออกเป็นช่อ ไม่แตกแขนง ย�ว 2–4.5 ซม. กลีบดอกสีเหลืองหรืออมส้ม เชื่อมติดกันที่ โคน เกสรเพศผู้ 4 อัน ผล เป็นผลสด ค่อนข้�ง กลม ขน�ด 1–1.6 ซม. เมื่อสุกสีแดง แหล่งที่พบในประเทศไทย พบท�งภ�คเหนือ และภ�คใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบที่อินเดีย เนป�ล จีนตอนใต้ พม่� เวียดน�ม ตอนใต้ ค�บสมุทรมล�ยู สุม�ตร� ชว� และ บอร์เนียว นิเวศวิทย� ป่�ดิบแล้ง ป่�ดิบเข� และป่�ดิบชื้นที่เป็นเข� หินปูน ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ร�ก สะตุโดยก�รสับแล้วคั่วกับเหล้� รับประท�น แก้ปวดข้อ – ชื่อพ้อง หม�กหมก Lepionurus sylvestris Blume


240 241 ชื่อทั่วไป มะขวิด ชื่อส�มัญ Burmese thanaka, Elephant’s apple, Gelingga, Kavath, Wood apple ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Limonia acidissima L. วงศ์ Rutaceae ชื่อท้องถิ่น มะขวิด (ภ�คกล�ง); มะฟิด (ภ�คเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ต้นขน�ดกล�งถึงขน�ดใหญ่ สูง 6-25 เมตร ผลัดใบ ลำ�ต้นเปล�ตรง เปลือกสีน้ำ�ต�ลอมเท� ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกปล�ยคี่ เรียงสลับ หรือเป็นกระจุก ใบย่อย 5-7 ใบ เรียงตรงกันข้�ม รูปขอบขน�นแกมรูปไข่กลับ กว้�ง 0.5-1 ซม. ย�ว 1.5-4.5 ซม. ปล�ยมนหรือหยักเว้�เล็กน้อย ขอบเรียบ โคนสอบแคบรูปลิ่ม แผ่นใบหน�และ เกลี้ยง มีต่อมน้ำ�มันกระจ�ยทั่วไป ดอก ออก รวมกันเป็นช่อแบบช่อกระจุก ออกต�มซอกใบ และปล�ยกิ่ง สีข�วอมเขียวเจือสีแดง มีทั้งดอก สมบูรณ์เพศและดอกเพศผู้อยู่ในช่อเดียวกัน กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ ดอกบ�น เต็มที่กว้�ง 1-1.5 ซม. ผล แบบผลมีเนื้อหล�ย เมล็ด แห้งไม่แตก รูปทรงกลม ขน�ด 8-10 ซม. เปลือกแข็งสีเท�อมข�ว เนื้อในอ่อนนิ่ม เมล็ด จำ�นวนม�ก แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบขึ้นกระจ�ยในอินเดีย ศรีลังก� ป�กีสถ�น และอินโดนีเชีย (ชว�) นิเวศวิทย� พบขึ้นต�มป่�เบญจพรรณและป่�โปร่ง ออกดอก เดือนมกร�คม–มีน�คม ติดผลเดือนตุล�คม– ธันว�คม สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เนื้อในของผล นึ่ง ต�กแดด ผสมกับสมุนไพร ชนิดอื่น รับประท�นแก้อ�ก�รวิงเวียนศีรษะ Schinus limonia L. ชื่อพ้อง มะขวิด Limonia acidissima L. ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด ตอนกิ่ง


242 243 ชื่อทั่วไป ขยัน ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Lysiphyllum strychnifolium (Craib) A. Schmitz วงศ์ Fabaceae ชื่อท้องถิ่น ขยัน, เครือขยัน (ภ�คเหนือ); ย่�น�งแดง (ภ�ค ตะวันออกเฉียงเหนือ); สย�น (ลำ�ป�ง, ต�ก); หญ้�น�งแดง (ภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้เถ� เนื้อแข็ง ย�วได้ถึง 5 เมตร มีมือจับ ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปขอบขน�นแกมรูปไข่ ย�ว 4–15 ซม. ปล�ยแหลมย�ว โคนกลมหรือเว้�ตื้น ดอก ออกเป็นช่อ ไม่ค่อยแตกแขนงต�มปล�ยกิ่ง ย�ว ได้ถึง 1 เมตร หลอดกลีบเลี้ยงสีชมพูอ่อนหรือ แดง รูปถ้วย ย�ว 0.5–1 ซม. กลีบดอกสีแดง ถึงแดงเข้ม รูปไข่กลับ ย�ว 1.2–1.5 ซม. เกสร เพศผู้ 3 อัน เกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน 7 อัน ย�วไม่ เท่�กัน รังไข่มีขนสั้น ผล เป็นฝักรูปใบหอก ย�ว 15–16 ซม. ปล�ยมีจะงอย มี 8–9 เมล็ด แหล่งที่พบในประเทศไทย พบเฉพ�ะท�งภ�คเหนือ และภ�คตะวันตก ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พืชเฉพ�ะถิ่น พบเฉพ�ะในประเทศไทย นิเวศวิทย� ป่�เต็งรัง ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ร�ก ต้มหรือฝนกับน้ำ�หรือน้ำ�ซ�วข้�ว ดื่มแก้เบื่อ เม� รักษ�อ�ก�รปวดเมื่อย Bauhinia strychnifolia Craib ชื่อพ้อง ขยัน Lysiphyllum strychnifolium (Craib) A. Schmitz


244 245 ชื่อทั่วไป มะก�ยเครือ ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Mallotus repandus (Rottler) Müll. Arg. วงศ์ Euphorbiaceae ชื่อท้องถิ่น กุระเปี้ยะ (ปัตต�นี); กูเก๊�ะบือยะ, กูเก๊�ะมูยะ (มล�ยู-นร�ธิว�ส); แนวน้ำ� (ประจวบคีรีขันธ์); โพค�น (ชัยน�ท); มะก�ยเครือ, มะปอบเครือ (ภ�คเหนือ); เยี่ยวแมว (ภ�คใต้); เยี่ยวแมวเถ� (นร�ธิว�ส) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่มรอเลื้อย สูง 3-6 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ กว้�ง 5-8 ซม. ย�ว 6-10 ซม. ผิวใบมีขนหน�แน่นทั้งสองด้�น โคนมนหรือ ตัดตรง ขอบเรียบหรือหยักเป็นฟันเล็กๆ ปล�ย แหลมเรียว ดอก ออกเป็นช่อกระจุก บนกิ่งช่อ ย�วที่แตกแขนง หรือเป็นกิ่งเดี่ยว ดอกแยกเพศ แยกช่อ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียขน�ดใกล้ เคียงกัน ขน�ด 5-6 มม. สีเหลืองอ่อน ผล แห้ง แตก ทรงกลม ขน�ดประม�ณ 1 ซม. แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ ตอนใต้ของประเทศอินเดีย ศรีลังก� ถึงไต้หวัน และ ฟิลิปปินส์ และพบกระจ�ยในค�บสมุทร มล�ยู จนถึงออสเตรเลีย นิเวศวิทย� พบในพื้นที่ที่ถูกรบกวน ริมถนน หรือริมลำ�น้ำ�ใน ป่�ดิบ หรือป่�เบญจพรรณ สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เข้�ย�กับสมุนไพรชนิดอื่นในตำ�รับย�น้ำ� สมุนไพรขมิ้นชัน-ว่�นชักมดลูก; เถ� ผสมกับ เถ�กำ�แพงเจ็ดชั้น ร�งแดง ต้มน้ำ�ดื่มเป็นย�บำ�รุง กำ�ลัง; เถ� ต้มน้ำ�ดื่ม แก้อ�ก�รปวดที่เกี่ยวกับ เส้นเอ็น – ชื่อพ้อง มะก�ยเครือ Mallotus repandus (Rottler) Müll. Arg. ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด


