The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้ การเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมือถือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chadnaporn.n30, 2021-08-03 03:16:10

ใบความรู้ การเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมือถือ

ใบความรู้ การเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมือถือ

ใบความรู้

LINE (ไลน์) คอื อะไร เรือ่ งSocial Network

LINE เปน็ แอปพลิเคชนั ใหบ้ ริการ Messaging รวมกับ Voice Over

IP ทาให้ผูใ้ ชส้ ามารถสร้างกลมุ่ แชต สง่ ขอ้ ความ ภาพ คลิปวดิ โี อ หรอื จะพูดคยุ โทรศัพทแ์ บบเสยี งก็ได้ โดย

ข้อมลู ที่ถูกส่งขึ้นไปนั้นฟรที ัง้ หมดตอนนี้ LINE ใช้ไดใ้ นระบบปฏิบัตกิ าร iOS, Android, WindowsPhone, PC

และ BlackBerry

ฟเี จอร์ของ LINE ประกอบด้วย การสง่ ข้อความ, การสนทนาดว้ ยเสยี ง, การ

เปลีย่ นพ้ืนหลังแบ็กกราวนด์หนา้ หอ้ งแชต, การสนทนาแบบกลุ่ม, Official

LINE และการสง่ สต๊ิกเกอร์

การเชือ่ มต่อLINEของผู้ใชเ้ ขา้ หากันมี4วิธี

1. เพ่มิ คอนแท็กต์จากรายช่อื ในสมดุ โทรศพั ท์ ซงึ่ ตรงนเี้ ป็นข้อดขี อง

WhatsApp ทที่ าให้ผใู้ ชง้ านสะดวก

2. การสแกน QR Code

3. Shake it เอาโทรศัพท์มือถือ 2 เคร่ืองท่ีอยูใ่ กล้กนั มาเขย่าคล้ายการจับมือ

ใหร้ จู้ ักกนั

4. การเสริ ์ชหาจาก ID คล้ายการใสร่ หสั ของ BlackBerryตอ่ มา LINE ถูกพัฒนาไปไกลกว่าการเปน็ แค่แอป

พลเิ คชนั เพราะ LINE ได้เพ่ิมฟีเจอร์ Home และ Timelineเขา้ มาจนกลายเปน็ Social Media อย่างหน่ึง

โพสตข์ อ้ ความบง่ บอกสเตตสั , รปู ภาพ, คลปิ วดิ ีโอ และพิกัด โดยมจี ดุ เด่นทกี่ ารแสดงอารมณด์ ว้ ยสติกเกอร์ซ่งึ

เป็นจุดแข็งของ LINE ซึ่งจุดน้ีนา่ จะเปน็ ไม้เดด็ ท่ีทาให้ LINE ถูกต่อยอดไปอีกมากและเบียด Social Media

หลักอยา่ งเฟซบุ๊กเลยทีเดียวระบบหลังบ้านอีกอยา่ งที่มขี ึน้ มาแลว้ บง่ บอกทิศทางอนาคตของ LINE น่นั คือ LINE

Coin หรือ “เงนิ ” ในอาณาจักรทง้ั หมดของ LINE ซง่ึ ก่อนหน้านี้การซอ้ื สติกเกอรจ์ ะซือ้ ผา่ นบัตรเครดติ ที่ผูกกับ

แอปฯ โดยตรง แต่หลังจากอัพเดตลา่ สุด Coin ไดเ้ ข้ามาแทนที่ กล่าวคือ ต่อไปนี้เมื่อซ้ือบรกิ ารหรือสติกเกอร์

ตอ้ งแลกเปน็ Coinกอ่ น ถงึ แมร้ าคา 100 Coin จะเทียบเท่า 1.99 เหรียญเทา่ กบั ราคาสตกิ เกอร์แบบเดิม แตน่ ่ี

เท่ากบั เปน็ การปทู างไปสบู่ รกิ ารอ่นื ๆ ของ LINE ท่ี Naver เจา้ ของแอปฯ นป้ี ระกาศชัดเจนแลว้ ว่า จะใหบ้ ริการ

ดดู วง, เกม และคูปองส่วนลดในอนาคต ซ่งึ เท่ากับว่า LINE พฒั นาตวั เองไปสกู่ ารเป็นโซเชียล มีเดีย

แพลตฟอรม์ แบบมที ิศทางการหารายได้อยู่ในใจชัดเจนแล้วกาเนิด LINE จากวกิ ฤตสนึ ามญิ ี่ปุน่ Naver คือ

บรษิ ัทผพู้ ัฒนาแอปพลิเคชั่น LINE เป็นบรษิ ทั ผลิตเกมสญั ชาติเกาหลี มีสาขาท่ีประเทศญี่ปนุ่ ไอเดยี LINE มา

จากเหตกุ ารณว์ กิ ฤต จงึ เปน็ แอปฯ ทแี่ มจ้ ะมีความนา่ รักกกุ๊ กิก๊ แต่ต้นกาเนิดของ LINE ดราม่าไม่น้อยเพราะมา

จากตอนทญี่ ป่ี นุ่ เกิดสนึ ามิ ระบบการสอ่ื สารประเภท Voice ล่มจนติดต่อกันไม่ได้ ทีมงาน 100 ชวี ิตจึง

ระดมกาลงั สร้างช่องทางส่ือสารผา่ น Data ซ่งึ ตอนน้ันยังใช้ไดอ้ ยู่ เพือ่ ติดต่อและให้กาลังใจกัน ในทส่ี ุด LINE ก็

ถอื กาเนดิ ข้ึนในเวลา 2 เดือนเมือ่ แอปฯ LINE ถกู พฒั นาขึน้ จากสว่ นทที่ างานอยใู่ นญ่ีป่นุ จงึ มีส่วนผสมของ

ความน่ารักของญป่ี นุ่ ท่เี ปน็ จุดขายการส่งออกด้านวฒั นธรรมของญ่ีป่นุ มาท่ัวเอเชียอยู่แล้ว ทาให้การออกแบบ

คาแร็กเตอรข์ อง LINE เขา้ ถงึ คนไทยได้ไมย่ าก รวมทง้ั ประเทศอนื่ ๆ อย่างรสั เซีย เบลารุส ซ่ึงนอกจากความ
น่ารักแล้วยงั มาจากคาแร็กเตอร์ทมี่ ีพื้นฐานจากการใช้ชวี ติ สถานการณ์ และอารมณ์ความรสู้ ึกของผ้คู นสาหรับ
การทาตลาดในประเทศไทย ผูบ้ ริหารของ LINE ไดว้ า่ จ้างบรษัท Spark Communication ดแู ลเรื่องการทาพี
อาร์ แต่สาหรบั ดีลต่างๆ ท่ีเกิดขนึ้ กบั คู่ค้าต่างๆ ผู้บรหิ ารจะบินตรงมาเจรจา จากน้ันมกี ารประสานงานกนั ผา่ น
ทางอเี มล์อยา่ งตอ่ เน่ือง
Time “LINE”
-23 มถิ ุนายน 2011 เปดิ ตัวเปน็ ครัง้ แรกในระ บบ iOS
-28 มถิ ุนายน 2011 เข้าสมู่ อื ถือ Android
-เดอื นตลุ าคม 2011 เร่มิ ต้นใช้ Free Call ได้
-17 ตลุ าคม 2011 มีผู้ใช้งาน 3 ลา้ นดาวนโ์ หลด
-8 พฤศจิกายน 2011 หลังจากใชง้ านมาแค่ 5 เดือนก็มีผใู้ ช้งานถงึ 5 ลา้ นคน
-29 พฤศจกิ ายน 2011 ประกาศมผี ู้ใชง้ าน 7 ลา้ นคน
-27 ธนั วาคม 2011 ฉลองตัวเลข 10 ล้านคน
-27 มกราคม 2012 พอเข้าสู่ปใี หม่ Line ก็มผี ู้ใช้งาน 15 ลา้ นคน
-2 มนี าคม 2012 ผใู้ ช้งาน 20 ล้านคนทั่วโลก
-7 มีนาคม 2012 ใช้งาน Line บน PC ก็ได้
-10 มีนาคม 2012 ตามมาดว้ ยการใช้งานบน Windows Phone และ Mac
-29 มีนาคม 2012 เปิดตัว Line Card
-12 เมษายน 2012 เปิดตัว Line Camera แอปฯ แตง่ ภาพ
-18 เมษายน 2012 Line แอปฯ หลกั มีผใู้ ช้งาน 30 ล้านคน
-26 เมษายน 2012 เพิ่ม Sticker Shop ผู้เล่นซื้อสตกิ๊ เกอร์ไดแ้ ลว้ 15 แบบ
-9 พฤษภาคม 2012 คยุ เป็นกล่มุ ได้แลว้ ดว้ ยฟีเจอร์ Group Board
-6 มถิ ุนายน 2012 มีผใู้ ชง้ าน 40 ลา้ นคน เมอ่ื แอปฯ มีอายุ 1 ปี
กลางเดอื นมิถนุ ายน 2012 Official Line เปดิ ใหบ้ รกิ าร
-4 กรกฎาคม 2012 Line Brizzle เกม Puzzle ทม่ี าพร้อมกับคาแร็กเตอร์นกจอมกวน
-ต้นเดือนกรกฎาคม 2012 จบั มือกับ Sarino ออกแบบสติกเกอร์ Kitty
-26 กรกฎาคม 2012 ฉลองคร้ังใหญ่ดว้ ยยอดดาวนโ์ หลด 50 ล้านครั้ง
-ปลายเดอื นกรกฎาคม 2012 เปิดตัว Line Brush แอปฯ วาดรปู
-ต้นเดอื นสิงหาคม 2012 LINE ประเทศญีป่ นุ่ เปิดจาหนา่ ยสติกเกอร์ Snoopy และ Tweety
-6 สิงหาคม 2012 เปิดฟเี จอร์ Home และ Timeline ในแอนดรอยด์
-20 สงิ หาคม 2012 LINE for Blackberry ในประเทศไทยเร่มิ ใช้งานได้
-21 สงิ หาคม 2012 Line 3.1.0 ระบบเงินในโลกของ LINE ท่เี รยี กวา่ LINE Coin
Facebook คืออะไร

