The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

องค์กรชุมชนย่านการค้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tnkpshop, 2022-06-14 21:15:28

องค์กรชุมชนย่านการค้า

องค์กรชุมชนย่านการค้า

Keywords: ทุ่งสง,องค์กรชุมชนย่านการค้า

การจดั ตัง้ องค์กรชมุ ชน
ในเขตเทศบาล

“ทงุ่ สง เมืองแหง่ การเรียนรู้
เมอื งชุมทางน่าอยู่

ส่ชู ุมชนเข้มแข็ง ผาสุกอยา่ งยั่งยนื ”

งานพัฒนาชุมชน กองสวสั ดกิ ารสงั คม
โทร.075 - 411039

พระราชดารัส
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช
ในพธิ ีพระราชทานธงประจารุน่ ลูกเสือชาวบา้ น จังหวดั สระบรุ ี

(วนั ศุกร์ ที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช 2519)
คนเราอยู่คนเดยี วไมไ่ ด้ จะต้องอย่เู ป็นหมู่คณะ

และถา้ หมูค่ ณะนนั้ ...มคี วามสามคั คี
คือเหน็ อกเหน็ ใจซึ่งกันและกัน ช่วยเหลอื ในทกุ เมื่อ

...ชว่ ยกันคิดวา่ สิ่งใดควร สงิ่ ใดไม่สมควร...
สิ่งใดทจี่ ะทาให้นามาสูค่ วามเจริญ ความม่นั คง ความสขุ ...ก็ทา

สงิ่ ใดทนี่ ามาซ่งึ หายนะหรือเสยี หาย...กเ็ ว้น
...และช่วยกนั ปฏิบตั ิท้ังหนา้ ท่ที างกาย ทัง้ หน้าที่ทางใจ...

“พฒั นาจติ ใจ พฒั นาคน ชุมชนเขม้ แขง็ ”

เทศบาลเมืองทุ่งสง เดิมมีชุมชน 20 ชุมชน และนายทรงชัย วงษ์วัชรดารง
นายกเทศมนตรีเมืองทุ่งสง ได้มอบนโยบายให้กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองทุ่งสง
แบ่งแยกชุมชนจากชุมชนยุทธศาสตร์เป็นชุมชนยุทธศาสตร์ 1 และชุมชนยุทธศาสตร์ 2
เน่ืองจากขณะน้ีชุมชนยุทธศาสตร์มีจานวนประชากร และจานวนครัวเรือนเพิ่มมากข้ึน
และจัดตง้ั ชุมชนย่านการค้าเพม่ิ อีกหน่ึงชุมชน ซึ่งปัจจุบันนี้ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสง
ได้ประกาศจัดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวม 22 ชุมชน นอกจากนโยบายการจัดตั้งชุมชน
เพิ่มแล้ว นโยบายหลักท่ีสาคัญ คือ การพัฒนาให้เทศบาลเมืองทุ่งสงมีการปฏิบัติงานที่มี
ประสิทธิภาพมากขึ้น เข้าถึงประชาชนมากข้ึน และเตรียมความพร้อมขยายแนวคิด
วัฒนธรรมจากคุณค่าสู่มูลค่า ต่อยอดชุมชน มุ่งรายได้ให้คนทุ่งสง และยกระดับโครงสร้าง
พื้นฐานให้ครอบคลมุ เพื่อความสะดวก ความปลอดภยั แก้ปญั หาจราจร รักษาส่ิงแวดลอ้ ม

(นายทรงชัย วงษ์วัชรดารง)
นายกเทศมนตรเี มืองทุ่งสง

คณะกรรมการชุมชนย่านการค้า

ประธานชุมชนในเขตเทศบาลเมอื งทุ่งสง ทง้ั 22 ชมุ ชน

ท่ี ชื่อ – ชื่อสกุล ตำแหนง่ เบอร์โทรศัพท์

1. นางสุดารัตน์ บาเรอราช ปธ.ชมุ ชนตลาดใน 063-5941785

2. นายวิมลชยั ชยั วเิ ศษ ปธ.ชุมชนบา้ นพักรถไฟทุง่ สง 084-8447288

3. นางสาวณัฐฐ์ จุลรตั น์ ปธ.ชุมชนทงุ่ สง-นาบอน 081-6482152

4. นางอนงค์ เกื้อภกั ดิ์ ปธ.ชุมชนตลาดสด 087-2631291

5. นายวรวิทย์ โกสุวรรณ ปธ.ชุมชนยา่ นการค้า 099-5163955

6. นายเจริญพร วงศ์อักษร ปธ.ชมุ ชนยทุ ธศาสตร์ 1 087-2848942

7. ร.ต.อ.หญิงอารยี ์ จันทรม์ ศี รี ปธ.ชมุ ชนยทุ ธศาสตร์ 2 086-9423529

8. นายสมชาย สงั วงั เลาว์ ปธ.ชุมชนท่าแพเหนอื 081-2715567

9. นางเสาวภา อนิ ทรสวุ รรณ ปธ.ชมุ ชนเสรมิ ชาติ 081-8941288

10. ร.ต.ท.สมพงศ์ ครฑุ จร ปธ.ชมุ ชนสะพานเหล็ก 089-5905972

11. นายไพวุฒิ ดวงทอง ปธ.ชุมชนประชาอุทิศ 098-0698685

12. ร.อ.เจรญิ แกว้ ไทย ปธ.ชมุ ชนเขาปรดี ี 089-9700068

13. นายวินยั บุญช่วย ปธ.ชมุ ชนทุ่งสง-หว้ ยยอด 089-6507793

14. นางสาวโสภา มณีกุล ปธ.ชมุ ชนเปรมประชา 086-2782535

15. นายสิงหา หลีชยั เลิศ ปธ.ชุมชนราชบริพาร 062-2136980

16. นายอานวย ระเหด็ หาญ ปธ.ชุมชนบ้านในหวงั 081-9700341

17. นางสาวสจุ ิรา แกว้ ชนะ ปธ.ชมุ ชนทา่ แพใต้ 089-8724947

18. นางธญั จริ า ปิยะศาสตร์ ปธ.ชมุ ชนหลังโรงพยาบาลทุ่งสง 082-2122917

19. นางจารี ทองคา ปธ.ชุมชนตะวันออกวัดชัยชมุ พล 082-8041934

20. นายสมชาย สมศริ ิ ปธ.ชุมชนบ้านนาเหนือ 082-8074530

21. ร.ต.ต.เจรญิ สุขวัฒนา ปธ.ชมุ ชนหมบู่ า้ นพัฒนา 086-2725576

22. ว่าทร่ี .ต.ประพนั ธ์ เพง็ เจริญ ปธ.ชมุ ชนโดมทองธานี (ทา่ แพ) 081-8915824





























สารบัญ

เร่อื ง
 ขอบเขตชมุ ชน
 การจัดตงั้ องคก์ รชุมชน
 วัตถปุ ระสงค์ของการจัดต้ังองคก์ รชุมชน
 ปญั หาขององคก์ รชุมชน
 บทบาทหน้าทข่ี ององค์กรชมุ ชน
 แนวทางการจดั ระเบยี บองคก์ รชมุ ชน
 โครงสร้างการบรหิ ารงานของคณะกรรมการชุมชน
 หนา้ ทีค่ วามรับผิดชอบ
 ปัจจัยและบทบาทของหน่วยการปกครองส่วนท้องถ่ินและ

องคก์ รเอกชนในการสนบั สนนุ องคก์ รชมุ ชน
 การฝึกอบรมคณะกรรมการองค์กรชุมชน
 แนวคดิ พ้นื ฐานในการพฒั นาชมุ ชน
 ลกั ษณะผู้นาชมุ ชนทดี่ ี
 วธิ ีการทางานรว่ มกันเปน็ กลุม่
 วธิ รี ะดม การมสี ว่ นร่วมของคนในชุมชน
 วิธีการคน้ หาปญั หาและแนวทางในการแก้ไขปัญหา
ชมุ ชน
 การแสวงหาทรพั ยากรของรัฐและเอกชน
 การดงู านโครงการพัฒนา

สารบัญ
เรื่อง

 การจัดการด้านการเงิน
 เทคนิคการประชมุ ท่ีดี
 การพบปะหน่วยงานของรฐั และเอกชน
 เทศบาลมแี นวทางในการสนบั สนุนองค์กรชุมชนอยา่ งไร
 องค์กรชุมชนควรมแี นวทางในการพัฒนาตนเองอยา่ งไรบา้ ง

ภาคผนวก
 ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

ของเทศบาล พ.ศ. 2564

ขอบเขตชุมชน

เขต 1

ลาดับ ชุมชน บา้ นเลขท่ี ถนน จานวน
ท่ี ครวั เรอื น
1 - 247 ผดงุ ราษฎร์
1. ชมุ ชน 346
ตลาดสด
1 - 169/1 นิกรบารุง

116 - 142 ชัยชุมพล ซอย 1

1 - 89 ธรรมสุนทรอุทศิ

2. ชมุ ชน 2 - 296 รถไฟ 366
หมบู่ ้านเขาราบ
บา้ นพักรถไฟทงุ่ สง 2 - 49

3. ชุมชน 1 - 529 ทงุ่ สง – นาบอน 636
ทงุ่ สง-นาบอน 1 - 174 ภราดร

4. ชมุ ชน 1 - 135 ตลาดใน 1 322
ตลาดใน 1 - 71 ตลาดใน 2

5 - 167 ทงุ่ สง – นาบอน

เขต 1 (ตอ่ )

ลาดับ ชมุ ชน บ้านเลขที่ ถนน จานวน
ที่ ครัวเรอื น
1 - 620 ชนปรีดา
ย่านการคา้ 1,138

5. 1 - 80/2 สาราญใจ

1 - 202 ประสานมิตร

1 - 71/4 ศลิ ปนุสรณ์

1 - 142 เวชพฤกษ์พิทักษ์
ชยั ชุมพล
1-81 ชัยชมุ พล ซอย 1
ชัยชมุ พล ซอย 2
2 - 114
1 - 40

ลาดบั ชุมชน เขต 2 ถนน จานวน
ที่ ครวั เรอื น
บ้านเลขท่ี
561
1. ชมุ ชนเขาปรดี ี 326 – 386/4 ประชาอทุ ศิ 568

2. ชมุ ชนยุทธศาสตร์ 1 ซอย 7, 9, 11, 12, ยทุ ธศาสตร์ 702
13, 14, 14/1, 15, 629
17, 19, 21 299
668
3. ชุมชนยทุ ธศาสตร์ 2 ซอย 1, 2, 3, 4, 5, 6, ยุทธศาสตร์
8, 8/1, 10 676

4. ชมุ ชนเสรมิ ชาติ 1 – 145/2 เสรมิ ชาติ
5. ชมุ ชนสะพานเหล็ก 96/10 – 96/16 สาโรง

1 - 137

ชุมชนทา่ แพเหนอื 1 - 84 ทา่ แพเหนือ
6.

