รหสั วิชา ๑๒101 ชอื่ วชิ า วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี2
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.256๓)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน
พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖0)
โรงเรยี นบ้านเขารวก(รว่ มมิตรพฒั นา)
สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสระบรุ ี เขต 1
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ตามคำสงั่ กระทรวงศึกษาธกิ าร
ที่ สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ โดยให้ใช้ในโรงเรียนตน้ แบบและโรงเรยี นที่พร้อมใช้
หลกั สตู รในปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ในโรงเรียนทั่วไปในปีการศกึ ษา ๒๕๖๑
โรงเรียนบ้านเขารวก (รว่ มมิตรพัฒนา) สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสระบรุ ี เขต ๑ จึงได้
ดำเนินการพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นเขารวก (ร่วมมติ รพฒั นา) เพื่อใชเ้ ป็นกรอบและทิศทางใน
การจดั การเรียนการสอน และเพอ่ื ใหก้ ระบวนการนำหลกั สูตรไปส่กู ารปฏบิ ัตอิ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
หลักสูตรระดับชั้นเรียน รหัสวิชา ว12101 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๓ ระดับช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ ทจี่ ัดทำขน้ึ ได้วเิ คราะหต์ วั ช้วี ดั /ผลการเรียนรู้ คำอธบิ ายรายวชิ า โครงสรา้ งรายวิชา เพื่อ
จัดทำหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีกิจกรรมการเรียน
การสอนทเ่ี น้นผู้เรียนเปน็ สำคญั เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รียนให้บรรลุเป้าหมายของหลักสตู ร
ในการจัดทำและพัฒนาหลักสูตรในคร้ังนี้ คณะผู้จัดทำได้ศึกษาเอกสารหลักสูตร คู่มือเอกสาร
ประกอบหลักสูตรและเอกสาที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากศกึ ษานิเทศก์ ครู ชุมชน และ
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาหลักสูตรสู่มาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ คณะผู้จัดทำจึง
ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจักได้นำหลักสูตรฉบับนี้ไปใช้ประโยชน์ในการ
พัฒนาคุณภาพผเู้ รียนตามทมี่ ุ่งหวงั ตอ่ ไป
คณะผจู้ ดั ทำ
สารบญั
คำนำ หนา้
ทำไมตอ้ งเรยี นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑
เรียนรู้อะไรในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ ๒
คณุ ภาพผ้เู รยี น ๓
ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ๕
๕
สาระท่ี ๑ ๖
สาระท่ี ๒ ๗
สาระท่ี ๓ ๗
สาระที่ ๔ ๙
คำอธบิ ายรยวิชา ๑๐
โครงสรา้ งรายวชิ า ๑๖
อภิธานศพั ท์ ๑๙
คณะผจู้ ดั ทำ
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ทำไมต้องเรียนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับทุก
คนทั้งในชีวติ ประจำวันและการงานอาชีพต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เคร่ืองมือเครอ่ื งใช้และผลผลิตตา่ ง ๆ ที่
มนุษย์ได้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน เหล่านี้ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์
ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อ่ืน ๆ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเปน็
เหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถใน
การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบ
ได้ วทิ ยาศาสตร์เปน็ วฒั นธรรมของโลกสมยั ใหม่ซ่ึงเปน็ สังคมแห่งการเรยี นรู้ (K knowledge-based society)
ดังนั้นทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและ
เทคโนโลยที ีม่ นุษย์สรา้ งสรรคข์ น้ึ สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมเี หตุผล สรา้ งสรรค์ และมคี ุณธรรม
เรียนรอู้ ะไรในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่เน้นการ เชื่อมโยงความรู้กบั
กระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้ กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้
และแก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือ
ปฏบิ ัติจริงอยา่ งหลากหลาย เหมาะสมกบั ระดับช้นั โดยกำหนดสาระสำคญั ดงั นี้
✧ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต การ
ดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์การดำรงชีวิตของพืช พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการ
ของสิง่ มชี วี ิต
✧ วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร การ
เคลื่อนที่ พลงั งาน และคลื่น
✧ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสัมพันธ์ ภายใน
ระบบสุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้า
อากาศ และผลต่อสิ่งมชี ีวติ และสิง่ แวดลอ้ ม
✧ เทคโนโลยี
● การออกแบบและเทคโนโลยีเรียนรูเ้ กี่ยวกับเทคโนโลยเี พ่ือการดำรงชีวิต ในสังคมที่
มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อ
แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้
เทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม
● วิทยาการคำนวณ เรียนรู้เกี่ยวกับการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา
เป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการ
ส่ือสาร ในการแกป้ ัญหาทพี่ บในชีวิตจรงิ ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสิ่งไม่มีชีวิต กับ
สิ่งมีชวี ิต และความสมั พนั ธ์ระหว่างส่ิงมชี ีวิตกบั ส่ิงมีชวี ิตตา่ ง ๆ ในระบบนเิ วศ การ
