การกำหนดกิจกรรมเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕
นางสาวอานาตี ซีเซ็ง
ตำแหน่ง ครู
โรงเรียนนิคมพัฒนา ๖
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต ๒
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สรุปหลกั สูตรฯ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ *
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัด กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 กำหนดสาระการเรยี นรู้ 4 สาระ ได้แก่ สาระท่ี 1
วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ สาระท่ี 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ และสาระที่ 4
เทคโนโลยี รวมทง้ั ยงั มีสาระเพิม่ เตมิ อกี 4 สาระ ไดแ้ ก่ สาระชวี วทิ ยา สาระเคมี สาระฟิสิกส์ และสาระ
โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
องค์ประกอบของหลกั สตู ร ทัง้ ในดา้ นของเนอื้ หา การจดั การเรยี นการสอน และการวดั และประเมินผล
การเรยี นรนู้ น้ั มีความสำคญั อย่างย่ิงในการวางรากฐานการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ของผู้เรยี นในแต่ละระดับช้ันให้มี
ความตอ่ เนอ่ื งเชือ่ มโยงกนั ต้งั แตช่ ัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จนถงึ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 สำหรบั กล่มุ สาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตรไ์ ดก้ ำหนดตัวช้วี ดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลางทผ่ี เู้ รยี นจำเป็นตอ้ งเรียนเปน็ พ้ืนฐาน เพอื่ ให้
สามารถนำความรไู้ ปใชใ้ นการดำรงชีวติ หรอื ศกึ ษาต่อได้ โดยจัดเรียงลำดับความยากงา่ ยของเนือ้ หาในแต่ละชั้น
ใหม้ กี ารเช่ือมโยงความรกู้ บั กระบวนการเรียนรู้ และการจดั กจิ กรรมการเรียนรทู้ ่ีสง่ เสริมใหผ้ ้เู รยี นพัฒนา
ความคดิ ทั้งความคิดเป็นเหตุเปน็ ผล คิดสร้างสรรค์ คิดวเิ คราะหว์ จิ ารณ์ มที ักษะท่ีสำคญั ทัง้ ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นควา้ และสร้างองคค์ วามรดู้ ว้ ยกระบวนการสบื เสาะหา
ความรู้ แก้ปัญหาอย่างเปน็ ระบบ ตัดสนิ ใจโดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจกั ษ์พยานท่ตี รวจสอบได้
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ดั กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.
2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 น้ี ได้ปรับปรุงเพ่อื ใหม้ คี วาม
สอดคล้องและเช่อื มโยงกันภายในสาระการเรียนรเู้ ดยี วกัน และระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ ตลอดจนการเช่ือมโยงเนื้อหาความร้ทู างวทิ ยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ดว้ ย นอกจากนี้ ยังได้
ปรับปรงุ เพือ่ ให้มคี วามทนั สมยั ตอ่ การเปลยี่ นแปลง และความเจรญิ กา้ วหนา้ ของวทิ ยาการตา่ ง ๆ ทัดเทียมกับ
นานาชาติ
รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คำอธิบายรายวิชา
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี
เวลา 40 ช่ัวโมง/ปี
ศกึ ษาและเรยี นรเู้ กยี่ วกับลักษณะสำคญั ของส่ิงมชี วี ิตและส่ิงไมม่ ชี ีวติ พืชต้องการแสงและนำ้ เพ่อื การ
เจริญเติบโต ความจำเป็นที่พืชตอ้ งไดร้ ับนำ้ และแสงเพือ่ การเจริญเตบิ โตโดยดแู ลพืชใหไ้ ดร้ ับสงิ่ นั้นอย่าง