102, 230/6, 230/7 ทุ่งสง-

421 – 453/2 นครศรีธรรมราช

7. ชมุ ชนประชาอุทิศ 1 – 325/6 ประชาอทุ ิศ

เขต 3

ลาดบั ชมุ ชน บา้ นเลขท่ี ถนน จานวน
ท่ี ครวั เรือน
พฒั นาการ
1. ชมุ ชน 66 – 194/5 ชัยชุมพล 387

ตะวนั ออกวัดชยั ชุมพล

397 – 481/14

2. ชมุ ชน 1 – 84 บา้ นในหวงั 287
ชัยชมุ พล 480
บา้ นในหวงั ชัยชุมพล

3. ชุมชน 82 – 395/2

หลงั โรงพยาบาลทุ่งสง

แฟลตตารวจ

บ้านพักรถไฟสายกันตัง ชนปรีดา
530 – 596

7 และ 178 ราชบริพาร

4. ชุมชน 83 – 90******** ท่งุ สง – สรุ าษฎร์ธานี 210
ท่งุ สง – ห้วยยอด 91 – 279/1 ทุ่งสง – หว้ ยยอด
1 - 136 ทงุ่ สง – สุราษฎร์ธานี

281 - 333

5. ชุมชน 1 - 65 พฒั นาการ 695
หมู่บ้านพฒั นา 1 - 159 หม่บู ้านพฒั นา

1 – 82/5 ทงุ่ สง – สุราษฎร์ธานี

เขต 3 (ต่อ)

ลาดับ ชุมชน บ้านเลขท่ี ถนน จานวน
ที่ ครวั เรือน

6. ชมุ ชนราชบริพาร 1 – 198/3 ราชบรพิ าร 262
738
7. ชมุ ชนบ้านนาเหนอื 1 – 421/107 ทุ่งสง –
นครศรธี รรมราช 112
398
หมบู่ ้านเหมอื นขวญั ท่งุ สง - 280
ซ้ายมอื นครศรีธรรมราช
421/63 - 421/76
421/77 - 421/87

ขวามอื
421/61, 421/62,
421/62/1 - 421/62/8
421/88 - 421/92
421/93 - 421/97
421/98 - 421/102
421/103 - 421/107

8. ชมุ ชน 455 - 681 ทุ่งสง –
นครศรีธรรมราช
โดมทองธานี (ท่าแพ)

9. ชุมชนท่าแพใต้ 1 – 67/1 และ9849 ทา่ แพใต้

10. ชุมชนเปรมประชา 2– 257/1 เปรมประชา

การจดั ตั้งองคก์ รชมุ ชน

จัดตัง้ องค์กรชมุ ชนเพ่ือวัตถปุ ระสงคอ์ ะไร
1.เพื่อให้ประชาชนมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนเองตาม

หลกั การประชาธิปไตย
๒. เพือ่ จดั และระดมใชท้ รัพยากรในชมุ ชนและนอกชมุ ชนอย่างมีระบบ
3. เพอ่ื ประสานสมั พันธก์ บั หน่วยการปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และองคก์ รอนื่ ๆ
4. ใหป้ ระชาชนในชมุ ชน ได้เกดิ ความสามัคคแี ละรักทอ้ งถ่ินของตนเอง

ปญั หาขององค์กรชุมชนท่ีมอี ยู่
ในการดาเนินงานที่ผ่านมาองค์กรชุมชนเมืองในที่ต่างๆประสบปัญหาท่ีสาคัญและ

คลา้ ยกนั ดงั ต่อไปนี้ คือ
๑. ขาดการประสานงานท่ีดี มีความสับสนในบทบาทหน้าที่ระหว่างกลุ่มองค์กร

ต่างๆ ที่มีอย่ใู นชุมชน
๒. ในชุมชนมีกลุม่ ตา่ ง ๆ มากพอสมควร แต่บุคคลทที่ างานอย่างจริงจังและต่อเนอื่ ง

มจี านวนนอ้ ย
๓. ระบบและวิธีการคัดเลือกผู้บริหารองค์กรชุมชนรวบรัดและไม่กระจาย

ทาให้ไม่ได้ตัวแทนของประชาชนท่แี ทจ้ ริงและท่ัวถึง
๔. ผู้นาหรือกรรมการองค์กรชุมชน ในบางครั้งตัดสินใจดาเนินงานต่างๆ โดยไม่

สอดคลอ้ งกบั ความต้องการและความคดิ เหน็ จากชาวบ้าน
๕. องค์กรชุมชนไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ และขาดความสัมพันธ์

ขาดการประสานงานกับหน่วยการปกครองสว่ นท้องถ่นิ อยา่ งเปน็ ระบบ
๖. ขาดระบบการประสานงานระหว่างองค์กรชุมชน และหน่วยการปกครองส่วน

ท้องถ่ิน หน่วยงานของรัฐ และองค์กรเอกชน เป็นต้น ในด้านการให้การบริการพ้ืนฐานที่
จาเป็นแก่ชุมขนบางครั้งก่อใหเ้ กิดความแตกแยกและความไมเ่ ท่าเทียมในชุมชนหรือระหวา่ ง
ชุมขน

7. องคก์ รชุมชนส่วนมากยงั ขาดความรู้ ทักษะในการบรหิ ารชุมชน เชน่ การ
ดาเนินการประชมุ และการจดั ทาโครงการพัฒนาชุมชน

8. สถาบนั การเมืองระดับท้องถิ่น และระดับชาติบอ่ ยครง้ั ทาให้เกดิ ความแตกแยก
และสร้างความหวังในทางท่ีไม่ถกู ต้องต่อองคก์ รชมุ ชน

การจัดต้ังองค์กรประชาชน หรือองค์กรชุมชน ในปัจจุบันนี้ถือเป็นหลักการและ
แนวทางสาคญั ทั้งของหนว่ ยงานของรัฐ และองค์กรเอกชนในการส่งเสริมใหป้ ระชาชนในการ
แกไ้ ขปัญหาและพฒั นาชมุ ชนของตนเองสาหรับประชาชนในเมอื ง คณะกรรมการชุมชนเป็น
รูปแบบหน่ึงขององค์กรชุมชนที่ได้รับการจัดต้ัง และมีบทบาทสาคัญในการพัฒนาชุมชน
นอกจากนั้นยังมีกลุ่มหรือองค์กรอื่นๆ อีกมากมายที่ประชาชนในท้องถ่ินได้ก่อต้ังขึ้นด้วย
ตนเอง หรือได้รับการจดั ตั้งจากหนว่ ยงานภายนอก อาทิ กลุ่มอาสาสมคั รสาธารณสขุ มูลฐาน
(อ.ส.ม) กลุ่มฌาปนกิจ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มหนุ่มสาว กลุ่มพัฒนาอาชีพ เป็นต้น กลุ่มเหล่าน้ี
เป็นองค์ประกอบและเป็นตัวแทนสาคัญของประชาชน ซึ่งมีความสนใจ และจัดกิจกรรม
เฉพาะอย่าง แต่มีบทบาทและหน้าท่ีพัฒนาชุมชนร่วมกันกับคณะกรรมการชุมชนอย่าง
ใกล้ชดิ

นอกจากกลุ่มท่ีค่อนข้างเป็นทางการที่ได้กล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีกลุ่มผู้อาวุโส พระ
และครู หรอื กลุ่มบุคคลอื่นท่ีได้รับความนับถือจากชาวบ้านท้องถิ่นท่มี ีความสาคัญต่อความ
ผูกพัน วัฒนธรรม และการพัฒนาของชุมชนเป็นอันมาก บุคคลเหล่าน้ีสามารถสร้างความ
ม่ันใจและความเช่ือให้กลุ่มองค์กรชุมชนเป็นตัวกลางช่วยไกล่เกล่ียทาความเข้าใจและลด
ปัญหาความขัดแยง้ ในชมุ ชนไดอ้ ย่างดี

บทบาทหนา้ ทีข่ ององค์กรมีอะไรบา้ ง
๑. เป็นผู้เสริมสร้าง จิตสานึก ความสามัคคี การมีส่วนร่วมในการพัฒนาของผู้อยู่

อาศัยในชมุ ชนและของสังคม
2. เป็นผู้นา ในการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน อาทิเช่น กิจกรรมประเพณี

กิจกรรมสาธารณสุขกจิ กรรมพฒั นาอาชพี และการปรับปรุงชุมชน
3. เป็นส่ือกลาง ในการรับฟัง รวบรวมความคิดเห็นและปัญหาของชุมชน รวมทั้ง

สะทอ้ นความตอ้ งการและขอ้ เสนอของชุมชนต่อหน่วยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งไดท้ ราบ