Facebook คอื บรกิ ารบนอินเทอร์เน็ตบริการหน่ึง ที่จะทาให้ผู้ใช้สามารถติดต่อส่ือสารและร่วมทากิจกรรมใด
กิจกรรม หน่ึงหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้ Facebook คนอ่ืนๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบใน
เร่อื งท่ีสนใจ โพสต์รูปภาพ โพสต์คลิปวิดีโอ เขียนบทความหรือบล็อก แชทคุยกันแบบสดๆ เล่นเกมส์แบบเป็น
กลุ่ม(เป็นท่ีนิยมกันอย่างมาก) และยังสามารถทากิจกรรมอ่ืนๆ ผ่านแอพลิเคช่ันเสริม (Applications) ที่มีอยู่
อย่างมากมาย ซ่ึงแอพลเิ คชน่ั ดังกล่าวไดถ้ กู พฒั นาเข้ามาเพิ่ม เติมอย่เู รอ่ื ยๆ
Facebook เป็น social network ทไ่ี ดร้ บั ความนิยมอีกแหง่ หนง่ึ ในโลก ซ่ึงถ้าในต่างประเทศ ความย่ิงใหญ่ของ
facebook มีมากกว่า Hi5 เสียอีก แต่ในประเทศไทยของเรา Hi5 ยังครองความเป็นเจ้าในด้าน social
network ในหมู่คนไทยประวัติความเป็นมาของ facebookMark Zuckerburg ได้เปิดตัวเว็บไซต์ facebook
เมื่อปี2548
เมอ่ื วันท่ี 4 กุมภาพนั ธ์ ปี พุทธศักราช 2548 Mark Zuckerburg ไดเ้ ปดิ ตวั เว็บไซต์ facebook ซง่ึ เป็นเวบ็
ประเภท social network ซ่ึงตอนนน้ั เปิดให้เข้าใช้เฉพาะนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดเท่าน้ัน และเว็บ
นกี้ ็ดังขนึ้ มาในช่ัวพริบตา เพยี งเปดิ ตวั ไดส้ องสปั ดาห์ ครึง่ หน่ึงของนักศกึ ษาท่เี รยี นอยู่ท่ีมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ก็
สมัครเป็นสมาชิก facebook เพื่อเข้าใช้งานกันอย่างล้นหลาม และเมื่อทราบข่าวน้ี มหาวิทยาลัยอ่ืนๆ ในเขต
บอสต้นั ก็เริ่มมีความตอ้ งการ และอยากขอเขา้ ใช้งาน facebook บา้ งเหมือนกัน มาร์คจึงได้ชักชวนเพ่ือของเค้า
ที่ชื่อDustin Moskowitz และ Christ Hughes เพื่อช่วยกันสร้าง facebook และเพียงระยะเวลา 4 เดือน
หลงั จาก
นั้น facebook จึงได้เพ่ิมรายชื่อและสมาชิกของมหาวิทยาลัยอีก 30 กว่าแห่งFacebook คืออะไร ประวัติ
Facebookไอเดีย เร่ิมแรกในการต้ังช่ือ facebook นั้นมาจากโรงเรียนเก่าในระดับมัธยมปลายของมาร์ค ที่
ช่อื ฟิลปิ ส์ เอก็ เซเตอร์ อะคาเดม่ี โดยที่โรงเรียนน้ี จะมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่มท่ีช่ือว่า The Exeter Face Book ซึ่ง
จะส่งต่อ ๆ กันไปให้นักเรียนคนอื่น ๆ ได้รู้จักเพ่ือน ๆ ในช้ันเรียน ซ่ึง face book น้ีจริงๆ แล้วก็เป็นหนังสือ
เล่มหนึ่งเทา่ น้ัน จนเม่อื วันหน่ึง มาร์คไดเ้ ปลี่ยนแปลงและนามันเข้าสู่โลกของอินเทอร์เน็ตคาว่า Facebook มา
จากหนังสอื เลม่ ทชี่ ่อื ว่า The Exeter Face Bookเมื่อประสบความสาเรจ็ ขนาดน้ี ทั้งมาร์ค ดัสติน และ ฮิวจ์ ได้
ย้ายออกไปที่ Palo Alto ในช่วงฤดูร้อนและไปขอแบ่งเช่า อพาร์ทเมนท์ แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นสองสัปดาห์
มาร์คได้เข้าไปคุยกับ ชอน ปาร์คเกอร์ (SeanParker) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Napster จากนั้นไม่นาน ปาร์คเกอร์
ก็ยา้ ยเขา้ มาร่วมทางานกับมาร์คในอพาร์ตเมนท์โดยปาร์คเกอร์ได้ช่วยแนะนาให้รู้จักกับนักลงทุนรายแรก ซ่ึงก็
คือ ปเี ตอร์ ธีล (Peter Thiel) หนงึ่ ในผ้รู ว่ มกอ่ ตง้ั Paypal และผบู้ ริหารของ The Founders Fund โดยปีเตอร์
ได้ลงทุนใน facebook เป็นจานวนเงิน 500,000เหรียญสหรัฐฯด้วยจานวนสมาชิกหลายล้านคน ทาให้บริษัท
หลายแห่งสนใจในตัว facebook โดย friendster พยายามที่จะขอซ้ือ facebook เป็นเงิน 10 ล้านเหรียญ
สหรฐั ฯ ในกลางปีพ.ศ. 2548 แต่ facebook ปฎิเสธขอ้ เสนอไปและได้รับเงินทุนเพ่ิมเติมจาก Accel Partners
เป็นจานวนอกี 12.4 ล้านเหรียญสหรฐั ฯ ในตอน
น้ัน facebook มีมูลค่าจากการประเมินอยู่ท่ีประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯFacebook ยังมีการเติบโตอยู่
ตลอดเวลา
Facebook คืออะไร

facebook ยงั เติบโตต่อไป จนถึงเดือนกันยายนปีพ.ศ. 2549 ก็ได้เปิดในโรงเรียนในระดับมัธยมปลาย เข้าร่วม
ใชง้ านได้ และในเดอื นถดั มา facebook ไดเ้ พิ่มฟังคช์ นั่ ใหม่ โดยสามารถให้สมาชิก เอารูปภาพมาแบ่งปันกันได้
ซึ่งฟังช่ันน้ีได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ในฤถูใบไม้ผลิfacebook ได้รับเงินจากการลงทุนเพ่ิมอีกของ
Greylock Partners, Meritech Capital พร้อมกบั นักลงทนุ ชดุ แรกคือ Accel Partners และ ปีเตอร์ ธีล เป็น
จานวนเงินถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐโดยมูลค่าการประเมินมูลค่าในตอนน้ันเป็น 525 ล้านเหรียญ หลังจากนั้น
facebook ไดเ้ ปิดให้องค์กรธุรกิจหรือบริษัทต่าง ๆ ให้สามารถเข้าใช้งาน facebook และสร้าง network ต่าง
ๆ ได้ ซึ่งในที่สุดก็องค์กรธุรกิจกว่า 20,000 แห่งได้เข้ามาใช้งาน และสุดท้ายในปีพ.ศ. 2550 facebook ก็ได้
เปิดให้ทุกคนท่ีมีอีเมล์ ได้เข้าใช้งาน ซึ่งเป็นยุคท่ีคนทั่วไป ไม่ว่าเป็นใครก็สามารถเข้าไปใช้งาน facebook ได้
เพียงแค่คุณมีอีเมล์เท่านั้นในช่วงฤดูร้อนปี 2550 คร้ังนั้น Yahoo พยายามที่จะขอซื้อ facebook ด้วยวงเงิน
จานวน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่ามาร์คได้ทาการตกลงกันด้วยวาจาไปแล้วด้วยว่า จะยอม
ขาย facebook ให้กับYahoo และเพียงแค่สองสามวันถัดมา หุ้นของ Yahoo ก็ได้พุ่งข้ึนสูงเลยทีเดียว แต่ว่า
ข้อเสนอซื้อได้ถูกต่อรองเหลือเพียงแค่ 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทาให้มาร์คปฎิเสธข้อเสนอนั้นทันที ภายหลัง
ต่อมา ทาง Yahoo ได้ลองเสนอข้ึนไปที่ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อีกครั้ง คราวนี้มาร์คปฎิเสธ Yahoo ทันที
และได้รับชื่อเสียงในทางไม่ดีว่า ทาธุรกิจเป็นเด็กๆ ไปในทันที น่ีไม่ใช่ครั้งแรกท่ีมาร์คปฎิเสธขอเสนอซื้อบริษัท
เพราะเคยมีบรษิ ัท Viacom ไดเ้ คยลองเสนอซื้อ facebook ดว้ ยวงเงิน 750 ลา้ นเหรยี ญสหรัฐฯ และถูกปฎิเสธ
ไปแล้วในเดือนมีนาคมปี 2550มีข่าวอีกกระแสหนึ่งที่ไม่ ค่อยดีสาหรับ facebook ที่ได้มีการโต้เถียงกันอย่าง
หนัก กับ Social Networkท่ีช่ือ ConnectU โดยผู้ก่อตั้ง ConnectU ซึ่งเป็นเพ่ือนร่วมช้ันเรียนกับมาร์ค
ซัคเคอร์เบิร์กที่ฮาเวิร์ด ได้กล่าวหาว่ามาร์คได้ขโมยตัว source code สาหรับ facebook ไปจากตน โดยกรณี
น้ไี ดม้ เี รอื่ งมีราวไปถึงช้นั ศาล และตอนน้ีได้แก้ไขขอ้ พิพาทกันไปเรยี บร้อยแลว้
โลโก้ social network ตา่ งๆ
ถึงแม้ว่าจะมีข้อพิพาท อย่างนี้เกิดข้ึน การเติบโตของ facebook ก็ยังขับเคล่ือนต่อไป ในฤดูใบไม่ร่วงปี2551
facebook มีสมาชกิ ทีม่ าสมคั รใหม่มากกว่า 1 ลา้ นคนตอ่ สัปดาห์ โดยเฉลีย่ จะอยูท่ วี่ ันละ 200,000 คน
ซง่ึ รวมกนั แล้วทาให้ facebook มีสมาชกิ มากถงึ 50 ลา้ นคน โดย facebook มียอดผู้เขา้ ชมเฉลี่ยอยู่ท่ี 40,000
ล้านเพจวิวต่อเดือน จากวันแรกท่ี facebook เป็น social network ของนักศึกษามหาวิทยาลัย จนวันนี้
สมาชกิ
ของ facebook 11% มอี ายุมากกวา่ 35 ปี และสมาชกิ ที่มีอายมุ ากกว่า 30 ปีกเ็ ข้ามาสมัครใช้ facebook กนั
เยอะมาก นอกเหนือจากนี้ facebook ยังเติบโตอย่างย่ิงใหญ่ในตลาดต่างประเทศอีกด้วย โดย 15% ของ
สมาชิกเปน็ คนท่อี ยู่ในประเทศแคนาดา ซ่ึงมีรายงานออกมาด้วยว่า ค่าเฉลี่ยของสมาชิกท่ีมาใช้งาน facebook
นน้ั อยูท่ ี่
19 นาทตี อ่ วันต่อคน โดย facebook ถอื ได้ว่าเปน็ เว็บไซตท์ ่มี ีผ้ใู ช้งานมากทีส่ ดุ เป็นอันดบั 6 ขอสหรัฐอเมรกิ า
และเป็นเว็บไซต์ท่ีมีผู้อัพโหลดรูปภาพสูงที่สุดด้วยจานวน 4 หมื่นหน่ึงพันล้านรูปจากจานวนสถิติเหล่านี้
ไมโครซอฟต์ได้ร่วมลงทุนใน facebook เป็นจานวนเงิน 240 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพ่ือแลกกับหุ้นจานวน
1.6 % ในเดือนตุลาคม 2551 ทาให้มูลค่ารวมของ facebook มีมากกว่า15,000 ล้านบาท และทาให้

facebook เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตท่ีมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 5 ในหมู่บริษัทอินเทอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกา ด้วย
มูลคา่ รายรับตอ่ ปีเพยี งแค่ 150 ลา้ นเหรียญสหรัฐฯ หลายฝา่ ยไดอ้ ธิบายว่า การตัดสินใจของไมโครซอฟต์ในคร้ัง
น้ีทาเพียงเพื่อท่ีจะเอาชนะ Google ซึ่งเป็นคู่แข่งขันท่ีจะขอซื้อ facebook ในคร้ังเดียวกันนั้น คู่แข่งของ
facebook กค็ อื MySpace, Bebo, Friendster, LinkedIn, Tagged, Hi5, Piczo, และOpen Social
Facebook คอื อะไร