246 247 ชื่อทั่วไป ส�รภี ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Mammea siamensis (Miq.) T. Anderson วงศ์ Clusiaceae ชื่อท้องถิ่น ทรพี (จันทบุรี); สร้อยพี (ภ�คใต้); ส�รภี (ทั่วไป); ส�รภีแนน (เชียงใหม่) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ยืนต้น สูง 12–20 เมตร ไม่ผลัดใบ ลำ�ต้น ตรง เปลือกเป็นสะเก็ดเล็กๆ ลำ�ต้นและกิ่งมี ย�งสีเหลืองหรือข�ว ใบ เป็นใบเดี่ยว ออก ตรงข้�ม รูปไข่ กว้�ง 5–8 ซม. ย�ว 9–12 ซม. ปล�ยมนกว้�งหรือเว้�ลงเล็กน้อย เนื้อใบหน� เกลี้ยง ดอก ออกเป็นช่อเดี่ยวต�มกิ่ง ดอกกว้�ง ประม�ณ 2 ซม. มีกลีบดอก 5 กลีบ สีข�วกลิ่น หอม มีเกสรเพศผู้จำ�นวนม�ก สีเหลือง ผล กลม หรือรูปไข่ ขน�ด 2–3 ซม. ผิวเรียบ เมื่อสุกมีสี เหลืองส้ม เนื้อในมีรสหว�น แหล่งที่พบในประเทศไทย พบเป็นพืชปลูกทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ อินเดีย กัมพูช� ล�ว เวียดน�ม และค�บสมุทร มล�ยู นิเวศวิทย� พบบ้�งในป่�ที่ไม่ถูกรบกวน ที่ระดับคว�มสูง 0–800 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ ตอนกิ่ง เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เกสร เป็นส่วนประกอบของพิกัดเกสรทั้ง 5 หรือ เบญจเกสร ได้แก่ ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอก บุนน�ค ดอกส�รภี และดอกบัวหลวง บดหรือ ต้มดื่มบำ�รุงหัวใจ – ชื่อพ้อง ส�รภี Mammea siamensis (Miq.) T. Anderson


248 249 ชื่อทั่วไป มะม่วง ชื่อส�มัญ Mango ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Mangifera indica L. วงศ์ Anacardiaceae ชื่อท้องถิ่น แป (ละว้�–เชียงใหม่); สะเค�ะ ส่�เค�ะส่� (กะเหรี่ยง–แม่ฮ่องสอน); หมักโม่ง (เงี้ยว–ภ�ค เหนือ); มะม่วง มะม่วงบ้�น (ทั่วไป); มะม่วง สวน (ภ�คกล�ง); ขุ (กะเหรี่ยง–ก�ญจนบุรี); โคกแล้ะ (ละว้�–ก�ญจนบุรี); เจ�ะช้อก ช้อก (ซอง–จันทบุรี); โตร้ก (ช�วบน–นครร�ชสีม�); เป� (มล�ยู–ภ�คใต้) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ยืนต้น ขน�ดกล�งถึงขน�ดใหญ่ สูง 10–30 เมตร มีย�งใส เมื่อถูกอ�ก�ศจะเปลี่ยนเป็นสีดำ� ใบ เป็นใบเดี่ยว ขอบเรียบ ปล�ยแหลม ดอก ออกเป็นช่อแยกแขนง ดอกขน�ดเล็กม�ก สี เหลืองอ่อน กลีบดอก 5 กลีบ เกสรสีแดงเรื่อๆ ผล เป็นผลสด กลมหรือมักเบี้ยว กว้�ง 4–8 ซม. ย�ว 5–20 ซม. ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็น สีเหลืองหรือเหลืองส้ม เมล็ด 1 เมล็ด แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วไปทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ นิเวศวิทย� พบเป็นพืชปลูกทั่วไป ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด ตอนกิ่ง สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เนื้อในเมล็ด บดแล้วปั้นให้มีขน�ดเท่�เมล็ด พุทร� รับประท�นขับพย�ธิ – ชื่อพ้อง มะม่วง Mangifera indica L.


250 251 ชื่อทั่วไป ปีบ ชื่อส�มัญ Indian cork tree, Tree jasmine ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Millingtonia hortensis L. f. วงศ์ Bignoniaceae ชื่อท้องถิ่น ก�ซะลอง, ก�ดสะลอง (ภ�คเหนือ); เต็กตองโพ่ (กะเหรี่ยง–ก�ญจนบุรี); ปีบ (ภ�คกล�ง) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ต้น สูง 15–25 เมตร ใบ เป็นใบประกอบแบบ ขนนก 2–3 ขั้น เรียงตรงข้�ม ใบย่อยรูปไข่แกม ใบหอก กว้�ง 1.5–2.5 ซม. ย�ว 3–5 ซม. ดอก ออกเป็นช่อขน�ดใหญ่ที่ปล�ยกิ่ง กลีบดอกสีข�ว โคนเป็นหลอดย�วเรียว ปล�ยแยกเป็น 5 แฉก กลิ่นหอม ผล เป็นฝักแบน ย�วประม�ณ 30 ซม. เมล็ดมีปีกบ�งโดยรอบ แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ กระจ�ยทั่วไปในประเทศพม่� และอินโดจีน นิเวศวิทย� ป่�เบญจพรรณ และปลูกทั่วไป ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ใบบริเวณยอด อังไฟ รับประท�นแก้เจ็บเท้�; ดอก นำ�ม�มวนในใบตองเป็นย�สูบ รักษ� ริดสีดวงจมูกและคอ – ชื่อพ้อง ปีบ Millingtonia hortensis L. f.


252 253 ชื่อทั่วไป พิกุล ชื่อส�มัญ Bullet wood, Spanish cherry ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Mimusops elengi L. วงศ์ Sapotaceae ชื่อท้องถิ่น กุน (ภ�คใต้); แก้ว (เลย ภ�คเหนือ); ซ�งดง (ลำ�ป�ง); พิกุล (ภ�คกล�ง); พิกุลเข� พิกุลเถื่อน พิกุลป่� (ภ�คใต้) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ยืนต้น สูง 8–15 เมตร แตกกิ่งก้�นเป็นพุ่ม หน�ทึบ ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปไข่ กว้�ง 2–5 ซม. ย�ว 5–10 ซม. ขอบใบเรียบ แผ่นใบ ค่อนข้�งเหนียว สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก ออก เดี่ยว หรือเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกเล็กสีข�ว นวล มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยง 8 กลีบ เรียงซ้อน กัน 2 ชั้น กลีบดอกประม�ณ 24 กลีบ ผล รูปไข่ ย�วประม�ณ 2.5 ซม. ผลสุกสีแสด เมล็ดเดี่ยว แหล่งที่พบในประเทศไทย พบท�งภ�คกล�ง ภ�คตะวันออก และภ�คใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบขึ้นกระจ�ยในอินเดีย ศรีลังก� และ ค�บสมุทรมล�ยู นิเวศวิทย� พบขึ้นประปร�ยในป่�ดิบ ปลูกเป็นไม้ประดับ ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เนื้อไม้ ต้มน้ำ�ดื่ม ขับระดูสตรี; เกสร เข้�ย�กับ เกสรของพืชชนิดอื่นอีก 4 ชนิด ได้แก่ มะลิ บุนน�ค ส�รภี และบัวหลวง ในพิกัดเกสรทั้ง 5 หรือเบญจเกสร มีสรรพคุณบำ�รุงหัวใจ – ชื่อพ้อง พิกุล Mimusops elengi L.


