The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ม.4 หน่วย8_มหาชาติหรือมหาเวสสันดรชาดก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

มหาชาติหรือมหาเวสสันดรชาดก

ภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ม.4 หน่วย8_มหาชาติหรือมหาเวสสันดรชาดก

วรรณคดแี ละวรรณกรรม

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔

กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย

มหาชาตหิ รือมหาเวสสนั ดรชาดก

๑หน่วยการเรียนรทู้ ่ี

๘หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี
มหาชาตหิ รอื มหาเวสสนั ดรชาดก

ตวั ชีว้ ัด

• วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณ์เบ้ืองตน้
• วเิ คราะหล์ ักษณะเดน่ ของวรรณคดีเชอ่ื มโยงกบั การเรียนร้ทู างประวัติศาสตร์และวิถีชวี ิตของสังคมในอดตี
• วเิ คราะห์และประเมนิ คุณคา่ ด้านวรรณศลิ ป์ของวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐานะทเ่ี ป็นมรดกทางวฒั นธรรมของชาติ
• สังเคราะหข์ อ้ คดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรมเพือ่ นาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง
• รวบรวมวรรณกรรมพ้นื บา้ นและอธบิ ายภูมิปัญญาทางภาษา

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๘ มหาชาตหิ รอื มหาเวสสนั ดรชาดก

ความสาคญั เรื่องยอ่ ในแตล่ ะกณั ฑ์

ความเปน็ มา บทวิเคราะห์
ความเชือ่ เกีย่ วกบั มหาชาติ
สานวนมหาชาตใิ นภมู ิภาคต่าง ๆ คณุ คา่ ดา้ นเนอ้ื หา
โครงสร้างเนอื้ หา คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์
ผู้แตง่ กณั ฑต์ ่าง ๆ
จานวนคาถาในแต่ละกัณฑ์
ลกั ษณะคาประพันธ์

เพ่ือนกนั ตอ้ งให้กันได.้ ..(มง้ั )

ผมขออะไรสักอยา่ งไดไ้ หม ?

บอกมากอ่ นว่าจะขออะไร

เพ่ือนกันตอ้ งใหก้ นั ได.้ ..(มงั้ )

พายดใู จดนี ะ ผมนึกวา่ ขออะไรกใ็ ห้
ใครเค้าจะใหก้ ันไดท้ กุ อยา่ งละ่

เพ่อื นกันตอ้ งใหก้ นั ได.้ ..(มง้ั )

ผมแนใ่ จว่ามี

จรงิ เหรอ ?

คดิ อยา่ งไรกับสถานการณน์ ้ี

ความสาคัญของวรรณคดี

ความเป็นมา

สิ่งอศั จรรยค์ รัง้ พทุ ธกาล ฝนโบกขรพรรษ พระพุทธองค์ตรสั เล่า

พระประยรู ญาติมาเขา้ เฝ้าพระพุทธองค์ ฝนดจุ ตกลงบนใบบวั หรือกอบวั พระพุทธสาวกได้เหน็ กจ็ ับกล่มุ สนทนา
เห็นวา่ เปน็ ส่งิ อศั จรรย์
พระญาติผใู้ หญ่ไม่ถวายบงั คมด้วยเหน็ ว่า ตกลงมาในกาละพิเศษ มีสแี ดง เม่อื พระพุทธองค์ตรัสว่า ในกาลกอ่ น
มีพระชนมายุน้อยกวา่ พระพทุ ธองคจ์ งึ ได้เคยเกิดข้ึนแลว้ จงึ ทูลขอใหท้ รงเลา่
ทรงกระทาปาฏหิ าริย์ลอยสเู่ บ้ืองบน ผู้ใดตอ้ งการให้เปียกก็เปียก ไม่ใหเ้ ปียก ให้ฟัง
ทกุ พระองคถ์ วายบังคมด้วยความเล่ือมใส ก็ไม่เปียก พระพุทธองค์ตรสั เลา่ เรื่องเวสสันดรชาดก
บงั เกดิ ฝนชนิดหนงึ่ ท่ีมชี ื่อว่า เมด็ ฝนจะกลิง้ หลน่ จากกาย ดุจนา้ หลน่ ประทาน
“ฝนโบกขรพรรษ” บนใบบวั