4. เป็นหน่วยงาน ในการประสานโครงการกิจกรรมต่างๆ ระหว่างกลุ่มท้ังหลายใน
ชุมชนและระหว่างผู้อาศัยในชุมชนและองค์กรหน่วยงานต่างๆ ภายนอกทั้งภาครัฐและ
เอกชนรวมทัง้ แห่งอ่ืนๆ ด้วย

มีแนวทางการจัดระเบยี บองคก์ รชุมชนอย่างไร
๑. คณะกรรมการชมุ ชน ซ่ึงถือเป็นแกนนาขององค์กรชุมชนสมควรประกอบดว้ ย 2

ภาค คอื
๑.๑ ภาคตัวแทนผู้ไดร้ ับเลอื กตั้งจากประชาชนทว่ั ไปในชุมชนโดยตรง และอย่าง

เปิดเผย
๑.๒ ภาคตัวแทน ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือเลือกตั้งจากกลุ่มย่อยหรือกลุ่ม

กจิ กรรมต่างๆ ในชุมชน

ส่วนอีก 2 ภาค เป็นเพยี งคณะกรรมการท่ปี รกึ ษา ทีป่ ระกอบดว้ ย
*ภาคบุคคลที่ปรึกษาท่ีได้รับความเคารพ ความเชื่อจากประชาชนในท้องถ่ินและ
ได้รบั การคัดเลือก หรือแตง่ ตั้งโดยคณะกรรมการชุมชนและ
*ภาคองค์กรท่ีปรกึ ษา ทมี่ ีสว่ นเก่ยี วข้องในการพัฒนาชมุ ชนและท่ีได้รับการคดั เลือก
หรือแต่งตัง้ โดยคณะกรรมการชมุ ชน
๒. การนาเอาตวั แทนของกลุ่มย่อย หรือกลุ่มกิจกรรมของแต่ละกลุ่มเขา้ มาร่วมเป็น
กรรมการชุมชนนน้ั เป็นสิ่งท่จี าเป็น ประการแรก เนื่องจากบคุ คลที่บริหารงานของกลมุ่ ตา่ งๆ
มีความสนใจ และมีกิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาชุมชนโดยตรง ส่วนใหญ่ได้รับการ
เลือกตงั้ จากสมาชิกในกลุ่มอยู่แล้ว และบางกลุ่ม เชน่ กลุ่ม อ.ส.ม. มีการจดั ต้ังและมีบทบาท
สาคัญในการพัฒนาชุมชนมาก่อน นอกจากน้ันยังเป็นการเพ่ิมประสิทธิภาพในการ
ประสานงานลดความซ้าซ้อนของงาน และลดความขัดแย้งในระหว่างกลุ่มต่างๆ ในชุมชน
และในระหว่างองค์กรชมุ ชนกับองคก์ รพฒั นาภายนอกอกี ประการหนึง่ ด้วย
3. การแต่งตั้งบุคคล หรือองค์กรเป็นท่ีปรึกษาคณะกรรมการชุมชนนั้น นอกจาก
เป็นการรักษาวัฒนธรรม ความผูกพัน ของสถาบันในท้องถ่ิน และเป็นการใช้ทรัพยากรใน
ชมุ ชนแล้วยังเปน็ การเปดิ โอกาสใหอ้ งค์กรชมุ ชนเรียนร้แู ละแลกเปล่ียนประสบการทรพั ยากร
จากชมุ ชน และสังคมภายนอกอีกด้วย สว่ นจานวน จงั หวะเวลา หรอื คณุ ลกั ษณะในการ

แต่งตั้งที่ปรกึ ษาน้ันขน้ึ อยู่กับกิจกรรมพัฒนา ความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน และดุลยพินิจ
ของคณะกรรมการชุมชนเป็นหลัก สาหรับหน้าท่ีของที่ปรึกษานั้น ควรเป็นเพียงผู้ให้ความ
คดิ เห็นและแนวทางเท่านั้นมิได้เปน็ ผูบ้ ริหารหรือควบคมุ การดาเนินงานขององค์กรชมุ ชนแต่
อย่างใด

โครงสร้างการบรหิ ารงานของคณะกรรมการชุมชน
ตาแหนง่ หนา้ ท่ี และความรับผดิ ชอบ

โดยท่ัวไปตาแหน่งพ้ืนฐานที่จาเป็นในการดาเนินงานของคณะกรรมการชุมชนน้ัน
ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก ส่วนตาแหน่งอ่ืนนั้นให้จัดตั้งขึ้น
เป็นหัวหน้าฝ่ายภายใต้ฝ่ายต่างๆที่กาหนดข้ึนตามกิจกรรมท่ีดาเนินอยู่ในชุมชนและ
กรรมการอืน่ กอ็ ยูภ่ ายใตฝ้ า่ ยเหล่าน้นั

หากเทศบาลจะนาไปปรบั ใช้เป็นแนวทาง โดยยึดรูปแบบนี้ ซง่ึ อาจจะปรับ
เพ่ิมและลดตามแตเ่ ทศบาลจะเห็นเหมาะสม

หน้าที่ความรบั ผิดชอบของตาแหน่งต่างๆ น้ัน มขี อบเขตดงั น้ี คอื

ประธานคณะกรรมการชมุ ชน
โดยปกติเป็นตาแหน่งที่นิยมมีเพียงคนเดียว ซึ่งจะมีหน้าที่ความรับผิดชอบ

ดังต่อไปนี้ คือ
๑. เปน็ ประธานในทีป่ ระชมุ ของคณะกรรมการชมุ ชนของชาวบ้านทง้ั หมด
๒. เปน็ ผปู้ ระสานงานการดาเนินงานของคณะกรรมการฝ่ายตา่ ง ๆ
๓. เปน็ ผู้ช้ีขาดในกรณีการลงมติมคี ะแนนเสียงเทา่ นั้น
4. เป็นผู้แทนของชุมชนหรืออาจสบั เปลย่ี น กับกรรมการคนอ่นื ๆ ในกล่มุ ทางานไป

ร่วมกจิ กรรมภายนอก

รองประธานคณะกรรมการชมุ ชน
ตาแหน่งรองประธาน จานวน ๑ คน
สาหรบั หนา้ ทขี่ องรองประธานนนั้ เป็นการช่วยเหลอื หรือปฏบิ ัตงิ านแทนประธาน

เลขานกุ าร มหี น้าทรี่ บั ผดิ ชอบดังต่อไปน้ี คือ
๑. นดั ประชมุ กรรมการ
๒. งานทะเบียน
๓. งานโตต้ อบจดหมายกบั ภายนอก
4. การจดบนั ทึกรายงานการประชุม
๕. ดแู ลเอกสารตา่ งๆ ที่เกีย่ วกับการทางานของกรรมการ

เหรญั ญกิ มีหนา้ ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบ
๑. ทาบัญชีรายรับ - รายจ่าย รวมท้ังการชี้แจงรายรับ - รายจ่ายให้แก่

คณะกรรมการและชาวบ้านในชุมชนทราบ
2. การเก็บรักษาเงินและทรัพย์สิน ซึ่งวิธีการเก็บรักษาเงินนั้น คณะกรรมการ

ปรึกษาหารือวา่ จะเกบ็ รกั ษาอยา่ งไร เชน่ ฝากธนาคาร
อย่างไรก็ดี ในการเบกิ จ่ายเงินควรแจ้งให้ทีป่ ระชุมคณะกรรมการทราบทุกครั้ง

ประชาสมั พันธ์
1. เผยแพรข่ ่าวสารเกี่ยวกับการดาเนินงานของคณะกรรมการว่าไดท้ าอะไรไปและ

กาลงั จะทาอะไรแก่ผ้ทู ่ีอยอู่ าศยั ในชมุ ชน
๒. เผยแพร่ข่าวสารให้หน่วยงานภายนอกและชุมชนอ่ืนๆ ทราบความก้าวหน้าใน

การดาเนนิ งานได้มกี ารกระจายความรบั ผดิ ชอบใหก้ รรมการทไ่ี ดร้ บั การเลือกตั้งเข้ามามีสว่ น
รว่ มอย่างท่ัวถงึ ดว้ ย

ฝา่ ยพฒั นาชุมชน
มีหน้าท่ีรับผิดชอบในการดูแลและรักษาส่ิงสาธารณูปโภค สาธารณูปการและส่ิง

บริการท้ังหลายในชุมชนรวมทั้งมีหน้าที่ในการเสนอแนวทางและโครงการพัฒนาเพื่อแก้ไข
ปัญหาตา่ งๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ งในดา้ นกายภาพของชุมชน

ฝา่ ยสาธารณสุข
มหี น้าท่ีรบั ผิดชอบในการส่งเสรมิ สุขภาพอนามัยอันดี ด้วยการใหก้ ารศึกษาและการ
รกั ษาพยาบาลข้ันพ้ืนฐานแกป่ ระชาชนในชุมชน กล่มุ อาสาสมัครสาธารณสุขมลู ฐาน (อ.ส.ม.)
มีบทบาทสาคัญในการช่วยเหลือในด้านน้ีโดยตรง

ฝ่ายส่งเสริมอาชพี และรายได้
มีหน้าทีร่ ับผิดชอบในการหาล่ทู างท่จี ะส่งเสริม และสนบั สนุนการประกอบอาชีพให้

มรี ายได้และความม่ันคงมากยง่ิ ข้ึน อาทิด้วยการให้การฝึกอบรมอาชีพ การติดต่อแหล่งทุน
และตลาดเพ่อื จาหน่ายผลผลติ เป็นต้น

ฝ่ายสงั คม
หน้าที่รบั ผิดชอบในการรักษา และส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณี และความสัมพันธ์

อันดีงามของชุมชนและท้องถิ่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มฌาปนกิจ และกลุ่มหนุ่มสาวจะมีส่วน
ช่วยเหลือกจิ กรรมต่างๆ ในดา้ นนีไ้ ด้ดี