254 255 ชื่อทั่วไป ยอ ชื่อส�มัญ Beach mulberry, Cheese fruit, Indian mulberry ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Morinda citrifolia L. วงศ์ Rubiaceae ชื่อท้องถิ่น กะมูดู (มล�ยู-นร�ธิว�ส); คูยู่ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน ส่วย); เคว�ะ (กะเหรี่ยงก�ญจนบุรี); เค�ะขมิ้น (ภ�คเหนือ); ตะเกรย (ร�ชบุรี); ตะลุมพุก (ขอนแก่น); มะต�เสือ (ภ�ค เหนือ); ยอ (ภ�คกล�ง); ยอเถื่อน (ชุมพร); ยอ บ้�น (ภ�คกล�ง); ยอป่� (ตรัง สตูล ภ�คเหนือ); แยใหญ่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); สะกึย สะเกย หัสเกย (ภ�คเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่มหรือไม้ต้น สูงได้ถึง 10 เมตร ใบ เป็นใบ เดี่ยว ออกตรงข้�ม มีหูใบระหว่�งโคนก้�นใบ รูป ไข่ ย�ว 0.5-1.5 ซม. แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่ ย�ว 10-25 ซม. ปล�ยแหลมหรือมน ดอก ออกเป็น ช่อต�มซอกใบ กลีบดอกสีข�ว รูปแตรแคบๆ หลอดกลีบดอกย�ว 0.8-1.5 ซม. ด้�นในมีขน หน�แน่น มี 5-6 กลีบ รูปใบหอกแกมรูปไข่ ย�ว 2-6 มม. ก้�นเกสรเพศเมียย�ว 0.8-1 ซม. ผล แบบผลรวม รูปไข่หรือกลม เส้นผ่�นศูนย์กล�ง 2.5-5 ซม. ผิวเป็นตุ่มพอง ผลย่อยจำ�นวนม�ก เชื่อมติดกัน แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบขึ้นกระจ�ยในอินเดีย ศรีลังก� จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น พม่� ภูมิภ�คอินโดจีน ม�เลเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี ออสเตรเลีย และหมู่เก�ะแปซิฟิก นิเวศวิทย� ปลูกเป็นพืชสมุนไพร สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ผลสดดิบหรือห่�ม ฝ�นเป็นชิ้นบ�ง ย่�งหรือคั่ว ไฟอ่อน ๆ ให้เหลือง ใช้ครั้งละ 10-15 กรัม ต้ม หรือชงกับน้ำ� ดื่มแก้คลื่นไส้อ�เจียน; ผล ต�ก แห้ง ต้มน้ำ�ดื่ม หรือ ใช้ผลแก่จัด 3 กิโลกรัม ดองกับน้ำ�ต�ลทร�ยแดง 1 กิโลกรัม 15 วัน ใส่น้ำ� ปั่น ดื่มเป็นย�บำ�รุงเลือด บำ�รุงร่�งก�ย; ใบ ใช้ใบยอหรือใบฝรั่ง จำ�นวน 7 ยอด ต้มน้ำ�ดื่ม แก้ท้องเสีย; ใบ ต�กแห้งบดผงปั้นลูกกลอนรับ ประท�นแก้อ�ก�รช�ต�มปล�ยมือปล�ยเท้� – ชื่อพ้อง ยอ Morinda citrifolia L. ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด


256 257 ชื่อทั่วไป มะรุม ชื่อส�มัญ Drumstick tree, Horseradish tree ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Moringa oleifera Lam. วงศ์ Moringaceae ชื่อท้องถิ่น ก�แน้งเดิง (กะเหรี่ยง–ก�ญจนบุรี); ผักเนื้อไก่ (เงี้ยว–แม่ฮ่องสอน); ผักอีฮึม, ผักอีฮุม, มะค้อน ก้อม (ภ�คเหนือ); มะรุม (ภ�คกล�ง, ภ�คใต้); เส่ช่อยะ (กะเหรี่ยง–แม่ฮ่องสอน) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ต้น สูง 3–10 เมตร เนื้อไม้อ่อน เปลือกแตก ล่อน กิ่งอ่อนมีขน ใบ เป็นใบประกอบแบบขน นกส�มชั้น เรียงสลับกัน ย�วประม�ณ 45 ซม. โคนก้�นใบประกอบป่องออก ใบย่อยรูปขอบ ขน�น รูปไข่ รูปไข่กลับหรือรูปรี กว้�ง 0.7–2 ซม. ย�ว 1–3 ซม. ดอก ออกเป็นช่อต�มซอก ใบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ปล�ยแยก เป็น 5 กลีบ ไม่เท่�กัน กลีบดอกมี 5 กลีบ ขน�ด ไม่เท่�กัน สีข�วรูปซ้อน เกสรเพศผู้มี 5 อัน เรียง สลับกับเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันอีก 5–7 อัน รังไข่ มี 1 ห้อง ผล เป็นฝักกลมย�ว ย�วประม�ณ 45 ซม. มีสันต�มย�ว 9 สัน มีเมล็ดจำ�นวนม�ก มี ครีบบ�ง 3 ครีบ แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค เป็นพืชปลูก ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ ถิ่นกำ�เนิดม�จ�กประเทศ อินเดีย พบปลูกในจีน ไต้หวัน นิเวศวิทย� พืชปลูก ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เมล็ด ตำ�ผสมน้ำ�ผึ้ง ปั้นรับประท�นแก้ไข้ หรือ รับประท�นวันละ 3–6 เมล็ด ช่วยให้หลับสบ�ย; ฝัก ต้มรับประท�นเนื้อในฝัก เป็นย�ระบ�ย; ใบ ต�กแห้ง บดเป็นผงใส่แคปซูล รักษ�คว�มดัน โลหิตสูง – ชื่อพ้อง มะรุม Moringa oleifera Lam.


258 259 ชื่อทั่วไป หม่อน ชื่อส�มัญ Mulberry tree, White mulberry ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Morus alba L. วงศ์ Moraceae ชื่อท้องถิ่น หม่อน (ทั่วไป) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม หรือไม้ต้นขน�ดเล็ก ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียง สลับ รูปไข่ กว้�ง 8–14 ซม. ย�ว 12–16 ซม. ขอบใบหยักแบบซี่ฟัน ผิวใบส�กค�ย ดอก ออก เป็นช่อที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ช่อดอกแยก เพศ กลีบรวมสีข�วหม่นหรือสีข�วแกมเขียว ผล เป็นผลรวม รูปทรงกระบอก เมื่อสุกสีม่วงแดง แหล่งที่พบในประเทศไทย พบท�งภ�คเหนือและภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในอัฟก�นิสถ�น นิเวศวิทย� พบเป็นพืชปลูกเพื่อเป็นผลไม้หรือเป็นอ�ห�ร ของตัวไหม ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ� ตอนกิ่ง สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ผล ต้มน้ำ�ดื่ม ลดเสมหะ – ชื่อพ้อง หม่อน Morus alba L.


260 261 ชื่อทั่วไป แห้วกระต่�ย ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Murdannia spectabilis (Kurz) Faden วงศ์ Commelinaceae ชื่อท้องถิ่น กะเทือมช้�ง (นครสวรรค์); ย�เย็น (ขอนแก่น); แห้วกระต่�ย (นครร�ชสีม�); หญ้�ขนไก่ (เลย) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 30 ซม. ร�กอวบน้ำ� ใบ เป็น ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุกใกล้พื้นดิน รูปแถบ ย�วได้ถึง 15 ซม. กว้�ง 1–2 ซม. ใบส่วนบน ขน�ดสั้นกว่� ดอก ออกเป็นช่อที่ปล�ยยอด ไม่ แตกแขนง มีใบประดับค่อนข้�งกลมซ้อนกัน สี เขียวอ่อน กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปขอบขน�น ย�ว ประม�ณ 5 มม. กลีบดอกมี 3 กลีบ สีฟ้�หรือสี ม่วงอ่อน รูปค่อนข้�งกลม ขน�ดประม�ณ 5 มม. ร่วงง่�ย ผล เป็นผลแห้งแตก แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในจีนตอนใต้ นิเวศวิทย� พบขึ้นได้ดีในดินปนทร�ยและต้องก�รแดดรำ�ไร ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ� แยกหน่อ สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ใบ ต้มน้ำ�ดื่ม แก้เจ็บคอ – ชื่อพ้อง แห้วกระต่�ย Murdannia spectabilis (Kurz) Faden


