The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานวิจัยในชั้นเรียนประวัติศาสตร์-2565-สุนิสา พงษ์ศรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sunisa_ploy11, 2023-05-30 02:40:19

รายงานวิจัยในชั้นเรียนประวัติศาสตร์-2565-สุนิสา พงษ์ศรี

รายงานวิจัยในชั้นเรียนประวัติศาสตร์-2565-สุนิสา พงษ์ศรี

24 เห็นว่าข้อสอบสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้คะแนน +1 ไม่แน่ใจว่าข้อสอบสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้คะแนน 0 เห็นว่าข้อสอบไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้คะแนน -1 2.7) นำข้อมูลที่รวบรวมจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาคำนวณหาค่าดัชนีความ สอดคล้องระหว่างข้อสอบรายข้อกับจุดประสงค์การเรียนรู้ (Index of Item Objective Congruence: IOC) โดยคำนวณตามสูตร IOC = ∑ R N IOC คือ ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ R คือ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ∑ R คือ ผลรวมของคะแนนผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน N คือ จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 8) คัดเลือกข้อสอบที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป จำนวน 20 ข้อ 9) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ที่ผ่านเกณฑ์แล้วไปใช้กับกลุ่มเป้าหมาย จากการดำเนินการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์รายวิชา ส 32102 สังคมศึกษา 4 ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ เรื่อง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ ดังข้างต้นสามารถสรุปได้ดังนี้ ศึกษาวิธีการสร้างและวิธีการออกข้อสอบ เพื่อสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และแนวทางการวัดประเมินผลในชั้นเรียน วิเคราะห์เนื้อหา มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง และ จุดประสงค์การเรียนรู้ ศึกษาเอกสารหลักสูตร ได้แก่ แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การวัดและ ประเมินผลกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมและหลักสูตร สถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่สร้างขึ้นเรียบร้อยแล้ว เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา และทำการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของอาจารย์ที่ปรึกษา สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ จำนวน 22 ข้อ


25 แผนผังที่การสร้างแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ภาพที่8 การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิง ระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet รายวิชา ส 32102 สังคมศึกษา 4 3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการ เรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet แบบมาตรา ส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ ประกอบด้วยความพึงพอใจด้านครูผู้สอน ด้านเนื้อหา ด้าน บรรยากาศ ด้านรูปแบบ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และด้านประโยชน์ที่ได้รับ โดยมีขั้นตอนการสร้าง ดังนี้ 3.1) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการ สร้างแบบประเมินความพึงพอใจ 3.2) สร้างแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet เป็นแบบมาตราส่วน ประเมินค่าของลิเคิร์ท (Liker’s Ratting Scale) จำนวน 15 ข้อ ประกอบ ด้วยความพึงพอใจด้าน ครูผู้สอน ด้านเนื้อหา ด้านบรรยากาศ ด้านรูปแบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และด้านประโยชน์ที่ได้รับ โดยมีระดับความพึงพอใจ 5 ระดับ ซึ่งมีเกณฑ์การแปลผลการประเมินความพึงพอใจ (บุญชม ศรี สะอาดม, 2535) ดังนี้ นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินความสอดคล้องระหว่าง ข้อสอบรายข้อกับจุดประสงค์การเรียนรู้ นำข้อมูลที่รวบรวมจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาคำนวณหาค่าดัชนีความสอดคล้อง ระหว่างข้อสอบรายข้อกับจุดประสงค์การเรียนรู้ นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่ผ่านเกณฑ์แล้วไปใช้กับกลุ่มเป้าหมาย คัดเลือกข้อสอบที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป จำนวน 20 ข้อ