ความสาคัญของวรรณคดี

ความเช่ือเกย่ี วกับมหาชาติ

เป็นพทุ ธวจนะ จะเทศน์เป็นทานองไพเราะ
ซึ่งพระพุทธเจา้ ได้ ใส่อารมณใ์ นน้าเสียง
เทศนาแก่พระภกิ ษสุ งฆ์ เพอ่ื ให้เกดิ ปตี โิ สมนัส
ในการฟัง
ผู้ใดฟังจบพนั คาถา
ภายในวนั เดยี ว

จะได้พบพระศรีอรยิ เมตไตรย

ความสาคัญของวรรณคดี

สานวนมหาชาตใิ นภูมิภาคต่าง ๆ มหาชาติภาคอสี าน

มหาชาติภาคเหนือ ใช้คาง่าย ไมเ่ น้นการพรรณนาอย่างพิสดาร
เช่นเดียวกับภาคเหนือ แตง่ เปน็ รา่ ยยาว
ใช้คาง่าย ไมเ่ น้นการพรรณนาอย่างพิสดาร แตกตา่ งกันทส่ี านวนโวหารซงึ่ เป็นภาษาถ่นิ
มกี ารซ้าคาที่ตน้ วรรค เช่น แตเ่ นอื้ เรื่องเหมือนฉบบั ภาคกลาง
ผูใ้ ดจกั มากลางไพรเขียวป่าไม้
ผใู้ ดพอ้ ยจักมา... มหาชาติภาคใต้
แตง่ เปน็ รา่ ยยาวสมั ผสั คล้องจองเกี่ยวเนอ่ื งกนั เนน้ การพรรณนาความมากกวา่ ภาคเหนือ
และอสี าน แตน่ อ้ ยกวา่ ภาคกลาง เน้นแสดง
มหาชาตภิ าคกลาง ลกั ษณะเฉพาะของทอ้ งถิ่น
แต่งเป็นกาพยย์ านี ๑๑ กาพยฉ์ บัง ๑๖
ใช้คาอลังการและการพรรณนาท่ีพสิ ดาร กาพย์สรุ างคนางค์ ๒๘ และมาลินฉี นั ท์ ๑๕
เนน้ ความไพเราะของภาษา แตง่ เปน็ รา่ ยยาว
สมั ผสั คลอ้ งจองเก่ียวเนื่องกัน

โครงสร้างเนื้อหา ความสาคัญของวรรณคดี

กลา่ วถึงมหาชาติฉบับภาคกลาง เน่อื งจากมีความนยิ มสงู กวา่ ฉบับภูมภิ าคอ่ืน ๆ

เดิมเป็นภาษาบาลี เรียกว่า ร่ายสุภาพ
“คาถาพนั ” หนึง่ บทมกี ี่วรรคกไ็ ด้
แตโ่ ดยมากจะมี ๕ วรรคขึ้นไป
เพราะมีจานวนรวมกัน
ทงั้ สน้ิ ๑,๐๐๐ พระคาถา

ต่อมารวบรวมเอาสานวน
ทีด่ ีที่สดุ ๑๓ กัณฑ์ นาด้วย
คาถาบาลตี ามดว้ ยคาแปลไทย

และร่ายสภุ าพ

ความสาคัญของวรรณคดี

ผ้แู ต่งกัณฑต์ า่ ง ๆ

ความสาคัญของวรรณคดี

ผ้แู ตง่ กัณฑต์ ่าง ๆ

สมเดจ็ พระสมณเจา้ กรมพระปรมานชุ ิตชโิ นรส สานักวัดสังขก์ ระจาย
สานกั วัดถนน พระเทพโมลี (กลน่ิ )
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