ในการตั้งกรรมการขึ้นมารับผิดชอบงานฝ่ายต่างๆ น้ัน ควรมีกรรมการรับคิดชอบ
มากกวา่ ๑ คน ท้ังนีเ้ พือ่ จะได้มกี ารแบง่ เบาภาระความรบั ผดิ ชอบและสบั เปลย่ี นดูแลในกรณี
กรรมการอาจมีเวลาให้ไม่พอ นอกจากน้ียังเป็นการกระจายความรับผิดชอบให้กรรมการท่ี
ไดร้ บั การเลอื กต้ังเข้ามามีส่วนรว่ มอย่างทั่วถงึ ด้วย

ปจั จัยและบทบาทของหนว่ ยการปกครองส่วนท้องถน่ิ
และองคก์ รเอกชนในการสนบั สนุนองค์กรชมุ ชน

การพยุงรักษา การพัฒนาองค์กรชุมชนใหเ้ ป็นตัวแทนท่ีแท้จริง และให้เปน็ ตัวจักร
ในการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพนั้น เป็นภารกิจที่สาคัญของหน่วยการปกครองส่วนท้องถ่ิน
หน่วยงานเอกชน และองค์กรชุมชนเองการเลือกตัง้ คณะกรรมการชุมชนให้ถูกขน้ั ตอน และ
การจัดโครงสร้างการบริหารองค์กรให้มีระบบ ดังกล่าวมาข้างต้นเป็นปัจจัยสาคัญในการ
ปูพื้นฐานขององค์กรให้เข้มแข็ง นอกจากนั้นยังเป็นหน้าท่ีของทุกฝ่ายท่ีจะต้องหาปัจจัย
วธิ ีการอน่ื ๆทเ่ี หน็ เหมาะสมเพอื่ พฒั นาองค์กรชมุ ชนให้เข้มแขง็ และมปี ระสิทธภิ าพยง่ิ ข้นึ

ปัจจยั ที่นามาเสนอเพ่อื ให้พจิ ารณา และนาไปปฏบิ ตั มิ ีดังต่อไปน้ี คือ
๑. การฝึกอบรมคณะกรรมการ - องค์กรชุมชน
๒. การจดั และการฝกึ อบรมทมี ปฏิบตั ิงาน
๓. แนวทางและบทบาทในการสนบั สนนุ องคก์ รชุมชน

การฝึกอบรมคณะกรรมการ - องค์กรชมุ ชน
วตั ถปุ ระสงคก์ ารฝกึ อบรมมอี ะไรบ้าง
๑. เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจในวิธีการและแนวทางการทางานพัฒนาชุมชนด้าน

ต่างๆ
2. เพ่อื ให้ผเู้ ขา้ อบรมมโี อกาสแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ เกย่ี วกบั ปัญหาและเสนอแนว

ทางการแก้ไขปญั หาร่วมกันและเจ้าหนา้ ท่ีจากหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
๓. เพ่ือให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจอันดีในการทางานร่วมกัน ซึ่งหมายรวมถึงกลุ่ม

กรรมการชมุ ชน ชาวบ้าน และเจา้ หน้าท่ีจากหนว่ ยงานที่เกี่ยวขอ้ ง
4. เพอ่ื ให้ผเู้ ข้าอบรมสามารถนาความรคู้ วามเขา้ ใจท่ไี ด้จากการฝกึ อบรมไปเผยแพร่

ให้ผอู้ ย่อู าศยั ในชุมชนได้รู้ทวั่ กนั
5. เพ่อื เสรมิ สรา้ งความเปน็ ผนู้ าในการพัฒนาชุมชน

แนวคิดพื้นฐานในการพัฒนาชมุ ชน
จากการท่ีชาวบ้านธรรมดาได้รับการเลือกตงั้ เขา้ มาเป็นคณะกรรมการชมุ ชน (กช.)

เป็นที่ยอมรับว่า กช. ต้องเป็นผู้นาในการพัฒนาชุมชนด้วยความจาเป็นในการให้
แนวความคดิ ตา่ งๆ ท่เี กย่ี วกับการพัฒนาชุมชนจึงเปน็ สง่ิ สาคญั ท่จี ะทาใหก้ ารดาเนนิ งานของ
กช. เปน็ ไปในทิศทางที่ถกู ต้อง และสนองประโยชน์แก่ชมุ ชนอยา่ งแทจ้ รงิ

นอกจากความคิดเก่ยี วกับการพัฒนาชุมชนแล้ว แนวทางในการจัดทาโครงการเพ่ือ
การพัฒนาชุมชนเป็นสิ่งจาเป็นอีกอย่างหนึ่ง ในโอกาสที่ชุมชนต้องการขอความช่วยเหลือ
จากหน่วยงานต่างๆ น้ัน ถ้าชุมชนมีโครงการท่ีดีย่อมทาให้โอกาสที่จะได้รับสนับสนุนจาก
หน่วยงานมมี ากขึน้ นอกเหนอื จากการใช้ทรัพยากรท่มี ีอยู่ในชุมชนแล้ว

ลกั ษณะผนู้ าชุมชนท่ดี ี

การที่ กช. ได้รับเลือกตัง้ แสดงว่าชาวบ้านใหก้ ารยอมรับและเห็นว่าเป็นผู้ที่มสี ่ิงที่ดี
ที่เหมาะสมทจี่ ะมาเปน็ ผู้นาชุมชนได้ ในขณะเดียวกัน กช. ตอ้ งมกี ารปฏิบตั ิที่เหมาะสมที่จะ
เป็นผู้นาด้วย ในหัวข้อน้ีมุ่งเน้นท่ีจะกล่าวถึงลักษณะของผู้นาที่ดีเพื่อการพัฒนาพร้อมท้ัง
บทบาทและหนา้ ท่ีของคณะกรรมการชุมชนดว้ ย

วิธีการทางานรว่ มกันเป็นกลุ่ม
ในหัวข้อนีค้ วรเนน้ ให้เห็นถึงความสาคัญ ของการทางานร่วมกนั เปน็ กลุ่มเพราะ กช.

แต่ละคนจะมีภูมิหลังของความสามารถท่แี ตกต่างกนั จะมีวิธกี ารนาเอาความสามารถน้ันๆ
มาใช้อย่างไร กลุ่มจะพัฒนาได้อย่างไร เมื่อรวมเป็นกลุ่มแล้วสามารถทาอะไรได้บ้าง ท้ังนี้
เพ่อื ให้ กช. ตระหนกั วา่ ไม่ใช่ กช. เพียงคนเดียวที่จะทางานหรือรบั ผิดชอบงานทั้งหมด เม่ือ
กช. ได้รบั เลอื กตง้ั เขา้ มาแลว้ ควรมาชว่ ยกันคิดชว่ ยกันทาทกุ คน

วธิ ีการสื่อความหมายท่ีดีควรได้รับการพูดถึงเช่นกัน ทั้งน้ีเพราะในการทางานเป็น
กลุ่มบางครั้งอาจมีความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ และไม่ยอมรับกัน ซ่ึงถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเป็น
อุปสรรคในการทางาน ความสาคัญของการสื่อความหมายให้เข้าใจกัน การพยายามที่จะ
เรียนร้แู นวคิดทีแ่ ตกตา่ งกันของบคุ คลอื่น เทคนคิ ทจ่ี ะเสนอแนวคิดของตนเองใหค้ นอืน่ เข้าใจ
ได้ รวมทั้งการร่วมพิจารณาแนวคิดต่างๆ อย่างเป็นเหตุผลจะช่วยให้การทางานของ กช.
ประสบผลสาเร็จไดเ้ ป็นอย่างดี

วิธรี ะดมการมีสว่ นร่วมของคนในชมุ ชน
เม่ือ กช. จะดาเนินโครงการใดสักโครงการหนงึ่ ในชมุ ชน จาเป็นอย่างยง่ิ ท่ีจะต้องให้

ชาวบ้านได้มี ส่วนร่วม มีส่วนกาหนด และมสี ่วนเป็นเจ้าของงานน้ันด้วย โครงการน้ันจึงจะ
ประสบความสาเร็จ ในหัวขอ้ นี้เน้นให้ กช. ได้ทราบและเข้าใจถึงความสาคัญเทคนิค วิธกี าร
รวมทั้งรปู แบบตา่ งๆ ซ่ึงจะใชเ้ ปน็ ส่อื ที่จะให้ชาวบา้ นไดเ้ ข้ามามสี ว่ นรว่ มในโครงการตา่ งๆ

วิธีการค้นหาปัญหาและแนวทางในการแกไ้ ขปญั หาชมุ ชน
การทาโครงการพัฒนาชุมชนนนั้ เพ่ือประโยชนท์ ี่จะสนองความต้องการของท้องถิ่น

เป็นหลักการค้นหาปัญหาและความต้องการของท้องถิ่นจาเป็นต้องดาเนินการอย่างรัดกุม
เพื่อใหไ้ ดม้ าซึ่งปญั หาและความต้องการท่แี ทจ้ รงิ เพ่ือที่การดาเนินโครงการตา่ งๆ

จะไมเ่ ปน็ การเสยี เวลาและแรงงานไปโดยไมไ่ ดก้ อ่ ใหเ้ กิดประโยชนอ์ นั ใดแก่ชุมชนเลย
เทคนิคการค้นหาปัญหา ความต้องการ แนวทางการแก้ไขปัญหาและการสนอง