ถา่ ยทอดพลังงาน การเปลย่ี นแปลงแทนท่ใี นระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร
ปญั หาและผลกระทบทีม่ ตี ่อทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม แนวทางในการ
อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ้ ขปญั หาสิง่ แวดลอ้ ม รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัตขิ องสิง่ มชี ีวิต หน่วยพ้นื ฐานของสง่ิ มชี ีวติ การลำเลยี งสารเข้า และออก
จากเซลล์ความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ ง และหน้าที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสตั ว์และ
มนษุ ยท์ ที่ ำงานสัมพันธก์ ัน ความสัมพันธข์ องโครงสรา้ ง และหน้าที่ ของอวยั วะตา่ งๆ
ของพืชทท่ี ำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เขา้ ใจกระบวนการและความสำคญั ของการถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม
สารพนั ธุกรรม การเปลีย่ นแปลงทางพันธกุ รรมท่ีมผี ลต่อสงิ่ มชี ีวติ ความหลากหลาย
ทางชวี ภาพและวิวฒั นาการของสงิ่ มชี ีวิต รวมท้ังนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบัตขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสมบตั ขิ อง
สสารกบั โครงสรา้ งและแรงยึดเหนย่ี วระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาติ ของการ
เปลยี่ นแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชวี ิตประจำวัน ผลของแรงท่กี ระทำตอ่ วัตถุ ลกั ษณะ การ
เคลื่อนทแี่ บบตา่ ง ๆ ของวัตถรุ วมทง้ั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ยี นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาตขิ อง คลน่ื
ปรากฏการณ์ท่เี กี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมทัง้ นำความรู้ไป
ใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษแ์ ละระบบสรุ ิยะ รวมท้งั ปฏิสัมพันธภ์ ายในระบบสรุ ิยะ ที่ส่งผลต่อส่งิ มีชวี ติ
และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจองคป์ ระกอบและความสมั พันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลง
ภายในโลก และบนผวิ โลก ธรณพี บิ ตั ิภัย กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟ้า อากาศ
และภมู ิอากาศโลก รวมทงั้ ผลตอ่ สงิ่ มีชีวิตและสิง่ แวดล้อม
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพ่อื การดำรงชวี ิตในสังคมทม่ี กี ารเปลยี่ นแปลงอยา่ ง
รวดเร็ว ใชค้ วามรูแ้ ละทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตรค์ ณิตศาสตร์และ ศาสตรอ์ ืน่ ๆ
เพอ่ื แก้ปัญหาหรือพฒั นางานอย่างมีความคดิ สร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ
เชงิ วศิ วกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชวี ิต
สงั คม และสิง่ แวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใชแ้ นวคิดเชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชวี ติ จรงิ อย่างเปน็ ขนั้ ตอน
และเปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการเรยี นรู้ การทำงาน
และการแกป้ ญั หาได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ร้เู ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม
คณุ ภาพผู้เรียน
จบชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
• เข้าใจลักษณะที่ปรากฏ ชนิดและสมบัติบางประการของวัสดุที่ใช้ทำวัตถุ และการเปลี่ยนแปลง
ของวัสดรุ อบตวั
• เข้าใจการดึง การผลกั แรงแม่เหล็ก และผลของแรงทม่ี ีต่อการเปลี่ยนแปลง การเคล่ือนที่ของวตั ถุ
พลังงานไฟฟา้ และการผลิตไฟฟ้า การเกดิ เสียง แสงและการมองเหน็
• เข้าใจการปรากฏของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว ปรากฏการณ์ขึ้นและตกของ
ดวงอาทติ ย์ การเกิดกลางวนั กลางคืน การกำหนดทศิ ลกั ษณะของหิน การจำแนกชนิดดินและการใช้ประโยชน์
ลักษณะและความสำคัญของอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษของลม
• ตั้งคำถามหรือกำหนดปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่จะเรียนรู้ตามที่กำหนดให้หรือตามความสนใจสังเกต
สำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบดว้ ยการ
เขียนหรอื วาดภาพ และสื่อสารส่ิงทเ่ี รียนรูด้ ้วยการเล่าเร่อื ง หรอื ดว้ ยการแสดงท่าทางเพ่อื ให้ผ้อู ืน่ เขา้ ใจ
• แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ขั้นตอนการแก้ปัญหา มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สือ่ สารเบอื้ งต้น รกั ษาข้อมลู ส่วนตวั
• แสดงความกระตือรือร้น สนใจท่ีจะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตามที่
กำหนดใหห้ รือตามความสนใจ มีส่วนรว่ มในการแสดงความคิดเห็น และยอมรับฟังความคดิ เหน็ ผอู้ ืน่
• แสดงความรับผิดชอบด้วยการทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมุ่งมั่น รอบคอบ ประหยัด ซื่อสัตย์
จนงานลุลว่ งเป็นผลสำเร็จ และทำงานร่วมกับผู้อ่นื อยา่ งมีความสขุ
• ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ของการใช้ความร้แู ละกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ นการดำรงชวี ิต ศกึ ษา
หาความรู้เพิม่ เติม ทำโครงงานหรือช้นิ งานตามท่ีกำหนดใหห้ รือตามความสนใจ
จบชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖
• เข้าใจโครงสร้าง ลักษณะเฉพาะและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต
ในแหล่งท่ีอยู่ การทำหน้าทขี่ องส่วนต่าง ๆ ของพชื และการทำงานของระบบย่อยอาหารของมนุษย์
• เข้าใจสมบัติและการจำแนกกลุ่มของวัสดุ สถานะและการเปลี่ยนสถานะของสสาร