262 263 ชื่อทั่วไป ชะเอม ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Myriopteron extensum (Wight & Arn.) K. Schum. วงศ์ Apocynaceae ชื่อท้องถิ่น กอน (เงี้ยว–แม่ฮ่องสอน); ขมเหลือง, ข้�วส�ร (เชียงใหม่); เครือเข�ขมหลวง, ชะเอม (ภ�ค กล�ง); ป้�งไม้ (ลำ�ป�ง); สื่อกี่ปอบอ (กะเหรี่ยง– แม่ฮ่องสอน); อ้อยส�มสวน, อ้อยแสนสวน (ภ�ค เหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้เถ�มีเนื้อไม้ ย�วได้ถึง 10 เมตร มีน้ำ�ย�งข�ว ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้�มเป็นคู่ รูปรีหรือ ค่อนข้�งกลม กว้�ง 5–6.5 ซม. ย�ว 8–9 ซม. ก้�นใบเรียว ย�ว 1.5–4 ซม. ดอก ออกเป็นช่อ หลวมๆ ต�มซอกใบ ย�ว 7–18 ซม. ดอกย่อย มีขน�ดเล็ก กลีบเลี้ยงขน�ดเล็กม�ก กลีบดอก รูปใบหอก ขน�ด 8 มม. ผล รูปกระสวย กว้�ง 2 ซม. ย�ว 7.5 ซม. ออกเป็นคู่ มีครีบต�มย�ว ประม�ณ 20 ครีบ เมื่อแก่จะแห้งแตกต�มรอย ตะเข็บเพียงด้�นเดียว เมล็ด รูปรีย�ว 0.8 ซม. แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ อินเดีย พม่� จีน อินโดจีน และอินโดนีเซีย นิเวศวิทย� พบทั่วไปในป่�ผลัดใบ และป่�เบญจพรรณ ที่ คว�มสูงไม่เกิน 400 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด ปักชำ� สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เถ� สับ ต�กแดด เข้�ย�กับสมุนไพรชนิดอื่น รักษ�โรคเบ�หว�น; ร�ก ต้มน้ำ�ดื่ม ลดเสมหะ – ชื่อพ้อง ชะเอม Myriopteron extensum (Wight & Arn.) K. Schum.


264 265 ชื่อทั่วไป ช้�งน้�ว ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Ochna integerrima (Lour.) Merr. วงศ์ Ochnaceae ชื่อท้องถิ่น กระแจะ (ระนอง); กระโดงแดง, กำ�ลังช้�ง ส�ร (ภ�คกล�ง); ขมิ้นพระต้น (จันทบุรี); ควุ (กะเหรี่ยง–นครสวรรค์); แง่ง (บุรีรัมย์); ช้�ง น้�ว (นครร�ชสีม�); ช้�งโน้ม (ตร�ด); ช้�งโหม (ระยอง); ต�ชีบ้�ง (กะเหรี่ยง–เชียงใหม่); ต�น นกกรด (นครร�ชสีม�); ต�นเหลือง (ภ�คเหนือ); ฝิ่น (ร�ชบุรี); โว้โร (กะเหรี่ยง–ก�ญจนบุรี) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม หรือไม้ต้นขน�ดเล็ก สูง 1–8 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขน�นแกมรูปไข่ กลับ หรือรูปใบหอก กว้�ง 4–7 ซม. ย�ว 8–20 ซม. ขอบใบหยักคล้�ยซี่เลื่อย ดอก สีเหลือง ขน�ดผ่�นศูนย์กล�ง 3–4 ซม. ออกเป็นช่อ กระจุกสั้นๆ ต�มปล�ยกิ่งและง่�มใบ กลีบดอก 5–10 กลีบ เกสรเพศผู้จำ�นวนม�ก ผล ค่อน ข้�งกลม ขน�ดประม�ณ 1 ซม. สีเขียว เมื่อแก่ เปลี่ยนเป็นสีดำ�ผิวมัน แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบใน ประเทศล�ว พม่� ม�เลเซีย และกัมพูช� นิเวศวิทย� ป่�เบญจพรรณ ป่�ดิบแล้ง ป่�เต็งรัง ป่�สน และ ป่�ช�ยห�ด ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด ปักชำ� และตอนกิ่ง สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เปลือกต้น ต้มน้ำ�หรือดองเหล้� ดื่มบำ�รุงกำ�ลัง; ร�ก ต้มน้ำ�ดื่มแก้เบ�หว�น – ชื่อพ้อง ช้�งน้�ว Ochna integerrima (Lour.) Merr.


266 267 ชื่อทั่วไป แมงลัก ชื่อส�มัญ Hoary basil ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Ocimum africanum Lour. วงศ์ Lamiaceae ชื่อท้องถิ่น ก้อมก้อข�ว (ภ�คเหนือ); อีตู่ (ภ�คตะวันออก เฉียงเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุกอ�ยุสั้นฤดูเดียว ลำ�ต้นตั้งตรง แตกกิ่ง ก้�นม�ก มีกลิ่นหอมเฉพ�ะตัว สูงได้ถึง 1 เมตร ลำ�ต้นและกิ่งก้�นเป็นสี่เหลี่ยม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้�ม รูปใบหอกหรือรูปรี กว้�ง 1–2.5 ซม. ย�ว 2.5–5 ซม. ดอก ออกเป็นช่อ ย�วได้ถึง 15 ซม. ประกอบด้วยช่อดอกย่อย ออกเป็นกระจุกๆ ละ 3 ดอก ข้อละ 2 กระจุก ใบประดับรูปรีแกมใบหอก ย�ว 2–3 มม. มีขน กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันปล�ยแยกเป็น 2 พู กลีบ ดอกสีข�ว เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปล�ยแยกเป็น 2 ป�ก ย�ว 4–6 มม. มีเกสรเพศผู้ 4 อัน ย�ว 2 อัน สั้น 2 อัน เกสรเพศเมียมีไข่ 4 อัน รังไข่ แหล่งที่พบในประเทศไทย พืชปลูก พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ ปลูกทั่วไปในทวีปแอฟริก� อเมริก� และเอเชีย นิเวศวิทย� พืชปลูก พบทั่วไป ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ทั้งต้นหรือใบ ต้มน้ำ�ดื่มแก้ท้องอืด ปวดท้อง ท้อง เฟ้อ – ชื่อพ้อง แมงลัก Ocimum africanum Lour. เว้�เป็น 4 พู ผล แห้ง ประกอบด้วยผลย่อย 4 ผล มีกลีบเลี้ยงหุ้มอยู่ ผลย่อยรูปไข่ สีดำ� ขน�ด ประม�ณ 1 มม.


