MOBILE PHONE MOBILE PHONE MOBILE PHONE MOBILE PHONE MOBILE PHONE MOBILE PHOMOBILE PHONE MOBILE PHONE MOBILE PHONE MOBILE PHONE MOBILE PHONE MOBILE PHONE mobile phone โทรศัพท์มือถือ
คำ นำ รายงานฉบับบันี้เ นี้ป็น ป็ รายงานคอมพิวพิเตอร์ ชั้นชั้มัธมัยมศึกษาปีที่ปี ที่5 โดยมีจุมีจุ ดประสงค์เพื่อพื่ศึกษาจากเรื่อรื่ง: Smart Phone ซึ่งซึ่ ความเป็น ป็ มาของโทรศัพท์มือมืถือวิวัวิฒวันาการมาจากโทรศัพท์ มือมืถือ ความสำ คัญของโทรศัพท์ มีทั้มี ทั้งทั้ข้อ ข้ ดีแดีละข้อ ข้ เสียสีด่า ด่ ง กัน ไป การใช้โช้ ทรศัพท์มือมืถือกลุ่ม ลุ่ เราได้เ ด้ ลือกหัวหัข้อ ข้ นี่ในี่ นการทำ รายงานเนื่อนื่งจากเป็น ป็ สิ่งสิ่ที่หน้า น้ สนใจเป็น ป็ เรื่อรื่งที่ทำ ให้เ ห้ ห็น ห็ ความ สำ คัญในการใช้โช้ ทรศัพท์ในปัจจุบันบักลุ่ม ลุ่ กลุ่ม ลุ่ เราหวังวัว่า ว่ จะเป็น ป็ ผลประโยชน์แน์ก่ผู้อ่ผู้ อ่ านถ้าหากผิดผิพลาดในประการใดกราบ ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้ นี่ ว ด้ ย
สารบัญ เรื่อง หน้า ความหมาย วิวัฒนาการ ความสำ คัญของโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน ผลกระทบต่อสุขภาพ อ้างอิง 1 2-5 6-8 9 10 11 สมาชิกในกลุ่ม 12
ความหมาย โทรศัพท์มือมืถือ คืออุปกรณ์อิณ์ อิเล็กทรอนิกนิส์ที่ส์ ที่ใช้ใช้ นการสื่อสื่สารสองทางผ่า ผ่ น โทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้ค ช้ ลื่นวิทวิยุในการติดต่อกับเครือรืข่า ข่ ย โทรศัพท์ มือมืถือโดยผ่า ผ่ นสถานีฐนีาน โดยเครือรืข่า ข่ ยของ โทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละผู้ใผู้ห้บ ห้ ริกริารจะเชื่อชื่มต่อกับเครือรืข่า ข่ ย ของโทรศัพท์บ้า บ้ นและเครือรืข่า ข่ ยโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ใผู้ห้ บริกริารอื่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีคมีวามสามารถเพิ่มพิ่ขึ้นขึ้ ใน ลักษณะคอมพิวพิเตอร์พร์กพาจะถูกถูกล่าวถึงในชื่อชื่ โทรศัพท์ อัจฉริยริะ 1
วิวัฒนาการ 1G ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบแอนะล็อก โทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุค นั้นนั้ ไม่สม่ามารถทำ อะไรได้มากนักนัความสามารถหลัก ๆ คือการให้ บริกริารเสียสีงอย่าย่งเดียว รองรับรัเพียพีงการโทรเข้าข้และรับรัสาย ยังยัไม่ รองรับรัการส่งส่หรือรืรับรั Data ใด ๆ แม้แม้ต่จะส่งส่ SMS ก็ยังยัไม่ สามารถทำ ได้ซึ่งซึ่ในยุคนั้นนั้ผู้คผู้ นก็ยังยัไม่มีม่คมีวามจำ เป็น ป็ ในการใช้งช้าน อื่น ๆ นอกจากการโทรเข้าข้ออกอยู่แยู่ล้ว และกลุ่มลุ่คนส่วส่นใหญ่ที่ญ่ ที่ สามารถใช้งช้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ใด้นเวลานั้นนั้เป็น ป็ ผู้มีผู้ ฐมีานะหรือรืนักนั ธุรกิจที่ใช้ติช้ ติดต่องาน เนื่อนื่งจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเวลานั้นนั้มีรมีาคา สูงสูมาก ระบบที่จัดจัอยู่ใยู่นยุคนี้เ นี้ ช่นช่ NMT, AMPS, DataTac เริ่มริ่ ใช้งช้านครั้งรั้แรกในปี ค.ศ.1980 2
