The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตัวอย่างแผนฯ โลก ดาราศาสตร์ฯ 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pthubhom, 2021-03-29 10:04:46

ตัวอย่างแผนฯ โลก ดาราศาสตร์ฯ 3

ตัวอย่างแผนฯ โลก ดาราศาสตร์ฯ 3

แผนการจัดการเรียนรู้
รายวิชา โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 3 รหัสวิชา ว32263

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5

นายพงศกร ธปู หอม รหัสนิสติ 59205720

แผนการจดั การเรียนรู้นี้เปน็ ส่วนหนงึ่ ของการฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครู
หลักสูตรการศกึ ษาบัณฑิต

สาขาวชิ าการศกึ ษา แขนงวิชาชีววทิ ยา
วิทยาลยั การศกึ ษา มหาวิทยาลยั พะเยา

ภาคการศกึ ษาที่ 1
พทุ ธศักราช 2563



แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ โรงเรียนทาขมุ เงินวิทยาคาร

รายวิชา ว32263 โลก ดาราศาสตรแ์ ละ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา

อวกาศ 2563

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 สมดุลพลังงานของโลก เรื่อง กระบวนการที่ทำให้เกิดสมดุลพลงั งานของ

โลก

จำนวน 12 ชว่ั โมง เวลาสอน 2 ช่ัวโมง

ผสู้ อน นายพงศกร ธูปหอม

1. สาระสำคัญ

เมื่อเมื่อพลังงานจากดวงอาทิตย์ผ่านชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก จะเกิดกระบวนการสะท้อน

ดูดกลืน ถ่ายโอนพลังงาน แล้วปลดปล่อยกลับสู่อวกาศ และพลังงานบางส่วนจะผ่านลงมายัง

พื้นผิวโลก ซึ่งพลังงานจากดวงอาทิตย์โดยเฉลี่ยที่โลกได้รับเท่ากับพลังงานเฉลี่ยที่โลกปลดปล่อย

กลับสู่อวกาศ ทำให้เกิดสมดุลพลังงานของโลก ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกในแต่ละปี

ค่อนข้างคงที่

2. ผลการเรียนรู้

1. อธิบายกระบวนการที่ทำให้เกิดสมดุลพลงั งานของโลก

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายกระบวนการทีท่ ำให้เกิดสมดลุ พลงั งานของโลก

2. ปฏิบตั ิกิจกรรม 7.1 กระบวนการทีเ่ กีย่ วข้องกับสมดุลพลังงานของโลก

3. มีความมงุ่ มนั่ ในการทำงาน

4. สาระการเรียนรู้

พลังงานจากดวงอาทิตยโ์ ดยเฉลี่ยทีโ่ ลกได้รับเท่ากับพลังงานเฉลี่ยที่โลกปลดปล่อยกลับสู่อวกาศ

ทำให้เกิดสมดลุ พลงั งานของโลก สง่ ผลใหอ้ ุณหภูมิเฉลีย่ ของพืน้ ผิวโลกในแต่ละปีคอ่ นข้างคงที่

5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี นและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี ินยั

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้

1) ทักษะการวิเคราะห์ 3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน

2) ทักษะการสำรวจค้นหา

3) ทกั ษะการส่อื สาร

4) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ชั่วโมงที่ 1

ขั้นนำ

กระตุ้นความสนใจ (Engage)

1. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ ให้นักเรียนทราบ และให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อวัด

ความรเู้ ดิมของนักเรียนก่อนเข้าสกู่ ิจกรรม

2. ครนู ำเข้าส่บู ทเรียนโดยใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภปิ รายเกี่ยวกับความสัมพันธข์ องชั้นบรรยากาศ

กับอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศ โดยเปรียบเทียบอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกกับดวง

จันทร์จากข้อมลู ที่กำหนดให้และถามคำถามดังน้ี

ตารางเปรียบเทียบข้อมลู ระหวา่ งโลกและดวงจันทร์

โลก ดวงจันทร์

เส้นผา่ นศูนยก์ ลาง 12,742 กม. 3,474 กม.

ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 150 ประมาณ 150
(ล้านกิโลเมตร)

ความหนาแน่นของบรรยากาศ 2.5 x 1025 2 x 105
โดยประมาณ (อนภุ าคต่อ ซม. (ทีร่ ะดบั น้ำทะเล)
3)

อณุ หภูมิเฉลี่ยของอากาศ 15 -23
(องศาเซลเซียส)

ที่มา: http://spacemath.gsfc.nasa.gov ,https://en.wikipedia.org , หนังสือเรียน รายวิชา

เพิม่ เติม โลกดาราศาสตร์ และอวกาศ เลม่ 2

• จากข้อมลู ให้นักเรียนเปรียบเทียบข้อมลู ขนาด ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ ความหนาแน่น

ของบรรยากาศและอุณหภมู เิ ฉลี่ยของอากาศระหวา่ งโลกและดวงจันทร์

เปรียบเทยี บระหว่างโลกกับดวงจันทร์

1. ขนาด โลกมีขนาดใหญ่กวา่ ดวงจันทรม์ าก

2. ระยะหา่ งจากดวงอาทิตย์ ใกล้เคียงกัน

เปรียบเทยี บระหวา่ งโลกกับดวงจันทร์

3 . ค ว า ม ห น า แ น ่ น ข อ ง แตกตา่ งกันโดยดวงจันทร์มีบรรยากาศหนาแน่นน้อย

บรรยากาศ กว่าโลกมาก

4. อณุ หภูมิเฉลี่ยของอากาศ ดวงจนั ทร์มีอุณหภูมิเฉลีย่ ของอากาศต่ำกวา่ โลกมาก

• อุณหภูมิเฉลีย่ ของอากาศบนโลกและดวงจันทรแ์ ตกต่างกันหรอื ไม่ อย่างไร

(แนวคำตอบ: แตกต่างกัน ปัจจุบันพบว่าโลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศประมาณ 15