หมายเหตุ บางกณั ฑม์ ีผ้แู ต่งมากกวา่ หนึง่ ท่านแต่ในแผนผังนีจ้ ะแสดงผู้แต่งหลกั พอสงั เขป

ความสาคญั ของวรรณคดี

จานวนคาถาในแต่ละกัณฑ์

ทศพร ๑๙ พระคาถา กมุ าร ๑๐๑ พระคาถา
หิมพานต์ ๑๓๔ พระคาถา มทั รี ๙๐ พระคาถา
ทานกัณฑ์ ๒๐๙ พระคาถา สักกบรรพ ๔๓ พระคาถา
วนประเวศน์ ๕๗ พระคาถา มหาราช ๖๙ พระคาถา
ชชู ก ๗๙ พระคาถา ฉกษัตริย์ ๓๖ พระคาถา
จุลพน ๓๕ พระคาถา นครกณั ฑ์ ๔๘ พระคาถา
มหาพน ๘๐ พระคาถา

ความสาคญั ของวรรณคดี

ฉนั ทลกั ษณร์ า่ ยยาว

คณะ สัมผสั

บทหนง่ึ ไมก่ าหนดจานวนวรรค คาสดุ ท้ายของวรรคหน้าส่งสมั ผัสไปยงั
แตล่ ะวรรคไมก่ าหนดจานวนคา คาใดคาหนง่ึ ยกเวน้ คาสุดทา้ ยในวรรค
ต่อไป ดาเนนิ ไปเช่นน้ีกระทัง่ จบบท

คาทรี่ ับ-ส่งสมั ผสั ไม่กาหนดว่าต้องใช้
รูปวรรณยกุ ตเ์ ดยี วกนั

มหาชาติหรอื มหาเวสสนั ดรชาดก

กัณฑ์ทศพร

พร ๑๐ ประการท่ีพระอนิ ทรท์ รงประทานแก่นางเทพธดิ า
ช่ือวา่ ผุสดี ผู้เป็นมเหสซี ่งึ ทลู ขอไว้ในวันจะจตุ ิจากสวรรค์
ลงมาเกดิ ยงั โลกมนษุ ย์

ไดแ้ ก่ ๑. เกิดในกรุงมทั ราช แควน้ สีพี
๒. ตาสีดาด่ังลกู กวาง
๓. ขนคิว้ สีดานิล
๔. ขอให้ช่ือผุสดี
๕. พระราชโอรสประเสริฐ
๖. ครรภไ์ มน่ ูนป่อง
๗. ทรวงอกไม่หย่อน
๘. ผมไม่หงอก
๙. ผิวพรรณละเอียด
๑๐. ปล่อยนักโทษประหารได้

กณั ฑห์ มิ พานต์

พระนางผุสดมี าประสตู ิเปน็ พระธิดากษตั ริย์มัทราช
และได้เป็นพระมเหสีพระเจ้ากรุงสญชัย

ตอ่ มาประสตู ิพระราชโอรสทรงพระนามวา่ “เวสสันดร”

พระเวสสันดรทรงอภเิ ษกกับพระนางมัทรี

พราหมณ์จากเมอื งกลงิ คราษฎร์ทูลขอชา้ งปัจจัยนาเคนทร์
เพือ่ แกป้ ัญหาภยั แลง้

ชาวเมอื งไมพ่ อใจทท่ี รงยกให้ จงึ ทูลขอพระเจ้ากรงุ สญชัย
ให้เนรเทศพระเวสสันดร

ทานกัณฑ์

ก่อนเสด็จออกนครสีพีทรงบริจาค “สตั ตสดกมหาทาน”
(ทาน ๗ สิ่ง สงิ่ ละ ๗๐๐)
มีพระนางมทั รี พระกัณหา และพระชาลีตามเสด็จดว้ ย

