1
\
2
รายงาน
เรื่อง ธรุ กจิ Google
เสนอ
ครวู าสนา คูสกุล
จดั ทำโดย
1. นางสาวจตุรพร โคตรธม เลขที่ 2 หอ้ ง สทส.65/1
2. นางสาวณัฐวดี ไชยบดุ ดี เลขที่ 4 ห้อง สทส 65/1
3. นายทิเบต พาสรอ้ ย เลขท่ี 5 ห้อง สบส 65/1
4. นางสาวชลติ า งามศักด์ิ เลขที่ 13 ห้อง สทส 65/1
5. นางสาวอจั ฉรา ออ่ นตาแสง เลขที่ 19 ห้อง สบส 65/1
รายงานนเี้ ปน็ สว่ นหนึง่ ของวิชา การจัดการสำนักงานสมัยใหม่
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาขอนแกน่
3
คำนำ
รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการจัดการสมัยใหม่ เกี่ยวกับวิธีการที่ทันสมัยในการบริหาร
การจัดการ รายงานเล่มนี้ทำขึ้นเพื่อสื่อให้เห็นถึงความทันสมัยของการบริหารการจัดการของธุรกิจ รู้จักการ
บริหารจัดการกิจกรรมการได้รับความช่วยเหลือของผู้คนและทรัพยากร รู้จักระบบของวิธีการจัดการ
องคป์ ระกอบของวิธีการจดั การ การบรหิ ารงานบุคคล
หากรายงานเลม่ นผ้ี ิดพลาดประการใดขออภยั มาไว้ ณ ท่ีน้ดี ้วย
จตุรพร โคตธม
สารบญั 4
เรอ่ื ง หน้า
คำนำ 2
สารบัญ 3
Google พัฒนา 4
ประวัติความเปน็ มา 5
ขอ้ มูลของบริษทั 10
ตราสญั ลักษณ์ Google 11
ภาพรวมบริษทั Google 12
ค่านิยมองค์กร วิสยั ทศั นแ์ ละพนั ธกิจ 12
โครงสรา้ งการกำกบั ดูแล 14
ลักษณะการประกอบธรุ กิจ 15
แนวทางการบรหิ ารจดั การ 16
กลยทุ ธ์ 18
แผนภมู อิ งค์กร 20
ผกู้ อ่ ตั้ง 22
โลโกพ้ ัฒนา 23
บรรณานุกรม 23
5
Google พัฒนา
โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งเทคโนโลยี ผู้คน และธุรกิจต่าง ๆ หากองค์กรใดสามารถ
ปรับตัวไดเ้ ร็ว และไม่หยุดนง่ิ ก็จะอยรู่ อดในช่วงเปลีย่ นผ่านได้ ซ่งึ หวั ใจสำคญั ท่จี ะช่วยให้องคก์ รปรับตวั และเพ่ิม
ศกั ยภาพการแขง่ ขันได้ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจในยคุ ดจิ ทิ ัล ก็คือ “คน” ทไี่ มเ่ พียงแตเ่ ป็นคนเก่ง แต่ต้องเป็น
ผู้ที่มองเห็นโอกาสอยู่เสมอ ไม่ย่อท้อที่จะเรียนรู้และพัฒนา True Digital Park จุดหมายปลายทางระดับโลก
(Global Destination) ของคนยุคดิจิทัล จึงจัดงานเสวนา Time for Thailand #6 หัวข้อ "Inside culture
of success led by innovation and growth mindset" หยิบยกเรื่อง “Growth Mindset” หรือทัศนคติ
ในการทำงานเพื่อความก้าวหน้า ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ “คน” ที่จะเป็นกุญแจสำคัญนำพาองค์กรให้สามารถ
ปรับตัว ยืดหยุ่น และพร้อมเผชิญกับความท้าทายในอนาคตได้ โดย คุณชูชาติ อาลีคาน Industry Manager
จาก Google ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ได้มาถ่ายทอดแนวคิดและทิศทางในการ
ขบั เคล่ือนองคก์ รเพอื่ การพัฒนาอย่างไมห่ ยดุ ยั้ง
คุณชชู าติ อาลคี าน Industry Manager จาก Google เล่าว่าเมือ่ ประมาณ 3 ปที แ่ี ล้ว กูเกิลได้เริ่มแตก
ตัวเป็นบริษัทย่อยๆ เพื่อให้การปลูกฝัง Growth Mindset ทำได้ทั่วถึงทั้งองค์กร แนวทางนี้ทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า และโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งจะมี KPI เป็นตัวชี้วัด นั่นคือทุกคนจะต้องมีการเติบโตหรือการ
พัฒนาท่ดี ีข้นึ
สำหรับองค์กรที่เริ่มต้นพัฒนาดา้ น Growth Mindset สิ่งที่บุคลากรต้องมีเป็นพ้ืนฐานคือ ทัศนคติแห่ง
การถ่อมตน คือการรู้และยอมรับในความสามารถของตนเองอย่างเหมาะสม เพื่อที่พร้อมจะเรียนรู้พัฒนา
ศกั ยภาพของตนเพมิ่ เตมิ สง่ิ นเ้ี ป็นทัศนคติท่ที ำให้เกดิ การเติบโต ไมเ่ ชน่ น้ันก็จะไม่ก้าวไปยงั จดุ ท่สี งู ขน้ึ การทำให้
ทกุ คนมคี วามถ่อมตน ไมใ่ ชเ่ ร่อื งง่ายในองค์กรใหญ่ ๆ แตถ่ า้ ทำได้ จะกอ่ ให้เกิดการต้ังคำถามว่า เราจะทำให้โลก
น้ีดีขึ้นไดอ้ ยา่ งไร จะชว่ ยให้คนทำสงิ่ ต่าง ๆ ได้อย่างไร เป็นตน้ สง่ิ เหลา่ นเี้ ปน็ จุดเร่มิ ตน้ ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์
หรือบริการเพ่อื ยกระดับการใช้ชีวิตของผคู้ นใหด้ ีข้นึ ได้
อีกประเด็นสำคัญขององค์กรที่มี Growth Mindset คือ การยอมรับความผิดพลาดได้ ควรมีการคิด
ล่วงหน้าไว้ว่า หากโปรเจ็คของเราล้มเหลว จะเป็นอย่างไรหรือจะทำอยา่ งไร และองคก์ รควรทำให้พนักงานรู้สึก
วา่ ความล้มเหลวเปน็ ส่งิ ทย่ี อมรับได้ แต่สิง่ ท่ีสำคญั กว่าคือ เมื่อล้มเหลวแล้ว ให้เรยี นรู้ แก้ไข เพอื่ กา้ วไปต่ออย่าง
รวดเร็ว เพราะโอกาสไม่เคยรอใคร
สำหรับ Google นอกจากการมี Growth Mindset ของคนและองค์กรแล้ว ปัจจัยภายนอกที่ผลักดัน
ให้กูเก้ิลพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง คือผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งทำให้เกิดโอกาสมหาศาลสำหรับ Google ด้วย
ผู้บริโภคชาวไทยมีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่าเพียงแค่บริการพื้นฐาน ซึ่งความ
ต้องการเหล่านี้ เป็นแรงผลักดัน และเป็นโอกาสที่กูเกิลจะพัฒนาบริการมาเติมเต็มพฤติกรรมของผู้บริโภคได้
“เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยน จึงมีบริการที่ตอบสนอง ความต้องการเฉพาะของตลาดในประเทศไทยตามมาด้วย เช่น
แผนที่เดินทางด้วยมอเตอรไ์ ซค์ และ ฟรีอินเทอร์เน็ตในสถานที่สำคญั เป็นตัวอย่างการปรับให้เข้ากับตลาด ซ่ึง
ต้องอาศัย Growth Mindset ในการก้าวไปกับตลาดและอยู่ให้ได้นาน ทั้งนี้ Google ไม่ได้โฟกัสที่การแข่งขัน
เปน็ อนั ดบั แรก แตส่ งิ่ สำคญั คือ “ผูใ้ ช”้ ตอ้ งมีประสบการณ์การใช้งานท่ดี ี แล้วอย่างอ่ืนกจ็ ะตามมา”
6
เมื่อกล่าวถึง Growth Mindset กับการนำมาใช้ในวิธีการทำงานของพนักงาน Google นั้น คุณชูชาติ
กล่าวว่า จะมีการตั้งคำถามในทุกสิ่งที่ทำวา่ เรารู้จักลูกค้าดีหรอื ยัง มีโซลูชั่นตอบโจทย์หรือไม่ รวมทั้งการใส่ใจ
กับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยพัฒนาประสบการณข์ องผู้ใช้ เช่น เรื่องแมชชนี เลิร์นนิง่ เพือ่ เรียนรูจ้ ากขอ้ มูลและ
คำติชมของผู้ใช้ และนำไปพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดีมากยิ่งขึ้น หรือจากบริการค้นหา
ข้อมูลพื้นฐาน ก็เพิ่มเติมมาเป็น Google Translate ที่พัฒนาประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วน Google
Photos เปน็ ท้งั ที่เก็บภาพและเคร่อื งมอื ในการเสิร์ชทด่ี ดี ว้ ย เป็นตน้
นอกจากนี้ การพฒั นาบุคลากรของ Google กเ็ กดิ ขน้ึ ตลอดเวลา หากพนักงานคิดว่ายังขาดทักษะและ
ต้องการพัฒนา ก็จะมีหลักสูตรให้เลือกหลายโครงการ ส่วนผู้นำเองก็ถูกประเมินด้วยเช่นกัน สิ่งเหล่านีจ้ ะทำให้
ได้รับข้อมูลเพื่อพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น มีระบบการให้ข้อมูลย้อนกลับ และแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน มีการ
ทำงานเป็นทีม เปิดเผยเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ มีความไว้วางใจ ซึ่งถือเป็นการสร้าง ความโปร่งใสให้
เกิดขน้ึ ในองค์กร
“สงิ่ สำคญั คอื การยดึ มั่นในพันธกจิ การก้าวไปไกลกวา่ ขีดจำกดั ทีเ่ ปน็ ไปได้ เป็นท่ีมาของผลิตภัณฑ์และ
บริการต่างๆ ทส่ี รา้ งสรรคข์ ้ึนมา เพ่อื แก้ปัญหาหรือพัฒนาบริการใหต้ อบสนองผูบ้ ริโภคได้มากย่งิ ขนึ้ ผกู้ อ่ ต้ัง
กเู กลิ้ คือ คุณแลร์ร่ี เพจ ได้ให้ขอ้ คดิ ถึงการทำใหด้ ีขน้ึ 10 เท่าไม่ใช่แค่ 10%” คณุ ชชู าติ กลา่ วท้งิ ทา้ ย
ประวัติความเป็นมา
ช่วงปี 1995-1997 ปี แห่งการเริ่มต้น เป็นช่วงปีซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน Google เมื่อ 2 ผู้ร่วม
ก่อตั้ง Google ตั้งแต่แรกคือ 2 หนุ่มวัยรุ่น Larry Page และ Sergey Brin ทั้งคู่ได้รู้จักกันที่มหาวิทยาลัย
สแตนฟอร์ด สาขา Computer scienceเมื่อปี 1995 ขณะนั้น Larry อายุ 24 ปี และ Sergey อายุ 23 ปี ด้วย
บุคลกิ ท่ีกล้าคิดกล้าแสดงออกในบรรดาเร่ืองตา่ ง ๆ ท่ีตัวเองสนใจของท้ังคู่ ไดก้ ลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อ
การเปลี่ยนแปลงครัง้ สำคัญในเรอื่ งของการสรา้ งเทคโนโลยรี ะบบจักรกลทสี่ ามารถดึงสบื ค้นขอ้ มลู ทีม่ ีขนาด
ใหญ่ ๆ ได้ ซึ่งยังเป็นหัวข้อที่สำคัญและสามารถพัฒนาต่อได้อีกมากมายในด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับการขนถ่าย
ข้อมูล
เดือนมกราคมปี 1996 Larry Page และ Sergey Brin ได้เริ่มค้นคว้าเทคโนโลยีจักรกลค้นหาหรือว่า
search engines ที่สมัยนั้น ถูกเรียกว่า BackRub ซึ่งหมายถึงความสามารถอันพิเศษที่สามารถสามารถจะเข้า