ขัน้ ตอนการสมัครใชง้ าน facebook
1. กรอกรายละเอียด ไดแ้ ก่ ช่ือและนามสกุลท่ีทา่ นต้องการใช้ ใสอ่ ีเมล์ ตั้งรหสั ผ่าน ใสว่ นั เดือน ปี เกิด และกด
“ลงทะเบียน”ทา่ นสามารถสมคั รได้โดยการลงทะเบียนในหนา้ www.facebook.com

*ถา้ ไม่เคยมีอเี มล์
สามารถไปดวู ธิ กี ารสมัครอีเมลฟ์ รี ได้ทีห่ น้าสารบัญ
2. กรอกข้อความใหต้ รงกับภาพทีป่ รากฎ และกด “ลงทะเบียน”กรอกข้อความทท่ี า่ นเห็นลงในช่องว่างแลว้ กด

ลงทะเบียน

3. หลังจากนัน้ ระบบจะใหเ้ ราทาการยืนยนั อีเมลว์ ่าถูกต้องจริงหรือไม่
4. เมอื่ เข้าไปสเู่ มล์ของเรา ให้เขา้ ไปที่ “กล่องขาเขา้ ” แล้วเปดิ เมล์ท่ี Facebook สง่ มาให้ เพ่อื ยืนยนั การสมัคร
5. วธิ กี ารค้นหาเพือ่ นทอี่ ยู่ในบญั ชีรายชอื่ (Address Book) ของเราทาได้โดยคล๊กิ คาว่า "คน้ หาเพ่ือน"
ค้นหาเพื่อนใน facebook โดยผ่านทางอีเมลข์ องเรา

6. ทาการใส่ข้อมูลสว่ นตวั ตา่ งๆ เม่ือเรากรอกข้อมลู สว่ นตัวเช่นสถาบันการศึกษา หรอื บรษิ ทั ทีเ่ ราทางานอยู่ ให้
กด “บันทกึ ”เนื่องจากเราใสช่ ่อื มหาวิทยาลัย ระบบจงึ ทาการคน้ หาคนท่ีได้ใสข่ ้อมลู มหาลัย เราสามารถขอ
“เพ่มิ เปน็ เพื่อน” โดยการกดทร่ี ปู ทเ่ี ราต้องการ จะมเี ครื่องหมายข้ึนมาดังภาพ หลังจากน้ันให้เรากด “เพมิ่ เปน็
เพอ่ื น”ถ้าเรายังไม่มีรายชอ่ื เพื่อนในเครือข่าย เราสามารถทาการค้นหาคนท่เี รารจู้ ัก หรือเราสามารถชวนเพ่อื น
ของเราทย่ี งั ไม่เคยใช้งาน facebook เขา้ มาเปน็ เครือข่ายของเราไดห้ ากต้องการเพิ่มใครเป็นเพื่อนใน
facebook ใหค้ ล๊กิ ที่คาว่า "เพ่มิ เป็นเพื่อน"บน Facebook น้ัน เราสามารถท่ีจะทาการอัพเดทสถานะของตัว

เราเองไดด้ ้วยวา่ ในตอนนี้เรากาลงั ทาอะไรอยู่ทไ่ี หน อยกู่ บั ใคร ก็ได้ ซง่ึ น่กี ็ถือวา่ เปน็ ประโยชนท์ ี่ดีอีกข้อนึงเลย
ทีเดียว สาหรบั เว็บเครือข่ายสังคม Facebook

7. อัพโหลดรูปถ่ายของท่านลงในหน้า facebook ของท่านไดโ้ ดยเลอื ก อพั โหลดรูปภาพ

8. เมือ่
ผ่าน

กระบวนการดังกล่าวข้างตน้ กส็ ามารถเร่ิมตน้ การใชง้ านได้เลยหน้าแรก facebook ของทา่ นทพี่ ร้อมเริ่มตน้ ให้
ไดใ้ ช้งานแลว้ การต้ังค่าส่วนตวั ตา่ งๆ ของ facebook ของท่าน

9. วิธีโพสต์สถานะทาได้โดยการใส่คาลงในชอ่ งวา่ งแลว้ กด "แบ่งปนั " ข้อความที่เราใส่ก็จะไปสู่หนา้ facebook
ของเพื่อนเราวธิ ีการโพสต์สถานะในหน้า facebook ให้เพอื่ นๆ ได้ทราบถึงข้อความท่ีเราตอ้ งการ

10. วิธกี ารลบโพสต์ท่ีเราไม่ต้องการใหข้ น้ึ ในหน้าของเรา ด้วยเหตุผลตา่ งๆ สามารถทาได้โดยการคลก๊ิ
เครอ่ื งหมาย x ทีม่ มุ ของโพสต์นน้ั ๆ ขอ้ ความนั้นก็จะหายไปจาก facebook ทนั ทีวิธกี ารลบโพสต์ออกจากหน้า
facebook ของเรา

11. วธิ ีการโพสต์รปู ขึ้นใน facebook ทาไดโ้ ดยการเลอื ก "อพั โหลดรูปภาพ" จากนั้นกต็ ัง้ ชือ่ อลั บ้ัม สถานท่ี
แลว้ เลอื ก "สรา้ งอลั บมั้ " จากนั้นจงึ เลือกภาพต่างๆ ทีต่ ้องการ ดังภาพด้านลา่ งนีร้ ปู ภาพท่านสามารถอัพโหลด
ไฟล์ JPG, GIF หรอื PHG ขนาดไม่เกนิ 4 MBเมือ่ เรามี facebook เปน็ ของตัวเองแลว้ ตอ่ ไปเรากม็ าเร่ิมรบั บญุ
เผยแพรบ่ ทความดๆี มสี าระ ไปสู่หน้าfacebook ของราผ่านทางเวบ็ dmc.tv กันเลยดกี วา่

วธิ ีการค้นหา facebook ของ DMC.tvทาการคน้ หา Facebook ของ www.dmc.tv ด้วยการ ใส่คาวา่
dmc.tv ในชอ่ งการค้นหาก็จะขึ้นดงั ภาพfacebook ของ DMC.tv Dhamma Media Channelรปู ร่างของ
facebook ของ dmc.tvวิธกี ารแบง่ ปันบทความดๆี จาก DMC.tv Dhamma Media Channal ไปส่หู น้า
Facebook ของท่าน
เพื่อใหเ้ พื่อนๆ ของท่านได้รบั รขู้ า่ วสาร บทความดีๆ จากเวบ็ ไซต์ ทาไดโ้ ดยการ คล๊กิ เลอื ก "แบ่งปัน" แล้วเขยี น
อะไรบางอย่างลงในช่องว่าง เพือ่ เป็นการเรียกร้องความสนใจของผู้พบเห็น จากน้นั ให้กด Share Link หรอื
แชรล์ ิงคห์ นา้ หลกั facebook ของ DMC.tv ทีม่ กี ารอัพเดทบทความตา่ งๆ ไว้ใหท้ ่านไดแ้ ชรท์ าการกดแชรล์ ิงค์
เพื่อแบง่ ปันไปหน้า facebook ของท่านวธิ ีกด “ถกู ใจ” ทาได้ดังภาพ เปน็ การเผยแพร่บทความธรรมะดีๆ ไปสู่
ผใู้ ช้ Facebook ทา่ นอืน่ ๆ อกี ทงั้ ยังเป็นการช่วยเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้กวา้ งไกลออกไปนานาประเทศทาง
หน่ึงอีกดว้ ยนอกจากการแชร์ลิงคไ์ ปหนา้ facebook ของท่านแลว้ ท่านยังสามารถกด "ถูกใจ" บทความนนั้ ๆ ได้
อกี ดว้ ยด้วยวิธีง่ายๆ เพียงเทา่ น้ี ท่านก็สามารถเป็นส่วนหนึง่ ในการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาออกไปทั่วท้งั โลก ขอ
กราบอนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสน้ี