26 ระดับที่ 5 หมายถึง ความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ระดับที่ 4 หมายถึง ความพึงพอใจในระดับมาก ระดับที่ 3 หมายถึง ความพึงพอใจในระดับปานกลาง ระดับที่ 2 หมายถึง ความพึงพอใจในระดับน้อย ระดับที่ 1 หมายถึง ความพึงพอใจในระดับน้อยที่สุด สำหรับเกณฑ์การแปลผลคะแนนตามเกณฑ์เฉลี่ยรายข้อ ผู้วิจัยได้กำหนดเกณฑ์โดยได้ จากแนวคิดของลิเคิร์ท (Liker’s Ratting Scale) ซึ่งมีเกณฑ์ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง ความพึงพอใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง ความพึงพอใจมาก คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ความพึงพอใจปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง ความพึงพอใจน้อย คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง ความพึงพอใจน้อยที่สุด 3.3) นำแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อ ตรวจสอบความชัดเจน และความถูกต้องในการใช้ภาษา จากนั้นทำการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ ของอาจารย์ที่ปรึกษา 3.4) นำแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet ที่ผ่านการตรวจสอบของอาจารย์ที่ ปรึกษาแล้วมาเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพื่อพิจารณาความสอดคล้องระหว่างรายการสอบถามกับ นิยามความพึงพอใจ ด้วยดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objectives Congruence: IOC) โดย กำหนดเกณฑ์การพิจารณา คือ เห็นว่าสอดคล้อง ให้คะแนน +1 ไม่แน่ใจ ให้คะแนน 0 เห็นว่าไม่สอดคล้อง ให้คะแนน -1 3.5) นำข้อมูลที่รวบรวมจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาคำนวณหาค่า IOC โดยใช้ ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence) ของผู้เชี่ยวชาญมาคำนวณค่าดัชนี ความสอดคล้อง โดยทำการคัดเลือกรายการสอบถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป จำนวน 10 ข้อ สูตรในการคำนวณหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) IOC = ∑ R N


27 IOC คือ ดัชนีความสอดคล้องระหว่างรายการสอบถามกับนิยามความพึงพอใจ R คือ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ∑ R คือ ผลรวมของคะแนนผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน N คือ จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 3.6) นำแบบประเมินความพึงพอใจที่ผ่านเกณฑ์แล้วไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อเก็บ รวบรวมข้อมูล หลังจากสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จากการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet ดังข้างต้น สามารถสรุปได้ดังนี้ ภาพที่9 การสร้างแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการ คิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นำแบบประเมินความพึงพอใจที่ผ่านการตรวจสอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว เสนอต่อ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาความสอดคล้องระหว่างรายการสอบถามกับนิยาม ความพึงพอใจ สร้างแบบประเมินความพึงพอใจ จำนวน 15 ข้อ ประกอบด้วยความพึงพอใจด้าน ครูผู้สอน ด้านเนื้อหา ด้านบรรยากาศ ด้านรูปแบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และด้าน ประโยชน์ที่ได้รับโดยมีระดับความพึงพอใจ 5 ระดับ นำแบบประเมินความพึงพอใจเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ คัดเลือกรายการสอบถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป จำนวน 10 ข้อ นำแบบประเมินความพึงพอใจที่ผ่านเกณฑ์แล้วไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อเก็บรวบรวม ข้อมูล หลังจากสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้


28 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 โรงเรียน แก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 42 คน โดยดำเนินตาม ขั้นตอน ดังนี้ 1) ผู้วิจัยขออนุญาตผู้บริหารและหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 2) ผู้วิจัยทำความเข้าใจกับนักเรียนเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้น สูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet 3) ผู้วิจัยได้ทำการดำเนินตามแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิง ระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้น โดยมีการบันทึกหลังการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน 4) ทำการทดสอบกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย เมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ เรื่อง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ เวลา 30 นาที 5) นักเรียนตอบแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet รายวิชา ส32102 สังคม ศึกษา 4 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จำนวน 10 ข้อ 6) ผู้วิจัยดำเนินการนำผลที่ได้จากการเก็บข้อมูลไปวิเคราะห์ แปลผล สรุปและ อภิปรายผลในการทำวิจัย 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างดำเนินการปฏิบัติการวิจัยและหลังจาก สิ้นสุดการปฏิบัติการวิจัย โดยนำข้อมูลจากการเก็บรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ทั้งเชิงคุณภาพและเชิง ปริมาณ ดังนี้ 1) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นการวิเคราะห์เชิงบรรยาย เพื่อศึกษาความคิดเห็น/ ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 หลังการทำแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่ มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาปรับปรุงแก้ไข พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น 2) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ 2.1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ เรื่อง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ รวมทั้งสิ้น 20 คะแนน โดยทำการหาค่าร้อยละ เปรียบเทียบเกณฑ์เป้าหมาย