การละลาย การเปลี่ยนแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ และการแยกสารอย่าง
ง่าย
• เข้าใจลักษณะของแรงโน้มถ่วงของโลก แรงลัพธ์ แรงเสียดทาน แรงไฟฟ้าและผลของแรงต่างๆ
ผลที่เกิดจากแรงกระทำต่อวัตถุ ความดัน หลักการทีม่ ีต่อวัตถุ วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย ปรากฏการณเ์ บื้องต้นของ
เสียง และแสง
• เข้าใจปรากฏการณ์การขึ้นและตก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์
องค์ประกอบของระบบสรุ ิยะ คาบการโคจรของดาวเคราะห์ ความแตกต่างของดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์ การ
ขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ การใช้แผนที่ดาว การเกดิ อุปราคา พัฒนาการและประโยชนข์ องเทคโนโลยอี วกาศ
• เข้าใจลักษณะของแหล่งน้ำ วัฏจักรน้ำ กระบวนการเกดิ เมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง หยาดนำ้
ฟ้า กระบวนการเกิดหิน วัฏจักรหิน การใช้ประโยชน์หินและแร่ การเกิดซากดึกดำบรรพ์ การเกิดลมบก ลม
ทะเล มรสุม ลักษณะและผลกระทบของภัยธรรมชาติ ธรณีพิบัติภัย การเกิดและผลกระทบของปรากฏการณ์
เรอื นกระจก
• ค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและประเมินความน่าเชื่อถือ ตัดสินใจเลือกข้อมูลใช้เหตุผลเชิง
ตรรกะในการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารในการทำงานรว่ มกนั เข้าใจสิทธแิ ละหน้าท่ขี อง
ตน เคารพสทิ ธขิ องผ้อู ืน่
• ตั้งคำถามหรือกำหนดปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่จะเรียนรู้ตามที่กำหนดให้หรือตามความสนใจ
คาดคะเนคำตอบหลายแนวทาง สร้างสมมติฐานที่สอดคล้องกับคำถามหรือปัญหาท่ีจะสำรวจตรวจสอบ
วางแผนและสำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม ในการเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู ทั้งเชิงปรมิ าณและคณุ ภาพ
• วิเคราะห์ข้อมูล ลงความเห็น และสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มาจากการสำรวจตรวจสอบใน
รูปแบบที่เหมาะสม เพือ่ สอื่ สารความรู้จากผลการสำรวจตรวจสอบได้อยา่ งมีเหตุผลและหลกั ฐานอ้างองิ
• แสดงถึงความสนใจ มุ่งมั่น ในสิ่งที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตาม
ความสนใจของตนเอง แสดงความคิดเห็นของตนเอง ยอมรับในข้อมูลที่มีหลักฐานอ้างอิง และรับฟังความ
คดิ เหน็ ผู้อน่ื
• แสดงความรับผิดชอบด้วยการทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมุ่งมั่น รอบคอบ ประหยัด ซื่อสัตย์
จนงานลลุ ่วงเปน็ ผลสำเร็จ และทำงานรว่ มกับผ้อู ื่นอย่างสรา้ งสรรค์
• ตระหนักในคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้ความรู้และกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต แสดงความชื่นชม ยกย่อง และเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้นและศึกษาหา
ความรเู้ พิม่ เตมิ ทำโครงงานหรอื ชน้ิ งานตามทกี่ ำหนดใหห้ รือตามความสนใจ
• แสดงถึงความซาบซึ้ง ห่วงใย แสดงพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้ การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดลอ้ มอย่างรู้คณุ คา่
ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง
สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัตขิ องส่ิงมีชีวิต หนว่ ยพ้นื ฐานของสง่ิ มชี วี ติ การลำเลยี งสารผา่ นเซลล์
ความสัมพนั ธ์ของโครงสรา้ ง และหนา้ ทข่ี องระบบต่าง ๆ ของสัตวแ์ ละมนุษยท์ ท่ี ำงานสัมพันธก์ ัน ความสมั พันธ์
ของโครงสร้าง และหนา้ ทข่ี องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพชื ทท่ี ำงานสัมพนั ธก์ นั รวมทง้ั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ชน้ั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้
ป.2 ว 1.2 ป 2/1 ระบวุ า่ พชื ตอ้ งการแสง - พชื ตอ้ งการน้ำ แสง เพอ่ื การเจรญิ เตบิ โต
และน้ำเพ่อื การเจริญ เตบิ โต โดยใช้
ข้อมลู จากหลักฐานเชิงประจักษ์
ว 1.2 ป 2/2 ตระหนกั ถงึ ความจำเปน็
ที่พืชต้องไดร้ บั น้ำและแสงเพือ่ การ
เจรญิ เติบโต โดยดูแลพืชใหไ้ ด้ รบั สง่ิ
ดงั กล่าวอย่างเหมาะสม
ว 1.2 ป 2/3 สร้างแบบจำลองท่ี - พชื ดอกเมอ่ื เจริญเตบิ โตและมีดอก ดอกจะมี การ
บรรยายวัฏจกั รชีวติ ของพชื ดอก สบื พนั ธุ์เปลย่ี นแปลงไปเปน็ ผล ภายในผลมเี มลด็
เม่อื เมลด็ งอก ตน้ ออ่ นทอ่ี ยูภ่ ายในเมลด็ จะเจรญิ
เตบิ โตเป็นพืชต้นใหม่ พชื ตน้ ใหม่จะเจริญเติบโต ออก
ดอกเพื่อสืบพนั ธมุ์ ีผลตอ่ ไปไดอ้ ีกหมนุ เวียนต่อเนื่อง
เปน็ วฏั จักรชวี ิตของพชื ดอก
มาตรฐาน ว 1.3 เขา้ ใจกระบวนการและความสำคญั ของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม สารพนั ธกุ รรม
การเปลย่ี นแปลงทางพนั ธุกรรมที่มีผลตอ่ สงิ่ มชี วี ิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและ
วิวัฒนาการของสง่ิ มชี ีวติ รวมทง้ั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ชั้น ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป.2 ว 1.3 ป 2/1เปรียบเทียบลักษณะของ - ส่งิ ที่อยรู่ อบตวั เรามที ้ังท่เี ปน็ ส่ิงมชี วี ติ และ
สงิ่ มีชวี ิตและสิ่งไม่มชี ีวติ จากข้อมลู ที่ สิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมชี ีวิตต้องการอาหาร มีการหายใจ
รวบรวมได้ เจริญเติบโต ขับถา่ ย เคล่อื นไหว ตอบสนองต่อส่ิงเรา้
และสืบพนั ธไ์ุ ดล้ ูกท่ีมลี ักษณะคล้ายคลึงกบั พอ่ แม่
สว่ นสิง่ ไม่มชี ีวติ จะไมม่ ีลกั ษณะดังกลา่ ว
สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบัตขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกบั
โครงสร้างและแรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ
ของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
ชัน้ ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป.2 ว 2.1 ป 2/1 เปรยี บเทยี บสมบตั กิ าร - วสั ดุแต่ละชนิดมีสมบตั กิ ารดูดซับนำ้ แตกตา่ งกัน จึง
ดูดซับน้ำของวสั ดโุ ดยใชห้ ลักฐานเชงิ นำไปทำวตั ถเุ พื่อใชป้ ระโยชน์ได้แตกตา่ งกัน เชน่ ใช้
ประจักษ์ และระบกุ ารนำสมบตั ิการดูด ผ้าทด่ี ดู ซับน้ำไดม้ ากทำผา้ เช็ดตัว ใชพ้ ลาสติก ซง่ึ ไม่
ซบั นำ้ ของวสั ดไุ ปประยกุ ต์ใช้ ในการทำ ดดู ซับนำ้ ทำร่ม
วัตถใุ นชีวิตประจำวัน
ว 2.1 ป 2/2 อธิบายสมบตั ทิ ีส่ ังเกตได้ - วสั ดบุ างอยา่ งสามาถนำมาผสมกันซง่ึ ทำให้ได้
ของวสั ดทุ ีเ่ กดิ จากการนำวสั ดมุ าผสมกนั สมบัติทเี่ หมาะสมเพือ่ นำไปใชป้ ระโยชนต์ ามตอ้ งการ
โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์ เชน่ แป้งผสมนำ้ ตาลและน้ำกะทิ ใชท้ ำขนมไทย ปูน
ปลาสเตอร์ผสมเยอ่ื กระดาษใช้ทำกระปกุ ออมสนิ ปูน
ผสมหิน ทราย และนำ้ ใชท้ ำคอนกรตี
ว 2.1 ป 2/3 เปรียบเทยี บสมบัตทิ ่ี - การนำวสั ดุมาทำเป็นวตั ถุในการใช้งาน ตาม
สงั เกตได้ของวสั ดุ เพ่อื นำมาทำเป็นวัตถุ วัตถุประสงคข์ น้ึ อยู่กบั สมบัตขิ องวัสดุ วสั ดุท่ีใช้แลว้
ในการใชง้ านตามวตั ถุประสงค์ และ อาจนำกลบั มาใช้ใหมไ่ ด้ เช่น กระดาษใช้แล้ว อาจ
อธบิ ายการนำวสั ดุทใ่ี ช้แลว้ กลบั มาใช้ นำมาทำเปน็ จรวดกระดาษ ดอกไม้ประดษิ ฐ์ ถงุ ใส่
ใหม่โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ของ เปน็ ต้น
ว 2.1 ป 2/4ตระหนักถึงประโยชน์ของ
การนำวัสดุทใ่ี ช้แล้วกลับมาใชใ้ หม่ โดย
การนำวัสดุทใี่ ชแ้ ล้วกลบั มาใช้ใหม่
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏสิ ัมพนั ธ์
ระหว่างสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ติ ประจำวัน ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณท์ ่ี
เกี่ยวขอ้ งกับเสียง แสง และคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมท้ังนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ชัน้ ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.2 ว 2.3 ป 2/1 บรรยายแนวการเคลื่อนที่ - แสงเคล่อื นที่จากแหลง่ กำเนดิ แสงทกุ ทศิ ทางเปน็
ของแสงจากแหลง่ กำเนดิ แสง และ แนวตรง เมอ่ื มแี สงจากวตั ถุมาเขา้ ตาจะทำให้
อธิบายการมองเห็นวตั ถจุ ากหลักฐานเชิง มองเหน็ วัตถนุ ัน้ การมองเหน็ วตั ถทุ เ่ี ป็นแหล่งกำเนิด
ประจักษ์ แสง แสงจากวตั ถุน้ันจะเขา้ สตู่ าโดยตรงสว่ นการ
มองเห็นวัตถทุ ีไ่ ม่ใชแ่ หล่งกำเนิดแสง
ว 2.3 ป 2/2 ตระหนกั ในคุณค่าของ ต้องมีแสงจากแหลง่ กำเนดิ แสงไป
ความรูข้ องการมองเหน็ โดยเสนอแนะ
ชั้น ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
แนวทางการป้องกนั อันตราย จากการ กระทบวัตถแุ ล้วสะท้อนเข้าตา ถ้ามแี สงท่สี วา่ ง มาก
มองวัตถทุ อี่ ยู่ในบรเิ วณทมี่ ีแสงสว่าง ไม่ ๆ เข้าสูต่ าอาจเกิดอนั ตรายตอ่ ตาได้ จึงต้องหลีกเลี่ยง
เหมาะสม การมองหรือใช้แผน่ กรองแสงท่มี ีคุณภาพเมอื่ จำเป็น
และต้องจดั ความสวา่ งใหเ้ หมาะสมกบั การทำ
กิจกรรมตา่ ง ๆ เชน่ การอ่านหนังสือ การดู
จอโทรทศั น์ การใช้โทรศพั ท์ เคลือ่ นทแี่ ละแท็บเล็ต
สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก
รวมทัง้ ผลต่อสง่ิ มีชีวิตและส่ิงแวดลอ้ ม
ชน้ั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.2 ว 2.3 ป 2/1 ระบุส่วนประกอบของดนิ - ดนิ ประกอบดว้ ยเศษหนิ ซากพชื ซากสตั ว์ผสมอยู่ใน
และจำแนกชนิดของดินโดยใชล้ ักษณะ เนือ้ ดนิ มีอากาศและนำ้ แทรกอยู่ตามชอ่ งวา่ ง ในเนื้อ
เนือ้ ดนิ และการจับตวั เปน็ เกณฑ์ ดิน ดินจำแนกเป็น ดินร่วน ดนิ เหนยี ว และ ดนิ ทราย
ตามลกั ษณะเน้ือดินและการจบั ตวั ของดินซงึ่ มีผลตอ่
การอุม้ น้ำทแ่ี ตกตา่ งกัน
ว 2.3 ป 2/2อธบิ ายการใชป้ ระโยชน์ - ดินแตล่ ะชนดิ นำไปใชป้ ระโยชน์ไดแ้ ตกตา่ งกนั ตาม
จากดนิ จากข้อมูลทร่ี วบรวมได้ ลักษณะและสมบัตขิ องดนิ
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวติ จรงิ อยา่ งเปน็ ขั้นตอนและเปน็
ระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รู้เท่าทนั และมจี ริยธรรม
ช้นั ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.2 ว 4.2 ป 2/1 แสดงลำดบั ข้ันตอนการ - การแสดงขัน้ ตอนการแก้ปัญหาทำไดโ้ ดยการเขยี น
ทำงาน หรอื การแกป้ ญั หาอย่างงา่ ยโดย บอกเลา่ วาดภาพ หรือใช้สญั ลกั ษณ์
ใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรอื ข้อความ - ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมตัวตอ่
6-12 ช้นิ การแต่งตัวมาโรงเรียน
ว 4.2 ป 2/2 เขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย - ตวั อยา่ งโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมส่ังให้ ตัว
โดยใช้ซอฟต์แวร์หรอื สอ่ื และตรวจหา ละครทำงานตามทต่ี ้องการ และตรวจสอบ
ขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม ขอ้ ผดิ พลาด ปรับแก้ไขให้ไดผ้ ลลัพธต์ ามที่กำหนด
- การตรวจหาข้อผิดพลาดทำไดโ้ ดยตรวจสอบคำสงั่ ท่ี
แจ้งข้อผดิ พลาด หรือหากผลลพั ธไ์ ม่เปน็ ไปตามที่
ต้องการใหต้ รวจสอบการทำงานทลี ะคำสง่ั
ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ซอฟต์แวร์ หรอื ส่ือที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น
ใชบ้ ัตรคำสัง่ แสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org
ว 4.2 ป 2/3 ใชเ้ ทคโนโลยีในการสรา้ ง - การใช้งานซอฟตแ์ วร์เบ้อื งต้น เช่น การเข้าและ
จัดหมวดหมู่ ค้นหา จดั เกบ็ เรียกใช้ ออกจากโปรแกรม การสรา้ งไฟล์ การจดั เก็บ การ
