B y ค รู สุ นิ ส า พ ง ษ์ ศ รี
Geography
กลุ่ มสาระการเรี ยนรู้ สั งคมศึ กษา ฯ
โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย
ทดสอบความรู้ทางภูมิศาสตร์
คำชี้แจง: ให้นักเรียนตอบคำถามตามความรู้เดิมของตนเอง เพื่อวัดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภูมิศาสตร์
ข้อใดอธิบายความหมายของภูมิศาสตร์ได้ครอบคลุมมากที่สุด
ก. ความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่กับมนุษย์ ข. ความเป็นมาของโลก
ค. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ง. เครื่องมือทางภูมิศาสตร์
การวางแผนเพาะปลูกในพื้นที่ 1000 ไร่ ควรใช้ประโยชน์จากเครื่องมือใด
ก. ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS) ข. ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Gis)
ค. ภาพถ่ายจากดาวเทียม ง. ภาพถ่ายทางอากาศ
เพราะเหตุใด ที่ราบสูงโคราชจึงไม่จัดอยู่ในภูมิประเทศที่ราบสูงอย่างแท้จริง
ก. มีความชันทางทิศตะวันตกเพียงด้านเดียว ข. มีความสูงเฉลี่ย 150-180 เมตร
ค. ไม่มีภูเขาล้อมรอบ ง. มีขนาดเล็ก
มวลอากาศร้อนชื้นจากทะเลจีนใต้เคลื่อนที่ผ่านประเทศไทย มาปะทะกับมวลอากาศเย็นและ
แห้งจากประเทศจีน จะทำให้เกิดลักษณะอย่างไร
ก. ท้องฟ้าแจ่มใส ลมพัดแรง ข. ท้องฟ้ามืดมีฝนตกเล็กน้อย
ค. อากาศแปรปรวน ฝนตกมาก ง. อากาศอบอ้าว ท้องฟ้าครึ้มตลอดวัน
การปฏิวัติเขียว (The green revolution) เกี่ยวข้องกัSบtอeะไpร Five
ก. การนำเทคโนโลยีมาใช้เพาะปลูก ข. การนำกัญชามาใช้เป็นยารักษาโรค
ค. การรณรงค์ปลูกป่าอย่างกว้างขวาง ง. การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การที่รัฐบาลไทยส่งลิงอุรังอุตังกลับคืนไปยังประเทศอินโดนีเซีย เป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงใด
ก. อนุสัญญาเวียนา ข. พิธีสารมอนทรีออล
ค. อนุสัญญาไซเตส ง. พิธีสารเกียวโต
จัดทำโดย คุณครูสุนิสา พงษ์ศรี
หน่วย 1 - เครื่องมือทางทางภูมิศาสตร์
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์คืออะไร มีไว้เพื่ออะไร
- ใช้ในการศึกษาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับ ตำแหน่ง ทำเลที่ตั้งการกระจาย ขอบเขต และปรากฏการณ์ต่าง ๆ
- มี 2 ประเภท คือ ประเภทให้ข้อมูล ประเภทเครื่องมือและอุปกรณ์
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ประเภทให้ข้อมูล
แผนที่ (Map)
แสดงลักษณะของพื้นผิวโลกและสิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวโลก ตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยการแสดงลงในวัสดุบน
ราบ เช่น กระดาษ ด้วยการย่อขนาดให้เล็กลง ตามมาตราส่วนที่ต้องการและกำหนดสัญลักษณ์ขึ้นที่ใช้แทนสิ่งที่ปรากฏบนพื้นที่จริง
ประเภทของแผนที่
แผนที่อ้างอิง แผนที่เฉพาะเรื่อง แผนที่เล่ม
เป็นหลักในการทำแผนที่ ให้ข้อมูลเฉพาะเรื่องใด เอาแผนที่ประเภทต่าง ๆ
ชนิดอื่น ส่วนใหญ่จะแสดง เรื่องหนึ่ง เช่น แผนที่ เช่น แผนที่เศรษฐกิจ
ประชากร แผนที่เส้นทาง แผนที่ทางหลวง มา
ลักษณะภูมิประเทศ คมนาคม แผนที่รัฐกิจ รวบรวมไว้ในเล่มเดียวกัน
ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง
เช่น แผนที่ภูมิประเทศ
เกร็ดความรู้-แผนที่ที่เก่าแก่ที่สุด แผนที่ชาวเอสกิโม
แผนที่ของชาวเมโสโปเตเมีย ใช้ไม้สลักติดบนหนังแมวน้ำ
แสดงบริเวณล่าสัตว์ ตกปลา
ทำจากดินเหนียว ใช้แสดงสิทธิในที่ดิน
แปลงหนึ่ง พบที่เมืองกาเซอรน์บริเวณ
ลุ่มน้ำยูเฟรติสรายละเอียดแสดงแสดง
ถึงบริเวณลุ่มน้ำซึ่งอยู่ระหว่างหุบเขา
บิดาแห่งภูมิศาสตร์ (father of geography) เอราทอสเทนีส
- คนแรกที่ใช้คำว่า geography
- เชื่อว่าโลกกลม สามารถคำนวณความยาวรอบโลกได้
- คนแรกที่ค้นคิดหาวิธีการกำหนดตำแหน่งที่ตั้งของ
สถานที่ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ
จัดทำโดย คุณครูสุนิสา พงษ์ศรี
หน่วย 1 - เครื่องมือทางทางภูมิศาสตร์
องค์ประกอบของแผนที่
แผนที่ ที่จัดแสดงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเรียกว่า ระวาง (Sheet) มี 3 อปก. หลัก >>
เส้นขอบระวาง แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนคือภายใน/นอกขอบระวาง
โดยแต่ละด้านมีตัวเลขบอกค่าพิกัดภูมิศาสตร์
ภายในขอบระวาง
1. สัญลักษณ์ ได้แก่ เครื่องหมายหรือสิ่งซึ่งคิดขึ้นเพื่อใช้แทนรายละเอียดข้อมูลที่ต้องการแสดง
2. สี ที่ใช้แทนรายละเอียดหรือข้อมูลต่าง ๆ ของแผนที่
3. ชื่อภูมิศาสตร์ บอกให้ทราบว่าสถานที่นั้นหรือสิ่งนั้นมีชื่อเรียกอะไร
4. ระบบอ้างอิงในการกำหนดตำแหน่ง เส้นหรือตารางที่แสดงไว้ในขอบระวางแผนที่ ใช้กำหนดค่าพิกัดของตำแหน่ง
พิกัดภูมิศาสตร์ พิกัดกริด
บอกตำแหน่งที่ตั้งบนพื้นผิวโลก โดยอาศัยโครง เป็นการกำหนดตำแหน่งโดยวัดเป็นระยะทางของค่าเหนือ
ข่ายของเส้นโครงแผนที่ซึ่งประกอบด้วยเส้นเมริ (เส้นในแนวนอน) กับค่าตะวันออก (เส้นในแนวตั้ง) เพื่อให้
ทราบว่าตำแหน่งนั้นอยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรเป็นระยะทางกี่
เดียนกับเส้นขนานตัดกันเป็น “จุด” เมตร และห่างจากเส้นกึ่งกลางโซนแผนที่นั้นระยะทางกี่เมตร
รู้เมือไร่. .