ความต้องการของชุมชนมีอยู่หลายวิธีที่ กช. ควรได้รับรู้ เช่น อาจเริ่มต้นจากวิธีง่ายๆ ด้วย
การพูดคุยสอบถาม ไปจนถึงวิธีการที่สลับซับซ้อนอย่างการออกแบบสอบถาม ซึ่ง กช.ได้
กระทาการสารวจ จปฐ. ไปแล้ว เทคนิควิธีที่จะให้ได้มาซ่ึงประเด็นปัญหาที่แท้จริงเป็นส่ิงท่ี
ควรมกี ารกระทาความเข้าใจ และฝกึ ฝนในกลมุ่ ผูท้ เ่ี กย่ี วขอ้ งเป็นอย่างยิง่

การแสวงหาทรพั ยากรของรฐั และเอกชน
ในการจัดทาโครงการเพ่ือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และการพัฒนาชุมชนนั้น

นอกจาก กช. และชาวบ้านจะร่วมมือกันช่วยตัวเองแล้วบางโครงการอาจมีบางอย่างท่ีเกิน
กาลังความสามารถที่จะดาเนินการเองได้ ชุมชนสามารถจะขอรับความช่วยหรือบริการ
เพิ่มเติมจากหน่วยงานต่างๆ ท้ังของรัฐและเอกชน เช่น มูลนิธิต่างๆ ได้ เพ่ือการดาเนิน
โครงการใหส้ าเร็จไปด้วยดี

ในหัวข้อน้ี ควรเป็นการแนะนาหน่วยงานต่างๆ ท่ีสามารถให้ความช่วยเหลือและ
บริการแก่ชุมชนในด้านต่างๆ ได้ ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานต่างๆ ไว้ จะทาให้ชุมชน
สะดวกในการทีจ่ ะไปตดิ ต่อขอความชว่ ยเหลอื ในโอกาสตอ่ ไป

การดูงานโครงการพฒั นา
การมีโอกาสไปเยี่ยมชุมชนต่าง ๆ จะทาให้ได้เห็นสภาพของชุมชนอื่นๆ ที่อาจ

แตกต่างออกไปในแง่ของสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่และผู้ที่อยู่อาศัยในชุมซนน้ัน นอกจากน้ี
ยงั จะไดท้ ราบถึงการทางานของกลุม่ องค์กรชาวบ้าน การทาโครงการตา่ งๆ เพ่ือพัฒนาชมุ ชน
การมโี อกาสไดแ้ ลกเปล่ียนความคิดเหน็ กบั ผู้นาชมุ ชนต่อไป

เพ่ือการดูงานจะไดผ้ ลดนี ้ัน หลังจากกลบั จากการดูงานแล้วควร มีช่วงเวลาท่ีผไู้ ปดู
งานจะได้ทาสิ่งที่ได้รับรู้ พบเห็น มาพูดคุย อภิปรายแลกเปล่ียนความคิดเห็นถึงข้อดีและ
ขอ้ จากดั เพอื่ จะไดเ้ ปน็ แนวทางในการทางานดา้ นการพัฒนาชมุ ชนต่อไป

การจัดการดา้ นการเงิน
มุ่งเน้นให้ กช.ตระหนักถึงความสาคัญของการจัดระบบการเงินท้ังน้ีเพราะการ

จัดการเก่ียวกับการเงินจะเป็นองค์ประกอบสาคัญอีกประการหนึ่งท่ีจะสร้างความเชื่อถือ
ให้กับชาวบ้านได้การจัดการเงินให้มีระบบและชัดเจนโดยเฉพาะในเรื่องรายรับราย จ่าย
การจัดเก็บเงินให้ปลอดภัยจะทาใหช้ าวบ้านและผู้ที่เก่ียวข้องไม่เกิดความระแวงสงสัยซ่ึงจะ
นาไปสูก่ ารใหค้ วามรว่ มมือของชาวบ้านในการทาโครงการต่อไปไดเ้ ปน็ อย่างดี

ส่ิงที่ควรกล่าวถึงในเรื่องการเงิน คือ วิธีการลงบัญชีรายรับ รายจ่ายแบบง่ายๆ แต่
รัดกุม วิธกี ารนาเสนอบญั ชีรายรับ - รายจ่ายใหแ้ ก่ผทู้ ี่เก่ยี วขอ้ ง ท้งั กช. ชาวบ้านและตัวแทน
จากหนว่ ยงานตา่ งๆ ให้เข้าใจ รวมท้ังวิธีการเกบ็ เอกสารทเ่ี ก่ียวกบั การเงนิ ด้วย เป็นตน้

นอกจากนี้วิธีการเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินอ่ืนที่มีอยู่ให้ปลอดภัย ควรได้มีการ
กลา่ วถงึ ดว้ ยเชน่ กัน

เทคนคิ การประชุมที่ดี
การประชุมนับว่ามีความสาคัญอย่างย่ิง ที่จะช่วยให้การดาเนินงานของ

คณะกรรมการเปน็ ไปโดยราบรืน่ และมปี ระสิทธภิ าพ การประชมุ ไม่ดีอาจส่งผลให้การทางาน
มอี ุปสรรคหรือไมบ่ รรลผุ ลสาเร็จได้ เพราะแนวความคิดของการประชุม คือ การคิดร่วมกัน
เป็นกลุ่ม

การประชุมที่ไม่เกิดผลเป็นการสญู เสียอยา่ งมาก เสยี ทั้งเวลาและคา่ ใช้จ่ายและอาจ
นามาซึ่งความแตกแยกของกลุ่ม การไม่สามารถดาเนินการประชุมได้ การอภิปรายที่ไม่เข้า
ประเด็น หรือการเอาเร่ืองนอกระเบียบวาระการประชุมมาพูด ย่อมก่อให้เกิดความเบ่ือ
หน่ายแกผ่ เู้ ขา้ รว่ มประชมุ รวมทง้ั การไมน่ ามติท่ีประชมุ ไปปฏิบัตเิ ป็นผลมาจากการประชุมที่
ไม่ดที ัง้ สิ้น

ในหัวขอ้ นมี้ ่งุ มั่นท่ีให้โอกาสในการเรยี นรู้ ถึงวธิ กี ารดาเนนิ การประชมุ ท่ีถูกต้องความ
เหมาะสมในการจัดประชุมแตล่ ะครง้ั ตอ้ งมีองค์ประกอบอะไรบา้ ง เช่น ประธาน เลขานกุ าร
เปน็ ตน้ แตล่ ะคนทเี่ ข้ารว่ มประชุมควรมีบทบาทอย่างไรนอกจากน้ี การพดู ถงึ แนวทางการนา
ข่าวสาร ซ่ึงอาจเกิดจากผลของการประชมุ หรอื จากแหล่งขอ้ มูลอ่ืนๆ ไปแจง้ ใหล้ ูกบา้ นหรอื ผู้
ทีเ่ ก่ียวข้องรู้ เป็นสิ่งจาเป็นอีกอย่างหนึ่ง

การพบปะหน่วยงานของรฐั และเอกชน
การส่งเสริมให้คณะกรรมการชุมชนได้มีโอกาสพบปะกับหน่วยงานของรัฐและ

เอกชน นอกจากเป็นการแนะนาคณะกรรมการชุมชนให้แกห่ น่วยงาน และองคก์ รตา่ งๆ ให้
ยอมรับสถานภาพการเป็นผู้นาชุมชนอย่างเป็นทางการแล้ว ยงั เป็นการนาให้คณะกรรมการ
ชมุ ชนรบั รแู้ ละชกั ถามถึงข้อมูล ข่าวสาร จากองค์กรและหนว่ ยงานต่างๆ ที่เกยี่ วข้องโดยตรง
กับการให้การบริการ และการพัฒนาของชมุ ชน อาทิเช่น การไฟฟ้า การประปา การรักษา
ความปลอดภยั ของเจ้าหน้าทีต่ ารวจ และกจิ กรรมพัฒนาดา้ นต่างๆ เปน็ ตน้

เทศบาลมีแนวทางในการสนบั สนนุ องค์กรชุมชนอยา่ งไร
ในฐานะท่ีเทศบาลเป็นหน่วยงานการปกครองส่วนท้องถ่ิน ที่มีความรับผิดชอบ
ปกครอง และให้การบริการแก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ และในฐานะที่ผู้บริหารเทศบาลมี
ความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด และได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนในท้องถ่ินกันเอง ควรมี
บทบาทและหน้าทีร่ ับผิดชอบในการจดั ตั้งและสนับสนุนองค์กรชุมชนโดยตรง ผู้บริหารและ
ผปู้ ฏิบตั ิงานตา่ งตระหนักดีว่า องค์กรชุมชนที่ผูน้ าเข้มแขง็ มีกจิ กรรมการพฒั นาท่ีดีย่อมเป็น
ฐานที่ม่ันคงของการปกครองและการพัฒนาท้องถิ่น ฉะน้ันจึงเป็นหน้าท่ีและบทบาทของ
เทศบาลโดยตรงที่พึงหาลู่ทางต่าง ๆ ในการส่งเสริมองค์กรชุมชนให้เข้มแข็ง นอกจาก
แนวทางท่ีเสนอต่อเทศบาล ในข้ันตอนหลังจากการเลือกต้ังคณะกรรมการชุมชนแล้วนั้นที่
เสนอให้พิจารณาเพ่ิมเติมต่อไปเป็นแนวทางเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการปฏิบัติและการ
ประสานงาน
๑. เทศบาลควรรวบรวมจัดระบบบญั ชรี ายชือ่ ขององค์กร รายชื่อของคณะกรรมการ
และกจิ กรรมของแตล่ ะองค์กร ของทุกชุมชนที่อยใู่ นเขตเทศบาลของตน
๒. เทศบาลควรรวบรวมจัดระบบบัญชีรายช่ือองค์กร และหน่วยงานทั้งจากส่วน
ราชการและเอกชนทัง้ สว่ นกลางและสว่ นท้องถิ่น รวมท้งั ประเภทของกิจกรรมท่เี กี่ยวขอ้ งกับ
ชมุ ชนตา่ งๆ ในเขตเทศบาล
๓. เทศบาลควรยอมรับและใหค้ วามสาคญั แก่องค์กรชุมชน ในลกั ษณะเป็นกลุ่มเป็น
คณะเพ่อื ตดั สนิ ใจและดาเนนิ งานในการพฒั นาแทนทีจ่ ะยอมรับหรอื ใหค้ วามสาคญั แก่บคุ คล
ใดบคุ คลหน่งึ ในคณะกรรมการหรือในชุมชนเท่าน้ัน