ขอ้ มลู ตามวตั ถปุ ระสงค์ เรยี กใช้ไฟล์ กรแกไ้ ขตกแตง่ เอกสาร ทำได้ ใน
โปรแกรม เช่น โปรแกรมประมวลคำ โปรแกรม
กราฟกิ โปรแกรมนำเสนอ
- การสร้าง คดั ลอก ยา้ ย ลบ เปลีย่ นชื่อ จดั หมวดหมู่
ไฟลแ์ ละโฟลเดอร์อยา่ งเป็นระบบจะทำให้เรียกใช้
ค้นหำขอ้ มูลได้ง่ายและรวดเร็ว
ป.2 ว 4.2 ป 2/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ - การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั เช่น
อย่างปลอดภยั ปฏบิ ัติตามข้อตกลงใน รู้จกั ขอ้ มูลส่วนตวั อนั ตรายจากการเผยแพรข่ ้อมูล
การใชค้ อมพวิ เตอรร์ ว่ มกนั ดแู ลรกั ษา ส่วนตวั และไมบ่ อกขอ้ มูลส่วนตวั กับบคุ คลอนื่ ยกเว้น
อปุ กรณ์เบ้ืองตน้ ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม ผ้ปู กครอง หรือครู แจง้ ผเู้ กยี่ วขอ้ งเมอ่ื ตอ้ งการ ความ
ช่วยเหลือเกยี่ วกับการใชง้ าน
- ข้อปฏิบัติในการใชง้ านและการดูแลรกั ษาอุปกรณ์
เชน่ ไมข่ ีดเขยี นบนอปุ กรณ์ ทำความสะอาด ใช้
อปุ กรณอ์ ย่างถูกวธิ ี
- การใชง้ านอยา่ งเหมาะสม เชน่ จดั ทา่ นั่งใหถ้ กู ตอ้ ง
การพกั สายตาเมื่อใชอ้ ุปกรณเ์ ป็นเวลานาน
ระมดั ระวังอุบัติเหตุจากการใช้งาน
คำอธิบายรายวิชา
ว 12101 วทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 เวลา 80 ชว่ั โมง
..............................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการแสงและน้ำเพื่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก
ลกั ษณะของส่ิงมชี ีวิตและส่ิงไม่มีชีวิต สมบัติของวสั ดุ สมบัติทสี่ ังเกตได้ของวัสดุทเ่ี กดิ จากการนำวัสดุมาผสมกัน
และการนำสมบัติของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการทำวัตถุในชีวิตประจำวัน ประโยชน์ของการนำวัสดุที่ใช้แล้ว
กลับมาใช้ใหม่ การเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกำเนิดแสง การมองเห็นวัตถุ อันตรายจากการมองวัตถุที่อยู่ใน
บริเวณท่มี แี สงสวา่ งไม่เหมาะสม โดยเสนอแนะแนวทางการปอ้ งกันอนั ตราย ส่วนประกอบของดนิ ชนิดของดิน
โดยใช้ลกั ษณะเนื้อดนิ และการจับตวั เปน็ เกณฑ์ การใชป้ ระโยชน์จากดนิ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิง
ประจักษ์ การอธิบาย อภิปราย และการสร้างแบบจำลอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
สือ่ สารส่ิงทีเ่ รียนรู้ มีความสามารถในการตดั สินใจ เหน็ คุณคา่ ของการนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจำวนั
มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม
แสดงลำดบั ขั้นตอนการทำงานหรอื การแก้ปัญหาอยา่ งงา่ ยโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรือขอ้ ความ
การเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรอื ส่อื การใชเ้ ทคโนโลยใี นการสรา้ ง จัดหมวดหมู่
คน้ หา จัดเก็บ เรยี กใชข้ อ้ มลู การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย และดูแลรกั ษาอปุ กรณ์เบอื้ งตน้ ใช้
งานงานอย่างเหมาะสม
รหสั ตัวชีว้ ดั
มาตรฐาน ว 1.2 ป.2/1, ป.2/2 , ป.2/3
มาตรฐาน ว 1.3 ป.2/1
มาตรฐาน ว 2.1 ป.2/1, ป.2/2 , ป.2/3 , ป.2/4
มาตรฐาน ว 2.3 ป.2/1 , ป.2/2
มาตรฐาน ว 3.2 ป.2/1 , ป.2/2
มาตรฐาน ว 4.2 ป.2/1 , ป.2/2 , ป.2/3 , ป.2/4
รวม 16 ตัวชีว้ ัด
โครงสร้างรายวชิ า
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 2 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2
รหสั วชิ า ว12101 เวลา 80 ชว่ั โมง / ปี ภาคเรียนท่ี 1
ลำดบั ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ สาระสำคัญ จำนวน นำ้ หนกั
ตวั ช้ีวัด (ชัว่ โมง) คะแนน
1 การสบื เสาะหา ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรค์ ือ วธิ กี ารสำคัญ
ความรทู้ าง - ในการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์เพราะชว่ ยให้สามารถ หา 2 5
วิทยาศาสตร์ คำตอบในเร่ืองทสี่ นใจไดอ้ ยา่ งถกู ต้องซึ่งทกั ษะ
เรอื่ งที่ 1 ว 1.3 กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ เ่ี รียนในชน้ั เรียนนี้เปน็ 6 5
กระบวนการทาง ป.2/1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ นั้ พืน้ ฐานไดแ้ ก่
วิทยาศาสตร์ ทกั ษะการสังเกต ทักษะการจำแนกประเภท ทักษะ
การวดั ทกั ษะการใช้ตัวเลข ทักษะการลงความเหน็
2 สงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั จากขอ้ มลู ทักษะการจดั กระทำและสื่อความหมาย
เร่ืองท่ี 1 สิ่งมชี วี ิต ข้อมลู
และไม่มีชีวิต
สิง่ แวดลอ้ มรอบตัวเรา จะมสี ่งิ มชี วี ติ มากมายอาศยั
อยู่ โดยมที ัง้ ส่ิงมชี วี ิตท่เี ป็นคน สัตว์ และพชื ในการ
สงั เกตวา่ ส่งิ ใดเปน็ สิง่ มีชีวิตน้ัน เราสามารถสงั เกตได้
จากลักษณะสำคัญตา่ ง ๆ เนอื่ งจากสง่ิ มชี วี ิตตอ้ งการ
อากาศ อาหาร และน้ำ เพ่ือการดำรงชวี ิต สง่ิ มชี ีวติ มี
การการตอบสนองตอ่ ส่งเร้าตา่ ง ๆ สิง่ มชี วี ติ สามารถ
เคลื่อนท่ีและเคลื่อนไหวได้เอง และสงิ่ มชี วี ิตมีการ
สบื พนั ธุ์และมีการเจริญเติบโต
สิ่งมชี ีวติ มลี ักษณะแตกต่างจากสงิ่ ไมม่ ชี วี ิต โดย
สิง่ มีชวี ิตจะมีการเคลื่อนท่ี กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ
เจรญิ เติบโตสบื พนั ธ์ุ และตอบสนองตอ่ สง่ิ เร้า แต่
สิ่งไม่มีชีวิตจะไม่มีลักษณะดังกล่าว
ลำดบั ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ สาระสำคญั จำนวน นำ้ หนัก
3 ชวี ติ พชื นา่ รู้ ตวั ชี้วดั (ชั่วโมง) คะแนน
เรื่องที่ 1 การ ว 1.2
ดำรงชวี ติ ของพชื ป.2/1 พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการเจริญเติบโตและจะ 10
ว 1.2
