คํานํา แบบฝึ กทักษะกีฬาเซปักตะกร้อขั้ นพื ้ นฐาน กลุ ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและ พลศึกษา ชั้ นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ได้จัดทาขึ้นเพื่อใช้ เป็ นสื่อส่งเสริมประกอบการจัดกิ จกรรม การเรียน การสอนวิชา เซปักตะกร้อขั้ นพื ้ นฐาน อีกทั ้ งยังเป็ นคู่มือในการศึกษาค้นคว้า ด้วย ตนเองของนักเรียนอีกด้วย เนื่องจากชุดฝึ กทักษะดังกล่ าว เป็ นการสรุปการเรียนรู้จากง่ าย ไปหายาก นักเรียนสามารถฝึ ก ได้ด้วยตนเอง และสามารถปฏิบัติได้จริง ยอมเก ่ ิ ดความ เข้าใจ อยางถ ่ ่องแท้นันเ่อง นักเรียนจะเกิดการเรียนรู้อยางมี ่ ประสิทธิภาพ แบบฝึ กทักษะกีฬาเซปักตะกร้อขั้ นพื ้ นฐาน กลุ ่ ม สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ พลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ได้ จัดทาขึ้นเนื่องจากผู้สอนต้องการให้นักเรียนได้มีทักษะ มี ความสามารถ ความรู้ความเข้าใจอยางถ ่ ่องแท้เก ี่ ยวกบทั ั กษะขั ้ น พื ้ นฐาน
สารบัญ ประวัติกีฬาตะกร้อ หน้า 1 กติกา หน้า 5
ประวัติกีฬาตะกร้อ ในสมัยโบราณนั้นประเทศไทยเรามีกฎหมายและวิธีการลงโทษผู้กระทําความผิด โดยการนําเอา นักโทษใส่ลงไปในสิ่ งกลมๆที่สานด้วยหวายให้ช้างเตะ แต่สิ่ งที่ช่วยสนับสนุนประวัติของตะกร้อได้ ดี คือ ในพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาของรัชกาลที่ 2 ในเรื่องมีบางตอนที่กล่าวถึงการเล่นตะกร้อ และที่ระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเขียนเรื่องรามเกียรติ์ ก ็มีภาพการเล่นตะกร้อ แสดงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้โดยภูมิศาสตร์ของไทยเองก็ ส่งเสริมสนับสนุนให้เราได้ทราบ ประวัติของตะกร้อ คือประเทศของเราอุดมไปด้วยไม้ไผ หวายคนไทยนิยมนําเอาหวายมาสานเป็ น ่ สิ่ งของเครื่องใช้ รวมถึงการละเล่นพื้ นบ้านด้วย อีกทั้ งประเภทของกีฬาตะกร้อในประเทศไทยก็มี หลายประเภท เช่น ตะกร้อวง ตะกร้อลอดห่วง ตะกร้อชิงธงและการแสดงตะกร้อพลิกแพลงต่างๆ ซึ่งการเล่นตะกร้อของประเทศอื่นๆนั้นมีการเล่นไม่หลายแบบหลายวิธีเช่นของไทยเรา การเล่น ตะกร้อมีวิวัฒนาการอยางต่ ่อเนื่องมาตามลําดับทั้ งด้านรูปแบบและวัตถุดิบในการทําจากสมัยแรก เป็ นผ้า , หนังสัตว์ , หวาย , จนถึงประเภทสังเคราะห์ ( พลาสติก )ความหมาย คําวาตะกร้อ ตาม ่ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ . ศ . 