วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัช้ันปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปทีีท่ี่ี ๖๓
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทีที่่ี ๖๓
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทีที่่ี ๖๓
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทีที่่ี ๖๓
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๓
ไฟฟา้
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัช้ันปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปทีที ่ี่ี ๖๓
๑. แรงไฟฟ้า
ในฤดูหนาว อากาศเยน็ และแหง้ บางครัง้ เราจะสังเกตเห็นเสื้อผ้าที่เราสวมใส่
ติดตัวเราและขณะที่เราหวีผม เราจะรู้สึกได้ว่ามีแรงดึงดูดเส้นผมของเราให้ติดหวี
แรงดังกล่าวเป็นแรงไฟฟ้าชนิดหน่ึง ท่ีเกิดจากแรงดึงดูดของประจุไฟฟ้าในวัตถุ
เชน่ หวี เสือ้ ผา้ หรอื เส้นผม
วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชัน้ปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีที ่ี่ี ๖๓
การที่ประจุไฟฟ้าในวัตถุจะออกแรงไฟฟ้าได้
ต้องมีการถ่ายโอนประจุไฟฟ้ากับส่ิงแวดล้อม
จนทาให้ชนิดของประจุไม่สมดุลกัน และ
ส่งแรงมากระทากับวัตถุอื่นที่อยู่ใกล้เคียง
ป ร า ก ฏ ก า ร ณ์ ดั ง ก ล่ า ว น้ี เ รี ย ก ว่ า
การเกดิ ไฟฟ้าสถติ
การเกิดไฟฟ้าสถติ ในชวี ิตประจาวัน
วทิ ยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชั้นปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปีทที ี่ี่ ๖๓
เม่ือนาวัตถุขัดถูด้วยผ้าแห้ง จะทาให้เกิดประจุไฟฟ้า
โดยวัตถุชนิดเดียวกันจะมีประจุไฟฟ้าเหมือนกัน เม่ือนามาใกล้กัน
จะเกิดแรงผลักกันส่วนวัตถุต่างชนิดกันจะมีประจุไฟฟ้าต่างกัน
เม่ือนามาใกล้กันจะเกิดแรงดึงดูดกัน ดังนั้น ชนิดของประจุ
มีผลต่อแรงไฟฟ้า
วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชั้นปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทีท่ีี่ ๖๓
แรงไฟฟ้า เกิดขึ้นระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้า
ซ่ึงประจุไฟฟ้ามี ๒ ชนิด คือ ประจุไฟฟ้าบวก และ
ประจุไฟฟ้าลบ วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกัน
ผลกั กัน ต่างชนิดกนั ดงึ ดูดกัน
วิทยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชนั้ปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปีทีท่ีี่ ๖๓
ไฟฟ้า เป็นปรากฏการณ์อันเน่ือง
ม า จ า ก ก า ร มี อ ยู่ ห รื อ ก า ร เ ค ล่ื อ น ที่
ของประจุไฟฟา้ ในวัตถุอนุภาค วัตถทุ ี่มีประจุ
ไ ฟ ฟ้ า อ ยู่ อ า จ ส่ ง แ ร ง ดึ ง ดู ด ห รื อ ผ ลั ก กั น
เรียกว่าแรงไฟฟ้า ซึ่งข้ึนอยู่กับชนิดของ
ประจุไฟฟ้า วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าลบมากกว่า
ประจุไฟฟ้าบวกจะแสดงอานาจไฟฟ้าลบ
ออกมา ในทางตรงกันข้ามวัตถุที่ขาด
ประจุไฟฟ้าลบจะแสดงอานาจไฟฟ้าบวก
ออกมา
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ช้ันปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทีท่ี่ี ๖๓
++
--
ประจุไฟฟา้ ชนดิ เดียวกนั ผลักกนั
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชน้ัปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปีทีท่ี่ี ๖๓
+ --
ประจุไฟฟา้ ตา่ งชนดิ กนั ดงึ ดูดกนั
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชน้ัปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปีทที ่ี่ี ๖๓
อานาจไฟฟ้าที่เกิดจากประจุไฟฟ้าอยู่กับ
ทใี่ นวตั ถุซึ่งเกดิ จากการขัดถูกันของวัตถุทาให้เกดิ
ประจุไฟฟ้าสะสมในวัตถุ เรียกว่า ไฟฟ้าสถิต
ป ร ะ จุ ไ ฟ ฟ้ า ช นิ ด เ ดี ย ว กั น จ ะ ส่ ง แ ร ง ผ ลั ก กั น
ส่วนป ระจุไฟฟ้ า ต่ า งช นิด กันจะดึ งดู ด กัน