Facebook เฟซบุ๊ก อาจอยูไ่ ด้อีกไม่นาน เพราะวัยร่นุ ยคุ ใหม่เร่มิ เบื่อแลว้ เรยี บเรียงขอ้ มูลโดยกระปกุ ดอทคอม
เฟซบุก๊ (Facebook) อาจมีชีวติ อย่ไู ด้อีกไม่นาน เพราะวัยรุ่นสมัยใหม่เรม่ิ เบ่ือเฟสบุ๊ก เนื่องจากมีแต่การ
แ ช ร์ชีวิต ป ร ะ จา วนั โ ออ้ ว ด ค น อนื่ ม า ก เ กนิ ไ ป แ ล ะ ข า ด ค ว า ม เ ป็น สว่ น ตวั ใ น ก า ร
ใ ชง้ า นเมือ่ วนั ที่ 3 มนี าคมท่ีผา่ นมา แหล่งข่าวตา่ งประเทศไดร้ ายงานว่า นาย Blake Ross หัวหน้าฝา่ ยสนิ ค้า
ของเฟซบุ๊กได้ตัดสินใจลาออกจากบรษิ ัท หลงั จากที่ได้ทราบรายงานของ Forbes วา่ เด็กยคุ ใหมใ่ นหลาย ๆ
ประเทศ เริ่มไม่สนใจเฟซบุ๊กกันแลว้ และเฟซบุ๊กก็อาจจะอยู่ไดอ้ ีกไม่นานดว้ ยสาหรบั เหตผุ ลที่วัยรุน่ สมยั ใหม่เร่มิ
ไมส่ นใจเฟซบุ๊กแลว้ เป็นเพราะพวกเขาคิดว่าการแชรก์ จิ กรรมตา่ ง ๆในชีวติ ประจาวนั ของตวั เอง ต่นื นอนก็แชร์
กนิ ข้าวก็แชร์ ทางานกแ็ ชร์ ไปเทยี่ วก็แชร์ ดหู นงั กแ็ ชร์ จะนอนกแ็ ชร์หรอื แม้กระท่ังการถ่ายรปู หน้าตาของ
ตัวเองด้วยกล้องมือถือแล้วแชรใ์ ห้คนอนื่ ดูเป็นประจา ซ่งึ เคยเป็นเร่อื งทนี่ ่า
สนกุ แต่ในปัจจุบันคนส่วนใหญเ่ ร่ิมแชร์ชวี ิตส่วนตัวมากเกินไป จนดูเหมอื นกลายเปน็ การโอ้อวด ซึ่งดูไรส้ าระ
และน่าเบื่อ ที่จะต้องคอยแชร์เรอื่ งสว่ นตัวใหค้ นอนื่ ได้รับรู้อย่ตู ลอดเวลา อีกทัง้ เฟซบ๊กุ ยังเตม็ ไปดว้ ยบคุ คลคน
ไมใ่ ชเ่ พ่ือน มที งั้ พ่อแม่, ญาติผ้ใู หญ่, ครูอาจารย์ และบุคคลอืน่ ๆ ที่พวกเขาต้องคอยกังวลอยู่ตลอดเม่ือจะโพสต์
หรอื แชรอ์ ะไรสกั อยา่ ง วา่ จะมีผลกระทบต่อชีวิตจรงิ ของพวกเขาไหม หากบุคคลเหล่ามาเหน็ เขา้ เพราะไมว่ า่
จะกระทาการใด ๆ บนเฟซบุ๊ก ทุกคนกม็ โี อกาสเห็นไดเ้ สมอ ถงึ แม้ว่าจะพยายามกาหนดคา่ ความเปน็ ส่วนตัว
แล้วก็ตาม ทาให้ขาดความเป็นตัวของตวั เองไป เน่ืองจากต้องคอยสรา้ งภาพ เพอื่ ปิดบงั ตัวตนทแ่ี ทจ้ ริง

ลกั ษณะหนา้ ตาของ Tumblr
สว่ นโซเชียลเนต็ เวริ ก์ อน่ื ๆ ที่วัยรุ่นเริม่ นิยมหันไปใชก้ นั แทนเฟซบุ๊กก็คอื Tumblr
ที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเฟซบุ๊ก โดยสามารถสร้างตัวตนได้มากกว่า 1 ตัวตน ซ่ึงต่างจากเฟซบุ๊ก ทาให้
สามารถระบายความเป็นตัวของตัวเองออกมาได้เต็มท่ี ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใหญ่มาเห็น อีกทั้งยังสามารถ
ค้นหาเพื่อนท่ีมีความชอบและความสนใจเหมือนกันได้ง่าย ทาให้ไม่รู้สึกเหงา และนอกจาก Tumblr แล้ว
บริการแชทอย่าง Snapchat ก็มีวัยรุ่นนิยมใช้เช่นกัน เนื่องเป็นบริการท่ีมีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะทุก
ข้อความที่ส่งถึงกนั จะถูกลบทันทีเมื่ออีกฝ่ายเปิดอ่านทาให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาเห็นข้อความที่พวกเขาคุย
กับเพอ่ื น ๆ ตา่ งกับเฟสบ๊กุ ทมี่ กี ารเก็บบันทึกข้อความที่คุยเอาไว้ท้ังหมดท้ังน้ี วัยรุ่นสมัยใหม่เริ่มนิยมใช้โซเชียล
เน็ตเวริ ก์ ในการแชรค์ วามคิดและความรู้สกึ ต่าง ๆ มากกวา่ ทจี่ ะเปน็ การแชร์กิจกรรมท่ีทาในชีวิตประจาวันแบบ
สมัยกอ่ น ซ่งึ หากเฟซบุ๊กยงั คงเป็นเชน่ นี้ต่อไปกอ็ าจถงึ เวลาจดุ จบเข้าสักวัน เพราะฉะน้ันหากเฟซบุ๊กต้องการจะ
มีชีวิตที่ยืนยาวต่อไป ก็คงต้องปรับเปล่ียนรูปแบบบริการให้เข้ากับความนิยมใหม่ ๆ บ้างแล้วล่ะอย่างไรก็ตาม

ความนิยมดังกล่าวอาจไม่เหมอื นกันในทกุ ประเทศ ยกตวั อยา่ งเชน่ ในประเทศไทย ทย่ี ังคงมีผู้ใช้เฟซบุ๊กนิยมแชร์
กจิ กรรมในชีวิตประจาวันกันเป็นปกติอยู่นั่นเองข่าว Facebook ล่าสุด เฟซบุ๊กเผยโฉมหน้าNews Feed แบบ
ใหม่ ดีไซนส์ วยกวา่ เดมิ เรยี บเรยี งข้อมูลโดยกระปกุ ดอทคอม
Facebook News Feedเม่ือวันท่ี 7 มีนาคมท่ีผ่านมา เฟซบุ๊ก (Facebook) ได้จัดงานอีเว้นท์พร้อมกับเชิญส่ือ
ต่าง ๆ มาร่วมงานโดยไฮไลท์สาคัญของงานนี้ก็คือการเปิดตัวหน้า News Feed (รวมข่าว) ท่ีมาพร้อมดีไซน์
แบบใหม่ เน้นอวดรูปภาพและแสดงเน้ือหาที่โดดเด่นมากกว่าเดิม ซ่ึงรูปแบบหน้า News Feed แบบใหม่จะ
สอดคล้องกับหน้าเว็บในเวอร์ช่ันมือถือมากข้ึนสาหรับงานครั้งน้ีนาทีมโดย Mark Zuckerberg ได้เปิดเผยว่า
รูปแบบหน้า News Feed แบบใหม่จะทาให้ผู้ใช้จะสามารถเลือกดู Feeds ต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งข้ึน โดย
ประสบการณก์ ารใช้งานจะใกลเ้ คียงกบั เวอร์ชัน่ แพลตฟอร์มมอื ถือมากย่ิงข้ึน ซึ่งหน้า News Feed แบบใหม่จะ
ทาให้ผู้ใช้เลือกอ่านสิ่งท่ีตัวเองสนใจ สามารถเลือกดูทุกอย่างรวมกันตามลาดับเวลา เช่น การเลือกดูเฉพาะ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ที่เกดิ ขึ้น โดยจดุ เดน่ ของ News Feedแบบใหม่ มดี ังน้ี
คอนเทนต์หรอื เรื่องราวทเี่ กดิ ขน้ึ บนหนา้ News Feed แบบใหม่จะดูมมี ติ แิ ละรสู้ ึกน่าสนใจมากข้ึน เช่นการแชร์
รูปภาพ, ลงิ ก,์ อัลบัม้ และแผนที่ ทกุ อยา่ งจะดชู ัดเจนและนา่ สนใจมากข้นึ Facebook News Feed
เลอื กประเภทของฟดี ที่เราต้องการให้แสดงได้ เชน่ ฟีดจากเพ่ือนทง้ั หมด (Feed from All Friends), ฟดี
เฉพาะทีเ่ ปน็ รปู ภาพ, ฟดี เฉพาะเพลง ซึ่งอารมณ์จะคลา้ ย ๆ กบั เรากาลังอา่ นหนังสอื พิมพ์และเลือกอ่านคอลัมน์
ที่เราสนใจหน้าเว็บ News Feed แบบใหม่กับหน้าเว็บเวอร์ช่ันมือถือจะมีรูปแบบเหมือนกันมากข้ึน โดยจะมี
แถบสถานะดา้ นซา้ ย เพ่อื เลอื กดูเมนูต่าง ๆ เชน่ ฟดี , ข้อความ, แฟนเพจ, แอพพลิเคช่ันต่าง ๆ เป็นต้น (คนท่ีใช้
เฟซบุ๊กเวอร์ชัน่ มอื ถือน่าจะชินกบั สว่ นนี้) นอกจากน้ียังมกี ารบอก New Stories เพือ่ มีการอัพเดทเนื้อหาใหม่ ๆ
บนหน้า News Feed ซึ่งเหมือนกับเวอร์ชั่นบนมือถือนั่นเองท้ังนี้ เฟซบุ๊ก จะเริ่มทยอยปรับหน้า News Feed
แบบใหม่ให้กับผู้ใช้บางส่วนก่อน แต่สาหรับใครที่อดใจรอไม่ไหวอยากจะลองหน้า News Feed แบบใหม่ก่อน
ใคร สามารถไปแจ้งความต้องการได้ที่facebook.com/about/newsfeed จากน้ันเลือกลงมาด้านล่างสุดและ
คลิกปุ่ม Join Waiting List และรอให้ทางเฟซบุ๊กอัพเดทหน้า News Feed แบบใหม่ให้กับบัญชีของเรา
Facebook News Feedอย่างไรก็ดี การเปล่ียนแปลงหน้า News Feed แบบใหม่ครั้งน้ีถือว่าเป็นการ
เปลี่ยนแปลงคร้ังใหญ่อีกครั้งของเฟซบุ๊ก นับตั้งแต่มีการเพ่ิม News Feed เข้ามาในปี 2006 ซึ่งแน่นอนการ
เปลี่ยนย่อมส่งผลให้ผ้ใู ชง้ านบางส่วนเกิดอาการไมช่ ื่นชอบกบั หน้า News Feed แบบใหม่แนน่ อน เหมือนครั้งท่ี
เฟซบุ๊กได้เปลี่ยนหน้าโปรไฟล์เป็นแบบ Timeline แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างมีการพัฒนาไปข้างหน้าเพ่ือสิ่งที่ดีขึ้น
ดังนน้ั ผู้ใช้งานควรทาใจยอมรบั และปรับตัวเขา้ กบั ระบบใหม่ ๆ ทเี่ กิดขึน้ อยเู่ สมอ
เทคโนโลยแี ละการสือ่ สารเพ่ือการศึกษา
เทคโนโลยแี ละส่ือสารเพอ่ื การศึกษา ( Educational Technology and Communications ) เป็น
ศาสตร์และองค์ความรู้สาคัญท่ีก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงและพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ในสังคมแบบเปิดในยุคปัจจุบัน
ส่ือและเทคโนโลยีเพื่อการจัดการศึกษาเรียนรู้ของมนุษย์ ได้มีการสร้างและพัฒนาก้าวรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
พรอ้ มกับการเปลีย่ นแปลงในวิถีการดารงชีพของมนุษย์ในสังคมต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากพัฒนาการดังกล่าว
อย่างทั่วถึงกัน และโดยเฉพาะอย่างย่ิงในโลกแห่งพัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information