2525 ได้ให้คําจํากดความเอาไว้ว ั า ” ลูกกลมสานด้วย ่ หวายเป็ นตา สําหรับเตะ “ วิวัฒนาการการเล่นกีฬาตะกร้อ การเล่นตะกร้อได้มีวิวัฒนาการในการเล่นมาอยางต่ ่อเนื่อง ในสมัยแรกๆ ก ็เป็ นเพียงการช่วยกนเตะั ลูกไม่ให้ตกถึงพื้ นต่อมาเมื่อเกิดความชํานาญและหลีกหนีความจําเจ ก็คงมีการเริ่มเล่นด้วยศีรษะ เข่า ศอก ไหล่ มีการจัดเพิ่ มท่าให้ยากและสวยงามขึ้นตามลําดับ จากนั้นก ็ตกลงวางกติกาการเล่นโดย เอื้ ออํานวยต่อผู้เล่นเป็ นส่วนรวม อาจแตกต่างไปตามสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้ นที่ แต่คงมีความ ใกล้เคียงกนมากพอสมควรั ตะกร้อนั้นมีมากมายหลายประเภท เช่น - ตะกร้อข้ามตาข่าย – ตะกร้อลอดบ่วง – ตะกร้อพลิกแพลงเป็ นต้น เมื่อมีการวางกติกาและท่าทางในการเล่นอยางลงตัวแล้วก ่ ็เริ่มมีการแข่งขันกนเกั ิดขึ้นในประเทศไทย ตาม ประวัติของการกีฬาตะกร้อตั้ งแต่อดีตที่ได้บันทึกไว้ดังนี้
พ.ศ. 2472 กีฬาตะกร้อเริ่มมีการแข่งขันครั้งแรกภายในสมาคมกีฬาสยาม พ.ศ. 2476 สมาคมกีฬาสยามประชุมจัดร่างกติกาในการแข่งขันกีฬาตะกร้อข้ามตาข่ายและเปิ ด ให้มีการแข่งขันในประเภทประชาชนขึ้นเป็ นครั้งแรก พ.ศ. 2479 ทางการศึกษาได้มีการเผยแพร่จัดฝึ กทักษะในโรงเรียนมัธยมชายและเปิ ดให้มีแข่งขัน ด้วย พ.ศ. 2480 ได้มีการประชุมจัดทําแกไขร ้ ่างกฎระเบียบให้สมบูรณ์ขึ้น โดยอยูในความควบคุมดูแล ่ ของ เจ้าพระยาจินดารักษ์ และกรมพลศึกษาก็ได้ออกประกาศรับรองอยางเป็ นทางการ ่ พ.ศ. 2502 มีการจัดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 1 ขึ้นที่กรุงเทพฯ มีการเชิญนักตะกร้อชาว พม่ามาแสดงความสามารถในการเล่นตะกร้อพลิกแพลง พ.ศ. 2504 กีฬาแหลมทองครั้งที่ 2 ประเทศพม่าได้รับเกียรติให้เป็ นเจ้าภาพในการแข่งขัน นัก ตะกร้อของไทยก็ได้ไปร่วมแสดงโชว์การเตะตะกร้อแบบพลิกแพลงด้วย พ.ศ. 2508 กีฬาแหลมทองครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ได้มีการบรรจุการเตะตะกร้อ 3 ประเภท เข้าไว้ในการแข่งขันด้วยก็คือ - ตะกร้อวง – ตะกร้อข้ามตาข่าย – ตะกร้อลอดบ่วง อีกทั้ งมีการจัดประชุมวางแนวทางด้านกติกาทั้ งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อสะดวกในการเล่น และการเข้าใจของผู้ชมในส่วนรวมอีกด้วย พอเสร็จสิ้ นกีฬาแหลมทองครั้งที่ 3 กีฬาตะกร้อได้รับความนิยมเพิ่ มขึ้นเป็ นอันมาก บทบาทของ ประเทศมาเลเซียก็เริ่มมีมากขึ้น จากการได้เข้าร่วมในการประชุมตั้ งกฎกติกากีฬาตะกร้อประเภท ข้ามตาข่าย หรือที่เรียกวา ” เซปักตะกร้อ ” และส ่ ่งผลให้กีฬาตะกร้อข้ามตาข่าย ได้รับการบรรจุเข้า ในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 จนถึงปัจจุบัน