เหมาะสม วัฏจักรชีวิตของพืชดอก สมบัตกิ ารดูดซับนำ้ ของวัสดแุ ละการนำสมบตั กิ ารดดู ซบั น้ำของวสั ดุไป
ประยกุ ต์ใชใ้ นการทำวตั ถุในชวี ิตประจำวัน วสั ดุที่เกิดจากการนำวัสดมุ าผสมกนั สมบัตทิ ี่สังเกตไดข้ องวัสดุเพือ่
นำมาทำเป็นวัตถุในการใช้งานตามวัตถุประสงค์ การนำวสั ดุท่ใี ช้แลว้ กลับมาใชใ้ หม่ ประโยชน์ของการนำวัสดุท่ี
ใชแ้ ลว้ กลบั มาใชใ้ หม่ แนวการเคลอื่ นที่ของแสงจากแหล่งกำเนิดแสงและมองเห็นวัตถุ คุณค่าของการมองเห็น
แนวทางการป้องกันอนั ตรายจากการมองวัตถุทีอ่ ยใู่ นบรเิ วณทม่ี แี สงสว่างไมเ่ หมาะสม สว่ นประกอบของดิน
และจำแนกชนิดของดิน โดยใช้ลักษณะเน้อื ดนิ และการจับตวั เปน็ เกณฑ์ และการใชป้ ระโยชนจ์ ากดิน
โดยมุง่ หวังใหผ้ ูเ้ รยี นได้เรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ท่ีสามารถนำไปใชอ้ ธบิ าย แก้ไขปัญหา หรอื สรา้ งสรรค์
พัฒนางานในชีวิตจรงิ ได้ ซง่ึ เนน้ การเชอ่ื มโยงความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี กบั
กระบวนการทางวศิ วกรรมศาสตร์ และให้มที ักษะสำคญั ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใชก้ ระบวนการ
สืบเสาะหาความรแู้ ละการแก้ปญั หาทห่ี ลากหลาย
เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นเกดิ ความรู้ ความเข้าใจ มที กั ษะการคิด และมีสว่ นร่วมในการเรยี นรู้ทุกข้ันตอน รวมทงั้
ส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนเกิดจิตวทิ ยาศาสตรแ์ ละมเี จตคติที่ดีต่อการเรียนวทิ ยาศาสตร์
ตัวชี้วัด
ว 1.2 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3
ว 1.3 ป.2/1
ว 2.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4
ว 2.3 ป.2/1 ป.2/2
ว 3.2 ป.2/1 ป.2/2
รวม 12 ตัวชว้ี ัด
กำหนดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าวิทยาศาสตร์ (ว12101) ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2
1.0 หนว่ ยการเรียน เวลาเรยี น 1 คาบ/สปั ดาห์
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วย สัปดาห์ สาระการเรียนรู้ เวลา ภาระงาน/ชิ้นงาน
การเรยี นรู้ ท่ี (ชัว่ โมง)
๑.กระบวนการวิทยาศาสตร์
เรยี นรู้ 1 ๒.วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ ๔
วิทยาศาส 2 ๓.ทักษะทางวิทยาศาสตร์ ๑ แผนผงั ความคิด กระบวนการวทิ ยาศาสตร์
ตร์ 3 ๔.จติ วทิ ยาศาสตร์ ๑ แผนผังความคดิ วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์
4 ๑ แผนผงั ความคดิ ทักษะวิทยาศาสตร์
๑ แผนผังความคิดจิตวทิ ยาศาสตร์
ส่งิ แวดล้อ 5 ๑.สิง่ มชี วี ิต และสิ่งไม่มีชวี ติ ๔
มรอบตัว 6 ๒.ลักษณะของส่ิงมีชีวิต ๑ แผนผงั ความคดิ ชือ่ สง่ิ มชี วี ติ และไม่มชี วี ติ
7 ๓.ลักษณะของสงิ่ มไี ม่ชีวติ ๑ แผนผงั ความคดิ ลกั ษณะของสง่ิ มีชีวิต
8 ๔.เปรยี บเทยี บสง่ิ มีชีวิต และ ๑ แผนผังความคิด ลกั ษณะของส่ิงไม่มีชวี ิต
๑ ใบงานส่งิ มชี ีวติ และส่งิ ไมม่ ีชวี ติ
ส่ิงไม่มชี ีวิต
การ 4
ดำรงชีวิต 9 ๑.มารู้จักพชื กันเถอะ ๑ แผนผังความคิด เรอื่ ง ชือ่ พืช
ของพชื 10-11 ๒.ปัจจยั ท่ีจำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ติ 2 วาดภาพ ปจั จัยที่จำเป็นตอ่ การดำรงชวี ติ ของ
ของพชื พืช
12 ๓.กระบวนการหายใจของมนุษย์ ๑ ใบงานกระบวนการหายใจของพชื และมนุษย์
และพืช
การศึกษา 8
พชื ดอก
13 ๑.พชื ดอก ๑ วาดภาพดอกพชื
14 ๒.สว่ นประกอบของดอก ๑ ใบงาน สว่ นประกอบของดอก
15 ๓.ประเภทของดอก ๑ ใบงานขนาดของดอกพืช
๔.การสืบพันธ์แุ บบอาศยั เพศ ๑
16 ๕.การสบื พันธแ์ บบไม่อาศัยเพศ 1 กิจกรรม เรียงลำดบั การสืบพันธ์ุ
17 ๖.พืชใบเลีย้ งเดีย่ ว และใบเล้ยี งคู่ 1 กิจกรรม การปั้นดนิ นำ้ มนั การสืบพันธ์ของ
18 ๗. วฏั จกั รชีวิตใบเล้ียงเดย่ี ว 1 พืช
19 ๘. วฏั จักรชีวิตใบเลี้ยงคู่ ใบงาน พชื เดีย่ วเดียว และพืชเลย้ี งคู่
20 1 ใบงานวฏั จกั รของพชื ดอก
-
หน่วย สัปดาห์ สาระการเรยี นรู้ เวลา ภาระงาน/ชน้ิ งาน
(ชั่วโมง)
การเรียนรู้ ท่ี
8
วัสดุ ๑ แผนผังความคดิ วัสดุ และวัตถุ
๑ แผนผังความคิดเรือ่ ง วสั ดทุ ด่ี ูดซับน้ำ
รอบตวั 21 ๑.วัสดุ และวัตถุ ๑ ใบงานการผสมกนั ของวสั ดุ
2 ใบงานเรื่อง สมบตั ิของวสั ดุ
22 ๒.สมบัติการดูดนำ้ ของวัสดุ 1 ใบงาน เรื่อง ประโยชนข์ องสมบตั ิวสั ดุ
23 ๓.สมบตั ิการผสมกนั ของวัสดุ 2 งานประดษิ ฐ์จากวสั ดเุ หลือใช้
24-25 4. สมบัติของวสั ดุ
5. การใช้ประโยชน์ตามสมับติของ
26 วัสดุ
27-28
6. การนำวัสดกุ ลบั มาใช้ใหม่
แสงในชีวติ 5
ประจำวัน 29 ๑.แหลง่ กำเนดิ แสงตามธรรมชาติ ๑ ใบงานระบายสแี หล่งกำเนดิ แสง
30 2.แหลง่ กำเนดิ แสงทม่ี นุษย์สรา้ งขนึ้
31 3.การเคลื่อนที่ของแสง ๑ ใบงานขนาดของดอกพืช
32 4.การมองเหน็ ของวัตถุ ๑ ใบงาน การเคล่ือนที่ของแสง
33 ๑
5.แสงในชวี ติ ประจำวนั 1 ใบงาน การมองเห็นของวตั ถุ
แผนผัง แสงในชวี ิตประจำวัน
ดินใน 7
ท้องถ่นิ 34 ๑.สว่ นประกอบของดนิ ๑ ใบงานสว่ นประกอบของดิน
ของเรา 35 2 ใบงาน ลกั ษณะทางกายบภาพของดนิ
๒.ลกั ษณะทางกายภาพของดิน 1 หมวกประเภท ของดิน
36 ๓.ประเภทของดนิ ๑
37 ๔.รอบรเู้ รอ่ื งดิน ใบงาน เรอื่ ง ดิน
38 1 แสดงความคิดเห็นการดูแลบธรรมชาติ และ
39 5. การดูแลธรรมชาติรอบตัว 1 นำเสนอหน้าช้นั
6. ประโยชน์ของดิน
40
40
ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวัด
การเรียนรู้ -
เรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์
สง่ิ แวดล้อม ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและ ว 1.3 ป.2/1 เปรียบเทยี บ
รอบตัวเรา ความสำคัญของการถา่ ยทอดลกั ษณะ ลักษณะของสงิ่ มีชีวติ และ
ทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ สง่ิ ไมม่ ชี ีวติ จากข้อมลู ที่
เปลี่ยนแปลงทางพันธกุ รรมท่มี ผี ลตอ่ รวบรวมได้
สงิ่ มชี วี ิต ความหลากหลายทางชวี ภาพ
และววิ ฒั นาการของส่ิงมชี ีวิต รวมท้ังนำ
ความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
สาระสำคัญ เวลา
(ช่ัวโมง)
วิทยาศาสตร์เป็นการศึกษาเกีย่ วกบั ส่ิงตา่ ง ๆ ที่อยู่
รอบตัวเรา วิธกี ารและขั้นตอนท่ีใช้เพ่อื ตอบปัญหาท่ี 4
เราสงสยั เรยี กว่า วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์
4
ในการสบื เสาะความรู้อยา่ งเป็นระบบ ซึง่ เราควร
ฝึกฝนทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ หเ้ กดิ ความ
ชำนาญ เพอื่ ให้สามารถคน้ หาคำตอบและแก้ไขปัญหา
ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม เม่อื เราทำการศกึ ษาและ
แสวงหาความรตู้ า่ ง ๆ โดยใชก้ ระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ จะเกดิ จิตวิทยาศาสตร์ ซง่ึ ทำให้เราเปน็