แ ล ะ ตั ว น า ที่ มี ป ร ะ จุ ไ ฟ ฟ้ า จ ะ ดึ ง ดู ด อ นุ ภ า ค
ท่ไี ม่มปี ระจไุ ฟฟา้ โดยการเหน่ยี วนา
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีที ี่ี่ ๖๓
แรงดึงดูดท่เี กิดจากการเหนยี่ วนาของประจไุ ฟฟา้ ในวัตถุ
วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัช้นัปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปีทีท่ี่ี ๖๓
๒. วงจรไฟฟ้า เครือ่ งใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจาวัน
เครื่องใช้ในชีวิตประจาวันของเรา วทิ ยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชั้นปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปีทที ี่ี่ ๖๓
หลายอย่างจาเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้า
เ พื่ อ ท า ใ ห้ เ ค ร่ื อ ง ใ ช้ เ ห ล่ า น้ั น ท า ง า น ไ ด้
เชน่ โทรศัพท์เคลือ่ นท่ี คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์
ก า ร จ ะ น า พ ลั ง ง า น ไ ฟ ฟ้ า ม า ใ ช้ ง า น กั บ
เคร่ืองใช้ไฟฟ้านั้น จาเป็นต้องทาให้ประจุ
ไฟฟ้าเคลื่อนที่จากแหล่งกาเนิดไฟฟ้าผ่าน
ตวั กลางไปยงั เครือ่ งใช้ไฟฟ้าตา่ ง ๆ
๒.๑ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ตวั นาและฉนวนไฟฟา้
เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าทเ่ี ราใช้ในชวี ติ ประจาวัน ถา้ เราไม่ได้เสียบปล๊ัก ไม่ได้เปิดสวิตช์
เครื่องใชไ้ ฟฟา้ เหล่าน้นั ก็จะไมท่ างาน เพราะไมม่ กี ระแสไฟฟา้ สง่ มายังเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า
วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชัน้ปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปีทีท่ีี่ ๖๓
ห ล อ ด ไ ฟ ฟ้ า จ ะ ส ว่ า ง เ มื่ อ มี ก า ร ต่ อ
ถ่านไฟฉาย สายไฟฟ้า และ หลอดไฟฟ้าเข้า
ด้วยกันเป็นวงจรไฟฟ้า ทาให้กระแสฟ้าไหลครบ
วงจร เรียกว่า วงจรปิด ซึ่งสายไฟฟ้าทาหน้าท่ี
เป็นตัวนาไฟฟ้า ถ้าสายไฟฟ้าขาดออกจากกัน
จะทาให้กระแสไฟฟ้าไหลไม่ครบวงจร หลอด
ไฟฟา้ จะดับ เรยี กว่า วงจรเปดิ
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชัน้ปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปทีีที่ี่ ๖๓
ภาพและแผนภาพแสดงการตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบวงจรปดิ
วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชนั้ปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปีทที ี่่ี ๖๓
ภาพและแผนภาพแสดงการตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบวงจรเปดิ
วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชั้นปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทที ี่่ี ๖๓
สัญลักษณ์ที่ใช้ในวงจรไฟฟ้า แทนตัวอุปกรณ์
จะถูกใช้ในแผนภาพวงจรเพ่ือแสดงให้เห็นการต่อเข้า
ดว้ ยกนั ของวงจร ดังน้ี
วทิ ยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชัน้ปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปทีีท่ี่ี ๖๓
สญั ลกั ษณ์ของสว่ นประกอบตา่ ง ๆ ในการต่อวงจรไฟฟา้
วิทยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชั้นปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปทีที ี่่ี ๖๓
ตวั อย่าง ภาพและแผนภาพแสดงการตอ่ วงจรไฟฟา้
วทิ ยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชัน้ปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทที ี่่ี ๖๓
ว ง จ ร ไ ฟ ฟ้ า อ ย่ า ง ง่ า ย ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย
แหล่งกาเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
หรืออุปกรณ์ไฟฟา้
แ ห ล่ ง ก า เนิ ด ไ ฟ ฟ้ า เ ช่ น ถ่า น ไ ฟ ฉ า ย
หรือแบตเตอร่ี ทาหน้าท่ใี หพ้ ลังงานไฟฟ้า สายไฟฟ้า