องศาเซลเซียส แตกต่างจากดวงจันทร์ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศประมาณ -23

องศาเซลเซียส)

• นักเรียนคาดว่าปัจจัยใดที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกและดวงจันทร์แตกต่าง

กนั

(แนวคำตอบ: อุณหภมู ิเฉลี่ยของอากาศบนโลกและดวงวจันทร์แตกต่างกันเนื่องจากโลก

และดวงจันทร์มีความหนาแน่นของบรรยากาศ แตกต่างกันมาก โดยพบว่าดวงจันทร์มี

บรรยากาศที่เบาบางมาก มีผลทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนดวงจันทรต์ ำ่ กว่าโลก)

• นักเรียนคิดว่าเหตุใดความหนาแน่นของบรรยากาศที่แตกต่างกันจึงมีผลต่ออุณหภูมิ

เฉลีย่ มีกระบวนการใดทีส่ ่งผลต่ออณุ หภมู ใิ นบรรยากาศบ้าง

(แนวคำตอบ: ตอบตามความคิดเห็นของตนเอง)

ขนั้ สอน

สำรวจคน้ หา (Explore)

1. ครูนำเข้าสู่รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสมดุลพลังงานของโลก ให้

นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อศึกษากิจกรรม 7.1 เรื่อง กระบวนการที่เกี่ยวข้อง

กบั สมดลุ พลงั งานของโลก ในหนงั สอื โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ



อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรม โดยครูใช้คำถามท้ายกิจกรรมเพื่อให้
นกั เรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น
• เมื่อรังสีดวงอาทิตย์มาสู่ชั้นบรรยากาศโลก รังสีดวงอาทิตย์ผ่านมายังพื้นผิวโลกทั้งหมด
หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ : รังสีดวงอาทิตย์ไม่ได้ผ่านมาพื้นผิวโลกทั้งหมด แต่รังสีบางส่วนสะท้อน
กลบั สู่อวกาศ และบางสว่ นถูกกลืนไว้โดยบรรยากาศ และเมฆ)
• ถ้าพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่โลกได้รับทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 100 ปริมาณพลังงาน
สะท้อนกลับสู่อวกาศสู่อวกาศทันทีมีค่าประมาณเท่าใด และปริมาณพลังงานที่โลก
ดูดกลืนไว้มคี า่ ประมาณท่าใด และดดู กลืนไว้ที่ใดบ้าง
(แนวคำตอบ : พลังงานสะท้อนกลับสู่อวกาศทันทีมีค่าประมาณร้อยละ 29 ปริมาณ
พลังงานที่โลกดูดกลืนไว้มีค่าประมาณร้อยละ 71 หน่วย โดยดูดกลืนไว้ในบรรยากาศ
เมฆ และพืน้ ผิวโลก)

• ปริมาณพลังงานทีพ่ ื้นผวิ โลกปลดปลอ่ ยกลับสู่อวกาศโดยตรงมีค่าเท่าไร และปลดปล่อย
กลบั สอู่ วกาศโดยกระบวนการใด
(แนวคำตอบ : พลังงานที่พื้นผิวโลกปลดปล่อยกลับสู่อวกาศโดยตรงมีค่าประมาณร้อย
ละ 12 โดยปลดปล่อยกลบั ด้วยกระบวนการแผร่ ังส)ี

• พื้นผิวโลกปล่อยพลงั งานความร้อนในรูปรังสีคลื่นยาวเข้าสู่บรรยากาศด้วยกระบวนการ
อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ : การเปลี่ยนสถานะของนำ้ การพาความรอ้ น การแผ่รังส)ี

• พืน้ ผิวโลกได้รบั พลังงานจากแหลง่ ใดบ้าง มีชว่ งคลื่นเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ : พื้นผิวของโลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์โดยตรงในรูปรังสีคลื่นสั้น
นอกจากนั้นพ้ืนผิวโลกยังได้รับพลงั งานที่บรรยากาศแผก่ ลับมาซึ่งพลังงานนี้อยู่ในรูปของ
รงั สคี ลืน่ ยาว)

• ปริมาณพลังงานความร้อนในรูปรังสีคลื่นยาวที่บรรยากาศ เมฆ และพื้นผิวโลกปล่อย
กลับสู่อวกาศมคี า่ เทา่ ใด
(แนวคำตอบ : พลังงานความร้อนในรูปรังสีคลื่นยาวที่บรรยากาศ เมฆ และพื้นผิวโลก
ปลอ่ ยกลบั สอู่ วกาศมคี า่ ประมาณร้อยละ 71)

• ปริมาณพลังงานท้ังหมดที่โลกได้รบั และโลกปลดปล่อยสู่อวกาศเท่าเดิมหรอื ไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ : เท่ากัน พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่เข้ามาสู่โลกบางส่วนจะสะท้อนกลับ
ออกสู่อวกาศทันที ในขณะที่พลังงานบางส่วนหมุนเวียนอยู่ภายในโลกด้วยกระบวนการ
ทางแสงและการถ่ายโอนความร้อน ก่อนที่พลังงานเหล่านั้นจะค่อย ๆ กลับสู่อวกาศซึ่ง
พลังงานที่โลกได้รบั จากดวงอาทิตยจ์ ะเท่ากบั พลังงานที่โลกปลดปลอ่ ยกลบั สู่อวกาศทำ
ให้เกิดสมดลุ พลังงาน (energy balance))
ชว่ั โมงที่ 2