คนมคี วามสนใจใฝร่ ู้ ส่งิ ต่าง ๆ มคี วามรบั ผิดชอบ เหตุ
มผี ล และมีความซอื่ สัตย์
สิง่ แวดลอ้ มที่อยู่รอบตัวเราน้ันประกอบดว้ ย
สงิ่ มีชีวติ และสิ่งไม่มีชีวิตซ่งึ ส่ิงมีชวี ติ มีลกั ษณะที่
แตกตา่ งจากสง่ิ ไมม่ ชี ีวติ คือ สิง่ มีชวี ิตจะมีการเคลื่อนท่ี
กินอาหาร ขบั ถ่ายหายใจ เจรญิ เตบิ โต สบื พนั ธุ์ และ
ตอบสนองต่อสิง่ เร้า แต่สิง่ ไม่มีชีวิตจะไมม่ ีลกั ษณะ
ดงั กลา่ ว
ชอื่ หนว่ ย มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชี้วัด
การเรยี นรู้
ว 1.2 เข้าใจสมบตั ิของสิ่งมีชีวิต หน่วย ว1.2 ป2/1. ระบุว่าพชื
เรยี นรชู้ วี ิต
พชื พืน้ ฐานของสงิ่ มีชวี ติ การลำเลียงสารเข้าและ นำ้ เพอื่ การเจริญเตบิ โต
ออกจากเซลล์ ความสัมพนั ธข์ องโครงสรา้ ง โดยใช้ขอ้ มูลจากหลักฐา
และหน้าท่ขี องระบบตา่ ง ๆ ของสตั ว์และ ว1.2 ป2/2ตระหนักถ
มนุษย์ท่ีทำงานสมั พนั ธก์ นั ความสัมพนั ธ์ของ
โครงสร้างและหนา้ ทข่ี องอวัยวะตา่ ง ๆ ของ ตอ้ งได้รบั น้ำและแสง เพ
พืชทท่ี ำงานสมั พันธ์กนั รวมทั้งนำความรู้ไป โดยดแู ลพชื ให้ได้รบั สงิ่ ด
ใช้ประโยชน์ เหมาะสม
เรยี นรชู้ ีวิต ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสงิ่ มชี วี ติ หน่วย ว1.2 ป2/3 สร้างแบบ
พชื (ต่อ) พ้นื ฐานของสิง่ มีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและ บรรยายวฏั จักรชวี ิตขอ
ออกจากเซลล์ ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้าง พชื ดอก
และหน้าทข่ี องระบบต่าง ๆ ของสตั ว์และ
มนุษย์ที่ทำงานสมั พนั ธก์ ัน ความสมั พันธข์ อง
โครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของอวยั วะตา่ ง ๆ ของ
พืชทีท่ ำงานสมั พนั ธก์ ัน รวมทง้ั นำความร้ไู ป
ใชป้ ระโยชน์
สาระสำคญั เวลา
(ชัว่ โมง)
ชต้องการแสงและ พชื เป็นสงิ่ มชี ีวิตทีม่ ีการเจรญิ เตบิ โตและจะ
3
ต ดำรงชวี ติ อยู่ไดต้ อ้ งอาศัยนำ้ แสง และนอกจากน้ี
านเชงิ ประจกั ษ์ ยงั ต้องอาศัยอากาศ และอาศัยธาตุอาหารอกี ดว้ ย
ถึงความจำเป็นท่พี ืช
พอื่ การเจริญเตบิ โต
ดงั กลา่ วอย่าง
บจำลองท่ี พชื ดอกมหี ลายชนิด ซึ่งดอกของพชื แตล่ ะชนิด 8
อง
จะมลี ักษณะแตกตา่ งกนั ออกไปโดยทัว่ ไปดอกของ
พชื นั้นประกอบด้วยสว่ นต่าง ๆ 4 ส่วน คือ กลีบ
ดอก กลีบเล้ียง เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี พืช
ดอกเมอื่ เจริญเตบิ โตเต็มทีจ่ ะออกดอก เม่ือดอก
ไดร้ ับการสบื พันธ์ุจะกลายเป็นผล ภายในผลจะมี
เมลด็ เมื่อเมล็ดอยู่ในบรเิ วณทเ่ี หมาะสม เมล็ด
สามารถงอกเปน็ ต้น พชื ต้นใหมห่ มุนเวยี นตอ่ เนือ่ ง
เป็นวฏั จกั รชีวติ ของพชื
ชือ่ หนว่ ย มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวช้ีวัด
การเรยี นรู้
วสั ดรุ อบตวั ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบ ว 2.1 ป.2/1 เปรยี บเ
เรา
ของสสาร ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสมบัติของ ซบั น้ำของวัสดุโดยใชห้ ล
สสารกบั โครงสร้างและแรงยดึ เหนย่ี ว และระบุการนำสมบตั กิ
ระหว่างอนภุ าค หลักและธรรมชาตขิ องการ วสั ดุไปประยุกต์ใช้ในกา
เปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี ชีวิตประจำวัน
ว 2.1 ป.2/ 2อธิบาย
ของวสั ดุทเี่ กดิ จากการน
โดยใช้หลักฐานเชิงประ
ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ิของสสาร องค์ประกอบ ว 2.1 ป.2/ 3เปรียบเ
ของสสาร ความสัมพันธร์ ะหว่างสมบตั ิของ ได้ของวสั ดุ เพ่อื นำมาท
สสารกบั โครงสร้างและแรงยดึ เหน่ยี ว งานตามวตั ถุประสงค์ แ
ระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาตขิ องการ วสั ดุทใ่ี ชแ้ ล้วกลบั มาใช้ใ
เปล่ยี นแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี เชงิ ประจักษ์
ว 2.1 ป.2/ 4ตระหน
การนำวสั ดุทใี่ ชแ้ ลว้ กลับ
นำวัสดุทใี่ ช้แล้วกลับมา
สาระสำคัญ เวลา
(ช่วั โมง)
เทียบสมบัติการดูด วัสดุแต่ละชนิดมีเฉพาะตวั ทแี่ ตกต่างกนั ซง่ึ
8
ลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ สมบตั ิการดูดซบั น้ำเป็นสมบตั ิเฉพาะตวั อยา่ งหน่งึ ท่ี
การดดู ซบั น้ำของ มใี นวสั ดุบางชนดิ จึงนำไปทำวตั ถเุ พ่ือใช้ประโยชน์ 10
ไดแ้ ตกต่างกัน เชน่ ใชผ้ ้าท่ดี ูดซับนำ้ ได้มากทำ
ารทำวัตถใุ น
ผ้าเช็ดตวั ใช้พลาสติกซ่ึงไมด่ ูดซบั น้ำทำรม่
เมือ่ นำวสั ดบุ างอย่างมาผสมเข้าดว้ ยกัน แล้วทำ
ยสมบัติท่ีสังเกตได้ ใหไ้ ดส้ มบัติทเ่ี หมาะสม จะสามารถนำไปใช้
นำวสั ดมุ าผสมกนั ประโยชนไ์ ด้ตามทตี่ ้องการ เช่น แป้งผสมน้ำตาล
ะจักษ์ และกะทิ ใช้ทำ
ขนมไทย ปนู ปลาสเตอรผ์ สมเย่อื กระดาษ ใช้ทำ
กระปกุ ออมสนิ ปนู ผสมหนิ ทราย น้ำ ใช้ทำ
คอนกรีต
เทียบสมบัติท่ีสงั เกต วัสดแุ ต่ละชนิดมสี มบัติต่างกนั เช่น ความแข็ง
ทำเป็นวตั ถใุ นการใช้ สภาพยดื หยุ่น ดังนั้น การนำวัสดุมาทำเป็นวัตถเุ พื่อ
และอธบิ ายการนำ ใชง้ านตามวตั ถุประสงคจ์ ึงขนึ้ อยู่กบั สมบตั ิของวสั ดุ
ใหม่ โดยใชห้ ลกั ฐาน วสั ดทุ ใี่ ชแ้ ล้วอาจนำกลบั มาใช้ใหมไ่ ด้ เชน่ กระดาษ
ใช้แล้วอาจนำมาทำเปน็ จรวดกระดาษ ดอกไม้
นักถึงประโยชน์ของ ประดิษฐไ์ ด้
บมาใช้ใหม่ โดยการ
าใช้ใหม่
ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ัด
การเรยี นรู้
ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การ ว 2.3 ป.2/1 บรรยาย
แสงในชวี ติ
ประจำวัน เปลย่ี นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ของแสงจาแหลง่ กำเนดิ
ปฏสิ ัมพันธร์ ะหวา่ งสสารและพลงั งาน การมองเหน็ วัตถุ จากห
พลงั งานในชวี ติ ประจำวัน ธรรมชาตขิ องคลืน่ ประจกั ษ์
ปรากฏการณ์ที่เก่ยี วข้องกับเสียง แสง และ
คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทงั้ นำความรไู้ ปใช้ ว 2.3 ป.2/2 ตระหนัก
ความรูข้ องการมองเห็น
ประโยชน์
ทางการป้องกันอันตรา
ท่ีอยใู่ นบรเิ วณทีม่ ีแสงส
ดนิ ใน ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบและ ว 3.2 ป. 2/1 ระบสุ ว่
ทอ้ งถิน่ ของ
เรา ความสัมพันธข์ องระบบโลก กระบวนการ และจำแนกชนิดของดิน
เปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผวิ โลก ธรณี เน้ือดนิ และการจับตวั เป
พบิ ตั ิภัย กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟ้า
อากาศ และภมู ิอากาศโลก รวมท้งั ผลต่อ
ส่ิงมชี วี ติ และสิง่ แวดลอ้ ม
สาระสำคัญ เวลา
(ชวั่ โมง)
ยแนวการเคล่อื นที่ แสงเคลือ่ นท่ีออกจากแหล่ง กำเนิดแสงทุก
8
ดแสง และอธิบาย ทศิ ทางเป็นแนวตรง เมือ่ มแี สงจากวตั ถุมาเข้าตาจะ
ทำให้เรามองเหน็ วตั ถนุ ้นั ได้ การมองเห็นวัตถุที่เป็น 10
หลักฐานเชงิ
แหลง่ กำเนดิ แสง แสงจากวตั ถนุ ัน้ จะเข้าสู่ตา