ไปวเิ คราะห์ “back links” ที่สามารถเช่ือมต่อไปยังเว็บไซต์ตา่ ง ๆ ได้ โดยในชว่ งแรก ๆ นน้ั การทำงานของทั้ง
ค่กู ็เปน็ ไปด้วยความยากลำบากเพราะยังขาดปัจจัยด้านทุนทรัพย์เหมือนกบั เด็กนักศึกษาทวั่ ไป เม่ือเวลาผ่านไป
ปรากฎว่าเทคโนโลยี BackRub กลบั เรม่ิ มชี ือ่ เสียงและเป็นที่กลา่ วขวัญต่ืนตาตื่นใจไปทั่วมหาวิทยาลัยกับระบบ
จักรกลค้นหาทีถ่ ือว่าเปน็ เรือ่ งใหม่ในสมัยนนั้
ปี 1998 สญั ญาณของความสำเรจ็
ทัง้ 2 หนมุ่ ได้พยายามสานต่อรากเหง้าของเทคโนโลยีที่ตนเองคิดค้นขึ้นมาให้เรม่ิ เปน็ รูปเป็นร่าง โดยใช้
หกพักของ Larry มาเป็นห้อง Data center ห้องแล็บแรกของ Google ซึ่งในช่วงแรกทั้งคู่ก็ไม่ได้สนใจที่จะ
จัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีนี้ออกไปสู่ท้องตลาด ขณะนั้นเว็บไซต์ของYahoo! เกี่ยวกับเทคโนโลยี
ใหม่ของพวกเขา แต่เหมือนฟ้าดลใจ เพราะตอนนั้น Yahoo! ไม่สนใจระบบSearch engine และมองว่ากลุ่ม
7
ลกู ค้าของยาฮไู ม่จำเป็นต้องใชจ้ กั รกลค้นหาแบบนี้ และแนะนำให้ Larryและ Sergey ต้ังบริษทั ขึน้ มารองรับเอง
จะดีกว่าเมื่อได้รับคำตอบแบบนี้ ก็เลยทำให้ทั้ง 2 คนตัดสินใจที่จะเริ่มต้นสร้างอาณาจักรของตนเองขึ้นมา สิ่ง
แรกทพ่ี วกเขาคิดก็คือ หาเงนิ ทนุ สำหรับใช้เป็นงบประมาณใจการย้ายออฟฟิศออกไปจากหอพักนักศึกษาแห่งน้ี
และหาทางจ่ายเงินค่าฮาร์ดดสิ กท์ ่ีพวกเขาลงทุนท่ีจะมาช่วยโครงการนใี้ ห้สำเร็จ คนแรกทม่ี องเห็นศักยภาพของ
Search engine ก็คือ Andy Bechtolsheim ผู้ร่วมก่อตั้ง Sun Microsystems เมื่อ 2 หนุ่มได้นำโปรแกรม
ตัวอย่างเขา้ ไปนำเสนอ และไดม้ ีการพดู คุยกนั ทุกเชา้ ปี 1999 เงินทนุ ก้อนใหญ่มาแลว้
วันที่ 7 มิถุนายน 1999 Google ก็ได้ประกาศว่าได้มีผู้ร่วมทุนขนาดใหญ่เข้ามาอีก 2 รายคือMike
Moritz แห่งกลุ่มบริษัทเงินทุน Sequoia และ John Doerr ของบริษัท Kleiner Perkins มานั่งอยู่ในตำแหน่ง
คณะกรรมการบริหารของบริษัทพร้อมกับเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเข้ามาอีกถึง 25 ล้านดอลลาร์ และโปรแกรม
Search Engines ก็ได้ถูก AOL/Netscape นำไปใชส้ ำหรับเปน็ เครอื่ งมือดา้ นในเวบ็ ไซต์ ซึง่ มียอดใช้งานสงู ถงึ 3
ล้านครั้งต่อวันเลยทีเดียว เริ่มปรากฏที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แล้ววันหนึ่ง Andy ได้พูดประโยคที่กลายเปน็
ตำนานของ Googleนนั่ กค็ ือ “แทนท่ีจะมาพดู กันแตเ่ ร่ืองของรายละเอียดของโปรแกรม เอาเปน็ วา่ ผมเขียนเช็ค
ใหก้ บั คุณเลยดกี ว่า” แลว้ เชค็ เงนิ จำนวน 1 แสนดอลลารก์ ็ทำให้ Google Inc. ถกู ก่อตง้ั ข้นึ มาอย่างเป็นทางการ
นับแต่การพูดคุยกันในวันน้ัน เมอื่ ร่วมกับเงินทุนจากญาติพี่น้องเพ่ือนฝูงและคนที่มองเป็นอนาคตของ Google
สุดท้ายเงนิ ลงทนุ เบ้อื งต้นในการสรา้ งอาณาจักรของ Google ก็เลยลงเอยของการเริม่ ตน้ ท่ี 1 ล้านดอลลาร์
เดือนกันยายน ปีเดียวกนั น้ที ่ี Menlo Park แคลิฟอรเ์ นยี กก็ ลายเปน็ ทีพ่ ำนักใหม่ของ Google Inc.และ
ได้ Craig Silverstein มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี หลังจากนั้นเว็บไซต์ Google.comก็เร่ิม
ออกส่สู ายตาของนักท่องเว็บไซตท์ ่ัวโลก มคี นเขา้ มาใช้บริการค้นหาเว็บไซต์ในชว่ งแรกท่ยี ังเป็นเบต้าเวอร์ชันสูง
ถึงวันละกว่าหมื่นครั้ง พอถึงเดือนธันวาคม หนังสือ PC Magazine ได้จัดเว็บไซต์ของGoogle ให้เป็นส่วนหนง่ึ
ของ Top 100 Web Sites และ Search Engines ประจำปี 1998 มาถึงตอนนี้ชื่อของ Google ก็ไม่ได้เป็นชอ่ื
โนเนมอกี ตอ่ ไป แตก่ ลายเปน็ แบรนดเ์ นมระดบั โลกไปเรียบร้อยแล้ว
ปี 2000 ปีแหง่ การสยายปกี ของ Google
เป็นปีท่ีอาณาจกั รของ Google เรมิ่ คน้ คว้าเทคโนโลยีใหม่ ๆ เขา้ มาเสริมอยา่ ง Google Directoryและ
บริการค้นหาข้อมูลผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อแบบไร้สาย รวมถึงความสามารถในการใหบ้ ริการภาษาต่าง ๆ สำหรับ
ใช้ค้นหาลิงกเ์ ว็บไซตไ์ ด้ถงึ 10 ภาษาทัว่ โลก
วันที่ 26 เดือนมิถุนายน Google และ Yahoo! ได้ประกาศการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันโดยทั้ง 2
บริษัทจะมีการและเปลี่ยนเทคโนโลยีซึ่งกันและกัน เพื่อรองรับบริการที่เข้ามาสูงถึง 18 ล้านครั้งต่อวัน และ
ตอนนี้เว็บไซต์ NetEase ของประเทศจีน และ Biglobe ของญี่ปุ่น ต่างก็ใช้ระบบค้นหาของ Googleเข้ามาใช้
ในเวบ็ ไซตข์ องตนเป็นครั้งแรก
บริการใหม่ ๆ ของ Google ในช่วงปีนี้ ได้แก่ AdWords บริการคีย์เวิร์ดค้นหาเกี่ยวกับการโฆษณา
สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดเล็ก และพอมาถึงช่วงปลายปี 2000 Google Toolbar ก็ได้เผยโฉมออกมาสู่
ทอ้ งตลาดเว็บไซต์ ซึ่งชว่ ยทำให้บรกิ ารคน้ หาของ Google สามารถทำไดอ้ ย่างง่าย ๆ โดยที่ ยสู เซอรท์ ี่ใช้งานไม่
จำเป็นต้องเข้าไปทหี่ น้าเวบ็ ไซต์ของ Google อีกต่อไป
8
สิ้นปี 2000 Google สามารถทำยอดสถิติคนใช้บริการค้นหา Search Engines ได้สูงถึงวันละ 100
ล้านคน การใช้งานของโปรแกรมนี้แพร่หลายไปกลุ่มคนทุกระดบั ที่มีการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น
นกั เรียน นกั ศึกษา นกั วิจยั ค้นคว้า รวมถงึ บริการค้นหาแบบไรส้ ายนัน้ ก็ประสบความสำเร็จอยา่ งมากมาย เพราะ
อุปกรณ์มือถือนั้นมีการใช้งานกันทั่วโลก และเมื่อโทรศัพท์มือถือสามารถเช่ือมต่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
การมเี คร่ืองมือสำหรับใช้คน้ หาเว็บไซตต์ ่าง ๆ ก็เปน็ เร่อื งจำเปน็ เชน่ กนั
ปี 2001 การแตกไลนด์ า้ นการบรกิ ารครัง้ สำคญั
ในเดือนกุมภาพันธ์ Google ได้เริ่มรุกเข้าสู่ธุรกิจดอทคอมอย่างเป็นกิจจะลกั ษณะ เมื่อได้เข้าไปถือหุ้น
ซ้ือบริษัท Deja.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ด้านระบบฐานข้อมูลอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ โดยการนำระบบฐานข้อมูล
เหล่านี้ให้กลายมาเป็นฟอร์แมตที่สามารถใช้ Search Engines เข้าไปค้นหาได้ ด้วยความสำเรจ็ ที่ก้าวเขา้ มาถึง
จุดนี้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปลายปี 2001 Google ก็เริ่มประกาศให้ชาวโลกได้ทราบว่าตอนนี้ธุรกิจออนไลน์
ของตนกำลงั ทำรายได้และผลกำไรให้อย่างเป็นลำ่ เป็นสนั แล้ว
ชื่อเสียงของ Google เริ่มขจรขจายไปทั่วโลก เมื่อเดือนตุลาคม Google ได้ตกลงเซ็นสัญญาร่วมกับ
Lycos Korea ในการนำจักรกลค้นหาของ Google ไปใช้บริการในดา้ นกลมุ่ ขา่ วหรือวา่ Usenet Archive
ใน New Group สำหรับกลุ่มยูสเซอร์ที่อยู่ในฝั่งเอเชีย และ Google ก็สามารถรองรับภาษา ทั่วโลกได้ถึง
26 ภาษาแลว้ รวมถงึ ภาษาอาราบิกและภาษาตุรกี
ในเดือนธนั วาคม Google ไดข้ ยายความสามารถในการให้บรกิ ารไปอีกขน้ั หน่ึง นอกเหนือไปจากระบบ
การค้นหาข้อมูลส่วนทีเป็นตัวหนังสือ โดยบริการใหม่ที่ชื่อว่า “Google Image Search” ซึ่งเป็นบริการค้นหา
ภาพแบบออนไลน์โดยใช้ระบบดัชนีค้นหา รวมไปถึงบริการซื้อขายของออนไลน์Googleสามารถเข้าไปค้นหา
อีเมล์ออเดอร์แคตาล็อกได้มากกว่า 1,100 รายการ อย่างง่ายดาย เทียบกับระบบเดิมที่ต้องใช้โทรศัพท์หรือว่า
แฟกซ์ออเดอรเ์ ป็นหลัก
เดือนธันวาคมนี้เหมือนจะเป็นเดือนแห่ง Google โดยแท้ เพราะว่าระบบค้นหาของ Google นั้นมี
ฐานข้อมูลที่สามารถค้นหาเอกสารที่เป็น Web Documents ได้สูงถึง 3 พันล้านรายการ เป็นการพังทลาย
กำแพงกั้นเทคโนโลยีด้านข้อมลู แบบเติม ๆ และทำให้โลกของระบบข้อมูลขา่ วสารนั้นถูกย่อลงมาเหลือเพียงแค่
ปลายน้วิ คลก้ิ เทา่ นั้นเอง
ปี 2002 สานตอ่ เพ่ือสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ในระดับโมเลกลุ
เดือนกุมภาพันธ์ 2002 Google ได้รับรางวัล “Search Engine Watch Awards” ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้
จากการลงความเห็นของเว็บมาสเตอร์จากทั่วโลกที่ให้คะแนน Google ในฐานะบริการยอดเยี่ยมด้านต่าง ๆ
เช่น Best Image Search Engine, Best Design, Most Webmaster Friendly Search Engine และบริการ
Best Search Feature
นวัตกรรมในช่วงปีนี้ของ Google มีการพัฒนาเครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรมเว็บแอพพลิเคชัน
(Application Programming Interfaces-APIs) ซึ่งช่วยทำให้องค์กรหรือว่าบริษัทต่าง ๆ สามารถค้นหา