เร่ืองท่ี 2 ศกึ ษาวัฏ ป.2/2 ดำรงชีวิตอยู่ได้ต้องอาศัยแสงและน้ำในการดำรงชีวิต 12 5
จักรชวี ิตของพชื ดอก
ว 1.2 รวมทั้งอาศัย สิ่งแวดล้อมต่างๆ ด้วย ปัจจัยที่จำเป็น
ป.2/3
ต่อการดำรงชีวิตของพืชคือ น้ำ แสงแดด อากาศ และ
แรธ่ าตตุ ่าง ๆ เพ่อื นำไปใชใ้ นการสร้างอาหาร แรธ่ าตุที่
จำเป็นต่อพืชมีหลายชนิด เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส
โพแทสเซียม แรธ่ าตอุ าหารต่างๆ เหลา่ นี้ พืชได้มาจาก
หลายทาง ที่สำคัญคือได้จากปุ๋ย ปุ๋ยให้ธาตุอาหารที่
จำเปน็ แกพ่ ืช เพื่อใชบ้ ำรุงลำตน้ ให้เจริญเตบิ โต และมีด
อก มผี ล
พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะออกดอก 8
ดอกได้รับการผสมพันธ์ุกลายเป็นผล ผลมีเมล็ดซ่ึง
สามารถงอกเป็นต้นพืชได้อีกหมุนเวียนเป็นวัฏจักร
พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตและมีดอก ดอกจะมีการ
สืบพันธุเ์ ปลย่ี นแปลงไปเปน็ ผล ภายในผลมีเมล็ดเม่ือ
เมล็ดงอก ต้นอ่อนที่อยู่ภายในเมล็ดจะเจริญเติบโต
เป็นพืชต้นใหม่ พืชต้นใหม่จะเจริญเติบโตออกดอก
เพื่อสืบพันธุ์ผลต่อไปได้อีกหมุนเวียนต่อเนื่องเป็นวัฏ
จักรชวี ิตของพชื ดอก
4 วสั ดุในชวี ติ ประจำวัน วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติแตกต่างกัน วัสดุบางชนิดมี
สมบัติการดูดซับน้ำ วัสดุบางชนิดเมื่อนำมาผสมกัน
เรอื่ งที่ 1 การดดู ซับ ว 2.1 แลว้ จะได้สมบตั ิใหมท่ ีเ่ หมาะสมตอ่ การนำไปใชง้ าน 5 10
น้ำและการนำวสั ดุมา ป.2/1 วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป
สมบัติการดูดซับน้ำเป็นสมบัติเฉพาะตัวอย่างหนึ่งที่มี
ผสมกนั ว 2.1 ในวัสดุบางชนิด เช่น ผ้า กระดาษ เป็นต้น เราจึงนำ
วัสดุที่สมบัติการดูดซับน้ำไปใช้ทำวัตถุเพื่อประโยชน์
ป.2/2 ในด้านตา่ ง ๆ เชน่ ใชผ้ ้าทด่ี ดู ซบั นำ้ ไดม้ ากทำผา้ เชด็ ตวั
ใช้พลาสตกิ ซ่ึงไม่ดูดซับน้ำทำร่ม
ลำดับ ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ สาระสำคัญ จำนวน น้ำหนกั
เรื่องท่ี 2 สมบัติของ ตัวชวี้ ัด (ชัว่ โมง) คะแนน
วสั ดแุ ละการนำ
กลบั มาใช้ใหม่ ว 2.1 วสั ดุมาผสมกนั เปน็ การนำวัสดบุ างอย่างต้งั แต่ 2 ชนิด 3 10
5. วทิ ยาการคำนวณ ป.2/3 ขึ้นไป มาผสมเข้าดว้ ยกนั แล้วทำใหม้ สี มบัติที่เหมาะสม 5
เรอ่ื งที่ 1 การ
แกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ว 2.1 ตอ่ การนำไปใชป้ ระโยชน์ไดต้ ามจุดประสงคท์ ต่ี ้องการ 50
ข้ันตอน
ป.2/4 การเลือกวัสดุมาทำเป็นวัตถุจำเป็นต้องพิจารณา
สมบตั ิของวสั ดกุ อ่ น เพอื่ ใหส้ ามารถนำวสั ดมุ าใชง้ านได้
ตรงตามวัตถุประสงค์หรือความต้องการของเราจึงทำ
ให้เราได้วัตถุที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสมและ
ปลอดภัยตอ่ การใชง้ านตา่ ง ๆ
วัสดุหลายชนิดที่ถูกใช้งานแล้วสามารถกลับมาใช้
ใหมไ่ ด้ เราเรียกว่า รไี ซเคิล (Recycle) โดยสามารถทำ
ได้หลายวิธี เช่น การนำกระดาษที่ใช้แล้วมาประดิษฐ์
เป็นดอกไม้กระดาษ เป็นต้น ซึ่งการนำวัสดุที่ใช้แล้ว
กลับมาใช้ใหม่มีประโยชน์ต่อโลก เพราะทำให้ปริมาณ
ขยะลดลง และช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้
เป็นอย่างดี
ว 4.2 การแก้ปญั หาเปน็ ส่งิ ทีเ่ กิดข้ึนในชีวติ ประจำวนั 4
ป.2/1 เชน่ การแกป้ ญั หาการเดนิ ทางไปโรงเรียน การทำ
การบ้าน การเล่นเกม ดงั นน้ั จงึ ตอ้ งเรียนรู้ข้นั ตอนการ
แก้ปญั หาเพือ่ ให้สามารถแกป้ ญั หาทเ่ี กดิ ข้ึนได้อยา่ ง
ถกู ต้องและรวดเรว็ ขั้นตอนของการแก้ปัญหามี 4
ขนั้ ตอน ดงั นี้ พิจารณาและทำความเขา้ ใจปัญหา คอื
การทำความเข้าใจปัญหา โดยวเิ คราะหป์ ญั หาน้นั วาง
แผนการแกป้ ญั หา คอื การกำหนดและจัดลำดบั
ขั้นตอนของสง่ิ ท่ตี อ้ งกระทำเพือ่ แกป้ ัญหาจากขอ้ มูลท่ี
ไดร้ บั ลงมือแก้ปญั หา คอื การกระทำตามขั้นตอนท่ีได้
วางแผนเพื่อใหป้ ระสบความสำเรจ็ ตามเปา้ หมายท่ี
กำหนดไว้ และตรวจสอบผลการแก้ปัญหา คอื การ
ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้ดำเนนิ การวา่ ตรงตามแนวทางที่
จะแกไ้ ขหรอื ไม่ โดยผลลพั ธ์ทเ่ี กิดข้ึนอาจจะไม่เปน็ ไป
ตามแนวทางการแก้ปญั หาทว่ี างไว้ ซง่ึ อาจจะตอ้ ง
ปรับปรงุ แก้ไขอกี ครั้ง
รวมภาคเรยี นท่ี 1 40
โครงสร้างรายวชิ า
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 2 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2
รหัสวชิ า ว12101 เวลา 80 ชัว่ โมง / ปี ภาคเรยี นที่ 2
ลำดับ ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ สาระสำคญั จำนวน นำ้ หนกั
ตวั ชว้ี ัด (ช่วั โมง) คะแนน
1 แสงในชีวิตประจำวนั 10 20
เรื่องที่ 1 แสงและ ว 2.3 แสงเคลอ่ื นทจี่ ากแหลง่ กำเนิดแสงในทุกทศิ ทาง
การมองเห็น ป.2/1 เป็นแนวตรง เม่อื มแี สงจากแหล่งกำเนิดแสงตก
ว 2.3 กระทบทผ่ี วิ ของวตั ถแุ ลว้ สะทอ้ นมาเขา้ ตาของเราจะ
ป.2/2 ทำใหเ้ รามองเห็นวตั ถุต่าง ๆ แต่ถ้าแสงทเ่ี รามองเหน็ มี
ความสวา่ งไมเ่ หมาะสมเขา้ มาสตู่ าของเราอาจ
ก่อใหเ้ กดิ อนั ตรายตอ่ ดวงตาของเราได้ เราจงึ ตอ้ งมี
แนวทางในการปอ้ งกันอันตรายจากแสงในการมองดู
สิ่งตา่ ง ๆ รอบตวั เราใชส้ ายตาเปน็ อวัยวะสำคญั ในการ
มองและใชแ้ สงจากแหล่งกำเนดิ แสงจงึ ทำใหเ้ รา
มองเห็นแสงหรอื วตั ถุต่าง ๆ ไดช้ ัดแต่ถ้าแสงนนั้ มี
เรยี นรเู้ รื่องดิน ดนิ เป็นทรพั ยากรธรรมชาติซงึ่ ประกอบดว้ ย เศษ 10 10
เรอื่ งท่ี 1 รจู้ ักดินใน ว 3.2 หนิ ซากพชื ซากสัตวผ์ สมอยูใ่ นเน้ือดนิ มีอากาศและ 4 5
ทอ้ งถิน่ ป.2/1 น้ำแซกอยตู่ ามช่องวา่ งในเนอื้ ดิน ดินจำแนกเปน็ ดนิ
รว่ น ดนิ เหนยี ว และดนิ ทราย ตามลกั ษณะเนอ้ื ดิน
2 เรอื่ งท่ี 2 การใช้ ว 3.2 และการจับตัวของดินซงึ่ มีผลต่อการอมุ้ นำ้ ทแี่ ตกตา่ ง