4. เทศบาลเป็นองค์กรประสานงานหลัก ในงานด้านพัฒนาชุมชนเมืองระหว่าง
องค์กรชุมชนต่างๆ และระหว่างองค์กรชุมชน และองค์กรหน่วยงานภายนอกโดยเฉพาะใน
การแลกเปล่ยี นข่าวสารข้อมูลและในการวางแผนใช้ทรัพยากรในชุมชนและจากภายนอกให้
มปี ระสิทธิภาพและเป็นธรรม

๕. สภาเทศบาลควรสนับสนุนให้สมาชิกสภาฯ แต่ละท่านสนใจงานพัฒนาชุมชน
และเป็นที่ปรึกษาช่วยเหลือทีมปฏิบัติงาน และองค์กรชุมชน เช่น ในเขตพื้นท่ีเลือกต้ังของ
ตนเอง

๖. นอกจากออกเย่ียมเยียนเป็นส่วนตัวแล้ว สมาชิกสภาฯ และผู้บริหารเทศบาล
ควรออกไปเย่ยี มเยียนชุมชน เป็นกลุม่ เป็นคณะเพ่ือสรา้ งความสัมพนั ธ์อันดรี ะหว่างเทศบาล
และองค์กรชุมชนดว้ ย

7. ทีมปฏิบัติงานควรมีหน้าที่และบทบาทสาคัญ ในการสร้างความสัมพันธ์และ
ประสานงานอันดีระหว่างสมาชิกในชุมชนกับองค์กรชุมชน และระหว่างองค์กรชุมชนกับ
หนว่ ยงานการปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรอ่ืนภายนอกชุมชน

8. ทีมปฏิบัติงานควรเป็นท่ีปรึกษา และผู้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการ
ชมุ ชน รวมท้ังกลุ่มกิจกรรมย่อยอ่นื ในชุมชน บนรากฐานของกัลยาณมิตร ขณะเดียวกันควร
ส่งเสริมให้คณะกรรมการ และกลุ่มองคก์ รให้ดาเนนิ งานพฒั นาในหลักการพ่งึ ตนเอง

๙. เทศบาลควรให้จดั สรรงบประมาณ ยานพาหนะ หรือเครื่องอานวยความสะดวก
อย่างอ่ืน เพอื่ เพิ่มประสทิ ธิภาพในการทางาน

องคก์ รชุมชนควรมแี นวทางในการพฒั นาตนเองอย่างไรบา้ ง
คณะกรรมการชุมชนควรตระหนกั ว่า การเปน็ ผนู้ าของชมุ ชนท่ีแทจ้ ริง เรยี กรอ้ งให้มี

ความเสียสละและความอดทน มิใช่เป็นหนทางเพื่อสร้างผลประโยชน์ส่วนตน การรักษา
ผลประโยชน์เพ่ือส่วนรวม และการพัฒนาชุมชนน้ัน นอกจากอาศัยความสามัคคี
ความสัมพันธ์อนั ดีของชมุ ชน และของคณะกรรมการซง่ึ เป็นฐานหลักขององค์กรแลว้ องค์กร
ชุมชนเองยังจาเป็นต้องพัฒนาตนเอง ด้วยสนับสนุนให้สมาชิกองค์กรได้ศึกษา เรียนรู้
แนวทางและวธิ ีการพฒั นา และลงมอื ทากจิ กรรมโครงการ

พัฒนาอย่างไมส่ ิน้ สุด องคก์ รชมุ ชนนั้นจึงจะเป็นองคก์ รท่ีมชี ีวติ และชมุ ชนน้ันจึงจะมี
การพฒั นามขี ้อที่คณะกรรมการชมุ ชน ควรปฏิบัตดิ ังต่อไปนี้ คือ

๑. ให้คณะกรรมการชุมชนเป็นแกนนาเขตเทศบาล และกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ใน
ชมุ ชนเพ่อื การพัฒนา

๒. ให้คณะกรรมการชมุ ชน จัดแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบแก่สมาชิกแต่ละคนตาม
ความสามารถ ตามฝา่ ยกจิ กรรมท่ตี นเองสังกัด และประสานงานรว่ มตัดสนิ ใจ ร่วมทากนั เป็น
ทมี มากกว่าการขน้ึ อยูก่ บั การตดั สินใจของกรรมการคนใดคนหนึ่ง

๓. ให้องค์กรชมุ ชนเปิดโอกาสแก่ประชาชนร่วมวางแผน ตัดสินใจและร่วมมือทาใน
กจิ กรรมโครงการพฒั นาชมุ ชน ร่วมรับรขู้ ่าวสารให้มากทีส่ ดุ

๔. ให้องค์กรชุมชนประสานความสัมพันธ์กับองค์กรหน่วยงานภายนอกทั้งส่วน
ราชการและเอกชนในการพัฒนาชุมชนบนพ้ืนฐานของความเสมอภาคและการช่วยเหลือ ซ่ึง
กนั และกนั แทนการพึ่งพงิ และการควบคุม

*************************************************

ภาคผนวก

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าดว้ ยคณะกรรมการชุมชนของเทศบาล พ.ศ. ๒๕๖๔

โดยที่เป็นการสมควรให้ประชาชนในเขตเทศบาลได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน
ท้องถ่ินของตนเองและมีบทบาทในการแกไ้ ขปัญหาโครงสร้างพ้ืนฐาน เศรษฐกิจ สังคมการ
จัดการส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ การบารุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญา
ทอ้ งถ่ิน ในชุมชนของตนเองรวมตลอดถึงเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธกี ารบริหาร
กจิ การบ้านเมืองทด่ี ี อันจะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนกับองค์กรปกครอง
สว่ นท้องถ่ินในการจัดบรกิ ารสาธารณะ และการมีส่วนรว่ มของประชาชนในการบริหารงาน
ของทอ้ งถนิ่ และเพื่อเสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งให้แก่ชมุ ชน

อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๖ และมาตรา ๗๗ แห่ง
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยจงึ ออกระเบียบไว้ ดังน้ี

ข้อ ๑ ระเบียบนเี้ รยี กว่า “ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยคณะกรรมการชมุ ชน
ของเทศบาล พ.ศ. ๒๕๖๔”

ข้อ ๒ ระเบยี บน้ีให้ใชบ้ ังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น
ต้นไป

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบข้อบังคับคาสั่งหรือหนังสือส่ังการอื่นใดซ่ึงขัดหรือแย้งกับ
ระเบยี บน้ใี ห้ใชร้ ะเบยี บนแี้ ทน

ขอ้ ๔ ใหป้ ลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามระเบียบน้ี และใหม้ ีอานาจตคี วาม
วนิ ิจฉัยปญั หากาหนดหลกั เกณฑ์ และวธิ ปี ฏบิ ัติ เพ่ือดาเนนิ การใหเ้ ป็นไปตามระเบียบน้ี

ในกรณีท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบน้ีได้ ให้ขอทา
ความตกลงกบั ปลดั กระทรวงมหาดไทยกอ่ นการปฏิบตั ิ

หมวด 1
การจัดตั้งชมุ ชน

ข้อ ๕ ใน เ ขตเทศบาล ใดที่ไ ม่มีก าร แต่ง ต้ัง ผู้ ใหญ่บ้าน ตา มมาตร า ๔
แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ หากเทศบาลเห็นเป็นการสมควรจะจัดต้ังเป็น
ชุมชนก็ได้ โดยให้เทศบาลจัดทาเป็นประกาศเทศบาลจดั ต้ังชุมชน และประกาศเทศบาลนั้น
ให้ระบุช่ือชุมชนและบริเวณพื้นที่หรือเขตชุมชนด้วย ท้ังนี้ การจดั ตั้งชุมชนอาจยึดตามแนว
เขตการปกครองหมบู่ ้านเดิม ก่อนการจดั ต้ังหรือการยกฐานะเทศบาลกไ็ ด้

กรณีท่ีมีเหตุสมควร อาจแบ่งพ้ืนที่หรือบริเวณใดในชุมชนเดิมเป็นชุมชนใหม่ หรือ
รวมชุมชนท่ีมีพื้นท่ีติดต่อกันเป็นชุมชนเดียว โดยคานึงถึงสภาพพื้นท่ี จานวนครัวเรือน
จานวนประชากร ความสะดวกแก่การปฏิบัติงานตามอานาจหน้าที่ของเทศบาลและเพื่อ
ประโยชนใ์ นการพัฒนาท้องถิน่ เป็นสาคญั

การรวม ยุบ หรือเปลยี่ นแปลง เขตชุมชน หรอื เปลย่ี นชื่อชุมชนให้นาความในวรรค
หนึ่งมาใช้บังคบั

การดาเนินการตามขอ้ น้ีต้องรับฟังความคดิ เหน็ จากประชาชนในชุมชนน้นั ๆ ด้วย

หมวด ๒
คณะกรรมการชุมชน

ข้อ 6 ในชุมชนหนึ่งให้มีคณะกรรมการชุมชนประกอบด้วยกรรมการที่มาจากการ
เลอื กโดยประชาชนในชุมชนจานวนไม่น้อยกวา่ หา้ คนแตไ่ มเ่ กินเกา้ คน