ข้นั สรปุ
ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. ครูนำอภปิ รายเพื่อสรปุ ความรโู้ ดยมีแนวทางการสรปุ ดังนี้
• เมื่อพลังงานจากดวงอาทิตย์เข้ามาสู่บรรยากาศของโลก ทั้งเมฆและองคป์ ระกอบต่าง ๆ
ที่อยู่ในบรรยากาศ รวมทั้งพื้นผิวโลกจะสะท้อนรังสีที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่
มองเห็นบางส่วนกลับสู่อวกาศในทันทีร้อยละ 29 ส่วนพลังงานที่เหลือร้อยละ 71 จะถูก
ดดู กลืนโดยบรรยากาศ เมฆ และพืน้ ผิวโลก กอ่ นทีพ่ ลังงานจะถูกปลอ่ ยกลับสู่อวกาศอีก
คร้ังโดยการแผร่ งั สคี ลืน่ ยาว
• พลังงานที่พื้นผิวโลกดูดกลืนไว้นั้นร้อยละ 71 จะถูกปลดปล่อยกลับออกมาในรูปรังสี
อินฟราเรด ซึ่งเป็นพลังงานความร้อนที่มีช่วงคลื่นยาว พลังงานความร้อนส่วนหนึ่ง

ประมาณร้อยละ 12 จะถกู ปลดปล่อยออกสูอ่ วกาศโดยตรงจากการแผ่รังสี ส่วนพลังงาน
ความร้อนส่วนที่เหลือจะถูกดูดกลืนไว้โดยแก๊สเรือนกระจกและเมฆในบรรยากาศ
รวมท้ังอยใู่ นกระบวนการพาความร้อนที่ทำให้อากาศเกิดการยกตัวขนึ้ และกระบวนการ
เปลี่ยนสถานะของน้ำที่ทำให้เกิดเมฆ ส่วนบรรยากาศจะปลดปล่อยพลังงานความร้อน
โดยการแผ่รังสีอินฟราเรดที่ดูดกลืนไว้ส่วนหนึ่งมายังพื้นผิวโลก จากนั้นพื้นผิวโลกจะ
ดูดกลืนพลังงานดังกล่าวไว้ ในบณะเดียวกันพื้นผิวโลกยังคงได้รับพลังงานจากดวง
อาทิตย์ที่เข้ามาใหม่ทุกวัน ซึ่งพื้นผิวโลกจะปลดปล่อยพลังงานนี้โดยการแผ่รังสีเข้าสู่
บรรยากาศและกลับสู่อวกาศด้วยกระบวนการเดิมดังกล่าวมาข้างต้น ท้ายที่สุด
บรรยากาศจะปลดปล่อยพลงั งานกลบั สอู่ วกาศประมาณร้อยละ 59
• จากกระบวนการทั้งหมดข้างต้นแสดงให้เห็นว่า โลกไม่ได้ดูดกลืนพลังงานจากดวง
อาทิตยท์ ีเ่ ข้ามายังบรรยากาศไว้ทั้งหมด จงึ ทำให้อุณหภมู เิ ฉลี่ยของอากาศและพื้นผิวโลก
ในช่วงเวลากลางวันไม่สูงจนมากเกินไป และพลังงานความร้อนที่ถ่ายโอนระหว่าง
บรรยากาศและพื้นผิวโลกนี้เองที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศและพื้นผิวโลกใน
กลางคนื ไมล่ ดตำ่ จนเกินไป
• พลังงานจากดวงอาทิตย์ทีผ่ ่านเข้ามาสู่บรรยากาศโลกคิดเป็นร้อยละ 100 โลกจะค่อย ๆ
ปลดปล่อยพลังงานกลับสู่อวกาศในปริมาณที่เท่ากัน โดยกระบวนการต่าง ๆ และทำให้
เกิดสมดุลพลังงาน ส่งผลให้โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศค่อนข้างคงที่เป็นระยะ
เวลานาน
2. ครูให้นักเรียนสังเกตรูป 7.4 ในหนังสือเรียนหน้า 8 จากนั้นร่วมกันอภิปรายโดยใช้คำถาม
ดังน้ี

• อณุ หภมู ิเฉลี่ยของอากาศในปี พ.ศ. 2443 แตกตา่ งจากอณุ หภูมิเฉลีย่ ของอากาศในปี พ.ศ.
1543 ประมาณกีอ่ งศาเซลเซียส

(แนวคำตอบ : ประมาณ 0.2 องศาเซลเซียส)
• อุณหภมู ิอากาศระหว่างปี พ.ศ. 1543 ถึงปี 2443 มีแนวโน้มเป็นเช่นไร สังเกตจากสิง่ ใด