เป็นตัวนาไฟฟ้า ทาหน้าท่ีเช่ือมต่อระหว่าง
แหล่งกาเนิดไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน
เคร่ืองใช้ไฟฟ้ามีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น
พลังงานอื่น
วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัช้ันปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทีที่่ี ๖๓
วัสดุท่ีนาไฟฟ้าได้ เม่ือต่อกับวงจรไฟฟ้า
จะทาให้หลอดไฟฟ้าสว่าง เรียกว่า ตัวนาไฟฟ้า
ส่ ว น วั ส ดุ ที่ ไ ม่ น า ไ ฟ ฟ้ า เ ม่ื อ ต่ อ กั บ ว ง จ ร ไ ฟ ฟ้ า
จะทาให้หลอดไฟฟา้ ไม่สวา่ ง เรียกว่า ฉนวนไฟฟา้
วทิ ยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีที ่ีี่ ๖๓
ตวั นาไฟฟา้ คือ วัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าผ่านได้ ส่วนมากเป็นโลหะ
เชน่ เงิน ทองแดง อะลูมิเนียม
เงนิ ทองแดง อะลมู ิเนียม
วิทยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ช้ันปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีีท่ี่ี ๖๓
ฉนวนไฟฟ้า คอื วสั ดทุ ไ่ี มใ่ ห้ประจุไฟฟ้าไหลผ่าน
เชน่ ยาง ผ้า แก้ว พลาสติก
ยาง ผา้ พลาสติก
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัช้นัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทที ่ีี่ ๖๓
๒.๒ แหลง่ พลังงานไฟฟา้
การท่ีเคร่ืองใช้ไฟฟ้าจะทางานได้ต้องมีการเสียบปลั๊กและเปิดสวิตช์
เพ่ือให้กระแสไฟฟ้าไหลจากแหล่งกาเนิดไฟฟ้าไปยังเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
แหล่งกาเนิดไฟฟ้ามีหลายประเภท เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ และเครื่อง
กาเนิดไฟฟา้
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชั้นปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทีที่ี่ ๖๓
ในชีวิตประจาวัน แหล่งพลังงานไฟฟ้ามีหลายประเภท เช่น
เซลลไ์ ฟฟ้าเคมี เครื่องกาเนดิ ไฟฟ้า เซลลส์ ุรยิ ะ
เซลล์ไฟฟ้าเคมี เป็นอปุ กรณ์ท่ีทาหน้าที่เปลี่ยนพลังงานเคมีให้เป็น
พลงั งานไฟฟ้า แบง่ เปน็ ๒ ชนิด ไดแ้ ก่
ถา่ นไฟฉาย แบตเตอรี่
วทิ ยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชั้นปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีที ่ี่ี ๖๓
เครื่องกาเนิดไฟฟ้า (ไดนาโม)
เ ป็ น อุ ป ก ร ณ์ ที่ ท า ห น้ า ท่ี เ ป ลี่ ย น
พลังงานกลให้เปน็ พลงั งานไฟฟ้า
ไดนาโม
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทีที่่ี ๖๓
เซลล์สุริยะ เซลล์สุริยะ เป็นอุปกรณ์
ท่ี ใ ช้ ส า ห รั บ เ ป ล่ี ย น พ ลั ง ง า น
แสงอาทติ ยเ์ ป็นพลงั งานไฟฟ้า
วิทยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ช้ันปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทที ่ี่ี ๖๓
๓. การตอ่ วงจรไฟฟ้า
๓.๑ การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
วงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยเซลล์ไฟฟ้า ตัวนาไฟฟ้า
และหลอดไฟฟา้ เปน็ วงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ยทแ่ี สดงให้เหน็ ถงึ
ก า ร เ ค ล่ื อ น ท่ี ข อ ง ก ร ะ แ ส ไ ฟ ฟ้ า จ า ก แ ห ล่ ง ก า เ นิ ด ไ ป
เครอื่ งใช้ไฟฟ้า
วิทยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ช้นัปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปทีที ่ี่ี ๖๓
ซ่ึงในชีวิตประจาวัน เราพบวงจรไฟฟ้า
อย่างง่ายจากหลายแหล่ง เช่น กระบอกไฟฉาย
ซ่ึงกระบอกไฟฉายที่มีถ่านไฟฉายขนาดใหญ่หรือ
จานวนถ่านมากขึ้น หลอดไฟฟ้าก็จะสว่างมากขึ้น
ดังน้ัน ลักษณะการต่อวงจรไฟฟ้าและจานวน
เซลลไ์ ฟฟา้ จงึ มีผลตอ่ การทางานของเครื่องใช้ไฟฟา้
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีที ี่ี่ ๖๓
เราสามารถนาเซลล์ไฟฟ้ามาต่อเรียงกันเพื่อให้