ประเทศไทยตั้งอยู่ในช่วงพิกัดละติจูด 5°37′N - 20°27′N และลองจิจูด 97°22′E - 105°37′E
จัดทำโดย คุณครูสุนิสา พงษ์ศรี
หน่วย 1 - เครื่องมือทางทางภูมิศาสตร์
องค์ประกอบของแผนที่
ภายนอกขอบระวาง
1. มาตราส่วนแผนที่ เพื่อให้ผู้ใช้แผนที่ ได้ทราบว่าแผนที่แผ่นนั้นย่อจากภูมิประเทศจริง ที่ตรงกันด้วยอัตราส่วนเท่าใด
ออกข้อสอบบ่อยมากกก++ คือการคำนวณระยะทางบนแผนที่
นามิวัดระยะทางบนแผนที่จากโลคทาวน์ ไปยังแกรนไลน์ ได้ 5 cm. อยากทราบว่า ลองคำนวณกันดูกันดู้ววววว__
ระยะทางจริงในภูมิประเทศคือเท่าไหร่ (แผนที่มาตราส่วน 1:50,000)
2. หมายเลขประจำชุด เป็นเลขหมายอ้างอิงที่แสดงถึงการจัดทำแผนที่ว่าเป็นที่ชุดใด
3. คำอธิบายสัญลักษณ์ 4. สารบัญต่าง ๆ
5. บันทึกต่าง ๆ 6. ศัพทานุกรม
จัดทำโดย คุณครูสุนิสา พงษ์ศรี
องค์ประกอบของแผนที่ คำชี้แจง; ให้นักเรียนวิเคราะห์แผนที่ดังต่อไปนี้
ว่ามีองค์ประกอบของแผนที่อะไรบ้าง
ประเภทของแผนที่ เฉพาะเรื่อง
แผนที่จุด (Dot map)
- ใช้จุดแสดงความหนาแน่น หรือการกระจายตัวของข้อมูล
- เช่น แผนที่จุดแสดงความหนาแน่นของประชากรประเทศออสเตรเลีย พ.ศ. 2560
แผนที่สัญลักษณ์สัดส่วน (Proportional symbol map)
- ใช้รูปทรงเรขาคณิตและกราฟแบบต่าง ๆ ที่มีขนาดเป็นสัดส่วนกับข้อมูลที่เกิดขึ้น
- อาจใช้กราฟแท่งสัดส่วน วงกลมสัดส่วน วงกลมแบ่งส่วน
- เช่น แผนที่จำนวนประชากรของจ. อุดรธานี
แผนที่เส้นเท่า (soline map)
- ใช้เส้นในการนำเสนอ เพื่อบอกความห่าง ถี่ของข้อมูล แต่ละเส้นจะลากผ่านบริเวณที่ข้อมูลมี
ค่าเท่ากัน บางครั้งอาจใช้ระดับสีเข้ามาช่วยเพื่อแสดงถึงความแตกต่างของข้อมูล
- เช่น แผนที่ความกดอากาศเท่า แผนที่ปริมาณฝน
แผนที่แสดงการเคลื่อนที่ (Flow map)
- นำเสนอข้อมูลการเคลื่อนย้าย ข้อมูลจากตำาแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งหนึ่ง
- เช่น การย้ายถิ่นของประชากร การอพยพของสัตว์ การส่ง สินค้าเข้า-สินค้าออก แผนที่
จำนวนส่งออกรถยนต์ของประเทศญี่ปุ่นไปยังประเทศต่าง ๆ
แผนที่โคโรเพลท (Choropleth map)
- ใช้สีเข้ม-อ่อนแสดงปริมาณของข้อมูลในพื้นที่นั้น ๆ
- สีเข้มแสดงถึงข้อมูลที่มีปริมาณมาก และสีอ่อนแสดงถึงข้อมูลที่มีปริมาณน้อย
- เช่น แผนที่ความหนาแน่นของประชากรในเขตกทม.