จานวนกรรมการท่ีมาจากการเลือกโดยประชาชนตามวรรคหนึ่งในแต่ละชุมชนให้
เป็นไปตามที่เทศบาลประกาศกาหนด โดยให้คานึงถึงจานวนครัวเรือนในชุมชนเป็นสาคัญ
หลักเกณฑ์และวธิ ีการในการเลือกกรรมการชมุ ชน ให้เป็นไปตามที่กาหนดไวใ้ นระเบียบนี้

ข้อ ๗ ผทู้ จ่ี ะเป็นกรรมการชุมชนตอ้ งมีคณุ สมบัติ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มอี ายุไมต่ า่ กวา่ สิบแปดปใี นวนั เลือก

(๓) มีภูมิลาเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจา และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตาม
กฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในชุมชนนั้นติดต่อกันถึงวันเลือกไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อย
แปดสิบวัน

(๔) ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการชุมชนต้องเป็นผู้มีช่ืออยู่ใน
ทะเบียนบ้านเดยี วกันตามกฎหมายว่าดว้ ยการทะเบียนราษฎรได้ไม่เกนิ หน่ึงคน

ขอ้ 8 ผูม้ ลี กั ษณะดงั ตอ่ ไปน้ี เป็นบคุ คลต้องหา้ มมใิ ห้เปน็ กรรมการชมุ ชน
(๑) ตดิ ยาเสพติดใหโ้ ทษ
(๒) วิกลจรติ หรือจิตฟั่นเฟือนไมส่ มประกอบ
(๓) ภกิ ษุ สามเณร นักพรต หรอื นกั บวช
(๔) ตอ้ งคาพิพากษาหรือคาสั่งท่ชี อบด้วยกฎหมายให้จาคกุ และถกู คุมขังอยู่โดย

หมายศาลหรอื คาสั่งที่ชอบดว้ ยกฎหมาย
(๕) เคยได้รับโทษจาคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันเลือก เว้นแต่

ในความผิดอันได้กระทาโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหโุ ทษ
(๖) เป็นผู้พ้นหรือถูกส่ังให้ออกจากตาแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร

ท้องถ่ินรองผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถ่ิน เลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น
ข้าราชการประจาพนกั งาน เจา้ หน้าที่ หรือลกู จา้ งของหนว่ ยงานของรฐั หรือของรัฐวิสาหกิจ
หรอื ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ เพราะเหตุทจุ รติ

ขอ้ ๙ ผู้มสี ทิ ธเิ ลอื กกรรมการชุมชนตอ้ งมคี ุณสมบัติ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทยหรือบุคคลที่มีการจัดทาทะเบียนประวัติและบัตรประจาตัว

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ืองการกาหนดเขตพื้นท่ีควบคุมและการอนุญาตให้คน
ตา่ งด้าวบางจาพวกท่ีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจกั รเป็นการชั่วคราวออกนอกเขตพ้ืนท่ีควบคุม
ลงวนั ท่ี ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙

(๒) มอี ายุไม่ตา่ กวา่ สิบแปดปีในวนั เลอื ก
(๓) มีภูมิลาเนาหรือถ่ินท่ีอยู่เป็นประจา และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตาม
กฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในชุมชนนั้นติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวัน
เลอื ก
ข้อ ๑๐ ผ้มู ลี ักษณะตามขอ้ 8 (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) หา้ มมิให้ใชส้ ิทธิเลือกกรรมการชมุ ชน

ขอ้ ๑๑ กรรมการชุมชนพ้นจากตาแหน่งเมอ่ื
(๑) ถึงคราวออกตามวาระ
(๒) ตาย
(๓) ลาออกโดยยืน่ หนังสอื ลาออกต่อนายกเทศมนตรี
(๔) ขาดคุณสมบัติตามขอ้ ๗ หรอื มีลกั ษณะต้องห้ามตามขอ้ 8
(๕) นายกเทศมนตรีเห็นว่าขาดการประชุมคณะกรรมการชุมชนติดต่อกันสาม

ครั้ง โดยไมม่ ีเหตุอันควร
(๖) ผู้มีสิทธิเลือกไม่น้อยกว่าหน่ึงในห้าหรือหนึ่งร้อยคนสุดแต่จานวนใดจะ

น้อยกว่า เข้าช่ือเสนอต่อนายกเทศมนตรี เพ่ือให้กรรมการชุมชนท้ังคณะพ้นจากตาแหน่ง
หรือกรรมการชุมชนคนใดคนหน่ึงพ้นจากตาแหน่งเพราะมีความประพฤตใิ นทางที่จะนามา
ซึ่งความเส่ือมเสยี ของชมุ ชนและนายกเทศมนตรีให้ความเห็นชอบ

(๗) ผู้มีสิทธิเลือกไม่น้อยกว่าก่ึงหนึ่งเข้าชื่อเสนอต่อนายกเทศมนตรี เพื่อให้
กรรมการชุมชนทั้งคณะพ้นจากตาแหน่ง หรือกรรมการชุมชนคนใดคนหน่งึ พ้นจากตาแหน่ง
เพราะมีความประพฤติในทางท่ีจะนามาซ่ึงความเสือ่ มเสียของชุมชน โดยให้นายกเทศมนตรี
มีคาสัง่ ทันที

(๘) เทศบาลประกาศยุบชุมชน
ขอ้ ๑๒ กรรมการชมุ ชนมีกาหนดวาระการปฏิบัติหนา้ ที่คราวละส่ปี ีนบั แต่วันเลือก
กรรมการชมุ ชนตามข้อ 6
เมื่อครบกาหนดวาระของคณะกรรมการชุมชน หรือกรรมการชุมชนว่างลงตามข้อ
๑๑ (๑) ให้เทศบาลดาเนินการให้มีการเลือกกรรมการชุมชนตามข้อ 6 ขึ้นใหม่ภายใน
สามสิบวันนบั แตว่ ันท่ีครบวาระ
คณะกรรมการชุมชนที่ครบวาระ ให้ยงั คงปฏิบัตหิ น้าที่ต่อไปพลางก่อนจนกว่าจะมี
การได้เลอื กคณะกรรมการชมุ ชนตามขอ้ 6
ขอ้ ๑๓ เม่อื กรรมการชุมชนว่างลงตามขอ้ ๑๑ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ (7) ให้มี
การเลือกกรรมการชมุ ชนแทนกรรมการทว่ี า่ งภายในสามสบิ วันและใหก้ รรมการท่ีได้รับเลือก
แทนกรรมการทวี่ ่างอยู่ในตาแหนง่ เทา่ กับระยะเวลาของกรรมการชมุ ชนซ่งึ ตนแทน

ถ้ากรรมการชุมชนท่ีว่างลงตามวรรคหน่ึง มีวาระการดารงตาแหน่งเหลืออยู่ไม่ถึง
หนึง่ รอ้ ยแปดสบิ วันเทศบาลจะไม่ดาเนนิ การเลอื กกรรมการชมุ ชนแทนกรรมการท่ีว่างกไ็ ด้

ข้อ ๑๔ การเลอื กกรรมการชมุ ชนตามขอ้ 6 ให้เทศบาลประกาศกาหนดวันเพื่อให้มี
การประชมุ เลอื กกรรมการชมุ ชน

เม่ือได้ดาเนินการตามวรรคหน่ึงแล้ว ให้เทศบาลมีหนังสือแจ้งประกาศกาหนด วัน
เวลา สถานที่ คณุ สมบัติผมู้ สี ิทธิได้รบั เลอื กเป็นกรรมการชมุ ชน ผ้มู สี ิทธิเลือกกรรมการชุมชน
และวิธีการเลือกตามระเบียบน้ี ให้ทุกครัวเรอื นท่ีอยู่ในชมุ ชนทราบลว่ งหน้าไม่นอ้ ยกว่าเจ็ด
วัน

ขอ้ ๑๕ ในการประชุมเลือกกรรมการชุมชนตามข้อ ๑๔ ให้นายกเทศมนตรีแต่งต้ัง
คณะกรรมการซึง่ เป็นพนกั งานเทศบาล ทาหนา้ ทด่ี าเนนิ การประชมุ เลอื กกรรมการชุมชน

ในการประชุมเลือกกรรมการชุมชน ให้คณะกรรมการจัดให้ผู้มีสิทธิเลือกเข้าร่วม
ประชมุ ลงลายมอื ชอ่ื และบนั ทึกไว้เป็นหลักฐาน

ขอ้ ๑๖ การเลือกกรรมการชุมชนตามขอ้ ๑๔ ใหค้ ณะกรรมการประกาศใหผ้ มู้ ีสทิ ธิ
เลือกท่ีอยู่ในที่ประชุมเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็น
กรรมการชุมชนต่อท่ีประชุมและให้ผู้มีสิทธิเลือกรับรองการเสนอช่ือนั้นไม่น้อยกว่าสองคน
ผู้ไดร้ ับการเสนอชือ่ ตอ้ งอยู่ในทปี่ ระชมุ เวน้ แตผ่ ู้ถูกเสนอช่ือแสดงความสมคั รใจไวเ้ ปน็ หนังสือ

เม่ือคณะกรรมการได้ประกาศปิดการเสนอช่ือแล้ว ปรากฏว่ามีผู้เสนอช่ือน้อยกว่า
จานวนที่กาหนดไว้ในข้อ 6 วรรคสองให้คณะกรรมการเปิดให้มีการเสนอช่ือให้ครบตาม
จานวนท่ีกาหนดไว้

ขอ้ ๑๗ เมอ่ื ทป่ี ระชุมได้ปดิ การเสนอชอื่ ตามข้อ ๑๖ แลว้ ใหท้ ปี่ ระชุมเลือกกรรมการ
ชุมชนโดยวิธีเปิดเผย หรือโดยวิธีลับ ตามที่ประชุมมีมติ แล้วให้คณะกรรมการนับคะแนน
และจดบันทกึ คะแนนไว้