(แนวคำตอบ : อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศระหว่างปี พ.ศ. 1543 ถึง ปี พ.ศ. 2443 มี
แนวโน้มคงที่หรือเปลี่ยนแปลงน้อยสังเกตได้จากเส้นแสดงอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศใน
ช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งแตกต่างกนั ประมาณ 0.2 องศาเซลเซียส)
• อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศในปี พ.ศ. 2543 แตกต่างจากอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศในปี
พ.ศ. 2443 ประมาณกีอ่ งศาเซลเซียส
(แนวคำตอบ : ประมาณ 0.8 องศาเซลเซียส)
• เส้นแสดงอุณหภูมอิ ากาศระหว่างปี พ.ศ. 2443 ถึงปี 2543 มแี นวโน้มเป็นเชน่ ไร
(แนวคำตอบ : อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศระหว่างปี พ.ศ. 2443 ถึง ปี พ.ศ. 2543 มี
แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นสังเกตได้จากเส้นแสดงอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศในช่วงเวลาดังกล่าว
ซึ่งแตกตา่ งกนั ประมาณ 0.8 องศาเซลเซียส)
• จากรูป 7.4 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกค่อนข้างคงที่เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ : พลงั งานจากดวงอาทิตย์ทีโ่ ลกได้รบั จะถกู ปลดปลอ่ ยกลบั ออกส่อู วกาศใน
ปริมาณทีเ่ ทา่ กันทำให้เกิดสมดุลพลังงานอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจึงคอ่ นข้างคงที่)
2. ครูตรวจสอบความเข้าใจนักเรียนเกี่ยวกับสมดุลพลังงานของโลก โดยใช้คำถามในหนังสือ
เรียนหน้า 8
• ถ้าโลกไมม่ ีกระบวนการปลดปล่อยพลังงานกลบั ส่อู วกาศ จะส่งผลตอ่ อุณหภูมิเฉลี่ยของ
อากาศหรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ : หากโลกไมม่ ีกระบวนการปลดปล่อยพลังงานกลับสู่อวกาศแต่ยังคงได้รับ
พลังงานจากดวงอาทิตย์ โลกจะมีพลังงานสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ และอุณหภูมิอากาศจะ
สงู มากจนสิง่ มีชีวติ ไมส่ ามารถดำรงอยไู่ ด้)
ตรวจสอบ (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ครูประเมิลผล โดยการสังเกตการณ์ตอบคำตอบคำถาม การร่วมกันทำผลงาน และการ
นำเสนอผลงาน
3. ครูวดั และประเมินการปฏิบัติการทดลอง จากการทำกิจกรรม 7.1 กระบวนการที่เกี่ยวข้อง
กับสมดุลพลงั งานของโลก
4. ครูวัดและประเมินผลจากการทำกิจกรรม 7.1 กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสมดุลพลังงาน
ของโลก
5. ครูตรวจสอบผลการทำแบบฝกึ หัด

7. การวดั และประเมินผล วิธีการวัด เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวัด
- การทำ - แบบทดสอบกอ่ น - ประเมินตาม
ด้านความรู้ (K) แบบทดสอบก่อน เรียน สภาพจริง
1. อธิบายกระบวนการที่ เรียน
- แบบตรวจกิจกรรม - ร้อยละ 60 ผ่าน
ทำให้เกิดสมดลุ - การทำกิจกรรม 7.1 กระบวนการที่
พลงั งานของโลกได้ 7.1 กระบวนการที่ เกี่ยวข้องกบั สมดลุ เกณฑ์
เกี่ยวข้องกับ พลงั งานของโลก
ด้านทกั ษะและ สมดุลพลงั งาน - ร้อยละ 60 ผ่าน
กระบวนการ (P) ของโลก - แบบตรวจแบบฝกึ หัด เกณฑ์
1. อภปิ รายเกีย่ วกับ
- แบบฝกึ หดั - แบบประเมินการ - ระดบั คณุ ภาพ
พลังงานจากดวง ปฏิบตั ิการทดลอง พอใช้ ผ่านเกณฑ์
อาทิตย์ที่โลกได้รับและ - การทำปฏิบตั ิการ
การปลดปลอ่ ย ทดลอง - แบบประเมินการ - ระดบั คุณภาพ
พลังงานของโลกได้ นำเสนอผลงาน พอใช้ ผ่านเกณฑ์
- การนำเสนอ
ด้านคุณลักษณะอนั พึง ผลงาน - แบบสงั เกต - ระดับคณุ ภาพ
ประสงค์ (A) พฤติกรรมการ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
1. มีความมุ่งมั่นในการ - สังเกตพฤติกรรม ทำงานกลมุ่
การทำงานกลมุ่ - ระดบั คุณภาพ
ทำงาน - แบบประเมิน พอใช้ ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตคณุ ลกั ษณะ คณุ ลกั ษณะอันพึง
อนั พึงประสงค์ ประสงค์

8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 ชิน้ งาน/ภาระงาน
1) แบบฝกึ หดั เร่อื ง กระบวนการทีท่ ำใหเ้ กิดสมดุลพลังงานของโลก
8.2 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน รายวิชาเพิม่ เติม โลกดาราศาสตร์ และอวกาศ เล่ม 2
2) PowerPoint เรอ่ื ง กระบวนการที่ทำใหเ้ กิดสมดุลพลงั งานของโลก
8.3 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) บริเวณโรงเรียน

แบบประเมินการปฏิบตั ิการทดลอง

คำชีแ้ จง ทำเครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ งตรงกบั พฤติกรรมทนี่ กั เรียนแสดงออกตามเกณฑ์ที่กำหนด

รายการประเมินพฤตกิ รรม คะแนนท่ไี ด้ ข้อเสนอแนะ
4 3 21

1. การวางแผนการทดลอง

1.1 การกำหนดปญั หา

1.2 การตั้งสมมติฐาน

1.3 การวางแผนกำหนดขั้นตอนการทำงาน

2. การปฏิบัติการทดลอง

2.1 ใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื ในการทดลอง

2.2 ทำการทดลองตามข้ันตอนที่กำหนด

2.3 การบันทกึ ผลการทดลอง

2.4 ทำความสะอาดและเกบ็ วสั ดุอุปกรณ์

3. การนำเสนอ

3.1 การแปลความหมายข้อมลู

3.2 การนำเสนอผลการทดลอง

3.3 การสรปุ ผลการทดลอง

3.4 การอภปิ รายและข้อเสนอแนะ

รวม

คะแนนรวม

ลงชื่อ.....................................ผปู้ ระเมิน
(นายพงศกร ธปู หอม)