แผนที่แจงสี (chorochromatic map)
- แสดงการกระจาย หรือการแจกแจงสิ่งต่าง ๆ ด้วยการใช้สีเป็นสัญลักษณ์แสดงความแตกต่าง โ
- **ไม่แสดงถึงปริมาณของสิ่งที่แสดง
- เช่น แผนที่ธรณีวิทยา แผนที่ปฐพีวิทยา
แผนที่ไดอะแกรม (Diagram map)
- ใช้แผนภาพเรขาคณิต สองมิติ หรือ สามมิติ แสดงสัญลักษณ์ของชนิดข้อมูล
- แสดงสถานะทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
จัดทำโดย คุณครูสุนิสา พงษ์ศรี
N แผนที่การกระจาย
การแปลความหมายแผนที่
(Dแiผstนrทiี่bกuาtรiกoรnะจMาaยp) แสดงข้อมูล
ด้วยสัญ
ลักษณ์
แสดงการกระจายของข้อมูลหนึ่ง ในพื้นที่ต่าง ๆ จุดปริมาณข้อมูล
ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ๆ พื้นที่กำหนดสีปริมาณ
ตัวอย่าง การใช้งาน
ข้อมูลการกระจายของประชากร เพื่อศึกษาหรือนำเสนอข้อมูลสถิติการกระจายของ
ข้อมูลการกระจายทางเศรษฐกิจ ข้อมูลต่าง ๆ ทำให้สังเกตได้ง่ายว่าข้อมูลหนาแน่น
รายได้เฉลี่ยของประชากร บริเวณใดและนำไปวิเคราะห์ต่อได้
ผลิตภัณฑ์มวลรวม เกษตรกรรม
จากแผนที่แสดงการกระจายของ
หลักการแปลความ ประชากรในทวีปเอเชีย แปลความได้
สังเกตชื่อแผนที่ ว่าอย่างไรบ้าง ?
พิจารณาคำอธิบายสัญลักษณ์
ทำความเข้าใจเหตุและผลของข้อมูล
N แผนที่โคโรเพลท
การแปลความหมายแผนที่
ชื่อ/ประเภท/ประโยชน์
- ชื่อแผนที่แสดงความหนาแน่นของประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2560
- ประเภทแผนที่: แผนที่เฉพาะเรื่อง
- ประโยชน์ของแผนที่ คือ ช่วยในการเลือกถิ่นฐาน การวางแผนพัฒนาเมืองในเขตต่าง ๆ การจัดสรรทรัพยากร เป็นต้น
องค์ประกอบ - ชื่อแผนที่ - ทิศ
- มาตราส่วนแบบบรรทัด - พิกัดทางภูมิศาสตร์
- สัญลักษณ์/สี
การแปลความหมาย
จากแผนที่สามารถอ่านและแปลความหมายได้ ดังนี้
ความหนาแน่นประชากรมากที่สุด อยู่ในเขตดินแดง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตสัมพันธวงศ์ พิจารณาจากระดับความเข้ม
ของสี ซึ่งมีมากกว่า 12,500 คน/ตร.กม. ส่วนเขตราชเทวี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ และเขตธนบุรี มีความหนาแน่นประชากรรอง
ลงมา โดยมีประชากรอยู่ระหว่าง 10,001-12,500 คน/ตร.กม. ตามด้วยเขตหนองจอก เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง
เขตทวีวัฒนา และเขตบางขุนเทียน มีความหนาแน่นประชากรระหว่าง 1-2,500 คน/ตร.กม.
จากแผนที่จะเห็นได้ว่า บริเวณเขตกรุงเทพมหานครชั้นในมีความหนาแน่นประชากรมาก ส่วนบริเวณเขตกรุงเทพมหานครชัน
นอกมีความหนาแน่นประชากรน้อย
แผนที่และการแปลความหมาย ชื่อ. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ชั้นม.5/................... เลขที่...................
รายวิชาส 32101 สังคมศึกษา 3 ชั้นมัธยศึกษาปีที่ 5
คำชี้แจง: จงตอบคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
1. แผนที่ คือ ..............................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
2. การแสดงข้อมูลในแผนที่ทุกชนิดควรจะมีข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้อ่านแผนที่จะได้สามารถเข้าใจแผนที่นั้นได้โดยถูกต้อง
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
3. แผนที่ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก คือ ...................................เป็นของชาว.......................................................
4. การทำแผนที่ในประเทศไทย เริ่มเมื่อ..................................................................................................
5. แผนที่มีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่
แผนที่อ้างอิง คือ ..............................................................................................................
แผนที่เฉพาะเรื่อง คือ ..........................................................................................................
แผนที่เล่ม คือ ..................................................................................................................