Technology)น้ัน นับได้ว่าเปน็ ยคุ ของการเปลย่ี นแปลงในเชงิ กระบวนทัศน์ครงั้ ยง่ิ ใหญ่ในวงการศึกษา เป็นก้าว
กระโดดคร้ังสาคัญของมนุษย์ ต่อการเรียนรู้ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสื่อเทคโนโลยีการศึกษา ที่ได้มีพัฒนาการ
อยา่ งก้าวไกลและทันสมัย เปน็ ยุคแห่งการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ที่เรียกว่าเทคโนโลยียุคไฮ-เทค (Hi-Tech : High
Technology) ท่ีนามาปรับใช้ในวงการศึกษาในหลากหลายรูปแบบและวิธีการในปัจจุบันซึ่งเป็นยุค ท่ีสังคม
ได้รับอิทธิพล ค่อนข้างสูงจากพัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ( Computer ) ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้
มนุษย์ไดม้ กี ารพฒั นาสอื่ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจาก
*รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาแพร่เขต 2( Deputy Director of the Primary
Education Service Area Office , Phrae 2 )ส่ือประเภทคอมพิวเตอร์เป็นฐานสาคัญ (Computer-based
Technology ) พัฒนาระบบและประสิทธิภาพเชิงกระบวนการที่เป็นไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างย่ิง
อิทธิพลของคอมพิวเตอร์ในยุคท่ี เรียกว่าWeb 2.0 ท่ีมีประสิทธิภาพสูง เป็นระบบแห่งความทันสมัย
( Modernization ) ที่มีความรวดเร็วมีประสิทธิภาพสูงในการส่ือสารและครอบคลุมทั่วทุกแห่งของโลกแห่ง
สังคมระบบเปิดทเ่ี รยี กว่าสงั คมเครอื ข่าย (Network Society ) ของวิวัฒนาการในโลกแห่งไซเบอร์ที่เรียกกันว่า
โลกยุค WWW ( World Wide Web ) ซง่ึ
คณุ ลกั ษณะของส่ือทกี่ ลา่ วถึงเหล่าน้ี ในแวดวงวิชาการดา้ นเทคโนโลยสี อ่ื สารการศึกษา และนเิ ทศศาสตร์/
ส่อื สารมวลชน จะเรยี กชือ่ ว่า “ส่อื ใหม่ ( New Media )”ซงึ่ เป็นสือ่ ทางการศึกษาในยคุ ดิจติ อล ( Digital ) ที่
กาลังเขา้ มามีบทบาทสาคญั แทนท่ีสือ่ ในยคุ แอนาล็อก ( Analog ) หรือสอ่ื แบบดั้งเดมิ ( Traditional Media )
ในปจั จบุ นั คาว่า “สอื่ ใหม่ ( New Media )” เปน็ คาทมี่ ีความหมายกวา้ งไกล ได้มีการจากดั ขอบข่ายของสื่อใหม่
ไว้ได้ 2 ประการได้แก่ 1). เป็นส่ือที่ใช้ช่องทางเทคโนโลยีการสื่อสารหรืออินเทอร์เนต และ 2). เป็นสื่อท่ีมีการ
ส่อื สารสองทาง กล่าวกันว่า “ส่ือใหม่” ที่พบในสังคมไทยปัจจุบันจะมีคุณลักษณะเฉพาะ 7 ประเด็นดังต่อไปน้ี
คือ( มลู นิธิสื่อเพื่อการศกึ ษาของชุมชน , 2554 : 147 )
1. เปน็ การส่อื สารสองทาง
2. ไม่จากัดพน้ื ที่และเวลาในการสือ่ สาร
3. เปน็ สอ่ื ไรต้ วั ตนไม่มเี จ้าของ ( Anonymous )
4. มีตน้ ทนุ ในการเขา้ ถงึ สงู
5. ไม่สามารถปิดก้นั ได้
6. เปน็ กระแสที่จะไหลไมห่ ยดุ ย้งั สือ่ หลัก รฐั และผ้มู อี านาจตอ้ งปรับตัวใหท้ นั
7. ไม่ได้รบั การยอมรบั ในฐานะส่ือ
ส่อื ทางสงั คม ( Social Media ) ก็จะเปน็ สือ่ ในคุณลักษณะดงั ที่ได้กลา่ วมาในเบอื้ งต้น นั่นคอื เป็นส่ือประเภทส่ือ
ใหม่ท่ีมีพฒนาการรุดหน้าก้าวไกลภายใต้อิทธิพลของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ยุค Web 2.0 และส่งผลต่อ
กระทบต่อสังคมมนุษย์ในทุกด้าน ซ่ึงบทความน้ีจะนาเสนอสาระเกี่ยวกับส่ือใหม่ท่ี เรียกว่า “โซเชียลมีเดีย
( SocialMedia )” กับการศึกษาเรียนรู้พอสังเขปSocial Media : ความหมายและขอบข่าย ในการนิยาม
ความหมายของคาว่าสือ่ สังคมหรือ Social Media น้ันนับได้ว่าเป็นเรื่องท่ียุ่งยาก พอสมควรเนื่องจากเป็นศัพท์
ซงึ่ มคี วามหมายท่กี ว้างและมีความหลากหลายในเชงิ คณุ ลกั ษณะของส่ือ ประเภทนี้ อย่างไรก็ตามได้มีการให้คา

นิยามและความหมายท่ีน่าสนใจไว้ว่าSocial Media หมายถึงเคร่ืองมือหรือรูปแบบจากเว็บ 2.0 ท่ีนามาใช้ใน
เชิงบูรณาการของเน้ือหา ผ่านการถ่ายทอดจากการเขียนและการส่งผ่านข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์หรือเว็บเพจ
และสื่อประเภท ดังกล่าวสามารถนามาใช้ในการเรียนการสอนของครได้ในหลากหลายรปแบบเช่น
discussion , forum , blogs , wikis และ 3dvirtual worlds เป็นต้น ( The Social Media Advisory
Group , 2012 : online ) และในขณะเดียวกันกับท่ีJoosten ( 2012 : 6 ) ผู้อานวยการศนย์เทคโนโลยีเพื่อ
การเรียนรู้แห่ง The University of Wisconsin –Milwaukee ประเทศสหรฐอเมริกา ได้กล่าวอย่างน่าสนใจ
เกี่ยวกับสือสังคม หรือ Social Media ว่าเป็นส่ือท่ีทุกๆคนหรือแต่ละบุคคลสามารถที่จะแลกเปลียน
ประสบการณ์ได้ในทุก สิ่งทุกอย่าง ทุกสถานที่และทุกเวลาท่ีจะสามารถสื่อสารได้ถึงกัน ( Everybody and
anybody can shareanything anywhere anytime.)ความหลากหลายจากนิยามความหมายของสือสังคม
หรือ Social media ที่กล่าวถึงน้ี ได้ถูก กาหนดไว้เป็นรูปแบบของสื่อเชิงทัศนะ ( Visualization Tool ) ท่ี
เรียกว่า “Wordle” ซึ่งแสดงถึงกลุ่มคาท่ี เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันกับสื่อประเภท Social Media ดังตัวอย่างจาก
ภาพ ( Joosten , 2012 : 7 )
สอื โซเชยี ลมีเดยี ในเชงิ สญั ลกั ษณท์ ่ีเรยี กว่า Wordle น้ี เป็นกลมุ่ คาที่แสดงให้เหนถึง ความสัมพนั ธ์ท่ีมีความ
หลากหลายท่เี กย่ี วข้องกับส่ือสังคมที่กล่าวถึง ซึ่งแสดงให้เหนว่าสือประเภทนี้จะ มีบทบาทสาคัญท่ีจะทาหน้าท่ี
ในหลายประการท่ีเป็นคุณประโยชน์และคุณลักษณะของการใช้ในเชิง บูรณาการที่นามาใช้กันแพร่หลายใน
ปัจจุบันรวมทั้งในด้านการศึกษาเรียนรู้ที่จะกล่าวถึงต่อไปขอบข่ายของส่ือโซเชียลมีเดีย ( Scope of Social
Media )Kommers ( 2011 : online ) ได้กล่าวถึงขอบข่ายของสือโซเชียลมีเดีย ( Social Media ) ไว้อย่าง
นา่ สนใจดังนี้
1. เป็นสื่อสร้างปฏสิ ัมพนั ธ์เชิงสงั คม ( Media for Social Interaction ) ส่ือ Social Media
ก่อให้เกดิ ปฏิสัมพนั ธ์ของสงั คมมนุษย์ผ่านสื่อเทคโนโลยี ที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบันได้แก่ การสร้างสัมพันธภาพ
ความเป็นมิตรของกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น และการสร้างเครือข่ายด้านอาชีพหรือการค้าพาณิชย์ซึ่งปฏิสัมพันธ์ของ
สื่อSocial Media ดังกล่าวได้มีพัฒนาการรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวางภายใต้อิทธิพลของเทคโนโลยี
คอมพิวเตอรย์ ุคเว็บ 2.0 ( Web 2.0 ) ในปัจจบุ ัน
2. เปน็ สื่อ แหง่ สังคมเครือขา่ ย ( Networked Communities ) ความนิยมของการใช้สื่อ Social
Media นั้นคงสืบเน่ืองมาจากประสิทธิภาพของผู้ใช้เว็บทางคอมพิวเตอร์ท่ีส่งผลต่อประสิทธิภาพท่ีดีกว่า
รวดเร็วกว่า และสร้างความเชื่อมั่นได้มากของสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้เรียน ผู้เล่นเกม นกวิชาชีพ หรือแม้แต่ผู้ใช้
ทั่วๆไป ที่พวกเขาสามารถท่ีจะสร้างความเช่ือมโยงเครือข่ายไปได้ทุกหนทุกแห่งท้ังกลุ่มเพ่ือนสนิท กลุ่มเพื่อน
บ้าน คณะทางาน หรอื เพื่อนรว่ มช้นั เรยี น/โรงเรียน ก่อให้เกดิ สัมพันธภาพแห่งความเป็นมิตรท่ีแนบแน่นทางส่ือ
Social Mediaดงั กล่าว
3. เป็นสอ่ื แห่งการสรา้ งสมั พันธภาพขา้ มมติ ิ ( Intercrossing Relationships ) สภาพการณท์ างสงั คม
ในยุคปจั จุบันมีความแตกตา่ งหลากหลายในมติ ติ ่างๆทงั้ เชิงสังคม วฒั นธรรม วถิ ชี วี ิต คณุ ธรรมจริยธรรม
โดยเฉพาะผลทเ่ี กดิ กับการศกึ ษาเรียนรู้ท่ีต้องสร้างความเข้มแข็ง และความพร้อมในทักษะความรู้ท่ีพึงประสงค์
ให้เกิดกับผู้เรียน ซ่ึงส่ือ Social Media จะช่วยเสริมสร้างทักษะความรู้และโอกาสท่ีดีเหล่าน้ันได้ หากกล่าวใน