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
คะแนน 37 - 44 หมายถึง ดีมาก
คะแนน 28 - 36 หมายถึง ดี
คะแนน 19 – 27 หมายถึง พอใช้
คะแนน 11-18 หมายถึง ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารประเมิน : ผา่ นเกณฑเ์ ฉลีย่ พอใช้ข้นึ ไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์ประเมิน

เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินการปฏิบตั กิ ารทดลอง ระดับ
คะแนน
รายการประเมิน
4
1. การวางแผนการทดลอง 3
1.1 การกำหนดปญั หา 2
- กำหนดปัญหาได้ชดั เจนครอบคลมุ กบั เรอ่ื งที่ศึกษาดีมาก 1
- กำหนดปญั หาได้ไม่ชดั เจนครอบคลมุ กบั เร่อื งที่ศึกษาเพยี งบางสว่ น
- กำหนดปญั หาได้บ้าง แตไ่ มค่ รอบคลมุ กบั เร่อื งที่ศึกษา 4
- กำหนดปัญหาไม่ได้ 3
1.2 กำหนดปญั หาและต้ังสมมติฐาน 2
- สมมติฐานตรงกับปัญหาและแสดงความสมั พันธร์ ะหวา่ งเหตแุ ละผลอยา่ งชัดเจน 1
- สมมติฐานตรงกับปญั หาและแสดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างเหตแุ ละผลแตไ่ มช่ ดั เจน
- ตั้งสมมติฐานตรงกบั ปญั หาแตไ่ มแ่ สดงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล 4
- สมมติฐานไม่สอดคล้องกบั ปัญหา 3
1.3 การดำเนินการทดลอง 2
- ดำเนินการทดลองได้ถูกต้องครบสมบรู ณ์ 1
- ดำเนินการทดลองได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่
- ดำเนินการทดลองได้ถกู ต้องเปน็ บางสว่ น 4
- ดำเนินการทดลองไม่เหมาะสม 3
1.4 การวางแผนกำหนดข้ันตอนการทำงาน
- ระบภุ าระงานและข้ันตอนการทำงานได้ชดั เจนสอดคล้องกับจุดประสงค์ 2
- ระบุภาระงานได้บ้าง แตไ่ ม่ครบทกุ ข้ันตอน การทำงานทกี่ ำหนดสว่ นใหญ่
เหมาะสมดี แผนการทำงานโดยรวมสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์ 1
- ระบุภาระงานและข้ันตอนการทำงานได้พอสมควร ขั้นตอนการทำงานบางสว่ นไม่
เหมาะสมกับจุดประสงค์
- ไม่สามารถระบุภาระงาน ไมค่ รบขั้นตอนแผนการทำงาน ไมส่ อดคลอ้ งกบั
จุดประสงค์

รายการประเมิน ระดับ
คะแนน
2. การปฏิบตั ิการทดลอง
2.1 การใช้วัสดุ อปุ กรณ์ เคร่อื งมอื ในการทดลอง 4
- ใช้อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื ได้ถกู ต้องตามหลงั การปฏิบตั ิอย่างคล่องแคลว่ 3
- ใช้อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื ได้ถกู ต้องตามหลกั การปฏิบัติแตไ่ มค่ ลอ่ งแคลว่ 2
- ใช้อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื ไดบ้ างสว่ นแตไ่ มค่ ลอ่ งแคลว่ 1
- ใช้อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื ไดไ้ มถ่ ูกต้อง
2.2 ทำการทดลองตามข้ันตอนที่กำหนด 4
- ทดลองตามวิธกี ารและข้ันตอนทีก่ ำหนดไว้อยา่ งถกู ต้อง 3
- ทดลองตามวิธกี ารและข้ันตอนที่กำหนดไวโ้ ดยครูเปน็ ผแู้ นะนำในบางสว่ น 2
- ทดลองตามวิธกี ารและข้ันตอนทีก่ ำหนดไว้ หรอื ดำเนินการตามข้ันตอนทกี่ ำหนด 1
- ไมท่ ดลองตามวิธีการและขน้ั ตอนที่กำหนดไว้
2.3 การบันทกึ ผลการทดลอง 4
- บนั ทึกผล อย่างถกู ต้องมีระเบียบ และเป็นไปตามการทดลอง 3
- บนั ทึกผล ไมร่ บุ หุ น่วย ไม่เป็นระเบยี บ และเป็นไปตามการทดลอง 2
- บนั ทึกผล ไมม่ กี ารระบุหนว่ ย และไมเ่ ปน็ ไปตามการทดลอง 1
- ไมม่ กี ารบนั ทกึ ผล
2.4 ทำความสะอาดและจัดเกบ็ อุปกรณ์ 4
- ดแู ละอปุ กรณ์ / เคร่อื งมอื ทดลองอย่างดี มีการทำความสะอาดและเกบ็ ตัวอย่าง
ถกู ต้องตามหลกั การ 3
- ดแู ลอุปกรณ์ / เครอ่ื งมอื ขณะทดลอง ทำความสะอาด แตเ่ ก็บไมถ่ กู ต้อง 2
- ดูและอุปกรณ์ / เคร่อื งมอื บางส่วน แต่ไม่สนใจทำความสะอาดและเกบ็ ใหเ้ ข้าที่ 1
- ไมด่ แู ลอปุ กรณ์ / เคร่อื งมอื และไม่สนใจทำความสะอาด ไมเ่ กบ็ เข้าที่
4
3. การนำเสนอ 3
3.1 การแปลความหมายข้อมลู 2
- บรรยายลกั ษณะข้อมูลตามข้อมลู ทีม่ อี ย่างถูกต้อง 1
- บรรยายลกั ษณะข้อมูลตามข้อมูลที่มถี ูกต้องพอใช้
- บรรยายลกั ษณะข้อมูลตามข้อมูลที่มถี กู ต้องบางส่วน
- บรรยายลกั ษณะข้อมูลนอกเหนือจากที่มี และไมถ่ ูกต้อง