29 ที่ตั้งไว้ คือ นักเรียนร้อยละ 55 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ที่เกิดจากการจัดการเรียนรู้แบบ โดย ใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 55 2.2) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet รายวิชา ส32102 สังคมศึกษา 4 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จำนวน 10 ข้อ ใช้การหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มีการแปลความหมายของค่าเฉลี่ย ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง ความพึงพอใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง ความพึงพอใจมาก คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ความพึงพอใจปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง ความพึงพอใจน้อย คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง ความพึงพอใจน้อยที่สุด 3.7 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีรายละเอียดดังนี้ 1) สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล 1.1) การหาค่าดัชนีความความสอดคล้องของแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์และแบบ ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet รายวิชา ส32102 สังคมศึกษา 4 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย โดยผู้เชี่ยวชาญและวิเคราะห์หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของ แบบทดสอบและแบบประเมินแต่ละข้อโดยใช้สูตร IOC (Index of Item Objectives Congruence) (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) IOC = ∑ R N เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบ และแบบประเมินกับจุดประสอบการเรียนเรียน R แทน คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 2) สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 2.1) การหาค่าร้อยละ (Percentage) คำนวณจากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2545)


30 P = n F 100 เมื่อ P แทน ร้อยละ F แทน คะแนนที่ได้ n แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมดทั้งหมด 2.2) การหาค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean) คำนวณจากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) = เมื่อ แทน ค่าเฉลี่ย แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 2.3) การหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) คำนวณจากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) ดังนี้ SD = ( ) ( 1) 2 2 − − n n n x x เมื่อ SD แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแต่ละคน แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละคนยกกำลังสอง แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง N แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มเป้าหมาย


31 บทที่ 4 ผลการวิจัย ในการวิจัยเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5/9 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet รายวิชา ส32102 สังคมศึกษา 4 โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ผู้วิจัยนำเสนอ ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 ที่มีต่อการจัดการ เรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet โรงเรียนแก่น นครวิทยาลัย โดยมีคะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 55 และมีจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet รายวิชา ส32102 สังคมศึกษา 4 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย โดยมีรายละเอียดดังนี้ ตารางที่ 3 แสดงจำนวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 นักเรียน จำนวน คิดเป็นร้อยละ หญิง 19 45.24 ชาย 23 54.76 รวม 42 100 จากตารางที่ 3 พบว่านักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ซึ่งคิดเป็น ร้อยละ 54.76 1) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 ที่มีต่อการ จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet รายวิชา ส32102 สังคมศึกษา 4 โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย โดยมีคะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 55 และมีจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย หลังจากการจัดการเรียนรู้ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน ซึ่งได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ เรื่อง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่ครูผู้สอนสร้างขึ้น โดยใช้แบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ คะแนนทั้งหมด 20 คะแนน จากการเก็บ ข้อมูลสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ดัง ตารางต่อไปนี้