เชิงโครงสร้างของความสมั พันธข์ องส่อื Social media ภายใต้อิทธพิ ลของเทคโนโลยีในยุค Web 2.0 แล้ว อาจ
กล่าวได้ว่าส่ือสังคมหรือ Social Media เป็นส่ือที่มีแหล่งกาเนิดของการใช้ประโยชน์ในเบื้องต้นที่เกิดจาก
จุดมุ่งหมายของการสร้างเพื่อความบันเทิง การส่ือสารและการมีส่วนร่วมในสังคมในรูปแบบของส่ือดิจิตอล
ประเภทต่าง ๆ เช่น การถ่ายภาพ วดิ ีโอ การสง่ ข้อความ ฯลฯ ซ่ึงปรากฏการณ์ต่างๆท่ีเกิดข้ึนเหล่าน้ีได้ขยายวง
กวา้ งในการสรา้ งประโยชน์ใช้สอย โดยผา่ นทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอรท์ ่พี ฒั นาไปอย่างรวดเร็วในยุค Web 2.0
ในปัจจุบันจนกลายเปน็ การสรา้ งสังคม
แหง่ เครอื ข่าย ( Networking ) ซ่ึงพัฒนาการเหล่าน้ไี ดเ้ รม่ิ วิวัฒน์ก้าวรดหนา้ มาตัง้ แตป่ ี ค.ศ. 1990 เป็น ตน้ มา
จนถงึ ปจั จุบัน ( Joosten , 2012 : 8-9 ) อาจสรปุ ให้เหน็ ถงึ โครงสร้างของขอบข่ายสื่อ Social Media ในยุค
Web 2.0 ทมี่ ีความเก่ยี วขอ้ งสมั พันธ์กนั ดังแสดงให้เหน็ จากภาพต่อไปน้ีWeb 2.0Social Media
Connectivism : หลักปรัชญาการเรียนรู้ของสื่อ Social MediaSiemens ( 2004 cited in Mason and
Rennie , 2008 : 18-19 ) กลา่ วถึงหลกั ปรชญาการ
เรียนรทู้ ี่เรียกว่า “Connectivism” ว่ามีหลักการสาคัญซ่งึ ได้รบอิทธพิ ลมาจากเทคโนโลยเี ว็บ 2.0 โดย
ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงในขอบข่ายแหง่ การเรยี นรูโ้ ดยเฉพาะในเชงิ บรู ณาการของปรัชญาการเรียนรู้
ใน 3 ปรัชญาสาคัญคอื ปรัชญาพฤติกรรมนิยม ( Behaviorism )ปรัชญาพุทธินิยม ( Cognitivism ) และ
ปรัชญาสรรคนยิ ม ( Constructivism ) สง่ ผลตอ่ การเรยี นรใู้ นรูปแบบใหม่ทเี่ กดิ การเชอื่ มโยงขอ้ มูล
เครอื ขา่ ยระหว่างกนั เพื่อสรา้ งทกั ษะองค์ความรู้ท่ีเรียกวา่ “ปรชั ญาการเชอ่ื มโยง ( Connectivism )” ซง่ึ
ปรชั ญาดงั กลา่ วจะต้ังอยู่บนหลกั แนวคดิ พ้ืนฐานทีส่ าคัญดังตอ่ ไปน้ี
1. การเรียนรแู้ ละองคค์ วามร้เู กิดจากพลงั ทางความคดิ ของมนุษย์ทีเ่ กดิ ข้นึ ต่อเน่ืองไมห่ ยดุ นงิ่
2. การเรยี นรเู้ ป็นกระบวนการเช่ือมโยงจากแหลง่ ข้อมูลหรือคลังความรู้ทหี่ ลากหลาย
3. การเรียนร้อู าจมิใช่รปู แบบปกตินยิ มท่ีมนษุ ย์จะใชก้ นั แบบทว่ั ๆไปกเ็ ป็นได้
4. ประสิทธิภาพของการสร้างองค์ความรู้น้ัน เกดิ จากความรู้ท่ไี ดม้ ีพัฒนาการอยา่ งต่อเนอ่ื ง
5. การพฒั นาและสะสมองค์ความรู้ เป็นสงิ จาเป็นทจี่ ะกอ่ ให้เกดิ การเรียนรอู้ ย่างต่อเนอ่ื งของมวลมนุษย์
6. ความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์ ความคิด และมโนทัศน์ คือปัจจัยหลักท่ี
สาคญั ในการสร้างทักษะการเรยี นรู้
7. องค์ความรู้ที่ถูกต้องเป็นปัจจุบัน เป็นจุดเน้นสาคัญของการสร้างกิจกรรมในการเชื่อมโยงการเรียนรู้ให้บัง
เกดิ ข้นึ
8. การตัดสินใจ เป็นกระบวนการเรียนที่สาคัญที่เกิดขึ้น ประเด็นสาคัญคือการเลือกที่จะเรียนรู้อย่างมี
ความหมาย ผ่านขอ้ มลู สารสนเทศที่ได้รบอยา่ งมีวจิ ารณญาณและมคี วามรอบคอบ เพอื่ ส่งผลต่อการตัดสินใจใน
การเรยี นรูท้ เี่ กิดขนึ้ นนั้ สอื่ โซเชยี ลมีเดยี หรือสอื่ สงั คมในหลกั สูตรและการสอน ( Social Media in
Curriculum and Instruction )เนื่องจากววิ ฒั นาการของสื่อใหม่หรือส่ือทางสังคมในปัจจุบันได้ก้าวรุดหน้าไป
อย่างรวดเร็วและ เป็นที่นิยมในการนามาใช้กันอย่างแพร่หลายในสังคมทุกกลุ่ม ดังน้ันจึงได้มีการนามาปรบใช้
ในวง การศึกษาเรียนรู้จากสื่อประเภทดังกล่าวนี้ ซึ่งเหตุผลประการสาคัญของการนาเอาสื่อสังคมหรือ Social

Media มาใช้ร่วมกันในหลักสูตรและการเรียนการสอนนั้นมีหลายประการ แต่มีเหตุผล 2 ประการ สาคัญท่ี
Kommers ( 2011 : online ) ได้กล่าวไว้อยา่ งนา่ สนใจว่า
1. ส่ือโซเชียลมีเดีย ( เช่น Blog , Wikis , Facebook , Twitter , MSN , Linkedln , Flicker , etc ) เป็นส่ือ
ท่ี
ช่วยเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพในการทาให้ผู้เรียนมอี สิ ระในการเรียนรู้มากย่งิ ข้นึ ซ่ึงการนาเอาส่ือ ประเภทเหล่าน้ีเข้ามา
ใชใ้ นโรงเรยี น จะสนองต่อจดุ ประสงค์สาคัญและเป้าหมายทีเ่ กิดข้นึ กบั ผู้เรยี นได้
2. การนาเอาส่ือโซเชียลมีเดียมาใช้ในโรงเรียน ยงเป็นการจากัดช่องทางและมีความเหมาะสมสาหรับผู้ใช้
( นักเรยี น ) ทจ่ี ะสามารถพัฒนารปู แบบการสื่อสารได้ด้วยตนเองโดยเฉพาะการสื่อสารจากการใช้เว็บไซต์ และ
ยงั เปน็ ระบบการสอนท่ีเหมาะสมกับผู้เรียนระดับต้นได้อีกด้วยประเภทของส่ือโซเชียลมีเดีย ( Social Media )
ที่นามาใช้ในในวงการศึกษาหรือการเรียนการ สอนในปัจจุบันมีหลายประเภทที่สาคัญได้แก่
(MasonandRennie,2008:6)
1. Blogs / Weblogs 11. e-Books
2. Wikis 12. Instant Messaging
3. Podcasts 13. Skype
4. e-Portfolios 14. Games
5. Social Networking 15. Mashups
6. Social Bookmarking 16. Mobile Learning
7. Photo Sharing 17. RSS Feeds
8. Second Life 18. You Tube
9. Online Forums 19. Audio Graphics
10. Video Messaging
ในประเภทของส่ือโซเชยี ลมเี ดีย ( Social Media ) ท่ีกล่าวมาน้ัน ในส่วนของการเรียนการสอนได้ มีการนาเอา
สื่อโซเชียลมีเดียมาใช้กันอย่างกว้างขวาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสื่อโซเชียลมีเดียบาง ประเภทเป็นท่ีนิยมนา
มาใช้กันแพร่หลาย ซึ่ง Poore ( 2013 : 40 ) รองศาสตราจารย์ด้านการเรียนการ สอนแห่งมหาวิทยาลัยแคน
เบอร์ร่า( The University of Canberra ) ประเทศออสเตรเลีย ได้จัดจาแนก กลุ่มของส่ือโซเชียลมีเดียท่ีมี
อิทธิพลค่อนข้างสูงเป็นที่นิยมต่อการนามาใช้ในเรียนการสอนในปัจจุบันว่า กลุ่ม “The Big Four” ประกอบ
ไปด้วยBlogs , Wikis , Social Networking และ Podcasting ซ่ึงผู้สนใจ ควรจะได้ศึกษาในรายละเอียดของ
การใช้สื่อโซเชียลมีเดียที่กล่าวถึงน้ีในคู่มือการใช้หรือเอกสารตาราท่ี กล่าวไว้ให้เกิดความรอบรู้ในเชิงลึกต่อไป
ส่ือโซเชียลมีเดียท่ีกล่าวถึงเหล่านี้ เป็นส่ือที่กาลังมีบทบาทสาคัญต่อผู้ใช้ในการสือสารและเพื่อ นามาใช้ใน
การศึกษาเรียนรู้ในรูปแบบหรือลักษณะต่างๆในปัจจุบัน ซึ่งสือแต่ละประเภทต่างก็มีจุดอ่อน จุดแข็งในตัวเอง
ซ่ึงเป็นส่ิงจาเป็นที่ผู้ใช้ต้องพิจารณาใช้ให้เหมาะสมอย่างไรก็ตามสือโซเชียลมีเดียเหล่าน้ี หากจาแนกหรือจัด
ประเภทของลกั ษณะการใชห้ รอื การให้บริการแล้ว สามารถจาแนกได้ดังน้ี
1. การตพี ิมพ์ : เช่น บลอ็ ก , วกิ พิ เี ดยี , เวบ็ รวมท่ีใหท้ ุกคนโพสต์ขา่ วหรอื ขอ้ ความ