268 269 ชื่อทั่วไป น้ำ�ใจใคร่ ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Olax psittacorum (Lam.) Vahl วงศ์ Olacaceae ชื่อท้องถิ่น กระดอกอก (สุพรรณบุรี); กระเด�ะ (สงขล�); กระเด�ะอ�จิง (มล�ยู-นร�ธิว�ส); กระทก รก (ภ�คกล�ง); กระทอก (ประจวบคีรีขันธ์); กระทอกม้� (ร�ชบุรี); ควยเซียก (นครร�ชสีม�); ชักกระทอก (ประจวบคีรีขันธ์); น�งจุม น�งชม (ภ�คเหนือ); น้ำ�ใจใคร่ (ก�ญจนบุรี, ร�ชบุรี); ผัก รูด (ภ�คใต้) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่มรอเลื้อย ลำ�ต้นมักมีหน�มสั้น ๆ กิ่งอ่อนมี ขน ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับระน�บเดียว รูปไข่ หรือแกมรูปขอบขน�น ย�ว 2-9.5 ซม. แผ่นใบ ส่วนม�กมีขนสั้นนุ่มทั้งสองด้�น ดอก ออกเป็น ช่อแบบช่อกระจะหรือแยกแขนงสั้น ๆ ต�มซอก ใบ กลีบเลี้ยงเชื่อมกันที่โคน ปล�ยแยก 4-5 แฉก ไม่ชัดเจน ย�วประม�ณ 1 มม. กลีบดอก สีข�ว ครีม รูปใบหอกหรือรูปแถบ ย�วเกือบ 1 ซม. ผล เป็นสด รูปรีกว้�งเกือบกลม ย�ว 1-1.5 ซม. สุกสี เหลืองหรืออมส้ม กลีบเลี้ยงหุ้มผลเกินกึ่งหนึ่ง แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบที่ม�ด�กัสก�ร์ อินเดียรวมหมู่เก�ะอันด�มัน และนิโคบ�ร์ ศรีลังก� บังกล�เทศ พม่� ภูมิภ�ค อินโดจีนและม�เลเซีย นิวกินี และหมู่เก�ะ แปซิฟิก นิเวศวิทย� ขึ้นต�มช�ยป่� ที่โล่ง ใกล้ช�ยฝั่งทะเล คว�มสูง ระดับต่ ำ�ๆ ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ร�ก ต้มรวมกับสมุนไพรชนิดอื่น ดื่มช่วยให้หลับ สบ�ย Olax scandens Roxb. ชื่อพ้อง น ้ำ�ใจใคร่ Olax psittacorum (Lam.) Vahl


270 271 ชื่อทั่วไป พยับเมฆ ชื่อส�มัญ Cat’s whiskers, Java tea ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Orthosiphon aristatus (Blume) Miq. วงศ์ Lamiaceae ชื่อท้องถิ่น บ�งรักป่� (ประจวบคีรีขันธ์); พยับเมฆ (กรุงเทพฯ); หญ้�หนวดแมว (ทั่วไป); อีตู่ดง (เพชรบูรณ์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุกกึ่งไม้พุ่ม สูงได้ถึง 2 เมตร กิ่งเป็นเหลี่ยม ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้�ม รูปไข่แกมรูปขอบ ขน�นหรือรูปใบหอก ย�วได้ถึง 12 ซม. ปล�ย แหลมหรือแหลมย�ว ขอบจักฟันเลื่อย ดอก ออกเป็นช่อที่ปล�ยกิ่ง กลีบเลี้ยงรูปป�กเปิด ย�ว 3-8 มม. กลีบบนกลมสั้นกว่�กลีบล่�ง กลีบล่�ง แยก 4 แฉกตื้นๆ ปล�ยแหลมย�ว กลีบดอกสี ม่วงอ่อนหรือสีข�ว รูปป�กเปิด ย�ว 1.2-3.5 ซม. กลีบรูปขอบขน�น กลีบบน 3 กลีบ กลีบ กล�งเว้�ตื้น กลีบล่�ง 2 กลีบ เกสรเพศผู้สั้น 2 อัน ย�ว 2 อัน ยื่นพ้นหลอดกลีบดอก  เกสร เพศเมียย�วกว่�เกสรเพศผู้เล็กน้อย ผล รูปขอบ ขน�น ย�วประม�ณ 2 มม. ผิวเป็นร่�งแห แหล่งที่พบในประเทศไทย พบแทบทุกภ�ค ยกเว้นภ�คใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พม่� และภูมิภ�คอินโดจีน นิเวศวิทย� ปลูกเป็นพืชสมุนไพร ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ใบ ต้มรวมกับหญ้�เอ็นยืด (ผักก�ดน้ำ�) ดื่มช่วย ขับปัสส�วะ ขับนิ่ว – ชื่อพ้อง พยับเมฆ Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.


272 273 ชื่อทั่วไป มะพอก ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Parinari anamensis Hance วงศ์ Chrysobalanaceae ชื่อท้องถิ่น กระท้อนลอก (ตร�ด); จัด, จั๊ด (ลำ�ป�ง); ตะ เล�ะ (ส่วย-สุรินทร์); ตะโลก (เขมร-สุรินทร์); ท่�ลอก (นครร�ชสีม�, พิษณุโลก, ปร�จีนบุรี); ประดงไฟ, ประดงเลือด (ร�ชบุรี); พอก (อุบลร�ชธ�นี); มะคลอก (สุโขทัย, อุตรดิตถ์); มะพอก (ภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ, ร�ชบุรี); มะ มื่อ, หมักมอก, หมักมื่อ (ภ�คเหนือ); หม�กรอก (ประจวบคีรีขันธ์); เหลอะ (ส่วย-สุรินทร์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ต้น สูง 10-20 เมตร เปลือกสีน้ำ�ต�ลปนเท� ใบ เป็นใบเดี่ยว ติดเรียงสลับ รูปรีแกมรูปไข่ โคน ใบมน ปล�ยใบหยักคอด เนื้อใบหน� ดอก ออก เป็นช่อสั้นๆ ต�มปล�ยกิ่ง ดอกย่อยเล็ก สีข�ว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ บริเวณโคนกลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบ แยกกัน เกสรเพศผู้มี 5-12 อัน รังไข่รูป ทรงกลม ผล รูปรีหรือทรงกลม ผิวขรุขระมีตุ่ม หรือสะเก็ดสีเท�ปนน้ำ�ต�ลทั่วไป กว้�งประม�ณ 3 ซม. ย�ว 3-4 ซม. แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทุกภ�ค ยกเว้นท�งภ�คใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบในประเทศแถบภูมิภ�คอินโดจีน นิเวศวิทย� ป่�เบญจพรรณ ป่�ผสมผลัดใบ ป่�ผลัดใบ ถึง ป่�ดิบเข� ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เปลือกต้น ต้มน้ำ�ดื่มแก้ประดงผื่นคัน ลดอ�ก�ร ปวดแสบปวดร้อน – ชื่อพ้อง มะพอก Parinari anamensis Hance


274 275 ชื่อทั่วไป กะทกรก ชื่อส�มัญ Love in a mist, Running pop, Stinking passion flower ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Passiflora foetida L. วงศ์ Passifloraceae ชื่อท้องถิ่น กระโปรงทอง (ภ�คใต้); กะทกรก (ภ�คกล�ง); เครือขนต�ช้�ง (ศรีสะเกษ); ตำ�ลึงฝรั่ง (ชลบุรี); เถ�เง�ะ, เถ�สิงโต (ชัยน�ท); ผักขี้หิด (เลย); ผักแคบฝรั่ง (ภ�คเหนือ); เยี่ยววัว (อุดรธ�นี); รก (ภ�คกล�ง); ละพุบ�บี (มล�ยู-นร�ธิว�ส, ปัตต�นี); หญ้�ถลกบ�ต (พิษณุโลก, อุตรดิตถ์); หญ้�รกช้�ง (พังง�) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้เถ�ล้มลุก มีขนต่อมย�วต�มหูใบ ก้�นใบ แผ่น ใบ และใบประดับ หูใบจักช�ยครุยลึก ใบ เป็น ใบเดี่ยว รูปไข่หรือแกมรูปขอบขน�น ย�ว 3-13 ซม. โคนแฉกลึก มีต่อมน้ำ�ต้อยใกล้ขอบใบ ก้�น ใบย�ว 2-6 ซม. ช่อดอกลดรูปคล้�ยออกเดี่ยวๆ ตรงข้�มมีมือจับ ใบประดับและใบประดับย่อย จักลึก เชื่อมติดกัน ติดทน หุ้มผล ดอก สีข�ว หรืออมม่วง กลีบเลี้ยงและกลีบดอกคล้�ยกัน รูป รี ย�ว 1.5-2 ซม. กะบังเรียง 3-5 วง วงนอกย�ว ประม�ณ 1 ซม. วงในย�ว 1-3 มม. ขอบในบ�ง จ�นฐ�นดอกสูง 1-2 มม. ก้�นชูเกสรร่วมย�ว 5-7 มม. อับเรณูย�วประม�ณ 4 มม. รังไข่เกลี้ยง ก้�นเกสรเพศเมียย�ว 4-6 มม. ผล เส้นผ่�น ศูนย์กล�ง 1.5-3 ซม. เมื่อสุกสีเหลือง เมล็ดสีดำ� แหล่งที่พบในประเทศไทย พบกระจ�ยทั่วประเทศ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในอเมริก�ใต้ และหมู่เก�ะในทะเล แคริบเบียน นิเวศวิทย� เป็นวัชพืช กระจ�ยทั่วไปในเขตร้อนและกึ่งร้อน ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ร�กหรือเถ� ต้มน้ำ�ดื่มช่วยให้นอนหลับสบ�ย; ยอดอ่อน นำ�ม�ลวกจิ้มน้ำ�พริก ช่วยให้หลับ สบ�ยและขับถ่�ยง่�ย – ชื่อพ้อง กะทกรก Passiflora foetida L.