เอกสารที่เกบ็ และหมุนเวียนอยภู่ ายในบริษัทได้นับเป็นพันล้านฉบับ และบริการใหม่ Google Compute ท่ีเพิ่ม
เข้าไปไว้ใน Google Toolbar โดยเป็นโปรแกรมที่สามารถเข้าไปตรวจค้นได้ว่าช่วงจังหวะเวลาไหนท่ี
9
คอมพวิ เตอรข์ องคณุ เกิดไม่ยอมทำงานข้นึ มา โปรแกรมจะเข้าไปตรวจสอบและกระตุ้นใหร้ ะบบทำงานตามหลัก
ตรรกะทางคณติ ศาสตรค์ ล้ายกบั ระบบการออกแบบยาเพื่อให้เข้าสรู่ ะบบการทำงานของร่างกายนน่ั เอง
มีอีกบริการหนึ่งของ Google ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็คือ บริการ AdWords บริการเกี่ยวกับระบบ
โฆษณาโดยการใช้วิธีวัดแบบ Cost-Per-Click (CPC) เพื่อทำให้โฆษณานั้นสามารถสื่อไปถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็น
กลุ่มเป้าหมายต้องการจะชมสื่อโฆษณาตามที่ตัวเองต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องยัดเยียดโฆษณาแบบเหวี่ยงแห
เหมอื นเดมิ อีกตอ่ ไป เรียกว่าตรงใจทัง้ ผู้บรโิ ภคและบริษทั ทีต่ ้องการจะขายสินคา้ ของตนได้มากทส่ี ุด
มาถึงเดือนกันยายนปีเดียวกันนี้ Google ได้เปิดเว็บเซอร์วิส Google News มาให้บริการสำหรับ
แหล่งข้อมูลข่าวสารทั่วโลก เป็นบริการฟรีที่ยูสเซอร์สามารถสแกนค้นหาหัวข้อข่าวใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา และ
ชว่ งส่งท้ายปี 2002 คอื ในเดือนธนั วาคม เราก็ไดเ้ หน็ บริการ Froogle บรกิ ารค้นหาสินค้าท่ีมีการจัดออกมาเป็น
หมวดหมตู่ า่ ง ๆ มากมาย ซ่ึงมเี วบ็ ไซตใ์ ห้คณุ เลอื กชอปงนบั ลา้ นเวบ็ ไซตเ์ ลยทเ่ี ดียว
ปี 2003 ปีแหง่ การพลิกโฉมใหม่ใหก้ บั วงการโฆษณา
ปี 2003 เป็นก้าวทีสำคัญในการพลิกโฉมให้กับวงการโฆษณาออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กับบริการGoogle
AdSense บริการที่ช่วยทำให้เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เข้ามาใช้บริการของ Google สามารถสร้างรายได้ใหก้ ับเว็บไซต์
ของตนเอง ด้วยการเพิ่มมลู คา่ หน้าเวบ็ ไซต์ของตนเองเพยี งแค่การคลิก้ หน้าโฆษณาบนเว็บไซต์เท่านั้นเอง พร้อม
กันนั้น Google Toolbar เวอร์ชัน 2.0 ก็ได้ออกสู่ท้องตลาดพร้อม ๆ กับ Google Deskbarคราวนี้แถบ
เครื่องมือ Toolbar ของ Google ได้เพิ่มประสิทธิภาพในด้านของระบบป้องกัน Pop-upโฆษณาของเว็บไซต์
ต่าง ๆ (Pop-Up blocker) และระบบ Form Filler ที่ช่วยย่นเวลาในการกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของ
คุณในกรณีที่คุณต้องการไปสมัครใช้บริการที่เว็บไซต์อื่น ๆ และต้องมีการกรอกข้อมูลสมัครสมาชิกอยู่เป็น
ประจำ รวมถงึ ทูลบารย์ ูทลิ ติ ีอ้ ื่น ๆ ทเ่ี ขา้ มาเสริม เชน่ ระบบเครื่องคำนวณ หรือระบบค้นหาสายการบนิ เป็นต้น
ปี 2004 การประกาศศักดาของ Gmail และโปรแกรม Picasa มาถงึ ปี 2004 ปีทร่ี ะบบฐานข้อมูลดชั นี
ค้นหาของ Google มจี ำนวนสูงถงึ 4.28 พันล้านหนา้ เวบ็ เพจ Google ไดร้ บั ตำแหน่ง “Brand of the
Year” ประจำปี 2003 รวมถึงสถานชี ่องข่าว ABC News ก็ให้เกียรติ Larry กบั Sergey ในฐานะ “Person of
the Week”
เดือนกุมภาพันธ์ วันที่ 17 Google ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ตอนนี้ระบบดัชนีฐานข้อมูลของ
Google มีอยู่สูงถึง 6 พันล้านรายการ โดยแบ่งออกเป็นดัชนีรายชื่อเว็บไซต์ 4.28 พันล้านชื่อเว็บเพจที่มีภาพ
เป้นส่วนประกอบอีก 880 ล้านเว็บไซต์ และมีระบบส่งข้อความ Usenet อีก 845 ล้านกลุ่ม กลายเป็นระบบ
ฐานขอ้ มูลท่ีใหญท่ ี่สุดในบรรดาผู้ใหบ้ รกิ ารทง้ั หมด
บรกิ ารใหม่ ๆ ในชว่ งตน้ ปี 2004 น้ีก็มี บริการ Local Search ซ่ึงเปน็ บริการแผนที่ประจำเมืองหรือรัฐ
ต่าง ๆ ในอเมริกา ยูสเซอรส์ ามารถคลิ้กเข้าไปค้นหารา้ นค้าหรือวา่ แหล่งท่องเท่ียวต่าง ๆ ท่สี ำคัญได้และบริการ
Personalized search อันนี้ก็เป็นบริการที่ต่อยอดมาจากคนที่เป็นสมาชิกอีเมล์ของ Googleยูสเซอร์สามารถ
เข้าไปค้นหารายชื่อของดัชนีค้นหาต่าง ๆ ในอดีตที่คุณเคยทำเอาไว้ โดยไม่จำเป็นต้องมาเริ่มค้นหาไหม่อีก
เพยี งแต่ว่าถ้าจะใช้บริการน้คี ุณจะต้องเขา้ ไปจดทะเบยี น Google Account เสยี กอ่ น
10
วันที่ 1 เมษายน Google ได้ประกาศบริการใหม่ล่าสุดที่ท้าทายยักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Yahoo!หรือวา่
Microsoft MSN กบั บรกิ าร Web-based mail service ทเี่ รียกวา่ Gmail ซง่ึ ให้บรกิ ารพนื้ ท่เี กบ็ จดหมายให้กับ
ยูสเซอร์กว่า 2.6 กิกะไบต์ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่เก็บจดหมายที่มากกว่า Yahoo! สำหรับฟรีอีเมล์ที่ให้พื้นที่ 1
กกิ ะไบตเ์ สียอกี
บริการใหม่ที่เกี่ยวกับการค้นหารูปภาพ Picasa ได้ฤกษ์เปิดตัวในวันที่ 13 กรกฎาคม บริการที่ทำให้
คุณสามารถบริหารภาพถ่ายดิจิตอลของคุณได้อย่างง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดเก็บภาพให้เป็น
หมวดหมู่หรือว่าการแชรภ์ าพถ่ายของคุณไปให้กบั คนอืน่ ๆ
วันที่ 14 ตุลาคม Google ได้นำบริการ Google Desktop Search เวอร์ชันแรกออกสู่ท้องตลาดใน
ฐานะฟรีแวร์ และบริการ Google SMS สำหรับส่ง SMS เข้ากับเครื่องโทรศัพท์มือถือของคุณ โดยไม่ว่าคุณจะ
อยู่จะไหนในโลกท่ีมเี ครือขา่ ยสัญญาณของโทรศัพท์มือถือ
ปิดท้ายในเดือนธันวาคม บริการส่งท้ายปีของ Google คือ Google Groups เวอร์ชันล่าสุดซึ่งเป็น
บริการ Usenet ที่มีกลุ่มหัวข้อต่าง ๆ ให้เลือกถึง 1 พันล้านเรื่องต่อยอดมาตั้งแต่ปี 2001 เวอร์ชันนี้ ยูสเซอร์
สามารถที่จะสร้างและบริหารอีเมล์แบบเป็นกรุ๊ปส่วนตัวของคุณเอง สมาชิกในกลุ่มสามารถเข้ามาพูดคุยถก
ปัญหาหรือว่าประเด็นกันได้ทุกเรื่อง และบริการ Google Print ซึ่งเป็นบริการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง
ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย Harvard, Stanford, Michigan, Oxford และห้องสมุดสาธารณะของกรุงนิวยอร์ก
ที่เปิดโอกาสให้ยูสเซอร์สามารถเข้าไปสแกนดูหน้าตัวอย่างหนังสือที่ได้รับการเก็บสะสมเอาไว้ในห้องสมุดได้
โดยใชด้ ัชนีคน้ หาของ Google
ปี 2005 กบั การมาของ Google Earth
นับได้ว่าเป็นปีของ Google ที่มีบริการใหม่ ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่โปรแกรมเวอร์ชันล่าสุด
ของ Google Desktop Search และ Google Search for the Enterprise บริการจัดการงานด้านข้อมูล
ข่าวสาร ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบการควบคุมด้าน IT ขององค์กร
ส่วนบริการหลงั อ่นื ๆ ของ Google ในปี 2005 นีก้ ็ยงั มี Google Maps, Google Talk, Google Blog
Search และที่โด่งดังเป็นข่าวหน้าหนึ่งในบ้านเราก็คือ บริการ Google Earth เทคโนโลยีภาพถ่ายดิจิตอลจาก
ดาวเทียมที่ทำให้คุณสามารถเห็นแผนที่โลกทั้งโลกทั้งจากระยะใกล้และระยะไกลเพียงแค่การคลิกไม่กี่คลิกบน
หน้าจอคอมพวิ เตอร์นัน่ เอง
ปี 2006 ปแี ห่งการเข้าสู่ระบบวดิ โี อออนไลน์
ถือได้ว่าปี 2006 นี้เป็นปีทองของ Google ที่ขยายไลน์ธุรกิจออกไปสู่สังคมคนบันเทงิ ที่มฐี านผู้ชมเป็น
จำนวนมหาศาลคอยรองรับกับบริการ Google Vides Store บริการร้านเช่าวิดีโอแบบออนไลน์ที่คุณสามารถ
เข้าไปชมคุณภาพวิดโี อ ทงั้ ระบบเช่าหรือว่าดาวน์โหลดซ้ือรายการต่าง ๆ จากรายการกฬี าดัง ๆ ภาพยนตร์ทีวีซี
รสี เ์ ร่อื งดัง รายการทีวีโชว์ หรือว่ามวิ สิควดิ ีโอแบบเว็บออนไลน์ไดจ้ ากเว็บไซต์แห่งนี้
นอกจากนั้น Google ยังเปิดโอกาสให้คุณสามารถเข้าไปดาวน์โหลดสุดยอดของโปรแกรมรวมฮิตของ
Google นั่นก็คือ Google Pack เป็นชุดโปรแกรมที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของบราวเซอร์และทำให้การท่อง
เว็บของคณุ นั้นงา่ ยขึ้นกว่าเดิมมากมายหลายเท่าเลยทีเดียว
11
ทั้งหมดนี้เป็นปูมหลังหรือประวัติของ Google โดยสังเขป ซึ่งผมได้รวบรวมเอามาสรุปให้ได้อ่านกัน
เพราะว่า Google นั่นเริ่มต้นจากห้องแล็บ ซึ่งเป็นห้องพักในมหาวิทยาลัยของ 2 นักศึกษา ที่มีอุดมการณ์และ
ความคิดที่เหมือนกัน มาถึงวันนี้ธุรกิจของ 2 หนุ่มนั้นแตกไลน์ไปแบบกู่ไม่หยุดแล้ว ถ้านับเป็นมูลค่าก็เป็นพัน
เป็นหมื่นล้านดอลลาร์ ถือได้ว่าเป็นกรณีศึกษาทางด้านไอทีที่เราสามารถนำไปศึกษาและเป็นตัวอยา่ งของคนที่
ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี
ขอ้ มูลของบริษัท
สรุปข้อมูลบริษัท Google : Google เคยถูกเร่ขายในราคา 1 ล้านเหรียญ แต่ไม่มีใครเอา เมื่อพูดถึง