โดยตรง ส่วนการมองเห็นวตั ถทุ ี่ไม่ใช่แหล่งกำเนิด
กในคุณคา่ ของ แสง ต้องมีแสงจากแหลง่ กำเนิดแสงไปกระทบวัตถุ
น โดยเสนอแนะแนว แลว้ สะทอ้ นเข้าตา จงึ จะทำให้เรามองเหน็ วัตถุต่าง
าย จากการมองวตั ถุ ๆ ได้ ถา้ มีแสงทส่ี วา่ งมาก ๆ เข้าสู่ตาอาจส่งผลเสีย
สว่างไมเ่ หมาะสม ตอ่ ดวงตาได้ เราจึงตอ้ งหลีกเล่ยี งการมองหรือใช้
แผ่นกรองแสงที่มคี ณุ ภาพเมอื่ จำเปน็ และต้องจัด
ความสวา่ งให้เหมาะสมกับการทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ
เชน่ การอา่ นหนังสือ การดจู อโทรทศั น์ การใช้
โทรศัพท์เคลอ่ื นทแี่ ละแทบ็ เล็ต
วนประกอบของดิน ดินเป็นทรพั ยากรทางธรรมชาติดนิ ประกอบไป
น โดยใชล้ กั ษณะ ดว้ ยเศษหินต่างๆซากพืชซากสัตว์ผสมอย่ใู นเน้ือดิน
ป็นเกณฑ์ มอี ากาศและนำ้ แทรกอยตู่ ามชอ่ งวา่ งในเนือ้ ดนิ ซงึ่
สามารถจำแนกดนิ ได้เปน็ ดนิ ร่วน ดนิ เหนยี ว และ
ดนิ ทราย ตามลกั ษณะเนื้อดินและการจบั ตัวของดนิ
ซึง่ มผี ลต่อการอุ้มนำ้ ท่ีแตกตา่ งกัน เราจงึ สามารถ
นำดินแต่ละชนิดไปใชป้ ระโยชน์ไดแ้ ตกตา่ งกัน
ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด
การเรียนรู้
ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและ ว 3.2 ป. 2/ 2 อธบิ ายการใ
ความสัมพันธข์ องระบบโลก ประโยชน์จากดนิ จากขอ้ มูล
กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก รวบรวมได้
และบนผวิ โลก ธรณพี บิ ัติภัย
กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟ้าอากาศ
และภมู อิ ากาศโลก รวมท้ังผลตอ่
สิง่ มชี วี ิตและสง่ิ แวดลอ้ ม
สาระสำคัญ เวลา
(ชว่ั โมง)
ใช้ ดินมีหลายชนิด ซึง่ เราสามารถนำดินแตล่ ะ
ลที่ ชนดิ นำไปใชป้ ระโยชนไ์ ดแ้ ตกตา่ งกันตามลกั ษณะ 4
และสมบัติของดิน
40
การวิเคราะห์หน่วยการเรีย
แผนเล่มท่ี/เร่ือง มาตรฐานการ ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรู้
เรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ เรียนรู้
๑.กระบวนการวิทยาศาสตร์
๒.วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์
๓.ทักษะทางวิทยาศาสตร์
๔.จติ วิทยาศาสตร์
สงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั มาตรฐาน ว 1.3
๑.ส่ิงมีชีวิต และส่ิงไมม่ ีชวี ิต
๒.ลักษณะของส่ิงมีชีวติ
๓.ลักษณะของส่งิ มีไมช่ วติ
๔.เปรยี บเทยี บส่งิ มีชีวติ และ
สิง่ ไมม่ ชี วี ิต
กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
แผนเล่มท/ี่ เร่อื ง มาตรฐานการ ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นร
เรยี นรู้
ยนรู้สู่แผนการจัดการเรยี นรู้
เวลา ภาระงาน/ช้ินงาน
(ช่ัวโมง)
แผนผังความคดิ กระบวนการวทิ ยาศาสตร์
๔ แผนผังความคิด วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์
๑ แผนผงั ความคดิ ทกั ษะวิทยาศาสตร์
๑ แผนผังความคิดจติ วิทยาศาสตร์
๑
๑
๔
๑ แผนผงั ความคิด ชือ่ สงิ่ มชี วี ติ และไม่มชี ีวติ
๑ แผนผงั ความคิด ลกั ษณะของสงิ่ มีชีวิต
๑ แผนผังความคิด ลักษณะของสง่ิ ไม่มชี วี ิต
ะ ๑ ใบงานสิง่ มีชีวิต และสิ่งไมม่ ีชวี ติ
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง
ภาระงาน/ชิน้ งาน
รู้ เวลา
(ช่ัวโมง)
การดำรงชวี ติ ของพชื มาตรฐาน ว 1.2 ๑.มารจู้ ักพืชกนั เถอะ
๒.ปัจจัยที่จำเป็นตอ่ การดำรง
ศึกษาชวี ติ ของพืช ๓.กระบวนการหายใจของมน