276 277 ชื่อทั่วไป เข็มป่� ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Pavetta indica L. วงศ์ Rubiaceae ชื่อท้องถิ่น เข็มโคม (ภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ); เข็มป่� (ภ�คกล�ง); ข้�วส�รป่� (มะยม ม�นันท์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 2 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรง ข้�ม รูปรีแกมรูปขอบขน�น หรือรูปรีแกมรูปใบ หอก กว้�ง 4-7 ซม. ย�ว 7-15 ซม. ดอก ออก เป็นช่อแบบกระจุกที่ปล�ยกิ่ง สีข�ว มีกลิ่นหอม กลีบดอกรูปเข็ม ย�ว 1.5-2 ซม. โคนกลีบ เป็น หลอดเรียวย�ว ปล�ยแยกเป็น 4 แฉก ผล ทรง กลม ขน�ดเส้นผ่�นศูนย์กล�ง 6-14 มม. เมื่อสุก สีดำ� แหล่งที่พบในประเทศไทย พบกระจ�ยทั่วประเทศ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบในประเทศอินเดีย พม่� ล�ว เวียดน�ม กัมพูช� และค�บสมุทรมล�ยู นิเวศวิทย� ป่�เต็งรัง ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด ปักชำ� ตอนกิ่ง สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ลำ�ต้น ต้มรวมกับเสี้ยวเงิน ดื่มแก้นิ่ว; โคนต้น และร�ก ต้มน้ำ�ดื่ม บำ�รุงหัวใจ บำ�รุงกำ�ลัง – ชื่อพ้อง เข็มป่� Pavetta indica L.


278 279 ชื่อทั่วไป ผักกระสัง ชื่อส�มัญ Pepper elder ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Peperomia pellucida (L.) Kunth วงศ์ Piperaceae ชื่อท้องถิ่น ช�กรูด (ภ�คใต้); ต�ฉี่โพ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน); ผักกระสัง (ภ�คกล�ง); ผักกูด (เพชรบุรี); ผักร�ชวงศ์ (แม่ฮ่องสอน); ผักสังเข� (สุร�ษฎร์ธ�นี); ผักฮ�กกล้วย (ภ�คเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุก ทอดนอนหรือตั้งตรง สูงได้ถึง 40 ซม. ลำ�ต้นอวบน้ำ� ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียน แผ่น ใบหน� รูปไข่กว้�งหรือแกมรูปส�มเหลี่ยม ย�ว 1-3.5 ซม. โคนตัดหรือรูปหัวใจ ดอก ออกเป็น ช่อที่ปล�ยกิ่งหรือต�มซอกใบ ย�ว 2-6 ซม. ดอก ขน�ดเล็ก ไร้ก้�น ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก เกสรเพศผู้ 2 อัน ผล กลม เส้นผ่�นศูนย์กล�ง ประม�ณ 0.5 มม. เหนียว มีปุ่มกระจ�ย แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในอเมริก�เหนือและอเมริก�ใต้ นิเวศวิทย� พบขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไป สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ทั้งต้น รับประท�นสดหรือนำ�ม�ต้ม รับประท�น แก้อ�ก�รปวดที่เกี่ยวกับเส้นเอ็น – ชื่อพ้อง ผักกระสัง Peperomia pellucida (L.) Kunth ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด


280 281 ชื่อทั่วไป ป�ล์มสิบสองปันน� ชื่อส�มัญ Dwarf date palm ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Phoenix loureiroi Kunth วงศ์ Arecaceae ชื่อท้องถิ่น ป�ล์มสิบสองปันน� (กรุงเทพฯ); เป้งดอย (ภ�ค เหนือ); เป้ง (มะยม ม�นันท์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ป�ล์ม สูง 1.5-2.5 เมตร ลำ�ต้นแข็ง มีฐ�นของ ก้�นใบแก่ติดอยู่ ใบ เป็นใบประกอบแบบขน นก มีหน�มเล็กๆ ทั่วไป กว้�ง 0.3-0.5 เมตร ย�ว 1 เมตร ใบย่อยแคบย�ว แผ่นใบห่อเป็นรูป ส�มเหลี่ยม ปล�ยใบแหลมแข็ง ดอก ออกเป็น ช่อเกิดระหว่�งซอกใบ ย�ว 20-30 ซม. ดอก ย่อยอัดกันแน่น สีครีม มีก�บรูปเรือรองรับ เมื่อ แก่ขอบก�บจะห่อเข้�ด้�นใน ผล สีเขียว เมื่อสุก มีสีแดงถึงม่วงดำ� รูปขอบขน�นหรือรี ย�ว 1-1.2 ซม. แหล่งที่พบในประเทศไทย พบท�งภ�คเหนือ และภ�คกล�ง ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบในตอนใต้ของเทือกเข�หิม�ลัย อินเดีย จีน ตอนใต้ และไต้หวัน นิเวศวิทย� ป่�สน และป่�เต็งรัง ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เหง้�และยอดอ่อน รับประท�นช่วยให้เจริญ อ�ห�ร – ชื่อพ้อง ป�ล์มสิบสองปันน� Phoenix loureiroi Kunth


282 283 ชื่อทั่วไป ลูกใต้ใบ ชื่อส�มัญ Carry me seed ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Phyllanthus amarus Schumach. & Thonn. วงศ์ Phyllanthaceae ชื่อท้องถิ่น มะข�มป้อมดิน (ภ�คเหนือ); ลูกใต้ใบ (ภ�ค กล�ง); หญ้�ใต้ใบข�ว (สุร�ษฎร์ธ�นี) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุก ลำ�ต้นตั้งตรงไม่แตกกิ่งก้�นส�ข� ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขน�นหรือรูปขอบ ขน�นแกมรูปรี ปล�ยโค้งมน มีติ่งแหลม ก้�นใบ สั้น ดอก แยกเพศ ออกที่ซอกใบ ไม่มีกลีบดอก ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ ช่อละ 2-3 ดอก กลีบ เลี้ยง 5 กลีบ จ�นฐ�นดอกรูปด�ว มี 5 แฉก เกสรเพศผู้ 3 อัน ดอกเพศเมียออกเดี่ยวๆ ขน�ด ใหญ่กว่�ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ จ�นฐ�น ดอกรูปวงแหวน รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ มี 3 ช่อง ผล แบบแห้งแตก รูปทรงกลมแป้น ผิวเรียบ สี แหล่งที่พบในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในแถบอเมริก� นิเวศวิทย� พบขึ้นในพื้นที่เปิดโล่ง พื้นที่รกร้�ง ป่�ที่ถูก รบกวน ที่ระดับคว�มสูงตั้งแต่ 0-300 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ทั้งต้น ต�กแห้ง ต้มน้ำ�ดื่ม ขับปัสส�วะ แก้ไข้; ใบลูกใต้ใบ ใช้ร่วมกับใบไมยร�บ ใบเหงือกปล� หมอ ต�กแดด สับ คั่ว ชงน้ำ�ร้อนดื่ม รักษ� ไทรอยด์ – ชื่อพ้อง ลูกใต้ใบ Phyllanthus amarus Schumach. & Thonn. เขียวอ่อน เมล็ดรูปคล้�ยส�มเหลี่ยม มีสันต�ม ย�ว มีล�ยเป็นเส้นต�มย�ว 5-6 เส้น