ความยิ่งใหญ่ของ Google น้อยคนนักท่ีจะไม่รูจ้ กั บริษัทน้ี นอกจากจะเป็นเว็บสำหรับค้นหาข้อมูลเบอร์ 1 ของ
โลก ระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์ที่โทรศัพท์เกินครึ่งกำลังใช้งานอยู่ ก็เป็นของ Google เช่นกัน ดูเป็นเรือ่ ง
เหลือเชอ่ื ทบ่ี รษิ ัทซง่ึ มอี ายรุ าว ๆ 20 ปี จะก้าวขน้ึ มาเปน็ หน่ึงในบรษิ ัททใี่ หญ่ทีส่ ดุ ในโลก แต่รหู้ รือไม่วา่ ครง้ั หน่ึง
ในอดีตนั้นไอเดียระบบการค้นหาของ Google เคยถูกนำไปเร่ขายให้กับบริษัทใหญ่ ๆ ในราคาเพียง 1 ล้าน
เหรียญ แต่กลับไม่มีบริษัทไหนชายตามองด้วยซ้ำ นับว่าเป็นความโชคดีในโชคร้าย เพราะไม่อย่างนั้น Google
ก็อาจจะไมไ่ ด้เกิด
จุดเริ่มต้นของ Google มาจากนักศึกษาปริญญาเอกสองคนที่ทั้งพ่อและแม่มีความเชี่ยวชาญเรื่อง
คอมพิวเตอร์แบบสุดๆ ทั้งคู่ คนแรกคือ Larry Page และอีกคนคือ Sergey Brin โดยที่ Page มีแผนจะทำ
วิทยานิพนธก์ ่อนจบเกีย่ วกับความเชื่อมโยงลิงก์ของเว็บไซต์ต่างๆ ในโลกที่กำลงั เตบิ โตขึน้ แบบก้าวกระโดด แต่
เขารู้ว่ากลุ่มของเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาตินี้มันเกินกำลังกว่าที่เขาจะทำวิทยานิพนธ์จน
สำเรจ็ ได้ เขาจึงดงึ ตวั Brin เขา้ มาช่วยอกี คน และกลายเป็นทม่ี าของโปรเจคชื่อ BackRup ก่อนท่ีจะเปล่ียนเป็น
ชื่อ Google.com หลังจากนั้นไม่นานนัก ในสมัยยุคดึกดำบรรพ์ทางอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ที่ให้บริการค้นหา
ข้อมูลจะใช้ “คน” ในการจัดลำดับผลการค้นหา แต่อย่างที่บอก ตัว Page รู้อยู่แก่ใจว่าสักวันหนึ่งข้อมูลมันจะ
เยอะมาก ๆ ซะจนใช้คนเป็นล้านก็ทำไม่ไหว ทั้ง Larry Page และ Sergey Brin จึงช่วยกันเขียนโปรแกรม
(bot) ทเ่ี ขา้ ไปเก็บข้อมลู เวบ็ ไซต์ทุกแหง่ แลว้ จดั ผลการคน้ หาแบบอัตโนมตั ิ ระบบการค้นหาของ Google จึงล้ำ
กว่าคู่แข่งไปมากโข แต่ในตอนแรกทั้ง Page และ Brin ไม่ได้คิดไว้แต่แรกว่าจะปั้นให้มันเป็นบริษัทแสนล้าน
พวกเขาตัดสินใจเอาระบบการค้นหาสุดเจ๋งนี้ไปเร่ขายให้บรรดาบริษัทใหญ่ๆ รวมถึง Yahoo! ที่เป็นเจ้าตลาด
เว็บคน้ หาข้อมูล แมจ้ ะขายในราคา 1 ลา้ นเหรยี ญ แต่ก็ไมม่ ใี ครเลยท่ีมองออกว่าไอเดียนีจ้ ะเอาไปทำเงินได้ยังไง
ท้ายที่สุดสองหนุ่มไฟแรงเลยนำ Google.com ไปขอระดมทุนจาก Angel Investor (นักลงทุนที่จะลงทุนกับ
กล่มุ บริษัทเกิดใหม่ซ่งึ ยังไม่จดทะเบยี นในตลาดหลักทรัพย)์ จนสำเร็จ และได้เขา้ จดทะเบยี นในตลาดหลักทรัพย์
NASDAQ ปี 2004 ผ่านมาจนถึงตอนน้ี Google.com ก็มีมลู คา่ กวา่ 863,000 ลา้ นเหรยี ญเป็นทีเ่ รยี บร้อย
ผลิตภัณฑ์ของ Google แทบทั้งหมดเราก็ได้ใช้งานแบบฟรีๆ กระทั่งแอนดรอยด์ก็ใช้ฟรี ถ้าอย่างน้ัน
Google มีรายได้จากทางไหน คำตอบคือ มาจากค่าโฆษณาเป็นหลัก การสร้างรายได้ของ Google จะคล้าย
กบั Facebook ตรงทที่ ั้งสองเวบ็ ไซตม์ ีผู้เขา้ ใช้งานมหาศาล จึงไม่ใชเ่ ร่ืองยากเลยทีจ่ ะรวบรวมขอ้ มูลผู้ใชว้ ่าแต่ละ
คนมีความสนใจในเรื่องอะไร บ้างสนใจเรื่องต้นไม้ บ้างสนใจเรื่องปลา บ้างสนใจเรื่องของกิน เมื่อรู้ว่าใครสนใจ
เรื่องอะไรแล้ว ระบบของ Google ก็จะนำโฆษณาของผู้ลงโฆษณาที่เกี่ยวข้องมาแสดงผลให้เห็น คนที่พิมพ์
12
ค้นหาของกินบ่อย ๆ ก็จะเจอโฆษณาร้านอาหารตั้งแต่ตอนท่ีค้นหา ไปจนถึงเว็บอื่น ๆ ที่เป็นพาร์ทเนอรใ์ นการ
แสดงโฆษณาของ Google ด้วย จากข้อมลู ลา่ สดุ หากรายไดร้ วมของ Google.com อยู่ที่ 100 เหรยี ญ จะคิด
เป็นรายได้จากค่าโฆษณาถึง 86 เหรียญ ส่วนที่เหลือมาจากการขายแอปใน Google Play, Google Cloud,
โทรศัพท์มือถือ Google Pixel และอื่นๆ
และงบการเงินรอบ 3 ปีล่าสุดของบริษัทมีดังนี้ ปี 2016 รายได้ 90,272 ล้านเหรียญ ค่าใช้จ่าย 70,794 ล้าน
เหรียญ กำไรสุทธิ 19,478 ล้านเหรียญ ปี 2017 รายได้ 110,855 ลา้ นเหรียญ ค่าใชจ้ า่ ย 98,193 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 12,662 ล้านเหรียญ ปี 2018 รายได้ 136,819 ล้านเหรียญ ค่าใช้จ่าย 106,083 ล้านเหรียญ กำไร
สทุ ธิ 30,736 ลา้ นเหรียญ
ชัดเจนว่ารายได้และกำไรของบริษัทนั้นมาไกลเมื่อเทียบกับตอนเริ่มต้นเมื่อปี 1998 แต่ก็เฉก
เช่นเดียวกับบริษัททัว่ ไปที่มีรายได้หลกั มาจาก 1-2 ทาง หากรายได้หลักประสบปญั หาจนลดลงหรือมีคู่แขง่ เข้า
มาตีตลาด มันย่อมส่งผลต่อผลกำไรและราคาหุ้น Google อย่างไม่อาจเลี่ยงได้ แต่จากที่เราได้สัมผัสสินคา้ ของ
Google หลายๆ อย่าง ทั้งตัวเว็บ Google.com, YouTube, ระบบแอนดรอยด์ และอื่น ๆ อีกมาก จะเห็นได้
ว่าบริษัทเองก็มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นช่องทางโฆษณาที่หลากหลายเพื่อกระจายความเสี่ยง แต่ถึงอย่างนั้น ด้วย
ความที่ Google เป็นบริษัทระดับโลก นโยบายการค้าหรือการเมืองระหว่างประเทศจึงส่งผลต่อธุรกิจไม่น้อย
อย่างเช่นจากข่าวลา่ สดุ ทีม่ ีสงครามการค้าระหว่างจนี กับสหรัฐ จนทำให้โทรศัพท์มือถือบางยี่ห้อและบางรุ่นถูก
ห้ามไมใ่ หใ้ ช้แอนดรอยด์อีกต่อไป ซงึ่ นน่ั ก็สง่ ผลเสยี ต่อ Google เพราะถา้ มีโทรศัพท์ใชแ้ อนดรอยด์น้อยลง ก็ทำ
ให้คนกล่มุ ท่ีไม่ได้ใช้แอนดรอยด์มโี อกาสไม่ได้ใชผ้ ลติ ภัณฑ์อื่นๆ ของ Google ด้วย เป็นความเส่ียงท่ีไม่เคยมีใคร
คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ต่อให้เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ทุกธุรกิจก็ล้วนมีจุดอ่อนให้นักลงทุนคอย
ค้นหา
ตราสญั ลักษณ์ Google
เพราะการมีโลโก้ในธรุ กจิ ถอื เป็นสว่ นหนึ่งทีจ่ ะทำให้ธุรกิจมีความสมบูรณ์ จากบทความที่แล้วที่ได้บอก
ว่าโลโก้เปรียบเสมือนการแสดงตัวตนของบริษัทที่สามารถบอกถึงภาพลักษณ์ อัตลักษณ์ หน้าตา ที่สื่อไปยัง
ผู้บริโภคเพือ่ ให้เข้าใจถงึ ความเป็นมาของธุรกจิ ให้ได้มากที่สุด เช่นเดียวกันบทความนีจ้ ะพามารู้จกั อีก 5 โลโก้ท่ี
เหลือ จะมีความหมายและรูปแบบของโลโก้เป็นอย่างไรบ้าง อาจเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดไอเดียของนัก
ออกแบบ มอี ะไรบา้ งนัน้ ตามมาดกู ันเลย
13
โลโก้ Google เป็นโลโก้ที่ใครก็ต่างมีความคุ้นชิน โลโก้นี้ไม่มีสัญลักษณ์และอักษรแปลกใด ๆ แต่จะมี
การใช้สีสันเพื่อเป็นการบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของบริษัท ซึ่งในแนวคิดแรกนั้นกูเกิลมีแนวคิดว่าจะสื่อถึงคำว่า
ความสนุก (Playfulness) โดยไม่พึ่งสัญลักษณ์ แต่ในสุดท้ายก็ได้ใช้ความสนุกผ่านรูปแบบของการใช้สี สังเกต
ได้ว่าโลโก้ของกูเกิ้ลนั้นจะเป็นการใช้แม่สีทั้งหมดยกเว้นตัว L ซึ่งเป็นสีเขียวที่ได้จากการผสมของแม่สี
(Secondary color) กูเกิลนั้นกำลังจะพยายามบอกว่าบริษัทของตัวเองนั้นเป็นบริษัทที่ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว
เพราะว่าตวั L ทเ่ี ป็นสเี ขยี วน้นั กย็ งั ไม่เปน็ ไปตามกฎเลย
ภาพรวมบริษัท Google
จำนวนพนักงาน:100-500 คน ประเภทบริษัท:เทคโนโลยีสารสนเทศ เว็บไซต์:www.google.co.th
กอ่ ตั้งเมื่อปี:1998 นบั ตั้งแตก่ ารก่อตง้ั บริษัทในปี 1998 กเู กลิ ไดเ้ ตบิ โตขึ้นอย่างก้าวกระโดด เริ่มต้นจากการเป็น
ผพู้ ฒั นาเว็บเบราว์เซอรท์ ี่รองรับการคน้ หาข้อมลู เพยี งแค่ 1 ภาษา เตบิ โตสกู่ ารเป็นผู้เปน็ ผู้สร้างสรรค์สินค้าและ
บรกิ ารจำนวนมากในปัจจุบัน ทง้ั ในรูปแบบของส่อื โฆษณาทหี่ ลากหลายและสรา้ งสรรค์แอพพลเิ คช่ันบนเว็บไซต์
ที่ตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ในทุกวัตถุประสงค์ ทั้งหมดนี้เกิดจากจุดเริ่มต้นในห้องพักของนักศึกษาด้าน
วทิ ยาศาสตร์เพียง 2 คน ปจั จุบันเรามีพนักงานหลายพันชวี ิตและมสี ำนักงานในหลายประเทศท่ัวโลก นับต้ังแต่
เว็บไซต์ค้นหาข้อมูลอย่างกูเกลิ ได้กำเนิดขึ้นมา ก่อให้เกิดการเปลีย่ นแปลงมากมาย แต่บางสิ่งบางอย่างก็ไม่เคย
เปลย่ี นไป นนั่ กค็ อื ความทุม่ เทของเราตอ่ ผู้ใช้งาน และความเชอื่ มน่ั ในศักยภาพของโลกอินเตอรเ์ น็ต
คา่ นิยมองคก์ ร วสิ ยั ทศั นแ์ ละพนั ธกจิ
หากถามว่า Google นั้นมีจุดแข็ง หรือมีศักยภาพอะไรที่ทำให้บริษัทที่เพิ่งก่อตั้งมาเพียง 20 ปี ก้าว
ขึ้นมาเป็นบริษัทอันดับ 2 ของโลกได้ หลาย ๆ คนอาจตอบว่าเป็นเพราะคุณภาพของ Search engine ที่โดด
เด่น แต่นั่นเป็นจุดแข็งที่อยู่ปลายเหตุ แล้วอะไรเล่าที่เป็นทรัพยากรหรือความสามารถหลัก (Key resources
and capabilities) ทีอ่ ย่เู บอื้ งหลงั ความสำเร็จของบรษิ ัทแหง่ น้ี?