ประโยชนจ์ ากดิน ป.2/2 กนั เราจึงสามารถนำดินแตล่ ะชนดิ ไปใช้ประโยชนไ์ ด้
แตกต่างกนั ดินเปน็ สิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาตทิ ่ี
ประกอบดว้ ย เศษหิน ซากพืช ซากสตั ว์ ซ่ึงดนิ ในแต่
ละท้องถิน่ มสี มบตั ทิ างกายภาพแตกต่างกันออกไป
ดินเปน็ ทรัพยากรธรรมชาติท่มี ีความสำคญั ต่อ
การดำรงชวี ติ ของพืช สตั วแ์ ละมนษุ ย์ ซ่ึงส่งิ มชี วี ติ เกอื บ
ทุกชนดิ ใชด้ นิ ในการดำรงชวี ิตไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ดนิ ในแต่ละท้องถน่ิ อาจจะมลี ักษณะและสมบตั ิ
บางอยา่ งท่เี หมอื นหรอื แตกตา่ งกัน และสามารถ
นำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้แตกต่างกนั ตามลกั ษณะและ
สมบตั ิของดินแต่ละชนดิ
ลำดบั ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ สาระสำคญั จำนวน น้ำหนัก
3. วทิ ยาการคำนวณ ตวั ช้ีวัด (ชั่วโมง) คะแนน
ว 4.2
เรื่องท่ี 2 การ ป.2/2 การเขียนโปรแกรม คือ การเขียนชดุ คำสั่งให้ 3 5
ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด
ของโปรแกรม ว 4.2 คอมพวิ เตอร์ทำงานตามเงื่อนไขทีก่ ำหนดการเขียน 5
ป.2/3
เรอ่ื งที่ 3 การจัดการ โปรแกรมแบบวนซำ้ เป็นการเขียนโปรแกรมทำงานซำ้ 5
ไฟลอ์ ย่างมีระบบ ว 4.2
ป.2/4 กันหลายรอบ
เรือ่ งที่ 4 การใช้
เทคโนโลยี การตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดจากการเขียนโปรแกรม
สารสนเทศอย่าง
ปลอดภยั เป็นขัน้ ตอนหนึง่ ทสี่ ำคัญในการเขียนโปรแกรม ซง่ึ
จะตอ้ งตรวจสอบวา่ ได้ ผลลพั ธ์ตรงตามทตี่ ้องการ
หรือไม่ โดยขอ้ ผิดพลาดทีเ่ กิดขึ้นมี 2 ลักษณะ คอื
ขอ้ ผดิ พลาดที่เกิดจากการเขยี นคำสัง่ ผิด และ
ข้อผิดพลาดท่ีเกิดจากการเขียนคำสงั่ ผิดรปู แบบ
แบง่ เปน็ การตรวจสอบคำส่ังขนั้ ตอนการทำงานของ
โปรแกรม การตรวจสอบคำส่งั ผดิ รูปแบบทลี ะคำสง่ั
การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น ซึ่งซอฟต์แวร์เป็น 8
ชดุ คำส่ังหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพวิ เตอร์ทำงาน
ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงลำดับขั้นตอนการทำงานที่เขียน
ขึ้นด้วยคำสั่งของคอมพวิ เตอร์ คำสั่งเหล่านี้เรียงกันเป็น
โปรแกรมคอมพิวเตอร์
การนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมต่าง ๆ เช่น
โปรแกรมกราฟิก ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการวาดภาพ
หรือออกแบบกราฟิกบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้แก่
โปรแกรมเพนต์ การสร้างและการจัดเก็บไฟล์ด้วย
โปรแกรมกราฟิก การเรียกใช้โปรแกรมกราฟิก การ
แก้ไขตกแต่งเอกสารด้วยโปรแกรมกราฟิก การนำเสนอ
ขอ้ มูลด้วยโปรแกรมนำเสนอ
การจัดการไฟล์เป็นการจดั ระเบียบไฟลง์ านบน
เครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแตก่ ารสรา้ ง คดั ลอก ย้าย ลบ
เปล่ยี นช่อื และจดั หมวดหมู่ เพื่อใหส้ ะดวกรวดเร็วใน
การใชง้ าน
ในสภาพสังคมที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมาก 5
การรู้จักข้อมูลส่วนตัวของตนเอง และการขอความ
ช่วยเหลือเมื่อพบปัญหาจากการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว
เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้สามารถใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้การเรียนรู้ข้อ
ปฏิบัติ การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยี และการใช้
งานอุปกรณ์เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมจะช่วยยืดอายุ
การใช้งานของอุปกรณ์เทคโนโลยีใหใ้ ช้งานได้นานมาก 40 50
ขน้ึ ตลอดจนสามารถใชง้ านได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ภาคเรียนที่ 2
อภธิ านศัพท์
กำหนดปัญหา (Define problem)
ระบุคำถาม ประเดน็ หรอื สถานการณ์ ทเ่ี ป็น ข้อสงสัยเพือ่ นำไปสู่การแกป้ ญั หา หรอื อภิปราย รว่ มกัน
แกป้ ัญหา (Solve problem)
หาคำตอบของปญั หาทีย่ ังไมร่ ูว้ ธิ ีการมากอ่ น ทงั้ ปญั หาท่เี กีย่ วข้องกบั วทิ ยาศาสตร์โดยตรง และ ปัญหา
ในชีวิตประจำวนั โดยใชเ้ ทคนิคและวิธีการตา่ ง ๆ
เขียนแผนผัง/ วาดภาพ (Construct diagram/ illustrate)
นำเสนอขอ้ มลู หรอื ผลการสำรวจตรวจสอบดว้ ย แผนผงั กราฟ หรอื ภาพวาด
คาดคะเน (Predict)
คาดการณผ์ ลท่ีจะเกิดขึน้ ในอนาคต โดยอาศยั ข้อมูลท่สี งั เกตได้ และประสบการณท์ ี่มี
คำนวณ (Calculate)
หาผลลพั ธจ์ ากข้อมลู โดยใชห้ ลกั การ ทฤษฎี หรือ วิธีการทางคณติ ศาสตร์
จำแนก (Classify)
จัดกลุ่มของส่งิ ตา่ ง ๆ โดยอาศยั ลักษณะที่ เหมือนกันเปน็ เกณฑ์
ตงั้ คำถาม (Ask question)
พดู หรอื เขียนประโยค หรือวลีเพอื่ ให้ไดม้ าซ่งึ การคน้ หำคำตอบทต่ี อ้ งการ
ทดลอง (Conduct/ experiment)
ปฏบิ ัตกิ ารเพื่อหำคำตอบของคำถาม หรือปญั หา ในกำรทดลอง โดยตัง้ สมมติฐานเพ่อื เป็นแนวทาง ใน
การกำหนดตวั แปรและวางแผนดำเนินการ เพ่อื ตรวจสอบสมมติฐาน
นำเสนอ (Present)
แสดงข้อมูล เร่ืองราว หรอื ความคิด เพอื่ ให้ผูอ้ นื่ รบั รหู้ รอื พจิ ารณา
บรรยาย (Describe)
ใหร้ ายละเอยี ดของเหตุการณ์หรือปรากฏการณท์ ี่ เกิดขน้ึ ใหผ้ ูอ้ น่ื ไดร้ บั รดู้ ว้ ยการบอกหรอื เขียน
บอก (Tell)
ใหข้ ้อมูล ข้อเท็จจรงิ แกผ่ อู้ น่ื ด้วยการพดู หรอื เขียน
บันทึก (Record)
เขยี นขอ้ มูลทไี่ ดจ้ ากการสังเกต เพ่ือช่วยจำ หรือ เพือ่ เปน็ หลกั ฐาน
เปรยี บเทียบ (Compare)
บอกความเหมอื น และ/หรอื ความแตกตา่ งของ สิ่งท่เี ทยี บเคียงกัน
แปลความหมาย (Interpret)
แสดงความหมายของข้อมูลจากหลักฐานทปี่ รากฎ เพอ่ื ลงข้อสรปุ
ยกตัวอยา่ ง (Give examples)
ให้ข้อมูล เหตุการณ์ หรอื สถานการณ์ เพ่ือแสดง ความเขา้ ใจในส่ิงทไี่ ดเ้ รียนรู้