กติกาการเลนเซปักตะกร้อ ก ่ ีฬาตะกร้อ 1.ผู้เล่น ประเภทเดี่ยว มีผู้เล่นตัวจริง 3 คน สํารอง 1 คน ประเภททีม ประกอบด้วย 3 ทีม มีผู้เล่น 9 คน และผู้เล่น สํารอง 3 คน 2. ตําแหน่งของผู้เล่น มี 3 ตําแหน่งคือ 2.1 หลัง ( Back ) เป็ นผู้เตะตะกร้อจากวงกลม 2.2 หน้าซ้าย 2.3 หน้าขวา 3. การเปลี่ยนตัวผู้เล่น ในทีมเดี่ยวเปลี่ยนตัวได้ 1 คน และถ้าเหลือน้อยกว่า 3 คน ถือว่าแพ้ ผู้มีชื่อในทีมเดี่ยวที่เล่นมานานแล้ว จะลง เล่นในทีมเดี่ยวต่อไปไม่ได้ 4. การเสี่ยงและการอบอุ่นร่างกาย มีการเสี่ยง ผู้ชนะการเสี่ยงจะได้เลือกข้างหรือส่งลูก ทีมที่ได้ส่งลูกจะได้อบอุ่นร่างกายก่อน เป็ นเวลา 2 นาที พร้อมเจ้าหน้าที่และนักกีฬาไม่เกิน 5 คน 5. ตําแหน่งของผู้เล่นระหว่างการส่งลูกเสิร์ฟ เมื่อเริ่มเล่นทั้ ง 2 ทีมพร้อมในแดนของตนเอง ผู้เล่นฝ่ ายเสิร์ฟจะต้องอยู่ในวงกลมของตนเอง เมื่อเสิร์ฟแล้วจึง เคลื่อนที่ได้ ส่วนผู้เล่นฝ่ ายรับจะยืนที่ใดก็ได้ 6. การเปลี่ยนส่ง ให้เปลี่ยนการส่งลูกเมื่อฝ่ ายส่งลูกผิดกติกา หรือ ฝ่ ายรับทําลูกให้ตกบนพื้ นที่ของฝ่ ายส่งได้ 7. การขอเวลานอก ขอได้เซตละ 1 ครั้งๆ ละ 1 นาที 8. การนับคะแนน การแข่งขันใช้แบบ 2 ใน 3 เซต ในเซตที่ 1 และเซตที่ 2 จะมีคะแนนสูงสุด 15 คะแนน ทีมใดได้ 15 คะแนนก่อน จะเป็ นผู้ชนะในเซตนั้นๆ ทั้ ง 2 เซต จะไม่มีดิวส์ หากทั้ งสองทีมได้ 13 ก่อน หรือ 14 เท่ากัน พัก ระหว่างเซต 2 นาที ถ้าเสมอกัน 1:1 เซต ให้ทําการแข่งขันเซตที่ 3 ด้วยไทเบรก โดยเริ่มด้วยการเสี่ยงใหม่ โดยใช้คะแนน 6 คะแนน ทีมใดได้ 6 คะแนนก่อนเป็ นผู้ชนะ แต่จะต้องแพ้ชนะอย่างน้อย 2 คะแนน ถ้ายังไม่ แพ้กันไม่น้อยกว่า 2 คะแนน ก็ให้ทําการแข่งขันอีก 2 คะแนน แต่ไม่เกิน 8 คะแนน เช่น 8:6 หทรือ 8:7 ถือ
เป็ นการยุติการแข่งขันระบบไทเบรก เมื่อฝ่ ายใดก็ตามได้ 3 คะแนน และขอเวลานอกได้เซตละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 นาที สําหรับไทเบรก ขอเวลาได้ 1 ครั้ง ครั้งละ 30 วินาที ประโยชน์ของการเล่นตะกร้อ 1.เป็ นกีฬาที่ก่อให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เป็ นการเสริมสร้างสมรรถภาพ ทางด้าน ร่างกาย และจิตใจ 2.เป็ นกีฬาที่ประหยัดค่าใช้จ่าย เลนง่ ่าย กติกา และระเบียบ การแข่งขันไม่เคร่งครัด 3.เป็ นกีฬาที่ไม่จํากดเวลา และสถานที่ ั 4.เป็ นกีฬาที่กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในการเคลื่อนไหวอยางคล่ ่องแคลว ว่ องไว เสริมสร้าง ่ บุคลิกภาพ 5.เป็ นกีฬาที่เสริมสร้างอารมณ์ ความคิด และจิตใจให้มีความสุขุม รอบคอบ เยือกเย็น 6.เป็ นกีฬาที่ช่วยให้ระบบประสาททํางานประสานกบระบบอื่น ๆ ได้อย ั างมี ประสิทธิภาพ ่ 7.เป็ นกีฬาที่เสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ และสังคมรวมทั้ งเป็นสื่อกลางใน การเข้า สังคม และพัฒนาชุมชนทางด้านสุขภาพและพลานามัย 8.เป็ นกีฬาที่ใช้เป็ นแนวทาง หรือทักษะพื้ นฐานอันนําไปสู่การเลนก่ ีฬาชนิดอื่น ๆ ได้ เช่น ฟุตบอล 9.