Google มีค่านิยมหลัก (Core value) คือ 1. Serving end users 2. Make the world the better place
หรือกล่าวสรุปโดยรวมคอื การสร้างนวัตกรรมใด ๆ ท่ชี ่วย “พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตของผู้ใช้บริการทัว่ โลก”
อย่างไรก็ดี การเขียนค่านิยมที่ดูโอ่อ่า ทรงพลัง เป็นเรื่องหมู ๆ สำหรับบริษัทชั้นนำอยู่แล้ว แล้วเราจะรู้ได้
อย่างไรว่า Google จะดำเนินธุรกิจโดยหลักค่านิยมหลักดังกล่าว Google รู้ดีว่าการจะสร้างนวัตกรรมระดับ
“เปลี่ยนโลก” ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ จะมีก็แต่พนักงานระดับ “สมาร์ทครีเอทีฟ” (ใช้เรียก
พนักงานระดับหัวกะทิ) ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ มีพลังเปี่ยมล้น และมีจุดมุ่งหมายที่อยากจะเปลี่ยนโลก
เหมือนกันกับบริษัทเท่านั้นที่จะสามารถสร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลกได้ และนั่นเป็นที่มาของแนวคิดในด้านการ
จดั การพนักงานของ ไดแ้ ก่ 1. พนกั งานคอื ทุกส่ิงทุกอย่างของบริษัท 2. ตอ้ งจา้ งคนทเ่ี กง่ ท่สี ดุ เท่านน้ั และ 3. ทำ
ทกุ อย่างเพื่อรักษาคนเหลา่ นนั้ ไว้ โดยเครือ่ งมือท่ี Google ใช้ในการรวบรวมสมาร์ทครีเอทีฟ ก็คือการออกแบบ
และพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ผสู้ มั ภาษณง์ านกับ Google จะต้องถูกสัมภาษณ์ประมาณ 4-5 คร้ัง ใน
ระยะเวลา 2-3 เดือน โดยทีมคณะกรรมการที่ถูกฝึกฝนทักษะสำหรับการสัมภาษณ์โดยเฉพาะ ตัวอย่างการหา
คนเข้ามาทำงานในตำแหน่งที่ว่างอยู่ของ Google นั้น บริษัทจะไม่ได้ให้ความสำคัญว่าพนักงานที่จะมารับ
14
ตำแหน่งมีประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งนั้นมาก่อนหรือไม่ หรือว่าเรียนจบมาตรงสายงานหรือเปล่า แต่
Google จะเลือกคนทีเ่ กง่ ที่สุด ด้วยเหตผุ ลวา่ สมาร์ทครีเอทีฟเหล่านีจ้ ะพฒั นาคุณสมบตั ิของตัวเองให้สอดคล้อง
กับงานท่ีได้รับมอบหมายไดด้ ้วยตวั เอง
นอกจากน้ี Google ยงั ให้ความสำคัญกับคุณภาพชวี ิตในทุก ๆ เรื่อง ไม่วา่ จะเป็นการมีอาหาร ของว่าง
และเครื่องดื่มอย่างดีฟรีตลอดทั้งวัน มีหมอและพยาบาลประจำที่บริษัท ยังมีเครื่องซักผ้า รถรับส่ง จุดรั บฝาก
เลยี้ งเด็กทารก จุดสำหรบั นอนงีบพกั ผ่อนในระหว่างวัน นอกจากน้ีพนักงานทที่ ้องยงั สามารถลาคลอดไดถ้ งึ
18 สัปดาห์ พร้อมทั้งได้รับเงินโบนัสสำหรับดูแลบุตร (baby bonding bucks) โดยรายละเอียดของแต่ละ
วัฒนธรรม ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้พนักงานมีความรู้สึกพิเศษที่ได้เป็นพนักงานของ Google หรือที่เรียกกันว่า
“Googler” อกี ทงั้ ยังทำให้พนักงานอยากที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่อย่ทู ่ีบริษัท โฟกสั อยู่กบั งานตลอดเวลา และช่วย
พฒั นาความสมั พนั ธ์กันในเหลา่ Googler อีกด้วย
แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและสวัสดิการก้อนโต แต่ Google ก็ได้บรรลุค่านิยมหลาย ๆ ประการท่ี
บริษัทตั้งใจเอาไว้ บริษัทกลายเป็นสถานที่รวบรวมสมาร์ทครีเอทีฟจากทั่วทุกมุมโลก และสมาร์ทครีเอทีฟ
เหลา่ นเ้ี องก็ชว่ ยสรา้ งและพัฒนานวัตกรรมของ Google ให้แตกตา่ งจากคแู่ ขง่ มากย่งิ ๆ ข้นึ
ยิ่ง Google เป็น 1. สถานที่รวบรวมคนเก่ง 2. เป็นบริษัทที่มีศักยภาพ มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้
สมาร์ทครีเอทีฟอยากมาทำงานให้กับ Google มากยิ่งขึ้นเท่านั้น เหตุนี้เองทำให้ Google กลายเป็นบริษัทที่มี
ศักยภาพในการแขง่ ขันระดบั โลก
อาจกลา่ วไดว้ ่ากอ่ นท่ีผลติ ภัณฑ์มากมายของ Google ไม่ว่าจะเป็น Google Search, Google Map, Chrome,
Android, และ YouTube จะกลายมาเปน็ Key resources ทีส่ ำคัญของบรษิ ัท สง่ิ ท่ีทำให้เกดิ ผลิตภณั ฑ์เหล่านี้
ขึ้นก็คือเหล่า Googler และจุดเริ่มตน้ ของการรวบรวม Googler ก็มาจากการออกแบบวัฒนธรรมองคก์ รอย่าง
มีกลยทุ ธน์ ั่นเอง
วฒั นธรรมองค์กรนัน้ โดยมากเปน็ สิ่งทไ่ี ม่ไดถ้ ูกออกแบบมาตงั้ แตแ่ รกเร่ิม แต่มักจะเกดิ ขึ้นเองโดยธรรมชาติ เช่น
เกิดขน้ึ โดยธรรมชาติของผ้นู ำและทีมผู้บริหาร ซึง่ ธรรมชาตเิ หล่าน้จี ะถูกส่งผ่านไปท่ีพนักงาน นอกจากน้ียังอาจ
เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของธุรกิจ หรือธรรมชาติของกลุ่มเป้าหมายของบริษัท หากแต่การปล่อยให้วัฒนธรรม
องคก์ รให้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาตกิ ็อาจเป็นไดท้ ้ังผลดี (ในกรณที ่โี ชคด)ี หรอื ผลเสียก็ได้ การไมใ่ สใ่ จกับการสร้าง
วัฒนธรรมองคก์ รทีด่ ี อาจทำให้บรษิ ทั เกดิ เน้ือร้ายขน้ึ และเนือ้ ร้ายจะลุกลามจนยากจะแก้ไขในท้ายทสี่ ุด ในทาง
กลับกันนั้น กลยุทธ์ในการออกแบบวัฒนธรรมองค์กรก็อาจสร้างความแตกต่าง และนำมาซึ่งความสามารถใน
การแขง่ ขันในเชิงธรุ กจิ ไดเ้ ชน่ กนั
นอกจากวฒั นธรรมองคก์ รจะเป็นเครื่องมือสำคญั ทผ่ี ู้บรหิ ารทุก ๆ บริษัทควรให้ความสำคัญแล้ว ตวั ลูกจ้างเองก็
ควรให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์วัฒนธรรมองค์กรของบริษัทไม่น้อยไปกว่ากัน บริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กร
ย่ำแย่ จะนำมาซึ่งพนักงานท่ีมีลักษณะตรงข้ามกับสมาร์ทครเี อทีฟ (พนักงานไม่ได้เร่ือง ที่ขี้เกียจ ไม่ชอบเรียนรู้
หรือไม่ได้มีเป้าหมายเดียวกันกับบริษัท) การรว่ มทีมกบั พนักงานเหล่านย้ี ่อมทำให้คุณสร้างผลงานท่ีดีได้ยาก อีก
ทั้งยังอาจทำให้คณุ รู้สึกเบื่อหน่ายหรืออึดอัดกับงาน และที่แย่ทีส่ ุดคือคุณอาจ “ติดเชื้อ” กลายเป็นคนประเภท
เดยี วกนั ไปเลย
15
โครงสร้างการกำกับดแู ล
ยกั ษใ์ หญ่ Google ได้ทำการประกาศปรับโครงสร้างองค์กรคร้ังใหญ่ท่ีสุดต้ังแต่เคยตั้งมา โดยตั้งบริษัท
ขึ้นมาใหม่ในนาม Alphabet มาบริหารแทนที่ Google Inc. เดิม เป้าหมายเพื่อทำให้บริษัทสามารถบริหารได้
งา่ ยขึน้ และเปน็ อสิ ระจากกนั มากขึ้น พร้อมดนั Sundar Pichai เปน็ CEO Google เต็มตัว
Larry Page CEO ของ Google Inc. ไดป้ ระกาศการปรบั โครงสรา้ งองคก์ รผา่ นบล็อกของ Google โดยสงิ่ ทเ่ี จอ
ในตอนนี้คือ Google Inc. เองมีบริษัทลูกและบริษัทใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นหลายบริษัทมาก ดังนั้นการบริหารจึงมี
ความซับซ้อน ไม่เป็นอิสระจากกัน เพราะยังขึ้นอยู่กับ Google Inc. อยู่ ดังนั้นจึงตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาชื่อ
Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิงขึ้นมาเพื่อถือหุ้นทุกบริษัทที่เคยอยู่ในเครือของ Google Inc. โดยมีการ
ปรับเปลี่ยนผู้บริหารเบื้องต้นคือ Larry Page ย้ายไปเป็น CEO ของ Alphabet, Sergey Brin เป็นประธาน
บริษัท และ Eric Schmidt เปน็ ประธานกรรมการบริษทั (Executive chairman)
ส่วน Google Inc. ให้ Sundar Pichai ข้ึนมาเป็น CEO เตม็ ตวั หลังจากทไ่ี ด้เป็น CEO ก่งึ ทางการมาสักพกั
โดย Google เองก็ถกู ดนั ลงมาอยูภ่ ายใต้ Alphabet ด้วย
Alphabet คอื อะไร?