ระหวา่ งทางมีพราหมณม์ าทูลขอรถและมา้
พระองค์ก็ทรงประทานให้

กณั ฑว์ นประเวสน์

เสด็จไปยงั เขาวงกต

พระเจ้าเจตราษฎร์ทูลขอใหพ้ ระเวสสันดรเปน็ กษัตรยิ ์
ครองมาตุลนครของตน แต่ทรงปฏเิ สธ

พระเจ้าเจตราษฎรจ์ งึ ให้พรานเจตบุตรเปน็ ผรู้ กั ษาประตปู ่า
ไมใ่ ห้ผใู้ ดไปรบกวน

ท้ัง ๔ พระองค์ไดท้ รงผนวชเป็นพระดาบส อาศัย
ทอ่ี าศรมศาลา ๒ แหง่ ซึ่งพระวิษณุเนรมติ ให้

กณั ฑช์ ูชก

ชชู กฝากเงินทีข่ อทานมาได้ไวก้ บั เพอ่ื น แตท่ วงแล้ว
เพื่อนไม่มคี นื จึงยกลกู สาวคอื อมติ ตดาให้

อมติ ตดาเปน็ ภรรยาทปี่ รนนิบตั ิสามดี ีจนเป็นท่ีเลื่องลอื ทาให้
พราหมณอ์ ่นื ๆ ตบตีภรรยาของตน ใหป้ ระพฤตติ ามอย่าง
นางอมติ ตดาจนบรรดาภรรยาทง้ั หลายต่างโกรธเคอื งนาง

อมติ ตดาให้ชชู กไปขอพระกัณหา ชาลมี าเปน็ ขา้ รบั ใช้

ชูชกอา้ งว่าถอื พระราชสาสน์ ของพระเจ้าสญชยั
มาทลู เชิญพระเวสสันดรกลบั พระนคร จนพรานเจตบุตร
หลงเช่อื จึงบอกเส้นทาง

กณั ฑ์จลุ พน

ชชู กเดนิ ทางไปตามเสน้ ทางทพี่ รานเจตบตุ รชีแ้ นะ
ชูชกไปพบพระอัจจตุ ฤๅษี เพ่ือให้ช่วยชี้หนทาง
ท่ีจะไปต่อถงึ เขาวงกต

กัณฑ์มหาพน

ชชู กเดินมาถงึ อาศรมพระอัจจตุ ฤๅษีแล้วหลอกว่า
ตนเปน็ คนคนุ้ เคยกบั พระเวสสนั ดร ใคร่ขอเย่ยี มเยยี น
พระอจั จตุ ฤๅษมี สิ งสัย ชี้ทางไปสู่อาศรมสถานพระเวสสันดร

กณั ฑก์ ุมาร

ชูชกขอสองกุมาร พระเวสสนั ดรประทานให้
สองกมุ ารไม่อยากไปกบั ชูชก จงึ หนไี ปอยูใ่ นสระบัว
พระเวสสนั ดรอธิบายให้สองกมุ ารเขา้ ใจ จงึ ยอมตามชูชกไป

กณั ฑม์ ทั รี

พระอินทรใ์ หเ้ ทพจาแลงเป็นเสอื และราชสหี ไ์ ปขวางทาง
พระนางมทั รีไมใ่ ห้กลบั อาศรม พระนางมัทรีจึงวงิ วอน
จนสัตว์จาแลงหลีกทางให้

พระนางมทั รกี ลับจากป่าไมเ่ หน็ สองกมุ ารจงึ ออกตามหา
ถามพระเวสสันดร ก็ไมไ่ ด้คาตอบ

พระนางครา่ ครวญจนสลบไป

เม่ือพระนางฟ้ืนคืนมาพระเวสสนั ดรจงึ ตรสั บอกความจริง
และขอใหพ้ ระนางอนโุ มทนาในปุตตทานครั้งนี้