เป็ นกีฬาที่สามารถใช้เป็ นแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประจําชาติ ที่ดีงามให้คงไว้ 10. เป็ นกีฬาที่ต้องใช้ความสามารถด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา รวมทั้ งทักษะที่สูงมากสําหรับผู้ที่ต้องการความเป็ นเลิศทางด้านกีฬาตะกร้อ ถ้าผู้เล่นมี ความตั้ งใจใช้ ความเพียรพยายามที่ดีอยางต่ ่อเนื่อง ก็สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ สร้าง ชื่อเสียง เกียรติประวัติให้กบ ตนเอง สังคม และประเทศชาติได้ ั
เครื่องแต่งกายของผู้เล่น (PLAYER’S ATTIRE) 6.1 สําหรับชาย ต้องสวมเสื้ อยืด กางเกงขาสั้ น (สําหรับผู้หญิงให้ สวมเสื ้ อยืดคอกลมมีแขนและกางเกงขาสั้นที่มีความยาวระดับ เข่า) และรองเท้ากีฬาพื ้ นยาง ห้ามผู้เล่นสวมสิ่งอื่นใดที่จะเป็ นอันตรายแก่ ฝ่ ายตรงข้ามในระหวางการแข่ ่ง ขัน กรณีที่อากาศหนาวอนุญาตให้ผู้ เล่นสวมเสื ้อชุดวอร์มแข่งขันได้ 6.2 ส่วนต่างๆ ของเครื่องแต่งกายของผู้เล่นถือเป็ นส่วนหนึ่งของ ร่างกาย และเสื ้อจะต้องอยูในกางเกงตลอดเวลาการแข ่ ่งขัน 6.3 สิ่งใดกตามที่ช ็ ่วยเร่งความเร็วของลูกตะกร้อหรือช่วยในการ เคลื่อนที่ของผู้เลน ไม ่ อนุญาตให้ใช้ ่ 6.4 หัวหน้าทีม (CAPTAIN) จะต้องใสปลอกแขน ที่แขน เสื ้อด้านซ้าย 6.5 เสื ้ อของผู้เล่นทุกคนจะต้องติดหมายเลขที่ด้านหลังให้เห็นได้ ชัดเจน ให้แต่ละทีมใช้หมายเลข 1-15 เท่านั ้ น โดยมีขนาดความ สูงไม่น้อยกวา ่ 19 เซนติเมตร ซึ่งกาหนดให้ผู้เล ํ ่นจะต้องมีหมายเลข เพียงหมายเลขเดียวตลอดการแข่งขัน (TOURNAMENT) ข้อที 7 การเปลี่ยนตัวผู้เล่น (SUBSTITUTION)
7.1 ในทีมชุด ผู้เล่นแต่ละคนที่ลงแข่งขันในทีมใดแล้ว จะไม่มีการ แข่งขันซํ ้ าในทีมอื่นอีก 7.2 การเปลี่ยนตัวผู้เล่นจะกระทําในเวลาใดกได้ โดยผู้จัดการทีม ็ ยื่นขอต่อ กรรมการผู้ชี้ ขาด( Official Referee ) เมื่อลูก ตะกร้อไม่ได้อยูในการเล ่ ่น 7.3 ประเภททีมเดียว ในการแข่งขันแต่ละครั ้งให้แต่ละทีมมีผู้เล่น สํารองได้ไม่ เก ิ น 2 คนนอกเหนือจากผู้เล่น 3 คนที่เริ่มเล่นในสนาม และสามารถทําการเปลี่ยนตัวได้ไม่ เก ิ น 2 ครั ้ งในแต่ละเซ็ทประเภททีมชุด ในการแข่งขันแต่ละครั ้ง ให้แต่ ละทีมเดียวเปลี่ยนตัวผู้เล่นสํารองได้ไม่ เก ิ น 1 คน นอกเหนือจากผู้ เล่น 3 คนที่เริ่มเล่นในสนามและสามารถทําการ เปลี่ยนตัวได้ไม่ เก ิ น 2 ครั ้ งในแต่ละเซ็ทการเปลี่ยนตัวทุกครั้งให้อยู่ ในอํานาจหน้าที่ของกรรมการ ประจําสนาม(Court Referee )และให้กระทําที่ด ◌้ านข้างของสนาม โดยให้อยูในสายตาของผู้ ่ ตัดสิน ( Match Referee )การเปลี่ยนตัวสามารถกระทําได้ ในระหวางการแข่ งขัน เมื่อลูกตะกร้อไม ่ ได้อยู ่ ในการเล ่ ่น หรือ ในทันทีที่เริ่มการแข่งขันในแต่ละเซ็ทการเปลี่ยนตัวสามารถ