Page พูดถึงบริษัทใหม่นี้ว่า Alphabet (โดเมนเนมเท่มาก https://abc.xyz/) เป็นบริษัทแม่ที่จะคุม
บริษัทลูก ๆ ทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึง Google ด้วย ดังนั้นแล้ว จากที่เรามองว่า Google เป็นบริษัทใหญ่ ก็จะ
กลายเป็นบริษัทที่เล็กลง คำว่าเล็ก หมายถึงวิถีการบริหารและแนวทางจะบางกว่าแต่ก่อน (บทความใช้คำว่า
slim) ทำให้สามารถที่จะโฟกัสในสิ่งที่บริษัทน้ัน ๆ กำลงั พฒั นาอยู่ได้ไม่วอกแวก รวมถงึ การดูแลบริษัทที่ไม่ได้มี
ผลิตภัณฑ์ท่ีเกีย่ วข้องกับอินเทอร์เน็ต อย่าง Life Sciences, Calico จากเดิมที่ต้องอยู่ภายใต้ Google ตอนนี้ก็
แยกออกมาเปน็ อสิ ระโดยมีพอ่ คนเดยี วกันแทน ซงึ่ ผลดกี ็คอื ไม่ต้องมีคำว่า Google มาคำ้ คอ, ไม่ตอ้ งตอ้ งทนแรง
กดดันเพราะ Google เองเน้นด้านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ซึ่งก็จะทำให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองทำอยู่ได้ไม่
ลำบากใจขึ้นด้านการลงทุน ตอนนี้ Alphabet จะยังคงใช้ชื่อ Instrument หรือหุ้นในนาม GOOG อยู่ แต่ในปี
นี้จะมีการเปลีย่ นอย่างแน่นอน และนี่คือโครงสร้างครา่ ว ๆ ที่เกิดขึ้นกับ Alphabet ที่จัดทำโดย CNN ครับ ซ่ึง
เราเหน็ ความอสิ ระกนั อยา่ งชัดเจนในแต่ละบรษิ ทั
16
มองว่าการบริหารแบบไม่ขึ้นตรงกับใครนอกจากตัวเองเป็นอะไรที่ดีที่สุด (แต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้บริษัทแม่แบบ
หลวมๆ) เพราะธรุ กจิ มันต้องโตด้วยตวั ของมัน ไมใ่ ชม่ อี ะไรมาคำ้ ใหต้ ดิ ขดั ซึ่งเรากต็ ิดภาพการบริหารแบบดั้งเดิม
คือ ทำไม่ได้ ต้องรอบริษัทแม่บอกก่อน เป็นตัน ส่วนตัวคิดว่ากระบวนการอะไรต่าง ๆ ของหลังจากนี้จะเห็น
อะไรท่เี ป็นรปู ธรรมมากข้ึน แถมสปีดเร็วกว่าเดิมด้วยความอิสระครับ
ลักษณะการประกอบธรุ กิจ
พันธกิจของเราในการจัดระเบยี บข้อมูลของโลก และทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์
อย่างทั่วถงึ ถือเป็นหัวใจสำคญั ของทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำที่ Google มาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงสามารถ
เขา้ ถงึ ผลิตภัณฑห์ ลาย ๆ อยา่ งของเรา เชน่ Search, Maps และ Gmail โดยไมม่ ีค่าใช้จา่ ยใด ๆ
การโฆษณาจะช่วยให้ทุกคนเข้าถึงผลติ ภัณฑ์ของเราได้ ถึงเราจะขายของหลายอย่าง เช่น โทรศพั ท์ Pixel, แอป
ใน Play Store, การติดตามใน YouTube และเคร่ืองมือสำหรบั ธุรกิจต่างๆ แต่รายไดห้ ลักของเราก็มาจากการ
โฆษณา
แล้วการโฆษณาที่ Google มกี ารทำงานอย่างไร เรามรี ายไดจ้ ากการขายพื้นทโ่ี ฆษณาให้กบั ธุรกจิ ต่าง ๆ ท้ังเล็ก
และใหญ่ ระดับโลกและในท้องถิ่น ดว้ ย 2 วิธีหลกั ๆ ดว้ ยกัน วธิ แี รก ธรุ กจิ ตา่ ง ๆ สามารถเขา้ ถึงผู้มีโอกาสเป็น
ลกู ค้าด้วยการแสดงโฆษณาในผลติ ภณั ฑ์ตา่ งๆ ของ Google เชน่ Search, Maps และ YouTube
วิธีที่ 2 ธุรกิจต่าง ๆ สามารถซื้อพื้นที่โฆษณาที่เราแสดงในเว็บไซต์และแอปที่เป็นพาร์ทเนอร์กับเรา เช่น สำนัก
ข่าวและบล็อก ในกรณีนี้ รายได้ส่วนใหญ่จะเป็นของพาร์ทเนอรแ์ ละช่วยสนบั สนนุ เนื้อหาของพาร์ทเนอร์นั้น ๆ
โฆษณาจึงไมไ่ ดช้ ว่ ยสนับสนนุ แค่ Google เทา่ น้ัน แตย่ ังรวมไปถึงเวบ็ ไซต์และผู้สรา้ งอ่ืน ๆ อกี มากมาย
ในที่สุดแล้ว รายได้เกือบทั้งหมดของเรามาจากการแสดงโฆษณาไปพร้อมกับผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องใน
Google.com ถ้าคุณสนใจ กด็ ูขอ้ มลู เพิม่ เติมเกย่ี วกบั วิธที ีเ่ ราสร้างรายได้ดว้ ยการโฆษณาไดเ้ ลย
เราไมข่ ายข้อมลู ส่วนตวั ของคณุ ใหก้ ับใครทั้งนน้ั
เราใช้ข้อมลู สว่ นตวั ของคุณเพือ่ ทำใหผ้ ลิตภณั ฑ์ของเรามปี ระโยชน์กบั คุณมากขึ้น ข้อมลู ส่วนตัวของคุณ
ช่วยให้เราเติมข้อความให้การค้นหาของคุณโดยอัตโนมัติ (Autofill) พาคุณกลับบ้านได้เร็วขึ้นด้วย Maps หรือ
แสดงโฆษณาที่มีประโยชน์มากขึ้นตามความสนใจของคุณ เราไม่เคยขายข้อมูลส่วนตัวของคุณให้กับใครเลย
และคุณก็สามารถเลือกที่จะใช้ผลิตภัณฑ์อันหลากหลายของเราได้โดยไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้หรือบันทึกข้อมูล
สว่ นตัวใด ๆ ทง้ั สิ้น
เมื่อเราแสดงโฆษณา ผู้ลงโฆษณาจะจ่ายเงินค่าลงโฆษณาให้เราจากตำแหน่งของโฆษณา เช่น แบนเนอร์ท่ี
ด้านบนของหน้าเว็บ หรือไม่ก็จากผลงานจริง ๆ ของโฆษณา เช่น เมื่อมีคนคลิกที่โฆษณานั้น ผู้ลงโฆษณาไม่ได้
จ่ายเงินให้เราเพื่อซื้อข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อหรืออีเมลของคุณ เราไม่เคยแชร์ข้อมูลส่วนตัวของคุณกับผู้ลง
โฆษณา เว้นแต่คุณจะขอให้แชร์ และเราก็ไม่เคยใช้อีเมล เอกสาร รูปภาพ หรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของคุณ
เชน่ เชื้อชาติ ศาสนา รสนยิ มทางเพศ มาทำการปรับแต่งโฆษณาให้ตรงกบั โปรไฟล์ของคณุ
17
เราแชร์รายงาน ต่าง ๆ กับผู้ลงโฆษณาเพื่อช่วยให้พวกเขาเข้าใจประสิทธิภาพของโฆษณาที่ลง แต่เราก็ทำโดย
ไมไ่ ดเ้ ปิดเผยข้อมูลส่วนตัวใดๆ ของคุณทั้งสิ้น ทกุ ๆ จดุ ในกระบวนการการแสดงโฆษณาให้คุณเห็น เราปกป้อง
ข้อมลู ส่วนตวั ของคุณด้วยเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภยั ระดับแนวหน้าของวงการ
ข้อมลู ของคุณ คณุ เลอื กไดเ้ อง
ในประเดน็ ของความเป็นสว่ นตวั เรารู้ดวี า่ ไม่มีอะไรทเี่ หมาะกบั คนทุกคน เราจึงสร้างการควบคุมความ
เป็นส่วนตัวที่ใช้งานง่าย และทรงพลังไว้ในบัญชี Google และในผลิตภัณฑ์อื่น ๆของเราโดยตรง เพื่อให้คุณ
เลือกการต้งั คา่ ความเป็นสว่ นตัวทีเ่ หมาะกบั ตวั เองได้
ทุกโฆษณาที่เราให้คุณดู เราดำเนินการอย่างโปร่งใส และมอบสิทธิ์การควบคุมการแสดงโฆษณาให้แก่คุณ ถ้า
สงสัยว่าทำไมคุณถึงเห็นโฆษณาดังกล่าว ก็เลือก"ทำไมจึงแสดงโฆษณานี้" เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย ถ้าพบว่า
โฆษณาดังกล่าวไม่ตรงกับความสนใจของคุณอีกต่อไปแล้ว คุณก็เลือกซ่อนโฆษณานั้นได้ และใช้การตั้งค่า
โฆษณาเพื่อควบคุมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองที่ถูกนำไปใช้ในการแสดงโฆษณาได้ด้วย และถ้าคุณไม่ต้องการเห็น
โฆษณาทีป่ รบั ตามโปรไฟล์ของผใู้ ช้เลย ก็ปิดการต้งั ค่านี้ไดต้ ลอดเวลา
เพราะการโฆษณาน่ีเอง เราถึงนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ใหแ้ ก่ผู้ใชท้ ั่วโลกโดยไม่คดิ คา่ ใช้จ่ายได้ เพ่ือช่วยให้พวก
เขาค้นหาคำตอบและจัดการสิ่งต่าง ๆ ใหเ้ สรจ็ เรยี บร้อย แต่เม่ือคณุ ใชผ้ ลิตภัณฑ์ของเราก็เท่ากับคุณไว้วางใจให้
เราดแู ลขอ้ มูลสว่ นตวั ดว้ ยเหตุนเี้ ราจงึ ไมเ่ คยขายข้อมูลสว่ นตวั ของคุณ และมอบการควบคมุ ความเป็นส่วนตัวที่
ทรงพลงั ให้คณุ นี่คอื ความรับผิดชอบทีม่ าพร้อมกับการสร้างสรรค์ผลติ ภณั ฑ์ท่ีทกุ คนเขา้ ถึงได้จากทกุ ท่ี
แนวทางการบรหิ ารจัดการ
เมื่อพูดถึงบริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรสมัยใหม่ ที่โดดเด่นจนกลายเป็นสัญลักษณ์ และมีบริษัทอื่นทำ
ตามกันมากมาย ยอ่ มหนไี ม่พน้ “กเู กิล” ทส่ี รา้ งวัฒนธรรมการทำงานแบบสนุกสนาน ดผู ่อนคลาย เปดิ กว้าง แต่
กเ็ ต็มไปด้วยความคิดสรา้ งสรรค์ของวิศวกรชั้นเลศิ
แนวคิดการบริหารงานของกูเกิลคืออะไร คนที่เฉลยคำตอบนี้ได้ดีที่สุดคือ Eric Schmidt อดีตซีอีโอ
ของกเู กิล ทเ่ี ล่าเบื้องหลงั กระบวนการทำงานเหล่านี้ในหนังสือของเขาชอ่ื How Google Works ทวี่ างขายเมื่อ
ปี 2014 (เขาเขยี นร่วมกับผบู้ รหิ ารของกูเกิลอกี คนคือ Jonathan Rosenberg)
Schmidt เล่าว่าสมัยเขามาเป็นซีอีโอของกูเกิลใหม่ ๆ เขาช็อคกับวัฒนธรรมองค์กรของกูเกิลมาก เพราะเขา
เปน็ ผ้บู รหิ ารมากประสบการณ์ และค้นุ ชนิ กับวธิ ีการบรหิ ารองค์กรแบบเดิม ๆ
อยา่ งไรกต็ าม Schmidt พบวา่ แนวคิดการบริหารงาน knowledge worker แบบเดมิ ๆ ไมไ่ ด้ผลซะแลว้ เพราะ
คนของกูเกิลเป็น “มนุษย์อีกสายพันธุ์” ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เขาจึงประดิษฐ์ คำว่า “smart creative”
ขน้ึ มาเรยี กมนุษยส์ ายพันธ์ุใหม่น้ี
Schmidt บอกว่าองค์กรสมัยใหม่จะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องพึ่งพาคนกลุ่ม smart
creative แต่ก็ต้องมีวิธีจัดการที่แตกต่างออกไป เขาบอกว่าเราไม่สามารถ “สั่ง” ให้ smart creative ทำสิ่งท่ี
เราต้องการได้โดยตรง สิ่งท่ีกูเกิลทำคือบริหารจัดการ “สภาพแวดล้อม” ให้ smart creative อยากมาทำงาน
และปลดปลอ่ ยพลังของ smart creative ออกมาให้มากที่สดุ ต่างหาก
18
Smart Creative คืออะไรกันแน่?