รายการประเมิน ระดับ
คะแนน
3.2 การนำเสนอผลการทดลอง
- จัดกระทำข้อมลู เข้าจง่ายนำเสนอผลการทดลองมีลพดบั ขั้นตอนชัดเจนดีมาก 4
- จัดกระทำข้อมูลเข้าใจงา่ ยนำเสนอผลการทดลองมีลำดบั ข้ันตอนชดั เจนพอใช้ 3
- จดั กระทำข้อมูลพอสมควร และนำเสนอผลการทดลองไม่มลี ำดับข้ันตอน 2
- จดั กระทำข้อมูลไม่เข้าใจ และนำเสอนผลการทดลองไมม่ ีลำดบั ขั้นตอน 1

3.3 การสรปุ ผลการทดลอง 4
- สรปุ ผลการทดลองดว้ ยตนเองได้ชดั เจนดีมาก ครบถ้วนตรงตามจดุ ประสงค์ 3
- สรุปผลการทดลองได้ชัดเจนดี ค่อนข้างจะครบถ้วนตามจุดประสงค์ 2
- สรปุ ผลการทดลองดว้ ยตนเองไมไ่ ด้ทั้งหมด ต้องได้รบั คำแนะนำเป็นบางส่วน 1
- สรุปผลการทดลองไมไ่ ด้
4
3.4 การอภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ 3
- อภปิ รายผลการทดลองถกู ต้องและสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์ของการทดลอง
- อภปิ รายผลการทดลองถกู ต้องและสอดคล้องกบั จุดประสงค์การทดลองเปน็ 2
สว่ นใหญ่ 1
- อภปิ รายผลการทดลองถูกต้อง แต่สอดคล้องกบั จุดประสงค์ของการทดลอง
- อภปิ รายผลการทดลองไมถ่ กู ต้อง และไมส่ อดคล้องกบั จดุ ประสงค์

แบบประเมินการนำเสนอผลงาน

กลุ่มที.่ ................................... เรอ่ื ง............................................................................................................................

รายวิชา................................................................ รหัสวิชา.......................... ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่.............................

คำชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนประเมินการนำเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการทกี่ ำหนด แล้วขีด  ลงในชอ่ ง ที่ตรง

กับระดบั คะแนน

ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน รวม หมาย
4321 เหตุ

1 นำเสนอเน้ือหาในผลงานได้ถกู ต้อง

2 ความสมบูรณ์ของเน้ือหา

3 ใช้แหลง่ ข้อมูลทีห่ ลากหลายและน่าเชือ่ ถือ

4 การนำเสนอมีความนา่ สนใจ

5 มีการจดั รปู แบบที่เหมาะสม

6 การมีสว่ นรว่ มของสมาชิกในกลุ่ม

7 ความตรงต่อเวลาในการสง่ งาน

คะแนนรวม

ลงชื่อ.....................................ผปู้ ระเมิน
(นายพงศกร ธปู หอม)

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
คะแนน 24 - 28 หมายถึง ดีมาก
คะแนน 18 - 23 หมายถึง ดี
คะแนน 13 – 18 หมายถึง พอใช้
คะแนน 7-12 หมายถึง ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การประเมิน : ผ่านเกณฑ์เฉลี่ยพอใช้ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑป์ ระเมิน

ประเดน็ การ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ประเมิน 4 3 2 1

1. นำเสนอเนื้อหา เนื้อหาถูกต้อง เนื้อหาผดิ พลาด 1 เนื้อหาผดิ ลพาด 2 เนื้อหาผดิ ตั้งแต่ 3

ในผลงานได้ สมบรู ณ์ จดุ จุด จดุ ขึน้ ไป

ถูกต้อง

2. ความสมบูรณ์ เน้ือหาสมบรู ณ์ เนื้อหาไม่สมบรู ณ์ เน้ือหาไมส่ มบูรณ์ เน้ือหาไม่สมบรู ณ์

ของเน้ือหา ครบถว้ นในทกุ ขาดหายไป 1 ด้าน ขาดหายไป 2 ด้าน ขาดหายไปต้ังแต่ 3

ด้าน ด้านขึน้ ไป

3. ใช้แหลง่ ข้อมูลที่ ใช้แหล่งข้อมูลที่ ใช้แหล่งข้อมลู ที่ ใช้แหล่งข้อมลู ที่ ใช้แหลง่ ข้อมูลที่

หลากหลายและ นา่ เชื่อถือมากกวา่ นา่ เชือ่ ถือจำนวน น่าเชื่อถือจำนวน น่าเชือ่ ถือเพียง

นา่ เชื่อถือ 5 แหล่ง 5-4 แหลง่ 3-2 แหลง่ แหล่งเดียว

4. การนำเสนอมี การนำเสนอ การนำเสนอ การนำเสนอ การนำเสนอ

ความนา่ สนใจ นา่ สนใจในระดบั นา่ สนใจในระดบั นา่ สนใจในระดบั น่าสนใจในระดบั

มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง น้อย

5. มีการจัดรูปแบบ การจัดวางรูปแบบ การจัดวางรปู แบบ การจดั วางรูปแบบ การจดั วางรูปแบบ

ทีเ่ หมาะสม เหมาะสมในระดบั เหมาะสมในระดบั เหมาะสมในระดบั เหมาะสมในระดบั

มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย

6. การมีส่วนร่วม แสดงออกถึงความ แสดงออกถึงความ แสดงออกถึงความ แสดงออกถึงความ

ของสมาชิกใน สามคั คีกันในกลุม่ สามคั คีกนั ในกล่มุ สามัคคีกันในกลมุ่ สามคั คีกนั ในกลมุ่

กล่มุ เป็นอยา่ งมาก ในบางคร้ัง น้อย

7. ความตรงตอ่ ตรงตอ่ เวลาในการ ตรงตอ่ เวลาในการ ตรงตอ่ เวลาในการ ตรงตอ่ เวลาในการ

เวลาในการสง่ ทำกิจกรรมทุก ทำกิจกรรมสว่ น ทำกิจกรรมร้อยละ ทำกิจกรรมน้อย

งาน กิจกรรม ใหญ่ 50 ของกิจกรรม

ทั้งหมด

แบบประเมินชิน้ งาน

กลุ่มที.่ .................................. เร่อื ง.............................................................................................................................