เปลี่ยนตัวได้ 1 คนหรือ 2 คนพร้อมกนในเวลาเดียวก ั นสําหรับ ั ประเภททีมเดียวเท่านั ้น (เปลี่ยน 2 คนพร้อมกน ให้นับเป็ นสอ ัง ครั ้ ง)ก่ อนการแข่งขันในเซ็ทใหม่ ทีมใดมีการเปลี่ยนตัวในการพัก ระหวางเซ็ทให้ถือเป็ นการเปลี่ยนตัวในเซ็ทใหม ่ ่ 7.4 ถ้ามีผู้เล่นเก ิดการบาดเจ็บและไม่สามารถทําการแข่งขันต่อไป ได้ อนุญาตให้ ทีมนั้นทําการเปลี่ยนตัวผู้เล่นถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิใน การเปลี่ยนตัว แต่ถ้ามีการเปลี่ยนตัวครบ 2 ครั ้งในเซ็ทนั้นแล้ว การแข่งขันจะยุติลงและทีมดังกล่าวจะถูกปรับ ให้เป็ นแพ้ในการแข่งขัน 7.5 ถ้าผู้เล่นได้รับบัตรแดง จะถูกลงโทษให้ออกจากการแข่งขัน อนุญาตให้ทีมนั้นทําการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ถ้ายังไมได้ใช้สิทธิในการ ่ เปลี่ยนตัว แต่ถ้ามีการเปลี่ยนตัวผู้เลนครบ ่ 2 ครั ้งในเซ็ทนั้นแล้ว การ แข่งขันจะยุติลงและทีม’ดังกลาวจะถูกปรับให้เป็ นแพ้ในการแข ่ ่งขัน 7.6 มีผู้เล่นน้อยกวา ่ 3 คน การแข่งขันจะยุติลง และทีมดังกล่าวจะ ถูกปรับให้เป็ นแพ้ในการแข่งขัน ท่าเตะ
ท่าเตะตะกร้อมีหลายทาที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามและความว ่ องไว ตามปกติจะ ่ ใช้หลังเท้า แต่ผู้เล่นตะกร้อจะมีวิธีเตะที่พลิกแพลง ใช้หน้าเท้า เข่า ไขว้ขา (เรียกวาลูก่ ไขว้) ไขว้ขาหน้า ไขว้ขาหลัง ศอก ข้อสําคัญ คือ ความเหนียวแน่นที่ต้องรับลูกให้ได้เป็ น อยางดีเมื่อลูกมา ่ ถึงตัว ผู้เล่นมักฝึ กการเตะตะกร้อด้วยท่าตาง ๆ ลีลาในการเตะตะกร้อมี ่ 4 แบบ คือ การเตะเหนียวแน่น (การรับให้ได้อยางดี) การเตะแม ่นคู่ ่ (การโต้ตรงคู่) การเตะดู งามตา (ท่าเตะสวย มีสง่า) การเตะท่ามาก (เตะได้หลายท่า ตาข่าย ตาข่ายจะถูกขึงก้ นแบั ่งแดนทั้ งสองออกจากกน ทําจากวัสดุจําพวกเชือกหรือไนลอน ั ความสูงของตาข่ายบริเวณกึ่งกลาง คือ 1.52 เมตรสําหรับนักกีฬาชาย (1.42 เมตร สําหรับนักกีฬาหญิง) ส่วนความสูงบริเวณเสายึดตาข่าย คือ 1.55 เมตรสําหรับนักกีฬา ชาย (1.45 เมตรสําหรับนักกีฬาหญิง) ตาขา่ ยมีขนาดรู 6–8 เซนติเมตร ผืนตาข่ายมี ความกว้าง 70 เซนติเมตร และยาวไม่น้อยกวา ่ 6.1 เมตร สนามแข่งขัน สนามแข่งขันเซปักตะกร้อ มีรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ 2 เท่าของสนาม แบดมินตัน มีความยาว 13.40 เมตร กว้าง 6.1 เมตร เพดานหรือสิ่งกีดขวางอื่นใด ต้องอยูสูงก่วาสนามไม ่ น้อยกว ่า ่ 8 เมตร จากพื้ นสนาม (ไม่เป็ นพื้ นหญ้า หรือพื้ นทราย) และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางอื่นใดในระยะ 3 เมตรจากขอบสนามโดยรอบ