Schmidt บอกวา่ พนักงานในองคก์ รสมยั เก่า มกั ถกู ฝกึ ฝนมาให้เก่งในงานเฉพาะดา้ น มคี วามเช่ียวชาญ
ลงลึกในสายงานที่ตัวเองถนัด แต่ smart creative ต่างออกไปตรงที่ไม่ผูกติดกับเนื้องานแบบใดแบบหนึ่ง ไม่
ยอมถูกจำกัดภายใต้ตำแหนง่ หนา้ ท่ี หรอื แม้กระทั่งโครงสรา้ งองค์กร
คุณสมบัติที่สำคัญของ smart creative คือต้องมีความรู้ในสายงานของตัวเองอย่างลึกซึ้ง และมีประสบการณ์
ลองทำงานจริง ไม่ใช่เก่งแต่ทฤษฎีเพียงอย่างเดียว ประเด็นเรื่อง “ความรู้” ก็ขึ้นกับธุรกิจของบริษัทนั้น กรณี
ของกูเกิลคือความรู้ทางคอมพิวเตอร์ แต่ Schmidt ก็บอกว่าสามารถหมายถึงความรู้ด้านอื่นได้ด้วย
เช่น วิทยาศาสตร์ การออกแบบ ดไี ซน์ ฯลฯ ขอให้เป็นคนท่ีรูล้ กึ รู้จรงิ กพ็ อ
คุณสมบัติอื่นของ smart creative คือนอกจากรู้ลึกในสายงานของตัวเอง ยังต้องรู้แง่มุมเชิงธุรกิจ รู้จักคิด
วเิ คราะห์ ขยันสงสัย-ตั้งคำถาม กลา้ เสีย่ ง กล้าลองผิดลองถกู มพี ลงั แห่งการสรา้ งสรรค์เตม็ เป่ียม
Schmidt บอกว่าเราสามารถหาคนกลุ่ม smart creative ได้ทั่วไป จากสถิติของกูเกิลเองก็มีพนักงานแบบน้ี
จากทัว่ ทกุ มมุ โลก ไมจ่ ำกดั เฉพาะสถาบันการศึกษาท่ีมีชอ่ื เสยี งเพยี งอยา่ งเดียว
19
วฒั นธรรมองคก์ ร คอื สิ่งสำคัญทส่ี ดุ ต่อการดึงดดู Smart Creative
การดึงดูด smart creative ให้มาทำงานกับเรา จำเป็นต้องมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งด้วย ซ่ึง
วัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องที่สร้างขึ้นได้ โดยตัวผู้ก่อตั้งจะเป็นผู้กำหนด ร่วมกับทีมงานใกล้ชิดที่รายล้อมอยู่
รอบๆ ผ้กู อ่ ตัง้
Schmidt ย้ำว่าวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เป็นสิ่งที่ต้องสื่อสารและย้ำอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่การแปะป้ายว่า
องค์กรเราให้คุณค่ากับอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครสนใจมันเลย วัฒนธรรมองค์กรของกูเกิลถูกแสดงออกอย่าง
เด่นชัด จากสำนักงานของกเู กลิ เอง คนที่เห็นสำนักงานของกูเกิลเต็มไปด้วยของเล่นสนกุ ๆ จักรยานสีสันสดใส
อาหารฟรี กาแฟเกรดพรเี มียม อาจเขา้ ใจวา่ วฒั นธรรมของกเู กิลเน้นความหรูหรา
แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่กูเกิลพยายามสร้างขึ้นคือ “บรรยากาศแบบมหาวิทยาลัย” ซึ่งนักศึกษาใช้เวลาทำกิจกรรม
ต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยเกือบตลอดเวลา กูเกิลมองว่าถ้า smart creative อยากมาทำงานในสถานที่แบบนี้
พวกเขาก็จะยนิ ดใี ชเ้ วลาอยูใ่ นทที่ ำงาน อยกู่ ับเพือ่ นร่วมงานมากขึ้น
Schmidt บอกว่าสำนักงานโดยทั่วไปมักเน้นออกแบบให้พื้นที่โล่งโปร่ง เสียงเงียบมีสมาธิ และขนาด
ของพืน้ ทีจ่ ะแปรผันกับตำแหน่งงาน (ยิ่งตำแหนง่ ใหญ่ ห้องทำงานยิ่งกว้าง) แตส่ ง่ิ ทกี่ ูเกลิ พยายามทำน้ันกลับกัน
กูเกิลพยายามออกแบบสำนักงานให้คนได้พูดคุยกันให้มาก เกิดพลังงานแห่งความสร้างสรรค์ได้ง่าย กูเกิลจึง
ออกแบบให้พนักงานน่ังกันแบบเบยี ดเสียด มีพื้นที่ส่วนกลางให้นัง่ พักผ่อน มีกิจกรรมให้ได้พบปะพูดคุยกันมาก
เข้าไว้แทน
อย่างไรก็ตาม สิง่ ทกี่ ูเกิลยนิ ดจี ัดหาใหพ้ นกั งานอย่างไม่อั้นคือ “เคร่ืองมอื ในการทำงาน” ซึ่งในกรณีของ
กูเกิลคือ พลังประมวลผลของคอมพิวเตอร์ วิศวกรของกูเกิลสามารถเขา้ ถงึ ศูนย์ข้อมลู ที่ดีทีส่ ุดในโลกไดอ้ ย่างไม่
จำกดั กเู กลิ มองว่าขอใหเ้ หล่า smart creative เขา้ ถงึ ทรพั ยากรตามที่ต้องการ พวกเขาจะสามารถสร้างผลงาน
ดี ๆ ออกมาไดเ้ อง ขอใหอ้ ยา่ ประหยดั คิดเลก็ คิดน้อยในเรื่องสำคัญแบบนี้
การจัดองคก์ รของกเู กลิ ยงั ออกแบบใหท้ ีมมขี นาดเล็ก (Schmidt อ้างทฤษฎขี อง Jeff Bezos ซีอโี อของ
Amazon ที่มองว่าทีมต้องมีขนาดเล็กพอที่จะสั่งพิซซ่ามาสองถาด แล้วกินกันอิ่ม) คล่องตัว และมีโครงสร้าง
องค์กรแบนราบ มีลำดับชั้นการบงั คับบญั ชาน้อย (ในมุมกลับ ผู้บริหารจะต้องมีทีมภายใตก้ ารดูแลมาก เพื่อให้
องคก์ รแบนราบลง ตวั ของ Jonathan Rosenberg เคยมที มี ภายใต้การดแู ลถงึ 20 ทีมพรอ้ มกัน)
สุดท้าย Schmidt บอกว่าขอให้บรหิ ารคนแบบ smart creative โดยให้อสิ ระและความรบั ผิดชอบ คัด
คนดๆี เขา้ มาอยา่ งเข้มงวด แตต่ อนทำงานปล่อยให้พวกเขาดูแลจดั การกันเอง
กลยทุ ธ์
กรณศี กึ ษา Google ทำอย่างไร ใหข้ นึ้ เป็นผ้นู ำ เซริ ์ชเอนจนิ ของโลก | THE BRIEFCASE
ถ้าพูดถงึ Google ในตอนน้ี คงแทบไมม่ ีใครท่ไี ม่รูจ้ กั Google ถกู กอ่ ตงั้ ข้ึนในปี 1998 โดยคุณ Larry Page และ
คุณ Sergey Brin ที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ต้องบอกว่า Google เริ่มต้น
ธุรกจิ ดว้ ยการให้บริการเซริ ์ชเอนจนิ ท่ีมชี ่ือวา่ “BackRub” และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “Google” ท่ีมาจาก
คำว่า Googol หรือคำศัพท์ทางคณิตศาสตร์ที่ใช้เรียกหมายเลข 1 ตามด้วย ศูนย์ 100 ตัว ที่น่าสนใจคือ เซิร์
ชเอนจิน ของ Google หรือท่ีเราเรยี กกนั สั้น ๆ ว่า “Google Search” นั้นใช้เวลาเพียง 6 ปใี นการโค่นล้มผู้นำ
20
ก่อนหน้านั้นอย่าง Yahoo ได้ในปี 2004 อีกทั้งบริษัทก็ยังสามารถครองส่วนแบ่งการเซิร์ชเป็นอันดับหนึ่งมา
ตลอดจนถึงปัจจุบัน แล้ว Google Search มีกลยุทธ์อะไร ? ที่ทำให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจของผู้บริโภค มาอย่าง
ยาวนาน กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Google ประสบความสำเร็จ คือการมุ่งมั่นพัฒนาอัลกอริทึมที่จะมาช่วยให้การ
คน้ หาตรงตอ่ ความต้องการของผู้บรโิ ภคซงึ่ เร่ืองน้ีตรงกนั ขา้ มกบั หลาย ๆ บริษัททเ่ี ปน็ คู่แข่งของ Google ในยุค
90’s ที่โฟกัสการสร้างรายได้จากธุรกิจเซิร์ชเอนจิน มากกว่าการสร้างความพึงพอใจให้ผู้ใช้งาน ที่น่าสนใจคือ
Google ได้พัฒนาฟีเชอร์ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็น “PageRank” ที่ใช้ในการจัดอันดับเว็บไซต์ รวมไป
ถึงฟีเชอร์อย่าง “Keyword” ที่เป็นอัลกอริทึมในการช่วยค้นหาคําศัพท์โดยเฉพาะ ที่เข้ามาช่วยเสริมความ
แม่นยำและความรวดเร็วของขั้นตอนการเซิร์ช ซึ่งฟีเชอร์เหล่านี้ ก็กลายมาเป็นศาสตร์แห่งการปั้นเว็บไซต์ท่ี
เรียกว่าการทำ “SEO” หรือ Search Engine Optimization ที่นักการตลาดใช้กันในปัจจุบัน ความสำเร็จของ
Google Search ในปัจจุบนั นน้ั สามารถอธบิ ายได้ด้วย 3 ปจั จยั หลัก ๆ คอื
1. ความแมน่ ยำในการคน้ หา (Relevancy)
จากผลสำรวจของ Siteefy พบว่า Google มีข้อมูลเว็บไซต์จดทะเบียนไว้ในระบบมากกว่า 50,000
ล้านเว็บไซต์ โดยกว่า 200 ล้านเว็บไซต์ เป็นเว็บไซต์ที่มีการใช้งาน Active อยู่ตลอดเวลาพอเป็นแบบนี้ เวลา
ผู้บริโภคเซิร์ชข้อมูลใน Google Search ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเก่าหรือข้อมูลใหม่Google ก็จะสามารถให้ผลลัพธ์
การเซริ ช์ ทแี่ ม่นยำมากกวา่ คูแ่ ขง่ ไดน้ ั่นเอง
2. ระบบนิเวศทคี่ รบวงจร (Ecosystem)
Google เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงอย่าง YouTube ที่มีผู้ใช้งานหลักร้อยล้านคนต่อวัน
ส่งผลให้ เวลาผู้บริโภคตอ้ งการหาข้อมูลเกี่ยวกับวิดโี อ พวกเขาก็สามารถเซิร์ชบน Google Search ได้ มากไป
กว่านั้น Google ที่เป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการสมาร์ตโฟนอย่าง Android ที่มีผู้ใช้งานกว่า 2,800 ล้านคน
ส่งผลให้ ทุก ๆ สมาร์ตโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android มีการตั้งค่าเริ่มต้นการเซิร์ช หรือที่เราเรียกกันว่า
Default Setting เป็น Google Search แน่นอนว่าเรื่องนี้ ทำให้ Google ได้ฐานลูกค้ากว่า 2,800 คน เข้ามา
อยู่ในระบบนิเวศของตัวเองได้อย่าง ง่ายดาย อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Google ยังยอมจ่ายเงินให้กับบริษัท
อย่าง Apple ที่เป็นเจ้าของ iPhone และระบบปฏิบัติการ iOS ราว ๆ 500,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้ค่า
เริ่มต้นการเซิร์ชของทุกสมาร์ตโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ให้กลายมาเป็น Google Search อีกด้วย
เพราะฉะนั้นเราเลยเห็นว่า เวลาเซิร์ชอะไรใน Safari มันก็จะแสดงผลการค้นหาขึ้นมาว่า ค้นหาโดย Google
3. ความเรว็ (Speed)
Google Search คือเซิร์ชเอนจินที่เร็วที่สุดในโลก ที่น่าสนใจคือ Google Search ใช้เวลาเพียง 0.19
วินาที ในการค้นหาผลลัพธ์ตามคำค้นหาและสามารถแสดงผลลัพธ์สูงสุดได้มากถึง 1 ล้านเว็บไซต์ ต่อการเซิร์ช
หนึ่งครั้ง อีกด้วยทั้งหมดนี้ ก็ส่งผลให้ Google Search กลายมาเป็นเซิร์ชเอนจนิ ที่ครองใจผูบ้ รโิ ภคมานานกวา่
17 ปี โดยปัจจุบัน Alphabet ที่เป็นบริษัทแม่ของ Google มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ราว 65 ล้านล้านบาท มีรายได้
ในปี 2020 อยู่ที่ 6.2 ล้านล้านบาท กำไร 1.37 ล้านล้านบาทและเป็นบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ใน
ปจั จบุ ัน..