32 ตารางที่ 4 ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่มีต่อจัดการเรียนรู้ใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet รายวิชา ส32102 สังคมศึกษา 4 จำนวน นักเรียน ทั้งหมด คะแนน เต็ม นักเรียนผ่าน เกณฑ์ นักเรียนไม่ผ่าน เกณฑ์ คะแนน ที่ผ่าน เกณฑ์ คะแนน เฉลี่ย ร้อยละ จำนวน (คน) ร้อยละ จำนวน (คน) ร้อยละ 42 20 39 92.86 3 7.14 11 15.69 92.86 จากตารางที่ 4 พบว่านักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่ผ่านเกณฑ์มีจำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 92.86 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ นักเรียนร้อยละ 55 (23 คน) มีคะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 55 (11 คะแนนขึ้นไป) และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 15.69 จากคะแนนเต็ม คิดเป็น ร้อยละ 92.86 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดย ใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet รายวิชา ส32102 สังคมศึกษา 4 โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ที่มีต่อการ จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet เรื่อง หลักฐานทางประวัติศาสตร์โดยหาร้อยละ คะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดังตารางต่อไปนี้


33 ตารางที่ 5 แสดงความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิง ระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 รายการ ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย (x̅) ส่วน เบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) การ แปลผล มากที่สุด (5) มาก (4) ปานกลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) 1. ด้านครูผู้สอน 1.1 1.1 ครูมีการเตรียม ความพร้อมสำหรับการ สอน 30 (71.43) 8 (19.05) 4 (9.52) 0 (0) 0 (0) 4.61 0.66 มากที่สุด 1.2 ครูมีความตั้งใจใน การสอน และให้ คำแนะนำนักเรียนใน การทำกิจกรรม 25 (63.33) 15 (20) 2 (3.33) 0 (0) 0 (0) 4.54 0.59 มากที่สุด รวมด้านครูผู้สอน 4.57 0.62 มาก ที่สุด 2. ด้านเนื้อหา 2.1 เนื้อหามีความ ชัดเจน ถูกต้อง และ ครบถ้วนสมบูรณ์ 30 (66.67) 10 (13.33) 2 (16.67) 0 (0) 0 (0) 4.66 0.57 มาก ที่สุด 2.2 เนื้อหามีความ เหมาะสมกับระดับการ เรียนรู้ของนักเรียน 25 (66.67) 14 (16.67) 3 (3.33) 0 (0) 0 (0) 4.52 0.63 มาก ที่สุด รวมด้านเนื้อหา 4.59 0.60 มาก ที่สุด


34 ตารางที่ 5 แสดงความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิง ระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 (ต่อ) รายการ ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย (x̅) ส่วน เบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) การ แปลผล มากที่สุด (5) มาก (4) ปาน กลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) 3. ด้านบรรยากาศ 3.1 บรรยากาศของ การเรียนทำให้ นักเรียนมีความ กระตือรือร้นในการ เรียน 16 (56.67) 16 (20) 10 (13.33) 0 (0) 0 (0) 4.14 0.78 มาก 3.2 บรรยากาศของ การเรียนทำให้ นักเรียนมีความ รับผิดชอบต่อตนเอง และกลุ่ม 15 (70) 12 (10) 14 (6.67) 1 (0) 0 (0) 3.97 0.89 มาก รวมด้านบรรยากาศ 4.05 0.83 มาก 4. ด้านรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 นักเรียนทุกคนมี ส่วนร่วมในการ กิจกรรมการเรียนรู้ 23 (53.33) 10 (20) 9 (13.33) 0 (0) 0 (0) 4.33 0.81 มาก 4.2 การจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนเข้าใจ ในเนื้อหามากขึ้น 25 (66.67) 12 (13.33) 5 (6.67) 0 (0) 0 (0) 4.47 0.70 มาก รวมด้านรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4.40 0.75 มาก