2. การแบ่งปนั : เช่น วดิ โี อ , รูปภาพ , ดนตรี , ลงิ ก์
3. การอภปิ ราย : เชน่ การเสวนา , โปรแกรมการสนทนาออนไลน์
4. เครอื ขา่ ยสงั คม : เครอื ขา่ ยสังคมโดยทวั่ ไป และเครือข่ายสังคมเฉพาะด้าน
5. การตีพิมพ์แบบไมโคร : เช่น ไมโครบลอ็ กTools )
6. เครื่องมือท่ีรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่งโซเชียลมีเดียเข้าด้วยกัน ( Social Aggregationคุณประโยชน
ของการใชส้ ่ือโซเชียลมีเดียในการศึกษา ( Benefits of UsingSocial Medial in Education )
ส่ือสังคมหรือโซเชียลมีเดีย เป็นส่ือใหม่ที่กาลัง มีบทบาทและมีอิทธิพลค่อนข้างสูงในสังคม ปัจจุบัน ซึ่งในส่วน
ของวงการศกึ ษาและการจดั การเรียนรูไ้ ดม้ ีการนาเอาสื่อเหลา่ น้มี าใชก้ ันอย่าง แพรห่ ลายท้ังน้ีเน่ืองจากสื่อสังคม
จะก่อให้เกิดคุณประโยชน์หลายประการดังที่มีผู้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจ เช่น กลุ่ม The Social Media
AdvisoryGroup แห่ง Victoria University ประเทศออสเตรเลียกล่าวถึงประโยชนข์องโซเชียลมีเดียต่อการ
เรียนรู้ไว้วา่
1. เป็นกา รส ร้า งศักยภาพของการส่ือสาร ส่ือความหมายสนองต่อความต้องการของการส่ือ ความหมายใน
การเรียนการสอนของผู้เรียนและทาให้ผู้เรียนได้รู้ถึงรูปแบบและระดับในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม
ทางการเรยี นรู้ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ โดยใช้ กระบวนการสื่อสารจากสื่อโซเชียล
มีเดียเป็นตัวเชือ่ มโยงประสบการณด์ งั กลา่ ว
2. เป็นสื่อทปี่ ระหยัดเหมาะสมตอ่ การใช้ส่ือประเภทนี้เปน็ สื่อท่ีปรบใช้ใหเ้ หมาะสมตาม
สภาพแวดลอ้ ม ดงั น้นั ประสิทธภิ าพและความสาเรจ็ จึงข้ึนอยู่กบั ปจั จัยที่หลากหลายท้ังดา้ นสถานะทาง
สงั คม และทัศนคติ การยอมรบั ดงั น้ันจงึ เปนสือที่มคี วามเหมาะสมตอ่ การเสรมิ สร้างโอกาสและความ
รบั ผดิ ชอบของผใู้ ชใ้ นสภาพแวดล้อมทแ่ี ตกตา่ งกัน
3. เป็นสื่อที่ใช้สาหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมประสบการณ์ระหว่างกลุ่มด้วยกันซึ่งส่ือโซเชียลมีเดียจะ
ก่อให้เกิดคุณประโยชน์สาคัญท่ีผู้เรียนสามารถเลือกหรือสร้างช่องทางทางการเรียนรู้จากส่ือ สังคมดังกล่าวท่ี
กระทาได้ในหลากหลายกิจกรรมในการส่อื สาร
4. เป็นส่ือช่วยเสริมสร้างทักษะความรู้ได้อย่างมีวิจารณญาณส่ือจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียน สามารถสร้างทักษะ
องค์ความรู้ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างทักษะการคิด วิเคราะห์และทักษะในการ
พัฒนาการใช้ส่ือประเภทดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิผลนอกจากน้ี Poore ( 2013 : 6-9 ) ยงได้กล่าวถึง
คณุ ประโยชนข์ องสื่อโซเชีลมเี ดียต่อการเรยี น การสอนไว้ในประเด็นต่างๆท่นี ่าสนใจดังต่อไปน้ี
(ก.) คุณประโยชนด์ ้านการเสรมิ สรา้ งสติปญั ญาความรู้ ( Intellectual Benefit ) ซง่ึ ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ใน
ลักษณะตา่ งๆดงั ตอ่ ไปนี้
1. เปน็ สื่อชว่ ยเสริมสร้างสมรรถนะเชงิ คิดวิเคราะห์ การตีความหมาย การสังเคราะห์
และการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ( analysis , interpretation , synthesis , critique ) ผู้เรียนเกิดความคิด
สร้างสรรค์ในระดับสงู ทเ่ี กดิ จากกิจกรรมของการใชส้ อ่ื โซเชียลมเี ดยี ดงั กลา่ ว

2. เป็นส่ือช่วยเสริมสร้างสมรรถนะของความมีเหตุมีผล การประเมินผลและตรวจสอบ( validation ,
assessment . evaluation ) โดยใช้กิจกรรมของส่ือโซเชียลมีเดียบนเว็บในการสร้างและพัฒนาสมรรถนะ
ทางการเรียนรเู้ หล่าน้ัน
3. เป็นสื่อเสริมสร้างและพัฒนาสมรรถนะทางการเรียนที่มีอยู่เดิมให้สูงขึ้น ( traditionalliteracies ) ท้ังการ
อา่ นและการเขียน
4. เปน็ ส่อื เสรมิ สรา้ งสมรรถนะในดา้ นทัศนะหรือการมองเห็น ( Visual Literacy ) ซง่ึ ส่ือประเภทน้ีจะมุ่งเน้นไป
ท่ีการสร้างประสิทธิภาพของสื่อทางทัศนะเป็นประการสาคัญ เพื่อถอดรหัสและการสื่อความหมายเพ่ือการ
เรยี นรู้
5.เป็นสื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของความเป็นสื่อเพื่อการศึกษาเรียนรู้ ( MediaLiteracy ) ส่ือประเภทนี้
กอ่ ใหเ้ กดิ คุณประโยชนแ์ ละความน่าสนใจในการใช้เพ่ือการเรียนการสอนในสังคมและวัฒนธรรมการเรียนรู้ยุค
ใหม่
6. เป็นสอ่ื ทีม่ งุ่ เสริมสร้างสมรรถนะในด้านประโยชนใ์ ช้สอย ( Functional Literacy ) การ
ใช้สื่อประเภทนี้ครผู้สอนสามารถเสริมสมรรถนะการใช้งานให้กับผู้เรียนให้สูงข้ึนเช่น การสร้างusernames ,
การ upload ข้อมูล , การจัดการไฟล์ด้วยตัวเอง รวมท้ังทักษะพ้ืนฐานด้านอ่ืนๆที่เก่ียวข้องทางสื่อประเภท
internet
(ข.) คุณประโยชน์ในดานกระบวนการสื่อสาร การมีส่วนร่วม รวมทั้งการสร้างสังคมประกิต ( Benefits for
Communication , Collaboration and Socialization ) ได้แก่
1. ด้านประสิทธิภาพกระบวนการส่ือสาร ( Communication ) ส่ือโซเชียลมีเดียช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพ
การสื่อสารโดยเฉพาะอยา่ งยิง่ เปน็ ส่ือส่งผ่านและเช่ือมโยงข้อมลู ข่าวสารในรูปแบบของการสนทนา
ระหวา่ งผ้ใู ชด้ ว้ ยกัน
2. สรา้ งประสิทธภิ าพของการทางานแบบมีส่วนรว่ ม ( Collaboration and Teamwork ) สื่อทีไ่ ดร้ บการ
ออกแบบเพื่อภารกิจน้ีได้อย่างสมบูรณ์ถูกต้อง จะช่วยเสริมสร้างให้ผู้เรียนเกิดความ ร่วมมือร่วมใจในการทา
งานและบรรลผุ ลในการแก้ปญั หาของการเรียนรู้รว่ มกัน
3. การสร้างชมชนของการมีส่วนร่วม ( Community and Participation ) ส่ือโซเชียล มเี ดยี จะมรี ูปแบบ
และระบบของการสร้างสังคมและชมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อการแลกเปล่ียน ประสบการณ์ รวมท้ังการ
อภปิ รายถกปัญหาท่ีเกดิ ข้ึนเพอ่ื หาแนวทางแกไ้ ขร่วมกัน
4. การสรา้ งสังคมของการมสี ว่ นร่วมในกลุ่มผฟู้ งั ( Audience and Participation ) สื่อประเภทน้ีชว่ ยทาให้
ผู้เรียนเกดิ การสรา้ งงานที่มีคณุ ภาพจากผลสะทอ้ นของข้อมูลท่ีได้รบในหลากหลายกลุ่ม สร้างประโยชน์สาหรับ
การเตรียมการและการนาเสนองานทคี่ ิดค้นขนึ้ มา
5. เกิดพฤตกิ รรมการเรยี นรูท้ ีเ่ หมาะสมในการเรียนแบบออนไลน์ ( Appropriate Online Behavior ) ส่ือ
โซเชียลมีเดียจะช่วยในการปรบพฤติกรรมการเรียนรทู้ ีเ่ หมาะสมใหเ้ กิดขนึ้ กบั ผเู้ รียนได้ โดยเฉพาะการปรับ
พฤติกรรมใหเ้ หมาะสมกับสถานการณบ์ างอย่างทเ่ี กิดขึ้นในการสื่อสาร
6. เกดิ การเรยี นรูแ้ บบชว่ ยเหลอื ซง่ึ กันและกัน ( Peer Learning ) ระบบการเรยี นร้จู าก ใช้สื่อสังคมจกอ่ ให้เกิด