284 285 ชื่อทั่วไป มะข�มป้อม ชื่อส�มัญ Indian gooseberry, Malacca tree ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Phyllanthus emblica L. วงศ์ Phyllanthaceae ชื่อท้องถิ่น กันโตด (เขมร-จันทบุรี); กำ�ทวด (ร�ชบุรี); มะข�มป้อม (ทั่วไป); มั่งลู่ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ต้น สูง 4-12 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงชิด กันเป็นระน�บดูคล้�ยใบประกอบ รูปขอบขน�น กว้�ง 2.5-5 มม. ย�ว 8-12 มม. ดอก สีข�ว หรือสีครีม ขน�ดเล็กแยกเพศอยู่ร่วมต้น ออก ต�มง่�มใบ 3-5 ดอก กลีบเลี้ยง 6 กลีบ ไม่มี กลีบดอก ผล กลมขน�ด 1.2-2 ซม. เป็นพูตื้นๆ เมล็ดมี 6 เมล็ด แหล่งที่พบในประเทศไทย พบท�งภ�คเหนือ และภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบในประเทศอินเดีย เนป�ล ป�กีสถ�น พม่� จีนตอนใต้ ประเทศในภูมิภ�คอินโดจีน ค�บสมุทรม�เลย์ถึงบอร์เนียว และชว� นิเวศวิทย� ป่�เต็งรัง ป่�เบญจพรรณ ป่�ดิบแล้ง และป่�ดิบ เข� ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ผล มีรสฝ�ด ขม เปรี้ยว รับประท�นผลสด หรือต้มร่วมกับผลสมอไทยและสมอพิเภก หรือ ตำ�ผสมน้ำ�ผึ้งและเกลือ รับประท�นแก้ไอ ลด เสมหะ ช่วยให้ชุ่มคอ; เปลือกต้น ฝนกับฝ�ระมี แล้วแช่ในน้ำ�ปูนใสกินแก้ท้องเดิน หรือแช่น้ำ� อม แก้อ�ก�รปวดฟัน – ชื่อพ้อง มะข�มป้อม Phyllanthus emblica L.


286 287 ชื่อทั่วไป ว่�นธรณีส�ร ชื่อส�มัญ Tropical leaf-flower ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Phyllanthus pulcher Wall. ex Müll. Arg. วงศ์ Phyllanthaceae ชื่อท้องถิ่น กระทืบยอบ (ชุมพร); ก้�งปล� (นร�ธิว�ส); ก้�งปล�ดิน (นครศรีธรรมร�ช); ก้�งปล�แดง (สุร�ษฎร์ธ�นี); คดทร�ย (สงขล�); ครีบยอด (สุร�ษฎร์ธ�นี); ดอกใต้ใบ (นครศรีธรรมร�ช); เดอก้อเน�ะ (มล�ยู นร�ธิว�ส); ตรึงบ�ด�ล (ประจวบคีรีขันธ์); รุรี (สตูล); ว่�นธรณีส�ร, เสนียด (กรุงเทพฯ); ธรณีส�ร (มะยม ม�นันท์) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 1 เมตร ลำ�ต้นกลม ใบ เป็นใบ เดี่ยว ออกเรียงสลับแน่นบริเวณปล�ยยอด รูปไข่ แกมขอบขน�น กว้�ง 0.8-1.3 ซม. ย�ว 1.5-3.0 ซม. ปล�ยใบมน ปล�ยสุดมีติ่งแหลมเล็ก ขอบ ใบเรียบ ดอก สีแดงเข้ม แยกเพศ แต่อยู่บนต้น เดียวกัน ดอกเพศผู้ออกเป็นกระจุกต�มง่�มใบ กลีบดอก 4 กลีบ เกสรเพศผู้ 2 อัน ดอกเพศเมีย มักออกต�มง่�มใบที่ปล�ยกิ่ง กลีบดอก 6 กลีบ สีแดงเข้ม รังไข่มี 3 พู ผล ค่อนข้�งกลม ขน�ด 3 มม. ผิวเกลี้ยงสีน้ำ�ต�ลอ่อน แหล่งที่พบในประเทศไทย พบท�งภ�คเหนือ ภ�คกล�ง และภ�คใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิเวศวิทย� พบต�มป่�ผลัดใบผสม ที่ระดับคว�มสูง 50-100 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ใบ ต้มน้ำ�ดื่มแก้ตกเลือดในผู้หญิง; ทั้งต้น เผ� ไฟให้ไหม้ บด ผสมน้ำ�เหล้� ปูนใส ใช้ป้�ยลิ้นแก้ ร้อนใน หรือใช้ใบ ต้มน้ำ�ดื่ม ถอนพิษไข้ แก้ร้อน ในกระห�ยน้ำ� – ชื่อพ้อง ว่�นธรณีส�ร Phyllanthus pulcher Wall. ex Müll. Arg.


288 289 ชื่อทั่วไป เกล็ดปล� ชื่อส�มัญ – ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Phyllodium longipes (Craib) Schindl. วงศ์ Fabaceae ชื่อท้องถิ่น เกล็ดปล� (กรุงเทพฯ); เกล็ดลิ่นใหญ่ (นครร�ชสีม�); ลูกลีบต้น (เชียงใหม) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้พุ่มขน�ดเล็ก สูง 1-2 เมตร กิ่งอ่อน มีขนนุ่ม ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ ใบกล�งใหญ่ที่สุด รูปไข่แกมขอบขน�น กว้�ง 4-8 ซม. ย�ว 10-25 ซม. โคนมนถึงหยักเว้�เล็ก น้อย ปล�ยแหลม ด้�นล่�งมีขนนุ่มแน่น ก้�น ใบย�ว 1.5-2 ซม. ดอก รูปดอกถั่ว สีข�ว ออก เป็นกระจุกกลุ่มละ 5-15 ดอก มีใบประดับปิด ทั้งสองด้�น ช่อใบประดับย�ว 10-30 ซม. รูป กลมรี กว้�ง 2-3.5 ซม. ย�ว 2.5-4.5 ซม. กลีบ เลี้ยงรูปถ้วย กลีบดอก 5 กลีบ กว้�ง 4 มม. ย�ว 8 มม. เกสรเพศผู้ 10 อัน ผล เป็นฝักแบน รูป ขอบขน�น กว้�ง 0.4 ซม. ย�ว 2-2.5 ซม. มี หยักเป็นข้อระหว่�งเมล็ด 3-5 ข้อ เมื่อแห้งหลุด เป็นข้อๆ เมล็ดเล็ก แข็ง รูปไต แหล่งที่พบในประเทศไทย พบกระจ�ยทั่วไป ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ จีน พม่� ล�ว เวียดน�ม นิเวศวิทย� พบต�มป่�ดิบแล้ง ป่�สน ป่�เต็งรัง ป่� เบญจพรรณ คว�มสูง 280-1400 เมตร ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ยอด เคี้ยวแก้ท้องอืด – ชื่อพ้อง เกล็ดปล� Phyllodium longipes (Craib) Schindl.