คำชี้แจง: จับคู่ประเภทของแผนที่เฉพาะเรื่องกับการใช้งาน ให้ถูกต้อง
โคโรเพลท เส้นเท่า แสดงการเคลื่อนที่
ไดอะแกรม แจงสี จุด
1. ใช้แผนที่......................................การบอกความหนาแน่นของประชากรในเขต อ.เมืองขอนแก่น โดยใช้สีบอก
ปริมาณ ถ้าสีเข้ม หมายถึงมีประชากรมาก สีอ่อนหมายถึงมีประชากรน้อย
2. ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ต้องการทราบสัดส่วนระหว่างจำนวนประชากรชาย-หญิง ในแต่ละเขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อวางแผนการ
พัฒนาและกำหนดนโยบายต่าง ๆ ต้องนำแผนที่................................มาใช้ในการวิเคราะห์
3. แผนที่....................................เหมาะกับการนำเสนอข้อมูลทางธรณีวิทยา ปฐพีวิทยา
4. พิมรี่พาย แม่ขายออนไลน์ ต้องการทราบว่าตนเองส่งออกสินค้าไปยังจังหวัดใดบ้างในประเทศไทย โดยมียอดขายอยู่ใน
ช่วงใด พิมรี่พายต้องสร้างแผนที่.......................................ขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์ยอดการส่งสินค้า
5. กรมอุตุนิยมวิทยาใช้แผนที่...............................ในการบอกปริมาณน้ำฝนสะสมรวม บริเวณภาคเหนือ
แผนที่และการแปลความหมาย ชื่อ. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ชั้นม.5/................... เลขที่...................
รายวิชาส 32101 สังคมศึกษา 3 ชั้นมัธยศึกษาปีที่ 5
คำชี้แจง: จงแปลความหมายของแผนที่ต่อไปนี้
1. ประเภทของแผนที่.....................................................................................................................
2. องค์ประกอบที่ปรากฏในแผนที่ ได้แก่
......................................................................
......................................................................
......................................................................
......................................................................
......................................................................
......................................................................
3. ประโยชน์ของแผนที่ชนิดนี้
.........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
4. จากแผนที่แปลความหมายได้ว่าอย่างไร
............................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ Geoinformmatics
เทคโนคืโอลอยีะภไูรมิกสันานรสะ?น?เทศ เป็นการบูรณาการความรู้และเทคโนโลยี ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ การรับรู้ระยะไกล รูปถ่ายทางอากาศ
ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก
รูปถ่ายทางดาวเทียม
ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์
การรับรู้จากระยะไกล (Remote Sensing : RS)
การได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุ พื้นที่ และปรากฏการณ์บนพื้นโลก จากเครื่องรับรู้ (Sensor) โดยปราศจากการเข้าไปสัมผัสวัตถุ
เป้าหมาย ทั้งนี้อาศัยการสะท้อนแสง หรือการแผ่รังสีพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า โดยเครื่องวัดหรืออุปกรณ์ที่ติดอยู่กับยานสำรวจ
สรุปการ แปลงเป็นสัญญาณอิเล็กกทรอนิกส์
ขทอำงงาRนS พลังงานตกกระทบ สะท้อนเข้าสู่เครื่องรับรู้ที่ติดกับยานสำรวจ