2G ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบดิจิดิทัจิ ทัล ระบบที่จัดจัอยู่ใยู่นยุคนี้เ นี้ ช่นช่ GSM, cdmaOne, PDC มีกมีารพัฒพันารูปรูแบบการส่งส่คลื่นเสียสีงแบบ Analog มาเป็นป็ Digital โดยการเข้าข้รหัสหั โดยส่งส่คลื่นเสียสีงมาทางคลื่นไมโครเวฟ โดยการเข้าข้รหัสหั เป็นป็แบบดิจิดิตจิอลนี้ จะช่วช่ยในเรื่อรื่งของความปลอดภัยในการใช้งช้านมากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้และ ช่วช่ยในเรื่อรื่งของสัญสัญาณเสียสีงที่ใช้ติช้ ติดต่อสื่อสื่สารให้มีห้คมีวามคมชัดชัมากขึ้นขึ้ด้วด้ย โดย มีเมีทคโนโลยีกยีารเข้าข้ถึงช่อช่งสัญสัญาณของผู้ใผู้ช้เช้ป็นป็ลักษณะเชิงชิผสมระหว่าว่ง FDMA และ TDMA (Time Division Multiple Access) เป็นป็การเพิ่มพิ่ช่อช่งทางการ สื่อสื่สารทำ ให้รห้องรับรั ปริมริาณผู้ใผู้ช้งช้านที่มีมมีากขึ้นขึ้ ได้ ให้บห้ริกริารทั้งทั้เสียสีงและข้อข้มูล มี การทำ งานแบบ circuit switching ที่ความเร็วร็ 9.6-14.4 kbps 3
3G ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ digital ยุคนี้จ นี้ ะเน้นน้การสื่อสื่สารทั้งทั้การพูด คุยคุแบบเสียสีงตามปกติและแบบรับรัส่งส่ข้อข้มูลซึ่งซึ่ในส่วส่นของการรับรัส่งส่ข้อข้มูล ที่ ทำ ให้ 3G นั้นนั้ต่างจากระบบเก่า 2G ที่มีพื้มีพื้นพื้ฐานในการพูดคุยคุแบบเสียสีงตาม ปกติอยู่มยู่ากเนื่อนื่งจากเป็นป็ระบบที่ทำ ขึ้นขึ้มาใหม่เม่พื่อพื่ ให้รห้องรับรักับการรับรัส่งส่ ข้อข้มูลโดยตรงมีช่มีอช่งความถี่และความจุในการรับรัส่งส่สัญสัญาณที่มากกว่าว่ส่งส่ ผลให้กห้ารรับรัส่งส่ข้อข้มูลหรือรืการใช้อิช้ อินเทอร์เร์น็ตน็ผ่าผ่นเคลื่อนที่นั้นนั้เร็วร็มากขึ้นขึ้ แบบก้าวกระโดดประสิทสิธิภธิาพในการใช้งช้านด้าด้นมัลมัติมีเมีดียดีดีขึ้ดีขึ้นขึ้และยังยัมี ความเสถียรกว่าว่ 2G ที่มีคมีวามสามารถครบทั้งทั้การสื่อสื่สารด้วด้ยเสียสีงและ ข้อข้มูลรวมถึงวิดีวิ โดีอ ระบบที่จัดจัอยู่ใยู่นยุคนี้เ นี้ ช่นช่ W-CDMA,TD-SCDMA, CDMA2000 ความเร็วร็มากกว่าว่ 144 kbps 4
4G ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ LTE หรือรื Long Term Evolution ได้มีด้กมีารพัฒพันาในเรื่อรื่งความเร็วร็ในการรับรัส่งส่ข้อข้มูล ที่ทำ ได้เด้ร็วร็ ขึ้นขึ้ถึง 100 Mbps สำ หรับรัความเร็วร็ขนาดนี้นั้ นี้ นนั้ทำ ให้สห้ามารถใช้งช้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ของคุณคุได้หด้ลากหลายยิ่งยิ่ขึ้นขึ้ ไม่ว่ม่าว่จะเป็นป็การดูไดูฟล์วีดิวี โดิอออนไลน์ด้น์วด้ยความคมชัดชัและ ไม่มีม่กมีารกระตุกตุ , การสื่อสื่สารข้าข้มประเทศ อย่าย่งโทรศัพท์แบบเห็นห็หน้าน้กันแบบโต้ตอบทันที (Video Call)หรือรืจะเป็นป็การประชุมผ่าผ่นโทรศัพท์ (Mobile) ก็เป็นป็เรื่อรื่งง่ายขึ้นขึ้แถมยังยั มีค่มี ค่าใช้จ่ช้าจ่ยน้อน้ยลงอีกด้วด้ย สามารถเชื่อชื่มต่อข้อข้มูล 3 แบบ ภาคพื้นพื้ดินดิ CDMA PAP และ การเชื่อชื่มต่อ Wi-Fi เพื่อพื่การเชื่อชื่มภาพและเสียสีงเป็นป็ข้อข้มูลเดียดีวกัน และมีกมีารพัฒพันาต่อย อด เป็นป็ 4.5G หรือรืเรียรีกว่าว่ LTE-Aหรือรื LTE Advance โดยมีคมีวามสามารถสูงสูกว่าว่ LTEเดิมดิมีคมีวามสามารถรวมคลื่นความถี่หลากหลาย ๆ คลื่นความถี่ ทำ ให้มีห้คมีวามเร็วร็สูงสู ขึ้นขึ้สูงสูสุดสุได้ถึด้ ถึง 300 Mbps ทำ ให้รห้องรับรัการใช้งช้านหนาแน่นน่และเพิ่มพิ่จำ นวนผู้ใผู้ช้งช้านใน พื้นพื้ที่นั้นนั้ๆ ได้อีด้ อีกด้วด้ย เป็นป็การเตรียรีมตัวสู่ยุสู่ ยุค 5G ในอนาคตอีกด้วด้ย 5
1.การติดต่อสื่อสื่สาร ในอดีตดีหลายคนมักมัจะคุ้นคุ้ชินชิกับการติดต่อกันผ่า ผ่ นการเขียขีน จดหมายที่หลายวันวักว่า ว่ จะไปถึง ทว่า ว่ ในปัจจุบันบันั้นนั้ถ้าทุกทุคนมี โทรศัพท์มือมืถือแล้ว สามารถโทรหากันได้เ ด้ ลยภายในไม่กี่ ม่ กี่ วินวิาที อีกอย่า ย่ งเป็น ป็ เครื่อรื่งมือมืที่สร้า ร้ งสัมสัพันพัธ์ใธ์นครอบครัวรัได้ดี ด้ ดีเช่น ช่ นักนัเรียรีนเดินดิทางไปศึกษาต่างจังจัหวัดวัการที่มีโมีทรศัพท์ ทุกทุคน สามารถเชื่อชื่มต่ออินเทอร์เร์น็ต น็ และทุกทุคนสามารถ Vdo call เห็น ห็ ใบหน้า น้ ของครอบครัวรัได้เ ด้ ลย ความสำ คัญของโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน 2.การศึกษา ต้องยอมรับรัเลยว่า ว่ โทรศัพท์มือมืถือเป็น ป็ สิ่งสิ่ที่มีอิมี อิทธิพธิลต่อการ ศึกษามาก ยิ่งยิ่ในช่ว ช่ งปลายปีที่ปี ที่ 2020 เกิดโรคระบาดที่ สามารถติดต่อกันได้ การเรียรีนการสอนจึงจึอยู่ใยู่ นรูป รู แบบ ออนไลน์นน์านเกือบปีเปีลยทีเดียดีว หากทุก ทุ คนไม่มี ม่ โมีทรศัพท์แล้ว ละก็เชื่อชื่ ได้เ ด้ ลย การศึกษาจะได้รั ด้ บรัผลกระทบอย่า ย่ งเลี่ยงไม่ไม่ ด้ นักนัเรียรีนทุก ทุ คนมีปัมี ปัญหากับการเลื่อนชั้นชั้อย่า ย่ งหนักนั 6
3.การทำ งาน หลายคนอาจจะไม่เ ม่ ชื่อชื่ว่า ว่ โทรศัพท์มือมืถือเป็น ป็ แหล่งหารายได้ชั้ ด้ นชั้ดีเดีลย เนื่อนื่งจากในโทรศัพท์จะมีแมีอพพลิเคชั่นชั่มากมาย ที่หลายคนใช้โช้ พสต์ เรื่อรื่งราวต่าง ๆ รวมไปถึงการรับรัสมัคมัรงาน ซึ่งซึ่หลายคนที่กำ ลังมอง หาอาชีพชีเสริมริก็สามารถมีงมีานสร้า ร้ งเงินได้ง่ ด้ ง่ าย ๆ เช่น ช่ การค้าขาย อดีตดีก่อนที่จะมีกมีารพัฒพันาเทคโนโลยีนั้ยีนนั้การซื้อซื้สินสิค้าหนึ่งนึ่อย่า ย่ งต้อง เดินดิทางไปซื้อซื้ที่ร้า ร้ นค้า บางอย่า ย่ งก็หาซื้อซื้ ไม่ไม่ ด้ ในปัจจุบันบัเพียพีงกด เข้า ข้ไปที่หน้า น้ Facebook ร้า ร้ นค้าออนไลน์มน์ากมาย รวมไปถึงราคาถูกถู มาก ๆ หลายคนก็ใช้ค ช้ วามพิเพิศษตรงนี้ในี้ นการเปิดปิร้า ร้ นค้าออนไลน์หน์า รายได้เ ด้ สริมริเพราะไม่ต้ ม่ ต้ องอยู่เ ยู่ ฝ้าหน้า น้ ร้า ร้ นตลอดนั้นนั้เอง เรื่อรื่งของการฟังฟัเพลงและดูหดูนังนั ในยุคนี้ทั้ นี้ ทั้งทั้สองสิ่งสิ่นี้ก็ นี้ ก็ ถือว่า ว่ เป็น ป็ สิ่งสิ่ที่ต้องอยู่ใยู่ นโทรศัพท์แล้ว เพราะโทรศัพท์มือมืถือมันมั สามารถพกพาไปไหนก็ได้แ ด้ ละผู้ผผู้ ลิตจึงจึอยากให้โห้ ทรศัพท์นั้นนั้ สามารถดูหดูนังนัและฟังฟัเพลงได้อ ด้ ย่า ย่ งมีปมีระสิทสิธิภธิาพต้องได้นำ ด้ นำเอา ชิปชิเสียสีงและภาพมาในยังยัตัวเครื่อรื่งเพื่อพื่ ให้ผู้ ห้ คผู้ นที่ซื้อซื้นำ ไปใช้ดู ช้ดู หนังนัหรือรืฟังฟัเพลงแทนเครื่อรื่งเล่น mp3 ได้ 4.รับรัความบันบัเทิง 7