รายวิชา................................................................. รหัสวิชา......................... ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที.่ ............................

คำชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนประเมินการนำเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการทกี่ ำหนด แล้วขีด  ลงในชอ่ ง ที่ตรง

กบั ระดับคะแนน

รายการประเมิน คะแนนเต็ม รวม หมายเหตุ

4321

1. การออกแบบ

1.1 ความคิดสร้างสรรค์

1.2 ความเหมาะสมของรปู แบบตัวอักษร

1.3 กาจดั วางองคป์ ระกอบทเี่ หมาะสม

1.4 พืน้ ทีท่ ั้งหมดใช้อยา่ งมีประสิทธิภาพ

1.5 การใช้สแี ละเทคนิคทางศลิ ปะ

1.6 ความสวยงานและความนา่ สนใจ

2. เนื้อหา

2.1 เน้ือหาถูกต้องเหมาะสม

2.2 เข้าใจงา่ ยได้

2.3 ผา่ นการคิด วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ เพื่อสรปุ ความ

2.4 มีประโยชน์ต่อตนเองและโรงเรียน

3. คุณลักษณะ

3.1 สง่ งานตามกำหนดเวลา

คะแนนรวม

ลงชื่อ.....................................ผปู้ ระเมิน
(นายพงศกร ธปู หอม)

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
คะแนน 38 - 44 หมายถึง ดีมาก
คะแนน 29 - 37 หมายถึง ดี
คะแนน 20 – 28 หมายถึง พอใช้
คะแนน 11 -19 หมายถึง ปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารประเมิน : ผ่านเกณฑเ์ ฉลี่ยพอใช้ข้นึ ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์ประเมิน

ประเดน็ การ เกณฑก์ ารให้คะแนน 1
ประเมิน 432
ความคิด
1. การออกแบบ ความคิด ความคิด ความคิด สร้างสรรค์น้อย
1.1 ความคิด
สร้างสรรค์ สร้างสรรค์มาก สร้างสรรค์มาก สร้างสรรค์ปาน รปู แบบตัวอกั ษรมี
ความเหมาะสม
1.2 ความ ที่สดุ กลาง น้อย
เหมาะสมของ
รูปแบบ รปู แบบตวั อกั ษรมี รูปแบบตวั อักษรมี รูปแบบตัวอักษรมี การจัดวาง
ตวั อกั ษร องค์ประกอบที่
ความเหมาะสม ความเหมาะสม ความเหมาะสม เหมาะสมน้อย
1.3 กาจัดวาง
องคป์ ระกอบ มากทีส่ ดุ มาก ปานกลาง พืน้ ที่ท้ังหมดใช้
ที่เหมาะสม อยา่ งมี
การจัดวาง การจัดวาง การจัดวาง ประสิทธิภาพน้อย
1.4 พืน้ ทีท่ ั้งหมด องค์ประกอบที่
ใช้อยา่ งมี องค์ประกอบที่ องค์ประกอบที่ เหมาะสมปาน การใช้สแี ละ
ประสิทธิภาพ กลาง เทคนคิ ทางศลิ ปะ
เหมาะสมมากที่สุด เหมาะสมมาก พืน้ ทีท่ ั้งหมดใช้ มีความเหมาะสม
1.5 การใช้สแี ละ อย่างมี น้อย
เทคนคิ ทาง พืน้ ที่ทั้งหมดใช้ พืน้ ทีท่ ้ังหมดใช้ ประสิทธิภาพปาน
ศลิ ปะ อยา่ งมี อยา่ งมี กลาง
ประสิทธิภาพมาก ประสิทธิภาพมาก การใช้สแี ละ
ที่สุด เทคนคิ ทางศลิ ปะ
การใช้สแี ละ การใช้สแี ละ มีความเหมาะสม
เทคนคิ ทางศลิ ปะ เทคนคิ ทางศลิ ปะ ปานกลาง
มีความเหมาะสม มีความเหมาะสม
มากทีส่ ดุ มาก