นำมาวิเคราะห์ด้วยสายตา/คอมพิวเตอร์ ได้ข้อมูลเชิงตัวเลข และเชิงอนุมาน ส่งลงสู่สถานีรับภาคพื้นดิน ได้
ขปอรงะเภRทS
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ Geoinformmatics
การรับรู้จากระยะไกล (Remote Sensing : RS)
ภาพถ่าย รูปถ่ายของพื้นผิวโลก ถ่ายด้วยกล้องที่ติดไปกับอากาศยาน
ทางอากาศ กรมแผนที่ทหาร รับผิดชอบในการผลิตภาพถ่ายทางอากาศ
แนวดิ่ง มี 2 ประเภท ตามมุมที่ใช้ในการถ่าย ได้แก่ แนวดิ่ง กับแนวเฉียง (สูง/ต่ำ)
แนวเฉียง
เฉียงสูง เฉียงต่ำ
- ถ่ายโดยแกนกล้องอยู่ในแนวดิ่ง เอียงไม่เกิน 3 ํ - แกนกล้องเอียง 60 ํ จากแนวดิ่ง - แกนกล้องเอียง 30 ํ จากแนวดิ่ง
- ดูภาพในลักษณะ 3 มิติได้ และใช้ทำแผนที่ - เห็นเส้นขอบฟ้าปรากฏบนรูป - ไม่เห็นเส้นขอบฟ้าปรากฏบนรูป
เราใช้กล้อง 3 มิติในการพิจารณาความสูงต่ำ ของพื้นที่จากรูปถ่ายอากาศ 2 รูปถ่าย
ต่อเนื่อง และมีส่วนซ้อนทับกันไม่น้อยกว่า 60 %
ภาพถ่ายทาง ภาพจากระยะไกลของผิวโลก จากการบันทึกข้อมูลของอุปกรณ์ที่ติดตั้งไปกับดาวเทียมที่โคจรบนโลก
ดาวเทียม ใช้หลักการสะท้อนแสง/พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า ได้ข้อมูลเชิงตัวเลขประกอบจุดภาพ
การอ่านภาพถ่ายทางดาวเทียม ให้พิจารณา ดังนี้
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ Geoinformmatics
การรับรู้จากระยะไกล (Remote Sensing : RS)
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ Geoinformmatics
การรับรู้จากระยะไกล (Remote Sensing : RS)
นักเรียนคิดว่าในวงกลมคือ
วัตถุใด ใช้หลักการใด ในการ
แปลความหมาย?
จัดทำโดย คุณครูสุนิสา พงษ์ศรี
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ Geoinformmatics
การรับรู้จากระยะไกล (Remote Sensing : RS)
เกร็ดความ "นกเร็ว จีโอ ไอ"
รู้เรื่อง ดาวเทียมทำแผนที่ = วงโคจรระยะต่ำ (LEO) ที่ระดับความสูงไม่เกิน 800 KM ละเอียดสูง ได้แก่ QuickBird GeoEye-1 Ikonos
ดาวเทียม "ธี เธียร์ แล่นนนน"
ดาวเทียมทรัพยากร = เน้นคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง บันทึกภาพได้ทั้งในช่วงแสงที่ตามองเห็นและรังสีอินฟราเรด
เนื่องจากโลกแผ่รังสีอินฟราเรดออกมา จึงสามารถบันทึกภาพได้แม้ในเวลากลางคืน ได้แก่ Theos
(ของไทย) Terra LandSat
"โนอา โกส เอ็มที"
ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา = วงโคจรหลายระดับขึ้นอยู่กับการออกแบบในการใช้งาน ได้แก่ NOAA GOES MTSAT
"ทหารเป็นโคโรน่า"
ดาวเทียมภารกิจพิเศษ = ใช้ตามภารกิจ เช่น การจารกรรม/ วิจัย/ ทหารลาดตะเวนใช้ Corona
"อินไทย"
ดาวเทียมสื่อสาร = อยู่ในวงโคจรค้างฟ้า ต้องใช้อย่างน้อย 3 ดวง ได้แก่ Intelsat Thaicom
ข้อใดจับคู่ประเภทของดาวเทียมไม่ถูกต้อง
ก. สื่อสาร - Intelsat ข. ลาดตะเวน - Corona ค. อุตุนิยมวิทยา - Noaa ง. ทรัพยากร - QuickBird
หากต้องการจัดทำแผนที่ ที่มีความละเอียดสูง ควรใช้ดาวเทียมประเภทใด
ก. GeoEye-1 ข. Theos ค. Terra ง. LandSat
ข้อดขี-อขง้อRจSำกัด ตรวจวัดครอบคลุมพื้นที่ได้เป็น บริเวณกว้าง ในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะการตรวจวัดจากอวกาศ
มองภาพรวมได้ง่าย ได้ข้อมูลที่ค่อนข้างทันต่อเหตุการณ์
สามารถใช้ในการศึกษา วางแผน เตรียมพร้อมรับมือกับปรากฏการณ์ ทั้งด้านการขนส่ง สิ่งแวดล้อม การหาร ผังเมือง