เมื่อที่ประชุมออกเสียงเลือกกรรมการชุมชนเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้ได้คะแนนสูงสุด
เรียงตามลาดับลงมาจนครบจานวนตามทีก่ าหนดตามข้อ 6 วรรคสอง เป็นผู้ได้รับเลือกเป็น
กรรมการชุมชนและหากผู้ได้รับการเสนอช่ือในลาดับท้ายมีคะแนนเท่ากันและเกินจานวน
กรรมการชมุ ชน ให้ใชว้ ิธีจับฉลากผทู้ ไ่ี ด้คะแนนเท่ากันเพื่อใหไ้ ด้กรรมการชมุ ชนครบจานวน

เม่ือได้กรรมการชุมชนแล้ว ให้คณะกรรมการประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือก
ณ สถานที่เลือกและรายงานให้นายกเทศมนตรีทราบ เพื่อดาเนินการแต่งต้ังเป็น
คณะกรรมการชมุ ชนต่อไป

หมวด ๓
การประชุมคณะกรรมการชุมชน

ข้อ ๑๘ เมื่อได้กรรมการชุมชนตามข้อ 6 แล้วให้เทศบาลเรียกประชุมกรรมการ
ชุมชนตามข้อ ๖ ภายในเจ็ดวัน และให้กรรมการชุมชนเลือกกันเองเป็นประธานกรรมการ
หน่ึงคนรองประธานกรรมการหนงึ่ คน และเหรญั ญกิ หน่งึ คนแลว้ ให้ประธานกรรมการเลือก
กรรมการชมุ ชนคนหนึ่งเปน็ เลขานกุ าร

เมื่อกรรมการชุมชนไดด้ าเนินการเลอื กกรรมการชุมชนในตาแหน่งต่าง ๆ ตามวรรค
หน่ึงเรียบร้อยแล้วให้ประธานกรรมการรายงานให้เทศบาลทราบเพ่ือประกาศแต่งต้ัง
คณะกรรมการชุมชนตอ่ ไป

ข้อ ๑๙ ประธานกรรมการชมุ ชนมีหน้าทด่ี ังตอ่ ไปน้ี
(๑) เรียกประชุมคณะกรรมการชุมชนหรอื สมาชกิ ชุมชน
(๒) เป็นประธานในท่ีประชุมคณะกรรมการชมุ ชนและการประชุมประชาคมใน

ชมุ ชน
(๓) ดแู ลประสานการดาเนนิ งานระหว่างชมุ ชนกบั เทศบาลและหน่วยงานต่าง ๆ
(๔) มอบหมายการปฏิบตั ิงานให้แก่คณะทางานดา้ นต่าง ๆ

ข้อ ๒๐ คณะกรรมการชุมชนมีหน้าท่ีในการจัดทาแผนและพฒั นาชุมชนการแก้ไข
ปญั หาและสร้างความสามัคคีของประชาชนในชุมชนส่งเสริมใหป้ ระชาชนในชุมชนมสี ่วนรว่ ม
ในการดาเนนิ กิจการของเทศบาลและมีหนา้ ทช่ี ว่ ยเหลือเทศบาลในการปฏิบตั ิงานตามอานาจ
หน้าที่ การจัดบริการสาธารณะในชุมชนและปฏิบตั ิหน้าท่ีอ่ืนตามที่เทศบาลมอบหมายหรือ
กระทรวงมหาดไทยกาหนด
ข้อ ๒๑ คณะกรรมการชุมชนอาจแต่งต้ังคณะทางานด้านต่าง ๆ ในชุมชนเพื่อช่วยเหลือ
ปฏบิ ตั ิหน้าที่ของคณะกรรมการชมุ ชนและเทศบาลได้ กาหนดช่อื และหนา้ ท่ีของคณะทางาน

ด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งคณะทางานด้านนั้น ๆ ทั้งนี้ควรมี
เยาวชนและสตรเี ป็นคณะทางานดว้ ย

ข้อ ๒๒ ให้คณะกรรมการชุมชนประชุมกนั เป็นประจาอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง
การกาหนดวัน เวลา ประชุม ใหป้ ระธานคณะกรรมการชมุ ชนเปน็ ผูก้ าหนดและเรียกประชุม

สถานทปี่ ระชมุ ให้ใชส้ ถานทีท่ ี่คณะกรรมการเหน็ สมควร
การประชุมให้กระทาโดยเปิดเผยและตอ้ งเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้าร่วมฟังการ
ประชมุ ด้วย
ขอ้ ๒๓ การประชมุ คณะกรรมการชุมชน ต้องมีกรรมการชุมชนเข้าประชุมไม่น้อย
กว่ากึ่งหน่งึ ของจานวนคณะกรรมการชุมชนท้ังหมด จงึ ถอื ว่าครบองค์ประชุม
กรรมการชุมชนท่ีไม่สามารถเข้าประชมุ ไดใ้ ห้ขอลาการประชมุ ต่อประธานกรรมการ
ชมุ ชน
ในกรณีท่ีมีกรรมการชุมชนเข้าประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้ประธานในที่ประชุม
มอี านาจเลือ่ นการประชุมไดต้ ามความเหมาะสม
ข้อ ๒๔ ในกรณีท่ีประธานกรรมการชุมชนหรือรองประธานกรรมการชุมชน
ไม่สามารถเข้าประชุมคณะกรรมการชุมชนได้ ให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณาคัดเลือก
กนั เองเป็นประธานการประชมุ เฉพาะในคร้งั นั้นแทน
ข้อ ๒๕ ในการประชุมคณะกรรมการชุมชนให้ท่ีประชุมพิจารณาเฉพาะเร่ืองที่อยู่
ในระเบียบวาระการประชุม และต้องดาเนินการพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุม
ท่จี ัดไว้
ขอ้ ๒๖ มตทิ ่ีประชุมให้ถือคะแนนเสียงขา้ งมาก หากคะแนนเสยี งเทา่ กันใหป้ ระธาน
ในทป่ี ระชมุ เป็นผู้ออกเสยี งช้ขี าดและถอื วา่ เป็นทีส่ ้ินสุด
ข้อ ๒๗ ในการพิจารณาลงมติเร่ืองใด หากท่ีประชุมเห็นว่า เป็นเร่ืองสาคัญ
ทจี่ าเปน็ ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในชุมชน หรอื เป็นเร่ืองท่ีจะมีผลกระทบกับวิถี
ชวี ติ ของประชาชนในชุมชนหรือเป็นเรื่องท่มี ีกฎหมาย ระเบยี บ ข้อบังคับ คาสงั่ หรอื หนังสือ
สั่งการใหเ้ ป็นไปตามมตขิ องท่ปี ระชุมประชาคมชุมชน คณะกรรมการชมุ ชนอาจมมี ตใิ หม้ ีการ
ประชุมประชาคมชมุ ชนเพอื่ รบั ฟงั ความคดิ เหน็ เรือ่ งดงั กลา่ วก็ได้

ข้อ ๒๘ ประชาชนในชุมชนผู้มีสิทธิเลือกกรรมการชุมชนจานวนไม่น้อยกว่าสิบคน
อาจลงลายมือช่ือทาหนังสือเสนอความคิดเห็นในเร่ืองที่เกี่ยวกับกิจกรรมหรือประโยชน์
สาธารณะของชุมชนต่อคณะกรรมการชุมชนเพ่ือให้มกี ารพิจารณาในคณะกรรมการชมุ ชนก็
ได้ และคณะกรรมการชุมชนจะตอ้ งนาเรือ่ งดงั กล่าวบรรจุเข้าวาระการประชุมในคราวตอ่ ไป

ข้อ ๒๙ เมื่อมีปัญหาโต้แย้งเก่ียวกับการประชุมตามหมวดน้ี หรือกรณีท่ีไม่ได้
กาหนดไว้ในหมวดน้ี ให้ประธานกรรมการชุมชนนาข้อโต้แย้งท่ีเกิดข้ึนเสนอต่อ
นายกเทศมนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัยคาวินิจฉัยของนายกเทศมนตรีให้เป็นท่ีสุดและให้ใช้ได้
เฉพาะในการประชุมคราวน้ัน

หมวด ๔
การดาเนนิ งาน การสง่ เสรมิ และสนับสนุนคณะกรรมการชุมชน

ข้อ ๓๐ นายกเทศมนตรีมีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนการดาเนินงานของ
คณะกรรมการชุมชน ให้คาแนะนา ปรึกษาแก่คณะกรรมการชุมชนในการปฏิบัติหน้าท่ี
รวมถึงกลั่นกรองข้อเสนอข้อแนะนาของคณะกรรมการชุมชนในการแก้ไขปัญหาของชุมชน
และเทศบาล

ข้อ ๓๑ เทศบาลอาจอุดหนุนงบประมาณให้แก่คณะกรรมการชุมชน เพ่ือ
ดาเนินการตามอานาจหน้าที่ของชุมชน ตามกฎหมาย ระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ท่ี
กระทรวงมหาดไทยกาหนด

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๓๒ ให้คณะกรรมการชุมชนที่มีอยู่ก่อนระเบียบน้ีใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
จนกว่าจะครบวาระหรือพ้นจากตาแหน่ง แต่ในกรณีที่ไม่มีการกาหนดวาระไว้ให้ปฏิบัติ
หนา้ ท่ตี ่อไปอีกไม่เกินหนึ่งปนี ับแต่วันทรี่ ะเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้บรรดาระเบียบ ประกาศ หรือหนังสือส่ังการท่ีเกี่ยวกับคณะกรรมการชุมชน
ดังกล่าวที่ยังใช้บังคับในวันท่ีระเบียบนี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าท่ีไม่ขัดหรือแย้ง
กับระเบยี บนี้

ประกาศ ณ วันท่ี ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔
พลเอก อนุพงษ์ เผา่ จนิ ดา

รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย


Click to View FlipBook Version