ปฏสิ ัมพนั ธ์ทด่ี ที ่เี กดิ ขนึ้ กับกลุ่มผ้เู รียนด้วยกนั ในสถานการณท์ างการเรียนที่มีความหลากหลาย ในรูปแบบและ
วิธีการ ท้ังการตอบคาถาม การแสดงความคิดเหน การอภิปรายซักถาม และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ทางการเรยี น
7. เกิดโลกทศั น์หรอื มมุ มองทีก่ ว้างไกลของผูเ้ รียน ( Diverse Perspectives ) ผเู้ รยี นสามารถใชส้ ่ือสังคมใน
การแลกเปล่ียนและเสริมสร้างประสบการณ์ทางความคิด เห็นและประเด็นที่สนใจร่วมกันได้อย่างกว้างขวาง
และหลากหลายทัศนะท่ีเกดิ ข้นึ
(ค.) ประโยชนใ์ นการเสริมสรา้ งแรงจงู ใจ ( Motivational Benefits ) ไดแ้ ก่
1. ดา้ นการควบคมุ ตนเอง ( Control and Ownership ) ผ้เู รยี นสามารถสร้างสรรค์สือ่ สังคมดว้ ยตนเอง
รวมทั้งสามารถทีจ่ ะวิเคราะห์และนาไปใช้ประโยชน์ไดต้ รงประเดน็ ความต้องการ
2. เกิดความมานะพยายามในการเรียนรู้ ( Increased Effort ) ผู้เรียนจะใช้ความพยายามในการเรยี นรใู้ น
งานท่ีเป็นประสบการณ์จากสังคมในวงกว้าง ซ่ึงอาจมีบางเร่ืองบางประเด็นที่ต้องนาไปสู่การพยายามแสวงหา
และการเข้าถงึ แหลง่ ข้อมูลจากทไี่ ดร้ บั ในการเรยี นรู้
3. เกดิ เป็นเสียงสะท้อนจากกลุ่มชนกล่มุ ใหญ่ ( Audience ) สื่อสงั คมจะเป็นสื่อสาคัญในการที่จะสะท้อนผลใน
มมุ กวา้ งนากลบั มาสูผ่ ู้เรียนได้รบทราบ กอ่ ใหเ้ กิดแรงกระตุ้นท่ีสาคญั ในการทางาน
4. เป็นการสร้างระบบงานแบบบรรณาธิการกิจ ( Self – Publication ) ส่ือสังคมจะช่วย ทาให้เกิดการจัด
ระบบงานด้วยตนเองในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศด้วยกันของกลุ่ม ผู้เรียน ส่งผลต่อการ
ปรบั ปรงุ และพฒั นางานใหด้ ขี น้ึ และเป็นระบบ
5. เกดิ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ( Creativity ) สื่อสังคมในรูปแบบตา่ งๆจะกอ่ ให้เกดิ ความคิดสรา้ งสรรคใ์ นการ
นาเสนอเนอื้ หาสาระ รวมท้งั รปู แบบท่ีนา่ สนใจในหลายลักษณะท่ีคิดขึ้นมา
( ง ).คณุ ประโยชนใ์ นดา้ นการบรหิ ารจัดการ ( Management and Administration Benefits ) ไดแ้ ก่
1. เป็นการสรา้ งระบบการสะทอ้ นผลขอ้ มลู ยอ้ นกลับที่งา่ ย ( Ease of Feedback ) ทงั้ ผสู้ อนและผูเ้ รียนสามรถ
สะท้อนผลย้อนกลับระหวา่ งกันได้งา่ ย สะดวกและรวดเร็ว
2. เป็นการสร้างช่องทางหรือสร้างทางเลือกในการสร้างประสบการณ์ทางการเรียนรู้( Tracking
StudentLearning ) ซ่ึงรูปแบบที่มีความหลากหลายของสื่อโซเชียลมีเดียทาให้ผู้เรียนสามารถท่ีจะกาหนดวิธี
คิด วิธีสบื ค้นขอ้ มูลทางการเรียนรตู้ ามช่องทางที่สือ่ กาหนดไว้
3. การเข้าถึงแหล่งข้อมูลโดยไม่ต้องพ่ึงพาการเรียนในช้ันเรียนปกติ ( Accessibility Off-Campus ) เป็น
ประโยชน์ทเี่ กิดข้นึ ทง้ั กับผู้เรยี นและผูส้ อนในการเขา้ ถงึ แหล่งข้อมูลทางการเรยี นในบริบทตา่ ง ๆ ทม่ี อี ยู่
4. ช่วยสรา้ งระบบการสื่อสารกับกล่มุ ผ้ปู กครองนกเรยี น ( Communication with Parents ) ส่ือสังคมจะ
ช่วยทาใหเ้ กิดระบบการตดิ ตามตรวจสอบ จากผูป้ กครองที่ต้องการทราบผลความก้าวหน้า ในการเรียนรขู้ อง
นักเรียนโดยใชส้ ่ือสงั คมเป็นตัวช่วยดังกล่าว
5. เกดิ ความงา่ ยและสะดวกในการทางานของผูเ้ รยี น ( Easy Submission of Student Work ) การเรยี นรูใ้ น
โลกของส่ือยคุ สงั คมออนไลนจ์ ะช่วยอานวยความสะดวกให้กับผู้เรียนไดม้ าก ลงทุนน้อย แตไ่ ด้ปรมิ าณและ
คณุ ภาพของงานทม่ี าก

6. เกิดการสรา้ งเครือขา่ ยหรอื องคก์ ารทางสงั คมที่กวา้ งใหญ่ ( Organisation ) กล่าวได้ ว่าการเชือ่ โยงขอ้ มูล
ขา่ วสารของผู้ใชส้ ่ือสังคมในรูปแบบต่างๆจะกอ่ ใหเ้ กิดการสรา้ งสงั คมในโลกยุค ออนไลน์ เช่น สังคม Social
network , Wikis , Bookmarks เหล่าน้ีเป็นต้นกฎเกณฑ์และแนวปฏิบติการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ( Social
Media Roles of Engagement )เนื่องจากสื่อสังคมหรือ Social Media เป็นส่ือที่ทรงพลังและมีอิทธิพลต่อ
สงั คมคอ่ นข้างสูงในปัจจบุ นั ดังน้นั ในทางปฏิบตั เิ พื่อก่อใหเ้ กิดคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดสาหรบการนามา
ใช้ใน การเรียนการสอนน้ัน ผู้ใช้สื่อสังคมต้องคานึงถึงกฎเกณฑ์และแนวปฏิบัติต่อการใช้สื่อโซเชียลมีเดียใน
ประเด็นสาคัญบางประการดงั น้ี ( NSWDepartment of Education & Training , 2011 : online )
1. ตอ้ งรู้ถึงแนวนโยบายขององค์การ/หนว่ ยงาน ต่อการใช้ส่อื โซเชียลมเี ดยี เพ่ือการพัฒนางาน
2. ต้องตระหนกในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียว่า ส่ือดังกล่าวนี้จะเป็นส่ือท่ีมีรูปแบบและลักษณะของระบบการ
ทางานแบบผสมผสาน ท้งั การประสานงานและประสานคนในองคก์ าร
3. ต้องมีความชัดเจนในการกาหนดบทบาทหน้าที่ เพ่ือวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในประเด็นหรือสาระที่เกิดข้ึน
จากการใชส้ ่ือโซเชียลมเี ดยี
4. คานงึ อย่เู สมอวา่ ขน้ั ตอนการดาเนนิ งานจะทาอะไรก่อน-หลังในการใชส้ ือ่ สงั คมทกุ ครั้ง
5. คานงึ ถึงหลกั สาคญั ของการใหเ้ กียรติและการยอมรบั ในข้อมลู ปฐมภมู ขิ องผู้เปน็ เจา้ ของหรือ เปน็ ลิขสิทธิ์
หรอื สิทธบิ ตั รทนี่ ามาใช้ในโลกแห่งสังคมออนไลน์
6. พึงใช้ส่ือโซเชียลมเี ดยี อย่างระมดั ระวังและสุขมรอบคอบ ( Use Discretion )
7. ใช้สอ่ื โซเชียลมีเดยี แบบกลั ยาณมิตร มคี วามสุภาพเรียบร้อยและมมี ารยาทในการใช้
8. การผลิตเน้ือหาสาระหรอื ส่อื ใหต้ รงตามสมรรถนะ ความรคู้ วามสามารถของผู้ใช้
9. การเช่ือมโยงสอ่ื ความหมายเพือ่ การโตต้ อบระหวา่ งกัน ควรคานงึ ถึงธรรมชาตแิ หง่ ความเป็นเพ่อื นมนษุ ย์
ด้วยกันอยา่ งเหมาะสมตามอัตภาพ
10. ต้องยอมรบั ในขอ้ ผิดพลาดทเี่ กิดข้นึ และรบี ดาเนินการปรับปรงุ แก้ไขข้อผิดพลาดเหล่าน้นั
แนวคิดในการปรับใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อการเรียนรู้ดร.แว็กเนอร์ ( Ronald Wagner , Ph.D. ) แห่ง
California University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ไดใ้ ห้แนวคิดเกี่ยวกับการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย
ในการเรียนรปู้ ระเภท Facebook และ Twitter ซ่งึ เปน็ สอ่ื กระแสหลกั ท่กี าลังเป็นท่ีนิยมกันอย่างกว้างขวาง ไว้
อย่างน่าสนใจและมีประโยชน์ต่อการนานมาปรับใช้ในการเรียนการสอนดังต่อไปน้ี ( Wagner , 2011 :
online )แนวคดิ 5 ประการสาหรบั Facebook เพอื่ การเรียนการสอน
1. ใช้ Facebook เสมือนหน่ึงเป็นการสร้างระบบบริหารจัดการความรู้ (Use as Learning
ManagementSystems : LMS )
2. ใช้ Facebook เพ่อื เปน็ แหล่งสาหรบั การสืบค้นอ้างอิง ( Reference Citations )
3. ใชส้ าหรบั การประกาศหรอื ประชาสมั พันธ์ ( Announcements )
4. ใช้ในการสอื่ สารข้อความภายหลงั การสอนหรือจบบทเรยี นในช้นั เรียน ( Post Class Notes )
5. ใช้ในการอภิปรายกลมุ่ เชงิ สร้างสรรค์ ( Create Group Discussions ) แนวคดิ 5 ประการสาหรับ
Twitter เพอ่ื การเรียนการสอน

1. Twitter เป็นสือ่ สร้างองค์ความรตู้ ่างๆของการเรียนรใู้ นประเด็นท่สี นใจสาหรบั ผ้เู รียน
2. ใช้ Twitter ในการถามตอบข้อสงสยั สัน้ ๆ ( Quiz ) หรือซักถามประเด็นปัญหาทผี่ เู้ รยี นสนใจ
3. เป็นแนวทางในการเสริมสร้างมโนทัศน์ ( Track a Concept ) โดยใช้ Twitter เป็นตัวเชื่อมโยงแนวคิดท่ี
นาฃเสนอของผูเ้ รียน – ผสู้ อน
4. เป็นสื่อเชื่อมโยงด้านเวลา ( Track Time ) โดยส่ือ Twitter สามารถเชื่อมโยงด้านเวลา รวมท้ังการ
กาหนดเวลาได้เหมาะสมสาหรับผ้ใู ช้
5. เป็นส่ือท่ีช่วยกาหนดปฏิทินหรือตารางการเรียนรู้ ( Learning Diary ) โดยผู้เรียนสามารถจัดการและเก็บ
รวบรวมองคค์ วามรูจ้ ากการใช้ Twitter ไดอ้ ย่างเป็นระบบตอ่ เนื่อง


Click to View FlipBook Version