ต้องมีความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ โดยเฉพาะในการจัดหาสถานีติดตั้งและการสร้าง อุปกรณ์ตรวจวัด และต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ
ข้อมูลที่ได้บางครั้งยังขาด ความละเอียด เชิงพื้นที่มากพอ เนื่องมาจากเป็นการสำรวจจากระยะไกล
จัดทำโดย คุณครูสุนิสา พงษ์ศรี
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ Geoinformmatics
ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก Global positioning System : GPS
- เทคโนโลยีที่ใช้กำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก โดยอาศัย ดาวเทียม สถานีภาคพื้นดิน และเครื่องรับ GPS
หมายถึง - เครื่องรับ GPS จะรับสัญญาณมาคำนวณหาระยะเสมือนจริงในแต่ระยะ บอกค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ บอกความเร็วและทิศทางด้วย
- ต้องใช้ดาวเทียมอย่างน้อย 3 ดวงขึ้นไป
ข้อดี
- ติดตามการเดินทาง/ขนส่งสินค้า ได้ตลอด 24 ชม.
- วางแผนการเดินทางได้ง่าย สะดวก พร้อมทั้งค้นหาเส้นทางจุดหมายได้
- ลดความเสี่ยงจากการโจรกรรมทรัพย์สิน/ยานพาหนะ
- ใช้ควบคุมสั่งการเครื่องจักรทางการเกษตร หรือติดตามการออกกำลังกายได้
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ Geographic information system ; GIS
- การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่นำเข้า วิเคราะห์ แสดงผล และดัดแปลงแก้ไข
หมายถึง - เห็นความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิงพื้นที่ เช่น ที่อยู่ บ้านเลขที่ สัมพันธ์กับตำแหน่งในแผนที่ ตำแหน่ง เส้นรุ้ง เส้นแวง
- มี 5 อปก. ที่สำคัญคือ
"gis นำมาใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ การบริหารจัดการ
การวางแผนกำหนดนโยบาย อย่างมีประสิทธิภาพ"
จัดทำโดย คุณครูสุนิสา พงษ์ศรี
เครื่ องมือทางภูมิศาสตร์ ชื่อ. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ชั้นม.5/................... เลขที่...................
รายวิชาส 32101 สังคมศึกษา 3 ชั้นมัธยศึกษาปีที่ 5
ประ
โยชน์
คำชี้แจง: จงเติมคำตอบลงช่องว่างให้ถูกต้อง
ภาพประ
กอบ ชื่อเครื่องมือท
างภูมิศาสตร์
ภาพถ่ายจากดาวเทียม
(Satellite
Imagery)
ไฮโกรมิเตอร์
(Hygrom
eter)
เครื่ องมือทางภูมิศาสตร์ ชื่อ. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ชั้นม.5/................... เลขที่...................
รายวิชาส 32101 สังคมศึกษา 3 ชั้นมัธยศึกษาปีที่ 5
ประ
โยชน์
คำชี้แจง: จงเติมคำตอบลงช่องว่างให้ถูกต้อง
ภาพประ
กอบ ชื่อเครื่องมือท
างภูมิศาสตร์
รีโมทเซ
นซิง
(Remote Sensing :RS)
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
(Geographic Informa
tion System : GIS)
เครื่องมือวัดร
ะยะทาง
ในแผนที่ (Map measurer)
คำชี้แจง: ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้
1. ในการวางแผนเพาะปลูกในพื้นที่ 1000 ไร่ ควรใช้ประโยชน์จากเครื่องมือใด
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
2. หากนักเรียนไปท่องเที่ยว เดินป่าที่เขาหลวงสุโขทัย จะพกเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ชนิดใดติดตัวไปด้วย เพราะเหตุใด
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................