35 ตารางที่ 5 แสดงความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิง ระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 (ต่อ) รายการ ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย (x̅) ส่วน เบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) การ แปลผล มากที่สุด (5) มาก (4) ปานกลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) จำนวน (ร้อยละ) 5. ด้านประโยชน์ที่ได้รับ 5.1 การจัดการเรียนรู้ ช่วยให้นักเรียนสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเอง ได้ 30 (56.67) 7 (23.33) 5 (6.67) 0 (0) 0 (0) 4.59 0.70 มาก ที่สุด 5.2 การจัดการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนนำวิธีการ เรียนรู้ไปใช้ในวิชาอื่น ๆ 23 (53.33) 12 (16.67) 6 (16.67) 1 (0) 0 (0) 4.35 0.82 มาก รวมด้านประโยชน์ที่ได้รับ 4.47 0.76 มาก รวมทั้งหมด 4.41 0.71 มาก จากตารางที่ 5 พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 มีความพึงพอต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.41, SD = 0.71) ซึ่งด้านที่นักเรียนมีความพึงพอใจโดยเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านเนื้อหา (x̅ = 4.59) และรายการที่นักเรียนมีความพึงพอใจโดยเฉลี่ยสูงสุด คือ เนื้อหามีความชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วน สมบูรณ์(x̅ = 4.66) จากนั้นเป็นด้านด้านครูผู้สอน (x̅ = 4.57) และด้านประโยชน์ที่ได้รับ (x̅ = 4.47) ตามลำดับ นอกจากนี้ยังสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากข้อเสนอแนะของนักเรียนได้ว่า นักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้ โดยมองว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet มีสื่อประกอบการสอนมีความน่าสนใจ ช่วยให้เข้าใจ เนื้อหาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และมีกิจกรรมที่สนุกสอดแทรกกับความรู้เนื้อหาทางประวัติศาสตร์ สร้างเสริม ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต


36 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet รายวิชา ส32102 สังคมศึกษา 4 โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย สามารถสรุป ผลการวิจัยได้ ดังหัวข้อต่อไปนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.2 อภิปรายผลการวิจัย 5.3 ข้อเสนอแนะ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย 1) กลุ่มเป้าหมายเป็น นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ซึ่งคิดเป็น ร้อยละ 54.76 2) จากการวิจัย พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผ่านเกณฑ์มี จำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 92.86 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ นักเรียนร้อยละ 55 (23 คน) มี คะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 55 (11 คะแนนขึ้นไป) และ มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 15.69 จากคะแนนเต็ม คิด เป็นร้อยละ 92.86 3) จากการวิจัย พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 มีความพึงพอต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet โดยรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งด้านที่นักเรียนมีความพึงพอใจโดยเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านเนื้อหา และรายการที่นักเรียนมีความพึงพอใจ โดยเฉลี่ยสูงสุด คือ เนื้อหามีความชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วนสมบูรณ์ จากนั้นเป็นด้านด้านครูผู้สอน และด้านประโยชน์ที่ได้รับ ตามลำดับ นอกจากนี้นักเรียนยังมีความสุขในการเรียนรู้ โดยมองว่าการ จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet มีสื่อ ประกอบการสอนมีความน่าสนใจ ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และมีกิจกรรมที่สนุกสอดแทรก กับความรู้เนื้อหาทางประวัติศาสตร์ สร้างเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน แต่อาจจะมีข้อจำกัด เรื่องอุปกรณ์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต


37 5.2 อภิปรายผลการวิจัย 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการวิจัย พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผ่านเกณฑ์มี จำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 92.86 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ นักเรียนร้อยละ 55 มีคะแนนผ่าน เกณฑ์ร้อยละ 55 และมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 15.69 จากคะแนนเต็ม คิดเป็นร้อยละ 92.86 สอดคล้อง กับนรรัชต์ ฝันเชียร (2565) ที่กล่าวว่ากระบวนการสร้างความรู้แบบ GPAS 5 Steps เป็นแนวทางที่ สอดคล้องกับการพัฒนาและการเรียนรู้ของสมอง (Brain-based Learning) ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ ได้ตามศักยภาพของแต่ละคน และสอดคล้องกับรัฐพงษ์ ศิริวิริยานันท์ (2562) ที่ทำการวิจัยเรื่อง การ พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา เรื่อง ทวีปยุโรป สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดย ใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา เรื่องทวีปยุโรป ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 รวมถึงสอดคล้องกับงานวิจัยของเกศแก้ว เพ็งวงษ์ (2561) ที่พบว่า นักศึกษาเกิดทักษะทางกระบวนการเรียนรู้ และการนําเสนออยางมีขั้นตอนตามลำดับขั้นแบบ GPAS 5 Step และสอดคล้องกับจุดประสงค์ที่กำหนด สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีความสนใจ เกิดการ เรียนรู้ และการกล้าแสดงออก ทำให้นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น 2) ความพึงพอใจของนักเรียน จากการวิจัย พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 มีความพึงพอต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet โดยรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งด้านที่นักเรียนมีความพึงพอใจโดยเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านเนื้อหา และรายการที่นักเรียนมีความพึงพอใจ โดยเฉลี่ยสูงสุด คือ เนื้อหามีความชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วนสมบูรณ์ จากนั้นเป็นด้านด้านครูผู้สอน และด้านประโยชน์ที่ได้รับ ตามลำดับ นอกจากนี้นักเรียนยังมีความสุขในการเรียนรู้ โดยมองว่าการ จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet มีสื่อ ประกอบการสอนมีความน่าสนใจ ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และมีกิจกรรมที่สนุกสอดแทรก กับความรู้เนื้อหาทางประวัติศาสตร์ สร้างเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน โดยการเกิดความพึง พอใจในการเรียนนั้นส่วนหนึ่งมาจากการตอบสนองความต้องการของนักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎี ความต้องการตามลำดับขั้นของมาสโลว์ (Maslow, 1970) ที่กล่าวว่า มนุษย์มีความต้องการอยู่เสมอและ ไม่มีสิ้นสุด โดยความต้องการในแต่ละขั้นจะมีความสำคัญมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความพึงพอใจที่ ได้รับการตอบสนองความต้องการในลำดับนั้น ๆ และสอดคล้องกับเฮอร์เบิร์ก (1959) ที่ได้กล่าวถึงปัจจัย ที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ คือ ปัจจัยกระตุ้น และปัจจัยค้ำจุน ทั้งด้านความสำเร็จของการงาน การได้รับ การยอมรับนับถือ ความรับผิดชอบ และความก้าวหน้าของตำแหน่งการงาน โดยการที่นักเรียนได้เรียนรู้


38 จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet นั้น ทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการทำงาน รวมทั้งได้รับการยอมรับนับถือ จึงส่งผลให้เกิดความ พึงพอใจขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยของรัฐพงษ์ ศิริวิริยานันท์ (2562) การจัดการเรียนการสอนวิชาสังคม ศึกษา เรื่อง ทวีปยุโรป โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps นักเรียนเกิดความความพึงพอใจในระดับ มากที่สุด แต่ความพึงพอใจของการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet โดยรวมอยู่ในระดับมาก อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องการมีส่วนร่วมในการทำ กิจกรรมของนักเรียนและความพร้อมของอุปกรณ์ 5.3 ข้อเสนอแนะ 1) ข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1) จากการวิจัยพบว่าผู้เรียนให้ความสนใจในการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิด ขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่ถนัดการใช้สื่อ เทคโนโลยี ดังนั้นหากจะนำวิจัยไปใช้ควรวิเคราะห์ถึงสภาพบริบท หรือสภาพปัญหาของนักเรียน และ ของโรงเรียนว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร 1.2) จากการวิจัยพบว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ร่วมกับแอพลิเคชัน Padlet ประสบปัญหาในความไม่พร้อมของสัญญาณอินเทอร์เน็ต และ อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้นผู้วิจัยควรศึกษาถึงความพร้อมของสื่อและอุปกรณ์ที่ใช้ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้การจัดกิจกรรมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2) ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1) ควรศึกษาหรือพัฒนาทักษะการคิดที่เจาะจงมากยิ่งขึ้น เช่น การคิดวิเคราะห์ คิด สร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นต้น เนื่องจากเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิดขั้นสูง เชิงระบบ (GPAS 5 Steps) เป็นสำคัญ หากปลูกฝังทักษะการคิด จะช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนาหรือ ต่อยอดทักษะด้านอื่น ๆ ได้ 2.2) ควรมีการเตรียมความพร้อมของสื่อและอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ต และเครื่องมือที่ใช้ในการเข้าร่วมแอพพลิเคชั่น Padlet เพื่อให้นักเรียนสามารถ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ 2.3) ควรมีการหาประสิทธิภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์อย่างครบถ้วน ทั้งการ ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง ค่าความยากง่าย และค่าอำนาจจำแนก เพื่อให้ ได้ข้อสอบที่มีประสิทธิภาพก่อนนำไปใช้จริง