ดอก
๑.พชื ดอก
๒.ส่วนประกอบของดอก
๓.ประเภทของดอก
๔.การสบื พันธ์แุ บบอาศยั เพศ
๕.การสบื พนั ธ์แบบไมอ่ าศัยเพ
๖.พืชใบเล้ยี งเดีย่ ว และใบเล
๗. วฏั จักรชวี ติ ใบเลีย้ งเดีย่ ว
๘. วัฏจกั รชีวิตใบเลย้ี งคู่
แผนเล่มที่/เรือ่ ง มาตรฐานการ ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นร
เรียนรู้
งชวี ิตของพืช ๓
นุษย์ และพืช ๑ แผนผงั ความคิด เรอ่ื ง ช่อื พืช
๑ วาดภาพ ปจั จยั ท่ีจำเป็นต่อการดำรงชีวติ ของพืช
ศ
พศ ๑ ใบงานกระบวนการหายใจของพืช และมนุษย์
ลย้ี งคู่
8
๑ วาดภาพดอกพชื
๑ ใบงาน ส่วนประกอบของดอก
๑ ใบงานขนาดของดอกพชื
๑
1 กิจกรรม เรียงลำดบั การสืบพันธ์ุ
1 กจิ กรรม การป้นั ดนิ น้ำมัน การสืบพันธข์ องพืช
1 ใบงาน พชื เดีย่ วเดียว และพืชเลีย้ งคู่
ใบงานวฏั จักรของพืชดอก
1 -
รู้ เวลา ภาระงาน/ชิน้ งาน
(ชวั่ โมง)
วัสดุรอบตวั เรา มาตรฐาน ว 1.2 ๑.วสั ดุ และวัตถุ
๒.สมบัตกิ ารดดู นำ้ ของวัสดุ
แสงในชวี ติ ๓.สมบัติการผสมกนั ของวสั ด
ประจำวนั 4. สมบัตขิ องวสั ดุ
5. การใช้ประโยชน์ตามสมับ
ดนิ ในทอ้ งถ่นิ ของเรา 6. การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม
๑.แหล่งกำเนดิ แสงตามธรรม
2.แหลง่ กำเนดิ แสงทม่ี นุษย์ส
3.การเคล่อื นทีข่ องแสง
4.การมองเหน็ ของวัตถุ
5.แสงในชีวิตประจำวัน
๑.ส่วนประกอบของดิน
๒.ลักษณะทางกายภาพของด
๓.ประเภทของดิน
๔.รอบรเู้ รอ่ื งดิน
5. การดแู ลธรรมชาติรอบตัว
6. ประโยชน์ของดนิ
ดุ 8
บตขิ องวสั ดุ ๑ แผนผังความคิดวัสดุ และวัตถุ
ม่ ๑ แผนผังความคิดเร่ือง วัสดทุ ีด่ ูดซบั นำ้
มชาติ
สร้างขนึ้ ๑ ใบงานการผสมกันของวสั ดุ
2 ใบงานเร่อื ง สมบตั ขิ องวัสดุ
ดิน 1 ใบงาน เร่อื ง ประโยชนข์ องสมบตั ิวสั ดุ
ว
2 งานประดิษฐ์จากวสั ดเุ หลอื ใช้
5
๑ ใบงานระบายสีแหลง่ กำเนิดแสง
๑ ใบงานขนาดของดอกพืช
๑ ใบงาน การเคลื่อนท่ีของแสง
๑ ใบงาน การมองเหน็ ของวัตถุ
1 แผนผงั แสงในชีวิตประจำวนั
7
๑ ใบงานส่วนประกอบของดนิ
2 ใบงาน ลักษณะทางกายบภาพของดิน
1 หมวกประเภท ของดิน
๑
1 ใบงาน เร่อื ง ดนิ
1 แสดงความคิดเหน็ การดแู ลบธรรมชาติ และนำเสนอ
หนา้ ชน้ั
40
รายวชิ าพ้นื ฐาน วิทยาการคำนวณ คำอธิบายรายวชิ า
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี
เวลา 40 ชั่วโมง/ปี
ศกึ ษาการแสดงลำดบั ขน้ั ตอนการทำงาน หรอื แกป้ ัญหาอย่างงา่ ย โดยใชภ้ าพ สัญลกั ษณ์ หรือขอ้ ความ
ตลอดจนการเขียนโปรแกรมสร้างลำดับของคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน และตรวจหาข้อผิดพลาดของ
โปรแกรม ศึกษาการใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้างและจัดการกับข้อมลู
อยา่ งเป็นระบบ รวมถงึ การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย
โดยอาศยั กระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (Problem – based Learning) เพ่อื เน้นให้ผเู้ รยี น
เกดิ การเรียนรู้ จากการฝึกแกป้ ัญหาต่าง ๆ ผ่านกระบวนการคดิ การปฏบิ ัติอยา่ งมีระบบ และสรา้ งองค์ความรู้
ใหมจ่ ากการใช้ปญั หาทีเ่ กิดข้นึ จริงในชีวิตประจำวนั ได้
เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจ มีทกั ษะการคิดเชิงคำนวณ การคดิ วิเคราะห์ แกป้ ัญหาเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลส่วนตัว และการสื่อสารเบื้องต้นในการ