กณั ฑ์สักบรรพ

พระอนิ ทร์เกรงวา่ ใครมาขอพระนางมัทรี พระเวสสันดรก็จะ
ประทานให้อีก จงึ จาแลงกายเปน็ พราหมณ์ มาขอไวก้ ่อน
จากนน้ั พระอนิ ทรจ์ ึงสาแดงกายใหป้ รากฏและถวาย
พระนางมทั รคี ืนใหท้ าหนา้ ทปี่ รนนบิ ตั พิ ระเวสสนั ดรตอ่ ไป

กณั ฑม์ หาราช

ชชู กผูกสองกุมารไว้ที่โคนต้นไม้ ส่วนตนเองปีนข้นึ ไป
นอนบนต้นไม้

เทพแปลงร่างมาดแู ลสองกุมาร และดลใจให้ชชู กเข้านครสพี ี
พาสองกมุ ารไปถงึ พระที่น่ัง

พระเจ้าสญชยั เบิกพระราชทรพั ยไ์ ถถ่ อนสองกุมารจากชูชก
กรุงกลิงคราษฎร์นาชา้ งปัจจัยนาเคนทรม์ าถวายคนื

ชูชกบริโภคอาหารเกนิ ขนาด ไฟธาตกุ าเริบถึงแกค่ วามตาย

ฉกษัตรยิ ์

พระเจ้ากรงุ สญชยั ยกทพั มารับพระเวสสันดร
หกกษัตรยิ ไ์ ดพ้ บกันก็ทรงพระกรรแสงสุดประมาณ
พระอนิ ทร์ทรงบันดาลฝนโบกขรพรรษตกลงมาประพรม
หกกษตั รยิ ์ให้หายโศกเศร้า

นครกัณฑ์

กษัตรยิ ท์ ั้งหกกลับคืนพระนคร
พระเวสสนั ดรทรงลาผนวชพร้อมทงั้ พระนางมัทรี
ทา้ วโกสีย์บันดาลให้มีฝนแกว้ ๗ ประการ ตกให้เป็นทาน
แกช่ นทั้งหลาย

ในกาลตอ่ มาพระเวสสนั ดรครองนครสีพโี ดยทศพิธราชธรรม
บา้ นเมอื งรม่ เยน็ เป็นสขุ ตลอดพระชนมายุ

อา่ นแลว้ ได้แงค่ ดิ อยา่ งไร คุณค่าด้านเนือ้ หา

พระนางเยาวมาลยม์ าศมงิ่ มกฎุ ผุสดี แตป่ างก่อนพระ
นางมีมูลปณิธไี ด้ต้งั ไวต้ ้ังแต่ภทั รกัป นบั ถอยหลังได้เก้าสบิ แปดกปั
พระวิปสั สิสมั มาสัมพุทธเจา้ ได้มาอุบตั ใิ นโลก พระองค์เสดจ็ อยใู่ น
พระวิหารมฤคทายวนั ใกล้พันธมุ ดีมหานคร

พระมหาเวสสันดรชาดก กณั ฑ์ที่ ๑ ทศพร

คณุ คา่ ดา้ นเนื้อหา

พุทธศาสนาสอนใหพ้ ิจารณาทเี่ หตุ พระนางเยาวมาลยม์ าศมิง่ มกุฎผสุ ดี แต่ปางก่อนพระ
นางมีมลู ปณิธไี ด้ตง้ั ไวต้ ั้งแต่ภทั รกัป นับถอยหลงั ไดเ้ กา้ สบิ แปดกปั
เทศนาธรรมท่พี ระพุทธองคท์ รงแสดงแก่ พระวิปสั สิสมั มาสัมพทุ ธเจ้าไดม้ าอบุ ตั ิในโลก พระองคเ์ สดจ็ อยู่ใน
พุทธสาวกโดยสว่ นใหญจ่ งึ สอนให้ พระวิหารมฤคทายวนั ใกลพ้ ันธมุ ดมี หานคร
พิจารณาที่เหตุนาเกดิ ไปจนถงึ ขั้นปฐมเหตุ
คือเหตุเริม่ แรก พระมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร

ก่อนท่ีพระนางผุสดจี ะไดเ้ ปน็ พระมารดา
ของพระเวสสันดรและพระพุทธเจา้
พระนางไดอ้ ธษิ ฐานขอต่อพระพุทธองคก์ อ่ น

อ่านแล้วรสู้ ึกอยา่ งไร คณุ ค่าด้านวรรณศิลป์

...คร้นั แสงพระสุริยะส่องระดมกด็ เู ด่นดวงดาววาวแวววะวาบ ๆ
ท่ีเว้งิ วุ้ง วิจติ รจารสั จาเรญิ รงุ่ เปน็ สีรุง้ พ่งุ พน้ เพียงคคั นมั พร
พ้นื นภากาศ บา้ งกเ็ กดิ ก่อก้อนประหลาดศลิ าลายแลละเลอ่ื ม ๆ
ท่งี อกงา้ กเ็ ปน็ แง่เงือ้ มก็ชะงุ้มชะโงกชะง่อนผา...

พระมหาเวสสันดรชาดก กณั ฑท์ ี่ ๗ มหาพน

คุณค่าดา้ นวรรณศลิ ป์

การใช้คาให้เกิดจนิ ตภาพ ...ครน้ั แสงพระสุริยะสอ่ งระดมก็ดเู ด่นดวงดาววาวแวววะวาบ ๆ
ท่ีเวิ้งวุ้ง วจิ ติ รจารสั จาเรญิ รงุ่ เปน็ สรี ุง้ พงุ่ พน้ เพยี งคัคนัมพร
มสี ัมผัสพยญั ชนะภายในวรรคและเนน้ จงั หวะ พ้นื นภากาศ บา้ งก็เกิดก่อกอ้ นประหลาดศลิ าลายแลละเล่อื ม ๆ
ดว้ ยคาครุลหุ ที่งอกงา้ กเ็ ป็นแง่เงอ้ื มก็ชะงุม้ ชะโงกชะง่อนผา...

ใชพ้ รรณนาโวหาร ให้เห็นภาพชัดเจน พระมหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑท์ ี่ ๗ มหาพน
ในตัวอย่างเป็นเหตุการณท์ ี่ พระอจั จุตฤๅษี
บอกทางไปเขาวงกตให้นึกตามเหน็ ภาพชัด
ถงึ แสงสะทอ้ นของดวงอาทติ ย์และความ
ซบั ซอ้ นของหุบเขา

สรปุ บทเรียน

ใจความสาคญั ลกั ษณะคาประพันธ์

พระชาติสุดทา้ ยกอ่ นตรสั รูเ้ ปน็ พระพทุ ธเจา้ ข้ึนต้นด้วยคาถาบาลีต่อด้วยรา่ ยยาว

บาเพญ็ ทานบารมีซง่ึ เป็นบารมที ีย่ งิ่ ใหญ่ที่สุด พระอนิ ทรข์ อพระนางมัทรีแลว้ ถวายคนื ให้
พระเจา้ กรงุ สญชยั ไถ่ตวั พระนดั ดา
เรือ่ ง เมอื งกลิงคราษฎร์ถวายชา้ งคนื
ชชู กธาตุไฟกาเริบถึงแก่ความตาย
เกดิ ฝนโบกขรพรรษ พระเวสสนั ดรกลับมาครองนครสีพี
ทรงเลา่ อดีตชาติที่เคยเกิดฝนชนิดน้ี
พระเวสสนั ดรยกช้างปจั จยั นาเคนทร์
ใหเ้ มอื งกลงิ คราษฎร์
พระเวสสนั ดรถกู เนรเทศไปปา่ หมิ พานต์
ชชู กขอสองกุมาร

สงิ่ ท่ไี ด้ การทาดีตอ้ งมมี านะอดทนต่อสง่ิ ต่าง ๆ
เช่น ความขดั แยง้ ความทุกขย์ าก
การเสยี สละเป็นคณุ ธรรม
ที่นา่ ยกยอ่ งและเปน็ แบบอย่างท่ีดี


Click to View FlipBook Version