39 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. เกศแก้ว เพ็งวงษ์. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนวิชาการออกแบบและ พัฒนาเว็บไซต์ของนักศึกษา ปวส. 2/1 โดยใช้ หลักการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Step. รายงานการวิจัย ภาควิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชย การราชดำเนิน. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. ค้นเมื่อ 16 มกราคม 2566, จาก https://person.mwit.ac.th/01-Statutes/NationalEducation.pdf บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยทางการวัดและประเมินผล. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: สุวีริยสาส์น. ปราณี กองจินดา. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และทักษะการ คิด เลขในใจของนักเรียนที่ได้รับการสอนตามรูปแบบซิปปาโดยใช้แบบฝึกหัดที่เน้นทักษะการ คิดเลขในใจกับนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้คู่มือครู. วิทยานิพนธ์ ค.ม.(หลักสูตร และการ สอน). พระนครศรีอยุธยา : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. พรพรรณ ศรีหาวงศ์. (2562). การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS. วิทยานิพนธ์ ภาควิชา หลักสูตรและวิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. ไพศาล หวังวานิช. (2543). การวัดและประเมินผลระดับอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ : ทบวงมหาวิทยาลัย. ภัทรา นิคมมานนท์.(2540). การประเมินผลการเรียน. กรุงเทพฯ : บริษัทอักษรพิพัฒน์จำกัด. ยุพิน พันธุ์ดิษฐ์และคณะ. (2554). สภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดขอนแก่น, วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัย บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น, 5(1), 110-116. รัฐพงษ์ ศิริวิริยานันท์. (2562). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา เรื่อง ทวีปยุโรป สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps, วารสารการประชุม วิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ 5(1), 496-505. เลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ: พริกหวาน วิลาสินี วัฒนมงคล. (2556). วิกฤตการศึกษาไทยในยุค 4.0, ศึกษาศาสตร์ มมร, 6(1), 427-444.


40 วิทยากร เชียงกูล. (2562). สภาวะการศึกษาไทยปี61-62 ย่ำอยู่กับที่. ค้นเมื่อ 16 มกราคม 2566, จาก https://www.kroobannok.com/87193 สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ. (2562). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพการ เรียนรู้แบบ Active Learning ตามแนวคิด GPAS 5 Steps เพื่อพัฒนาพหุปัญญาและ สมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์ 4.0. กรุงเทพฯ: พัฒนาคุณภาพวิชาการ ฮิวจ์ เดลานี. (2559). การศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21. ค้นเมื่อ 8 มกราคม 2566, จาก https://www.unicef.org/thailand/th/stories/ ETS. (2565). Padlet ระดมความคิด แลกเปลี่ยนไอเดียได้ทุกที่ ทุกเวลา. ค้นเมื่อ 4 มกราคม 2566, จาก https://techintegration.ets.kmutt.ac.th/content/tech-review/padlet Minnie Keng. (2564). แบ่งปันไอเดียการใช้ PADLET ในห้องเรียน. ค้นเมื่อ 4 มกราคม 2566, จาก https://inskru.com/idea/-Mem_54XHEaU_u2QM9f4


Click to View FlipBook Version