นี่ค นี่ งเป็น ป็ ข้อ ข้ ที่หลายคนยกเป็น ป็ ข้อ ข้ ดีที่ดี ที่ไม่พู ม่ พู ดถึงไม่ไม่ ด้เ ด้ ลย เพราะว่า ว่ โทรศัพท์มือมืถือ ที่มีบมีริกริารอินเตอร์เร์น็ต น็ ไปด้ว ด้ ย นั้นนั้ทำ ให้เ ห้ ราท่องโลกออนไลน์ไน์ด้จ ด้ ากทั่วทั่ทุก ทุ มุมโลก สามารถรับรัรู้ข่ รู้ า ข่ วสารได้ร ด้ วดเร็ว ร็ ทันใจนั่นนั่เอง 5.ท่องโลกออนไลน์ไน์ ด้อย่า ย่ งไม่สิ้ ม่ นสิ้สุด สุ 8
โทรศัพท์เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ช่วยร่นระยะเวลา ระยะทางในการ สื่อสารของคนยุคปัจจุบัน เป็นเทคโนโลยีที่สร้างประโยชน์ได้มากต่อ การพัฒนา ความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ของโลก ซึ่งปัจจุบันโทรศัพท์ เคลื่อนที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างมาก ด้วยความบันเทิง หลากหลายที่เป็นจุดขายดึงดูดวัยรุ่นยุคปัจจุบันที่ดำ เนินชีวิตอยู่กับ เทคโนโลยี ทำ ให้เครื่องมือสื่อสารชนิดนี้มีอิทธิพลต่อการดำ เนินชีวิต วัยรุ่นมักนำ ความสามารถทุกอย่างที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ทำ ได้มา ประยุกต์ในทางที่เสื่อมมากกว่าทางสร้างสรรค์ โทรศัพท์เคลื่อนที่มี อิทธิพลต่ออารมณ์ให้เป็นคนขาดความอดทน ใจร้อน ขาดความ รอบคอบ อารมณ์รุนแรง มีอิทธิพลในการใช้เงินของวัยรุ่น เนื่องจากวัย รุ่นมีความต้องการที่จะเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ให้อินเทรนด์ อยู่เสมอ มี อิทธิพลต่อการศึกษาและการพัฒนาความรู้ นอกจาก คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำ ลายเซลล์สมองให้ด้อยพัฒนาแล้ว ยังส่งผลต่อ สุขภาพและลดสมาธิ การใช้โช้ ทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจ ปั จุบัน บั 9
ความเชื่อที่ว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพใน ระยะยาวนั้นนั้ปัจจุบันได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลกแล้ว โดยองค์ การฯ ได้บรรจุโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ในรายชื่อวัตถุก่อมะเร็ง[6][7] ซึ่งองค์การ อนามัยโลกได้ออกรายงานเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554[8] โดยจัด ว่ารังสีโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็น "วัตถุก่อมะเร็ง" และ "อาจก่อให้เกิดมะเร็งใน มนุษย์" ได้ รายงานดังกล่าวออกมาหลังจากทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ทบทวน การศึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัยของโทรศัพท์เคลื่อนที่[9] งานวิจัยหนึ่งว่า ด้วยการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในอดีตนั้นนั้ ได้ถูกอ้างอิงในรายงานซึ่งแสดงให้ เห็นว่า ผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างหนักจะมีความเสี่ยงเป็นเนื้องอกใน สมองมากขึ้นถึง 40% (รายงานการใช้โดยเฉลี่ย 30 นาทีต่อวัน เป็นเวลา ติดต่อกันนานกว่า 10 ปี)[10] ซึ่งรายงานดังกล่าวตรงกันข้ามกับการสรุป ก่อนหน้านี้ซึ่งไม่คาดว่ามะเร็งจะเกิดขึ้นเป็นผลมาจากโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือ สถานีฐาน และการทบทวนดังกล่าวไม่ได้พบหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับผลก ระทบต่อสุขภาพด้านอื่นแต่อย่างใด ผลกระทบต่อสุข สุ ภาพ 10
อ้างอิง 11 Heeks, Richard (2008). "Meet Marty Cooper - the inventor of the mobile phone". BBC. 41 (6): 26–33. doi:10.1109/MC.2008.192. 1. "สำ เนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-05-12. สืบค้นเมื่อ 2010-08-01. 2. Heeks, Richard (2008). "ICT4D 2.0: The Next Phase of Applying ICT for International Development". IEEE Computer. 41 (6): 26–33. doi:10.1109/MC.2008.192. 3. "Samsung May Have Just Become The King Of Mobile Handsets, While S&P Downgrades Nokia To Junk". สืบค้นเมื่อ 28 April 2012. 4. "Gartner Says Sales of Smartphones Grew 20 Percent in Third Quarter of 2014". Gartner. 5. WHO: Cell phone use can increase possible cancer risk By Danielle Dellorto, CNN May 31, 2011 6. "What are the health risks associated with mobile phones and their base stations?". Online Q&A. World Health Organization. 2005-12-05. สืบค้นเมื่อ 2008-01-19. 7. "World Health Organization/International Agency for Research on Cancer Classifies Radiofrequency Electromagnetic Fields as Possibly Carcinogenic to Humans" (PDF). World Health Organization. สืบค้นเมื่อ 2011- 05-31. 8. "WHO: Cell phone use can increase possible cancer risk". CNN. สืบค้นเมื่อ 2011-05-31. 9. "World Health Organization: Cell Phones May Cause Cancer". Business Insider. สืบค้นเมื่อ 2011-05-31. 10. "What are the health risks associated with mobile phones and their base stations?". Online Q&A. World Health Organization. 2005-12-05. สืบค้นเมื่อ 2008-01-19. 11. "Electromagnetic fields and public health: mobile telephones and their base stations". Fact sheet N°193. World Health Organization. June 2000. คลังข้อมูลเก่าเก็บจาก แหล่งเดิมเมื่อ 27 February 2004. สืบค้นเมื่อ 19 January 2008. 12.
เสนอ อาจารย์ อับดุลการีม มะดีเยาะ สมาชิกในกลุ่ม 1.นุรมี ดงมูซอ เลขที่1 2.นุสรอ สามะ เลขที่10 3.ซุลฟา อับดุลเลาะ เลขที่17 4.นูรีซัน สาแม เลขที่26 5.ซีรีน สาเมาะ เลขที่ 32 ชั้น ชั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5/2 12