หลอดไฟฟ้าสวา่ ง เรียกว่า การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรม
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม คือ การนา
เซลล์ไฟฟ้าหลายเซลล์มาต่อเรียงกัน โดยนาข้ัวบวกของ
เซลลไ์ ฟฟ้าหนึ่งมาตอ่ กับขัว้ ลบของอกี เซลล์หนึง่
วทิ ยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชนั้ปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทีท่ีี่ ๖๓
การตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรม
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมจะช่วยเพ่ิมความ
ต่างศักย์ไฟฟ้าหรือแรงดันไฟฟ้า ทาให้มีกระแสไฟฟ้า
ไหลผา่ นอุปกรณ์ไฟฟ้าในวงจรเพ่มิ ขึ้น
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีที ี่ี่ ๖๓
๓.๒ การตอ่ หลอดไฟฟ้า
การต่อหลอดไฟฟ้ามี ๒ แบบ คือ การต่อหลอด
ไฟฟ้าแบบอนกุ รม และการตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบขนาน
การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมเมื่อถอดหลอด
ไฟฟ้าหลอดใดหลอดหนึ่งออกทาให้หลอดไฟฟ้าท่ีเหลือ
ดับทั้งหมด ส่วนการต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน เม่ือถอด
หลอดไฟฟ้าหลอดใดหลอดหน่ึงออก หลอดไฟฟ้าท่ีเหลือ
ก็ยงั สว่างได้
วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชั้นปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทที ่ี่ี ๖๓
๓.๒ การตอ่ หลอดไฟฟา้
เม่ือต่อหลอดไฟฟ้า ๒ หลอดเรียงต่อกัน
ประจุไฟฟ้าจะไหลจากถ่านไฟฉายไปยังหลอด
ไฟฟ้าหลอดแรก และต่อไปยังหลอดที่สองแล้ว
กลับมาที่ถ่านไฟฉายอีกทาให้มีกระแสไฟฟ้า
เพียงทิศทางเดียว เรียกว่า การต่อหลอดไฟฟ้า
แบบอนุกรมเมื่อนาหลอดไฟฟ้าออกจากวงจรน้ี
หนึ่งหลอดหรือหลอดไฟฟ้าในวงจรดับ วงจรจะ
เปิด กระแสไฟฟ้าจึงไม่ครบวงจร หลอดไฟฟ้า
อีกหลอดหนงึ่ จงึ ดับไปด้วย
วทิ ยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีที ี่ี่ ๖๓
ก า ร ต่ อ ห ล อ ด ไ ฟ ฟ้ า แ บ บ อ นุ ก ร ม
ก ร ะ แ ส ไ ฟ ฟ้ า จ ะ ผ่ า น ห ล อ ด ไ ฟ ฟ้ า ทุ ก ห ล อ ด
หลอดไฟฟ้าทุกหลอดจะใช้พลังงานท่ีมาจาก
แหล่งเดียวกัน แต่ละหลอดจึงได้รับพลังงาน
บางส่วน หลอดไฟฟ้าในการต่อแบบอนุกรมแต่
ละหลอดจึงสว่างน้อยกว่าเมื่อมีหลอดไฟฟ้า
เพยี งหลอดเดียวในวงจร
วิทยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีที ี่ี่ ๖๓
ภาพและแผนภาพการตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รม
วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชั้นปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปีทที ี่ี่ ๖๓
เมื่อต่อหลอดไฟฟ้า ๒ หลอดแบบขนาน
มีทางให้ประจุไฟฟ้าไหลได้ ๒ ทาง ทางที่ ๑
ประจุไฟฟ้าไหลจากข้ัวบวกของถ่านไฟฉายผ่าน
หลอดไฟฟ้าหลอดที่ ๑ ไปยังข้ัวลบของถ่านไฟฉาย
ทาให้มีกระแสไฟฟ้าครบวงจร เช่นเดียวกับทางที่
๒ ที่มีหลอดไฟฟ้าหลอดที่ ๒ ก็มีกระแสไฟฟ้าครบ
วงจรเช่นกัน การต่อหลอดไฟฟ้าที่ทาให้มี
กระแสไฟฟ้าในวงจรมากกว่าทศิ ทางเดียว เรียกว่า
การตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบขนาน
วทิ ยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีที ี่ี่ ๖๓
ในการต่อแบบขนาน หลอดไฟฟ้าท้ังสอง
หลอดไม่ต้องแบ่งพลังงานกันใช้ หลอดไฟฟ้า
แ ต่ ล ะ ห ล อ ด ส า ม า ร ถ ใ ช้ พ ลั ง ง า น ไ ด้ เ ต็ ม ท่ี
จึงมีความสว่างเท่ากัน เมื่อมีหลอดไฟฟ้าเพียง
หลอดเดยี วในวงจร
วทิ ยาศาสตรวแ์ ิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี น้ัชน้ัปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาาปปทีที ี่ี่ ๖๓
ภาพและแผนภาพการตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบขนาน
วทิ ยาศาสตรว์แิทลยะเาทศคาโสนตโลร์ยชี นั้ช้ันปปรระะถถมมศศึกึกษษาาปปีทีที่ี่ ๖๓