21
แผนภูมิองค์กร
ก้เู กิ้ลเตบิ โตและเริ่มเข้าตลาดหลกั ทรัพยเ์ มื่อ ปี ค.ศ. 2004 ที่ต้งั สำนักงานกระจายอยู่ท่ัวโลกสำนักงาน
ใหญ่ เมาเทนวิว แคริฟอเนีย ปัจจุบันมูลค่าแบรนดข์ องบริษัท ถูกประเมินไว้ที่ 173,652 ล้านเหรยี ญ ซึ่งยังเปน็
รองบริษทั Apple แตเ่ มื่อไมน่ านมาน้กี ูเกล้ิ ไดป้ รบั โครงสรา้ งก่อตง้ั Alphabet เข้าไปควบคมุ ในเครือแทนรวมถึง
กเู กล้ิ ด้วย
ซึ่งนักวิชาการคาดการว่าแนวโน้มด้านธุรกิจของ google/Alphabet ในอนาคตจะสามารถครอง
ตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดของโลกได้แน่นอน แสดงให้เห็นว่าจากข้อมูลดังกล่าวเห็นได้ชัดถึง
ความสำเร็จของกูเกล้ิ ในดา้ นการดำเนินธุรกิจ
ในด้านความสำเร็จของกูเกิ้ล ความสำเร็จขององค์กรหนึ่งย่อมเกิดจากองค์ประกอบหลายๆด้านมา
รวมกนั ไมว่ ่าจะเปน็ ด้านการบรหิ าร ดา้ นการเงนิ และอ่นื ๆ แตส่ งิ ท่ ่เี ป็นองค์ประกอบที่สำคญั ทส่ี ามารถทำให้
กูเก้ิลประสบความสำเร็จอีกอย่างหนึง่ คือสิ่งที่เรียกวา่ “นวัตกรรม” ที่มาจากการจัดการความรู้ ซึ่งสิ่งนีท้ ำให้กู
เกิ้ลสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างประโยชน์กับองค์กร และสังคมในด้านต่าง ๆมากมาย โดย
ผลติ ภณั ฑข์ องกเู กิล้
คำกลา่ วท่วี า่ "Google บรษิ ัททมี่ คี วามแตกต่าง แต่พนักงานมีความสุขทสี่ ุดในโลก" มาจากการกำหนด
วิสัยทัศน์ พันธกิจ รวมถึงโครงสร้าง และการทำงานขององค์กรของกู้เกิ้ล ที่ให้ความสำคัญบุคลากร โดยใช้
วัฒนธรรมขององค์กรควบคุม โดยกูเกิ้ลเห็นว่าวัฒนธรรมองค์กรนั้นสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ให้เกิด
ข้นึ มาได้ โดยใช้การจดั การความรขู้ อง google ผา่ นวฒั นธรรมองค์กร
22
วัฒนธรรมองค์กรของกูเกิ้ลเน้นไปที่บุคลากร โดยนิยามว่า “บุคลากรคือผู้ที่ทำให้กูเกิ้ลเป็นบริษัทใน
แบบที่เป็นอยู่” แสดงให้เห็นว่าองค์กรจะเป็นแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับบุคลากร กูเกิ้ลจะพิจารณารับบุคลากรเข้า
ทำงาน จะดูจากบุคคลที่มีความฉลาดและความมุ่งมั่น และให้ความสำคัญต่อความสามารถมากกว่า
ประสบการณ์ มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ตรงกับองค์กร สิ่งที่สำคัญคือจะเน้นความแตกต่างของบุคลากรด้าน
ต่างๆ พนักงานของกูเกิ้ลมาจากทุกชนชั้น มีภาษาที่ใช้แตกต่างหลากหลาย มหาลัยหลากหลาย อายุ เพศ และ
อื่นๆ อีกทั้งวัฒนธรรมกูเกิ้ลยังสนับสนุนความสนใจบุคลากรหรืองานอดิเรกของบุคลากรที่มีความแตกต่างกัน
เช่นการปั่นจักรยาน การเลี้ยงผึ้ง ปีนเขา จนถึงเล่นจานร่อน และเต้นรำแบบบอลรูม เพราะกูเกิ้ลเห็นว่า
วฒั นธรรมทเี่ ปิดกวา้ ง เป็นทีม่ าของเชอื่ มโยงความรทู้ ห่ี ลากหลายอันนำมาซ่ึงนวัตกรรม
ส่วนวัฒนธรรมในการทำงานของกูเกิ้ลนั้น จะเน้นให้ทุกคนเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เน้นการ
แบ่งปันความคิดและความเห็นต่างๆ อย่างไม่เป็นทางการ ให้พนักงานเกิดความสบายผ่อนคลายในการแสดง
ความคิดเห็น เชน่ การประชุมรวม (“TGIF”)ประจำสัปดาห์ การประชมุ ผ่านอีเมล์ การพบปะนง่ั คยุ ท่คี าเฟ่กาแฟ
ในกเู ก้ิล อีกทง้ั วัฒนธรรมของกเู กลิ้ ยังเปิดโอกาสให้พนักงานถามคำถามโดยตรงกับแลรร์ ่ี เซอร์เกย์ และผู้บรหิ าร
ท่านอื่นๆ เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ของบริษัท และเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ กับ
ผู้บริหาร เช่น กิจกรรมเสนอนวัตกรรมต่อผู้บริหาร กิจกรรมกีฬาสร้างการทำงานเป็นทีม ทั้งนี้จะก่อให้เกิดการ
แลกเปลี่ยนถ่ายเทความรู้ระหว่างบุคคลสู่บุคคล กูเกิ้ลได้บัญญัติศัพท์ขึ้นภายในองค์กร Googleyness
(N.) หมายความว่า ความถ่อมตัว ช่างสงสัย รู้กาลเทศะ ความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ รักการเรียนรู้ รับผิดชอบ
และ ปรับตวั ได้ นยิ ามรวมๆ ส่ือถึงวธิ ีการคดิ วธิ ีการทำงานของคนในองค์กรกูเกิ้ล ทเ่ี นน้ ทำสิง่ ท่ีถูกตอ้ ง
(Do the right thing) ทำอย่างมั่นใจ (Being proactive) มองเป้าหมายเป็นหลัก (Being focused) ทำให้เกิน
เป้าหมายอยเู่ สมอ (Go for the extra mile) คิดนอกกรอบ ใหร้ างวลั กบั ตวั เอง
ในด้านโครงสรา้ งพนื้ ฐานของกเู ก้ลิ สำนกั งาน และคาเฟข่ องกเู กิล้ ได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนให้เกิด
การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคลากร ภายในทีมและต่างทีม และเพื่อจุดประกายให้เกิดการสนทนากันเก่ี ยวกับ
เรอื่ งงาน รวมถึงเรื่องสนุกสนานต่าง ๆ เช่น ห้องอาหาร คาเฟ่กาแฟ ไวท์บอร์ดบอร์ดเขยี นไอเดีย
สวัสดิการของกูเกิ้ล เช่น อาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็นฟรี,ดูแลรักษาสุขภาพฟรี,ทันตก
รรมฟรี,มีแพทย์ให้คำปรึกษาทางเว็บไซต์,ตัดผมฟรี,ซักแห้งฟรี,บริการนวดฟรี,โรงยิมและสระว่ายน้ำ,บริการรถ
ไฮบริด,ที่งีบหลับ,มีวิดีโอเกม และ ประมาณการเงินเดือน การฝึกงาน ตำแหน่ง Software Engineer 5,800
ดอลล่าร์ หรือ ประมาณ 180,000 บาท
เชื่อมโยง Google กับการจัดการความรู้ กู้เกิ้ลเป็นองค์กรที่สามารถบรรลุเป้าหมายการทำงาน บรรลุ
เป้าหมายการพัฒนาคน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม (Innovation
Organization) โดยการนำวัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture) มาใช้บริหารจัดการองค์ความรู้เน้น
ตัวบุคลากร และนำความชำนาญที่แฝงเร้นในตัวคน (Tacit Knowledge) ออกมาแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
แบบ (Socialization และ Combination) อีกทั้งยังมีการจัดเก็บและตกแต่งให้ง่ายต่อการใช้งาน
ทำให้มีประโยชน์เพม่ิ ข้ึนในรูปโปรมแกรมหรอื แอพพลเิ คช่ันต่าง ๆ มีการต่อยอดให้ใช้งานงา่ ยขนึ้ โดยดูความ
23
เหมาะสมและสภาพความเปน็ จรงิ ในการใช้งานความรนู้ ั้น ๆ ซ่ึงหลกั สำคญั ของการจัดการความรู้กูเกิ้ล
มี คือ กระบวนการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างคน โดยให้ความสำคัญกับความสามารถของตนเอง และการ
ทำงานร่วมกัน การจัดกิจกรรมการทำงานเน้นให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพั ฒนาการทำงานให้เกิด
ประสิทธิผลสงู สดุ
เหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากูเกิ้ล ได้มีการพัฒนาตั้งแต่ การจัดการความรู้ (Knowledge Management)
องค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) จนกลายเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม (Innovation
Organization) ซ่งึ ผลลพั ธท์ ไ่ี ดค้ อื สามารถสรา้ งนวตั กรรมตา่ ง ๆ ให้เกดิ ขน้ึ กบั องค์กร อกี ทัง้ สร้างประโยชน์แก่
องคก์ รและสงั คมได้อย่างแท้จรงิ
ผกู้ อ่ ต้ัง Google
กูเกล้ิ ก่อต้งั โดย แลร์รี เพจ และ เชอรเ์ กย์ บรนิ ขณะทท่ี ั้งคู่กำลังศกึ ษาอยู่ท่ีมหาวิทยาลัยสแตนฟอรด์
24
โลโก้ Google พัฒนา
ปี 1998 โลโก้แรกของ Google – Google ก่อตั้งข้ึนอย่างเป็นทางการในปี 1998 และได้ใช้โลโก้
แรกที่ 2 ผู้ก่อต้ังอย่าง Larry Page และ Sergey Brin ใช้ในสมัยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
ปี 1999 ออกแบบโลโก้ใหม่ และใช้นานถึง 11 ปี – ครั้งนีเ้ ป็นการออกแบบโลโก้คร้ังใหม่ของ
Google โดยใช้ฟ้อนต์ Catull เน้นไปท่ีความมีภูมฐิ านมากข้ึน เพราะบริการของ Google ผ่านระยะของการ
ทดลอง และได้ขยายการบริการออกไปทั่วโลกแลว้ แต่ถึงที่สุด ก็ยังไม่ท้ิงความข้ีเล่นและความสนุกสนานตาม
ตัวตนของบริษัท
ปี 2010 ออกแบบโลโก้ใหม่ – เพราะเข้าสู่ทศวรรษที่ 2010 Google ปรับเปลี่ยนหน้าตาของโลโก้
ใหม่อีกคร้ัง โดยรอบนี้ทำให้โลโก้ดูสว่างมากข้ึน และลดลูกเล่นเงาท่ีอยู่ด้านหลังตัวอักษร
25
ปี 2013 รอบน้ี Google ปรับโลโก้อีกคร้ัง โดยลดความนนู ของตัวอักษรจากครั้งก่อนหน้า ทำให้ดู
เป็นโลโก้แบบ 2 มิติ เพ่ือให้ดูมีความทันสมัยมากข้ึน
ปี 2015 โลโก้ฉบับปัจจุบัน – โลโก้ตัวล่าสุดของ Google ถือเป็นการปรับใหญ่ เพราะเปลี่ยนแปลง
หลายอย่าง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหม่ ตั้ง Alphabet ข้ึนเป็นบริษัทแม่
26
บรรณานกุ รม
วกิ พิ ีเดยี สารานุกรมเสรี (2565)[ออนไลน์]เข้าถึงไดจ้ าก
https://th.wikipedia.org/wiki/
(วนั ทคี่ น้ ข้อมลู 18 มิถนุ ายน 2565)
Yahoo (2565)[ออนไลน์]เขา้ ถงึ ได้จาก
https://th.search.yahoo.com/search
(วันทีค่ ้นข้อมูล 18 มิถนุ ายน 2565)
facebook Snowball Invertor (2565)[ออนไลน]์ เข้าถงึ ได้จาก
https://www.facebook.com/snowball.investor/posts/
(วันทีค่ ้นข้อมูล 18 มิถนุ ายน 2565)
Google ปรับโครงสรา้ งองค์กรคร้งั ใหญ่ ตัง้ Alphabet คมุ กจิ การทง้ั หมด (2558)[ออนไลน์]เข้าถึงไดจ้ าก
https://www.thumbsup.in.th/alphabet-google
(วันท่ีค้นข้อมลู 18 มิถุนายน 2565)
ธรุ กจิ ของเราทำงานอย่างไร (2565)[ออนไลน์]เขา้ ถงึ ได้จาก
https://about.google/intl/th_LA/how-our-business-works/
(วนั ที่ค้นข้อมูล 18 มิถนุ ายน 2565)
ท่มี าโลโก้ Google เปลี่ยนแปลงการออกแบบอย่างไร ในรอบ 20 กว่าปี(2546)[ออนไลน์]เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://workpointtoday.com/the-evolution-of-google-logo/
(วันทค่ี น้ ข้อมลู 28 มิถนุ ายน 2565)
กเู กลิ – วกิ ิพเี ดยี (2565)[ออนไลน์]เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4
%E0%B8%A5
(วนั ทค่ี น้ ข้อมลู 28 มิถนุ ายน 2565)
27