ประเด็นการ เกณฑ์การให้คะแนน
ประเมิน
4 32 1
1.6 ความสวย ความสวยงามและ ความสวยงามและ
งานและ นา่ ใจมากที่สุด ความสวยงามและ ความสวยงามและ น่าใจน้อย
ความ
น่าสนใจ เน้ือหาถูกต้อง นา่ ใจมาก น่าใจปานกลาง เนื้อหาผดิ พลาด 3
เหมาะสมทกุ จุด จุด
2. เน้ือหา เน้ือหาผดิ พลาด 1 เน้ือหาผดิ พลาด 2
2.1 เนื้อหา ทำใหเ้ ข้าใจงา่ ย จุด จดุ ต้องใช้การ
ถกู ต้อง มาก พิจารณาทำความ
เหมาะสม ทำใหเ้ ข้าใจง่าย ทำใหเ้ ข้าใจได้ เข้าใจ
2.2 เข้าใจง่ายได้ ผ่านการคิด ถูกต้อง ผา่ นการคิด
วิเคราะห์ วิเคราะห์
2.3 ผ่านการคิด สงั เคราะห์ เพือ่ ผา่ นการคิด ผ่านการคิด สังเคราะห์ เพื่อ
วิเคราะห์ สรปุ ความมาก วิเคราะห์ วิเคราะห์ สรปุ ความน้อย
สังเคราะห์ ที่สดุ สังเคราะห์ เพื่อ สังเคราะห์ เพื่อ
เพือ่ สรุป มีประโยชนต์ ่อ สรุปความมาก สรปุ ความปาน มีประโยชน์ตอ่
ความ ตนเองและ กลาง ตนเองและ
โรงเรียนมากทีส่ ดุ มีประโยชน์ต่อ มีประโยชน์ต่อ โรงเรียนน้อย
2.4 มีประโยชน์ ตนเองและ ตนเองและ
ตอ่ ตนเอง สง่ งานตาม โรงเรียนมาก โรงเรียนปานกลาง ส่งงานเลย
และโรงเรยี น กำหนดเวลา กำหนดเวลา 3 วนั
สง่ งานเลย สง่ งานเลย
3. คุณลกั ษณะ
3.1 สง่ งานตาม กำหนดเวลา 1 วนั กำหนดเวลา 2 วัน
กำหนดเวลา

แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

คำชีแ้ จง ใหผ้ ปู้ ระเมินทำเครอ่ื งหมาย  ในชอ่ งทตี่ รงกบั ความเปน็ จริง

มีส่วนรว่ มใน มีความ รับผิดชอบใน มีขัน้ ตอนใน ใชเ้ วลาในการ
กลมุ่ การแสดง กระตอื รอื รน้ งานทไ่ี ดร้ ับ การทำงาน ทำงานอย่าง คะแนน
ที่ ความคดิ เห็น ในการทำงาน มอบหมาย อย่างเปน็ เหมาะสม รวม

ระบบ

4321 4 3 2 1 4321 4321 4321

1

2

3

4

5

ลงชือ่ .....................................ผปู้ ระเมิน
(นายพงศกร ธปู หอม)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน หมายถึง นกั เรียนสามารถปฏิบตั ไิ ด้มากกว่าร้อยละ 71
หมายถึง นกั เรียนสามารถปฏิบัตไิ ด้รอ้ ยละ 61 - 70
มาก = 4 คะแนน หมายถึง นักเรียนสามารถปฏิบตั ไิ ด้รอ้ ยละ 51 - 60
ปานกลาง = 3 คะแนน หมายถึง นักเรียนสามารถปฏิบตั ไิ ด้น้อยกวา่ ร้อยละ 50
น้อย = 2 คะแนน

น้อยที่สุด = 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
คะแนน 18 - 20 หมายถึง ดีมาก
คะแนน 13 - 17 หมายถึง ดี
คะแนน 9 – 12 หมายถึง พอใช้
คะแนน 5 – 8 หมายถึง ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารประเมิน : ผา่ นเกณฑเ์ ฉลี่ยพอใช้ข้นึ ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์ประเมิน

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คำชี้แจง ใหผ้ ปู้ ระเมินทำเครอ่ื งหมาย  ในชอ่ งทตี่ รงกับความเปน็ จริง

ลำดบั ชื่อ - สกุล มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ มีความมุง่ มัน่ รวม
ที่ ในการทำงาน (15)
คะแนน

54321 54321 54321

1 นายณภทั ร์ ขนาดกำจาย
2 นายธรี ภทั ร อินวนั
3 นายภมู เิ กยี รติ ลาภธนาดี
4 นางสาวเกศกนก แกว้ กาศ
5 นางสาวกชนันท์ เกษมเตมิ โรจนชยั
6 นางสาวกฤติยา อำพรรณ์
7 นางสาวจิราวรรณ กิจบำรงุ
8 นางสาวญาณภา กองอรนิ ทร์
9 นางสาวพรหมพร ใจกาศ
10 นางสาวเยาวลกั ษณ์ เมืองสนั เทียะ
11 นางสาวสพุ ัชญา ยศกาศ
12 นางสาวสพุ ชิ ญา ไชยดีเลศิ
13 นางสาวหฤทัย พิโลกาศ
14 นางสาวฐิติมา เงนิ ดี
15 นางสาวกชกร ดอกแก้วนาค
16 นางสาววรรณสกิ า มหายศ
17 นางสาวมยุรนิ ทร์ ธะสุข

ลงชื่อ.....................................ผปู้ ระเมิน
(นายพงศกร ธปู หอม)

เกณฑ์การให้คะแนน หมายถึง นกั เรียนสามารถปฏิบตั ไิ ด้มากกว่าร้อยละ 80
หมายถึง นกั เรียนสามารถปฏิบตั ไิ ด้รอ้ ยละ 71 - 80
มากทีส่ ุด = 5 คะแนน หมายถึง นักเรียนสามารถปฏิบัตไิ ด้รอ้ ยละ 61 - 70
มาก = 4 คะแนน หมายถึง นักเรียนสามารถปฏิบตั ไิ ด้รอ้ ยละ 51 - 60
ปานกลาง = 3 คะแนน หมายถึง นกั เรียนสามารถปฏิบัตไิ ด้น้อยกวา่ ร้อยละ 50
น้อย = 2 คะแนน

น้อยที่สุด = 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
คะแนน 13 - 15 หมายถึง ดีมาก
คะแนน 10 - 12 หมายถึง ดี
คะแนน 6 – 9 หมายถึง พอใช้
คะแนน 3 – 5 หมายถึง ปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารประเมิน : ผ่านเกณฑ์เฉลี่ยพอใช้ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑป์ ระเมิน




Click to View FlipBook Version