แก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยไี ปใชใ้ ห้เกิดประโยชนต์ อ่ สังคม และการดำรงชีวติ จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจนิ ตนาการ
ความสามารถในการแก้ปัญหา การจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มี
จติ วิทยาศาสตร์ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์
ตัวชวี้ ดั รวม 4 ตวั ช้ีวดั
ว 4.2 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4
ตวั ช้วี ัดรายวชิ า
รายวิชา วิทยาการคำนวณ ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2
ภาคเรยี นที่ 1-2 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง/ปี
เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง / สปั ดาห์ จำนวน 1.0 หน่วยกิต
มาตรฐาน ตวั ชวี้ ัด
ว 4.2 ป.2/1 1. แสดงลำดบั ข้นั ตอนการทำงาน หรือการแกป้ ญั หาอยา่ งง่ายโดยใช้ภาพ สญั ลักษณ์
หรือขอ้ ความ
ว 4.2 ป.2/2 2. เขียนโปรแกรมอย่างงา่ ยโดยใช้ซอฟต์แวรห์ รือสอ่ื และตรวจหาความผดิ พลาดของ
โปรแกรม
ว 4.2 ป.2/3 3. ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสรา้ ง จัดหมวดหมู่ คน้ หาจัดเก็บ เรยี กใชข้ ้อมลู ตาม
วัตถุประสงค์
ว 4.2 ป.2/4 4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ปฏิบัติตามขอ้ ตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์
ร่วมกนั ดูแลรกั ษาอุปกรณเ์ บอื้ งต้น ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม
กำหนดการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาการคำนวณ (ว12101) ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2
1.0 หนว่ ยการเรียน เวลาเรยี น 1 คาบ/สัปดาห์
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วย สปั ดาห์ที่ เร่ือง/กจิ กรรม ตวั ชว้ี ัด
1 1 การแกป้ ัญหาและขัน้ ตอนการแก้ปัญหาเบ้ืองตน้ ว 4.2 ป.2/1
2 การแสดงข้ันตอนการแกป้ ัญหา-การเขียนบอกเลา่ ว 4.2 ป.2/1
การแก้ปัญหา 3 การแสดงขั้นตอนการแกป้ ญั หา-การวาดภาพ (1) ว 4.2 ป.2/1
อย่างเปน็ ชัน้ ตอน 4 การแสดงข้นั ตอนการแก้ปัญหา-การวาดภาพ (2) ว 4.2 ป.2/1
5 การแสดงข้ันตอนการแกป้ ัญหา-การใช้สญั ลกั ษณ์ (1) ว 4.2 ป.2/1
2 6 การแสดงขนั้ ตอนการแกป้ ัญหา-การใช้สัญลกั ษณ์ (2) ว 4.2 ป.2/1
การตรวจหา 7 การหารูปแบบของปัญหาอย่างงา่ ย-เกมตวั ต่อ (1) ว 4.2 ป.2/1
ขอ้ ผดิ พลาด 8 การหารูปแบบของปัญหาอยา่ งง่าย-เกมตัวตอ่ (2) ว 4.2 ป.2/1
ของโปรแกรม 9 การหารูปแบบของปญั หาอยา่ งงา่ ย-การแตง่ กาย ว 4.2 ป.2/1
10 ทดสอบครงั้ ท่ี 1 ว 4.2 ป.2/1
11 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้ำ (1) ว 4.2 ป.2/2
12 การเขียนโปรแกรมแบบวนซำ้ (2) ว 4.2 ป.2/2
13 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้ (3) ว 4.2 ป.2/2
14 การตรวจสอบข้อผิดพลาดจากการเขียนโปรแกรม (1) ว 4.2 ป.2/2
15 การตรวจสอบข้อผิดพลาดจากการเขยี นโปรแกรม (2) ว 4.2 ป.2/2
16 การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดจากการเขยี นโปรแกรม (3) ว 4.2 ป.2/2
17 ตัวอยา่ งการเขียนโปรแกรมด้วย Code.org (1) ว 4.2 ป.2/2
18 ตวั อย่างการเขียนโปรแกรมดว้ ย Code.org (2) ว 4.2 ป.2/2
19 ทดสอบคร้ังที่ 2 ว 4.2 ป.2/2
20 สอบปลายภาค ว 4.2 ป.2/1
ป.2/2