ระบุ (Identify) ชี้บอกสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ข้อมลู ประกอบอย่างเพียงพอ
เลอื กใช้ (Select)
พิจารณาและตดั สนิ ใจนำวสั ดุ ส่ิงของ อปุ กรณ์ หรอื วธิ ีการมาใชไ้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
วดั (Measure)
หาขนดหรือปรมิ าณของสิง่ ต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมอื ทเ่ี หมาะสม
วเิ คราะห์ (Analyze)
แยกแยะ จดั ระบบ เปรียบเทียบ จัดลำดบั จดั จำแนก หรอื เชือ่ มโยงขอ้ มลู
สรา้ งแบบจำลอง (Construct model)
นำเสนอแนวคดิ หรอื เหตกุ ารณใ์ นรูปของ แผนภาพ ชนิ้ งาน สมการ ข้อความ คำพดู และ/หรือใช้
แบบจำลองเพือ่ อธบิ ายความคิด วตั ถุ หรือ เหตุการณต์ า่ ง ๆ
สงั เกต (Observe)
หาข้อมูลด้วยการใช้ประสาทสัมผัสท้งั หำ้ ท่เี หมาะสม ตามขอ้ เท็จจริงทปี่ รากฏ โดยไมใ่ ช้ ประสบการณ์
เดิมของผสู้ งั เกต
สำรวจ (Explore)
หาขอ้ มลู เกี่ยวกับส่ิงตา่ ง ๆ โดยใช้วีธกี ารและ เทคนคิ ท่ีเหมาะสมเพื่อนำข้อมลู มาใช้ตาม วัตถุประสงคท์ ่ี
กำหนดไว้
สืบค้นข้อมูล (Search)
หาขอ้ มูล หรือขอ้ สนเทศท่มี ผี รู้ วบรวมไวแ้ ล้วจาก แหล่งตา่ ง ๆ มาใชป้ ระโยชน์
ส่อื สาร (Communicate)
นำเสนอและแลกเปลี่ยนความคดิ ขอ้ มูล หรือผล จากการสำรวจตรวจสอบดว้ ยวธิ ที เ่ี หมาะสม
อธิบาย (Explain)
กล่าวถงึ เรอ่ื งราวตา่ ง ๆ อยา่ งมีเหตผุ ล และมี ขอ้ มลู หรือประจกั ษพ์ ยานอา้ งอิง
อภปิ ราย (Discuss)
แสดงความคดิ เห็นต่อประเด็น หรือคาถามอยา่ ง มเี หตุผลโดยอาศยั ความรแู้ ละประสบการณ์ของผูอ้ ภิปรายและ
ข้อมูลประกอบ
ออกแบบกำรทดลอง (Design experiment)
กำหนดและวางแผนวธิ กี ำรทดลองใหส้ อดคลอ้ งกบั สมมตฐิ านและตัวแปรตา่ ง ๆ รวมทั้งการบันทึกขอ้ มลู
ศัพทท์ ่เี ก่ยี วข้องกบั ตวั ชี้วดั สาระเทคโนโลยี
การใช้ลขิ สิทธ์ิของผอู้ ่นื โดยชอบธรรม (Fair use)
การนำสอื่ หรอื ขอ้ มูลทเี่ ปน็ ลิขสิทธ์ขิ องผู้อนื่ ไปใชโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายภายใตเ้ งือ่ นไขบางประการ เชน่
1) นำไปใช้ในการศกึ ษา หรอื การคำ้
2) งานนน้ั เปน็ งานวิชำการ หรอื บันเทงิ
3) คัดลอกเพียงสว่ นนอ้ ย หรือคัดลอกจานวนมาก
4) ทำใหเ้ จ้าของเสยี ผลประโยชนท์ างการเงิน มากน้อยเพยี งใด
การตรวจและแก้ไขขอ้ ผิดพลาด (Debugging)
กระบวนการในการคน้ หาข้อผิดพลาดของโปรแกรม เพ่อื แก้ไขใหท้ ำงานได้ถูกต้อง
การประมวลผลขอ้ มูล (Data processing)
การดำเนินการตา่ ง ๆ กบั ข้อมลู เพ่ือให้ไดผ้ ลลัพธท์ ม่ี ีความหมาย และมีประโยชน์ตอ่ การนำไปใช้งาน
มากยง่ิ ข้นึ
การวบรวมขอ้ มูล (Data collection)
กระบวนกรในการรวบรวมขอ้ มูลทเ่ี กีย่ วขอ้ งจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary data)
ข้อมลู ทร่ี วบรวมโดยตรงจากแหล่งขอ้ มลู ขนั้ ต้น โดยอาจใชว้ ธิ ีการสงั เกต การทดลอง การสำรวจ การ
สัมภาษณ์
เทคโนโลยี (Technology)
ส่ิงที่มนษุ ย์สรา้ ง หรอื พฒั นาข้นึ ซงึ่ อาจเปน็ ได้ทั้งชน้ิ งาน หรอื วธิ กี าร เพื่อใชแ้ ก้ปญั หา สนองความ
ตอ้ งการ หรอื เพิ่มความสามารถในการทำงำนของมนุษย์
แนวคิดเชงิ คำนวณ (Computational thinking)
กระบวนการในการแกป้ ัญหา การคิดวเิ คราะห์อยา่ งมีเหตผุ ลเปน็ ขนั้ ตอน เพอ่ื หำวิธกี ารแก้ปญั หาใน
รูปแบบทสี่ ามารถนำไปประมวลผลได้
แนวคิดเชงิ นามธรรม (Abstraction)
การพิจารณารายละเอียดที่สำคัญของปญั หา แยกแยะสำระสำคญั ออกจากส่วนทีไ่ ม่สำคญั
ระบบทางเทคโนโลยี (Technological system)
กลมุ่ ของส่วนตา่ ง ๆ ต้งั แต่สองสว่ นขึน้ ไปประกอบเขา้ ด้วยกนั และทำงานรว่ มกันเพอื่ ใหบ้ รรลุ
วตั ถุประสงค์ โดยในการทำงานของระบบทางเทคโนโลยจี ะประกอบไปดว้ ย ตวั ปอ้ น (input) กระบวนการ
(process) และผลผลติ (output) ทีส่ มั พันธก์ ัน นอกจากนรี้ ะบบทางเทคโนโลยอี าจมขี อ้ มูลยอ้ นกลบั
(feedback) เพื่อใช้ปรับปรงุ การทำงานไดต้ ามวตั ถุประสงค์
เหตผุ ลเชิงตรรกะ (Logical reasoning)
การใช้เหตผุ ล กฎ กฎเกณฑ์ หรือเง่อื นไข ที่เก่ียวขอ้ ง เพ่ือแก้ปัญหาไดค้ รอบคลุมทกุ กรณี
เหตผุ ลวบิ ตั ิ (Logical fallacy)
การใชเ้ หตผุ ลที่ผดิ พลาด ไมอ่ ยบู่ นพนื้ ฐานของความจรงิ ไมม่ ีนำ้ หนกั สมเหตุสมผล มาสนับสนนุ หรอื
ชี้นำข้อสรปุ ที่ผิดให้ดูนา่ เชอ่ื ถือ
อตั ลกั ษณ์ (Identity)
ลักษณะเฉพาะ หรอื ข้อมลู สำคญั ท่ีบ่งบอกถงึ ความเป็นตวั ตนของบุคคลหรือสง่ิ ใดสงิ่ หนึ่ง เช่น ช่อื บญั ชี
ผ้ใู ช้ ใบหน้า ลายนิ้วมือ
อัลกอริทึม (Algorithm)
ขนั้ ตอนในการแกป้ ญั หา หรือการทำงาน โดยมลี ำดับของคำส่ังหรอื วธิ กี ารทีช่ ัดเจน ที่คอมพวิ เตอร์
สามารถปฏิบตั ติ ามได้
แอพพลเิ คชัน (Software application)
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ทที่ ำงานบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเลต็ หรืออปุ กรณเ์ ทคโนโลยีอนื่ ๆ
คณะผู้จัดทำ
คณะทีป่ รกึ ษา ศกึ ษานเิ ทศกส์ ำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษา
1. นายสมบตั ิ เนตรสว่าง ประถมศึกษาสระบรุ ี เขต 1
ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านเขารวก(ร่วมมติ รพฒั นา)
2. นางสายสมร สงิ ห์ดา หวั หน้างานวิชาการโรงเรยี นบ้านเขารวก(ร่วมมติ รพัฒนา)
3. นางสาวนาตยา เสมอภาค
คณะทำงาน ประธานกรรมการ
1. นางเบญจวรรณ ตยิ ะพานชิ ย์ กรรมการ
2. นางหรรษา แก้วสหี มอก กรรมการ
3. นายปริญญา ขันอาษา กรรมการและเลขานกุ าร
4. นางสาวพมิ พ์ชนก พานทอง
ผู้จดั พมิ พ์/ออกแบบรปู เลม่ ประธานกรรมการ
1. นางเบญจวรรณ ตยิ ะพานชิ ย์ กรรมการ
2. นางหรรษา แกว้ สหี มอก กรรมการ
3. นายปริญญา ขันอาษา กรรมการและเลขานกุ าร
4. นางสาวพมิ พ์ชนก พานทอง