290 291 ชื่อทั่วไป พริกไทย ชื่อส�มัญ Pepper ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Piper nigrum L. วงศ์ Piperaceae ชื่อท้องถิ่น พริกไทย (ภ�คกล�ง); พริกน้อย (ภ�คเหนือ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้เถ� ข้อโป่งนูนมีร�กฝอยเพื่อใช้ยึดเก�ะ ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับ รูปไข่ กว้�ง 5-8 ซม. ย�ว 8-11 ซม. โคนมน ปล�ยแหลม ผิวเรียบมัน ดอก สีข�วอมเขียว ขน�ดเล็ก ออกบนช่อแกน ย�ว 7-15 ซม. ดอกย่อยสมบูรณ์เพศ ลักษณะกลม ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก ผล เป็นผลสด รูป กลม ขน�ด 0.3-0.5 ซม. ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุก สีแดง เมื่อแห้งสีดำ� เมล็ดสีข�ว แหล่งที่พบในประเทศไทย พบทุกภ�ค แต่พบม�กใน ภ�คเหนือ ภ�คกล�ง ภ�คตะวันออก และภ�คใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ มีถิ่นกำ�เนิดในท�งตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย พบปลูกในเกือบทุกประเทศเขตร้อน ทั้งในเอเชีย อเมริก� และแอฟริก� นิเวศวิทย� ดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทร�ย หน้�ดินลึก สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น เมล็ดแห้ง บดผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น รับ ประท�นเป็นย�บำ�รุงร่�งก�ย บำ�รุงโลหิต – ชื่อพ้อง พริกไทย Piper nigrum L. ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด ปักชำ�


292 293 ชื่อทั่วไป ช้�พลู ชื่อส�มัญ Betel pepper, Vietnamese pepper ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Piper samentosum Roxb. วงศ์ Piperaceae ชื่อท้องถิ่น ช้�พลู (ภ�คกล�ง); นมว� (ภ�คใต้); ผักปูน�, ผัก พลูนก, พลูลิง (ภ�คเหนือ); เย่เท้ย (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. หรือทอดเลื้อยไปต�ม พื้นดินปล�ยยอดตั้งขึ้น ลำ�ต้นมีข้อเป็นปม มีไหล งอกเป็นต้นใหม่ ใบ เป็นใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม เรียง สลับ รูปหัวใจ กว้�ง 5-10 ซม. ย�ว 7-15 ซม. ผิวใบมัน มีกลิ่นหอมและรสเผ็ดเล็กน้อย ดอก ออกเป็นช่อต�มซอกใบ รูปทรงกระบอก มีดอก ย่อยขน�ดเล็กแยกเพศ สีข�ว ผล เป็นผลสด สี เขียว ลักษณะกลมผิวมัน แหล่งที่พบในประเทศไทย พืชปลูก พบได้ทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ อินเดีย ศรีลังก� พม่� จีน ล�ว เวียดน�ม กัมพูช� ม�เลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิเวศวิทย� ชอบขึ้นอยู่ต�มที่ชื้น บริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ ในที่ ร่ม และเป็นพืชปลูกทั่วไป สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ร�ก เข้�ย�ธ�ตุประกอบด้วย ธ�ตุดิน ดีปลี หนัก 20 บ�ท ธ�ตุน้ำ� ร�กช้�พลู หนัก 12 บ�ท ธ�ตุ ลม เถ�สะค้�น หนัก 6 บ�ท ธ�ตุไฟ ร�กเจตมูล เพลิง (แดง/ข�ว) หนัก 4 บ�ท ธ�ตุอ�ก�ศ ขิง แห้ง หนัก 10 บ�ท (1 บ�ท เท่�กับ 15 กรัม) ต้มดื่ม หรือบดเป็นผง ชงน้ำ�ดื่ม บำ�รุงธ�ตุ – ชื่อพ้อง ช้�พลู Piper samentosum Roxb. ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ�


294 295 ชื่อทั่วไป หญ้�เอ็นยืด ชื่อส�มัญ Common Plantago ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Plantago major L. วงศ์ Plantaginaceae ชื่อท้องถิ่น ชีแต่เช้�, เซียแต้เช้� (จีน); ผักก�ดน้ำ� (กรุงเทพฯ); หญ้�เอ็นยืด (ภ�คเหนือ); หมอน้อย (กรุงเทพฯ) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 30 ซม. ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปไข่ กลับ ออกเป็นกระจุกจ�กโคนต้น กว้�ง 4-8 ซม. ย�ว 10-20 ซม. แผ่นใบเกลี้ยง ดอก ออกเป็นช่อ แบบช่อเชิงลด ย�ว 15-35 ซม. ดอกย่อยจำ�นวน ม�ก กลีบดอกสีข�ว เชื่อมเป็นหลอดย�ว 2 มม. ปล�ยแยก 4 แฉก ผล แบบแห้งแตก รูปไข่ กว้�ง 2.0-2.5 ซม. ย�ว 4-5 มม. ผิวเกลี้ยง ปล�ยมีจุก แหลม แหล่งที่พบในประเทศไทย พบกระจ�ยในภ�คเหนือ ภ�คตะวันตก และภ�ค ใต้ ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ กระจ�ยพันธุ์ทั่วโลก นิเวศวิทย� พบทั่วไปบริเวณริมถนน พื้นที่รกร้�ง และพื้นที่ที่ ถูกรบกวน มักพบที่ระดับคว�มสูงม�กกว่� 500 เมตร บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ� หรือมีน้ำ�ขัง สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ทั้งต้น ต้มน้ำ�ดื่ม ช่วยขับปัสส�วะ สล�ยนิ่ว – ชื่อพ้อง หญ้�เอ็นยืด Plantago major L. ก�รขย�ยพันธุ์ เพ�ะเมล็ด แยกกอ


296 297 ชื่อทั่วไป เนียมหูเสือ ชื่อส�มัญ Broad-leaved thyme, Cuban oregano, French thyme, Indian borage, Mexican mint, Mother of herbs, Spanish thyme ชื่อวิทย�ศ�สตร์ Plectranthus amboinicus (Lour.) Spreng. วงศ์ Lamiaceae ชื่อท้องถิ่น เนียมหูเสือ, ใบหูเสือ (ภ�คกล�ง); หอมด่วน หลวง, หอมด่วนหูเสือ (ภ�คเหนือ); หูเสือ (ทั่วไป) ลักษณะท�งพฤกษศ�สตร์ พืชล้มลุก อ�ยุหล�ยปี สูง 30-90 ซม. ทุกส่วน อวบนำ้� มีนำ้�มัน หอมระเหย และมีขนอ่อนๆ ปกคลุมหน�แน่น ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้�ม รูปไข่ กว้�ง 4-6 ซม. ย�ว 5-7 ซม. มีขนนุ่มแน่น ขอบใบหยัก มีกลิ่นหอม ดอก ออกเป็นช่อรอบ แกนช่อที่ปล�ยยอด ย�ว 10-20 ซม. สีม่วงอ่อน กลีบเลี้ยงรูประฆัง ย�ว 8-12 ซม. กลีบดอก ลักษณะเป็น 2 ป�ก ผล กลม ขน�ดประม�ณ 0.5 มม. แหล่งที่พบในประเทศไทย เป็นพืชปลูก พบกระจ�ยทั่วทุกภ�ค ถิ่นกำ�เนิดและก�รกระจ�ยพันธุ์ ค�ดว่�มีถิ่นกำ�เนิดจ�กประเทศอินเดีย พบเป็น พืชปลูกทั่วไปในทวีปเอเชีย นิเวศวิทย� พืชปลูก ที่ระดับคว�มสูง 0-1500 เมตร สรรพคุณจ�กปร�ชญ์พื้นบ้�น ใบสด ผสมเกลือ เคี้ยวกิน แก้เจ็บคอ แก้ไอ หรือ คั้นเอ�น้ำ�หยอดหู แก้ปวดหู แก้ฝีในหู – ชื่อพ้อง เนียมหูเสือ Plectranthus amboinicus (Lour.) Spreng. ก�รขย�ยพันธุ์ ปักชำ�


Click to View FlipBook Version